๑๖. เอกธมฺมปาฬิ
(๑๖) ๓. เอกธมฺมปาฬิ-ตติยวคฺควณฺณนา
๓๐๘. ตติยสฺส ปฐเม มิจฺฉาทิฏฺฐิโกติ อยาถาวทิฏฺฐิโก. วิปรีตทสฺสโนติ ตาเยว มิจฺฉาทิฏฺฐิยา วิปรีตทสฺสโน. สทฺธมฺมา วุฏฺฐาเปตฺวาติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมโต วุฏฺฐาเปตฺวา. อสทฺธมฺเม ปติฏฺฐาเปตีติ ทสอกุสลกมฺมปถสงฺขาเต อสทฺธมฺเม ปติฏฺฐาเปติ. เอกปุคฺคโลติ เจตฺถ ฉหิ สตฺถาเรหิ สทฺธึ เทวทตฺโต จ อญฺเญ จ เอวรูปา เวทิตพฺพา.
๓๐๙. ทุติเย สมฺมาทิฏฺฐิโกติ ยาถาวทิฏฺฐิโก. อวิปรีตทสฺสโนติ ตาเยว สมฺมาทิฏฺฐิยา อวิปรีตทสฺสโน. อสทฺธมฺมาติ ทสอกุสลกมฺมปถโต. สทฺธมฺเมติ ทสกุสลกมฺมปถสงฺขาเต สทฺธมฺเม. เอกปุคฺคโลติ เจตฺถ อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ จกฺกวตฺตี ราชา สพฺพญฺญุโพธิสตฺโตติ เอวมาทโย ลพฺภนฺติ, อุปฺปนฺเน พุทฺเธ พุทฺโธ เจว พุทฺธสาวกา จ.
๓๑๐. ตติเย มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานีติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปรมา เอเตสนฺติ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ. ปญฺจ หิ อานนฺตริยกมฺมานิ มหาสาวชฺชานิ นาม, เตหิปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิเยว มหาสาวชฺชตราติ อธิปฺปาโย. กสฺมา? เตสญฺหิ ปริจฺเฉโท อตฺถิ. จตฺตาริ หิ อานนฺตริยกมฺมานิ นิรเย นิพฺพตฺตาเปนฺตีติ วุตฺตานิ. สงฺฆเภทกมฺมมฺปิ นิรเย กปฺปฏฺฐิติกเมว โหติ. เอวเมเตสํ ปริจฺเฉโท อตฺถิ, โกฏิ ปญฺญายติ. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปน ปริจฺเฉโท นตฺถิ. สา หิ วฏฺฏสฺส มูลํ, ตาย สมนฺนาคตสฺส ภวโต วุฏฺฐานํ นตฺถิ. เย ตสฺส โสตพฺพํ มญฺญนฺติ, เตปิ วิปฺปฏิปาเทติ. ตาย จ สมนฺนาคตสฺส เนว สคฺโค อตฺถิ น มคฺโค. กปฺปวินาเส มหาชเน พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺเตปิ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิโก ตตฺถ อนิพฺพตฺติตฺวา ปิฏฺฐิจกฺกวาเฬ นิพฺพตฺตติ. กึ ปน ปิฏฺฐิจกฺกวาฬํ น ฌายตีติ? ฌายติ, ตสฺมึ ฌายมาเนปิ เอส อากาเส เอกสฺมึ โอกาเส ปจฺจติเยวาติ วทนฺติ.
๓๑๑. จตุตฺเถ มกฺขลีติ ‘‘มา ขลี’’ติ วจนํ อุปาทาย เอวํลทฺธนาโม ติตฺถกโร. นทีมุเขติ ทฺวินฺนํ นทีนํ สมาคตฏฺฐาเน. เทสนามตฺตเมเวตํ, ทฺวินฺนํ กนฺทรานํ, ทฺวินฺนํ อุทกานํ, สมุทฺทสฺส จ, โลณิยา จ, สมุทฺทสฺส จ นทิยา จาติ เอเตสมฺปิ ยสฺส กสฺสจิ สมาคตฏฺฐานํ, อญฺญมฺปิ ตถารูปํ อุทกํ. ขิปนฺติ กุมินํ. อุฑฺเฑยฺยาติ โอฑฺเฑยฺย. มนุสฺสา หิ นเฬหิ วา อุจฺฉูหิ วา เวฬูหิ วา ปลาสนฺติสลากาย วา เอกํ เทฺว ตโย วา กุมฺเภ คณฺหนปฺปมาณกุมินํ กตฺวา มุขวฏฺฏิยา โยตฺเตน พนฺธิตฺวา นทีมุขํ เนตฺวา ทฺวีสุ ปสฺเสสุ ขาณุเก โกฏฺเฏตฺวา โยตฺเตหิ ตตฺถ พนฺธนฺติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ตสฺมิญฺหิ ปวิฏฺฐสฺส ขุทฺทกสฺส มจฺฉสฺสาปิ โมกฺโข นตฺถิ. อนยายาติ อวฑฺฒิยา. พฺยาสนายาติ วินาสาย. มกฺขลิ โมฆปุริโสติ อยํ มกฺขลิ โคสาโล ตุจฺฉปุริโส. มนุสฺสขิปฺปํ มญฺเญ โลเก อุปฺปนฺโนติ มหาชนสฺส สคฺคโมกฺขคมนมคฺเค ตตฺถ คมนนิวารณตฺถํ มนุสฺสกุมินํ วิย โลเก อุปฺปนฺโน.
๓๑๒. ปญฺจมาทีสุ ทุรกฺขาเต, ภิกฺขเว, ธมฺมวินเยติ ทุรกฺขาตธมฺมวินโย นาม พาหิรกสาสนํ. ตตฺถ หิ สตฺถาปิ อสพฺพญฺญู โหติ, ธมฺโมปิ ทุรกฺขาโต, คโณปิ ทุปฺปฏิปนฺโน. โย จ สมาทเปตีติ โย อาจริยปุคฺคโล สมาทเปติ. ยญฺจ สมาทเปตีติ ยํ อนฺเตวาสิกํ สมาทเปติ. โย จ สมาทปิโต ตถตฺตาย ปฏิปชฺชตีติ โย อนฺเตวาสิโก อาจริเยน สมาทปิโต ตสฺส วจนํ กโรนฺโต ตถาภาวาย ปฏิปชฺชติ. พหุํ อปุญฺญํ ปสวนฺตีติ สมาทปโก หิ ปาณาติปาตาทีสุ ชงฺฆสตํ สมาทเปนฺโต เตสํ สพฺเพสมฺปิ อกุสเลน สมกเมว อกุสลํ ปาปุณาติ. เตนาห – ‘‘สพฺเพ เต พหุํ อปุญฺญํ ปสวนฺตี’’ติ.
๓๑๓. สฺวากฺขาเตติ สุฏฺฐุ อกฺขาเต สุเทสิเต. เอวรูเป หิ ธมฺมวินเย สตฺถา จ สพฺพญฺญู โหติ, ธมฺโม จ สฺวากฺขาโต, คโณ จ สุปฺปฏิปนฺโน. สพฺเพ เต พหุํ ปุญฺญํ ปสวนฺตีติ สมาทปโก หิ ภิกฺขู ปิณฺฑาย ปวิฏฺเฐ ทิสฺวา ยาคุภตฺตาทีนิ สมาทเปนฺโต สพฺเพสมฺปิ ทายกานํ กุสเลน สมกํ กุสลํ ปาปุณาติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘พหุํ ปุญฺญํ ปสวนฺตี’’ติ.
๓๑๔. ทายเกน มตฺตา ชานิตพฺพาติ ทายกปุคฺคเลน ปมาณํ ชานิตพฺพํ, ปมาเณน ทาตพฺพํ, ปูเรตฺวา อติเรกํ น ทาตพฺพํ. น ทาตพฺพนฺติ หิ อวตฺวา ปมาณวเสน โถกํ ทาตพฺพนฺติ วุตฺตํ. กสฺมา? ปูเรตฺวา อติเรเก ทินฺเนปิ หิ อติเรกา มนุสฺสสมฺปตฺติ วา ทิพฺพสมฺปตฺติ วา นิพฺพานสมฺปตฺติ วา นตฺถิ. โน ปฏิคฺคาหเกนาติ ปฏิคฺคาหกสฺส ปน มตฺตํ ชานิตฺวา ปฏิคฺคหณกิจฺจํ นาม นตฺถิ. กสฺมา? ตสฺส หิ มตฺตํ ญตฺวา ปูเรตพฺพา มตฺตปฏิคฺคหณมูลิกา อปฺปิจฺฉปฏิปทา นาม นตฺถิ. ยตฺตกํ ปน ลภติ, ตตฺตกํ คเหตพฺพํ. อติเรกคฺคหณมูลํ หิสฺส ปุตฺตทารภรณํ ภวิสฺสติ.
๓๑๕. ปฏิคฺคาหเกน มตฺตา ชานิตพฺพาติ ปฏิคฺคาหกปุคฺคเลน ปมาณํ ชานิตพฺพํ. กถํ? เตน หิ ทายกสฺส วโส เวทิตพฺโพ, เทยฺยธมฺมสฺส วโส เวทิตพฺโพ, อตฺตโน ถาโม เวทิตพฺโพ. ยทิ หิ เทยฺยธมฺโม พหุ โหติ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, ทายกสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหิตพฺพํ. เทยฺยธมฺโม อปฺโป, ทายโก พหุํ ทาตุกาโม, เทยฺยธมฺมสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหิตพฺพํ. เทยฺยธมฺโมปิ พหุ, ทายโกปิ พหุํ ทาตุกาโม, อตฺตโน ถามํ ญตฺวา ปมาเณเนว คณฺหิตพฺพํ. เอวํ มตฺตํ ญตฺวา ปฏิคฺคณฺหนฺโต หิ อปฺปิจฺฉปฏิปทํ ปูเรติ. อนุปฺปนฺนสฺส ลาโภ อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน ลาโภ ถาวโรว โหติ. อปฺปสนฺนา ปสีทนฺติ, ปสนฺนาปิ ภิยฺโย ปสาทมาปชฺชนฺติ, มหาชนสฺส จกฺขุภูโต โหติ, สาสนํ จิรฏฺฐิติกํ กโรติ.
ตตฺริมานิ วตฺถูนิ – โรหณชนปเท กิร กุฏิมฺพิยวิหาเร เอโก ทหโร ทุพฺภิกฺขสมเย ตสฺมึ คาเม เอกสฺส กมฺมการสฺส เคเห ภุญฺชนตฺถาย กฏจฺฉุภตฺตํ คเหตฺวา คมนตฺถาย จ กฏจฺฉุภตฺตเมว ลภติ. โส เอกทิวสํ ตสฺมึ เคเห เอกํ อาคนฺตุกํ ทิสฺวา เอกเมว กฏจฺฉุภตฺตํ คณฺหิ. อถสฺส ‘‘เกน การเณนา’’ติ วุตฺเต ตมตฺถํ วตฺวา โส กุลปุตฺโต ปสีทิตฺวา ‘‘อมฺหากํ กุลูปกภทนฺโต เอวรูโป นามา’’ติ ราชทฺวาเร มิตฺตามจฺจานํ กเถสิ. เต สพฺเพปิ ตสฺส อปฺปิจฺฉคุเณ ปสนฺนา เอกทิวเสเนว สฏฺฐิ ธุรภตฺตานิ ฐเปสุํ. เอวํ อปฺปิจฺโฉ อนุปฺปนฺนลาภํ อุปฺปาเทติ.
สทฺธาติสฺสมหาราชาปิ จูฬุปฏฺฐากํ ติสฺสามจฺจํ วีมํสิตฺวา เตน เอกํ ติตฺติรํ ปจาเปตฺวา อาหราเปสิ. อถ ปริโภคสมเย ‘‘อคฺคํ ทตฺวา ปริภุญฺชิสฺสามี’’ติ อฏฺฐกสาลปริเวเณ มหาเถรสฺส ภณฺฑคฺคาหสามเณรสฺส ติตฺติรมํสํ เทนฺโต ตสฺมึ โถกํเยว ปฏิคฺคณฺหนฺเต ตสฺส อปฺปิจฺฉคุเณ ปสีทิตฺวา ‘‘ปสนฺโนสฺมิ, ตาต, อฏฺฐ เต ธุรภตฺตานิ เทมี’’ติ อาห. มหาราช, อุปชฺฌายสฺส เทมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ เทมีติ. ตานิ อมฺหากํ อาจริยสฺส เทมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ ทมฺมีติ. ตานิ สมานุปชฺฌายานํ ทมฺมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ ทมฺมีติ. ตานิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทมฺมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ ทมฺมีติ. สามเณโร อธิวาเสสิ. เอวมสฺส อุปฺปนฺโน ลาโภ ถาวโร โหติ.
อปฺปสนฺนา ปสีทนฺตีติ เอตฺถปิ – ทีฆพฺราหฺมโณ กิร พฺราหฺมเณ โภเชนฺโต ปญฺจ ปญฺจ ภตฺตสรกานิ ทตฺวา สนฺตปฺเปตุํ นาสกฺขิ. อเถกทิวสํ ‘‘สมณา กิร นาม อปฺปิจฺฉา’’ติ กถํ สุตฺวา วีมํสนตฺถาย ภตฺตํ คาหาเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ภตฺตกิจฺจกรณเวลาย วิหารํ คนฺตฺวา ตึสมตฺเต ภิกฺขู โภชนสาลายํ ภุญฺชนฺเต ทิสฺวา เอกํ ภตฺตสรกํ คเหตฺวา สงฺฆตฺเถรสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. เถโร องฺคุลึ จาเลตฺวา โถกเมว อคฺคเหสิ. เอเตเนว นิยาเมน เอกํ ภตฺตสรกํ สพฺเพสํ สมฺปาปุณิ. ตโต พฺราหฺมโณ ‘‘สจฺโจเยว เอเตสํ สมณานํ คุโณ’’ติ อปฺปิจฺฉตาย ปสนฺโน สหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตสฺมึเยว วิหาเร เจติยํ กาเรสิ. เอวํ อปฺปสนฺนา ปสีทนฺติ.
ปสนฺนา ภิยฺโย ปสีทนฺตีติ เอตฺถ วตฺถุนา กิจฺจํ นตฺถิ. ปสนฺนานญฺหิ อปฺปิจฺฉํ ทิสฺวา ปสาโท ภิยฺโย วฑฺฒติเยว.
มชฺฌนฺติกติสฺสตฺเถรสทิเส ปน อปฺปิจฺเฉ ทิสฺวา มหาชโน อปฺปิจฺโฉ ภวิตุํ มญฺญตีติ อปฺปิจฺโฉ มหาชนสฺส จกฺขุภูโต นาม โหติ.
‘‘อปฺปิจฺฉตา, ภิกฺขเว, สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๑๖-๑๒๙) วจนโต ปน อปฺปิจฺโฉ สาสนํ จิรฏฺฐิติกํ กโรติ นาม.
โน ทายเกนาติ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปน ทายกสฺส ปมาณํ ญตฺวา ทาตพฺพกิจฺจํ นาม นตฺถิ. ยตฺตโก เทยฺยธมฺโม อตฺถิ, ตตฺตกํ อวตฺถริตฺวา ทาตุํ วฏฺฏติ. อวตฺถริตฺวา ทินฺนการณา หิ เอส มนุสฺสสมฺปตฺตึ, ทิพฺพสมฺปตฺตึ, นิพฺพานสมฺปตฺติญฺจ อวตฺถริตฺวา อุตฺตรุตฺตริ ปณีตปณีตเมว ลภติ.
๓๑๖. โย อารทฺธวีริโย, โส ทุกฺขํ วิหรตีติ ปญฺจาตปตปฺปนมรุปฺปปาตปตนาทิจฺจานุปริวตฺตน-อุกฺกุฏิกปฺปธานาทีนิ อนุยุญฺชนฺโต ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม ทุกฺขํ วิหรติ, ตสฺเสว พาหิรสมเย สมาทินฺนสฺส ตปจรณสฺส วิปาเกน นิรเย อุปฺปชฺชิตฺวา สมฺปราเยปิ ทุกฺขํ วิหรติ.
๓๑๗. โย กุสีโต, โส ทุกฺขํ วิหรตีติ อยมฺปิ ทิฏฺเฐ ธมฺเม เจว สมฺปราเย จ ทุกฺขํ วิหรติ. กถํ? ยสฺส หิ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย โยนิโส มนสิกาโร นตฺถิ, พุทฺธวจนํ น อุคฺคณฺหาติ, อาจริยุปชฺฌายวตฺตํ น กโรติ, เจติยงฺคณโพธิยงฺคณวตฺตํ น กโรติ. ชนสฺส ปน สทฺธาเทยฺยํ อปจฺจเวกฺขิตปริโภเคน ปริภุญฺชิตฺวา ทิวสํ เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ อนุยุญฺชิตฺวา ปพุทฺธกาเล ตโย วิตกฺเก วิตกฺเกติ. โส กติปาเหเนว ภิกฺขุภาวา จวติ? เอวํ ทิฏฺฐธมฺเม จ ทุกฺขํ วิหรติ. ปพฺพชิตฺวา ปน สมณธมฺมสฺส สมฺมา อกตตฺตา จ –
‘‘กุโส ยถา ทุคฺคหิโต, หตฺถเมวานุกนฺตติ;
สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ, นิรยายุปกฑฺฒตี’’ติ. (ธ. ป. ๓๑๑) –
อปายสฺมึเยว ปฏิสนฺธึ คณฺหติ. เอวํ สมฺปราเยปิ ทุกฺขํ วิหรติ.
๓๑๘. โย กุสีโต, โส สุขํ วิหรตีติ กาเลน กาลํ วุตฺตปฺปกาเร ตปจรเณ กิญฺจิ กิญฺจิ ตปจรณํ กตฺวา กาเลน กาลํ โอทาตวตฺถวสโน มาลาคนฺธวิเลปนธโร มธุรโภชนํ ภุญฺชนฺโต มุทุกาสุ เสยฺยาสุ สยนฺโต ทิฏฺเฐ ธมฺเม เจว สุขํ วิหรติ สมฺปราเย จ. โส หิ ตสฺส ตปจรณสฺส คาฬฺหํ อคฺคหิตตฺตา นาติพหุํ นิรเย ทุกฺขํ อนุภวติ. ตสฺมา สมฺปราเย สุขํ วิหรติ นาม.
๓๑๙. โย อารทฺธวีริโย, โส สุขํ วิหรตีติ อารทฺธวีริโย หิ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย วตฺเตสุ ปริปูรการี โหติ, พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหาติ, โยนิโส มนสิกาเร กมฺมํ กโรติ. อถสฺส วตฺตปูรณญฺเจว อุคฺคหิตพุทฺธวจนญฺจ สมณธมฺมกิริยญฺจ อาวชฺเชนฺตสฺส จิตฺตํ ปสีทติ. เอวํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขํ วิหรติ. ทิฏฺฐธมฺเม ปน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺโต นิพฺพตฺตภเว ขิปฺปาภิญฺโญ โหตีติ สมฺปราเยปิ สุขํ วิหรติ นาม.
๓๒๐. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตโกปิ คูโถ ทุคฺคนฺโธ โหตีติ อิทํ สุตฺตํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ วุตฺตํ. กตรอฏฺฐุปฺปตฺติยนฺติ? นวกนิปาเต (อ. นิ. ๙.๑๒) สตฺตุปฺปาทสุตฺต อฏฺฐุปฺปตฺติยํ. ตถาคโต หิ ตํ อตฺถํ กเถนฺโต – ‘‘นว ปุคฺคลา นิรยโต มุตฺตา, ติรจฺฉานโยนิโต มุตฺตา, เปตฺติวิสยโต มุตฺตา’’ติ กเถสิ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘สเจ โข ปน เม ปุตฺตา อิมํ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ขีณนิรยมฺหา ขีณติรจฺฉานโยนิกา ขีณเปตฺติวิสยา ขีณาปายทุคฺคติวินิปาตาติ มญฺญมานา อุปริมคฺคผลตฺถาย วายมิตุํ น มญฺเญยฺยุํ, เตสํ สํเวคํ ชเนสฺสามี’’ติ สํเวคชนนตฺถํ ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว’’ติ อิมํ สุตฺตมารภิ. ตตฺถ อปฺปมตฺตโกติ โถกมตฺตโก ปริตฺตปฺปมาโณ, อนฺตมโส กุสคฺเคนปิ คเหตฺวา อุปสิงฺฆิยมาโน ทุคฺคนฺโธว โหติ. อปฺปมตฺตกมฺปิ ภวํ น วณฺเณมีติ อปฺปมตฺตกมฺปิ กาลํ ภเว ปฏิสนฺธึ น วณฺณยามิ. อิทานิสฺส อุปมํ ทสฺเสนฺโต อาห – อนฺตมโส อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปีติ. สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน เทฺว องฺคุลิโย เอกโต กตฺวา ปหรณมตฺตมฺปิ กาลนฺติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ตติยวคฺควณฺณนา.