๑๖. เอกธมฺมปาฬิ

(๑๖) ๔. เอกธมฺมปาฬิ-จตุตฺถวคฺควณฺณนา

๓๒๒. จตุตฺถวคฺคสฺส ปฐเม ชมฺพุทีเปติ ชมฺพุยา ปญฺญาโต ปากโฏ ทีโปติ ชมฺพุทีโป. อิมสฺส กิร ทีปสฺส สญฺญาณภูตา โยชนสตุพฺเพธา ปณฺณาสโยชนสาขา ปญฺจทสโยชนาวฏฺฏกฺขนฺธา หิมวนฺตปพฺพเต ชาตา กปฺปฏฺฐายินี มหาชมฺพู นาม อตฺถิ, ตาย อยํ ทีโป ชมฺพุทีโปติ วุจฺจติ. ยถา จ อิมสฺมึ ทีเป ชมฺพุรุกฺโข กปฺปฏฺฐายี, ตถา อปรโคยาเน กทมฺพรุกฺโข, อุตฺตรกุรูสุ กปฺปรุกฺโข, ปุพฺพวิเทเห สิรีสรุกฺโข, อสุรานํ จิตฺตปาฏลิรุกฺโข, สุปณฺณานํ สิมฺพลิรุกฺโข, เทวานํ ปาริจฺฉตฺตโกติ อิเมปิ กปฺปฏฺฐายิโนว.

‘‘ปาฏลี สิมฺพลี ชมฺพู, เทวานํ ปาริจฺฉตฺตโก;

กทมฺโพ กปฺปรุกฺโข จ, สิรีโส ภวติ สตฺตโม’’ติ.

อารามรามเณยฺยกนฺติ ปุปฺผารามผลารามานํ รามเณยฺยกํ เวฬุวน-ชีวกมฺพวน-เชตวนปุพฺพารามสทิสํ. ตํ อิมสฺมึ ชมฺพุทีเป อปฺปมตฺตกํ ปริตฺตกํ, น พหุกนฺติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ วนรามเณยฺยกนฺติ นาควนสาลวนจมฺปกวนาทิสทิสํ วงฺกปพฺพตหิมวนฺตปพฺพตปเทสาทีสุ อรญฺญวนํ เวทิตพฺพํ. ภูมิรามเณยฺยกนฺติ เชตวนวิหารมคธกฺเขตฺตาทิสทิสํ สมํ ภูมิฏฺฐานํ. โปกฺขรณิรามเณยฺยกนฺติ เชตวนโปกฺขรณิคคฺคราโปกฺขรณิสทิสานํ วฏฺฏจตุรสฺสทีฆวงฺกาทิสณฺฐานานํ โปกฺขรณีนํ สนฺนิเวสนฏฺฐานํ. อุกฺกูลวิกูลนฺติ อุกฺกูลญฺจ วิกูลญฺจ. ตตฺถ อุกฺกูลํ อุนฺนตฏฺฐานํ, วิกูลํ นินฺนฏฺฐานํ. นทีวิทุคฺคนฺติ นทีนํ ภินฺนฏฺฐานํ ตํ ทุคฺคมตฺตา นทีวิทุคฺคนฺติ วุจฺจติ. ขาณุกณฺฏกฏฺฐานนฺติ ตตฺถชาตกานญฺเจว อาหริยมานานญฺจ ขาณุกณฺฏกาทีนํ ปติฏฺฐานฏฺฐานํ. ปพฺพตวิสมนฺติ คิริวิสมํ. เย โอทกาติ เย จ อุทเก ชายนฺติ, เตเยว พหุตรา. อิโต กิร สุวณฺณภูมิ สตฺตมตฺตานิ โยชนสตานิ โหติ, เอเกน วาเตน คจฺฉนฺตี นาวา สตฺตหิ อโหรตฺเตหิ คจฺฉติ. อเถกสฺมึ สมเย เอวํ คจฺฉนฺตี นาวา สตฺตาหมฺปิ นนฺทิยาวฏฺฏมจฺฉปิฏฺเฐเนว คตา. เอวํ โอทกานํ สตฺตานํ พหุภาโว เวทิตพฺโพ.

อปิจ ถลฏฺฐานสฺส ปริตฺตภาเวน อุทกสฺส จ พหุภาเวนาปิ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยถา หิ มหาตฬาเก เอโกว อุปฺปลคจฺโฉ อสฺส, ตสฺส จตฺตาริ จ ปณฺณานิ, มชฺเฌ จ เอกํ อุปฺปลมกุลํ อสฺส. เอวเมวํ จตฺตาริ ปณฺณานิ วิย จตฺตาโร ทีปา, มชฺเฌ อุปฺปลมกุลํ วิย สิเนรุปพฺพโต, เสสํ อุทกํ วิย อุทกปริกฺขิตฺโต โอกาโส. ตสฺส มหนฺตภาโว อิทฺธิมนฺตานํ ปากโฏ โหติ. เตสญฺหิ อากาเสน คจฺฉนฺตานํ จตฺตาโร มหาทีปา จตฺตาริ ปณฺณานิ วิย อุปฏฺฐหนฺติ, สิเนรุปพฺพโต มชฺเฌ อุปฺปลมกุลํ วิย, เสสํ อุทกํ วิย อุทกปริกฺขิตฺโต โอกาโส. เอวํ มหนฺเต อุทเก ชาตตฺตา โอทกาว พหุตรา เวทิตพฺพา.

๓๒๓. ทุติยาทีสุ อญฺญตฺร มนุสฺเสหีติ อิธ จตฺตาโร อปายา อญฺญตฺร มนุสฺเสหีติ อธิปฺเปตา.

มชฺฌิเมสุ ชนปเทสูติ ‘‘ปุรตฺถิมาย ทิสาย คชงฺคลํ นาม นิคโม, ตสฺส ปเรน มหาสาลา, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ. ปุรตฺถิมทกฺขิณาย ทิสาย สลฺลวตี นาม นที, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ. ทกฺขิณาย ทิสาย เสตกณฺณิกํ นาม นิคโม, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ. ปจฺฉิมาย ทิสาย ถูณํ นาม พฺราหฺมณคาโม, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ. อุตฺตราย ทิสาย อุสีรทฺธโช นาม ปพฺพโต, ตโต ปรา ปจฺจนฺติมา ชนปทา, โอรโต มชฺเฌ’’ติ (มหาว. ๒๕๙) เอวํ ปริจฺฉินฺเน ชนปเทติ อตฺโถ. อยญฺหิ ชนปโท มุทิงฺคสณฺฐาโน อุชุเกน กตฺถจิ อสีติโยชโน โหติ, กตฺถจิ โยชนสติโก, กตฺถจิ ทฺวิโยชนสติโก, มชฺเฌน ปน ติโยชนสติโก, ปริยนฺตปริกฺเขเปน นวมตฺตโยชนสติโก โหติ. เอตฺตเก ฐาเน พุทฺธปจฺเจกพุทฺธา มหาสาวกา พุทฺธุปฏฺฐากา พุทฺธสาวกา พุทฺธมาตา พุทฺธปิตา จกฺกวตฺตี ราชาติ อิเม สตฺตา นิพฺพตฺตนฺติ. อปิจ อุปาทายุปาทายาปิ มชฺฌิมปเทโส ลพฺภติ. สกโลปิ หิ ชมฺพุทีโป มชฺฌิมปเทโส นาม, เสสทีปา ปจฺจนฺติมา ชนปทา. ตมฺพปณฺณิทีเป อนุราธปุรํ มชฺฌิมปเทโส นาม, เสโส ปจฺจนฺโตติ เอวํ นโย เวทิตพฺโพ.

๓๒๔. ปญฺญวนฺโต อชฬา อเนฬมูคาติ เอตฺถ กมฺมสฺสกตปญฺญา, ฌานปญฺญา วิปสฺสนาปญฺญา, มคฺคปญฺญา, ผลปญฺญาติ เอตาหิ สมนฺนาคตา ปญฺญวนฺโต นาม, อมูฬฺหา อชฬา นาม. เยสํ เอฬา มุขโต น คลติ, เต อเนฬมูคา นาม, อเนฬมุขา นิทฺโทสมุขาติ อตฺโถ. ปฏิพลาติ สมตฺถา, กายพเลน เจว ญาณพเลน จ สมนฺนาคตา. อตฺถมญฺญาตุนฺติ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ ชานิตุํ. ทุปฺปญฺญาติ อปฺปญฺญา นิปฺปญฺญา. ชฬาติ มนฺทา โมมูหา.

๓๒๕. อริเยน ปญฺญาจกฺขุนาติ สหวิปสฺสเนน มคฺเคน. อวิชฺชาคตาติ อวิชฺชนฺธกาเรน สมนฺนาคตา.

๓๒๖. เย ลภนฺติ ตถาคตํ ทสฺสนายาติ เย ตถาคตสฺส คุเณ ชานิตฺวา ตถาคตํ จกฺขุวิญฺญาเณน ปสฺสิตุํ ลภนฺติ.

๓๒๗. ตถาคตปฺปเวทิตนฺติ ตถาคเตน ปเวทิตํ ปกาเสตฺวา กถิตํ. สวนายาติ โสตวิญฺญาเณน โสตุํ.

๓๒๘. ธาเรนฺตีติ น ปมฺมุสฺสนฺติ.

๓๒๙. ธาตานํ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขนฺตีติ ปคุณาย ปาฬิยา อตฺถานตฺถํ อุปปริกฺขนฺติ.

๓๓๐. อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญายาติ อฏฺฐกถญฺจ ปาฬิญฺจ ชานิตฺวา. ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปชฺชนฺตีติ อนุโลมปฏิปทํ ปูเรนฺติ.

๓๓๑. สํเวชนีเยสุ ฐาเนสูติ สํเวคชนเกสุ การเณสุ. สํวิชฺชนฺตีติ สํเวคํ อาปชฺชนฺติ.

๓๓๒. โยนิโส ปทหนฺตีติ อุปาเยน ปธานวีริยํ กโรนฺติ.

๓๓๓. ววสฺสคฺคารมฺมณนฺติ ววสฺสคฺโค วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตํ อารมฺมณํ กริตฺวาติ อตฺโถ. ลภนฺติ สมาธินฺติ มคฺคสมาธิญฺจ ผลสมาธิญฺจ ปาปุณนฺติ.

๓๓๔. อนฺนคฺครสคฺคานนฺติ อุตฺตมนฺนานญฺจ อุตฺตมรสานญฺจ. อุญฺเฉน กปาลาภเตน ยาเปนฺตีติ อุญฺฉาจาเรน วนมูลผลาผเลน วา กปาเลน อาภตภตฺเตน วา ยาเปนฺติ. เอตฺถ จ โย กสฺสจิเทว ขาทนียสฺส โภชนียสฺส อตฺถาย จิตฺเต อุปฺปนฺเน ตํขณํเยว น ตํ ลภติ, อยํ อนฺนคฺครสคฺคานํ น ลาภี นาม. ยสฺสปิ ตํขณํเยว ลภิตฺวา โอโลเกนฺตสฺส วณฺณคนฺธรสา อมนาปา โหนฺติ, อยมฺปิ อนฺนคฺครสคฺคานํ น ลาภี นาม. ยสฺส ปน วณฺณคนฺธรสา ปฏิลภนฺติ, มนาปา โหนฺติ, อยํ อนฺนคฺครสคฺคานํ ลาภี นาม. โส อุตฺตมโกฏิยา จกฺกวตฺตี ราชา, เหฏฺฐิมโกฏิยา ธมฺมาโสโก เวทิตพฺโพ. สงฺเขปโต หิ ยสฺส ภตฺตสฺส เอกปาติ สตสหสฺสํ อคฺฆติ, อิทํ อนฺนคฺครสคฺคํ นาม. ยํ ปน ภิกฺขุสงฺฆํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา มนุสฺสา อุตฺตมปณีตํ ภตฺตํ เทนฺติ, อิทํ กึ นามาติ? อิทํ อุญฺเฉน กปาลาภเตน ยาเปนฺเต อุปาทาย อนฺนคฺครสคฺคํ นาม วุจฺจตีติ.

๓๓๕. อตฺถรสสฺสาติอาทีสุ อตฺถรโส นาม จตฺตาริ สามญฺญผลานิ, ธมฺมรโส นาม จตฺตาโร มคฺคา, วิมุตฺติรโส นาม อมตนิพฺพานํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

จตุตฺถวคฺควณฺณนา.

ชมฺพุทีปเปยฺยาโล นิฏฺฐิโต.