(๑๒) ๒. อายาจนวคฺควณฺณนา
๑๓๑. ทุติยสฺส ปฐเม เอวํ สมฺมา อายาจมาโน อายาเจยฺยาติ สทฺโธ ภิกฺขุ อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘ยาทิโส สาริปุตฺตตฺเถโร ปญฺญาย, อหมฺปิ ตาทิโส โหมิ. ยาทิโส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร อิทฺธิยา, อหมฺปิ ตาทิโส โหมี’’ติ เอวํ อายาจนฺโต ปิเหนฺโต ปตฺเถนฺโต ยํ อตฺถิ, ตสฺเสว ปตฺถิตตฺตา สมฺมา ปตฺเถยฺย นาม. อิโต อุตฺตริ ปตฺเถนฺโต มิจฺฉา ปตฺเถยฺย. เอวรูปา หิ ปตฺถนา ยํ นตฺถิ, ตสฺส ปตฺถิตตฺตา มิจฺฉาปตฺถนา นาม โหติ. กึ การณา? เอสา, ภิกฺขเว, ตุลา เอตํ ปมาณนฺติ ยถา หิ สุวณฺณํ วา หิรญฺญํ วา ตุเลนฺตสฺส ตุลา อิจฺฉิตพฺพา, ธญฺญํ มินนฺตสฺส มานนฺติ ตุลเน ตุลา, มินเน จ มานํ ปมาณํ โหติ, เอวเมว มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ เอสา ตุลา เอตํ ปมาณํ ยทิทํ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา. เต คเหตฺวา ‘‘อหมฺปิ ญาเณน วา อิทฺธิยา วา เอตมฺปมาโณ โหมี’’ติ อตฺตานํ ตุเลตุํ วา ปมาเณตุํ วา สกฺกา, น อิโต อญฺญถา.
๑๓๒. ทุติยาทีสุปิ เอเสว นโย. อิทํ ปเนตฺถ วิเสสมตฺตํ – เขมา จ ภิกฺขุนี อุปฺปลวณฺณา จาติ เอตาสุ หิ เขมา ปญฺญาย อคฺคา, อุปฺปลวณฺณา อิทฺธิยา. ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย วา อิทฺธิยา วา เอตาทิสี โหมี’’ติ สมฺมา อายาจมานา อายาเจยฺย. ตถา จิตฺโต คหปติ ปญฺญาย อคฺโค, หตฺถโก ราชกุมาโร มหิทฺธิกตาย. ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย วา อิทฺธิยา วา เอทิโส โหมี’’ติ สมฺมา อายาจมาโน อายาเจยฺย. ขุชฺชุตฺตราปิ มหาปญฺญตาย อคฺคา, นนฺทมาตา มหิทฺธิกตาย. ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย วา อิทฺธิยา วา เอตาทิสี โหมี’’ติ สมฺมา อายาจมานา อายาเจยฺย.
๑๓๕. ปญฺจเม ขตนฺติ คุณานํ ขตตฺตา ขตํ. อุปหตนฺติ คุณานํ อุปหตตฺตา อุปหตํ, ฉินฺนคุณํ นฏฺฐคุณนฺติ อตฺโถ. อตฺตานํ ปริหรตีติ นิคฺคุณํ อตฺตานํ ชคฺคติ โคปายติ. สาวชฺโชติ สโทโส. สานุวชฺโชติ สอุปวาโท. ปสวตีติ ปฏิลภติ. อนนุวิจฺจาติ อชานิตฺวา อวินิจฺฉินิตฺวา. อปริโยคาเหตฺวาติ อนนุปวิสิตฺวา. อวณฺณารหสฺสาติ อวณฺณยุตฺตสฺส มิจฺฉาปฏิปนฺนสฺส ติตฺถิยสฺส วา ติตฺถิยสาวกสฺส วา. วณฺณํ ภาสตีติ ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน เอส สมฺมาปฏิปนฺโน’’ติ คุณํ กเถติ. วณฺณารหสฺสาติ พุทฺธาทีสุ อญฺญตรสฺส สมฺมาปฏิปนฺนสฺส. อวณฺณํ ภาสตีติ ‘‘ทุปฺปฏิปนฺโน เอส มิจฺฉาปฏิปนฺโน’’ติ อคุณํ กเถติ. อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสตีติ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ทุปฺปฏิปนฺนานํ มิจฺฉาปฏิปนฺนานํ ติตฺถิยานํ ติตฺถิยสาวกานํ ‘‘อิติปิ ทุปฺปฏิปนฺนา อิติปิ มิจฺฉาปฏิปนฺนา’’ติ อวณฺณํ ภาสติ. วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสตีติ สุปฺปฏิปนฺนานํ สมฺมาปฏิปนฺนานํ พุทฺธานํ พุทฺธสาวกานํ ‘‘อิติปิ สุปฺปฏิปนฺนา อิติปิ สมฺมาปฏิปนฺนา’’ติ วณฺณํ ภาสติ.
๑๓๖. ฉฏฺเฐ อปฺปสาทนีเย ฐาเนติ อปฺปสาทการเณ. ปสาทํ อุปทํเสตีติ ทุปฺปฏิปทาย มิจฺฉาปฏิปทาย ‘‘อยํ สุปฺปฏิปทา สมฺมาปฏิปทา’’ติ ปสาทํ ชเนติ. ปสาทนีเย ฐาเน อปฺปสาทนฺติ สุปฺปฏิปทาย สมฺมาปฏิปทาย ‘‘อยํ ทุปฺปฏิปทา มิจฺฉาปฏิปทา’’ติ อปฺปสาทํ ชเนตีติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
๑๓๗. สตฺตเม ทฺวีสูติ ทฺวีสุ โอกาเสสุ ทฺวีสุ การเณสุ. มิจฺฉาปฏิปชฺชมาโนติ มิจฺฉาปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชมาโน. มาตริ จ ปิตริ จาติ มิตฺตวินฺทโก วิย มาตริ, อชาตสตฺตุ วิย ปิตริ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
๑๓๘. อฏฺฐเม ตถาคเต จ ตถาคตสาวเก จาติ เทวทตฺโต วิย ตถาคเต, โกกาลิโก วิย จ ตถาคตสาวเก. สุกฺกปกฺเข อานนฺทตฺเถโร วิย ตถาคเต, นนฺทโคปาลกเสฏฺฐิปุตฺโต วิย จ ตถาคตสาวเก.
๑๓๙. นวเม สจิตฺตโวทานนฺติ สกจิตฺตสฺส โวทานํ, อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ เอตํ นามํ. น จ กิญฺจิ โลเก อุปาทิยตีติ โลเก จ รูปาทีสุ ธมฺเมสุ กิญฺจิ เอกํ ธมฺมมฺปิ น คณฺหาติ น ปรามสติ. เอวเมตฺถ อนุปาทานํ นาม ทุติโย ธมฺโม โหติ. ทสเมกาทสมานิ อุตฺตานตฺถาเนวาติ.
อายาจนวคฺโค ทุติโย.