(๑๔) ๗. สตฺตมเอตทคฺควคฺโค

สุชาตาวตฺถุ

๒๕๘. อุปาสิกาปาฬิยา ปฐเม ปฐมํ สรณํ คจฺฉนฺตีนนฺติ สพฺพปฐมํ สรเณสุ ปติฏฺฐิตานํ อุปาสิกานํ, สุชาตา นาม, เสนิยธีตา อคฺคาติ ทสฺเสติ. สาปิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺตา อปรภาเค สตฺถุ ธมฺมกถํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ อุปาสิกํ ปฐมํ สรณํ คจฺฉนฺตีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อมฺหากํ สตฺถุ นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว อุรุเวลายํ เสนานิคเม เสนิยกุฏุมฺพิกสฺส เคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตา เอกสฺมึ นิโคฺรธมูเล ปตฺถนํ อกาสิ – ‘‘สเจ สมชาติกํ กุลฆรํ คนฺตฺวา ปฐมคพฺเภ ปุตฺตํ ลภิสฺสามิ, อนุสํวจฺฉรํ พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ. ตสฺสา สา ปตฺถนา สมิชฺฌิ.

สา มหาสตฺตสฺส ทุกฺกรการิกํ กโรนฺตสฺส ฉฏฺเฐ วสฺเส ปริปุณฺเณ วิสาขปุณฺณมทิวเส ‘‘ปาโตว พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย เธนุโย ทุหาเปสิ. วจฺฉกา เธนูนํ ถนมูลํ น อาคมํสุ, ถนมูเล นวภาชนมฺหิ อุปนีตมตฺเต อตฺตโนว ธมฺมตาย ขีรธารา ปตึสุ. ตํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา, สุชาตา, สหตฺเถเนว ขีรํ คณฺหิตฺวา นวภาชเน ปกฺขิปิตฺวา สหตฺเถเนว อคฺคึ กตฺวา ปจิตุํ อารภิ. ตสฺมึ ปายาเส ปจฺจมาเน มหนฺตมหนฺตา พุพฺพุฬา อุฏฺฐหิตฺวา ทกฺขิณาวตฺตา หุตฺวา สญฺจรนฺติ, เอกผุสิตมฺปิ พหิ น นิคฺคจฺฉติ. มหาพฺรหฺมา ฉตฺตํ ธาเรสิ, จตฺตาโร โลกปาลา ขคฺคหตฺถา อารกฺขํ คณฺหึสุ, สกฺโก อลาตานิ สมาเนนฺโต อคฺคึ ชาเลสิ. เทวตา จตูสุ ทีเปสุ โอชํ สํหริตฺวา ตตฺถ ปกฺขิปึสุ. สุชาตา, เอกทิวเสเยว อิมานิ อจฺฉริยานิ ทิสฺวา ปุณฺณาทาสึ อามนฺเตสิ – ‘‘อมฺม, ปุณฺเณ อชฺช อมฺหากํ เทวตา อติวิย ปสนฺนา, มยา เอตฺตกํ กาลํ เอวรูปํ อจฺฉริยํ นาม น ทิฏฺฐปุพฺพํ, เวเคน คนฺตฺวา เทวฏฺฐานํ ปฏิชคฺคาหี’’ติ. สา ‘‘สาธุ, อยฺเย’’ติ ตสฺสา วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตุริตตุริตา รุกฺขมูลํ อคมาสิ.

โพธิสตฺโตปิ โข ภิกฺขาจารกาลํ อาคมยมาโน ปาโตว คนฺตฺวา รุกฺขมูเล นิสีทิ. รุกฺขมูลํ โสธนตฺถาย คตา ปุณฺณา อาคนฺตฺวา สุชาตาย อาโรเจสิ – ‘‘เทวตา รุกฺขมูเล นิสินฺนา’’ติ. สุชาตา, ‘‘สเจ เช สจฺจํ ภณสิ, อทาสึ กโรมี’’ติ วตฺวา สพฺพปสาธนํ ปสาเธตฺวา สตสหสฺสคฺฆนเก สุวณฺณถาเล ปายาสํ วฑฺเฒตฺวา อปราย สุวณฺณปาติยา ปิทหิตฺวา เสตวตฺเถน สมฺปลิเวเฐตฺวา สมนฺตา คนฺธทามมาลาทามานิ โอสาเรตฺวา อุกฺขิปิตฺวา คนฺตฺวา มหาปุริสํ ทิสฺวา พลวปีตึ อุปฺปาเทตฺวา ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอณโตณตา คนฺตฺวา สีสโต ถาลํ โอตาเรตฺวา วิวริตฺวา สเหว ปาติยา ปายาสํ มหาปุริสสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ยถา มยฺหํ มโนรโถ นิปฺผนฺโน, เอวํ ตุมฺหากมฺปิ นิปฺผชฺชตู’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. โพธิสตฺโต เนรญฺชราย นทิยา ตีรํ คนฺตฺวา สุวณฺณถาลํ ตีเร ฐเปตฺวา นฺหตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา เอกูนปณฺณาส ปิณฺเฑ กโรนฺโต ปายาสํ ปริภุญฺชิตฺวา สุวณฺณปาตึ นทิยา สมฺปวาเหตฺวา อนุกฺกเมน โพธิมณฺฑํ อารุยฺห สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา สตฺตสตฺตาหํ โพธิมณฺเฑ อติกฺกมิตฺวา อิสิปตเน มิคทาเย ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก สุชาตาย ปุตฺตสฺส ยสทารกสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา คนฺตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ.

ยโสปิ กุลปุตฺโต รตฺติภาคสมนนฺตเร วิวฏํ อิตฺถาคารํ ทิสฺวา สญฺชาตสํเวโค ‘‘อุปทฺทุตํ วต, โภ, อุปสฏฺฐํ วต, โภ’’ติ วตฺวา นิเวสนโต นิกฺขมิตฺวาว พหินคเร สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ตีณิ มคฺคผลานิ ปฏิวิชฺฌิ. อถสฺส ปิตา ปทานุปทิกํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ยสสฺส ปวตฺตึ ปุจฺฉิ. สตฺถา ยสํ กุลปุตฺตํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน โส เสฏฺฐิคหปติ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ, ยโส อรหตฺตผลํ ปาปุณิ. ตํ ภควา ‘‘เอหิ ภิกฺขู’’ติ อาห, ตาวเทวสฺส คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ, อิทฺธิมยปตฺตจีวรธโร อโหสิ. ปิตาปิสฺส สตฺถารํ นิมนฺเตสิ. สตฺถา ยสํ กุลปุตฺตํ ปจฺฉาสมณํ กตฺวา ตสฺส ฆรํ คนฺตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ธมฺมํ เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน ยสสฺส มาตา, สุชาตา, ปุราณทุติยิกา จ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ. ตํทิวสํ อยํ, สุชาตา, เตวาจิกสรเณ ปติฏฺฐาสิ สทฺธึ สุณิสาย. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ วตฺถุ ขนฺธเก (มหาว. ๒๕-๒๘) อาคตเมว. สตฺถา อปรภาเค ปฏิปาฏิยา อุปาสิกาโย ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต อิมํ อุปาสิกํ ปฐมํ สรณํ คจฺฉนฺตีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

วิสาขาวตฺถุ

๒๕๙. ทุติเย ทายิกานนฺติ ทานาภิรตานํ อุปาสิกานํ, วิสาขา มิคารมาตา, อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺตา อปรภาเค สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ อุปาสิกํ ทายิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา กสฺสปพุทฺธกาเล กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เคเห สตฺตนฺนํ ภคินีนํ สพฺพกนิฏฺฐา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตทา กิร –

‘‘สมณี สมณคุตฺตา จ, ภิกฺขุนี ภิกฺขุทายิกา;

ธมฺมา เจว สุธมฺมา จ, สงฺฆทาสี จ สตฺตมา’’ติ.

อิมา สตฺต ภคินิโย อเหสุํ. ตา เอตรหิ –

‘‘เขมา อุปฺปลวณฺณา จ, ปฏาจารา จ โคตมี;

ธมฺมทินฺนา มหามายา, วิสาขา เจว สตฺตมี’’ติ. –

เอวํนามา หุตฺวา นิพฺพตฺตา. ตตฺรายํ สงฺฆทาสี เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท องฺครฏฺเฐ ภทฺทิยนคเร เมณฺฑกเสฏฺฐิปุตฺตสฺส ธนญฺจยเสฏฺฐิโน อคฺคมเหสิยา สุมนเทวิยา นาม กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ, วิสาขาติสฺสา นามํ อกํสุ. ตสฺสา สตฺตวสฺสิกกาเล ทสพโล เสลพฺราหฺมณสฺส จ อญฺเญสญฺจ โพธเนยฺยพนฺธวานํ อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ ทิสฺวา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร จาริกํ จรมาโน ตสฺมึ รฏฺเฐ ตํ นครํ ปาปุณิ.

ตสฺมิญฺจ สมเย เมณฺฑโก คหปติ ตสฺมึ นคเร ปญฺจนฺนํ มหาปุญฺญานํ เชฏฺฐโก หุตฺวา เสฏฺฐิฏฺฐานํ กาเรสิ. ปญฺจ มหาปุญฺญา นาม เมณฺฑโก เสฏฺฐิ, จนฺทปทุมา นาม ตสฺเสว อคฺคมเหสี, ตสฺส จ ปุตฺโต ธนญฺจโย นาม, ตสฺส ภริยา สุมนเทวี นาม, เมณฺฑกเสฏฺฐิสฺส ทาโส ปุณฺโณ นามาติ. น เกวลญฺจ เมณฺฑกเสฏฺฐิเยว, พิมฺพิสารมหาราชสฺส ปน อาณาปวตฺติฏฺฐาเน ปญฺจ อมิตโภคา นาม อเหสุํ โชติโก ชฏิโล เมณฺฑโก ปุณฺโณ กากวลิโยติ. เตสุ อยํ เมณฺฑกเสฏฺฐิ ทสพลสฺส อตฺตโน นครํ สมฺปตฺตภาวํ สุตฺวา ปุตฺตสฺส ธนญฺจยเสฏฺฐิโน ธีตรํ วิสาขาทาริกํ ปกฺโกสิตฺวา เอวมาห – ‘‘อมฺม, ตุยฺหมฺปิ มงฺคลํ อมฺหากมฺปิ มงฺคลํ, ตว ปริจาริกาหิ ปญฺจทาริกาสเตหิ สทฺธึ ปญฺจ รถสตานิ อารุยฺห ปญฺจหิ ทาสิสเตหิ ปริวุตา ทสพลสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กโรหี’’ติ. สา ปิตามหสฺส วจนํ สุตฺวา ตถา อกาสิ. การณาการเณสุ ปน กุสลตฺตา ยาวติกา ยานสฺส ภูมิ, ยาเนน คนฺตฺวา ยานา ปจฺโจโรหิตฺวา ปตฺติกาว สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถสฺสา จริตวเสน สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน ปญฺจหิ ทาริกาสเตหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. เมณฺฑกเสฏฺฐิปิ โข สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ สตฺถา ตสฺสปิ จริตวเสน ธมฺมํ เทเสสิ. โส เทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย สตฺถารํ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส อตฺตโน นิเวสเน ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา เอเตนุปาเยน อฑฺฒมาสํ มหาทานํ อทาสิ. สตฺถา ภทฺทิยนคเร ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ปกฺกามิ.

อิโต ปรํ อญฺญํ กถามคฺคํ วิสฺสชฺเชตฺวา วิสาขาย อุปฺปตฺติกถาว กเถตพฺพา. สาวตฺถิยญฺหิ โกสลราชา พิมฺพิสารสฺส สนฺติกํ เปเสสิ – ‘‘มม อาณาปวตฺติฏฺฐาเน อมิตโภควินฺทนกุลํ นาม นตฺถิ, อมฺหากํ อมิตโภควินฺทนกุลํ เปเสตู’’ติ. ราชา อมจฺเจหิ สทฺธึ มนฺเตสิ. อมจฺจา ‘‘มหากุลํ เปเสตุํ น สกฺกา, เอกํ ปน เสฏฺฐิปุตฺตํ เปเสสฺสามา’’ติ เมณฺฑกเสฏฺฐิโน ปุตฺตํ ธนญฺจยเสฏฺฐึ อายาจึสุ. ราชา เตสํ วจนํ สุตฺวา ตํ เปเสสิ. อถ นํ โกสลราชา สาวตฺถิโต สตฺตโยชนมตฺถเก สาเกตนคเร เสฏฺฐิฏฺฐานํ ทตฺวา วาเสสิ.

สาวตฺถิยญฺจ มิคารเสฏฺฐิโน ปุตฺโต ปุณฺณวฑฺฒนกุมาโร นาม วยปฺปตฺโต อโหสิ. อถสฺส ปิตา ‘‘ปุตฺโต เม วยปฺปตฺโต, ฆราวาเสนสฺส อาพนฺธนสมโย’’ติ ญตฺวา ‘‘อมฺหากํ สมานชาติเก กุเล ทาริกํ ปริเยสถา’’ติ การณาการณกุสเล ปุริเส เปเสสิ. เต สาวตฺถิยํ อตฺตโน รุจิตํ ทาริกํ อทิสฺวา สาเกตํ อคมํสุ. ตํทิวสญฺจ, วิสาขา, อตฺตโน สมานวเยหิ ปญฺจหิ กุมาริกาสเตหิ ปริวาริตา นกฺขตฺตกีฬนตฺถาย เอกํ มหาคามํ อคมาสิ. เตปิ ปุริสา อนฺโตนคเร จริตฺวา อตฺตโน รุจิตํ ทาริกํ อทิสฺวา พหินครทฺวาเร อฏฺฐํสุ. ตสฺมึ สมเย เทโว วสฺสิตุํ อารภิ. อถ ตา วิสาขาย สทฺธึ นิกฺขนฺตา ทาริกา เตมนภเยน เวเคน สาลํ ปวิสึสุ. เต ปุริสา ตาสมฺปิ อนฺตเร ยถารุจิตํ ทาริกํ น ปสฺสึสุ. ตาสํ ปน สพฺพปจฺฉโต, วิสาขา, เทวํ วสฺสนฺตมฺปิ อคเณตฺวา อตุริตคมเนน เตมยมานาว สาลํ ปาวิสิ. เต ปุริสา ตํ ทิสฺวา จินฺตยึสุ – ‘‘รูปวตี ตาว กญฺญา เอตปรมา ภเวยฺย, รูปํ ปเนตํ เอกจฺจาย การิตปตฺตํ วิย โหติ, กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา กเถนฺตา ชานิสฺสาม มธุรวจนา วา โน วา’’ติ. ตโต นํ อาหํสุ – ‘‘อติวิย ปริณตวยา อิตฺถี วิย ยาสิ, อมฺมา’’ติ. กึ ทิสฺวา กเถถ, ตาตาติ? อญฺญา ตยา สทฺธึ กีฬนกุมาริโย เตมนภเยน เวเคน อาคนฺตฺวา สาลํ ปวิฏฺฐา, ตฺวํ ปน มหลฺลิกา วิย ปทวารํ อติกฺกมฺม นาคจฺฉสิ, สาฏกสฺส เตมนภาวมฺปิ น คเณสิ. สเจ ตํ หตฺถี วา อสฺโส วา อนุพนฺเธยฺย, กึ เอวเมวํ กเรยฺยาสีติ? ตาตา, สาฏกา นาม น ทุลฺลภา, สุลภา มยฺหํ กุเล สาฏกา. วยปฺปตฺตา มาตุคามา ปน ปณิยภณฺฑสทิสา, หตฺเถ วา ปาเท วา ภคฺเค องฺควิกลํ มาตุคามํ ชิคุจฺฉนฺตา นิฏฺฐุภิตฺวา คจฺฉนฺติ, ตสฺมา สณิกํ อาคตามฺหีติ.

เต จินฺตยึสุ – ‘‘อิมาย สทิสา อิมสฺมึ ชมฺพุทีเป อิตฺถี นาม นตฺถิ, ยาทิสา รูเปน, กถายปิ ตาทิสาว. การณาการณํ ญตฺวา กเถตี’’ติ ตสฺสา อุปริ มาลาคุฬํ ขิปึสุ. อถ, วิสาขา, จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ปุพฺเพ อปริคฺคหิตา, อิทานิ ปน ปริคฺคหิตามฺหี’’ติ วินีเตนากาเรน ภูมิยํ นิสีทิ. อถ นํ ตตฺเถว สาณิยา ปริกฺขิปึสุ. สา ปฏิจฺฉนฺนภาวํ ญตฺวา ทาสิคณปริวุตา เคหํ อคมาสิ. เตปิ มิคารเสฏฺฐิโน ปุริสา ตาย สทฺธึเยว ธนญฺจยเสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ อคมํสุ. ‘‘กตรคามวาสิโน, ตาตา, ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิตา ‘‘สาวตฺถินคเร มิคารเสฏฺฐิโน ปุริสมฺหา’’ติ วตฺวา ‘‘มยํ อมฺหากํ เสฏฺฐินา ตุมฺหากํ เคเห วยปฺปตฺตา ทาริกา อตฺถีติ สุตฺวา เปสิตา’’ติ. สาธุ, ตาตา, ตุมฺหากํ เสฏฺฐิ กิญฺจาปิ โภเคน อเมฺหหิ อสทิโส, ชาติยา ปน สทิโส. สพฺพาการสมฺปนฺโน นาม ทุลฺลโภ คจฺฉถ ตุเมฺห เสฏฺฐิสฺส อเมฺหหิ สมฺปฏิจฺฉิตภาวํ อาโรเจถาติ.

เต ตสฺส วจนํ สุตฺวา สาวตฺถึ คนฺตฺวา มิคารเสฏฺฐิสฺส ตุฏฺฐึ วฑฺฒึ จ ปเวเทตฺวา ‘‘ลทฺธา โน สามิ สาเกเต ธนญฺจยเสฏฺฐิสฺส เคเห ทาริกา’’ติ อาหํสุ. ตํ สุตฺวา มิคารเสฏฺฐิ ‘‘มหากุลเคเห กิร โน ทาริกา ลทฺธา’’ติ ตุฏฺฐมานโส หุตฺวา ตาวเทว ธนญฺจยเสฏฺฐิสฺส สาสนํ ปหิณิ ‘‘อิทาเนว ทาริกํ อานยิสฺสาม, กตฺตพฺพกิจฺจํ กโรนฺตู’’ติ. โสปิสฺส ปฏิสาสนํ เปเสสิ – ‘‘นยิทํ อมฺหากํ ภาริยํ, เสฏฺฐิ ปน อตฺตโน กตฺตพฺพกิจฺจํ กโรตู’’ติ. โส โกสลรญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา อาโรเจสิ – ‘‘เทว, เอกา เม มงฺคลกิริยา อตฺถิ, ทาสสฺส เต ปุณฺณวฑฺฒนสฺส ธนญฺจยเสฏฺฐิโน ธีตรํ วิสาขํ นาม ทาริกํ อาเนสฺสามิ, สาเกตคมนํ เม อนุชานาถา’’ติ. สาธุ, มหาเสฏฺฐิ, กึ ปน อเมฺหหิปิ อาคนฺตพฺพนฺติ? เทว ตุมฺหาทิสานํ คมนํ ลทฺธุํ สกฺกาติ? ราชา มหากุลสฺส สงฺคหํ กาตุกาโม ‘‘โหตุ เสฏฺฐิ, อาคมิสฺสามี’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา มิคารเสฏฺฐินา สทฺธึ สาเกตนครํ อคมาสิ. ธนญฺจยเสฏฺฐิ ‘‘มิคารเสฏฺฐิ กิร โกสลราชานํ คเหตฺวา อาคโต’’ติ สุตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ราชานํ คเหตฺวา อตฺตโน นิเวสนํ อคมาสิ. ตาวเทว รญฺโญ จ ราชพลสฺส จ มิคารเสฏฺฐิโน จ วสนฏฺฐานํ เจว มาลาคนฺธภตฺตาทีนิ จ สพฺพานิ ปฏิยาเทสิ. ‘‘อิทํ อิมสฺส ลทฺธุํ วฏฺฏติ, อิทํ อิมสฺสา’’ติ สพฺพํ อตฺตนาว ชานาติ. เต เต ชนา จินฺตยึสุ – ‘‘เสฏฺฐิ อมฺหากเมว สกฺการํ กโรตี’’ติ.

อเถกทิวสํ ราชา ธนญฺจยเสฏฺฐิสฺส สาสนํ ปหิณิ ‘‘น สกฺกา เสฏฺฐินา จิรกาลํ อมฺหากํ ภรณโปสนํ กาตุํ, ทาริกาย คมนกาลํ ชานาตู’’ติ. โสปิ รญฺโญ สาสนํ เปเสสิ – ‘‘อิทานิ วสฺสกาโล อาคโต, น สกฺกา จตุมาสํ วิจริตุํ, ตุมฺหากํ พลกายสฺส ยํ ยํ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, สพฺพํ ตํ มม ภาโร. เกวลํ เทโว มยา เปสิตกาเล คจฺฉตู’’ติ. ตโต ปฏฺฐาย สาเกตนครํ นิจฺจนกฺขตฺตคาโม วิย อโหสิ. เอวํ ตโย มาสา อติกฺกนฺตา. ธนญฺจยเสฏฺฐิโน ปน ธีตาย มหาลตาปสาธนํ น ตาว นิฏฺฐํ คจฺฉติ. อถสฺส กมฺมนฺตาธิฏฺฐายกา อาคนฺตฺวา อาโรจยึสุ – ‘‘เสสํ อสนฺตํ นาม นตฺถิ, พลกายสฺส ปน ภตฺตปจนทารูนิ นปฺปโหนฺตี’’ติ. ‘‘คจฺฉถ, ตาตา, หตฺถิสาลา อสฺสสาลา วิโยเชตฺวา ภตฺตํ ปจถา’’ติ. เอวํ ปจนฺตานมฺปิ อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโต. ตโต ปุน อาโรจยึสุ – ‘‘ทารูนิ สามิ นปฺปโหนฺตี’’ติ. ‘‘ตาตา, อิมสฺมึ กาเล ทารูนิ ลทฺธุํ น สกฺกา, ทุสฺสโกฏฺฐาคารํ ปน วิวริตฺวา ถูลสาฏเก คเหตฺวา วฏฺฏิโย กตฺวา เตลจาฏิยํ เตเมตฺวา ภตฺตํ ปจถา’’ติ. อิมินา นิยาเมน ปจนฺตานํ จตฺตาโร มาสา ปูรยึสุ.

ตโต ธนญฺจยเสฏฺฐิ ธีตุยา มหาลตาปสาธนสฺส นิฏฺฐิตภาวํ ญตฺวา ‘‘เสฺว ทาริกํ เปเสสฺสามี’’ติ ธีตรํ สมีเป นิสีทาเปตฺวา ‘‘อมฺม ปติกุเล วสนฺติยา นาม อิมญฺจิมญฺจ อาจารํ สิกฺขิตุํ วฏฺฏตี’’ติ โอวาทํ อทาสิ. อยํ มิคารเสฏฺฐิ อนนฺตรคพฺเภ นิสินฺโน ธนญฺจยเสฏฺฐิโน โอวาทํ อสฺโสสิ. โสปิ เสฏฺฐิ ธีตรํ เอวํ โอวทิ –

‘‘อมฺม สสุรกุเล วสนฺติยา นาม อนฺโตอคฺคิ พหิ น นีหริตพฺโพ, พหิอคฺคิ อนฺโต น ปเวเสตพฺโพ, ททนฺตสฺเสว ทาตพฺพํ, อททนฺตสฺส น ทาตพฺพํ, ททนฺตสฺสปิ อททนฺตสฺสปิ ทาตพฺพํ, สุขํ นิสีทิตพฺพํ, สุขํ ปริภุญฺชิตพฺพํ, สุขํ นิปชฺชิตพฺพํ, อคฺคิ ปริจริตพฺโพ, อนฺโตเทวตา นมสฺสิตพฺพา’’ติ.

อิมํ ทสวิธํ โอวาทํ ทตฺวา ปุนทิวเส สพฺพา เสนิโย สนฺนิปาเตตฺวา ราชเสนาย มชฺเฌ อฏฺฐ กุฏุมฺพิเก ปาฏิโภเค คเหตฺวา ‘‘สเจ เม ธีตุ คตฏฺฐาเน โทโส อุปฺปชฺชติ, ตุเมฺหหิ โสเธตพฺโพ’’ติ วตฺวา นวโกฏิอคฺฆนเกน มหาลตาปสาธเนน ธีตรํ ปสาเธตฺวา นฺหานจุณฺณมูลํ จตุปณฺณาสสกฏสตํ ธนํ ทตฺวา ธีตาย สทฺธึ นิพทฺธํ คมนจารินิโย ปญฺจสตา ทาสิโย ปญฺจ อาชญฺญรถสตานิ สพฺพูปการญฺจ สตํ สตํ ทตฺวา โกสลราชานญฺจ มิคารเสฏฺฐิญฺจ, วิสฺสชฺเชตฺวา ธีตุ คมนเวลายํ วชาธิฏฺฐายเก ปุริเส ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตาตา, มม ธีตาย คตฏฺฐาเน ขีรปานตฺถํ เธนูหิ, ยานโยชนตฺถํ อุสเภหิ จ อตฺโถ โหติ, ตสฺมา มม ธีตุ คมนมคฺเค วชทฺวารํ วิวริตฺวา ปุถุลโต อฏฺฐ อุสภานิ โคคเณน ปูเรตฺวา ติคาวุตมตฺถเก อสุกา นาม กนฺทรา อตฺถิ, อคฺคโคยูเถ ตํ ฐานํ ปตฺเต เภริสญฺญาย วชทฺวารํ ปิทเหยฺยาถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ เสฏฺฐิสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตถา อกํสุ. วชทฺวาเร วิวเฏ อุฬารุฬาราเยว คาวิโย นิกฺขมึสุ. ทฺวาเร ปิทหิเต ปน วิสาขาย ปุญฺญพเลน พลวคาโว จ ทมฺมคาโว จ พหิ ลงฺฆิตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชึสุ. อถ, วิสาขา, สาวตฺถินครทฺวารํ ปตฺตกาเล จินฺเตสิ – ‘‘ปฏิจฺฉนฺนยานสฺมึ นุ โข นิสีทิตฺวา ปวิสามิ, อุทาหุ รเถ ฐตฺวา’’ติ. อถสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘ปฏิจฺฉนฺนยาเนน เม ปวิสนฺติยา มหาลตาปสาธนสฺส วิเสโส น ปญฺญายิสฺสตี’’ติ. สา สกลนครสฺส อตฺตานํ ทสฺเสนฺตี รเถ ฐตฺวา นครํ ปาวิสิ. สาวตฺถิวาสิโน วิสาขาย สมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘เอสา กิร, วิสาขา, นาม เอวรูปา, อยญฺจ สมฺปตฺติ เอติสฺสาว อนุจฺฉวิกา’’ติ อาหํสุ. อิติ สา มหาสมฺปตฺติยา มิคารเสฏฺฐิโน เคหํ ปาวิสิ. อาคตทิวเส จสฺสา สกลนครวาสิโน ‘‘อมฺหากํ, ธนญฺจยเสฏฺฐิ, อตฺตโน นครํ สมฺปตฺตานํ มหาสกฺการํ อกาสี’’ติ ยถาพลํ ปณฺณาการํ ปหิณึสุ. วิสาขา, ปหิตปหิตํ ปณฺณาการํ ตสฺมึเยว นคเร อญฺญมญฺเญสุ กุเลสุ สพฺพตฺถกเมว ทาเปสิ. อถสฺสา รตฺติภาคสมนนฺตเร เอกิสฺสา อาชญฺญวฬวาย คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. สา ทาสีหิ ทณฺฑทีปิกา คาหาเปตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วฬวํ อุโณฺหทเกน นฺหาเปตฺวา เตเลน มกฺขาเปตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อคมาสิ.

มิคารเสฏฺฐิปิ สตฺตาหํ ปุตฺตสฺส อาวาหสกฺการํ กโรนฺโต ธุรวิหาเร วสนฺตมฺปิ ตถาคตํ อมนสิกตฺวา สตฺตเม ทิวเส สกลนิเวสนํ ปูเรนฺโต นคฺคสมณเก นิสีทาเปตฺวา ‘‘อาคจฺฉตุ เม ธีตา, อรหนฺเต วนฺทตู’’ติ วิสาขาย สาสนํ ปหิณิ. สา ‘‘อรหนฺตา’’ติ วจนํ สุตฺวา โสตาปนฺนา อริยสาวิกา หฏฺฐตุฏฺฐา หุตฺวา เตสํ นิสินฺนฏฺฐานํ คนฺตฺวา เต โอโลเกตฺวา ‘‘น เอวรูปา นาม อรหนฺตา โหนฺติ, หิโรตฺตปฺปวิวชฺชิตานํ นาม สนฺติกํ กสฺมา มํ สสุโร ปกฺโกสาเปตี’’ติ ‘‘ธี, ธี’’ติ ครหิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คตา. นคฺคสมณา ตํ ทิสฺวา สพฺเพ เอกปฺปหาเรเนว เสฏฺฐึ ครหึสุ – ‘‘กึ ตฺวํ, คหปติ, อญฺญํ นาลตฺถ, สมณสฺส โคตมสฺส สาวิกํ มหากาฬกณฺณึ กสฺมา อิมํ เคหํ ปเวเสสิ, เวเคน นํ อิมสฺมา เคหา นีหราหี’’ติ. ตโต เสฏฺฐิ ‘‘น สกฺกา มยา อิเมสํ วจเนน อิมํ เคหา นีหริตุํ, มหากุลสฺส ธีตา อย’’นฺติ จินฺเตตฺวา – ‘‘อาจริยา ทหรา นาม ชานิตฺวา วา อชานิตฺวา วา กเรยฺยุํ, ตุเมฺห ตุณฺหี โหถา’’ติ นคฺเค อุยฺโยเชตฺวา มหาปลฺลงฺเก นิสีทาเปตฺวา สุวณฺณกฏจฺฉุํ คเหตฺวา วิสาขาย ปริวิสิยมาโน สุวณฺณปาติยํ อปฺโปทกมธุปายาสํ ปริภุญฺชิ.

ตสฺมึ สมเย เอโก ปิณฺฑจาริโก เถโร ปิณฺฑาย จรนฺโต เสฏฺฐิสฺส ฆรทฺวารํ ปาปุณิ. วิสาขา, ตํ ทิสฺวา ‘‘สสุรสฺส อาจิกฺขิตุํ น ยุตฺต’’นฺติ ยถา โส เถรํ ปสฺสติ, เอวํ อปคนฺตฺวา อฏฺฐาสิ. โส ปน พาโล เถรํ ทิสฺวาปิ อปสฺสนฺโต วิย หุตฺวา อโธมุโข ปายาสเมว ภุญฺชติ. วิสาขา, ‘‘เถรํ ทิสฺวาปิ เม สสุโร สญฺญํ น กโรตี’’ติ ญตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อติจฺฉถ, ภนฺเต, มยฺหํ สสุโร ปุราณํ ขาทตี’’ติ อาห. โส นิคณฺเฐหิ ตาว กถิตกาเล อธิวาเสสิ, ‘‘ปุราณํ ขาทตี’’ติ วุตฺตกฺขเณเยว ปน หตฺถํ อปเนตฺวา ‘‘อิมํ ปายาสํ อิโต หรถ, เอตญฺจ อิมสฺมา เคหา นีหรถ. อยญฺหิ มํ เอวรูเป มงฺคลเคเห อสุจิขาทกํ นาม กโรตี’’ติ อาห. ตสฺมึ โข ปน นิเวสเน สพฺเพปิ ทาสกมฺมกรา วิสาขาย สนฺตกาว, โก นํ หตฺเถ วา ปาเท วา คณฺหิสฺสติ, มุเขน กเถตุํ สมตฺโถปิ นาม นตฺถิ. ตโต, วิสาขา, สสุรสฺส กถํ สุตฺวา อาห – ‘‘ตาต, น เอตฺตเกน วจเนน มยํ นิกฺขมาม, นาหํ ตุเมฺหหิ อุทกติตฺถโต กุมฺภทาสิกา วิย อานีตา. ธรมานกมาตาปิตูนํ ธีตโร นาม น เอตฺตเกเนว นิกฺขมนฺติ, เอเตเนว เม การเณน ปิตา อิธาคมนทิวเส อฏฺฐ กุฏุมฺพิเก ปกฺโกสาเปตฺวา ‘สเจ เม ธีตรํ อุปาทาย โทโส อุปฺปชฺชติ, โสเธยฺยาถา’ติ วตฺวา เตสํ หตฺเถ ฐเปสิ. เต ปกฺโกสาเปตฺวา มยฺหํ โทสาโทสํ โสธาเปถา’’ติ.

ตโต เสฏฺฐิ ‘‘กลฺยาณํ เอสา กเถตี’’ติ อฏฺฐ กุฏุมฺพิเก ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อยํ ทาริกา สตฺตเม ทิวเส อปริปุณฺเณเยว มงฺคลเคเห นิสินฺนํ มํ ‘อสุจิขาทโก’ติ วทตี’’ติ อาห. เอวํ กิร, อมฺมาติ? ‘‘ตาตา, มยฺหํ สสุโร อสุจึ ขาทิตุกาโม ภวิสฺสติ, อหํ ปน เอวํ กตฺวา น กเถมิ. เอกสฺมึ ปน ปิณฺฑปาติกตฺเถเร ฆรทฺวาเร ฐิเต อยํ อปฺโปทกมธุปายาสํ ภุญฺชนฺโต น ตํ มนสิ กโรติ, อหํ อิมินา การเณน ‘อติจฺฉถ, ภนฺเต, มยฺหํ สสุโร อิมสฺมึ อตฺตภาเว ปุญฺญํ น กโรติ, ปุราณปุญฺญํ ขาทตี’ติ เอตฺตกํ กถยินฺติ อาห. อยฺย, อิธ โทโส นตฺถิ, อมฺหากํ ธีตา การณํ กเถติ, ตฺวํ กสฺมา กุชฺฌสีติ? อยฺยา, เอส ตาว โทโส มา โหตุ, อยํ ปน ทาริกา อาคตทิวเสเยว มม ปุตฺเต สญฺญํ อกตฺวา อตฺตโน อิจฺฉิตฏฺฐานํ อคมาสีติ. เอวํ กิร, อมฺมาติ? ตาตา, นาหํ อิจฺฉิตฏฺฐานํ คจฺฉามิ, อิมสฺมึ ปน เคเห อาชานียวฬวาย วิชาตาย สญฺญมฺปิ อกตฺวา นิสีทนํ นาม อยุตฺตนฺติ ทณฺฑทีปิกา คาหาเปตฺวา ทาสีหิ ปริวุตา ตตฺถ คนฺตฺวา วฬวาย วิชาตปริหารํ การาเปสินฺติ. อยฺย, อมฺหากํ ธีตา ตว เคเห ทาสีหิปิ อกตฺตพฺพกมฺมํ อกาสิ, ตฺวํ เอตฺถ กึ โทสํ ปสฺสสีติ?

อยฺยา, เอส ตาว คุโณ โหตุ, อิมิสฺสา ปน ปิตา อิธาคมนทิวเส โอวาทํ เทนฺโต ‘‘อนฺโตอคฺคิ พหิ น นีหริตพฺโพ’’ติ อาห, กึ ปน สกฺกา อเมฺหหิ อุภโต ปฏิวิสฺสกเคหานํ อคฺคึ อทตฺวา วสิตุนฺติ? เอวํ กิร, อมฺมาติ? ตาตา, น มยฺหํ ปิตา เอตํ อคฺคึ อุปาทาย กเถสิ, ยา ปน อนฺโตนิเวสเน สสฺสุอาทีนํ รหสฺสกถา อุปฺปชฺชติ, สา ทาสิทาสานํ น กเถตพฺพา. เอวรูปา หิ กถา วฑฺฒมานา กลหาย สํวตฺตติ, อิทํ สนฺธาย มยฺหํ ปิตา กเถสิ, ตาตาติ.

อยฺยา, เอตํ ตาว เอวํ โหตุ, อิมิสฺสา ปิตา ‘‘พาหิรโต อคฺคิ น อนฺโต ปเวเสตพฺโพ’’ติ อาห, กึ สกฺกา อเมฺหหิ อนฺโตอคฺคิมฺหิ นิพฺพุเต พาหิรโต อคฺคึ อนาหริตุนฺติ? เอวํ กิร, อมฺมาติ? ตาตา, มยฺหํ ปิตา เอตํ อคฺคึ สนฺธาย น กเถสิ, ยํ ปน โทสํ ทาสกมฺมกาเรหิ กถิตํ โหติ, ตํ อนฺโตมานุสกานํ น กเถตพฺพํ…เป….

ยมฺปิ เตน ‘‘เย ททนฺติ, เตสํเยว ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ‘‘ยาจิตกํ อุปกรณํ คเหตฺวา เย ปฏิททนฺติ, เตสํเยว ทาตพฺพ’’นฺติ สนฺธาย วุตฺตํ.

‘‘เย น ททนฺตี’’ติ อิทมฺปิ ยาจิตกํ อุปกรณํ คเหตฺวา เย น ปฏิททนฺติ, เตสํ น ทาตพฺพนฺติ สนฺธาย วุตฺตํ.

‘‘ททนฺตสฺสปิ อททนฺตสฺสปิ ทาตพฺพ’’นฺติ, อิทํ ปน ทุคฺคเตสุ ญาติมิตฺเตสุ สมฺปตฺเตสุ ปฏิทาตุํ สกฺโกนฺตุ วา มา วา, ทาตุเมว วฏฺฏตีติ สนฺธาย วุตฺตํ.

‘‘สุขํ นิสีทิตพฺพ’’นฺติ อิทมฺปิ สสฺสุสสุเร ทิสฺวา อุฏฺฐาตพฺพฏฺฐาเน นิสีทิตุํ น วฏฺฏตีติ สนฺธาย วุตฺตํ.

‘‘สุขํ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ อิทํ ปน สสฺสุสสุรสามิเกหิ ปุเรตรํ อภุญฺชิตฺวา เต ปริวิสิตฺวา สพฺเพหิ ลทฺธาลทฺธํ ญตฺวา ปจฺฉา สยํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ สนฺธาย วุตฺตํ.

‘‘สุขํ นิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ อิทมฺปิ สสฺสุสสุรสามิเกหิ ปุเรตรเมว สยนํ อารุยฺห น นิปชฺชิตพฺพํ, เตสํ กตฺตพฺพยุตฺตกํ วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา ปจฺฉา สยํ นิปชฺชิตุํ ยุตฺตนฺติ อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ.

‘‘อคฺคิ ปริจริตพฺโพ’’ติ อิทํ ปน สสฺสุมฺปิ สสุรมฺปิ สามิกมฺปิ อคฺคิกฺขนฺธํ วิย อุรคราชานํ วิย จ กตฺวา ปสฺสิตุํ วฏฺฏตีติ อิทํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ.

เอเต ตาว เอตฺตกา คุณา โหนฺตุ, อิมิสฺสา ปน ปิตา อนฺโตเทวตา นมสฺสาเปติ, อิมสฺส โก อตฺโถติ? เอวํ กิร, อมฺมาติ? อาม, ตาตา, เอตมฺปิ หิ เม ปิตรา อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อาเวณิกฆราวาสํ วสนกาลโต ปฏฺฐาย อตฺตโน ฆรทฺวารํ สมฺปตฺตปพฺพชิตํ ทิสฺวา ยํ ฆเร ขาทนียํ โภชนียํ อตฺถิ, ตโต ปพฺพชิตานํ ทตฺวาว ขาทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. อถ นํ เต อาหํสุ – ‘‘ตุยฺหํ ปน มหาเสฏฺฐิ ปพฺพชิเต ทิสฺวา อทานเมว รุจฺจติ มญฺเญติ. โส อญฺญํ ปฏิวจนํ อปสฺสนฺโต อโธมุโข นิสีทิ’’.

อถ นํ กุฏุมฺพิกา ‘‘กึ เสฏฺฐิ อญฺโญปิ อมฺหากํ ธีตุ โทโส อตฺถี’’ติ ปุจฺฉึสุ. นตฺถิ, อยฺยาติ. กสฺมา ปน นํ นิทฺโทสํ อการณา เคหโต นีหราเปสีติ? ตสฺมึ ขเณ, วิสาขา, อาห – ‘‘ปฐมํ ตาว มยฺหํ มม สสุรสฺส วจเนน คมนํ น ยุตฺตํ, มยฺหํ ปน อาคมนทิวเส มม โทสาโทสํ โสธนตฺถาย มม ปิตา ตุมฺหากํ หตฺเถ ฐเปตฺวา อทาสิ, อิทานิ มยฺหํ คนฺตุํ สุข’’นฺติ ทาสิทาเส ‘‘ยานาทีนิ สชฺชานิ กโรถา’’ติ อาณาเปสิ. อถ นํ เสฏฺฐิ เต กุฏุมฺพิเก คเหตฺวา, ‘‘อมฺม, มยา อชานิตฺวา กถิตํ, ขมาหิ มยฺห’’นฺติ อาห. ‘‘ตาตา, ตุมฺหากํ ขมิตพฺพํ ตาว ขมามิ, อหํ ปน พุทฺธสาสเน อเวจฺจปฺปสนฺนสฺส กุลสฺส ธีตา, น มยํ วินา ภิกฺขุสงฺเฆน วตฺตาม. สเจ มม รุจิยา ภิกฺขุสงฺฆํ ปฏิชคฺคิตุํ ลภามิ, วสิสฺสามี’’ติ. ‘‘อมฺม, ตฺวํ ยถารุจิยา ตว สมเณ ปฏิชคฺคาหี’’ติ.

ตโต, วิสาขา, ทสพลํ นิมนฺตาเปตฺวา ปุนทิวเส นิเวสนํ ปูเรนฺตี พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิสีทาเปสิ. นคฺคปริสาปิ สตฺถุ มิคารเสฏฺฐิโน เคหํ คตภาวํ สุตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา เคหํ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ. วิสาขา, ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ‘‘สพฺโพ สกฺกาโร ปฏิยาทิโต, สสุโร เม อาคนฺตฺวา ทสพลํ ปริวิสตู’’ติ สาสนํ เปเสสิ. โส นิคณฺฐานํ วจนํ สุตฺวา ‘‘มม ธีตา สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปริวิสตู’’ติ อาห. วิสาขา, นานคฺครเสหิ ทสพลํ ปริวิสิตฺวา นิฏฺฐิเต ภตฺตกิจฺเจ ปุน สาสนํ ปหิณิ – ‘‘สสุโร เม อาคนฺตฺวา ทสพลสฺส ธมฺมกถํ สุณาตู’’ติ. อถ นํ ‘‘อิทานิ อคมนํ นาม อติวิย อการณ’’นฺติ ธมฺมกถํ โสตุกมฺยตาย คจฺฉนฺตํ นคฺคสมณา อาหํสุ – ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส ธมฺมํ สุณนฺโต พหิสาณิยํ นิสีทิตฺวา สุณาหี’’ติ. ปุเรตรเมว จ คนฺตฺวา สาณิยา ปริกฺขิปึสุ. มิคารเสฏฺฐิ คนฺตฺวา พหิสาณิยํ นิสีทิ. ตถาคโต ‘‘ตฺวํ พหิสาณิยํ วา นิสีท, ปรกุฏฺเฏ วา ปรเสเล วา ปรจกฺกวาเฬ วา นิสีท. อหํ พุทฺโธ นาม สกฺโกมิ ตํ มม สทฺทํ สาเวตุ’’นฺติ สุวณฺณวณฺณผลํ อมฺพรุกฺขํ ขนฺเธ คเหตฺวา จาเลนฺโต วิย ธมฺมกถํ กเถสิ, เทสนาปริโยสาเน เสฏฺฐิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย สาณึ อุกฺขิปิตฺวา สตฺถุ ปาเท ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา สตฺถุ สนฺติเกเยว จ ‘‘ตฺวํ, อมฺม, อชฺช อาทึ กตฺวา มม มาตา’’ติ วิสาขํ อตฺตโน มาตุฏฺฐาเน ฐเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย, วิสาขา มิคารมาตา, นาม ชาตา.

สา เอกทิวสํ นกฺขตฺตสมเย วตฺตนฺเต ‘‘อนฺโตนคเร คุโณ นตฺถี’’ติ ทาสีหิ ปริวุตา สตฺถุ ธมฺมกถํ โสตุํ คจฺฉนฺตี ‘‘พุทฺธานํ สนฺติกํ อุทฺธตเวเสน คนฺตุํ อยุตฺต’’นฺติ มหาลตาปสาธนํ โอมุญฺจิตฺวา ทาสิยา หตฺเถ ทตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, สตฺถา ธมฺมกถํ กเถสิ. สา ธมฺมเทสนาปริโยสาเน ทสพลํ วนฺทิตฺวา นคราภิมุขา ปายาสิ. สาปิ ทาสี อตฺตนา คหิตปสาธนสฺส ฐปิตฏฺฐานํ อสลฺลกฺเขตฺวา คจฺฉนฺตี ปสาธนตฺถาย ปฏินิวตฺติ. อถ นํ, วิสาขา, ‘‘กหํ ปน เต ตํ ฐปิต’’นฺติ ปฏิปุจฺฉิ. คนฺธกุฏิปริเวเณ, อยฺเยติ. โหตุ เช คนฺตฺวา อาหร, คนฺธกุฏิปริเวเณ ฐปิตกาลโต ปฏฺฐาย อาหราปนํ นาม อมฺหากํ อยุตฺตํ. ตสฺมา ตํ วิสฺสชฺเชตฺวา ทณฺฑกมฺมํ กริสฺสาม. ตตฺถ ปน ฐปิเต อยฺยานํ ปลิโพโธ โหตีติ.

ปุนทิวเส สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร วิสาขาย นิเวสนทฺวารํ สมฺปาปุณิ. นิเวสเน จ นิพทฺธปญฺญตฺตานิ อาสนานิ. วิสาขา, สตฺถุ ปตฺตํ คณฺหิตฺวา สตฺถารํ เคหํ ปเวเสตฺวา ปญฺญตฺตาสเนสุเยว นิสีทาเปตฺวา กตภตฺตกิจฺเจ สตฺถริ ตํ ปสาธนํ อาหริตฺวา สตฺถุ ปาทมูเล นิกฺขิปิตฺวา ‘‘อิทํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ทมฺมี’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘อลงฺกาโร นาม ปพฺพชิตานํ น วฏฺฏตี’’ติ ปฏิกฺขิปิ. ชานามิ, ภนฺเต, อหํ ปน อิมํ อคฺฆาเปตฺวา ธนํ คเหตฺวา ตุมฺหากํ วสนคนฺธกุฏึ กาเรสฺสามีติ. ตทา สตฺถา อธิวาเสสิ. สาปิ ตํ อคฺฆาเปตฺวา นวโกฏิธนํ คเหตฺวา คพฺภสหสฺสปฏิมณฺฑิเต ปุพฺพารามวิหาเร ตถาคตสฺส วสนคนฺธกุฏึ กาเรสิ. วิสาขาย ปน นิเวสนํ ปุพฺพณฺหสมเย กาสาวปชฺโชตํ อิสิวาตปฏิวาตเมว โหติ อนาถปิณฺฑิกสฺส เคหํ วิย. ตสฺสาปิ เคเห สพฺพภตฺตานิ ปฏิยตฺตาเนว อเหสุํ. สา ปุพฺพณฺหสมเย ภิกฺขุสงฺฆสฺส อามิสสงฺคหํ กตฺวา ปจฺฉาภตฺเต เภสชฺชานิ เจว อฏฺฐวิธปานานิ จ คณฺหาเปตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทตฺวา ปจฺฉา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อาคจฺฉติ. สตฺถา อปรภาเค อุปาสิกาโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต วิสาขํ มิคารมาตรํ ทายิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

ขุชฺชุตฺตรา-สามาวตีวตฺถุ

๒๖๐-๒๖๑. ตติยจตุตฺเถสุ พหุสฺสุตานํ ยทิทํ, ขุชฺชุตฺตรา, เมตฺตาวิหารีนํ ยทิทํ, สามาวตีติ พหุสฺสุตานํ อุปาสิกานํ ขุชฺชุตฺตรา, เมตฺตาวิหารีนํ สามาวตี อคฺคาติ ทสฺเสติ. ตา กิร เทฺวปิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา อปรภาเค ‘‘สตฺถุ ธมฺมกถํ โสสฺสามา’’ติ วิหารํ อคมํสุ. ตตฺถ, ขุชฺชุตฺตรา, สตฺถารํ เอกํ อุปาสิกํ พหุสฺสุตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สามาวตีปิ เอกํ อุปาสิกํ เมตฺตาวิหารีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. ตาสํ ทฺวินฺนมฺปิ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตีนํเยว กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกนฺตํ.

อถ อมฺหากํ สตฺถุ นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว อลฺลกปฺปรฏฺเฐ อหิวาตกโรโค นาม อุทปาทิ. เอเกกสฺมึ เคเห เอกปฺปหาเรเนว ทสปิ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ ชนา มรนฺติ, ติโรรฏฺฐํ คตา ปน ชีวิตํ ลภนฺติ. ตํ ญตฺวา เอโก ปุริโส อตฺตโน ปุตฺตทารํ อาทาย ‘‘อญฺญํ รฏฺฐํ คมิสฺสามี’’ติ ตโต นิกฺขมิ. อถสฺส ฆเร คหิตปาเถยฺยํ อนฺตรามคฺเค กนฺตาเร อนุตฺติณฺเณเยว ปริกฺขยํ อคมาสิ. เตสํ สรีรพลํ ปริหายิ, สกึ มาตา ปุตฺตํ อุกฺขิปติ, สกึ ปิตา. อถสฺส ปิตา จินฺเตสิ – ‘‘อมฺหากํ สรีรพลํ ปริหีนํ, ปุตฺตํ อุกฺขิปิตฺวา คจฺฉนฺตา กนฺตารํ นิตฺถริตุํ น สกฺขิสฺสามา’’ติ. โส ตสฺส มาตรํ อชานาเปตฺวาว อุทกกิจฺเจน โอหีโน วิย ปุตฺตํ มคฺเค นิสีทาเปตฺวา เอกโกว มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ‘‘อถสฺส ภริยา อาคมนํ โอโลกยมานา ฐิตา หตฺเถ ปุตฺตํ อทิสฺวา วิรวมานา คนฺตฺวา กหํ เม สามิ ปุตฺโต’’ติ อาห. โก เต ปุตฺเตน อตฺโถ? ชีวมานา ปุตฺตํ ลภิสฺสามาติ. สา ‘‘อติสาหสิโก วตายํ ปุริโส’’ติ วตฺวา ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, นาหํ ตาทิเสน สทฺธึ คมิสฺสามี’’ติ อาห. โส ‘‘อนุปธาเรตฺวา เม ภทฺเท กตํ, ขเมตํ มยฺห’’นฺติ วตฺวา ปุตฺตํ อาทายาคโต.

เต ตํ กนฺตารํ สมติกฺกมิตฺวา สายํ เอกํ โคปาลกกุลํ สมฺปาปุณึสุ. ตํ ทิวสญฺจ โคปาลกกุลวาสิโน นิรุทกปายาสํ ปจึสุ. เต เต ทิสฺวา ‘‘อิเม อติวิย ฉาตกา’’ติ ปายาสสฺส มหาภาชนํ ปูเรตฺวา อุฬุงฺกปูรํ สปฺปึ อาสิญฺจิตฺวา อทํสุ. เตสุ ตํ ปายาสํ ภุญฺชนฺเตสุ สา อิตฺถี ปมาเณเนว ภุญฺชิ, ปุริโส ปน ปมาณาติกฺกนฺตํ ภุญฺชิตฺวา ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺโต รตฺติภาคสมนนฺตเร กาลมกาสิ. โส กาลํ กโรนฺโต เตสุ สาลยภาเวน โคปาลกานํ เคเห สุนขิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สุนขี นจิรสฺเสว วิชาตา. โคปาลโก ตํ กุกฺกุรํ สสฺสิริกํ ทิสฺวา ปิณฺเฑน ปโลเภตฺวา อตฺตนิ อุปฺปนฺนสิเนหํ คเหตฺวา สทฺธิเมว จรติ.

อเถกทิวสํ เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ ภิกฺขาจารเวลาย โคปาลกสฺส ฆรทฺวารํ สมฺปตฺโต. โสปิ ตํ ทิสฺวา ภิกฺขํ ทตฺวา อตฺตานํ นิสฺสาย วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ คณฺหิ. ปจฺเจกพุทฺโธ โคปาลกกุลสฺส อวิทูเร ฐาเน เอกสฺมึ วนสณฺเฑ วาสํ อุปคโต. โคปาลโก ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺโต ตํ กุกฺกุรํ คเหตฺวาว คจฺฉติ, อนฺตรามคฺเค จ วาฬมิคฏฺฐาเน วาฬมิคานํ ปลายนตฺถํ รุกฺเข วา ปาสาเณ วา ปหารํ เทติ, โสปิ กุกฺกุโร ตสฺส กรณวิธานํ ววตฺถเปติ. อเถกทิวสํ โส โคปาลโก ปจฺเจกพุทฺธสฺส สนฺติเก นิสีทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ สพฺพกาลํ อาคมนํ นาม น โหติ. อยํ ปน กุกฺกุโร เฉโก, อิมสฺส อาคตสญฺญาย อมฺหากํ เคหทฺวารํ อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ อาห. โส เอกทิวสํ ‘‘ปจฺเจกพุทฺธํ คณฺหิตฺวา เอหี’’ติ กุกฺกุรํ เปเสสิ. กุกฺกุโร ตสฺส วจนํ สุตฺวา ภิกฺขาจารเวลาย คนฺตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปาทมูเล อุเรน นิปชฺชิ. ปจฺเจกพุทฺโธ ‘‘อยํ มม สนฺติกํ อาคโต’’ติ ญตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. โส ตสฺส วีมํสนตฺถาย อุกฺกมิตฺวา อญฺญํ มคฺคํ คณฺหิ, กุกฺกุโร ปุรโต ฐตฺวา โคปาลกมคฺคํ ปฏิปนฺนกาเล อปสกฺกิ. ยสฺมึ จ ยสฺมึ จ ฐาเน วาฬมิคานํ ปลายนตฺถํ โคปาลโก รุกฺขํ วา ปาสาณํ วา ปหริ, ตํ ตํ ฐานํ ปตฺวา กุกฺกุโร มหาวิรวํ วิรวิ. ตสฺส สทฺเทน วาฬมิคา ปลายนฺติ. ปจฺเจกพุทฺโธปิ ภตฺตกิจฺจเวลาย มหนฺตํ สินิทฺธปิณฺฑํ ตสฺส เทติ. โสปิ ปิณฺฑลาเภน ปจฺเจกพุทฺเธ อุตฺตริตรํ สิเนหํ กโรติ.

โคปาลโก เตมาสํ วุตฺถสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ติจีวรปฺปโหนกํ สาฏกํ ทตฺวา, ‘‘ภนฺเต, สเจ โว รุจฺจติ, อิเธว วสถ. โน เจ รุจฺจติ, ยถาสุขํ คจฺฉถา’’ติ อาห. ปจฺเจกพุทฺโธ คมนาการํ ทสฺเสติ. โส โคปาลโก ปจฺเจกพุทฺธํ อนุคนฺตฺวา นิวตฺตติ. กุกฺกุโร ปจฺเจกพุทฺธสฺส อญฺญตฺถ คมนภาวํ ญตฺวา อติสิเนเหน อุปฺปนฺนพลวโสโก หทยผาลนํ ปตฺวา กาลํ กตฺวา ตาวตึสปุเร นิพฺพตฺติ. อถสฺส ปจฺเจกพุทฺเธน สทฺธึ คมนกาเล อุจฺจาสทฺทํ กตฺวา วาฬมิคานํ ปลาปิตภาเวน เทวตาหิ สทฺธึ กเถนฺตสฺส สทฺโท สกลเทวปุรํ ฉาเทตฺวา อฏฺฐาสิ. โส เตเนว นามเธยฺยํ ลภิตฺวา โฆสกเทวปุตฺโต นาม ชาโต. อถสฺส ตสฺมึ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺตสฺส มนุสฺสปเถ โกสมฺพินคเร อุเทโน นาม ราชา รชฺชํ ปฏิปชฺชิ. ตสฺส วตฺถุ มชฺฌิมปณฺณาสเก โพธิราชกุมารสุตฺตวณฺณนายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๒๔ อาทโย) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

ตสฺมึ ปน รชฺชํ การยมาเน โฆสกเทวปุตฺโต จวิตฺวา โกสมฺพิยํ เอกิสฺสา รูปูปชีวินิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา ทสมาสจฺจเยน วิชายิตฺวา ปุตฺตภาวํ ญตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺฑาเปสิ. ตสฺมึ ขเณ โกสมฺพิเสฏฺฐิโน กมฺมนฺติโก ปาโตว เสฏฺฐิฆรํ คจฺฉนฺโต ‘‘กึ นุ โข อิมํ กาเกหิ สมฺปริกิณฺณ’’นฺติ คนฺตฺวา ทารกํ ทิสฺวา ‘‘มหาปุญฺญวา เอส ทารโก ภวิสฺสตี’’ติ เอกสฺส ปุริสสฺส หตฺเถ เคหํ เปเสตฺวา เสฏฺฐิฆรํ อคมาสิ. เสฏฺฐิปิ ราชูปฏฺฐานเวลาย ราชกุลํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค ปุโรหิตํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช กึ นกฺขตฺต’’นฺติ ปุจฺฉิ. โส ตตฺเถว ฐิโต คเณตฺวา ‘‘อสุกํ นาม นกฺขตฺตํ, อชฺช อิมินา นกฺขตฺเตน ชาตทารโก อิมสฺมึ นคเร เสฏฺฐิฏฺฐานํ ลภิสฺสตี’’ติ อาห. โส ตสฺส กถํ สุตฺวา เวเคน ฆรํ เปเสสิ – ‘‘อิมสฺส ปุโรหิตสฺส เทฺว กถา นาม นตฺถิ, ฆรณี จ เม ครุคพฺภา, ชานาถ ตาว นํ วิชาตา วา โน วา’’ติ. เต คนฺตฺวา ชานิตฺวา, ‘‘อยฺย, น ตาว วิชาตา’’ติ อาหํสุ. เตน หิ คจฺฉถ, อิมสฺมึ นคเร อชฺช ชาตทารกํ ปริเยสถาติ. เต ปริเยสนฺตา ตสฺส เสฏฺฐิโน กมฺมนฺติกสฺส เคเห ตํ ทารกํ ทิสฺวา เสฏฺฐิโน อาโรจยึสุ. เตน หิ คจฺฉถ ภเณ, ตํ กมฺมนฺติกํ ปกฺโกสถาติ. เต ตํ ปกฺโกสึสุ. อถ นํ เสฏฺฐิ ‘‘เคเห กิร เต ทารโก อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, อยฺยา’’ติ. ‘‘ตํ ทารกํ อมฺหากํ เทหี’’ติ. ‘‘น เทมิ, อยฺยา’’ติ. ‘‘หนฺท สหสฺสํ คณฺหิตฺวา เทหี’’ติ. โส ‘‘อยํ ชีเวยฺย วา มเรยฺย วา, ทุชฺชานมิท’’นฺติ สหสฺสํ คณฺหิตฺวา อทาสิ.

ตโต เสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘สเจ เม ภริยา ธีตรํ วิชายิสฺสติ, อิมเมว ปุตฺตํ กริสฺสามิ. สเจ ปุตฺตํ วิชายิสฺสติ, มาเรสฺสามี’’ติ. จินฺเตตฺวา เคเห โปเสสิ. อถสฺส ภริยา กติปาหจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิ. ตโต เสฏฺฐิ ‘‘เอวํ ตํ คาโว มทฺทิตฺวา มาเรสฺสนฺตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อิมํ ทารกํ วชทฺวาเร นิปชฺชาเปถา’’ติ อาห. ตํ ตตฺถ นิปชฺชาเปสุํ. อถ นํ ยูถปติ อุสโภ ปฐมํ นิกฺขมนฺโต ทิสฺวา ‘‘เอวํ ตํ อญฺเญ น มทฺทิสฺสนฺตี’’ติ จตุนฺนํ ปาทานํ อนฺตเร กตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ โคปาลกา ทิสฺวา ‘‘มหาปุญฺโญ เอส ทารโก ภวิสฺสติ, ยสฺส ติรจฺฉานคตาปิ คุณํ ชานนฺติ, ปฏิชคฺคิสฺสาม น’’นฺติ อตฺตโน เคหํ นยึสุ.

โสปิ เสฏฺฐิ ตสฺส มตภาวํ อนุวิชฺชนฺโต ‘‘โคปาลเกหิ นีโต’’ติ สุตฺวา ปุน สหสฺสํ ทตฺวา อาณาเปตฺวา อามกสุสาเน ฉฑฺฑาเปสิ. ตสฺมึ จ กาเล เสฏฺฐิสฺส ฆเร อชปาลโก สุสานํ นิสฺสาย อชิกา จาเรติ. อเถกา เธนุ อชิกา ทารกสฺส ปุญฺเญน มคฺคา โอกฺกมฺม คนฺตฺวา ทารกสฺส ขีรํ ทตฺวา คตา. ตโต นิวตฺตมานาปิ ตเถว คนฺตฺวา ขีรมทาสิ. อชปาลโก จินฺเตสิ – ‘‘อยํ อชิกา ปาโตปิ อิมสฺมา ฐานา โอกฺกมิตฺวา คตา, กึ นุ โข เอต’’นฺติ คนฺตฺวา โอโลเกนฺโต ตํ ทารกํ ทิสฺวา ‘‘มหาปุญฺโญ เอส ทารโก, ติรจฺฉานคตาปิสฺส คุณํ ชานนฺติ, ปฏิชคฺคิสฺสามิ น’’นฺติ คเหตฺวา เคหํ คโต.

ปุนทิวเส เสฏฺฐิ ‘‘มโต นุ โข ทารโก, น มโต’’ติ โอโลกาเปนฺโต อชปาลเกน คหิตภาวํ ญตฺวา สหสฺสํ ทตฺวา อาณาเปตฺวา ‘‘เสฺว อิมํ นครํ เอโก สตฺถวาหปุตฺโต ปวิสิสฺสติ, อิมํ ทารกํ เนตฺวา จกฺกมคฺเค ฐเปถ, เอวํ ตํ สกฏจกฺกํ ฉินฺทนฺตํ คมิสฺสตี’’ติ อาห. ตํ ตตฺถ นิกฺขิตฺตํ สตฺถวาหปุตฺตสฺส ปุริมสกเฏ โคณา ทิสฺวา จตฺตาโร ปาเท ถมฺเภ วิย โอตาเรตฺวา อฏฺฐํสุ. สตฺถวาโห ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ เตสํ ฐิตการณํ โอโลเกนฺโต ทารกํ ทิสฺวา ‘‘มหาปุญฺโญ ทารโก, ปติชคฺคิตุํ วฏฺฏตี’’ติ คณฺหิตฺวา อคมาสิ.

เสฏฺฐิปิ ตสฺส จกฺกปเถ มตภาวํ วา อมตภาวํ วา โอโลกาเปนฺโต สตฺถวาเหน คหิตภาวํ ญตฺวา ตสฺสปิ สหสฺสํ ทตฺวา อาณาเปตฺวา นครโต อวิทูเร ฐาเน ปปาเต ปาตาเปสิ. โส ตตฺถ ปปตนฺโต นฬการานํ กมฺมกรณฏฺฐาเน เอกสาลาย ปติโต. สา ตสฺส ปุญฺญานุภาเวน สตวิหตกปฺปาสปิจุสมฺผสฺสสทิสา อโหสิ. อถ นํ นฬการเชฏฺฐโก ‘‘ปุญฺญวา เอส ทารโก, ปฏิชคฺคิตุํ วฏฺฏตี’’ติ คณฺหิตฺวา เคหํ คโต. เสฏฺฐิ ทารกสฺส ปปาตโต ปติตฏฺฐาเน มตภาวํ วา อมตภาวํ วา ปริเยสาเปนฺโต นฬการเชฏฺฐเกน คหิตภาวํ ญตฺวา ตสฺสปิ สหสฺสํ ทตฺวา อาณาเปสิ.

อปรภาเค เสฏฺฐิสฺส สกปุตฺโตปิ โสปิ อุโภ วยปฺปตฺตา อเหสุํ. เสฏฺฐิ ปุน โฆสกทารกสฺส มารณุปายํ จินฺเตนฺโต อตฺตโน กุมฺภการสฺส เคหํ คนฺตฺวา ‘‘อมฺโภ มยฺหํ เคเห เอวรูโป เอโก อวชาตทารโก อตฺถิ, ตํ ทารกํ ยํกิญฺจิ กตฺวา มาเรตุํ วฏฺฏติ รหสฺเสนา’’ติ อาห. โส อุโภปิ กณฺเณ ปิทหิตฺวา ‘‘เอวรูปํ นาม ภาริยํ กถํ กเถตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อาห. ตโต เสฏฺฐิ ‘‘อยํ มุธา น กริสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘หนฺท, โภ, สหสฺสํ คณฺหิตฺวา เอตํ กมฺมํ นิปฺผาเทหี’’ติ อาห. ลญฺชํ นาม อภินฺนํ ภินฺทติ, ตสฺมา โส สหสฺสํ ลภิตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘อหํ, อยฺย, อสุกทิวเส นาม อาวาปํ อาลิมฺเปสฺสามิ, ตทา ตํ ทารกํ อสุกเวลาย นาม เปเสหี’’ติ อาห. เสฏฺฐิปิ โข ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ทิวเส คเณนฺโต กุมฺภกาเรน วุตฺตทิวสสฺส สมฺปตฺตภาวํ ญตฺวา โฆสกกุมารํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อมฺหากํ, ตาต, อสุกทิวเส นาม พหูหิ ภาชเนหิ อตฺโถ, ตฺวํ อมฺหากํ กุมฺภการสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘ปิตรา กิร เม ตุมฺหากํ เอกํ กถิตํ อตฺถิ, ตํ อชฺช นิปฺผาเทหี’ติ วเทหี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา นิกฺขมิ.

อถ นํ อนฺตรามคฺเค เสฏฺฐิสฺส สกปุตฺโต คุฬกีฬํ กีฬนฺโต ทิสฺวา เวเคน คนฺตฺวา ‘‘อหํ ภาติก ทารเกหิ สทฺธึ กีฬนฺโต เอตฺตกํ นาม ชิโต, ตํ เม ปฏิชินิตฺวา เทหี’’ติ อาห. โส ‘‘มยฺหํ อิทานิ โอกาโส นตฺถิ, ปิตา มํ อจฺจายิกกมฺเมน กุมฺภการสฺส สนฺติกํ ปหิณี’’ติ อาห. อิตโร ‘‘อหํ ภาติก ตตฺถ คมิสฺสามิ, ตฺวํ อิเมหิ สทฺธึ กีฬิตฺวา มยฺหํ ลกฺขํ ปจฺจาหริตฺวา เทหี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ คจฺฉา’’ติ อตฺตโน กถิตสาสนํ ตสฺส กเถตฺวา ทารเกหิ สทฺธึ กีฬิ. โสปิ กุมาโร กุมฺภการสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ สาสนํ อาโรเจสิ. โส ‘‘สาธุ, ตาต, นิปฺผาเทสฺสามี’’ติ ตํ กุมารํ คพฺภํ ปเวเสตฺวา ติขิณาย วาสิยา ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา จาฏิยํ ปกฺขิปิตฺวา จาฏิมุขํ ปิทหิตฺวา ภาชนนฺตเร ฐเปตฺวา อาวาปํ อาลิมฺเปสิ. โฆสกกุมาโร พหู ชินิตฺวา กนิฏฺฐสฺส อาคมนํ โอโลเกนฺโต นิสีทิ. โส ตํ จิรายมานํ ญตฺวา ‘‘กึ นุ โข จิรายตี’’ติ กุมฺภการเคหสภาคํ คนฺตฺวา กตฺถจิ อทิสฺวา ‘‘เคหํ คโต ภวิสฺสตี’’ติ นิวตฺติตฺวา เคหํ อคมาสิ.

เสฏฺฐิ นํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข การณํ ภวิสฺสติ, มยา เอส มารณตฺถาย กุมฺภการสฺส สนฺติกํ ปหิโต, โส ทานิ ปุน อิเธวาคจฺฉตี’’ติ อาคจฺฉนฺตํเยว นํ ‘‘กึ, ตาต, กุมฺภการสฺส สนฺติกํ น คโตสี’’ติ อาห. ‘‘อาม, ตาต, น คโตมฺหี’’ติ. ‘‘กสฺมา, ตาตา’’ติ? โส อตฺตโน นิวตฺตการณญฺจ กนิฏฺฐภาติกสฺส ตตฺถ คตการณญฺจ อาโรเจสิ. เสฏฺฐิ ตสฺส วจนสฺส สุตกาลโต ปฏฺฐาย มหาปถวิยา อชฺโฌตฺถโฏ วิย หุตฺวา ‘‘กึ นาเมตํ ตฺวํ วทสี’’ติ วิปฺผนฺทจิตฺโต เวเคน กุมฺภการสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อญฺเญสํ สนฺติเก อกถนียภาเวน ‘‘เปกฺข, โภ, เปกฺข, โภ’’ติ อาห. ‘‘กึ เปกฺขาเปสิ ตฺวํ’’? นิฏฺฐิตํ เอตํ กมฺมนฺติ. โส ตโตว นิวตฺติตฺวา เคหํ อคมาสิ. ตโต ปฏฺฐาย จสฺส เจตสิกโรโค อุปฺปชฺชิ.

โส ตสฺมึ กาเล เตน สทฺธึ อภุญฺชิตฺวา อาสํ ภินฺทิตฺวา ‘‘เยน เกนจิ อุปาเยน มม ปุตฺตสฺส สตฺตุโน อนฺตรเมว ปสฺสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เอกํ ปณฺณํ ลิขิตฺวา โฆสกกุมารํ ปกฺโกสิตฺวา ‘‘ตฺวํ อิมํ ปณฺณํ อาทาย อสุกคาเม นาม อมฺหากํ กมฺมนฺติโก อตฺถิ, ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อิมํ ปณฺณํ ทตฺวา ‘อิมสฺมึ กิร ปณฺเณ สาสนํ สีฆํ กโรหี’ติ วท. อนฺตรามคฺเค อมฺหากํ สหายโก คามกเสฏฺฐิ นาม เอโก เสฏฺฐิ อตฺถิ, ตสฺส ฆรํ คนฺตฺวา ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา คจฺเฉยฺยาสี’’ติ จ มุขสาสนํ อทาสิ. โส เสฏฺฐึ วนฺทิตฺวา ปณฺณํ คเหตฺวา นิกฺขนฺโต อนฺตรามคฺเค คามกเสฏฺฐิสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตสฺส เคหํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ พหิทฺวารโกฏฺฐเก นิสีทิตฺวา มสฺสุปริกมฺมํ กโรนฺตํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ‘‘กุโต อาคจฺฉสิ, ตาตา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘โกสมฺพิเสฏฺฐิโน ปุตฺโตมฺหิ, ตาตา’’ติ อาห. โส ‘‘อมฺหากํ สหายเสฏฺฐิโน ปุตฺโต’’ติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อโหสิ.

ตสฺมึ จ ขเณ ตสฺส เสฏฺฐิโน ธีตาย เอกา ทาสี เสฏฺฐิธีตุ ปุปฺผานิ อาหริตุํ คจฺฉติ. อถ นํ เสฏฺฐิ อาห – ‘‘ตฺวํ, อมฺม, เอตํ กมฺมํ ฐเปตฺวา โฆสกกุมารสฺส ปาเท โธวิตฺวา สยนํ อตฺถริตฺวา เทหี’’ติ. สา ตถา กตฺวา อาปณํ คนฺตฺวา เสฏฺฐิธีตุ ปุปฺผานิ อาหริ. เสฏฺฐิธีตา ตํ ทิสฺวา ‘‘ตฺวํ อชฺช จิรํ พหิ ปปญฺเจสี’’ติ ตสฺสา กุชฺฌิตฺวา ‘‘กึ เต เอตฺตกํ กาลํ เอตฺถ กต’’นฺติ อาห. ‘‘มา กเถสิ, อยฺเย, มยา เอวรูโป นทิฏฺฐปุพฺโพ, ตุยฺหํ กิร ปิตุ สหายกเสฏฺฐิโน ปุตฺโต เอโก, น สกฺกา ตสฺส รูปสมฺปตฺตึ กเถตุํ. เสฏฺฐิ มํ ปุปฺผานํ อตฺถาย คจฺฉนฺตึ ‘ตสฺส กุมารสฺส ปาเท โธวิตฺวา สยนํ อตฺถริตฺวา เทหี’ติ อาห, เตนาหํ พหิ จิรํ ปปญฺเจสิ’’นฺติ. สาปิ โข เสฏฺฐิธีตา ตสฺส กุมารสฺส จตุตฺเถ อตฺตภาเว ฆรสามินี อโหสิ, ตสฺมา ตสฺสา วจนสฺส สุตกาลโต ปฏฺฐาย เนว อตฺตโน ฐิตภาวํ, น นิสินฺนภาวํ อญฺญาสิ. สา ตเมว ทาสึ คเหตฺวา ตสฺส นิปนฺนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตํ นิทฺทายมานํ โอโลเกตฺวา ทุสฺสนฺเต ปณฺณํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เอตํ ปณฺณ’’นฺติ กุมารํ อนุฏฺฐาเปตฺวาว ปณฺณํ คเหตฺวา วาเจตฺวา ‘‘อยํ อตฺตโน มรณปณฺณํ สยเมว คเหตฺวา อาคจฺฉตี’’ติ ตํ ปณฺณํ ผาเลตฺวา ตสฺมึ อปฺปพุทฺเธเยว ‘‘มยา ตว สนฺติกํ ปุตฺโต เปสิโต, สหายกสฺส เม คามกเสฏฺฐิสฺส วยปฺปตฺตา ทาริกา อตฺถิ, ตฺวํ สีฆํ อมฺหากํ อาณาปวตฺติฏฺฐาเน อุปฺปาทํ ธนํ คณฺหิตฺวา สพฺพสเตน มม ปุตฺตสฺส คามกเสฏฺฐิโน ธีตรํ คเหตฺวา มงฺคลํ กโรหิ. มงฺคเล จ นิฏฺฐิเต ‘อิมินา เม วิธาเนน กต’นฺติ มยฺหํ สาสนํ เปเสหิ. อหํ ตว อิธ กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามี’’ติ ปณฺณํ ลิขิตฺวา ตเมว ลญฺฉนํ ทตฺวา ปฐมํ พทฺธนิยาเมเนว ทุสฺสนฺเต พนฺธิ.

โสปิ โข กุมาโร ตํทิวสํ ตตฺถ วสิตฺวา ปุนทิวเส เสฏฺฐึ อาปุจฺฉิตฺวา กมฺมนฺติกสฺส คามํ คนฺตฺวา ปณฺณํ อทาสิ. กมฺมนฺติโก ปณฺณํ วาเจตฺวา คามิเก สนฺนิปาเตตฺวา ‘‘ตุเมฺหว มํ น คเณถ, มม สามี อตฺตโน เชฏฺฐปุตฺตสฺส สพฺพสเตน ทาริกํ อาเนตุํ มยฺหํ สนฺติกํ เปเสสิ, เวเคน อิมสฺมึ ฐาเน อุปฺปาทํ สมฺปิณฺเฑถา’’ติ สพฺพํ มงฺคลสกฺการํ สชฺเชตฺวา คามกเสฏฺฐิสฺส สาสนํ เปเสตฺวา สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา สพฺพสเตน มงฺคลกิริยํ นิฏฺฐาเปตฺวา โกสมฺพิเสฏฺฐิสฺส ปณฺณํ ปหิณิ ‘‘มยา ตุเมฺหหิ ปหิตปณฺเณ สาสนํ สุตฺวา อิทญฺจิทญฺจ กต’’นฺติ.

เสฏฺฐิ ตํ สาสนํ สุตฺวา อคฺคิทฑฺโฒ วิย ‘‘อิทานิ นฏฺโฐมฺหี’’ติ จินฺตนวเสน โลหิตปกฺขนฺทิกโรคํ ปตฺวา ‘‘เยน เกนจิ ตํ อุปาเยน ปกฺโกสิตฺวา มม สนฺตกสฺส อสฺสามิกํ กริสฺสามี’’ติ ‘‘มงฺคลสฺส นิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย กสฺมา มยฺหํ ปุตฺโต พหิ โหติ, สีฆํ อาคจฺฉตู’’ติ สาสนํ เปเสสิ. สาสนํ สุตฺวา กุมาเร คนฺตุํ อารทฺเธ เสฏฺฐิธีตา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ พาโล มํ นิสฺสาย อิมํ สมฺปตฺตึ อลตฺถนฺติ น ชานาติ, ยํกิญฺจิ กตฺวา อิมสฺส คมนปฏิพาหนุปาโย กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ตโต นํ อาห – ‘‘กุมาร, มา อติเวเคน คจฺฉาหิ, กุลคามํ คจฺฉนฺเตน นาม อตฺตโน ปริวจฺฉํ กตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ.

โกสมฺพกเสฏฺฐิปิ ตสฺส จิรายนภาวํ ญตฺวา ปุน สาสนํ ปหิณิ ‘‘กสฺมา เม ปุตฺโต จิรายติ, อหํ โลหิตปกฺขนฺทิกโรคํ ปตฺโต, ชีวนฺตเมว มํ อาคนฺตฺวา ทฏฺฐุํ วฏฺฏตี’’ติ. ตสฺมึ กาเล เสฏฺฐิธีตา ตสฺส อาโรเจสิ – ‘‘น เอโส ตว ปิตา, ตฺวํ ปน ‘ปิตา’ติ สญฺญํ กโรสิ. เอส ตว มารณตฺถาย กมฺมนฺติกสฺส ปณฺณํ ปหิณิ, อหํ ตํ ปณฺณํ อปเนตฺวา อญฺญํ สาสนํ ลิขิตฺวา ตว เอตํ สมฺปตฺตึ อุปฺปาทยึ. เอส ตํ ‘อปุตฺตํ กริสฺสามี’ติ ปกฺโกสติ, เอตสฺส กาลกิริยํ อาคเมหี’’ติ. อถสฺส ธรมานกสฺเสว กาลกตภาวํ สุตฺวา โกสมฺพินครํ อคมาสิ. เสฏฺฐิธีตาปิ ตสฺส พหิเยว สญฺญํ อทาสิ ‘‘ตฺวํ ปวิสนฺโต สกลเคเห ตว อารกฺขํ ฐเปนฺโตว ปวิสาหี’’ติ. สยมฺปิ เสฏฺฐิปุตฺเตน สทฺธิเมว ปวิสิตฺวา อุโภ หตฺเถ อุกฺขิปิตฺวา โรทนฺตี วิย หุตฺวา อนฺธการฏฺฐาเน นิปนฺนกสฺส เสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา สีเสเนว หทยํ ปหริ. โส ทุพฺพลตาย เตเนว ปหาเรน กาลมกาสิ.

กุมาโรปิ ปิตุ สรีรกิจฺจํ กตฺวา ‘‘ตุเมฺห มหาเสฏฺฐิสฺส มํ สกปุตฺโตติ วทถา’’ติ ปาทมูลิกานํ ลญฺชํ อทาสิ. ตโต สตฺตเม ทิวเส ราชา ‘‘เสฏฺฐิฏฺฐานารหํ เอกํ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ ‘‘เสฏฺฐิสฺส สปุตฺตกนิปุตฺตกภาวํ ชานาถา’’ติ เปเสสิ. เสฏฺฐิปาทมูลิกา รญฺโญ เสฏฺฐิสฺส สปุตฺตภาวํ กถยึสุ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺส เสฏฺฐิฏฺฐานํ อทาสิ. โส โฆสกเสฏฺฐิ นาม ชาโต. อถ นํ ภริยา อาห – ‘‘อยฺยปุตฺต, ตฺวมฺปิ อวชาโต, อหมฺปิ ทุคฺคตกุเล นิพฺพตฺตา. ปุพฺเพ กตกุสลวเสน ปน เอวรูปํ สมฺปตฺตึ อลภิมฺห, อธุนาปิ กุสลํ กริสฺสามา’’ติ. โส ‘‘สาธุ ภทฺเท’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เทวสิกํ สหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา ทานํ ปฏฺฐเปสิ.

ตสฺมึ สมเย ตาสํ ทฺวินฺนํ ชนานํ ขุชฺชุตฺตรา เทวโลกโต จวิตฺวา โฆสกเสฏฺฐิสฺส เคเห ธาติยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา ชาตกาเล ขุชฺชา อโหสีติ ขุชฺชุตฺตราเตวสฺสา นามํ อกํสุ. สามาวตีปิ เทวโลกโต จวิตฺวา ภทฺทวติยรฏฺเฐ ภทฺทิยนคเร ภทฺทวติยเสฏฺฐิสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, สามาติสฺสา นามํ อกํสุ. อปรภาเค ตสฺมึ นคเร ฉาตกภยํ อุปฺปชฺชิ, มนุสฺสา ฉาตกภยภีตา เยน วา เตน วา คจฺฉนฺติ. ตทา อยํ ภทฺทวติยเสฏฺฐิ ภริยาย สทฺธึ มนฺเตสิ – ‘‘ภทฺเท อิมสฺมึ ฉาตกภยสฺส อนฺโต น ปญฺญายติ, โกสมฺพินคเร อมฺหากํ สหายกสฺส โฆสกเสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คจฺฉาม, น โส อเมฺห ทิสฺวา ปมชฺชิสฺสตี’’ติ. ตสฺส กิร โส เสฏฺฐิ อทิฏฺฐสหายโก อโหสิ, ตสฺมา เอวมาห. โส เสสชนํ นิวตฺตาเปตฺวา ภริยญฺจ ธีตรญฺจ คณฺหิตฺวา โกสมฺพินครสฺส มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. เต ตโยปิ อนฺตรามคฺเค มหาทุกฺขํ อนุภวนฺตา อนุปุพฺเพน โกสมฺพึ ปตฺวา เอกาย สาลาย นิวาสํ อกํสุ.

โฆสกเสฏฺฐิปิ โข อตฺตโน ฆรทฺวาเร กปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานํ มหาทานํ ทาเปสิ. อถายํ ภทฺทวติยเสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘น สกฺกา อเมฺหหิ อิมินาว กปณเวเสน สหายกสฺส อตฺตานํ ทสฺเสตุํ, สรีเร ปากติเก ชาเต สุนิวตฺถา สุปารุตา เสฏฺฐึ ปสฺสิสฺสามา’’ติ. เต อุโภปิ ธีตรํ โฆสกเสฏฺฐิสฺส ทานคฺคํ ปหิณึสุ. สา อตฺตโน ภตฺตํ อาหรณตฺถาย ภาชนํ คเหตฺวา ทานคฺคํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ โอกาเส ลชฺชมานรูปา อฏฺฐาสิ. ตํ ทิสฺวา ทานกมฺมิโก จินฺเตสิ – ‘‘เสสชนา สมฺมุขสมฺมุขฏฺฐาเน เกวฏฺฏา มจฺฉวิโลเป วิย มหาสทฺทํ กตฺวา คณฺหิตฺวา คจฺฉนฺติ, อยํ ปน ทาริกา กุลธีตา ภวิสฺสติ, อุปธิสมฺปทาปิสฺสา อตฺถี’’ติ.

ตโต นํ อาห – ‘‘ตฺวํ, อมฺม, กสฺมา เสสชโน วิย คณฺหิตฺวา น คจฺฉสี’’ติ? ตาต, เอวรูปํ สมฺพาธฏฺฐานํ กินฺติ กตฺวา ปวิสามีติ. อมฺม, กติ ปน ชนา ตุเมฺหติ? ตโย ชนา, ตาตาติ. โส ตโย ภตฺตปิณฺเฑ อทาสิ. สา ตํ ภตฺตํ มาตาปิตูนํ อทาสิ, ปิตา ทีฆรตฺตํ ฉาตกตฺตา อติเรกํ ภุญฺชิตฺวา กาลมกาสิ. สา ปุนทิวเส คนฺตฺวา เทฺวเยว ภตฺตปิณฺเฑ คณฺหิ. ตํทิวสํ เสฏฺฐิภริยา ภตฺเตน จ กิลนฺตตาย เสฏฺฐิโน จ มรณโสเกน รตฺติภาคสมนนฺตเร กาลมกาสิ. สา ปุนทิวเส เสฏฺฐิธีตา เอกเมว ภตฺตปิณฺฑํ คณฺหิ. ทานกมฺมิโก ตสฺสา กิริยํ อุปธาเรตฺวา, ‘‘อมฺม, ตยา ปฐมทิวเส ตโย ปิณฺฑา คหิตา, ปุนทิวเส เทฺว, อชฺช เอกเมว คณฺหสิ. กึ นุ โข การณ’’นฺติ ปุจฺฉิ. สา ตํ การณํ กเถสิ. กตรคามวาสิโน ปน, อมฺม, ตุเมฺหติ. สา ตมฺปิ การณํ นิปฺปเทสโต กเถสิ. ‘‘อมฺม, เอวํ สนฺเต ตฺวํ อมฺหากํ เสฏฺฐิธีตา นาม อโหสิ, มยฺหญฺจ อญฺญา ทาริกา นตฺถิ, ตฺวํ อิโต ปฏฺฐาย มม ธีตา, อมฺมา’’ติ ตํ ธีตรํ กตฺวา คณฺหิ.

สา อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย ทานคฺเค มหาสทฺทํ สุตฺวา ‘‘กสฺมา อยํ, ตาต, อุจฺจาสทฺทมหาสทฺโท’’ติ อาห. อมฺม, มหาชนสฺส อนฺตเร นาม อปฺปสทฺทํ กาตุํ น สกฺกาติ. อหเมตฺถ อุปายํ ชานามิ, ตาตาติ. กึ กาตุํ วฏฺฏติ, อมฺมาติ? สมนฺตา วตึ กตฺวา เทฺว ทฺวารานิ โยเชตฺวา อนฺโต ภาชนานิ ฐปาเปตฺวา เอเกน ทฺวาเรน ปวิสิตฺวา ภตฺตํ คณฺหิตฺวา เอเกน ทฺวาเรน นิกฺขมนํ กโรถ, ตาตาติ. สาธุ, อมฺมาติ ปุนทิวสโต ปฏฺฐาย ตถา กาเรสิ. ตโต ปฏฺฐาย ทานคฺคํ ปทุมสฺสรํ วิย สนฺนิสินฺนสทฺทํ อโหสิ.

ตโต โฆสกเสฏฺฐิ ปุพฺเพ ทานคฺคสฺมึ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทํ สุตฺวา ตทา ตํ อสุณนฺโต ทานกมฺมิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘ตฺวํ อชฺช ทานํ น ทาเปสี’’ติ. ทินฺนํ, อยฺยาติ. อถ กสฺมา ปุพฺเพ วิย ทานคฺเค สทฺโท น สุยฺยตีติ? อาม, อยฺย, เอกา เม ธีตา อตฺถิ, อหํ ตาย กถิตอุปาเย ฐตฺวา ทานคฺคํ นิสฺสทฺทมกาสินฺติ. ตว ธีตา นาม นตฺถิ, กุโต เต ธีตา ลทฺธาติ? โส วญฺเจตุํ อสกฺกุเณยฺยภาเวน เสฏฺฐิสฺส สพฺพํ ธีตุ อาคมนวิธานํ กเถสิ. กสฺมา ปน โภ ตฺวํ เอวรูปํ ภาริยํ กมฺมมกาสิ? ตฺวํ เอตฺตกํ อทฺธานํ มม ธีตรํ อตฺตโน สนฺติเก วสมานํ นาโรเจสิ, เวเคน ตํ อมฺหากํ เคหํ อาณาเปหีติ. โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา อกามโก อาณาเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย เสฏฺฐิ ตํ ธีตุฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ‘‘ธีตุ สกฺการํ กโรมี’’ติ อตฺตโน สมานชาติเกหิ กุเลหิ ธีตุ สมานวยานิ ปญฺจ กุมาริกสตานิ ตสฺสา ปริวารมกาสิ.

อเถกทิวสํ อุเทโน ราชา นคเร อนุสญฺจรนฺโต ตํ สามาวตึ ตาหิ กุมารีหิ ปริวาริตํ กีฬมานํ ทิสฺวา ‘‘กสฺสายํ ทาริกา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โฆสกเสฏฺฐิสฺส ธีตา’’ติ สุตฺวา สสฺสามิกอสฺสามิกภาวํ ปุจฺฉิ. ตโต อสฺสามิกภาเว กถิเต ‘‘คจฺฉถ เสฏฺฐิโน กเถถ ‘ตุมฺหากํ ธีตรํ ราชา อิจฺฉตี’’’ติ. ตํ สุตฺวา เสฏฺฐิ ‘‘อมฺหากํ อญฺญา ทาริกา นตฺถิ, เอกธีติกํ สปตฺติวาเส ทาตุํ น สกฺโกมา’’ติ. ราชา ตํ กถํ สุตฺวา เสฏฺฐึ จ เสฏฺฐิภริยญฺจ พหิ กตฺวา สกลเคหํ ลญฺฉาเปสิ. สามาวตี พหิ กีฬิตฺวา อาคจฺฉนฺตี มาตาปิตโร พหิ นิสินฺนเก ทิสฺวา ‘‘อมฺมตาตา, กสฺมา อิธ นิสินฺนตฺถา’’ติ? เต ตํ การณํ กถยึสุ. อมฺมตาตา, กสฺมา ตุเมฺห อิมํ ปฏิวจนํ น ชานาถ ‘‘มม ธีตา สปตฺติวาเส วสนฺตี เอกิกา วสิตุํ น สกฺขิสฺสติ, สจสฺสา ปริวารา ปญฺจสตา กุมาริโย วสาเปถ, เอวํ วสิสฺสตี’’ติ. อิทานิ เอวํ กถาเปถ, ตาตาติ. ‘‘สาธุ, อมฺม, มยํ ตว จิตฺตํ น ชานิมฺหา’’ติ วตฺวา เต ตถา กถยึสุ. ราชา อุตฺตริตรํ ปสีทิตฺวา ‘‘สหสฺสมฺปิ โหตุ, สพฺพา อาเนถา’’ติ อาห. อถ นํ ภทฺทเกน นกฺขตฺตมุหุตฺตเกน ปญฺจมาตุคามสตปริวารํ ราชเคหํ นยึสุ. ราชา ตา ปญฺจสตาปิ ตสฺสาเยว ปริวารํ กตฺวา อภิเสกํ กตฺวา วิสุํ เอกสฺมึ ปาสาเท วสาเปสิ.

เตน จ สมเยน โกสมฺพิยํ โฆสกเสฏฺฐิ กุกฺกุฏเสฏฺฐิ ปวาริกเสฏฺฐีติ ตโย ชนา อญฺญมญฺญํ สหายกา โหนฺติ. เต ตโยปิ ชนา ปญฺจสเต ตาปเส ปฏิชคฺคนฺติ. ตาปสาปิ จตฺตาโร มาเส เตสํ สนฺติเก วสิตฺวา อฏฺฐ มาเส หิมวนฺเต วสนฺติ. อเถกทิวสํ เต ตาปสา หิมวนฺตโต อาคจฺฉนฺตา มหากนฺตาเร ตสิตา กิลนฺตา เอกํ มหนฺตํ วฏรุกฺขํ ปตฺวา ตตฺถ อธิวตฺถาย เทวตาย สนฺติกา สงฺคหํ ปจฺจาสีสนฺตา นิสีทึสุ. เทวตา สพฺพาลงฺการวิภูสิตํ หตฺถํ ปสาเรตฺวา เตสํ ปานียปานกาทีนิ ทตฺวา กิลมถํ ปฏิวิโนเทสิ. เต เทวตาย อานุภาเวน วิมฺหิตา ปุจฺฉึสุ – ‘‘กึ นุ โข เทวเต กมฺมํ กตฺวา ตยา อยํ สมฺปตฺติ ลทฺธา’’ติ? เทวตา อาห – โลเก พุทฺโธ นาม ภควา อุปฺปนฺโน, โส เอตรหิ สาวตฺถิยํ วิหรติ. อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ตํ อุปฏฺฐาติ. โส อุโปสถทิวเสสุ อตฺตโน ภตกานํ ปกติภตฺตเวตนเมว ทตฺวา อุโปสถํ การาเปสิ. อถาหํ เอกทิวสํ มชฺฌนฺหิเก ปาตราสตฺถาย อาคโต กญฺจิ ภตกํ กมฺมํ กโรนฺตํ อทิสฺวา ‘‘อชฺช มนุสฺสา กสฺมา กมฺมํ น กโรนฺตี’’ติ ปุจฺฉึ. ตสฺส เม เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อถาหํ เอตทโวจํ – ‘‘อิทานิ อุปฑฺฒทิวโส คโต, สกฺกา นุ โข อุปฑฺฒอุโปสถํ กาตุ’’นฺติ. ตโต เสฏฺฐิสฺส ปฏิเวเทตฺวา ‘‘สกฺกา กาตุ’’นฺติ อาห. สฺวาหํ อุปฑฺฒทิวสํ อุโปสถํ สมาทิยิตฺวา ตทเหว กาลํ กตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ ปฏิลภินฺติ.

อถ เต ตาปสา ‘‘พุทฺโธ กิร อุปฺปนฺโน’’ติ สญฺชาตปีติปาโมชฺชา ตโต สาวตฺถึ คนฺตุกามา หุตฺวาปิ ‘‘พหูปการา โน อุปฏฺฐากเสฏฺฐิโน, เตสมฺปิ อิมมตฺถํ อาโรเจสฺสามา’’ติ โกสมฺพึ คนฺตฺวา เสฏฺฐีหิ กตสกฺการพหุมานา ‘‘ตทเหว มยํ คจฺฉามา’’ติ อาหํสุ. ‘‘กึ, ภนฺเต, ตุริตตฺถ, นนุ ตุเมฺห ปุพฺเพ จตฺตาโร ปญฺจ มาเส วสิตฺวา คจฺฉถา’’ติ วุตฺตา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสุํ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, สเหว คจฺฉามา’’ติ จ วุตฺเต – ‘‘คจฺฉาม มยํ, ตุเมฺห สณิกํ อาคจฺฉถา’’ติ สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.

เตปิ เสฏฺฐิโน ปจฺฉา ปญฺจสตปญฺจสตสกฏปริวารา สาวตฺถึ คนฺตฺวา เชตวนโต อวิทูเร ฐาเน ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. สตฺถา เตสํ จริยาวเสน ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน ตโยปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา เตเนว นิยาเมน อชฺชตนาย สฺวาตนายาติ นิมนฺเตตฺวา อทฺธมาสํ ขนฺธาวารภตฺตํ นาม ทตฺวา สตฺถารํ อตฺตโน นครํ อาคมนตฺถาย ยาจึสุ. สตฺถา ‘‘สุญฺญาคาเร ตถาคตา อภิรมนฺตี’’ติ กเถสิ. เต ‘‘อญฺญาตํ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘ตุเมฺห อเมฺหหิ ปหิตสาสเนน อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ วตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อตฺตโน นครเมว อาคนฺตฺวา ตโยปิ ชนา สเก สเก อุยฺยาเน วิหาเร การาเปสุํ. โฆสกเสฏฺฐินา การิโต โฆสิตาราโม นาม ชาโต, กุกฺกุฏเสฏฺฐินา การิโต กุกฺกุฏาราโม นาม ชาโต, ปาวาริกเสฏฺฐินา การิตํ ปาวาริกมฺพวนํ นาม ชาตํ. เต วิหาเร การาเปตฺวา สตฺถุ ทูตํ ปหิณึสุ – ‘‘สตฺถา อมฺหากํ สงฺคหํ กาตุํ อิมํ นครํ อาคจฺฉตู’’ติ. สตฺถา ‘‘โกสมฺพึ คมิสฺสามี’’ติ มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร จาริกํ นิกฺขมนฺโต อนฺตรามคฺเค มาคณฺฑิยพฺราหฺมณสฺส อรหตฺตูปนิสฺสยํ ทิสฺวา คมนํ วิจฺฉินฺทิตฺวา กุรุรฏฺเฐ กมฺมาสทมฺมํ นาม นิคมํ อคมาสิ.

ตสฺมึ สมเย มาคณฺฑิโย สพฺพรตฺตึ พหิคาเม อคฺคึ ชุหิตฺวา ปาโตว อนฺโตคามํ ปวิสติ. สตฺถาปิ ปุนทิวเส อนฺโตคามํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต ปฏิปเถ มาคณฺฑิยพฺราหฺมณสฺส อตฺตานํ ทสฺเสสิ. โส ทสพลํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เอตฺตกํ กาลํ มม ธีตุ รูปสมฺปตฺติยา สทิสํ ทารกํ ปริเยสนฺโต จรามิ, รูปสมฺปตฺติยา จ สติปิ เอวรูปํ คหิตปพฺพชฺชเมว ปตฺเถสึ. อยํ โข ปน ปพฺพชิโต อภิรูโป ทสฺสนีโย มม ธีตุเยว อนุจฺฉวิโก’’ติ เวเคน เคหํ อคมาสิ. ตสฺส กิร พฺราหฺมณสฺส ปุพฺเพ เอโก ปพฺพชิตวํโส อตฺถิ, เตนสฺส ปพฺพชิตเมว ทิสฺวา จิตฺตํ นมติ. โส พฺราหฺมณึ อามนฺเตสิ – ‘‘ภทฺเท มยา เอวรูโป ปพฺพชิโต นาม นทิฏฺฐปุพฺโพ สุวณฺณวณฺโณ พฺรหฺมวณฺโณ มม ธีตุเยว อนุจฺฉวิโก, สีฆํ เม ธีตรํ อลงฺกโรหี’’ติ. พฺราหฺมณิยา ธีตรํ อลงฺกโรนฺติยาว สตฺถา อตฺตโน ฐิตฏฺฐาเน ปทเจติยานิ ทสฺเสตฺวา อนฺโตนครํ ปาวิสิ.

อถ พฺราหฺมโณ พฺราหฺมณิยา สทฺธึ ธีตรํ คเหตฺวา ตํ ฐานํ อาคจฺฉนฺโต อนฺโตคามํ ปวิฏฺฐกาเล อาคตตฺตา อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต ทสพลํ อทิสฺวา พฺราหฺมณึ ปริภาสติ – ‘‘ตว การณํ ภทฺทกํ นาม นตฺถิ, ตยิ ปปญฺจํ กโรนฺติยาว โส ปพฺพชิโต นิกฺขมิตฺวา คโต’’ติ. พฺราหฺมณ, คโต ตาว โหตุ, กตรทิสาภาเคน คโตติ? อิมินา ทิสาภาเคนาติ สตฺถุ คตฏฺฐานํ โอโลเกนฺโตว ปทเจติยานิ ทิสฺวา ‘‘ภทฺเท อิมานิ ตสฺส ปุริสสฺส ปทานิ, อิโต คโต ภวิสฺสตี’’ติ อาห. อถ, พฺราหฺมณี, สตฺถุ ปทเจติยํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘พาโล วตายํ พฺราหฺมโณ อตฺตโน คนฺถมตฺตสฺสาปิ อตฺถํ น ชานาตี’’ติ เตน สทฺธึ ปริหาสํ กโรนฺตี อาห – ‘‘ยาว พาโล จาสิ, พฺราหฺมณ, เอวรูปสฺส นาม ปุริสสฺส ธีตรํ ทสฺสามีติ วทสิ. ราเคน หิ รตฺตสฺส โทเสน ทุฏฺฐสฺส โมเหน มูฬฺหสฺส ปุริสสฺส ปทํ นาม เอวรูปํ น โหติ. โลเก ปน วิวฏจฺฉทสฺส สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส เอตํ ปทํ’’ ปสฺส, พฺราหฺมณ –

‘‘รตฺตสฺส หิ อุกฺกุฏิกํ ปทํ ภเว,

ทุฏฺฐสฺส โหติ อวกฑฺฒิตํ ปทํ;

มูฬฺหสฺส โหติ สหสานุปีฬิตํ,

วิวฏจฺฉทสฺส อิทมีทิสํ ปท’’นฺติ.

โส พฺราหฺมณิยา เอตฺตกํ กเถนฺติยาปิ อสุตฺวา ‘‘ตฺวํ นาม จณฺฑา มุขรา’’ติ อาห. เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ อญฺญมญฺญํ วิวาทํ กโรนฺตานํเยว สตฺถา ปิณฺฑาย จริตฺวา สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน กตภตฺตกิจฺโจ พฺราหฺมณสฺส ทสฺสนูปจาเรเนว นิกฺขมิ. พฺราหฺมโณ สตฺถารํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา พฺราหฺมณึ อปสาเทตฺวา ‘‘อยํ โส ปุริโส’’ติ หฏฺฐปหฏฺโฐ ทสพลสฺส ปุรโต ฐตฺวา ‘‘โภ ปพฺพชิต, อหํ ปาโตว ปฏฺฐาย ตํ ปริเยสนฺโต จรามิ, อิมสฺมึ ชมฺพุทีเป มม ธีตาย สมานรูปา อิตฺถี นาม นตฺถิ, ปุริโสปิ ตยา สทฺธึ สมานรูโป นาม นตฺถิ, มม ธีตรํ ตุยฺหํ โปสนตฺถาย ทมฺมิ, คณฺหาหิ น’’นฺติ อาห. อถ นํ สตฺถา ‘‘อหํ, พฺราหฺมณ, กามคฺควาสินิโย อุตฺตมรูปธรา นานาวณฺณํ กถํ กเถนฺติโย มม ปโลภนตฺถเมว อาคนฺตฺวา สนฺติเก ฐิตา เทวธีตาปิ น อิจฺฉึ, กิมงฺคํ ปน อิมํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘ทิสฺวาน ตณฺหํ อรตึ รคญฺจ,

นาโหสิ ฉนฺโท อปิ เมถุนสฺมึ;

กึเมวิทํ มุตฺตกรีสปุณฺณํ,

ปาทาปิ นํ สมฺผุสิตุํ น อิจฺเฉ’’ติ. (สุ. นิ. ๘๔๑);

มาคณฺฑิยา จินฺเตสิ – ‘‘อนตฺถิเกน นาม ‘อล’นฺติ วตฺตุเมว วฏฺฏติ. อยํ ปน มม สรีรํ มุตฺตกรีสปุณฺณํ นาม กตฺวา ‘ปาทาปิ นํ สมฺผุสิตุํ น อิจฺเฉ’ติ อโวจ, เอกํ อิสฺสริยฏฺฐานํ ลภนฺตี อนฺตรเมวสฺส ปสฺสิสฺสามี’’ติ อาฆาตํ พนฺธิ. สตฺถา ตํ อมนสิกตฺวา จริยวเสน พฺราหฺมณสฺส ธมฺมเทสนํ อารภิ. เทสนาปริโยสาเน อุโภปิ ชายมฺปติกา อนาคามิผเล ปติฏฺฐาย ‘‘อิทานิ อมฺหากํ ฆราวาเสน อตฺโถ นตฺถี’’ติ ธีตรํ มาคณฺฑิยํ จูฬปิตรํ สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา อุโภปิ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. อถ ราชา อุเทโน จูฬมาคณฺฑิเยน สทฺธึ โวหารํ กตฺวา มาคณฺฑิยทาริกํ ราชานุภาเวน เคหํ อาเนตฺวา อภิเสกํ กตฺวา ตสฺสา ปญฺจมาตุคามสตปริวาราย วสนฏฺฐานํ วิสุํ ปาสาทํ อทาสิ.

สตฺถาปิ โข อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน โกสมฺพินครํ สมฺปาปุณิ. เสฏฺฐิโน สตฺถุ อาคมนํ สุตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺนา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อิเม, ภนฺเต, ตโย วิหารา ตุเมฺห อุทฺทิสฺส กตา, ปฏิคฺคณฺหถ, ภนฺเต, วิหาเร จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส สงฺคหตฺถายา’’ติ. ปฏิคฺคเหสิ ภควา วิหาเร. เตปิ เสฏฺฐิโน สตฺถารํ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา อภิวาเทตฺวา ฆรํ อคมํสุ.

มาคณฺฑิยาปิ โข สตฺถุ อาคตภาวํ สุตฺวา ฉินฺนภินฺนเก ธุตฺเต ปกฺโกสาเปตฺวา เตสํ ลญฺชํ ทตฺวา ‘‘ตุเมฺห สมณํ โคตมํ อิมินา อิมินา จ นิยาเมน อกฺโกสถา’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. เต สตฺถุ อนฺโตคามํ ปวิสนเวลาย สปริวารํ สตฺถารํ นานาวิเธหิ อกฺโกเสหิ อกฺโกสึสุ. อายสฺมา อานนฺโท สตฺถารํ อาห – ‘‘ภนฺเต, เอวรูเป อกฺโกสนฏฺฐาเน น วสิสฺสาม, อญฺญํ นครํ คจฺฉามา’’ติ. สตฺถา, ‘‘อานนฺท, ตถาคตา นาม อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ น กมฺปนฺติ, อยมฺปิ สทฺโท สตฺตาหํ นาติกฺกมิสฺสติ, อกฺโกสกานํเยว อุปริ ปติสฺสติ, ตฺวํ มา วิตกฺกยิตฺถา’’ติ. เตปิ ตโย นครเสฏฺฐิโน มหาสกฺกาเรน ภควนฺตํ ปเวเสตฺวา มหาทานํ อทํสุ. เตสํ อปราปรํ ทานํ ททนฺตานํเยว มาโส อติกฺกมิ, อถ เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘พุทฺธา นาม สพฺพโลกํ อนุกมฺปมานา อุปฺปชฺชนฺติ, อญฺเญสมฺปิ โอกาสํ ทสฺสามา’’ติ. ตโต เต โกสมฺพินครวาสิโนปิ ชนสฺส โอกาสํ อกํสุ. ตโต ปฏฺฐาย นาคราปิ วีถิสภาเคน คณสภาเคน มหาทานํ เทนฺติ.

อเถกทิวสํ สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต มาลาการกเชฏฺฐกสฺส เคเห นิสีทิ. ตสฺมึ ขเณ สามาวติยา อุปฏฺฐายิกา ขุชฺชุตฺตรา อฏฺฐ กหาปเณ อาทาย มาลตฺถาย ตํ เคหํ อคมาสิ. มาลาการเชฏฺฐโก ตํ ทิสฺวา, ‘‘อมฺม อุตฺตเร, อชฺช ตุยฺหํ ปุปฺผานิ ทาตุํ ขโณ นตฺถิ, อหํ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสามิ. ตฺวมฺปิ ปริเวสนาย สหายิกา โหหิ, เอวํ อิโต ปเรสํ เวยฺยาวจฺจกรณโต มุจฺจิสฺสตี’’ติ อาห. ตโต ขุชฺชุตฺตรา อตฺตนา ลทฺธํ โภชนํ ภุญฺชิตฺวา พุทฺธานํ ภตฺตคฺเค เวยฺยาวจฺจํ อกาสิ. สา สตฺถารา อุปนิสินฺนกถาวเสน กถิตํ ธมฺมํ สพฺพเมว อุคฺคณฺหิ. อนุโมทนํ ปน สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ.

สา อญฺเญสุ ทิวเสสุ จตฺตาโรว กหาปเณ ทตฺวา ปุปฺผานิ คเหตฺวา คจฺฉติ, ตสฺมึ ปน ทิวเส ทิฏฺฐสจฺจภาเวน ปรสนฺตเก จิตฺตํ อนุปฺปาเทตฺวา สพฺเพว อฏฺฐ กหาปเณ ทตฺวา ปจฺฉึ ปูเรตฺวา ปุปฺผานิ อาทาย สามาวติยา สนฺติกํ อคมาสิ. อถ นํ สา ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม อุตฺตเร, ตฺวํ อญฺเญสุ ทิวเสสุ น พหูนิ ปุปฺผานิ อาหรสิ, อชฺช ปน พหุกานิ, กึ โน ราชา อุตฺตริตรํ ปสนฺโน’’ติ? สา มุสาวาเท อภพฺพตาย อตีเต อตฺตนา กตํ อนิคุหิตฺวา สพฺพํ กเถสิ. ‘‘อถ กสฺมา อชฺช พหูนิ ปุปฺผานิ อาหรสี’’ติ วุตฺตา จ เอวมาห – ‘‘อหํ อชฺช ทสพลสฺส ธมฺมํ สุตฺวา อมตํ สจฺฉากาสึ, ตสฺมา ตุเมฺห น วญฺเจมี’’ติ. ตํ สุตฺวา, ‘‘อมฺม อุตฺตเร, ตยา ลทฺธํ อมตธมฺมํ อมฺหากมฺปิ เทหี’’ติ สพฺพาว หตฺถํ ปสารยึสุ. อยฺเย, เอวํ ทาตุํ น สกฺกา, อหํ ปน สตฺถารา กถิตนิยาเมน ตุมฺหากํ ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, ตุเมฺห อตฺตโน เหตุมฺหิ สติ ตํ ธมฺมํ ลภิสฺสถาติ. เตน หิ, อมฺม อุตฺตเร, กเถหีติ. ‘‘เอวํ กเถตุํ น สกฺกา, มยฺหํ อุจฺจํ อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ตุเมฺห นีจาสเนสุ นิสีทถา’’ติ อาห. ตา ปญฺจสตาปิ อิตฺถิโย ขุชฺชุตฺตราย อุจฺจาสนํ ทตฺวา สยํ นีจาสนานิ คเหตฺวา นิสีทึสุ. ขุชฺชุตฺตราปิ เสกฺขปฏิสมฺภิทาสุ ฐตฺวา ตาสํ ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน สามาวตึ เชฏฺฐิกํ กตฺวา สพฺพาว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ. ตโต ปฏฺฐาย ขุชฺชุตฺตรํ เวยฺยาวจฺจกรณโต อปเนตฺวา ‘‘ตฺวํ สตฺถุ ธมฺมกถํ สุตฺวา อาหริตฺวา อเมฺห สาเวหี’’ติ อาหํสุ. ขุชฺชุตฺตราปิ ตโต ปฏฺฐาย ตถา อกาสิ.

กสฺมา ปเนสา ทาสี หุตฺวา นิพฺพตฺตาติ? สา กิร กสฺสปทสพลสฺส สาสเน เอกาย สามเณริยา อตฺตโน เวยฺยาวจฺจํ กาเรสิ. เตน กมฺเมน ปญฺจ ชาติสตานิ ปเรสํ ทาสีเยว หุตฺวา นิพฺพตฺติ. กสฺมา ปน ขุชฺชา อโหสีติ? อนุปฺปนฺเน กิร พุทฺเธ อยํ พาราณสิรญฺโญ เคเห วสนฺตี เอกํ ราชกุลูปกํ ปจฺเจกพุทฺธํ ขุชฺชธาตุกํ ทิสฺวา อตฺตนา สหวาสีนํ มาตุคามานํ ปุรโต ปริหาสํ กโรนฺตี ขุชฺชากาเรน วิจริ. ตสฺมา ขุชฺชา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. กึ ปน กตฺวา สา ปญฺญวนฺตี ชาตาติ? อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ อยํ พาราณสิรญฺโญ เคเห วสนฺตี อฏฺฐ ปจฺเจกพุทฺเธ ราชเคหโต อุณฺหปายาสสฺส ปูริเต ปตฺเต คเหตฺวา คจฺฉนฺเต ทิสฺวา ‘‘เอตฺถ ฐเปตฺวา คจฺฉถ, ภนฺเต’’ติ อฏฺฐ สุวณฺณกฏเก โอมุญฺจิตฺวา อทาสิ. ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน ปญฺญวนฺตี หุตฺวา นิพฺพตฺติ.

อถ โข ตา สามาวติยา ปริวารา ปญฺจสตา อิตฺถิโย ปฏิวิทฺธสจฺจาปิ สมานา รญฺโญ อสฺสทฺธภาเวน กาเลน กาลํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา พุทฺธทสฺสนํ น ลภนฺติ. ตสฺมา ทสพเล อนฺตรวีถึ ปฏิปนฺเน วาตปาเนสุ นปฺปโหนฺเตสุ อตฺตโน อตฺตโน คพฺเภสุ ฉิทฺทํ กตฺวา เตหิ โอโลเกนฺติ. อเถกทิวสํ มาคณฺฑิยา อตฺตโน ปาสาทตลโต นิกฺขมิตฺวา จงฺกมมานา ตาสํ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา คพฺภจฺฉิทฺทํ ทิสฺวา ‘‘กิมิท’’นฺติ ปุจฺฉิ. ตาหิ ตสฺสา สตฺถริ พทฺธาฆาตตํ อชานนฺตีหิ – ‘‘สตฺถา อิมํ นครํ อาคโต, มยํ เอตฺถ ฐตฺวา สตฺถารํ ปสฺสาม เจว ปูเชม จา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิทานิสฺส กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามิ, อิมาปิ ตสฺส อุปฏฺฐายิกา, อิมาสมฺปิ กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา คนฺตฺวา รญฺญา สทฺธึ รโหคตกาเล, ‘‘มหาราช, สามาวติมิสฺสกานํ พหิทฺธา ปตฺถนา อตฺถิ, กติปาเหเนว เต ชีวิตํ มาเรสฺสนฺติ, สามาวตี, สปริวารา ตุเมฺหสุ สิเนหํ วา เปมํ วา น กโรติ, สมณํ ปน โคตมํ อนฺตรวีถิยา คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา วาตปาเนสุ อปฺปโหนฺเตสุ ตานิ ขณฺฑิตฺวาปิ โอกาสํ กตฺวา โอโลเกนฺตี’’ติ อาห. ราชา ‘‘น ตา เอวรูปํ กริสฺสนฺตี’’ติ น สทฺทหติ. ปุน วุตฺเตปิ น สทฺทหติเยว. อถ นํ ติกฺขตฺตุํ วุตฺเตปิ อสฺสทฺทหนฺตํ ‘‘สเจ เม วจนํ น สทฺทหสิ, ตาสํ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา อุปธาเรหิ, มหาราชา’’ติ อาห. ราชา คนฺตฺวา คพฺเภสุ ฉิทฺทํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ กิ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺมึ อตฺเถ อาโรจิเต ตาสํ อกฺกุชฺฌิตฺวา กิญฺจิ อวตฺวา ฉิทฺทานิ ปิทหาเปสิ. ราชา ตโต ปฏฺฐาย ตาสํ ปาสาเท อุทฺธจฺฉิทฺทกชาลวาตปานานิ กาเรสิ.

สา เตน การเณน ราชานํ โกเปตุํ อสกฺโกนฺตี, ‘‘เทว, เอตาสํ ตุเมฺหสุ เปมํ อตฺถิ วา นตฺถิ วาติ ชานิสฺสาม, อฏฺฐ กุกฺกุเฏ เปเสตฺวา ตุมฺหากํ อตฺถาย ปจาเปถา’’ติ อาห. ราชา ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ‘‘อิเม ปจิตฺวา เปเสตู’’ติ สามาวติยา อฏฺฐ กุกฺกุเฏ ปหิณิ. โสตาปนฺนา อริยสาวิกา ชีวมาเน กุกฺกุเฏ กึ ปจิสฺสติ, อลนฺติ วตฺวา ปน หตฺเถนปิ ผุสิตุํ น อิจฺฉิ. มาคณฺฑิยา ‘‘โหตุ, มหาราช, เอเตเยว จ กุกฺกุเฏ สมณสฺส โคตมสฺส ปจนตฺถาย เปเสหี’’ติ. ราชา ตถา อกาสิ. มาคณฺฑิยา อนฺตรามคฺเคเยว กุกฺกุเฏ มาราเปตฺวา ‘‘อิเม กุกฺกุเฏ ปจาเปตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส เทตู’’ติ ปหิณิ. สา เตสํ มตภาเวน ทสพลญฺจ อุทฺทิสฺส ปหิตภาเวน ปจิตฺวา ทสพลสฺส เปเสสิ. มาคณฺฑิยา ‘‘ปสฺส, มหาราชา’’ติ วตฺวา เอตฺตเกนปิ ราชานํ โกเปตุํ นาสกฺขิ.

อยํ ปน อุเทโน ตาสุ เอเกกิสฺสา วสนฏฺฐาเน สตฺต สตฺต ทิวสานิ วสิ. อถายํ มาคณฺฑิยา เอกํ กณฺหสปฺปโปตกํ เวฬุปพฺเพ ปกฺขิปาเปตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐาเน ฐเปสิ. รญฺโญ จ ยตฺถ กตฺถจิ คจฺฉนฺตสฺส หตฺถิกนฺตวีณํ อาทายเยว คมนํ อาจิณฺณํ, มาคณฺฑิยา รญฺโญ อตฺตโน สนฺติกํ อาคมนกาเล ตํ สปฺปโปตกํ อนฺโตวีณาย ปกฺขิปิตฺวา ฉิทฺทํ ปิทหาเปสิ. อถ นํ สามาวติยา สนฺติกํ คมนกาเล, ‘‘มหาราช, สามาวตี นาม สมณสฺส โคตมสฺส ปกฺขา, ตุเมฺห น คเณติ. ยํ กิญฺจิ กตฺวา ตุมฺหากํ โทสเมว จินฺเตติ, อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ อาห. ราชา สามาวติยา วสนฏฺฐาเน สตฺตาหํ วีตินาเมตฺวา ปุน สตฺตาเห มาคณฺฑิยาย นิเวสนํ อคมาสิ. สา ตสฺมึ อาคจฺฉนฺเตเยว ‘‘กจฺจิ เต, มหาราช, สามาวตี โอตารํ น คเวสตี’’ติ กเถนฺตี วิย รญฺโญ หตฺถโต วีณํ คเหตฺวา จาเลตฺวา ‘‘กึ นุ โข, มหาราช, เอตฺถ อพฺภนฺตเร วิจรตี’’ติ วตฺวา สปฺปสฺส นิกฺขมโนกาสํ กตฺวา ‘‘อพฺภุมฺเม อนฺโต สปฺโป’’ติ วีณํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลายิ. ตสฺมึ กาเล ราชา ปทิตฺตํ เวณุวนํ วิย ปกฺขิตฺตโลณํ อุทฺธนํ วิย จ โทเสน ตฏตฏายนฺโต ‘‘เวเคน สปริวารํ สามาวตึ ปกฺโกสถา’’ติ อาห. ราชปุริสา คนฺตฺวา ปกฺโกสึสุ.

สา รญฺโญ กุทฺธภาวํ ญตฺวา เสสมาตุคามานํ สญฺญมทาสิ. ‘‘ราชา ตุเมฺห ฆาเตตุกาโม ปกฺโกสติ, อชฺช ทิวสํ โอทิสฺสเกน เมตฺตาผรเณน ราชานํ ผรถา’’ติ อาห. ราชา ตา อิตฺถิโย ปกฺโกสาเปตฺวา สพฺพาว ปฏิปาฏิยา ฐเปตฺวา มหาธนุํ อาทาย วิสปีตกณฺฑํ สนฺนยฺหิตฺวา ธนุํ ปูเรตฺวา อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ สพฺพาว ตา สามาวติปฺปมุขา อิตฺถิโย โอธิโส เมตฺตํ ผรึสุ. ราชา กณฺฑํ เนว ขิปิตุํ น อปเนตุํ สกฺโกติ, คตฺเตหิ เสทา มุจฺจนฺติ, สรีรํ เวธติ, มุขโต เขโฬ ปตติ, คเหตพฺพคหณํ น ปสฺสติ. อถ นํ สามาวตี ‘‘กึ, มหาราช, กิลมสี’’ติ อาห. อาม, เทวิ, กิลมามิ, อวสฺสโย เม โหหีติ. สาธุ, มหาราช, กณฺฑํ มหาปถวิมุขํ กโรหีติ. ราชา ตถา อกาสิ. สา ‘‘รญฺโญ หตฺถโต กณฺฑํ มุจฺจตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ กณฺฑํ มุจฺจิ. ราชา ตํขณํเยว อุทเก นิมุชฺชิตฺวา อาคมฺม อลฺลเกโส อลฺลวตฺโถ สามาวติยา ปาเทสุ ปติตฺวา ‘‘ขม, เทวิ, มยฺหํ, เภทกานํ เม วจเนน อนุปธาเรตฺวา เอตํ กต’’นฺติ อาห. ขมามิ, เทวาติ. ‘‘สาธุ, เทวิ, เอวํ ตยา มยฺหํ ขมิตํ นาม โหติ. อิโต ปฏฺฐาย ตุมฺหากํ ยถารุจิยา ทสพลสฺส ทานํ เทถ, ปจฺฉาภตฺตํ วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมกถํ สุณาถ, อชฺช โว ปฏฺฐาย ปริหารํ ทมฺมีติ. เตน หิ, เทว, อชฺช ปฏฺฐาย เอกํ ภิกฺขุํ ยาจิตฺวา อาเนถ, โย โน ธมฺมํ วาเจสฺสตีติ. ราชา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ยาจนฺโต อานนฺทตฺเถรํ ลภิ. ตโต ปฏฺฐาย ตา ปญฺจสตา อิตฺถิโย เถรํ ปกฺโกสาเปตฺวา สกฺการสมฺมานํ กตฺวา กตภตฺตกิจฺจสฺส เถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ.

ตา เอกทิวสํ เถรสฺส อนุโมทนาย ปสนฺนา เถรสฺส ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานิ อทํสุ. เถโร กิร ปุพฺเพ ตุนฺนวายกาเล เอกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส เอกาย สูจิยา สทฺธึ หตฺถตลมตฺตํ โจฬขณฺฑํ อทาสิ. โส สูจิยา ผเลน อิมสฺมึ อตฺตภาเว มหาปญฺโญ อโหสิ, โจฬขณฺฑสฺส ผเลน อิมินาว นิยาเมน ปญฺจสตกฺขตฺตุํ ทุสฺสานิ ปฏิลภิ.

ตโต มาคณฺฑิยา อญฺญํ กาตพฺพํ อปสฺสนฺตี ‘‘อุยฺยานํ คจฺฉาม, มหาราชา’’ติ อาห. สาธุ, เทวีติ. สา รญฺโญ สมฺปฏิจฺฉิตภาวํ ญตฺวา จูฬปิตรํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห – ‘‘อมฺหากํ อุยฺยานํ คตกาเล สามาวติยา วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา สามาวตึ สปริวารํ อนฺโตกริตฺวา ‘รญฺโญ อาณา’ติ วตฺวา ทฺวารํ ปิทหิตฺวา ปลาเลน ปลิเวเฐตฺวา เคเห อคฺคึ เทถา’’ติ. มาคณฺฑิโย ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ตถา อกาสิ. ตสฺมึ ทิวเส สพฺพาปิ ตา อิตฺถิโย ปุพฺเพ กตสฺส อุปปีฬกกมฺมสฺสานุภาเวน สมาปตฺตึ อปฺเปตุํ นาสกฺขึสุ, เอกปฺปหาเรเนว ภุสมุฏฺฐิ วิย ฌายึสุ. ตาสํ อารกฺขปุริสา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘เทว, อิทํ นาม กรึสู’’ติ อาจิกฺขึสุ.

ราชา ‘‘เกน กต’’นฺติ ปริเยสนฺโต มาคณฺฑิยาย การิตภาวํ ญตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ภทฺเท, ภทฺทกํ ตยา กมฺมํ กตํ มยา กาตพฺพํ กโรนฺติยา, ‘‘อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย มยฺหํ วธาย ปริสกฺกมานา ฆาติตา, ปสนฺโนสฺมิ, ตุยฺหํ สมฺปตฺตึ ทสฺสามีติ ตว ญาตเก ปกฺโกสาเปหี’’ติ อาห. สา รญฺโญ กถํ สุตฺวา อญฺญาตเกปิ ญาตเก กตฺวา ปกฺโกสาเปสิ. ราชา สพฺเพสํ สนฺนิปติตภาวํ ญตฺวา ราชงฺคเณ คลปฺปมาเณสุ อาวาเฏสุ นิขนิตฺวา อุปริ ฐิตานิ สีสานิ ภินฺทาเปนฺโต มหนฺเตหิ อยนงฺคเลหิ กสาเปสิ. มาคณฺฑิยมฺปิ ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทาเปตฺวา ปูวปจนกฏาเห ปจาเปสิ.

กึ ปน สามาวติยา สปริวาราย อคฺคินา ฌาปนกมฺมนฺติ? สา กิร อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ เตเหว ปญฺจหิ มาตุคามสเตหิ สทฺธึ คงฺคายํ กีฬิตฺวา พหิติตฺเถ ฐิตา สีเต ชาเต อวิทูรฏฺฐาเน ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปณฺณสาลํ ทิสฺวา อนฺโต อโสเธตฺวาว พหิ อคฺคึ ทตฺวา วิสิพฺเพสุํ. อนฺโตปณฺณสาลาย ปจฺเจกพุทฺโธ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิสินฺโน. ตา ชาลาสุ ปจฺฉินฺนาสุ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ‘‘กึ อเมฺหหิ กตํ, อยํ ปจฺเจกพุทฺโธ รญฺโญ กุลูปโก, อิมํ ทิสฺวา ราชา อมฺหากํ กุชฺฌิสฺสติ, อิทานิ นํ สุชฺฌาปิตํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อญฺญานิปิ ทารูนิ ปกฺขิปิตฺวา อคฺคึ อทํสุ. ปุน ชาลาย ปจฺฉินฺนาย ปจฺเจกพุทฺโธ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ตาสํ ปสฺสนฺตีนํเยว จีวรานิ ปปฺโผเฏตฺวา เวหาสํ อุปฺปติตฺวา คโต. เตน กมฺเมน นิรเย ปจฺจิตฺวา ปกฺกาวเสเสน อิมํ พฺยสนํ ปาปุณึสุ. จตุปริสมชฺเฌ ปน กถา อุทปาทิ – ‘‘พหุสฺสุตา วต ขุชฺชุตฺตรา, มาตุคามอตฺตภาเว ฐตฺวา ปญฺจนฺนํ มาตุคามสตานํ ธมฺมํ กเถตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาเปสิ. สามาวตีปิ รญฺญา อตฺตโน อปฺปิตํ กณฺฑํ เมตฺตาผรเณน ผริตฺวา ปฏิพาหี’’ติ ตสฺสาปิ มหาชโน คุณํ กเถสิ. เอวเมตํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ. อถ สตฺถา อปรภาเค เชตวเน นิสินฺโน ตเทว การณํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ขุชฺชุตฺตรํ พหุสฺสุตานํ, สามาวตึ เมตฺตาวิหารีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

อุตฺตรานนฺทมาตาวตฺถุ

๒๖๒. ปญฺจเม ฌายีนนฺติ ฌานาภิรตานํ อุปาสิกานํ, อุตฺตรา นนฺทมาตา, อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺตา สตฺถุ ธมฺมกถํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ อุปาสิกํ ฌานาภิรตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหนคเร สุมนเสฏฺฐึ นิสฺสาย วสนฺตสฺส ปุณฺณสีหสฺส นาม ภริยาย กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, อุตฺตราติสฺสา นามํ อกํสุ.

อเถกสฺมึ นกฺขตฺตมหทิวเส ราชคหเสฏฺฐิ ปุณฺณํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห – ‘‘ตาต ปุณฺณ, นกฺขตฺตํ วา อุโปสโถ วา ทุคฺคตสฺส กึ กริสฺสติ, เอวํ สนฺเตปิ วเทหิ ‘กึ นกฺขตฺตปริพฺพยํ คเหตฺวา นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสสิ, พลวโคเณ จ ผาลญฺจ นงฺคลญฺจ คเหตฺวา กสิสฺสสี’’’ติ. ‘‘มม ภริยาย สทฺธึ มนฺเตตฺวา ชานิสฺสามิ, อยฺยา’’ติ ตํ กถํ ภริยาย อาโรเจสิ. ‘‘เสฏฺฐิ นาม อยฺโย อิสฺสโร, ตสฺส ตยา สทฺธึ กเถนฺตสฺส กถา โสภติ, ตฺวํ ปน อตฺตโน กสิกมฺมํ มา วิสฺสชฺเชสี’’ติ อาห. โส ตสฺสา วจนํ สุตฺวา กสิภณฺฑํ อาทาย กสิตุํ คโต.

ตํทิวสญฺจ สาริปุตฺตตฺเถโร นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘กสฺส อชฺช มยา สงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต อิมสฺส ปุณฺณสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ภิกฺขาจารเวลาย ปตฺตจีวรมาทาย ปุณฺณสฺส กสนฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต อวิทูเร อตฺตานํ ทสฺเสสิ. ปุณฺโณ เถรํ ทิสฺวา กสึ ฐเปตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. เถโร ตํ โอโลเกตฺวา อุทกสภาคํ ปุจฺฉิ. ตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยฺโย มุขํ โธวิตุกาโม ภวิสฺสตี’’ติ. ตโต เวเคน คนฺตฺวา ทนฺตกฏฺฐํ อาหริตฺวา กปฺปิยํ กตฺวา เถรสฺส อทาสิ. เถเร ทนฺตกฏฺฐํ ขาทนฺเต ปตฺเตน สทฺธึ ธมฺมกรณํ นีหริตฺวา อุทกสฺส ปูเรตฺวา อาหริ. เถโร มุขํ โธวิตฺวา ภิกฺขาจารมคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ปุณฺโณ จินฺเตสิ – ‘‘เถโร อญฺเญสุ ทิวเสสุ อิมํ มคฺคํ น ปฏิปชฺชติ, อชฺช ปน มยฺหํ สงฺคหตฺถาย ปฏิปนฺโน ภวิสฺสติ. อโห วต เม ภริยา มมตฺถาย อาหรณกํ อาหารํ เถรสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐเปยฺยา’’ติ.

อถสฺส ภริยา ‘‘อชฺช นกฺขตฺตทิวโส’’ติ ปาโตว อตฺตโน ลภนกนิยาเมน ขาทนียโภชนียํ สํวิธาย คเหตฺวา สามิกสฺส กสนฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺตี อนฺตรามคฺเค เถรํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อญฺเญสุ ทิวเสสุ มยฺหํ เถรํ ทิสฺวา เทยฺยธมฺโม น โหติ, เทยฺยธมฺเม สนฺเตปิ มม อยฺยํ น ปสฺสามิ, อชฺช ปน ทฺวินฺนมฺปิ สมฺมุขีภาโว ชาโต. มม สามิกสฺส ปุน สมฺปาเทตฺวา อาหริสฺสามิ, อิมํ ตาว อาหารํ เถรสฺส ทสฺสามี’’ติ ตีหิ เจตนาหิ สมฺปยุตฺตํ กตฺวา ตํ โภชนํ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐเปตฺวา ‘‘เอวํวิธา ทุคฺคตชีวิตา มุจฺจามี’’ติ อาห. เถโรปิ ‘‘ตว อชฺฌาสโย ปูรตู’’ติ ตสฺสานุโมทนํ กตฺวา ตโต นิวตฺติตฺวา วิหารํ อคมาสิ.

สาปิ ปุน อตฺตโน เคหํ คนฺตฺวา สามิกสฺส อาหารํ สมฺปาเทตฺวา อาทาย กสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา สามิกสฺส กุชฺฌนภาวโต ภีตา ‘‘สามิ, อชฺช เอกทิวสํ ตว มนํ สนฺธาเรหี’’ติ อาห. กึ การณาติ? อหํ อชฺช ตาว อาหารํ อาหรนฺตี อนฺตรามคฺเค เถรํ ทิสฺวา ตว ภาคภตฺตํ เถรสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐเปตฺวา ปุน เคหํ คนฺตฺวา อาหารํ ปจิตฺวา อาทาย อาคตามฺหีติ. มนาปํ เต, ภทฺเท, กตํ, มยาปิ ปาโตว เถรสฺส ทนฺตกฏฺฐญฺจ มุโขทกญฺจ ทินฺนํ. อชฺช อมฺหากํ สุปฺปภาตํ, สพฺพมฺปิ เถรสฺส อมฺหากํ สนฺตกเมว ชาตนฺติ ทฺวินฺนมฺปิ ชนานํ เอกสทิสเมว จิตฺตํ อโหสิ. อถ ปุณฺโณ อาหารกิจฺจํ กตฺวา ภริยาย อูรุมฺหิ สีสํ กตฺวา มุหุตฺตํ นิปชฺชิ. อถสฺส นิทฺทา โอกฺกมิ. โส โถกํ นิทฺทายิตฺวา ปพุทฺโธ กสิตฏฺฐานํ โอโลเกสิ, โอโลกิโตโลกิตฏฺฐานํ มหาโกสาตกิปุปฺเผหิ สมฺปริกิณฺณํ วิย อโหสิ. โส ภริยํ อาห – ‘‘ภทฺเท, กินฺนาเมตํ อชฺช อิทํ กสิตฏฺฐานํ สุวณฺณวณฺณํ หุตฺวา ขายตี’’ติ. อยฺย, อชฺช เต สกลทิวสํ กิลนฺตตาย อกฺขีนิ มญฺเญ ภมนฺตีติ. ภทฺเท, มยฺหํ อสฺสทฺทหนฺตี สยํ โอโลเกหีติ. ตสฺมึ กาเล สา โอโลเกตฺวา สภาวํ อยฺย, กเถสิ, เอวเมตํ ภวิสฺสตีติ.

ปุณฺโณ อุฏฺฐาย เอกํ กฏฺฐึ คเหตฺวา นงฺคลสีเส ปหริ, คุฬปิณฺโฑ วิย นงฺคลสีเส อลฺลียิตฺวา อฏฺฐาสิ. โส ภริยํ ปกฺโกสิตฺวา อาห – ‘‘ภทฺเท, อญฺเญสํ วปิตพีชํ นาม ตีหิ วา จตูหิ วา มาเสหิ ผลํ เทติ, อมฺหากํ ปน อยฺยสฺส สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อนฺตเร โรปิเตน สทฺธาพีเชน อชฺเชว อวสฺสํ ผลํ ทินฺนํ. อิมสฺมึ กรีสมตฺเต ปเทเส อามลกมตฺโตปิ ปํสุปิณฺโฑ อสุวณฺโณ นาม นตฺถี’’ติ. อิทานิ กึ กริสฺสาม, อยฺยาติ? ‘‘ภทฺเท, อิมํ เอตฺตกํ สุวณฺณํ เถเนตฺวา ขาทิตุํ นาม น สกฺกา’’ติ ภริยํ ตสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา ภตฺตสฺส ปูเรตฺวา อาภตํ ปาตึ สุวณฺณสฺส ปูเรตฺวา คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรจาเปสิ – ‘‘เอโก มนุสฺโส สุวณฺณปาตึ คเหตฺวา ฐิโต’’ติ. ราชา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘กหํ เต, ตาต, ลทฺธ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว, มยฺหํ เอกํ กสิตฏฺฐานํ สพฺพํ สุวณฺณเมว ชาตํ, ปหิณิตฺวา อาหราเปถา’’ติ อาห. ตฺวํ กินฺนาโมสีติ? ปุณฺโณ นาม อหํ, เทวาติ. คจฺฉถ, ภเณ, สกฏานิ โยเชตฺวา ปุณฺณสฺส กสิตฏฺฐานโต สุวณฺณมาหรถาติ.

สกเฏหิ สทฺธึ คตราชปุริสา ‘‘รญฺโญ ปุญฺญ’’นฺติ วตฺวา สุวณฺณปิณฺเฑ คณฺหนฺติ, คหิตคหิตมฺปิ กสิตเลฑฺฑุเยว โหติ. เต คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. เตน หิ ภเณ คนฺตฺวา ‘‘ปุณฺณสฺส ปุญฺญ’’นฺติ วตฺวา คณฺหถาติ. คหิตคหิตํ สุวณฺณเมว โหติ. เต สพฺพมฺปิ ตํ สุวณฺณํ อาหริตฺวา ราชงฺคเณ ราสึ อกํสุ. ราสิ อุพฺเพเธน ตาลปฺปมาโณ อโหสิ. ราชา วาณิเช ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘กสฺส เคเห เอตฺตกํ สุวณฺณํ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. นตฺถิ, เทว, กสฺสจีติ. เอตฺตกสฺส ปน ธนสฺส สามิโน กึ กาตุํ วฏฺฏตีติ? ธนเสฏฺฐึ นาม นํ กาตุํ วฏฺฏติ, เทวาติ? เตน หิ ปุณฺณํ อิมสฺมึ นคเร ธนเสฏฺฐึ นาม กโรถาติ สพฺพํ ตํ สุวณฺณํ ตสฺเสว ทตฺวา ตํทิวสํเยวสฺส เสฏฺฐิฏฺฐานํ อทาสิ. โส เสฏฺฐิ มงฺคลํ กโรนฺโต สตฺตาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ อทาสิ. สตฺตเม ทิวเส ทสพลสฺส ภตฺตานุโมทนาย ปุณฺณเสฏฺฐิปิ ภริยาปิ ธีตาปิ สพฺเพ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ.

อปรภาเค ราชคหเสฏฺฐิ ‘‘ปุณฺณเสฏฺฐิโน วยปฺปตฺตา ทาริกา อตฺถี’’ติ สุตฺวา อตฺตโน ปุตฺตสฺส การณา ตสฺส เคหํ เปเสสิ. โส ตสฺส สาสนํ สุตฺวา ‘‘นาหํ ธีตรํ ทสฺสามี’’ติ ปฏิสาสนํ เปเสสิ. สุมนเสฏฺฐิปิ ปุน เปเสสิ – ‘‘ตฺวํ มม เคหํ นิสฺสาย วสิตฺวา อิทานิ เอกปฺปหาเรเนว อิสฺสโร หุตฺวา มยฺหํ ทาริกํ น เทสี’’ติ. ตโต ปุณฺณเสฏฺฐิ อาห – ‘‘อิมํ ตาว ตุมฺหากํ เสฏฺฐิ สภาวเมว กเถสิ, ปุริโส นาม สพฺพกาเล เอวํวิโธเยวาติ น สลฺลกฺเขตพฺโพ. อหญฺหิ อิทานิ ตาทิเส ปุริเส ทาเส กตฺวา คเหตุํ สกฺโกมิ, ตุยฺหํ ปน ชาตึ วา โคตฺตํ วา น โกเปมิ. อปิจ โข มม ธีตา โสตาปนฺนา อริยสาวิกา เทวสิกํ กหาปณคฺฆนเกหิ ปุปฺเผหิ ปูชํ กโรติ, ตมหํ ตุมฺหาทิสสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส เคหํ น เปเสสฺสามี’’ติ. เอวํ ปุณฺณเสฏฺฐิสฺส ปฏิพาหกภาวํ ญตฺวา ราชคหเสฏฺฐิ ปุน สาสนํ เปเสสิ – ‘‘โปราณกํ วิสฺสาสํ มา ภินฺทตุ, อหํ มยฺหํ สุณิสาย เทวสิกํ ทฺวินฺนํ กหาปณานํ อนฺธนกานิ ปุปฺผานิ สชฺชาเปสฺสามี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ธีตรํ ตสฺส ฆรํ เปเสสิ.

อเถกทิวสํ สา ปุณฺณเสฏฺฐิโน ธีตา อุตฺตรา อตฺตโน สามิกํ เอวมาห – ‘‘อหํ อตฺตโน กุลเคเห มาสสฺส อฏฺฐ ทิวสานิ นิพทฺธํ อุโปสถกมฺมํ กโรมิ, อิทานิปิ ตุเมฺหสุ สมฺปฏิจฺฉนฺเตสุ อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐเหยฺย’’นฺติ. โส ‘‘น สกฺกา’’ติ ตํ น สมฺปฏิจฺฉิ. สา ตํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตี ตุณฺหี อโหสิ. ปุน อนฺโตวสฺเส ‘‘อุโปสถิกา ภวิสฺสามี’’ติ ตทาปิ โอกาสํ กาเรนฺตี เนว อลตฺถ. สา อนฺโตวสฺเส อฑฺฒติเยสุ มาเสสุ อติกฺกนฺเตสุ อฑฺฒมาเส อวสิฏฺเฐ มาตาปิตูนํ สาสนํ เปเสสิ – ‘‘อหํ ตุเมฺหหิ จารเก ปกฺขิตฺตา เอตฺตเก อทฺธาเน เอกทิวสมฺปิ อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาตุํ น ลภามิ, ปญฺจทส เม กหาปณสหสฺสานิ เปเสถา’’ติ. เต ธีตุ สาสนํ สุตฺวา ‘‘กึการณา’’ติ อปุจฺฉิตฺวาว ปหิณึสุ. อุตฺตรา เต กหาปเณ คณฺหิตฺวา ตสฺมึ นคเร สิริมา นาม คณิกา อตฺถิ, ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อมฺม สิริเม, อหํ อิมํ อฑฺฒมาสํ อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐหิสฺสามิ, ตฺวํ อิมานิ ปญฺจทส กหาปณสหสฺสานิ คเหตฺวา อิมํ อฑฺฒมาสํ เสฏฺฐิปุตฺตํ ปริจราหี’’ติ. สา ‘‘สาธุ, อยฺเย’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. ตโต ปฏฺฐาย เสฏฺฐิปุตฺโต ‘‘อหํ สิริมาย สทฺธึ โมทิสฺสามี’’ติ อุตฺตราย อฑฺฒมาสํ อุโปสถกมฺมํ สมฺปฏิจฺฉิ.

สา เตน สมฺปฏิจฺฉิตภาวํ ญตฺวา ทิวเส ทิวเส ปาโตว ทาสิคณปริวุตา สตฺถุ สหตฺถา ขาทนียโภชนียํ สํวิทหิตฺวา สตฺถริ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา วิหารํ คเต อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย ปาสาทวรํ อารุยฺห อตฺตโน สีลานิ อาวชฺชมานา นิสีทติ. เอวํ อฑฺฒมาสํ วีตินาเมตฺวา อุโปสถํ วิสฺสชฺชนทิวเส ปาโตว ยาคุขชฺชกาทีนิ สํวิทหนฺตี วิจรติ. ตสฺมึ สมเย เสฏฺฐิปุตฺโต สิริมาย สทฺธึ อุปริปาสาทวรคโต ชาลวาตปานํ วิวริตฺวา อนฺตรวตฺถุํ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. อุตฺตรา, วาตปานจฺฉิทฺเทน อุทฺธํ โอโลเกสิ. เสฏฺฐิปุตฺโต อุตฺตรํ โอโลเกตฺวา ‘‘เนรยิกชาติกา วตายํ เอวํวิธํ นาม สมฺปตฺตึ ปหาย อุกฺขลิกมสิมกฺขิตา หุตฺวา นิกฺการณา ทาสีนํ อนฺตเร วิจรตี’’ติ สิตํ อกาสิ. อุตฺตรา, ตสฺส ปมาทภาวํ ญตฺวา ‘‘อยํ พาโล นาม อตฺตโน สมฺปตฺติ สพฺพกาลํ ถาวราติ สญฺญี ภวิสฺสตี’’ติ สยมฺปิ สิตํ อกาสิ. ตโต สิริมา ‘‘อยํ เจฏิกา มยิ ฐิตาย เอวํ มม สามิเกน สทฺธึ สิตํ กโรตี’’ติ กุปิตา เวเคน โอตริ. อุตฺตรา, ตสฺสา อาคมนากปฺเปเนว ‘‘อยํ พาลา อฑฺฒมาสมตฺตํ อิมสฺมึ เคเห วสิตฺวา มยฺหเมเวตํ เคหนฺติสญฺญี ชาตา’’ติ ญตฺวา ตงฺขณญฺเญว เมตฺตาฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อฏฺฐาสิ. สิริมาปิ ทาสีนํ อนฺตเรน อาคนฺตฺวา อุฬุงฺกํ คเหตฺวา ปูวปจนฏฺฐาเน ปกฺกุถิตเตลสฺส ปูเรตฺวา อุตฺตราย มตฺถเก อาสิญฺจิ, เมตฺตาฌานสฺส วิปฺผาเรน อุตฺตราย มตฺถเก อาสิตฺตํ ปกฺกุถิตเตลํ ปทุมปตฺเต อาสิตฺตอุทกํ วิย วินิวตฺติตฺวา คตํ.

ตสฺมึ ขเณ สิริมาย สมีเป ฐิตา ทาสิโย ตํ โอโลเกตฺวา, ‘‘โภ เช, ตฺวํ อมฺหากํ อยฺยาย หตฺถโต มูลํ คเหตฺวา อาคตา อิมสฺมึ เคเห วสมานา อมฺหากํ อยฺยาย สทิสา ภวิตุํ วายมสี’’ติ สมฺมุขฏฺฐาเน ตํ ปริภาสึสุ. ตสฺมึ ขเณ สิริมา อตฺตโน อาคนฺตุกภาวํ อญฺญาสิ. สา ตโตว คนฺตฺวา อุตฺตราย ปาเทสุ ปติตฺวา, ‘‘อยฺเย, อนุปธาเรตฺวา เม กตํ, ขมถ มยฺห’’นฺติ อาห. อมฺม สิริเม, นาหํ ตว อิมสฺมึ ฐาเน ขมิสฺสามิ, อหํ สปิติกา ธีตา, ทสพเล ขมนฺเตเยว ขมิสฺสามีติ.

สตฺถาปิ โข ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร อาคนฺตฺวา อุตฺตราย นิเวสเน ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. สิริมา คนฺตฺวา สตฺถุ ปาเทสุ ปติตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มยา อยฺยาย อุตฺตราย อนฺตเร เอโก โทโส กโต, ตุเมฺหสุ ขมนฺเตสุ ขมิสฺสามีติ วทติ, ขมถ มยฺหํ ภควา’’ติ. ขมามิ เต สิริเมติ. สา ตสฺมึ กาเล คนฺตฺวา อุตฺตรํ ขมาเปสิ. ตํทิวสญฺจ สิริมา ทสพลสฺส ภตฺตานุโมทนํ สุตฺวา –

‘‘อกฺโกเธน ชิเน โกธํ, อสาธุํ สาธุนา ชิเน;

ชิเน กทริยํ ทาเนน, สจฺเจนาลิกวาทิน’’นฺติ. (ธ. ป. ๒๒๓) –

คาถาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตา ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส มหาทานํ อทาสิ. เอวเมตํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ. อปรภาเค ปน สตฺถา เชตวเน นิสีทิตฺวา อุปาสิกาโย ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต อุตฺตรํ นนฺทมาตรํ ฌายีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

สุปฺปวาสาวตฺถุ

๒๖๓. ฉฏฺเฐ ปณีตทายิกานนฺติ ปณีตรสทายิกานํ อุปาสิกานํ, สุปฺปวาสา โกลิยธีตา, อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺตา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ อุปาสิกํ ปณีตทายิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกลิยนคเร ขตฺติยกุเล นิพฺพตฺติ, สุปฺปวาสาติสฺสา นามํ อกํสุ. สา วยปฺปตฺตา เอกสฺส สกฺยกุมารสฺส เคหํ คตา, ปฐมทสฺสเนเยว สตฺถุ ธมฺมกถํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. สา อปรภาเค สีวลึ นาม ทารกํ วิชายิ. ตสฺส วตฺถุ เหฏฺฐา วิตฺถาริตเมว.

สา เอกสฺมึ สมเย พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส นานคฺครสปณีตโภชนํ อทาสิ. สตฺถา กตภตฺตกิจฺโจ อนุโมทนํ กโรนฺโต สุปฺปวาสาย อิมํ ธมฺมํ เทเสสิ ‘‘โภชนํ สุปฺปวาเส เทนฺตี อริยสาวิกา ปฏิคฺคาหกานํ ปญฺจ ฐานานิ เทติ. อายุํ เทติ, วณฺณํ เทติ, สุขํ เทติ, พลํ เทติ, ปฏิภานํ เทติ. อายุํ โข ปน ทตฺวา อายุสฺส ภาคินี โหติ ทิพฺพสฺส วา มานุสสฺส วา…เป… ปฏิภานํ ทตฺวา ปฏิภานสฺส ภาคินี โหติ ทิพฺพสฺส วา มานุสสฺส วา’’ติ. เอวเมตํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ. อถ อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสีทิตฺวา อุปาสิกาโย ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต สุปฺปวาสํ โกลิยธีตรํ ปณีตทายิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

สุปฺปิยาวตฺถุ

๒๖๔. สตฺตเม คิลานุปฏฺฐากีนนฺติ คิลานุปฏฺฐากีนํ อุปาสิกานํ, สุปฺปิยา อุปาสิกา, อคฺคาติ ทสฺเสติ. อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺตา อปรภาเค สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ อุปาสิกํ คิลานุปฏฺฐากีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท พาราณสิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติ, สุปฺปิยาติสฺสา นามํ อกํสุ. อปรภาเค สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร พาราณสึ อคมาสิ. สา ตถาคตสฺส ปฐมทสฺสเนเยว ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ.

อเถกทิวสํ ธมฺมสฺสวนตฺถาย วิหารํ คตา. วิหารจาริกํ จรมานา เอกํ ภิกฺขุํ คิลานํ ทิสฺวา อภิวาเทตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘อยฺยสฺส กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ ปุจฺฉิ. รสํ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, อุปาสิเกติ. ‘‘โหตุ, ภนฺเต, อหํ ปหิณิสฺสามี’’ติ เถรํ อภิวาเทตฺวา อนฺโตนครํ คนฺตฺวา ปุนทิวเส ปวตฺตมํสตฺถาย ทาสึ อนฺตราปณํ เปเสสิ. สา สกลนคเร ปวตฺตมํสํ อลภิตฺวา อลทฺธภาวํ กเถสิ. อุปาสิกา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อยฺยสฺส รสํ ปหิณิสฺสามีติ วตฺวา สเจ น เปเสสฺสามิ, อยฺโย อญฺญโตปิ อลภนฺโต กิลมิสฺสติ, ยํกิญฺจิ กตฺวา เปเสตุํ วฏฺฏตี’’ติ คพฺภํ ปวิสิตฺวา อูรุมํสํ ฉินฺทิตฺวา ทาสิยา อทาสิ ‘‘อิทํ มํสํ คเหตฺวา สมฺภาเรหิ โยเชตฺวา รสํ กตฺวา วิหารํ เนตฺวา อยฺยสฺส เทหิ. โส เจ มํ ปุจฺฉติ, คิลานาติ วเทหี’’ติ. สา ตถา อกาสิ.

สตฺถา ตํ การณํ ญตฺวา ปุนทิวเส ภิกฺขาจารเวลาย ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อุปาสิกาย เคหํ อคมาสิ. สา ตถาคตสฺส อาคตภาวํ สุตฺวา สามิกํ อามนฺเตสิ – ‘‘อยฺยปุตฺต, อหํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตุํ น สกฺโกมิ, คจฺฉ ตฺวํ สตฺถารํ อนฺโตเคหํ ปเวเสตฺวา นิสีทาเปหี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. สตฺถา ‘‘กหํ สุปฺปิยา’’ติ ปุจฺฉิ. คิลานา, ภนฺเตติ. ปกฺโกสถ, นนฺติ. อถ เต คนฺตฺวา ‘‘สตฺถา ตํ ปกฺโกสตี’’ติ อาหํสุ. สา จินฺเตสิ – ‘‘สพฺพโลกสฺส หิตานุกมฺปโก สตฺถา น อิมํ การณํ อทิสฺวา ปกฺโกสาเปสฺสตี’’ติ สหสา มญฺจมฺหา วุฏฺฐาสิ. อถสฺสา พุทฺธานุภาเวน ตํขณํเยว วโณ รุหิตฺวา สุจฺฉวิ อโหสิ เสสฏฺฐานโต อติเรกตรํ วิปฺปสนฺนวณฺโณ. ตสฺมึ ขเณ อุปาสิกา สิตํ กตฺวา ทสพลํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา ‘‘อิมิสฺสา อุปาสิกาย กึ อผาสุก’’นฺติ ปุจฺฉิ. สา อตฺตนา กตการณํ สพฺพํ กเถสิ. สตฺถา กตภตฺตกิจฺโจ วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ตํ ภิกฺขุํ อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา สิกฺขาปทํ (มหาว. ๒๘๐) ปญฺญเปสิ. เอวเมตํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ. อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสินฺโน อุปาสิกาโย ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต สุปฺปิยํ อุปาสิกํ คิลานุปฏฺฐากีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

กาติยานีวตฺถุ

๒๖๕. อฏฺฐเม อเวจฺจปฺปสนฺนานนฺติ อธิคเตน อจลปฺปสาเทน สมนฺนาคตานํ อุปาสิกานํ, กาติยานี, อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺตา สตฺถารํ เอกํ อุปาสิกํ อเวจฺจปฺปสนฺนานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กุรรฆรนคเร นิพฺพตฺติ, กาติยานีติสฺสา นามํ อกํสุ.

สา อปรภาเค วยปฺปตฺตา กุรรฆริกาย, กาฬิยา สหายิกา, ทฬฺหมิตฺตา อโหสิ. ยทา ปน กุฏิกณฺณโสณตฺเถโร ‘‘ทสพลสฺส กถิตนิยาเมน มยฺหมฺปิ ธมฺมํ กเถหี’’ติ มาตรา ยาจิโต รตฺติภาเค อนฺโตนคเร อลงฺกตธมฺมาสเน นิสีทิตฺวา มาตรํ กายสกฺขึ กตฺวา ธมฺมเทสนํ อารภิ, ตทา อยํ กาติยานี อุปาสิกา กาฬิยา สทฺธึ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ธมฺมํ สุณนฺตี อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ สมเย ปญฺจมตฺตานิ โจรสตานิ อนฺโตนคเร ทิวา กตสญฺญาย โกฏิโต ปฏฺฐาย อุมฺมงฺคํ ขนิตฺวา อิมิสฺสา กาติยานิยา ฆรํ สมฺปาปุณึสุ. เตสํ โจรเชฏฺฐโก เตหิ สทฺธึ อปวิสิตฺวา ‘‘กึ นุ โข อยํ ปริสา สนฺนิปติตา’’ติ วีมํสนตฺถาย โสณตฺเถรสฺส ธมฺมกถนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ติฏฺฐมาโน อิมิสฺสา กาติยานิยา ปิฏฺฐิปสฺเส อฏฺฐาสิ.

ตสฺมึ สมเย, กาติยานี, ทาสึ อามนฺเตสิ – ‘‘คจฺฉ เช, เคหํ ปวิสิตฺวา ทีปเตลํ อาหร, มยํ ทีเป ชาเลตฺวา ธมฺมํ โสสฺสามา’’ติ. สา ฆรํ คนฺตฺวา อุมฺมงฺเค โจเร ทิสฺวา ทีปเตลํ อคณฺหิตฺวาว อาคนฺตฺวา อตฺตโน อยฺยาย อาโรเจสิ – ‘‘อยฺเย, เคเห โจรา อุมฺมงฺคํ ขนนฺตี’’ติ. ตํ สุตฺวา โจรเชฏฺฐโก จินฺเตสิ – ‘‘สจายํ อิมิสฺสา กถํ คณฺหิตฺวา เคหํ คมิสฺสติ, เอตฺเถว นํ อสินา เทฺวธา ฉินฺทิสฺสามิ. สเจ ปน คหิตนิมิตฺเตเนว ธมฺมํ สุณิสฺสติ, โจเรหิ คหิตภณฺฑกมฺปิ ปุน ทาเปสฺสามี’’ติ. กาติยานีปิ โข ทาสิยา กถํ สุตฺวา, ‘‘อมฺม, มา สทฺทํ กริ, โจรา นาม หรนฺตา อตฺตนา ทิฏฺฐเมว หริสฺสนฺติ, อหํ ปน อชฺช ทุลฺลภสฺสวนํ สุณามิ, มา ธมฺมสฺส อนฺตรายํ กโรหี’’ติ อาห. โจรเชฏฺฐโก ตสฺสา วจนํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิมินา อชฺฌาสเยน ฐิตาย นาม เคเห ภณฺฑํ หรนฺเตหิ อเมฺหหิ มหาปถวี ปวิสิตพฺพา ภเวยฺยา’’ติ. โส ตาวเทว คนฺตฺวา โจเรหิ คหิตภณฺฑํ ฉฑฺฑาเปตฺวา โจเรหิ สทฺธึ อาคนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต ปริสปริยนฺเต อฏฺฐาสิ. กาติยานีปิ อุปาสิกา เถรสฺส เทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ.

อถ อรุเณ อุคฺคเต โจรเชฏฺฐโก คนฺตฺวา อุปาสิกาย ปาเทสุ ปติตฺวา, ‘‘อยฺเย, สพฺเพสํเยว โน ขมาหี’’ติ อาห. กึ ปน ตุเมฺหหิ มยฺหํ กตนฺติ? โส สพฺพํ อตฺตนา กตโทสํ อาโรเจสิ. เตน หิ, ตาตา, ขมามิ ตุมฺหากนฺติ. อยฺเย, อมฺหากํ เอวํ ขมิตํ นาม น โหติ, ตุมฺหากํ ปน ปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติเก สพฺเพสํเยว โน ปพฺพชฺชํ ทาเปหีติ. สา สพฺเพปิ เต คเหตฺวา กุฏิกณฺณโสณตฺเถรสฺส สนฺติเก ปพฺพาเชสิ. เตปิ โข โจรา เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตา สพฺเพว อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. เอวเมตํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ. อปรภาเค สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุปาสิกาโย ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต กาติยานึ อุปาสิกํ อเวจฺจปฺปสนฺนานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

นกุลมาตาวตฺถุ

๒๖๖. นวเม วิสฺสาสิกานนฺติ วิสฺสาสกถํ กเถนฺตีนํ อุปาสิกานํ, นกุลมาตา คหปตานี, อคฺคาติ ทสฺเสติ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ เหฏฺฐา อุปาสกปาฬิยํ วุตฺตเมว. เกวลํ อิธ นกุลมาตรํ ธุรํ กตฺวา เวทิตพฺพนฺติ.

กาฬีกุรรฆริกาวตฺถุ

๒๖๗. ทสเม อนุสฺสวปฺปสนฺนานนฺติ อนุสฺสเวเนว อุปฺปนฺเนน ปสาเทน สมนฺนาคตานํ อุปาสิกานํ อนฺตเร, กาฬี อุปาสิกา, กุรรฆริกา อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุรรฆรนคเร นิพฺพตฺตา สตฺถุ ธมฺมกถํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ อุปาสิกํ อนุสฺสวปฺปสนฺนานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติ, กาฬีติสฺสา นามํ อกํสุ.

สา วยปฺปตฺตา กุรรฆรนคเร กุลเคหํ คตา. อถสฺสา สํวาเสน คพฺโภ ปติฏฺฐหิ. สา ปริปุณฺณคพฺภา ‘‘ปเรสํ เคเห คพฺภวุฏฺฐานํ นาม อปฺปติรูป’’นฺติ อตฺตโน กุลนครเมว อาคนฺตฺวา รตฺติภาคสมนนฺตเร อตฺตโน ปาสาทสฺส อุปริ อากาเส ฐิตานํ สาตาคิรเหมวตานํ รตนตฺตยสฺส วณฺณํ กเถนฺตานํ กถํ สุตฺวา อนุสฺสวิกปฺปสาทํ อุปฺปาเทตฺวา สตฺถุ อทสฺสเนเนว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ, อปรภาเค ปนสฺสา คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสีติ สพฺพํ วตฺถุ เหฏฺฐา วิตฺถาริตเมว. อปรภาเค ปน สตฺถา เชตวเน ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ นิสีทิตฺวา อุปาสิกาโย ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต อิมํ อุปาสิกํ อนุสฺสวปฺปสนฺนานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

ทสสุตฺตปริมาณาย อุปาสิกาปาฬิยา วณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เอตฺตาวตา จ มโนรถปูรณิยา

องฺคุตฺตรนิกาย-อฏฺฐกถาย

สพฺพาปิ เอตทคฺคปาฬิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.