๒. สารณียสุตฺตวณฺณนา
๑๒. ทุติเย ขตฺติยสฺสาติ ชาติยา ขตฺติยสฺส. มุทฺธาวสิตฺตสฺสาติ ราชาภิเสเกน มุทฺธนิ อภิสิตฺตสฺส. สารณียานิ ภวนฺตีติ สริตพฺพานิ อสมฺมุสฺสนียานิ โหนฺติ. ชาโตติ นิพฺพตฺโต. ยาวชีวํ สารณียนฺติ ทหรกาเล ชานิตุมฺปิ น สกฺกา, อปรภาเค ปน มาตาปิตุอาทีหิ ญาตเกหิ วา ทาสาทีหิ วา ‘‘ตฺวํ อสุกชนปเท อสุกนคเร อสุกทิวเส อสุกนกฺขตฺเต ชาโต’’ติ อาจิกฺขิเต สุตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ สรติ น สมฺมุสฺสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยาวชีวํ สารณียํ โหตี’’ติ.
อิทํ, ภิกฺขเว, ทุติยนฺติ อภิเสกฏฺฐานํ นาม รญฺโญ พลวตุฏฺฐิกรํ โหติ, เตนสฺส ตํ ยาวชีวํ สารณียํ. สงฺคามวิชยฏฺฐาเนปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน สงฺคามนฺติ ยุทฺธํ. อภิวิชินิตฺวาติ ชินิตฺวา สตฺตุมทฺทนํ กตฺวา. ตเมว สงฺคามสีสนฺติ ตเมว สงฺคามฏฺฐานํ. อชฺฌาวสตีติ อภิภวิตฺวา อาวสติ.
อิทานิ ยสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส รญฺโญ ชาติฏฺฐานาทีหิ กตฺตพฺพกิจฺจํ นตฺถิ, อิมสฺมึ ปน สาสเน ตปฺปฏิภาเค ตโย ปุคฺคเล ทสฺเสตุํ อิทํ การณํ อาภตํ, ตสฺมา เต ทสฺเสนฺโต เอวเมว โข, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหตีติ เอตฺถ จตุปาริสุทฺธิสีลมฺปิ ปพฺพชฺชานิสฺสิตเมวาติ เวทิตพฺพํ. สารณียํ โหตีติ ‘‘อหํ อสุกรฏฺเฐ อสุกชนปเท อสุกวิหาเร อสุกมาฬเก อสุกทิวาฏฺฐาเน อสุกจงฺกเม อสุกรุกฺขมูเล ปพฺพชิโต’’ติ เอวํ ยาวชีวํ สริตพฺพเมว โหติ น สมฺมุสฺสิตพฺพํ.
อิทํ ทุกฺขนฺติ เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต อุทฺธํ ทุกฺขํ อตฺถิ. อยํ ทุกฺขสมุทโยติ เอตฺตโก ทุกฺขสมุทโย, น อิโต อุทฺธํ ทุกฺขสมุทโย อตฺถีติ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. เอวเมตฺถ จตูหิ สจฺเจหิ โสตาปตฺติมคฺโค กถิโต. กสิณปริกมฺมวิปสฺสนาญาณานิ ปน มคฺคสนฺนิสฺสิตาเนว โหนฺติ. สารณียํ โหตีติ ‘‘อหํ อสุกรฏฺเฐ…เป… อสุกรุกฺขมูเล โสตาปนฺโน ชาโต’’ติ ยาวชีวํ สารณียํ โหติ อสมฺมุสฺสนียํ.
อาสวานํ ขยาติ อาสวานํ ขเยน. เจโตวิมุตฺตินฺติ ผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ ผลปญฺญํ. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตนาว อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา. อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ ปฏิลภิตฺวา วิหรติ. สารณียนฺติ ‘‘มยา อสุกรฏฺเฐ…เป… อสุกรุกฺขมูเล อรหตฺตํ ปตฺต’’นฺติ อตฺตโน อรหตฺตปตฺติฏฺฐานํ นาม ยาวชีวํ สารณียํ โหติ อสมฺมุสฺสนียนฺติ ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.