๑. ปฐมอุรุเวลสุตฺตวณฺณนา
๒๑. ตติยสฺส ปฐเม อุรุเวลายนฺติ เอตฺถ อุรุเวลาติ มหาเวลา, มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ. อถ วา อุรูติ วาลุกา วุจฺจติ, เวลาติ มริยาทา. เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อตีเต กิร อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ทสสหสฺสา กุลปุตฺตา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตสฺมึ ปเทเส วิหรนฺตา เอกทิวสํ สนฺนิปติตฺวา กติกวตฺตํ อกํสุ – ‘‘กายกมฺมวจีกมฺมานิ นาม ปเรสมฺปิ ปากฏานิ โหนฺติ, มโนกมฺมํ ปน อปากฏํ. ตสฺมา โย กามวิตกฺกํ วา พฺยาปาทวิตกฺกํ วา วิหึสาวิตกฺกํ วา วิตกฺเกติ, ตสฺส อญฺโญ โจทโก นาม นตฺถิ. โส อตฺตนาว อตฺตานํ โจเทตฺวา ปตฺตปุเฏน วาลุกํ อาหริตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน อากิรตุ, อิทมสฺส ทณฺฑกมฺม’’นฺติ. ตโต ปฏฺฐาย โย ตาทิสํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ, โส ตตฺถ ปตฺตปุเฏน วาลุกํ อากิรติ, เอวํ ตตฺถ อนุกฺกเมน มหาวาลุกราสิ ชาโต. ตโต นํ ปจฺฉิมา ชนตา ปริกฺขิปิตฺวา เจติยฏฺฐานมกาสิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อุรุเวลาติ มหาเวลา, มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ’’ติ. ตเมว สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อถ วา อุรูติ วาลุกา วุจฺจติ, เวลาติ มริยาทา, เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ.
นชฺชา เนรญฺชราย ตีเรติ อุรุเวลคามํ นิสฺสาย เนรญฺชรานทีตีเร วิหรามีติ ทสฺเสติ. อชปาลนิโคฺรเธติ อชปาลกา ตสฺส นิโคฺรธสฺส ฉายาย นิสีทนฺติปิ ติฏฺฐนฺติปิ, ตสฺมา โส อชปาลนิโคฺรโธเตฺวว สงฺขํ คโต, ตสฺส เหฏฺฐาติ อตฺโถ. ปฐมาภิสมฺพุทฺโธติ สมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปฐมเมว. อุทปาทีติ อยํ วิตกฺโก ปญฺจเม สตฺตาเห อุทปาทิ. กสฺมา อุทปาทีติ? สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณตฺตา เจว ปุพฺพาเสวนตาย จ. ตตฺถ ปุพฺพาเสวนาย ปกาสนตฺถํ ติตฺติรชาตกํ อาหริตพฺพํ. หตฺถิวานรติตฺติรา กิร เอกสฺมึ ปเทเส วิหรนฺตา ‘‘โย อมฺหากํ มหลฺลโก, ตสฺมึ สคารวา วิหริสฺสามา’’ติ นิโคฺรธํ ทสฺเสตฺวา ‘‘โก นุ โข อมฺหากํ มหลฺลโก’’ติ วีมํสนฺตา ติตฺติรสฺส มหลฺลกภาวํ ญตฺวา ตสฺส เชฏฺฐาปจายนกมฺมํ กตฺวา อญฺญมญฺญํ สมคฺคา สมฺโมทมานา วิหริตฺวา สคฺคปรายณา อเหสุํ. ตํ การณํ ญตฺวา รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา อิมํ คาถมาห –
‘‘เย วุฑฺฒมปจายนฺติ, นรา ธมฺมสฺส โกวิทา;
ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปาสํสา, สมฺปราเย จ สุคฺคตี’’ติ. (ชา. ๑.๑.๓๗);
เอวํ อเหตุกติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺโตปิ ตถาคโต สคารววาสํ โรเจสิ, อิทานิ กสฺมา น โรเจสฺสตีติ. อคารโวติ อญฺญสฺมึ คารวรหิโต, กญฺจิ ครุฏฺฐาเน อฏฺฐเปตฺวาติ อตฺโถ. อปฺปติสฺโสติ ปติสฺสยรหิโต, กญฺจิ เชฏฺฐกฏฺฐาเน อฏฺฐเปตฺวาติ อตฺโถ. สมณํ วา พฺราหฺมณํ วาติ เอตฺถ สมิตปาปพาหิตปาปาเยว สมณพฺราหฺมณา อธิปฺเปตา. สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวาติ สกฺการญฺเจว กตฺวา ครุการญฺจ อุปฏฺฐเปตฺวา.
สเทวเก โลเกติอาทีสุ สทฺธึ เทเวหิ สเทวเก. เทวคฺคหเณน เจตฺถ มารพฺรเหฺมสุ คหิเตสุปิ มาโร นาม วสวตฺตี สพฺเพสํ อุปริ วสํ วตฺเตติ, พฺรหฺมา นาม มหานุภาโว, เอกงฺคุลิยา เอกสฺมึ จกฺกวาฬสหสฺเส อาโลกํ ผรติ, ทฺวีหิ ทฺวีสุ, ทสหิ องฺคุลีหิ ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ อาโลกํ ผรติ. โส อิมินา สีลสมฺปนฺนตโรติ วตฺตุํ มา ลภนฺตูติ สมารเก สพฺรหฺมเกติ วิสุํ วุตฺตํ. ตถา สมณา นาม เอกนิกายาทิวเสน พหุสฺสุตา สีลวนฺโต ปณฺฑิตา, พฺราหฺมณาปิ วตฺถุวิชฺชาทิวเสน พหุสฺสุตา ปณฺฑิตา. เต อิมินา สมฺปนฺนตราติ วตฺตุํ มา ลภนฺตูติ สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชายาติ วุตฺตํ. สเทวมนุสฺสายาติ อิทํ ปน นิปฺปเทสโต ทสฺสนตฺถํ คหิตเมว คเหตฺวา วุตฺตํ. อปิเจตฺถ ปุริมานิ ตีณิ ปทานิ โลกวเสน วุตฺตานิ, ปจฺฉิมานิ เทฺว ปชาวเสน. สีลสมฺปนฺนตรนฺติ สีเลน สมฺปนฺนตรํ, อธิกตรนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ สีลาทโย จตฺตาโร ธมฺมา โลกิยโลกุตฺตรา กถิตา, วิมุตฺติญาณทสฺสนํ โลกิยเมว. ปจฺจเวกฺขณญาณเมว เหตํ. ปาตุรโหสีติ ‘‘อยํ สตฺถา อวีจิโต ยาว ภวคฺคา สีลาทีหิ อตฺตนา อธิกตรํ อปสฺสนฺโต ‘มยา ปฏิวิทฺธนวโลกุตฺตรธมฺมเมว สกฺกตฺวา อุปนิสฺสาย วิหริสฺสามี’ติ จินฺเตติ, การณํ ภควา จินฺเตติ, อตฺถํ วุฑฺฒึ วิเสสํ จินฺเตติ, คจฺฉามิสฺส อุสฺสาหํ ชเนสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปุรโต ปากโฏ อโหสิ, อภิมุเข อฏฺฐาสีติ อตฺโถ.
วิหํสุ วิหรนฺติ จาติ เอตฺถ โย วเทยฺย – ‘‘วิหรนฺตีติ วจนโต ปจฺจุปฺปนฺเนปิ พหู พุทฺธา’’ติ, โส ‘‘ภควาปิ ภนฺเต เอตรหิ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ อิมินา วจเนน ปฏิพาหิตพฺโพ.
‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ;
สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ, นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล’’ติ. (มหาว. ๑๑; ม. นิ. ๒.๓๔๑) –
อาทีหิ จสฺส สุตฺเตหิ อญฺเญสํ พุทฺธานํ อภาโว ทีเปตพฺโพ. ตสฺมาติ ยสฺมา สพฺเพปิ พุทฺธา สทฺธมฺมครุโน, ตสฺมา. มหตฺตมภิกงฺขตาติ มหนฺตภาวํ ปตฺถยมาเนน. สรํ พุทฺธาน สาสนนฺติ พุทฺธานํ สาสนํ สรนฺเตน.
ยโตติ ยสฺมึ กาเล. มหตฺเตน สมนฺนาคโตติ รตฺตญฺญุมหตฺตํ เวปุลฺลมหตฺตํ พฺรหฺมจริยมหตฺตํ ลาภคฺคมหตฺตนฺติ อิมินา จตุพฺพิเธน มหตฺเตน สมนฺนาคโต. อถ เม สงฺเฆปิ คารโวติ อถ มยฺหํ สงฺเฆปิ คารโว ชาโต. กิสฺมึ ปน กาเล ภควตา สงฺเฆ คารโว กโตติ? มหาปชาปติยา ทุสฺสยุคทานกาเล. ตทา หิ ภควา อตฺตโน อุปนีตํ ทุสฺสยุคํ ‘‘สงฺเฆ, โคตมิ, เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’’ติ วทนฺโต สงฺเฆ คารวํ อกาสิ นาม.