๔. กาฬการามสุตฺตวณฺณนา

๒๔. จตุตฺถํ อตฺถุปฺปตฺติยํ นิกฺขิตฺตํ. กตราย อตฺถุปฺปตฺติยนฺติ? ทสพลคุณกถาย. อนาถปิณฺฑิกสฺส กิร ธีตา จูฬสุภทฺทา ‘‘สาเกตนคเร กาฬกเสฏฺฐิปุตฺตสฺส เคหํ คจฺฉิสฺสามี’’ติ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อหํ มิจฺฉาทิฏฺฐิกกุลํ คจฺฉามิ. สเจ ตตฺถ สกฺการํ ลภิสฺสามิ, เอกสฺมึ ปุริเส เปสิยมาเน ปปญฺโจ ภวิสฺสติ, มํ อาวชฺเชยฺยาถ ภควา’’ติ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อคมาสิ. เสฏฺฐิ ‘‘สุณิสา เม อาคตา’’ติ มงฺคลํ กโรนฺโตว พหุํ ขาทนียโภชนียํ ปฏิยาเทตฺวา ปญฺจ อเจลกสตานิ นิมนฺเตสิ. โส เตสุ นิสินฺเนสุ ‘‘ธีตา เม อาคนฺตฺวา อรหนฺเต วนฺทตู’’ติ จูฬสุภทฺทาย เปเสสิ. อาคตผลา อริยสาวิกา อรหนฺเตติ วุตฺตมตฺเตเยว ‘‘ลาภา วต เม’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา คตา เต นิสฺสิริกทสฺสเน อเจลเก ทิสฺวาว ‘‘สมณา นาม น เอวรูปา โหนฺติ, ตาต, เยสํ เนว อชฺฌตฺตํ หิรี, น พหิทฺธา โอตฺตปฺปํ อตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘น อิเม สมณา, ธีธี’’ติ เขฬํ ปาเตตฺวา นิวตฺติตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คตา.

ตโต อเจลกา ‘‘มหาเสฏฺฐิ กุโต เต เอวรูปา กาลกณฺณี ลทฺธา, กึ สกลชมฺพุทีเป อญฺญา ทาริกา นตฺถี’’ติ เสฏฺฐึ ปริภาสึสุ. โส ‘‘อาจริยา ชานิตฺวา วา กตํ โหตุ อชานิตฺวา วา, อหเมตฺถ ชานิสฺสามี’’ติ อเจลเก อุยฺโยเชตฺวา สุภทฺทาย สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อมฺม, กสฺมา เอวรูปํ อกาสิ, กสฺมา อรหนฺเต ลชฺชาเปสี’’ติ อาห. ตาต, อรหนฺตา นาม เอวรูปา น โหนฺตีติ. อถ นํ โส อาห –

‘‘กีทิสา สมณา ตุยฺหํ, พาฬฺหํ โข เน ปสํสสิ;

กึสีลา กึสมาจารา, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา’’ติ.

สา อาห –

‘‘สนฺตินฺทฺริยา สนฺตมนา, สนฺตเตชา คุณมคฺคสณฺฐิตา;

โอกฺขิตฺตจกฺขู มิตภาณี, ตาทิสา สมณา มม.

‘‘วสนฺติ วนโมคยฺห, นาโค เฉตฺวาว พนฺธนํ;

เอกกิยา อทุติยา, ตาทิสา สมณา มมา’’ติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา เสฏฺฐิสฺส ปุเร ฐตฺวา ติณฺณํ รตนานํ คุณํ กเถสิ. เสฏฺฐิ ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ‘‘ยทิ เอวํ, ตว สมเณ อาเนตฺวา มงฺคลํ กโรมา’’ติ. สา ปุจฺฉิ ‘‘กทา กริสฺสถ, ตาตา’’ติ. เสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘กติปาหจฺจเยนาติ วุตฺเต เปเสตฺวา ปกฺโกสาเปยฺยา’’ติ. อถ นํ ‘‘เสฺว อมฺมา’’ติ อาห. สา สายนฺหสมเย อุปริปาสาทํ อารุยฺห มหนฺตํ ปุปฺผสมุคฺคํ คเหตฺวา สตฺถุ คุเณ อนุสฺสริตฺวา อฏฺฐ ปุปฺผมุฏฺฐิโย ทสพลสฺส วิสฺสชฺเชตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสมานา อฏฺฐาสิ. เอวญฺจ อวจ – ‘‘ภควา เสฺว ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. ตานิ ปุปฺผานิ คนฺตฺวา ทสพลสฺส มตฺถเก วิตานํ หุตฺวา อฏฺฐํสุ. สตฺถา อาวชฺเชนฺโต ตํ การณํ อทฺทส. ธมฺมเทสนาปริโยสาเน อนาถปิณฺฑิกมหาเสฏฺฐิ ทสพลํ วนฺทิตฺวา ‘‘เสฺว, ภนฺเต, ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ มม เคเห ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อาห. จูฬสุภทฺทาย นิมนฺติตมฺห เสฏฺฐีติ. น, ภนฺเต, กญฺจิ อาคตํ ปสฺสามาติ. อาม, เสฏฺฐิ, สทฺธา ปน อุปาสิกา ทูเร โยชนสตมตฺถเกปิ โยชนสหสฺสมตฺถเกปิ ฐิตา หิมวนฺโต วิย ปญฺญายตีติ วตฺวา –

‘‘ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ, หิมวนฺโตว ปพฺพโต;

อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ, รตฺตึ ขิตฺตา ยถา สรา’’ติ. (ธ. ป. ๓๐๔) –

อิมํ คาถมาห. อนาถปิณฺฑิโก ‘‘ภนฺเต, มม, ธีตุ สงฺคหํ กโรถา’’ติ วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ.

สตฺถา อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘อหํ, อานนฺท, สาเกตํ คมิสฺสามิ, ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ สลากํ เทหิ. ททนฺโต จ ฉฬภิญฺญานํเยว ทเทยฺยาสี’’ติ. เถโร ตถา อกาสิ. จูฬสุภทฺทา รตฺติภาคสมนนฺตเร จินฺเตสิ – ‘‘พุทฺธา นาม พหุกิจฺจา พหุกรณียา, มํ สลฺลกฺเขยฺย วา น วา, กึ นุ โข กริสฺสามี’’ติ. ตสฺมึ ขเณ เวสฺสวโณ มหาราชา จูฬสุภทฺทาย กเถสิ – ‘‘ภทฺเท, มา โข ตฺวํ วิมนา อโหสิ, มา ทุมฺมนา. อธิวุตฺถํ เต ภควตา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ. สา ตุฏฺฐปหฏฺฐา ทานเมว สํวิทหิ. สกฺโกปิ โข เทวราชา วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตาต, ทสพโล จูฬสุภทฺทาย สนฺติกํ สาเกตนครํ คจฺฉิสฺสติ, ปญฺจ กูฏาคารสตานิ มาเปหี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. สตฺถา ปญฺจหิ ฉฬภิญฺญสเตหิ ปริวุโต กูฏาคารยาเนน มณิวณฺณํ อากาสํ วิลิขนฺโต วิย สาเกตนครํ อคมาสิ.

สุภทฺทา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ สสุรปกฺโข มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, สาธุ เตสํ อนุจฺฉวิกธมฺมํ กเถถา’’ติ. สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. กาฬกเสฏฺฐิ โสตาปนฺโน หุตฺวา อตฺตโน อุยฺยานํ ทสพลสฺส อทาสิ. อเจลกา ‘‘อมฺหากํ ปฐมํ ทินฺน’’นฺติ นิกฺขมิตุํ น อิจฺฉนฺติ. ‘‘คจฺฉถ นีหริตพฺพนิยาเมน เต นีหรถา’’ติ สพฺเพ นีหราเปตฺวา ตตฺเถว สตฺถุ วิหารํ กาเรตฺวา พฺรหฺมเทยฺยํ กตฺวา อุทกํ ปาเตสิ. โส กาฬเกน การิตตาย กาฬการาโม นาม ชาโต. ภควา ตสฺมึ สมเย ตตฺถ วิหรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สาเกเต วิหรติ กาฬการาเม’’ติ.

ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ปญฺจสเต ภิกฺขู อามนฺเตสิ. เต กิร สาเกตนครวาสิโน กุลปุตฺตา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา อุปฏฺฐานสาลาย นิสินฺนา ‘‘อโห พุทฺธคุณา นาม มหนฺตา, เอวรูปํ นาม มิจฺฉาทิฏฺฐิกํ กาฬกเสฏฺฐึ ทิฏฺฐิโต โมเจตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปาเปตฺวา สกลนครํ สตฺถารา เทวโลกสทิสํ กต’’นฺติ ทสพลสฺส คุณํ กเถนฺติ. สตฺถา เตสํ คุณํ กเถนฺตานํ จิตฺตํ อุปปริกฺขิตฺวา – ‘‘มยิ คเต มหตี เทสนา สมุฏฺฐิสฺสติ, เทสนาปริโยสาเน จ อิเม ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหิสฺสนฺติ, มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา กมฺปิสฺสตี’’ติ ธมฺมสภํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน เต ภิกฺขู อาทึ กตฺวา ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺสาติ อิมํ เทสนํ อารภิ. เอวมิทํ สุตฺตํ คุณกถาย นิกฺขิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ ‘‘ตมหํ ชานามี’’ติ ปทปริโยสาเน มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา อกมฺปิตฺถ. อพฺภญฺญาสินฺติ อภิอญฺญาสึ, ชานินฺติ อตฺโถ. วิทิตนฺติ ปากฏํ กตฺวา ญาตํ. อิมินา เอตํ ทสฺเสติ – อญฺเญ ชานนฺติเยว, มยา ปน ปากฏํ กตฺวา วิทิตนฺติ. อิเมหิ ตีหิ ปเทหิ สพฺพญฺญุตภูมิ นาม กถิตา. ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสีติ ตํ ฉทฺวาริกํ อารมฺมณํ ตถาคโต ตณฺหาย วา ทิฏฺฐิยา วา น อุปฏฺฐาสิ น อุปคญฺฉิ. อยญฺหิ ปสฺสติ ภควา จกฺขุนา รูปํ, ฉนฺทราโค ภควโต นตฺถิ, สุวิมุตฺตจิตฺโต โส ภควา. สุณาติ ภควา โสเตน สทฺทํ. ฆายติ ภควา ฆาเนน คนฺธํ. สายติ ภควา ชิวฺหาย รสํ. ผุสติ ภควา กาเยน โผฏฺฐพฺพํ. วิชานาติ ภควา มนสา ธมฺมํ, ฉนฺทราโค ภควโต นตฺถิ, สุวิมุตฺตจิตฺโต โส ภควา. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสี’’ติ. อิมินา ปเทน ขีณาสวภูมิ กถิตาติ เวทิตพฺพา.

ตํ มมสฺส มุสาติ ตํ เม วจนํ มุสาวาโท นาม ภเวยฺย. ตํ ปสฺส ตาทิสเมวาติ ตมฺปิ มุสาวาโท ภเวยฺย. ตํ มมสฺส กลีติ ตํ วจนํ มยฺหํ โทโส ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา สจฺจภูมิ นาม กถิตาติ เวทิตพฺพา.

ทฏฺฐา ทฏฺฐพฺพนฺติ ทิสฺวา ทฏฺฐพฺพํ. ทิฏฺฐํ น มญฺญตีติ ตํ ทิฏฺฐํ รูปายตนํ ‘‘อหํ มหาชเนน ทิฏฺฐเมว ปสฺสามี’’ติ ตณฺหามานทิฏฺฐีหิ น มญฺญติ. อทิฏฺฐํ น มญฺญตีติ ‘‘อหํ มหาชเนน อทิฏฺฐเมว เอตํ ปสฺสามี’’ติ เอวมฺปิ ตณฺหาทีหิ มญฺญนาหิ น มญฺญติ. ทฏฺฐพฺพํ น มญฺญตีติ ‘‘มหาชเนน ทิฏฺฐํ ปสฺสามี’’ติ เอวมฺปิ ตาหิ มญฺญนาหิ น มญฺญติ. ทฏฺฐพฺพญฺหิ อทิฏฺฐมฺปิ โหติเยว. เอวรูปานิ หิ วจนานิ ตีสุปิ กาเลสุ ลพฺภนฺติ, เตนสฺส อตฺโถ วุตฺโต. ทฏฺฐารํ น มญฺญตีติ ปสฺสิตารํ เอกสตฺตํ นาม ตาหิ มญฺญนาหิ น มญฺญตีติ อตฺโถ. เสสฏฺฐาเนสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมินา เอตฺตเกน ฐาเนน สุญฺญตาภูมิ นาม กถิตา.

อิติ โข, ภิกฺขเวติ เอวํ โข, ภิกฺขเว. ตาทีเยว ตาทีติ ตาทิตา นาม เอกสทิสตา. ตถาคโต จ ยาทิโส ลาภาทีสุ, ตาทิโสว อลาภาทีสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ลาเภปิ ตาที, อลาเภปิ ตาที. ยเสปิ ตาที, อยเสปิ ตาที. นินฺทายปิ ตาที, ปสํสายปิ ตาที. สุเขปิ ตาที, ทุกฺเขปิ ตาที’’ติ (มหานิ. ๓๘, ๑๙๒). อิมาย ตาทิตาย ตาที. ตมฺหา จ ปน ตาทิมฺหาติ ตโต ตถาคตตาทิโต อญฺโญ อุตฺตริตโร วา ปณีตตโร วา ตาที นตฺถีติ เอตฺตาวตา ตาทิภูมิ นาม กถิตา. อิมาหิ ปญฺจภูมีหิ เทสนํ นิฏฺฐาเปนฺตสฺส ปญฺจสุปิ ฐาเนสุ มหาปถวี สกฺขิภาเวน อกมฺปิตฺถ. เทสนาปริโยสาเน เต ปญฺจสเต อธุนาปพฺพชิเต กุลปุตฺเต อาทึ กตฺวา ตํ ฐานํ ปตฺตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุราสีติ ปาณสหสฺสานิ อมตปานํ ปิวึสุ.

ภควาปิ สุตฺตํ นิฏฺฐาเปตฺวา คาถาหิ กูฏํ คณฺหนฺโต ยํกิญฺจีติอาทิมาห. ตตฺถ อชฺโฌสิตํ สจฺจมุตํ ปเรสนฺติ ปเรสํ สทฺธาย ปรปตฺติยายนาย สจฺจมุตนฺติ มญฺญิตฺวา อชฺโฌสิตํ คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา คหิตํ. สยสํวุเตสูติ สยเมว สํวริตฺวา ปิยายิตฺวา คหิตคหเณสุ, ทิฏฺฐิคติเกสูติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิคติกา หิ สยํ สํวุตาติ วุจฺจนฺติ. สจฺจํ มุสา วาปิ ปรํ ทเหยฺยาติ เตสุ สยํ สํวุตสงฺขาเตสุ ทิฏฺฐิคติเกสุ ตถาคโต ตาที เตสํ เอกมฺปิ วจนํ ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ เอวํ สจฺจํ มุสา วาปิ ปรํ อุตฺตมํ กตฺวา น โอทเหยฺย, น สทฺทเหยฺย, น ปตฺติยาเยยฺย. เอตญฺจ สลฺลนฺติ เอตํ ทิฏฺฐิสลฺลํ. ปฏิกจฺจ ทิสฺวาติ ปุเรตรํ โพธิมูเลเยว ทิสฺวา. วิสตฺตาติ ลคฺคา ลคิตา ปลิพุทฺธา. ชานามิ ปสฺสามิ ตเถว เอตนฺติ ยถายํ ปชา อชฺโฌสิตา คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา วิสตฺตา ลคฺคา ลคิตา, เอวํ อหมฺปิ ชานามิ ปสฺสามิ. ตถา เอวํ ยถา เอตาย ปชาย คหิตนฺติ เอวํ อชฺโฌสิตํ นตฺถิ ตถาคตานนฺติ อตฺโถ.