๘. อริยวํสสุตฺตวณฺณนา

๒๘. อฏฺฐมสฺส อชฺฌาสยิโก นิกฺเขโป. อิมํ กิร มหาอริยวํสสุตฺตนฺตํ ภควา เชตวนมหาวิหาเร ธมฺมสภายํ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน อตฺตโนปิ ปรปุคฺคลานมฺปิ อชฺฌาสยวเสน ปริวาเรตฺวา นิสินฺนานิ จตฺตาลีส ภิกฺขุสหสฺสานิ, ‘‘ภิกฺขเว’’ติ อามนฺเตตฺวา จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อริยวํสาติ อารภิ. ตตฺถ อริยวํสาติ อริยานํ วํสา. ยถา หิ ขตฺติยวํโส พฺราหฺมณวํโส เวสฺสวํโส สุทฺทวํโส สมณวํโส กุลวํโส ราชวํโส, เอวํ อยมฺปิ อฏฺฐโม อริยวํโส อริยตนฺติ อริยปเวณี นาม โหติ. โส โข ปนายํ อริยวํโส อิเมสํ วํสานํ มูลคนฺธาทีนํ กาฬานุสาริคนฺธาทโย วิย อคฺคมกฺขายติ.

เก ปน เต อริยา, เยสํ เอเต วํสาติ? อริยา วุจฺจนฺติ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ ตถาคตสาวกา จ, เอเตสํ อริยานํ วํสาติ อริยวํสา. อิโต ปุพฺเพ หิ สตสหสฺสกปฺปาธิกานํ จตุนฺนํ อสงฺเขฺยยฺยานํ มตฺถเก ตณฺหงฺกโร, เมธงฺกโร, สรณงฺกโร, ทีปงฺกโรติ จตฺตาโร พุทฺธา อุปฺปนฺนา, เต อริยา, เตสํ อริยานํ วํสาติ อริยวํสา. เตสํ พุทฺธานํ ปรินิพฺพานโต อปรภาเค อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โกณฺฑญฺโญ นาม พุทฺโธ อุปฺปนฺโน…เป… อิมสฺมึ กปฺเป กกุสนฺโธ, โกณาคมโน, กสฺสโป, อมฺหากํ ภควา โคตโมติ จตฺตาโร พุทฺธา อุปฺปนฺนา, เตสํ อริยานํ วํสาติ อริยวํสา. อปิจ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ สพฺพพุทฺธ-ปจฺเจกพุทฺธ-พุทฺธสาวกานํ อริยานํ วํสาติ อริยวํสา.

เต โข ปเนเต อคฺคญฺญา อคฺคาติ ชานิตพฺพา, รตฺตญฺญา ทีฆรตฺตํ ปวตฺตาติ ชานิตพฺพา, วํสญฺญา วํสาติ ชานิตพฺพา. โปราณา น อธุนุปฺปตฺติกา. อสํกิณฺณา อวิกิณฺณา อนปนีตา. อสํกิณฺณปุพฺพา อตีตพุทฺเธหิปิ น สํกิณฺณปุพฺพา, ‘‘กิ อิเมหี’’ติ น อปนีตปุพฺพา. น สํกียนฺตีติ อิทานิปิ น อปนียนฺติ. น สํกียิสฺสนฺตีติ อนาคตพุทฺเธหิปิ น อปนียิสฺสนฺติ. เย โลเก วิญฺญู สมณพฺราหฺมณา, เตหิ อปฺปฏิกุฏฺฐา, สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ อนินฺทิตา อครหิตา.

สนฺตุฏฺโฐ โหตีติ ปจฺจยสนฺโตสวเสน สนฺตุฏฺโฐ โหติ. อิตรีตเรนาติ น ถูลสุขุมลูขปณีตถิรชิณฺณานํ เยน เกนจิ, อถ โข ยถาลทฺธาทีนํ อิตรีตเรน เยน เกนจิ สนฺตุฏฺโฐ โหตีติ อตฺโถ. จีวรสฺมิญฺหิ ตโย สนฺโตสา ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ. ปิณฺฑปาตาทีสุปิ เอเสว นโย. เตสํ วิตฺถารกถา ‘‘สนฺตุฏฺฐสฺส, ภิกฺขเว, อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ อิมสฺมึ สุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. อิติ อิเม ตโย สนฺโตเส สนฺธาย ‘‘สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน จีวเรน, ยถาลทฺธาทีสุ เยน เกนจิ จีวเรน สนฺตุฏฺโฐ โหตี’’ติ วุตฺตํ.

เอตฺถ จ จีวรํ ชานิตพฺพํ, จีวรกฺเขตฺตํ ชานิตพฺพํ, ปํสุกูลํ ชานิตพฺพํ, จีวรสนฺโตโส ชานิตพฺโพ, จีวรปฺปฏิสํยุตฺตานิ ธุตงฺคานิ ชานิตพฺพานิ. ตตฺถ จีวรํ ชานิตพฺพนฺติ โขมาทีนิ ฉ จีวรานิ ทุกูลาทีนิ ฉ อนุโลมจีวรานิ ชานิตพฺพานิ. อิมานิ ทฺวาทส กปฺปิยจีวรานิ. กุสจีรํ, วากจีรํ, ผลกจีรํ, เกสกมฺพลํ, วาฬกมฺพลํ, โปตฺถโก, จมฺมํ, อุลูกปกฺขํ, รุกฺขทุสฺสํ, ลตาทุสฺสํ, เอรกทุสฺสํ, กทลิทุสฺสํ, เวฬุทุสฺสนฺติ เอวมาทีนิ ปน อกปฺปิยจีวรานิ.

จีวรกฺเขตฺตนฺติ ‘‘สงฺฆโต วา คณโต วา ญาติโต วา มิตฺตโต วา อตฺตโน วา ธเนน, ปํสุกูลํ วา’’ติ เอวํ อุปฺปชฺชนโต ฉ เขตฺตานิ, อฏฺฐนฺนญฺจ มาติกานํ วเสน อฏฺฐ เขตฺตานิ ชานิตพฺพานิ.

ปํสุกูลนฺติ โสสานิกํ, ปาปณิกํ, รถิยํ, สงฺการกูฏกํ, โสตฺถิยํ, สินานํ, ติตฺถํ, คตปจฺจาคตํ, อคฺคิทฑฺฒํ, โคขายิตํ, อุปจิกขายิตํ, อุนฺทูรขายิตํ, อนฺตจฺฉินฺนํ, ทสจฺฉินฺนํ, ธชาหฏํ, ถูปํ, สมณจีวรํ, สามุทฺทิยํ, อาภิเสกิยํ, ปนฺถิกํ, วาตาหฏํ, อิทฺธิมยํ, เทวทตฺติยนฺติ เตวีสติ ปํสุกูลานิ เวทิตพฺพานิ. เอตฺถ จ โสตฺถิยนฺติ คพฺภมลหรณํ. คตปจฺจาคตนฺติ มตกสรีรํ ปารุปิตฺวา สุสานํ เนตฺวา อานีตจีวรํ. ธชาหฏนฺติ ธชํ อุสฺสาเปตฺวา ตโต อานีตํ. ถูปนฺติ วมฺมิเก ปูชิตจีวรํ. สามุทฺทิยนฺติ สมุทฺทวีจีหิ ถลํ ปาปิตํ. ปนฺถิกนฺติ ปนฺถํ คจฺฉนฺเตหิ โจรภเยน ปาสาเณหิ โกฏฺเฏตฺวา ปารุตจีวรํ. อิทฺธิมยนฺติ เอหิภิกฺขุจีวรํ. เสสํ ปากฏเมวาติ.

จีวรสนฺโตโสติ วีสติ จีวรสนฺโตสา – จีวเร วิตกฺกสนฺโตโส, คมนสนฺโตโส, ปริเยสนสนฺโตโส, ปฏิลาภสนฺโตโส, มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส, โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส, ยถาลาภสนฺโตโส, ยถาพลสนฺโตโส, ยถาสารุปฺปสนฺโตโส, อุทกสนฺโตโส, โธวนสนฺโตโส, กรณสนฺโตโส, ปริมาณสนฺโตโส, สุตฺตสนฺโตโส, สิพฺพนสนฺโตโส, รชนสนฺโตโส, กปฺปสนฺโตโส, ปริโภคสนฺโตโส, สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส, วิสฺสชฺชนสนฺโตโสติ.

ตตฺถ สาทกภิกฺขุนา เตมาสํ นิพทฺธวาสํ วสิตฺวา เอกมาสมตฺตํ วิตกฺเกตุํ วฏฺฏติ. โส หิ ปวาเรตฺวา จีวรมาเส จีวรํ กโรติ, ปํสุกูลิโก อฑฺฒมาเสเนว กโรติ. อิทํ มาสฑฺฒมาสมตฺตํ วิตกฺกนํ วิตกฺกสนฺโตโส นาม. วิตกฺกสนฺโตเสน ปน สนฺตุฏฺเฐน ภิกฺขุนา ปาจีนขณฺฑราชิวาสิกปํสุกูลิกตฺเถรสทิเสน ภวิตพฺพํ.

เถโร กิร ‘‘เจติยปพฺพตวิหาเร เจติยํ วนฺทิสฺสามี’’ติ อาคโต เจติยํ วนฺทิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ จีวรํ ชิณฺณํ, พหูนํ วสนฏฺฐาเน ลภิสฺสามี’’ติ. โส มหาวิหารํ คนฺตฺวา สงฺฆตฺเถรํ ทิสฺวา วสนฏฺฐานํ ปุจฺฉิตฺวา ตตฺถ วุตฺโถ ปุนทิวเส จีวรํ อาทาย อาคนฺตฺวา เถรํ วนฺทิ. เถโร ‘‘กึ, อาวุโส’’ติ อาห. คามทฺวารํ, ภนฺเต, คมิสฺสามีติ. อหมฺปาวุโส, คมิสฺสามีติ. สาธุ, ภนฺเตติ คจฺฉนฺโต มหาโพธิทฺวารโกฏฺฐเก ฐตฺวา ‘‘ปุญฺญวนฺตานํ วสนฏฺฐาเน มนาปํ ลภิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อปริสุทฺโธ เม วิตกฺโก’’ติ ตโตว ปฏินิวตฺติ. ปุนทิวเส อมฺพงฺคณสมีปโต, ปุนทิวเส มหาเจติยสฺส อุตฺตรทฺวารโต ตตฺเถว ปฏินิวตฺติตฺวา จตุตฺถทิวเส เถรสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. เถโร ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุโน วิตกฺโก น ปริสุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ จีวรํ คเหตฺวา เตน สทฺธึเยว ปญฺหํ ปุจฺฉมาโน คามํ ปาวิสิ. ตญฺจ รตฺตึ เอโก มนุสฺโส อุจฺจารปลิพุทฺโธ สาฏเกเยว วจฺจํ กตฺวา ตํ สงฺการฏฺฐาเน ฉฑฺเฑสิ. ปํสุกูลิกตฺเถโร ตํ นีลมกฺขิกาหิ สมฺปริกิณฺณํ ทิสฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหสิ. มหาเถโร ‘‘กึ, อาวุโส, สงฺการฏฺฐานสฺส อญฺชลึ ปคฺคณฺหาสี’’ติ. นาหํ, ภนฺเต, สงฺการฏฺฐานสฺส อญฺชลึ ปคฺคณฺหามิ, มยฺหํ ปิตุ ทสพลสฺส ปคฺคณฺหามิ, ปุณฺณทาสิยา สรีรํ ปารุปิตฺวา ฉฑฺฑิตํ ปํสุกูลํ ตุมฺพมตฺเต ปาณเก วิธุนิตฺวา สุสานโต คณฺหนฺเตน ทุกฺกรตรํ กตํ, ภนฺเตติ. มหาเถโร ‘‘ปริสุทฺโธ วิตกฺโก ปํสุกูลิกสฺสา’’ติ จินฺเตสิ. ปํสุกูลิกตฺเถโรปิ ตสฺมึเยว ฐาเน ฐิโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ตีณิ ผลานิ ปตฺโต ตํ สาฏกํ คเหตฺวา จีวรํ กตฺวา ปารุปิตฺวา ปาจีนขณฺฑราชึ คนฺตฺวา อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณิ.

จีวรตฺถาย คจฺฉนฺตสฺส ปน ‘‘กตฺถ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสเนว คมนํ คมนสนฺโตโส นาม. ปริเยสนฺตสฺส ปน เยน วา เตน วา สทฺธึ อปริเยสิตฺวา ลชฺชึ เปสลํ ภิกฺขุํ คเหตฺวา ปริเยสนํ ปริเยสนสนฺโตโส นาม. เอวํ ปริเยสนฺตสฺส อาหริยมานํ จีวรํ ทูรโต ทิสฺวา ‘‘เอตํ มนาปํ ภวิสฺสติ, เอตํ อมนาป’’นฺติ เอวํ อวิตกฺเกตฺวา ถูลสุขุมาทีสุ ยถาลทฺเธเนว สนฺตุสฺสนํ ปฏิลาภสนฺโตโส นาม. เอวํ ลทฺธํ คณฺหนฺตสฺสาปิ ‘‘เอตฺตกํ ทุปฏฺฏสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ เอกปฏฺฏสฺสา’’ติ อตฺตโน ปโหนกมตฺเตเนว สนฺตุสฺสนํ มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม. จีวรํ ปริเยสนฺตสฺส ปน ‘‘อสุกสฺส ฆรทฺวาเร มนาปํ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา ทฺวารปฏิปาฏิยา จรณํ โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส นาม.

ลูขปณีเตสุ เยน เกนจิ ยาเปตุํ สกฺโกนฺตสฺส ยถาลทฺเธเนว ยาปนํ ยถาลาภสนฺโตโส นาม. อตฺตโน ถามํ ชานิตฺวา เยน ยาเปตุํ สกฺโกติ, เตน ยาปนํ ยถาพลสนฺโตโส นาม. มนาปํ อญฺญสฺส ทตฺวา อตฺตนา เยน เกนจิ ยาปนํ ยถาสารุปฺปสนฺโตโส นาม.

‘‘กตฺถ อุทกํ มนาปํ, กตฺถ อมนาป’’นฺติ อวิจาเรตฺวา เยน เกนจิ โธวนูปเคน อุทเกน โธวนํ อุทกสนฺโตโส นาม. ปณฺฑุมตฺติกเครุกปูติปณฺณรสกิลิฏฺฐานิ ปน อุทกานิ วชฺเชตุํ วฏฺฏติ. โธวนฺตสฺส ปน มุคฺคราทีหิ อปหริตฺวา หตฺเถหิ มทฺทิตฺวา โธวนํ โธวนสนฺโตโส นาม. ตถา อสุชฺฌนฺตํ ปณฺณานิ ปกฺขิปิตฺวา ตาปิตอุทเกนาปิ โธวิตุํ วฏฺฏติ. เอวํ โธวิตฺวา กโรนฺตสฺส ‘‘อิทํ ถูลํ, อิทํ สุขุม’’นฺติ อโกเปตฺวา ปโหนกนีหาเรเนว กรณํ กรณสนฺโตโส นาม. ติมณฺฑลปติจฺฉาทนมตฺตสฺเสว กรณํ ปริมาณสนฺโตโส นาม. จีวรกรณตฺถาย ปน มนาปํ สุตฺตํ ปริเยสิสฺสามีติ อวิจาเรตฺวา รถิกาทีสุ วา เทวฏฺฐาเน วา อาหริตฺวา ปาทมูเล วา ฐปิตํ ยํกิญฺจิเทว สุตฺตํ คเหตฺวา กรณํ สุตฺตสนฺโตโส นาม.

กุสิพนฺธนกาเล ปน องฺคุลมตฺเต สตฺต วาเร น วิชฺฌิตพฺพํ. เอวํ กโรนฺตสฺส หิ โย ภิกฺขุ สหาโย น โหติ, ตสฺส วตฺตเภโทปิ นตฺถิ. ติวงฺคุลมตฺเต ปน สตฺต วาเร วิชฺฌิตพฺพํ. เอวํ กโรนฺตสฺส มคฺคปฺปฏิปนฺเนนาปิ สหาเยน ภวิตพฺพํ. โย น โหติ, ตสฺส วตฺตเภโท. อยํ สิพฺพนสนฺโตโส นาม. รชนฺเตน ปน กาฬกจฺฉกาทีนิ ปริเยสนฺเตน น จริตพฺพํ, โสมวกฺกลาทีสุ ยํ ลภติ, เตน รชิตพฺพํ. อลภนฺเตน ปน มนุสฺเสหิ อรญฺเญ วากํ คเหตฺวา ฉฑฺฑิตรชนํ วา ภิกฺขูหิ ปจิตฺวา ฉฑฺฑิตกสฏํ วา คเหตฺวา รชิตพฺพํ. อยํ รชนสนฺโตโส นาม. นีลกทฺทมกาฬสาเมสุ ยํกิญฺจิ คเหตฺวา หตฺถิปิฏฺเฐ นิสินฺนสฺส ปญฺญายมานกปฺปกรณํ กปฺปสนฺโตโส นาม.

หิริโกปีนปฺปฏิจฺฉาทนมตฺตวเสน ปริภุญฺชนํ ปริโภคสนฺโตโส นาม. ทุสฺสํ ปน ลภิตฺวา สุตฺตํ วา สูจึ วา การกํ วา อลภนฺเตน ฐเปตุํ วฏฺฏติ, ลภนฺเตน น วฏฺฏติ. กตมฺปิ สเจ อนฺเตวาสิกาทีนํ ทาตุกาโม โหติ, เต จ อสนฺนิหิตา, ยาว อาคมนา ฐเปตุํ วฏฺฏติ. อาคตมตฺเตสุ ทาตพฺพํ. ทาตุํ อสกฺโกนฺเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ. อญฺญสฺมึ จีวเร สติ ปจฺจตฺถรณมฺปิ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ. อนธิฏฺฐิตเมว หิ สนฺนิธิ โหติ, อธิฏฺฐิตํ น โหตีติ มหาสีวตฺเถโร อาห. อยํ สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส นาม. วิสฺสชฺเชนฺเตน ปน น มุขํ โอโลเกตฺวา ทาตพฺพํ, สารณียธมฺเม ฐตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺพนฺติ อยํ วิสฺสชฺชนสนฺโตโส นาม.

จีวรปฺปฏิสํยุตฺตานิ ธุตงฺคานิ นาม ปํสุกูลิกงฺคญฺเจว เตจีวริกงฺคญฺจ. เตสํ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๔-๒๕) เวทิตพฺพา. อิติ จีวรสนฺโตสมหาอริยวํสํ ปูรยมาโน ภิกฺขุ อิมานิ เทฺว ธุตงฺคานิ โคเปติ. อิมานิ โคเปนฺโต จีวรสนฺโตสมหาอริยวํสวเสน สนฺตุฏฺโฐ โหตีติ.

วณฺณวาทีติ เอโก สนฺตุฏฺโฐ โหติ, สนฺโตสสฺส วณฺณํ น กเถติ. เอโก น สนฺตุฏฺโฐ โหติ, สนฺโตสสฺส วณฺณํ กเถติ. เอโก เนว สนฺตุฏฺโฐ โหติ, น สนฺโตสสฺส วณฺณํ กเถติ. เอโก สนฺตุฏฺโฐ เจว โหติ, สนฺโตสสฺส จ วณฺณํ กเถติ. ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยา จ วณฺณวาที’’ติ วุตฺตํ.

อเนสนนฺติ ทูเตยฺยปหินคมนานุโยคปเภทํ นานปฺปการํ อเนสนํ. อปฺปติรูปนฺติ อยุตฺตํ. อลทฺธา จาติ อลภิตฺวา. ยถา เอกจฺโจ ‘‘กถํ นุ โข จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ ปุญฺญวนฺเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา โกหญฺญํ กโรนฺโต อุตฺตสติ ปริตสฺสติ, สนฺตุฏฺโฐ ภิกฺขุ เอวํ อลทฺธา จีวรํ น ปริตสฺสติ. ลทฺธา จาติ ธมฺเมน สเมน ลภิตฺวา. อคธิโตติ วิคตโลภคิทฺโธ. อมุจฺฉิโตติ อธิมตฺตตณฺหาย มุจฺฉํ อนาปนฺโน. อนชฺโฌปนฺโนติ ตณฺหาย อโนตฺถโต อปริโยนทฺโธ. อาทีนวทสฺสาวีติ อเนสนาปตฺติยญฺจ เคธิตปริโภเค จ อาทีนวํ ปสฺสมาโน. นิสฺสรณปญฺโญติ ‘‘ยาวเทว สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติ วุตฺตํ นิสฺสรณเมว ปชานนฺโต.

อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยาติ เยน เกนจิ จีวเรน สนฺตุฏฺฐิยา. เนวตฺตานุกฺกํเสตีติ ‘‘อหํ ปํสุกูลิโก, มยา อุปสมฺปทมาเฬเยว ปํสุกูลิกงฺคํ คหิตํ, โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ อตฺตุกฺกํสนํ น กโรติ. โน ปรํ วมฺเภตีติ ‘‘อิเม ปนญฺเญ ภิกฺขู น ปํสุกูลิกา’’ติ วา, ‘‘ปํสุกูลิกงฺคมตฺตมฺปิ เอเตสํ นตฺถี’’ติ วา เอวํ ปรํ น วมฺเภติ. โย หิ ตตฺถ ทกฺโขติ โย ตสฺมึ จีวรสนฺโตเส วณฺณวาทาทีสุ วา ทกฺโข เฉโก พฺยตฺโต. อนลโสติ สาตจฺจกิริยาย อาลสิยวิรหิโต. สมฺปชาโน ปฏิสฺสโตติ สมฺปชานปญฺญาย เจว สติยา จ ยุตฺโต. อริยวํเส ฐิโตติ อริยวํเส ปติฏฺฐิโต.

อิตรีตเรน ปิณฺฑปาเตนาติ เยน เกนจิ ปิณฺฑปาเตน. เอตฺถาปิ ปิณฺฑปาโต ชานิตพฺโพ, ปิณฺฑปาตกฺเขตฺตํ ชานิตพฺพํ, ปิณฺฑปาตสนฺโตโส ชานิตพฺโพ, ปิณฺฑปาตปฺปฏิสํยุตฺตํ ธุตงฺคํ ชานิตพฺพํ. ตตฺถ ปิณฺฑปาโตติ โอทโน กุมฺมาโส สตฺตุ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ยาคุ ขาทนียํ สายนียํ เลหนียนฺติ โสฬส ปิณฺฑปาตา.

ปิณฺฑปาตกฺเขตฺตนฺติ สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนํ สลากภตฺตํ ปกฺขิกํ อุโปสถิกํ ปาฏิปทิกภตฺตํ อาคนฺตุกภตฺตํ คมิกภตฺตํ คิลานภตฺตํ คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ ธุรภตฺตํ กุฏิภตฺตํ วารภตฺตํ วิหารภตฺตนฺติ ปนฺนรส ปิณฺฑปาตกฺเขตฺตานิ.

ปิณฺฑปาตสนฺโตโสติ ปิณฺฑปาเต วิตกฺกสนฺโตโส คมนสนฺโตโส ปริเยสนสนฺโตโส ปฏิลาภสนฺโตโส ปฏิคฺคหณสนฺโตโส มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโส อุปการสนฺโตโส ปริมาณสนฺโตโส ปริโภคสนฺโตโส สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส วิสฺสชฺชนสนฺโตโสติ ปนฺนรส สนฺโตสา.

ตตฺถ สาทโก ภิกฺขุ มุขํ โธวิตฺวา วิตกฺเกติ. ปิณฺฑปาติเกน ปน คเณน สทฺธึ จรตา สายํ เถรูปฏฺฐานกาเล ‘‘เสฺว กตฺถ ปิณฺฑาย จริสฺสามาติ? อสุกคาเม, ภนฺเต’’ติ เอตฺตกํ จินฺเตตฺวา ตโต ปฏฺฐาย น วิตกฺเกตพฺพํ. เอกจาริเกน วิตกฺกมาฬเก ฐตฺวา วิตกฺเกตพฺพํ. ตโต ปฏฺฐาย วิตกฺเกนฺโต อริยวํสา จุโต โหติ ปริพาหิโร. อยํ วิตกฺกสนฺโตโส นาม.

ปิณฺฑาย ปวิสนฺเตน ‘‘กุหึ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสน คนฺตพฺพํ. อยํ คมนสนฺโตโส นาม. ปริเยสนฺเตน ยํ วา ตํ วา อคฺคเหตฺวา ลชฺชึ เปสลเมว คเหตฺวา ปริเยสิตพฺพํ. อยํ ปริเยสนสนฺโตโส นาม. ทูรโตว อาหริยมานํ ทิสฺวา ‘‘เอตํ มนาปํ, เอตํ อมนาป’’นฺติ จิตฺตํ น อุปฺปาเทตพฺพํ. อยํ ปฏิลาภสนฺโตโส นาม. ‘‘อิมํ มนาปํ คณฺหิสฺสามิ, อิมํ อมนาปํ น คณฺหิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา ยํกิญฺจิ ยาปนมตฺตํ คเหตพฺพเมว. อยํ ปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม.

เอตฺถ ปน เทยฺยธมฺโม พหุ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, อปฺปํ คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโมปิ พหุ, ทายโกปิ พหุํ ทาตุกาโม, ปมาเณเนว คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโม น พหุ, ทายโกปิ อปฺปํ ทาตุกาโม, อปฺปํ คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโม น พหุ, ทายโก ปน พหุํ ทาตุกาโม, ปมาเณน คเหตพฺพํ. ปฏิคฺคหณสฺมิญฺหิ มตฺตํ อชานนฺโต มนุสฺสานํ ปสาทํ มกฺเขติ, สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตติ, สาสนํ น กโรติ, วิชาตมาตุยาปิ จิตฺตํ คเหตุํ น สกฺโกติ. อิติ มตฺตํ ชานิตฺวาว ปฏิคฺคเหตพฺพนฺติ อยํ มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม. อฑฺฒกุลานิเยว อคนฺตฺวา ทฺวารปฏิปาฏิยา คนฺตพฺพํ. อยํ โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส นาม. ยถาลาภสนฺโตสาทโย จีวเร วุตฺตนยา เอว.

ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ‘‘สมณธมฺมํ อนุปาเลสฺสามี’’ติ เอวํ อุปการํ ญตฺวา ปริภุญฺชนํ อุปการสนฺโตโส นาม. ปตฺตํ ปูเรตฺวา อานีตํ น ปฏิคฺคเหตพฺพํ. อนุปสมฺปนฺเน สติ เตน คาหาเปตพฺพํ, อสติ หราเปตฺวา ปฏิคฺคหณมตฺตํ คเหตพฺพํ. อยํ ปริมาณสนฺโตโส นาม. ‘‘ชิฆจฺฉาย ปฏิวิโนทนํ อิทเมตฺถ นิสฺสรณ’’นฺติ เอวํ ปริภุญฺชนํ ปริโภคสนฺโตโส นาม. นิทหิตฺวา น ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ อยํ สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส นาม. มุขํ อโนโลเกตฺวา สารณียธมฺเม ฐิเตน วิสฺสชฺเชตพฺพํ. อยํ วิสฺสชฺชนสนฺโตโส นาม.

ปิณฺฑปาตปฺปฏิสํยุตฺตานิ ปน ปญฺจ ธุตงฺคานิ ปิณฺฑปาติกงฺคํ สปทานจาริกงฺคํ เอกาสนิกงฺคํ ปตฺตปิณฺฑิกงฺคํ ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคนฺติ. เตสํ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๖-๓๐) วุตฺตา. อิติ ปิณฺฑปาตสนฺโตสมหาอริยวํสํ ปูรยมาโน ภิกฺขุ อิมานิ ปญฺจ ธุตงฺคานิ โคเปติ, อิมานิ โคเปนฺโต ปิณฺฑปาตสนฺโตสมหาอริยวํเสน สนฺตุฏฺโฐ โหติ. วณฺณวาทีติอาทีนิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.

เสนาสเนนาติ อิธ เสนาสนํ ชานิตพฺพํ, เสนาสนกฺเขตฺตํ ชานิตพฺพํ, เสนาสนสนฺโตโส ชานิตพฺโพ, เสนาสนปฺปฏิสํยุตฺตํ ธุตงฺคํ ชานิตพฺพํ. ตตฺถ เสนาสนนฺติ มญฺโจ ปีฐํ ภิสิ พิมฺโพหนํ วิหาโร อฑฺฒโยโค ปาสาโท หมฺมิยํ คุหา เลณํ อฏฺโฏ มาโฬ เวฬุคุมฺโพ รุกฺขมูลํ ยตฺถ วา ปน ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺตีติ อิมานิ ปนฺนรส เสนาสนานิ.

เสนาสนกฺเขตฺตนฺติ สงฺฆโต วา คณโต วา ญาติโต วา มิตฺตโต วา อตฺตโน วา ธเนน ปํสุกูลํ วาติ ฉ เขตฺตานิ.

เสนาสนสนฺโตโสติ เสนาสเน วิตกฺกสนฺโตสาทโย ปนฺนรส สนฺโตสา. เต ปิณฺฑปาเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. เสนาสนปฺปฏิสํยุตฺตานิ ปน ปญฺจ ธุตงฺคานิ อารญฺญิกงฺคํ รุกฺขมูลิกงฺคํ อพฺโภกาสิกงฺคํ โสสานิกงฺคํ ยถาสนฺถติกงฺคนฺติ. เตสํ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๑-๓๕) วุตฺตา. อิติ เสนาสนสนฺโตสมหาอริยวํสํ ปูรยมาโน ภิกฺขุ อิมานิ ปญฺจ ธุตงฺคานิ โคเปติ. อิมานิ โคเปนฺโต เสนาสนสนฺโตสมหาอริยวํเสน สนฺตุฏฺโฐ โหติ.

คิลานปจฺจโย ปน ปิณฺฑปาเตเยว ปวิฏฺโฐ. ตตฺถ ยถาลาภยถาพลยถาสารุปฺปสนฺโตเสเนว สนฺตุสฺสิตพฺพํ. เนสชฺชิกงฺคํ ภาวนารามอริยวํสํ ภชติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ปญฺจ เสนาสเน วุตฺตา, ปญฺจ อาหารนิสฺสิตา;

เอโก วีริยสํยุตฺโต, เทฺว จ จีวรนิสฺสิตา’’ติ.

อิติ ภควา ปถวึ ปตฺถรมาโน วิย สาครกุจฺฉึ ปูรยมาโน วิย อากาสํ วิตฺถารยมาโน วิย จ ปฐมํ จีวรสนฺโตสํ อริยวํสํ กเถตฺวา จนฺทํ อุฏฺฐาเปนฺโต วิย สูริยํ อุลฺลงฺเฆนฺโต วิย จ ทุติยํ ปิณฺฑปาตสนฺโตสํ กเถตฺวา สิเนรุํ อุกฺขิปนฺโต วิย ตติยํ เสนาสนสนฺโตสํ อริยวํสํ กเถตฺวา อิทานิ สหสฺสนยปฏิมณฺฑิตํ จตุตฺถํ ภาวนารามํ อริยวํสํ กเถตุํ ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ภาวนาราโม โหตีติ เทสนํ อารภิ.

ตตฺถ อารมณํ อาราโม, อภิรตีติ อตฺโถ. ภาวนาย อาราโม อสฺสาติ ภาวนาราโม. ภาวนาย รโตติ ภาวนารโต. ปญฺจวิเธ ปหาเน อาราโม อสฺสาติ ปหานาราโม. อปิจ ภาเวนฺโต รมตีติ ภาวนาราโม. ปชหนฺโต รมตีติ ปหานาราโมติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อยญฺหิ จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ภาเวนฺโต รมติ, รตึ วินฺทตีติ อตฺโถ. ตถา จตฺตาโร สมฺมปฺปธาเน. จตฺตาโร อิทฺธิปาเท, ปญฺจินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, สตฺต โพชฺฌงฺเค, สตฺต อนุปสฺสนา, อฏฺฐารส มหาวิปสฺสนา, สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม, อฏฺฐตึส อารมฺมณวิภตฺติโย ภาเวนฺโต รมติ, รตึ วินฺทติ. กามจฺฉนฺทาทโย ปน กิเลเส ปชหนฺโต รมติ, รตึ วินฺทติ.

อิเมสุ ปน จตูสุ อริยวํเสสุ ปุริเมหิ ตีหิ เตรสนฺนํ ธุตงฺคานํ จตุปจฺจยสนฺโตสสฺส จ วเสน สกลํ วินยปิฏกํ กถิตํ โหติ, ภาวนาราเมน อวเสสํ ปิฏกทฺวยํ. อิมํ ปน ภาวนารามํ อริยวํสํ กเถนฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิสมฺภิทามคฺเค เนกฺขมฺมปาฬิยา กเถตพฺโพ, ทีฆนิกาเย ทสุตฺตรสุตฺตนฺตปริยาเยน กเถตพฺโพ, มชฺฌิมนิกาเย สติปฏฺฐานสุตฺตนฺตปริยาเยน กเถตพฺโพ, อภิธมฺเม นิทฺเทสปริยาเยน กเถตพฺโพ.

ตตฺถ ปฏิสมฺภิทามคฺเค เนกฺขมฺมปาฬิยาติ –

‘‘เนกฺขมฺมํ ภาเวนฺโต รมติ, กามจฺฉนฺทํ ปชหนฺโต รมติ. อพฺยาปาทํ, พฺยาปาทํ… อาโลกสญฺญํ… ถินมิทฺธํ… อวิกฺเขปํ, อุทฺธจฺจํ… ธมฺมววตฺถานํ… วิจิกิจฺฉํ… ญาณํ… อวิชฺชํ… ปาโมชฺชํ… อรตึ… ปฐมชฺฌานํ, ปญฺจ นีวรเณ… ทุติยชฺฌานํ… วิตกฺกวิจาเร… ตติยชฺฌานํ… ปีตึ… จตุตฺถชฺฌานํ… สุขทุกฺเข… อากาสานญฺจายตนสมาปตฺตึ ภาเวนฺโต รมติ, รูปสญฺญํ ปฏิฆสญฺญํ นานตฺตสญฺญํ ปชหนฺโต รมติ. วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺตึ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ภาเวนฺโต รมติ, อากิญฺจญฺญายตนสญฺญํ ปชหนฺโต รมติ.

‘‘อนิจฺจานุปสฺสนํ ภาเวนฺโต รมติ, นิจฺจสญฺญํ ปชหนฺโต รมติ. ทุกฺขานุปสฺสนํ… สุขสญฺญํ… อนตฺตานุปสฺสนํ… อตฺตสญฺญํ… นิพฺพิทานุปสฺสนํ… นนฺทึ… วิราคานุปสฺสนํ… ราคํ… นิโรธานุปสฺสนํ… สมุทยํ… ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนํ… อาทานํ… ขยานุปสฺสนํ … ฆนสญฺญํ… วยานุปสฺสนํ… อายูหนํ… วิปริณามานุปสฺสนํ… ธุวสญฺญํ… อนิมิตฺตานุปสฺสนํ … นิมิตฺตํ… อปฺปณิหิตานุปสฺสนํ… ปณิธึ… สุญฺญตานุปสฺสนํ… อภินิเวสํ… อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนํ… สาราทานาภินิเวสํ… ยถาภูตญาณทสฺสนํ… สมฺโมหาภินิเวสํ… อาทีนวานุปสฺสนํ… อาลยาภินิเวสํ… ปฏิสงฺขานุปสฺสนํ… อปฺปฏิสงฺขํ… วิวฏฺฏานุปสฺสนํ… สํโยคาภินิเวสํ… โสตาปตฺติมคฺคํ… ทิฏฺเฐกฏฺเฐ กิเลเส… สกทาคามิมคฺคํ… โอฬาริเก กิเลเส… อนาคามิมคฺคํ… อนุสหคเต กิเลเส… อรหตฺตมคฺคํ ภาเวนฺโต รมติ, สพฺพกิเลเส ปชหนฺโต รมตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๔๑,๙๕).

เอวํ ปฏิสมฺภิทามคฺเค เนกฺขมฺมปาฬิยา กเถตพฺโพ.

ทีฆนิกาเย ทสุตฺตรสุตฺตนฺตปริยาเยนาติ –

‘‘เอกํ ธมฺมํ ภาเวนฺโต รมติ, เอกํ ธมฺมํ ปชหนฺโต รมติ…เป… ทส ธมฺเม ภาเวนฺโต รมติ, ทส ธมฺเม ปชหนฺโต รมติ. กตมํ เอกํ ธมฺมํ ภาเวนฺโต รมติ? กายคตาสตึ สาตสหคตํ, อิมํ เอกํ ธมฺมํ ภาเวนฺโต รมติ. กตมํ เอกํ ธมฺมํ ปชหนฺโต รมติ? อสฺมิมานํ, อิมํ เอกํ ธมฺมํ ปชหนฺโต รมติ. กตเม เทฺว ธมฺเม…เป… กตเม ทส ธมฺเม ภาเวนฺโต รมติ? ทส กสิณายตนานิ, อิเม ทส ธมฺเม ภาเวนฺโต รมติ. กตเม ทส ธมฺเม ปชหนฺโต รมติ? ทส มิจฺฉตฺเต, อิเม ทส ธมฺเม ปชหนฺโต รมติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ภาวนาราโม โหตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๑-๓๖๐).

เอวํ ทีฆนิกาเย ทสุตฺตรสุตฺตนฺตปริยาเยน กเถตพฺโพ.

มชฺฌิมนิกาเย สติปฏฺฐานสุตฺตนฺตปริยาเยนาติ –

‘‘เอกายโน อยํ, ภิกฺขเว, มคฺโค…เป… ยาวเทว ญาณมตฺตาย ปฏิสฺสติมตฺตาย. อนิสฺสิโต จ วิหรติ, น จ กิญฺจิ โลเก อุปาทิยติ. เอวมฺปิ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ภาวนาราโม โหติ ภาวนารโต. ปหานาราโม โหติ ปหานรโต. ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คจฺฉนฺโต วา คจฺฉามีติ ปชานาติ…เป… ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เสยฺยถาปิ ปสฺเสยฺย สรีรํ สิวถิกาย ฉฑฺฑิตํ…เป… ปูตีนิ จุณฺณกชาตานิ. โส อิมเมว กายํ อุปสํหรติ ‘อยมฺปิ โข กาโย เอวํธมฺโม เอวํภาวี เอวํอนตีโต’ติ. อิติ อชฺฌตฺตํ วา กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ…เป… เอวมฺปิ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ภาวนาราโม โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๖ อาทโย).

เอวํ มชฺฌิมนิกาเย สติปฏฺฐานสุตฺตนฺตปริยาเยน กเถตพฺโพ.

อภิธมฺเม นิทฺเทสปริยาเยนาติ สพฺเพปิ สงฺขเต ‘‘อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต คณฺฑโต …เป… สํกิเลสิกธมฺมโต ปสฺสนฺโต รมติ, เอวํ โข ภิกฺขุ ภาวนาราโม โหตี’’ติ (มหานิ. ๑๓; จูฬนิ. อุปสีวมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๓๙, นนฺทมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๕๑). เอวํ นิทฺเทสปริยาเยน กเถตพฺโพ.

เนวตฺตานุกฺกํเสตีติ ‘‘อชฺช เม สฏฺฐิ วา สตฺตติ วา วสฺสานิ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตสฺส โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ เอวํ อตฺตุกฺกํสนํ น กโรติ. โน ปรํ วมฺเภตีติ ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขนฺติ วิปสฺสนามตฺตกมฺปิ นตฺถิ, กึ อิเม วิสฺสฏฺฐกมฺมฏฺฐานา จรนฺตี’’ติ เอวํ ปรวมฺภนํ น กโรติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อริยวํสาติ, ภิกฺขเว, อิเม จตฺตาโร อริยวํสา อริยตนฺติโย อริยปเวณิโย อริยญฺชสา อริยวฏุมานีติ สุตฺตนฺตํ วินิวฏฺเฏตฺวา อิทานิ มหาอริยวํสปริปูรกสฺส ภิกฺขุโน วสนทิสา ทสฺเสนฺโต อิเมหิ จ ปน, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ เสฺวว อรตึ สหตีติ โสเยว อรตึ อนภิรตึ อุกฺกณฺฐิตํ สหติ อภิภวติ. น ตํ อรติ สหตีติ ตํ ปน ภิกฺขุํ ยา เอสา ปนฺเตสุ เสนาสเนสุ อธิกุสลานํ ธมฺมานํ ภาวนาย อรติ นาม โหติ, สา สหิตุํ อธิภวิตุํ น สกฺโกติ. อรติรติสโหติ อรติญฺจ ปญฺจกามคุณรติญฺจ สหติ, อธิภวิตุํ สกฺโกติ.

อิทานิ คาถาหิ กูฏํ คณฺหนฺโต นารตีติอาทิมาห. ตตฺถ ธีรนฺติ วีริยวนฺตํ. นารติ ธีรํ สหตีติ อิทํ ปุริมสฺเสว การณวจนํ. ยสฺมา สา ธีรํ น สหติ นปฺปโหติ ธีรํ สหิตุํ อธิภวิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา นารติ สหติ ธีรํ. ธีโร หิ อรติสฺสโหติ อรติสหตฺตา หิ โส ธีโร นาม, ตสฺมา อรตึ สหตีติ อตฺโถ. สพฺพกมฺมวิหายีนนฺติ สพฺพํ เตภูมกกมฺมํ จชิตฺวา ปริจฺฉินฺนํ ปริวฏุมํ กตฺวา ฐิตํ. ปนุณฺณํ โก นิวารเยติ กิเลเส ปนุทิตฺวา ฐิตํ โก นาม ราโค วา โทโส วา นิวาเรยฺย. เนกฺขํ ชมฺโพนทสฺเสว, โก ตํ นินฺทิตุมรหตีติ ชมฺโพนทสงฺขาตสฺส ชาติรตฺตสุวณฺณสฺส นิกฺขสทิสํ ครหิตพฺพโทสวิมุตฺตํ โก ตํ ปุคฺคลํ นินฺทิตุํ อรหติ. พฺรหฺมุนาปิ ปสํสิโตติ มหาพฺรหฺมุนาปิ เอส ปุคฺคโล ปสํสิโตเยวาติ. เทสนาปริโยสาเน จตฺตาลีส ภิกฺขุสหสฺสานิ อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ.