๔. นิทานสุตฺตวณฺณนา

๓๔. จตุตฺเถ นิทานานีติ การณานิ. กมฺมานนฺติ วฏฺฏคามิกมฺมานํ. โลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยายาติ ลุพฺภนปลุพฺภนสภาโว โลโภ วฏฺฏคามิกมฺมานํ สมุทยาย ปิณฺฑกรณตฺถาย นิทานํ การณํ ปจฺจโยติ อตฺโถ. โทโสติ ทุสฺสนปทุสฺสนสภาโว โทโส. โมโหติ มุยฺหนปมุยฺหนสภาโว โมโห.

โลภปกตนฺติ โลเภน ปกตํ, โลภาภิภูเตน ลุทฺเธน หุตฺวา กตกมฺมนฺติ อตฺโถ. โลภโต ชาตนฺติ โลภชํ. โลโภ นิทานมสฺสาติ โลภนิทานํ. โลโภ สมุทโย อสฺสาติ โลภสมุทยํ. สมุทโยติ ปจฺจโย, โลภปจฺจยนฺติ อตฺโถ. ยตฺถสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตตีติ ยสฺมึ ฐาเน อสฺส โลภชกมฺมวโต ปุคฺคลสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตติ, ขนฺธา ปาตุภวนฺติ. ตตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจตีติ เตสุ ขนฺเธสุ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ. ทิฏฺเฐ วา ธมฺเมติอาทิ ยสฺมา ตํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ วา โหติ อุปปชฺชเวทนียํ วา อปรปริยายเวทนียํ วา, ตสฺมา ตํ ปเภทํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย.

อขณฺฑานีติ อภินฺนานิ. อปูตีนีติ ปูติภาเวน อพีชตฺตํ อปฺปตฺตานิ. อวาตาตปหตานีติ น วาเตน น จ อาตเปน หตานิ. สาราทานีติ คหิตสารานิ สารวนฺตานิ น นิสฺสารานิ. สุขสยิตานีติ สนฺนิจยภาเวน สุขํ สยิตานิ. สุเขตฺเตติ มณฺฑเขตฺเต. สุปริกมฺมกตาย ภูมิยาติ นงฺคลกสเนน เจว อฏฺฐทนฺตเกน จ สุฏฺฐุ ปริกมฺมกตาย เขตฺตภูมิยา. นิกฺขิตฺตานีติ ฐปิตานิ โรปิตานิ. อนุปฺปเวจฺเฉยฺยาติ อนุปฺปเวเสยฺย. วุทฺธินฺติอาทีสุ อุทฺธคฺคมเนน วุทฺธึ, เหฏฺฐา มูลปฺปติฏฺฐาเนน วิรูฬฺหึ, สมนฺตา วิตฺถาริกภาเวน เวปุลฺลํ.

ยํ ปเนตฺถ ทิฏฺเฐ วา ธมฺเมติอาทิ วุตฺตํ, ตตฺถ อสมฺโมหตฺถํ อิมสฺมึ ฐาเน กมฺมวิภตฺติ นาม กเถตพฺพา. สุตฺตนฺติกปริยาเยน หิ เอกาทส กมฺมานิ วิภตฺตานิ. เสยฺยถิทํ – ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ อุปปชฺชเวทนียํ อปรปริยายเวทนียํ, ยคฺครุกํ ยพฺพหุลํ ยทาสนฺนํ กฏตฺตา วา ปน กมฺมํ, ชนกํ อุปตฺถมฺภกํ อุปปีฬกํ อุปฆาตกนฺติ. ตตฺถ เอกชวนวีถิยํ สตฺตสุ จิตฺเตสุ กุสลา วา อกุสลา วา ปฐมชวนเจตนา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียกมฺมํ นาม. ตํ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ เทติ กากวฬิยปุณฺณเสฏฺฐีนํ วิย กุสลํ, นนฺทยกฺขนนฺทมาณวกนนฺทโคฆาตกโกกาลิยสุปฺปพุทฺธเทวทตฺตจิญฺจมาณวิกานํ วิย จ อกุสลํ. ตถา อสกฺโกนฺตํ ปน อโหสิกมฺมํ นาม โหติ, อวิปากํ สมฺปชฺชติ. ตํ มิคลุทฺทโกปมาย สาเธตพฺพํ. ยถา หิ มิคลุทฺทเกน มิคํ ทิสฺวา ธนุํ อากฑฺฒิตฺวา ขิตฺโต สโร สเจ น วิรชฺฌติ, ตํ มิคํ ตตฺเถว ปาเตติ, อถ นํ มิคลุทฺทโก นิจฺจมฺมํ กตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ เฉตฺวา มํสํ อาทาย ปุตฺตทารํ โตเสนฺโต คจฺฉติ. สเจ ปน วิรชฺฌติ, มิโค ปลายิตฺวา ปุน ตํ ทิสํ น โอโลเกติ. เอวํ สมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. สรสฺส อวิรชฺฌิตฺวา มิควิชฺฌนํ วิย หิ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียสฺส กมฺมสฺส วิปากวารปฏิลาโภ, อวิชฺฌนํ วิย อวิปากภาวาย สมฺปชฺชนนฺติ.

อตฺถสาธิกา ปน สตฺตมชวนเจตนา อุปปชฺชเวทนียกมฺมํ นาม. ตํ อนนฺตเร อตฺตภาเว วิปากํ เทติ. ตํ ปเนตํ กุสลปกฺเข อฏฺฐสมาปตฺติวเสน, อกุสลปกฺเข ปญฺจานนฺตริยกมฺมวเสน เวทิตพฺพํ. ตตฺถ อฏฺฐสมาปตฺติลาภี เอกาย สมาปตฺติยา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตติ. ปญฺจนฺนมฺปิ อานนฺตริยานํ กตฺตา เอเกน กมฺเมน นิรเย นิพฺพตฺตติ, เสสสมาปตฺติโย จ กมฺมานิ จ อโหสิกมฺมภาวํเยว อาปชฺชนฺติ, อวิปากานิ โหนฺติ. อยมฺปิ อตฺโถ ปุริมอุปมายเยว ทีเปตพฺโพ.

อุภินฺนํ อนฺตเร ปน ปญฺจชวนเจตนา อปรปริยายเวทนียกมฺมํ นาม. ตํ อนาคเต ยทา โอกาสํ ลภติ, ตทา วิปากํ เทติ. สติ สํสารปฺปวตฺติยา อโหสิกมฺมํ นาม น โหติ. ตํ สพฺพํ สุนขลุทฺทเกน ทีเปตพฺพํ. ยถา หิ สุนขลุทฺทเกน มิคํ ทิสฺวา สุนโข วิสฺสชฺชิโต มิคํ อนุพนฺธิตฺวา ยสฺมึ ฐาเน ปาปุณาติ, ตสฺมึ เยว ฑํสติ; เอวเมวํ อิทํ กมฺมํ ยสฺมึ ฐาเน โอกาสํ ลภติ, ตสฺมึเยว วิปากํ เทติ, เตน มุตฺโต สตฺโต นาม นตฺถิ.

กุสลากุสเลสุ ปน ครุกาครุเกสุ ยํ ครุกํ โหติ, ตํ ยคฺครุกํ นาม. ตเทตํ กุสลปกฺเข มหคฺคตกมฺมํ, อกุสลปกฺเข ปญฺจานนฺตริยกมฺมํ เวทิตพฺพํ. ตสฺมึ สติ เสสานิ กุสลานิ วา อกุสลานิ วา วิปจฺจิตุํ น สกฺโกนฺติ, ตเทว ทุวิธมฺปิ ปฏิสนฺธึ เทติ. ยถา หิ สาสปปฺปมาณาปิ สกฺขรา วา อยคุฬิกา วา อุทกรหเท ปกฺขิตฺตา อุทกปิฏฺเฐ อุปฺลวิตุํ น สกฺโกติ, เหฏฺฐาว ปวิสติ; เอวเมว กุสเลปิ อกุสเลปิ ยํ ครุกํ, ตเทว คณฺหิตฺวา คจฺฉติ.

กุสลากุสเลสุ ปน ยํ พหุลํ โหติ, ตํ ยพฺพหุลํ นาม. ตํ ทีฆรตฺตํ ลทฺธาเสวนวเสน เวทิตพฺพํ. ยํ วา พลวกุสลกมฺเมสุ โสมนสฺสกรํ, อกุสลกมฺเมสุ สนฺตาปกรํ, เอตํ ยพฺพหุลํ นาม. ตเทตํ ยถา นาม ทฺวีสุ มลฺเลสุ ยุทฺธภูมึ โอติณฺเณสุ โย พลวา, โส อิตรํ ปาเตตฺวา คจฺฉติ; เอวเมว อิตรํ ทุพฺพลกมฺมํ อวตฺถริตฺวา ยํ อาเสวนวเสน วา พหุลํ, อาสนฺนวเสน วา พลวํ, ตํ วิปากํ เทติ, ทุฏฺฐคามณิอภยรญฺโญ กมฺมํ วิย.

โส กิร จูฬงฺคณิยยุทฺเธ ปราชิโต วฬวํ อารุยฺห ปลายิ. ตสฺส จูฬุปฏฺฐาโก ติสฺสามจฺโจ นาม เอกโกว ปจฺฉโต อโหสิ. โส เอกํ อฏวึ ปวิสิตฺวา นิสินฺโน ชิฆจฺฉาย พาธยมานาย – ‘‘ภาติก ติสฺส, อติวิย โน ชิฆจฺฉา พาธติ, กึ กริสฺสามา’’ติ อาห. อตฺถิ, เทว, มยา สาฏกนฺตเร ฐเปตฺวา เอกํ สุวณฺณสรกภตฺตํ อาภตนฺติ. เตน หิ อาหราติ. โส นีหริตฺวา รญฺโญ ปุรโต ฐเปสิ. ราชา ทิสฺวา, ‘‘ตาต, จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กโรหี’’ติ อาห. มยํ ตโย ชนา, กสฺมา เทโว จตฺตาโร โกฏฺฐาเส การยตีติ? ภาติก ติสฺส, ยโต ปฏฺฐาย อหํ อตฺตานํ สรามิ, น เม อยฺยานํ อทตฺวา อาหาโร ปริภุตฺตปุพฺโพ อตฺถิ, สฺวาหํ อชฺชปิ อทตฺวา น ปริภุญฺชิสฺสามีติ. โส จตฺตาโร โกฏฺฐาเส อกาสิ. ราชา ‘‘กาลํ โฆเสหี’’ติ อาห. ฉฑฺฑิตารญฺเญ กุโต, อยฺเย, ลภิสฺสาม เทวาติ. ‘‘นายํ ตว ภาโร. สเจ มม สทฺธา อตฺถิ, อยฺเย, ลภิสฺสาม, วิสฺสตฺโถ กาลํ โฆเสหี’’ติ อาห. โส ‘‘กาโล, ภนฺเต, กาโล, ภนฺเต’’ติ ติกฺขตฺตุํ โฆเสสิ.

อถสฺส โพธิมาตุมหาติสฺสตฺเถโร ตํ สทฺทํ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สุตฺวา ‘กตฺถายํ สทฺโท’ติ ตํ อาวชฺเชนฺโต ‘‘อชฺช ทุฏฺฐคามณิอภยมหาราชา ยุทฺธปราชิโต อฏวึ ปวิสิตฺวา นิสินฺโน เอกํ สรกภตฺตํ จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กาเรตฺวา ‘เอกโกว น ปริภุญฺชิสฺสามี’ติ กาลํ โฆสาเปสี’’ติ ญตฺวา ‘‘อชฺช มยา รญฺโญ สงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ มโนคติยา อาคนฺตฺวา รญฺโญ ปุรโต อฏฺฐาสิ. ราชา ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต ‘‘ปสฺส, ภาติก, ติสฺสา’’ติ วตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา ‘‘ปตฺตํ, ภนฺเต, เทถา’’ติ อาห. เถโร ปตฺตํ นีหริ. ราชา อตฺตโน โกฏฺฐาเสน สทฺธึ เถรสฺส โกฏฺฐาสํ ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อาหารปริสฺสโย นาม มา กทาจิ โหตู’’ติ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ติสฺสามจฺโจปิ ‘‘มม อยฺยปุตฺเต ปสฺสนฺเต ภุญฺชิตุํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ อตฺตโน โกฏฺฐาสํ เถรสฺเสว ปตฺเต อากิริ. วฬวาปิ จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหมฺปิ โกฏฺฐาสํ เถรสฺเสว ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ราชา วฬวํ โอโลเกตฺวา ‘‘อยมฺปิ อตฺตโน โกฏฺฐาสํ เถรสฺเสว ปตฺเต ปกฺขิปนํ ปจฺจาสีสตี’’ติ ญตฺวา ตมฺปิ ตตฺเถว ปกฺขิปิตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา อุยฺโยเชสิ. เถโร ตํ ภตฺตํ อาทาย คนฺตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาโลปสงฺเขเปน อทาสิ.

ราชาปิ จินฺเตสิ – ‘‘อติวิยมฺหา ชิฆจฺฉิตา, สาธุ วตสฺส สเจ อติเรกภตฺตสิตฺถานิ ปหิเณยฺยา’’ติ. เถโร รญฺโญ จิตฺตํ ญตฺวา อติเรกภตฺตํ เอเตสํ ยาปนมตฺตํ กตฺวา ปตฺตํ อากาเส ขิปิ, ปตฺโต อาคนฺตฺวา รญฺโญ หตฺเถ ปติฏฺฐาสิ. ภตฺตํ ติณฺณมฺปิ ชนานํ ยาวทตฺถํ อโหสิ. อถ ราชา ปตฺตํ โธวิตฺวา ‘‘ตุจฺฉปตฺตํ น เปสิสฺสามี’’ติ อุตฺตริสาฏกํ โมเจตฺวา อุทกํ ปุญฺฉิตฺวา สาฏกํ ปตฺเต ฐเปตฺวา ‘‘ปตฺโต คนฺตฺวา มม อยฺยสฺส หตฺเถ ปติฏฺฐาตู’’ติ อากาเส ขิปิ. ปตฺโต คนฺตฺวา เถรสฺส หตฺเถ ปติฏฺฐาสิ.

อปรภาเค รญฺโญ ตถาคตสฺส สรีรธาตูนํ อฏฺฐมภาคํ ปติฏฺฐาเปตฺวา วีสรตนสติกํ มหาเจติยํ กาเรนฺตสฺส อปรินิฏฺฐิเตเยว เจติเย กาลกิริยาสมโย อนุปฺปตฺโต. อถสฺส มหาเจติยสฺส ทกฺขิณปสฺเส นิปนฺนสฺส ปญฺจนิกายวเสน ภิกฺขุสงฺเฆ สชฺฌายํ กโรนฺเต ฉหิ เทวโลเกหิ ฉ รถา อาคนฺตฺวา ปุรโต อากาเส อฏฺฐํสุ. ราชา ‘‘ปุญฺญโปตฺถกํ อาหรถา’’ติ อาทิโต ปฏฺฐาย ปุญฺญโปตฺถกํ วาจาเปสิ. อถ นํ กิญฺจิ กมฺมํ น ปริโตเสสิ. โส ‘‘ปรโต วาเจถา’’ติ อาห. โปตฺถกวาจโก ‘‘จูฬงฺคณิยยุทฺเธ ปราชิเตน เต เทว อฏวึ ปวิสิตฺวา นิสินฺเนน เอกํ สรกภตฺตํ จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กาเรตฺวา โพธิมาตุมหาติสฺสตฺเถรสฺส ภิกฺขา ทินฺนา’’ติ อาห. ราชา ‘‘ฐเปหี’’ติ วตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ ปุจฺฉิ, ‘‘ภนฺเต, กตโร เทวโลโก รมณีโย’’ติ? สพฺพโพธิสตฺตานํ วสนฏฺฐานํ ตุสิตภวนํ มหาราชาติ. ราชา กาลํ กตฺวา ตุสิตภวนโต อาคตรเถว ปติฏฺฐาย ตุสิตภวนํ อคมาสิ. อิทํ พลวกมฺมสฺส วิปากทาเน วตฺถุ.

ยํ ปน กุสลากุสเลสุ อาสนฺนมรเณ อนุสฺสริตุํ สกฺโกติ, ตํ ยทาสนฺนํ นาม. ตเทตํ ยถา นาม โคคณปริปุณฺณสฺส วชสฺส ทฺวาเร วิวเฏ ปรภาเค ทมฺมควพลวคเวสุ สนฺเตสุปิ โย วชทฺวารสฺส อาสนฺโน โหติ อนฺตมโส ทุพฺพลชรคฺคโวปิ, โส เอว ปฐมตรํ นิกฺขมติ, เอวเมว อญฺเญสุ กุสลากุสเลสุ สนฺเตสุปิ มรณกาลสฺส อาสนฺนตฺตา วิปากํ เทติ.

ตตฺริมานิ วตฺถูนิ – มธุองฺคณคาเม กิร เอโก ทมิฬโทวาริโก ปาโตว พฬิสํ อาทาย คนฺตฺวา มจฺเฉ วธิตฺวา ตโย โกฏฺฐาเส กตฺวา เอเกน ตณฺฑุลํ คณฺหาติ, เอเกน ทธึ, เอกํ ปจติ. อิมินา นีหาเรน ปญฺญาส วสฺสานิ ปาณาติปาตกมฺมํ กตฺวา อปรภาเค มหลฺลโก อนุฏฺฐานเสยฺยํ อุปคจฺฉติ. ตสฺมึ ขเณ คิริวิหารวาสี จูฬปิณฺฑปาติกติสฺสตฺเถโร ‘‘มา อยํ สตฺโต มยิ ปสฺสนฺเต นสฺสตู’’ติ คนฺตฺวา ตสฺส เคหทฺวาเร อฏฺฐาสิ. อถสฺส ภริยา, ‘‘สามิ, เถโร อาคโต’’ติ อาโรเจสิ. อหํ ปญฺญาส วสฺสานิ เถรสฺส สนฺติกํ น คตปุพฺโพ, กตเรน เม คุเณน เถโร อาคมิสฺสติ, คจฺฉาติ นํ วทถาติ. สา ‘‘อติจฺฉถ, ภนฺเต’’ติ อาห. เถโร ‘‘อุปาสกสฺส กา สรีรปฺปวตฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. ทุพฺพโล, ภนฺเตติ. เถโร ฆรํ ปวิสิตฺวา สตึ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘สีลํ คณฺหิสฺสสี’’ติ อาห. อาม, ภนฺเต, เทถาติ. เถโร ตีณิ สรณานิ ทตฺวา ปญฺจ สีลานิ ทาตุํ อารภิ. ตสฺส ปญฺจ สีลานีติ วจนกาเลเยว ชิวฺหา ปปติ. เถโร ‘‘วฏฺฏิสฺสติ เอตฺตก’’นฺติ นิกฺขมิตฺวา คโต. โสปิ กาลํ กตฺวา จาตุมหาราชิกภวเน นิพฺพตฺติ. นิพฺพตฺตกฺขเณเยว จ ‘‘กึ นุ โข กมฺมํ กตฺวา มยา อิทํ ลทฺธ’’นฺติ อาวชฺเชนฺโต เถรํ นิสฺสาย ลทฺธภาวํ ญตฺวา เทวโลกโต อาคนฺตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ‘‘โก เอโส’’ติ จ วุตฺเต ‘‘อหํ, ภนฺเต, ทมิฬโทวาริโก’’ติ อาห. กุหึ นิพฺพตฺโตสีติ? จาตุมหาราชิเกสุ, ภนฺเต, สเจ เม อยฺโย ปญฺจ สีลานิ อทสฺส, อุปริ เทวโลเก นิพฺพตฺโต อสฺสํ. อหํ กึ กริสฺสามิ, ตฺวํ คณฺหิตุํ นาสกฺขิ, ปุตฺตกาติ. โส เถรํ วนฺทิตฺวา เทวโลกเมว คโต. อิทํ ตาว กุสลกมฺเม วตฺถุ.

อนฺตรคงฺคาย ปน มหาวาจกาลอุปาสโก นาม อโหสิ. โส ตึส วสฺสานิ โสตาปตฺติมคฺคตฺถาย ทฺวตฺตึสาการํ สชฺฌายิตฺวา ‘‘อหํ เอวํ ทฺวตฺตึสาการํ สชฺฌายนฺโต โอภาสมตฺตมฺปิ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขึ, พุทฺธสาสนํ อนิยฺยานิกํ ภวิสฺสตี’’ติ ทิฏฺฐิวิปลฺลาสํ ปตฺวา กาลกิริยํ กตฺวา มหาคงฺคาย นวอุสภิโก สุสุมารเปโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. เอกํ สมยํ กจฺฉกติตฺเถน สฏฺฐิ ปาสาณตฺถมฺภสกฏานิ อคมํสุ. โส สพฺเพปิ เต โคเณ จ ปาสาเณ จ ขาทิ. อิทํ อกุสลกมฺเม วตฺถุ.

เอเตหิ ปน ตีหิ มุตฺตํ อญฺญาณวเสน กตํ กฏตฺตา วา ปน กมฺมํ นาม. ตํ ยถา นาม อุมฺมตฺตเกน ขิตฺตทณฺฑํ ยตฺถ วา ตตฺถ วา คจฺฉติ, เอวเมว เตสํ อภาเว ยตฺถ กตฺถจิ วิปากํ เทติ.

ชนกํ นาม เอกํ ปฏิสนฺธึ ชเนตฺวา ปวตฺตึ น ชเนติ, ปวตฺเต อญฺญํ กมฺมํ วิปากํ นิพฺพตฺเตติ. ยถา หิ มาตา ชเนติเยว, ธาติเยว ปน ชคฺคติ; เอวเมวํ มาตา วิย ปฏิสนฺธินิพฺพตฺตกํ ชนกกมฺมํ, ธาติ วิย ปวตฺเต สมฺปตฺตกมฺมํ. อุปตฺถมฺภกํ นาม กุสเลปิ ลพฺภติ อกุสเลปิ. เอกจฺโจ หิ กุสลํ กตฺวา สุคติภเว นิพฺพตฺตติ. โส ตตฺถ ฐิโต ปุนปฺปุนํ กุสลํ กตฺวา ตํ กมฺมํ อุปตฺถมฺเภตฺวา อเนกานิ วสฺสสตสหสฺสานิ สุคติภวสฺมึเยว วิจรติ. เอกจฺโจ อกุสลํ กตฺวา ทุคฺคติภเว นิพฺพตฺตติ. โส ตตฺถ ฐิโต ปุนปฺปุนํ อกุสลํ กตฺวา ตํ กมฺมํ อุปตฺถมฺเภตฺวา พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ ทุคฺคติภวสฺมึเยว วิจรติ.

อปโร นโย – ชนกํ นาม กุสลมฺปิ โหติ อกุสลมฺปิ. ตํ ปฏิสนฺธิยมฺปิ ปวตฺเตปิ รูปารูปวิปากกฺขนฺเธ ชเนติ. อุปตฺถมฺภกํ ปน วิปากํ ชเนตุํ น สกฺโกติ, อญฺเญน กมฺเมน ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา ชนิเต วิปาเก อุปฺปชฺชนกสุขทุกฺขํ อุปตฺถมฺเภติ, อทฺธานํ ปวตฺเตติ. อุปปีฬกํ นาม อญฺเญน กมฺเมน ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา ชนิเต วิปาเก อุปฺปชฺชนกสุขทุกฺขํ ปีเฬติ พาเธติ, อทฺธานํ ปวตฺติตุํ น เทติ. ตตฺรายํ นโย – กุสลกมฺเม วิปจฺจมาเน อกุสลกมฺมํ อุปปีฬกํ หุตฺวา ตสฺส วิปจฺจิตุํ น เทติ. อกุสลกมฺเม วิปจฺจมาเน กุสลกมฺมํ อุปปีฬกํ หุตฺวา ตสฺส วิปจฺจิตุํ น เทติ. ยถา วฑฺฒมานกํ รุกฺขํ วา คจฺฉํ วา ลตํ วา โกจิเทว ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา ภินฺเทยฺย วา ฉินฺเทยฺย วา, อถ โส รุกฺโข วา คจฺโฉ วา ลตา วา วฑฺฒิตุํ น สกฺกุเณยฺย; เอวเมวํ กุสลํ วิปจฺจมานํ อกุสเลน อุปปีฬิตํ, อกุสลํ วา ปน วิปจฺจมานํ กุสเลน อุปปีฬิตํ วิปจฺจิตุํ น สกฺโกติ. ตตฺถ สุนกฺขตฺตสฺส อกุสลกมฺมํ กุสลํ อุปปีเฬสิ, โจรฆาตกสฺส กุสลกมฺมํ อกุสลํ อุปปีเฬสิ.

ราชคเห กิร วาตกาฬโก ปญฺญาส วสฺสานิ โจรฆาตกมฺมํ อกาสิ. อถ นํ รญฺโญ อาโรเจสุํ – ‘‘เทว, วาตกาฬโก มหลฺลโก โจเร ฆาเตตุํ น สกฺโกตี’’ติ. ‘‘อปเนถ นํ ตสฺมา ฐานนฺตราติ. อมจฺจา นํ อปเนตฺวา อญฺญํ ตสฺมึ ฐาเน ฐปยึสุ. วาตกาฬโกปิ ยาว ตํ กมฺมํ อกาสิ, ตาว อหตวตฺถานิ วา อจฺฉาทิตุํ สุรภิปุปฺผานิ วา ปิฬนฺธิตุํ ปายาสํ วา ภุญฺชิตุํ อุจฺฉาทนนฺหาปนํ วา ปจฺจนุโภตุํ นาลตฺถ. โส ‘‘ทีฆรตฺตํ เม กิลิฏฺฐเวเสน จริต’’นฺติ ‘‘ปายาสํ เม ปจาหี’’ติ ภริยํ อาณาเปตฺวา นฺหานียสมฺภารานิ คาหาเปตฺวา นฺหานติตฺถํ คนฺตฺวา สีสํ นฺหตฺวา อหตวตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา คนฺเธ วิลิมฺปิตฺวา ปุปฺผานิ ปิฬนฺธิตฺวา ฆรํ อาคจฺฉนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรํ ทิสฺวา ‘‘สํกิลิฏฺฐกมฺมโต จมฺหิ อปคโต, อยฺโย จ เม ทิฏฺโฐ’’ติ ตุฏฺฐมานโส เถรํ ฆรํ เนตฺวา นวสปฺปิสกฺกรจุณฺณาภิสงฺขเตน ปายาเสน ปริวิสิ. เถโร ตสฺส อนุโมทนมกาสิ. โส อนุโมทนํ สุตฺวา อนุโลมิกขนฺตึ ปฏิลภิตฺวา เถรํ อนุคนฺตฺวา นิวตฺตมาโน อนฺตรามคฺเค ตรุณวจฺฉาย คาวิยา มทฺทิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาปิโต คนฺตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติ. ภิกฺขู ตถาคตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, โจรฆาตโก อชฺเชว กิลิฏฺฐกมฺมโต อปนีโต, อชฺเชว กาลงฺกโต, กหํ นุ โข นิพฺพตฺโต’’ติ? ตาวตึสภวเน, ภิกฺขเวติ. ภนฺเต, โจรฆาตโก ทีฆรตฺตํ ปุริเส ฆาเตสิ, ตุเมฺห จ เอวํ วเทถ, นตฺถิ นุ โข ปาปกมฺมสฺส ผลนฺติ. มา, ภิกฺขเว, เอวํ อวจุตฺถ, พลวกลฺยาณมิตฺตูปนิสฺสยํ ลภิตฺวา ธมฺมเสนาปติสฺส ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา อนุโมทนํ สุตฺวา อนุโลมิกขนฺตึ ปฏิลภิตฺวา โส ตตฺถ นิพฺพตฺโตติ.

‘‘สุภาสิตํ สุณิตฺวาน, นาคริโย โจรฆาตโก;

อนุโลมขนฺตึ ลทฺธาน, โมทตี ติทิวํ คโต’’ติ.

อุปฆาตกํ ปน สยํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ สมานํ อญฺญํ ทุพฺพลกมฺมํ ฆาเตตฺวา ตสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กโรติ. เอวํ ปน กมฺเมน กเต โอกาเส ตํ วิปากํ อุปฺปนฺนํ นาม วุจฺจติ. อุปจฺเฉทกนฺติปิ เอตสฺเสว นามํ. ตตฺรายํ นโย – กุสลกมฺมสฺส วิปจฺจนกาเล เอกํ อกุสลกมฺมํ อุฏฺฐาย ตํ กมฺมํ ฉินฺทิตฺวา ปาเตติ. อกุสลกมฺมสฺสปิ วิปจฺจนกาเล เอกํ กุสลกมฺมํ อุฏฺฐาย ตํ กมฺมํ ฉินฺทิตฺวา ปาเตติ. อิทํ อุปจฺเฉทกํ นาม. ตตฺถ อชาตสตฺตุโน กมฺมํ กุสลจฺเฉทกํ อโหสิ, องฺคุลิมาลตฺเถรสฺส อกุสลจฺเฉทกนฺติ. เอวํ สุตฺตนฺติกปริยาเยน เอกาทส กมฺมานิ วิภตฺตานิ.

อภิธมฺมปริยาเยน ปน โสฬส กมฺมานิ วิภตฺตานิ, เสยฺยถิทํ – ‘‘อตฺเถกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ คติสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺติ, อตฺเถกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ อุปธิสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺติ, อตฺเถกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ กาลสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺติ, อตฺเถกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ ปโยคสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺติ. อตฺเถกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ คติวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺติ, อุปธิวิปตฺตึ, กาลวิปตฺตึ, ปโยควิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺติ. อตฺเถกจฺจานิ กลฺยาณานิ กมฺมสมาทานานิ คติวิปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺติ, อุปธิวิปตฺติ, กาลวิปตฺติ, ปโยควิปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺติ. อตฺเถกจฺจานิ กลฺยาณานิ กมฺมสมาทานานิ คติสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺติ, อุปธิสมฺปตฺตึ, กาลสมฺปตฺตึ, ปโยคสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจนฺตี’’ติ (วิภ. ๘๑๐).

ตตฺถ ปาปกานีติ ลามกานิ. กมฺมสมาทานานีติ กมฺมคฺคหณานิ. คหิตสมาทินฺนานํ กมฺมานเมตํ อธิวจนํ. คติสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติอาทีสุ อนิฏฺฐารมฺมณานุภวนารเห กมฺเม วิชฺชมาเนเยว สุคติภเว นิพฺพตฺตสฺส ตํ กมฺมํ คติสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม. คติสมฺปตฺติยา ปติพาหิตํ หุตฺวา น วิปจฺจตีติ อตฺโถ. โย ปน ปาปกมฺเมน ทาสิยา วา กมฺมการิยา วา กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อุปธิสมฺปนฺโน โหติ, อตฺตภาวสมิทฺธิยํ ติฏฺฐติ. อถสฺส สามิกา ตสฺส รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘นายํ กิลิฏฺฐกมฺมสฺสานุจฺฉวิโก’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา อตฺตโน ชาตปุตฺตํ วิย ภณฺฑาคาริกาทิฏฺฐาเนสุ ฐเปตฺวา สมฺปตฺตึ โยเชตฺวา ปริหรนฺติ. เอวรูปสฺส กมฺมํ อุปธิสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม. โย ปน ปฐมกปฺปิกกาลสทิเส สุลภสมฺปนฺนรสโภชเน สุภิกฺขกาเล นิพฺพตฺตติ, ตสฺส วิชฺชมานมฺปิ ปาปกมฺมํ กาลสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม. โย ปน สมฺมาปโยคํ นิสฺสาย ชีวติ, อุปสงฺกมิตพฺพยุตฺตกาเล อุปสงฺกมติ, ปฏิกฺกมิตพฺพยุตฺตกาเล ปฏิกฺกมติ, ปลายิตพฺพยุตฺตกาเล ปลายติ. ลญฺชทานยุตฺตกาเล ลญฺชํ เทติ, โจริกยุตฺตกาเล โจริกํ กโรติ, เอวรูปสฺส ปาปกมฺมํ ปโยคสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม.

ทุคฺคติภเว นิพฺพตฺตสฺส ปน ปาปกมฺมํ คติวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. โย ปน ทาสิยา วา กมฺมการิยา วา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺโต ทุพฺพณฺโณ โหติ ทุสฺสณฺฐาโน, ‘‘ยกฺโข นุ โข มนุสฺโส นุ โข’’ติ วิมตึ อุปฺปาเทติ. โส สเจ ปุริโส โหติ, อถ นํ ‘‘นายํ อญฺญสฺส กมฺมสฺส อนุจฺฉวิโก’’ติ หตฺถึ วา รกฺขาเปนฺติ อสฺสํ วา โคเณ วา, ติณกฏฺฐาทีนิ วา อาหราเปนฺติ, เขฬสรกํ วา คณฺหาเปนฺติ. สเจ อิตฺถี โหติ, อถ นํ หตฺถิอสฺสาทีนํ ภตฺตมาสาทีนิ วา ปจาเปนฺติ, กจวรํ วา ฉฑฺฑาเปนฺติ, อญฺญํ วา ปน ชิคุจฺฉนียกมฺมํ กาเรนฺติ. เอวรูปสฺส ปาปกมฺมํ อุปธิวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. โย ปน ทุพฺภิกฺขกาเล วา ปริหีนสมฺปตฺติกาเล วา อนฺตรกปฺเป วา นิพฺพตฺตติ, ตสฺส ปาปกมฺมํ กาลวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. โย ปน ปโยคํ สมฺปาเทตุํ น ชานาติ, อุปสงฺกมิตพฺพยุตฺตกาเล อุปสงฺกมิตุํ น ชานาติ…เป… โจริกยุตฺตกาเล โจริกํ กาตุํ น ชานาติ, ตสฺส ปาปกมฺมํ ปโยควิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม.

โย ปน อิฏฺฐารมฺมณานุภวนารเห กมฺเม วิชฺชมาเนเยว คนฺตฺวา ทุคฺคติภเว นิพฺพตฺตติ, ตสฺส ตํ กมฺมํ คติวิปตฺติปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม. โย ปน ปุญฺญานุภาเวน ราชราชมหามตฺตาทีนํ เคเห นิพฺพตฺติตฺวา กาโณ วา โหติ กุณี วา ขญฺโช วา ปกฺขหโต วา, ตสฺส โอปรชฺชเสนาปติภณฺฑาคาริกฏฺฐานาทีนิ น อนุจฺฉวิกานีติ น เทนฺติ. อิจฺจสฺส ตํ ปุญฺญํ อุปธิวิปตฺติปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม. โย ปน ทุพฺภิกฺขกาเล วา ปริหีนสมฺปตฺติกาเล วา อนฺตรกปฺเป วา มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺตติ, ตสฺส ตํ กลฺยาณกมฺมํ กาลวิปตฺติปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม. โย เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ปโยคํ สมฺปาเทตุํ น ชานาติ, ตสฺส กลฺยาณกมฺมํ ปโยควิปตฺติปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม.

กลฺยาณกมฺเมน ปน สุคติภเว นิพฺพตฺตสฺส ตํ กมฺมํ คติสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. ราชราชมหามตฺตาทีนํ กุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุปธิสมฺปตฺตึ ปตฺตสฺส อตฺตภาวสมิทฺธิยํ ฐิตสฺส เทวนคเร สมุสฺสิตรตนโตรณสทิสํ อตฺตภาวํ ทิสฺวา ‘‘อิมสฺส โอปรชฺชเสนาปติภณฺฑาคาริกฏฺฐานาทีนิ อนุจฺฉวิกานี’’ติ ทหรสฺเสว สโต ตานิ ฐานนฺตรานิ เทนฺติ, เอวรูปสฺส กลฺยาณกมฺมํ อุปธิสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. โย ปฐมกปฺปิเกสุ วา สุลภนฺนปานกาเล วา นิพฺพตฺตติ, ตสฺส กลฺยาณกมฺมํ กาลสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. โย วุตฺตนเยเนว ปโยคํ สมฺปาเทตุํ ชานาติ, ตสฺส กมฺมํ ปโยคสมฺปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. เอวํ อภิธมฺมปริยาเยน โสฬส กมฺมานิ วิภตฺตานิ.

อปรานิปิ ปฏิสมฺภิทามคฺคปริยาเยน ทฺวาทส กมฺมานิ วิภตฺตานิ. เสยฺยถิทํ – ‘‘อโหสิ กมฺมํ อโหสิ กมฺมวิปาโก, อโหสิ กมฺมํ นาโหสิ กมฺมวิปาโก, อโหสิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก, อโหสิ กมฺมํ นตฺถิ กมฺมวิปาโก, อโหสิ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก, อโหสิ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก, อตฺถิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก, อตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กมฺมวิปาโก, อตฺถิ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก, อตฺถิ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก, ภวิสฺสติ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก, ภวิสฺสติ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๔).

ตตฺถ ยํ กมฺมํ อตีเต อายูหิตํ อตีเตเยว วิปากวารํ ลภิ, ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ ชเนสิ, รูปชนกํ รูปํ, ตํ อโหสิ กมฺมํ อโหสิ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ ปน วิปากวารํ น ลภิ, ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ รูปชนกํ วา รูปํ ชเนตุํ นาสกฺขิ, ตํ อโหสิ กมฺมํ นาโหสิ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ ปน อตีเต อายูหิตํ เอตรหิ ลทฺธวิปากวารํ ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ ชเนตฺวา รูปชนกํ รูปํ ชเนตฺวา ฐิตํ, ตํ อโหสิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ อลทฺธวิปากวารํ ปฏิสนฺธิชนกํ วา ปฏิสนฺธึ รูปชนกํ วา รูปํ ชเนตุํ นาสกฺขิ, ตํ อโหสิ กมฺมํ นตฺถิ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ ปน อตีเต อายูหิตํ อนาคเต วิปากวารํ ลภิสฺสติ, ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ รูปชนกํ รูปํ ชเนตุํ สกฺขิสฺสติ, ตํ อโหสิ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ อนาคเต วิปากวารํ น ลภิสฺสติ, ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ รูปชนกํ วา รูปํ ชเนตุํ น สกฺขิสฺสติ, ตํ อโหสิ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ.

ยํ ปน เอตรหิ อายูหิตํ เอตรหิเยว วิปากวารํ ลภติ, ตํ อตฺถิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ ปน เอตรหิ วิปากวารํ น ลภติ, ตํ อตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ ปน เอตรหิ อายูหิตํ อนาคเต วิปากวารํ ลภิสฺสติ, ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ รูปชนกํ รูปํ ชเนตุํ สกฺขิสฺสติ, ตํ อตฺถิ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ ปน วิปากวารํ น ลภิสฺสติ, ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ รูปชนกํ วา รูปํ ชเนตุํ สกฺขิสฺสติ, ตํ อตฺถิ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ.

ยํ ปนานาคเต อายูหิสฺสติ, อนาคเตเยว วิปากวารํ ลภิสฺสติ, ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ รูปชนกํ วา รูปํ ชเนสฺสติ, ตํ ภวิสฺสติ กมฺมํ ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. ยํ ปน วิปากวารํ น ลภิสฺสติ, ปฏิสนฺธิชนกํ ปฏิสนฺธึ รูปชนกํ วา รูปํ ชเนตุํ น สกฺขิสฺสติ, ตํ ภวิสฺสติ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโกติ วุตฺตํ. เอวํ ปฏิสมฺภิทามคฺคปริยาเยน ทฺวาทส กมฺมานิ วิภตฺตานิ.

อิติ อิมานิ เจว ทฺวาทส อภิธมฺมปริยาเยน วิภตฺตานิ จ โสฬส กมฺมานิ อตฺตโน ฐานา โอสกฺกิตฺวา สุตฺตนฺติกปริยาเยน วุตฺตานิ เอกาทส กมฺมานิเยว ภวนฺติ. ตานิปิ ตโต โอสกฺกิตฺวา ตีณิเยว กมฺมานิ โหนฺติ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ, อุปปชฺชเวทนียํ, อปรปริยายเวทนียนฺติ. เตสํ สงฺกมนํ นตฺถิ, ยถาฐาเนเยว ติฏฺฐนฺติ. ยทิ หิ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ กมฺมํ อุปปชฺชเวทนียํ วา อปรปริยายเวทนียํ วา ภเวยฺย, ‘‘ทิฏฺเฐ วา ธมฺเม’’ติ สตฺถา น วเทยฺย. สเจปิ อุปปชฺชเวทนียํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ วา อปรปริยายเวทนียํ วา ภเวยฺย, ‘‘อุปปชฺช วา’’ติ สตฺถา น วเทยฺย. อถาปิ อปรปริยายเวทนียํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ วา อุปปชฺชเวทนียํ วา ภเวยฺย, ‘‘อปเร วา ปริยาเย’’ติ สตฺถา น วเทยฺย.

สุกฺกปกฺเขปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ ปน โลเภ วิคเตติ โลเภ อปคเต นิรุทฺเธ. ตาลวตฺถุกตนฺติ ตาลวตฺถุ วิย กตํ, มตฺถกจฺฉินฺนตาโล วิย ปุน อวิรุฬฺหิสภาวํ กตนฺติ อตฺโถ. อนภาวํ กตนฺติ อนุอภาวํ กตํ, ยถา ปุน นุปฺปชฺชติ, เอวํ กตนฺติ อตฺโถ. เอวสฺสูติ เอวํ ภเวยฺยุํ. เอวเมว โขติ เอตฺถ พีชานิ วิย กุสลากุสลํ กมฺมํ ทฏฺฐพฺพํ, ตานิ อคฺคินา ฑหนปุริโส วิย โยคาวจโร, อคฺคิ วิย มคฺคญาณํ, อคฺคึ ทตฺวา พีชานํ ฑหนกาโล วิย มคฺคญาเณน กิเลสานํ ทฑฺฒกาโล, มสิกตกาโล วิย ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ฉินฺนมูลเก กตฺวา ฐปิตกาโล, มหาวาเต โอปุนิตฺวา นทิยา วา ปวาเหตฺวา อปฺปวตฺติกตกาโล วิย อุปาทินฺนกสนฺตานสฺส นิโรเธน ฉินฺนมูลกานํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อปฺปฏิสนฺธิกภาเวน นิรุชฺฌิตฺวา ปุน ภวสฺมึ ปฏิสนฺธึ อคฺคหิตกาโล เวทิตพฺโพ.

โมหชญฺจาปวิทฺทสูติ โมหชญฺจาปิ อวิทฺทสุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ โส อวิทู อนฺธพาโล โลภชญฺจ โทสชญฺจ โมหชญฺจาติ กมฺมํ กโรติ, เอวํ กโรนฺเตน ยํ เตน ปกตํ กมฺมํ อปฺปํ วา ยทิ วา พหุํ. อิเธว ตํ เวทนิยนฺติ ตํ กมฺมํ เตน พาเลน อิธ สเก อตฺตภาเวเยว เวทนียํ, ตสฺเสว ตํ อตฺตภาเว วิปจฺจตีติ อตฺโถ. วตฺถุํ อญฺญํ น วิชฺชตีติ ตสฺส กมฺมสฺส วิปจฺจนตฺถาย อญฺญํ วตฺถุ นตฺถิ. น หิ อญฺเญน กตํ กมฺมํ อญฺญสฺส อตฺตภาเว วิปจฺจติ. ตสฺมา โลภญฺจ โทสญฺจ, โมหชญฺจาปิ วิทฺทสูติ ตสฺมา โย วิทู เมธาวี ปณฺฑิโต ตํ โลภชาทิเภทํ กมฺมํ น กโรติ, โส วิชฺชํ อุปฺปาทยํ ภิกฺขุ, สพฺพา ทุคฺคติโย ชเห, อรหตฺตมคฺควิชฺชํ อุปฺปาเทตฺวา ตํ วา ปน วิชฺชํ อุปฺปาเทนฺโต สพฺพา ทุคฺคติโย ชหติ. เทสนาสีสเมเวตํ, สุคติโยปิ ปน โส ขีณาสโว ชหติเยว. ยมฺปิ เจตํ ‘‘ตสฺมา โลภญฺจ โทสญฺจา’’ติ วุตฺตํ, เอตฺถาปิ โลภโทสสีเสน โลภชญฺจ โทสชญฺจ กมฺมเมว นิทฺทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวํ สุตฺตนฺเตสุปิ คาถายปิ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตนฺติ.