๑๔. เอตทคฺควคฺโค
(๑๔) ๑. ปฐมเอตทคฺควคฺโค
เอตทคฺคปทวณฺณนา
๑๘๘. เอตทคฺเคสุ ปฐมวคฺคสฺส ปฐเม เอตทคฺคนฺติ เอตํ อคฺคํ. เอตฺถ จ อยํ อคฺคสทฺโท อาทิโกฏิโกฏฺฐาสเสฏฺเฐสุ ทิสฺสติ. ‘‘อชฺชตคฺเค, สมฺม โทวาริก, อาวรามิ ทฺวารํ นิคณฺฐานํ นิคณฺฐีน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๗๐) หิ อาทิมฺหิ ทิสฺสติ. ‘‘เตเนว องฺคุลคฺเคน ตํ องฺคุลคฺคํ ปรามเสยฺย (กถา. ๔๔๑), อุจฺฉคฺคํ เวฬคฺค’’นฺติอาทีสุ โกฏิยํ. ‘‘อมฺพิลคฺคํ วา มธุรคฺคํ วา ติตฺตกคฺคํ วา (สํ. นิ. ๕.๓๗๔), อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิหารคฺเคน วา ปริเวณคฺเคน วา ภาเชตุ’’นฺติอาทีสุ (จูฬว. ๓๑๘) โกฏฺฐาเส. ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตา อปทา วา…เป… ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) เสฏฺเฐ. สฺวายมิธ โกฏิยมฺปิ วฏฺฏติ เสฏฺเฐปิ. เต หิ เถรา อตฺตโน อตฺตโน ฐาเน โกฏิภูตาติปิ อคฺคา, เสฏฺฐภูตาติปิ. ตสฺมา เอตทคฺคนฺติ เอสา โกฏิ เอโส เสฏฺโฐติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เอเสว นโย สพฺพสุตฺเตสุ.
อยญฺจ เอตทคฺคสนฺนิกฺเขโป นาม จตูหิ การเณหิ ลพฺภติ อฏฺฐุปฺปตฺติโต อาคมนโต จิณฺณวสิโต คุณาติเรกโตติ. ตตฺถ โกจิ เถโร เอเกน การเณน เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภติ, โกจิ ทฺวีหิ, โกจิ ตีหิ, โกจิ สพฺเพเหว จตูหิปิ อายสฺมา สาริปุตฺตตฺเถโร วิย. โส หิ อฏฺฐุปฺปตฺติโตปิ มหาปญฺญตาย เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ อาคมนาทีหิปิ. กถํ? เอกสฺมึ หิ สมเย สตฺถา เชตวนมหาวิหาเร วิหรนฺโต กณฺฑมฺพรุกฺขมูเล ติตฺถิยมทฺทนํ ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา ‘‘กหํ นุ โข ปุริมพุทฺธา ยมกปาฏิหาริยํ กตฺวา วสฺสํ อุปคจฺฉนฺตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘ตาวตึสภวเน’’ติ ญตฺวา เทฺว ปทนฺตรานิ ทสฺเสตฺวา ตติเยน ปเทน ตาวตึสภวเน ปจฺจุฏฺฐาสิ. สกฺโก เทวราชา ภควนฺตํ ทิสฺวา ปณฺฑุกมฺพลสิลาโต อุฏฺฐาย สทฺธึ เทวคเณน ปจฺจุคฺคมนํ อคมาสิ. เทวา จินฺตยึสุ – ‘‘สกฺโก เทวราชา เทวคณปริวุโต สฏฺฐิโยชนายามาย ปณฺฑุกมฺพลสิลาย นิสีทิตฺวา สมฺปตฺตึ อนุภวติ, พุทฺธานํ นาม นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย น สกฺกา อญฺเญน เอตฺถ หตฺถมฺปิ ฐเปตุ’’นฺติ. สตฺถาปิ ตตฺถ นิสินฺโน เตสํ จิตฺตาจารํ ญตฺวา มหาปํสุกูลิโก วิย มุณฺฑปีฐกํ สพฺพเมว ปณฺฑุกมฺพลสิลํ อวตฺถริตฺวา นิสีทิ. เอวํ นิสีทนฺโต ปน อตฺตโน วา สรีรํ มหนฺตํ กตฺวา มาเปสิ, ปณฺฑุกมฺพลสิลํ วา ขุทฺทกํ อกาสีติ น สลฺลกฺเขตพฺพํ. อจินฺเตยฺโย หิ พุทฺธวิสโย. เอวํ นิสินฺโน ปน มาตรํ กายสกฺขึ กตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตานํ ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมา’’ติ อภิธมฺมปิฏกํ เทเสสิ.
ปาฏิหาริยฏฺฐาเนปิ สพฺพาปิ ทฺวาทสโยชนิกา ปริสา อนุรุทฺธตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กหํ, ภนฺเต, ทสพโล คโต’’ติ ปุจฺฉิ. ตาวตึสภวเน ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ วสฺสํ อุปคนฺตฺวา อภิธมฺมกถํ เทเสตุํ คโตติ. ภนฺเต, น มยํ สตฺถารํ อทิสฺวา คมิสฺสาม. กทา สตฺถา อาคมิสฺสตีติ สตฺถุ อาคมนกาลํ ชานาถาติ? มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส ภารํ กโรถ, โส พุทฺธานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา สาสนํ อาหริสฺสตีติ. กึ ปน เถรสฺส ตตฺถ คนฺตุํ พลํ นตฺถีติ? อตฺถิ, วิเสสวนฺตานํ ปน วิเสสํ ปสฺสนฺตูติ เอวมาห. มหาชโน มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา สตฺถุ สาสนํ คเหตฺวา อาคมนตฺถาย ยาจิ. เถโร ปสฺสนฺเตเยว มหาชเน ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา อนฺโตสิเนรุนา คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, มหาชโน ตุมฺหากํ ทสฺสนกาโม, อาคมนทิวสํ โว ชานิตุํ อิจฺฉตี’’ติ. เตน หิ ‘‘อิโต เตมาสจฺจเยน สงฺกสฺสนครทฺวาเร ปสฺสถา’’ติสฺส วเทหีติ. เถโร ภควโต สาสนํ อาหริตฺวา มหาชนสฺส กเถสิ. มหาชโน ตตฺเถว เตมาสํ ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา วสิ. จูฬอนาถปิณฺฑิโก ทฺวาทสโยชนาย ปริสาย เตมาสํ ยาคุภตฺตํ อาทาสิ.
สตฺถาปิ สตฺตปฺปกรณานิ เทเสตฺวา มนุสฺสโลกํ อาคมนตฺถาย อากปฺปํ ทสฺเสสิ. สกฺโก เทวราชา วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตตฺวา ตถาคตสฺส โอตรณตฺถาย โสปานํ มาเปตุํ อาณาเปสิ. โส เอกโต โสวณฺณมยํ เอกโต รชตมยํ โสปานํ มาเปตฺวา มชฺเฌ มณิมยํ มาเปสิ. สตฺถา มณิมเย โสปาเน ฐตฺวา ‘‘มหาชโน มํ ปสฺสตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. อตฺตโน อานุภาเวเนว ‘‘มหาชโน อวีจิมหานิรยํ ปสฺสตู’’ติปิ อธิฏฺฐาสิ. นิรยทสฺสเนน จสฺส อุปฺปนฺนสํเวคตํ ญตฺวา เทวโลกํ ทสฺเสสิ. อถสฺส โอตรนฺตสฺส มหาพฺรหฺมา ฉตฺตํ ธาเรสิ, สกฺโก เทวราชา ปตฺตํ คณฺหิ, สุยาโม เทวราชา ทิพฺพํ วาฬพีชนึ พีชิ, ปญฺจสิโข คนฺธพฺพเทวปุตฺโต เพลุวปณฺฑุวีณํ สมปญฺญาสาย มุจฺฉนาหิ มุจฺฉิตฺวา วาเทนฺโต ปุรโต โอตริ. พุทฺธานํ ปถวิยํ ปติฏฺฐิตกาเล ‘‘อหํ ปฐมํ วนฺทิสฺสามิ, อหํ ปฐมํ วนฺทิสฺสามี’’ติ มหาชโน อฏฺฐาสิ. สห มหาปถวีอกฺกมเนน ปน ภควโต เนว มหาชโน น อสีติมหาสาวกา ปฐมกวนฺทนํ สมฺปาปุณึสุ, ธมฺมเสนาปติ สาริปุตฺตตฺเถโรเยว ปน สมฺปาปุณิ.
อถ สตฺถา ทฺวาทสโยชนาย ปริสาย อนฺตเร ‘‘เถรสฺส ปญฺญานุภาวํ ชานนฺตู’’ติ ปุถุชฺชนปญฺจกํ ปญฺหํ อารภิ. ปฐมํ โลกิยมหาชโน สลฺลกฺเขสฺสตีติ ปุถุชฺชนปญฺหํ ปุจฺฉิ. เย เย สลฺลกฺขึสุ, เต เต กถยึสุ. ทุติยํ ปุถุชฺชนวิสยํ อติกฺกมิตฺวา โสตาปตฺติมคฺเค ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ปุถุชฺชนา ตุณฺหี อเหสุํ, โสตาปนฺนาว กถยึสุ. ตโต โสตาปนฺนานํ วิสยํ อติกฺกมิตฺวา สกทาคามิมคฺเค ปญฺหํ ปุจฺฉิ. โสตาปนฺนา ตุณฺหี อเหสุํ, สกทาคามิโนว กถยึสุ. เตสมฺปิ วิสยํ อติกฺกมิตฺวา อนาคามิมคฺเค ปญฺหํ ปุจฺฉิ. สกทาคามิโน ตุณฺหี อเหสุํ, อนาคามิโนว กถยึสุ. เตสมฺปิ วิสยํ อติกฺกมิตฺวา อรหตฺตมคฺเค ปญฺหํ ปุจฺฉิ. อนาคามิโน ตุณฺหี อเหสุํ, อรหนฺตาว กถยึสุ. ตโต เหฏฺฐิมโกฏิโต ปฏฺฐาย อภิญฺญาเต อภิญฺญาเต สาวเก ปุจฺฉิ, เต อตฺตโน อตฺตโน ปฏิสมฺภิทาวิสเย ฐตฺวา กถยึสุ. อถ มหาโมคฺคลฺลานํ ปุจฺฉิ, เสสสาวกา ตุณฺหี อเหสุํ, เถโรว กเถสิ. ตสฺสาปิ วิสยํ อติกฺกมิตฺวา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉิ. มหาโมคฺคลฺลาโน ตุณฺหี อโหสิ, สาริปุตฺตตฺเถโรว กเถสิ. เถรสฺสาปิ วิสยํ อติกฺกมิตฺวา พุทฺธวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ธมฺมเสนาปติ อาวชฺเชนฺโตปิ ปสฺสิตุํ น สกฺโกติ, ปุรตฺถิมปจฺฉิมุตฺตรทกฺขิณา จตสฺโส ทิสา จตสฺโส อนุทิสาติ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต ปญฺหุปฺปตฺติฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตุํ นาสกฺขิ.
สตฺถา เถรสฺส กิลมนภาวํ ชานิตฺวา ‘‘สาริปุตฺโต กิลมติ, นยมุขมสฺส ทสฺเสสฺสามี’’ติ ‘‘อาคเมหิ ตฺวํ, สาริปุตฺตา’’ติ วตฺวา ‘‘นายํ ตุยฺหํ วิสโย ปโญฺห, พุทฺธานํ เอส วิสโย สพฺพญฺญูนํ ยสสฺสีน’’นฺติ พุทฺธวิสยภาวํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘ภูตมิทนฺติ, สาริปุตฺต, สมนุปสฺสสี’’ติ อาห. เถโร ‘‘จตุมหาภูติกกายปริคฺคหํ เม ภควา อาจิกฺขตี’’ติ ญตฺวา ‘‘อญฺญาตํ ภควา, อญฺญาตํ สุคตา’’ติ อาห. เอตสฺมึ ฐาเน อยํ กถา อุทปาทิ – มหาปญฺโญ วต, โภ, สาริปุตฺตตฺเถโร, ยตฺร หิ นาม สพฺเพหิ อนญฺญาตํ ปญฺหํ กเถสิ, พุทฺเธหิ จ ทินฺนนเย ฐตฺวา พุทฺธวิสเย ปญฺหํ กเถสิ, อิติ เถรสฺส ปญฺญานุภาโว ยตฺตกํ ฐานํ พุทฺธานํ กิตฺติสทฺเทน โอตฺถฏํ, สพฺพํ อชฺโฌตฺถริตฺวา คโตติ เอวํ ตาว เถโร อฏฺฐุปฺปตฺติโต มหาปญฺญตาย เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ.
กถํ อาคมนโต? อิมิสฺสาเยว หิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา สตฺถา อาห – สาริปุตฺโต น อิทาเนว ปญฺญวา, อตีเต ปญฺจ ชาติสตานิ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวาปิ มหาปญฺโญว อโหสิ –
‘‘โย ปพฺพชี ชาติสตานิ ปญฺจ,
ปหาย กามานิ มโนรมานิ;
ตํ วีตราคํ สุสมาหิตินฺทฺริยํ,
ปรินิพฺพุตํ วนฺทถ สาริปุตฺต’’นฺติ.
เอวํ ปพฺพชฺชํ อุปพฺรูหยมาโน เอกสฺมึ สมเย พาราณสิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺโต. ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา ตตฺถ สารํ อปสฺสนฺโต ‘‘ปพฺพชิตฺวา เอกํ โมกฺขธมฺมํ คเวสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. ตสฺมึ กาเล โพธิสตฺโตปิ กาสิรฏฺเฐ อุทิจฺจพฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺโต วุทฺธิมนฺวาย อุคฺคหิตสิปฺโป กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ทิสฺวา ฆราวาสํ ปหาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ปญฺจ อภิญฺญา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา วนมูลผลาหาโร หิมวนฺตปฺปเทเส วสติ. โสปิ มาณโว นิกฺขมิตฺวา ตสฺเสว สนฺติเก ปพฺพชิ. ปริวาโร มหา อโหสิ ปญฺจสตมตฺตา อิสโย.
อถสฺส โส เชฏฺฐนฺเตวาสิโก เอกเทสํ ปริสํ คเหตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถํ มนุสฺสปถํ อคมาสิ. ตสฺมึ สมเย โพธิสตฺโต ตสฺมึเยว หิมวนฺตปฺปเทเส กาลํ อกาสิ. กาลกิริยสมเยว นํ อนฺเตวาสิกา สนฺนิปติตฺวา ปุจฺฉึสุ – ‘‘อตฺถิ ตุเมฺหหิ โกจิ วิเสโส อธิคโต’’ติ. โพธิสตฺโต ‘‘นตฺถิ กิญฺจี’’ติ วตฺวา อปริหีนชฺฌาโน อาภสฺสรพฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต. โส กิญฺจาปิ อากิญฺจญฺญายตนสฺส ลาภี, โพธิสตฺตานํ ปน อรูปาวจเร ปฏิสนฺธิ นาม น โหติ. กสฺมา? อภพฺพฏฺฐานตฺตา. อิติ โส อรูปสมาปตฺติลาภี สมาโนปิ รูปาวจเร นิพฺพตฺติ. อนฺเตวาสิกาปิสฺส ‘‘อาจริโย ‘นตฺถิ กิญฺจี’ติ อาห, โมฆา ตสฺส กาลกิริยา’’ติ น กิญฺจิ สกฺการสมฺมานํ อกํสุ. อถ โส เชฏฺฐนฺเตวาสิโก อติกฺกนฺเต วสฺสาวาเส อาคนฺตฺวา ‘‘กหํ อาจริโย’’ติ ปุจฺฉิ. กาลํ กโตติ. อปิ นุ อาจริเยน ลทฺธคุณํ ปุจฺฉิตฺถาติ? อาม ปุจฺฉิมฺหาติ. กึ วเทตีติ? นตฺถิ กิญฺจีติ. มยมฺปิ ‘‘อาจริเยน ลทฺธคุโณ นาม นตฺถี’’ติ นาสฺส สกฺการสมฺมานํ กริมฺหาติ. ตุเมฺห ภาสิตสฺส อตฺถํ น ชานิตฺถ, อาจริโย อากิญฺจญฺญายตนสฺส ลาภีติ.
อถ เต เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส กถํ น สทฺทหึสุ. โส ปุนปฺปุนํ กเถนฺโตปิ สทฺทหาเปตุํ นาสกฺขิ. อถ โพธิสตฺโต อาวชฺชมาโน ‘‘อนฺธพาโล มหาชโน มยฺหํ เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส กถํ น คณฺหาติ, อิมํ การณํ ปากฏํ กริสฺสามี’’ติ พฺรหฺมโลกโต โอตริตฺวา อสฺสมปทมตฺถเก ฐิโต อากาสคโตว เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส ปญฺญานุภาวํ วณฺเณตฺวา อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ปโรสหสฺสมฺปิ สมาคตานํ,
กนฺเทยฺยุํ เต วสฺสสตํ อปญฺญา;
เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญ,
โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถ’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๑๐๑);
เอวํ อิสิคณํ สญฺญาเปตฺวา โพธิสตฺโต พฺรหฺมโลกเมว คโต. เสสอิสิคโณปิ อปริหีนชฺฌาโน หุตฺวา กาลํ กตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ ชาโต. ตตฺถ โพธิสตฺโต สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, เชฏฺฐนฺเตวาสิโก สาริปุตฺตตฺเถโร ชาโต, เสสา อิสโย พุทฺธปริสา ชาตาติ เอวํ อตีเตปิ สาริปุตฺโต มหาปญฺโญว สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ ชานิตุํ สมตฺโถติ เวทิตพฺโพ.
อิทเมว จ ปุถุชฺชนปญฺจกํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา –
‘‘ปโรสตญฺเจปิ สมาคตานํ,
ฌาเยยฺยุํ เต วสฺสสตํ อปญฺญา;
เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญ,
โส ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถ’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๑๐๑) –
อิมมฺปิ ชาตกํ กเถสิ. ตสฺส ปุริมชาตเก วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อปรมฺปิ อิทเมว ปุถุชฺชนปญฺจกํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา –
‘‘เย สญฺญิโน เตปิ ทุคฺคตา, เยปิ อสญฺญิโน เตปิ ทุคฺคตา;
เอตํ อุภยํ วิวชฺชย, ตํ สมาปตฺติสุขํ อนงฺคณ’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๑๓๔) –
อิมํ อนงฺคณชาตกํ กเถสิ. เอตฺถ จ อาจริโย กาลํ กโรนฺโต อนฺเตวาสิเกหิ ปุจฺฉิโต ‘‘เนวสญฺญี นาสญฺญี’’ติ อาห. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
อปรมฺปิ อิทเมว ปุถุชฺชนปญฺจกํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา –
‘‘จนฺทาภํ สูริยาภญฺจ, โยธ ปญฺญาย คาธติ;
อวิตกฺเกน ฌาเนน, โหติ อาภสฺสรูปโค’’ติ. (ชา. ๑.๑.๑๓๕) –
อิทํ จนฺทาภชาตกํ กเถสิ. เอตฺถาปิ อาจริโย กาลํ กโรนฺโต อนฺเตวาสิเกหิ ปุจฺฉิโต ‘‘โอทาตกสิณํ จนฺทาภํ นาม, ปีตกสิณํ สูริยาภํ นามาติ ตํ อุภยํ โย ปญฺญาย คาธติ ปวิสติ ปกฺขนฺทติ, โส อวิตกฺเกน ทุติยชฺฌาเนน อาภสฺสรูปโค โหติ, ตาทิโส อห’’นฺติ สนฺธาย – ‘‘จนฺทาภํ สูริยาภ’’นฺติ อาห. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.
อิทเมว จ ปุถุชฺชนปญฺจกํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา –
‘‘อาสีเสเถว ปุริโส, น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต;
ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ, ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ.
‘‘อาสีเสเถว ปุริโส, น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต;
ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ, อุทกา ถลมุพฺภตํ.
‘‘วายเมเถว ปุริโส, น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต;
ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ, ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ.
‘‘วายเมเถว ปุริโส, น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต;
ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ, อุทกา ถลมุพฺภตํ.
‘‘ทุกฺขูปนีโตปิ นโร สปญฺโญ,
อาสํ น ฉินฺเทยฺย สุขาคมาย;
พหู หิ ผสฺสา อหิตา หิตา จ,
อวิตกฺกิตา มจฺจมุปพฺพชนฺติ.
‘‘อจินฺติตมฺปิ ภวติ, จินฺติตมฺปิ วินสฺสติ;
น หิ จินฺตามยา โภคา, อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา.
‘‘สรภํ คิริทุคฺคสฺมึ, ยํ ตฺวํ อนุสรี ปุเร;
อลีนจิตฺตสฺส ตุวํ, วิกฺกนฺตมนุชีวสิ.
‘‘โย ตํ วิทุคฺคา นรกา สมุทฺธริ,
สิลาย โยคฺคํ สรโภ กริตฺวา;
ทุกฺขูปนีตํ มจฺจุมุขา ปโมจยิ,
อลีนจิตฺตํ ต มิคํ วเทสิ.
‘‘กึ ตฺวํ นุ ตตฺเถว ตทา อโหสิ,
อุทาหุ เต โกจิ นํ เอตทกฺขา;
วิวฏฺฏจฺฉทฺโท นุสิ สพฺพทสฺสี,
ญาณํ นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูปํ.
‘‘น เจวหํ ตตฺถ ตทา อโหสึ,
น จาปิ เม โกจิ นํ เอตทกฺขา;
คาถาปทานญฺจ สุภาสิตานํ,
อตฺถํ ตทาเนนฺติ ชนินฺท ธีรา’’ติ. (ชา. ๑.๑๓.๑๓๔-๑๔๓) –
อิมํ เตรสนิปาเต สรภชาตกญฺจ กเถสิ. อิมานิ ปน ปญฺจปิ ชาตกานิ อตีเตปิ สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ มยฺหํ ปุตฺโต ชานาตีติ สตฺถารา ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปญฺญานุภาวปฺปกาสนตฺถเมว กถิตานีติ เอวํ อาคมนโตปิ เถโร มหาปญฺญตาย เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ.
กถํ จิณฺณวสิโตติ? จิณฺณํ กิเรตํ เถรสฺส จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ กเถนฺโต จตฺตาริ สจฺจานิ อมุญฺจิตฺวา กเถตีติ เอวํ จิณฺณวสิโตปิ เถโร มหาปญฺญตาย เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ.
กถํ คุณาติเรกโตติ? ฐเปตฺวา หิ ทสพลํ อญฺโญ โกจิ เอกสาวโกปิ มหาปญฺญตาย ธมฺมเสนาปตินา สทิโส นาม นตฺถีติ เอวํ คุณาติเรกโตปิ เถโร มหาปญฺญตาย เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ.
ยถา จ สาริปุตฺตตฺเถโร, เอวํ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโรปิ สพฺเพเหว จตูหิปิ อิเมหิ การเณหิ เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ. กถํ? เถโร หิ มหิทฺธิโก มหานุภาโว นนฺโทปนนฺทสทิสมฺปิ นาคราชานํ ทเมสีติ เอวํ ตาว อฏฺฐุปฺปตฺติโต ลภิ. น ปเนส อิทาเนว มหิทฺธิโก มหานุภาโว, อตีเต ปญฺจ ชาติสตานิ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิโตปิ มหิทฺธิโก มหานุภาโว อโหสีติ.
‘‘โย ปพฺพชี ชาติสตานิ ปญฺจ,
ปหาย กามานิ มโนรมานิ;
ตํ วีตราคํ สุสมาหิตินฺทฺริยํ,
ปรินิพฺพุตํ วนฺทถ โมคฺคลฺลาน’’นฺติ. –
เอวํ อาคมนโตปิ ลภิ. จิณฺณํ เจตํ เถรสฺส นิรยํ คนฺตฺวา อตฺตโน อิทฺธิพเลน นิรยสตฺตานํ อสฺสาสชนนตฺถํ สีตํ อธิฏฺฐาย จกฺกมตฺตํ ปทุมํ มาเปตฺวา ปทุมกณฺณิกายํ นิสีทิตฺวา ธมฺมกถํ กเถติ, เทวโลกํ คนฺตฺวา เทวสงฺฆํ กมฺมคตึ ชานาเปตฺวา สจฺจกถํ กเถตีติ เอวํ จิณฺณวสิโต ลภิ. ฐเปตฺวา จ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อญฺโญ สาวโก มหาโมคฺคลฺลาโน วิย มหิทฺธิโก มหานุภาโว นตฺถีติ เอวํ คุณาติเรกโต ลภิ.
ยถา เจส, เอวํ มหากสฺสปตฺเถโรปิ สพฺเพเหวิเมหิ การเณหิ เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ. กถํ? สมฺมาสมฺพุทฺโธ หิ เถรสฺส ติคาวุตํ มคฺคํ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ตีหิ โอวาเทหิ อุปสมฺปาเทตฺวา จีวรํ ปริวตฺเตตฺวา อทาสิ. ตสฺมึ สมเย มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา กมฺปิ, มหาชนสฺส อพฺภนฺตเร เถรสฺส กิตฺติสทฺโท อชฺโฌตฺถริตฺวา คโต. เอวํ อฏฺฐุปฺปตฺติโต ลภิ. น เจส อิทาเนว ธุตธโร, อตีเต ปญฺจ ชาติสตานิ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิโตปิ ธุตธโรว อโหสิ.
‘‘โย ปพฺพชี ชาติสตานิ ปญฺจ,
ปหาย กามานิ มโนรมานิ;
ตํ วีตราคํ สุสมาหิตินฺทฺริยํ,
ปรินิพฺพุตํ วนฺทถ มหากสฺสป’’นฺติ. –
เอวํ อาคมนโตปิ ลภิ. จิณฺณํ เจตํ เถรสฺส จตุปริสมชฺฌคโต ธมฺมํ กเถนฺโต ทส กถาวตฺถูนิ อวิชหิตฺวาว กเถตีติ เอวํ จิณฺณวสิโต ลภิ. ฐเปตฺวา จ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อญฺโญ สาวโก เตรสหิ ธุตคุเณหิ มหากสฺสปสทิโส นตฺถีติ เอวํ คุณาติเรกโต ลภิ. อิมินาว นิยาเมน เตสํ เตสํ เถรานํ ยถาลาภโต คุเณ กิตฺเตตุํ วฏฺฏติ.
คุณวเสเนว หิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ยถา นาม ราชา จกฺกวตฺตี จกฺกรตนานุภาเวน จกฺกวาฬคพฺเภ รชฺชสิรึ ปตฺวา ‘‘ปตฺตพฺพํ เม ปตฺตํ, กึ เม อิทานิ มหาชเนน โอโลกิเตนา’’ติ น อปฺโปสฺสุกฺโก หุตฺวา รชฺชสิรึเยว อนุโภติ, กาเลน ปน กาลํ วินิจฺฉยฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา นิคฺคเหตพฺเพ นิคฺคณฺหาติ, ปคฺคเหตพฺเพ ปคฺคณฺหาติ, ฐานนฺตเรสุ จ ฐเปตพฺพยุตฺตเก ฐานนฺตเรสุ ฐเปติ, เอวเมวํ มหาโพธิมณฺเฑ อธิคตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อานุภาเวน อนุปฺปตฺตธมฺมรชฺโช ธมฺมราชาปิ ‘‘กึ เม อิทานิ โลเกน โอโลกิเตน, อนุตฺตรํ ผลสมาปตฺติสุขํ อนุภวิสฺสามี’’ติ อปฺโปสฺสุกฺกตํ อนาปชฺชิตฺวา จตุปริสมชฺเฌ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ พฺรหฺมสฺสรํ นิจฺฉาเรตฺวา ธมฺมํ เทสยมาโน นิคฺคเหตพฺพยุตฺเต กณฺหธมฺเม ปุคฺคเล สิเนรุปาเท ปกฺขิปนฺโต วิย อปายภยสนฺตชฺชเนน นิคฺคเหตฺวา ปคฺคเหตพฺพยุตฺเต กลฺยาณธมฺเม ปุคฺคเล อุกฺขิปิตฺวา ภวคฺเค นิสีทาเปนฺโต วิย ปคฺคณฺหิตฺวา ฐานนฺตเรสุ ฐเปตพฺพยุตฺตเก อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถราทโย สาวเก ยาถาวสรสคุณวเสเนว ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ รตฺตญฺญูนํ, ยทิทํ อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญติอาทิมาห.
อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรวตฺถุ
ตตฺถ เอตทคฺคนฺติ ปทํ วุตฺตตฺถเมว. รตฺตญฺญูนนฺติ รตฺติโย ชานนฺตานํ. ฐเปตฺวา หิ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อญฺโญ สาวโก อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรโต ปฐมตรํ ปพฺพชิโต นาม นตฺถีติ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย เถโร จิรกาลํ รตฺติโย ชานาตีติ รตฺตญฺญู. สพฺพปฐมํ ธมฺมสฺส ปฏิวิทฺธตฺตา ยทา เตน ธมฺโม ปฏิวิทฺโธ, จิรกาลโต ปฏฺฐาย ตํ รตฺตึ ชานาตีติปิ รตฺตญฺญู. อปิจ ขีณาสวานํ รตฺติทิวสปริจฺเฉโท ปากโฏว โหติ, อยญฺจ ปฐมขีณาสโวติ เอวมฺปิ รตฺตญฺญูนํ สาวกานํ อยเมว อคฺโค ปุริมโกฏิภูโต เสฏฺโฐ. เตน วุตฺตํ – ‘‘รตฺตญฺญูนํ ยทิทํ อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ’’ติ.
เอตฺถ จ ยทิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส เถรํ อเวกฺขิตฺวา โย เอโสติ, อคฺคสทฺทํ อเวกฺขิตฺวา ยํ เอตนฺติ อตฺโถ. อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญติ ญาตโกณฺฑญฺโญ ปฏิวิทฺธโกณฺฑญฺโญ. เตเนวาห – ‘‘อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญ, อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญติ. อิติ หิทํ อายสฺมโต โกณฺฑญฺญสฺส อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ เตฺวว นามํ อโหสี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๗).
อยํ ปน เถโร กตรพุทฺธกาเล ปุพฺพปตฺถนํ อภินีหารํ อกาสิ, กทา ปพฺพชิโต, กทาเนน ปฐมํ ธมฺโม อธิคโต, กทา ฐานนฺตเร ฐปิโตติ อิมินา นเยน สพฺเพสุปิ เอตทคฺเคสุ ปญฺหกมฺมํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ อิมสฺส ตาว เถรสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อิโต กปฺปสตสหสฺสมตฺถเก ปทุมุตฺตโร นาม พุทฺโธ โลเก อุทปาทิ, ตสฺส ปฏิวิทฺธสพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส มหาโพธิปลฺลงฺกโต อุฏฺฐหนฺตสฺส มหาปถวิยํ ฐเปตุํ ปาเท อุกฺขิตฺตมตฺเต ปาทสมฺปฏิจฺฉนตฺถํ มหนฺตํ ปทุมปุปฺผํ อุคฺคญฺฉิ, ตสฺส ธุรปตฺตานิ นวุติหตฺถานิ โหนฺติ, เกสรํ ตึสหตฺถํ, กณฺณิกา ทฺวาทสหตฺถา, ปาเทน ปติฏฺฐิตฏฺฐานํ เอกาทสหตฺถํ. ตสฺส ปน ภควโต สรีรํ อฏฺฐปณฺณาสหตฺถุพฺเพธํ อโหสิ. ตสฺส ปทุมกณฺณิกาย ทกฺขิณปาเท ปติฏฺฐหนฺเต มหาตุมฺพมตฺตา เรณุ อุคฺคนฺตฺวา สรีรํ โอกิรมานา โอตริ, วามปาทสฺส ฐปนกาเลปิ ตถารูปํเยว ปทุมํ อุคฺคนฺตฺวา ปาทํ สมฺปฏิจฺฉิ. ตโตปิ อุคฺคนฺตฺวา วุตฺตปฺปมาณาว เรณุ สรีรํ โอกิริ. ตํ ปน เรณุํ อภิภวมานา ตสฺส ภควโต สรีรปฺปภา นิกฺขมิตฺวา ยนฺตนาฬิกาย วิสฺสฏฺฐสุวณฺณรสธารา วิย สมนฺตา ทฺวาทสโยชนฏฺฐานํ เอโกภาสํ อกาสิ. ตติยปาทุทฺธรณกาเล ปถมุคฺคตํ ปทุมํ อนฺตรธายิ, ปาทสมฺปฏิจฺฉนตฺถํ อญฺญํ นวํ ปทุมํ อุคฺคญฺฉิ. อิมินาว นิยาเมน ยตฺถ ยตฺถ คนฺตุกาโม โหติ, ตตฺถ ตตฺถาปิ มหาปทุมํ อุคฺคจฺฉติ. เตเนวสฺส ‘‘ปทุมุตฺตรสมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ นามํ อโหสิ.
เอวํ โส ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสปริวาโร มหาชนสฺส สงฺคหตฺถาย คามนิคมราชธานีสุ ภิกฺขาย จรนฺโต หํสวตีนครํ สมฺปาปุณิ. ตสฺส อาคตภาวํ สุตฺวา ปิตา มหาราชา ปจฺจุคฺคมนํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส ธมฺมกถํ กเถสิ. เทสนาปริโยสาเน เกจิ โสตาปนฺนา เกจิ สกทาคามี เกจิ อนาคามี เกจิ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. ราชา สฺวาตนาย ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส กาลํ อาโรจาเปตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสปริวารสฺส ภควโต สกนิเวสเน มหาทานํ อทาสิ. สตฺถา ภตฺตานุโมทนํ กตฺวา วิหารเมว คโต. เตเนว นิยาเมน ปุนทิวเส นาครา, ปุนทิวเส ราชาติ ทีฆมทฺธานํ ทานํ อทํสุ.
ตสฺมึ กาเล อยํ เถโร หํสวตีนคเร คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺโต. เอกทิวสํ พุทฺธานํ ธมฺมเทสนากาเล หํสวตีนครวาสิโน คนฺธมาลาทิหตฺเถ เยน พุทฺโธ, เยน ธมฺโม, เยน สงฺโฆ, ตนฺนินฺเน ตปฺโปเณ ตปฺปพฺภาเร คจฺฉนฺเต ทิสฺวา เตน มหาชเนน สทฺธึ ธมฺมเทสนฏฺฐานํ อคมาสิ. ตสฺมิญฺจ สมเย ปทุมุตฺตโร ภควา อตฺตโน สาสเน ปฐมํ ปฏิวิทฺธธมฺมํ เอกํ ภิกฺขุํ เอตทคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. โส กุลปุตฺโต ตํ การณํ สุตฺวา ‘‘มหา วตายํ ภิกฺขุ, ฐเปตฺวา กิร พุทฺธํ อญฺโญ อิมินา ปฐมตรํ ปฏิวิทฺธธมฺโม นาม นตฺถิ. อโห วตาหมฺปิ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌนสมตฺโถ ภเวยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา เทสนาปริโยสาเน ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เสฺว มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตสิ. สตฺถา อธิวาเสสิ.
โส ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา สกนิเวสนํ คนฺตฺวา สพฺพรตฺตึ พุทฺธานํ นิสชฺชนฏฺฐานํ คนฺธทามมาลาทามาทีหิ อลงฺกริตฺวา ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน สกนิเวสเน ภิกฺขุสตสหสฺสปริวารสฺส ภควโต วิจิตฺรยาคุขชฺชกปริวารํ นานารสสูปพฺยญฺชนํ คนฺธสาลิโภชนํ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ติจีวรปโหนเก วงฺคปฏฺเฏ ตถาคตสฺส ปาทมูเล ฐเปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘นาหํ ปริตฺตกสฺส ฐานสฺสตฺถาย จรามิ, มหนฺตํ ฐานํ ปตฺเถนฺโต จรามิ, น โข ปน สกฺกา เอกเมว ทิวสํ ทานํ ทตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตุ’’นฺติ ‘‘อนุปฏิปาฏิยา สตฺต ทิวสานิ มหาทานํ ทตฺวา ปตฺเถสฺสามี’’ติ. โส เตเนว นิยาเมน สตฺต ทิวสานิ มหาทานํ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ทุสฺสโกฏฺฐาคารํ วิวราเปตฺวา อุตฺตมสุขุมวตฺถํ พุทฺธานํ ปาทมูเล ฐเปตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสํ ติจีวเรน อจฺฉาเทตฺวา ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, โย ตุเมฺหหิ อิโต สตฺตทิวสมตฺถเก ภิกฺขุ เอตทคฺเค ฐปิโต, อหมฺปิ โส ภิกฺขุ วิย อนาคเต อุปฺปชฺชนกพุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺโถ ภเวยฺย’’นฺติ วตฺวา สตฺถุ ปาทมูเล สีสํ กตฺวา นิปชฺชิ.
สตฺถา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อิมินา กุลปุตฺเตน มหาอธิกาโร กโต, สมิชฺฌิสฺสติ นุ โข เอตสฺส อยํ ปตฺถนา โน’’ติ อนาคตํสญาณํ เปเสตฺวา อาวชฺเชนฺโต ‘‘สมิชฺฌิสฺสตี’’ติ ปสฺสิ. พุทฺธานญฺหิ อตีตํ วา อนาคตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วา อารพฺภ อาวชฺเชนฺตานํ อาวรณํ นาม นตฺถิ, อเนกกปฺปโกฏิสตสหสฺสนฺตรมฺปิ จ อตีตํ วา อนาคตํ วา จกฺกวาฬสหสฺสนฺตรมฺปิ จ ปจฺจุปฺปนฺนํ วา อาวชฺชนปฏิพทฺธเมว มนสิการปฏิพทฺธเมว โหติ. เอวํ อปฺปฏิวตฺติเยน ญาเณน โส ภควา อิทํ อทฺทส – ‘‘อนาคเต สตสหสฺสกปฺปปริโยสาเน โคตโม นาม พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตทา อิมสฺส ปตฺถนา สมิชฺฌิสฺสตี’’ติ. อถ นํ เอวมาห – ‘‘อมฺโภ, กุลปุตฺต, อนาคเต สตสหสฺสกปฺปปริโยสาเน โคตโม นาม พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตฺวํ ตสฺส ปฐมกธมฺมเทสนาย เตปริวฏฺฏธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตปริโยสาเน อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ สหสฺสนยสมฺปนฺเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสสี’’ติ.
อิติ สตฺถา ตํ กุลปุตฺตํ พฺยากริตฺวา จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ เทเสตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ. ตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส สรีรํ สุวณฺณกฺขนฺโธ วิย เอกคฺฆนํ อโหสิ, สรีรเจติยํ ปนสฺสุพฺเพเธน สตฺตโยชนิกํ อกํสุ. อิฏฺฐกา สุวณฺณมยา อเหสุํ, หริตาลมโนสิลาย มตฺติกากิจฺจํ, เตเลน อุทกกิจฺจํ สาธยึสุ. พุทฺธานํ ธรมานกาเล สรีรปฺปภา ทฺวาทสโยชนิกํ ผริ, ปรินิพฺพุตานํ ปน เตสํ รสฺมิ นิกฺขมิตฺวา สมนฺตา โยชนสตํ อวตฺถริ.
อยํ เสฏฺฐิ พุทฺธานํ สรีรเจติยํ ปริวาเรตฺวา สหสฺสรตนคฺฆิยานิ กาเรสิ. เจติยปติฏฺฐาปนทิวเส อนฺโตเจติเย รตนฆรํ กาเรสิ. โส วสฺสสตสหสฺสํ มหนฺตํ ทานาทิมยํ กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา ตโต จุโต เทวปุเร นิพฺพตฺติ. ตสฺส เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตสฺเสว นวนวุติ กปฺปสหสฺสานิ นว กปฺปสตานิ นว จ กปฺปา สมติกฺกนฺตา. เอตฺตกสฺส กาลสฺส อจฺจเยน อิโต เอกนวุติกปฺปมตฺถเก อยํ กุลปุตฺโต พนฺธุมตีนครสฺส ทฺวารสมีเป คาเม กุฏุมฺพิยเคเห นิพฺพตฺโต. ตสฺส มหากาโลติ นามํ อโหสิ, กนิฏฺฐภาตา ปนสฺส จูฬกาโล นาม.
ตสฺมึ สมเย วิปสฺสี โพธิสตฺโต ตุสิตปุรา จวิตฺวา พนฺธุมตีนคเร พนฺธุมสฺส รญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺโต. อนุกฺกเมน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา ธมฺมเทสนตฺถาย มหาพฺรหฺมุนา อายาจิโต ‘‘กสฺส นุ โข ปฐมํ ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน กนิฏฺฐํ ขณฺฑํ นาม ราชกุมารํ ติสฺสญฺจ ปุโรหิตปุตฺตํ ‘‘ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถา’’ติ ทิสฺวา ‘‘เตสญฺจ ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, ปิตุ จ สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ โพธิมณฺฑโต อากาเสเนว อาคนฺตฺวา เขเม มิคทาเย โอติณฺโณ เต ปกฺโกสาเปตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน เต เทฺวปิ ชนา จตุราสีติยา ปาณสหสฺเสหิ สทฺธึ อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ.
อถาปเรปิ โพธิสตฺตกาเล อนุปพฺพชิตา จตุราสีติสหสฺสา กุลปุตฺตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ. สตฺถา ตํ ตตฺเถว ขณฺฑตฺเถรํ อคฺคสาวกฏฺฐาเน, ติสฺสตฺเถรํ ทุติยสาวกฏฺฐาเน ฐเปสิ. ราชาปิ ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘ปุตฺตํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อุยฺยานํ คนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ตีสุ สรเณสุ ปติฏฺฐาย สตฺถารํ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.
โส ปาสาทวรคโต นิสีทิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ เชฏฺฐปุตฺโต นิกฺขมิตฺวา พุทฺโธ ชาโต, ทุติยปุตฺโต เม อคฺคสาวโก, ปุโรหิตปุตฺโต ทุติยสาวโก. อิเม จ อวเสสภิกฺขู คิหิกาเลปิ มยฺหํ ปุตฺตเมว ปริวาเรตฺวา วิจรึสุ, อิเม ปุพฺเพปิ ทานิปิ มยฺหเมว ภารา, อหเมว เต จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิสฺสามิ, อญฺเญสํ โอกาสํ น ทสฺสามี’’ติ. วิหารทฺวารโกฏฺฐกโต ปฏฺฐาย ยาว ราชเคหทฺวารา อุโภสุ ปสฺเสสุ ขทิรปาการํ กาเรตฺวา วตฺเถหิ ปฏิจฺฉาทาเปตฺวา อุปริ สุวณฺณตารกวิจิตฺตํ สโมลมฺพิตตาลกฺขนฺธมตฺตวิวิธปุปฺผทามวิตานํ กาเรตฺวา เหฏฺฐาภูมึ วิจิตฺตตฺถรเณหิ สนฺถราเปตฺวา อนฺโต อุโภสุ ปสฺเสสุ มาลาคจฺฉเกสุ ปุณฺณฆเฏ สกลมคฺควาสตฺถาย จ คนฺธนฺตเรสุ ปุปฺผานิ ปุปฺผนฺตเรสุ คนฺเธ จ ฐปาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ. ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อนฺโตสาณิยาว ราชเคหํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา วิหารํ ปจฺจาคจฺฉติ. อญฺโญ โกจิ ทฏฺฐุมฺปิ น ลภติ, กุโต ปน ภิกฺขํ วา ทาตุํ ปูชํ วา กาตุํ.
นาครา จินฺเตสุํ – ‘‘อชฺช สตฺถุ โลเก อุปฺปนฺนสฺส สตฺตมาสาธิกานิ สตฺต สํวจฺฉรานิ, มยญฺจ ทฏฺฐุมฺปิ น ลภาม, ปเคว ภิกฺขํ วา ทาตุํ ปูชํ วา กาตุํ ธมฺมํ วา โสตุํ. ราชา ‘มยฺหํ เอว พุทฺโธ, มยฺหํ ธมฺโม, มยฺหํ สงฺโฆ’ติ มมายิตฺวา สยเมว อุปฏฺฐหติ. สตฺถา จ อุปฺปชฺชมาโน สเทวกสฺส โลกสฺส อตฺถาย อุปฺปนฺโน, น รญฺโญเยว อตฺถาย. น หิ รญฺโญเยว นิรโย อุโณฺห, อญฺเญสํ นีลุปฺปลวนสทิโส. ตสฺมา ราชานํ เอวํ วทาม ‘สเจ โน สตฺถารํ เทติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ เทติ, รญฺญา สทฺธึ ยุชฺฌิตฺวา สงฺฆํ คเหตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรม. น สกฺกา โข ปน สุทฺธนาคเรเหว เอวํ กาตุํ, เอกํ เชฏฺฐกปุริสมฺปิ คณฺหามา’’’ติ เสนาปตึ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘สามิ กึ อมฺหากํ ปกฺโข โหหิสิ, อุทาหุ รญฺโญ’’ติ อาหํสุ. โส อาห – ‘‘ตุมฺหากํ ปกฺโข โหมิ, อปิจ โข ปน ปฐมทิวโส มยฺหํ ทาตพฺโพ’’ติ. เต สมฺปฏิจฺฉึสุ.
โส ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘นาครา, เทว, ตุมฺหากํ กุปิตา’’ติ อาห. กิมตฺถํ ตาตาติ? สตฺถารํ กิร ตุเมฺหว อุปฏฺฐหถ, อเมฺห น ลภามาติ. สเจ อิทานิปิ ลภนฺติ, น กุปฺปนฺติ. อลภนฺตา ตุเมฺหหิ สทฺธึ ยุชฺฌิตุกามา, เทวาติ. ยุชฺฌามิ, ตาต, น ภิกฺขุสงฺฆํ เทมีติ. เทว, ตุมฺหากํ ทาสา ตุเมฺหหิ สทฺธึ ยุชฺฌามาติ วทนฺติ, ตุเมฺห กํ คณฺหิตฺวา ยุชฺฌิสฺสถาติ? นนุ ตฺวํ เสนาปตีติ? นาคเรหิ วินา อสมตฺโถ อหํ, เทวาติ. ตโต ราชา ‘‘พลวนฺโต นาครา, เสนาปติปิ เตสํเยว ปกฺโข’’ติ ญตฺวา ‘‘อญฺญานิ สตฺตมาสาธิกานิ สตฺต สํวจฺฉรานิ มยฺหํ ภิกฺขุสงฺฆํ เทนฺตู’’ติ อาห. นาครา น สมฺปฏิจฺฉึสุ. ราชา ‘‘ฉพฺพสฺสานิ ปญฺจวสฺสานี’’ติ เอวํ หาเปตฺวา อญฺเญ สตฺต ทิวเส ยาจิ. นาครา ‘‘อติกกฺขฬํ ทานิ รญฺญา สทฺธึ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อนุชานึสุ. ราชา สตฺตมาสาธิกานํ สตฺตนฺนํ สํวจฺฉรานํ สชฺชิตํ ทานมุขํ สตฺตนฺนเมว ทิวสานํ สชฺเชตฺวา ฉ ทิวเส เกสญฺจิ อปสฺสนฺตานํเยว ทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส นาคเร ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสถ, ตาตา, เอวรูปํ ทานํ ทาตุ’’นฺติ อาห. เตปิ ‘‘นนุ อเมฺหเยว นิสฺสาเยตํ เทวสฺส อุปฺปนฺน’’นฺติ วตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสามา’’ติ อาหํสุ. ราชา ปิฏฺฐิหตฺเถน อสฺสูนิ ปุญฺฉมาโน ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสํ อญฺญสฺสุ ภารํ อกตฺวา ยาวชีวํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิสฺสามีติ จินฺเตสึ, นาครานํ ทานิ เม อนุญฺญาตํ, นาครา หิ ‘มยํ ทานํ ทาตุํ น ลภามา’ติ ภควา กุปฺปนฺติ. เสฺวว ปฏฺฐาย เตสํ อนุคฺคหํ กโรถา’’ติ อาห.
อถ ทุติยทิวเส เสนาปติ มหาทานํ อทาสิ. ตโต นาครา รญฺญา กตสกฺการโต อุตฺตริตรํ สกฺการสมฺมานํ กตฺวา ทานํ อทํสุ. เอเตเนว นิยาเมน สกลนครสฺส ปฏิปาฏิยา คตาย ทฺวารคามวาสิโน สกฺการสมฺมานํ สชฺชยึสุ. มหากาลกุฏุมฺพิโก จูฬกาลํ อาห – ‘‘ทสพลสฺส สกฺการสมฺมานํ เสฺวว อมฺหากํ ปาปุณาติ, กึ สกฺการํ กริสฺสามา’’ติ? ตฺวเมว ภาติก ชานาหีติ. สเจ มยฺหํ รุจิยา กโรสิ, อมฺหากํ โสฬสกรีสมตฺเตสุ เขตฺเตสุ คหิตคพฺภา สาลิโย อตฺถิ. สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา อาทาย พุทฺธานํ อนุจฺฉวิกํ ปจาเปมาติ. เอวํ กยิรมาเน กสฺสจิ อุปกาโร น โหติ, ตสฺมา เนตํ มยฺหํ รุจฺจตีติ. สเจ ตฺวํ เอวํ น กโรสิ, อหํ มยฺหํ สนฺตกํ มมายิตุํ ลภามีติ โสฬสกรีสมตฺตํ เขตฺตํ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา อฏฺฐกรีสฏฺฐาเน สีมํ ฐเปตฺวา สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา อาทาย อสมฺภินฺเน ขีเร ปจาเปตฺวา จตุมธุรํ ปกฺขิปิตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส อทาสิ. กุฏุมฺพิกสฺส โข คพฺภํ ผาเลตฺวา คหิตคหิตฏฺฐานํ ปุน ปูรติ. ปุถุกกาเล ปุถุกคฺคํ นาม อทาสิ, คามวาสีหิ สทฺธึ อคฺคสสฺสํ นาม อทาสิ, ลายเน ลายนคฺคํ, เวณิกรเณ เวณคฺคํ, กลาปาทีสุ กลาปคฺคํ ขลคฺคํ ขลภณฺฑคฺคํ โกฏฺฐคฺคนฺติ. เอวํ โส เอกสสฺเสว นว วาเร อคฺคทานํ อทาสิ. ตมฺปิ สสฺสํ อติเรกํ อุฏฺฐานสมฺปนฺนํ อโหสิ.
ยาว พุทฺธา ธรติ, ยาว จ สงฺโฆ ธรติ, เอเตเนว นิยาเมน กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เทเวสุ เจว มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺโต เอกนวุติกปฺเป สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อมฺหากํ สตฺถุ โลเก อุปฺปนฺนกาเล กปิลวตฺถุนครสฺส อวิทูเร โทณวตฺถุพฺราหฺมณคาเม พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส นามคฺคหณทิวเส โกณฺฑญฺญมาณโวติ นามํ อกํสุ. โส วุฑฺฒิมนฺวาย ตโย เวเท อุคฺคเหตฺวา ลกฺขณมนฺตานํ ปารํ อคมาสิ. เตน สมเยน อมฺหากํ โพธิสตฺโต ตุสิตปุรา จวิตฺวา กปิลวตฺถุปุเร นิพฺพตฺติ. ตสฺส นามคฺคหณทิวเส อฏฺฐุตฺตรํ พฺราหฺมณสตํ อหตวตฺเถหิ อจฺฉาเทตฺวา อปฺโปทกํ มธุปายาสํ ปาเยตฺวา เตสํ อนฺตเร อฏฺฐ ชเน อุจฺจินิตฺวา มหาตเล นิสีทาเปตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺตํ โพธิสตฺตํ ทุกูลจุมฺพฏเก นิปชฺชาเปตฺวา ลกฺขณปริคฺคหณตฺถํ เตสํ สนฺติกํ อานยึสุ. ธุราสเน นิสินฺนพฺราหฺมโณ มหาปุริสสฺส สรีรสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา เทฺว องฺคุลิโย อุกฺขิปิ. เอวํ ปฏิปาฏิยา สตฺต ชนา อุกฺขิปึสุ. เตสํ ปน สพฺพนวโก โกณฺฑญฺญมาณโว, โส โพธิสตฺตสฺส ลกฺขณวรนิปฺผตฺตึ โอโลเกตฺวา ‘‘อคารมชฺเฌ ฐานการณํ นตฺถิ, เอกนฺเตเนส วิวฏฺฏจฺฉโท พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ เอกเมว องฺคุลึ อุกฺขิปิ. อิตเร ปน สตฺต ชนา ‘‘สเจ อคารํ อชฺฌาวสิสฺสติ, ราชา ภวิสฺสติ จกฺกวตฺตี. สเจ ปพฺพชิสฺสติ, พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ เทฺว คติโย ทิสฺวา เทฺว องฺคุลิโย อุกฺขิปึสุ. อยํ ปน โกณฺฑญฺโญ กตาธิกาโร ปจฺฉิมภวิกสตฺโต ปญฺญาย อิตเร สตฺต ชเน อภิภวิตฺวา ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคตสฺส อคารมชฺเฌ ฐานกรณํ นาม นตฺถิ, นิสฺสํสยํ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ เอกเมว คตึ อทฺทส, ตสฺมา เอกํ องฺคุลึ อุกฺขิปิ. ตโต พฺราหฺมณา อตฺตโน ฆรานิ คนฺตฺวา ปุตฺเต อามนฺตยึสุ – ‘‘ตาตา, อเมฺห มหลฺลกา, สุทฺโธทนมหาราชสฺส ปุตฺตํ สพฺพญฺญุตปฺปตฺตํ มยํ สมฺภาเวยฺยาม วา โน วา. ตุเมฺห ตสฺมึ กุมาเร สพฺพญฺญุตํ ปตฺเต ตสฺส สาสเน ปพฺพเชยฺยาถา’’ติ.
สุทฺโธทนมหาราชาปิ โพธิสตฺตสฺส ธาติโย อาทึ กตฺวา ปริหารํ อุปฏฺฐเปนฺโต โพธิสตฺตํ วุทฺธึ อาปาเทสิ. มหาสตฺโตปิ วุทฺธิปฺปตฺโต เทโว วิย สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ปริปกฺเก ญาเณ กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ทิสฺวา ราหุลกุมารสฺส ชาตทิวเส ฉนฺนสหาโย กณฺฑกํ อารุยฺห เทวตาหิ วิวเฏน ทฺวาเรน มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา เตเนว รตฺติภาเคน ตีณิ รชฺชานิ อติกฺกมิตฺวา อโนมานทีตีเร ปพฺพชิตฺวา ฆฏิการมหาพฺรหฺมุนา อาภเต อรหทฺธเช คหิตมตฺเตเยว วสฺสสฏฺฐิกตฺเถโร วิย ปาสาทิเกน อิริยาปเถน ราชคหํ ปตฺวา ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปณฺฑวปพฺพตจฺฉายาย ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา รญฺญา มาคเธน รชฺชสิริยา นิมนฺติยมาโนปิ ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อนุกฺกเมน อุรุเวลํ คนฺตฺวา ‘‘รมณีโย วต อยํ ภูมิภาโค, อลํ วติทํ กุลปุตฺตสฺส ปธานตฺถิกสฺส ปธานายา’’ติ ปธานาภิมุขํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา ตตฺถ วาสํ อุปคโต.
เตน สมเยน อิตเร สตฺต พฺราหฺมณา ยถากมฺมํ คตา, สพฺพทหโร ปน ลกฺขณปริคฺคาหโก โกณฺฑญฺญมาณโว อโรโค. โส ‘‘มหาปุริโส ปพฺพชิโต’’ติ สุตฺวา เตสํ พฺราหฺมณานํ ปุตฺเต อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห – ‘‘สิทฺธตฺถกุมาโร กิร ปพฺพชิโต. โส หิ นิสฺสํสยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ. สเจ ตุมฺหากํ ปิตโร อโรคา อสฺสุ, อชฺช นิกฺขมิตฺวา ปพฺพเชยฺยุํ. สเจ ตุเมฺหปิ อิจฺฉถ, เอถ มยํ ตํ มหาปุริสมนุปพฺพชิสฺสามา’’ติ. เต สพฺเพ เอกจฺฉนฺทา ภวิตุํ นาสกฺขึสุ. ตโย ชนา น ปพฺพชึสุ, โกณฺฑญฺญพฺราหฺมณํ เชฏฺฐกํ กตฺวา อิตเร จตฺตาโร ปพฺพชึสุ. อิเม ปญฺจ ปพฺพชิตฺวา คามนิคมราชธานีสุ ภิกฺขาย จรนฺตา โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ อคมึสุ. เต ฉพฺพสฺสานิ โพธิสตฺเต มหาปธานํ ปทหนฺเต ‘‘อิทานิ พุทฺโธ ภวิสฺสติ อิทานิ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ มหาสตฺตํ อุปฏฺฐหมานา สนฺติกาวจราวสฺส อเหสุํ. ยทา ปน โพธิสตฺโต เอกติลตณฺฑุลาทีหิ วีตินาเมนฺโตปิ ทุกฺกรการิกาย อริยธมฺมปฏิเวธสฺส อภาวํ ญตฺวา โอฬาริกํ อาหารํ อาหริ, ตทา เต ปกฺกมิตฺวา อิสิปตนํ อคมํสุ.
อถ โพธิสตฺโต โอฬาริกาหารปริโภเคน ฉวิมํสโลหิตปาริปูรึ กตฺวา วิสาขปุณฺณมทิวเส สุชาตาย ทินฺนํ วรโภชนํ ภุญฺชิตฺวา สุวณฺณปาตึ นทิยา ปฏิโสตํ ขิปิตฺวา ‘‘อชฺช พุทฺโธ ภวิสฺสามี’’ติ กตสนฺนิฏฺฐาโน สายนฺหสมเย กาเลน นาคราเชน อเนเกหิ ถุติสเตหิ อภิตฺถวิยมาโน มหาโพธิมณฺฑํ อารุยฺห อจลฏฺฐาเน ปาจีนโลกธาตุอภิมุโข ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา จตุรงฺคสมนฺนาคตํ วีริยํ อธิฏฺฐาย สูริเย ธรมาเนเยว มารพลํ วิธมิตฺวา ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสริตฺวา มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธตฺวา ปจฺจูสกาลสมนนฺตเร ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ญาณํ โอตาเรตฺวา อนุโลมปฏิโลมํ ปจฺจยาการวฏฺฏํ สมฺมสนฺโต สพฺพพุทฺเธหิ ปฏิวิทฺธํ อสาธารณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา นิพฺพานารมฺมณาย ผลสมาปตฺติยา ตตฺเถว สตฺตาหํ วีตินาเมสิ.
เอเตเนว อุปาเยน สตฺตสตฺตาหํ โพธิมณฺเฑ วิหริตฺวา ราชายตนมูเล มธุปิณฺฑิกโภชนํ ปริภุญฺชิตฺวา ปุน อชปาลนิโคฺรธมูลํ อาคนฺตฺวา ตตฺถ นิสินฺโน ธมฺมคมฺภีรตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺเต นมนฺเต มหาพฺรหฺมุนา ยาจิโต พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต ติกฺขินฺทฺริยาทิเภเท สตฺเต ทิสฺวา มหาพฺรหฺมุโน ธมฺมเทสนาย ปฏิญฺญํ ทตฺวา ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ อาฬารุทกานํ กาลกตภาวํ ญตฺวา ปุน จินฺเตนฺโต ‘‘พหูปการา โข ปน เม ปญฺจวคฺคิยา ภิกฺขู, เย มํ ปธานปหิตตฺตํ อุปฏฺฐหึสุ. ยํนูนาหํ ปญฺจวคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺย’’นฺติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. อิทํ ปน สพฺพเมว พุทฺธานํ ปริวิตกฺกมตฺตเมว, ฐเปตฺวา ปน โกณฺฑญฺญพฺราหฺมณํ อญฺโญ โกจิ ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. โสปิ เอตทตฺถเมว กปฺปสตสหสฺสํ อธิการกมฺมํ อกาสิ, พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส นว วาเร อคฺคสสฺสทานํ อทาสิ.
อถ สตฺถา ปตฺตจีวรมาทาย อนุปุพฺเพน อิสิปตนํ คนฺตฺวา เยน ปญฺจวคฺคิยา ภิกฺขู, เตนุปสงฺกมิ. เต ตถาคตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาว อตฺตโน กติกาย สณฺฐาตุํ นาสกฺขึสุ. เอโก ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคเหสิ, เอโก อาสนํ ปญฺญาเปสิ, เอโก ปาโททกํ ปจฺจุปฏฺฐาเปสิ, เอโก ปาเท โธวิ, เอโก ตาลวณฺฏํ คเหตฺวา พีชมาโน ฐิโต. เอวํ เตสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา สนฺติเก นิสินฺเนสุ โกณฺฑญฺญตฺเถรํ กายสกฺขึ กตฺวา สตฺถา อนุตฺตรํ เตปริวฏฺฏํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตํ อารภิ. มนุสฺสปริสา ปญฺจ ชนาว อเหสุํ, เทวปริสา อปริจฺฉินฺนา. เทสนาปริโยสาเน โกณฺฑญฺญตฺเถโร อฏฺฐารสหิ มหาพฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต. อถ สตฺถา ‘‘มยา ทุกฺกรสตาภตํ ธมฺมํ ปฐมเมว อญฺญาสีติ อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ นาม อย’’นฺติ เถรํ อาลปนฺโต ‘‘อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญ, อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญ’’ติ อาห. ตสฺส ตเทว นามํ ชาตํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อิติ หิทํ อายสฺมโต โกณฺฑญฺญสฺส อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญเตฺวว นามํ อโหสี’’ติ.
อิติ เถโร อาสาฬฺหิปุณฺณมายํ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต, ปาฏิปททิวเส ภทฺทิยตฺเถโร, ทุติยปกฺขทิวเส วปฺปตฺเถโร, ตติยปกฺขทิวเส มหานามตฺเถโร, ปกฺขสฺส จตุตฺถิยํ อสฺสชิตฺเถโร โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต. ปญฺจมิยา ปน ปกฺขสฺส อนตฺตลกฺขณสุตฺตนฺตเทสนาปริโยสาเน สพฺเพปิ อรหตฺเต ปติฏฺฐิตา.
เตน โข ปน สมเยน ฉ โลเก อรหนฺโต โหนฺติ. ตโต ปฏฺฐาย สตฺถา ยสทารกปฺปมุเข ปญฺจปญฺญาส ปุริเส, กปฺปาสิยวนสณฺเฑ ตึสมตฺเต ภทฺทวคฺคิเย, คยาสีเส ปิฏฺฐิปาสาเณ สหสฺสมตฺเต ปุราณชฏิเลติ เอวํ มหาชนํ อริยภูมึ โอตาเรตฺวา พิมฺพิสารปฺปมุขานิ เอกาทสนหุตานิ โสตาปตฺติผเล, เอกํ นหุตํ สรณตฺตเย ปติฏฺฐาเปตฺวา ชมฺพุทีปตเล สาสนํ ปุปฺผิตผลิตํ กตฺวา สกลชมฺพุทีปมณฺฑลํ กาสาวปชฺโชตํ อิสิวาตปฏิวาตํ กโรนฺโต เอกสฺมึ สมเย เชตวนมหาวิหารํ ปตฺวา ตตฺถ วสนฺโต ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสนคโต ธมฺมํ เทเสนฺโต ‘‘ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิทฺธภิกฺขูนํ อนฺตเร มม ปุตฺโต โกณฺฑญฺโญ อคฺโค’’ติ ทสฺเสตุํ เอตทคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ.
เถโรปิ เทฺว อคฺคสาวเก อตฺตโน นิปจฺจการํ กโรนฺเต ทิสฺวา พุทฺธานํ สนฺติกา อปกฺกมิตุกาโม หุตฺวา ‘‘ปุณฺณมาณโว ปพฺพชิตฺวา สาสเน อคฺคธมฺมกถิโก ภวิสฺสตี’’ติ ทิสฺวา โทณวตฺถุพฺราหฺมณคามํ คนฺตฺวา อตฺตโน ภาคิเนยฺยํ ปุณฺณมาณวํ ปพฺพาเชตฺวา ‘‘อยํ พุทฺธานํ สนฺติเก วสิสฺสตี’’ติ ตสฺส พุทฺธานํ อนฺเตวาสิกภาวํ กตฺวา สยํ ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ภควา มยฺหํ คามนฺตเสนาสนํ อสปฺปายํ, อากิณฺโณ วิหริตุํ น สกฺโกมิ, ฉทฺทนฺตทหํ คนฺตฺวา วสิสฺสามี’’ติ ภควนฺตํ อนุชานาเปตฺวา อุฏฺฐายาสนา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ฉทฺทนฺตทหํ คนฺตฺวา ฉทฺทนฺตหตฺถิกุลํ นิสฺสาย ทฺวาทส วสฺสานิ วีตินาเมตฺวา ตตฺเถว อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ.
สาริปุตฺต-โมคฺคลฺลานตฺเถรวตฺถุ
๑๘๙-๑๙๐. ทุติยตติเยสุ มหาปญฺญานนฺติ มหติยา ปญฺญาย สมนฺนาคตานํ. อิทฺธิมนฺตานนฺติ อิทฺธิยา สมฺปนฺนานํ. สาริปุตฺโต โมคฺคลฺลาโนติ เตสํ เถรานํ นามํ.
อิเมสมฺปิ ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อิโต สตสหสฺสกปฺปาธิเก อสงฺเขฺยยฺยกปฺปมตฺถเก สาริปุตฺโต พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นาเมน สรทมาณโว นาม อโหสิ. โมคฺคลฺลาโน คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นาเมน สิริวฑฺฒนกุฏุมฺพิโย นาม อโหสิ. เต อุโภปิ สหปํสุกีฬิตาว สหายกา อเหสุํ. สรทมาณโว ปิตุ อจฺจเยน กุลสนฺตกํ มหาธนํ ปฏิปชฺชิตฺวา เอกทิวสํ รโหคโต จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อิธโลกตฺตภาวเมว ชานามิ, โน ปรโลกตฺตภาวํ, ชาตสตฺตานญฺจ มรณํ นาม ธุวํ, มยา เอกํ ปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา โมกฺขธมฺมคเวสนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส สหายกํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘สมฺม สิริวฑฺฒน, อหํ ปพฺพชิตฺวา โมกฺขธมฺมํ คเวสิสฺสามิ, ตฺวํ มยา สทฺธึ ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ. น สกฺขิสฺสามิ, สมฺม, ตฺวํเยว ปพฺพชาหีติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘ปรโลกํ คจฺฉนฺตา สหาเย วา ญาติมิตฺเต วา คเหตฺวา คตา นาม นตฺถิ, อตฺตนา กตํ อตฺตโนว โหตี’’ติ. ตโต รตนโกฏฺฐาคารํ วิวราเปตฺวา กปณทฺธิกวณิพฺพกยาจกานํ มหาทานํ ทตฺวา ปพฺพตปาทํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ตสฺส เอโก เทฺว ตโยติ เอวํ อนุปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา ชฏิลา อเหสุํ. โส ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา เตสมฺปิ ชฏิลานํ กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ. เตปิ สพฺเพ ปญฺจ อภิญฺญา อฏฺฐ จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสุํ.
เตน สมเยน อโนมทสฺสี นาม พุทฺโธ โลเก อุทปาทิ. นครํ จนฺทวตี นาม อโหสิ, ปิตา ยสวนฺโต นาม ขตฺติโย, มาตา ยโสธรา นาม เทวี, โพธิ อชฺชุนรุกฺโข, นิสภตฺเถโร จ อโนมตฺเถโร จาติ เทฺว อคฺคสาวกา, วรุณตฺเถโร นาม อุปฏฺฐาโก, สุนฺทรา จ สุมนา จาติ เทฺว อคฺคสาวิกา, อายุ วสฺสสตสหสฺสํ อโหสิ, สรีรํ อฏฺฐปญฺญาสหตฺถุพฺเพธํ, สรีรปฺปภา ทฺวาทสโยชนํ ผริ, ภิกฺขุสตสหสฺสปริวาโร อโหสิ.
อเถกทิวสํ ปจฺจูสกาเล มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต สรทตาปสํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช มยฺหํ สรทตาปสสฺส สนฺติกํ คตปจฺจเยน ธมฺมเทสนา จ มหตี ภวิสฺสติ, โส จ อคฺคสาวกฏฺฐานํ ปตฺเถสฺสติ, ตสฺส สหายโก สิริวฑฺฒนกุฏุมฺพิโย ทุติยสาวกฏฺฐานํ, เทสนาปริโยสาเน จสฺส ปริวารา จตุสตฺตติสหสฺสชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺติ, มยา ตตฺถ คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย อญฺญํ กญฺจิ อนามนฺเตตฺวา สีโห วิย เอกจโร หุตฺวา สรทตาปสสฺส อนฺเตวาสิเกสุ ผลาผลตฺถาย คเตสุ ‘‘พุทฺธภาวํ เม ชานาตู’’ติ ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว สรทตาปสสฺส อากาสโต โอตริตฺวา ปถวิยํ ปติฏฺฐาสิ. สรทตาปโส พุทฺธานุภาวํ เจว สรีรสมฺปตฺตึ จสฺส ทิสฺวา ลกฺขณมนฺเต สมฺมสิตฺวา ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต นาม อคารมชฺเฌ วสนฺโต ราชา โหติ จกฺกวตฺตี, ปพฺพชฺชนฺโต โลเก วิวฏฺฏจฺฉโท สพฺพญฺญุ พุทฺโธ โหติ, อยํ ปุริโส นิสฺสํสยํ พุทฺโธ’’ติ ชานิตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺตาสเน. สรทตาปโสปิ อตฺตโน อนุจฺฉวิกํ อาสนํ คเหตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
ตสฺมึ สมเย จตุสตฺตติสหสฺสชฏิลา ปณีตปณีตานิ โอชวนฺตานิ ผลาผลานิ คเหตฺวา อาจริยสฺส สนฺติกํ สมฺปตฺตา พุทฺธานญฺเจว อาจริยสฺส จ นิสินฺนาสนํ โอโลเกตฺวา อาหํสุ – ‘‘อาจริย, มยํ ‘อิมสฺมึ โลเก ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร นตฺถี’ติ วิจราม, อยํ ปน ปุริโส ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร มญฺเญ’’ติ. ตาตา, กึ วทถ? สาสเปน สทฺธึ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธํ สิเนรุํ สมํ กาตุํ อิจฺฉถ, สพฺพญฺญุพุทฺเธน สทฺธึ มยฺหํ อุปมํ มา กริตฺถ ปุตฺตกาติ. อถ เต ตาปสา ‘‘สเจ อยํ อิตฺตรสตฺโต อภวิสฺส, น อมฺหากํ อาจริโย เอวรูปํ อุปมํ อาหเรยฺย, ยาว มหา วตายํ ปุริโส’’ติ สพฺเพว ปาเทสุ นิปติตฺวา สิรสา วนฺทึสุ.
อถ เน อาจริโย อาห – ‘‘ตาตา, อมฺหากํ พุทฺธานํ อนุจฺฉวิโก เทยฺยธมฺโม นตฺถิ, สตฺถา จ ภิกฺขาจารเวลาย อิธาคโต, มยํ ยถาพลํ เทยฺยธมฺมํ ทสฺสาม. ตุเมฺห ยํ ยํ ปณีตํ ผลาผลํ, ตํ ตํ อาหรถา’’ติ. อาหราเปตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา สยํ ตถาคตสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. สตฺถารา จ ผลาผเล ปฏิคฺคหิตมตฺเต เทวตา ทิพฺโพชํ ปกฺขิปึสุ. ตาปโส อุทกมฺปิ สยเมว ปริสฺสาเวตฺวา อทาสิ. ตโต ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา หตฺถํ โธวิตฺวา นิสินฺเน สตฺถริ สพฺเพ อนฺเตวาสิเก ปกฺโกสิตฺวา สตฺถุ สนฺติเก สารณียํ กถํ กเถนฺโต นิสีทิ. สตฺถา ‘‘เทฺว อคฺคสาวกา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อาคจฺฉนฺตู’’ติ จินฺเตสิ. เต สตฺถุ จิตฺตํ ญตฺวา สตสหสฺสขีณาสวปริวารา อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ.
ตโต สรทตาปโส อนฺเตวาสิเก อามนฺเตสิ – ‘‘ตาตา, พุทฺธานํ นิสินฺนาสนมฺปิ นีจํ, สมณสตสหสฺสานมฺปิ อาสนํ นตฺถิ, ตุเมฺหหิ อชฺช อุฬารํ พุทฺธสกฺการํ กาตุํ วฏฺฏติ, ปพฺพตปาทโต วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ ปุปฺผานิ อาหรถา’’ติ. กถนกาโล ปปญฺโจ วิย โหติ, อิทฺธิมนฺตานํ ปน วิสโย อจินฺเตยฺโยติ มุหุตฺตมตฺเตเนว เต ตาปสา วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ ปุปฺผานิ อาหริตฺวา พุทฺธานํ โยชนปฺปมาณํ ปุปฺผาสนํ ปญฺญาเปสุํ, อุภินฺนํ อคฺคสาวกานํ ติคาวุตํ, เสสภิกฺขูนํ อฑฺฒโยชนิกาทิเภทํ, สงฺฆนวกสฺส อุสภมตฺตํ อโหสิ. เอวํ ปญฺญตฺเตสุ อาสเนสุ สรทตาปโส ตถาคตสฺส ปุรโต อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ฐิโต, ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ ทีฆรตฺตํ หิตสุขตฺถาย อิมํ ปุปฺผาสนํ อภิรุหถา’’ติ อาห.
‘‘นานาปุปฺผญฺจ คนฺธญฺจ, สมฺปาเทตฺวาน เอกโต;
ปุปฺผาสนํ ปญฺญาเปตฺวา, อิทํ วจนมพฺรวึ.
‘‘อิทํ เต อาสนํ วีร, ปญฺญตฺตํ ตวนุจฺฉวึ;
มม จิตฺตํ ปสาเทนฺโต, นิสีท ปุปฺผมาสเน.
‘‘สตฺตรตฺติทิวํ พุทฺโธ, นิสีทิ ปุปฺผมาสเน;
มม จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, หาสยิตฺวา สเทวเก’’ติ.
เอวํ นิสินฺเน สตฺถริ เทฺว อคฺคสาวกา จ เสสภิกฺขู จ อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตาสเนสุ นิสีทึสุ. สรทตาปโส มหนฺตํ ปุปฺผจฺฉตฺตํ คเหตฺวา ตถาคตสฺส มตฺถเก ธารยนฺโต อฏฺฐาสิ. สตฺถา ‘‘ชฏิลานํ อยํ สกฺกาโร มหปฺผโล โหตู’’ติ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิ. สตฺถุ สมาปนฺนภาวํ ญตฺวา เทฺว อคฺคสาวกาปิ เสสภิกฺขูปิ สมาปตฺตึ สมาปชฺชึสุ. ตถาคเต สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิสินฺเน อนฺเตวาสิกา ภิกฺขาจารกาเล สมฺปตฺเต วนมูลผลาผลํ ปริภุญฺชิตฺวา เสสกาเล พุทฺธานํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห ติฏฺฐนฺติ. สรทตาปโส ปน ภิกฺขาจารมฺปิ อคนฺตฺวา ปุปฺผจฺฉตฺตํ คหิตนิยาเมเนว สตฺตาหํ ปีติสุเขน วีตินาเมสิ.
สตฺถา นิโรธโต วุฏฺฐาย ทกฺขิณปสฺเส นิสินฺนํ อคฺคสาวกํ นิสภตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘นิสภ สกฺการการกานํ ตาปสานํ ปุปฺผาสนานุโมทนํ กโรหี’’ติ. เถโร จกฺกวตฺติรญฺโญ สนฺติกา ปฏิลทฺธมหาลาโภ มหาโยโธ วิย ตุฏฺฐมานโส สาวกปารมิญาเณ ฐตฺวา ปุปฺผาสนานุโมทนํ อารภิ. ตสฺส เทสนาวสาเน ทุติยสาวกํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตฺวมฺปิ ธมฺมํ เทเสหี’’ติ. อโนมตฺเถโร เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สมฺมสิตฺวา ธมฺมํ กเถสิ. ทฺวินฺนํ สาวกานํ เทสนาย เอกสฺสปิ อภิสมโย นาโหสิ. อถ สตฺถา อปริมาเณ พุทฺธวิสเย ฐตฺวา ธมฺมเทสนํ อารภิ. เทสนาปริโยสาเน ฐเปตฺวา สรทตาปสํ สพฺเพปิ จตุสตฺตติสหสฺสชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถา ‘‘เอถ ภิกฺขโว’’ติ หตฺถํ ปสาเรสิ. เตสํ ตาวเทว เกสมสฺสุ อนฺตรธายิ, อฏฺฐ ปริกฺขารา กาเย ปฏิมุกฺกาว อเหสุํ.
สรทตาปโส กสฺมา อรหตฺตํ น ปตฺโตติ? วิกฺขิตฺตจิตฺตตฺตา. ตสฺส กิร พุทฺธานํ ทุติยาสเน นิสีทิตฺวา สาวกปารมิญาเณ ฐตฺวา ธมฺมํ เทสยโต อคฺคสาวกสฺส เทสนํ โสตุํ อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ‘‘อโห วตาหมฺปิ อนาคเต อุปฺปชฺชนกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อิมินาว สาวเกน ลทฺธธุรํ ลเภยฺย’’นฺติ จิตฺตํ อุทปาทิ. โส เตน ปริวิตกฺเกน มคฺคผลปฏิเวธํ กาตุํ นาสกฺขิ. ตถาคตํ ปน วนฺทิตฺวา สมฺมุเข ฐตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ อนนฺตราสเน นิสินฺโน ภิกฺขุ ตุมฺหากํ สาสเน โก นาม โหตี’’ติ? มยา ปวตฺติตํ ธมฺมจกฺกํ อนุปฺปวตฺเตตา สาวกปารมิญาณสฺส โกฏิปฺปตฺโต โสฬส ปญฺญา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโต มยฺหํ สาสเน อคฺคสาวโก นิสภตฺเถโร นาม เอโสติ. ‘‘ภนฺเต, ยฺวายํ มยา สตฺตาหํ ปุปฺผจฺฉตฺตํ ธาเรนฺเตน สกฺกาโร กโต, อหํ อิมสฺส ผเลน อญฺญํ สกฺกตฺตํ วา พฺรหฺมตฺตํ วา น ปตฺเถมิ, อนาคเต ปน อยํ นิสภตฺเถโร วิย เอกสฺส พุทฺธสฺส อคฺคสาวโก ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ.
สตฺถา ‘‘สมิชฺฌิสฺสติ นุ โข อิมสฺส ปุริสสฺส ปตฺถนา’’ติ อนาคตํสญาณํ เปเสตฺวา โอโลเกนฺโต กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา สมิชฺฌนภาวํ อทฺทส. ทิสฺวา สรทตาปสํ อาห – ‘‘น เต อยํ ปตฺถนา โมฆา ภวิสฺสติ, อนาคเต ปน กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โคตโม นาม พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ. ตสฺส มาตา มหามายา นาม เทวี ภวิสฺสติ, ปิตา สุทฺโธทโน นาม ราชา, ปุตฺโต ราหุโล นาม, อุปฏฺฐาโก อานนฺโท นาม, ทุติยสาวโก โมคฺคลฺลาโน นาม, ตฺวํ ปน ตสฺส อคฺคสาวโก ธมฺมเสนาปติ สาริปุตฺโต นาม ภวิสฺสสี’’ติ. เอวํ ตาปสํ พฺยากริตฺวา ธมฺมกถํ กเถตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร อากาสํ ปกฺขนฺทิ.
สรทตาปโสปิ อนฺเตวาสิกตฺเถรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา สหายกสฺส สิริวฑฺฒนกุฏุมฺพิกสฺส สาสนํ เปเสสิ – ‘‘ภนฺเต, มม สหายกสฺส วเทถ ‘สหายเกน เต สรทตาปเสน อโนมทสฺสิพุทฺธสฺส ปาทมูเล อนาคเต อุปฺปชฺชนกสฺส โคตมพุทฺธสฺส สาสเน อคฺคสาวกฏฺฐานํ ปตฺถิตํ, ตฺวํ ทุติยสาวกฏฺฐานํ ปตฺเถหี’’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา เถเรหิ ปุเรตรเมว เอกปสฺเสน คนฺตฺวา สิริวฑฺฒสฺส นิเวสนทฺวาเร อฏฺฐาสิ.
สิริวฑฺฒโน ‘‘จิรสฺสํ วต เม อยฺโย อาคโต’’ติ อาสเน นิสีทาเปตฺวา อตฺตนา นีจาสเน นิสินฺโน ‘‘อนฺเตวาสิกปริสา ปน โว, ภนฺเต, น ปญฺญายตี’’ติ ปุจฺฉิ. อาม สมฺม, อมฺหากํ อสฺสมํ อโนมทสฺสี นาม พุทฺโธ อาคโต, มยํ ตสฺส อตฺตโน พเลน สกฺการํ อกริมฺห. สตฺถา สพฺเพสํ ธมฺมํ เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน ฐเปตฺวา มํ เสสา อรหตฺตํ ปตฺวา ปพฺพชึสูติ. ตุเมฺห กสฺมา น ปพฺพชิตาติ? อหํ สตฺถุ อคฺคสาวกํ นิสภตฺเถรํ ทิสฺวา อนาคเต อุปฺปชฺชนกสฺส โคตมสฺส นาม พุทฺธสฺส สาสเน อคฺคสาวกฏฺฐานํ ปตฺเถสึ, ตฺวมฺปิ ตสฺส สาสเน ทุติยสาวกฏฺฐานํ ปตฺเถหีติ. มยฺหํ พุทฺเธหิ สทฺธึ ปริจโย นตฺถิ, ภนฺเตติ. พุทฺเธหิ สทฺธึ กถนํ มยฺหํ ภาโร โหตุ, ตฺวํ มหนฺตํ อธิการํ สชฺเชหีติ.
สิริวฑฺฒโน สรทตาปสสฺส วจนํ สุตฺวา อตฺตโน นิเวสนทฺวาเร ราชมาเนน อฏฺฐกรีสมตฺตํ ฐานํ สมตลํ กาเรตฺวา วาลุกํ โอกิราเปตฺวา ลาชปญฺจมานิ ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา นีลุปฺปลจฺฉทนํ มณฺฑปํ กาเรตฺวา พุทฺธาสนํ ปญฺญาเปตฺวา เสสภิกฺขูนมฺปิ อาสนานิ ปฏิยาทาเปตฺวา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ สชฺเชตฺวา พุทฺธานํ นิมนฺตนตฺถาย สรทตาปสสฺส สญฺญํ อทาสิ. ตาปโส ตสฺส วจนํ สุตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ คเหตฺวา ตสฺส นิเวสนํ อคมาสิ. สิริวฑฺฒโน ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ตถาคตสฺส หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา มณฺฑปํ ปเวเสตฺวา ปญฺญตฺตาสเนสุ นิสินฺนสฺส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ปณีเตน โภชเนน ปริวิสิตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ มหารเหหิ วตฺเถหิ อจฺฉาเทตฺวา, ‘‘ภนฺเต, นายํ อารมฺโภ อปฺปมตฺตกฏฺฐานตฺถาย, อิมินาว นิยาเมน สตฺตาหํ อนุกมฺปํ กโรถา’’ติ อาห. สตฺถา อธิวาเสสิ. โส เตเนว นิยาเมน สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ฐิโต อาห – ‘‘ภนฺเต, มม สหาโย สรทตาปโส ยสฺส สตฺถุ อคฺคสาวโก โหมีติ ปตฺเถสิ, อหมฺปิ ตสฺเสว ทุติยสาวโก ภวามี’’ติ.
สตฺถา อนาคตํ โอโลเกตฺวา ตสฺส ปตฺถนาย สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา พฺยากาสิ – ‘‘ตฺวํ อิโต กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โคตมพุทฺธสฺส ทุติยสาวโก ภวิสฺสสี’’ติ. พุทฺธานํ พฺยากรณํ สุตฺวา สิริวฑฺฒโน หฏฺฐปหฏฺโฐ อโหสิ. สตฺถาปิ ภตฺตานุโมทนํ กตฺวา สปริวาโร วิหารเมว คโต. สิริวฑฺฒโน ตโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา ทุติยตฺตวาเร กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺโต. สรทตาปโส จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต.
ตโต ปฏฺฐาย อิเมสํ อุภินฺนมฺปิ อนฺตรากมฺมํ น กถิตํ. อมฺหากํ ปน พุทฺธสฺส นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว สรทตาปโส ราชคหนครสฺส อวิทูเร อุปติสฺสคาเม สาริพฺราหฺมณิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตํทิวสเมว จสฺส สหาโยปิ ราชคหสฺเสว อวิทูเร โกลิตคาเม โมคฺคลฺลิพฺราหฺมณิยา กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตานิ กิร เทฺวปิ กุลานิ ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา อาพทฺธปฏิพทฺธสหายกาเนว. เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ เอกทิวสเมว คพฺภปริหารํ อทํสุ. ทสมาสจฺจเยน ชาตานมฺปิ เตสํ ฉสฏฺฐิ ธาติโย อุปฏฺฐหึสุ. นามคฺคหณทิวเส สาริพฺราหฺมณิยา ปุตฺตสฺส อุปติสฺสคาเม เชฏฺฐกุลสฺส ปุตฺตตฺตา อุปติสฺโสติ นามํ อกํสุ, อิตรสฺส โกลิตคาเม เชฏฺฐกุลสฺส ปุตฺตตฺตา โกลิโตติ นามํ อกํสุ. เต อุโภปิ วุทฺธิมนฺวาย สพฺพสิปฺปานํ ปารํ อคมํสุ.
อุปติสฺสมาณวสฺส กีฬนตฺถาย นทึ วา อุยฺยานํ วา ปพฺพตํ วา คมนกาเล ปญฺจ สุวณฺณสิวิกาสตานิ ปริวารา โหนฺติ, โกลิตมาณวสฺส ปญฺจ อาชญฺญรถสตานิ. เทฺวปิ ชนา ปญฺจปญฺจมาณวกสตปริวารา โหนฺติ. ราชคเห จ อนุสํวจฺฉรํ คิรคฺคสมชฺชํ นาม โหติ, เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ เอกฏฺฐาเนเยว มญฺจํ พนฺธนฺติ. เทฺวปิ ชนา เอกโตว นิสีทิตฺวา สมชฺชํ ปสฺสนฺตา หสิตพฺพฏฺฐาเน หสนฺติ, สํเวคฏฺฐาเน สํวิชฺชนฺติ, ทายํ ทาตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน ทายํ เทนฺติ. เตสํ อิมินาว นิยาเมน เอกทิวสํ สมชฺชํ ปสฺสนฺตานํ ปริปากคตตฺตา ญาณสฺส ปุริมทิวเสสุ วิย หสิตพฺพฏฺฐาเน หาโส วา สํเวคฏฺฐาเน สํเวชนํ วา ทายํ ทาตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน ทายทานํ วา นาโหสิ. เทฺวปิ ปน ชนา เอวํ จินฺตยึสุ – ‘‘กึ เอตฺถ โอโลเกตพฺพํ อตฺถิ, สพฺเพปิเม อปฺปตฺเต วสฺสสเต อปณฺณตฺติกภาวํ คมิสฺสนฺติ. อเมฺหหิ ปน เอกํ โมกฺขธมฺมํ คเวสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อารมฺมณํ คเหตฺวา นิสีทึสุ.
ตโต โกลิโต อุปติสฺสํ อาห – ‘‘สมฺม อุปติสฺส, น ตฺวํ อญฺญสุ ทิวเสสุ วิย หฏฺฐปหฏฺโฐ, อนตฺตมนธาตุโกสิ, กึ เต สลฺลกฺขิต’’นฺติ? สมฺม โกลิต, ‘‘เอเตสํ โอโลกเน สาโร นตฺถิ, นิรตฺถกเมตํ, อตฺตโน โมกฺขธมฺมํ คเวสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิทํ จินฺตยนฺโต นิสินฺโนมฺหีติ, ตฺวํ ปน กสฺมา อนตฺตมโนสีติ? โสปิ ตเถว อาห. อถสฺส อตฺตนา สทฺธึ เอกชฺฌาสยตํ ญตฺวา อุปติสฺโส ตํ เอวมาห – ‘‘อมฺหากํ อุภินฺนมฺปิ สุจินฺติตํ, โมกฺขธมฺมํ คเวสนฺเตหิ ปน เอกา ปพฺพชฺชา ลทฺธุํ วฏฺฏติ, กสฺส สนฺติเก ปพฺพชามา’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน สญฺจโย ปริพฺพาชโก ราชคเห ปฏิวสติ มหติยา ปริพฺพาชกปริสาย สทฺธึ. เต ‘‘ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามา’’ติ ปญฺจหิ มาณวกสเตหิ สทฺธึ สญฺจยสฺส สนฺติเก ปพฺพชึสุ. เตสํ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย สญฺจโย อติเรกลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต อโหสิ. เต กติปาเหเนว สพฺพํ สญฺจยสฺส สมยํ ปริคฺคณฺหิตฺวา, ‘‘อาจริย, ตุมฺหากํ ชานนสมโย เอตฺตโกว, อุทาหุ อุตฺตริปิ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉึสุ. สญฺจโย ‘‘เอตฺตโกว, สพฺพํ ตุเมฺหหิ ญาต’’นฺติ อาห. เต ตสฺส กถํ สุตฺวา จินฺตยึสุ – ‘‘เอวํ สติ อิมสฺส สนฺติเก พฺรหฺมจริยวาโส นิรตฺถโก, มยํ โมกฺขธมฺมํ คเวสิตุํ นิกฺขนฺตา, โส อิมสฺส สนฺติเก อุปฺปาเทตุํ น สกฺกา. มหา โข ปน ชมฺพุทีโป, คามนิคมราชธานิโย จรนฺตา มยํ อวสฺสํ โมกฺขธมฺมเทสกํ เอกํ อาจริยํ ลภิสฺสามา’’ติ. เต ตโต ปฏฺฐาย ยตฺถ ยตฺถ ปณฺฑิตา สมณพฺราหฺมณา อตฺถีติ สุณนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา ปญฺหสากจฺฉํ กโรนฺติ. เตหิ ปุฏฺฐํ ปญฺหํ อญฺเญ กเถตุํ สมตฺถา นตฺถิ, เต ปน เตสํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺติ. เอวํ สกลชมฺพุทีปํ ปริคฺคณฺหิตฺวา นิวตฺติตฺวา สกฏฺฐานเมว อาคนฺตฺวา, ‘‘สมฺม โกลิต, โย ปฐมํ อมตํ อธิคจฺฉติ, โส อาโรเจตู’’ติ กติกํ อกํสุ.
เตน สมเยน อมฺหากํ สตฺถา ปฐมาภิสมฺโพธึ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน ราชคหํ สมฺปตฺโต โหติ. อถ ‘‘เอกสฏฺฐิ อรหนฺโต โลเก อุปฺปนฺนา โหนฺตี’’ติ วุตฺตกาเล ‘‘จรถ, ภิกฺขเว, จาริกํ พหุชนหิตายา’’ติ รตนตฺตยคุณปฺปกาสนตฺถํ อุยฺโยชิตานํ ภิกฺขูนํ อนฺตเร ปญฺจวคฺคิยพฺภนฺตโร อสฺสชิตฺเถโร ปฏินิวตฺติตฺวา ราชคหเมว อาคโต. ปุนทิวเส ปาโตว ปตฺตจีวรํ อาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ.
ตสฺมึ สมเย อุปติสฺสปริพฺพาชโก ปาโตว ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปริพฺพาชการามํ คจฺฉนฺโต เถรํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มยา เอวรูโป ปพฺพชิโต นาม น ทิฏฺฐปุพฺโพ. เย วต โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา, อยํ เตสํ ภิกฺขูนํ อญฺญตโร, ยํนูนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺเฉยฺยํ – ‘กํสิ ตฺวํ, อาวุโส อุทฺทิสฺส, ปพฺพชิโต, โก วา เต สตฺถา, กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสี’’’ติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อกาโล โข อิมํ ภิกฺขุํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ ปิณฺฑาย จรติ, ยํนูนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺเธยฺยํ อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ มคฺค’’นฺติ. โส เถรํ ลทฺธปิณฺฑปาตํ อญฺญตรํ โอกาสํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา นิสีทิตุกามตญฺจสฺส ญตฺวา อตฺตโน ปริพฺพาชกปีฐกํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. ภตฺตกิจฺจปริโยสาเนปิสฺส อตฺตโน กุณฺฑิกาย อุทกํ อทาสิ.
เอวํ อาจริยวตฺตํ กตฺวา กตภตฺตกิจฺเจน เถเรน สทฺธึ มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘วิปฺปสนฺนานิ โข เต, อาวุโส, อินฺทฺริยานิ, ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต, กํสิ ตฺวํ, อาวุโส อุทฺทิสฺส, ปพฺพชิโต, โก วา เต สตฺถา, กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสี’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร ‘‘อตฺถาวุโส, มหาสมโณ สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต, ตาหํ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต, โส จ เม ภควา สตฺถา, ตสฺเสวาหํ ภควโต ธมฺมํ โรเจมี’’ติ อาห. อถ นํ ‘‘กึวาที ปนายสฺมโต สตฺถา, กิมกฺขายี’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘อิเม ปริพฺพาชกา นาม สาสนสฺส ปฏิปกฺขภูตา, อิมสฺส สาสนสฺส คมฺภีรตํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ. อตฺตโน นวกภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อหํ โข, อาวุโส, นโว อจิรปพฺพชิโต, อธุนาคโต อิมํ ธมฺมวินยํ, น ตาวาหํ สกฺโกมิ วิตฺถาเรน ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ. ปริพฺพาชโก ‘‘อหํ อุปติสฺโส นาม, ตฺวํ ยถาสตฺติยา อปฺปํ วา พหุํ วา วท, เอตํ นยสเตน นยสหสฺเสน ปฏิวิชฺฌิตุํ มยฺหํ ภาโร’’ติ จินฺเตตฺวา อาห –
‘‘อปฺปํ วา พหุํ วา ภาสสฺสุ, อตฺถํเยว เม พฺรูหิ;
อตฺเถเนว เม อตฺโถ, กึ กาหสิ พฺยญฺชนํ พหุ’’นฺติ. (มหาว. ๖๐);
เอวํ วุตฺเต เถโร ‘‘เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา’’ติ (มหาว. ๖๐; อป. เถร. ๑.๑.๒๘๖) คาถํ อาห. ปริพฺพาชโก ปฐมปททฺวยเมว สุตฺวา สหสฺสนยสมฺปนฺเน โสตาปตฺติมคฺเค ปติฏฺฐหิ. อิตรํ ปททฺวยํ โสตาปนฺนกาเล นิฏฺฐาสิ.
โส โสตาปนฺโน หุตฺวา อุปริวิเสเส อปฺปวตฺตนฺเต ‘‘ภวิสฺสติ เอตฺถ การณ’’นฺติ สลฺลกฺเขตฺวา เถรํ อาห – ‘‘ภนฺเต, มา อุปริ ธมฺมเทสนํ วฑฺฒยิตฺถ, เอตฺตกเมว โหตุ, กหํ อมฺหากํ สตฺถา วสตี’’ติ? เวฬุวเน ปริพฺพาชกาติ. ภนฺเต, ตุเมฺห ปุรโต ยาถ, มยฺหํ เอโก สหายโก อตฺถิ. อเมฺหหิ จ อญฺญมญฺญํ กติกา กตา ‘‘โย ปฐมํ อมตํ อธิคจฺฉติ, โส อาโรเจตู’’ติ. อหํ ตํ ปฏิญฺญํ โมเจตฺวา สหายกํ คเหตฺวา ตุมฺหากํ คตมคฺเคเนว สตฺถุ สนฺติกํ อาคมิสฺสามีติ ปญฺจปติฏฺฐิเตน เถรสฺส ปาเทสุ นิปติตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา เถรํ อุยฺโยเชตฺวา ปริพฺพาชการามาภิมุโข อคมาสิ.
โกลิตปริพฺพาชโก ตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช มยฺหํ สหายกสฺส มุขวณฺโณ น อญฺเญสุ ทิวเสสุ วิย, อทฺธา เตน อมตํ อธิคตํ ภวิสฺสตี’’ติ อมตาธิคมํ ปุจฺฉิ. โสปิสฺส ‘‘อาม อาวุโส, อมตํ อธิคต’’นฺติ ปฏิชานิตฺวา ตเมว คาถํ อภาสิ. คาถาปริโยสาเน โกลิโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิตฺวา อาห – ‘‘กหํ กิร, สมฺม, สตฺถา วสตี’’ติ? ‘‘เวฬุวเน กิร, สมฺม, วสตี’’ติ เอวํ โน อาจริเยน อสฺสชิตฺเถเรน กถิตนฺติ. เตน หิ สมฺม อายาม, สตฺถารํ ปสฺสิสฺสามาติ. สาริปุตฺตตฺเถโร จ นาเมส สทาปิ อาจริยปูชโกว, ตสฺมา สหายํ โกลิตมาณวํ เอวมาห – ‘‘สมฺม, อเมฺหหิ อธิคตํ อมตํ อมฺหากํ อาจริยสฺส สญฺจยปริพฺพาชกสฺสาปิ กเถสฺสาม. พุชฺฌมาโน ปฏิวิชฺฌิสฺสติ, อปฺปฏิวิชฺฌนฺโต อมฺหากํ สทฺทหิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คมิสฺสติ, พุทฺธานํ เทสนํ สุตฺวา มคฺคผลปฏิเวธํ กริสฺสตี’’ติ.
ตโต เทฺวปิ ชนา สญฺจยสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘อาจริย, ตฺวํ กึ กโรสิ, พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ. อายาม, ทสพลํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ. โส ‘‘กึ วเทถ, ตาตา’’ติ เตปิ วาเรตฺวา ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺติเมว เตสํ ทีเปสิ. เต ‘‘อมฺหากํ เอวรูโป อนฺเตวาสิกวาโส นิจฺจเมว โหตุ, ตุมฺหากํ ปน คมนํ วา อคมนํ วา ชานาถา’’ติ อาหํสุ. สญฺจโย ‘‘อิเม เอตฺตกํ ชานนฺตา มม วจนํ น กริสฺสนฺตี’’ติ ญตฺวา ‘‘คจฺฉถ ตุเมฺห, ตาตา, อหํ มหลฺลกกาเล อนฺเตวาสิกวาสํ วสิตุํ น สกฺโกมี’’ติ อาห. เต อเนเกหิปิ การเณหิ ตํ โพเธตุํ อสกฺโกนฺตา อตฺตโน โอวาเท วตฺตมานํ ชนํ อาทาย เวฬุวนํ อคมํสุ. อถ เตสํ ปญฺจสุ อนฺเตวาสิกสเตสุ อฑฺฒเตยฺยสตา นิวตฺตึสุ, อฑฺฒเตยฺยสตา เตหิ สทฺธึ อคมํสุ.
สตฺถา จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสนฺโต เต ทูรโตว ทิสฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘เอเต, ภิกฺขเว, เทฺว สหายา อาคจฺฉนฺติ โกลิโต จ อุปติสฺโส จ, เอตํ เม สาวกยุคํ ภวิสฺสติ อคฺคํ ภทฺทยุค’’นฺติ. อถ เตสํ ปริสาย จริยวเสน ธมฺมเทสนํ วฑฺเฒสิ. ฐเปตฺวา เทฺว อคฺคสาวเก สพฺเพปิ เต อฑฺฒเตยฺยสตา ปริพฺพาชกา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถา ‘‘เอถ ภิกฺขโว’’ติ หตฺถํ ปสาเรสิ. สพฺเพสํ เกสมสฺสุ อนฺตรธายิ, อิทฺธิมยํ ปตฺตจีวรํ กายปฺปฏิพทฺธํ อโหสิ. ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานมฺปิ อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ อาคตํ, อุปริมคฺคตฺตยกิจฺจํ ปน น นิฏฺฐาสิ. กสฺมา? สาวกปารมิญาณสฺส มหนฺตตาย.
อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ปพฺพชิตทิวสโต สตฺตเม ทิวเส มคธรฏฺเฐ กลฺลวาลคามกํ อุปนิสฺสาย สมณธมฺมํ กโรนฺโต ถินมิทฺเธ โอกฺกนฺเต สตฺถารา สํเวชิโต ถินมิทฺธํ วิโนเทตฺวา ตถาคเตน ทินฺนํ ธาตุกมฺมฏฺฐานํ สุณนฺโตว อุปริมคฺคตฺตยกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา สาวกปารมิญาณสฺส มตฺถกํ ปตฺโต. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ ปพฺพชิตทิวสโต อทฺธมาสํ อติกฺกมิตฺวา สตฺถารา สทฺธึ ตเมว ราชคหํ อุปนิสฺสาย สูกรขตเลเณ วิหรนฺโต อตฺตโน ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆนขปริพฺพาชกสฺส เวทนาปริคฺคหสุตฺตนฺเต (ม. นิ. ๒.๒๐๕-๒๐๖) เทสิยมาเน สุตฺตานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา ปรสฺส วฑฺฒิตภตฺตํ ภุญฺชนฺโต วิย สาวกปารมิญาณสฺส มตฺถกํ ปตฺโต. ภาคิเนยฺโย ปนสฺส เทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต. อิติ ทฺวินฺนมฺปิ มหาสาวกานํ ตถาคเต ราชคเห วิหรนฺเตเยว สาวกปารมิญาณกิจฺจํ มตฺถกํ ปตฺตํ. อปรภาเค ปน สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ‘‘มหาปญฺญานํ ยทิทํ สาริปุตฺโต, อิทฺธิมนฺตานํ ยทิทํ มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ เทฺวปิ มหาสาวเก ฐานนฺตเร ฐเปสีติ.
มหากสฺสปตฺเถรวตฺถุ
๑๙๑. จตุตฺเถ ธุตวาทานนฺติ เอตฺถ ธุโต เวทิตพฺโพ, ธุตวาโท เวทิตพฺโพ, ธุตธมฺมา เวทิตพฺพา, ธุตงฺคานิ เวทิตพฺพานิ. ตตฺถ ธุโตติ ธุตกิเลโส วา ปุคฺคโล กิเลสธุนโน วา ธมฺโม.
ธุตวาโทติ เอตฺถ ปน อตฺถิ ธุโต น ธุตวาโท, อตฺถิ น ธุโต ธุตวาโท, อตฺถิ เนว ธุโต น ธุตวาโท, อตฺถิ ธุโต เจว ธุตวาโท จ. ตตฺถ โย ธุตงฺเคน อตฺตโน กิเลเส ธุนิ, ปรํ ปน ธุตงฺเคน น โอวทติ นานุสาสติ พากุลตฺเถโร วิย, อยํ ธุโต น ธุตวาโท. ยถาห – ‘‘ตยิทํ อายสฺมา พากุโล ธุโต น ธุตวาโท’’ติ. โย ปน ธุตงฺเคน อตฺตโน กิเลเส น ธุนิ, เกวลํ อญฺเญ ธุตงฺเคน โอวทติ อนุสาสติ อุปนนฺทตฺเถโร วิย, อยํ น ธุโต ธุตวาโท. ยถาห – ‘‘ตยิทํ อายสฺมา อุปนนฺโท น ธุโต ธุตวาโท’’ติ. โย ปน อุภยวิปนฺโน ลาฬุทายี วิย, อยํ เนว ธุโต น ธุตวาโท. ยถาห – ‘‘ตยิทํ อายสฺมา ลาฬุทายี เนว ธุโต น ธุตวาโท’’ติ. โย ปน อุภยสมฺปนฺโน อายสฺมา มหากสฺสปตฺเถโร วิย, อยํ ธุโต เจว ธุตวาโท จ. ยถาห – ‘‘ตยิทํ อายสฺมา มหากสฺสโป ธุโต เจว ธุตวาโท จา’’ติ.
ธุตธมฺมา เวทิตพฺพาติ อปฺปิจฺฉตา สนฺตุฏฺฐิตา สลฺเลขตา ปวิเวกตา อิทมฏฺฐิกตาติ อิเม ธุตงฺคเจตนาย ปริวารา ปญฺจ ธมฺมา ‘‘อปฺปิจฺฉํเยว นิสฺสายา’’ติอาทิวจนโต (อ. นิ. ๕.๑๘๑; ปริ. ๓๒๕) ธุตธมฺมา นาม. ตตฺถ อปฺปิจฺฉตา จ สนฺตุฏฺฐิตา จ อโลโภ, สลฺเลขตา จ ปวิเวกตา จ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ อนุปตนฺติ อโลเภ เจว อโมเห จ, อิทมฏฺฐิตา ญาณเมว. ตตฺถ อโลเภน ปฏิกฺเขปวตฺถูสุ โลภํ, อโมเหน เตเสฺวว อาทีนวปฺปฏิจฺฉาทกํ โมหํ ธุนาติ. อโลเภน จ อนุญฺญาตานํ ปฏิเสวนมุเขน ปวตฺตํ กามสุขลฺลิกานุโยคํ, อโมเหน ธุตงฺเคสุ อติสลฺเลขมุเขน ปวตฺตํ อตฺตกิลมถานุโยคํ ธุนาติ. ตสฺมา อิเม ธมฺมา ธุตธมฺมาติ เวทิตพฺพา.
ธุตงฺคานิ เวทิตพฺพานีติ เตรส ธุตงฺคานิ เวทิตพฺพานิ ปํสุกูลิกงฺคํ…เป… เนสชฺชิกงฺคนฺติ.
ธุตวาทานํ ยทิทํ มหากสฺสโปติ ยตฺตกา ธุตวาทํ วทนฺติ, เตสํ สพฺเพสมฺปิ อนฺตเร อยํ มหากสฺสปตฺเถโร อคฺโคติ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. มหากสฺสโปติ อุรุเวฬกสฺสโป นทีกสฺสโป คยากสฺสโป กุมารกสฺสโปติ อิเม ขุทฺทานุขุทฺทเก เถเร อุปาทาย อยํ มหา, ตสฺมา มหากสฺสโปติ วุตฺโต.