(๑๔) ๕. ปญฺจมเอตทคฺควคฺโค

มหาปชาปติโคตมีเถรีวตฺถุ

๒๓๕. เถริปาฬิยา ปฐเม ยทิทํ มหาปชาปติโคตมีติ มหาปชาปติโคตมี เถรี รตฺตญฺญูนํ อคฺคาติ ทสฺเสติ.

ตสฺสา ปญฺหกมฺเม ปน อยมนุปุพฺพิกถา – อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา อปเรน สมเยน สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ รตฺตญฺญูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา ยาวชีวํ ทานํ ทตฺวา สีลํ รกฺขิตฺวา ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ปน เอกสฺมึ พุทฺธนฺตเร เทวโลกโต จวิตฺวา พาราณสิยํ ปญฺจนฺนํ ทาสิสตานํ เชฏฺฐกทาสี หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อถ วสฺสูปนายิกสมเย ปญฺจ ปจฺเจกพุทฺธา นนฺทมูลกปพฺภารโต อิสิปตเน โอตริตฺวา นคเร ปิณฺฑาย จริตฺวา อิสิปตนเมว คนฺตฺวา ‘‘วสฺสูปนายิกกุฏิยา อตฺถาย หตฺถกมฺมํ ยาจิสฺสามา’’ติ จินฺเตสุํ. กสฺมา? วสฺสํ อุปคจฺฉนฺเตน หิ นาลกปฏิปทํ ปฏิปนฺเนนาปิ ปญฺจนฺนํ ฉทนานํ อญฺญตเรน ฉทเนน ฉนฺเน สทฺวารพทฺเธ เสนาสเน อุปคนฺตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘น, ภิกฺขเว, อเสนาสนิเกน วสฺสํ อุปคนฺตพฺพํ, โย อุปคจฺเฉยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๐๔). ตสฺมา วสฺสกาเล อุปกฏฺเฐ สเจ เสนาสนํ ลภติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ลภติ, หตฺถกมฺมํ ปริเยสิตฺวาปิ กาตพฺพํ. หตฺถกมฺมํ อลภนฺเตน สามมฺปิ กาตพฺพํ, น เตฺวว อเสนาสนิเกน วสฺสํ อุปคนฺตพฺพํ. อยมนุธมฺมตา. ตสฺมา เต ปจฺเจกพุทฺธา ‘‘หตฺถกมฺมํ ยาจิสฺสามา’’ติ จีวรํ ปารุปิตฺวา สายนฺหสมเย นครํ ปวิสิตฺวา เสฏฺฐิสฺส ฆรทฺวาเร อฏฺฐํสุ. เชฏฺฐกทาสี กุฏํ คเหตฺวา อุทกติตฺถํ คจฺฉนฺตี ปจฺเจกพุทฺเธ นครํ ปวิสนฺเต อทฺทส. เสฏฺฐิ เตสํ อาคตการณํ สุตฺวา ‘‘อมฺหากํ โอกาโส นตฺถิ, คจฺฉนฺตู’’ติ อาห.

อถ เต นครา นิกฺขนฺเต เชฏฺฐกทาสี กุฏํ คเหตฺวา ปวิสนฺตี ทิสฺวา กุฏํ โอตาเรตฺวา วนฺทิตฺวา โอนมิตฺวา มุขํ อุกฺขิปิตฺวา, ‘‘อยฺยา, นครํ ปวิฏฺฐมตฺตาว นิกฺขนฺตา, กึ นุ โข’’ติ ปุจฺฉิ. วสฺสูปนายิกกุฏิยา หตฺถกมฺมํ ยาจิตุํ อาคตมฺหาติ. ลทฺธํ, ภนฺเตติ? น ลทฺธํ อุปาสิเกติ. กึ ปเนสา กุฏิ อิสฺสเรเหว กาตพฺพา, อุทาหุ ทุคฺคเตหิปิ สกฺกา กาตุนฺติ? เยน เกนจิ สกฺกา กาตุนฺติ. สาธุ, ภนฺเต, มยํ กริสฺสาม, เสฺว มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถาติ นิมนฺเตตฺวา ปุน กุฏํ คเหตฺวา อาคมนติตฺถมคฺเค ฐตฺวา อาคตาคตา อวเสสทาสิโย ‘‘เอตฺเถว โหถา’’ติ วตฺวา สพฺพาสํ อาคตกาเล อาห – ‘‘อมฺมา, กึ นิจฺจเมว ปรสฺส ทาสิกมฺมํ กริสฺสถ, อุทาหุ ทาสิภาวโต มุจฺจิตุํ อิจฺฉถา’’ติ. อชฺเชว มุจฺจิตุํ อิจฺฉาม, อยฺเยติ. ยทิ เอวํ, มยา ปจฺเจกพุทฺธา หตฺถกมฺมํ อลภนฺตา สฺวาตนาย นิมนฺติตา, ตุมฺหากํ สามิเกหิ เอกทิวสํ หตฺถกมฺมํ ทาเปถาติ. ตา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สายํ อฏวิโต อาคตกาเล สามิกานํ อาโรเจสุํ. เต ‘‘สาธู’’ติ เชฏฺฐกทาสสฺส เคหทฺวาเร สนฺนิปตึสุ.

อถ เน เชฏฺฐกทาสี ‘‘เสฺว, ตาตา, ปจฺเจกพุทฺธานํ หตฺถกมฺมํ เทถา’’ติ อานิสํสํ อาจิกฺขิตฺวา เยปิ น กาตุกามา, เต คาเฬฺหน โอวาเทน ตชฺเชตฺวา สพฺเพปิ สมฺปฏิจฺฉาเปสิ. สา ปุนทิวเส ปจฺเจกพุทฺธานํ ภตฺตํ ทตฺวา สพฺเพสํ ทาสปุตฺตานํ สญฺญํ อทาสิ. เต ตาวเทว อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ทพฺพสมฺภาเร สโมธาเนตฺวา สตํ สตํ หุตฺวา เอเกกํ กุฏึ จงฺกมนาทิปริวารํ กตฺวา มญฺจปีฐปานีย-ปริโภชนียาทีนิ ฐเปตฺวา ปจฺเจกพุทฺธานํ เตมาสํ ตตฺเถว วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา วารภิกฺขํ ปฏฺฐเปสุํ. ยา อตฺตโน วารทิวเส น สกฺโกติ, ตสฺสา เชฏฺฐกทาสี สกเคหโต นีหริตฺวา เทติ. เอวํ เตมาสํ ปฏิชคฺคิตฺวา เชฏฺฐกทาสี เอเกกํ ทาสึ เอเกกํ สาฏกํ สชฺชาเปสิ, ปญฺจ ถูลสาฏกสตานิ อเหสุํ. ตานิ ปริวตฺตาเปตฺวา ปญฺจนฺนํ ปจฺเจกพุทฺธานํ ติจีวรานิ กตฺวา อทาสิ. ปจฺเจกพุทฺธา ตาสํ ปสฺสนฺตีนํเยว อากาเสน คนฺธมาทนปพฺพตํ อคมํสุ.

ตาปิ สพฺพา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ. ตาสุ เชฏฺฐิกา ตโต จวิตฺวา พาราณสิยา อวิทูเร เปสการคาเม เปสการเชฏฺฐกสฺส เคเห นิพฺพตฺติ. อเถกทิวสํ ปทุมวติยา ปุตฺตา ปญฺจสตา ปจฺเจกพุทฺธา พาราณสิรญฺญา นิมนฺติตา ราชทฺวารํ อาคนฺตฺวา กญฺจิ โอโลเกนฺตมฺปิ อทิสฺวา นิวตฺติตฺวา นครทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา ตํ เปสการคามํ อคมํสุ. สา อิตฺถี ปจฺเจกพุทฺเธ ทิสฺวา สมฺปิยายมานา สพฺเพ วนฺทิตฺวา ภิกฺขํ อทาสิ. เต ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา คนฺธมาทนเมว อคมํสุ.

สาปิ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อมฺหากํ สตฺถุ นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว เทวทหนคเร มหาสุปฺปพุทฺธสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, โคตมีติสฺสา นามํ อกํสุ. มหามายาย กนิฏฺฐภคินี โหติ. มนฺตชฺฌายกา พฺราหฺมณา ลกฺขณานิ ปริคฺคณฺหนฺตา ‘‘อิมาสํ ทฺวินฺนมฺปิ กุจฺฉิยํ วสิตทารกา จกฺกวตฺติโน ภวิสฺสนฺตี’’ติ พฺยากรึสุ. สุทฺโธทนมหาราชา วยปฺปตฺตกาเล ตา เทฺวปิ มงฺคลํ กตฺวา อตฺตโน ฆรํ อาเนสิ. อปรภาเค อมฺหากํ โพธิสตฺโต ตุสิตปุรา จวิตฺวา มหามายาย เทวิยา กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. มหามายา ตสฺส ชาตทิวสโต สตฺตเม ทิวเส กาลํ กตฺวา ตุสิตปุเร นิพฺพตฺติ. สุทฺโธทนมหาราชา มหาสตฺตสฺส มาตุจฺฉํ มหาปชาปติโคตมึ อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ. ตสฺมึ กาเล นนฺทกุมาโร ชาโต. อยํ มหาปชาปติ นนฺทกุมารํ ธาตีนํ ทตฺวา สยํ โพธิสตฺตํ ปริหริ.

อปเรน สมเยน โพธิสตฺโต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา โลกานุคฺคหํ กโรนฺโต อนุกฺกเมน กปิลวตฺถุํ ปตฺวา นครํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อถสฺส ปิตา สุทฺโธทนมหาราชา อนฺตรวีถิยํเยว ธมฺมกถํ สุตฺวา โสตาปนฺโน อโหสิ. อถ ทุติยทิวเส นนฺโท ปพฺพชิ, สตฺตเม ทิวเส ราหุโล. สตฺถา อปเรน สมเยน เวสาลึ อุปนิสฺสาย กูฏาคารสาลายํ วิหรติ. ตสฺมึ สมเย สุทฺโธทนมหาราชา เสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา อรหตฺตํ สจฺฉิกตฺวา ปรินิพฺพายิ. ตทา มหาปชาปติโคตมี ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. ตโต โรหิณีนทีตีเร กลหวิวาทสุตฺตปริโยสาเน (สุ. นิ. ๘๖๘ อาทโย) นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิตานํ ปญฺจนฺนํ กุมารสตานํ ปาทปริจาริกา สพฺพาว เอกจิตฺตา หุตฺวา ‘‘มหาปชาปติยา สนฺติกํ คนฺตฺวา สพฺพาว สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามา’’ติ มหาปชาปตึ เชฏฺฐิกํ กตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิตุกามา อเหสุํ. อยญฺจ มหาปชาปติ ปฐมเมว เอกวารํ สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจมานา นาลตฺถ, ตสฺมา กปฺปกํ ปกฺโกสาเปตฺวา เกเส ฉินฺนาเปตฺวา กาสายานิ อจฺฉาเทตฺวา สพฺพา ตา สากิยานิโย อาทาย เวสาลึ คนฺตฺวา อานนฺทตฺเถเรน ทสพลํ ยาจาเปตฺวา อฏฺฐหิ ครุธมฺเมหิ ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ อลตฺถ. อิตรา ปน สพฺพาปิ เอกโตว อุปสมฺปนฺนา อเหสุํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ วตฺถุ ปาฬิยํ (จูฬว. ๔๐๒ อาทโย) อาคตเมว.

เอวํ อุปสมฺปนฺนา ปน มหาปชาปติ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ, อถสฺสา สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. สา สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เสสา ปญฺจสตา ภิกฺขุนิโย นนฺทโกวาทสุตฺตปริโยสาเน (ม. นิ. ๓.๓๙๘ อาทโย) อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. เอวเมตํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ. อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสินฺโน ภิกฺขุนิโย ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต มหาปชาปตึ รตฺตญฺญูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

เขมาเถรีวตฺถุ

๒๓๖. ทุติเย เขมาติ เอวํนามิกา ภิกฺขุนี. อิโต ปฏฺฐาย จ ปนสฺสา ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถาติ อวตฺวา สพฺพตฺถ อภินีหารํ อาทึ กตฺวา วตฺตพฺพเมว วกฺขาม.

อตีเต กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ อยํ ปรปริยาปนฺนา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อเถกทิวสํ ตสฺส ภควโต อคฺคสาวิกํ สุชาตตฺเถรึ นาม ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ตโย โมทเก ทตฺวา ตํทิวสเมว อตฺตโน เกเส วิสฺสชฺเชตฺวา เถริยา ทานํ ทตฺวา ‘‘อนาคเต พุทฺธุปฺปาเท ตุเมฺห วิย มหาปญฺญา ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ กตฺวา ยาวชีวํ กุสลกมฺเมสุ อปฺปมตฺตา หุตฺวา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี กสฺสปพุทฺธกาเล กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เคเห ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา สตฺตนฺนํ ภคินีนํ อพฺภนฺตรา หุตฺวา วีสติวสฺสสหสฺสานิ เคเหเยว โกมาริพฺรหฺมจริยํ จริตฺวา ตาหิ ภคินีหิ สทฺธึ ทสพลสฺส วสนปริเวณํ กาเรตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มทฺทรฏฺเฐ สาคลนคเร ราชกุเล ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, เขมาติสฺสา นามํ อกํสุ. ตสฺสา สรีรวณฺโณ สุวณฺณรสปิญฺชโร วิย อโหสิ. สา วยปฺปตฺตา พิมฺพิสารรญฺโญ เคหํ อคมาสิ.

สา ตถาคเต ราชคหํ อุปนิสฺสาย เวฬุวเน วิหรนฺเต ‘‘สตฺถา กิร รูเป โทสํ ทสฺเสตี’’ติ รูปมทมตฺตา หุตฺวา ‘‘มยฺหมฺปิ รูเป โทสํ ทสฺเสยฺยา’’ติ ภเยน ทสพลํ ทสฺสนาย น คจฺฉติ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ สตฺถุ อคฺคุปฏฺฐาโก, มาทิสสฺส จ นาม อริยสาวกสฺส อคฺคมเหสี ทสพลํ ทสฺสนาย น คจฺฉติ, น เม เอตํ รุจฺจตี’’ติ. โส กวีหิ เวฬุวนุยฺยานสฺส วณฺณํ พนฺธาเปตฺวา ‘‘เขมาย เทวิยา สวนูปจาเร คายถา’’ติ อาห. สา อุยฺยานสฺส วณฺณํ สุตฺวา คนฺตุกามา หุตฺวา ราชานํ ปฏิปุจฺฉิ. ราชา ‘‘อุยฺยานํ คจฺฉ, สตฺถารํ ปน อทิสฺวา อาคนฺตุํ น ลภิสฺสสี’’ติ อาห. สา รญฺโญ ปฏิวจนํ อทตฺวาว มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ราชา ตาย สทฺธึ คจฺฉนฺเต ปุริเส อาห – ‘‘สเจ เทวี อุยฺยานโต นิวตฺตมานา ทสพลํ ปสฺสติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. สเจ น ปสฺสติ, ราชาณาย นํ ทสฺเสถา’’ติ. อถ โข สา เทวี ทิวสภาคํ อุยฺยาเน จริตฺวา นิวตฺตนฺตี ทสพลํ อทิสฺวาว คนฺตุํ อารทฺธา. อถ นํ ราชปุริสา อตฺตโน อรุจิยาว เทวึ สตฺถุ สนฺติกํ นยึสุ.

สตฺถา ตํ อาคจฺฉนฺตึ ทิสฺวา อิทฺธิยา เอกํ เทวจฺฉรํ นิมฺมินิตฺวา ตาลวณฺฏํ คเหตฺวา พีชมานํ วิย อกาสิ. เขมา เทวี ตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มานมฺหิ นฏฺฐา, เอวรูปา นาม เทวจฺฉรปฺปฏิภาคา อิตฺถิโย ทสพลสฺส อวิทูเร ติฏฺฐนฺติ, อหํ เอตาสํ ปริจาริกาปิ นปฺปโหมิ, มานมทํ หิ นิสฺสาย ปาปจิตฺตสฺส วเสน นฏฺฐา’’ติ ตํ นิมิตฺตํ คเหตฺวา ตเมว อิตฺถึ โอโลกยมานา อฏฺฐาสิ. อถสฺสา ปสฺสนฺติยาว ตถาคตสฺส อธิฏฺฐานพเลน สา อิตฺถี ปฐมวยํ อติกฺกมฺม มชฺฌิมวเย ฐิตา วิย มชฺฌิมวยํ อติกฺกมฺม ปจฺฉิมวเย ฐิตา วิย จ วลิตฺตจา ปลิตเกสา ขณฺฑวิรฬทนฺตา อโหสิ. ตโต ตสฺสา ปสฺสนฺติยาว สทฺธึ ตาลวณฺเฏน ปริวตฺติตฺวา ปริปติ. ตโต เขมา ปุพฺพเหตุสมฺปนฺนตฺตา ตสฺมึ อารมฺมเณ อาปาถคเต เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘เอวํวิธมฺปิ นาม สรีรํ เอวรูปํ วิปตฺตึ ปาปุณาติ, มยฺหมฺปิ สรีรํ เอวํคติกเมว ภวิสฺสตี’’ติ. อถสฺสา เอวํ จินฺติตกฺขเณ สตฺถา อิมํ ธมฺมปเท คาถมาห –

‘‘เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ,

สยํกตํ มกฺกฏโกว ชาลํ;

เอตมฺปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา,

อนเปกฺขิโน สพฺพทุกฺขํ ปหายา’’ติ.

สา คาถาปริโยสาเน ฐิตปเท ฐิตาเยว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อคารมชฺเฌ วสนฺเตน นาม อรหตฺตํ ปตฺเตน ตํทิวสเมว ปรินิพฺพายิตพฺพํ วา ปพฺพชิตพฺพํ วา โหติ, สา ปน อตฺตโน อายุสงฺขารานํ ปวตฺตนภาวํ ญตฺวา ‘‘อตฺตโน ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปสฺสามี’’ติ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ราชนิเวสนํ คนฺตฺวา ราชานํ อนภิวาเทตฺวาว อฏฺฐาสิ. ราชา อิงฺคิเตเนว อญฺญาสิ – ‘‘อริยธมฺมํ ปตฺตา ภวิสฺสตี’’ติ. อถ นํ อาห – ‘‘เทวิ คตา นุ โข สตฺถุทสฺสนายา’’ติ. มหาราช, ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐทสฺสนํ ปริตฺตํ, อหํ ปน ทสพลํ สุทิฏฺฐมกาสึ, ปพฺพชฺชํ เม อนุชานาถาติ. ราชา ‘‘สาธุ, เทวี’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สุวณฺณสิวิกาย ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ อุปเนตฺวา ปพฺพาเชสิ. อถสฺสา ‘‘เขมาเถรี นาม คิหิภาเว ฐตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตา’’ติ มหาปญฺญภาโว ปากโฏ อโหสิ. อิทเมตฺถ วตฺถุ. อถ สตฺถา อปรภาเค เชตวเน นิสินฺโน ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต เขมาเถรึ มหาปญฺญานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

อุปฺปลวณฺณาเถรีวตฺถุ

๒๓๗. ตติเย อุปฺปลวณฺณาติ นีลุปฺปลคพฺภสทิเสเนว วณฺเณน สมนฺนาคตตฺตา เอวํลทฺธนามา เถรี. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา อปรภาเค มหาชเนน สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ อิทฺธิมนฺตีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สตฺตาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี กสฺสปพุทฺธกาเล พาราณสินคเร กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา สตฺตนฺนํ ภคินีนํ อพฺภนฺตรา หุตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปริเวณํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺตา.

ตโต จวิตฺวา ปุน มนุสฺสโลกํ อาคจฺฉนฺตี เอกสฺมึ คาเม สหตฺถา กมฺมํ กตฺวา ชีวนกฏฺฐาเน นิพฺพตฺตา. สา เอกทิวสํ เขตฺตกุฏึ คจฺฉนฺตี อนฺตรามคฺเค เอกสฺมึ สเร ปาโตว ปุปฺผิตํ ปทุมปุปฺผํ ทิสฺวา ตํ สรํ โอรุยฺห ตญฺเจว ปุปฺผํ ลาชปกฺขิปนตฺถาย ปทุมินิยา ปตฺตญฺจ คเหตฺวา เกทาเร สาลิสีสานิ ฉินฺทิตฺวา กุฏิกาย นิสินฺนา ลาเช ภชฺชิตฺวา ปญฺจ ลาชสตานิ คเณสิ. ตสฺมึ ขเณ คนฺธมาทนปพฺพเต นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐิโต เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ อาคนฺตฺวา ตสฺสา อวิทูเร อฏฺฐาสิ. สา ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ลาเชหิ สทฺธึ ปทุมปุปฺผํ คเหตฺวา กุฏิโต โอรุยฺห ลาเช ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา ปทุมปุปฺเผน ปตฺตํ ปิธาย อทาสิ. อถสฺสา ปจฺเจกพุทฺเธ โถกํ คเต เอตทโหสิ – ‘‘ปพฺพชิตา นาม ปุปฺเผน อนตฺถิกา, อหํ ปุปฺผํ คเหตฺวา ปิฬนฺธิสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส หตฺถโต ปุปฺผํ คเหตฺวา ปุน จินฺเตสิ – ‘‘สเจ, อยฺโย, ปุปฺเผน อนตฺถิโก อภวิสฺส, ปตฺตมตฺถเก ฐเปตุํ น อทสฺส, อทฺธา อยฺยสฺส อตฺโถ ภวิสฺสตี’’ติ ปุน คนฺตฺวา ปตฺตมตฺถเก ฐเปตฺวา ปจฺเจกพุทฺธํ ขมาเปตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิเมสํ เม ลาชานํ นิสฺสนฺเทน ลาชคณนาย ปุตฺตา อสฺสุ, ปทุมปุปฺผสฺส นิสฺสนฺเทน นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน เม ปเท ปเท ปทุมปุปฺผํ อุฏฺฐหตู’’ติ ปตฺถนํ อกาสิ. ปจฺเจกพุทฺโธ ตสฺสา ปสฺสนฺติยาว อากาเสน คนฺธมาทนปพฺพตํ คนฺตฺวา ตํ ปทุมํ นนฺทมูลกปพฺภาเร ปจฺเจกพุทฺธานํ อกฺกมนโสปานสมีเป ปาทปุญฺฉนํ กตฺวา ฐเปสิ.

สาปิ ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน เทวโลเก ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย จสฺสา ปเท ปเท มหาปทุมปุปฺผํ อุฏฺฐาสิ. สา ตโต จวิตฺวา ปพฺพตปาเท เอกสฺมึ ปทุมสฺสเร ปทุมคพฺเภ นิพฺพตฺติ. ตํ นิสฺสาย เอโก ตาปโส วสติ, โส ปาโตว มุขโธวนตฺถาย สรํ คนฺตฺวา ตํ ปุปฺผํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ ปุปฺผํ เสเสหิ มหนฺตตรํ, เสสานิ จ ปุปฺผิตานิ, อิทํ มกุฬิตเมว, ภวิตพฺพเมตฺถ การเณนา’’ติ อุทกํ โอตริตฺวา ตํ ปุปฺผํ คณฺหิ. ตํ เตน คหิตมตฺตเมว ปุปฺผิตํ. ตาปโส อนฺโตปทุมคพฺเภ นิปนฺนทาริกํ อทฺทส. ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย จ ธีตุสิเนหํ ลภิตฺวา ปทุเมเนว สทฺธึ ปณฺณสาลํ เนตฺวา มญฺจเก นิปชฺชาเปสิ. อถสฺสา ปุญฺญานุภาเวน องฺคุฏฺฐเก ขีรํ นิพฺพตฺติ. โส ตสฺมึ ปุปฺเผ มิลาเต อญฺญํ นวปุปฺผํ อาหริตฺวา ตํ นิปชฺชาเปสิ. อถสฺสา อาธาวนวิธาวเนน กีฬิตุํ สมตฺถกาลโต ปฏฺฐาย ปทวาเร ปทวาเร ปทุมปุปฺผํ อุฏฺฐาสิ, กุงฺกุมราสิสฺส วิยสฺสา สรีรวณฺโณ อโหสิ. สา อปฺปตฺตา เทววณฺณํ, อติกฺกนฺตา มานุสวณฺณํ อโหสิ. สา ปิตริ ผลาผลตฺถาย คเต ปณฺณสาลายํ โอหียติ.

อเถกทิวสํ ตสฺสา วยปฺปตฺตกาเล ปิตริ ผลาผลตฺถาย คเต เอโก วนจรโก ตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มนุสฺสานํ นาม เอวํวิธํ รูปํ นตฺถิ, วีมํสิสฺสามิ น’’นฺติ ตาปสสฺส อาคมนํ อุทิกฺขนฺโต นิสีทิ. สา ปิตริ อาคจฺฉนฺเต ปฏิปถํ คนฺตฺวา ตสฺส หตฺถโต กาชกมณฺฑลุํ อคฺคเหสิ, อาคนฺตฺวา นิสินฺนสฺส จสฺส อตฺตนา กรณวตฺตํ ทสฺเสสิ. ตทา โส วนจรโก มนุสฺสภาวํ ญตฺวา ตาปสํ อภิวาเทตฺวา นิสีทิ. ตาปโส ตํ วนจรกํ วนมูลผลาผเลหิ จ ปานีเยน จ นิมนฺเตตฺวา, ‘‘โภ ปุริส, อิมสฺมึเยว ฐาเน วสิสฺสสิ, อุทาหุ คมิสสฺสี’’ติ ปุจฺฉิ. คมิสฺสามิ, ภนฺเต, อิธ กึ กริสฺสามีติ. อิทํ ตยา ทิฏฺฐการณํ เอตฺโต คนฺตฺวา อกเถตุํ สกฺขิสฺสสีติ. สเจ, อยฺโย, น อิจฺฉติ, กึ การณา กเถสฺสามีติ ตาปสํ วนฺทิตฺวา ปุน อาคมนกาเล มคฺคสญฺชานนตฺถํ สาขาสญฺญญฺจ รุกฺขสญฺญญฺจ กโรนฺโต ปกฺกามิ.

โส พาราณสึ คนฺตฺวา ราชานํ อทฺทส, ราชา ‘‘กสฺมา อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อหํ, เทว, ตุมฺหากํ วนจรโก ปพฺพตปาเท อจฺฉริยํ อิตฺถิรตนํ ทิสฺวา อาคโตมฺหี’’ติ สพฺพํ ปวตฺตึ กเถสิ. โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา เวเคน ปพฺพตปาทํ คนฺตฺวา อวิทูเร ฐาเน ขนฺธาวารํ นิเวเสตฺวา วนจรเกน เจว อญฺเญหิ จ ปุริเสหิ สทฺธึ ตาปสสฺส ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา นิสินฺนเวลาย ตตฺถ คนฺตฺวา อภิวาเทตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ราชา ตาปสสฺส ปพฺพชิตปริกฺขารภณฺฑํ ปาทมูเล ฐเปตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิมสฺมึ ฐาเน กึ กโรม, คจฺฉามา’’ติ อาห. คจฺฉ, มหาราชาติ. อาม, คจฺฉามิ, ภนฺเต. อยฺยสฺส ปน สมีเป วิสภาคปริสา อตฺถีติ อสฺสุมฺห, อสารุปฺปา เอสา ปพฺพชิตานํ, มยา สทฺธึ คจฺฉตุ, ภนฺเตติ. มนุสฺสานํ จิตฺตํ นาม ทุตฺโตสยํ, กถํ พหูนํ มชฺเฌ วสิสฺสตีติ. อมฺหากํ รุจิตกาลโต ปฏฺฐาย เสสานํ เชฏฺฐกฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ปฏิชคฺคิสฺสามิ, ภนฺเตติ.

โส รญฺโญ กถํ สุตฺวา ทหรกาเล คหิตนามวเสเนว, ‘‘อมฺม, ปทุมวตี’’ติ ธีตรํ ปกฺโกสิ. สา เอกวจเนเนว ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา ปิตรํ อภิวาเทตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ ปิตา อาห – ‘‘ตฺวํ, อมฺม, วยปฺปตฺตา, อิมสฺมึ ฐาเน รญฺญา ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย วสิตุํ อยุตฺตา, รญฺญา สทฺธึ คจฺฉ, อมฺมา’’ติ. สา ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ ปิตุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อภิวาเทตฺวา ปโรทมานา อฏฺฐาสิ. ราชา ‘‘อิมิสฺสา ปิตุ จิตฺตํ คณฺหามี’’ติ ตสฺมึเยว ฐาเน กหาปณราสิมฺหิ ฐเปตฺวา อภิเสกํ อกาสิ. อถ นํ คเหตฺวา อตฺตโน นครํ อาเนตฺวา อาคตกาลโต ปฏฺฐาย เสสอิตฺถิโย อโนโลเกตฺวา ตาย สทฺธึเยว รมติ. ตา อิตฺถิโย อิสฺสาปกตา ตํ รญฺโญ อนฺตเร ปริภินฺทิตุกามา เอวมาหํสุ – ‘‘นายํ, มหาราช, มนุสฺสชาติกา, กหํ นาม ตุเมฺหหิ มนุสฺสานํ วิจรณฏฺฐาเน ปทุมานิ อุฏฺฐหนฺตานิ ทิฏฺฐปุพฺพานิ, อทฺธา อยํ ยกฺขินี, นีหรถ นํ มหาราชา’’ติ. ราชา ตาสํ กถํ สุตฺวา ตุณฺหี อโหสิ.

อถสฺส อปเรน สมเยน ปจฺจนฺโต กุปิโต. โส ‘‘ครุคพฺภา ปทุมวตี’’ติ ตํ นคเร ฐเปตฺวา ปจฺจนฺตํ อคมาสิ. อถ ตา อิตฺถิโย ตสฺสา อุปฏฺฐายิกาย ลญฺชํ ทตฺวา ‘‘อิมิสฺสา ทารกํ ชาตมตฺตเมว อปเนตฺวา เอกํ ทารุฆฏิกํ โลหิเตน มกฺเขตฺวา สนฺติเก ฐเปหี’’ติ อาหํสุ. ปทุมวติยาปิ นจิรสฺเสว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. มหาปทุมกุมาโร เอกโกว กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. อวเสสา เอกูนปญฺจสตา ทารกา มหาปทุมกุมารสฺส มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมิตฺวา นิปนฺนกาเล สํเสทชา หุตฺวา นิพฺพตฺตึสุ. อถสฺส ‘‘น ตาวายํ สตึ ปฏิลภตี’’ติ ญตฺวา อุปฏฺฐายิกา เอกํ ทารุฆฏิกํ โลหิเตน มกฺเขตฺวา สมีเป ฐเปตฺวา ตาสํ อิตฺถีนํ สญฺญํ อทาสิ. ตา ปญฺจสตาปิ อิตฺถิโย เอเกกา เอเกกํ ทารกํ คเหตฺวา จุนฺทการกานํ สนฺติกํ เปเสตฺวา กรณฺฑเก อาหราเปตฺวา อตฺตนา อตฺตนา คหิตทารเก ตตฺถ นิปชฺชาเปตฺวา พหิ ลญฺฉนํ กตฺวา ฐปยึสุ.

ปทุมวตีปิ โข สญฺญํ ลภิตฺวา ตํ อุปฏฺฐายิกํ ‘‘กึ วิชาตมฺหิ, อมฺมา’’ติ ปุจฺฉิ. สา ตํ สนฺตชฺเชตฺวา ‘‘กุโต ตฺวํ ทารกํ ลภิสฺสสี’’ติ วตฺวา ‘‘อยํ เต กุจฺฉิโต นิกฺขนฺตทารโก’’ติ โลหิตมกฺขิตํ ทารุฆฏิกํ ปุรโต ฐเปสิ. สา ตํ ทิสฺวา โทมนสฺสปฺปตฺตา ‘‘สีฆํ นํ ผาเลตฺวา อปเนหิ, สเจ โกจิ ปสฺเสยฺย ลชฺชิตพฺพํ ภเวยฺยา’’ติ อาห. สา ตสฺสา กถํ สุตฺวา อตฺถกามา วิย ทารุฆฏิกํ ผาเลตฺวา อุทฺธเน ปกฺขิปิ.

ราชาปิ ปจฺจนฺตโต อาคนฺตฺวา นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺโต พหินคเร ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา นิสีทิ. อถ ตา ปญฺจสตา อิตฺถิโย รญฺโญ ปจฺจุคฺคมนํ อาคนฺตฺวา อาหํสุ – ‘‘ตฺวํ, มหาราช, น อมฺหากํ สทฺทหสิ, อเมฺหหิ วุตฺตํ อการณํ วิย โหติ. ตฺวํ มเหสิยา อุปฏฺฐายิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปฏิปุจฺฉ, ทารุฆฏิกํ เต เทวี วิชาตา’’ติ. ราชา ตํ การณํ น อุปปริกฺขิตฺวาว ‘‘อมนุสฺสชาติกา ภวิสฺสตี’’ติ ตํ เคหโต นิกฺกฑฺฒิ. ตสฺสา ราชเคหโต สห นิกฺขมเนเนว ปทุมปุปฺผานิ อนฺตรธายึสุ, สรีรจฺฉวิปิ วิวณฺณา อโหสิ. สา เอกิกาว อนฺตรวีถิยา ปายาสิ. อถ นํ เอกา วยปฺปตฺตา มหลฺลิกา อิตฺถี ทิสฺวา ธีตุสิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘กหํ คจฺฉสิ อมฺมา’’ติ อาห. อาคนฺตุกมฺหิ, วสนฏฺฐานํ โอโลเกนฺตี วิจรามีติ. อิธาคจฺฉ, อมฺมาติ วสนฏฺฐานํ ทตฺวา โภชนํ ปฏิยาเทสิ.

ตสฺสา อิมินาว นิยาเมน ตตฺถ วสมานาย ตา ปญฺจสตา อิตฺถิโย เอกจิตฺตา หุตฺวา ราชานํ อาหํสุ – ‘‘มหาราช, ตุเมฺหสุ ยุทฺธํ คเตสุ อเมฺหหิ คงฺคาเทวตาย ‘อมฺหากํ เทเว วิชิตสงฺคาเม อาคเต พลิกมฺมํ กตฺวา อุทกกีฬํ กริสฺสามา’ติ ปตฺถิตํ อตฺถิ, เอตมตฺถํ, เทว, ชานาเปมา’’ติ. ราชา ตาสํ วจเนน ตุฏฺโฐ คงฺคายํ อุทกกีฬํ กาตุํ อคมาสิ. ตาปิ อตฺตนา อตฺตนา คหิตํ กรณฺฑกํ ปฏิจฺฉนฺนํ กตฺวา อาทาย นทึ คนฺตฺวา เตสํ กรณฺฑกานํ ปฏิจฺฉาทนตฺถํ ปารุปิตฺวา ปารุปิตฺวา อุทเก ปติตฺวา กรณฺฑเก วิสฺสชฺเชสุํ. เตปิ โข กรณฺฑกา สพฺเพ สห คนฺตฺวา เหฏฺฐาโสเต ปสาริตชาลมฺหิ ลคฺคึสุ. ตโต อุทกกีฬํ กีฬิตฺวา รญฺโญ อุตฺติณฺณกาเล ชาลํ อุกฺขิปนฺตา เต กรณฺฑเก ทิสฺวา รญฺโญ สนฺติกํ อานยึสุ. ราชา กรณฺฑเก ทิสฺวา ‘‘กึ, ตาตา, กรณฺฑเกสู’’ติ อาห. น ชานาม, เทวาติ. โส เต กรณฺฑเก วิวราเปตฺวา โอโลเกนฺโต ปฐมํ มหาปทุมกุมารสฺส กรณฺฑกํ วิวราเปสิ. เตสํ ปน สพฺเพสมฺปิ กรณฺฑเกสุ นิปชฺชาปิตทิวเสเยว ปุญฺญิทฺธิยา องฺคุฏฺฐโต ขีรํ นิพฺพตฺติ. สกฺโก เทวราชา ตสฺส รญฺโญ นิกฺกงฺขภาวตฺถํ อนฺโตกรณฺฑเก อกฺขรานิ ลิขาเปสิ ‘‘อิเม กุมารา ปทุมวติยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตา พาราณสิรญฺโญ ปุตฺตา, อถ เน ปทุมวติยา สปตฺติโย ปญฺจสตา อิตฺถิโย กรณฺฑเกสุ ปกฺขิปิตฺวา อุทเก ขิปึสุ, ราชา อิมํ การณํ ชานาตู’’ติ. กรณฺฑเก วิวริตมตฺเต ราชา อกฺขรานิ วาเจตฺวา ทารเก ทิสฺวา มหาปทุมกุมารํ อุกฺขิปิตฺวา ‘‘เวเคน รเถ โยเชถ, อสฺเส กปฺเปถ, อหํ อชฺช อนฺโตนครํ ปวิสิตฺวา เอกจฺจานํ มาตุคามานํ ปิยํ กริสฺสามี’’ติ ปาสาทํ อารุยฺห หตฺถิคีวาย สหสฺสภณฺฑิกํ ฐเปตฺวา เภรึ จราเปสิ ‘‘โย ปทุมวตึ ปสฺสติ, โส อิมํ สหสฺสํ คณฺหตู’’ติ.

ตํ กถํ สุตฺวา ปทุมวตี มาตุยา สญฺญํ อทาสิ – ‘‘หตฺถิคีวโต สหสฺสํ คณฺห, อมฺมา’’ติ. อหํ เอวรูปํ คณฺหิตุํ น วิสหามีติ. สา ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ วุตฺเต, ‘‘กึ วตฺวา คณฺหามิ อมฺมา’’ติ อาห. ‘‘มม ธีตา, ปทุมวตึ เทวึ ปสฺสตี’’ติ วตฺวา คณฺหาหีติ. สา ‘‘ยํ วา ตํ วา โหตู’’ติ คนฺตฺวา สหสฺสจงฺโกฏกํ คณฺหิ. อถ นํ มนุสฺสา ปุจฺฉึสุ – ‘‘ปทุมวตึ เทวึ ปสฺสสิ, อมฺมา’’ติ. ‘‘อหํ น ปสฺสามิ, ธีตา กิร เม ปสฺสตี’’ติ อาห. เต ‘‘กหํ ปน สา, อมฺมา’’ติ วตฺวา ตาย สทฺธึ คนฺตฺวา ปทุมวตึ สญฺชานิตฺวา ปาเทสุ นิปตึสุ. ตสฺมึ กาเล สา ‘‘ปทุมวตี เทวี อย’’นฺติ ญตฺวา ‘‘ภาริยํ วต อิตฺถิยา กมฺมํ กตํ, ยา เอวํวิธสฺส รญฺโญ มเหสี สมานา เอวรูเป ฐาเน นิรารกฺขา วสี’’ติ อาห. เตปิ ราชปุริสา ปทุมวติยา นิเวสนํ เสตสาณีหิ ปริกฺขิปาเปตฺวา ทฺวาเร อารกฺขํ ฐเปตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา สุวณฺณสิวิกํ เปเสสิ. สา ‘‘อหํ เอวํ น คมิสฺสามิ, มม วสนฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ยาว ราชเคหํ เอตฺถนฺตเร วรโปตฺถกจิตฺตตฺถรเณ อตฺถราเปตฺวา อุปริ สุวณฺณตารกวิจิตฺตํ เจลวิตานํ พนฺธาเปตฺวา ปสาธนตฺถาย สพฺพาลงฺกาเรสุ ปหิเตสุ ปทสาว คมิสฺสามิ, เอวํ เม นาครา สมฺปตฺตึ ปสฺสิสฺสนฺตี’’ติ อาห. ราชา ‘‘ปทุมวติยา ยถารุจึ กโรถา’’ติ อาห. ตโต ปทุมวตี สพฺพปสาธนํ ปสาเธตฺวา ‘‘ราชเคหํ คมิสฺสามี’’ติ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. อถสฺสา อกฺกนฺตอกฺกนฺตฏฺฐาเน วรโปตฺถกจิตฺตตฺถรณานิ ภินฺทิตฺวา ปทุมปุปฺผานิ อุฏฺฐหึสุ. สา มหาชนสฺส อตฺตโน สมฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา ราชนิเวสนํ อารุยฺห สพฺเพ จิตฺตตฺถรเณ ตสฺสา มหลฺลิกาย โปสาวนิกมูลํ กตฺวา ทาเปสิ.

ราชาปิ โข ตา ปญฺจสตา อิตฺถิโย ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อิมาโย เต เทวิ ทาสิโย กตฺวา เทมี’’ติ อาห. สาธุ, มหาราช, เอตาสํ มยฺหํ ทินฺนภาวํ สกลนคเร ชานาเปหีติ. ราชา นคเร เภรึ จราเปสิ – ‘‘ปทุมวติยา ทูพฺภิกา ปญฺจสตา อิตฺถิโย เอติสฺสา เอว ทาสิโย กตฺวา ทินฺนา’’ติ. สา ‘‘ตาสํ สกลนคเรน ทาสิภาโว สลฺลกฺขิโต’’ติ ญตฺวา ‘‘อหํ มม ทาสิโย ภุชิสฺสา กาตุํ ลภามิ เทวา’’ติ ราชานํ ปุจฺฉิ. ตว อิจฺฉา เทวีติ. เอวํ สนฺเต ตเมว เภริจาริกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ปทุมวติเทวิยา อตฺตโน ทาสิโย กตฺวา ทินฺนา ปญฺจสตา อิตฺถิโย สพฺพาว ภุชิสฺสา กตาติ ปุน เภรึ จราเปถา’’ติ อาห. สา ตาสํ ภุชิสฺสภาเว กเต เอกูนานิ ปญฺจสตฺตปุตฺตานิ ตาสํเยว หตฺเถ โปสนตฺถาย ทตฺวา สยํ มหาปทุมกุมารํเยว คณฺหิ.

อถ อปรภาเค เตสํ กุมารานํ กีฬนวเย สมฺปตฺเต ราชา อุยฺยาเน นานาวิธํ กีฬนฏฺฐานํ กาเรสิ. เต อตฺตโน โสฬสวสฺสุทฺเทสิกกาเล สพฺเพว เอกโต หุตฺวา อุยฺยาเน ปทุมสญฺฉนฺนาย มงฺคลโปกฺขรณิยา กีฬนฺตา นวปทุมานิ ปุปฺผิตานิ ปุราณปทุมานิ จ วณฺฏโต ปตนฺตานิ ทิสฺวา ‘‘อิมสฺส ตาว อนุปาทินฺนกสฺส เอวรูปา ชรา ปาปุณาติ, กิมงฺคํ ปน อมฺหากํ สรีรสฺส. อิทมฺปิ หิ เอวํคติกเมว ภวิสฺสตี’’ติ อารมฺมณํ คเหตฺวา สพฺเพว ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา อุฏฺฐายุฏฺฐาย ปทุมกณฺณิกาสุ ปลฺลงฺเกน นิสีทึสุ.

อถ เตหิ สทฺธึ อาคตา ราชปุริสา พหุคตํ ทิวสํ ญตฺวา ‘‘อยฺยปุตฺตา ตุมฺหากํ เวลํ ชานาถา’’ติ อาหํสุ. เต ตุณฺหี อเหสุํ. เต ปุริสา คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ – ‘‘กุมารา เทว, ปทุมกณฺณิกาสุ นิสินฺนา, อเมฺหสุ กเถนฺเตสุปิ วจีเภทํ น กโรนฺตี’’ติ. ยถารุจิยา เตสํ นิสีทิตุํ เทถาติ. เต สพฺพรตฺตึ คหิตารกฺขา ปทุมกณฺณิกาสุ นิสินฺนนิยาเมเนว อรุณํ อุฏฺฐาเปสุํ. ปุริสา ปุนทิวเส อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เทวา เวลํ ชานาถา’’ติ อาหํสุ. น มยํ เทวา, ปจฺเจกพุทฺธา นาม มยนฺติ. อยฺยา, ตุเมฺห ภาริยํ กถํ กเถถ, ปจฺเจกพุทฺธา นาม ตุมฺหาทิสา น โหนฺติ, ทฺวงฺคุลเกสมสฺสุธรา กาเย ปฏิมุกฺกอฏฺฐปริกฺขารา โหนฺตีติ. เต ทกฺขิณหตฺเถน สีสํ ปรามสึสุ. ตาวเทว คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ, อฏฺฐ ปริกฺขารา กาเย ปฏิมุกฺกาว อเหสุํ. ตโต ปสฺสนฺตสฺเสว มหาชนสฺส อากาเสน นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมํสุ.

สาปิ โข, ปทุมวตี เทวี, ‘‘อหํ พหุปุตฺตา หุตฺวา นิปุตฺตา ชาตา’’ติ หทยโสกํ ปตฺวา เตเนว โสเกน กาลํ กตฺวา ราชคหนครทฺวารคามเก สหตฺเถน กมฺมํ กตฺวา ชีวนกฏฺฐาเน นิพฺพตฺติ. อปรภาเค กุลฆรํ คนฺตฺวา เอกทิวสํ สามิกสฺส เขตฺตํ ยาคุํ หรมานา เตสํ อตฺตโน ปุตฺตานํ อนฺตเร อฏฺฐ ปจฺเจกพุทฺเธ ภิกฺขาจารเวลาย อากาเสน คจฺฉนฺเต ทิสฺวา สีฆํ สีฆํ คนฺตฺวา สามิกสฺส อาโรเจสิ – ‘‘ปสฺส, อยฺย, ปจฺเจกพุทฺเธ, เอเต นิมนฺเตตฺวา โภเชสฺสามา’’ติ. โส อาห – ‘‘สมณสกุณา นาเมเต อญฺญตฺถาปิ เอวํ จรนฺติ, น เอเต ปจฺเจกพุทฺธา’’ติ. เต เตสํ กเถนฺตานํเยว อวิทูเร ฐาเน โอตรึสุ. สา อิตฺถี ตํทิวสํ อตฺตโน ภตฺตขชฺชโภชนํ เตสํ ทตฺวา ‘‘เสฺวปิ อฏฺฐ ชนา มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อาห. สาธุ, อุปาสิเก, ตว สกฺกาโร เอตฺตโกว โหตุ, อาสนานิ จ อฏฺเฐว โหนฺตุ, อญฺเญปิ พหู ปจฺเจกพุทฺเธ ทิสฺวา ตว จิตฺตํ ปสาเทยฺยาสีติ. สา ปุนทิวเส อฏฺฐ อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา อฏฺฐนฺนํ สกฺการสมฺมานํ ปฏิยาเทตฺวา นิสีทิ.

นิมนฺติตปจฺเจกพุทฺธา เสสานํ สญฺญํ อทํสุ – ‘‘มาริสา, อชฺช อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา สพฺเพว ตุมฺหากํ มาตุ สงฺคหํ กโรถา’’ติ. เต เตสํ วจนํ สุตฺวา สพฺเพว เอกโต อากาเสน อาคนฺตฺวา มาตุ-เคหทฺวาเร ปาตุรเหสุํ. สาปิ ปฐมํ ลทฺธสญฺญตาย พหูปิ ทิสฺวา น กมฺปิตฺถ, สพฺเพปิ เต เคหํ ปเวเสตฺวา อาสเนสุ นิสีทาเปสิ. เตสุ ปฏิปาฏิยา นิสีทนฺเตสุ นวโม อญฺญานิ อฏฺฐ อาสนานิ มาเปตฺวา สยํ ธุราสเน นิสีทิ. ยาว อาสนานิ วฑฺฒนฺติ, ตาว เคหํ วฑฺฒติ. เอวํ เตสุ สพฺเพสุปิ นิสินฺเนสุ สา อิตฺถี อฏฺฐนฺนํ ปจฺเจกพุทฺธานํ ปฏิยาทิตํ สกฺการํ ปญฺจสตานมฺปิ ยาวทตฺถํ ทตฺวา อฏฺฐ นีลุปฺปลหตฺถเก อาหริตฺวา นิมนฺติตปจฺเจกพุทฺธานํเยว ปาทมูเล ฐเปตฺวา อาห – ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน สรีรวณฺโณ อิเมสํ นีลุปฺปลานํ อนฺโตคพฺภวณฺโณ วิย โหตู’’ติ ปตฺถนํ อกาสิ. ปจฺเจกพุทฺธา มาตุ อนุโมทนํ กตฺวา คนฺธมาทนํเยว อคมํสุ.

สาปิ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา ตโต จุตา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิกุเล ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, นีลุปฺปลคพฺภสมานวณฺณตาย จสฺสา อุปฺปลวณฺณาเตฺวว นามํ อกํสุ. อถสฺสา วยปฺปตฺตกาเล สกลชมฺพุทีปราชาโน จ เสฏฺฐิโน จ เสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ ปหิณึสุ – ‘‘ธีตรํ อมฺหากํ เทตู’’ติ. อปหิณนฺโต นาม นาโหสิ. ตโต เสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘อหํ สพฺเพสํ มนํ คเหตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อุปายํ ปเนกํ กริสฺสามี’’ติ ธีตรํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ปพฺพชิตุํ อมฺม สกฺขิสฺสสี’’ติ อาห. ตสฺสา ปจฺฉิมภวิกตฺตา ปิตุวจนํ สีเส อาสิตฺตสตปากเตลํ วิย อโหสิ, ตสฺมา ปิตรํ ‘‘ปพฺพชิสฺสามิ, ตาตา’’ติ อาห. โส ตสฺสา สกฺการํ กตฺวา ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. ตสฺสา อจิรปพฺพชิตาย เอว อุโปสถาคาเร กาลวาโร ปาปุณิ. สา ทีปํ ชาเลตฺวา อุโปสถาคารํ สมฺมชฺชิตฺวา ทีปสิขาย นิมิตฺตํ คณฺหิตฺวา ปุนปฺปุนํ โอโลกยมานา เตโชกสิณารมฺมณํ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเทว ปาทกํ กตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. อรหตฺตผเลน สทฺธึเยว จ อิทฺธิวิกุพฺพเน จิณฺณวสี อโหสิ. สา อปรภาเค สตฺถุ ยมกปาฏิหาริยกรณทิวเส ‘‘อหํ, ภนฺเต, ปาฏิหาริยํ กริสฺสามี’’ติ สีหนาทํ นทิ. สตฺถา อิทํ การณํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เชตวนวิหาเร นิสินฺโน ปฏิปาฏิยา ภิกฺขุนิโย ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต อิมํ เถรึ อิทฺธิมนฺตีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

ปฏาจาราเถรีวตฺถุ

๒๓๘. จตุตฺเถ วินยธรานํ ยทิทํ ปฏาจาราติ ปฏาจารา เถรี วินยธรานํ อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา อปรภาเค สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ วินยธรานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา กสฺสปพุทฺธกาเล กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา สตฺตนฺนํ ภคินีนํ อพฺภนฺตรา หุตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปริเวณํ กตฺวา ปุน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ.

สา อปรภาเค วยปฺปตฺตา อตฺตโน เคเห เอเกน กมฺมกาเรน สทฺธึ สนฺถวํ กตฺวา อปรภาเค อตฺตโน สมานชาติกํ กุลํ คจฺฉนฺตี กตสนฺถวสฺส ปุริสสฺส สญฺญํ อทาสิ – ‘‘น ตฺวํ เสฺว ปฏฺฐาย มํ ปฏิหารสเตนปิ ทฏฺฐุํ ลภิสฺสสิ, สเจ เต กมฺมํ อตฺถิ, อิทานิ มํ คณฺหิตฺวา คจฺฉาหี’’ติ. โส ‘‘เอวํ โหตู’’ติ อนุจฺฉวิกํ หตฺถสารํ คเหตฺวา ตํ อาทาย นครโต ตีณิ จตฺตาริ โยชนานิ ปฏิกฺกมิตฺวา เอกสฺมึ คามเก วาสํ กปฺเปสิ.

อถ อปรภาเค ตสฺสา กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. สา คพฺเภ ปริปกฺเก ‘‘อิทํ อมฺหากํ อนาถฏฺฐานํ, กุลเคหํ คจฺฉาม สามี’’ติ อาห. โส ‘‘อชฺช คจฺฉาม, เสฺว คจฺฉามา’’ติ คนฺตุํ อสกฺโกนฺโต กาลํ วีตินาเมสิ. สา ตสฺส การณํ ญตฺวา ‘‘นายํ พาโล มํ เนสฺสตี’’ติ ตสฺมึ พหิ คเต ‘‘เอกิกาว กุลเคหํ คมิสฺสามี’’ติ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. โส อาคนฺตฺวา ตํ เคเห อปสฺสนฺโต ปฏิวิสฺสเก ปุจฺฉิตฺวา ‘‘กุลเคหํ คตา’’ติ สุตฺวา ‘‘มํ นิสฺสาย กุลธีตา อนาถา ชาตา’’ติ ปทานุปทิกํ คนฺตฺวา สมฺปาปุณิ. ตสฺสา อนฺตรามคฺเคว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. ตโต ‘‘ยสฺสตฺถาย มยํ คจฺเฉยฺยาม, โส อตฺโถ อนฺตรามคฺเคว นิปฺผนฺโน, อิทานิ คนฺตฺวา กึ กริสฺสามา’’ติ ปฏินิวตฺตึสุ. ปุน ตสฺสา กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐาสีติ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.

อนฺตรามคฺเค ปนสฺสา คพฺภวุฏฺฐาเน ชาตมตฺเตเยว จตูสุ ทิสาสุ มหาเมโฆ อุฏฺฐหิ. สา ตํ ปุริสํ อาห – ‘‘สามิ, อเวลาย จตูสุ ทิสาสุ เมโฆ อุฏฺฐิโต, อตฺตโน วสนฏฺฐานํ กาตุํ วายมาหี’’ติ. โส ‘‘เอวํ กริสฺสามี’’ติ ทณฺฑเกหิ กุฏิกํ กตฺวา ‘‘ฉทนตฺถาย ติณํ อาหริสฺสามี’’ติ เอกสฺมึ มหาวมฺมิกปาเท ติณํ ฉินฺทติ. อถ นํ วมฺมิเก นิปนฺโน กณฺหสปฺโป ปาเท ฑํสิ, โส ตสฺมึเยว ฐาเน ปติโต. สาปิ ‘‘อิทานิ อาคมิสฺสติ, อิทานิ อาคมิสฺสตี’’ติ สพฺพรตฺตึ เขเปตฺวา ‘‘อทฺธา มํ โส ‘อนาถา เอสา’ติ มคฺเค ฉฑฺเฑตฺวา คโต ภวิสฺสตี’’ติ อาโลเก สญฺชาเต ปทานุสาเรน โอโลเกนฺตี วมฺมิกปาเท ปติตํ ทิสฺวา ‘‘มํ นิสฺสาย นฏฺโฐ ปุริโส’’ติ ปริเทวิตฺวา ทหรทารกํ ปสฺเสนาทาย มหลฺลกํ องฺคุลีหิ คาหาเปตฺวา มคฺเคน คจฺฉนฺตี อนฺตรามคฺเค เอกํ อุตฺตานนทึ ทิสฺวา ‘‘เทฺวปิ ทารเก เอกปฺปหาเรเนว อาทาย คนฺตุํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ เชฏฺฐกํ โอริมตีเร ฐเปตฺวา ทหรํ ปรตีรํ เนตฺวา ปิโลติกจุมฺพฏเก นิปชฺชาเปตฺวา ปุน นิวตฺติตฺวา ‘‘อิตรํ คเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ นทึ โอตริ.

อถสฺสา นทีมชฺฌํ ปตฺตกาเล เอโก เสโน ‘‘มํสปิณฺโฑ อย’’นฺติ สญฺญาย ทารกํ วิชฺฌิตุํ อาคจฺฉติ. สา หตฺถํ ปสาเรตฺวา เสนํ ปลาเปสิ. ตสฺสา ตํ หตฺถวิการํ ทิสฺวา มหลฺลกทารโก ‘‘มํ ปกฺโกสตี’’ติ สญฺญาย นทึ โอตริตฺวา โสเต ปติโต ยถาโสตํ อคมาสิ. โสปิ เสโน ตสฺสา อสมฺปตฺตาย เอว ตํ ทหรทารกํ คณฺหิตฺวา อคมาสิ. สา พลวโสกาภิภูตา อนฺตรามคฺเค อิมํ วิลาปคีตํ คายนฺตี คจฺฉติ –

‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลงฺกตา, ปนฺเถ มยฺหํ ปตี มโต’’ติ.

สา เอวํ วิลปมานาว สาวตฺถึ ปตฺวา กุลสภาคํ คนฺตฺวาปิ โสกวเสเนว อตฺตโน เคหํ ววตฺถเปตุํ อสกฺโกนฺตี ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน เอวํวิธํ นาม กุลํ อตฺถิ, กตรํ ตํ เคห’’นฺติ ปฏิปุจฺฉิ. ตฺวํ ตํ กุลํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา กึ กริสฺสสิ? เตสํ วสนเคหํ วาตปฺปหาเรน ปติตํ, ตตฺเถว เต สพฺเพปิ ชีวิตกฺขยํ ปตฺตา, อถ เน ขุทฺทกมหลฺลเก เอกจิตกสฺมึเยว ฌาเปนฺติ, ปสฺส เอสา ธูมวฏฺฏิ ปญฺญายตีติ. สา ตํ กถํ สุตฺวาว กึ ตุเมฺห วทถา’’ติ อตฺตโน นิวตฺถสาฏกํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺตี ชาตนิยาเมเนว พาหา ปคฺคยฺห กนฺทมานา ญาตีนํ จิตกฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตํ วิลาปคีตํ ปริปุณฺณํ กตฺวา ปริเทวมานา –

‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลงฺกตา, ปนฺเถ มยฺหํ ปตี มโต;

มาตา ปิตา จ ภาตา จ, เอกจิตกสฺมึ ฑยฺหเร’’ติ. –

อาห. อญฺเญน ชเนน สาฏกํ ทินฺนมฺปิ ผาเลตฺวา ผาเลตฺวา ฉฑฺเฑติ. อถ นํ ทิฏฺฐทิฏฺฐฏฺฐาเน มหาชโน ปริวาเรตฺวา จรติ. อถสฺสา ‘‘อยํ ปฏาจารํ ปฏปริหรณํ วินา จรตี’’ติ ปฏาจาราเตว นามํ อกํสุ. ยสฺมา จสฺสา โส นคฺคภาเวน อลชฺชีอาจาโร ปากโฏ อโหสิ, ตสฺมา ปติโต อาจาโร อสฺสาติ ปฏาจาราเตฺวว นามํ อกํสุ.

สา เอกทิวสํ สตฺถริ มหาชนสฺส ธมฺมํ เทเสนฺเต วิหารํ ปวิสิตฺวา ปริสปริยนฺเต อฏฺฐาสิ. สตฺถา เมตฺตาผรเณน ผริตฺวา ‘‘สตึ ปฏิลภ, ภคินิ, สตึ ปฏิลภ, ภคินี’’ติ อาห. ตสฺสา สตฺถุ วจนํ สุตฺวา พลวหิโรตฺตปฺปํ อาคตํ, สา ตตฺเถว ภูมิยํ นิสีทิ. อวิทูเร ฐิโต ปุริโส อุตฺตริสาฏกํ ขิปิตฺวา อทาสิ. สา ตํ นิวาเสตฺวา ธมฺมํ อสฺโสสิ. สตฺถา ตสฺสา จริยวเสน อิมา ธมฺมปเท คาถา อาห –

‘‘น สนฺติ ปุตฺตา ตาณาย, น ปิตา นาปิ พนฺธวา;

อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส, นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา.

‘‘เอตมตฺถวสํ ญตฺวา, ปณฺฑิโต สีลสํวุโต;

นิพฺพานคมนํ มคฺคํ, ขิปฺปเมว วิโสธเย’’ติ. (ธ. ป. ๒๘๘-๒๘๙);

สา คาถาปริโยสาเน ยถาฐิตาว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. สตฺถา ‘‘ตสฺสา ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชา’’ติ ปพฺพชฺชํ สมฺปฏิจฺฉิ. สา ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺวา พุทฺธวจนํ คณฺหนฺตี วินยปิฏเก จิณฺณวสี อโหสิ. อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสินฺโน ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต ปฏาจารํ วินยธรานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

ธมฺมทินฺนาเถรีวตฺถุ

๒๓๙. ปญฺจเม ธมฺมกถิกานนฺติ ธมฺมกถิกานํ ภิกฺขุนีนํ ธมฺมทินฺนา อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ ปรายตฺตฏฺฐาเน นิพฺพตฺติตฺวา ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต อคฺคสาวกสฺส สุชาตตฺเถรสฺส อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติ. สพฺพํ เหฏฺฐา เขมาเถริยา อภินีหารวเสเนว เวทิตพฺพํ. ผุสฺสพุทฺธกาเล ปเนสา สตฺถุ เวมาติกานํ ติณฺณํ ภาติกานํ ทานาธิกาเร ฐปิตกมฺมิกสฺส เคเห วสมานา ‘‘เอกํ เทหี’’ติ วุตฺตา เทฺว อทาสิ. เอวํ สพฺพํ อปริหาเปนฺตี ทตฺวา เทฺวนวุติกปฺเป อติกฺกมฺม กสฺสปพุทฺธกาเล กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา สตฺตนฺนํ ภคินีนํ อพฺภนฺตรา หุตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส วสนปริเวณํ กาเรตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา อปรภาเค วิสาขเสฏฺฐิโน เคหํ คตา. วิสาขเสฏฺฐิ นาม พิมฺพิสารสฺส สหายโก รญฺญา สทฺธึ ทสพลสฺส ปฐมทสฺสนํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต, อปรภาเค อนาคามิผลํ สจฺฉากาสิ.

โส ตํทิวสํ ฆรํ คนฺตฺวา โสปานมตฺถเก ฐิตาย ธมฺมทินฺนาย หตฺเถ ปสาริเต หตฺถํ อนาลมฺพิตฺวาว ปาสาทํ อภิรุหิ. ภุญฺชมาโนปิ ‘‘อิมํ เทถ, อิมํ หรถา’’ติ น พฺยาหริ. ธมฺมทินฺนา กฏจฺฉุํ คเหตฺวา ปริวิสมานา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ เม หตฺถาลมฺพกํ เทนฺติยาปิ หตฺถํ น อาลมฺพิ, ภุญฺชมาโนปิ กิญฺจิ น กเถติ, โก นุ โข มยฺหํ โทโส’’ติ? อถ นํ ภุตฺตาวึ ‘‘โก นุ โข เม, อยฺย, โทโส’’ติ ปุจฺฉิ. ธมฺมทินฺเน ตุยฺหํ โทโส นตฺถิ, อหํ ปน อชฺช ปฏฺฐาย สนฺถววเสน ตุมฺหากํ สนฺติเก นิสีทิตุํ วา ฐาตุํ วา อาหราเปตฺวา ขาทิตุํ วา ภุญฺชิตุํ วา อภพฺโพ. ตฺวํ สเจ อิจฺฉสิ, อิมสฺมึ เคเห วส. โน เจ อิจฺฉสิ, ยตฺตเกน เต ธเนน อตฺโถ, ตํ คณฺหิตฺวา กุลฆรํ คจฺฉาหีติ. อยฺยปุตฺต, เอวํ สนฺเต อหํ ตุเมฺหหิ ฉฑฺฑิตเขฬํ วมิตวมนํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา น จริสฺสามิ, มยฺหํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาถาติ. วิสาโข ‘‘สาธุ, ธมฺมทินฺเน’’ติ รญฺโญ อาโรเจตฺวา ธมฺมทินฺนํ สุวณฺณสิวิกาย ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ ปพฺพชฺชตฺถาย เปเสสิ.

สา ปพฺพชิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ตาว เสฏฺฐิ ฆรมชฺเฌ ฐิโตว ทุกฺขสฺสนฺตํ อกาสิ, ปพฺพชฺชํ ลทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ปน มยาปิ ทุกฺขสฺสนฺตํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาจริยุปชฺฌายานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘อยฺเย, มยฺหํ อากิณฺณฏฺฐาเน จิตฺตํ น รมติ, คามกาวาสํ คจฺฉามี’’ติ อาห. เถริโย ตสฺสา มหากุลา นิกฺขมฺม ปพฺพชิตภาเวน จิตฺตํ วาเรตุํ อสกฺโกนฺติโย ตํ คเหตฺวา คามกาวาสํ อคมํสุ. สา อตีเต มทฺทิตสงฺขารตาย นจิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อถสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘มยฺหํ กิจฺจํ มตฺถกํ ปตฺตํ, อิธ วสิตฺวา กึ กริสฺสามิ, ราชคหเมว คจฺฉามิ, ตตฺร มํ นิสฺสาย พหุ ญาติสงฺโฆ ปุญฺญานิ กริสฺสตี’’ติ เถริโย คเหตฺวา นครเมว ปจฺจาคตา.

วิสาโข ตสฺสา อาคตภาวํ ญตฺวา ‘‘สีฆํ อาคตา อุกฺกณฺฐิตา นุ โข ภวิสฺสตี’’ติ สายนฺหสมเย ตสฺสา สนฺติกํ คนฺตฺวา อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘อุกฺกณฺฐิตภาวํ ปุจฺฉิตุํ อยุตฺต’’นฺติ ปญฺจกฺขนฺธาทิวเสน ปเญฺห ปุจฺฉิ, ธมฺมทินฺนา ขคฺเคน อุปฺปลนาลํ ฉินฺทนฺตี วิย ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉิตํ วิสฺสชฺเชสิ. อุปาสโก ธมฺมทินฺนาเถริยา ญาณสฺส สูรภาวํ ญตฺวา อตฺตโน อธิคตฏฺฐาเน ปฏิปาฏิยา ตีสุ มคฺเคสุ สพฺพากาเรน ปเญฺห ปุจฺฉิตฺวา อุคฺคหวเสน อรหตฺตมคฺเคปิ ปุจฺฉิ. ธมฺมทินฺนาเถรีปิ อุปาสกสฺส ยาว อนาคามิผลาว วิสยภาวํ ญตฺวา ‘‘อิทานิ อตฺตโน วิสยํ อติกฺกมิตฺวา ธาวตี’’ติ ตํ นิวตฺเตนฺตี ‘‘อจฺจสรา, อาวุโส วิสาข, ปเญฺห, นาสกฺขิ ปญฺหานํ ปริยนฺตํ คเหตุํ, นิพฺพาโนคธญฺหิ, อาวุโส วิสาข, พฺรหฺมจริยํ นิพฺพานปรายณํ นิพฺพานปริโยสานํ. อากงฺขมาโน จ ตฺวํ, อาวุโส วิสาข, ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยาสิ. ยถา จ เต ภควา พฺยากโรติ, ตถา นํ ธาเรยฺยาสี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๖) อาห.

วิสาโข สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สพฺพํ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนนยํ กเถสิ. สตฺถา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘มม ธีตาย อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ ขนฺเธสุ ตณฺหา นตฺถี’’ติ วตฺวา ธมฺมปเท อิมํ คาถมาห –

‘‘ยสฺส ปุเร จ ปจฺฉา จ, มชฺเฌ จ นตฺถิ กิญฺจนํ;

อกิญฺจนํ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. (ธ. ป. ๔๒๑);

ตโต ธมฺมทินฺนาย สาธุการํ ทตฺวา วิสาขํ อุปาสกํ เอตทโวจ – ‘‘ปณฺฑิตา, วิสาข, ธมฺมทินฺนา ภิกฺขุนี, มหาปญฺญา วิสาข, ธมฺมทินฺนา ภิกฺขุนี. มํ เจปิ ตฺวํ, วิสาข, เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยาสิ, อหมฺปิ ตํ เอวเมว พฺยากเรยฺยํ, ยถา ตํ ธมฺมทินฺนาย ภิกฺขุนิยา พฺยากตํ, เอโส เจเวตสฺส อตฺโถ, เอวญฺจ นํ ธาเรหี’’ติ. เอวเมตํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ. อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสินฺโน ปฏิปาฏิยา ภิกฺขุนิโย ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต อิทเมว จูฬเวทลฺลํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เถรึ อิมสฺมึ สาสเน ธมฺมกถิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

นนฺทาเถรีวตฺถุ

๒๔๐. ฉฏฺเฐ ฌายีนํ ยทิทํ นนฺทาติ ฌานาภิรตานํ, นนฺทา เถรี, อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อปรภาเค สตฺถุ ธมฺมํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ ฌานาภิรตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา ตโต กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อมฺหากํ สตฺถุ นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว มหาปชาปติโคตมิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, นนฺทาติสฺสา นามํ อกํสุ. รูปนนฺทาติปิ วุจฺจติ. สา อปรภาเค อุตฺตมรูปภาเวน ชนปทกลฺยาณี นาม ชาตา.

สา อมฺหากํ ทสพเล สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา อนุปุพฺเพน กปิลวตฺถุํ อาคนฺตฺวา นนฺทญฺจ ราหุลญฺจ ปพฺพาเชตฺวา ปกฺกนฺเต สุทฺโธทนมหาราชสฺส ปรินิพฺพุตกาเล ‘‘มหาปชาปติโคตมี จ ราหุลมาตา จ นิกฺขมิตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตา’’ติ ญตฺวา ‘‘อิมาสํ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย มยฺหํ อิธ กึ กมฺม’’นฺติ มหาปชาปติยา สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิ. ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ‘‘สตฺถา รูปํ ครหตี’’ติ สตฺถุ อุปฏฺฐานํ น คจฺฉติ, โอวาทวาเร สมฺปตฺเต อญฺญํ เปเสตฺวา โอวาทํ อาหราเปติ. สตฺถา ตสฺสา รูปมทมตฺตภาวํ ญตฺวา ‘‘อตฺตโน โอวาทํ อตฺตนาว อาคนฺตฺวา คณฺหนฺตุ, น ภิกฺขุนีหิ อญฺญา เปเสตพฺพา’’ติ อาห. ตโต รูปนนฺทา อญฺญํ มคฺคํ อปสฺสนฺตี อกามา โอวาทํ อคมาสิ.

สตฺถา ตสฺสา จริตวเสน อิทฺธิยา เอกํ อิตฺถิรูปํ นิมฺมินิตฺวา ตาลวณฺฏํ คเหตฺวา พีชมานํ วิย อกาสิ. รูปนนฺทา ตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อการเณเนว ปมตฺตา หุตฺวา นาคจฺฉามิ, เอวรูปาปิ อิตฺถิโย สตฺถุ สนฺติเก วิสฺสตฺถา จรนฺติ. มม รูปํ เอตาสํ รูปสฺส กลํ นาคฺฆติ โสฬสึ, อชานิตฺวาว เอตฺตกํ กาลํ น อาคตมฺหี’’ติ ตเมว อิตฺถินิมิตฺตํ คณฺหิตฺวา โอโลเกนฺตี อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺสา ปุพฺพเหตุสมฺปนฺนตาย ‘‘อฏฺฐีนํ นครํ กต’’นฺติ (ธ. ป. ๑๕๐) ธมฺมปเท คาถํ วตฺวา –

‘‘จรํ วา ยทิ วา ติฏฺฐํ, นิสินฺโน อุท วา สย’’นฺติ. (สุ. นิ. ๑๙๕) –

สุตฺตํ อภาสิ. สา ตสฺมึเยว รูเป ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. อิมสฺมึ ฐาเน อิทํ วตฺถุ เหฏฺฐา เขมาเถริยา วตฺถุนา สทิสเมวาติ น วิตฺถาริตํ. ตโต ปฏฺฐาย, รูปนนฺทา, ฌานาภิรตานํ อนฺตเร ธุรปฺปตฺตา อโหสิ. สตฺถา อปรภาเค เชตวเน นิสินฺโน ปฏิปาฏิยา ภิกฺขุนิโย ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต นนฺทาเถรึ ฌายีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

โสณาเถรีวตฺถุ

๒๔๑. สตฺตเม อารทฺธวีริยานนฺติ ปคฺคหิตปริปุณฺณวีริยานํ โสณา อคฺคาติ ทสฺเสติ. อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อปรภาเค ธมฺมํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ อารทฺธวีริยานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อปรภาเค ฆราวาเส วุตฺถา พหู ปุตฺตธีตโร ลภิตฺวา สพฺเพปิ วิสุํ วิสุํ ฆราวาเส ปติฏฺฐาเปสิ. เต ตโต ปฏฺฐาย ‘‘อยํ อมฺหากํ กึ กริสฺสตี’’ติ ตํ อตฺตโน สนฺติกํ อาคตํ ‘‘มาตา’’ติ สญฺญมฺปิ น กรึสุ. พหุปุตฺติกโสณา เตสํ อตฺตนิ อคารวภาวํ ญตฺวา ‘‘ฆราวาเสน กึ กริสฺสามี’’ติ นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิ. อถ นํ ภิกฺขุนิโย ‘‘อยํ วตฺตํ น ชานาติ, อยุตฺตํ กโรตี’’ติ ทณฺฑกมฺมํ กโรนฺติ. ปุตฺตธีตโร ตํ ทณฺฑกมฺมํ อาหรนฺตึ ทิสฺวา ‘‘อยํ ยาวชฺชทิวสา สิกฺขามตฺตมฺปิ น ชานาตี’’ติ ทิฏฺฐทิฏฺฐฏฺฐาเน อุปฺปณฺเฑสุํ. สา เตสํ วจนํ สุตฺวา อุปฺปนฺนสํเวคา ‘‘อตฺตโน คติวิโสธนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ นิสินฺนฏฺฐาเนปิ ฐิตฏฺฐาเนปิ ทฺวตฺตึสาการํ สชฺฌายติ. สา ยเถว ปุพฺเพ พหุปุตฺติกโสณตฺเถรีติ ปญฺญายิตฺถ, เอวํ ปจฺฉา อารทฺธวีริยโสณตฺเถรีติ ปากฏา ชาตา.

อเถกทิวสํ ภิกฺขุนิโย วิหารํ คจฺฉนฺติโย ‘‘ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส อุทกํ ตาเปยฺยาสิ, โสเณ’’ติ วตฺวา อคมํสุ. สาปิ อุทกตาปนโต ปุเรตรเมว อคฺคิสาลาย จงฺกมิตฺวา จงฺกมิตฺวา ทฺวตฺตึสาการํ สชฺฌายนฺตี วิปสฺสนํ วฑฺเฒสิ. สตฺถา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว อิมํ โอภาสคาถํ อภาสิ –

‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ ธมฺมมุตฺตมํ;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต ธมฺมมุตฺตม’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๑๕);

สา คาถาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อรหตฺตํ ปตฺตา, อาคนฺตุกชโน จ อนุปธาเรตฺวาว มยิ อวญฺญาย กิญฺจิ วตฺวา พหุํ อปุญฺญมฺปิ ปสเวยฺย, ตสฺมา สํลกฺขณการณํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. สา อุทกภาชนํ อุทฺธนํ อาโรเปตฺวา เหฏฺฐา อคฺคึ น อกาสิ. ภิกฺขุนิโย อาคนฺตฺวา อุทฺธนํ โอโลเกนฺติโย อคฺคึ อทิสฺวา ‘‘อิมํ มหลฺลิกํ ‘ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส อุทกํ ตาเปหี’ติ อโวจุมฺห, อชฺชาปิ อุทฺธเน อคฺคิมฺปิ น กโรตี’’ติ อาหํสุ. อยฺเย, กึ ตุมฺหากํ อคฺคินา, อุโณฺหทเกน นฺหายิตุกามา ภาชนโต อุทกํ คเหตฺวา นฺหายถาติ? ตาปิ ‘‘ภวิสฺสติ เอตฺถ การณ’’นฺติ คนฺตฺวา อุทเก หตฺถํ โอตาเรตฺวา อุณฺหภาวํ ญตฺวา เอกกุฏํ อาหริตฺวา อุทกํ คณฺหนฺติ, คหิตคหิตฏฺฐานํ ปริปูรติ. ตทา สพฺพาว ตสฺสา อรหตฺเต ฐิตภาวํ ญตฺวา ทหรตรา ตาว ปญฺจปติฏฺฐิเตน ปาเทสุ ปติตฺวา ‘‘มยํ, อยฺเย, เอตฺตกํ กาลํ ตุเมฺห อนุปธาเรตฺวา วิเหเฐตฺวา วิเหเฐตฺวา กถยิมฺห, ขมถ โน’’ติ ขมาเปสุํ. วุทฺธตราปิ อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา ‘‘ขม, อยฺเย’’ติ ขมาเปสุํ. ตโต ปฏฺฐาย ‘‘มหลฺลกกาเล ปพฺพชิตฺวาปิ อารทฺธวีริยภาเวน นจิรสฺเสว อคฺคผเล ปติฏฺฐิตา’’ติ เถริยา คุโณ ปากโฏ อโหสิ. อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสีทิตฺวา ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต โสณตฺเถรึ อารทฺธวีริยานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

พกุลาเถรีวตฺถุ

๒๔๒. อฏฺฐเม ทิพฺพจกฺขุกานํ ยทิทํ พกุลาติ ทิพฺพจกฺขุกานํ, พกุลา เถรี, อคฺคาติ ทสฺเสติ. อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา สตฺถุ ธมฺมกถํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา อปรภาเค สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺธา ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. สา ตโต ปฏฺฐาย ทิพฺพจกฺขุมฺหิ จิณฺณวสี อโหสิ. อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสินฺโน ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต อิมํ เถรึ ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

กุณฺฑลเกสาเถรีวตฺถุ

๒๔๓. นวเม ขิปฺปาภิญฺญานนฺติ ขิปฺปาภิญฺญานํ ภิกฺขุนีนํ, ภทฺทา กุณฺฑลเกสา, อคฺคาติ ทสฺเสติ. อยมฺปิ หิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺตา สตฺถุ ธมฺมกถํ สุตฺวา สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ ขิปฺปาภิญฺญานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา กสฺสปพุทฺธกาเล กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เคเห สตฺตนฺนํ ภคินีนํ อพฺภนฺตรา หุตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ ทส สีลานิ สมาทาย โกมาริกพฺรหฺมจริยํ จรนฺตี สงฺฆสฺส วสนปริเวณํ กาเรตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหนคเร เสฏฺฐิกุเล ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, ภทฺทาติสฺสา นามํ อกํสุ.

ตํทิวสํเยว จ ตสฺมึ นคเร ปุโรหิตปุตฺโต ชาโต. ตสฺส ชาตเวลาย ราชนิเวสนํ อาทึ กตฺวา สกลนคเร อาวุธานิ ปชฺชลึสุ. ปุโรหิโต ปาโตว ราชกุลํ คนฺตฺวา ราชานํ สุขเสยฺยํ ปุจฺฉิ. ราชา ‘‘กุโต เม, อาจริย, สุขเสยฺยา, อชฺช สพฺพรตฺตึ ราชนิเวสเน อาวุธานิ ปชฺชลิตานิ ทิสฺวา ภยปฺปตฺตา อหุมฺหา’’ติ อาห. มหาราช, ตปฺปจฺจยา มา จินฺตยิตฺถ, น ตุมฺหากํเยว เคเห อาวุธานิ ปชฺชลึสุ, สกลนคเร เอวํ อโหสีติ. กึ การณา, อาจริยาติ? อมฺหากํ เคเห โจรนกฺขตฺเตน ทารโก ชาโต, โส สกลนครสฺส สตฺตุ หุตฺวา อุปฺปนฺโน, ตสฺเสตํ ปุพฺพนิมิตฺตํ. ตุมฺหากํ อุปทฺทโว นตฺถิ, สเจ ปน อิจฺฉถ, หาเรม นนฺติ. อมฺหากํ ปีฬาย อสติยา หารณกมฺมํ นตฺถีติ. ปุโรหิโต ‘‘มม ปุตฺโต อตฺตโน นามํ คเหตฺวาว อาคโต’’ติ สตฺตุโกเตวสฺส นามํ อกาสิ. เสฏฺฐิเคเหปิ ภทฺทา วฑฺฒติ, ปุโรหิตเคเหปิ สตฺตุโก วฑฺฒติ. โส อตฺตโน อาธาวนวิธาวเนน กีฬิตุํ สมตฺถกาลโต ปฏฺฐาย อตฺตโน วิจรณฏฺฐาเน ยํ ยํ ปสฺสติ, ตํ ตํ สพฺพํ อาหริตฺวา มาตาปิตูนํ เคหํ ปูเรติ. ปิตา นํ การณสหสฺสมฺปิ วตฺวา วาเรตุํ นาสกฺขิ.

อปรภาเค ปนสฺส วยปฺปตฺตสฺส สพฺพากาเรนาปิ วาเรตุํ อสกฺกุเณยฺยภาวํ ญตฺวา เทฺว นีลสาฏเก ทตฺวา สนฺธิจฺเฉทนอุปกรณญฺจ สิงฺฆาฏกยนฺตญฺจ หตฺเถ ทตฺวา ‘‘ตฺวํ อิมินาว กมฺเมน ชีวาหี’’ติ นํ วิสฺสชฺเชสิ. โส ตํทิวสโต ปฏฺฐาย สิงฺฆาฏกยนฺตํ ขิปิตฺวา กุลานํ ปาสาเท อารุยฺห สนฺธึ ฉินฺทิตฺวา ปรกุเลสุ นิกฺขิตฺตภณฺฑํ อตฺตนา ฐปิตํ วิย คเหตฺวา คจฺฉติ. สกลนคเร เตน อวิลุตฺตเคหํ นาม นาโหสิ. เอกทิวสํ ราชา รเถน นคเร วิจรนฺโต สารถึ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ นุ โข อิมสฺมึ นคเร ตสฺมึ ตสฺมึ ฆเร ฉิทฺทเมว ปญฺญายตี’’ติ. เทว อิมสฺมึ นคเร สตฺตุโก นาม โจโร ภิตฺตึ ฉินฺทิตฺวา กุลานํ สนฺตกํ หรตีติ. ราชา นครคุตฺติกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อิมสฺมึ กิร นคเร เอวรูโป นาม โจโร อตฺถิ, กสฺมา นํ น คณฺหสี’’ติ อาห. มยํ, เทว, ตํ โจรํ สโหฑฺฒํ ปสฺสิตุํ น สกฺโกมาติ. สเจ อชฺช นํ โจรํ คณฺหสิ, ชีวสิ. สเจ น คณฺหสิ, ราชาณํ เต กริสฺสามีติ. เอวํ เทวาติ นครคุตฺติโก สกลนคเร มนุสฺเส จาเรตฺวา ตํ ภิตฺตึ ฉินฺทิตฺวา ปรภณฺฑํ อวหรนฺตํ สโหฑฺฒเมว คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสิ. ราชา ‘‘อิมํ โจรํ ทกฺขิณทฺวาเรน นีหริตฺวา ฆาเตถา’’ติ อาห. นครคุตฺติโก รญฺโญ ปฏิสฺสุณิตฺวา ตํ โจรํ จตุกฺเก จตุกฺเก ปหารสหสฺเสน ตาเฬนฺโต คาหาเปตฺวา ทกฺขิณทฺวารํ คจฺฉติ.

ตสฺมึ สมเย อยํ ภทฺทา นาม เสฏฺฐิธีตา มหาชนสฺส โกลาหลสทฺเทน สีหปญฺชรํ อุคฺฆาเฏตฺวา โอโลเกนฺตี ตํ สตฺตุกํ โจรํ ตถา นียมานํ ทิสฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ หทยํ สนฺธาเรนฺตี คนฺตฺวา สิริสยเน อโธมุขา นิปชฺชิ. สา จ ตสฺส กุลสฺส เอกธีตา, เตนสฺสา ญาตกา อปฺปมตฺตกมฺปิ มุขวิการํ สหิตุํ น สกฺโกนฺติ. อถ นํ มาตา สยเน นิปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘กึ กโรสิ, อมฺมา’’ติ ปุจฺฉิ. เอตํ วชฺฌํ กตฺวา นียมานํ โจรํ อทฺทส, อมฺมาติ? อาม, อมฺมาติ. เอตํ ลภมานา ชีวิสฺสามิ, อลภมานาย เม มรณเมวาติ. เต ตํ นานปฺปกาเรนปิ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตา ‘‘มรณา ชีวิตํ เสยฺโย’’ติ สลฺลกฺเขสุํ. อถสฺสา ปิตา นครคุตฺติกสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา สหสฺสํ ลญฺชํ ทตฺวา ‘‘มยฺหํ ธีตา โจเร ปฏิพทฺธจิตฺตา, เยน เกนจิ อุปาเยน อิมํ มุญฺจา’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ เสฏฺฐิสฺส ปฏิสฺสุณิตฺวา โจรํ คเหตฺวา ยาว สูริยสฺส อตฺถงฺคมนา อิโต จิโต จ ปปญฺจาเปตฺวา สูริเย อตฺถงฺคเต จารกโต เอกํ มนุสฺสํ นีหราเปตฺวา สตฺตุกสฺส พนฺธนํ โมเจตฺวา สตฺตุกํ เสฏฺฐิเคหํ เปเสตฺวา เตน พนฺธเนน อิตรํ พนฺธิตฺวา ทกฺขิณทฺวาเรน นีหริตฺวา ฆาเตสิ. เสฏฺฐิทาสาปิ สตฺตุกํ คเหตฺวา เสฏฺฐิโน นิเวสนํ อาคมํสุ. ตํ ทิสฺวา เสฏฺฐิ ‘‘ธีตุ มนํ ปูเรสฺสามี’’ติ สตฺตุกํ คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตํ กาเรตฺวา ปาสาทํ เปเสสิ. ภทฺทาปิ ‘‘ปริปุณฺโณ เม สงฺกปฺโป’’ติ อเนกาลงฺกาเรน อลงฺกริตฺวา ตํ ปริจรติ.

สตฺตุโก กติปาหํ วีตินาเมตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิมิสฺสา ปสาธนภณฺฑกํ มยฺหํ ภวิสฺสติ, เกนจิ อุปาเยน อิมํ อาภรณํ คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ สมีเป สุเขน นิสินฺนกาเล ภทฺทํ อาห – ‘‘มยฺหํ เอกํ วจนํ วตฺตพฺพํ อตฺถี’’ติ. เสฏฺฐิธีตา สหสฺสลาภํ ลภิตฺวา วิย ตุฏฺฐมานสา ‘‘วิสฺสตฺถํ วเทหิ, อยฺยา’’ติ อาห. ตฺวํ จินฺเตสิ – ‘‘มํ นิสฺสาย อิมินา ชีวิตํ ลทฺธ’’นฺติ, อหํ ปน คหิตมตฺโตว โจรปปาตปพฺพเต อธิวตฺถาย เทวตาย ‘‘สจาหํ ชีวิตํ ลภิสฺสามิ, พลิกมฺมํ เต ทสฺสามี’’ติ อายาจึ. ตํ นิสฺสาย มยา ชีวิตํ ลทฺธํ, สีฆํ พลิกมฺมํ สชฺชาเปหีติ. ภทฺทา, ‘‘อหํ ตสฺส มนํ ปูเรสฺสามี’’ติ พลิกมฺมํ สชฺชาเปตฺวา สพฺพํ ปสาธนํ ปสาเธตฺวา เอกยาเน อารุยฺห สามิเกน สทฺธึ โจรปปาตปพฺพตํ คนฺตฺวา ‘‘ปพฺพตเทวตาย พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ อภิรุหิตุํ อารทฺธา. สตฺตุโก จินฺเตสิ – ‘‘สพฺเพสุ อภิรุหนฺเตสุ มม อิมิสฺสา อาภรณํ คเหตุํ น โอกาโส ภวิสฺสตี’’ติ ตเมว พลิภาชนํ คาหาเปตฺวา ปพฺพตํ อภิรุหิ.

โส ภทฺทาย สทฺธึ กเถนฺโต ปิยกถํ น กเถติ. สา อิงฺคิเตเนว ตสฺส อธิปฺปายํ อญฺญาสิ. อถ นํ โส อาห – ‘‘ภทฺเท, ตว อุตฺตริสาฏกํ โอมุญฺจิตฺวา กายารุฬฺหํ เต ปสาธนํ เอตฺถ ภณฺฑิกํ กโรหี’’ติ. สามิ มยฺหํ โก อปราโธติ? กึ ปนาหํ, พาเล, พลิกมฺมตฺถํ อาคโตติ สญฺญํ กโรสิ? อหญฺหิ อิมิสฺสา เทวตาย ยกนํ อุพฺพฏฺเฐตฺวา ทเทยฺยํ, พลิกมฺมาปเทเสน ปน ตว อาภรณํ คณฺหิตุกาโม หุตฺวา อาคโตมฺหีติ. กสฺส ปน, อยฺย, ปสาธนํ, กสฺส อหนฺติ? มยํ เอวรูปํ น ชานาม, อญฺญํ ตว สนฺตกํ, อญฺญํ มม สนฺตกนฺติ. สาธุ, อยฺย, เอกํ ปน เม อธิปฺปายํ ปูเรถ, อลงฺกตนิยาเมเนว เม ปุรโต จ ปจฺฉโต จ อาลิงฺคิตุํ เทถาติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. สา เตน สมฺปฏิจฺฉิตภาวํ ญตฺวา ปุรโต อาลิงฺคิตฺวา ปจฺฉโต อาลิงฺคนฺตี วิย หุตฺวา ปพฺพตปปาเต ปาเตสิ. โส ปตนฺโต อากาเสเยว จุณฺณวิจุณฺโณ อโหสิ. ตาย กตํ วิจิตฺรภาวํ ทิสฺวา ปพฺพเต อธิวตฺถา เทวตา คุณกิตฺตนวเสน อิมา คาถา อาห –

‘‘น โส สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;

อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา.

‘‘น โส สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;

อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, มุหุตฺตมปิ จินฺตเย’’ติ. (อป. เถรี ๒.๓.๓๑-๓๒);

ตโต ภทฺทา จินฺเตสิ – ‘‘น สกฺกา มยา อิมินา นิยาเมน ปุน เคหํ คนฺตุํ, อิโตว คนฺตฺวา เอกํ ปพฺพชฺชํ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ, นิคณฺฐารามํ คนฺตฺวา นิคณฺเฐ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. อถ นํ เต อาหํสุ – ‘‘เกน นิยาเมน ปพฺพชฺชา โหตู’’ติ? ยํ ตุมฺหากํ ปพฺพชฺชาย อุตฺตมํ, ตเทว กโรถาติ. เต ‘‘สาธู’’ติ ตสฺสา ตาลฏฺฐินา เกเส ลุญฺจิตฺวา ปพฺพาเชสุํ. เกสา ปุน วฑฺฒนฺตา ราสิราสิวเสน กุณฺฑลาวตฺตา หุตฺวา วฑฺฒึสุ. สา เตเนว การเณน กุณฺฑลเกสา นาม ชาตา. สา อตฺตโน ปพฺพชิตฏฺฐาเน สพฺพสิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา ‘‘เอเตสํ อิโต อุตฺตริ วิเสโส นตฺถี’’ติ ญตฺวา คามนิคมราชธานิโย วิจรนฺตี ยตฺถ ยตฺถ ปณฺฑิตา อตฺถิ, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา เตสํ ชานนสิปฺปํ สพฺพเมว อุคฺคณฺหาติ. อถสฺสา พหูสุ ฐาเนสุ สิกฺขิตภาเวน ปฏิวาทํ ทาตุํ สมตฺถา น โหนฺติ. สา อตฺตนา สทฺธึ กเถตุํ สมตฺถํ อทิสฺวา ยํ คามํ วา นิคมํ วา ปวิสติ, ตสฺส ทฺวาเร วาลุกราสึ กตฺวา ตตฺถ ชมฺพุสาขํ ฐเปติ. ‘‘โย มม วาทํ อาโรเปตุํ สกฺโกติ, โส อิมํ สาขํ มทฺทตู’’ติ สมีเป ฐิตานํ ทารกานํ สญฺญํ เทติ. ตํ สตฺตาหมฺปิ มทฺทนฺตา น โหนฺติ. อถ นํ คเหตฺวา ปกฺกมติ.

ตสฺมึ สมเย อมฺหากํ ภควา โลเก นิพฺพตฺติตฺวา สาวตฺถึ อุปนิสฺสาย เชตวเน วิหรติ. กุณฺฑลเกสาปิ โข อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา อนฺโตนครํ ปวิสมานา โปราณกนิยาเมเนว วาลุการาสิมฺหิ สาขํ ฐเปตฺวา ทารกานํ สญฺญํ ทตฺวา ปาวิสิ. ตสฺมึ สมเย ธมฺมเสนาปติ ภิกฺขุสงฺเฆ ปวิฏฺเฐ เอกโกว นครํ ปวิสนฺโต วาลุกาถูเป ชมฺพุสาขํ ทิสฺวา ‘‘กสฺมา อยํ ฐปิตา’’ติ ปุจฺฉิ. ทารกา ตํ การณํ อปริหาเปตฺวา กเถสุํ. เอวํ สนฺเต อิมํ คเหตฺวา มทฺทถ, ทารกาติ. เตสุ เถรสฺส วจนํ สุตฺวา เอกจฺเจ มทฺทิตุํ น วิสหึสุ, เอกจฺเจ ตํขเณเยว มทฺทิตฺวา จุณฺณวิจุณฺณํ อกํสุ. กุณฺฑลเกสา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา นิกฺขมนฺตี ตํ สาขํ มทฺทิตํ ทิสฺวา ‘‘กสฺเสตํ กมฺม’’นฺติ ปุจฺฉิ. อถสฺสา ธมฺมเสนาปตินา การาปิตภาวํ กถยึสุ. สา ‘‘อตฺตโน ถามํ อชานนฺโต อิมํ สาขํ มทฺทาเปตุํ โน วิสหิสฺสติ, อทฺธา มหนฺโต เอโส ภวิสฺสติ. อหมฺปิ ปน ขุทฺทิกา ภวนฺตี น โสภิสฺสามิ, อนฺโตคามเมว ปวิสิตฺวา ปริสาย สญฺญํ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ตถา อกาสิ. อสีติกุลสหสฺสนิวาเส นคเร สภาคสภาควเสน สพฺเพว สญฺชานึสูติ เวทิตพฺพํ.

เถโรปิ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. อถายํ กุณฺฑลเกสา มหาชนปริวุตา เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ ฐตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺหหิ สาขา มทฺทาปิตา’’ติ ปุจฺฉิ. อาม, มยา มทฺทาปิตาติ. เอวํ สนฺเต ตุเมฺหหิ สทฺธึ อมฺหากํ วาโท โหตุ, ภนฺเตติ. โหตุ, ภทฺเทติ. กสฺส ปุจฺฉา โหตุ, กสฺส วิสฺสชฺชนนฺติ? ปุจฺฉา นาม อมฺหากํ ปตฺตา, ตฺวํ ปน ตุยฺหํ ชานนกํ ปุจฺฉาติ. สา เถเรน ทินฺนอนุมติยา สพฺพเมว อตฺตโน ชานนกํ วาทํ ปุจฺฉิ, เถโร สพฺพํ วิสฺสชฺเชสิ. สา สพฺพํ ปุจฺฉิตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. อถ นํ เถโร อาห – ‘‘ตยา พหุํ ปุจฺฉิตํ, มยมฺปิ เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉามา’’ติ. ปุจฺฉถ, ภนฺเตติ. เอกํ นาม กินฺติ? กุณฺฑลเกสา ‘‘น ชานามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. ตฺวํ เอตฺตกมฺปิ น ชานาสิ, อญฺญํ กึ ชานิสฺสสีติ? สา เถรสฺส ปาเทสุ ปติตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ สรณํ คจฺฉามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. มม สรณคมนกมฺมํ นตฺถิ, สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคโล ธุรวิหาเร วสติ, ตํ สรณํ คจฺฉาหีติ. สา ‘‘เอวํ กริสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ สายนฺหสมเย สตฺถุ ธมฺมเทสนาเวลาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺสา มทฺทิตสงฺขาราย จริยาวเสน ธมฺมปเท อิมํ คาถมาห –

‘‘สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสํหิตา;

เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๐๑);

สา คาถาปริโยสาเน ยถาฐิตาว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. สตฺถา ตสฺสา ปพฺพชฺชํ สมฺปฏิจฺฉิ. สา ภิกฺขุนุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชิ. อปรภาเค จตุปริสมชฺเฌ กถา อุทปาทิ – ‘‘มหนฺตา วตายํ ภทฺทา กุณฺฑลเกสา, ยา จตุปฺปทิกคาถาวสาเน อรหตฺตํ ปตฺตา’’ติ. สตฺถา ตํ การณํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เถรึ ขิปฺปาภิญฺญานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

ภทฺทากาปิลานีเถรีวตฺถุ

๒๔๔. ทสเม ปุพฺเพนิวาสนฺติ ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธสนฺตานํ อนุสฺสรนฺตีนํ ภทฺทา กาปิลานี อคฺคาติ ทสฺเสติ. สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ พาราณสิยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา อตฺตโน สามิภคินิยา สทฺธึ กลหํ กโรนฺตี ตาย ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปิณฺฑปาเต ทินฺเน, ‘‘อยํ อิมสฺส ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา อตฺตโน วสํ วตฺเตตี’’ติ ปจฺเจกพุทฺธสฺส หตฺถโต ปตฺตํ คณฺหิตฺวา ภตฺตํ ฉฑฺเฑตฺวา กลลสฺส ปูเรตฺวา อทาสิ. มหาชโน ‘‘พาลา อย’’นฺติ ครหิตฺวา, ‘‘ยาย เต สทฺธึ กลโห กโต, ตสฺสา กิญฺจิ น กโรสิ, ปจฺเจกพุทฺโธ เต กึ อปรชฺฌตี’’ติ อาห. สา เตสํ วจเนน ลชฺชายมานา ปุน ปตฺตํ คเหตฺวา กลลํ หาเรตฺวา โธวิตฺวา คนฺธจุณฺเณน อุพฺพฏฺเฏตฺวา จตุมธุรสฺส ปูเรตฺวา อุปริ อาสิตฺเตน ปทุมคพฺภวณฺเณน สปฺปินา วิชฺโชตมานํ ปจฺเจกพุทฺธสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา ‘‘ยถา อยํ ปิณฺฑปาโต โอภาสชาโต, เอวํ โอภาสชาตํ เม สรีรํ โหตู’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสีติ สพฺพํ มหากสฺสปตฺเถรสฺส วตฺถุมฺหิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

มหากสฺสปตฺเถโร ปน ทกฺขิณมคฺคํ คเหตฺวา ทสพลสฺส สนฺติกํ พหุปุตฺตกนิโคฺรธมูลํ คโต, อยํ ภทฺทา กาปิลานี วามมคฺคํ คณฺหิตฺวา มาตุคามสฺส ปพฺพชฺชาย อนนุญฺญาตภาเวน ปริพฺพาชิการามํ อคมาสิ. ยทา ปน มหาปชาปติโคตมี ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภิ, ตทา สา เถรี เถริยา สนฺติเก ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา อปรภาเค วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี อรหตฺตํ ปตฺวา ปุพฺเพนิวาสญาเณ จิณฺณวสี อโหสิ. อถ สตฺถา เชตวเน นิสีทิตฺวา ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต อิมํ เถรึ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

ภทฺทากจฺจานาเถรีวตฺถุ

๒๔๕. เอกาทสเม มหาภิญฺญาปฺปตฺตานนฺติ มหติโย อภิญฺญาโย ปตฺตานํ, ภทฺทา กจฺจานา, นาม อคฺคาติ ทสฺเสติ. เอกสฺส หิ พุทฺธสฺส จตฺตาโรว ชนา มหาภิญฺญา โหนฺติ, น อวเสสสาวกา. อวเสสสาวกา หิ กปฺปสตสหสฺสเมว อนุสฺสริตุํ สกฺโกนฺติ, น ตโต ปรํ. มหาภิญฺญาปฺปตฺตา ปน กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อนุสฺสรนฺติ. อมฺหากมฺปิ สตฺถุ สาสเน เทฺว อคฺคสาวกา พากุลตฺเถโร ภทฺทา กจฺจานาติ อิเม จตฺตาโร เอตฺตกํ อนุสฺสริตุํ สกฺขึสุ. ตสฺมา อยํ เถรี มหาภิญฺญาปฺปตฺตานํ อคฺคา นาม ชาตา. ภทฺทา กจฺจานาติ ตสฺสา นามํ. ภทฺทกญฺจนสฺส หิ อุตฺตมสุวณฺณสฺส วิย ตสฺสา สรีรวณฺโณ อโหสิ, สา ตสฺมา ภทฺทกญฺจนาติ นามํ ลภิ, สา ปจฺฉา กจฺจานาเตฺวว สงฺขํ คตา. ราหุลมาตาเยตํ อธิวจนํ.

สา หิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อปรภาเค สตฺถุ ธมฺมกถํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ มหาภิญฺญาปฺปตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สุปฺปพุทฺธสกฺกสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, ภทฺทา กจฺจานาติสฺสา นามํ อกํสุ.

สา วยปฺปตฺตา โพธิสตฺตสฺส เคหํ อคมาสิ. สา อปรภาเค ราหุลกุมารํ นาม ปุตฺตํ วิชายิ. ตสฺส ชาตทิวเสว โพธิสตฺโต นิกฺขมิตฺวา โพธิมณฺเฑ สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา โลกานุคฺคหํ กโรนฺโต อนุปุพฺเพน กปิลวตฺถุํ อาคมฺม ญาตีนํ สงฺคหํ อกาสิ. อปรภาเค ปรินิพฺพุเต สุทฺโธทนมหาราเช มหาปชาปติโคตมี ปญฺจหิ มาตุคามสเตหิ สทฺธึ สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิ. ราหุลมาตาปิ ชนปทกลฺยาณีปิ เถริยา สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิ. สา ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย ภทฺทกจฺจานตฺเถรีเตฺวว ปากฏา อโหสิ. สา อปรภาเค วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา อภิญฺญาสุ จิณฺณวสี อโหสิ, เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺนา เอกาวชฺชเนน กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อนุสฺสรติ. ตสฺสา ตสฺมึ คุเณ ปากเฏ ชาเต สตฺถา เชตวเน นิสินฺโน ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต อิมํ เถรึ มหาภิญฺญาปฺปตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

กิสาโคตมีเถรีวตฺถุ

๒๔๖. ทฺวาทสเม ลูขจีวรธรานนฺติ ตีหิ ลูเขหิ สมนฺนาคตํ ปํสุกูลํ ธาเรนฺตีนํ, กิสาโคตมี, อคฺคาติ ทสฺเสติ. โคตมีติ ตสฺสา นามํ, โถกํ กิสธาตุกตฺตา ปน กิสาโคตมีติ วุจฺจติ. อยมฺปิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ ลูขจีวรธรานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ ทุคฺคตกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตกาเล เอกํ กุลํ อคมาสิ. ตตฺถ นํ ‘‘ทุคฺคตกุลสฺส ธีตา’’ติ ปริภวึสุ.

สา อปรภาเค ปุตฺตํ วิชายิ, อถสฺสา สมฺมานมกํสุ. โส ปนสฺสา ทารโก อาธาวิตฺวา ปริธาวิตฺวา กีฬนวเย ฐิโต กาลมกาสิ, ตสฺสา โสโก อุทปาทิ. สา ‘‘อหํ อิมสฺมึเยว เคเห หตลาภสกฺการา หุตฺวา ปุตฺตสฺส ชาตกาลโต ปฏฺฐาย สกฺการํ ปาปุณึ, อิเม มยฺหํ ปุตฺตํ พหิ ฉฑฺเฑตุมฺปิ วายเมยฺยุ’’นฺติ ปุตฺตํ องฺเกนาทาย ‘‘ปุตฺตสฺส เม เภสชฺชํ เทถา’’ติ เคหทฺวารปฏิปาฏิยา วิจรติ. ทิฏฺฐทิฏฺฐฏฺฐาเน มนุสฺสา ‘‘กตฺถ เต มตกสฺส เภสชฺชํ ทิฏฺฐปุพฺพ’’นฺติ ปาณึ ปหริตฺวา ปริหาสํ กโรนฺติ. สา เตสํ กถาย เนว สญฺญตฺตึ คจฺฉติ. อถ นํ เอโก ปณฺฑิตปุริโส ทิสฺวา, ‘‘อยํ ปุตฺตโสเกน จิตฺตวิกฺเขปํ ปตฺตา ภวิสฺสติ, เอติสฺสา ปน เภสชฺชํ น อญฺโญ ชานิสฺสติ, ทสพโลว ชานิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา เอวมาห – ‘‘อมฺม, ตว ปุตฺตสฺส เภสชฺชํ อญฺโญ ชานนฺโต นาม นตฺถิ, สเทวเก ปน โลเก อคฺคปุคฺคโล ทสพโล ธุรวิหาเร วสติ, ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุจฺฉาหี’’ติ. สา ‘‘สจฺจํ ปุริโส กเถตี’’ติ ปุตฺตมาทาย ตถาคตสฺส พุทฺธาสเน นิสินฺนเวลาย ปริสปริยนฺเต ฐตฺวา ‘‘ปุตฺตสฺส เม เภสชฺชํ เทถ ภควา’’ติ อาห.

สตฺถา ตสฺสา อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ‘‘ภทฺทกํ เต โคตมิ กตํ เภสชฺชตฺถาย อิธาคจฺฉนฺติยา, คจฺฉ นครํ ปวิสิตฺวา โกฏิโต ปฏฺฐาย สกลนครํ จริตฺวา ยสฺมึ เคเห โกจิ มตปุพฺโพ นตฺถิ, ตโต สิทฺธตฺถกํ อาหรา’’ติ อาห. สา ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ตุฏฺฐมานสา อนฺโตนครํ ปวิสิตฺวา ปฐมเคเหเยว ‘‘ทสพโล มม ปุตฺตสฺส เภสชฺชตฺถาย สิทฺธตฺถกํ อาหราเปติ, สิทฺธตฺถกํ เม เทถา’’ติ อาห. ‘‘หนฺท โคตมี’’ติ นีหริตฺวา อทํสุ. อหํ เอวํ คเหตุํ น สกฺโกมิ, อิมสฺมึ เคเห โกจิ มตปุพฺโพ นาม นตฺถีติ? กึ วเทสิ โคตมิ, โก อิธ มตเก คเณตุํ สกฺโกตีติ? ‘‘เตน หิ อลํ นาหํ คณฺหิสฺสามิ, ทสพโล มํ ยตฺถ มตปุพฺโพ นตฺถิ, ตโต นํ คณฺหาเปตี’’ติ อาห. สา อิมินาว นิยาเมน ตติยฆรํ คนฺตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สกลนคเร อยเมว นิยาโม ภวิสฺสติ, อิทํ หิตานุกมฺปเกน พุทฺเธน ทิฏฺฐํ ภวิสฺสตี’’ติ สํเวคํ ลภิตฺวา ตโตว พหิ นิกฺขมิตฺวา อามกสุสานํ คนฺตฺวา ปุตฺตํ หตฺเถน คเหตฺวา, ‘‘ปุตฺตก, อหํ อิมํ มรณํ ตเวว อุปฺปนฺนนฺติ จินฺเตสึ, น ปเนตํ ตเวว, มหาชนสาธารโณ เอส ธมฺโม’’ติ วตฺวา ปุตฺตํ อามกสุสาเน ฉฑฺเฑตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘น คามธมฺโม โน นิคมสฺส ธมฺโม,

น จาปิยํ เอกกุลสฺส ธมฺโม;

สพฺพสฺส โลกสฺส สเทวกสฺส,

เอเสว ธมฺโม ยทิทํ อนิจฺจตา’’ติ. (อป. เถรี ๒.๓.๘๒);

เอวญฺจ ปน วตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อคมาสิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘ลทฺโธ เต, โคตมิ, สิทฺธตฺถโก’’ติ อาห. นิฏฺฐิตํ, ภนฺเต, สิทฺธตฺถเกน กมฺมํ, ปติฏฺฐํ ปน เม เทถาติ อาห. อถสฺสา สตฺถา ธมฺมปเท อิมํ คาถมาห –

‘‘ตํ ปุตฺตปสุสมฺมตฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ;

สุตฺตํ คามํ มโหโฆว, มจฺจุ อาทาย คจฺฉตี’’ติ. (ธ. ป. ๒๘๗);

สา คาถาปริโยสาเน ยถาฐิตาว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ปพฺพชฺชํ ยาจิ, สตฺถา ปพฺพชฺชํ อนุชานิ. สา ติกฺขตฺตุํ สตฺถารํ ปทกฺขิณํ กตฺวา วนฺทิตฺวา ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา นจิรสฺเสว โยนิโสมนสิกาเร กมฺมํ กโรนฺตี วิปสฺสนํ วฑฺเฒสิ. อถสฺสา สตฺถา อิมํ โอภาสคาถมาห –

‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ อมตํ ปทํ;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต อมตํ ปท’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๑๔);

สา คาถาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปตฺตา ปริกฺขารวลญฺเช ปรมุกฺกฏฺฐา หุตฺวา ตีหิ ลูเขหิ สมนฺนาคตํ จีวรํ ปารุปิตฺวา วิจริ. อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสินฺโน ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต อิมํ เถรึ ลูขจีวรธรานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

สิงฺคาลกมาตาเถรีวตฺถุ

๒๔๗. เตรสเม สทฺธาธิมุตฺตานนฺติ สทฺธาลกฺขเณ อภินิวิฏฺฐานํ, สิงฺคาลกมาตา, อคฺคาติ ทสฺเสติ. อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวติยํ กุลฆเร นิพฺพตฺตา สตฺถุ ธมฺมกถํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ สทฺธาธิมุตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหนคเร เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺตา สมานชาติกํ กุลํ คนฺตฺวา เอกํ ปุตฺตํ วิชายิ, ตสฺส สิงฺคาลกกุมาโรติ นามํ อกํสุ. สาปิ เตเนว การเณน สิงฺคาลกมาตา นาม ชาตา. สา เอกทิวสํ สตฺถุ ธมฺมกถํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺธา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิ. ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ ปฏิลภิ. สา ธมฺมสฺสวนตฺถาย วิหารํ คนฺตฺวา ทสพลสฺส สรีรสมฺปตฺตึ โอโลกยมานาว ติฏฺฐติ. สตฺถา ตสฺสา สทฺธาลกฺขเณ อภินิวิฏฺฐภาวํ ญตฺวา สปฺปายํ กตฺวา ปสาทนียเมว ธมฺมํ เทเสสิ. สาปิ เถรี สทฺธาลกฺขณเมว ธุรํ กตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. อถ นํ สตฺถา อปรภาเค เชตวเน นิสีทิตฺวา ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต อิมํ เถรึ สทฺธาธิมุตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.

ปญฺจมวคฺควณฺณนา.

เตรสสุตฺตปฏิมณฺฑิตาย เถริปาฬิยา วณฺณนา นิฏฺฐิตา.