๓. ตติยปณฺณาสกํ

(๑๑) ๑. อาสาทุปฺปชหวคฺควณฺณนา

๑๑๙. ตติยสฺส ปณฺณาสกสฺส ปฐเม อาสาติ ตณฺหา. ทุปฺปชหาติ ทุจฺจชา ทุนฺนีหรา. ลาภาสาย ทุปฺปชหภาเวน สตฺตา ทสปิ วสฺสานิ วีสติปิ สฏฺฐิปิ วสฺสานิ ‘‘อชฺช ลภิสฺสาม, เสฺว ลภิสฺสามา’’ติ ราชานํ อุปฏฺฐหนฺติ, กสิกมฺมาทีนิ กโรนฺติ, อุภโตพฺยูฬฺหํ สงฺคามํ ปกฺขนฺทนฺติ, อชปถสงฺกุปถาทโย ปฏิปชฺชนฺติ, นาวาย มหาสมุทฺทํ ปวิสนฺติ. ชีวิตาสาย ทุปฺปชหตฺตา สมฺปตฺเต มรณกาเลปิ วสฺสสตชีวึ อตฺตานํ มญฺญนฺติ. โส กมฺมกมฺมนิมิตฺตาทีนิ ปสฺสนฺโตปิ ‘‘ทานํ เทหิ ปูชํ, กโรหี’’ติ อนุกมฺปเกหิ วุจฺจมาโน ‘‘นาหํ มริสฺสามิ, ชีวิสฺสามิ’’จฺเจว อาสาย กสฺสจิ วจนํ น คณฺหาติ.

๑๒๐. ทุติเย ปุพฺพการีติ ปฐมํ อุปการสฺส การโก. กตญฺญูกตเวทีติ เตน กตํ ญตฺวา ปจฺฉา การโก. เตสุ ปุพฺพการี ‘‘อิณํ เทมี’’ติ สญฺญํ กโรติ, ปจฺฉา การโก ‘‘อิณํ ชีราเปมี’’ติ สญฺญํ กโรติ.

๑๒๑. ตติเย ติตฺโต จ ตปฺเปตา จาติ ปจฺเจกพุทฺโธ จ ตถาคตสาวโก จ ขีณาสโว ติตฺโต นาม, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ติตฺโต จ ตปฺเปตา จ.

๑๒๒. จตุตฺเถ ทุตฺตปฺปยาติ ทายเกน ทุตฺตปฺปยา ตปฺเปตุํ น สุกรา. นิกฺขิปตีติ นิทหติ น ปริภุญฺชติ. วิสฺสชฺเชตีติ ปเรสํ เทติ.

๑๒๓. ปญฺจเม น วิสฺสชฺเชตีติ สพฺพํเยว ปเรสํ น เทติ, อตฺตโน ปน ยาปนมตฺตํ คเหตฺวา อวเสสํ เทติ.

๑๒๔. ฉฏฺเฐ สุภนิมิตฺตนฺติ อิฏฺฐารมฺมณํ.

๑๒๕. สตฺตเม ปฏิฆนิมิตฺตนฺติ อนิฏฺฐนิมิตฺตํ.

๑๒๖. อฏฺฐเม ปรโต จ โฆโสติ ปรสฺส สนฺติกา อสฺสทฺธมฺมสวนํ.

๑๒๗. นวเม ปรโต จ โฆโสติ ปรสฺส สนฺติกา สทฺธมฺมสวนํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

อาสาทุปฺปชหวคฺโค ปฐโม.

(๑๒) ๒. อายาจนวคฺควณฺณนา

๑๓๑. ทุติยสฺส ปฐเม เอวํ สมฺมา อายาจมาโน อายาเจยฺยาติ สทฺโธ ภิกฺขุ อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘ยาทิโส สาริปุตฺตตฺเถโร ปญฺญาย, อหมฺปิ ตาทิโส โหมิ. ยาทิโส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร อิทฺธิยา, อหมฺปิ ตาทิโส โหมี’’ติ เอวํ อายาจนฺโต ปิเหนฺโต ปตฺเถนฺโต ยํ อตฺถิ, ตสฺเสว ปตฺถิตตฺตา สมฺมา ปตฺเถยฺย นาม. อิโต อุตฺตริ ปตฺเถนฺโต มิจฺฉา ปตฺเถยฺย. เอวรูปา หิ ปตฺถนา ยํ นตฺถิ, ตสฺส ปตฺถิตตฺตา มิจฺฉาปตฺถนา นาม โหติ. กึ การณา? เอสา, ภิกฺขเว, ตุลา เอตํ ปมาณนฺติ ยถา หิ สุวณฺณํ วา หิรญฺญํ วา ตุเลนฺตสฺส ตุลา อิจฺฉิตพฺพา, ธญฺญํ มินนฺตสฺส มานนฺติ ตุลเน ตุลา, มินเน จ มานํ ปมาณํ โหติ, เอวเมว มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ เอสา ตุลา เอตํ ปมาณํ ยทิทํ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา. เต คเหตฺวา ‘‘อหมฺปิ ญาเณน วา อิทฺธิยา วา เอตมฺปมาโณ โหมี’’ติ อตฺตานํ ตุเลตุํ วา ปมาเณตุํ วา สกฺกา, น อิโต อญฺญถา.

๑๓๒. ทุติยาทีสุปิ เอเสว นโย. อิทํ ปเนตฺถ วิเสสมตฺตํ – เขมา จ ภิกฺขุนี อุปฺปลวณฺณา จาติ เอตาสุ หิ เขมา ปญฺญาย อคฺคา, อุปฺปลวณฺณา อิทฺธิยา. ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย วา อิทฺธิยา วา เอตาทิสี โหมี’’ติ สมฺมา อายาจมานา อายาเจยฺย. ตถา จิตฺโต คหปติ ปญฺญาย อคฺโค, หตฺถโก ราชกุมาโร มหิทฺธิกตาย. ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย วา อิทฺธิยา วา เอทิโส โหมี’’ติ สมฺมา อายาจมาโน อายาเจยฺย. ขุชฺชุตฺตราปิ มหาปญฺญตาย อคฺคา, นนฺทมาตา มหิทฺธิกตาย. ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย วา อิทฺธิยา วา เอตาทิสี โหมี’’ติ สมฺมา อายาจมานา อายาเจยฺย.

๑๓๕. ปญฺจเม ขตนฺติ คุณานํ ขตตฺตา ขตํ. อุปหตนฺติ คุณานํ อุปหตตฺตา อุปหตํ, ฉินฺนคุณํ นฏฺฐคุณนฺติ อตฺโถ. อตฺตานํ ปริหรตีติ นิคฺคุณํ อตฺตานํ ชคฺคติ โคปายติ. สาวชฺโชติ สโทโส. สานุวชฺโชติ สอุปวาโท. ปสวตีติ ปฏิลภติ. อนนุวิจฺจาติ อชานิตฺวา อวินิจฺฉินิตฺวา. อปริโยคาเหตฺวาติ อนนุปวิสิตฺวา. อวณฺณารหสฺสาติ อวณฺณยุตฺตสฺส มิจฺฉาปฏิปนฺนสฺส ติตฺถิยสฺส วา ติตฺถิยสาวกสฺส วา. วณฺณํ ภาสตีติ ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน เอส สมฺมาปฏิปนฺโน’’ติ คุณํ กเถติ. วณฺณารหสฺสาติ พุทฺธาทีสุ อญฺญตรสฺส สมฺมาปฏิปนฺนสฺส. อวณฺณํ ภาสตีติ ‘‘ทุปฺปฏิปนฺโน เอส มิจฺฉาปฏิปนฺโน’’ติ อคุณํ กเถติ. อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสตีติ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ทุปฺปฏิปนฺนานํ มิจฺฉาปฏิปนฺนานํ ติตฺถิยานํ ติตฺถิยสาวกานํ ‘‘อิติปิ ทุปฺปฏิปนฺนา อิติปิ มิจฺฉาปฏิปนฺนา’’ติ อวณฺณํ ภาสติ. วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสตีติ สุปฺปฏิปนฺนานํ สมฺมาปฏิปนฺนานํ พุทฺธานํ พุทฺธสาวกานํ ‘‘อิติปิ สุปฺปฏิปนฺนา อิติปิ สมฺมาปฏิปนฺนา’’ติ วณฺณํ ภาสติ.

๑๓๖. ฉฏฺเฐ อปฺปสาทนีเย ฐาเนติ อปฺปสาทการเณ. ปสาทํ อุปทํเสตีติ ทุปฺปฏิปทาย มิจฺฉาปฏิปทาย ‘‘อยํ สุปฺปฏิปทา สมฺมาปฏิปทา’’ติ ปสาทํ ชเนติ. ปสาทนีเย ฐาเน อปฺปสาทนฺติ สุปฺปฏิปทาย สมฺมาปฏิปทาย ‘‘อยํ ทุปฺปฏิปทา มิจฺฉาปฏิปทา’’ติ อปฺปสาทํ ชเนตีติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

๑๓๗. สตฺตเม ทฺวีสูติ ทฺวีสุ โอกาเสสุ ทฺวีสุ การเณสุ. มิจฺฉาปฏิปชฺชมาโนติ มิจฺฉาปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชมาโน. มาตริ จ ปิตริ จาติ มิตฺตวินฺทโก วิย มาตริ, อชาตสตฺตุ วิย ปิตริ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

๑๓๘. อฏฺฐเม ตถาคเต จ ตถาคตสาวเก จาติ เทวทตฺโต วิย ตถาคเต, โกกาลิโก วิย จ ตถาคตสาวเก. สุกฺกปกฺเข อานนฺทตฺเถโร วิย ตถาคเต, นนฺทโคปาลกเสฏฺฐิปุตฺโต วิย จ ตถาคตสาวเก.

๑๓๙. นวเม สจิตฺตโวทานนฺติ สกจิตฺตสฺส โวทานํ, อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ เอตํ นามํ. น จ กิญฺจิ โลเก อุปาทิยตีติ โลเก จ รูปาทีสุ ธมฺเมสุ กิญฺจิ เอกํ ธมฺมมฺปิ น คณฺหาติ น ปรามสติ. เอวเมตฺถ อนุปาทานํ นาม ทุติโย ธมฺโม โหติ. ทสเมกาทสมานิ อุตฺตานตฺถาเนวาติ.

อายาจนวคฺโค ทุติโย.

(๑๓) ๓. ทานวคฺควณฺณนา

๑๔๒. ตติยสฺส ปฐเม ทานานีติ ทิยฺยนกวเสน ทานานิ, เทยฺยธมฺมสฺเสตํ นามํ. สวตฺถุกา วา เจตนา ทานํ, สมฺปตฺติปริจฺจาคสฺเสตํ นามํ. อามิสทานนฺติ จตฺตาโร ปจฺจยา ทิยฺยนกวเสน อามิสทานํ นาม. ธมฺมทานนฺติ อิเธกจฺโจ อมตปตฺติปฏิปทํ กเถตฺวา เทติ, อิทํ ธมฺมทานํ นาม.

๑๔๓. ทุติเย จตฺตาโร ปจฺจยา ยชนกวเสน ยาโค นาม ธมฺโมปิ ยชนกวเสน ยาโคติ เวทิตพฺโพ.

๑๔๔. ตติเย อามิสสฺส จชนํ อามิสจาโค, ธมฺมสฺส จชนํ ธมฺมจาโค. จตุตฺเถ อุปสคฺคมตฺตํ วิเสโส.

๑๔๖. ปญฺจเม จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ภุญฺชนํ อามิสโภโค, ธมฺมสฺส ภุญฺชนํ ธมฺมโภโค. ฉฏฺเฐ อุปสคฺคมตฺตํ วิเสโส.

๑๔๘. สตฺตเม จตุนฺนํ ปจฺจยานํ สํวิภชนํ อามิสสํวิภาโค, ธมฺมสฺส สํวิภชนํ ธมฺมสํวิภาโค.

๑๔๙. อฏฺฐเม จตูหิ ปจฺจเยหิ สงฺคโห อามิสสงฺคโห, ธมฺเมน สงฺคโห ธมฺมสงฺคโห.

๑๕๐. นวเม จตูหิ ปจฺจเยหิ อนุคฺคณฺหนํ อามิสานุคฺคโห, ธมฺเมน อนุคฺคณฺหนํ ธมฺมานุคฺคโห.

๑๕๑. ทสเม จตูหิ ปจฺจเยหิ อนุกมฺปนํ อามิสานุกมฺปา, ธมฺเมน อนุกมฺปนํ ธมฺมานุกมฺปาติ.

ทานวคฺโค ตติโย.

(๑๔) ๔. สนฺถารวคฺควณฺณนา

๑๕๒. จตุตฺถสฺส ปฐเม จตูหิ ปจฺจเยหิ อตฺตโน จ ปรสฺส จ อนฺตรปฏิจฺฉาทนวเสน สนฺถรณํ อามิสสนฺถาโร, ธมฺเมน สนฺถรณํ ธมฺมสนฺถาโร. ทุติเย อุปสคฺคมตฺตํ วิเสโส.

๑๕๔. ตติเย วุตฺตปฺปการสฺส อามิสสฺส เอสนา อามิเสสนา, ธมฺมสฺส เอสนา ธมฺเมสนา. จตุตฺเถ อุปสคฺคมตฺตเมว วิเสโส.

๑๕๖. ปญฺจเม มตฺถกปฺปตฺตา อามิสปริเยสนา อามิสปริเยฏฺฐิ, มตฺถกปฺปตฺตาว ธมฺมปริเยสนา ธมฺมปริเยฏฺฐีติ วุตฺตา.

๑๕๗. ฉฏฺเฐ อามิเสน ปูชนํ อามิสปูชา, ธมฺเมน ปูชนํ ธมฺมปูชา.

๑๕๘. สตฺตเม อาติเถยฺยานีติ อาคนฺตุกทานานิ. อติเถยฺยานีติปิ ปาโฐ.

๑๕๙. อฏฺฐเม อามิสํ อิชฺฌนกสมิชฺฌนกวเสน อามิสิทฺธิ, ธมฺโมปิ อิชฺฌนกสมิชฺฌนกวเสน ธมฺมิทฺธิ.

๑๖๐. นวเม อามิเสน วฑฺฒนํ อามิสวุทฺธิ, ธมฺเมน วฑฺฒนํ ธมฺมวุทฺธิ.

๑๖๑. ทสเม รติกรณฏฺเฐน อามิสํ อามิสรตนํ, ธมฺโม ธมฺมรตนํ.

๑๖๒. เอกาทสเม อามิสสฺส จินนํ วฑฺฒนํ อามิสสนฺนิจโย, ธมฺมสฺส จินนํ วฑฺฒนํ ธมฺมสนฺนิจโย.

๑๖๓. ทฺวาทสเม อามิสสฺส วิปุลภาโว อามิสเวปุลฺลํ, ธมฺมสฺส วิปุลภาโว ธมฺมเวปุลฺลนฺติ.

สนฺถารวคฺโค จตุตฺโถ.

(๑๕) ๕. สมาปตฺติวคฺควณฺณนา

๑๖๔. ปญฺจมสฺส ปฐเม สมาปตฺติกุสลตาติ อาหารสปฺปายํ อุตุสปฺปายํ ปริคฺคณฺหิตฺวา สมาปตฺติสมาปชฺชเน เฉกตา. สมาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตาติ ยถาปริจฺเฉเทน คเต กาเล วิยตฺโต หุตฺวา อุฏฺฐหนฺโต วุฏฺฐานกุสโล นาม โหติ, เอวํ กุสลตา.

๑๖๕. ทุติเย อชฺชวนฺติ อุชุภาโว. มทฺทวนฺติ มุทุภาโว.

๑๖๖. ตติเย ขนฺตีติ อธิวาสนขนฺติ. โสรจฺจนฺติ สุสีลฺยภาเวน สุรตภาโว.

๑๖๗. จตุตฺเถ สาขลฺยนฺติ สณฺหวาจาวเสน สมฺโมทมานภาโว. ปฏิสนฺถาโรติ อามิเสน วา ธมฺเมน วา ปฏิสนฺถรณํ.

๑๖๘. ปญฺจเม อวิหึสาติ กรุณาปุพฺพภาโค. โสเจยฺยนฺติ สีลวเสน สุจิภาโว. ฉฏฺฐสตฺตมานิ อุตฺตานตฺถาเนว.

๑๗๑. อฏฺฐเม ปฏิสงฺขานพลนฺติ ปจฺจเวกฺขณพลํ.

๑๗๒. นวเม มุฏฺฐสฺสจฺเจ อกมฺปเนน สติเยว สติพลํ. อุทฺธจฺเจ อกมฺปเนน สมาธิเยว สมาธิพลํ.

๑๗๓. ทสเม สมโถติ จิตฺเตกคฺคตา. วิปสฺสนาติ สงฺขารปริคฺคาหกญฺญาณํ.

๑๗๔. เอกาทสเม สีลวิปตฺตีติ ทุสฺสีลฺยํ. ทิฏฺฐิวิปตฺตีติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ.

๑๗๕. ทฺวาทสเม สีลสมฺปทาติ ปริปุณฺณสีลตา. ทิฏฺฐิสมฺปทาติ สมฺมาทิฏฺฐิกภาโว. เตน กมฺมสฺสกตสมฺมาทิฏฺฐิ, ฌานสมฺมาทิฏฺฐิ, วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิ, มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ, ผลสมฺมาทิฏฺฐีติ สพฺพาปิ ปญฺจวิธา สมฺมาทิฏฺฐิ สงฺคหิตา โหติ.

๑๗๖. เตรสเม สีลวิสุทฺธีติ วิสุทฺธิสมฺปาปกํ สีลํ. ทิฏฺฐิวิสุทฺธีติ วิสุทฺธิสมฺปาปิกา จตุมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ, ปญฺจวิธาปิ วา สมฺมาทิฏฺฐิ.

๑๗๗. จุทฺทสเม ทิฏฺฐิวิสุทฺธีติ วิสุทฺธิสมฺปาปิกา สมฺมาทิฏฺฐิเยว. ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธานนฺติ เหฏฺฐิมมคฺคสมฺปยุตฺตํ วีริยํ. ตญฺหิ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา อนุรูปตฺตา ‘‘ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธาน’’นฺติ วุตฺตํ.

๑๗๘. ปนฺนรสเม อสนฺตุฏฺฐิตา จ กุสเลสุ ธมฺเมสูติ อญฺญตฺร อรหตฺตมคฺคา กุสเลสุ ธมฺเมสุ อสนฺตุฏฺฐิภาโว.

๑๗๙. โสฬสเม มุฏฺฐสฺสจฺจนฺติ มุฏฺฐสฺสติภาโว. อสมฺปชญฺญนฺติ อญฺญาณภาโว.

๑๘๐. สตฺตรสเม อปิลาปนลกฺขณา สติ. สมฺมา ปชานนลกฺขณํ สมฺปชญฺญนฺติ.

สมาปตฺติวคฺโค ปญฺจโม. ตติยปณฺณาสกํ นิฏฺฐิตํ.