อนุรุทฺธตฺเถรวตฺถุ
๑๙๒. ปญฺจเม ทิพฺพจกฺขุกานํ ยทิทํ อนุรุทฺโธติ ทิพฺพจกฺขุกภิกฺขูนํ อนุรุทฺธตฺเถโร อคฺโคติ วทติ. ตสฺส จิณฺณวสิตาย อคฺคภาโว เวทิตพฺโพ. เถโร กิร โภชนปปญฺจมตฺตํ ฐเปตฺวา เสสกาลํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺพจกฺขุนา สตฺเต โอโลเกนฺโตว วิหรติ. อิติ อโหรตฺตํ จิณฺณวสิตาย เอส ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺโค นาม ชาโต. อปิจ กปฺปสตสหสฺสํ ปตฺถิตภาเวนเปส ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺโคว ชาโต.
ตตฺรสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อยมฺปิ หิ กุลปุตฺโต ปทุมุตฺตรสฺเสว ภควโต กาเล ปจฺฉาภตฺตํ ธมฺมสฺสวนตฺถํ วิหารํ คจฺฉนฺเตน มหาชเนน สทฺธึ อคมาสิ. อยํ หิ ตทา อญฺญตโร อปากฏนาโม อิสฺสรกุฏุมฺพิโก อโหสิ. โส ทสพลํ วนฺทิตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมกถํ สุณาติ. สตฺถา เทสนํ ยถานุสนฺธิกํ ฆเฏตฺวา เอกํ ทิพฺพจกฺขุกํ ภิกฺขุํ เอตทคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ.
ตโต กุฏุมฺพิกสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มหา วตายํ ภิกฺขุ, ยํ เอวํ สตฺถา สยํ ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. อโห วตาหมฺปิ อนาคเต อุปฺปชฺชนกพุทฺธสฺส สาสเน ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา ปริสนฺตเรน คนฺตฺวา สฺวาตนาย ภควนฺตํ ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา ‘‘มหนฺตํ ฐานนฺตรํ มยา ปตฺถิต’’นฺติ เตเนว นิยาเมน อชฺชตนาย สฺวาตนายาติ นิมนฺเตตฺวา สตฺต ทิวสานิ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา สปริวารสฺส ภควโต อุตฺตมวตฺถานิ ทตฺวา ‘‘ภควา นาหํ อิมํ สกฺการํ ทิพฺพสมฺปตฺติยา น มนุสฺสสมฺปตฺติยา อตฺถาย กโรมิ. ยํ ปน ตุเมฺห อิโต สตฺตทิวสมตฺถเก ภิกฺขุํ ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปยิตฺถ, อหมฺปิ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน โส ภิกฺขุ วิย ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ กตฺวา ปาทมูเล นิปชฺชิ. สตฺถา อนาคตํ โอโลเกตฺวา ตสฺส ปตฺถนาย สมิชฺฌนภาวํ ญตฺวา เอวมาห – ‘‘อมฺโภ ปุริส, อนาคเต กปฺปสตสหสฺสปริโยสาเน โคตโม นาม พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺส สาสเน ตฺวํ ทิพฺพจกฺขุกานํ อคฺโค อนุรุทฺโธ นาม ภวิสฺสสี’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ภตฺตานุโมทนํ กตฺวา วิหารเมว อคมาสิ.
กุฏุมฺพิโกปิ ยาว พุทฺโธ ธรติ, ตาว อวิชหิตเมว กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา ปรินิพฺพุเต สตฺถริ นิฏฺฐิเต สตฺตโยชนิเก สุวณฺณเจติเย ภิกฺขุสงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, กึ ทิพฺพจกฺขุสฺส ปริกมฺม’’นฺติ ปุจฺฉิ. ปทีปทานํ นาม ทาตุํ วฏฺฏติ อุปาสกาติ. สาธุ, ภนฺเต, กริสฺสามีติ สหสฺสทีปานํเยว ตาว ทีปรุกฺขานํ สหสฺสํ กาเรสิ, ตทนนฺตรํ ตโต ปริตฺตตเร, ตทนนฺตรํ ตโต ปริยตฺตตเรติ อเนกสหสฺเส ทีปรุกฺเข กาเรสิ. เสสปทีปา ปน อปริมาณา อเหสุํ.
เอวํ ยาวชีวํ กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺโต กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกมิตฺวา กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กาเล พาราณสิยํ กุฏุมฺพิยเคเห นิพฺพตฺติตฺวา ปรินิพฺพุเต สตฺถริ นิฏฺฐิเต โยชนิเก เจติเย พหุ กํสปาติโย การาเปตฺวา สปฺปิมณฺฑสฺส ปูเรตฺวา มชฺเฌ เอเกกํ คุฬปิณฺฑํ ฐเปตฺวา อุชฺชาเลตฺวา มุขวฏฺฏิยา มุขวฏฺฏึ ผุสาเปนฺโต เจติยํ ปริกฺขิปาเปตฺวา อตฺตโน สพฺพมหนฺตํ กํสปาตึ กาเรตฺวา สปฺปิมณฺฑสฺส ปูเรตฺวา ตสฺสา มุขวฏฺฏิยํ สมนฺตโต วฏฺฏิสหสฺสํ ชาลาเปตฺวา มชฺฌฏฺฐาเน ถูปิกํ ปิโลติกาย เวเฐตฺวา ชาลาเปตฺวา กํสปาตึ สีเสนาทาย สพฺพรตฺตึ โยชนิกํ เจติยํ อนุปริยายิ. เอวํ เตนาปิ อตฺตภาเวน ยาวชีวํ กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺโต.
ปุน อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ตสฺมึเยว นคเร ทุคฺคตกุลสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา สุมนเสฏฺฐึ นาม นิสฺสาย วสิ, อนฺนภาโรติสฺส นามํ อโหสิ. โส ปน สุมนเสฏฺฐิ เทวสิกํ กปณทฺธิกวณิพฺพกยาจกานํ เคหทฺวาเร มหาทานํ เทติ. อเถกทิวสํ อุปริฏฺโฐ นาม ปจฺเจกพุทฺโธ คนฺธมาทนปพฺพเต นิโรธสมาปตฺตึ สมาปนฺโน. ตโต วุฏฺฐาย ‘‘อชฺช กสฺส อนุคฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วีมํสิ. ปจฺเจกพุทฺธา จ นาม ทุคฺคตานุกมฺปกา โหนฺติ. โส ‘‘อชฺช มยา อนฺนภารสฺส อนุคฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อิทานิ อนฺนภาโร อฏวิโต อตฺตโน เคหํ อาคมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คนฺธมาทนปพฺพตา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา คามทฺวาเร อนฺนภารสฺส สมฺมุเข ปจฺจุฏฺฐาสิ.
อนฺนภาโร ปจฺเจกพุทฺธํ ตุจฺฉปตฺตหตฺถํ ทิสฺวา ปจฺเจกพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา ‘‘อปิ, ภนฺเต, ภิกฺขํ ลภิตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ลภิสฺสาม มหาปุญฺญาติ. ‘‘ภนฺเต, โถกํ อิเธว โหถา’’ติ เวเคน คนฺตฺวา อตฺตโน เคเห มาตุคามํ ปุจฺฉิ – ‘‘ภทฺเท, มยฺหํ ฐปิตํ ภาคภตฺตํ อตฺถิ, นตฺถี’’ติ? อตฺถิ สามีติ. โส ตโตว คนฺตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส หตฺถโต ปตฺตมาทาย อาคนฺตฺวา ‘‘ภทฺเท, มยํ ปุริมภเว กลฺยาณกมฺมสฺส อกตตฺตา ภตฺตํ ปจฺจาสีสมานา วิหราม, อมฺหากํ ทาตุกามตาย สติ เทยฺยธมฺโม น โหติ, เทยฺยธมฺเม สติ ปฏิคฺคาหกํ น ลภาม, อชฺช เม อุปริฏฺฐปจฺเจกพุทฺโธ ทิฏฺโฐ, ภาคภตฺตญฺจ อตฺถิ, มยฺหํ ภาคภตฺตํ อิมสฺมึ ปตฺเต ปกฺขิปาหี’’ติ.
พฺยตฺตา อิตฺถี ‘‘ยโต มยฺหํ สามิโก ภาคภตฺตํ เทติ, มยาปิ อิมสฺมึ ทาเน ภาคินิยา ภวิตพฺพ’’นฺติ อตฺตโน ภาคภตฺตมฺปิ อุปริฏฺฐสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐเปตฺวา อทาสิ. อนฺนภาโร ปตฺตํ อาหริตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา, ‘‘ภนฺเต, เอวรูปา ทุชฺชีวิตา มุจฺจามา’’ติ อาห. เอวํ โหตุ, มหาปุญฺญาติ. โส อตฺตโน อุตฺตรสาฏกํ เอกสฺมึ ปเทเส อตฺถริตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิธ นิสีทิตฺวา ปริภุญฺชถา’’ติ อาห. ปจฺเจกพุทฺโธ ตตฺถ นิสีทิตฺวา นววิธํ ปาฏิกูลฺยํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ปริภุญฺชิ. ปริภุตฺตกาเล อนฺนภาโร ปตฺตโธวนอุทกํ อทาสิ. ปจฺเจกพุทฺโธ นิฏฺฐิตภตฺตกิจฺโจ –
‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ, สพฺพเมว สมิชฺฌตุ;
สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา’’ติ. –
อนุโมทนํ กตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. สุมนเสฏฺฐิสฺส ฉตฺเต อธิวตฺถา เทวตา ‘‘อโห ทานํ ปรมทานํ อุปริฏฺเฐ สุปฺปติฏฺฐิต’’นฺติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา สาธุการํ อทาสิ. สุมนเสฏฺฐิ ‘‘กึ ตฺวํ มํ เอตฺตกํ กาลํ ทานํ ททมานํ น ปสฺสสี’’ติ อาห. นาหํ ตว ทาเน สาธุการํ เทมิ, อนฺนภาเรน อุปริฏฺฐปจฺเจกพุทฺธสฺส ทินฺนปิณฺฑปาเต ปสีทิตฺวา สาธุการํ เทมีติ.
สุมนเสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘อจฺฉริยํ วติทํ, อหํ เอตฺตกํ กาลํ ทานํ เทนฺโต เทวตํ สาธุการํ ทาเปตุํ นาสกฺขึ. อยํ อนฺนภาโร มํ นิสฺสาย วสนฺโต อนุรูปสฺส ปฏิคฺคาหกปุคฺคลสฺส ลทฺธตฺตา เอกปิณฺฑปาตทาเนเนว สาธุการํ ทาเปสิ, เอตสฺส อนุจฺฉวิกํ ทตฺวา เอตํ ปิณฺฑปาตํ มม สนฺตกํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อนฺนภารํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อชฺช ตยา กสฺสจิ กิญฺจิ ทานํ ทินฺน’’นฺติ ปุจฺฉิ. อาม, อยฺย, อุปริฏฺฐปจฺเจกพุทฺธสฺส เม อตฺตโน ภาคภตฺตํ ทินฺนนฺติ. หนฺท, โภ, กหาปณํ คณฺหิตฺวา เอตํ ปิณฺฑปาตํ มยฺหํ เทหีติ. น เทมิ อยฺยาติ. โส ยาว สหสฺสํ วฑฺเฒสิ, อนฺนภาโร ‘‘สหสฺเสนาปิ น เทมี’’ติ อาห. โหตุ, โภ, ยทิ ปิณฺฑปาตํ น เทสิ, สหสฺสํ คณฺหิตฺวา ปตฺตึ เม เทหีติ. ‘‘เอตมฺปิ ทาตุํ ยุตฺตํ วา อยุตฺตํ วา น ชานามิ, อยฺยํ ปน อุปริฏฺฐปจฺเจกพุทฺธํ ปุจฺฉิตฺวา สเจ ทาตุํ ยุตฺตํ ภวิสฺสติ, ทสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา ปจฺเจกพุทฺธํ สมฺปาปุณิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, สุมนเสฏฺฐิ มยฺหํ สหสฺสํ ทตฺวา ตุมฺหากํ ทินฺนปิณฺฑปาเต ปตฺตึ ยาจติ, ทมฺมิ วา น ทมฺมิ วา’’ติ. อุปมํ เต ปณฺฑิต กริสฺสามิ. เสยฺยถาปิ กุลสติเก คาเม เอกสฺมึเยว ฆเร ทีปํ ชาเลยฺย, เสสา อตฺตโน อตฺตโน เตเลน วฏฺฏึ เตเมตฺวา ชาลาเปตฺวา คเณฺหยฺยุํ, ปุริมทีปสฺส ปภา อตฺถิ, นตฺถีติ. อติเรกตรา, ภนฺเต, ปภา โหตีติ. เอวเมว ปณฺฑิต อุฬุงฺกยาคุ วา โหตุ กฏจฺฉุภิกฺขา วา, อตฺตโน ปิณฺฑปาเต ปเรสํ ปตฺตึ เทนฺตสฺส สตสฺส วา เทตุ สหสฺสสฺส วา, ยตฺตกานํ เทติ, ตตฺตกานํ ปุญฺญํ วฑฺฒติ. ตฺวํ เทนฺโต เอกเมว ปิณฺฑปาตํ อทาสิ, สุมนเสฏฺฐิสฺส ปน ปตฺติยา ทินฺนาย เทฺว ปิณฺฑปาตา โหนฺติ เอโก ตว, เอโก จ ตสฺสาติ.
โส ปจฺเจกพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา สุมนเสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ปิณฺฑปาเต ปตฺตึ คณฺห สามี’’ติ อาห. หนฺท, กหาปณสหสฺสํ คณฺหาติ. นาหํ ปิณฺฑปาตํ วิกฺกิณามิ, สทฺธาย ปน ตุมฺหากํ ปตฺตึ เทมีติ. ตาต, ตฺวํ มยฺหํ สทฺธาย ปตฺตึ เทสิ, อหํ ปน ตุยฺหํ คุณํ ปูเชนฺโต สหสฺสํ เทมิ, คณฺห, ตาตาติ. โส ‘‘เอวํ โหตู’’ติ สหสฺสํ คณฺหิ. ตาต, ตุยฺหํ สหสฺสํ ลทฺธกาลโต ปฏฺฐาย สหตฺถา กมฺมกรณกิจฺจํ นตฺถิ, วีถิยํ ฆรํ มาเปตฺวา วส. เยน ตุยฺหํ อตฺโถ, ตํ มํ อาหราเปตฺวา คณฺหาหีติ. นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐิตปจฺเจกพุทฺธสฺส ทินฺนปิณฺฑปาโต นาม ตํทิวสเมว วิปากํ เทติ. ตสฺมา สุมนเสฏฺฐิ อญฺญํ ทิวสํ อนฺนภารํ คเหตฺวา ราชกุลํ อคจฺฉนฺโตปิ ตํทิวสํ คเหตฺวาว คโต.
อนฺนภารสฺส ปุญฺญํ อาคมฺม ราชา เสฏฺฐึ อโนโลเกตฺวา อนฺนภารเมว โอโลเกสิ. กึ, เทว, อิมํ ปุริสํ อติวิย โอโลเกสีติ? อญฺญํ ทิวสํ อทิฏฺฐปุพฺพตฺตา โอโลเกมีติ. โอโลเกตพฺพยุตฺตโก เอส เทวาติ. โก ปนสฺส โอโลเกตพฺพยุตฺตโก คุโณติ? อชฺช อตฺตโน ภาคภตฺตํ สยํ อภุญฺชิตฺวา อุปริฏฺฐปจฺเจกพุทฺธสฺส ทินฺนตฺตา มม หตฺถโต สหสฺสํ ลภิ เทวาติ. โกนาโม เอโสติ? อนฺนภาโร นาม เทวาติ. ‘‘ตว หตฺถโต ลทฺธตฺตา มมปิ หตฺถโต ลทฺธุํ อรหติ, อหมฺปิสฺส ปูชํ กริสฺสามี’’ติ วตฺวา สหสฺสํ อทาสิ. เอตสฺส วสนเคหํ ชานาถ ภเณติ? สาธุ เทวาติ เอกํ เคหฏฺฐานํ โสเธนฺตา กุทฺทาเลน อาหตาหตฏฺฐาเน นิธิกุมฺภิโย คีวาย คีวํ อาหจฺจ ฐิตา ทิสฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ‘‘เตน หิ คนฺตฺวา ขนถา’’ติ อาห. เตสํ ขนนฺตานํ ขนนฺตานํ เหฏฺฐา คจฺฉนฺติ. ปุน คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ‘‘อนฺนภารสฺส วจเนน ขนถา’’ติ อาห. เต คนฺตฺวา ‘‘อนฺนภารสฺเสว วจน’’นฺติ ขนึสุ. กุทฺทาเลน อาหตาหตฏฺฐาเน อหิจฺฉตฺตกมกุฬานิ วิย กุมฺภิโย อุฏฺฐหึสุ. เต ธนํ อาหริตฺวา รญฺโญ สนฺติเก ราสึ อกํสุ. ราชา อมจฺเจ สนฺนิปาเตตฺวา ‘‘อิมสฺมึ นคเร กสฺส อญฺญสฺส เอตฺตกํ ธนํ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. นตฺถิ กสฺสจิ เทวาติ. เตน หิ อยํ อนฺนภาโร อิมสฺมึ นคเร ธนเสฏฺฐิ นาม โหตูติ. ตํทิวสเมว เสฏฺฐิจฺฉตฺตํ ลภิ.
โส ตโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺโต. ทีฆรตฺตํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อมฺหากํ สตฺถุ อุปฺปชฺชนกาเล กปิลวตฺถุนคเร อมิตฺโตทนสกฺกสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. นามคฺคหณทิวเส ปนสฺส อนุรุทฺโธติ นามํ อกํสุ. มหานามสกฺกสฺส กนิฏฺฐภาตา สตฺถุ จูฬปิตุปุตฺโต ปรมสุขุมาโล มหาปุญฺโญ อโหสิ. สุวณฺณปาติยํเยวสฺส ภตฺตํ อุปฺปชฺชิ. อถสฺส มาตา เอกทิวสํ ‘‘มม ปุตฺตํ นตฺถีติ ปทํ ชานาเปสฺสามี’’ติ เอกํ สุวณฺณปาตึ อญฺญาย สุวณฺณปาติยา ปิทหิตฺวา ตุจฺฉกํเยว เปเสสิ. อนฺตรามคฺเค เทวตา ทิพฺพปูเวหิ ปูเรสุํ. เอวํ มหาปุญฺโญ อโหสิ. ติณฺณํ อุตูนํ อนุจฺฉวิเกสุ ตีสุ ปาสาเทสุ อลงฺกตนาฏกิตฺถีหิ ปริวุโต เทโว วิย สมฺปตฺตึ อนุภวิ.
อมฺหากมฺปิ โพธิสตฺโต ตสฺมึ สมเย ตุสิตปุรา จวิตฺวา สุทฺโธทนมหาราชสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อนุกฺกเมน วุทฺธิปฺปตฺโต เอกูนตึส วสฺสานิ อคารมชฺเฌ วสิตฺวา มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา อนุกฺกเมน ปฏิวิทฺธสพฺพญฺญุตญฺญาโณ โพธิมณฺเฑ สตฺตสตฺตาหํ วีตินาเมตฺวา อิสิปตเน มิคทาเย ธมฺมจกฺกปฺปตฺตนํ ปวตฺเตตฺวา โลกานุคฺคหํ กโรนฺโต ราชคหํ อาคมฺม ‘‘ปุตฺโต เม ราชคหํ อาคโต’’ติ สุตฺวา ‘‘คจฺฉถ ภเณ มม ปุตฺตํ อาเนถา’’ติ ปิตรา ปหิเต สหสฺสสหสฺสปริวาเร ทส อมจฺเจ เอหิภิกฺขุปพฺพชฺชาย ปพฺพาเชตฺวา กาฬุทายิตฺเถเรน จาริกาคมนํ อายาจิโต ราชคหโต วีสติสหสฺสภิกฺขุปริวาโร นิกฺขมิตฺวา กปิลวตฺถุปุรํ คนฺตฺวา ญาติสมาคเม อเนเกหิ อิทฺธิปาฏิหาริเยหิ สปฺปาฏิหาริยํ วิจิตฺรธมฺมเทสนํ กตฺวา มหาชนํ อมตปานํ ปาเยตฺวา ทุติยทิวเส ปตฺตจีวรมาทาย นครทฺวาเร ฐตฺวา ‘‘กึ นุ โข กุลนครํ อาคตานํ สพฺพญฺญุพุทฺธานํ อาจิณฺณ’’นฺติ อาวชฺชมาโน ‘‘สปทานํ ปิณฺฑาย จรณํ อาจิณฺณ’’นฺติ ญตฺวา สปทานํ ปิณฺฑาย จรนฺโต ‘‘ปุตฺโต เม ปิณฺฑาย จรตี’’ติ สุตฺวา อาคตสฺส รญฺโญ ธมฺมํ กเถตฺวา เตน สกนิเวสนํ ปเวเสตฺวา กตสกฺการสมฺมาโน ตตฺถ กาตพฺพํ ญาติชนานุคฺคหํ กตฺวา ราหุลกุมารํ ปพฺพาเชตฺวา นจิรสฺเสว กปิลวตฺถุปุรโต มลฺลรฏฺเฐ จาริกํ จรมาโน อนุปิยอมฺพวนํ อคมาสิ.
ตสฺมึ สมเย สุทฺโธทนมหาราชา สากิยชนํ สนฺนิปาเตตฺวา อาห – ‘‘สเจ มม ปุตฺโต อคารํ อชฺฌาวสิสฺส, ราชา อภวิสฺส จกฺกวตฺตี สตฺตรตนสมนฺนาคโต. นตฺตาปิ เม ราหุลกุมาโร ขตฺติยคเณน สทฺธึ ตํ ปริวาเรตฺวา อจริสฺส, ตุเมฺหปิ เอตมตฺถํ ชานาถ. อิทานิ ปน เม ปุตฺโต พุทฺโธ ชาโต, ขตฺติยาวสฺส ปริวารา โหนฺตุ. ตุเมฺห เอเกกกุลโต เอเกกํ ทารกํ เทถา’’ติ. เอวํ วุตฺเต เอกปฺปหาเรเนว สหสฺสขตฺติยกุมารา ปพฺพชึสุ. ตสฺมึ สมเย มหานาโม กุฏุมฺพสามิโก โหติ. โส อนุรุทฺธสกฺกํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ – ‘‘เอตรหิ, ตาต อนุรุทฺธ, อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา สกฺยกุมารา ภควนฺตํ ปพฺพชิตํ อนุปพฺพชนฺติ, อมฺหากํ กุเล นตฺถิ โกจิ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต. เตน หิ ตฺวํ วา ปพฺพช, อหํ วา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา ฆราวาเส รุจึ อกตฺวา อตฺตสตฺตโม อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต. ตสฺส ปพฺพชฺชานุกฺกโม สงฺฆเภทกกฺขนฺธเก (จูฬว. ๓๓๐ อาทโย) อาคโตว.
เอวํ อนุปิยอมฺพวนํ คนฺตฺวา ปพฺพชิเตสุ ปน เตสุ ตสฺมึเยว อนฺโตวสฺเส ภทฺทิยตฺเถโร อรหตฺตํ ปาปุณิ. อนุรุทฺธตฺเถโร ทิพฺพจกฺขุํ นิพฺพตฺเตสิ, เทวทตฺโต อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสิ, อานนฺทตฺเถโร โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ, ภคุตฺเถโร จ กิมิลตฺเถโร จ ปจฺฉา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. เตสํ ปน สพฺเพสมฺปิ เถรานํ อตฺตโน อตฺตโน อาคตฏฺฐาเน ปุพฺพปตฺถนาภินีหาโร อาคมิสฺสติ. อยํ ปน อนุรุทฺธตฺเถโร ธมฺมเสนาปติสฺส สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เจติยรฏฺเฐ ปาจีนวํสมิคทายํ คนฺตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโต สตฺต มหาปุริสวิตกฺเก วิตกฺเกสิ, อฏฺฐเม กิลมติ. สตฺถา ‘‘อนุรุทฺโธ อฏฺฐเม มหาปุริสวิตกฺเก กิลมตี’’ติ ญตฺวา ‘‘ตสฺส สงฺกปฺปํ ปูเรสฺสามี’’ติ ตตฺถ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน อฏฺฐมํ มหาปุริสวิตกฺกํ ปูเรตฺวา จตุปจฺจยสนฺโตสภาวนารามปฏิมณฺฑิตํ มหาอริยวํสปฏิปทํ (อ. นิ. ๘.๓๐) กเถตฺวา อากาเส อุปฺปติตฺวา เภสกลาวนเมว คโต.
เถโร ตถาคเต คตมตฺเตเยว เตวิชฺโช มหาขีณาสโว หุตฺวา ‘‘สตฺถา มยฺหํ มนํ ชานิตฺวา อาคนฺตฺวา อฏฺฐมํ มหาปุริสวิตกฺกํ ปูเรตฺวา อทาสิ. โส จ เม มโนรโถ มตฺถกํ ปตฺโต’’ติ พุทฺธานํ ธมฺมเทสนํ อตฺตโน จ ปฏิวิทฺธธมฺมํ อารพฺภ อิมา คาถา อภาสิ –
‘‘มม สงฺกปฺปมญฺญาย, สตฺถา โลเก อนุตฺตโร;
มโนมเยน กาเยน, อิทฺธิยา อุปสงฺกมิ.
‘‘ยถา เม อหุ สงฺกปฺโป, ตโต อุตฺตริ เทสยิ;
นิปฺปปญฺจรโต พุทฺโธ, นิปฺปปญฺจมเทสยิ.
‘‘ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญาย, วิหาสึ สาสเน รโต;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺโต, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. (เถรคา. ๙๐๑-๙๐๓);
อถ นํ อปรภาเค สตฺถา เชตวนมหาวิหาเร วิหรนฺโต ‘‘มม สาสเน ทิพฺพจกฺขุกานํ อนุรุทฺโธ อคฺโค’’ติ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ.