(๑๔) ๓. ตติยเอตทคฺควคฺโค
๒๐๙. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม สิกฺขากามานนฺติ ติสฺโส สิกฺขา กามยมานานํ สมฺปิยายิตฺวา สิกฺขนฺตานนฺติ อตฺโถ. ราหุโลติ อตฺตโน ปุตฺตํ ราหุลตฺเถรํ ทสฺเสติ. เถโร กิร ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ปาโตว อุฏฺฐหนฺโต หตฺถปูรํ วาลิกํ อุกฺขิปิตฺวา ‘‘อโห วตาหํ อชฺช ทสพลสฺส เจว อาจริยุปชฺฌายานญฺจ สนฺติกา เอตฺตกํ โอวาทญฺเจว อนุสาสนิญฺจ ลเภยฺย’’นฺติ ปตฺเถติ. ตสฺมา สิกฺขากามานํ อคฺโค นาม ชาโตติ.
๒๑๐. ทุติเย สทฺธาปพฺพชิตานนฺติ สทฺธาย ปพฺพชิตานํ. รฏฺฐปาโลติ รฏฺฐํ ปาเลตุํ สมตฺโถ, ภินฺนํ วา รฏฺฐํ สนฺธาเรตุํ สมตฺเถ กุเล ชาโตติปิ รฏฺฐปาโลติ สงฺขํ คโต. โส หิ สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ จุทฺทสภตฺตจฺเฉเท กตฺวา มาตาปิตโร ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปตฺวา ปพฺพชิโต. ตสฺมา สทฺธาปพฺพชิตานํ อคฺโค นาม ชาโต.
ราหุล-รฏฺฐปาลตฺเถรวตฺถุ
อิเมสํ ปน อุภินฺนมฺปิ เถรานํ ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – เอเต กิร เทฺวปิ อตีเต ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺตึสุ. เตสํ ทหรกาเล นามํ วา โคตฺตํ วา น กถิยติ. วยปฺปตฺตา ปน ฆราวาเส ปติฏฺฐาย อตฺตโน อตฺตโน ปิตุ อจฺจเยน อุโภปิ อตฺตโน อตฺตโน รตนโกฏฺฐาคารกมฺมิเก ปกฺโกสาเปตฺวา อปริมาณํ ธนํ ทิสฺวา – ‘‘อิมํ เอตฺตกํ ธนราสึ อยฺยกปยฺยกาทโย อตฺตนา สทฺธึ คเหตฺวา คนฺตุํ นาสกฺขึสุ, อเมฺหหิ ทานิ เยน เกนจิ อุปาเยน อิมํ ธนํ คเหตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ เต อุโภปิ ชนา จตูสุ ฐาเนสุ กปณทฺธิกาทีนํ มหาทานํ ทาตุํ อารทฺธา. เอโก อตฺตโน ทานคฺเค อาคตาคตชนํ ปุจฺฉิตฺวา ยาคุขชฺชกาทีสุ ยสฺส ยํ ปฏิภาติ, ตสฺส ตํ อทาสิ, ตสฺส เตเนว การเณน อาคตปาโกติ นามํ ชาตํ. อิตโร อปุจฺฉิตฺวาว คหิตคหิตภาชนํ ปูเรตฺวา ปูเรตฺวา เทติ, ตสฺสปิ เตเนว การเณน อนคฺคปาโกติ นามํ ชาตํ, อปฺปมาณปาโกติ อตฺโถ.
เต อุโภปิ เอกทิวสํ ปาโตว มุขโธวนตฺถํ พหิคามํ อคมํสุ. ตสฺมึ สมเย หิมวนฺตโต เทฺว มหิทฺธิกา ตาปสา ภิกฺขาจารตฺถาย อากาเสน อาคนฺตฺวา เตสํ สหายกานํ อวิทูเร โอตริตฺวา ‘‘มา โน เอเต ปสฺสึสู’’ติ เอกปสฺเส อฏฺฐํสุ. เต อุโภปิ ชนา เตสํ ลาพุภาชนาทิปริกฺขารํ สํวิธาย อนฺโตคามํ สนฺธาย ภิกฺขาย คตานํ สนฺติกํ อาคมฺม วนฺทึสุ. อถ เน ตาปสา ‘‘กาย เวลาย อาคตตฺถ มหาปุญฺญา’’ติ อาหํสุ. เต ‘‘อธุนาว, ภนฺเต’’ติ วตฺวา เตสํ หตฺถโต ลาพุภาชนํ คเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน เคหํ เนตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน นิพทฺธํ ภิกฺขาคหณตฺถํ ปฏิญฺญํ คณฺหึสุ.
เตสุ เอโก ตาปโส สปริฬาหกายธาตุโก โหติ. โส อตฺตโน อานุภาเวน มหาสมุทฺทอุทกํ เทฺวธา กตฺวา ปถวินฺธรนาคราชสฺส ภวนํ คนฺตฺวา ทิวาวิหารํ นิสีทติ. โส อุตุสปฺปายํ คเหตฺวา ปจฺจาคนฺตฺวา อตฺตโน อุปฏฺฐากสฺส เคเห ภตฺตานุโมทนํ กโรนฺโต ‘‘ปถวินฺธรนาคภวนํ วิย โหตู’’ติ วทติ. อถ นํ เอกทิวสํ อุปฏฺฐาโก ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห อนุโมทนํ กโรนฺตา ‘ปถวินฺธรนาคภวนํ วิย โหตู’ติ วทถ, มยมสฺส อตฺถํ น ชานาม, กึ วุตฺตํ โหติ อิทํ, ภนฺเต’’ติ? อาม, กุฏุมฺพิย อหํ ‘‘ตุมฺหากํ สมฺปตฺติ ปถวินฺธรนาคราชสมฺปตฺติสทิสา โหตู’’ติ วทามีติ. กุฏุมฺพิโก ตโต ปฏฺฐาย ปถวินฺธรนาคราชภวเน จิตฺตํ ฐเปสิ.
อิตโร ตาปโส ตาวตึสภวนํ คนฺตฺวา สุญฺเญ เสริสกวิมาเน ทิวาวิหารํ กโรติ. โส อาคจฺฉนฺโต คจฺฉนฺโต จ สกฺกสฺส เทวราชสฺส สมฺปตฺตึ ทิสฺวา อตฺตโน อุปฏฺฐากสฺส อนุโมทนํ กโรนฺโต ‘‘สกฺกวิมานํ วิย โหตู’’ติ วทติ. อถ นํ โสปิ กุฏุมฺพิโย อิตโร สหายโก ตํ ตาปสํ วิย ปุจฺฉิ. โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา สกฺกภวเน จิตฺตํ ฐเปสิ. เต อุโภปิ ปตฺถิตฏฺฐาเนสุเยว นิพฺพตฺตา.
ปถวินฺธรภวเน นิพฺพตฺโต ปถวินฺธรนาคราชา นาม ชาโต. โส นิพฺพตฺตกฺขเณ อตฺตโน อตฺตภาวํ ทิสฺวา ‘‘อมนาปสฺส วต เม ฐานสฺส กุลุปกตาปโส วณฺณํ กเถสิ, อุเรน ปริสกฺกิตฺวา วิจรณฏฺฐานเมตํ, นูน โส อญฺญํ ฐานํ น ชานาตี’’ติ วิปฺปฏิสารี อโหสิ. อถสฺส ตํขเณเยว อลงฺกตปฏิยตฺตานิ นาคนาฏกานิ สพฺพทิสาสุ ตูริยานิ ปคฺคณฺหึสุ. โส ตสฺมึเยว ขเณ ตํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา มาณวกวณฺณี อโหสิ. อนฺวทฺธมาสญฺจ จตฺตาโร มหาราชาโน สกฺกสฺส อุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ. ตสฺมา โสปิ วิรูปกฺเขน นาครญฺญา สทฺธึ สกฺกสฺส อุปฏฺฐานํ คโต. สกฺโก ตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สญฺชานิ. อถ นํ สมีเป อาคนฺตฺวา ฐิตกาเล ‘‘กหํ นิพฺพตฺโตสิ สมฺมา’’ติ ปุจฺฉิ. มา กเถสิ, มหาราช, อุเรน ปริสกฺกนฏฺฐาเน นิพฺพตฺโตมฺหิ, ตุเมฺห ปน กลฺยาณมิตฺตํ ลภิตฺถาติ. สมฺม, ตฺวํ ‘‘อฏฺฐาเน นิพฺพตฺโตมฺหี’’ติ มา วิตกฺกยิ, ปทุมุตฺตรทสพโล โลเก นิพฺพตฺโต, ตสฺส อธิการกมฺมํ กตฺวา อิมํเยว ฐานํ ปตฺเถหิ, อุโภ สุขํ วสิสฺสามาติ. โส ‘‘เอวํ, เทว, กริสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา ปทุมุตฺตรทสพลํ นิมนฺเตตฺวา อตฺตโน นาคภวเน นาคปริสาย สทฺธึ สพฺพรตฺตึ สกฺการสมฺมานํ สชฺเชสิ.
สตฺถา ปุนทิวเส อุฏฺฐิเต อรุเณ อตฺตโน อุปฏฺฐากํ สุมนตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘สุมน, อชฺช ตถาคโต ทูรํ ภิกฺขาจารํ คมิสฺสติ, มา ปุถุชฺชนภิกฺขู อาคจฺฉนฺตุ, เตปิฏกา ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตา ฉฬภิญฺญาว อาคจฺฉนฺตู’’ติ. เถโร สตฺถุ วจนํ สุตฺวา สพฺเพสํ อาโรเจสิ. สตฺถารา สทฺธึ สตสหสฺสา ภิกฺขู อากาสํ ปกฺขนฺทึสุ. ปถวินฺธโร นาคปริสาย สทฺธึ ทสพลสฺส ปจฺจุคฺคมนํ อาคโต สตฺถารํ ปริวาเรตฺวา สมุทฺทมตฺถเก มณิวณฺณา อูมิโย มทฺทมานํ ภิกฺขุสงฺฆํ โอโลเกตฺวา อาทิโต สตฺถารํ, ปริโยสาเน สงฺฆนวกํ ตถาคตสฺส ปุตฺตํ อุปเรวตสามเณรํ นาม โอโลเกนฺโต ‘‘อนจฺฉริโย เสสสาวกานํ เอวรูโป อิทฺธานุภาโว, อิมสฺส ปน ตรุณพาลทารกสฺส เอวรูโป อิทฺธานุภาโว อติวิย อจฺฉริโย’’ติ ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปาเทสิ.
อถสฺส ภวเน ทสพเล นิสินฺเน เสสภิกฺขูสุ โกฏิโต ปฏฺฐาย นิสีทนฺเตสุ สตฺถุ สมฺมุขฏฺฐาเนเยว อุปเรวตสามเณรสฺส อาสนํ ปาปุณิ. นาคราชา ยาคุํ เทนฺโตปิ ขชฺชกํ เทนฺโตปิ สกึ ทสพลํ โอโลเกติ, สกึ อุปเรวตสามเณรํ. ตสฺส กิร สรีเร สตฺถุ สรีเร วิย ทฺวตฺตึส มหาปุริสลกฺขณานิ ปญฺญายนฺติ. ตโต นาคราชา ‘‘อยํ สามเณโร พุทฺธานํ สทิโส ปญฺญายติ, กึ นุ โข โหตี’’ติ อวิทูเร นิสินฺนํ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉิ – ‘‘อยํ, ภนฺเต, สามเณโร ทสพลสฺส กึ โหตี’’ติ? ปุตฺโต, มหาราชาติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘มหา วตายํ ภิกฺขุ, เอวรูปสฺส โสภคฺคปฺปตฺตสฺส ตถาคตสฺส ปุตฺตภาวํ ลภิ. สรีรมฺปิสฺส เอกเทเสน พุทฺธานํ สรีรสทิสํ ปญฺญายติ, มยาปิ อนาคเต เอวรูเปน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อหํ อิมสฺส อธิการกมฺมสฺสานุภาเวน อยํ อุปเรวโต วิย อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส ปุตฺโต ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา อนนฺตรายํ ทิสฺวา ‘‘อนาคเต โคตมพุทฺธสฺส ปุตฺโต ภวิสฺสสี’’ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ.
ปถวินฺธโรปิ ปุน อทฺธมาเส สมฺปตฺเต วิรูปกฺเขน สทฺธึ สกฺกสฺส อุปฏฺฐานํ คโต. อถ นํ สมีเป ฐิตํ สกฺโก ปุจฺฉิ – ‘‘ปตฺถิโต เต, สมฺม, อยํ เทวโลโก’’ติ? น ปตฺถิโต มหาราชาติ. กึ โทสํ อทฺทสาติ? โทโส นตฺถิ, มหาราช, อหํ ปน ทสพลสฺส ปุตฺตํ อุปเรวตสามเณรํ ปสฺสึ. ตสฺส เม ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย อญฺญตฺถ จิตฺตํ น นมิ, สฺวาหํ ‘‘อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส เอวรูโป ปุตฺโต ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสึ. ตฺวมฺปิ, มหาราช, เอกํ ปตฺถนํ กโรหิ, เต มยํ นิพฺพตฺตฏฺฐาเน น วินา ภวิสฺสามาติ. สกฺโก ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เอกํ มหานุภาวํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ‘‘กตรกุลา นุ โข นิกฺขมิตฺวา อยํ กุลปุตฺโต ปพฺพชิโต’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘อยํ ภินฺนํ รฏฺฐํ สนฺธาเรตุํ สมตฺถสฺส กุลสฺส ปุตฺโต หุตฺวา จุทฺทส ภตฺตจฺเฉเท กตฺวา มาตาปิตโร ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปตฺวา ปพฺพชิโต’’ติ อญฺญาสิ. ญตฺวา จ ปน อชานนฺโต วิย ทสพลํ ปุจฺฉิตฺวา สตฺตาหํ มหาสกฺการํ กตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อหํ อิมสฺส กลฺยาณกมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน ตุมฺหากํ สาสเน อยํ กุลปุตฺโต วิย อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน สทฺธาปพฺพชิตานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา อนนฺตรายํ ทิสฺวา ‘‘ตฺวํ, มหาราช, อนาคเต โคตมสฺส พุทฺธสฺส สาสเน สทฺธาปพฺพชิตานํ อคฺโค ภวิสฺสสี’’ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ. สกฺโกปิ อตฺตโน เทวปุรเมว คโต.
เต อุโภปิ นิพฺพตฺตฏฺฐานโต จวิตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตา อเนกสหสฺสกปฺเป อติกฺกมึสุ. อิโต ปน ทฺวานวุติกปฺปมตฺถเก ผุสฺโส นาม พุทฺโธ โลเก อุทปาทิ. ตสฺส ปิตา มหินฺโท นาม ราชา อโหสิ, เวมาติกา ตโย กนิฏฺฐภาตโร. ราชา ทิวเส ทิวเส ‘‘มยฺหํเยว พุทฺโธ มยฺหํ ธมฺโม มยฺหํ สงฺโฆ’’ติ มมายนฺโต สยเมว ทสพลํ นิพทฺธํ โภชนํ โภเชติ.
อถสฺส เอกทิวสํ ปจฺจนฺโต กุปิโต. โส ปุตฺเต อามนฺเตสิ – ‘‘ตาตา, ปจฺจนฺโต กุปิโต, ตุเมฺหหิ วา มยา วา คนฺตพฺพํ. ยทิ อหํ คจฺฉามิ, ตุเมฺหหิ อิมินา นิยาเมน ทสพโล ปริจริตพฺโพ’’ติ. เต ตโยปิ เอกปฺปหาเรเนว อาหํสุ – ‘‘ตาต, ตุมฺหากํ คมนกิจฺจํ นตฺถิ, มยํ โจเร วิธมิสฺสามา’’ติ ปิตรํ วนฺทิตฺวา ปจฺจนฺตํ คนฺตฺวา โจเร วิธมิตฺวา วิชิตสงฺคามา หุตฺวา นิวตฺตึสุ. เต อนฺตรามคฺเค ปาทมูลิเกหิ สทฺธึ มนฺตยึสุ – ‘‘ตาตา, อมฺหากํ คตกฺขเณเยว ปิตา วรํ ทสฺสติ, กตรํ วรํ คณฺหามา’’ติ? อยฺยา, ตุมฺหากํ ปิตุ อจฺจเยน ทุลฺลภํ นาม นตฺถิ, ตุมฺหากํ ปน เชฏฺฐภาติกํ ผุสฺสพุทฺธํ ปฏิชคฺคนวรํ คณฺหถา’’ติ อาหํสุ. เต ‘‘กลฺยาณํ ตุเมฺหหิ วุตฺต’’นฺติ สพฺเพปิ เอกจิตฺตา หุตฺวา คนฺตฺวา ปิตรํ อทฺทสํสุ. ตทา ปิตา เตสํ ปสีทิตฺวา วรํ อทาสิ. เต ‘‘เตมาสํ ตถาคตํ ปฏิชคฺคิสฺสามา’’ติ วรํ ยาจึสุ. ราชา ‘‘อยํ ทาตุํ น สกฺกา, อญฺญํ วรํ คณฺหถา’’ติ อาห. ตาต, อมฺหากํ อญฺเญน วเรน กิจฺจํ นตฺถิ, สเจ ตุเมฺห ทาตุกามา, เอตํเยว โน วรํ เทถาติ. ราชา เตสุ ปุนปฺปุนํ กเถนฺเตสุ อตฺตนา ปฏิญฺญาตตฺตา ‘‘น สกฺกา น ทาตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา อาห – ‘‘ตาตา, อหํ ตุมฺหากํ วรํ เทมิ, อปิจ โข ปน พุทฺธา นาม ทุราสทา โหนฺติ สีหา วิย เอกจรา, ทสพลํ ปฏิชคฺคนฺตา อปฺปมตฺตา ภเวยฺยาถา’’ติ.
เต จินฺตยึสุ – ‘‘อเมฺหหิ ตถาคตํ ปฏิชคฺคนฺเตหิ อนุจฺฉวิกํ กตฺวา ปฏิชคฺคิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สพฺเพปิ เอกจิตฺตา หุตฺวา ทสสีลานิ สมาทาย นิรามคนฺธา หุตฺวา สตฺถุ ทานคฺคปริวหนเก ตโย ปุริเส ฐปยึสุ. เตสุ เอโก ธนธญฺญุปฺปาทโก อโหสิ, เอโก มาปโก, เอโก ทานสํวิธายโก. เตสุ ธนธญฺญุปฺปาทโก ปจฺจุปฺปนฺเน พิมฺพิสาโร มหาราชา ชาโต, มาปโก วิสาโข อุปาสโก, ทานสํวิธายโก รฏฺฐปาลตฺเถโรติ. โส ตตฺถ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวปุเร นิพฺพตฺโต. อยํ ปน ราหุลตฺเถโร นาม กสฺสปทสพลสฺส กาเล กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เชฏฺฐปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ปถวินฺธรกุมาโรติสฺส นามํ อกํสุ. ตสฺส สตฺต ภคินิโย อเหสุํ. ตา ทสพลสฺส สตฺต ปริเวณานิ การยึสุ. ปถวินฺธโร โอปรชฺชํ ลภิ. โส ตา ภคินิโย อาห – ‘‘ตุเมฺหหิ การิตปริเวเณสุ มยฺหมฺปิ เอกํ เทถา’’ติ. ภาติก, ตุเมฺห อุปราชฏฺฐาเน ฐิตา, ตุเมฺหหิ นาม อมฺหากํ ทาตพฺพํ, ตุเมฺห อญฺญํ ปริเวณํ กโรถาติ. โส ตาสํ วจนํ สุตฺวา ปญฺจ วิหารสตานิ กาเรสิ. ปญฺจ ปริเวณสตานีติปิ วทนฺติ. โส ตตฺถ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวปุเร นิพฺพตฺติ. อิมสฺมึ ปน พุทฺธุปฺปาเท ปถวินฺธรกุมาโร อมฺหากํ โพธิสตฺตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, ตสฺส สหายโก กุรุรฏฺเฐ ถุลฺลโกฏฺฐิตนิคเม รฏฺฐปาลเสฏฺฐิเคเห นิพฺพตฺติ.
อถ อมฺหากํ ทสพโล อภิสมฺโพธึ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน กปิลวตฺถุํ อาคนฺตฺวา ราหุลกุมารํ ปพฺพาเชสิ. ตสฺส ปพฺพชฺชาวิธานํ ปาฬิยํ (มหาว. ๑๐๕) อาคตเมว. เอวํ ปพฺพชิตสฺส ปนสฺส สตฺถา อภิณฺหโอวาทวเสน ราหุโลวาทสุตฺตํ อภาสิ. ราหุโลปิ ปาโตว วุฏฺฐาย หตฺเถน วาลุกํ อุกฺขิปิตฺวา ‘‘ทสพลสฺส เจว อาจริยุปชฺฌายานญฺจ สนฺติกา อชฺช เอตฺตกํ โอวาทํ ลเภยฺย’’นฺติ วทติ. ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ กถา อุทปาทิ ‘‘โอวาทกฺขโม วต ราหุลสามเณโร ปิตุ อนุจฺฉวิโก ปุตฺโต’’ติ. สตฺถา ภิกฺขูนํ จิตฺตาจารํ ญตฺวา ‘‘มยิ คเต เอกา ธมฺมเทสนา จ วฑฺฒิสฺสติ, ราหุลสฺส จ คุโณ ปากโฏ ภวิสฺสตี’’ติ คนฺตฺวา ธมฺมสภายํ พุทฺธาสาเน นิสินฺโน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ. ราหุลสามเณรสฺส โอวาทกฺขมภาวํ กเถม ภควาติ. สตฺถา อิมสฺมึ ฐาเน ฐตฺวา ราหุลสฺส คุณทีปนตฺถํ มิคชาตกํ อาหริตฺวา กเถสิ –
‘‘มิคํ ติปลฺลตฺถมเนกมายํ,
อฏฺฐกฺขุรํ อฑฺฒรตฺตา ปปายึ;
เอเกน โสเตน ฉมา’สฺสสนฺโต,
ฉหิ กลาหิติโภติ ภาคิเนยฺโย’’ติ. (ชา. ๑.๑.๑๖);
อถสฺส สตฺตวสฺสิกสามเณรกาเล ‘‘มา เหว โข ราหุโล ทหรภาเวน กีฬนตฺถายปิ สมฺปชานมุสา ภาเสยฺยา’’ติ อมฺพลฏฺฐิยราหุโลวาทํ (ม. นิ. ๒.๑๐๗ อาทโย) เทเสสิ. อฏฺฐารสวสฺสิกสามเณรกาเล ตถาคตสฺส ปจฺฉโต ปิณฺฑาย ปวิสนฺตสฺส สตฺถุ เจว อตฺตโน จ รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา เคหสิตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกนฺตสฺส ‘‘ยํกิญฺจิ, ราหุล, รูป’’นฺติอาทินา นเยน มหาราหุโลวาทสุตฺตนฺตํ (ม. นิ. ๒.๑๑๓) กเถสิ. สํยุตฺตเก (สํ. นิ. ๔.๑๒๑) ปน ราหุโลวาโทปิ องฺคุตฺตเร (อ. นิ. ๔.๑๗๗) ราหุโลวาโทปิ เถรสฺส วิปสฺสนาจาโรเยว. อถสฺส สตฺถา ญาณปริปากํ ญตฺวา อวสฺสิกภิกฺขุกาเล อนฺธวเน นิสินฺโน จูฬราหุโลวาทํ (ม. นิ. ๓.๔๑๖ อาทโย) กเถสิ. เทสนาปริโยสาเน ราหุลตฺเถโร โกฏิสตสหสฺสเทวตาหิ สทฺธึ อรหตฺตํ ปาปุณิ, โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิเทวตานํ คณนา นตฺถิ. อถ สตฺถา อปรภาเค อริยสงฺฆมชฺเฌ นิสินฺโน เถรํ อิมสฺมึ สาสเน สิกฺขากามานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ.
สตฺถริ ปน กุรุรฏฺเฐ จาริกาย นิกฺขมิตฺวา ถุลฺลโกฏฺฐิตํ อนุปฺปตฺเต รฏฺฐปาโล กุลปุตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ มาตาปิตโร อนุชานาเปตฺวา ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา สตฺถุ อาณตฺติยา อญฺญตรสฺส เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิ. ตสฺส ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย เสฏฺฐิคหปติ ภิกฺขู อตฺตโน นิเวสนทฺวาเรน คจฺฉนฺเต ทิสฺวา ‘‘กึ ตุมฺหากํ อิมสฺมึ เคเห กมฺมํ, เอโกว ปุตฺตโก อโหสิ, ตํ คณฺหิตฺวา คตตฺถ, อิทานิ กึ กริสฺสถา’’ติ อกฺโกสติ ปริภาสติ. สตฺถา อทฺธมาสํ ถุลฺลโกฏฺฐิเต วสิตฺวา ปุน สาวตฺถิเมว อคมาสิ. ตตฺถายสฺมา รฏฺฐปาโล โยนิโส มนสิกโรนฺโต กมฺมํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส สตฺถารํ อนุชานาเปตฺวา มาตาปิตโร ทสฺสนตฺถํ ถุลฺลโกฏฺฐิตํ คนฺตฺวา ตตฺถ สปทานํ ปิณฺฑาย จรนฺโต ปิตุ นิเวสเน อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ ลภิตฺวา ตํ อมตํ วิย ปริภุญฺชนฺโต ปิตรา นิมนฺติโต อธิวาเสตฺวา ทุติยทิวเส ปิตุ นิเวสเน ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺเต อิตฺถิชเน อสุภสญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา ฐิตโกว ธมฺมํ เทเสตฺวา ชิยา มุตฺโต วิย นาราโจ อากาสํ อุปฺปติตฺวา โกรพฺยรญฺโญ มิคจีรํ คนฺตฺวา มงฺคลสิลาปฏฺเฏ นิสินฺโน ทสฺสนตฺถาย อาคตสฺส รญฺโญ จตุปาริชุญฺญปฏิมณฺฑิตํ ธมฺมํ (ม. นิ. ๒.๓๐๔) เทเสตฺวา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน ปุน สตฺถุ สนฺติกํเยว อาคโต. เอวเมตํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ. อถ สตฺถา อปรภาเค อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน เถรํ อิมสฺมึ สาสเน สทฺธาปพฺพชิตานํ กุลปุตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
กุณฺฑธานตฺเถรวตฺถุ
๒๑๑. ตติเย ปฐมํ สลากํ คณฺหนฺตานนฺติ สพฺพปฐมํ สลากคาหกานํ ภิกฺขูนํ กุณฺฑธานตฺเถโร อคฺโคติ ทสฺเสติ. โส กิร เถโร มหาสุภทฺทาย นิมนฺติตทิวเส ตถาคเต อุคฺคนครํ คจฺฉนฺเต ‘‘อชฺช สตฺถา ทูรํ ภิกฺขาจารํ คมิสฺสติ, ปุถุชฺชนา สลากํ มา คณฺหนฺตุ, ปญฺจสตา ขีณาสวาว คณฺหนฺตู’’ติ วุตฺเต ปฐมเมว สีหนาทํ นทิตฺวา สลากํ คณฺหิ. จูฬสุภทฺทาย นิมนฺติตทิวเส ตถาคเต สาเกตํ คจฺฉนฺเตปิ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อนฺตเร ปฐมเมว สลากํ คณฺหิ, สุนาปรนฺตชนปทํ คจฺฉนฺเตปิ. อิเมหิ การเณหิ เถโร ปฐมํ สลากํ คณฺหนฺตานํ อคฺโค นาม ชาโต. กุณฺฑธาโนติ ปนสฺส นามํ.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺโต วุตฺตนเยเนว วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ปฐมํ สลากํ คณฺหนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา พุทฺธานํ อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา สตฺถารา อนนฺตรายํ ทิสฺวา พฺยากโต ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺโต กสฺสปพุทฺธกาเล ภูมฏฺฐกเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ทีฆายุกพุทฺธานญฺจ นาม น อนฺวทฺธมาสิโก อุโปสโถ โหติ. วิปสฺสีทสพลสฺส หิ ฉพฺพสฺสนฺตเร ฉพฺพสฺสนฺตเร อุโปสโถ อโหสิ, กสฺสปทสพโล ปน ฉฏฺเฐ ฉฏฺเฐ มาเส ปาติโมกฺขํ โอสาเรสิ. ตสฺส ปาติโมกฺขํ โอสารณกาเล ทิสาวาสิกา เทฺว สหายกา ภิกฺขู ‘‘อุโปสถํ กริสฺสามา’’ติ คจฺฉนฺติ. อยํ ภุมฺมเทวตา จินฺเตสิ – ‘‘อิเมสํ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ เมตฺติ อติวิย ทฬฺหา, กึ นุ โข เภทเก สติ ภิชฺเชยฺย, น ภิชฺเชยฺยา’’ติ? เตสํ โอกาสํ โอโลกยมานา เตสํ อวิทูเรเนว คจฺฉติ.
อเถโก เถโร เอกสฺส หตฺเถ ปตฺตจีวรํ ทตฺวา สรีรวฬญฺชนตฺถํ อุทกผาสุกฏฺฐานํ คนฺตฺวา โธตหตฺถปาโท หุตฺวา คุมฺพสภาคโต นิกฺขมติ. ภุมฺมเทวตา ตสฺส เถรสฺส ปจฺฉโต ปจฺฉโต อุตฺตมรูปา อิตฺถี หุตฺวา เกเส วิธุนิตฺวา สํวิธาย พนฺธนฺตี วิย ปิฏฺฐิโต ปํสุํ ปุญฺฉมานา วิย สาฏกํ สํวิธาย นิวาสยมานา วิย จ หุตฺวา เถรสฺส ปทานุปทิกา หุตฺวา คุมฺพโต นิกฺขนฺตา. เอกมนฺเต ฐิโต สหายกตฺเถโร อิมํ การณํ ทิสฺวา โทมนสฺสชาโต ‘‘นฏฺโฐ ทานิ เม อิมินา ภิกฺขุนา สทฺธึ ทีฆรตฺตานุคโต สิเนโห. สจาหํ เอวํวิธภาวํ ชาเนยฺยํ, เอตฺตกํ อทฺธานํ อิมินา สทฺธึ วิสฺสาสํ น กเรยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา อาคจฺฉนฺตสฺเสวสฺส ‘‘หนฺทาวุโส, ตุยฺหํ ปตฺตจีวรํ, ตาทิเสน ปาเปน สหาเยน สทฺธึ เอกมคฺคํ น คจฺฉามี’’ติ อาห. ตํ กถํ สุตฺวา ตสฺส ลชฺชิภิกฺขุโน หทยํ ติขิณสตฺตึ คเหตฺวา วิทฺธํ วิย อโหสิ. ตโต นํ อาห – ‘‘อาวุโส, กึ นาเมตํ วทสิ, อหํ เอตฺตกํ กาลํ ทุกฺกฏมตฺตมฺปิ อาปตฺตึ น ชานามิ. ตฺวํ ปน มํ อชฺช ‘ปาโป’ติ วทสิ, กึ เต ทิฏฺฐ’’นฺติ? กึ อญฺเญน ทิฏฺเฐน, กึ ตฺวํ เอวํวิเธน อลงฺกตปฏิยตฺเตน มาตุคาเมน สทฺธึ เอกฏฺฐาเน หุตฺวา นิกฺขนฺโตติ? นตฺเถตํ, อาวุโส, มยฺหํ, นาหํ เอวรูปํ มาตุคามํ ปสฺสามีติ. ตสฺส ยาวตติยํ กเถนฺตสฺสาปิ อิตโร เถโร กถํ อสทฺทหิตฺวา อตฺตนา ทิฏฺฐการณํเยว อตฺถํ คเหตฺวา เตน สทฺธึ เอกมคฺเคน อคนฺตฺวา อญฺเญน มคฺเคน สตฺถุ สนฺติกํ คโต. อิตโรปิ อญฺเญน มคฺเคน สตฺถุ สนฺติกํเยว คโต.
ตโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุโปสถาคารํ ปวิสนเวลาย โส ภิกฺขุ ตํ ภิกฺขุํ อุโปสถคฺเค สญฺชานิตฺวา ‘‘อิมสฺมึ อุโปสถคฺเค เอวรูโป นาม ปาปภิกฺขุ อตฺถิ, นาหํ เตน สทฺธึ อุโปสถํ กริสฺสามี’’ติ นิกฺขมิตฺวา พหิ อฏฺฐาสิ. ภุมฺมเทวตา ‘‘ภาริยํ มยา กมฺมํ กต’’นฺติ มหลฺลกอุปาสกวณฺเณน ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, อยฺโย อิมสฺมึ ฐาเน ฐิโต’’ติ อาห. อุปาสก, อิมํ อุโปสถคฺคํ เอโก ปาปภิกฺขุ ปวิฏฺโฐ, อหํ เตน สทฺธึ อุโปสถํ น กโรมีติ วตฺวา นิกฺขมิตฺวา พหิ ฐิโตมฺหีติ. ภนฺเต, มา เอวํ คณฺหถ, ปริสุทฺธสีโล เอส ภิกฺขุ. ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐมาตุคาโม นาม อหํ, มยา ตุมฺหากํ วีมํสนตฺถาย ‘‘ทฬฺหา นุ โข อิเมสํ เถรานํ เมตฺติ, โน ทฬฺหา’’ติ ลชฺชิอลชฺชิภาวํ โอโลเกนฺเตน ตํ กมฺมํ กตนฺติ. โก ปน ตฺวํ สปฺปุริสาติ? อหํ เอกา ภุมฺมเทวตา, ภนฺเตติ. เทวปุตฺโต กเถนฺโตว ทิพฺพานุภาเวน ฐตฺวา เถรสฺส ปาเทสุ ปติตฺวา ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, ขมถ, เอตํ โทสํ เถโร น ชานาติ, อุโปสถํ กโรถา’’ติ เถรํ ยาจิตฺวา อุโปสถคฺคํ ปเวเสสิ. โส เถโร อุโปสถํ ตาว เอกฏฺฐาเน อกาสิ, มิตฺตสนฺถววเสน น ปุน เตน สทฺธึ เอกฏฺฐาเน อโหสีติ. อิมสฺส เถรสฺส กมฺมํ น กถิยติ, จุทิตกตฺเถโร ปน อปราปรํ วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิ.
ภุมฺมเทวตา ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน เอกํ พุทฺธนฺตรํ อปายโต น มุจฺจิตฺถ. สเจ ปน กาเลน กาลํ มนุสฺสตฺตํ อาคจฺฉติ, อญฺเญน เยน เกนจิ กโต โทโส ตสฺเสว อุปริ ปตติ. โส อมฺหากํ ภควโต กาเล สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, ธานมาณโวติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา มหลฺลกกาเล สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ, ตสฺส อุปสมฺปนฺนทิวสโต ปฏฺฐาย เอกา อลงฺกตปฏิยตฺตา อิตฺถี ตสฺมึ คามํ ปวิสนฺเต สทฺธึเยว คามํ ปวิสติ, นิกฺขมนฺเต นิกฺขมติ. วิหารํ ปวิสนฺเตปิ ปวิสติ, ติฏฺฐนฺเตปิ ติฏฺฐตีติ เอวํ นิจฺจานุพนฺธา ปญฺญายติ. เถโร ตํ น ปสฺสติ, ตสฺส ปน ปุริมสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน สา อญฺเญสํ อุปฏฺฐาติ.
คาเม ยาคุภิกฺขํ ททมานา อิตฺถิโย, ‘‘ภนฺเต, อยํ เอโก ยาคุอุฬุงฺโก ตุมฺหากํ, เอโก อิมิสฺสา อมฺหากํ สหายิกายา’’ติ ปริหาสํ กโรนฺติ. เถรสฺส มหตี วิเหสา โหติ. วิหารํ คตมฺปิ นํ สามเณรา เจว ทหรภิกฺขู จ ปริวาเรตฺวา ‘‘ธาโน โกณฺโฑ ชาโต’’ติ ปริหาสํ กโรนฺติ. อถสฺส เตเนว การเณน กุณฺฑธานตฺเถโรติ นามํ ชาตํ. โส อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย เตหิ กยิรมานํ เกฬึ สหิตุํ อสกฺโกนฺโต อุมฺมาทํ คเหตฺวา ‘‘ตุเมฺห โกณฺฑา, ตุมฺหากํ อุปชฺฌายา โกณฺฑา, อาจริยา โกณฺฑา’’ติ วทติ. อถ นํ สตฺถุ อาโรเจสุํ – ‘‘กุณฺฑธาโน ทหรสามเณเรหิ สทฺธึ เอวํ ผรุสวาจํ วทตี’’ติ. สตฺถา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ ภิกฺขู’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ วุตฺเต ‘‘กสฺมา เอวํ วเทสี’’ติ อาห. ภนฺเต, นิพทฺธํ วิเหสํ อสหนฺโต เอวํ กเถมีติ. ‘‘ตฺวํ ปุพฺเพ กตกมฺมํ ยาวชฺชทิวสา ชีราเปตุํ น สกฺโกสิ, ปุน เอวรูปํ ผรุสํ มา วท ภิกฺขู’’ติ วตฺวา อาห –
‘‘มาโวจ ผรุสํ กญฺจิ, วุตฺตา ปฏิวเทยฺยุ ตํ;
ทุกฺขา หิ สารมฺภกถา, ปฏิทณฺฑา ผุเสยฺยุ ตํ.
‘‘สเจ เนเรสิ อตฺตานํ, กํโส อุปหโต ยถา;
เอส ปตฺโตสิ นิพฺพานํ, สารมฺโภ เต น วิชฺชตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๓๓-๑๓๔);
อิมญฺจ ปน ตสฺส เถรสฺส มาตุคาเมน สทฺธึ วิจรณภาวํ โกสลรญฺโญปิ กถยึสุ. ราชา ‘‘คจฺฉถ, ภเณ, วีมํสถา’’ติ เปเสตฺวา สยมฺปิ มนฺเทเนว ปริวาเรน สทฺธึ เถรสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา เอกมนฺเต โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ เถโร สูจิกมฺมํ กโรนฺโต นิสินฺโน โหติ, สาปิสฺส อิตฺถี อวิทูเร ฐาเน ฐิตา วิย ปญฺญายติ.
ราชา ตํ ทิสฺวา ‘‘อตฺถิทํ การณ’’นฺติ ตสฺสา ฐิตฏฺฐานํ อคมาสิ. สา ตสฺมึ อาคจฺฉนฺเต เถรสฺส วสนปณฺณสาลํ ปวิฏฺฐา วิย อโหสิ. ราชาปิ ตาย สทฺธึเยว ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา สพฺพตฺถ โอโลเกนฺโต อทิสฺวา ‘‘นายํ มาตุคาโม, เถรสฺส เอโก กมฺมวิปาโก’’ติ สญฺญํ กตฺวา ปฐมํ เถรสฺส สมีเปน คจฺฉนฺโตปิ เถรํ อวนฺทิตฺวา ตสฺส การณสฺส อภูตภาวํ ญตฺวา อาคมฺม เถรํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘กจฺจิ, ภนฺเต, ปิณฺฑเกน น กิลมถา’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร ‘‘วฏฺฏติ มหาราชา’’ติ อาห. ‘‘ชานามิ, ภนฺเต, อยฺยสฺส กถํ, เอวรูเปน จ ปริกฺกิเลเสน สทฺธึ จรนฺตานํ ตุมฺหากํ เก นาม ปสีทิสฺสนฺติ, อิโต ปฏฺฐาย โว กตฺถจิ คมนกิจฺจํ นตฺถิ, อหํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิสฺสามิ, ตุเมฺห โยนิโสมนสิกาเร มา ปมชฺชิตฺถา’’ติ นิพทฺธํ ภิกฺขํ ปฏฺฐเปสิ. เถโร ราชานํ อุปตฺถมฺภกํ ลภิตฺวา โภชนสปฺปาเยน เอกคฺคจิตฺโต หุตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตโต ปฏฺฐาย สา อิตฺถี อนฺตรธายิ.
มหาสุภทฺทา อุคฺคนคเร มิจฺฉาทิฏฺฐิกุเล วสมานา ‘‘สตฺถา มํ อนุกมฺปตู’’ติ อุโปสถํ อธิฏฺฐาย นิรามคนฺธา หุตฺวา อุปริปาสาทตเล ฐิตา ‘‘อิมานิ ปุปฺผานิ อนฺตเร อฏฺฐตฺวา ทสพลสฺส มตฺถเก วิตานํ หุตฺวา ติฏฺฐนฺตุ, ทสพโล อิมาย สญฺญาย เสฺว ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหตู’’ติ สจฺจกิริยํ กตฺวา อฏฺฐ สุมนปุปฺผมุฏฺฐิโย วิสฺสชฺเชสิ. ปุปฺผานิ คนฺตฺวา ธมฺมเทสนาเวลาย สตฺถุ มตฺถเก วิตานํ หุตฺวา อฏฺฐํสุ. สตฺถา ตํ สุมนปุปฺผวิตานํ ทิสฺวา จิตฺเตเนว สุภทฺทาย ภิกฺขํ อธิวาเสตฺวา ปุนทิวเส อรุเณ อุฏฺฐิเต อานนฺทตฺเถรํ อาห – ‘‘อานนฺท, มยํ อชฺช ทูรํ ภิกฺขาจารํ คมิสฺสาม, ปุถุชฺชนานํ อทตฺวา อริยานํเยว สลากํ เทหี’’ติ. เถโร ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ – ‘‘อาวุโส, สตฺถา อชฺช ทูรํ ภิกฺขาจารํ คมิสฺสติ, ปุถุชฺชนา มา คณฺหนฺตุ, อริยาว สลากํ คณฺหนฺตู’’ติ. กุณฺฑธานตฺเถโร ‘‘อาหราวุโส, สลาก’’นฺติ ปฐมํเยว หตฺถํ ปสาเรสิ. อานนฺทา ‘‘สตฺถา ตาทิสานํ ภิกฺขูนํ สลากํ น ทาเปติ, อริยานํเยว ทาเปตี’’ติ วิตกฺกํ อุปฺปาเทตฺวา คนฺตฺวา สตฺถุ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘อาหราเปนฺตสฺส สลากํ เทหี’’ติ อาห. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘สเจ กุณฺฑธานสฺส สลากา ทาตุํ น ยุตฺตา อสฺส, อถ สตฺถา ปฏิพาเหยฺย, ภวิสฺสติ เอกํ การณ’’นฺติ. ‘‘กุณฺฑธานสฺส สลากํ ทสฺสามี’’ติ คมนํ อภินีหริ. กุณฺฑธานตฺเถโร ตสฺส ปุเร อาคมนาว อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อิทฺธิยา อากาเส ฐตฺวา ‘‘อาหราวุโส อานนฺท, สตฺถา มํ ชานาติ, มาทิสํ ภิกฺขุํ ปฐมํ สลากํ คณฺหนฺตํ น สตฺถา วาเรตี’’ติ หตฺถํ ปสาเรตฺวา สลากํ คณฺหิ. สตฺถา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เถรํ อิมสฺมึ สาสเน ปฐมํ สลากํ คณฺหนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
วงฺคีสตฺเถรวตฺถุ
๒๑๒. จตุตฺเถ ปฏิภานวนฺตานนฺติ สมฺปนฺนปฏิภานานํ วงฺคีสตฺเถโร อคฺโคติ ทสฺเสติ. อยํ กิร เถโร ทสพลสฺส สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺโต จกฺขุปถโต ปฏฺฐาย จนฺเทน สทฺธึ อุปเมตฺวา, สูริเยน, อากาเสน, มหาสมุทฺเทน, หตฺถินาเคน, สีเหน มิครญฺญา สทฺธึ อุปเมตฺวาปิ อเนเกหิ ปทสเตหิ ปทสหสฺเสหิ สตฺถุ วณฺณํ วทนฺโตเยว อุปสงฺกมติ. ตสฺมา ปฏิภานวนฺตานํ อคฺโค นาม ชาโต.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร มหาโภคกุเล ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา ปุริมนเยเนว วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ปฏิภานวนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สตฺถุ อธิการกมฺมํ กตฺวา ‘‘อหมฺปิ อนาคเต ปฏิภานวนฺตานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ กตฺวา สตฺถารา พฺยากโต ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. วงฺคีสมาณโวติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหนฺโต อาจริยํ อาราเธตฺวา ฉวสีสมนฺตํ นาม สิกฺขิตฺวา ฉวสีสํ นเขน อาโกเฏตฺวา ‘‘อยํ สตฺโต อสุกโยนิยํ นาม นิพฺพตฺโต’’ติ ชานาติ.
พฺราหฺมณา ‘‘อยํ อมฺหากํ ชีวิกมคฺโค’’ติ ญตฺวา วงฺคีสมาณวํ ปฏิจฺฉนฺนยาเน นิสีทาเปตฺวา คามนิคมราชธานิโย จรนฺตา นครทฺวาเร วา นิคมทฺวาเร วา ฐเปตฺวา มหาชนสฺส ราสิภูตภาวํ ญตฺวา ‘‘โย วงฺคีสํ ปสฺสติ, โส ธนํ วา ลภติ, ยสํ วา ลภติ, สคฺคํ วา คจฺฉตี’’ติ วทนฺติ. เตสํ กถํ สุตฺวา พหู ชนา ลญฺชํ ทตฺวา ปสฺสิตุกามา โหนฺติ. ราชราชมหามตฺตา เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘โก อาจริยสฺส ชานวิเสโส’’ติ ปุจฺฉนฺติ. ตุเมฺห น ชานาถ, สกลชมฺพุทีเป อมฺหากํ อาจริยสทิโส อญฺโญ ปณฺฑิโต นาม นตฺถิ, ติวสฺสมตฺถเก มตกานํ สีสํ อาหราเปตฺวา นเขน อาโกเฏตฺวา ‘‘อยํ สตฺโต อสุกโยนิยํ นิพฺพตฺโต’’ติ ชานาติ. วงฺคีโสปิ มหาชนสฺส กงฺขเฉทนตฺถํ เต เต ชเน อาวาเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน คตึ กถาเปติ. ตํ นิสฺสาย มหาชนสฺส หตฺถโต สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ ลภติ.
พฺราหฺมณา วงฺคีสมาณวํ อาทาย ยถารุจึ วิจริตฺวา ปุน สาวตฺถึ อาคมํสุ. วงฺคีโส เชตวนมหาวิหารสฺส อวิทูรฏฺฐาเน ฐิโต จินฺเตสิ – ‘‘สมโณ โคตโม ปณฺฑิโตติ วทนฺติ, น โข ปน สพฺพกาลํ มยา อิเมสํเยว วจนํ กโรนฺเตน จริตุํ วฏฺฏติ, ปณฺฑิตานมฺปิ สนฺติกํ คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส พฺราหฺมเณ อาห – ‘‘ตุเมฺห คจฺฉถ, อหํ น พหุเกหิ สทฺธึ คนฺตฺวา สมณํ โคตมํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ. เต อาหํสุ – ‘‘วงฺคีส, มา เต รุจฺจิ สมณํ โคตมํ ปสฺสิตุํ. โย หิ นํ ปสฺสติ, ตํ โส มายาย อาวฏฺเฏตี’’ติ. วงฺคีโส เตสํ กถํ อนาทิยิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
อถ นํ สตฺถา ปุจฺฉิ – ‘‘วงฺคีส, กิญฺจิ สิปฺปํ ชานาสี’’ติ. อาม, โภ โคตม, ฉวสีสมนฺตํ นาเมกํ ชานามีติ. กึ โส มนฺโต กโรตีติ? ติวสฺสมตฺถเก มตานมฺปิ ตํ มนฺตํ ชปฺปิตฺวา สีสํ นเขน อาโกเฏตฺวา นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ชานามีติ. สตฺถา ตสฺส เอกํ นิรเย อุปฺปนฺนสฺส สีสํ ทสฺเสสิ, เอกํ มนุสฺเสสุ อุปฺปนฺนสฺส, เอกํ เทเวสุ, เอกํ ปรินิพฺพุตสฺส สีสํ ทสฺเสสิ. โส ปฐมํ สีสํ อาโกเฏตฺวา, ‘‘โภ โคตม, อยํ สตฺโต นิรยํ คโต’’ติ อาห. สาธุ สาธุ, วงฺคีส, สุทิฏฺฐํ ตยา, อยํ สตฺโต กหํ คโตติ ปุจฺฉิ. มนุสฺสโลกํ, โภ โคตมาติ. อยํ สตฺโต กหํ คโตติ? เทวโลกํ, โภ โคตมาติ ติณฺณมฺปิ คตฏฺฐานํ กเถสิ. ปรินิพฺพุตสฺส ปน สีสํ นเขน อาโกเฏนฺโต เนว อนฺตํ น โกฏึ ปสฺสติ. อถ นํ สตฺถา ‘‘น สกฺโกสิ ตฺวํ, วงฺคีสา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ปสฺสถ, โภ โคตม, อุปปริกฺขามิ ตาวา’’ติ ปุนปฺปุนํ ปริวตฺเตติ. พาหิรกมนฺเตน ขีณาสวสฺส คตึ กถํ ชานิสฺสติ, อถสฺส มตฺถกโต เสโท มุจฺจิ. โส ลชฺชิตฺวา ตุณฺหีภูโต อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘กิลมสิ, วงฺคีสา’’ติ อาห. อาม, โภ โคตม, อิมสฺส สตฺตสฺส คตฏฺฐานํ ชานิตุํ น สกฺโกมิ. สเจ ตุเมฺห ชานาถ, กเถถาติ. ‘‘วงฺคีส, อหํ เอตมฺปิ ชานามิ อิโต อุตฺตริตรมฺปี’’ติ วตฺวา ธมฺมปเท อิมา เทฺว คาถา อภาสิ –
‘‘จุตึ โย เวทิ สตฺตานํ, อุปปตฺตึ จ สพฺพโส;
อสตฺตํ สุคตํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
‘‘ยสฺส คตึ น ชานนฺติ, เทวา คนฺธพฺพมานุสา;
ขีณาสวํ อรหนฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. (ธ. ป. ๔๑๙-๔๒๐);
ตโต วงฺคีโส อาห – ‘‘โภ โคตม, วิชฺชาย วิชฺชํ เทนฺตสฺส นาม ปริหานิ นตฺถิ, อหํ อตฺตนา ชานนกํ มนฺตํ ตุมฺหากํ ทสฺสามิ, ตุเมฺห เอตํ มนฺตํ มยฺหํ เทถา’’ติ. วงฺคีส, น มยํ มนฺเตน มนฺตํ เทม, เอวเมว เทมาติ. ‘‘สาธุ, โภ โคตม, เทถ เม มนฺต’’นฺติ อปจิตึ ทสฺเสตฺวา หตฺถกจฺฉปกํ กตฺวา นิสีทิ. กึ, วงฺคีส, ตุมฺหากํ สมเย มหคฺฆมนฺตํ วา กิญฺจิ วา คณฺหนฺตานํ ปริวาโส นาม น โหตีติ? โหติ, โภ โคตมาติ. อมฺหากํ ปน มนฺโต นิปฺปริวาโสติ สญฺญํ กโรสีติ? พฺราหฺมณา นาม มนฺเตหิ อติตฺตา โหนฺติ, ตสฺมา โส ภควนฺตํ อาห – ‘‘โภ โคตม, ตุเมฺหหิ กถิตนิยามํ กริสฺสามี’’ติ. ภควา อาห – ‘‘วงฺคีส, มยํ อิมํ มนฺตํ เทนฺตา อเมฺหหิ สมานลิงฺคสฺส เทมา’’ติ. วงฺคีโส ‘‘ยํกิญฺจิ กตฺวา มยา อิมํ มนฺตํ คณฺหิตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ พฺราหฺมเณ อาห. ตุเมฺห มยิ ปพฺพชนฺเต มา จินฺตยิตฺถ, อหํ อิมํ มนฺตํ คณฺหิตฺวา สกลชมฺพุทีเป เชฏฺฐโก ภวิสฺสามิ. เอวํ สนฺเต ตุมฺหากมฺปิ ภทฺทกํ ภวิสฺสตี’’ติ มนฺตตฺถาย สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิ. สตฺถา ‘‘มนฺตปริวาสํ ตาว วสาหี’’ติ ทฺวตฺตึสาการํ อาจิกฺขิ. ปญฺญวา สตฺโต ทฺวตฺตึสาการํ สชฺฌายนฺโตว ตตฺถ ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.
ตสฺมึ อรหตฺตํ ปตฺเต พฺราหฺมณา ‘‘กา นุ โข วงฺคีสสฺส ปวตฺติ, ปสฺสิสฺสาม น’’นฺติ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ, โภ วงฺคีส, สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติเก สิปฺปํ สิกฺขิต’’นฺติ ปุจฺฉึสุ. อาม, สิกฺขิตนฺติ. เตน หิ เอหิ คมิสฺสามาติ. คจฺฉถ ตุเมฺห, ตุเมฺหหิ สทฺธึ คนฺตพฺพกิจฺจํ มยฺหํ นิฏฺฐิตนฺติ. ปฐมเมว อเมฺหหิ ตุยฺหํ กถิตํ ‘‘สมโณ โคตโม อตฺตานํ ปสฺสิตุํ อาคเต มายาย อาวฏฺเฏตี’’ติ. ตฺวํ หิ อิทานิ สมณสฺส โคตมสฺส วสํ อาปนฺโน, กึ มยํ ตว สนฺติเก กริสฺสามาติ อาคตมคฺเคเนว ปกฺกมึสุ. วงฺคีสตฺเถโรปิ ยํ ยํ เวลํ ทสพลํ ปสฺสิตุํ คจฺฉติ, เอกํ ถุตึ กโรนฺโตว คจฺฉติ. เตน ตํ สตฺถา สงฺฆมชฺเฌ นิสินฺโน ปฏิภานวนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
อุปเสนวงฺคนฺตปุตฺตตฺเถรวตฺถุ
๒๑๓. ปญฺจเม สมนฺตปาสาทิกานนฺติ สพฺพปาสาทิกานํ. อุปเสโนติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. วงฺคนฺตพฺราหฺมณสฺส ปน โส ปุตฺโต, ตสฺมา วงฺคนฺตปุตฺโตติ วุจฺจติ. อยํ ปน เถโร น เกวลํ อตฺตนาว ปาสาทิโก, ปริสาปิสฺส ปาสาทิกา, อิติ ปริสํ นิสฺสาย ลทฺธนามวเสน สมนฺตปาสาทิกานํ อคฺโค นาม ชาโต.
ปญฺหกมฺเม ปนสฺส อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ หิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺโต วยํ อาคมฺม ปุริมนเยเนว สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณมาโน สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ สมนฺตปาสาทิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สตฺถุ อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท นาลกพฺราหฺมณคาเม สาริพฺราหฺมณิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, อุปเสนทารโกติสฺส นามํ อกํสุ.
โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา ทสพลสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ. โส อุปสมฺปทาย เอกวสฺสิโก หุตฺวา ‘‘อริยคพฺภํ วฑฺเฒมี’’ติ เอกํ กุลปุตฺตํ อตฺตโน สนฺติเก ปพฺพาเชตฺวา อุปสมฺปาเทสิ. โส ปวาเรตฺวา สทฺธิวิหาริกสฺส เอกวสฺสิกกาเล อตฺตนา ทุวสฺโส ‘‘ทสพโล มํ ปสฺสิตฺวา ตุสิสฺสตี’’ติ สทฺธิวิหาริกํ อาทาย ทสพลํ ปสฺสิตุํ อาคโต. สตฺถา ตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺเต นิสินฺนํ ปุจฺฉิ – ‘‘กติวสฺโสสิ ตฺวํ ภิกฺขู’’ติ? ทุวสฺโส อหํ ภควาติ. อยํ ปน ภิกฺขุ กติวสฺโสติ? เอกวสฺโส ภควาติ. กินฺตายํ ภิกฺขุ โหตีติ? สทฺธิวิหาริโก เม ภควาติ. อถ นํ สตฺถา ‘‘อติลหุํ โข ตฺวํ, โมฆปุริส, พาหุลฺลาย อาวตฺโต’’ติ วตฺวา อเนกปริยาเยน วิครหิ. เถโร สตฺถุ สนฺติกา ครหํ ลภิตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ‘‘อิมินาว ปุณฺณจนฺทสสฺสิริเกน มุเขน สตฺถารํ ปริสเมว นิสฺสาย สาธุการํ ทาเปสฺสามี’’ติ ตํทิวเสเยว เอกํ ฐานํ คนฺตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ.
ตโต ยสฺมา เถโร มหากุลโต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิโต ปถวิฆุฏฺฐธมฺมกถิโกว, ตสฺมา ตสฺส ธมฺมกถาย เจว ปสีทิตฺวา มิตฺตามจฺจญาติกุเลหิ จ นิกฺขมิตฺวา พหู กุลทารกา เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชนฺติ. ‘‘อหํ อารญฺญโก, ตุเมฺหปิ อารญฺญกา ภวิตุํ สกฺโกนฺตา ปพฺพชถา’’ติ เตรส ธุตงฺคานิ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสาม, ภนฺเต’’ติ วทนฺเต ปพฺพาเชติ. เต อตฺตโน พเลน ตํ ตํ ธุตงฺคํ อธิฏฺฐหนฺติ. เถโร อตฺตโน ทสวสฺสกาเล วินยํ ปคุณํ กตฺวา สพฺเพว อุปสมฺปาเทสิ. เอวํ อุปสมฺปนฺนา จสฺส ปญฺจสตมตฺตา ภิกฺขู ปริวารา อเหสุํ.
ตสฺมึ สมเย สตฺถา เชตวนมหาวิหาเร วสนฺโต ‘‘อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเว, อทฺธมาสํ ปฏิสลฺลียิตุ’’นฺติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาโรเจตฺวา เอกวิหารี โหติ. ภิกฺขุสงฺโฆปิ ‘‘โย ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมติ, โส ปาจิตฺติยํ เทสาเปตพฺโพ’’ติ กติกํ อกาสิ. ตทา อุปเสนตฺเถโร ‘‘ภควนฺตํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ อญฺญตรํ เถรสฺส สทฺธิวิหาริกํ อามนฺเตสิ – ‘‘มนาปานิ เต ภิกฺขุ ปํสุกูลานี’’ติ. ‘‘น โข เม, ภนฺเต, มนาปานิ ปํสุกูลานี’’ติ วตฺวา อุปชฺฌาเย คารเวน ปํสุกูลิกภาวํ อาโรเจสิ. อิมสฺมึ ฐาเน สตฺถา ‘‘สาธุ สาธุ, อุปเสนา’’ติ เถรสฺส สาธุการํ ทตฺวา อเนกปริยาเยน คุณกถํ กเถสิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน อิทํ วตฺถุ ปาฬิยํ (ปารา. ๕๖๕) อาคตเมว. อถ สตฺถา อปรภาเค อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน อิมสฺมึ สาสเน เถรํ สมนฺตปาสาทิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
ทพฺพตฺเถรวตฺถุ
๒๑๔. ฉฏฺเฐ เสนาสนปญฺญาปกานนฺติ เสนาสนํ ปญฺญาเปนฺตานํ. เถรสฺส กิร เสนาสนปญฺญาปนกาเล อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสุ อสมฺมฏฺฐํ ปริเวณํ วา อปฏิชคฺคิตํ เสนาสนํ วา อโสธิตํ มญฺจปีฐํ วา อนุปฏฺฐิตํ ปานียปริโภชนียํ วา นาโหสิ. ตสฺมา เสนาสนปญฺญาปกานํ อคฺโค นาม ชาโต. ทพฺโพติสฺส นามํ. มลฺลราชกุเล ปน อุปฺปนฺนตฺตา มลฺลปุตฺโต นาม ชาโต.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยญฺหิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต วุตฺตนเยเนว วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ เสนาสนปญฺญาปกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา สตฺถารา พฺยากโต ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา กสฺสปทสพลสฺส สาสนสฺส โอสกฺกนกาเล ปพฺพชิ, ตทา เตน สทฺธึ อปเร ฉ ชนาติ สตฺต ภิกฺขู เอกจิตฺตา หุตฺวา อญฺเญ สาสเน อคารวํ กโรนฺเต ทิสฺวา ‘‘อิธ กึ กโรม, เอกมนฺเต สมณธมฺมํ กตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามา’’ติ นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา อุจฺจปพฺพตสิขรํ อภิรุหิตฺวา ‘‘อตฺตโน จิตฺตพลํ ชานนฺตา นิสฺเสณึ ปาเตนฺตุ, ชีวิเต สาลยา โอตรนฺตุ, มา ปจฺฉานุตาปิโน อหุวตฺถา’’ติ วตฺวา สพฺเพ เอกจิตฺตา หุตฺวา นิสฺเสณึ ปาเตตฺวา ‘‘อปฺปมตฺตา โหถ, อาวุโส’’ติ อญฺญมญฺญํ โอวทิตฺวา จิตฺตรุจิเยสุ ฐาเนสุ นิสีทิตฺวา สมณธมฺมํ กาตุํ อารภึสุ.
ตเตฺรโก เถโร ปญฺจเม ทิวเส อรหตฺตํ ปตฺวา ‘‘มม กิจฺจํ นิปฺผนฺนํ, อหํ อิมสฺมึ ฐาเน กึ กริสฺสามี’’ติ อิทฺธิยา อุตฺตรกุรุโต ปิณฺฑปาตํ อาหริตฺวา, ‘‘อาวุโส, อิมํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชถ, ภิกฺขาจารกิจฺจํ มมายตฺตํ โหตุ, ตุเมฺห อตฺตโน กมฺมํ กโรถา’’ติ อาห. กึ นุ โข มยํ, อาวุโส, นิสฺเสณึ ปาเตนฺตา เอวํ อโวจุมฺหา ‘‘โย ปฐมํ ธมฺมํ สจฺฉิกโรติ, โส ภิกฺขํ อาหรตุ, เตน อาภตํ เสสา ปริภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กริสฺสนฺตี’’ติ. นตฺถิ, อาวุโสติ. ตุเมฺห อตฺตโน ปุพฺพเหตุนา ลภิตฺถ, มยมฺปิ สกฺโกนฺตา วฏฺฏสฺสนฺตํ กริสฺสาม, คจฺฉถ ตุเมฺหติ. เถโร เต สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺโต ผาสุกฏฺฐาเน ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา คโต. อปโร เถโร สตฺตเม ทิวเส อนาคามิผลํ ปตฺวา ตโต จุโต สุทฺธาวาสพฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต.
อิตเรปิ เถรา ตโต จุตา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เตสุ เตสุ กุเลสุ นิพฺพตฺตา. เอโก คนฺธารรฏฺเฐ ตกฺกสิลนคเร ราชเคเห นิพฺพตฺโต, เอโก ปพฺพเตยฺยรฏฺเฐ ปริพฺพาชิกาย กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺโต, เอโก พาหิยรฏฺเฐ กุฏุมฺพิกเคเห นิพฺพตฺโต, เอโก ราชคเห กุฏุมฺพิกเคเห นิพฺพตฺโต. อยํ ปน ทพฺพตฺเถโร มลฺลรฏฺเฐ อนุปิยนคเร เอกสฺส มลฺลรญฺโญ เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺส มาตา อุปวิชญฺญกาเล กาลมกาสิ, มตสรีรํ สุสานํ เนตฺวา ทารุจิตกํ อาโรเปตฺวา อคฺคึ อทํสุ. ตสฺสา อคฺคิเวคสนฺตตฺตํ อุทรปฏลํ เทฺวธา อโหสิ. ทารโก อตฺตโน ปุญฺญพเลน อุปฺปติตฺวา เอกสฺมึ ทพฺพตฺถมฺเภ นิปติ. ตํ ทารกํ คเหตฺวา อยฺยิกาย อทํสุ. สา ตสฺส นามํ คณฺหนฺตี ทพฺพตฺถมฺเภ นิปติตฺวา ลทฺธชีวิตตฺตา ทพฺโพติสฺส นามํ อกาสิ.
ตสฺส สตฺตวสฺสิกกาเล สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร มลฺลรฏฺเฐ จาริกํ จรมาโน อนุปิยนิคมํ ปตฺวา อนุปิยมฺพวเน วิหรติ. ทพฺพกุมาโร สตฺถารํ ทิสฺวา ทสฺสเนเนว ปสีทิตฺวา ปพฺพชิตุกาโม หุตฺวา ‘‘อหํ ทสพลสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามี’’ติ อยฺยิกํ อาปุจฺฉิ. สา ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ ทพฺพกุมารํ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิมํ กุมารํ ปพฺพาเชถา’’ติ อาห. สตฺถา อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน สญฺญํ อทาสิ ‘‘ภิกฺขุ อิมํ ทารกํ ปพฺพาเชหี’’ติ. โส เถโร สตฺถุ วจนํ สุตฺวา ทพฺพกุมารํ ปพฺพาเชนฺโต ตจปญฺจกํ กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. ปุพฺพเหตุสมฺปนฺโน กตาภินีหาโร สตฺโต ปฐมเกสวฏฺฏิยา โอโรปิยมานาย โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ, ทุติยเกสวฏฺฏิยา โอโรปิยมานาย สกทาคามิผเล, ตติยาย อนาคามิผเล. สพฺพเกสานํ ปน โอโรปนญฺจ อรหตฺตผลสจฺฉิกิริยา จ อปจฺฉา อปุเร อโหสิ.
สตฺถา มลฺลรฏฺเฐ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ราชคหํ คนฺตฺวา เวฬุวเน วาสํ กปฺเปสิ. ตตฺรายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต รโหคโต อตฺตโน กิจฺจนิปฺผตฺตึ โอโลเกตฺวา สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจกรเณ กายํ โยเชตุกาโม จินฺเตสิ – ‘‘ยํนูนาหํ สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญาเปยฺยํ, ภตฺตานิ จ อุทฺทิเสยฺย’’นฺติ. โส สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา อตฺตโน ปริวิตกฺกํ อาโรเจสิ. สตฺถา ตสฺส สาธุการํ ทตฺวา เสนาสนปญฺญาปกตฺตญฺจ ภตฺตุทฺเทสกตฺตญฺจ สมฺปฏิจฺฉิ. อถ นํ ‘‘อยํ ทพฺโพ ทหโรว สมาโน มหนฺตฏฺฐาเน ฐิโต’’ติ สตฺตวสฺสิกกาเลเยว อุปสมฺปาเทสิ. เถโร อุปสมฺปนฺนกาลโตเยว ปฏฺฐาย ราชคหํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺตานํ สพฺพภิกฺขูนํ เสนาสนานิ จ ปญฺญาเปติ, ภิกฺขญฺจ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อุทฺทิสติ. ตสฺส เสนาสนปญฺญาปกภาโว สพฺพทิสาสุ ปากโฏ อโหสิ – ‘‘ทพฺโพ กิร มลฺลปุตฺโต สภาคสภาคานํ ภิกฺขูนํ เอกฏฺฐาเน เสนาสนานิ ปญฺญาเปติ, ทูเรปิ เสนาสนํ ปญฺญาเปติเยว. คนฺตุํ อสกฺโกนฺเต อิทฺธิยา เนตีติ.
อถ นํ ภิกฺขู กาเลปิ วิกาเลปิ ‘‘อมฺหากํ, อาวุโส, ชีวกมฺพวเน เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ, อมฺหากํ มทฺทกุจฺฉิสฺมึ มิคทาเย’’ติ เอวํ เสนาสนํ อุทฺทิสาเปตฺวา ตสฺส อิทฺธึ ปสฺสนฺตา คจฺฉนฺติ. โสปิ อิทฺธิยา มโนมเย กาเย อภิสงฺขริตฺวา เอเกกสฺส เถรสฺส เอเกกํ อตฺตนา สทิสํ ภิกฺขุํ นิมฺมินิตฺวา องฺคุลิยา ชลมานาย ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา ‘‘อยํ มญฺโจ, อิทํ ปีฐ’’นฺติอาทีนิ วตฺวา เสนาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปุน อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อาคจฺฉติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปนิทํ วตฺถุ ปาฬิยํ อาคตเมว. สตฺถา อิทเมว การณํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา อปรภาเค อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน เถรํ เสนาสนปญฺญาปกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
ปิลินฺทวจฺฉตฺเถรวตฺถุ
๒๑๕. สตฺตเม เทวตานํ ปิยมนาปานนฺติ เทวตานํ ปิยานญฺเจว มนาปานญฺจ ปิลินฺทวจฺฉตฺเถโร อคฺโคติ ทสฺเสติ. โส กิร อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ จกฺกวตฺตี ราชา หุตฺวา มหาชนํ ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา สคฺคปรายณํ อกาสิ. เยภุยฺเยน กิร ฉสุ กามสคฺเคสุ นิพฺพตฺตเทวตา ตสฺเสว โอวาทํ ลภิตฺวา นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน อตฺตโน สมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา ‘‘กํ นุ โข นิสฺสาย อิมํ สคฺคสมฺปตฺตึ ลภิมฺหา’’ติ อาวชฺชมานา อิมํ เถรํ ทิสฺวา ‘‘เถรํ นิสฺสาย อเมฺหหิ สมฺปติ ลทฺธา’’ติ สายํปาตํ เถรํ นมสฺสนฺติ. ตสฺมา โส เทวตานํ ปิยมนาปานํ อคฺโค นาม ชาโต. ปิลินฺโทติ ปนสฺส โคตฺตํ, วจฺโฉติ นามํ. ตทุภยํ สํสนฺเทตฺวา ปิลินฺทวจฺโฉติ วุจฺจติ.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร มหาโภคกุเล นิพฺพตฺโต ปุริมนเยเนว สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ เทวตานํ ปิยมนาปฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. ปิลินฺทวจฺโฉติสฺส นามํ อกํสุ. โส อปเรน สมเยน สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปนฺโน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส คิหีหิปิ ภิกฺขูหิปิ สทฺธึ กเถนฺโต ‘‘เอหิ, วสล, คจฺฉ, วสล, อาหร, วสล, คณฺห, วสลา’’ติ วสลวาเทเนว สมุทาจรติ. ตํ กถํ อาหริตฺวา ตถาคตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภควา อริยา นาม ผรุสวาจา น โหนฺตี’’ติ. ภิกฺขเว, อริยานํ ปรวมฺภนวเสน ผรุสวาจา นาม นตฺถิ, อปิจ โข ปน ภวนฺตเร อาจิณฺณวเสน ภเวยฺยาติ. ภนฺเต, ปิลินฺทวจฺฉตฺเถโร อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย คิหีหิปิ ภิกฺขูหิปิ สทฺธึ กเถนฺโต, ‘‘วสล, วสลา’’ติ กเถติ, กิเมตฺถ การณํ ภควาติ. ภิกฺขเว, น มยฺหํ ปุตฺตสฺส เอตํ อิทาเนว อาจิณฺณํ, อตีเต ปเนส ปญฺจ ชาติสตานิ วสลวาทิพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. อิจฺเจส ภวาจิณฺเณเนว กเถสิ, น ผรุสวเสน. อริยานญฺหิ โวหาโร ผรุโสปิ สมาโน เจตนาย อผรุสภาเวน ปริสุทฺโธว, อปฺปมตฺตกมฺเปตฺถ ปาปํ น อุปลพฺภตีติ วตฺวา ธมฺมปเท อิมํ คาถมาห –
‘‘อกกฺกสํ วิญฺญาปนึ, คิรํ สจฺจมุทีรเย;
ยาย นาภิสเช กญฺจิ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.
อเถกทิวสํ เถโร ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต เอกํ ปุริสํ ปิปฺปลีนํ ภาชนํ ปูเรตฺวา อาทาย อนฺโตนครํ ปวิสนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กึ เต, วสล, ภาชเน’’ติ อาห. โส จินฺเตสิ – ‘‘อยํ สมโณ มยา สทฺธึ ปาโตว ผรุสกถํ กเถสิ, อิมสฺส อนุจฺฉวิกเมว วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ ‘‘มูสิกวจฺจํ เม, ภนฺเต, ภาชเน’’ติ อาห. เอวํ ภวิสฺสติ, วสลาติ. ตสฺส เถรสฺส ทสฺสนํ วิชหนฺตสฺส สพฺพํ มูสิกวจฺจเมว อโหสิ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อิมา ปิปฺปลิโย มูสิกวจฺจสทิสา ปญฺญายนฺติ, สภาโว นุ โข โน’’ติ วีมํสนฺโต หตฺเถน อุปฺปีเฬสิ. อถสฺส อุนฺทูรวจฺจภาวํ ญตฺวา พลวโทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ. โส ‘‘อิมาเยว นุ โข เอวรูปา, อุทาหุ สกเฏปี’’ติ คนฺตฺวา โอโลเกนฺโต สพฺพาปิ ปิปฺปลิโย ตาทิสาว ทิสฺวา หทยํ หตฺเถน สนฺธาเรตฺวา ‘‘อิทํ น อญฺญสฺส กมฺมํ, มยา ปาโตว ทิฏฺฐภิกฺขุสฺเสตํ กมฺมํ, อทฺธา เอกํ อุปายํ ภวิสฺสติ, ตสฺส คตฏฺฐานํ อนุวิจินิตฺวา เอตํ การณํ ชานิสฺสามี’’ติ เถรสฺส คตมคฺคํ ปุจฺฉิตฺวา ปายาสิ.
อเถโก ปุริโส ตํ อติวิย จณฺฑิกตํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา, ‘‘โภ ปุริส, ตฺวํ อติวิย จณฺฑิกโตว คจฺฉสิ, เกน กมฺเมน คจฺฉสี’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตสฺส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. โส ตสฺส กถํ สุตฺวา เอวมาห – ‘‘โภ, มา จินฺตยิ, มยฺหํ อยฺโย ปิลินฺทวจฺโฉ ภวิสฺสติ, ตฺวํ เอตเทว ภาชนํ ปูเรตฺวา อาทาย คนฺตฺวา เถรสฺส ปุรโต ติฏฺฐ. ‘กึ นาเมตํ, วสลา’ติ วุตฺตกาเล จ ‘ปิปฺปลิโย, ภนฺเต’ติ วท, เถโร ‘เอวํ ภวิสฺสติ, วสลา’ติ วกฺขติ. ปุน สพฺพาปิ ปิปฺปลิโย ภวิสฺสนฺตี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. สพฺพา ปิปฺปลิโย ปฏิปากติกา อเหสุํ. อิทเมตฺตกํ วตฺถุ. อปรภาเค ปน สตฺถา เทวตานํ ปิยมนาปการณเมว วตฺถุํ กตฺวา เถรํ เทวตานํ ปิยมนาปานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
พาหิยทารุจีริยตฺเถรวตฺถุ
๒๑๖. อฏฺฐเม ขิปฺปาภิญฺญานนฺติ ขิปฺปํ อธิคตอภิญฺญานํ ทารุจีริยตฺเถโร อคฺโคติ ทสฺเสติ. อยญฺหิ เถโร สํขิตฺตธมฺมเทสนาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปาปุณิ, มคฺคผลานํ ปริกมฺมกิจฺจํ นาโหสิ. ตสฺมา ขิปฺปาภิญฺญานํ อคฺโค นาม ชาโต. พาหิยรฏฺเฐ ปน ชาตตฺตา พาหิโยติสฺส นามํ อโหสิ. โส อปรภาเค ทารุจีรํ นิวาเสสิ. ตสฺมา ทารุจีริโย นาม ชาโต.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ หิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺโต ทสพลสฺส ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ขิปฺปาภิญฺญานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปทสพลสฺส สาสนสฺส โอสกฺกนกาเล เหฏฺฐา วุตฺเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สมณธมฺมํ กตฺวา ปริปุณฺณสีโล ชีวิตกฺขยํ ปตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติ.
โส เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวโลเก วสิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท พาหิยรฏฺเฐ กุลเคเห นิพฺพตฺโต. วยํ อาคมฺม ฆราวาสํ วสนฺโต ‘‘โวหารํ กริสฺสามี’’ติ สุวณฺณภูมิคมนียํ นาวํ อภิรุหิ. นาวา อิจฺฉิตํ เทสํ อปฺปตฺวาว สมุทฺทมชฺเฌ ภินฺนา, มหาชโน มจฺฉกจฺฉปภกฺโข อโหสิ. อยํ ปน เอกํ ทารุขณฺฑํ คเหตฺวา สตฺตเม ทิวเส สุปฺปารกปฏฺฏเน อุตฺติณฺโณ มนุสฺสาวาสํ ปตฺวา ‘‘อเจลกนิยาเมน มนุสฺเส อุปสงฺกมิตุํ อยุตฺต’’นฺติ อวิทูเร ฐาเน เอกํ มหาตฬากา เสวาลํ คเหตฺวา สรีรํ เวเฐตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน ปติตํ เอกํ กปาลํ อาทาย ภิกฺขาย ปาวิสิ.
มนุสฺสา ตํ ทิสฺวา จินฺเตสุํ – ‘‘สเจ โลเก อรหนฺตา นาม อตฺถิ, เอวํวิเธหิ ภวิตพฺพํ. กึ นุ โข อยฺโย อุกฺกฏฺฐภาเวน วตฺถํ น คณฺหาติ, อุทาหุ ทิยฺยมานํ คเณฺหยฺยา’’ติ วีมํสนฺตา นานาทิสาหิ วตฺถานิ อาหรึสุ. โส จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ น อิมินา นิยาเมน อาคมิสฺสํ, น เม เอเต ปสีเทยฺยุํ, ยํกิญฺจิ กตฺวา อิเม วญฺเจตฺวา ชีวิกุปายํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺถานิ น ปฏิคฺคณฺหิ. มนุสฺสา ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสนฺนา มหาสกฺการํ กรึสุ. โสปิ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา อวิทูรฏฺฐาเน เทวกุลํ คโต. มหาชโน เตน สทฺธึเยว คนฺตฺวา เทวกุลํ ปฏิชคฺคิตฺวา อทาสิ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อิเม มยฺหํ เสวาเล นิวาสนมตฺเต ปสีทิตฺวา เอวํวิธํ สกฺการํ กโรนฺติ, เอเตสํ มยา อุกฺกฏฺเฐเนว ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สลฺลหุกานิ รุกฺขผลกานิ คเหตฺวา ตจฺเฉตฺวา วาเกสุ อาวุณิตฺวา จีรํ กตฺวา นิวาเสตฺวา ปารุปิตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺโต วสิ.
อถ โย โส กสฺสปพุทฺธกาเล สตฺตสุ ชเนสุ สมณธมฺมํ กโรนฺเตสุ เอโก ภิกฺขุ สุทฺธาวาสพฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต. โส นิพฺพตฺตสมนนฺตรเมว อตฺตโน พฺรหฺมสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา อาคตฏฺฐานํ อาวชฺเชนฺโต สตฺตนฺนํ ชนานํ ปพฺพตํ อารุยฺห สมณธมฺมกรณฏฺฐานํ ทิสฺวา เสสานํ ฉนฺนํ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ อาวชฺเชนฺโต เอกสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ อิตเรสํ ปญฺจนฺนํ กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺตภาวํ ญตฺวา กาลานุกาลํ เต ปญฺจ ชเน อาวชฺเชติ. อิมสฺมึ ปน กาเล ‘‘กหํ นุ โข’’ติ อาวชฺเชนฺโต ทารุจีริยํ สุปฺปารกปฏฺฏนํ อุปนิสฺสาย กุหนกมฺเมน ชีวิกํ กปฺเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘นฏฺโฐ วตายํ พาโล, ปุพฺเพ สมณธมฺมํ กโรนฺโต อติอุกฺกฏฺฐภาเวน อรหตาปิ อาภตํ ปิณฺฑปาตํ อปริภุญฺชิตฺวา อิทานิ อุทรตฺถาย อนรหาว อรหตฺตํ ปฏิชานิตฺวา โลกํ วญฺเจนฺโต วิจรติ, ทสพลสฺส จ นิพฺพตฺตภาวํ น ชานาติ, คจฺฉามิ นํ สํเวเชตฺวา ทสพลสฺส นิพฺพตฺตภาวํ ชานาเปมี’’ติ ตํขณํเยว พฺรหฺมโลกโต สุปฺปารกปฏฺฏเน รตฺติภาคสมนนฺตเร ทารุจีริยสฺส สมฺมุเข ปาตุรโหสิ.
โส อตฺตโน วสนฏฺฐาเน โอภาสํ ทิสฺวา พหิ นิกฺขมิตฺวา ฐิโต มหาพฺรหฺมํ โอโลเกตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ‘‘เก ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิ. อหํ ตุยฺหํ โปราณกสหาโย อนาคามิผลํ ปตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต. อมฺหากํ ปน สพฺพเชฏฺฐโก อรหตฺตํ ปตฺวา ปรินิพฺพุโต, ตุเมฺห ปญฺจ ชนา เทวโลเก นิพฺพตฺตา. สฺวาหํ ตํ อิมสฺมึ ฐาเน กุหนกมฺเมน ชีวนฺตํ ทิสฺวา ทเมตุํ อาคโตติ วตฺวา อิทํ การณมาห – ‘‘น โข ตฺวํ, พาหิย อรหา, นปิ อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺโน, สาปิ เต ปฏิปทา นตฺถิ, ยาย ตฺวํ อรหา วา อสฺส อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน’’ติ. อถสฺส สตฺถุ อุปฺปนฺนภาวํ สาวตฺถิยํ วสนภาวญฺจ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉาหี’’ติ ตํ อุยฺโยเชตฺวา พฺรหฺมโลกเมว อคมาสิ.
ทารุจีริโย มหาพฺรหฺมุนา สํเวชิโต ‘‘โมกฺขมคฺคํ คเวสิสฺสามี’’ติ วีสโยชนสตํ มคฺคํ เอกรตฺติวาเสน คนฺตฺวา สตฺถารํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ อนฺตรฆเร สมฺปาปุณิตฺวา สตฺถุ ปาเทสุ นิปติตฺวา ‘‘เทเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา ธมฺมํ, เทเสตุ สุคโต ธมฺม’’นฺติ ยาวตติยํ ยาจิ. สตฺถา ‘‘เอตฺตาวตา พาหิยสฺส ญาณํ ปริปากํ คต’’นฺติ ญตฺวา ‘‘ตสฺมาติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ (อุทา. ๑๐) อิมินา โอวาเทน โอวทิ. โสปิ เทสนาปริโยสาเน อนฺตรวีถิยํ ฐิโตว เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ.
โส อตฺตโน กิจฺจํ มตฺถกปฺปตฺตํ ญตฺวา ภควนฺตํ ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา อปริปุณฺณปตฺตจีวรตาย ปตฺตจีวรํ ปริเยสนฺโต สงฺการฏฺฐานโต โจฬกฺขณฺฑานิ สํกฑฺฒติ. อถ นํ ปุพฺพเวริโก อมนุสฺโส เอกิสฺสา ตรุณวจฺฉาย คาวิยา สรีเร อธิมุจฺจิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. สตฺถา สาวตฺถิโต นิกฺขมนฺโต อนฺตรวีถิยํ พาหิยํ สงฺการฏฺฐาเน ปติตํ ทิสฺวา ‘‘คณฺหถ, ภิกฺขเว, พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส สรีร’’นฺติ นีหราเปตฺวา สรีรกิจฺจํ กาเรตฺวา จาตุมหาปเถ เจติยํ การาเปสิ. ตโต สงฺฆมชฺเฌ กถา อุทปาทิ – ‘‘ตถาคโต ภิกฺขุสงฺเฆน พาหิยสฺส สรีรชฺฌาปนกิจฺจํ กาเรสิ, ธาตุโย คเหตฺวา เจติยํ กาเรสิ, กตรมคฺโค นุ โข เตน สจฺฉิกโต, สามเณโร นุ โข โส, ภิกฺขุ นุ โข’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาทยึสุ. สตฺถา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ‘‘ปณฺฑิโต, ภิกฺขเว, พาหิโย’’ติ อุปริ ธมฺมเทสนํ วฑฺเฒตฺวา ตสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ ปกาเสสิ. ปุน สงฺฆมชฺเฌ กถา อุทปาทิ ‘‘น จ สตฺถารา พาหิยสฺส พหุ ธมฺโม เทสิโต, อรหตฺตํ ปตฺโตติ จ วเทติ. กึ นาเมต’’นฺติ? สตฺถา ‘‘ธมฺโม มนฺโท พหูติ อการณํ, วิสปีตกสฺส อคโท วิย เจโส’’ติ วตฺวา ธมฺมปเท คาถมาห –
‘‘สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสํหิตา;
เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๐๐);
เทสนาปริโยสาเน จตุราสีติ ปาณสหสฺสานิ อมตปานํ ปิวึสุ. อิทญฺจ ปน พาหิยตฺเถรสฺส วตฺถุ สุตฺเต (อุทา. ๑๐) อาคตตฺตา วิตฺถาเรน น กถิตํ. อปรภาเค ปน สตฺถา สงฺฆมชฺเฌ นิสินฺโน พาหิยตฺเถรํ ขิปฺปาภิญฺญานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
กุมารกสฺสปตฺเถรวตฺถุ
๒๑๗. นวเม จิตฺตกถิกานนฺติ วิจิตฺตํ กตฺวา ธมฺมํ กเถนฺตานํ. เถโร กิร เอกสฺสปิ ทฺวินฺนมฺปิ ธมฺมํ กเถนฺโต พหูหิ อุปมาหิ จ การเณหิ จ มณฺฑยิตฺวา โพเธนฺโต กเถติ. ตสฺมา จิตฺตกถิกานํ อคฺโค นาม ชาโต.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ หิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา วยปฺปตฺโต ทสพลสฺส ธมฺมกถํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ จิตฺตกถิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปพุทฺธสาสโนสกฺกนกาเล สตฺตนฺนํ ภิกฺขูนํ อพฺภนฺตโร หุตฺวา ปพฺพตมตฺถเก สมณธมฺมํ กตฺวา อปริหีนสีโล ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ สมฺปตฺตึ อนุภวมาโน อมฺหากํ สตฺถุ กาเล ราชคเห เอกิสฺสา กุลทาริกาย กุจฺฉิมฺหิ อุปฺปนฺโน. สา จ ปฐมํ มาตาปิตโร ยาจิตฺวา ปพฺพชฺชํ อลภมานา กุลฆรํ คตา คพฺภํ คณฺหิ. ตมฺปิ อชานนฺตี สามิกํ อาราเธตฺวา เตน อนุญฺญาตา ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตา. ตสฺสา คพฺภนิมิตฺตํ ทิสฺวา ภิกฺขุนิโย เทวทตฺตํ ปุจฺฉึสุ, โส ‘‘อสฺสมณี’’ติ อาห. ทสพลํ ปุจฺฉึสุ, สตฺถา อุปาลิตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสิ. เถโร สาวตฺถินครวาสีนิ กุลานิ วิสาขญฺจ อุปาสิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา โสเธนฺโต ‘‘ปุเร ลทฺโธ คพฺโภ, ปพฺพชฺชา อโรคา’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘สุวินิจฺฉิตํ อธิกรณ’’นฺติ เถรสฺส สาธุการํ อทาสิ.
สา ภิกฺขุนี สุวณฺณพิมฺพสทิสํ ปุตฺตํ วิชายิ. ตํ คเหตฺวา ราชา ปเสนทิโกสโล โปสาเปสิ, กสฺสโปติ จสฺส นามํ กตฺวา อปรภาเค อลงฺกริตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. กุมารกาเล ปน ปพฺพชิตตฺตา ภควตา ‘‘กสฺสปํ ปกฺโกสถ, อิทํ ผลํ วา ขาทนียํ วา กสฺสปสฺส เทถา’’ติ วุตฺเต ‘‘กตรกสฺสปสฺสาติ. กุมารกสฺสปสฺสา’’ติ เอวํ คหิตนามตฺตา ตโต ปฏฺฐาย วุฑฺฒกาเลปิ กุมารกสฺสโปเตฺวว วุจฺจติ. อปิจ รญฺโญ โปสาวนิกปุตฺตตฺตาปิ กุมารกสฺสโปติ ตํ สญฺชานึสุ.
โส ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย วิปสฺสนาย เจว กมฺมํ กโรติ, พุทฺธวจนญฺจ คณฺหาติ. อถ โส เตน สทฺธึ ปพฺพตมตฺถเก สมณธมฺมํ กตฺวา อนาคามิผลํ ปตฺวา สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺโต มหาพฺรหฺมา ตสฺมึ สมเย อาวชฺเชนฺโต กุมารกสฺสปํ ทิสฺวา ‘‘สหายโก เม วิปสฺสนาย กิลมติ, คนฺตฺวา ตสฺส วิปสฺสนาย นยมุขํ ทสฺเสตฺวา มคฺคผลปตฺติยา อุปายํ กริสฺสามี’’ติ พฺรหฺมโลเก ฐิโตว ปญฺจทส ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา รตฺติภาคสมนนฺตเร กุมารกสฺสปตฺเถรสฺส วสนฏฺฐาเน อนฺธวเน ปาตุรโหสิ. เถโร อาโลกํ ทิสฺวา ‘‘โก เอตฺถา’’ติ อาห. ‘‘อหํ ปุพฺเพ ตยา สทฺธึ สมณธมฺมํ กตฺวา อนาคามิผลํ ปตฺวา สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺตพฺรหฺมา’’ติ อาห. เกน กมฺเมน อาคตตฺถาติ? มหาพฺรหฺมา อตฺตโน อาคตการณํ ทีเปตุํ เต ปเญฺห อาจิกฺขิตฺวา ‘‘ตฺวํ อิเม ปเญฺห อุคฺคณฺหิตฺวา อรุเณ อุฏฺฐิเต ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉ, ฐเปตฺวา หิ ตถาคตํ อญฺโญ อิเม ปเญฺห กเถตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถี’’ติ วตฺวา พฺรหฺมโลกเมว คโต.
เถโรปิ ปุนทิวเส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา มหาพฺรหฺมุนา กถิตนิยาเมเนว ปเญฺห ปุจฺฉิ. สตฺถา กุมารกสฺสปตฺเถรสฺส อรหตฺตํ ปาเปตฺวา ปเญฺห กเถสิ. เถโร สตฺถารา กถิตนิยาเมเนว อุคฺคณฺหิตฺวา อนฺธวนํ คนฺตฺวา วิปสฺสนํ คพฺภํ คาหาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตโต ปฏฺฐาย จตุนฺนํ ปริสานํ ธมฺมกถํ กเถนฺโต พหุกาหิ อุปมาหิ จ การเณหิ จ มณฺเฑตฺวา จิตฺตกถเมว กเถติ. อถ นํ สตฺถา ปายาสิรญฺโญ ปญฺจทสหิ ปเญฺหหิ ปฏิมณฺเฑตฺวา สุตฺตนฺเต (ที. นิ. ๒.๔๐๖ อาทโย) เทสิเต ตํ สุตฺตนฺตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา อิมสฺมึ สาสเน จิตฺตกถิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
มหาโกฏฺฐิตตฺเถรวตฺถุ
๒๑๘. ทสเม ปฏิสมฺภิทาปตฺตานนฺติ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา ปตฺวา ฐิตานํ มหาโกฏฺฐิตตฺเถโร อคฺโคติ ทสฺเสติ. อยํ หิ เถโร อตฺตโน ปฏิสมฺภิทาสุ จิณฺณวสิภาเวน อภิญฺญาเต อภิญฺญาเต มหาสาวเก อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโตปิ ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโตปิ ปฏิสมฺภิทาสุเยว ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อิติ อิมินา จิณฺณวสิภาเวน ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺโค นาม ชาโต.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ หิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร มหาโภคกุเล นิพฺพตฺโต อปเรน สมเยน สตฺถุ ธมฺมกถํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. โส ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. โกฏฺฐิตมาณโวติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา เอกทิวสํ สตฺถุ ธมฺมกถํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ. โส อุปสมฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา นิจฺจกาลํ ปฏิสมฺภิทาสุ จิณฺณวสี หุตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต ปฏิสมฺภิทาสุเยว ปุจฺฉติ. อถ นํ สตฺถา อปรภาเค มหาเวทลฺลสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๔๔๙ อาทโย) อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
ตติยวคฺควณฺณนา.