๖. อปณฺณกสุตฺตวณฺณนา
๑๖. ฉฏฺเฐ อปณฺณกปฏิปทนฺติ อวิรทฺธปฏิปทํ เอกํสปฏิปทํ นิยฺยานิกปฏิปทํ การณปฏิปทํ สารปฏิปทํ มณฺฑปฏิปทํ อปจฺจนีกปฏิปทํ อนุโลมปฏิปทํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปทํ ปฏิปนฺโน โหติ, น ตกฺกคฺคาเหน วา นยคฺคาเหน วา. เอวํ คเหตฺวา ปฏิปนฺโน หิ ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา อุปาสโก วา อุปาสิกา วา มนุสฺสเทวนิพฺพานสมฺปตฺตีหิ หายติ ปริหายติ, อปณฺณกปฏิปทํ ปฏิปนฺโน ปน ตาหิ สมฺปตฺตีหิ น ปริหายติ. อตีเต กนฺตารทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺเนสุ ทฺวีสุ สตฺถวาเหสุ ยกฺขสฺส วจนํ คเหตฺวา พาลสตฺถวาโห สทฺธึ สตฺเถน อนยพฺยสนํ ปตฺโต, ยกฺขสฺส วจนํ อคฺคเหตฺวา ‘‘อุทกทิฏฺฐฏฺฐาเน อุทกํ ฉฑฺเฑสฺสามา’’ติ สตฺถเก สญฺญาเปตฺวา มคฺคํ ปฏิปนฺโน ปณฺฑิตสตฺถวาโห วิย. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘อปณฺณกํ ฐานเมเก, ทุติยํ อาหุ ตกฺกิกา;
เอตทญฺญาย เมธาวี, ตํ คเณฺห ยทปณฺณก’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๑);
โยนิ จสฺส อารทฺธา โหตีติ เอตฺถ โยนีติ ขนฺธโกฏฺฐาสสฺสปิ การณสฺสปิ ปสฺสาวมคฺคสฺสปิ นามํ. ‘‘จตสฺโส โข อิมา, สาริปุตฺต, โยนิโย’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๕๒) หิ ขนฺธโกฏฺฐาโส โยนิ นาม. ‘‘โยนิ เหสา ภูมิช ผลสฺส อธิคมายา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๒๖) การณํ. ‘‘น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมิ, โยนิชํ มตฺติสมฺภว’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๔๕๗; ธ. ป. ๓๙๖) จ ‘‘ตเมนํ กมฺมชวาตา นิวตฺติตฺวา อุทฺธํปาทํ อโธสิรํ สมฺปริวตฺเตตฺวา มาตุ โยนิมุเข สมฺปฏิปาเทนฺตี’’ติ จ อาทีสุ ปสฺสาวมคฺโค. อิธ ปน การณํ อธิปฺเปตํ. อารทฺธาติ ปคฺคหิตา ปริปุณฺณา.
อาสวานํ ขยายาติ เอตฺถ อาสวนฺตีติ อาสวา, จกฺขุโตปิ…เป… มนโตปิ สนฺทนฺติ ปวตฺตนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ธมฺมโต ยาว โคตฺรภุ, โอกาสโต ยาว ภวคฺคา สวนฺตีติ วา อาสวา, เอเต ธมฺเม เอตญฺจ โอกาสํ อนฺโตกริตฺวา ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อนฺโตกรณตฺโถ หิ อยํ อากาโร. จิรปาริวาสิยฏฺเฐน มทิราทโย อาสวา, อาสวา วิยาติปิ อาสวา. โลกสฺมิมฺปิ หิ จิรปาริวาสิกา มทิราทโย อาสวาติ วุจฺจนฺติ, ยทิ จ จิรปาริวาสิยฏฺเฐน อาสวา, เอเตเยว ภวิตุมรหนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชาย, อิโต ปุพฺเพ อวิชฺชา นาโหสี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๖๑). อายตํ วา สํสารทุกฺขํ สวนฺติ ปสวนฺตีติปิ อาสวา. ปุริมานิ เจตฺถ นิพฺพจนานิ ยตฺถ กิเลสา อาสวาติ อาคจฺฉนฺติ, ตตฺถ ยุชฺชนฺติ, ปจฺฉิมํ กมฺเมปิ. น เกวลญฺจ กมฺมกิเลสาเยว อาสวา, อปิจ โข นานปฺปการา อุปทฺทวาปิ. สุตฺเตสุ หิ ‘‘นาหํ, จุนฺท, ทิฏฺฐธมฺมิกานํเยว อาสวานํ สํวราย ธมฺมํ เทเสมี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๒) เอตฺถ วิวาทมูลภูตา กิเลสา อาสวาติ อาคตา.
‘‘เยน เทวูปปตฺยสฺส, คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม;
ยกฺขตฺตํ เยน คจฺเฉยฺยํ, มนุสฺสตฺตญฺจ อพฺพเช;
เต มยฺหํ อาสวา ขีณา, วิทฺธสฺตา วินฬีกตา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๖) –
เอตฺถ เตภูมกํ จ กมฺมํ อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา. ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙; อ. นิ. ๒.๒๐๒-๒๓๐) เอตฺถ ปรูปวาทวิปฺปฏิสารวธพนฺธาทโย เจว อปายทุกฺขภูตา จ นานปฺปการา อุปทฺทวา.
เต ปเนเต อาสวา ยตฺถ ยถา อาคตา, ตตฺถ ตถา เวทิตพฺพา. เอเต หิ วินเย ตาว ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙; อ. นิ. ๒.๒๐๒-๒๓๐) เทฺวธา อาคตา. สฬายตเน ‘‘ตโย เม, อาวุโส, อาสวา กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๒๑) ติธา อาคตา. อญฺเญสุ จ สุตฺตนฺเตสุ (จูฬนิ. ชตุกณฺณิมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๖๙; ปฏิ. ม. ๑.๑๐๗) อภิธมฺเม (ธ. ส. ๑๑๐๒-๑๑๐๖; วิภ. ๙๓๗) จ เตเยว ทิฏฺฐาสเวน สห จตุธา อาคตา. นิพฺเพธิกปริยาเยน ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา นิรยคามินิยา, อตฺถิ อาสวา ติรจฺฉานโยนิคามินิยา, อตฺถิ อาสวา เปตฺติวิสยคามินิยา, อตฺถิ อาสวา มนุสฺสโลกคามินิยา, อตฺถิ อาสวา เทวโลกคามินิยา’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๓) ปญฺจธา อาคตา. กมฺมเมว เจตฺถ อาสวาติ วุตฺตํ. ฉกฺกนิปาเต ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา สํวราปหาตพฺพา’’ติอาทินา (อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน ฉธา อาคตา. สพฺพาสวปริยาเย (ม. นิ. ๑.๑๔ อาทโย) เตเยว ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ สทฺธึ สตฺตธา อาคตา. อิธ ปน อภิธมฺมนเยน จตฺตาโร อาสวา อธิปฺเปตาติ เวทิตพฺพา.
ขยายาติ เอตฺถ ปน อาสวานํ สรสเภโทปิ ขีณากาโรปิ มคฺคผลนิพฺพานานิปิ ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุจฺจติ. ‘‘โย อาสวานํ ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธาน’’นฺติ เอตฺถ หิ อาสวานํ สรสเภโท ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺโต. ‘‘ชานโต อหํ, ภิกฺขเว, ปสฺสโต อาสวานํ ขยํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕; สํ. นิ. ๒.๒๓; อิติวุ. ๑๐๒) เอตฺถ อาสวปฺปหานํ อาสวานํ อจฺจนฺตกฺขโย อสมุปฺปาโท ขีณากาโร นตฺถิภาโว ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺโต.
‘‘เสขสฺส สิกฺขมานสฺส, อุชุมคฺคานุสาริโน;
ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ, ตโต อญฺญา อนนฺตรา’’ติ. (อิติวุ. ๖๒) –
เอตฺถ มคฺโค ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺโต. ‘‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๓๘) เอตฺถ ผลํ.
‘‘ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส, นิจฺจํ อุชฺฌานสญฺญิโน;
อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ, อารา โส อาสวกฺขยา’’ติ. (ธ. ป. ๒๕๓) –
เอตฺถ นิพฺพานํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ผลํ สนฺธาย ‘‘อาสวานํ ขยายา’’ติ อาห, อรหตฺตผลตฺถายาติ อตฺโถ.
อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโรติ มนจฺฉฏฺเฐสุ อินฺทฺริเยสุ ปิหิตทฺวาโร. โภชเน มตฺตญฺญูติ โภชนสฺมึ ปมาณญฺญู, ปฏิคฺคหณปริโภคปจฺจเวกฺขณมตฺตํ ชานาติ ปชานาตีติ อตฺโถ. ชาคริยํ อนุยุตฺโตติ รตฺตินฺทิวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา ปญฺจสุ โกฏฺฐาเสสุ ชาครณภาวํ อนุยุตฺโต, ชาครเณเยว ยุตฺตปฺปยุตฺโตติ อตฺโถ.
เอวํ มาติกํ ฐเปตฺวา อิทานิ ตเมว ฐปิตปฏิปาฏิยา วิภชนฺโต กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูติอาทิมาห. ตตฺถ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติอาทีนํ อตฺโถ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๕) วิตฺถาริโต, ตถา ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ เนว ทวายาติอาทีนํ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘). อาวรณีเยหิ ธมฺเมหีติ ปญฺจหิ นีวรเณหิ ธมฺเมหิ. นีวรณานิ หิ จิตฺตํ อาวริตฺวา ติฏฺฐนฺติ, ตสฺมา อาวรณียา ธมฺมาติ วุจฺจนฺติ. สีหเสยฺยํ กปฺเปตีติ สีโห วิย เสยฺยํ กปฺเปติ. ปาเท ปาทํ อจฺจาธายาติ วามปาทํ ทกฺขิณปาเท อติอาธาย. สมํ ฐปิเต หิ ปาเท ชาณุเกน ชาณุกํ โคปฺผเกน จ โคปฺผกํ ฆฏียติ, ตโต เวทนา อุฏฺฐหนฺติ. ตสฺมา ตสฺส โทสสฺส ปริวชฺชนตฺถํ โถกํ อติกฺกมิตฺวา เอส ปาทํ ฐเปติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปาเท ปาทํ อจฺจาธายา’’ติ.
สโต สมฺปชาโนติ สติยา เจว สมฺปชญฺเญน จ สมนฺนาคโต. กถํ ปเนส นิทฺทายนฺโต สโต สมฺปชาโน นาม โหตีติ? ปุริมปฺปวตฺติวเสน. อยํ หิ จงฺกเม จงฺกมนฺโต นิทฺทาย โอกฺกมนภาวํ ญตฺวา ปวตฺตมานํ กมฺมฏฺฐานํ ฐเปตฺวา มญฺเจ วา ผลเก วา นิปนฺโน นิทฺทํ อุปคนฺตฺวา ปุน ปพุชฺฌมาโน กมฺมฏฺฐานํ ฐิตฏฺฐาเน คณฺหนฺโตเยว ปพุชฺฌติ. ตสฺมา นิทฺทายนฺโตปิ สโต สมฺปชาโน นาม โหติ. อยํ ตาว มูลกมฺมฏฺฐาเน นโยว. ปริคฺคหกมฺมฏฺฐานวเสนาปิ ปเนส สโต สมฺปชาโน นาม โหติ. กถํ? อยํ หิ จงฺกมนฺโต นิทฺทาย โอกฺกมนภาวํ ญตฺวา ปาสาณผลเก วา มญฺเจ วา ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปชฺชิตฺวา ปจฺจเวกฺขติ – ‘‘อเจตโน กาโย อเจตเน มญฺเจ ปติฏฺฐิโต, อเจตโน มญฺโจ อเจตนาย ปถวิยา, อเจตนา ปถวี อเจตเน อุทเก, อเจตนํ อุทกํ อเจตเน วาเต, อเจตโน วาโต อเจตเน อากาเส ปติฏฺฐิโต. ตตฺถ อากาสมฺปิ ‘อหํ วาตํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิต’นฺติ น ชานาติ, วาโตปิ ‘อหํ อากาเส ปติฏฺฐิโต’ติ น ชานาติ. ตถา วาโต น ชานาติ. ‘อหํ อุทกํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิโต’ติ…เป… มญฺโจ น ชานาติ, ‘อหํ กายํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิโต’ติ, กาโย น ชานาติ ‘อหํ มญฺเจ ปติฏฺฐิโต’ติ. น หิ เตสํ อญฺญมญฺญํ อาโภโค วา สมนฺนาหาโร วา มนสิกาโร วา เจตนา วา ปตฺถนา วา อตฺถี’’ติ. ตสฺส เอวํ ปจฺจเวกฺขโต ตํ ปจฺจเวกฺขณจิตฺตํ ภวงฺเค โอตรติ. เอวํ นิทฺทายนฺโตปิ สโต สมฺปชาโน นาม โหตีติ.
อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิกริตฺวาติ ‘‘เอตฺตกํ ฐานํ คเต จนฺเท วา ตารกาย วา อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ อุฏฺฐานกาลปริจฺเฉทิกํ สญฺญํ มนสิกริตฺวา, จิตฺเต ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. เอวํ กริตฺวา สยิโต หิ ยถาปริจฺฉินฺเนเยว กาเล อุฏฺฐหติ.