๑. ปฐมปณฺณาสกํ

๑. ภณฺฑคามวคฺโค

๑. อนุพุทฺธสุตฺตวณฺณนา

๑. จตุกฺกนิปาตสฺส ปฐเม อนนุโพธาติ อพุชฺฌเนน อชานเนน. อปฺปฏิเวธาติ อปฺปฏิวิชฺฌเนน อปจฺจกฺขกิริยาย. ทีฆมทฺธานนฺติ จิรกาลํ. สนฺธาวิตนฺติ ภวโต ภวํ คมนวเสน สนฺธาวิตํ. สํสริตนฺติ ปุนปฺปุนํ คมนาคมนวเสน สํสริตํ. มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจาติ มยา จ ตุเมฺหหิ จ. อถ วา สนฺธาวิตํ สํสริตนฺติ สนฺธาวนํ สํสรณํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ อโหสีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อริยสฺสาติ นิทฺโทสสฺส. สีลํ สมาธิ ปญฺญาติ อิเม ปน ตโย ธมฺมา มคฺคผลสมฺปยุตฺตาว เวทิตพฺพา, วิมุตฺตินาเมน ผลเมว นิทฺทิฏฺฐํ. ภวตณฺหาติ ภเวสุ ตณฺหา. ภวเนตฺตีติ ภวรชฺชุ. ตณฺหาย เอว เอตํ นามํ. ตาย หิ สตฺตา โคณา วิย คีวาย พนฺธิตฺวา ตํ ตํ ภวํ นียนฺติ, ตสฺมา ภวเนตฺตีติ วุจฺจติ.

อนุตฺตราติ โลกุตฺตรา. ทุกฺขสฺสนฺตกโรติ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตกโร. จกฺขุมาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. อิทมสฺส โพธิมณฺเฑ ปฐมปรินิพฺพานํ, ปจฺฉา ปน ยมกสาลานมนฺตเร อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโตติ ยถานุสนฺธินา เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.

๒. ปปติตสุตฺตวณฺณนา

๒. ทุติเย ปปติโตติ ปติโต จุโต. อปฺปปติโตติ อปติโต ปติฏฺฐิโต. ตตฺถ โลกิยมหาชโน ปติโตเยว นาม, โสตาปนฺนาทโย กิเลสุปฺปตฺติกฺขเณ ปติตา นาม, ขีณาสโว เอกนฺตปติฏฺฐิโต นาม.

จุตา ปตนฺตีติ เย จุตา, เต ปตนฺติ นาม. ปติตาติ เย ปติตา, เต จุตา นาม. จุตตฺตา ปติตา, ปติตตฺตา จุตาติ อตฺโถ. คิทฺธาติ ราครตฺตา. ปุนราคตาติ ปุน ชาตึ ปุน ชรํ ปุน พฺยาธึ ปุน มรณํ อาคตา นาม โหนฺติ. กตํ กิจฺจนฺติ จตูหิ มคฺเคหิ กตฺตพฺพกิจฺจํ กตํ. รตํ รมฺมนฺติ รมิตพฺพยุตฺตเก คุณชาเต รมิตํ. สุเขนานฺวาคตํ สุขนฺติ สุเขน สุขํ อนุอาคตํ สมฺปตฺตํ. มานุสกสุเขน ทิพฺพสุขํ, ฌานสุเขน วิปสฺสนาสุขํ, วิปสฺสนาสุเขน มคฺคสุขํ, มคฺคสุเขน ผลสุขํ, ผลสุเขน นิพฺพานสุขํ สมฺปตฺตํ อธิคตนฺติ อตฺโถ.

๓. ปฐมขตสุตฺตวณฺณนา

๓. ตติยํ ทุกนิปาตวณฺณนายํ วุตฺตเมว. คาถาสุ ปน นินฺทิยนฺติ นินฺทิตพฺพยุตฺตกํ. นินฺทตีติ ครหติ. ปสํสิโยติ ปสํสิตพฺพยุตฺโต. วิจินาติ มุเขน โส กลินฺติ โย เอวํ ปวตฺโต, เตน มุเขน กลึ วิจินาติ นาม. กลินา เตน สุขํ น วินฺทตีติ เตน จ กลินา สุขํ น ปฏิลภติ. สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนาติ สพฺเพนปิ สเกน ธเนน เจว อตฺตนา จ สทฺธึ โย ปราชโย, โส อปฺปมตฺตโกว กลีติ อตฺโถ. โย สุคเตสูติ โย ปน สมฺมคฺคเตสุ ปุคฺคเลสุ จิตฺตํ ปทุสฺเสยฺย, อยํ จิตฺตปโทโสว ตโต กลิโต มหนฺตตโร กลิ. อิทานิ ตสฺส มหนฺตตรภาวํ ทสฺเสนฺโต สตํ สหสฺสานนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สตํ สหสฺสานนฺติ นิรพฺพุทคณนาย สตสหสฺสํ. ฉตฺตึสตีติ อปรานิ จ ฉตฺตึสติ นิรพฺพุทานิ. ปญฺจ จาติ อพฺพุทคณนาย จ ปญฺจ อพฺพุทานิ. ยมริยครหีติ ยํ อริเย ครหนฺโต นิรยํ อุปปชฺชติ, ตตฺถ เอตฺตกํ อายุปฺปมาณนฺติ.

๔. ทุติยขตสุตฺตวณฺณนา

๔. จตุตฺเถ มาตริ ปิตริ จาติอาทีสุ มิตฺตวินฺทโก มาตริ มิจฺฉาปฏิปนฺโน นาม, อชาตสตฺตุ ปิตริ มิจฺฉาปฏิปนฺโน นาม, เทวทตฺโต ตถาคเต มิจฺฉาปฏิปนฺโน นาม, โกกาลิโก ตถาคตสาวเก มิจฺฉาปฏิปนฺโน นาม. พหุญฺจาติ พหุกเมว. ปสวตีติ ปฏิลภติ. ตายาติ ตาย มิจฺฉาปฏิปตฺติสงฺขาตาย อธมฺมจริยาย. เปจฺจาติ อิโต คนฺตฺวา. อปายํ คจฺฉตีติ นิรยาทีสุ อญฺญตรสฺมึ นิพฺพตฺตติ. สุกฺกปกฺเขปิ เอเสว นโย.

๕. อนุโสตสุตฺตวณฺณนา

๕. ปญฺจเม อนุโสตํ คจฺฉตีติ อนุโสตคามี. กิเลสโสตสฺส ปจฺจนีกปฏิปตฺติยา ปฏิโสตํ คจฺฉตีติ ปฏิโสตคามี. ฐิตตฺโตติ ฐิตสภาโว. ติณฺโณติ โอฆํ ตริตฺวา ฐิโต. ปารงฺคโตติ ปรตีรํ คโต. ถเล ติฏฺฐตีติ นิพฺพานถเล ติฏฺฐติ. พฺราหฺมโณติ เสฏฺโฐ นิทฺโทโส. อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. กาเม จ ปฏิเสวตีติ กิเลสกาเมหิ วตฺถุกาเม ปฏิเสวติ. ปาปญฺจ กมฺมํ กโรตีติ ปาปญฺจ ปาณาติปาตาทิกมฺมํ กโรติ. ปาปญฺจ กมฺมํ น กโรตีติ ปญฺจเวรกมฺมํ น กโรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ฐิตตฺโตติ อยํ อนาคามี ปุคฺคโล ตสฺมา โลกา ปุน ปฏิสนฺธิวเสน อนาคมนโต ฐิตตฺโต นาม.

ตณฺหาธิปนฺนาติ ตณฺหาย อธิปนฺนา อชฺโฌตฺถฏา, ตณฺหํ วา อธิปนฺนา อชฺโฌคาฬฺหา. ปริปุณฺณเสโขติ สิกฺขาปาริปูริยา ฐิโต. อปริหานธมฺโมติ อปริหีนสภาโว. เจโตวสิปฺปตฺโตติ จิตฺตวสีภาวํ ปตฺโต. เอวรูโป ขีณาสโว โหติ, อิธ ปน อนาคามี กถิโต. สมาหิตินฺทฺริโยติ สมาหิตฉฬินฺทฺริโย. ปโรปราติ ปโรวรา อุตฺตมลามกา, กุสลากุสลาติ อตฺโถ. สเมจฺจาติ ญาเณน สมาคนฺตฺวา. วิธูปิตาติ วิทฺธํสิตา ฌาปิตา วา. วุสิตพฺรหฺมจริโยติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ วสิตฺวา ฐิโต. โลกนฺตคูติ ติวิธสฺสาปิ โลกสฺส อนฺตํ คโต. ปารคโตติ ฉหากาเรหิ ปารคโต. อิธ ขีณาสโวว กถิโต. อิติ สุตฺเตปิ คาถาสุปิ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตํ.

๖. อปฺปสฺสุตสุตฺตวณฺณนา

๖. ฉฏฺเฐ อนุปปนฺโนติ อนุปาคโต. สุตฺตนฺติอาทีสุ อุภโตวิภงฺคนิทฺเทสขนฺธกปริวารสุตฺตนิปาตมงฺคลสุตฺตรตนสุตฺต- นาฬกสุตฺตตุวฏกสุตฺตานิ, อญฺญมฺปิ จ สุตฺตนามกํ ตถาคตวจนํ สุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สพฺพมฺปิ สคาถกํ สุตฺตํ เคยฺยนฺติ เวทิตพฺพํ, วิเสเสน สํยุตฺตเก สกโลปิ สคาถาวคฺโค. สกลมฺปิ อภิธมฺมปิฏกํ, นิคฺคาถกสุตฺตํ, ยญฺจ อญฺญมฺปิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ อสงฺคหิตํ พุทฺธวจนํ, ตํ เวยฺยากรณนฺติ เวทิตพฺพํ. ธมฺมปท-เถรคาถา-เถริคาถา สุตฺตนิปาเต โนสุตฺตนามิกา สุทฺธิกคาถา จ คาถาติ เวทิตพฺพา. โสมนสฺสญาณมยิกคาถาปฏิสํยุตฺตา เทฺวอสีติ สุตฺตนฺตา อุทานนฺติ เวทิตพฺพา. ‘‘วุตฺตเญฺหตํ ภควตา’’ติอาทินยปฺปวตฺตา ทสุตฺตรสตสุตฺตนฺตา อิติวุตฺตกนฺติ เวทิตพฺพา. อปณฺณกชาตกาทีนิ ปญฺญาสาธิกานิ ปญฺจ ชาตกสตานิ ชาตกนฺติ เวทิตพฺพานิ. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อจฺฉริยา อพฺภุตา ธมฺมา อานนฺเท’’ติอาทินยปฺปวตฺตา สพฺเพปิ อจฺฉริยอพฺภุตธมฺมปฏิสํยุตฺตา สุตฺตนฺตา อพฺภุตธมฺมนฺติ เวทิตพฺพา. จูฬเวทลฺลมหาเวทลฺลสมฺมาทิฏฺฐิสกฺกปญฺหสงฺขารภาชนิยมหาปุณฺณมสุตฺตาทโย สพฺเพปิ เวทญฺจ ตุฏฺฐิญฺจ ลทฺธา ลทฺธา ปุจฺฉิตา สุตฺตนฺตา เวทลฺลนฺติ เวทิตพฺพา. น อตฺถมญฺญาย น ธมฺมมญฺญายาติ อฏฺฐกถญฺจ ปาฬิญฺจ อชานิตฺวา. ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโนติ นวโลกุตฺตรธมฺมสฺส อนุรูปธมฺมํ สหสีลํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ น ปฏิปนฺโน โหติ. อิมินา อุปาเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปฐมวาเร ปเนตฺถ อปฺปสฺสุตทุสฺสีโล กถิโต, ทุติเย อปฺปสฺสุตขีณาสโว, ตติเย พหุสฺสุตทุสฺสีโล, จตุตฺเถ พหุสฺสุตขีณาสโว.

สีเลสุ อสมาหิโตติ สีเลสุ อปริปูรการี. สีลโต จ สุเตน จาติ สีลภาเคน จ สุตภาเคน จ ‘‘อยํ ทุสฺสีโล อปฺปสฺสุโต’’ติ เอวํ ตํ ครหนฺตีติ อตฺโถ. ตสฺส สมฺปชฺชเต สุตนฺติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส ยสฺมา เตน สุเตน สุตกิจฺจํ กตํ, ตสฺมา ตสฺส สุตํ สมฺปชฺชติ นาม. นาสฺส สมฺปชฺชเตติ สุตกิจฺจสฺส อกตตฺตา น สมฺปชฺชติ. ธมฺมธรนฺติ สุตธมฺมานํ อาธารภูตํ. สปฺปญฺญนฺติ สุปญฺญํ. เนกฺขํ ชมฺโพนทสฺเสวาติ ชมฺพุนทํ วุจฺจติ ชาติสุวณฺณํ, ตสฺส ชมฺพุนทสฺส เนกฺขํ วิย, ปญฺจสุวณฺณปริมาณํ สุวณฺณฆฏิกํ วิยาติ อตฺโถ.

๗. โสภนสุตฺตวณฺณนา

๗. สตฺตเม วิยตฺตาติ ปญฺญาเวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคตา. วินีตาติ วินยํ อุเปตา สุวินีตา. วิสารทาติ เวสารชฺเชน โสมนสฺสสหคเตน ญาเณน สมนฺนาคตา. ธมฺมธราติ สุตธมฺมานํ อาธารภูตา. ภิกฺขุ จ สีลสมฺปนฺโนติ คาถาย กิญฺจาปิ เอเกกสฺเสว เอเกโก คุโณ กถิโต, สพฺเพสํ ปน สพฺเพปิ วฏฺฏนฺตีติ.

๘. เวสารชฺชสุตฺตวณฺณนา

๘. อฏฺฐเม เวสารชฺชานีติ เอตฺถ สารชฺชปฏิปกฺโข เวสารชฺชํ, จตูสุ ฐาเนสุ สารชฺชาภาวํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนโสมนสฺสมยญาณสฺเสตํ นามํ. อาสภํ ฐานนฺติ เสฏฺฐฏฺฐานํ อุตฺตมฏฺฐานํ. อาสภา วา ปุพฺพพุทฺธา, เตสํ ฐานนฺติ อตฺโถ. อปิจ ควสตเชฏฺฐโก อุสโภ, ควสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ. วชสตเชฏฺฐโก วา อุสโภ, วชสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ, สพฺพควเสฏฺโฐ สพฺพปริสฺสยสโห เสโต ปาสาทิโก มหาภารวโห อสนิสตสทฺเทหิปิ อสมฺปกมฺปิโย นิสโภ, โส อิธ อุสโภติ อธิปฺเปโต. อิทมฺปิ หิ ตสฺส ปริยายวจนํ. อุสภสฺส อิทนฺติ อาสภํ. ฐานนฺติ จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา ววตฺถานํ. อิทํ ปน อาสภํ วิยาติ อาสภํ. ยเถว หิ นิสภสงฺขาโต อุสโภ จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ, เอวํ ตถาคโตปิ จตูหิ เวสารชฺชปาเทหิ อฏฺฐปริสปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา สเทวเก โลเก เกนจิ ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน อกมฺปิโย อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ. เอวํ ติฏฺฐมาโนว ตํ อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ อุปคจฺฉติ น ปจฺจกฺขาติ, อตฺตนิ อาโรเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาตี’’ติ.

ปริสาสูติ อฏฺฐสุ ปริสาสุ. สีหนาทํ นทตีติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ นทติ, สีหนาทสทิสํ วา นาทํ นทติ. อยมตฺโถ สีหนาทสุตฺเตน ทสฺเสตพฺโพ. ยถา วา สีโห สหนโต จ หนนโต จ สีโหติ วุจฺจติ, เอวํ ตถาคโต โลกธมฺมานํ สหนโต ปรปฺปวาทานญฺจ หนนโต สีโหติ วุจฺจติ. เอวํ วุตฺตสฺส สีหสฺส นาทํ สีหนาทํ. ตตฺถ ยถา สีโห สีหพเลน สมนฺนาคโต สพฺพตฺถ วิสารโท วิคตโลมหํโส สีหนาทํ นทติ, เอวํ ตถาคตสีโหปิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต อฏฺฐสุ ปริสาสุ วิสารโท วิคตโลมหํโส ‘‘อิติ รูป’’นฺติอาทินา นเยน นานาวิธเทสนาวิลาสสมฺปนฺนํ สีหนาทํ นทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปริสาสุ สีหนาทํ นทตี’’ติ.

พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตีติ เอตฺถ พฺรหฺมนฺติ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ วิสุทฺธํ. จกฺกสทฺโท ปนายํ –

‘‘สมฺปตฺติยํ ลกฺขเณ จ, รถงฺเค อิริยาปเถ;

ทาเน รตนธมฺมูร-จกฺกาทีสุ จ ทิสฺสติ;

ธมฺมจกฺเก อิธ มโต, ตญฺจ เทฺวธา วิภาวเย’’.

‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสาน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๑) หิ อยํ สมฺปตฺติยํ ทิสฺสติ. ‘‘ปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕) เอตฺถ ลกฺขเณ. ‘‘จกฺกํว วหโต ปท’’นฺติ (ธ. ป. ๑) เอตฺถ รถงฺเค. ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวาร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๙) เอตฺถ อิริยาปเถ. ‘‘ททํ ภุญฺช มา จ ปมาโท, จกฺกํ วตฺตย สพฺพปาณิน’’นฺติ (ชา. ๑.๗.๑๔๙) เอตฺถ ทาเน. ‘‘ทิพฺพํ จกฺกรตนํ ปาตุรโหสี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๔๓; ม. นิ. ๓.๒๕๖) เอตฺถ รตนจกฺเก. ‘‘มยา ปวตฺติตํ จกฺก’’นฺติ (สุ. นิ. ๕๖๒) เอตฺถ ธมฺมจกฺเก. ‘‘อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ (ชา. ๑.๑.๑๐๔; ๑.๕.๑๐๓) เอตฺถ อุรจกฺเก. ‘‘ขุรปริยนฺเตน เจปิ จกฺเกนา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๖) เอตฺถ ปหรณจกฺเก. ‘‘อสนิวิจกฺก’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๖๑; สํ. นิ. ๒.๑๖๒) เอตฺถ อสนิมณฺฑเล. อิธ ปนายํ ธมฺมจกฺเก มโต.

ตํ ปเนตํ ธมฺมจกฺกํ ทุวิธํ โหติ ปฏิเวธญาณญฺจ เทสนาญาณญฺจ. ตตฺถ ปญฺญาปภาวิตํ อตฺตโน อริยผลาวหํ ปฏิเวธญาณํ, กรุณาปภาวิตํ สาวกานํ อริยผลาวหํ เทสนาญาณํ. ตตฺถ ปฏิเวธญาณํ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ อภินิกฺขมนโต ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ตุสิตภวนโต วา ยาว มหาโพธิปลฺลงฺเก อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ทีปงฺกรโต ปฏฺฐาย วา ยาว โพธิปลฺลงฺเก อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. เทสนาญาณมฺปิ ปวตฺตมานํ ปวตฺตนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ ยาว อญฺญาสิโกณฺฑญฺญสฺส โสตาปตฺติมคฺคา ปวตฺตมานํ, ผลกฺขเณ ปวตฺตํ นาม. เตสุ ปฏิเวธญาณํ โลกุตฺตรํ, เทสนาญาณํ โลกิยํ. อุภยมฺปิ ปเนตํ อญฺเญหิ อสาธารณํ, พุทฺธานํเยว โอรสญาณํ.

สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโตติ ‘‘อหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สพฺเพ ธมฺมา มยา อภิสมฺพุทฺธา’’ติ เอวํ ปฏิชานโต ตว. อนภิสมฺพุทฺธาติ อิเม นาม ธมฺมา ตยา อนภิสมฺพุทฺธา. ตตฺร วตาติ เตสุ ‘‘อนภิสมฺพุทฺธา’’ติ เอวํ ทสฺสิตธมฺเมสุ. สหธมฺเมนาติ สเหตุนา สการเณน วจเนน. นิมิตฺตเมตนฺติ เอตฺถ ปุคฺคโลปิ ธมฺโมปิ นิมิตฺตนฺติ อธิปฺเปโต. ตํ ปุคฺคลํ น ปสฺสามิ, โย มํ ปฏิโจเทสฺสติ. ตํ ธมฺมํ น ปสฺสามิ, ยํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อยํ นาม ธมฺโม ตยา อนภิสมฺพุทฺโธ’’ติ มํ ปฏิโจเทสฺสตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เขมปฺปตฺโตติ เขมํ ปตฺโต. เสสปททฺวยํ อิมสฺเสว เววจนํ. สพฺพมฺเปตํ เวสารชฺชญาณเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ทสพลสฺส หิ ‘‘อยํ นาม ธมฺโม ตยา อนภิสมฺพุทฺโธ’’ติ โจทกํ ปุคฺคลํ วา โจทนาการณํ อนภิสมฺพุทฺธธมฺมํ วา อปสฺสโต ‘‘สภาวพุทฺโธเยว วต สมาโน อหํ พุทฺโธสฺมีติ วทามี’’ติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส พลวตรํ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, เตน สมฺปยุตฺตํ ญาณํ เวสารชฺชํ นาม. ตํ สนฺธาย ‘‘เขมปฺปตฺโต’’ติอาทิมาห. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อนฺตรายิกา ธมฺมาติ เอตฺถ ปน อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา. เต อตฺถโต สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตา สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา. สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตํ หิ อนฺตมโส ทุกฺกฏทุพฺภาสิตมฺปิ มคฺคผลานํ อนฺตรายํ กโรติ. อิธ ปน เมถุนธมฺโม อธิปฺเปโต. เมถุนํ เสวโต หิ ยสฺส กสฺสจิ นิสฺสํสยเมว มคฺคผลานํ อนฺตราโย โหติ.

ยสฺส โข ปน เต อตฺถายาติ ราคกฺขยาทีสุ ยสฺส อตฺถาย. ธมฺโม เทสิโตติ อสุภภาวนาทิธมฺโม กถิโต. ตตฺร วต มนฺติ ตสฺมึ อนิยฺยานิกธมฺเม มํ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

วาทปถาติ วาทาเยว. ปุถูติ พหู. สิตาติ อุปนิพทฺธา อภิสงฺขตา. อถ วา ปุถุสฺสิตาติ ปุถุภาวํ สิตา อุปคตา, ปุถูหิ วา สิตาติปิ ปุถุสฺสิตา. ยํ นิสฺสิตาติ เอตรหิปิ ยํ วาทปถํ นิสฺสิตา. น เต ภวนฺตีติ เต วาทปถา น ภวนฺติ ภิชฺชนฺติ วินสฺสนฺติ. ธมฺมจกฺกนฺติ เทสนาญาณสฺสปิ ปฏิเวธญาณสฺสปิ เอตํ นามํ. เตสุ เทสนาญาณํ โลกิยํ, ปฏิเวธญาณํ โลกุตฺตรํ. เกวลีติ สกลคุณสมนฺนาคโต. ตาทิสนฺติ ตถาวิธํ.

๙. ตณฺหุปฺปาทสุตฺตวณฺณนา

๙. นวเม อุปฺปชฺชติ เอเตสูติ อุปฺปาทา. กา อุปฺปชฺชติ? ตณฺหา. ตณฺหาย อุปฺปาทา ตณฺหุปฺปาทา, ตณฺหาวตฺถูนิ ตณฺหาการณานีติ อตฺโถ. จีวรเหตูติ ‘‘กตฺถ มนาปํ จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ จีวรการณา อุปฺปชฺชติ. อิติภวาภวเหตูติ เอตฺถ อิตีติ นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต. ยถา จีวราทิเหตุ, เอวํ ภวาภวเหตุปีติ อตฺโถ. ภวาภโวติ เจตฺถ ปณีตตรานิ สปฺปินวนีตาทีนิ อธิปฺเปตานิ. สมฺปตฺติภเวสุ ปณีตตรปณีตตมภโวติปิ วทนฺติเยว.

ตณฺหาทุติโยติ อยญฺหิ สตฺโต อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ สํสรนฺโต น เอกโกว สํสรติ, ตณฺหํ ปน ทุติยิกํ ลภนฺโตว สํสรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตณฺหาทุติโย’’ติ. อิตฺถภาวญฺญถาภาวนฺติ เอตฺถ อิตฺถภาโว นาม อยํ อตฺตภาโว, อญฺญถาภาโว นาม อนาคตตฺตภาโว. เอวรูโป วา อญฺโญปิ อตฺตภาโว อิตฺถภาโว นาม, น เอวรูโป อญฺญถาภาโว นาม. ตํ อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ. สํสารนฺติ ขนฺธธาตุอายตนานํ ปฏิปาฏึ. นาติวตฺตตีติ นาติกฺกมติ. เอวมาทีนวํ ญตฺวาติ เอวํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ ขนฺเธสุ อาทีนวํ ชานิตฺวา. ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวนฺติ ตณฺหํ จ ‘‘อยํ วฏฺฏทุกฺขสมฺภูโต สภาโว การณ’’นฺติ เอวํ ชานิตฺวา. เอตฺตาวตา อิมสฺส ภิกฺขุโน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตภาโว ทสฺสิโต. อิทานิ ตํ ขีณาสวํ โถเมนฺโต วีตตโณฺหติอาทิมาห. ตตฺถ อนาทาโนติ นิคฺคหโณ. สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเชติ สติสมฺปชญฺเญ เวปุลฺลปฺปตฺโต ขีณาสโว ภิกฺขุ สโต สมฺปชาโน จเรยฺย วิหเรยฺยาติ อตฺโถ. อิติ สุตฺตนฺเต วฏฺฏํ กเถตฺวา คาถาสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ.

๑๐. โยคสุตฺตวณฺณนา

๑๐. ทสเม วฏฺฏสฺมึ โยเชนฺตีติ โยคา. กามโยโคติอาทีสุ ปญฺจกามคุณิโก ราโค กามโยโค. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค ภวโยโค, ตถา ฌานนิกนฺติ. สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต จ ราโค ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย จ ทิฏฺฐิโยโค. จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณํ อวิชฺชาโยโค. กาเมสุ วา โยเชตีติ กามโยโค. ภเวสุ โยเชตีติ ภวโยโค. ทิฏฺฐีสุ โยเชตีติ ทิฏฺฐิโยโค. อวิชฺชาย โยเชตีติ อวิชฺชาโยโคติ เหฏฺฐา วุตฺตธมฺมานํเยเวตํ อธิวจนํ.

อิทานิ เต วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต กตโม จ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ สมุทยนฺติ อุปฺปตฺตึ. อตฺถงฺคมนฺติ เภทํ. อสฺสาทนฺติ มธุรภาวํ. อาทีนวนฺติ อมธุรภาวํ โทสํ. นิสฺสรณนฺติ นิสฺสฏภาวํ. กาเมสูติ วตฺถุกาเมสุ. กามราโคติ กาเม อารพฺภ อุปฺปนฺนราโค. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อนุเสตีติ นิพฺพตฺตติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กามโยโคติ, ภิกฺขเว, อิทํ กาเมสุ โยชนการณํ พนฺธนการณํ วุจฺจตีติ เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ผสฺสายตนานนฺติ จกฺขาทีนํ จกฺขุสมฺผสฺสาทิการณานํ. อวิชฺชา อญฺญาณนฺติ ญาณปฏิปกฺขภาเวน อญฺญาณสงฺขาตา อวิชฺชา. อิติ กามโยโคติ เอตฺถ อิติ สทฺโท จตูหิปิ โยเคหิ สทฺธึ โยเชตพฺโพ ‘‘เอวํ กามโยโค, เอวํ ภวโยโค’’ติ. สํยุตฺโตติ ปริวาริโต. ปาปเกหีติ ลามเกหิ. อกุสเลหีติ อโกสลฺลสมฺภูเตหิ. สํกิเลสิเกหีติ สํกิเลสนเกหิ, ปสนฺนสฺส จิตฺตสฺส ปสนฺนภาวทูสเกหีติ อตฺโถ. โปโนพฺภวิเกหีติ ปุนพฺภวนิพฺพตฺตเกหิ. สทเรหีติ สทรเถหิ. ทุกฺขวิปาเกหีติ วิปากกาเล ทุกฺขุปฺปาทเกหิ. อายตึ ชาติชรามรณิเกหีติ อนาคเต ปุนปฺปุนํ ชาติชรามรณนิพฺพตฺตเกหิ. ตสฺมา อโยคกฺเขมีติ วุจฺจตีติ ยสฺมา อปฺปหีนโยโค ปุคฺคโล เอเตหิ ธมฺเมหิ สมฺปยุตฺโต โหติ, ตสฺมา จตูหิ โยเคหิ เขมํ นิพฺพานํ อนธิคตตฺตา น โยคกฺเขมีติ วุจฺจติ.

วิสํโยโคติ วิสํโยชนการณานิ. กามโยควิสํโยโคติ กามโยคโต วิสํโยชนการณํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อสุภชฺฌานํ กามโยควิสํโยโค, ตํ ปาทกํ กตฺวา อธิคโต อนาคามิมคฺโค เอกนฺเตเนว กามโยควิสํโยโค นาม. อรหตฺตมคฺโค ภวโยควิสํโยโค นาม, โสตาปตฺติมคฺโค ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค นาม, อรหตฺตมคฺโค อวิชฺชาโยควิสํโยโค นาม. อิทานิ เต วิตฺถารวเสน ทสฺเสนฺโต กตโม จ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

ภวโยเคน จูภยนฺติ ภวโยเคน จ สํยุตฺตา, กิญฺจิ ภิยฺโย อุภเยนาปิ สมฺปยุตฺตา, เยน เกนจิ โยเคน สมนฺนาคตาติ อตฺโถ. ปุรกฺขตาติ ปุรโต กตา, ปริวาริตา วา. กาเม ปริญฺญายาติ ทุวิเธปิ กาเม ปริชานิตฺวา. ภวโยคญฺจ สพฺพโสติ ภวโยคญฺจ สพฺพเมว ปริชานิตฺวา. สมูหจฺจาติ สมูหนิตฺวา. วิราชยนฺติ วิราเชนฺโต, วิราเชตฺวา วา. ‘‘วิราเชนฺโต’’ติ หิ วุตฺเต มคฺโค กถิโต โหติ, ‘‘วิราเชตฺวา’’ติ วุตฺเต ผลํ. มุนีติ ขีณาสวมุนิ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเตปิ คาถาสุปิ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตนฺติ.

ภณฺฑคามวคฺโค ปฐโม.

๒. จรวคฺโค

๑. จรสุตฺตวณฺณนา

๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม อธิวาเสตีติ จิตฺตํ อธิโรเปตฺวา วาเสติ. นปฺปชหตีติ น ปริจฺจชติ. น วิโนเทตีติ น นีหรติ. น พฺยนฺตีกโรตีติ น วิคตนฺตํ ปริจฺฉินฺนปริวฏุมํ กโรติ. น อนภาวํ คเมตีติ น อนุอภาวํ อวฑฺฒึ วินาสํ คเมติ. จรมฺปีติ จรนฺโตปิ. อนาตาปีติ นิพฺพีริโย. อโนตฺตาปีติ อุปวาทภยรหิโต. สตตนฺติ นิจฺจํ. สมิตนฺติ นิรนฺตรํ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺถํ ญตฺวา สุกฺกปกฺเข วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

คาถาสุ เคหนิสฺสิตนฺติ กิเลสนิสฺสิตํ. โมหเนยฺเยสูติ โมหชนเกสุ อารมฺมเณสุ. อภพฺโพติ อภาชนภูโต. ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตมนฺติ อรหตฺตมคฺคสงฺขาตํ อุตฺตมญาณํ ผุสิตุํ.

๒. สีลสุตฺตวณฺณนา

๑๒. ทุติเย สมฺปนฺนสีลาติ ปริปุณฺณสีลา. สมฺปนฺนปาติโมกฺขาติ ปริปุณฺณปาติโมกฺขา. ปาติโมกฺขสํวรสํวุตาติ ปาติโมกฺขสํวรสีเลน สํวุตา ปิหิตา อุเปตา หุตฺวา วิหรถ. อาจารโคจรสมฺปนฺนาติ อาจาเรน จ โคจเรน จ สมฺปนฺนา สมุปาคตา ภวถ. อณุมตฺเตสุ วชฺเชสูติ อณุปฺปมาเณสุ โทเสสุ. ภยทสฺสาวิโนติ ตานิ อณุมตฺตานิ วชฺชานิ ภยโต ทสฺสนสีลา. สมาทาย สิกฺขถ สิกฺขาปเทสูติ สพฺพสิกฺขาโกฏฺฐาเสสุ สมาทาตพฺพํ สมาทาย คเหตฺวา สิกฺขถ. ‘‘สมฺปนฺนสีลานํ…เป… สิกฺขาปเทสู’’ติ เอตฺตเกน ธมฺมกฺขาเนน สิกฺขตฺตเย สมาทาเปตฺวา เจว ปฏิลทฺธคุเณสุ จ วณฺณํ กเถตฺวา อิทานิ อุตฺตริ กาตพฺพํ ทสฺเสนฺโต กิมสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ กิมสฺสาติ กึ ภเวยฺย.

ยตํ จเรติ ยถา จรนฺโต ยโต โหติ สํยโต, เอวํ จเรยฺย. เอส นโย สพฺพตฺถ. อจฺเฉติ นิสีเทยฺย. ยตเมนํ ปสารเยติ ยํ องฺคปจฺจงฺคํ ปสาเรยฺย, ตํ ยตํ สํยตเมว กตฺวา ปสาเรยฺย. อุทฺธนฺติ อุปริ. ติริยนฺติ มชฺฌํ. อปาจีนนฺติ อโธ. เอตฺตาวตา อตีตา ปจฺจุปฺปนฺนา อนาคตา จ ปญฺจกฺขนฺธา กถิตา. ยาวตาติ ปริจฺเฉทวจนํ. ชคโต คตีติ โลกสฺส นิปฺผตฺติ. สมเวกฺขิตา จ ธมฺมานํ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยนฺติ เอเตสํ สพฺพโลเก อตีตาทิเภทานํ ปญฺจกฺขนฺธธมฺมานํ อุทยญฺจ วยญฺจ สมเวกฺขิตา. ‘‘ปญฺจกฺขนฺธานํ อุทยํ ปสฺสนฺโต ปญฺจวีสติ ลกฺขณานิ ปสฺสติ, วยํ ปสฺสนฺโต ปญฺจวีสติ ลกฺขณานิ ปสฺสตี’’ติ วุตฺเตหิ สมปญฺญาสาย ลกฺขเณหิ สมฺมา อเวกฺขิตา โหติ. เจโตสมถสามีจินฺติ จิตฺตสมถสฺส อนุจฺฉวิกํ ปฏิปทํ. สิกฺขมานนฺติ ปฏิปชฺชมานํ, ปูรยมานนฺติ อตฺโถ. ปหิตตฺโตติ เปสิตตฺโต. อาหูติ กถยนฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต สีลํ มิสฺสกํ กเถตฺวา คาถาสุ ขีณาสโว กถิโต.

๓. ปธานสุตฺตวณฺณนา

๑๓. ตติเย สมฺมปฺปธานานีติ สุนฺทรปธานานิ อุตฺตมวีริยานิ. สมฺมปฺปธานาติ ปริปุณฺณวีริยา. มารเธยฺยาภิภูตาติ เตภูมกวฏฺฏสงฺขาตํ มารเธยฺยํ อภิภวิตฺวา สมติกฺกมิตฺวา ฐิตา. เต อสิตาติ เต ขีณาสวา อนิสฺสิตา นาม. ชาติมรณภยสฺสาติ ชาติญฺจ มรณญฺจ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกภยสฺส, ชาติมรณสงฺขาตสฺเสว วา ภยสฺส. ปารคูติ ปารงฺคตา. เต ตุสิตาติ เต ขีณาสวา ตุฏฺฐา นาม. เชตฺวา มารํ สวาหินินฺติ สเสนกํ มารํ ชินิตฺวา ฐิตา. เต อเนชาติ เต ขีณาสวา ตณฺหาสงฺขาตาย เอชาย อเนชา นิจฺจลา นาม. นมุจิพลนฺติ มารพลํ. อุปาติวตฺตาติ อติกฺกนฺตา. เต สุขิตาติ เต ขีณาสวา โลกุตฺตรสุเขน สุขิตา นาม. เตเนวาห –

‘‘สุขิตา วต อรหนฺโต, ตณฺหา เนสํ น วิชฺชติ;

อสฺมิมาโน สมุจฺฉินฺโน, โมหชาลํ ปทาลิต’’นฺติ. (สํ. นิ. ๓.๗๖);

๔. สํวรสุตฺตวณฺณนา

๑๔. จตุตฺเถ ปธานานีติ วีริยานิ. สํวรปฺปธานนฺติ จกฺขาทีนิ สํวรนฺตสฺส อุปฺปนฺนวีริยํ. ปหานปฺปธานนฺติ กามวิตกฺกาทโย ปชหนฺตสฺส อุปฺปนฺนวีริยํ. ภาวนาปฺปธานนฺติ สมฺโพชฺฌงฺเค ภาเวนฺตสฺส อุปฺปนฺนวีริยํ. อนุรกฺขณาปฺปธานนฺติ สมาธินิมิตฺตํ อนุรกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนวีริยํ.

วิเวกนิสฺสิตนฺติอาทีสุ วิเวโก, วิราโค, นิโรโธติ ตีณิปิ นิพฺพานสฺส นามานิ. นิพฺพานํ หิ อุปธิวิเวกตฺตา วิเวโก, ตํ อาคมฺม ราคาทโย วิรชฺชนฺตีติ วิราโค, นิรุชฺฌนฺตีติ นิโรโธ. ตสฺมา วิเวกนิสฺสิตนฺติอาทีสุ อารมฺมณวเสน วา อธิคนฺตพฺพวเสน วา นิพฺพานนิสฺสิตนฺติ อตฺโถ.

โวสฺสคฺคปริณามินฺติ เอตฺถ เทฺว โวสฺสคฺคา – ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค จ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค จ. ตตฺถ วิปสฺสนา ตทงฺควเสน กิเลเส จ ขนฺเธ จ ราคํ ปริจฺจชตีติ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค. มคฺโค อารมฺมณวเสน นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค. ตสฺมา โวสฺสคฺคปริณามินฺติ ยถา ภาวิยมาโน สติสมฺโพชฺฌงฺโค โวสฺสคฺคตฺถาย ปริณมติ, วิปสฺสนาภาวญฺจ มคฺคภาวญฺจ ปาปุณาติ, เอวํ ตํ ภาเวตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ภทฺทกนฺติ ลทฺธกํ. สมาธินิมิตฺตํ วุจฺจติ อฏฺฐิกสญฺญาทิวเสน อธิคโต สมาธิเยว. อนุรกฺขตีติ สมาธิปาริปนฺถิกธมฺเม ราคโทสโมเห โสเธนฺโต รกฺขติ. เอตฺถ จ อฏฺฐิกสญฺญาทิกา ปญฺเจว สญฺญา วุตฺตา, อิมสฺมึ ปน ฐาเน ทสปิ อสุภานิ วิตฺถาเรตฺวา กเถตพฺพานิ. เตสํ วิตฺถาโร วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๐๒ อาทโย) วุตฺโตเยว. คาถาย สํวราทินิปฺผาทกํ วีริยเมว วุตฺตํ. ขยํ ทุกฺขสฺส ปาปุเณติ ทุกฺขกฺขยสงฺขาตํ อรหตฺตํ ปาปุเณยฺยาติ.

๕. ปญฺญตฺติสุตฺตวณฺณนา

๑๕. ปญฺจเม อคฺคปญฺญตฺติโยติ อุตฺตมปญฺญตฺติโย. อตฺตภาวีนนฺติ อตฺตภาววนฺตานํ. ยทิทํ ราหุ อสุรินฺโทติ โย เอส ราหุ อสุรินฺโท อยํ อคฺโคติ. เอตฺถ ราหุ กิร อสุรินฺโท จตฺตาริ โยชนสหสฺสานิ อฏฺฐ จ โยชนสตานิ อุจฺโจ, พาหนฺตรมสฺส ทฺวาทสโยชนสตานิ, หตฺถตลปาทตลานํ ปุถุลตา ตีณิ โยชนสตานิ. องฺคุลิปพฺพานิ ปณฺณาส โยชนานิ, ภมุกนฺตรํ ปณฺณาสโยชนํ, นลาฏํ ติโยชนสตํ, สีสํ นวโยชนสตํ. กามโภคีนํ ยทิทํ ราชา มนฺธาตาติ โย เอส ราชา มนฺธาตา นาม, อยํ ทิพฺเพปิ มานุสเกปิ กาเม ปริภุญฺชนกานํ สตฺตานํ อคฺโค นาม. เอส หิ อสงฺเขยฺยายุเกสุ มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺติตฺวา อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ หิรญฺญวสฺสํ วสฺสาเปนฺโต มานุสเก กาเม ทีฆรตฺตํ ปริภุญฺชิ. เทวโลเก ปน ยาว ฉตฺตึสาย อินฺทานํ อายุปฺปมาณํ, ตาว ปณีเต กาเม ปริภุญฺชีติ กามโภคีนํ อคฺโค นาม ชาโต. อาธิปเตยฺยานนฺติ อธิปติฏฺฐานํ เชฏฺฐกฏฺฐานํ กโรนฺตานํ. ตถาคโต อคฺคมกฺขายตีติ โลกิยโลกุตฺตเรหิ คุเณหิ ตถาคโต อคฺโค เสฏฺโฐ อุตฺตโม อกฺขายติ.

อิทฺธิยา ยสสา ชลนฺติ ทิพฺพสมฺปตฺติสมิทฺธิยา จ ปริวารสงฺขาเตน ยสสา จ ชลนฺตานํ. อุทฺธํ ติริยํ อปาจีนนฺติ อุปริ จ มชฺเฌ จ เหฏฺฐา จ. ยาวตา ชคโต คตีติ ยตฺตกา โลกนิปฺผตฺติ.

๖. โสขุมฺมสุตฺตวณฺณนา

๑๖. ฉฏฺเฐ โสขุมฺมานีติ สุขุมลกฺขณปฏิวิชฺฌนกานิ ญาณานิ. รูปโสขุมฺเมน สมนฺนาคโต โหตีติ รูเป สณฺหสุขุมลกฺขณปริคฺคาหเกน ญาเณน สมนฺนาคโต โหติ. ปรเมนาติ อุตฺตเมน. เตน จ รูปโสขุมฺเมนาติ เตน ยาว อนุโลมภาวํ ปตฺเตน สุขุมลกฺขณปริคฺคาหกญาเณน. น สมนุปสฺสตีติ นตฺถิภาเวเนว น ปสฺสติ. น ปตฺเถตีติ นตฺถิภาเวเนว น ปตฺเถติ. เวทนาโสขุมฺมาทีสุปิ เอเสว นโย.

รูปโสขุมฺมตํ ญตฺวาติ รูปกฺขนฺธสฺส สณฺหสุขุมลกฺขณปริคฺคาหเกน ญาเณน สุขุมตํ ชานิตฺวา. เวทนานญฺจ สมฺภวนฺติ เวทนากฺขนฺธสฺส จ ปภวํ ชานิตฺวา. สญฺญา ยโต สมุเทตีติ ยสฺมา การณา สญฺญากฺขนฺโธ สมุเทติ นิพฺพตฺตติ, ตญฺจ ชานิตฺวา. อตฺถํ คจฺฉติ ยตฺถ จาติ ยสฺมึ ฐาเน นิรุชฺฌติ, ตญฺจ ชานิตฺวา. สงฺขาเร ปรโต ญตฺวาติ สงฺขารกฺขนฺธํ อนิจฺจตาย ลุชฺชนภาเวน ปรโต ชานิตฺวา. อิมินา หิ ปเทน อนิจฺจานุปสฺสนา กถิตา. ทุกฺขโต โน จ อตฺตโตติ อิมินา ทุกฺขานตฺตานุปสฺสนา. สนฺโตติ กิเลสสนฺตตาย สนฺโต. สนฺติปเท รโตติ นิพฺพาเน รโต. อิติ สุตฺตนฺเต จตูสุ ฐาเนสุ วิปสฺสนาว กถิตา, คาถาสุ โลกุตฺตรธมฺโมปีติ.

๗. ปฐมอคติสุตฺตวณฺณนา

๑๗-๑๙. สตฺตเม อคติคมนานีติ นคติคมนานิ. ฉนฺทาคตึ คจฺฉตีติ ฉนฺเทน อคตึ คจฺฉติ, อกตฺตพฺพํ กโรติ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ฉนฺทา โทสา ภยา โมหาติ ฉนฺเทน, โทเสน, ภเยน, โมเหน. อติวตฺตตีติ อติกฺกมติ. อฏฺฐมํ อุตฺตานเมว. นวเม ตถาพุชฺฌนกานํ วเสน ทฺวีหิปิ นเยหิ กถิตํ.

๑๐. ภตฺตุทฺเทสกสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม ภตฺตุทฺเทสโกติ สลากภตฺตาทีนํ อุทฺเทสโก. กาเมสุ อสํยตาติ วตฺถุกาเมสุ กิเลสกาเมหิ อสํยตา. ปริสากสโฏ จ ปเนส วุจฺจตีติ อยญฺจ ปน โส เอวรูปา ปริสากจวโร นาม วุจฺจตีติ อตฺโถ. สมเณนาติ พุทฺธสมเณน. ปริสาย มณฺโฑ จ ปเนส วุจฺจตีติ อยํ เอวรูปา ปริสา วิปฺปสนฺเนน ปริสามณฺโฑติ วุจฺจตีติ.

จรวคฺโค ทุติโย.

๓. อุรุเวลวคฺโค

๑. ปฐมอุรุเวลสุตฺตวณฺณนา

๒๑. ตติยสฺส ปฐเม อุรุเวลายนฺติ เอตฺถ อุรุเวลาติ มหาเวลา, มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ. อถ วา อุรูติ วาลุกา วุจฺจติ, เวลาติ มริยาทา. เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อตีเต กิร อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ทสสหสฺสา กุลปุตฺตา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตสฺมึ ปเทเส วิหรนฺตา เอกทิวสํ สนฺนิปติตฺวา กติกวตฺตํ อกํสุ – ‘‘กายกมฺมวจีกมฺมานิ นาม ปเรสมฺปิ ปากฏานิ โหนฺติ, มโนกมฺมํ ปน อปากฏํ. ตสฺมา โย กามวิตกฺกํ วา พฺยาปาทวิตกฺกํ วา วิหึสาวิตกฺกํ วา วิตกฺเกติ, ตสฺส อญฺโญ โจทโก นาม นตฺถิ. โส อตฺตนาว อตฺตานํ โจเทตฺวา ปตฺตปุเฏน วาลุกํ อาหริตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน อากิรตุ, อิทมสฺส ทณฺฑกมฺม’’นฺติ. ตโต ปฏฺฐาย โย ตาทิสํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ, โส ตตฺถ ปตฺตปุเฏน วาลุกํ อากิรติ, เอวํ ตตฺถ อนุกฺกเมน มหาวาลุกราสิ ชาโต. ตโต นํ ปจฺฉิมา ชนตา ปริกฺขิปิตฺวา เจติยฏฺฐานมกาสิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อุรุเวลาติ มหาเวลา, มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ’’ติ. ตเมว สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อถ วา อุรูติ วาลุกา วุจฺจติ, เวลาติ มริยาทา, เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ.

นชฺชา เนรญฺชราย ตีเรติ อุรุเวลคามํ นิสฺสาย เนรญฺชรานทีตีเร วิหรามีติ ทสฺเสติ. อชปาลนิโคฺรเธติ อชปาลกา ตสฺส นิโคฺรธสฺส ฉายาย นิสีทนฺติปิ ติฏฺฐนฺติปิ, ตสฺมา โส อชปาลนิโคฺรโธเตฺวว สงฺขํ คโต, ตสฺส เหฏฺฐาติ อตฺโถ. ปฐมาภิสมฺพุทฺโธติ สมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปฐมเมว. อุทปาทีติ อยํ วิตกฺโก ปญฺจเม สตฺตาเห อุทปาทิ. กสฺมา อุทปาทีติ? สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณตฺตา เจว ปุพฺพาเสวนตาย จ. ตตฺถ ปุพฺพาเสวนาย ปกาสนตฺถํ ติตฺติรชาตกํ อาหริตพฺพํ. หตฺถิวานรติตฺติรา กิร เอกสฺมึ ปเทเส วิหรนฺตา ‘‘โย อมฺหากํ มหลฺลโก, ตสฺมึ สคารวา วิหริสฺสามา’’ติ นิโคฺรธํ ทสฺเสตฺวา ‘‘โก นุ โข อมฺหากํ มหลฺลโก’’ติ วีมํสนฺตา ติตฺติรสฺส มหลฺลกภาวํ ญตฺวา ตสฺส เชฏฺฐาปจายนกมฺมํ กตฺวา อญฺญมญฺญํ สมคฺคา สมฺโมทมานา วิหริตฺวา สคฺคปรายณา อเหสุํ. ตํ การณํ ญตฺวา รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา อิมํ คาถมาห –

‘‘เย วุฑฺฒมปจายนฺติ, นรา ธมฺมสฺส โกวิทา;

ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปาสํสา, สมฺปราเย จ สุคฺคตี’’ติ. (ชา. ๑.๑.๓๗);

เอวํ อเหตุกติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺโตปิ ตถาคโต สคารววาสํ โรเจสิ, อิทานิ กสฺมา น โรเจสฺสตีติ. อคารโวติ อญฺญสฺมึ คารวรหิโต, กญฺจิ ครุฏฺฐาเน อฏฺฐเปตฺวาติ อตฺโถ. อปฺปติสฺโสติ ปติสฺสยรหิโต, กญฺจิ เชฏฺฐกฏฺฐาเน อฏฺฐเปตฺวาติ อตฺโถ. สมณํ วา พฺราหฺมณํ วาติ เอตฺถ สมิตปาปพาหิตปาปาเยว สมณพฺราหฺมณา อธิปฺเปตา. สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวาติ สกฺการญฺเจว กตฺวา ครุการญฺจ อุปฏฺฐเปตฺวา.

สเทวเก โลเกติอาทีสุ สทฺธึ เทเวหิ สเทวเก. เทวคฺคหเณน เจตฺถ มารพฺรเหฺมสุ คหิเตสุปิ มาโร นาม วสวตฺตี สพฺเพสํ อุปริ วสํ วตฺเตติ, พฺรหฺมา นาม มหานุภาโว, เอกงฺคุลิยา เอกสฺมึ จกฺกวาฬสหสฺเส อาโลกํ ผรติ, ทฺวีหิ ทฺวีสุ, ทสหิ องฺคุลีหิ ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ อาโลกํ ผรติ. โส อิมินา สีลสมฺปนฺนตโรติ วตฺตุํ มา ลภนฺตูติ สมารเก สพฺรหฺมเกติ วิสุํ วุตฺตํ. ตถา สมณา นาม เอกนิกายาทิวเสน พหุสฺสุตา สีลวนฺโต ปณฺฑิตา, พฺราหฺมณาปิ วตฺถุวิชฺชาทิวเสน พหุสฺสุตา ปณฺฑิตา. เต อิมินา สมฺปนฺนตราติ วตฺตุํ มา ลภนฺตูติ สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชายาติ วุตฺตํ. สเทวมนุสฺสายาติ อิทํ ปน นิปฺปเทสโต ทสฺสนตฺถํ คหิตเมว คเหตฺวา วุตฺตํ. อปิเจตฺถ ปุริมานิ ตีณิ ปทานิ โลกวเสน วุตฺตานิ, ปจฺฉิมานิ เทฺว ปชาวเสน. สีลสมฺปนฺนตรนฺติ สีเลน สมฺปนฺนตรํ, อธิกตรนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ สีลาทโย จตฺตาโร ธมฺมา โลกิยโลกุตฺตรา กถิตา, วิมุตฺติญาณทสฺสนํ โลกิยเมว. ปจฺจเวกฺขณญาณเมว เหตํ. ปาตุรโหสีติ ‘‘อยํ สตฺถา อวีจิโต ยาว ภวคฺคา สีลาทีหิ อตฺตนา อธิกตรํ อปสฺสนฺโต ‘มยา ปฏิวิทฺธนวโลกุตฺตรธมฺมเมว สกฺกตฺวา อุปนิสฺสาย วิหริสฺสามี’ติ จินฺเตติ, การณํ ภควา จินฺเตติ, อตฺถํ วุฑฺฒึ วิเสสํ จินฺเตติ, คจฺฉามิสฺส อุสฺสาหํ ชเนสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปุรโต ปากโฏ อโหสิ, อภิมุเข อฏฺฐาสีติ อตฺโถ.

วิหํสุ วิหรนฺติ จาติ เอตฺถ โย วเทยฺย – ‘‘วิหรนฺตีติ วจนโต ปจฺจุปฺปนฺเนปิ พหู พุทฺธา’’ติ, โส ‘‘ภควาปิ ภนฺเต เอตรหิ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ อิมินา วจเนน ปฏิพาหิตพฺโพ.

‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ;

สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ, นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล’’ติ. (มหาว. ๑๑; ม. นิ. ๒.๓๔๑) –

อาทีหิ จสฺส สุตฺเตหิ อญฺเญสํ พุทฺธานํ อภาโว ทีเปตพฺโพ. ตสฺมาติ ยสฺมา สพฺเพปิ พุทฺธา สทฺธมฺมครุโน, ตสฺมา. มหตฺตมภิกงฺขตาติ มหนฺตภาวํ ปตฺถยมาเนน. สรํ พุทฺธาน สาสนนฺติ พุทฺธานํ สาสนํ สรนฺเตน.

ยโตติ ยสฺมึ กาเล. มหตฺเตน สมนฺนาคโตติ รตฺตญฺญุมหตฺตํ เวปุลฺลมหตฺตํ พฺรหฺมจริยมหตฺตํ ลาภคฺคมหตฺตนฺติ อิมินา จตุพฺพิเธน มหตฺเตน สมนฺนาคโต. อถ เม สงฺเฆปิ คารโวติ อถ มยฺหํ สงฺเฆปิ คารโว ชาโต. กิสฺมึ ปน กาเล ภควตา สงฺเฆ คารโว กโตติ? มหาปชาปติยา ทุสฺสยุคทานกาเล. ตทา หิ ภควา อตฺตโน อุปนีตํ ทุสฺสยุคํ ‘‘สงฺเฆ, โคตมิ, เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’’ติ วทนฺโต สงฺเฆ คารวํ อกาสิ นาม.

๒. ทุติยอุรุเวลสุตฺตวณฺณนา

๒๒. ทุติเย สมฺพหุลาติ พหุกา. พฺราหฺมณาติ หุหุกฺกชาติเกน พฺราหฺมเณน สทฺธึ อาคตา พฺราหฺมณา. ชิณฺณาติ ชราชิณฺณา. วุฑฺฒาติ วโยวุทฺธา. มหลฺลกาติ ชาติมหลฺลกา. อทฺธคตาติ ตโย วเย อทฺเธ อติกฺกนฺตา. สุตเมตนฺติ อเมฺหหิ สุตํ เอตํ. ตยิทํ โภ, โคตม, ตเถวาติ โภ, โคตม, เอตํ อเมฺหหิ สุตการณํ ตถา เอว. ตยิทํ โภ, โคตม, น สมฺปนฺนเมวาติ ตํ เอตํ อภิวาทนาทิอกรณํ อนนุจฺฉวิกเมว.

อกาลวาทีติอาทีสุ อกาเล วทตีติ อกาลวาที. อสภาวํ วทตีติ อภูตวาที. อนตฺถํ วทติ, โน อตฺถนฺติ อนตฺถวาที. อธมฺมํ วทติ, โน ธมฺมนฺติ อธมฺมวาที. อวินยํ วทติ, โน วินยนฺติ อวินยวาที. อนิธานวตึ วาจํ ภาสิตาติ น หทเย นิเธตพฺพยุตฺตกํ วาจํ ภาสิตา. อกาเลนาติ กเถตุํ อยุตฺตกาเลน. อนปเทสนฺติ อปเทสรหิตํ, สาปเทสํ สการณํ กตฺวา น กเถติ. อปริยนฺตวตินฺติ ปริยนฺตรหิตํ, น ปริจฺเฉทํ ทสฺเสตฺวา กเถติ. อนตฺถสํหิตนฺติ น โลกิยโลกุตฺตรอตฺถนิสฺสิตํ กตฺวา กเถติ. พาโล เถโรเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตีติ อนฺธพาโล เถโรติ สงฺขํ คจฺฉติ.

กาลวาทีติอาทีนิ วุตฺตปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺพานิ. ปณฺฑิโต เถโรเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตีติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตตฺตา ปณฺฑิโต, ถิรภาวปฺปตฺติยา เถโรติ สงฺขํ คจฺฉติ.

พหุสฺสุโต โหตีติ พหุํ อสฺส สุตํ โหติ, นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ ปาฬิอนุสนฺธิปุพฺพาปรวเสน อุคฺคหิตํ โหตีติ อตฺโถ. สุตธโรติ สุตสฺส อาธารภูโต. ยสฺส หิ อิโต คหิตํ อิโต ปลายติ, ฉิทฺทฆเฏ อุทกํ วิย น ติฏฺฐติ, ปริสมชฺเฌ เอกสุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถตุํ วา วาเจตุํ วา น สกฺโกติ, อยํ น สุตธโร นาม. ยสฺส ปน อุคฺคหิตํ พุทฺธวจนํ อุคฺคหิตกาลสทิสเมว โหติ, ทสปิ วีสติปิ วสฺสานิ สชฺฌายํ อกโรนฺตสฺส เนว นสฺสติ, อยํ สุตธโร นาม. สุตสนฺนิจโยติ สุตสฺส สนฺนิจยภูโต. ยสฺส หิ สุตํ หทยมญฺชูสาย สนฺนิจิตํ สิลาย เลขา วิย สุวณฺณปตฺเต ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย จ ติฏฺฐติ, อยํ สุตสนฺนิจโย นาม. ธาตาติ ธาตา ปคุณา. เอกจฺจสฺส หิ อุคฺคหิตพุทฺธวจนํ ธาตํ ปคุณํ นิจฺจลิกํ น โหติ, ‘‘อสุกํ สุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถหี’’ติ วุตฺเต ‘‘สชฺฌายิตฺวา สํสนฺทิตฺวา สมนุคฺคาหิตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ วทติ. เอกจฺจสฺส ธาตํ ปคุณํ ภวงฺคโสตสทิสํ โหติ, ‘‘อสุกํ สุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถหี’’ติ วุตฺเต อุทฺธริตฺวา ตเมว กเถติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ธาตา’’ติ. วจสา ปริจิตาติ สุตฺตทสก-วคฺคทสกปณฺณาสทสกวเสน วาจาย สชฺฌายิตา. มนสานุเปกฺขิตาติ จิตฺเตน อนุเปกฺขิตา. ยสฺส วาจาย สชฺฌายิตํ พุทฺธวจนํ มนสา จินฺเตนฺตสฺส ตตฺถ ตตฺถ ปากฏํ โหติ, มหาทีปํ ชาเลตฺวา ฐิตสฺส รูปคตํ วิย ปญฺญายติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธาติ อตฺถโต จ การณโต จ ปญฺญาย สุปฺปฏิวิทฺธา.

อาภิเจตสิกานนฺติ อภิเจโตติ อภิกฺกนฺตํ วิสุทฺธํ จิตฺตํ วุจฺจติ, อธิจิตฺตํ วา, อภิเจตสิ ชาตานิ อาภิเจตสิกานิ, อภิเจโตสนฺนิสฺสิตานีติ วา อาภิเจตสิกานิ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานนฺติ ทิฏฺฐธมฺเม สุขวิหารานํ. ทิฏฺฐธมฺโมติ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโว วุจฺจติ, ตตฺถ สุขวิหารภูตานนฺติ อตฺโถ. รูปาวจรชฺฌานานเมตํ อธิวจนํ. ตานิ หิ อปฺเปตฺวา นิสินฺนา ฌายิโน อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อสํกิลิฏฺฐเนกฺขมฺมสุขํ วินฺทนฺติ, ตสฺมา ‘‘ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานี’’ติ วุจฺจติ. นิกามลาภีติ นิกาเมน ลาภี, อตฺตโน อิจฺฉาวเสน ลาภี, อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. อกิจฺฉลาภีติ สุเขเนว ปจฺจนีกธมฺเม วิกฺขมฺเภตฺวา สมาปชฺชิตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. อกสิรลาภีติ อกสิรานํ ลาภี วิปุลานํ, ยถาปริจฺเฉเทน วุฏฺฐาตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. เอกจฺโจ หิ ลาภีเยว โหติ, น ปน อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สกฺโกติ สมาปชฺชิตุํ. เอกจฺโจ สกฺโกติ ตถาสมาปชฺชิตุํ, ปาริปนฺถิเก จ ปน กิจฺเฉน วิกฺขมฺเภติ. เอกจฺโจ ตถา จ สมาปชฺชติ, ปาริปนฺถิเก จ อกิจฺเฉเนว วิกฺขมฺเภติ, น สกฺโกติ นาฬิกยนฺตํ วิย ยถาปริจฺเฉเทเยว วุฏฺฐาตุํ. ยสฺส ปน อยํ ติวิธาปิ สมฺปทา อตฺถิ, โส ‘‘อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ วุจฺจติ. อาสวานํ ขยาติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. เอวมิธ สีลมฺปิ พาหุสจฺจมฺปิ ขีณาสวสฺเสว สีลํ พาหุสจฺจญฺจ, ฌานานิปิ ขีณาสวสฺเสว วฬญฺชนกชฺฌานานิ กถิตานิ. ‘‘อาสวานํ ขยา’’ติอาทีหิ ปน อรหตฺตํ กถิตํ. ผเลน เจตฺถ มคฺคกิจฺจํ ปกาสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

อุทฺธเตนาติ อุทฺธจฺจสหคเตน. สมฺผนฺติ ปลาปกถํ. อสมาหิตสงฺกปฺโปติ อฏฺฐปิตสงฺกปฺโป. มโคติ มคสทิโส. อาราติ ทูเร. ถาวเรยฺยมฺหาติ ถาวรภาวโต. ปาปทิฏฺฐีติ ลามกทิฏฺฐิ. อนาทโรติ อาทรรหิโต. สุตวาติ สุเตน อุปคโต. ปฏิภานวาติ ทุวิเธน ปฏิภาเนน สมนฺนาคโต. ปญฺญายตฺถํ วิปสฺสตีติ สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย จตุนฺนํ สจฺจานํ อตฺถํ วินิวิชฺฌิตฺวา ปสฺสติ. ปารคู สพฺพธมฺมานนฺติ สพฺเพสํ ขนฺธาทิธมฺมานํ ปารํ คโต, อภิญฺญาปารคู, ปริญฺญาปารคู, ปหานปารคู, ภาวนาปารคู, สจฺฉิกิริยาปารคู, สมาปตฺติปารคูติ เอวํ ฉพฺพิเธน ปารคมเนน สพฺพธมฺมานํ ปารํ ปริโยสานํ คโต. อขิโลติ ราคขิลาทิวิรหิโต. ปฏิภานวาติ ทุวิเธเนว ปฏิภาเนน สมนฺนาคโต. พฺรหฺมจริยสฺส เกวลีติ สกลพฺรหฺมจริโย. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

๓. โลกสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ตติเย โลโกติ ทุกฺขสจฺจํ. อภิสมฺพุทฺโธติ ญาโต ปจฺจกฺโข กโต. โลกสฺมาติ ทุกฺขสจฺจโต. ปหีโนติ มหาโพธิมณฺเฑ อรหตฺตมคฺคญาเณน ปหีโน. ตถาคตสฺส ภาวิตาติ ตถาคเตน ภาวิตา.

เอวํ เอตฺตเกน ฐาเนน จตูหิ สจฺเจหิ อตฺตโน พุทฺธภาวํ กเถตฺวา อิทานิ ตถาคตภาวํ กเถตุํ ยํ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ทิฏฺฐนฺติ รูปายตนํ. สุตนฺติ สทฺทายตนํ. มุตนฺติ ปตฺวา คเหตพฺพโต คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ. วิญฺญาตนฺติ สุขทุกฺขาทิ ธมฺมารมฺมณํ. ปตฺตนฺติ ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา ปตฺตํ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺตํ วา อปฺปตฺตํ วา ปริเยสิตํ. อนุวิจริตํ มนสาติ จิตฺเตน อนุสญฺจริตํ.

ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธนฺติ อิมินา เอตํ ทสฺเสติ – ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส นีลํ ปีตกนฺติอาทิ รูปารมฺมณํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม รูปารมฺมณํ ทิสฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ สพฺพํ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ. ตถา ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส เภริสทฺโท มุทิงฺคสทฺโทติอาทิ สทฺทารมฺมณํ โสตทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, มูลคนฺโธ ตจคนฺโธติอาทิ คนฺธารมฺมณํ ฆานทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, มูลรโส ขนฺธรโสติอาทิ รสารมฺมณํ ชิวฺหาทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, กกฺขฬํ มุทุกนฺติอาทิ ปถวีธาตุเตโชธาตุวาโยธาตุเภทํ โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ กายทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ ผุสิตฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ สพฺพํ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ. ตถา ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส สุขทุกฺขาทิเภทํ ธมฺมารมฺมณํ มโนทฺวารสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม ธมฺมารมฺมณํ วิชานิตฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโต’’ติ สพฺพํ ตถาคตสฺส เอวํ อภิสมฺพุทฺธํ. ยญฺหิ, ภิกฺขเว, อิเมสํ สพฺพสตฺตานํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ, ตตฺถ ตถาคเตน อทิฏฺฐํ วา อสุตํ วา อมุตํ วา อวิญฺญาตํ วา นตฺถิ, อิมสฺส ปน มหาชนสฺส ปริเยสิตฺวา อปฺปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา อปฺปตฺตมฺปิ อตฺถิ, ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, สพฺพมฺปิ ตถาคตสฺส อปฺปตฺตํ นาม นตฺถิ ญาเณน อสจฺฉิกตํ.

ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจตีติ ยํ ยถา โลเกน คตํ, ตสฺส ตเถว คตตฺตา ตถาคโตติ วุจฺจติ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อภิสมฺพุทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ คตสทฺเทน เอกตฺถํ. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ ตถาคโตติ นิคมสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตสฺส ยุตฺติ เอกปุคฺคลวณฺณนายํ ตถาคตสทฺทวิตฺถาเร วุตฺตาเยว. อปิเจตฺถ อญฺญทตฺถูติ เอกํสตฺเถ นิปาโต. ทกฺขตีติ ทโส. วสํ วตฺเตตีติ วสวตฺตี.

สพฺพํ โลกํ อภิญฺญาติ เตธาตุกํ โลกสนฺนิวาสํ ชานิตฺวา. สพฺพํ โลเก ยถาตถนฺติ ตสฺมึ เตธาตุกโลกสนฺนิวาเส ยํกิญฺจิ เนยฺยํ, สพฺพํ ตํ ยถาตถํ อวิปรีตํ ชานิตฺวา. วิสํยุตฺโตติ จตุนฺนํ โยคานํ ปหาเนน วิสํยุตฺโต. อนูปโยติ ตณฺหาทิฏฺฐิอุปเยหิ วิรหิโต. สพฺพาภิภูติ รูปาทีนิ สพฺพารมฺมณานิ อภิภวิตฺวา ฐิโต. ธีโรติ ธิติสมฺปนฺโน. สพฺพคนฺถปฺปโมจโนติ สพฺเพ จตฺตาโรปิ คนฺเถ โมเจตฺวา ฐิโต. ผุฏฺฐสฺสาติ ผุฏฺฐา อสฺส. อิทญฺจ กรณตฺเถ สามิวจนํ. ปรมา สนฺตีติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ เตน ญาณผุสเนน ผุฏฺฐํ. เตเนวาห – นิพฺพานํ อกุโตภยนฺติ. อถ วา ปรมาสนฺตีติ อุตฺตมา สนฺติ. กตรา สาติ? นิพฺพานํ. ยสฺมา ปน นิพฺพาเน กุโตจิ ภยํ นตฺถิ, ตสฺมา ตํ อกุโตภยนฺติ วุจฺจติ. วิมุตฺโต อุปธิสงฺขเยติ อุปธิสงฺขยสงฺขาเต นิพฺพาเน ตทารมฺมณาย ผลวิมุตฺติยา วิมุตฺโต. สีโห อนุตฺตโรติ ปริสฺสยานํ สหนฏฺเฐน กิเลสานญฺจ หึสนฏฺเฐน ตถาคโต อนุตฺตโร สีโห นาม. พฺรหฺมนฺติ เสฏฺฐํ. อิตีติ เอวํ ตถาคตสฺส คุเณ ชานิตฺวา. สงฺคมฺมาติ สมาคนฺตฺวา. ตํ นมสฺสนฺตีติ ตํ ตถาคตํ เต สรณํ คตา นมสฺสนฺติ. อิทานิ ยํ วทนฺตา เต นมสฺสนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ทนฺโตติอาทิ วุตฺตํ. ตํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

๔. กาฬการามสุตฺตวณฺณนา

๒๔. จตุตฺถํ อตฺถุปฺปตฺติยํ นิกฺขิตฺตํ. กตราย อตฺถุปฺปตฺติยนฺติ? ทสพลคุณกถาย. อนาถปิณฺฑิกสฺส กิร ธีตา จูฬสุภทฺทา ‘‘สาเกตนคเร กาฬกเสฏฺฐิปุตฺตสฺส เคหํ คจฺฉิสฺสามี’’ติ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อหํ มิจฺฉาทิฏฺฐิกกุลํ คจฺฉามิ. สเจ ตตฺถ สกฺการํ ลภิสฺสามิ, เอกสฺมึ ปุริเส เปสิยมาเน ปปญฺโจ ภวิสฺสติ, มํ อาวชฺเชยฺยาถ ภควา’’ติ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อคมาสิ. เสฏฺฐิ ‘‘สุณิสา เม อาคตา’’ติ มงฺคลํ กโรนฺโตว พหุํ ขาทนียโภชนียํ ปฏิยาเทตฺวา ปญฺจ อเจลกสตานิ นิมนฺเตสิ. โส เตสุ นิสินฺเนสุ ‘‘ธีตา เม อาคนฺตฺวา อรหนฺเต วนฺทตู’’ติ จูฬสุภทฺทาย เปเสสิ. อาคตผลา อริยสาวิกา อรหนฺเตติ วุตฺตมตฺเตเยว ‘‘ลาภา วต เม’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา คตา เต นิสฺสิริกทสฺสเน อเจลเก ทิสฺวาว ‘‘สมณา นาม น เอวรูปา โหนฺติ, ตาต, เยสํ เนว อชฺฌตฺตํ หิรี, น พหิทฺธา โอตฺตปฺปํ อตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘น อิเม สมณา, ธีธี’’ติ เขฬํ ปาเตตฺวา นิวตฺติตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คตา.

ตโต อเจลกา ‘‘มหาเสฏฺฐิ กุโต เต เอวรูปา กาลกณฺณี ลทฺธา, กึ สกลชมฺพุทีเป อญฺญา ทาริกา นตฺถี’’ติ เสฏฺฐึ ปริภาสึสุ. โส ‘‘อาจริยา ชานิตฺวา วา กตํ โหตุ อชานิตฺวา วา, อหเมตฺถ ชานิสฺสามี’’ติ อเจลเก อุยฺโยเชตฺวา สุภทฺทาย สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อมฺม, กสฺมา เอวรูปํ อกาสิ, กสฺมา อรหนฺเต ลชฺชาเปสี’’ติ อาห. ตาต, อรหนฺตา นาม เอวรูปา น โหนฺตีติ. อถ นํ โส อาห –

‘‘กีทิสา สมณา ตุยฺหํ, พาฬฺหํ โข เน ปสํสสิ;

กึสีลา กึสมาจารา, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา’’ติ.

สา อาห –

‘‘สนฺตินฺทฺริยา สนฺตมนา, สนฺตเตชา คุณมคฺคสณฺฐิตา;

โอกฺขิตฺตจกฺขู มิตภาณี, ตาทิสา สมณา มม.

‘‘วสนฺติ วนโมคยฺห, นาโค เฉตฺวาว พนฺธนํ;

เอกกิยา อทุติยา, ตาทิสา สมณา มมา’’ติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา เสฏฺฐิสฺส ปุเร ฐตฺวา ติณฺณํ รตนานํ คุณํ กเถสิ. เสฏฺฐิ ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ‘‘ยทิ เอวํ, ตว สมเณ อาเนตฺวา มงฺคลํ กโรมา’’ติ. สา ปุจฺฉิ ‘‘กทา กริสฺสถ, ตาตา’’ติ. เสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘กติปาหจฺจเยนาติ วุตฺเต เปเสตฺวา ปกฺโกสาเปยฺยา’’ติ. อถ นํ ‘‘เสฺว อมฺมา’’ติ อาห. สา สายนฺหสมเย อุปริปาสาทํ อารุยฺห มหนฺตํ ปุปฺผสมุคฺคํ คเหตฺวา สตฺถุ คุเณ อนุสฺสริตฺวา อฏฺฐ ปุปฺผมุฏฺฐิโย ทสพลสฺส วิสฺสชฺเชตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสมานา อฏฺฐาสิ. เอวญฺจ อวจ – ‘‘ภควา เสฺว ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. ตานิ ปุปฺผานิ คนฺตฺวา ทสพลสฺส มตฺถเก วิตานํ หุตฺวา อฏฺฐํสุ. สตฺถา อาวชฺเชนฺโต ตํ การณํ อทฺทส. ธมฺมเทสนาปริโยสาเน อนาถปิณฺฑิกมหาเสฏฺฐิ ทสพลํ วนฺทิตฺวา ‘‘เสฺว, ภนฺเต, ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ มม เคเห ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อาห. จูฬสุภทฺทาย นิมนฺติตมฺห เสฏฺฐีติ. น, ภนฺเต, กญฺจิ อาคตํ ปสฺสามาติ. อาม, เสฏฺฐิ, สทฺธา ปน อุปาสิกา ทูเร โยชนสตมตฺถเกปิ โยชนสหสฺสมตฺถเกปิ ฐิตา หิมวนฺโต วิย ปญฺญายตีติ วตฺวา –

‘‘ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ, หิมวนฺโตว ปพฺพโต;

อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ, รตฺตึ ขิตฺตา ยถา สรา’’ติ. (ธ. ป. ๓๐๔) –

อิมํ คาถมาห. อนาถปิณฺฑิโก ‘‘ภนฺเต, มม, ธีตุ สงฺคหํ กโรถา’’ติ วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ.

สตฺถา อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘อหํ, อานนฺท, สาเกตํ คมิสฺสามิ, ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ สลากํ เทหิ. ททนฺโต จ ฉฬภิญฺญานํเยว ทเทยฺยาสี’’ติ. เถโร ตถา อกาสิ. จูฬสุภทฺทา รตฺติภาคสมนนฺตเร จินฺเตสิ – ‘‘พุทฺธา นาม พหุกิจฺจา พหุกรณียา, มํ สลฺลกฺเขยฺย วา น วา, กึ นุ โข กริสฺสามี’’ติ. ตสฺมึ ขเณ เวสฺสวโณ มหาราชา จูฬสุภทฺทาย กเถสิ – ‘‘ภทฺเท, มา โข ตฺวํ วิมนา อโหสิ, มา ทุมฺมนา. อธิวุตฺถํ เต ภควตา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ. สา ตุฏฺฐปหฏฺฐา ทานเมว สํวิทหิ. สกฺโกปิ โข เทวราชา วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตาต, ทสพโล จูฬสุภทฺทาย สนฺติกํ สาเกตนครํ คจฺฉิสฺสติ, ปญฺจ กูฏาคารสตานิ มาเปหี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. สตฺถา ปญฺจหิ ฉฬภิญฺญสเตหิ ปริวุโต กูฏาคารยาเนน มณิวณฺณํ อากาสํ วิลิขนฺโต วิย สาเกตนครํ อคมาสิ.

สุภทฺทา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ สสุรปกฺโข มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, สาธุ เตสํ อนุจฺฉวิกธมฺมํ กเถถา’’ติ. สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. กาฬกเสฏฺฐิ โสตาปนฺโน หุตฺวา อตฺตโน อุยฺยานํ ทสพลสฺส อทาสิ. อเจลกา ‘‘อมฺหากํ ปฐมํ ทินฺน’’นฺติ นิกฺขมิตุํ น อิจฺฉนฺติ. ‘‘คจฺฉถ นีหริตพฺพนิยาเมน เต นีหรถา’’ติ สพฺเพ นีหราเปตฺวา ตตฺเถว สตฺถุ วิหารํ กาเรตฺวา พฺรหฺมเทยฺยํ กตฺวา อุทกํ ปาเตสิ. โส กาฬเกน การิตตาย กาฬการาโม นาม ชาโต. ภควา ตสฺมึ สมเย ตตฺถ วิหรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สาเกเต วิหรติ กาฬการาเม’’ติ.

ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ปญฺจสเต ภิกฺขู อามนฺเตสิ. เต กิร สาเกตนครวาสิโน กุลปุตฺตา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา อุปฏฺฐานสาลาย นิสินฺนา ‘‘อโห พุทฺธคุณา นาม มหนฺตา, เอวรูปํ นาม มิจฺฉาทิฏฺฐิกํ กาฬกเสฏฺฐึ ทิฏฺฐิโต โมเจตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปาเปตฺวา สกลนครํ สตฺถารา เทวโลกสทิสํ กต’’นฺติ ทสพลสฺส คุณํ กเถนฺติ. สตฺถา เตสํ คุณํ กเถนฺตานํ จิตฺตํ อุปปริกฺขิตฺวา – ‘‘มยิ คเต มหตี เทสนา สมุฏฺฐิสฺสติ, เทสนาปริโยสาเน จ อิเม ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหิสฺสนฺติ, มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา กมฺปิสฺสตี’’ติ ธมฺมสภํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน เต ภิกฺขู อาทึ กตฺวา ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺสาติ อิมํ เทสนํ อารภิ. เอวมิทํ สุตฺตํ คุณกถาย นิกฺขิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ ‘‘ตมหํ ชานามี’’ติ ปทปริโยสาเน มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา อกมฺปิตฺถ. อพฺภญฺญาสินฺติ อภิอญฺญาสึ, ชานินฺติ อตฺโถ. วิทิตนฺติ ปากฏํ กตฺวา ญาตํ. อิมินา เอตํ ทสฺเสติ – อญฺเญ ชานนฺติเยว, มยา ปน ปากฏํ กตฺวา วิทิตนฺติ. อิเมหิ ตีหิ ปเทหิ สพฺพญฺญุตภูมิ นาม กถิตา. ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสีติ ตํ ฉทฺวาริกํ อารมฺมณํ ตถาคโต ตณฺหาย วา ทิฏฺฐิยา วา น อุปฏฺฐาสิ น อุปคญฺฉิ. อยญฺหิ ปสฺสติ ภควา จกฺขุนา รูปํ, ฉนฺทราโค ภควโต นตฺถิ, สุวิมุตฺตจิตฺโต โส ภควา. สุณาติ ภควา โสเตน สทฺทํ. ฆายติ ภควา ฆาเนน คนฺธํ. สายติ ภควา ชิวฺหาย รสํ. ผุสติ ภควา กาเยน โผฏฺฐพฺพํ. วิชานาติ ภควา มนสา ธมฺมํ, ฉนฺทราโค ภควโต นตฺถิ, สุวิมุตฺตจิตฺโต โส ภควา. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสี’’ติ. อิมินา ปเทน ขีณาสวภูมิ กถิตาติ เวทิตพฺพา.

ตํ มมสฺส มุสาติ ตํ เม วจนํ มุสาวาโท นาม ภเวยฺย. ตํ ปสฺส ตาทิสเมวาติ ตมฺปิ มุสาวาโท ภเวยฺย. ตํ มมสฺส กลีติ ตํ วจนํ มยฺหํ โทโส ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา สจฺจภูมิ นาม กถิตาติ เวทิตพฺพา.

ทฏฺฐา ทฏฺฐพฺพนฺติ ทิสฺวา ทฏฺฐพฺพํ. ทิฏฺฐํ น มญฺญตีติ ตํ ทิฏฺฐํ รูปายตนํ ‘‘อหํ มหาชเนน ทิฏฺฐเมว ปสฺสามี’’ติ ตณฺหามานทิฏฺฐีหิ น มญฺญติ. อทิฏฺฐํ น มญฺญตีติ ‘‘อหํ มหาชเนน อทิฏฺฐเมว เอตํ ปสฺสามี’’ติ เอวมฺปิ ตณฺหาทีหิ มญฺญนาหิ น มญฺญติ. ทฏฺฐพฺพํ น มญฺญตีติ ‘‘มหาชเนน ทิฏฺฐํ ปสฺสามี’’ติ เอวมฺปิ ตาหิ มญฺญนาหิ น มญฺญติ. ทฏฺฐพฺพญฺหิ อทิฏฺฐมฺปิ โหติเยว. เอวรูปานิ หิ วจนานิ ตีสุปิ กาเลสุ ลพฺภนฺติ, เตนสฺส อตฺโถ วุตฺโต. ทฏฺฐารํ น มญฺญตีติ ปสฺสิตารํ เอกสตฺตํ นาม ตาหิ มญฺญนาหิ น มญฺญตีติ อตฺโถ. เสสฏฺฐาเนสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมินา เอตฺตเกน ฐาเนน สุญฺญตาภูมิ นาม กถิตา.

อิติ โข, ภิกฺขเวติ เอวํ โข, ภิกฺขเว. ตาทีเยว ตาทีติ ตาทิตา นาม เอกสทิสตา. ตถาคโต จ ยาทิโส ลาภาทีสุ, ตาทิโสว อลาภาทีสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ลาเภปิ ตาที, อลาเภปิ ตาที. ยเสปิ ตาที, อยเสปิ ตาที. นินฺทายปิ ตาที, ปสํสายปิ ตาที. สุเขปิ ตาที, ทุกฺเขปิ ตาที’’ติ (มหานิ. ๓๘, ๑๙๒). อิมาย ตาทิตาย ตาที. ตมฺหา จ ปน ตาทิมฺหาติ ตโต ตถาคตตาทิโต อญฺโญ อุตฺตริตโร วา ปณีตตโร วา ตาที นตฺถีติ เอตฺตาวตา ตาทิภูมิ นาม กถิตา. อิมาหิ ปญฺจภูมีหิ เทสนํ นิฏฺฐาเปนฺตสฺส ปญฺจสุปิ ฐาเนสุ มหาปถวี สกฺขิภาเวน อกมฺปิตฺถ. เทสนาปริโยสาเน เต ปญฺจสเต อธุนาปพฺพชิเต กุลปุตฺเต อาทึ กตฺวา ตํ ฐานํ ปตฺตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุราสีติ ปาณสหสฺสานิ อมตปานํ ปิวึสุ.

ภควาปิ สุตฺตํ นิฏฺฐาเปตฺวา คาถาหิ กูฏํ คณฺหนฺโต ยํกิญฺจีติอาทิมาห. ตตฺถ อชฺโฌสิตํ สจฺจมุตํ ปเรสนฺติ ปเรสํ สทฺธาย ปรปตฺติยายนาย สจฺจมุตนฺติ มญฺญิตฺวา อชฺโฌสิตํ คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา คหิตํ. สยสํวุเตสูติ สยเมว สํวริตฺวา ปิยายิตฺวา คหิตคหเณสุ, ทิฏฺฐิคติเกสูติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิคติกา หิ สยํ สํวุตาติ วุจฺจนฺติ. สจฺจํ มุสา วาปิ ปรํ ทเหยฺยาติ เตสุ สยํ สํวุตสงฺขาเตสุ ทิฏฺฐิคติเกสุ ตถาคโต ตาที เตสํ เอกมฺปิ วจนํ ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ เอวํ สจฺจํ มุสา วาปิ ปรํ อุตฺตมํ กตฺวา น โอทเหยฺย, น สทฺทเหยฺย, น ปตฺติยาเยยฺย. เอตญฺจ สลฺลนฺติ เอตํ ทิฏฺฐิสลฺลํ. ปฏิกจฺจ ทิสฺวาติ ปุเรตรํ โพธิมูเลเยว ทิสฺวา. วิสตฺตาติ ลคฺคา ลคิตา ปลิพุทฺธา. ชานามิ ปสฺสามิ ตเถว เอตนฺติ ยถายํ ปชา อชฺโฌสิตา คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา วิสตฺตา ลคฺคา ลคิตา, เอวํ อหมฺปิ ชานามิ ปสฺสามิ. ตถา เอวํ ยถา เอตาย ปชาย คหิตนฺติ เอวํ อชฺโฌสิตํ นตฺถิ ตถาคตานนฺติ อตฺโถ.

๕. พฺรหฺมจริยสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ปญฺจเม ชนกุหนตฺถนฺติ ตีหิ กุหนวตฺถูหิ ชนสฺส กุหนตฺถาย. น ชนลปนตฺถนฺติ น ชนสฺส อุปลาปนตฺถํ. น ลาภสกฺการสิโลกานิสํสตฺถนฺติ น จีวราทิถุติวจนตฺถํ. น อิติวาทปฺปโมกฺขานิสํสตฺถนฺติ น เตน เตน การเณน กตวาทานิสํสตฺถํ, น วาทสฺส ปโมกฺขานิสํสตฺถํ. น อิติ มํ ชโน ชานาตูติ น ‘‘เอวํ กิร เอส ภิกฺขุ, เอวํ กิร เอส ภิกฺขู’’ติ ชนสฺส ชานนตฺถาย. สํวรตฺถนฺติ ปญฺจหิ สํวเรหิ สํวรณตฺถาย. ปหานตฺถนฺติ ตีหิ ปหาเนหิ ปชหนตฺถาย. วิราคตฺถนฺติ ราคาทีนํ วิรชฺชนตฺถาย. นิโรธตฺถนฺติ เตสํเยว นิรุชฺฌนตฺถาย. อนีติหนฺติ อิติหปริวชฺชิตํ, อปรปตฺติยนฺติ อตฺโถ. นิพฺพาโนคธคามินนฺติ นิพฺพานสฺส อนฺโตคามินํ. มคฺคพฺรหฺมจริยญฺหิ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กริตฺวา นิพฺพานสฺส อนฺโตเยว วตฺตติ ปวตฺตติ. ปฏิปชฺชนฺตีติ ทุวิธมฺปิ ปฏิปชฺชนฺติ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กเถตฺวา คาถาสุ วิวฏฺฏเมว กถิตํ.

๖. กุหสุตฺตวณฺณนา

๒๖. ฉฏฺเฐ กุหาติ กุหกา. ถทฺธาติ โกเธน จ มาเนน จ ถทฺธา. ลปาติ อุปลาปกา. สิงฺคีติ ‘‘ตตฺถ กตมํ สิงฺคํ, ยํ สิงฺคํ สิงฺคารตา จาตุรตา จาตุริยํ ปริกฺขตฺตตา ปาริกฺขตฺติย’’นฺติ (วิภ. ๘๕๒) เอวํ วุตฺเตหิ สิงฺคสทิเสหิ ปากฏกิเลเสหิ สมนฺนาคตา. อุนฺนฬาติ อุคฺคตนฬา ตุจฺฉมานํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิตา. อสมาหิตาติ จิตฺเตกคฺคมตฺตสฺสาปิ อลาภิโน. น เม เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มามกาติ เต มยฺหํ ภิกฺขู มม สนฺตกา น โหนฺติ. ‘‘เต มยฺห’’นฺติ อิทํ ปน สตฺถารํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตตฺตา วุตฺตํ. เต โข เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มามกาติ อิธาปิ เมติ อตฺตานํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตตฺตา วทติ, สมฺมาปฏิปนฺนตฺตา ปน ‘‘มามกา’’ติ อาห. วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺตีติ สีลาทีหิ คุเณหิ วฑฺฒนโต วุทฺธึ, นิจฺจลภาเวน วิรูฬฺหึ, สพฺพตฺถ ปตฺถฏตาย เวปุลฺลํ ปาปุณนฺติ. เต ปเนเต ยาว อรหตฺตมคฺคา วิรุหนฺติ, อรหตฺตผลํ ปตฺเต วิรูฬฺหา นาม โหนฺติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเตปิ คาถาสุปิ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตํ.

๗. สนฺตุฏฺฐิสุตฺตวณฺณนา

๒๗. สตฺตเม อปฺปานีติ ปริตฺตานิ. สุลภานีติ สุเขน ลทฺธพฺพานิ, ยตฺถ กตฺถจิ สกฺกา โหนฺติ ลภิตุํ. อนวชฺชานีติ นิทฺโทสานิ. ปิณฺฑิยาโลปโภชนนฺติ ชงฺฆาปิณฺฑิยพเลน จริตฺวา อาโลปมตฺตํ ลทฺธํ โภชนํ. ปูติมุตฺตนฺติ ยํกิญฺจิ มุตฺตํ. ยถา หิ สุวณฺณวณฺโณปิ กาโย ปูติกาโยติ วุจฺจติ, เอวํ อภินวมฺปิ มุตฺตํ ปูติมุตฺตเมว.

วิฆาโตติ วิคตฆาโต, จิตฺตสฺส ทุกฺขํ น โหตีติ อตฺโถ. ทิสา นปฺปฏิหญฺญตีติ ยสฺส หิ ‘‘อสุกฏฺฐานํ นาม คโต จีวราทีนิ ลภิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ทิสา ปฏิหญฺญติ นาม. ยสฺส เอวํ น อุปฺปชฺชติ, ตสฺส นปฺปฏิหญฺญติ นาม. ธมฺมาติ ปฏิปตฺติธมฺมา. สามญฺญสฺสานุโลมิกาติ สมณธมฺมสฺส อนุโลมา. อธิคฺคหิตาติ สพฺเพเต ตุฏฺฐจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน อธิคฺคหิตา โหนฺติ อนฺโตคตา น ปริพาหิราติ.

๘. อริยวํสสุตฺตวณฺณนา

๒๘. อฏฺฐมสฺส อชฺฌาสยิโก นิกฺเขโป. อิมํ กิร มหาอริยวํสสุตฺตนฺตํ ภควา เชตวนมหาวิหาเร ธมฺมสภายํ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน อตฺตโนปิ ปรปุคฺคลานมฺปิ อชฺฌาสยวเสน ปริวาเรตฺวา นิสินฺนานิ จตฺตาลีส ภิกฺขุสหสฺสานิ, ‘‘ภิกฺขเว’’ติ อามนฺเตตฺวา จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อริยวํสาติ อารภิ. ตตฺถ อริยวํสาติ อริยานํ วํสา. ยถา หิ ขตฺติยวํโส พฺราหฺมณวํโส เวสฺสวํโส สุทฺทวํโส สมณวํโส กุลวํโส ราชวํโส, เอวํ อยมฺปิ อฏฺฐโม อริยวํโส อริยตนฺติ อริยปเวณี นาม โหติ. โส โข ปนายํ อริยวํโส อิเมสํ วํสานํ มูลคนฺธาทีนํ กาฬานุสาริคนฺธาทโย วิย อคฺคมกฺขายติ.

เก ปน เต อริยา, เยสํ เอเต วํสาติ? อริยา วุจฺจนฺติ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ ตถาคตสาวกา จ, เอเตสํ อริยานํ วํสาติ อริยวํสา. อิโต ปุพฺเพ หิ สตสหสฺสกปฺปาธิกานํ จตุนฺนํ อสงฺเขฺยยฺยานํ มตฺถเก ตณฺหงฺกโร, เมธงฺกโร, สรณงฺกโร, ทีปงฺกโรติ จตฺตาโร พุทฺธา อุปฺปนฺนา, เต อริยา, เตสํ อริยานํ วํสาติ อริยวํสา. เตสํ พุทฺธานํ ปรินิพฺพานโต อปรภาเค อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โกณฺฑญฺโญ นาม พุทฺโธ อุปฺปนฺโน…เป… อิมสฺมึ กปฺเป กกุสนฺโธ, โกณาคมโน, กสฺสโป, อมฺหากํ ภควา โคตโมติ จตฺตาโร พุทฺธา อุปฺปนฺนา, เตสํ อริยานํ วํสาติ อริยวํสา. อปิจ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ สพฺพพุทฺธ-ปจฺเจกพุทฺธ-พุทฺธสาวกานํ อริยานํ วํสาติ อริยวํสา.

เต โข ปเนเต อคฺคญฺญา อคฺคาติ ชานิตพฺพา, รตฺตญฺญา ทีฆรตฺตํ ปวตฺตาติ ชานิตพฺพา, วํสญฺญา วํสาติ ชานิตพฺพา. โปราณา น อธุนุปฺปตฺติกา. อสํกิณฺณา อวิกิณฺณา อนปนีตา. อสํกิณฺณปุพฺพา อตีตพุทฺเธหิปิ น สํกิณฺณปุพฺพา, ‘‘กิ อิเมหี’’ติ น อปนีตปุพฺพา. น สํกียนฺตีติ อิทานิปิ น อปนียนฺติ. น สํกียิสฺสนฺตีติ อนาคตพุทฺเธหิปิ น อปนียิสฺสนฺติ. เย โลเก วิญฺญู สมณพฺราหฺมณา, เตหิ อปฺปฏิกุฏฺฐา, สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ อนินฺทิตา อครหิตา.

สนฺตุฏฺโฐ โหตีติ ปจฺจยสนฺโตสวเสน สนฺตุฏฺโฐ โหติ. อิตรีตเรนาติ น ถูลสุขุมลูขปณีตถิรชิณฺณานํ เยน เกนจิ, อถ โข ยถาลทฺธาทีนํ อิตรีตเรน เยน เกนจิ สนฺตุฏฺโฐ โหตีติ อตฺโถ. จีวรสฺมิญฺหิ ตโย สนฺโตสา ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ. ปิณฺฑปาตาทีสุปิ เอเสว นโย. เตสํ วิตฺถารกถา ‘‘สนฺตุฏฺฐสฺส, ภิกฺขเว, อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ อิมสฺมึ สุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. อิติ อิเม ตโย สนฺโตเส สนฺธาย ‘‘สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน จีวเรน, ยถาลทฺธาทีสุ เยน เกนจิ จีวเรน สนฺตุฏฺโฐ โหตี’’ติ วุตฺตํ.

เอตฺถ จ จีวรํ ชานิตพฺพํ, จีวรกฺเขตฺตํ ชานิตพฺพํ, ปํสุกูลํ ชานิตพฺพํ, จีวรสนฺโตโส ชานิตพฺโพ, จีวรปฺปฏิสํยุตฺตานิ ธุตงฺคานิ ชานิตพฺพานิ. ตตฺถ จีวรํ ชานิตพฺพนฺติ โขมาทีนิ ฉ จีวรานิ ทุกูลาทีนิ ฉ อนุโลมจีวรานิ ชานิตพฺพานิ. อิมานิ ทฺวาทส กปฺปิยจีวรานิ. กุสจีรํ, วากจีรํ, ผลกจีรํ, เกสกมฺพลํ, วาฬกมฺพลํ, โปตฺถโก, จมฺมํ, อุลูกปกฺขํ, รุกฺขทุสฺสํ, ลตาทุสฺสํ, เอรกทุสฺสํ, กทลิทุสฺสํ, เวฬุทุสฺสนฺติ เอวมาทีนิ ปน อกปฺปิยจีวรานิ.

จีวรกฺเขตฺตนฺติ ‘‘สงฺฆโต วา คณโต วา ญาติโต วา มิตฺตโต วา อตฺตโน วา ธเนน, ปํสุกูลํ วา’’ติ เอวํ อุปฺปชฺชนโต ฉ เขตฺตานิ, อฏฺฐนฺนญฺจ มาติกานํ วเสน อฏฺฐ เขตฺตานิ ชานิตพฺพานิ.

ปํสุกูลนฺติ โสสานิกํ, ปาปณิกํ, รถิยํ, สงฺการกูฏกํ, โสตฺถิยํ, สินานํ, ติตฺถํ, คตปจฺจาคตํ, อคฺคิทฑฺฒํ, โคขายิตํ, อุปจิกขายิตํ, อุนฺทูรขายิตํ, อนฺตจฺฉินฺนํ, ทสจฺฉินฺนํ, ธชาหฏํ, ถูปํ, สมณจีวรํ, สามุทฺทิยํ, อาภิเสกิยํ, ปนฺถิกํ, วาตาหฏํ, อิทฺธิมยํ, เทวทตฺติยนฺติ เตวีสติ ปํสุกูลานิ เวทิตพฺพานิ. เอตฺถ จ โสตฺถิยนฺติ คพฺภมลหรณํ. คตปจฺจาคตนฺติ มตกสรีรํ ปารุปิตฺวา สุสานํ เนตฺวา อานีตจีวรํ. ธชาหฏนฺติ ธชํ อุสฺสาเปตฺวา ตโต อานีตํ. ถูปนฺติ วมฺมิเก ปูชิตจีวรํ. สามุทฺทิยนฺติ สมุทฺทวีจีหิ ถลํ ปาปิตํ. ปนฺถิกนฺติ ปนฺถํ คจฺฉนฺเตหิ โจรภเยน ปาสาเณหิ โกฏฺเฏตฺวา ปารุตจีวรํ. อิทฺธิมยนฺติ เอหิภิกฺขุจีวรํ. เสสํ ปากฏเมวาติ.

จีวรสนฺโตโสติ วีสติ จีวรสนฺโตสา – จีวเร วิตกฺกสนฺโตโส, คมนสนฺโตโส, ปริเยสนสนฺโตโส, ปฏิลาภสนฺโตโส, มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส, โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส, ยถาลาภสนฺโตโส, ยถาพลสนฺโตโส, ยถาสารุปฺปสนฺโตโส, อุทกสนฺโตโส, โธวนสนฺโตโส, กรณสนฺโตโส, ปริมาณสนฺโตโส, สุตฺตสนฺโตโส, สิพฺพนสนฺโตโส, รชนสนฺโตโส, กปฺปสนฺโตโส, ปริโภคสนฺโตโส, สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส, วิสฺสชฺชนสนฺโตโสติ.

ตตฺถ สาทกภิกฺขุนา เตมาสํ นิพทฺธวาสํ วสิตฺวา เอกมาสมตฺตํ วิตกฺเกตุํ วฏฺฏติ. โส หิ ปวาเรตฺวา จีวรมาเส จีวรํ กโรติ, ปํสุกูลิโก อฑฺฒมาเสเนว กโรติ. อิทํ มาสฑฺฒมาสมตฺตํ วิตกฺกนํ วิตกฺกสนฺโตโส นาม. วิตกฺกสนฺโตเสน ปน สนฺตุฏฺเฐน ภิกฺขุนา ปาจีนขณฺฑราชิวาสิกปํสุกูลิกตฺเถรสทิเสน ภวิตพฺพํ.

เถโร กิร ‘‘เจติยปพฺพตวิหาเร เจติยํ วนฺทิสฺสามี’’ติ อาคโต เจติยํ วนฺทิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ จีวรํ ชิณฺณํ, พหูนํ วสนฏฺฐาเน ลภิสฺสามี’’ติ. โส มหาวิหารํ คนฺตฺวา สงฺฆตฺเถรํ ทิสฺวา วสนฏฺฐานํ ปุจฺฉิตฺวา ตตฺถ วุตฺโถ ปุนทิวเส จีวรํ อาทาย อาคนฺตฺวา เถรํ วนฺทิ. เถโร ‘‘กึ, อาวุโส’’ติ อาห. คามทฺวารํ, ภนฺเต, คมิสฺสามีติ. อหมฺปาวุโส, คมิสฺสามีติ. สาธุ, ภนฺเตติ คจฺฉนฺโต มหาโพธิทฺวารโกฏฺฐเก ฐตฺวา ‘‘ปุญฺญวนฺตานํ วสนฏฺฐาเน มนาปํ ลภิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อปริสุทฺโธ เม วิตกฺโก’’ติ ตโตว ปฏินิวตฺติ. ปุนทิวเส อมฺพงฺคณสมีปโต, ปุนทิวเส มหาเจติยสฺส อุตฺตรทฺวารโต ตตฺเถว ปฏินิวตฺติตฺวา จตุตฺถทิวเส เถรสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. เถโร ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุโน วิตกฺโก น ปริสุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ จีวรํ คเหตฺวา เตน สทฺธึเยว ปญฺหํ ปุจฺฉมาโน คามํ ปาวิสิ. ตญฺจ รตฺตึ เอโก มนุสฺโส อุจฺจารปลิพุทฺโธ สาฏเกเยว วจฺจํ กตฺวา ตํ สงฺการฏฺฐาเน ฉฑฺเฑสิ. ปํสุกูลิกตฺเถโร ตํ นีลมกฺขิกาหิ สมฺปริกิณฺณํ ทิสฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหสิ. มหาเถโร ‘‘กึ, อาวุโส, สงฺการฏฺฐานสฺส อญฺชลึ ปคฺคณฺหาสี’’ติ. นาหํ, ภนฺเต, สงฺการฏฺฐานสฺส อญฺชลึ ปคฺคณฺหามิ, มยฺหํ ปิตุ ทสพลสฺส ปคฺคณฺหามิ, ปุณฺณทาสิยา สรีรํ ปารุปิตฺวา ฉฑฺฑิตํ ปํสุกูลํ ตุมฺพมตฺเต ปาณเก วิธุนิตฺวา สุสานโต คณฺหนฺเตน ทุกฺกรตรํ กตํ, ภนฺเตติ. มหาเถโร ‘‘ปริสุทฺโธ วิตกฺโก ปํสุกูลิกสฺสา’’ติ จินฺเตสิ. ปํสุกูลิกตฺเถโรปิ ตสฺมึเยว ฐาเน ฐิโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ตีณิ ผลานิ ปตฺโต ตํ สาฏกํ คเหตฺวา จีวรํ กตฺวา ปารุปิตฺวา ปาจีนขณฺฑราชึ คนฺตฺวา อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณิ.

จีวรตฺถาย คจฺฉนฺตสฺส ปน ‘‘กตฺถ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสเนว คมนํ คมนสนฺโตโส นาม. ปริเยสนฺตสฺส ปน เยน วา เตน วา สทฺธึ อปริเยสิตฺวา ลชฺชึ เปสลํ ภิกฺขุํ คเหตฺวา ปริเยสนํ ปริเยสนสนฺโตโส นาม. เอวํ ปริเยสนฺตสฺส อาหริยมานํ จีวรํ ทูรโต ทิสฺวา ‘‘เอตํ มนาปํ ภวิสฺสติ, เอตํ อมนาป’’นฺติ เอวํ อวิตกฺเกตฺวา ถูลสุขุมาทีสุ ยถาลทฺเธเนว สนฺตุสฺสนํ ปฏิลาภสนฺโตโส นาม. เอวํ ลทฺธํ คณฺหนฺตสฺสาปิ ‘‘เอตฺตกํ ทุปฏฺฏสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ เอกปฏฺฏสฺสา’’ติ อตฺตโน ปโหนกมตฺเตเนว สนฺตุสฺสนํ มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม. จีวรํ ปริเยสนฺตสฺส ปน ‘‘อสุกสฺส ฆรทฺวาเร มนาปํ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา ทฺวารปฏิปาฏิยา จรณํ โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส นาม.

ลูขปณีเตสุ เยน เกนจิ ยาเปตุํ สกฺโกนฺตสฺส ยถาลทฺเธเนว ยาปนํ ยถาลาภสนฺโตโส นาม. อตฺตโน ถามํ ชานิตฺวา เยน ยาเปตุํ สกฺโกติ, เตน ยาปนํ ยถาพลสนฺโตโส นาม. มนาปํ อญฺญสฺส ทตฺวา อตฺตนา เยน เกนจิ ยาปนํ ยถาสารุปฺปสนฺโตโส นาม.

‘‘กตฺถ อุทกํ มนาปํ, กตฺถ อมนาป’’นฺติ อวิจาเรตฺวา เยน เกนจิ โธวนูปเคน อุทเกน โธวนํ อุทกสนฺโตโส นาม. ปณฺฑุมตฺติกเครุกปูติปณฺณรสกิลิฏฺฐานิ ปน อุทกานิ วชฺเชตุํ วฏฺฏติ. โธวนฺตสฺส ปน มุคฺคราทีหิ อปหริตฺวา หตฺเถหิ มทฺทิตฺวา โธวนํ โธวนสนฺโตโส นาม. ตถา อสุชฺฌนฺตํ ปณฺณานิ ปกฺขิปิตฺวา ตาปิตอุทเกนาปิ โธวิตุํ วฏฺฏติ. เอวํ โธวิตฺวา กโรนฺตสฺส ‘‘อิทํ ถูลํ, อิทํ สุขุม’’นฺติ อโกเปตฺวา ปโหนกนีหาเรเนว กรณํ กรณสนฺโตโส นาม. ติมณฺฑลปติจฺฉาทนมตฺตสฺเสว กรณํ ปริมาณสนฺโตโส นาม. จีวรกรณตฺถาย ปน มนาปํ สุตฺตํ ปริเยสิสฺสามีติ อวิจาเรตฺวา รถิกาทีสุ วา เทวฏฺฐาเน วา อาหริตฺวา ปาทมูเล วา ฐปิตํ ยํกิญฺจิเทว สุตฺตํ คเหตฺวา กรณํ สุตฺตสนฺโตโส นาม.

กุสิพนฺธนกาเล ปน องฺคุลมตฺเต สตฺต วาเร น วิชฺฌิตพฺพํ. เอวํ กโรนฺตสฺส หิ โย ภิกฺขุ สหาโย น โหติ, ตสฺส วตฺตเภโทปิ นตฺถิ. ติวงฺคุลมตฺเต ปน สตฺต วาเร วิชฺฌิตพฺพํ. เอวํ กโรนฺตสฺส มคฺคปฺปฏิปนฺเนนาปิ สหาเยน ภวิตพฺพํ. โย น โหติ, ตสฺส วตฺตเภโท. อยํ สิพฺพนสนฺโตโส นาม. รชนฺเตน ปน กาฬกจฺฉกาทีนิ ปริเยสนฺเตน น จริตพฺพํ, โสมวกฺกลาทีสุ ยํ ลภติ, เตน รชิตพฺพํ. อลภนฺเตน ปน มนุสฺเสหิ อรญฺเญ วากํ คเหตฺวา ฉฑฺฑิตรชนํ วา ภิกฺขูหิ ปจิตฺวา ฉฑฺฑิตกสฏํ วา คเหตฺวา รชิตพฺพํ. อยํ รชนสนฺโตโส นาม. นีลกทฺทมกาฬสาเมสุ ยํกิญฺจิ คเหตฺวา หตฺถิปิฏฺเฐ นิสินฺนสฺส ปญฺญายมานกปฺปกรณํ กปฺปสนฺโตโส นาม.

หิริโกปีนปฺปฏิจฺฉาทนมตฺตวเสน ปริภุญฺชนํ ปริโภคสนฺโตโส นาม. ทุสฺสํ ปน ลภิตฺวา สุตฺตํ วา สูจึ วา การกํ วา อลภนฺเตน ฐเปตุํ วฏฺฏติ, ลภนฺเตน น วฏฺฏติ. กตมฺปิ สเจ อนฺเตวาสิกาทีนํ ทาตุกาโม โหติ, เต จ อสนฺนิหิตา, ยาว อาคมนา ฐเปตุํ วฏฺฏติ. อาคตมตฺเตสุ ทาตพฺพํ. ทาตุํ อสกฺโกนฺเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ. อญฺญสฺมึ จีวเร สติ ปจฺจตฺถรณมฺปิ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ. อนธิฏฺฐิตเมว หิ สนฺนิธิ โหติ, อธิฏฺฐิตํ น โหตีติ มหาสีวตฺเถโร อาห. อยํ สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส นาม. วิสฺสชฺเชนฺเตน ปน น มุขํ โอโลเกตฺวา ทาตพฺพํ, สารณียธมฺเม ฐตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺพนฺติ อยํ วิสฺสชฺชนสนฺโตโส นาม.

จีวรปฺปฏิสํยุตฺตานิ ธุตงฺคานิ นาม ปํสุกูลิกงฺคญฺเจว เตจีวริกงฺคญฺจ. เตสํ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๔-๒๕) เวทิตพฺพา. อิติ จีวรสนฺโตสมหาอริยวํสํ ปูรยมาโน ภิกฺขุ อิมานิ เทฺว ธุตงฺคานิ โคเปติ. อิมานิ โคเปนฺโต จีวรสนฺโตสมหาอริยวํสวเสน สนฺตุฏฺโฐ โหตีติ.

วณฺณวาทีติ เอโก สนฺตุฏฺโฐ โหติ, สนฺโตสสฺส วณฺณํ น กเถติ. เอโก น สนฺตุฏฺโฐ โหติ, สนฺโตสสฺส วณฺณํ กเถติ. เอโก เนว สนฺตุฏฺโฐ โหติ, น สนฺโตสสฺส วณฺณํ กเถติ. เอโก สนฺตุฏฺโฐ เจว โหติ, สนฺโตสสฺส จ วณฺณํ กเถติ. ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยา จ วณฺณวาที’’ติ วุตฺตํ.

อเนสนนฺติ ทูเตยฺยปหินคมนานุโยคปเภทํ นานปฺปการํ อเนสนํ. อปฺปติรูปนฺติ อยุตฺตํ. อลทฺธา จาติ อลภิตฺวา. ยถา เอกจฺโจ ‘‘กถํ นุ โข จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ ปุญฺญวนฺเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา โกหญฺญํ กโรนฺโต อุตฺตสติ ปริตสฺสติ, สนฺตุฏฺโฐ ภิกฺขุ เอวํ อลทฺธา จีวรํ น ปริตสฺสติ. ลทฺธา จาติ ธมฺเมน สเมน ลภิตฺวา. อคธิโตติ วิคตโลภคิทฺโธ. อมุจฺฉิโตติ อธิมตฺตตณฺหาย มุจฺฉํ อนาปนฺโน. อนชฺโฌปนฺโนติ ตณฺหาย อโนตฺถโต อปริโยนทฺโธ. อาทีนวทสฺสาวีติ อเนสนาปตฺติยญฺจ เคธิตปริโภเค จ อาทีนวํ ปสฺสมาโน. นิสฺสรณปญฺโญติ ‘‘ยาวเทว สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติ วุตฺตํ นิสฺสรณเมว ปชานนฺโต.

อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยาติ เยน เกนจิ จีวเรน สนฺตุฏฺฐิยา. เนวตฺตานุกฺกํเสตีติ ‘‘อหํ ปํสุกูลิโก, มยา อุปสมฺปทมาเฬเยว ปํสุกูลิกงฺคํ คหิตํ, โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ อตฺตุกฺกํสนํ น กโรติ. โน ปรํ วมฺเภตีติ ‘‘อิเม ปนญฺเญ ภิกฺขู น ปํสุกูลิกา’’ติ วา, ‘‘ปํสุกูลิกงฺคมตฺตมฺปิ เอเตสํ นตฺถี’’ติ วา เอวํ ปรํ น วมฺเภติ. โย หิ ตตฺถ ทกฺโขติ โย ตสฺมึ จีวรสนฺโตเส วณฺณวาทาทีสุ วา ทกฺโข เฉโก พฺยตฺโต. อนลโสติ สาตจฺจกิริยาย อาลสิยวิรหิโต. สมฺปชาโน ปฏิสฺสโตติ สมฺปชานปญฺญาย เจว สติยา จ ยุตฺโต. อริยวํเส ฐิโตติ อริยวํเส ปติฏฺฐิโต.

อิตรีตเรน ปิณฺฑปาเตนาติ เยน เกนจิ ปิณฺฑปาเตน. เอตฺถาปิ ปิณฺฑปาโต ชานิตพฺโพ, ปิณฺฑปาตกฺเขตฺตํ ชานิตพฺพํ, ปิณฺฑปาตสนฺโตโส ชานิตพฺโพ, ปิณฺฑปาตปฺปฏิสํยุตฺตํ ธุตงฺคํ ชานิตพฺพํ. ตตฺถ ปิณฺฑปาโตติ โอทโน กุมฺมาโส สตฺตุ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ยาคุ ขาทนียํ สายนียํ เลหนียนฺติ โสฬส ปิณฺฑปาตา.

ปิณฺฑปาตกฺเขตฺตนฺติ สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนํ สลากภตฺตํ ปกฺขิกํ อุโปสถิกํ ปาฏิปทิกภตฺตํ อาคนฺตุกภตฺตํ คมิกภตฺตํ คิลานภตฺตํ คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ ธุรภตฺตํ กุฏิภตฺตํ วารภตฺตํ วิหารภตฺตนฺติ ปนฺนรส ปิณฺฑปาตกฺเขตฺตานิ.

ปิณฺฑปาตสนฺโตโสติ ปิณฺฑปาเต วิตกฺกสนฺโตโส คมนสนฺโตโส ปริเยสนสนฺโตโส ปฏิลาภสนฺโตโส ปฏิคฺคหณสนฺโตโส มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโส อุปการสนฺโตโส ปริมาณสนฺโตโส ปริโภคสนฺโตโส สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส วิสฺสชฺชนสนฺโตโสติ ปนฺนรส สนฺโตสา.

ตตฺถ สาทโก ภิกฺขุ มุขํ โธวิตฺวา วิตกฺเกติ. ปิณฺฑปาติเกน ปน คเณน สทฺธึ จรตา สายํ เถรูปฏฺฐานกาเล ‘‘เสฺว กตฺถ ปิณฺฑาย จริสฺสามาติ? อสุกคาเม, ภนฺเต’’ติ เอตฺตกํ จินฺเตตฺวา ตโต ปฏฺฐาย น วิตกฺเกตพฺพํ. เอกจาริเกน วิตกฺกมาฬเก ฐตฺวา วิตกฺเกตพฺพํ. ตโต ปฏฺฐาย วิตกฺเกนฺโต อริยวํสา จุโต โหติ ปริพาหิโร. อยํ วิตกฺกสนฺโตโส นาม.

ปิณฺฑาย ปวิสนฺเตน ‘‘กุหึ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสน คนฺตพฺพํ. อยํ คมนสนฺโตโส นาม. ปริเยสนฺเตน ยํ วา ตํ วา อคฺคเหตฺวา ลชฺชึ เปสลเมว คเหตฺวา ปริเยสิตพฺพํ. อยํ ปริเยสนสนฺโตโส นาม. ทูรโตว อาหริยมานํ ทิสฺวา ‘‘เอตํ มนาปํ, เอตํ อมนาป’’นฺติ จิตฺตํ น อุปฺปาเทตพฺพํ. อยํ ปฏิลาภสนฺโตโส นาม. ‘‘อิมํ มนาปํ คณฺหิสฺสามิ, อิมํ อมนาปํ น คณฺหิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา ยํกิญฺจิ ยาปนมตฺตํ คเหตพฺพเมว. อยํ ปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม.

เอตฺถ ปน เทยฺยธมฺโม พหุ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, อปฺปํ คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโมปิ พหุ, ทายโกปิ พหุํ ทาตุกาโม, ปมาเณเนว คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโม น พหุ, ทายโกปิ อปฺปํ ทาตุกาโม, อปฺปํ คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโม น พหุ, ทายโก ปน พหุํ ทาตุกาโม, ปมาเณน คเหตพฺพํ. ปฏิคฺคหณสฺมิญฺหิ มตฺตํ อชานนฺโต มนุสฺสานํ ปสาทํ มกฺเขติ, สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตติ, สาสนํ น กโรติ, วิชาตมาตุยาปิ จิตฺตํ คเหตุํ น สกฺโกติ. อิติ มตฺตํ ชานิตฺวาว ปฏิคฺคเหตพฺพนฺติ อยํ มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม. อฑฺฒกุลานิเยว อคนฺตฺวา ทฺวารปฏิปาฏิยา คนฺตพฺพํ. อยํ โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส นาม. ยถาลาภสนฺโตสาทโย จีวเร วุตฺตนยา เอว.