(๑๔) ๒. ทุติยเอตทคฺควคฺโค
จูฬปนฺถกตฺเถรวตฺถุ
๑๙๘-๒๐๐. ทุติยสฺส ปฐเม มโนมยนฺติ มเนน นิพฺพตฺติตํ. ‘‘มโนมเยน กาเยน, อิทฺธิยา อุปสงฺกมี’’ติ (เถรคา. ๙๐๑) วุตฺตฏฺฐานสฺมิญฺหิ มเนน กตกาโย มโนมยกาโย นาม ชาโต. ‘‘อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปชฺชตี’’ติ (จูฬว. ๓๓๓) วุตฺตฏฺฐาเน มเนน นิพฺพตฺติตกาโย มโนมยกาโย นาม ชาโต. อยมิธ อธิปฺเปโต. ตตฺถ อญฺเญ ภิกฺขู มโนมยํ กายํ นิพฺพตฺเตนฺตา ตโย วา จตฺตาโร วา นิพฺพตฺเตนฺติ, น พหุเก. เอกสทิเสเยว จ กตฺวา นิพฺพตฺเตนฺติ เอกวิธเมว กมฺมํ กุรุมาเน. จูฬปนฺถกตฺเถโร ปน เอกาวชฺชเนน สมณสหสฺสํ มาเปสิ. เทฺวปิ จ ชเน น เอกสทิเส อกาสิ น เอกวิธํ กมฺมํ กุรุมาเน. ตสฺมา มโนมยํ กายํ อภินิมฺมินนฺตานํ อคฺโค นาม ชาโต.
เจโตวิวฏฺฏกุสลานมฺปิ จูฬปนฺถโกว อคฺโค, สญฺญาวิวฏฺฏกุสลานํ ปน มหาปนฺถกตฺเถโร อคฺโคติ วุตฺโต. ตตฺถ จูฬปนฺถกตฺเถโร จตุนฺนํ รูปาวจรชฺฌานานํ ลาภิตาย ‘‘เจโตวิวฏฺฏกุสโล’’ติ วุตฺโต, มหาปนฺถกตฺเถโร จตุนฺนํ อรูปาวจรชฺฌานานํ ลาภิตาย ‘‘สญฺญาวิวฏฺฏกุสโล’’ติ วุตฺโต. จูฬปนฺถโก จ สมาธิกุสลตาย เจโตวิวฏฺฏกุสโล นาม, มหาปนฺถโก วิปสฺสนากุสลตาย สญฺญาวิวฏฺฏกุสโล นาม. เอโก เจตฺถ สมาธิลกฺขเณ เฉโก, เอโก วิปสฺสนาลกฺขเณ. ตถา เอโก สมาธิคาโฬฺห, เอโก วิปสฺสนาคาโฬฺห. เอโก เจตฺถ องฺคสํขิตฺเต เฉโก, เอโก อารมฺมณสํขิตฺเต. ตถา เอโก องฺคววตฺถาเน เฉโก, เอโก อารมฺมณววตฺถาเนติ เอวเมตฺถ โยชนา กาตพฺพา.
อปิจ จูฬปนฺถกตฺเถโร รูปาวจรชฺฌานลาภี หุตฺวา ฌานงฺเคหิ วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺโตติ เจโตวิวฏฺฏกุสโล, มหาปนฺถโก อรูปาวจรชฺฌานลาภี หุตฺวา ฌานงฺเคหิ วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺโตติ สญฺญาวิวฏฺฏกุสโล. อุโภปิ ปนฺเถ ชาตตฺตา ปนฺถกา นาม ชาตา. เตสํ ปฐมชาโต มหาปนฺถโก นาม, ปจฺฉาชาโต จูฬปนฺถโก นาม.
อิเมสํ ปน อุภินฺนมฺปิ ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อตีเต กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนครวาสิโน เทฺว ภาติกา กุฏุมฺพิกา สทฺธา ปสนฺนา นิพทฺธํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺติ. เตสุ เอกทิวสํ กนิฏฺโฐ สตฺถารํ ทฺวีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ เอกํ ภิกฺขุํ ‘‘มม สาสเน มโนมยํ กายํ อภินิมฺมินนฺตานํ เจโตวิวฏฺฏกุสลานญฺจ อยํ ภิกฺขุ อคฺโค’’ติ เอตทคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มหา วตายํ ภิกฺขุ เอโก หุตฺวา เทฺว องฺคานิ ปริปูเรตฺวา จรติ, มยาปิ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน องฺคทฺวยปูรเกน หุตฺวา วิจริตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส ปุริมนเยเนว สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา เอวมาห – ‘‘ยํ, ภนฺเต, ภิกฺขุํ ตุเมฺห อิโต สตฺตทิวสมตฺถเก มโนมยงฺเคน จ เจโตวิวฏฺฏกุสลงฺเคน จ ‘อยํ มม สาสเน อคฺโค’ติ เอตทคฺเค ฐปยิตฺถ, อหมฺปิ อิมสฺส อธิการกมฺมสฺส ผเลน โส ภิกฺขุ วิย องฺคทฺวยปูรโก ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ.
สตฺถา อนาคตํ โอโลเกตฺวา อนนฺตราเยนสฺส ปตฺถนาย สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา ‘‘อนาคเต กปฺปสตสหสฺสาวสาเน โคตโม นาม พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ, โส ตํ อิมสฺมึ ฐานทฺวเย ฐเปสฺสตี’’ติ พฺยากริตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. ภาตาปิสฺส เอกทิวสํ สตฺถารํ สญฺญาวิวฏฺฏกุสลํ ภิกฺขุํ เอตทคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ตเถว อธิการํ กตฺวา ปตฺถนํ อกาสิ, สตฺถาปิ ตํ พฺยากาสิ.
เต อุโภปิ ชนา สตฺถริ ธรมาเน กุสลกมฺมํ กริตฺวา สตฺถุ ปรินิพฺพุตกาเล สรีรเจติเย สุวณฺณปูชํ กตฺวา ตโต จุตา เทวโลเก นิพฺพตฺตา. เตสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตานํเยว กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกนฺตํ. ตตฺถ มหาปนฺถกสฺส อนฺตรา กตกลฺยาณกมฺมํ น กถิยติ, จูฬปนฺถโก ปน กสฺสปภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ โอทาตกสิณกมฺมํ กตฺวา เทวปุเร นิพฺพตฺติ. อถ อมฺหากํ สตฺถา อภิสมฺโพธึ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก ราชคหํ อุปนิสฺสาย เวฬุวนมหาวิหาเร ปฏิวสติ.
อิมสฺมึ ฐาเน ฐตฺวา อิเมสํ ทฺวินฺนํ นิพฺพตฺตึ กเถตุํ วฏฺฏติ. ราชคเห กิร ธนเสฏฺฐิกุลสฺส ธีตา อตฺตโน ทาเสเนว สทฺธึ สนฺถวํ กตฺวา ‘‘อญฺเญปิ เม อิมํ กมฺมํ ชาเนยฺยุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา เอวมาห – ‘‘อเมฺหหิ อิมสฺมึ ฐาเน วสิตุํ น สกฺกา, สเจ เม มาตาปิตโร อิมํ โทสํ ชานิสฺสนฺติ, ขณฺฑาขณฺฑํ กริสฺสนฺติ, วิเทสํ คนฺตฺวา วสิสฺสามา’’ติ หตฺถสารํ คเหตฺวา อคฺคทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา ‘‘ยตฺถ วา ตตฺถ วา อญฺเญหิ อชานนฏฺฐานํ คนฺตฺวา วสิสฺสามา’’ติ อุโภปิ อคมํสุ.
เตสํ เอกสฺมึ ฐาเน วสนฺตานํ สํวาสมนฺวาย ตสฺสา กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. สา คพฺภสฺส ปริปากํ อาคมฺม สามิเกน สทฺธึ มนฺเตสิ – ‘‘คพฺโภ เม ปริปากํ คโต, ญาติมิตฺตาทิวิรหิเต ฐาเน คพฺภวุฏฺฐานํ นาม อุภินฺนมฺปิ อมฺหากํ ทุกฺขเมว, กุลเคหเมว คจฺฉามา’’ติ. โส ‘‘อชฺช คจฺฉาม, เสฺว คจฺฉามา’’ติ ทิวเส อติกฺกมาเปสิ. สา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ พาโล อตฺตโน โทสมหนฺตาย คนฺตุํ น อุสฺสหติ, มาตาปิตโร จ นาม เอกนฺตหิตา, อยํ คจฺฉตุ วา มา วา, มยา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ตสฺมึ เคหา นิกฺขนฺเต สา เคเห ปริกฺขารํ ปฏิสาเมตฺวา อตฺตโน กุลฆรํ คตภาวํ อนนฺตรเคหวาสีนํ อาโรเจตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.
อถ โส ปุริโส ฆรํ อาคโต ตํ อทิสฺวา ปฏิวิสฺสเก ปุจฺฉิตฺวา ‘‘กุลฆรํ คตา’’ติ สุตฺวา เวเคน อนุพนฺธิตฺวา อนฺตรามคฺเค สมฺปาปุณิ. ตสฺสาปิ ตตฺเถว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. โส ‘‘กึ อิทํ ภทฺเท’’ติ ปุจฺฉิ. สามิ เอโก ปุตฺโต ชาโตติ. อิทานิ กึ กริสฺสามาติ? ยสฺส อตฺถาย มยํ กุลฆรํ คจฺฉาม, ตํ กมฺมํ อนฺตราว นิปฺผนฺนํ, ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กริสฺสาม, นิวตฺตามาติ เทฺวปิ เอกจิตฺตา หุตฺวา นิวตฺตึสุ. ตสฺส ทารกสฺส จ ปนฺเถ ชาตตฺตา ปนฺถโกติ นามํ อกํสุ. ตสฺสา นจิรสฺเสว อปโรปิ คพฺโภ ปติฏฺฐหิ. สพฺพํ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ. ตสฺสปิ ทารกสฺส ปนฺเถ ชาตตฺตา ปฐมชาตสฺส มหาปนฺถโกติ นามํ กตฺวา ปจฺฉาชาตสฺส จูฬปนฺถโกติ นามํ อกํสุ.
เต เทฺวปิ ทารเก คเหตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คตา. เตสํ ตตฺถ วสนฺตานํ อยํ มหาปนฺถกทารโก อญฺเญ ทารกชเน ‘‘จูฬปิตา มหาปิตา อยฺยโก อยฺยิกา’’ติ วทนฺเต สุตฺวา มาตรํ ปฏิปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, อญฺเญ ทารกา กเถนฺติ ‘อยฺยโก อยฺยิกา’ติ, กึ อมฺหากํ ญาตกา นตฺถี’’ติ? อาม, ตาต, ตุมฺหากํ เอตฺถ ญาตกา นตฺถิ, ราชคหนคเร ปน โว ธนเสฏฺฐิ นาม อยฺยโก, ตตฺถ ตุมฺหากํ พหู ญาตกาติ. กสฺมา ตตฺถ น คจฺฉถ อมฺมาติ? สา อตฺตโน อคมนการณํ ปุตฺตสฺส อกเถตฺวา ปุตฺเตสุ ปุนปฺปุนํ กเถนฺเตสุ สามิกมาห – ‘‘อิเม ทารกา อติวิย มํ กิลเมนฺติ, กึ โน มาตาปิตโร ทิสฺวา มํสํ ขาทิสฺสนฺติ, เอหิ ทารกานํ อยฺยกกุลํ ทสฺเสมา’’ติ. อหํ สมฺมุขา ภวิตุํ น สกฺขิสฺสามิ, ตํ ปน นยิสฺสามีติ. ‘‘สาธุ สามิ, เยน เกนจิ อุปาเยน ทารกานํ อยฺยกกุลเมว ทฏฺฐุํ วฏฺฏตี’’ติ เทฺวปิ ชนา ทารเก อาทาย อนุปุพฺเพน ราชคหํ ปตฺวา นครทฺวาเร เอกิสฺสา สาลาย นิวาสํ กตฺวา ทารกมาตา เทฺว ทารเก คเหตฺวา อาคตภาวํ มาตาปิตูนํ อาโรจาเปสิ.
เต ตํ สาสนํ สุตฺวา สํสาเร สํสรนฺตานํ น ปุตฺโต น ธีตา นาม นตฺถิ, เต อมฺหากํ มหาปราธิกา, น สกฺกา เตหิ อมฺหากํ จกฺขุปเถ ฐาตุํ. เอตฺตกํ ปน ธนํ คเหตฺวา เทฺวปิ ชนา ผาสุกฏฺฐานํ คนฺตฺวา ชีวนฺตุ, ทารเก ปน อิธ เปเสนฺตูติ. เสฏฺฐิธีตา มาตาปิตูหิ เปสิตํ ธนํ คเหตฺวา ทารเก อาคตทูตานํ หตฺเถเยว ทตฺวา เปเสสิ. ทารกา อยฺยกกุเล วฑฺฒนฺติ. เตสุ จูฬปนฺถโก อติทหโร, มหาปนฺถโก ปน อยฺยเกน สทฺธึ ทสพลสฺส ธมฺมกถํ โสตุํ คจฺฉติ. ตสฺส นิจฺจํ สตฺถุ สมฺมุเข ธมฺมํ สุณนฺตสฺส ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ นมิ. โส อยฺยกํ อาห – ‘‘สเจ ตุเมฺห อนุชาเนยฺยาถ, อหํ ปพฺพชฺเชยฺย’’นฺติ. ‘‘กึ วเทสิ, ตาต, มยฺหํ สกลโลกสฺสปิ ปพฺพชฺชโต ตเวว ปพฺพชฺชา ภทฺทิกา. สเจ สกฺโกสิ, ปพฺพช, ตาตา’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คโต. สตฺถา ‘‘กึ, มหาเสฏฺฐิ, ทารโก เต ลทฺโธ’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อยํ ทารโก มยฺหํ นตฺตา, ตุมฺหากํ สนฺติเก ปพฺพชามีติ วทตี’’ติ อาห.
สตฺถา อญฺญตรํ ปิณฺฑจาริกํ ‘‘อิมํ ทารกํ ปพฺพาเชหี’’ติ อาณาเปสิ. เถโร ตสฺส ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา ปพฺพาเชสิ. โส พหุํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา ปริปุณฺณวสฺโส อุปสมฺปทํ ลภิ. อุปสมฺปนฺโน หุตฺวา โยนิโสมนสิกาเร กมฺมํ กโรนฺโต จตุนฺนํ อรูปาวจรชฺฌานานํ ลาภี หุตฺวา ฌานงฺเคหิ วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปาปุณิ. อิติ โส สญฺญาวิวฏฺฏกุสลานํ อคฺโค ชาโต. โส ฌานสุเขน ผลสุเขน วีตินาเมนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘สกฺกา นุ โข อิมํ สุขํ จูฬปนฺถกสฺส ทาตุ’’นฺติ. ตโต อยฺยกเสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘มหาเสฏฺฐิ สเจ ตุเมฺห สมฺปฏิจฺฉถ, อหํ จูฬปนฺถกํ ปพฺพาเชยฺย’’นฺติ อาห. ปพฺพาเชถ, ภนฺเตติ. เถโร จูฬปนฺถกทารกํ ปพฺพาเชตฺวา ทสสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปสิ. จูฬปนฺถกสามเณโร ภาติกสฺส สนฺติเก.
‘‘ปทุมํ ยถา โกกนทํ สุคนฺธํ,
ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ;
องฺคีรสํ ปสฺส วิโรจมานํ,
ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเข’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๒๓; อ. นิ. ๕.๑๙๕) –
อิมํ คาถํ คณฺหาติ. คหิตคหิตปทํ อุปรูปริปทํ คณฺหนฺตสฺส นสฺสติ. ตสฺส อิมํ คาถํ คเหตุํ วายมนฺตสฺเสว จตฺตาโร มาสา อติกฺกนฺตา. อถ นํ มหาปนฺถโก อาห – ‘‘จูฬปนฺถก, ตฺวํ อิมสฺมึ สาสเน อภพฺโพ, จตูหิ มาเสหิ เอกคาถมฺปิ คเหตุํ น สกฺโกสิ, ปพฺพชิตกิจฺจํ ปน ตฺวํ กถํ มตฺถกํ ปาเปสฺสสิ, นิกฺขม อิโต’’ติ. โส เถเรน ปณามิโต วิหารปจฺจนฺเต โรทมาโน อฏฺฐาสิ.
เตน สมเยน สตฺถา ราชคหํ อุปนิสฺสาย ชีวกมฺพวเน วิหรติ. ตสฺมึ สมเย ชีวโก ปุริสํ เปเสสิ ‘‘ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ สตฺถารํ นิมนฺเตหี’’ติ. เตน โข ปน สมเยน มหาปนฺถโก ภตฺตุทฺเทสโก โหติ. โส ‘‘ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ภิกฺขํ สมฺปฏิจฺฉถ, ภนฺเต’’ติ วุตฺโต ‘‘จูฬปนฺถกํ ฐเปตฺวา เสสานํ สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ อาห. จูฬปนฺถโก ตํ กถํ สุตฺวา ภิยฺโยโสมตฺตาย โทมนสฺสปฺปตฺโต อโหสิ. สตฺถา จูฬปนฺถกสฺส เขทํ ทิสฺวา ‘‘จูฬปนฺถโก มยิ คเต พุชฺฌิสฺสตี’’ติ คนฺตฺวา อวิทูเร ฐาเน อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ‘‘กึ ตฺวํ, ปนฺถก, โรทสี’’ติ อาห. ภาตา มํ, ภนฺเต, ปณาเมตีติ. ปนฺถก, ตุยฺหํ ภาติกสฺส ปรปุคฺคลานํ อาสยานุสยญาณํ นตฺถิ, ตฺวํ พุทฺธเวเนยฺยปุคฺคโล นามาติ อิทฺธิยา อภิสงฺขริตฺวา สุทฺธํ โจฬขณฺฑํ อทาสิ ‘‘อิมํ คเหตฺวา ‘รโชหรณํ รโชหรณ’นฺติ วตฺวา ภาเวหิ ปนฺถกา’’ติ.
โส สตฺถารา ทินฺนํ โจฬขณฺฑํ ‘‘รโชหรณํ รโชหรณ’’นฺติ หตฺเถน ปริมชฺชนฺโต นิสีทิ. ตสฺส ปริมชฺชนฺตสฺส โลมานิ กิลิฏฺฐธาตุกานิ ชาตานิ. ปุน ปริมชฺชนฺตสฺส อุกฺขลิปริปุญฺฉนสทิสํ ชาตํ. โส ญาณปริปากํ อาคมฺม ตตฺถ ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ โจฬขณฺฑํ ปกติยา ปณฺฑรํ ปริสุทฺธํ, อุปาทินฺนกสรีรํ นิสฺสาย กิลิฏฺฐํ ชาตํ, อิทํ จิตฺตมฺปิ เอวํคติกเมวา’’ติ. สมาธึ ภาเวตฺวา จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานิ ปาทกานิ กตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส มโนมยชฺฌานลาภี หุตฺวา เอโก หุตฺวา พหุธา, พหุธา หุตฺวา เอโก ภวิตุํ สมตฺโถ อโหสิ. อรหตฺตมคฺเคเนว จสฺส เตปิฏกญฺจ ฉ อภิญฺญา จ อาคมึสุ.
ปุนทิวเส สตฺถา เอกูเนหิ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ คนฺตฺวา ชีวกสฺส นิเวสเน นิสีทิ. จูฬปนฺถโก ปน อตฺตโน ภิกฺขาย อสมฺปฏิจฺฉิตตฺตาเยว น คโต. ชีวโก ยาคุํ ทาตุํ อารภิ, สตฺถา หตฺเถน ปตฺตํ ปิทหิ. กสฺมา, ภนฺเต, น คณฺหถาติ? วิหาเร เอโก ภิกฺขุ อตฺถิ ชีวกาติ. โส ปุริสํ ปหิณิ ‘‘คจฺฉ, ภเณ, วิหาเร นิสินฺนํ อยฺยํ คเหตฺวา เอหี’’ติ. จูฬปนฺถกตฺเถโรปิ ตสฺส ปุริสสฺส ปุเร อาคมนาเยว ภิกฺขุสหสฺสํ นิมฺมินิตฺวา เอกมฺปิ เอเกน อสทิสํ, เอกสฺสปิ จ จีวรวิจารณาทิสมณกมฺมํ อญฺเญน อสทิสํ อกาสิ. โส ปุริโส วิหาเร ภิกฺขูนํ พหุภาวํ ทิสฺวา คนฺตฺวา ชีวกสฺส กเถสิ – ‘‘ภนฺเต, อิมสฺมึ วิหาเร ภิกฺขุสงฺโฆ พหุตโร, ตโต ปกฺโกสิตพฺพํ ภทนฺตํ น ชานามี’’ติ. ชีวโก สตฺถารํ ปฏิปุจฺฉิ – ‘‘โกนาโม, ภนฺเต, วิหาเร นิสินฺนภิกฺขู’’ติ? จูฬปนฺถโก นาม ชีวกาติ. คจฺฉ โภ ‘‘จูฬปนฺถโก นาม กตโร’’ติ ปุจฺฉิตฺวา อาเนหีติ. โส วิหารํ คนฺตฺวา ‘‘จูฬปนฺถโก นาม, ภนฺเต, กตโร’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อหํ จูฬปนฺถโก อหํ จูฬปนฺถโก’’ติ ภิกฺขุสหสฺสมฺปิ กเถสิ. โส ปุนาคนฺตฺวา ชีวกสฺส กเถสิ ‘‘สหสฺสมตฺตา ภิกฺขู สพฺเพปิ ‘อหํ จูฬปนฺถโก อหํ จูฬปนฺถโก’ติ กเถนฺติ, อหํ ‘อสุโก นาม ปกฺโกสิตพฺโพ’ติ น ชานามี’’ติ. ชีวโกปิ ปฏิวิทฺธสจฺจตาย ‘‘อิทฺธิมา ภิกฺขู’’ติ นยโต ญตฺวา ‘‘ปฐมํ กถนภิกฺขุเมว ‘ตุเมฺห สตฺถา ปกฺโกสตี’ติ วตฺวา จีวรกณฺเณ คณฺห ตาตา’’ติ อาห. โส วิหารํ คนฺตฺวา ตถา อกาสิ, ตาวเทว สหสฺสมตฺตา ภิกฺขู อนฺตรธายึสุ. โส เถรํ คเหตฺวา อคมาสิ. สตฺถา ตสฺมึ ขเณ ยาคุํ คณฺหิ.
ทสพเล ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา วิหารํ คเต ธมฺมสภายํ กถา อุทปาทิ ‘‘ยาว มหนฺตา วต พุทฺธา นาม จตฺตาโร มาเส เอกคาถํ คณฺหิตุํ อสกฺโกนฺตํ ภิกฺขุํ เอวํมหิทฺธิกํ อกํสู’’ติ. สตฺถา เตสํ ภิกฺขูนํ จิตฺตาจารํ ญตฺวา คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสชฺช ‘‘กึ วเทถ, ภิกฺขเว’’ติ ปุจฺฉิ. น ภควา อญฺญํ กิญฺจิ กเถม, จูฬปนฺถเกน ตุมฺหากํ สนฺติกา มหาลาโภ ลทฺโธติ ตุมฺหากํเยว คุณํ กเถมาติ. อนจฺฉริยํ, ภิกฺขเว, อิทานิ มยฺหํ โอวาทํ กตฺวา โลกุตฺตรทายชฺชลาโภ, อยํ อตีเตปิ อปริปกฺกญาเณ ฐิตสฺส มยฺหํ โอวาทํ กตฺวา โลกิยทายชฺชํ ลภีติ. ภิกฺขู ‘‘กทา, ภนฺเต’’ติ อายาจึสุ. สตฺถา เตสํ ภิกฺขูนํ อตีตํ อาหริตฺวา ทสฺเสสิ.
ภิกฺขเว, อตีเต พาราณสีนคเร พฺรหฺมทตฺโต นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ. ตสฺมึ สมเย จูฬกเสฏฺฐิ นาม ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สพฺพนิมิตฺตานิ ชานาติ. โส เอกทิวสํ ราชูปฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต อนฺตรวีถิยํ มตมูสิกํ ทิสฺวา ตสฺมึ ขเณ นกฺขตฺตํ สมาเนตฺวา อิทมาห – ‘‘สกฺกา จกฺขุมตา กุลปุตฺเตน อิมํ อุนฺทูรํ คเหตฺวา ทารภรณญฺจ กาตุํ กมฺมนฺเต จ ปโยเชตุ’’นฺติ. อญฺญตโร ทุคฺคตกุลปุตฺโต ตํ เสฏฺฐิสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘นายํ อชานิตฺวา กเถสฺสตี’’ติ มูสิกํ คเหตฺวา เอกสฺมึ อาปเณ พิฬารสฺสตฺถาย ทตฺวา กากณิกํ ลภิ. ตาย กากณิกาย ผาณิตํ กิณิตฺวา เอเกน กุเฏน ปานียํ คณฺหิตฺวา อรญฺญโต อาคจฺฉนฺเต มาลากาเร ทิสฺวา โถกํ โถกํ ผาณิตขณฺฑํ ทตฺวา อุฬุงฺเกน ปานียํ อทาสิ. เต ตสฺส เอเกกํ ปุปฺผมุฏฺฐึ อทํสุ. โส เตน ปุปฺผมูเลน ปุนทิวเสปิ ผาณิตญฺจ ปานียฆฏญฺจ คเหตฺวา ปุปฺผารามเมว คโต. ตสฺส ตํทิวสํ มาลาการา อฑฺฒโอจิตเก ปุปฺผคจฺเฉ ทตฺวา อคมํสุ. โส นจิรสฺเสว อิมินา อุปาเยน อฏฺฐ กหาปเณ ลภิ.
ปุน เอกสฺมึ วาตวุฏฺฐิทิวเส ฉฑฺฑิตอุยฺยานํ คนฺตฺวา ปติตทารูนํ ราสึ กตฺวา นิสินฺโน ราชกุมฺภการสฺส สนฺติกา โสฬส กหาปเณ ลภิ. โส จตุวีสติยา กหาปเณสุ ชาเตสุ ‘‘อตฺถิ อยํ อุปาโย มยฺห’’นฺติ นครทฺวารโต อวิทูเร ฐาเน เอกํ ปานียจาฏึ ฐเปตฺวา ปญฺจสเต ติณหารเก ปานีเยน อุปฏฺฐหิ. เต อาหํสุ – ‘‘ตฺวํ, สมฺม, อมฺหากํ พหุปกาโร, กึ เต กโรมา’’ติ? โสปิ ‘‘มยฺหํ กิจฺเจ อุปฺปนฺเน กริสฺสถา’’ติ วตฺวา อิโต จิโต จ วิจรนฺโต ถลปถกมฺมิเกน จ ชลปถกมฺมิเกน จ สทฺธึ มิตฺตสนฺถวํ อกาสิ. ตสฺส ถลปถกมฺมิโก ‘‘เสฺว อิมํ นครํ อสฺสวาณิชโก ปญฺจ อสฺสสตานิ คเหตฺวา อาคมิสฺสตี’’ติ อาจิกฺขิ. โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา ติณหารกานํ สญฺญํ ทตฺวา เอเกกํ ติณกลาปํ ทิคุณํ กตฺวา อาหราเปสิ. อถ โส อสฺสานํ นครํ ปวิฏฺฐเวลาย ติณกลาปสหสฺสํ อนฺตรทฺวาเร ราสึ กตฺวา นิสีทิ. อสฺสวาณิโช สกลนคเร อสฺสานํ จารึ อลภิตฺวา ตสฺส สหสฺสํ ทตฺวา ตํ ติณํ คณฺหิ.
ตโต กติปาหจฺจเยนสฺส สมุทฺทกมฺมิกสหายโก อาโรเจสิ ‘‘ปฏฺฏนํ มหานาวา อาคตา’’ติ. โส ‘‘อตฺถิ อยํ อุปาโย’’ติ อฏฺฐหิ กหาปเณหิ สพฺพปริวารสมฺปนฺนํ ตาวกาลิกํ รถํ คเหตฺวา นาวาปฏฺฏนํ คนฺตฺวา เอกํ องฺคุลิมุทฺทิกํ นาวิกสฺส สจฺจการํ ทตฺวา อวิทูเร ฐาเน สาณึ ปริกฺขิปาเปตฺวา ตตฺถ นิสินฺโน ปุริเส อาณาเปสิ ‘‘พาหิรเกสุ วาณิเชสุ อาคเตสุ ตติเยน ปฏิหาเรน อาโรเจถา’’ติ. ‘‘นาวา อาคตา’’ติ สุตฺวา พาราณสิโต สตมตฺตา วาณิชา ‘‘ภณฺฑํ คณฺหามา’’ติ อาคมํสุ. ภณฺฑํ ตุเมฺห น ลภิสฺสถ, อสุกฏฺฐาเน นาม มหาวาณิเชน สจฺจกาโร ทินฺโนติ. เต เตสํ สุตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคตา, ปาทมูลิกปุริสา ปุริมสญฺญาวเสน ตติเยน ปาฏิหาเรน เตสํ อาคตภาวํ อาโรเจสุํ. เต สตมตฺตาปิ วาณิชา เอเกกํ สหสฺสํ ทตฺวา เตน สทฺธึ นาวาย ปตฺติกา หุตฺวา ปุน เอเกกํ สหสฺสํ ทตฺวา ปตฺตึ วิสฺสชฺชาเปตฺวา ภณฺฑํ อตฺตโน สนฺตกํ อกํสุ. โส ปุริโส เทฺว สตสหสฺสานิ คเหตฺวา พาราณสึ อาคนฺตฺวา ‘‘กตญฺญุนา ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เอกํ สตสหสฺสํ คเหตฺวา จูฬเสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คโต.
อถ ตํ จูฬเสฏฺฐิ ‘‘กึ เต, ตาต, กตฺวา อิทํ ธนํ ลทฺธ’’นฺติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘ตุเมฺหหิ กถิตอุปาเย ฐตฺวา จตุมาสพฺภนฺตเรเยว ลทฺธ’’นฺติ อาห. เสฏฺฐิ ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อิทานิ เอวรูปํ ทารกํ ปรสนฺตกํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วยปฺปตฺตํ ธีตรํ ทตฺวา สกลกุฏุมฺพสฺส สามิกํ อกาสิ. โสปิ กุลปุตฺโต เสฏฺฐิโน อจฺจเยน ตสฺมึ นคเร เสฏฺฐิฏฺฐานํ คเหตฺวา ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยถากมฺมํ คโต. สตฺถา เทฺว วตฺถูนิ กเถตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา อภิสมฺพุทฺธกาเล อิมํ คาถมาห –
‘‘อปฺปเกนปิ เมธาวี, ปาภเตน วิจกฺขโณ;
สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ, อณุํ อคฺคึว สนฺธม’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๔);
อิติ สตฺถา ธมฺมสภายํ สนฺนิสินฺนานํ อิมํ การณํ ทสฺเสสิ. อยํ ทฺวินฺนมฺปิ มหาสาวกานํ ปุพฺพปตฺถนโต ปฏฺฐาย อนุปุพฺพิกถา. อปรภาเค ปน สตฺถา อริยคณปริวุโต ธมฺมาสเน นิสินฺโน มโนมยํ กายํ อภินิมฺมินนฺตานํ เจโตวิวฏฺฏกุสลานญฺจ จูฬปนฺถกตฺเถรํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ, สญฺญาวิวฏฺฏกุสลานํ มหาปนฺถกนฺติ.
สุภูติตฺเถรวตฺถุ
๒๐๑. ตติเย อรณวิหารีนนฺติ นิกฺกิเลสวิหารีนํ. รณนฺติ หิ ราคาทโย กิเลสา วุจฺจนฺติ, เตสํ อภาเวน นิกฺกิเลสวิหาโร อรณวิหาโร นาม. โส เยสํ อตฺถิ, เต อรณวิหาริโน. เตสํ อรณวิหารีนํ สุภูติตฺเถโร อคฺโคติ. กิญฺจาปิ หิ อญฺเญปิ ขีณาสวา อรณวิหาริโนว, เถเรน ปน ธมฺมเทสนาย เอตํ นามํ ลทฺธํ. อญฺเญ หิ ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺโต อุทฺทิสฺสกํ กตฺวา วณฺณํ วา อวณฺณํ วา กเถนฺติ, เถโร ปน ธมฺมํ เทเสนฺโต สตฺถารา เทสิตนิยามโต อโนกฺกมิตฺวา เทเสติ, ตสฺมา อรณวิหารีนํ อคฺโค นาม ชาโต.
๒๐๒. จตุตฺเถ ทกฺขิเณยฺยานนฺติ ทกฺขิณารหานํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ อญฺเญปิ ขีณาสวา อคฺคทกฺขิเณยฺยา, เถโร ปน ปิณฺฑาย จรนฺโต ฆเร ฆเร เมตฺตาฌานํ สมาปชฺชิตฺวา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ภิกฺขํ คณฺหาติ ‘‘เอวํ ภิกฺขาทายกานํ มหปฺผลํ ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา ทกฺขิเณยฺยานํ อคฺโคติ วุตฺโต. อตฺตภาโว ปนสฺส สุสมิทฺโธ, อลงฺกตโตรณํ วิย จิตฺตปโฏ วิย จ อติวิย วิโรจติ. ตสฺมา สุภูตีติ วุจฺจติ.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยํ กิร ปทุมุตฺตเร ภควติ อนุปฺปนฺเนเยว หํสวตีนคเร พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นนฺทมาณโวติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา ตตฺถ สารํ อปสฺสนฺโต อตฺตโน ปริวาเรหิ จตุจตฺตาลีสาย มาณวกสหสฺเสหิ สทฺธึ ปพฺพตปาเท อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ปญฺจ อภิญฺญา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสิ, อนฺเตวาสิเกปิ ฌานลาภิโน อกาสิ.
ตสฺมึ สมเย ปทุมุตฺตโร ภควา โลเก นิพฺพตฺติตฺวา หํสวตีนครํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺโต เอกทิวสํ ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโต นนฺทตาปสสฺส อนฺเตวาสิกานํ ชฏิลานํ อรหตฺตูปนิสฺสยํ นนฺทตาปสสฺส จ ทฺวีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส สาวกสฺส ฐานนฺตรปตฺถนํ ทิสฺวา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ปุพฺพณฺหสมยํ ปตฺตจีวรมาทาย สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วตฺถุมฺหิ วุตฺตนเยเนว นนฺทตาปสสฺส อสฺสมํ อคมาสิ. ตตฺถ ผลาผลทานญฺจ ปุปฺผาสนปญฺญาปนญฺจ นิโรธสมาปตฺติสมาปชฺชนญฺจ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
สตฺถา ปน นิโรธา วุฏฺฐิโต อรณวิหาริองฺเคน จ ทกฺขิเณยฺยงฺเคน จาติ ทฺวีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ เอกํ สาวกํ ‘‘อิสิคณสฺส ปุปฺผาสนานุโมทนํ กโรหี’’ติ อาณาเปสิ. โส อตฺตโน วิสเย ฐตฺวา เตปิฏกํ สมฺมสิตฺวา อนุโมทนํ อกาสิ. ตสฺส เทสนาวสาเน สตฺถา สยํ ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน สพฺเพ จตุจตฺตาลีสสหสฺสาปิ ตาปสา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. นนฺทตาปโส ปน อนุโมทกสฺส ภิกฺขุโน นิมิตฺตํ คณฺหิตฺวา สตฺถุ เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตุํ นาสกฺขิ. สตฺถา ‘‘เอถ, ภิกฺขโว’’ติ เสสภิกฺขูนํ หตฺถํ ปสาเรสิ. สพฺเพปิ อนฺตรหิตเกสมสฺสู อิทฺธิมยปริกฺขารา วสฺสสฏฺฐิกตฺเถรา วิย อเหสุํ.
นนฺทตาปโส ตถาคตํ วนฺทิตฺวา สมฺมุเข ฐิโต อาห – ‘‘ภนฺเต, เยน ภิกฺขุนา อิสิคณสฺส ปุปฺผาสนานุโมทนา กตา, โก นาโมยํ ตุมฺหากํ สาสเน’’ติ? อรณวิหาริองฺเคน จ ทกฺขิเณยฺยงฺเคน จ เอตทคฺคํ ปตฺโต เอโสติ. ‘‘ภนฺเต, อหมฺปิ อิมินา สตฺตาหกเตน อธิการกมฺเมน อญฺญํ สมฺปตฺตึ น ปตฺเถมิ, อนาคเต ปนาหํ เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อยํ เถโร วิย ทฺวีหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา อนนฺตรายํ ทิสฺวา พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ. นนฺทตาปโสปิ กาเลน กาลํ ทสพลสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา อปริหีนชฺฌาโน พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต. อิทมสฺส กลฺยาณกมฺมํ. อนฺตรา ปน กมฺมํ น กถิยติ.
โส กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกมิตฺวา สาวตฺถิยํ สุมนเสฏฺฐิสฺส เคเห นิพฺพตฺติ, สุภูตีติสฺส นามํ อกํสุ. อปรภาเค อมฺหากํ สตฺถา โลเก นิพฺพตฺโต ราชคหํ อุปนิสฺสาย วิหรติ. ตทา อนาถปิณฺฑิโก เสฏฺฐิ สาวตฺถิยํ อุฏฺฐานกภณฺฑํ คเหตฺวา อตฺตโน สหายกสฺส ราชคหเสฏฺฐิโน ฆรํ คโต สตฺถุ อุปฺปนฺนภาวํ ญตฺวา สตฺถารํ สีตวเน วิหรนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปฐมทสฺสเนเนว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย สตฺถารํ สาวตฺถึ อาคมนตฺถาย ยาจิตฺวา ปญฺจจตฺตาลีสโยชเน มคฺเค โยชเน โยชเน สตสหสฺสปริจฺจาเคน วิหาเร ปติฏฺฐาเปตฺวา สาวตฺถิยํ ราชมาเนน อฏฺฐกรีสปฺปมาณํ เชตราชกุมารสฺส อุยฺยานภูมึ โกฏิสนฺถาเรน กิณิตฺวา ตตฺถ ภควโต วิหารํ กาเรตฺวา อทาสิ. วิหารมหทิวเส อยํ สุภูติกุฏิมฺพิโก อนาถปิณฺฑิกเสฏฺฐินา สทฺธึ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สทฺธํ ปฏิลภิตฺวา ปพฺพชิ. โส อุปสมฺปนฺโน เทฺว มาติกา ปคุณํ กตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา อรญฺเญ สมณธมฺมํ กโรนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา เมตฺตาฌานํ ปาทกํ กตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. ธมฺมํ เทเสนฺโต วุตฺตนเยเนว ธมฺมํ กเถติ, ปิณฺฑาย จรนฺโต วุตฺตนเยเนว เมตฺตาฌานโต วุฏฺฐาย ภิกฺขํ คณฺหาติ. อถ นํ สตฺถา อิมํ การณทฺวยํ ปฏิจฺจ อรณวิหารีนญฺจ ทกฺขิเณยฺยานญฺจ ภิกฺขูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
ขทิรวนิยเรวตตฺเถรวตฺถุ
๒๐๓. ปญฺจเม อารญฺญกานนฺติ อรญฺญวาสีนํ. เรวโต ขทิรวนิโยติ ธมฺมเสนาปติตฺเถรสฺส กนิฏฺฐภาติโก. โส ยถา อญฺเญ เถรา อรญฺเญ วสมานา วนสภาคํ อุทกสภาคํ ภิกฺขาจารสภาคญฺจ สลฺลกฺเขตฺวา อรญฺเญ วสนฺติ, น เอวํ วสิ. เอตานิ ปน สภาคานิ อนาทิยิตฺวา อุชฺชงฺคลสกฺขรปาสาณวิสเม ขทิรวเน ปฏิวสติ. ตสฺมา อารญฺญกานํ อคฺโคติ วุตฺโต.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยํ กิร อตีเต ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร นิพฺพตฺโต มหาคงฺคาย ปยาคปติฏฺฐานติตฺเถ นาวากมฺมํ กโรนฺโต ปฏิวสติ. ตสฺมึ สมเย สตฺถา สตสหสฺสภิกฺขุปริวาโร จาริกํ จรนฺโต ปยาคปติฏฺฐานติตฺถํ สมฺปาปุณิ. โส ทสพลํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ กาเลน กาลํ พุทฺธทสฺสนํ นาม นตฺถิ, อยํ เม กลฺยาณกมฺมายูหนกฺขโณ’’ติ นาวาสงฺฆาฏํ พนฺธาเปตฺวา อุปริ เจลวิตานํ กาเรตฺวา คนฺธมาลาทามานิ โอสาเรตฺวา เหฏฺฐา วรโปตฺถกํ จิตฺตตฺถรณํ อตฺถราเปตฺวา สปริวารํ สตฺถารํ ปรตีรํ ตาเรสิ.
ตสฺมึ สมเย สตฺถา เอกํ อารญฺญกํ ภิกฺขุํ เอตทคฺเค ฐเปสิ. โส นาวิโก ตํ ทิสฺวา ‘‘มยาปิ เอวเมวํ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อารญฺญกานํ อคฺเคน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา สตฺถุ ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺหหิ เอตทคฺเค ฐปิโต โส ภิกฺขุ วิย อหมฺปิ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อารญฺญกานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา อนนฺตรายํ ทิสฺวา ‘‘อนาคเต โคตมพุทฺธสฺส สาสเน ตฺวํ อารญฺญกานํ อคฺโค ภวิสฺสสี’’ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ. อนฺตรา ปน อญฺญํ กมฺมํ น กถิยติ.
โส ยาวชีวํ กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธกฺเขตฺเต นาลกพฺราหฺมณคาเม สารีพฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา ติณฺณํ ภาติกานํ ติสฺสนฺนญฺจ ภคินีนํ สพฺพกนิฏฺโฐ หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เรวโตติสฺส นามํ อกํสุ. อถสฺส มาตาปิตโร จินฺเตสุํ – ‘‘วฑฺฒิตวฑฺฒิเต ทารเก สมณา สกฺยปุตฺติยา เนตฺวา ปพฺพาเชนฺติ, อมฺหากํ ปุตฺตํ เรวตํ ทหรเมว ฆรพนฺธเนน พนฺธิสฺสามา’’ติ สมานกุลโต ทาริกํ อาเนตฺวา เรวตสฺส อยฺยิกํ วนฺทาเปตฺวา, ‘‘อมฺม, ตว อยฺยิกาย มหลฺลกตรา โหหี’’ติ อาหํสุ. เรวโต เตสํ กถํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ทาริกา ทหรา ปฐมวเย ฐิตา, อิมิสฺสา กิร เอวํวิธํ รูปํ มม อยฺยิกาย รูปสทิสํ ภวิสฺสติ, ปุจฺฉิสฺสามิ ตาว เนสํ อธิปฺปาย’’นฺติ จินฺเตตฺวา อาห – ‘‘ตุเมฺห กึ กเถถา’’ติ? ตาต, ‘‘อยํ ทาริกา อยฺยิกา วิย เต ชรํ ปาปุณาตู’’ติ วทามาติ. โส ‘‘อิมิสฺสา รูปํ เอวํวิธํ ภวิสฺสตี’’ติ ปุจฺฉิ. ตาต, กึ วเทสิ, มหาปุญฺญา เอวํวิธา โหนฺตีติ.
โส จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ กิร รูปํ อิมินา นิยาเมน วลิตฺตจํ ภวิสฺสติ ปลิตเกสํ ขณฺฑทนฺตํ, อหํ เอวรูเป รูเป รชฺชิตฺวา กึ กริสฺสามิ, มม ภาติกานํ คตมคฺคเมว คมิสฺสามี’’ติ กีฬนฺโต วิย หุตฺวา สมวเย ตรุณทารเก อาห – ‘‘เอถ, โภ, วิธาวนิกํ กริสฺสามา’’ติ นิกฺขมิ. ตาต, มงฺคลทิวเส มา พหิ คจฺฉาติ. โส ทารเกหิ สทฺธึ กีฬนฺโต วิย อตฺตโน ธาวนวาเร สมฺปตฺเต โถกํ คนฺตฺวา ปปญฺเจตฺวา อาคจฺฉติ. ปุน ทุติยวาเร สมฺปตฺเต ตโต ตุริตํ วิย คนฺตฺวา อาคโต, ตติยวาเร สมฺปตฺเต ‘‘อยํ เม กาโล’’ติ ญตฺวา สมฺมุขฏฺฐาเนเนว ปลายิตฺวา ปํสุกูลิกภิกฺขูนํ นิวาสฏฺฐานํ อรญฺญํ คนฺตฺวา เถเร อภิวาเทตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. สปฺปุริส มยํ ตํ น ชานาม ‘‘กสฺสาสิ ปุตฺโต’’ติ, ตฺวญฺจ อลงฺกตนิยาเมเนว อาคโต, โก ตํ ปพฺพาเชตุํ อุสฺสหิสฺสตีติ. โส อุโภ พาหา ปคฺคยฺห ‘‘วิลุมฺปนฺติ มํ วิลุมฺปนฺติ ม’’นฺติ มหารวํ วิรวิ. อิโต จิโต จ ภิกฺขู สนฺนิปติตฺวา ‘‘สปฺปุริส, อิมสฺมึ ฐาเน ตว วตฺถํ วา ปิฬนฺธนํ วา โกจิ คณฺหนฺโต นาม นตฺถิ, ตฺวญฺจ ‘วิลุมฺปนฺตี’ติ วทสิ, กึ สนฺธาย วทสี’’ติ? ภนฺเต, นาหํ วตฺถาลงฺการํ สนฺธาย วทามิ, ติสฺสนฺนํ ปน เม สมฺปตฺตีนํ วิโลโป วตฺตติ, ตํ สนฺธาย วทามิ. มํ ตาว ตุเมฺห มา ปพฺพาชยิตฺถ, ภาตรํ ปน เม ชานาถาติ. โกนาโม ปน เต ภาตาติ? คิหิกาเล อุปติสฺโส นาม, อิทานิ ปน สาริปุตฺโต นาม ชาโตติ วทนฺตีติ. ‘‘อาวุโส, เอวํ สนฺเต อยํ กุลปุตฺโต อมฺหากํ กนิฏฺฐภาติโก นาม โหติ, เชฏฺฐภาติโก โน ธมฺมเสนาปติ ปุเรตรํเยว อาห – ‘อมฺหากํ ญาตกา สพฺเพว มิจฺฉาทิฏฺฐิกา, โย โกจิ อมฺหากํ ญาตีติ อาคจฺฉติ, ตํ เยน เตนุปาเยน ปพฺพาเชยฺยถา’ติ. อยํ ปน เถรสฺส อชฺฌตฺตภาติโก, ปพฺพาเชถ น’’นฺติ วตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา ปพฺพาชยึสุ. อถ นํ ปริปุณฺณวสฺสํ อุปสมฺปาเทตฺวา กมฺมฏฺฐาเน โยชยึสุ.
เถโร กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อาจริยุปชฺฌายานํ อวิทูเร ฐาเน วุตฺตปฺปการํ ขทิรวนํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ. ตสฺส ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา ทสพลํ วา ภาติกตฺเถรํ วา น ปสฺสิสฺสามี’’ติ วายมนฺตสฺเสว ตโย มาสา อติกฺกนฺตา, สุขุมาลกุลปุตฺตสฺส ลูขโภชนํ ภุญฺชนฺตสฺส จิตฺตํ วลีตํ นาม โหติ, กมฺมฏฺฐานํ วิโมกฺขํ น คตํ. โส เตมาสจฺจเยน ปวาเรตฺวา วุตฺถวสฺโส หุตฺวา ตสฺมึเยว ฐาเน สมณธมฺมํ กโรติ. ตสฺส สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺส จิตฺตํ เอกคฺคํ อโหสิ, โส วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.
อถายสฺมา สาริปุตฺโต สตฺถารํ อาห – ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ กิร กนิฏฺฐภาตา เรวโต ปพฺพชิโต, โส อภิรเมยฺย วา น วา, คนฺตฺวา นํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ. ภควา เรวตสฺส อารทฺธวิปสฺสกภาวํ ญตฺวา เทฺว วาเร ปฏิกฺขิปิตฺวา ตติยวาเร ยาจิโต อรหตฺตํ ปตฺตภาวํ ญตฺวา, ‘‘สาริปุตฺต, อหมฺปิ คมิสฺสามิ, ภิกฺขูนํ อาโรเจหี’’ติ. เถโร ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาเตตฺวา, ‘‘อาวุโส, สตฺถา จาริกํ จริตุกาโม, คนฺตุกามา อาคจฺฉนฺตู’’ติ สพฺเพสํเยว อาโรเจสิ. ทสพลสฺส จาริกตฺถาย คมนกาเล โอหีนกภิกฺขู นาม อปฺปกา โหนฺติ, ‘‘สตฺถุ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ปสฺสิสฺสาม, มธุรธมฺมกถํ วา สุณิสฺสามา’’ติ เยภุยฺเยน คนฺตุกามาว พหุกา โหนฺติ. อิติ สตฺถา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ‘‘เรวตํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ นิกฺขนฺโต.
อเถกสฺมึ ปเทเส อานนฺทตฺเถโร เทฺวธาปถํ ปตฺวา ภควนฺตํ ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, อิมสฺมึ ฐาเน เทฺว มคฺคา, กตรมคฺเคน สงฺโฆ คจฺฉตู’’ติ. กตรมคฺโค, อานนฺท, อุชุโกติ? ภนฺเต, อุชุมคฺโค ตึสโยชโน อมนุสฺสปโถ, ปริหารมคฺโค ปน สฏฺฐิโยชนิโก เขโม สุภิกฺโขติ. อานนฺท, สีวลิ อเมฺหหิ สทฺธึ อาคโตติ? อาม, ภนฺเต, อาคโตติ. เตน หิ สงฺโฆ อุชุมคฺคเมว คณฺหตุ, สีวลิสฺส ปุญฺญํ วีมํสิสฺสามาติ. สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร สีวลิตฺเถรสฺส ปุญฺญวีมํสนตฺถํ อฏวิมคฺคํ อภิรุหิ. มคฺคํ อภิรุหนฏฺฐานโต ปฏฺฐาย เทวสงฺโฆ โยชเน โยชเน ฐาเน นครํ มาเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส วสนตฺถาย วิหาเร ปฏิยาเทสิ. เทวปุตฺตา รญฺญา เปสิตกมฺมการา วิย หุตฺวา ยาคุขชฺชกาทีนิ คเหตฺวา ‘‘กหํ อยฺโย สีวลิ, กหํ อยฺโย สีวลี’’ติ ปุจฺฉนฺตา คจฺฉนฺติ. เถโร ตํ สกฺการสมฺมานํ คณฺหาเปตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉติ. สตฺถา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปริภุญฺชิ.
อิมินาว นิยาเมน สตฺถา สกฺการสมฺมานํ อนุภวนฺโต เทวสิกํ โยชนปรมํ คนฺตฺวา ตึสโยชนิกํ กนฺตารํ อติกฺกมฺม ขทิรวนิยตฺเถรสฺส สภาคฏฺฐานํ ปตฺโต. เถโร สตฺถุ อาคมนํ ญตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐาเน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปโหนกวิหาเร ทสพลสฺส คนฺธกุฏึ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานาทีนิ จ อิทฺธิยา มาเปตฺวา ตถาคตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ คโต. สตฺถา อลงฺกตปฏิยตฺเตน มคฺเคน วิหารํ ปาวิสิ. อถ ตถาคเต คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ ภิกฺขู วสฺสคฺเคน ปตฺตเสนาสนานิ ปวิสึสุ. เทวตา ‘‘อกาโล อาหารสฺสา’’ติ อฏฺฐวิธํ ปานกํ อาหรึสุ. สตฺถา สงฺเฆน สทฺธึ ปานกํ ปิวิ. อิมินาว นิยาเมน ตถาคตสฺส สกฺการสมฺมานํ อนุภวนฺตสฺเสว อทฺธมาโส อติกฺกนฺโต.
อเถกจฺเจ อุกฺกณฺฐิตภิกฺขู เอกสฺมึ ฐาเน นิสีทิตฺวา กถํ อุปฺปาทยึสุ ‘‘สตฺถา ทสพโล ‘มยฺหํ อคฺคสาวกสฺส กนิฏฺฐภาตา’ติ วตฺวา เอวรูปํ นวกมฺมิกภิกฺขุํ ปสฺสิตุํ อาคโต, อิมสฺส วิหารสฺส สนฺติเก เชตวนมหาวิหาโร วา เวฬุวนวิหาราทโย วา กึ กริสฺสนฺติ. อยมฺปิ ภิกฺขุ เอวรูปสฺส นวกมฺมสฺส การโก, กึ นาม สมณธมฺมํ กริสฺสตี’’ติ? อถ สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘มยิ จิรํ วสนฺเต อิทํ ฐานํ อากิณฺณํ ภวิสฺสติ, อารญฺญกา ภิกฺขู นาม ปวิเวกตฺถิกา โหนฺติ, เรวตสฺส อผาสุวิหาโร ภวิสฺสตี’’ติ ตโต เรวตสฺส ทิวาฏฺฐานํ คโต. เถโร เอกโกว จงฺกมนโกฏิยํ อาลมฺพนผลกํ นิสฺสาย ปาสาณผลเก นิสินฺโน สตฺถารํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา วนฺทิ.
อถ นํ สตฺถา ปุจฺฉิ – ‘‘เรวต, อิมํ วาฬมิคฏฺฐานํ, จณฺฑานํ หตฺถิอสฺสาทีนํ สทฺทํ สุตฺวา กินฺติ กโรสี’’ติ? เตสํ เม, ภนฺเต, สทฺทํ สุณโต อรญฺญรติ นาม อุปฺปชฺชตีติ. สตฺถา ตสฺมึ ฐาเน เรวตตฺเถรสฺส ปญฺจหิ คาถาสเตหิ อรญฺเญ นิวาสานิสํสํ นาม กเถตฺวา ปุนทิวเส อวิทูเร ฐาเน ปิณฺฑาย จริตฺวา เรวตตฺเถรํ นิวตฺเตตฺวา เยหิ ภิกฺขูหิ เถรสฺส อวณฺโณ กถิโต, เตสํ กตฺตรยฏฺฐิอุปาหนาเตลนาฬิฉตฺตานํ ปมุสฺสนภาวํ อกาสิ. เต อตฺตโน ปริกฺขารตฺถาย นิวตฺตา อาคตมคฺเคเนว คจฺฉนฺตาปิ ตํ ฐานํ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺโกนฺติ. ปฐมํ หิ เต อลงฺกตปฏิยตฺเตน มคฺเคน คนฺตฺวา ตํทิวสํ ปน วิสมมคฺเคน คจฺฉนฺตา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน อุกฺกุฏิกํ นิสีทนฺติ, ชาณุเกน คจฺฉนฺติ. เต คุมฺเพ จ คจฺเฉ จ กณฺฏเก จ มทฺทนฺตา อตฺตโน วสิตสภาคฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ขทิรขาณุเก อตฺตโน ฉตฺตํ สญฺชานนฺติ, อุปาหนํ กตฺตรยฏฺฐึ เตลนาฬึ สญฺชานนฺติ. เต ตสฺมึ สมเย ‘‘อิทฺธิมา อยํ ภิกฺขู’’ติ ญตฺวา อตฺตโน ปริกฺขาเร อาทาย ‘‘ทสพลสฺส ปฏิยตฺตสกฺกาโร นาม เอวรูโป โหตี’’ติ วทนฺตา อาคมํสุ.
ปุรโต คตภิกฺขู, วิสาขา อุปาสิกา, อตฺตโน เคเห นิสินฺนกาเล ปุจฺฉติ – ‘‘มนาปํ นุ โข, ภนฺเต, เรวตตฺเถรสฺส วสนฏฺฐาน’’นฺติ? มนาปํ อุปาสิเก นนฺทนวนจิตฺตลตาทิปฏิภาคํ ตํ เสนาสนนฺติ. อถ เนสํ สพฺพปจฺฉโต อาคตภิกฺขู ปุจฺฉิ – ‘‘มนาปํ, อยฺยา, เรวตตฺเถรสฺส วสนฏฺฐาน’’นฺติ. มา ปุจฺฉ อุปาสิเก, กเถตุํ อยุตฺตฏฺฐานเมตํ, อุชฺชงฺคลํ สกฺขรปาสาณวิสมํ ขทิรวนํ เอตํ, ตตฺถ โส ภิกฺขุ วิหรตีติ. วิสาขา, ปุริมานญฺจ ปจฺฉิมานญฺจ ภิกฺขูนํ กถํ สุตฺวา ‘‘เกสํ นุ โข กถา สจฺจา’’ติ ปจฺฉาภตฺเต คนฺธมาลํ อาทาย ทสพลสฺส อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา, วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺนา สตฺถารํ ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, เรวตตฺเถรสฺส วสนฏฺฐานํ เอกจฺเจ, อยฺยา, วณฺเณนฺติ, เอกจฺเจ นินฺทนฺติ, กึ นาเมตํ, ภนฺเต’’ติ? วิสาเข รมณียํ วา โหตุ มา วา, ยสฺมึ ฐาเน อริยานํ จิตฺตํ รมติ, ตเทว ฐานํ รมณียํ นามาติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, นินฺเน วา ยทิ วา ถเล;
ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ. (ธ. ป. ๙๘; สํ. นิ. ๑.๒๖๑);
อถ สตฺถา อปรภาเค เชตวนมหาวิหาเร อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน เถรํ อารญฺญกานํ ภิกฺขูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
กงฺขาเรวตตฺเถรวตฺถุ
๒๐๔. ฉฏฺเฐ ฌายีนนฺติ ฌานลาภีนํ ฌานาภิรตานํ. โส กิร เถโร ยา ฌานสมาปตฺติโย ทสพโล สมาปชฺชติ, ตโต อปฺปตรํ ฐเปตฺวา พหุตรา สมาปชฺชติ. ตสฺมา ฌายีนํ อคฺโค นาม ชาโต. กงฺขายนภาเวน กงฺขาเรวโตติ วุจฺจติ. กงฺขา นาม กุกฺกุจฺจํ, กุกฺกุจฺจโกติ อตฺโถ. กึ ปน อญฺเญ กุกฺกุจฺจกา นตฺถีติ? อตฺถิ, อยํ ปน เถโร กปฺปิเยปิ กุกฺกุจฺจํ อุปฺปาเทสิ. เตนสฺส กุกฺกุจฺจกตา อติปากฏา ชาตาติ กงฺขาเรวโตเตฺวว สงฺขํ คโต.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล ปุริมนเยเนว มหาชเนน สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ฌานาภิรตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยาปิ อนาคเต เอวรูเปน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เทสนาวสาเน สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา ปุริมนเยเนว สตฺตาหํ มหาสกฺการํ กตฺวา ภควนฺตํ อาห – ‘‘ภนฺเต, อหํ อิมินา อธิการกมฺเมน น อญฺญํ สมฺปตฺตึ ปตฺเถมิ, ยถา ปน โส ตุเมฺหหิ อิโต สตฺตทิวสมตฺถเก ภิกฺขุ ฌายีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปิโต, เอวํ อหมฺปิ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน ฌายีนํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา อนาคตํ โอโลเกตฺวา สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา ‘‘อนาคเต กปฺปสตสหสฺสาวสาเน โคตโม นาม พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺส สาสเน ตฺวํ ฌายีนํ อคฺโค ภวิสฺสสี’’ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ.
โส ยาวชีวํ กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล สาวตฺถินคเร มหาโภคกุเล นิพฺพตฺโต ปจฺฉาภตฺตํ ธมฺมสฺสวนตฺถํ คจฺฉนฺเตน มหาชเนน สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ทสพลสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา สทฺธํ ปฏิลภิตฺวา ปพฺพชิโต อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา ฌานปริกมฺมํ กโรนฺโต ฌานลาภี หุตฺวา ฌานเมว ปาทกํ กตฺวา อรหตฺตผลํ ปาปุณิ. โส ทสพเลน สมาปชฺชิตพฺพสมาปตฺตีนํ อปฺปตรา ฐเปตฺวา พหุตรา สมาปชฺชนฺโต อโหรตฺตํ ฌาเนสุ จิณฺณวสี อโหสิ. อถ นํ อปรภาเค สตฺถา อิมํ คุณํ คเหตฺวา ฌายีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. ‘‘อกปฺปิโย, อาวุโส คุโฬ, อกปฺปิยา มุคฺคา’’ติ (มหาว. ๒๗๒) เอวํ ปน กปฺปิเยเสฺวว วตฺถูสุ กุกฺกุจฺจสฺส อุปฺปาทิตตาย กุกฺกุจฺจสงฺขาตาย กงฺขาย ภาเวน กงฺขาเรวโตติ สงฺขํ คโตติ.
โสณโกฬิวิสตฺเถรวตฺถุ
๒๐๕. สตฺตเม อารทฺธวีริยานนฺติ ปคฺคหิตวีริยานํ ปริปุณฺณวีริยานํ. โสโณ โกฬิวิโสติ โสโณติ ตสฺส นามํ, โกฬิวิโสติ โคตฺตํ. โกฏิเวสฺโสติ วา อตฺโถ, อิสฺสริเยน โกฏิปฺปตฺตสฺส เวสฺสกุลสฺส ทารโกติ อธิปฺปาโย. ยสฺมา ปน อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ วีริยํ นาม วฑฺเฒตพฺพํ โหติ, เถรสฺส ปน หาเปตพฺพเมว อโหสิ. ตสฺมา เอส อารทฺธวีริยานํ อคฺโค นาม ชาโต.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยํ กิร อตีเต ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติ, สิริวฑฺฒกุมาโรติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ปุริมนเยเนว วิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ อารทฺธวีริยานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยาปิ อนาคเต เอวรูเปน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เทสนาปริโยสาเน ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา วุตฺตนเยเนว ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส ปตฺถนาย สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา ปุริมนเยเนว พฺยากริตฺวา วิหารํ คโต.
โสปิ สิริวฑฺฒเสฏฺฐิ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกมิตฺวา อิมสฺมึ กปฺเป ปรินิพฺพุเต กสฺสปทสพเล อนุปฺปนฺเน อมฺหากํ ภควติ พาราณสิยํ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. โส อตฺตโน สหายเกหิ สทฺธึ คงฺคายํ กีฬติ. ตสฺมึ สมเย เอโก ชิณฺณจีวริโก ปจฺเจกพุทฺโธ ‘‘พาราณสึ อุปนิสฺสาย คงฺคาตีเร ปณฺณสาลํ กตฺวา วสฺสํ อุปคจฺฉิสฺสามี’’ติ อุทเกน สมุปพฺยูเฬฺห ทณฺฑเก จ วลฺลิโย จ สํกฑฺฒติ. อยํ กุมาโร สหายเกหิ สทฺธึ คนฺตฺวา อภิวาเทตฺวา ฐิโต, ‘‘ภนฺเต, กึ กโรถา’’ติ ปุจฺฉิ. กุมาร อุปกฏฺเฐ อนฺโตวสฺเส ปพฺพชิตานํ วสนฏฺฐานํ นาม ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ. ‘‘ภนฺเต, อชฺเชว เอกทิวสํ อยฺโย ยถา ตถา อาคเมตุ, อหํ เสฺว อยฺยสฺส วสนฏฺฐานํ กริสฺสามี’’ติ อาห. ปจฺเจกพุทฺโธ ‘‘ตสฺเสว กุมารสฺส สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ อาคตตฺตา อธิวาเสสิ. โส ตสฺส อธิวาสนํ วิทิตฺวา คโต ปุนทิวเส สกฺการสมฺมานํ สชฺเชตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส อาคมนํ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. ปจฺเจกพุทฺโธปิ ‘‘กหํ นุ โข อชฺช ภิกฺขาจารํ ลภิสฺสามี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ญตฺวา ตสฺเสว เคหทฺวารํ อคมาสิ.
กุมาโร ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา สมฺปิยายมาโน ปตฺตํ อาทาย ภิกฺขํ ทตฺวา ‘‘อิมํ อนฺโตวสฺสํ มยฺหํ เคหทฺวารเมว อาคจฺฉถ, ภนฺเต’’ติ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปกฺกนฺเต อตฺตโน สหายเกหิ สทฺธึ คนฺตฺวา เอกทิวเสเนว ปจฺเจกพุทฺธสฺส วสนปณฺณสาลญฺจ จงฺกมนญฺจ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ จ การาเปตฺวา อทาสิ. ตสฺเสว ปณฺณสาลํ ปวิสนเวลาย หริตูปลิตฺตาย ภูมิยา ‘‘ปาเทสุ กลลํ มา ลคฺคี’’ติ อตฺตโน ปารุปนํ สตสหสฺสคฺฆนกํ รตฺตกมฺพลํ ภูมตฺถรณํ สนฺถริตฺวา กมฺพลสฺส วณฺเณน สทฺธึ ปจฺเจกพุทฺธสฺส สรีรปฺปภํ เอกสทิสํ ทิสฺวา อติวิย ปสนฺโน หุตฺวา อาห – ‘‘ยถา ตุเมฺหหิ อกฺกนฺตกาลโต ปฏฺฐาย อิมสฺส กมฺพลสฺส อติวิย ปภา วิโรจติ, เอวเมว มยฺหมฺปิ นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน หตฺถปาทานํ วณฺโณ พนฺธุชีวกปุปฺผวณฺโณ โหตุ, สตกฺขตฺตุํ วิหตกปฺปาสปฏลผสฺสสทิโสว ผสฺโส โหตู’’ติ. โส เตมาสํ ปจฺเจกพุทฺธํ อุปฏฺฐหิตฺวา ปวาริตกาเล ติจีวรํ อทาสิ. ปจฺเจกพุทฺโธ ปริปุณฺณปตฺตจีวโร คนฺธมาทนเมว คโต.
โสปิ กุลปุตฺโต เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อมฺหากํ ภควโต กาเล กาฬจมฺปานคเร อุปเสฏฺฐิสฺส ฆเร ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณกาลโต ปฏฺฐาย เสฏฺฐิกุลํ อเนกานิ ปณฺณาการสหสฺสานิ อาคจฺฉนฺติ. ชาตทิวเส จ สกลนครํ เอกสกฺการสมฺมานํ อโหสิ. อถสฺส นามคฺคหณทิวเส มาตาปิตโร ‘‘อมฺหากํ ปุตฺโต อตฺตโน นามํ คณฺหิตฺวาว อาคโต, รตฺตสุวณฺณรสปริสิตฺตา วิยสฺส สรีรจฺฉวี’’ติ โสณกุมาโรเตฺววสฺส นามํ อกํสุ.
อถสฺส สฏฺฐิ ธาติโย อุปเนตฺวา เทวกุมารํ วิย นํ สุเขน วฑฺเฒสุํ. ตสฺส เอวรูปํ อาหารวิธานํ อโหสิ – สฏฺฐิกรีสมตฺตํ ฐานํ กสิตฺวา ติวิเธน อุทเกน โปเสนฺติ. เกทาเร ปวิสนฺตีสุ อุทกมาติกาสุ ขีโรทกสฺส จ คนฺโธทกสฺส จ อเนกานิ จาฏิสหสฺสานิ อาสิญฺจนฺติ. สาลิสีสานํ ขีรคฺคหณกาเล สุกาทีนํ ปาณานํ อุจฺฉิฏฺฐกรณนิวารณตฺถํ วีหิคพฺภานํ สุขุมาลภาวตฺถญฺจ ปริยนฺตปริกฺเขเป จ อนฺตรนฺตรา จ ถมฺเภ นิขนิตฺวา อุปริ ทณฺฑเก ทตฺวา กิลญฺเชหิ ฉาเทตฺวา สมนฺตา สาณิยา ปริกฺขิปิตฺวา สพฺพปริยนฺเต อารกฺขํ คณฺหนฺติ. สสฺเส นิปฺผนฺเน โกฏฺเฐ จตุชาติคนฺเธหิ ปริภณฺฑํ กตฺวา อุปริ อุตฺตมคนฺเธหิ ปริภาเวนฺติ. อเนกสหสฺสปุริสา เขตฺตํ โอรุยฺห สาลิสีสานิ วณฺเฏสุ ฉินฺทิตฺวา มุฏฺฐิมุฏฺฐิโย กตฺวา รชฺชุเกหิ พนฺธิตฺวา สุกฺขาเปนฺติ. ตโต โกฏฺฐกสฺส เหฏฺฐิมตเล คนฺเธ สนฺถริตฺวา อุปริ สาลิสีสานิ สนฺถรนฺติ. เอวํ เอกนฺตริกํ กตฺวา สนฺถรนฺตา โกฏฺฐกํ ปูเรตฺวา ทฺวารํ ปิทหนฺติ, ติวสฺสสมฺปตฺตกาเล โกฏฺฐกํ วิวรนฺติ. วิวฏกาเล สกลนครํ สุคนฺธคนฺธิกํ โหติ. สาลิมฺหิ ปหเต ธุตฺตา ถุเส กิณิตฺวา คณฺหนฺติ, กุณฺฑกํ ปน จูฬุปฏฺฐากา ลภนฺติ. มุสลฆฏฺฏิตเก สาลิตณฺฑุเล วิจินิตฺวา คณฺหนฺติ. เต สุวณฺณหีรกปจฺฉิยํ ปกฺขิปิตฺวา สตกาลํ ปริสฺสาเวตฺวา คหิเต ปกฺกุถิตชาติรเส เอกวารํ ปกฺขิปิตฺวา อุทฺธรนฺติ, ปมุขฏฺฐานํ สุมนปุปฺผสทิสํ โหติ. ตํ โภชนํ สุวณฺณสรเก ปกฺขิปิตฺวา ปกฺกุถิตอปฺโปทกมธุปายาสปูริตสฺส รชตถาลสฺส อุปริ กตฺวา อาทาย คนฺตฺวา เสฏฺฐิปุตฺตสฺส ปุรโต ฐเปนฺติ.
โส อตฺตโน ยาปนมตฺตํ ภุญฺชิตฺวา คนฺธวาสิเตน อุทเกน มุขํ วิกฺขาเลตฺวา หตฺถปาเท โธวติ. อถสฺส โธตหตฺถปาทสฺส นานปฺปการํ มุขวาสํ อุปเนนฺติ. ตสฺส อกฺกมนฏฺฐาเน วรโปตฺถกจิตฺตตฺถรณํ อตฺถรนฺติ. หตฺถปาทตลานิสฺส พนฺธุชีวกปุปฺผวณฺณานิ โหนฺติ, สตกาลวิหตกปฺปาสสฺส วิย ผสฺโส, ปาทตเลสุ มณิกุณฺฑลาวตฺตวณฺณานิ โลมานิ ชายึสุ. โส กสฺสจิเทว กุชฺฌิตฺวา ‘‘อาชานาหิ ภูมึ อกฺกมิสฺสามี’’ติ วทติ. ตสฺส วยปฺปตฺตสฺส ติณฺณํ อุตูนํ อนุจฺฉวิเก ตโย ปาสาเท กาเรตฺวา นาฏกานิ จ อุปฏฺฐาเปสุํ. โส มหาสมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต เทโว มญฺเญ ปฏิวสติ.
อถ อมฺหากํ สตฺถริ สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก ราชคหํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺเต ปาทโลมทสฺสนตฺถํ รญฺญา มาคเธน ปกฺโกสาเปตฺวา อสีติยา คามิยสหสฺเสหิ สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ ปหิโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. อถ นํ ภควา ‘‘อนุญฺญาโตสิ มาตาปิตูหี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา อนนุญฺญาตภาวํ สุตฺวา ‘‘น โข, โสณ, ตถาคตา มาตาปิตูหิ อนนุญฺญาตํ ปุตฺตํ ปพฺพาเชนฺตี’’ติ ปฏิกฺขิปิ. โส ‘‘สาธุ ภควา’’ติ ตถาคตสฺส วจนํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา มาตาปิตูนํ สนฺติกํ คนฺตฺวา อนุชานาเปตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคมฺม อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน สนฺติเก ปพฺพชิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปนสฺส ปพฺพชฺชาวิธานํ ปาฬิยํ (มหาว. ๒๔๓) อาคตเมว.
ตสฺส ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา ราชคเห วิหรนฺตสฺส สมฺพหุลา ญาติสาโลหิตา จ สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตา จ สกฺการสมฺมานํ อาหรนฺติ, รูปนิปฺผตฺติยา วณฺณํ กเถนฺติ, อญฺเญปิ ชนา ปสฺสิตุํ อาคจฺฉนฺติ. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘มม สนฺติกํ พหู ชนา อาคจฺฉนฺติ, กมฺมฏฺฐาเน วา วิปสฺสนาย วา กมฺมํ กาตุํ กถํ สกฺขิสฺสามิ, ยํนูนาหํ สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา สีตวนสุสานํ คนฺตฺวา สมณธมฺมํ กเรยฺยํ. ตตฺร หิ สุสานนฺติ ชิคุจฺฉิตฺวา พหู ชนา นาคมิสฺสนฺติ, เอวํสนฺเต มม กิจฺจํ มตฺถกํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา สีตวนํ คนฺตฺวา สมณธมฺมํ กาตุํ อารภิ. โส จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ สรีรํ ปรมสุขุมาลํ, น โข ปน สกฺกา สุเขเนว สุขํ ปาปุณิตุํ, กายํ กิลเมตฺวาปิ สมณธมฺมํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ตโต ฐานจงฺกมเมว อธิฏฺฐาย ปธานมกาสิ. ตสฺส สุขุมาลานํ ปาทตลานํ อนฺตนฺเตหิ โผฏา อุฏฺฐาย ภิชฺชึสุ, จงฺกโม เอกโลหิโตว อโหสิ. ปาเทสุ อวหนฺเตสุ ชณฺณุเกหิปิ หตฺเถหิปิ วายมิตฺวา จงฺกมติ. เอวํ วีริยํ ทฬฺหํ กโรนฺโตปิ โอภาสมตฺตมฺปิ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘สเจ อญฺโญปิ อารทฺธวีริโย ภเวยฺย, มาทิโสว ภเวยฺย. อหํ โข ปน เอวํ วายมนฺโตปิ มคฺคํ วา ผลํ วา อุปฺปาเทตุํ น สกฺโกมิ, อทฺธา เนวาหํ อุคฺฆฏิตญฺญู, น วิปญฺจิตญฺญู, น เนยฺโย, ปทปรเมน มยา ภวิตพฺพํ. กึ เม ปพฺพชฺชาย, หีนายาวตฺติตฺวา โภเค จ ภุญฺชิสฺสามิ ปุญฺญานิ จ กริสฺสามี’’ติ.
ตสฺมึ สมเย สตฺถา เถรสฺส วิตกฺกํ ญตฺวา สายนฺหสมเย ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ตตฺถ คนฺตฺวา โลหิเตน ผุฏฺฐํ จงฺกมํ ทิสฺวา เถรํ วีโณวาเทน (มหาว. ๒๔๓) โอวทิตฺวา วีริยสมถโยชนตฺถาย ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา คิชฺฌกูฏเมว คโต. โสณตฺเถโรปิ ทสพลสฺส สมฺมุขา โอวาทํ ลภิตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. อถ สตฺถา อปรภาเค เชตวเน ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ธมฺมํ เทเสนฺโต เถรํ อารทฺธวีริยานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
โสณกุฏิกณฺณตฺเถรวตฺถุ
๒๐๖. อฏฺฐเม กลฺยาณวากฺกรณานนฺติ วากฺกรณํ วุจฺจติ วจนกิริยา, มธุรวจนานนฺติ อตฺโถ. อยญฺหิ เถโร ทสพเลน สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยา ตถาคตสฺส มธุเรน สเรน ธมฺมกถํ กเถสิ. อถสฺส สตฺถา สาธุการํ อทาสิ. ตสฺมา โส กลฺยาณวากฺกรณานํ อคฺโค นาม ชาโต. โสโณติ ตสฺส นามํ, โกฏิอคฺฆนกํ ปน กณฺณปิฬนฺธนํ ธาเรสิ. ตสฺมา กุฏิกณฺโณติ วุจฺจติ, โกฏิกณฺโณติ อตฺโถ.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล ปุริมนเยเนว มหาชเนน สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐตฺวา สตฺถุ ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ กลฺยาณวากฺกรณานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยาปิ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน กลฺยาณวากฺกรณานํ อคฺเคน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ยํ ภิกฺขุํ ตุเมฺห อิโต สตฺตทิวสมตฺถเก กลฺยาณวากฺกรณานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปยิตฺถ, อหมฺปิ อิมสฺส อธิการกมฺมสฺส ผเลน อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน ตถารูโป ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส อนนฺตรายํ ทิสฺวา ‘‘อนาคเต โคตมพุทฺธสฺส สาสเน กลฺยาณวากฺกรณานํ อคฺโค ภวิสฺสสี’’ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ.
โสปิ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา กปฺปสตสหสฺสํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺโต อมฺหากํ ทสพลสฺส อุปฺปตฺติโต ปุเรตรเมว เทวโลกา จวิตฺวา กาฬิยา นาม กุรรฆริกาย อุปาสิกาย กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา ปริปกฺเก คพฺเภ ราชคหนคเร อตฺตโน กุลนิเวสนํ อาคตา.
ตสฺมึ สมเย อมฺหากํ สตฺถา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต อิสิปตเน ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ. ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตา สนฺนิปตึสุ. ตตฺถ เอโก อฏฺฐวีสติยา ยกฺขเสนาปตีนํ อพฺภนฺตเร สาตาคิโร นาม ยกฺโข ทสพลสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย จินฺเตสิ – ‘‘กึ นุ โข อยํ เอวํ มธุรธมฺมกถา มม สหาเยน เหมวเตน สุตา น สุตา’’ติ? โส เทวสงฺฆสฺส อนฺตเร โอโลเกนฺโต ตํ อปสฺสิตฺวา ‘‘อทฺธา มม สหาโย ติณฺณํ รตนานํ อุปฺปนฺนภาวํ น ชานาติ, คจฺฉามิ ทสพลสฺส เจว วณฺณํ กเถสฺสามิ, ปฏิวิทฺธธมฺมญฺจ อาโรเจสฺสามี’’ติ อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ ราชคหมตฺถเกน ตสฺส สนฺติกํ ปายาสิ.
เหมวโตปิ ติโยชนสหสฺสํ หิมวนฺตํ อกาลปุปฺผิตํ ทิสฺวา ‘‘มม สหาเยน สาตาคิเรน สทฺธึ หิมวนฺตกีฬิตํ กีฬิสฺสามี’’ติ อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ ราชคหมตฺถเกเนว ปายาสิ. เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ อคฺคพลกายา กุลฆริกาย กาฬิอุปาสิกาย นิเวสนมตฺถเก สมาคนฺตฺวา ‘‘ตุเมฺห กสฺส ปริสา, มยํ สาตาคิรสฺส. ตุเมฺห กสฺส ปริสา, มยํ เหมวตสฺสา’’ติ อาหํสุ. เต หฏฺฐตุฏฺฐาว คนฺตฺวา เตสํ ยกฺขเสนาปตีนํ อาโรจยึสุ. เตปิ ตํขณญฺเญว อุปาสิกาย นิเวสนมตฺถเก สมาคจฺฉึสุ. สาตาคิโร เหมวตํ อาห – ‘‘กหํ, สมฺม, คจฺฉสี’’ติ? ตว สนฺติกํ สมฺมาติ. กึการณาติ? หิมวนฺตํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา ตยา สทฺธึ ตตฺถ กีฬิสฺสามีติ. ตฺวํ ปน, สมฺม, กหํ คจฺฉสีติ? ตว สนฺติกํ, สมฺมาติ. กึการณาติ? ตฺวํ หิมวนฺตสฺส เกน ปุปฺผิตภาวํ ชานาสีติ? น ชานามิ, สมฺมาติ. สุทฺโธทนมหาราชสฺส ปุตฺโต สิทฺธตฺถกุมาโร ทสสหสฺสิโลกธาตุํ กมฺเปตฺวา ปฏิวิทฺธสพฺพญฺญุตญฺญาโณ ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตานํ มชฺเฌ อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ. ตสฺส ปวตฺติตภาวํ น ชานาสีติ? น ชานามิ, สมฺมาติ. ตฺวํ เอตฺตกเมว ฐานํ ปุปฺผิตนฺติ อญฺญาสิ, ตสฺส ปน ปุริสสฺส สกฺการตฺถาย สกลทสสหสฺสจกฺกวาฬํ เอกมาลาคุฬสทิสํ อชฺช ชาตํ สมฺมาติ. มาลา ตาว ปุปฺผนฺตุ, ตยา โส สตฺถา อกฺขีนิ ปูเรตฺวา ทิฏฺโฐติ. อาม, สมฺม, สตฺถา จ เม ทิฏฺโฐ, ธมฺโม จ สุโต, อมตญฺจ ปีตํ. อหํ ‘‘เอตํ อมตธมฺมํ ตมฺปิ ชานาเปสฺสามี’’ติ ตว สนฺติกํ อาคโตสฺมิ, สมฺมาติ. เตสํ อญฺญมญฺญํ กเถนฺตานํเยว อุปาสิกา สิริสยนโต อุฏฺฐาย นิสินฺนา ตํ กถาสลฺลาปํ สุตฺวา สทฺเท นิมิตฺตํ คณฺหิ. ‘‘อยํ สทฺโท อุทฺธํ, น เหฏฺฐา, อมนุสฺสภาสิโต, โน มนุสฺสภาสิโต’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา โอหิตโสตา ปคฺคหิตมานสา หุตฺวา นิสีทิ. ตโต –
‘‘อชฺช ปนฺนรโส อุโปสโถ (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข),
ทิพฺพา รตฺติ อุปฏฺฐิตา;
อโนมนามํ สตฺถารํ,
หนฺท ปสฺสาม โคตม’’นฺติ. (สุ. นิ. ๑๕๓) –
เอวํ สาตาคิเรน วุตฺเต –
‘‘กจฺจิ มโน สุปณิหิโต (อิติ เหมวโต ยกฺโข),
สพฺพภูเตสุ ตาทิโน;
กจฺจิ อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐ จ,
สงฺกปฺปสฺส วสีกตา’’ติ. (สุ. นิ. ๑๕๔);
เอวํ เหมวโต สตฺถุ กายสมาจารญฺจ อาชีวญฺจ มโนสมาจารญฺจ ปุจฺฉิ. ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉิตํ สาตาคิโร วิสฺสชฺเชสิ. เอวํ สตฺถุ สรีรวณฺณคุณวณฺณกถนวเสน เหมวตสุตฺตนฺเต นิฏฺฐิเต เหมวโต สหายกสฺส ธมฺมเทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.
อถ, กาฬี อุปาสิกา, ปรสฺส ธมฺเม เทสียมาเน ตถาคตํ อทิฏฺฐปุพฺพาว หุตฺวา อนุสฺสวปฺปสาทํ อุปฺปาเทตฺวา ปรสฺส วฑฺฒิตํ โภชนํ ภุญฺชมานา วิย โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. สา สพฺพมาตุคามานํ อนฺตเร ปฐมกโสตาปนฺนา สพฺพเชฏฺฐิกา อโหสิ. ตสฺสา สห โสตาปตฺติภาเวน ตเมว รตฺตึ คพฺภวุฏฺฐานํ ชาตํ, ปฏิลทฺธทารกสฺส นามคฺคหณทิวเส โสโณติ นามํ อกาสิ. สา ยถารุจิยา กุลเคเห วสิตฺวา กุลฆรเมว อคมาสิ.
ตสฺมึ สมเย มหากจฺจานตฺเถโร ตํ นครํ อุปนิสฺสาย อุปวตฺเต ปพฺพเต ปฏิวสติ. อุปาสิกา เถรํ อุปฏฺฐาติ. เถโร นิพทฺธํ ตสฺสา นิเวสนํ คจฺฉติ. โสณทารโกปิ นิพทฺธํ เถรสฺส สนฺติเก วิจรนฺโต วิสฺสาสิโก อโหสิ. โส อปเรน สมเยน เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิ. เถโร ตํ อุปสมฺปาเทตุกาโม ตีณิ วสฺสานิ คณํ ปริเยสิตฺวา อุปสมฺปาเทสิ. โส อุปสมฺปนฺโน กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา เถรสฺเสว สนฺติเก สุตฺตนิปาตํ อุคฺคณฺหิตฺวา วุตฺถวสฺโส ปวาเรตฺวา สตฺถารํ ปสฺสิตุกาโม หุตฺวา อุปชฺฌายํ อาปุจฺฉิ. เถโร อาห – ‘‘โสณ, ตยิ คเต สตฺถา ตํ เอกคนฺธกุฏิยํ วสาเปตฺวา ธมฺมํ อชฺเฌสิสฺสติ, ตฺวํ ธมฺมํ กเถสฺสสิ. สตฺถา ตว ธมฺมกถาย ปสีทิตฺวา ตุยฺหํ วรํ ทสฺสติ. ตฺวํ วรํ คณฺหนฺโต อิมญฺจ อิมญฺจ คณฺหาหิ, มม วจเนน ทสพลสฺส ปาเท วนฺทาหี’’ติ. โส อุปชฺฌาเยน อนุญฺญาโต มาตุอุปาสิกาย เคหํ คนฺตฺวา อาโรเจสิ. สาปิ ‘‘สาธุ, ตาต, ตฺวํ ทสพลํ ปสฺสิตุํ คจฺฉนฺโต อิมํ กมฺพลํ อาหริตฺวา สตฺถุ วสนคนฺธกุฏิยา ภูมตฺถรณํ กตฺวา อตฺถราหี’’ติ กมฺพลํ อทาสิ. โสณตฺเถโร ตํ อาทาย เสนาสนํ สํสาเมตฺวา อนุปุพฺเพน สตฺถุ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ทสพลสฺส พุทฺธาสเน นิสินฺนเวลายเมว อุปสงฺกมิตฺวา อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. สตฺถา เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘อานนฺท, อิมสฺส ภิกฺขุสฺส เสนาสนํ ชานาหี’’ติ. เถโร สตฺถุ อธิปฺปายํ ญตฺวา อนฺโตคนฺธกุฏิยํเยว ภูมตฺถรณํ อุสฺสาเรนฺโต วิย อตฺถริ.
อถ โข ภควา พหุเทวรตฺตึ อชฺโฌกาเส วีตินาเมตฺวา วิหารํ ปาวิสิ, อายสฺมาปิ โข โสโณ พหุเทวรตฺตึ อชฺโฌกาเส วีตินาเมตฺวา วิหารํ ปาวิสิ. สตฺถา ปจฺฉิมยาเม สีหเสยฺยํ กปฺเปตฺวา ปจฺจูสสมเย วุฏฺฐาย นิสีทิตฺวา ‘‘เอตฺตเกน กาเลน โสณสฺส กายทรโถ ปฏิปฺปสฺสทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อายสฺมนฺตํ โสณํ อชฺเฌสิ – ‘‘ปฏิภาตุ ตํ ภิกฺขุ ธมฺโม ภาสิตุ’’นฺติ. โสณตฺเถโร มธุรสฺสเรน เอกพฺยญฺชนมฺปิ อวินาเสนฺโต อฏฺฐกวคฺคิยานิ สุตฺตานิ (สุ. นิ. ๗๗๒ อาทโย) อภาสิ. กถาปริโยสาเน ภควา สาธุการํ ทตฺวา ‘‘สุคฺคหิโต เต ภิกฺขุ ธมฺโม, มยา เทสิตกาเล จ อชฺช จ เอกสทิสาว เทสนา, กิญฺจิ อูนํ วา อธิกํ วา นตฺถี’’ติ ปสนฺนภาวํ ปกาเสสิ. โสณตฺเถโรปิ ‘‘อยํ โอกาโส’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา อุปชฺฌายสฺส วจเนน ทสพลํ วนฺทิตฺวา วินยธรปญฺจเมน คเณน อุปสมฺปทํ อาทึ กตฺวา สพฺเพ วเร ยาจิ, สตฺถา อทาสิ. ปุน เถโร มาตุอุปาสิกาย วจเนน วนฺทิตฺวา ‘‘อยํ, ภนฺเต, อุปาสิกาย ตุมฺหากํ วสนคนฺธกุฏิยํ ภูมตฺถรณตฺถํ กมฺพโล ปหิโต’’ติ กมฺพลํ ทตฺวา อุฏฺฐายาสนา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน เถรสฺส ปพฺพชฺชํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ สุตฺเต อาคตเมว.
อิติ เถโร สตฺถุ สนฺติกา อฏฺฐ วเร ลภิตฺวา อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. ปุนทิวเส มาตุอุปาสิกาย นิเวสนทฺวารํ คนฺตฺวา ภิกฺขาย อฏฺฐาสิ. อุปาสิกา ‘‘ปุตฺโต กิร เม ทฺวาเร ฐิโต’’ติ สุตฺวา เวเคน อาคนฺตฺวา อภิวาเทตฺวา หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา อนฺโตนิเวสเน นิสีทาเปตฺวา โภชนํ อทาสิ. อถ นํ ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน อาห – ‘‘ทิฏฺโฐ เต, ตาต, ทสพโล’’ติ? อาม อุปาสิเกติ. วนฺทิโต เต มม วจเนนาติ? อาม วนฺทิโต, โสปิ จ เม กมฺพโล ตถาคตสฺส วสนฏฺฐาเน ภูมตฺถรณํ กตฺวา อตฺถโตติ. กึ, ตาต, ตยา กิร สตฺถุ ธมฺมกถา กถิตา, สตฺถารา จ เต สาธุกาโร ทินฺโนติ? ตยา กถํ ญาตํ อุปาสิเกติ? ตาต, มยฺหํ เคเห อธิวตฺถา เทวตา ทสพเลน ตุยฺหํ สาธุการํ ทินฺนทิวเส ‘‘สกลทสสหสฺสจกฺกวาเฬ เทวตา สาธุการํ อทํสู’’ติ อาห – ตาต, ตยา กถิตธมฺมกถํ พุทฺธานํ กถิตนิยาเมเนว มยฺหมฺปิ กเถตุํ ปจฺจาสีสามีติ. เถโร มาตุ กถํ สมฺปฏิจฺฉิ. สา ตสฺส อธิวาสนํ วิทิตฺวา ทฺวาเร มณฺฑปํ กาเรตฺวา ทสพลสฺส กถิตนิยาเมเนว อตฺตโน ธมฺมกถํ กถาเปสีติ วตฺถุ เอตฺถ สมุฏฺฐิตํ. สตฺถา อปรภาเค อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน เถรํ กลฺยาณวากฺกรณานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
สีวลิตฺเถรวตฺถุ
๒๐๗. นวเม ลาภีนํ ยทิทํ สีวลีติ ฐเปตฺวา ตถาคตํ ลาภีนํ ภิกฺขูนํ สีวลิตฺเถโร อคฺโคติ ทสฺเสติ. ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ อตีเต ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล วุตฺตนเยเนว วิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ลาภีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยาปิ อนาคเต เอวรูเปน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา ปุริมนเยเนว สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา ‘‘ภควา อหมฺปิ อิมินา อธิการกมฺเมน อญฺญํ สมฺปตฺตึ น ปตฺเถมิ, อนาคเต ปน เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อหมฺปิ ตุเมฺหหิ โส เอตทคฺเค ฐปิตภิกฺขุ วิย ลาภีนํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา อนนฺตรายํ ทิสฺวา ‘‘อยํ เต ปตฺถนา อนาคเต โคตมสฺส พุทฺธสฺส สาสเน สมิชฺฌิสฺสตี’’ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ.
โสปิ กุลปุตฺโต ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต วิปสฺสีพุทฺธกาเล พนฺธุมตีนครโต อวิทูเร เอกสฺมึ คาเม ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺมึ สมเย พนฺธุมตีนครวาสิโน รญฺญา สทฺธึ สากจฺฉิตฺวา สากจฺฉิตฺวา ทสพลสฺส ทานํ เทนฺติ. เต เอกทิวสํ สพฺเพว เอกโต หุตฺวา ทานํ เทนฺตา ‘‘กึ นุ โข อมฺหากํ ทานมุเข นตฺถี’’ติ มธุญฺจ คุฬทธิญฺจ น อทฺทสํสุ. เต ‘‘ยโต กุโตจิ อาหริสฺสามา’’ติ ชนปทโต นครํ ปวิสนมคฺเค ปุริสํ ฐเปสุํ. ตทา เอส กุลปุตฺโต อตฺตโน คามโต คุฬทธิวารกํ คเหตฺวา ‘‘กิญฺจิเทว อาหริสฺสามี’’ติ นครํ คจฺฉนฺโต มุขํ โธวิตฺวา ‘‘โธตหตฺถปาโท ปวิสิสฺสามี’’ติ ผาสุกฏฺฐานํ โอโลเกนฺโต นงฺคลสีสมตฺตํ นิมฺมกฺขิกํ ทณฺฑกมธุํ ทิสฺวา ‘‘ปุญฺเญน เม อิทํ อุปฺปนฺน’’นฺติ คเหตฺวา นครํ ปวิสติ. นาคเรหิ ฐปิตปุริโส ตํ ทิสฺวา, ‘‘โภ ปุริส, กสฺสิมํ อาหรสี’’ติ ปุจฺฉิ. น กสฺสจิ สามิ, วิกฺกิณิตุํ ปน เม อิทํ อานีตนฺติ. เตน หิ, โภ ปุริส, อิมํ กหาปณํ คเหตฺวา เอตํ มธุญฺจ คุฬทธิญฺจ เทหีติ.
โส จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ น พหุมูลํ, อยญฺจ เอกปฺปหาเรเนว พหุํ เทติ, วีมํสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ตโต นํ ‘‘นาหํ เอกกหาปเณน เทมี’’ติ อาห. ยทิ เอวํ, เทฺว คเหตฺวา เทหีติ. ทฺวีหิปิ น เทมีติ. เอเตนุปาเยน วฑฺฒนฺตํ วฑฺฒนฺตํ สหสฺสํ ปาปุณิ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อติอญฺฉิตุํ น วฏฺฏติ, โหตุ ตาว, อิมสฺส กตฺตพฺพกิจฺจํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. อถ นํ อาห – ‘‘อิทํ น พหุอคฺฆนกํ, ตฺวญฺจ พหุํ เทสิ, เกน กมฺเมน อิทํ คณฺหาสี’’ติ? อิธ, โภ, นครวาสิโน รญฺญา สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌิตฺวา วิปสฺสีทสพลสฺส ทานํ เทนฺตา อิทํ ทฺวยํ ทานมุเข อปสฺสนฺตา ปริเยสนฺติ. สเจ อิทํ ทฺวยํ น ลภิสฺสนฺติ, นาครานํ ปราชโย ภวิสฺสติ. ตสฺมา สหสฺสํ ทตฺวา คณฺหามีติ. กึ ปเนตํ นาครานเมว วฏฺฏติ, น อญฺเญสํ ทาตุํ วฏฺฏตีติ? ยสฺส กสฺสจิ ทาตุํ อวาริตเมตนฺติ. อตฺถิ ปน เต โกจิ นาครานํ ทาเน เอกทิวสํ สหสฺสํ ทาตาติ? นตฺถิ สมฺมาติ. อิเมสํ ปน ทฺวินฺนํ สหสฺสคฺฆนกภาวํ ชานาสีติ? อาม ชานามีติ. เตน หิ คจฺฉ, นาครานํ อาจิกฺข – ‘‘เอโก ปุริโส อิมานิ เทฺว มูเลน น เทติ, สหตฺเถเนว ทาตุกาโม, ตุเมฺห อิเมสํ ทฺวินฺนํ การณา นิรุสฺสุกฺกา โหถา’’ติ. ตฺวํ ปน เม อิมสฺมึ ทานมุเข เชฏฺฐกภาวสฺส กายสกฺขี โหหีติ.
โส คามวาสี ปริพฺพยตฺถํ คหิตมาสเกน ปญฺจกฏุกํ คเหตฺวา จุณฺณํ กตฺวา ทธิโต กญฺชิยํ วาเหตฺวา ตตฺถ มธุปฏลํ ปีเฬตฺวา ปญฺจกฏุกจุณฺเณน โยเชตฺวา เอกสฺมึ ปทุมินิปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา ตํ สํวิทหิตฺวา อาทาย ทสพลสฺส อวิทูเร ฐาเน นิสีทิ. มหาชเนน อาหริยมานสฺส สกฺการสฺส อนฺตเร อตฺตโน ปตฺตวารํ โอโลกยมาโน โอกาสํ ญตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ภควา อยํ มยฺหํ ทุคฺคตปณฺณากาโร, อิมํ เม อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ คณฺหถา’’ติ. สตฺถา ตสฺส อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ จตุมหาราชทตฺติเยน เสลมเยน ปตฺเตน ตํ ปฏิคฺคเหตฺวา ยถา อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสสฺส ทิยฺยมานํ น ขียติ, เอวํ อธิฏฺฐาสิ. โสปิ กุลปุตฺโต นิฏฺฐิตภตฺตกิจฺจํ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต อาห – ‘‘ทิฏฺโฐ เม ภควา อชฺช พนฺธุมตีนครวาสิเกหิ ตุมฺหากํ สกฺกาโร อาหริยมาโน, อหมฺปิ อิมสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตภเว ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต ภเวยฺย’’นฺติ. สตฺถา ‘‘เอวํ โหตุ กุลปุตฺตา’’ติ วตฺวา ตสฺส จ นครวาสีนญฺจ ภตฺตานุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ.
โสปิ กุลปุตฺโต ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สุปฺปวาสาย ราชธีตาย กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย สายํ ปาตญฺจ ปณฺณาการสตานิ ปาปุณนฺติ, สุปฺปวาสา สมฺปตฺตึ คจฺฉติ. อถ นํ ปุญฺญวีมํสนตฺถํ หตฺเถน พีชปจฺฉึ ผุสาเปนฺติ, เอเกกพีชโต สลากสตมฺปิ สลากสหสฺสมฺปิ นิคจฺฉติ. เอกกรีสเขตฺตโต ปญฺญาสมฺปิ สฏฺฐิปิ สกฏานิ อุปฺปชฺชนฺติ. โกฏฺฐปูรณกาเลปิ โกฏฺฐทฺวารํ หตฺเถน ผุสาเปนฺติ, ราชธีตาย ปุญฺเญน คณฺหนฺตานํ คหิตคหิตฏฺฐานํ ปุน ปูรติ. ปริปุณฺณภตฺตกุมฺภิโตปิ ‘‘ราชธีตาย ปุญฺญ’’นฺติ วตฺวา ยสฺส กสฺสจิ เทนฺตานํ ยาว น อุกฺกฑฺฒนฺติ, น ตาว ภตฺตํ ขียติ. ทารเก กุจฺฉิคเตเยว สตฺต วสฺสานิ อติกฺกมึสุ.
คพฺเภ ปน ปริปกฺเก สตฺตาหํ มหาทุกฺขํ อนุโภสิ. สา สามิกํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ปุเร มรณา ชีวมานาว ทานํ ทสฺสามี’’ติ สตฺถุ สนฺติกํ เปเสสิ – ‘‘คจฺฉ อิมํ ปวตฺตึ สตฺถุ อาโรเจตฺวา สตฺถารํ นิมนฺเตหิ, ยญฺจ สตฺถา วเทติ, ตํ สาธุกํ อุปลกฺเขตฺวา อาคนฺตฺวา มยฺหํ กเถหี’’ติ. โส คนฺตฺวา ตสฺสา สาสนํ ภควโต อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘สุขินี โหตุ สุปฺปวาสา โกลิยธีตา, สุขินี อโรคา อโรคํ ปุตฺตํ วิชายตู’’ติ อาห. ราชา ตํ สุตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา อนฺโตคามาภิมุโข ปายาสิ. ตสฺส ปุเร อาคมนาเยว สุปฺปวาสาย กุจฺฉิโต ธมกรณา อุทกํ วิย คพฺโภ นิกฺขมิ, ปริวาเรตฺวา นิสินฺนชโน อสฺสุมุโขว หสิตุํ อารทฺโธ. หฏฺฐตุฏฺโฐ มหาชโน รญฺโญ ปุตฺตสาสนํ อาโรเจตุํ อคมาสิ.
ราชา เตสํ อิงฺคิตํ ทิสฺวาว ‘‘ทสพเลน กถิตกถา นิปฺผนฺนา มญฺเญ’’ติ จินฺเตสิ. โส อาคนฺตฺวา สตฺถุ สาสนํ ราชธีตาย อาโรเจสิ. ราชธีตา ‘‘ตยา นิมนฺติตํ ชีวิตภตฺตเมว มงฺคลภตฺตํ ภวิสฺสติ, คจฺฉ สตฺตาหํ ทสพลํ นิมนฺเตหี’’ติ. ราชา ตถา อกาสิ. สตฺตาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ปวตฺตยึสุ. ทารโก สพฺเพสํ ญาตีนํ สนฺตตฺตจิตฺตํ นิพฺพาเปนฺโต ชาโตติ สีวลิทารโกเตฺววสฺส นามํ อกํสุ. โส สตฺต วสฺสานิ คพฺเภ วสิตตฺตา ชาตกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพกมฺมกฺขโม อโหสิ. ธมฺมเสนาปติ สาริปุตฺโต สตฺตเม ทิวเส เตน สทฺธึ กถาสลฺลาปํ อกาสิ. สตฺถาปิ ธมฺมปเท คาถํ อภาสิ –
‘‘โยมํ ปลิปถํ ทุคฺคํ, สํสารํ โมหมจฺจคา;
ติณฺโณ ปารงฺคโต ฌายี, อเนโช อกถํกถี;
อนุปาทาย นิพฺพุโต, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. (ธ. ป. ๔๑๔);
อถ นํ เถโร เอวมาห – ‘‘กึ ปน ตยา เอวรูปํ ทุกฺขราสึ อนุภวิตฺวา ปพฺพชิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ? ลภมาโน ปพฺพเชยฺยํ, ภนฺเตติ. สุปฺปวาสา ตํ ทารกํ เถเรน สทฺธึ กเถนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เม ปุตฺโต ธมฺมเสนาปตินา สทฺธึ กเถตี’’ติ เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘มยฺหํ ปุตฺโต ตุเมฺหหิ สทฺธึ กึ กเถติ, ภทนฺเต’’ติ? อตฺตนา อนุภูตํ คพฺภวาสทุกฺขํ กเถตฺวา ตุเมฺหหิ อนุญฺญาโต ปพฺพชิสฺสามีติ วทตีติ. สาธุ, ภนฺเต, ปพฺพาเชถ นนฺติ. เถโร ตํ วิหารํ เนตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ ทตฺวา ปพฺพาเชนฺโต, ‘‘สีวลิ, น ตุยฺหํ อญฺเญน โอวาเทน กมฺมํ อตฺถิ, ตยา สตฺต วสฺสานิ อนุภูตทุกฺขเมว ปจฺจเวกฺขาหี’’ติ. ภนฺเต, ปพฺพาชนเมว ตุมฺหากํ ภาโร, ยํ ปน มยา กาตุํ สกฺกา, ตมหํ ชานิสฺสามีติ. โส ปฐมเกสวฏฺฏิยา โอหาริตกฺขเณเยว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ, ทุติยาย โอหาริตกฺขเณ สกทาคามิผเล, ตติยาย อนาคามิผเล. สพฺเพสํเยว ปน เกสานํ โอโรปนญฺจ อรหตฺตสจฺฉิกิริยา จ อปจฺฉา อปุริมา อโหสิ. ตสฺส ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุสงฺฆสฺส จตฺตาโร ปจฺจยา ยทิจฺฉกํ อุปฺปชฺชนฺติ. เอวํ เอตฺถ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ.
อปรภาเค สตฺถา สาวตฺถึ อคมาสิ. เถโร สตฺถารํ อภิวาเทตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ ปุญฺญํ วีมํสิสฺสามิ, ปญฺจ เม ภิกฺขุสตานิ เทถา’’ติ อาห. คณฺห, สีวลีติ. โส ปญฺจสเต ภิกฺขู คเหตฺวา หิมวนฺตาภิมุขํ คจฺฉนฺโต อฏวิมคฺคํ คจฺฉติ. ตสฺส ปฐมํ ทิฏฺฐา นิโคฺรเธ อธิวตฺถา เทวตา สตฺต ทิวสานิ ทานํ อทาสิ. อิติ โส –
‘‘นิโคฺรธํ ปฐมํ ปสฺสิ, ทุติยํ ปณฺฑวปพฺพตํ;
ตติยํ อจิรวติยํ, จตุตฺถํ วรสาครํ.
‘‘ปญฺจมํ หิมวนฺตํ โส, ฉฏฺฐํ ฉทฺทนฺตุปาคมิ;
สตฺตมํ คนฺธมาทนํ, อฏฺฐมํ อถ เรวต’’นฺติ.
สพฺพฏฺฐาเนสุ สตฺต สตฺต ทิวสาเนว ทานํ อทํสุ. คนฺธมาทนปพฺพเต ปน นาคทตฺตเทวราชา นาม สตฺตทิวเสสุ เอกทิวสํ ขีรปิณฺฑปาตํ อทาสิ, เอกทิวสํ สปฺปิปิณฺฑปาตํ อทาสิ. ภิกฺขุสงฺโฆ อาห – ‘‘อาวุโส, อิมสฺส เทวรญฺโญ เนว เธนุโย ทุยฺหมานา ปญฺญายนฺติ, น ทธินิมฺมถนํ, กุโต เต, เทวราช, อิมํ อุปฺปชฺชตี’’ติ? ‘‘ภนฺเต, กสฺสปทสพลสฺส กาเล ขีรสลากภตฺตทานสฺเสตํ ผล’’นฺติ เทวราชา อาห. อปรภาเค สตฺถา ขทิรวนิยเรวตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เถรํ อตฺตโน สาสเน ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ
๒๐๘. ทสเม สทฺธาธิมุตฺตานนฺติ สทฺธาย อธิมุตฺตานํ, พลวสทฺธานํ ภิกฺขูนํ วกฺกลิตฺเถโร อคฺโคติ ทสฺเสติ. อญฺเญสํ หิ สทฺธา วฑฺเฒตพฺพา โหติ, เถรสฺส ปน หาเปตพฺพา ชาตา. ตสฺมา โส สทฺธาธิมุตฺตานํ อคฺโคติ วุตฺโต. วกฺกลีติ ปนสฺส นามํ.
ตสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ หิ อตีเต ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล วุตฺตนเยเนว วิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ สทฺธาธิมุตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยาปิ อนาคเต เอวรูเปน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตนเยเนว สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา ทสพลํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อหมฺปิ อิมินา อธิการกมฺเมน ตุเมฺหหิ สทฺธาธิมุตฺตานํ เอตทคฺเค ฐปิตภิกฺขุ วิย อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน สทฺธาธิมุตฺตานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส อนนฺตรายํ ทิสฺวา พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ.
โสปิ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อมฺหากํ สตฺถุกาเล สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, วกฺกลีติสฺส นามํ อกํสุ. โส วุทฺธิปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา ทสพลํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุตํ สาวตฺถิยํ จรนฺตํ ทิสฺวา สตฺถุ สรีรสมฺปตฺตึ โอโลเกนฺโต สรีรสมฺปตฺติทสฺสเนน อติตฺโต ทสพเลน สทฺธึเยว วิจรติ. วิหารํ คจฺฉนฺเตน สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา สรีรนิปฺผตฺตึ โอโลเกนฺโตว ติฏฺฐติ. ธมฺมสภายํ นิสีทิตฺวา ธมฺมํ กเถนฺตสฺส สมฺมุขฏฺฐาเน ฐิโต ธมฺมํ สุณาติ. โส สทฺธํ ปฏิลภิตฺวา ‘‘อคารมชฺเฌ วสนฺโต นิพทฺธํ ทสพลสฺส ทสฺสนํ น ลภิสฺสามี’’ติ ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิ.
ตโต ปฏฺฐาย ฐเปตฺวา อาหารกรณเวลํ อวเสสกาเล ยตฺถ ฐิเตน สกฺกา ทสพลํ ปสฺสิตุํ, ตตฺถ ฐิโต โยนิโสมนสิการํ ปหาย ทสพลํ โอโลเกนฺโตว วิหรติ. สตฺถา ตสฺส ญาณปริปากํ อาคเมนฺโต ทีฆมฺปิ อทฺธานํ ตสฺมึ รูปทสฺสนวเสเนว วิจรนฺเต กิญฺจิ อวตฺวา ‘‘อิทานิสฺส ญาณํ ปริปากคตํ, สกฺกา เอตํ โพเธตุ’’นฺติ ญตฺวา เอวมาห – ‘‘กึ เต, วกฺกลิ, อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน, โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสติ. โย มํ ปสฺสติ, โส ธมฺมํ ปสฺสติ. ธมฺมญฺหิ, วกฺกลิ, ปสฺสนฺโต มํ ปสฺสติ, มํ ปสฺสนฺโต ธมฺมํ ปสฺสตี’’ติ.
สตฺถริ เอวํ โอวทนฺเตปิ เถโร ทสพลสฺส ทสฺสนํ ปหาย เนว อญฺญตฺถ คนฺตุํ สกฺโกติ. ตโต สตฺถา ‘‘นายํ ภิกฺขุ สํเวคํ อลภิตฺวา พุชฺฌิสฺสตี’’ติ อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย ราชคหํ คนฺตฺวา วสฺสูปนายิกทิวเส ‘‘อเปหิ, วกฺกลี’’ติ เถรํ ปณาเมติ. พุทฺธา จ นาม อาเทยฺยวจนา โหนฺติ, ตสฺมา เถโร สตฺถารํ ปฏิปฺผริตฺวา ฐาตุํ อสกฺโกนฺโต เตมาสํ ทสพลสฺส สมฺมุเข อาคนฺตุํ อวิสหนฺโต ‘‘กึ ทานิ สกฺกา กาตุํ, ตถาคเตนมฺหิ ปณามิโต, สมฺมุขีภาวํ น ลภามิ, กึ มยฺหํ ชีวิเตนา’’ติ คิชฺฌกูฏปพฺพเต ปปาตฏฺฐานํ อภิรุหิ. สตฺถา ตสฺส กิลมนภาวํ ญตฺวา ‘‘อยํ ภิกฺขุ มม สนฺติกา อสฺสาสํ อลภนฺโต มคฺคผลานํ อุปนิสฺสยํ นาเสยฺยา’’ติ อตฺตานํ ทสฺเสตุํ โอภาสํ วิสฺสชฺเชสิ. อถสฺส สตฺถุ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย เอว มหนฺตํ โสกสลฺลํ ปหีนํ. สตฺถา สุกฺขตฬาเก โอฆํ อาหรนฺโต วิย วกฺกลิตฺเถรสฺส พลวปีติโสมนสฺสํ อุปฺปาเทตุํ ธมฺมปเท อิมํ คาถมาห –
‘‘ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน;
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุข’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๘๑);
วกฺกลิตฺเถรสฺส จ ‘‘เอหิ, วกฺกลี’’ติ หตฺถํ ปสาเรสิ. เถโร ‘‘ทสพโล เม ทิฏฺโฐ, เอหีติ อวฺหายนมฺปิ ลทฺธ’’นฺติ พลวปีตึ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘กุโต คจฺฉามี’’ติ อตฺตโน คมนภาวํ อชานิตฺวาว ทสพลสฺส สมฺมุเข อากาเส ปกฺขนฺทิตฺวา ปฐมปาเทน ปพฺพเต ฐิโตเยว สตฺถารา วุตฺตคาถํ อาวชฺเชนฺโต อากาเสเยว ปีตึ วิกฺขมฺเภตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา ตถาคตํ วนฺทมาโนว โอตริ. อปรภาเค สตฺถา อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน เถรํ สทฺธาธิมุตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
ทุติยวคฺควณฺณนา.