(๑๖) ๒. เอกธมฺมปาฬิ-ทุติยวคฺควณฺณนา
๒๙๘. ทุติเย มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ทฺวาสฏฺฐิวิธายปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา เอตํ อธิวจนํ. มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺสาติ ตาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคตสฺส.
๒๙๙. สมฺมาทิฏฺฐีติ ปญฺจวิธายปิ สมฺมาทิฏฺฐิยา เอตํ อธิวจนํ. สมฺมาทิฏฺฐิกสฺสาติ ตาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคตสฺส.
๓๐๒. อโยนิโส มนสิกาโรติ อนุปายมนสิกาโร.
๓๐๓. โยนิโส มนสิกาโรติ อุปายมนสิกาโร. ตตฺถ อโยนิโส มนสิกโรโต ปุพฺเพ อนุปฺปนฺนา มิจฺฉาทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺนา ปน ยาว นิยาโมกฺกมนา ปวฑฺฒติ. นิยาเม โอกฺกนฺเต วฑฺฒิตา นาม โหติ. โยนิโส มนสิกโรโต ปุพฺเพ อนุปฺปนฺนา สมฺมาทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺนา ปน ยาว อรหตฺตมคฺคา ปวฑฺฒติ. อรหตฺตผเล ปตฺเต วฑฺฒิตา นาม โหติ.
๓๐๔. มิจฺฉาทิฏฺฐิยา, ภิกฺขเว, สมนฺนาคตา สตฺตาติ เอตฺถ เอกจฺจา มิจฺฉาทิฏฺฐิ สคฺคาวรณา เจว โหติ มคฺคาวรณา จ, เอกจฺจา มคฺคาวรณาว, น สคฺคาวรณา, เอกจฺจา เนว สคฺคาวรณา น มคฺคาวรณา. ตตฺถ อเหตุกทิฏฺฐิ, อกิริยทิฏฺฐิ, นตฺถิกทิฏฺฐีติ อยํ ติวิธา สคฺคาวรณา เจว โหติ มคฺคาวรณา จ. ทสวตฺถุกา อนฺตคฺคาหิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ มคฺคาวรณาว โหติ น สคฺคาวรณา. วีสติวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺฐิ เนว สคฺคาวรณา น มคฺคาวรณา. อิทํ ปน วิธานํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิมสฺมึ สุตฺเต ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิยา, ภิกฺขเว, สมนฺนาคตา’’ติ วจนโต อนฺตมโส วีสติวตฺถุกํ สกฺกายทิฏฺฐึ อุปาทาย ทิฏฺฐิ นาม สคฺคํ อุปเนตุํ สมตฺถา นาม นตฺถิ, เอกนฺตํ นิรยสฺมึเยว นิมุชฺชาเปตีติ วุตฺตํ. ยถา หิ มุคฺคมาสปฺปมาณาปิ ปาสาณสกฺขรา อุทเก ปกฺขิตฺตา อุปฺปิลวมานา นาม นตฺถิ, เอกนฺตํ เหฏฺฐาว ปวิสติ, เอวเมวํ อนฺตมโส สกฺกายทิฏฺฐิปิ สคฺคํ อุปเนตุํ สมตฺถา นาม นตฺถิ, เอกนฺตํ อปาเยสุเยว นิมุชฺชาเปตีติ.
๓๐๕. สมฺมาทิฏฺฐิยา สมนฺนาคตาติ เอตฺถ กมฺมสฺสกตสมฺมาทิฏฺฐิ, ฌานสมฺมาทิฏฺฐิ, วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิ, มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ, ผลสมฺมาทิฏฺฐีติ ปญฺจวิธา สมฺมาทิฏฺฐิ. ตตฺถ กมฺมสฺสกตสมฺมาทิฏฺฐิ สมฺปตฺติภวํ อากฑฺฒติ, ฌานสมฺมาทิฏฺฐิ รูปารูปภเว ปฏิสนฺธึ เทติ, มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ วฏฺฏํ วิทฺธํเสติ, ผลสมฺมาทิฏฺฐิ ภวํ ปฏิพาหติ. วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิ กึ กโรตีติ? สาปิ ปฏิสนฺธึ นากฑฺฒติ. ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโร ปนาห ‘‘สเจ วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิ ภาวิตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม อรหตฺตํ ปาเปตุํ สกฺโกติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. สเจ น สกฺโกติ, สตฺต ภเว เทติ, อาวุโส’’ติ. เอวมยํ โลกิยโลกุตฺตรา สมฺมาทิฏฺฐิ กถิตา. อิมสฺมึ ปนตฺเถ โลกิกา ภวนิปฺผาทิกาว เวทิตพฺพา.
๓๐๖. ยญฺเจว กายกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิ สมตฺตํ สมาทินฺนนฺติ เอตฺถ ยถาทิฏฺฐีติ ยา ยา ทิฏฺฐิ, ตสฺสา ตสฺสา อนุรูปํ. สมตฺตนฺติ ปริปุณฺณํ. สมาทินฺนนฺติ คหิตํ. ตเทตํ ยถาทิฏฺฐิยํ ฐิตกายกมฺมํ, ทิฏฺฐิสหชาตํ กายกมฺมํ, ทิฏฺฐานุโลมิกํ กายกมฺมนฺติ ติวิธํ โหติ. ตตฺถ ‘‘ปาณํ หนโต อทินฺนํ อาทิยโต มิจฺฉาจารํ จรโต นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาปํ, นตฺถิ ปาปสฺส อาคโม’’ติ ยํ เอวํลทฺธิกสฺส สโต ปาณาติปาต-อทินฺนาทาน-มิจฺฉาจารสงฺขาตํ กายกมฺมํ, อิทํ ยถาทิฏฺฐิยํ ฐิตกายกมฺมํ นาม. ‘‘ปาณํ หนโต อทินฺนํ อาทิยโต มิจฺฉาจารํ จรโต นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาปํ, นตฺถิ ปาปสฺส อาคโม’’ติ อิมาย ปน ลทฺธิยา อิมินา ทสฺสเนน สหชาตํ กายกมฺมํ ทิฏฺฐิสหชาตํ กายกมฺมํ นาม. ตเทว ปน สมตฺตํ สมาทินฺนํ คหิตํ ปรามฏฺฐํ ทิฏฺฐานุโลมิกํ กายกมฺมํ นาม. วจีกมฺมาทีสุปิ เอเสว นโย. ยถา ปเนตฺถ ‘‘ปาณํ หนโต อทินฺนํ อาทิยโต มิจฺฉาจารํ จรโต นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาป’’นฺติ โยชนา กตา, เอวํ วจีกมฺมมโนกมฺเมสุ ‘‘มุสา ภณโต, ปิสุณํ กเถนฺตสฺส, ผรุสํ กเถนฺตสฺส, สมฺผํ ปลปนฺตสฺส, อภิชฺฌาลุโน, พฺยาปนฺนจิตฺตสฺส, มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส จ สโต นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาป’’นฺติ โยชนา กาตพฺพา.
ยา จ เจตนาติอาทีสุ ทิฏฺฐิสหชาตาว เจตนา เจตนา นาม, ทิฏฺฐิสหชาตาว ปตฺถนา ปตฺถนา นาม, เจตนาปตฺถนานํ วเสน จิตฺตฏฺฐปนา ปณิธิ นาม, เตหิ ปน เจตนาทีหิ สมฺปยุตฺตา ผสฺสาทโย สงฺขารา นาม. ทิฏฺฐิ หิสฺส, ภิกฺขเว, ปาปิกาติ ยสฺมา ตสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิ ปาปิกา ลามิกา. นิกฺขิตฺตนฺติ โรปิตํ. อุปาทิยตีติ คณฺหาติ. กฏุกตฺตายาติ อิทํ ปุริมสฺเสว เววจนํ.
‘‘วณฺณคนฺธรสูเปโต, อมฺโพยํ อหุวา ปุเร;
ตเมว ปูชํ ลภมาโน, เกนมฺโพ กฏุกปฺผโล.
‘‘ปุจิมนฺทปริวาโร, อมฺโพ เต ทธิวาหน;
มูลํ มูเลน สํสฏฺฐํ, สาขา สาขา นิเสวเร;
อสาตสนฺนิวาเสน, เตนมฺโพ กฏุกปฺผโล’’ติ. (ชา. ๑.๒.๗๑-๗๒) –
อาคตฏฺฐาเน วิย หิ อิธาปิ กฏุกนฺติ ติตฺตกํ เวทิตพฺพํ. อสาตตฺตายาติ อมธุรตฺตาย.
อิมสฺมิ ปน พีชูปมสุตฺเต ‘‘ทิฏฺฐีติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิ คหิตา’’ติ โปราณกตฺเถรา อาหํสุ. ตํ ปน ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘สพฺพานิปิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ คหิตานี’’ติ วุตฺตํ. อนนฺตรสุตฺเต ‘‘ปาณาติปาตา วิรมนฺตสฺส, อทินฺนาทานา วิรมนฺตสฺส, มิจฺฉาจารา วิรมนฺตสฺส นตฺถิ ตโตนิทานํ ปุญฺญ’’นฺติอาทินา นเยน ยถาทิฏฺฐิยํ ฐิตกายกมฺมาทีนิ โยเชตฺวา เวทิตพฺพานิ. อิธ ปน สมฺมาทิฏฺฐิสหชาตา จิตฺตฏฺฐปนาว ปตฺถนาติ เวทิตพฺพา. สมฺมาทิฏฺฐิ ปเนตฺถ โลกิยโลกุตฺตรา กถิตา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ทุติยวคฺควณฺณนา.