๓. สีหสุตฺตวณฺณนา
๓๓. ตติเย สีโหติ จตฺตาโร สีหา – ติณสีโห, กาฬสีโห, ปณฺฑุสีโห, เกสรสีโหติ. เตสุ ติณสีโห กโปตวณฺณคาวิสทิโส ติณภกฺโข จ โหติ. กาฬสีโห กาฬคาวิสทิโส ติณภกฺโขเยว. ปณฺฑุสีโห ปณฺฑุปลาสวณฺณคาวิสทิโส มํสภกฺโข. เกสรสีโห ลาขาปริกมฺมกเตเนว มุเขน อคฺคนงฺคุฏฺเฐน จตูหิ จ ปาทปริยนฺเตหิ สมนฺนาคโต, มตฺถกโตปิสฺส ปฏฺฐาย ลาขาตูลิกาย กตา วิย ติสฺโส ราชิโย ปิฏฺฐิมชฺเฌน คนฺตฺวา อนฺตรสตฺถิมฺหิ ทกฺขิณาวตฺตา หุตฺวา ฐิตา. ขนฺเธ ปนสฺส สตสหสฺสคฺฆนิกกมฺพลปริกฺเขโป วิย เกสรภาโร โหติ, อวเสสฏฺฐานํ ปริสุทฺธสาลิปิณฺฑสงฺขจุณฺณปิณฺฑวณฺณํ โหติ. อิเมสุ จตูสุ สีเหสุ อยํ เกสรสีโห อิธ อธิปฺเปโต.
มิคราชาติ สพฺพมิคคณสฺส ราชา. อาสยาติ วสนฏฺฐานโต, สุวณฺณคุหโต วา รชตมณิผลิกมโนสิลาคุหโต วา นิกฺขมตีติ วุตฺตํ โหติ. นิกฺขมมาโน ปเนส จตูหิ การเณหิ นิกฺขมติ อนฺธการปีฬิโต วา อาโลกตฺถาย, อุจฺจารปสฺสาวปีฬิโต วา เตสํ วิสฺสชฺชนตฺถาย, ชิฆจฺฉาปีฬิโต วา โคจรตฺถาย, สมฺภวปีฬิโต วา อสฺสทฺธมฺมปฏิเสวนตฺถาย. อิธ ปน โคจรตฺถาย นิกฺขมนฺโต อธิปฺเปโต.
วิชมฺภตีติ สุวณฺณตเล วา รชตมณิผลิกมโนสิลาตลานํ วา อญฺญตรสฺมึ เทฺว ปจฺฉิมปาเท สมํ ปติฏฺฐาเปตฺวา ปุริมปาเท ปุรโต ปสาเรตฺวา สรีรสฺส ปจฺฉาภาคํ อากฑฺฒิตฺวา ปุริมภาคํ อภิหริตฺวา ปิฏฺฐึ นาเมตฺวา คีวํ อุกฺขิปิตฺวา อสนิสทฺทํ กโรนฺโต วิย นาสปุฏานิ โปเถตฺวา สรีรลคฺคํ รชํ วิธุนนฺโต วิชมฺภติ. วิชมฺภนภูมิยญฺจ ปน ตรุณวจฺฉโก วิย อปราปรํ ชวติ, ชวโต ปนสฺส สรีรํ อนฺธกาเร ปริพฺภมนฺตํ อลาตํ วิย ขายติ.
อนุวิโลเกตีติ กสฺมา อนุวิโลเกติ? ปรานุทฺทยตาย. ตสฺมึ กิร สีหนาทํ นทนฺเต ปปาตาวาฏาทีสุ วิสมฏฺฐาเนสุ จรนฺตา หตฺถิโคกณฺณมหึสาทโย ปาณา ปปาเตปิ อาวาเฏปิ ปตนฺติ, เตสํ อนุทฺทยาย อนุวิโลเกติ. กึ ปนสฺส ลุทฺทสฺส ปรมํสขาทิโน อนุทฺทยา นาม อตฺถีติ? อาม อตฺถิ. ตถา หิ ‘‘กึ เม พหูหิ ฆาติเตหี’’ติ อตฺตโน โคจรตฺถายาปิ ขุทฺทเก ปาเณ น คณฺหาติ. เอวํ อนุทฺทยํ กโรติ, วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘มาหํ ขุทฺทเก ปาเณ วิสมคเต สงฺฆาตํ อาปาเทสิ’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๒๑).
สีหนาทํ นทตีติ ติกฺขตฺตุํ ตาว อภีตนาทํ นทติ. เอวญฺจ ปนสฺส วิชมฺภนภูมิยํ ฐตฺวา นทนฺตสฺส สทฺโท สมนฺตา ติโยชนปเทสํ เอกนินฺนาทํ กโรติ, ตมสฺส นินฺนาทํ สุตฺวา ติโยชนพฺภนฺตรคตา ทฺวิปทจตุปฺปทคณา ยถาฐาเน ฐาตุํ น สกฺโกนฺติ. โคจราย ปกฺกมตีติ อาหารตฺถาย คจฺฉติ. กถํ? โส หิ วิชมฺภนภูมิยํ ฐตฺวา ทกฺขิณโต วา วามโต วา อุปฺปตนฺโต อุสภมตฺตํ ฐานํ คณฺหาติ, อุทฺธํ อุปฺปตนฺโต จตฺตาริปิ อฏฺฐปิ อุสภฏฺฐานานิ อุปฺปตติ, สเม ฐาเน อุชุกํ ปกฺขนฺทนฺโต โสฬสอุสภมตฺตมฺปิ วีสติอุสภมตฺตมฺปิ ฐานํ ปกฺขนฺทติ, ถลา วา ปพฺพตา วา ปกฺขนฺทนฺโต สฏฺฐิอุสภมตฺตมฺปิ อสีติอุสภมตฺตมฺปิ ฐานํ ปกฺขนฺทติ, อนฺตรามคฺเค รุกฺขํ วา ปพฺพตํ วา ทิสฺวา ตํ ปริหรนฺโต วามโต วา ทกฺขิณโต วา อุทฺธํ วา อุสภมตฺตํ อปกฺกมติ. ตติยํ ปน สีหนาทํ นทิตฺวา เตเนว สทฺธึ ติโยชเน ฐาเน ปญฺญายติ, ติโยชนํ คนฺตฺวา นิวตฺติตฺวา ฐิโต อตฺตโนว นาทสฺส อนุนาทํ สุณาติ. เอวํ สีเฆน ชเวน ปกฺกมติ.
เยภุยฺเยนาติ ปาเยน. ภยํ สนฺตาสํ สํเวคนฺติ สพฺพํ จิตฺตุตฺราสสฺเสว นามํ. สีหสฺส หิ สทฺทํ สุตฺวา พหู ภายนฺติ, อปฺปกา น ภายนฺติ. เก ปน เตติ? สมสีโห หตฺถาชานีโย อสฺสาชานีโย อุสภาชานีโย ปุริสาชานีโย ขีณาสโวติ. กสฺมา ปเนเต น ภายนฺตีติ? สมสีโห ตาว ‘‘ชาติโคตฺตกุลสูรภาเวหิ สมาโนสฺมี’’ติ น ภายติ, หตฺถาชานียาทโย อตฺตโน สกฺกายทิฏฺฐิพลวตาย น ภายนฺติ, ขีณาสโว สกฺกายทิฏฺฐิยา ปหีนตฺตา น ภายติ.
พิลาสยาติ พิเล สยนฺตา พิลวาสิโน อหินกุลโคธาทโย. อุทกาสยาติ อุทกวาสิโน มจฺฉกจฺฉปาทโย. วนาสยาติ วนวาสิโน หตฺถิอสฺสโคกณฺณมิคาทโย. ปวิสนฺตีติ ‘‘อิทานิ อาคนฺตฺวา คณฺหิสฺสตี’’ติ มคฺคํ โอโลเกตฺวา ปวิสนฺติ. ทเฬฺหหีติ ถิเรหิ. วรตฺเตหีติ จมฺมรชฺชูหิ. มหิทฺธิโกติอาทีสุ วิชมฺภนภูมิยํ ฐตฺวา ทกฺขิณปสฺสาทีหิ อุสภมตฺตํ, อุชุํ วีสติอุสภมตฺตาทิลงฺฆนวเสน มหิทฺธิกตา, เสสมิคานํ อธิปติภาเวน มเหสกฺขตา, สมนฺตา ติโยชนฏฺฐาเน สทฺทํ สุตฺวา ปลายนฺตานํ วเสน มหานุภาวตา เวทิตพฺพา.
เอวเมว โขติ ภควา เตสุ เตสุ สุตฺตนฺเตสุ ตถา ตถา อตฺตานํ กเถสิ. ‘‘สีโหติ โข, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ (อ. นิ. ๕.๙๙; ๑๐.๒๑) อิมสฺมึ ตาว สุตฺเต สีหสทิสํ อตฺตานํ กเถสิ. ‘‘ภิสกฺโก สลฺลกตฺโตติ โข, สุนกฺขตฺต, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๖๕) อิมสฺมึ เวชฺชสทิสํ, ‘‘พฺราหฺมโณติ โข, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อ. นิ. ๘.๘๕) อิมสฺมึ พฺราหฺมณสทิสํ, ‘‘ปุริโส มคฺคกุสโลติ โข, ติสฺส, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๘๔) อิมสฺมึ มคฺคเทสกปุริสสทิสํ, ‘‘ราชาหมสฺมิ, เสลา’’ติ (สุ. นิ. ๕๕๙; ม. นิ. ๒.๓๙๙) อิมสฺมึ ราชสทิสํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต สีหสทิสเมว กตฺวา อตฺตานํ กเถนฺโต เอวมาห.
ตตฺรายํ สทิสตา – สีหสฺส กญฺจนคุหาทีสุ วสนกาโล วิย หิ ตถาคตสฺส ทีปงฺกรปาทมูเล กตาภินีหารสฺส อปริมิตกาลํ ปารมิโย ปูเรตฺวา ปจฺฉิมภเว ปฏิสนฺธิคฺคหเณน เจว มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมเนน จ ทสสหสฺสิโลกธาตุํ กมฺเปตฺวา วุทฺธิมนฺวาย ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสํ สมฺปตฺตึ อนุภวมานสฺส ตีสุ ปาสาเทสุ นิวาสกาโล ทฏฺฐพฺโพ. สีหสฺส กญฺจนคุหาทิโต นิกฺขนฺตกาโล วิย ตถาคตสฺส เอกูนตึสสํวจฺฉเร วิวเฏน ทฺวาเรน กณฺฑกํ อารุยฺห ฉนฺนสหายสฺส นิกฺขมิตฺวา ตีณิ รชฺชานิ อติกฺกมิตฺวา อโนมานทีตีเร พฺรหฺมุนา ทินฺนานิ กาสายานิ ปริทหิตฺวา ปพฺพชิตสฺส สตฺตเม ทิวเส ราชคหํ คนฺตฺวา ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปณฺฑวคิริปพฺภาเร กตภตฺตกิจฺจสฺส สมฺมาสมฺโพธึ ปตฺวา ปฐมเมว มคธรฏฺฐํ อาคมนตฺถาย ยาว รญฺโญ ปฏิญฺญาทานกาโล.
สีหสฺส วิชมฺภนกาโล วิย ตถาคตสฺส ทินฺนปฏิญฺญสฺส อาฬารกาลามอุปสงฺกมนํ อาทึ กตฺวา ยาว สุชาตาย ทินฺนปายาสสฺส เอกูนปณฺณาสาย ปิณฺเฑหิ ปริภุตฺตกาโล เวทิตพฺโพ. สีหสฺส สรีรวิธุนนํ วิย สายนฺหสมเย โสตฺติเยน ทินฺนา อฏฺฐ ติณมุฏฺฐิโย คเหตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตาหิ โถมิยมานสฺส คนฺธาทีหิ ปูชิยมานสฺส ติกฺขตฺตุํ โพธึ ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อารุยฺห จุทฺทสหตฺถุพฺเพเธ ฐาเน ติณสนฺถรํ อตฺถริตฺวา จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย นิสินฺนสฺส ตํขณญฺเญว มารพลํ วิธเมตฺวา ตีสุ ยาเมสุ ติสฺโส วิชฺชา วิโสเธตฺวา อนุโลมปฺปฏิโลมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทมหาสมุทฺทํ ยมกญาณมนฺถเนน มนฺเถนฺตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาเณ ปฏิวิทฺเธ ตทนุภาเวน ทสสหสฺสิโลกธาตุกมฺปนํ เวทิตพฺพํ.
สีหสฺส จตุทิสาวิโลกนํ วิย ปฏิวิทฺธสพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส สตฺตสตฺตาหํ โพธิมณฺเฑ วิหริตฺวา ปริภุตฺตมธุปิณฺฑิกาหารสฺส อชปาลนิโคฺรธมูเล มหาพฺรหฺมุโน ธมฺมเทสนายาจนํ ปฏิคฺคเหตฺวา ตตฺถ วิหรนฺตสฺส เอกาทสเม ทิวเส ‘‘เสฺว อาสาฬฺหิปุณฺณมา ภวิสฺสตี’’ติ ปจฺจูสสมเย ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺย’’นฺติ อาฬารุทกานํ กาลกตภาวํ ญตฺวา ธมฺมเทสนตฺถาย ปญฺจวคฺคิยานํ โอโลกนํ ทฏฺฐพฺพํ. สีหสฺส โคจรตฺถาย ติโยชนํ คมนกาโล วิย อตฺตโน ปตฺตจีวรํ อาทาย ‘‘ปญฺจวคฺคิยานํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสฺสามี’’ติ ปจฺฉาภตฺเต อชปาลนิโคฺรธโต วุฏฺฐิตสฺส อฏฺฐารสโยชนมคฺคํ คมนกาโล.
สีหสฺส สีหนาทกาโล วิย ตถาคตสฺส อฏฺฐารสโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา ปญฺจวคฺคิเย สญฺญาเปตฺวา อจลปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส ทสหิ จกฺกวาฬสหสฺเสหิ สนฺนิปติเตน เทวคเณน ปริวุตสฺส ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อนฺตา ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา’’ติอาทินา นเยน ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนกาโล เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ จ ปน ปเท เทสิยมาเน ตถาคตสีหสฺส ธมฺมโฆโส เหฏฺฐา อวีจึ อุปริ ภวคฺคํ คเหตฺวา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ ปฏิจฺฉาเทสิ. สีหสฺส สทฺเทน ขุทฺทกปาณานํ สนฺตาสาปชฺชนกาโล วิย ตถาคตสฺส ตีณิ ลกฺขณานิ ทีเปตฺวา จตฺตาริ สจฺจานิ โสฬสหากาเรหิ สฏฺฐิยา จ นยสหสฺเสหิ วิภชิตฺวา ธมฺมํ กเถนฺตสฺส ทีฆายุกานํ เทวานํ ญาณสนฺตาสสฺส อุปฺปตฺติกาโล เวทิตพฺโพ.
อปโร นโย – สีโห วิย สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต ตถาคโต, อาสยภูตาย กนกคุหาย นิกฺขมนํ วิย คนฺธกุฏิโต นิกฺขมนกาโล, วิชมฺภนํ วิย ธมฺมสภํ อุปสงฺกมนกาโล, ทิสาวิโลกนํ วิย ปริสาวิโลกนํ, สีหนาทนทนํ วิย ธมฺมเทสนากาโล, โคจราย ปกฺกมนํ วิย ปรวาทนิมฺมทฺทนตฺถาย คมนํ.
อปโร นโย – สีโห วิย ตถาคโต, หิมวนฺตนิสฺสิตาย กญฺจนคุหาย นิกฺขมนํ วิย อารมฺมณวเสน นิพฺพานนิสฺสิตาย ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐานํ, วิชมฺภนํ วิย ปจฺจเวกฺขณญาณํ, ทิสาวิโลกนํ วิย เวเนยฺยสตฺตวิโลกนํ, สีหนาโท วิย สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมเทสนา, โคจราย ปกฺกมนํ วิย อสมฺปตฺตานํ เวเนยฺยสตฺตานํ สนฺติกูปสงฺกมนํ เวทิตพฺพํ.
ยทาติ ยสฺมึ กาเล. ตถาคโตติ เหฏฺฐา วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ การเณหิ ตถาคโต. โลเกติ สตฺตโลเก. อุปฺปชฺชตีติ อภินีหารโต ปฏฺฐาย ยาว โพธิปลฺลงฺกา วา อรหตฺตมคฺคญาณา วา อุปฺปชฺชติ นาม, อรหตฺตผเล ปน ปตฺเต อุปฺปนฺโน นาม. อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๔ อาทโย) พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริตานิ.
อิติ สกฺกาโยติ อยํ สกฺกาโย, เอตฺตโก สกฺกาโย, น อิโต ภิยฺโย สกฺกาโย อตฺถีติ. เอตฺตาวตา สภาวโต สรสโต ปริยนฺตโต ปริจฺเฉทโต ปริวฏุมโต สพฺเพปิ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทสฺสิตา โหนฺติ. อิติ สกฺกายสมุทโยติ อยํ สกฺกายสฺส สมุทโย นาม. เอตฺตาวตา ‘‘อาหารสมุทยา รูปสมุทโย’’ติอาทิ สพฺพํ ทสฺสิตํ โหติ. อิติ สกฺกายสฺส อตฺถงฺคโมติ อยํ สกฺกายสฺส อตฺถงฺคโม. อิมินาปิ ‘‘อาหารนิโรธา รูปนิโรโธ’’ติอาทิ สพฺพํ ทสฺสิตํ โหติ.
วณฺณวนฺโตติ สรีรวณฺเณน วณฺณวนฺโต. ธมฺมเทสนํ สุตฺวาติ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ปณฺณาสลกฺขณปฺปฏิมณฺฑิตํ ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา. เยภุยฺเยนาติ อิธ เก ฐเปติ? อริยสาวเก เทเว. เตสํ หิ ขีณาสวตฺตา จิตฺตุตฺราสภยมฺปิ น อุปฺปชฺชติ, สํวิคฺคสฺส โยนิโส ปธาเนน ปตฺตพฺพํ ปตฺตตาย ญาณสํเวโคปิ. อิตราสํ ปน เทวตานํ ‘‘ตาโส เหโส, ภิกฺขเว, อนิจฺจ’’นฺติ มนสิกโรนฺตานํ จิตฺตุตฺราสภยมฺปิ, พลววิปสฺสนากาเล ญาณภยมฺปิ อุปฺปชฺชติ. โภติ ธมฺมาลปนมตฺตเมตํ. สกฺกายปริยาปนฺนาติ ปญฺจกฺขนฺธปริยาปนฺนา. อิติ เตสํ สมฺมาสมฺพุทฺเธ วฏฺฏโทสํ ทสฺเสตฺวา ติลกฺขณาหตํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺเต ญาณภยํ นาม โอกฺกมติ.
อภิญฺญายาติ ชานิตฺวา. ธมฺมจกฺกนฺติ ปฏิเวธญาณมฺปิ เทสนาญาณมฺปิ. ปฏิเวธญาณํ นาม เยน ญาเณน โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺโน จตฺตาริ สจฺจานิ โสฬสหากาเรหิ สฏฺฐิยา จ นยสหสฺเสหิ ปฏิวิชฺฌิ. เทสนาญาณํ นาม เยน ญาเณน ติปริวฏฺฏํ ทฺวาทสาการํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ. อุภยมฺเปตํ ทสพลสฺส อุเร ชาตญาณเมว. เตสุ ธมฺมเทสนาญาณํ คเหตพฺพํ. ตํ ปเนส ยาว อฏฺฐารสพฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ อญฺญาโกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส โสตาปตฺติผลํ น อุปฺปชฺชติ, ตาว ปวตฺเตติ นาม. ตสฺมึ อุปฺปนฺเน ปวตฺติตํ นาม โหตีติ เวทิตพฺพํ. อปฺปฏิปุคฺคโลติ สทิสปุคฺคลรหิโต. ยสสฺสิโนติ ปริวารสมฺปนฺนา. ตาทิโนติ ลาภาลาภาทีหิ เอกสทิสสฺส.