อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรวตฺถุ

ตตฺถ เอตทคฺคนฺติ ปทํ วุตฺตตฺถเมว. รตฺตญฺญูนนฺติ รตฺติโย ชานนฺตานํ. ฐเปตฺวา หิ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อญฺโญ สาวโก อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรโต ปฐมตรํ ปพฺพชิโต นาม นตฺถีติ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย เถโร จิรกาลํ รตฺติโย ชานาตีติ รตฺตญฺญู. สพฺพปฐมํ ธมฺมสฺส ปฏิวิทฺธตฺตา ยทา เตน ธมฺโม ปฏิวิทฺโธ, จิรกาลโต ปฏฺฐาย ตํ รตฺตึ ชานาตีติปิ รตฺตญฺญู. อปิจ ขีณาสวานํ รตฺติทิวสปริจฺเฉโท ปากโฏว โหติ, อยญฺจ ปฐมขีณาสโวติ เอวมฺปิ รตฺตญฺญูนํ สาวกานํ อยเมว อคฺโค ปุริมโกฏิภูโต เสฏฺโฐ. เตน วุตฺตํ – ‘‘รตฺตญฺญูนํ ยทิทํ อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ’’ติ.

เอตฺถ จ ยทิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส เถรํ อเวกฺขิตฺวา โย เอโสติ, อคฺคสทฺทํ อเวกฺขิตฺวา ยํ เอตนฺติ อตฺโถ. อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญติ ญาตโกณฺฑญฺโญ ปฏิวิทฺธโกณฺฑญฺโญ. เตเนวาห – ‘‘อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญ, อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญติ. อิติ หิทํ อายสฺมโต โกณฺฑญฺญสฺส อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ เตฺวว นามํ อโหสี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๗).

อยํ ปน เถโร กตรพุทฺธกาเล ปุพฺพปตฺถนํ อภินีหารํ อกาสิ, กทา ปพฺพชิโต, กทาเนน ปฐมํ ธมฺโม อธิคโต, กทา ฐานนฺตเร ฐปิโตติ อิมินา นเยน สพฺเพสุปิ เอตทคฺเคสุ ปญฺหกมฺมํ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ อิมสฺส ตาว เถรสฺส ปญฺหกมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา – อิโต กปฺปสตสหสฺสมตฺถเก ปทุมุตฺตโร นาม พุทฺโธ โลเก อุทปาทิ, ตสฺส ปฏิวิทฺธสพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส มหาโพธิปลฺลงฺกโต อุฏฺฐหนฺตสฺส มหาปถวิยํ ฐเปตุํ ปาเท อุกฺขิตฺตมตฺเต ปาทสมฺปฏิจฺฉนตฺถํ มหนฺตํ ปทุมปุปฺผํ อุคฺคญฺฉิ, ตสฺส ธุรปตฺตานิ นวุติหตฺถานิ โหนฺติ, เกสรํ ตึสหตฺถํ, กณฺณิกา ทฺวาทสหตฺถา, ปาเทน ปติฏฺฐิตฏฺฐานํ เอกาทสหตฺถํ. ตสฺส ปน ภควโต สรีรํ อฏฺฐปณฺณาสหตฺถุพฺเพธํ อโหสิ. ตสฺส ปทุมกณฺณิกาย ทกฺขิณปาเท ปติฏฺฐหนฺเต มหาตุมฺพมตฺตา เรณุ อุคฺคนฺตฺวา สรีรํ โอกิรมานา โอตริ, วามปาทสฺส ฐปนกาเลปิ ตถารูปํเยว ปทุมํ อุคฺคนฺตฺวา ปาทํ สมฺปฏิจฺฉิ. ตโตปิ อุคฺคนฺตฺวา วุตฺตปฺปมาณาว เรณุ สรีรํ โอกิริ. ตํ ปน เรณุํ อภิภวมานา ตสฺส ภควโต สรีรปฺปภา นิกฺขมิตฺวา ยนฺตนาฬิกาย วิสฺสฏฺฐสุวณฺณรสธารา วิย สมนฺตา ทฺวาทสโยชนฏฺฐานํ เอโกภาสํ อกาสิ. ตติยปาทุทฺธรณกาเล ปถมุคฺคตํ ปทุมํ อนฺตรธายิ, ปาทสมฺปฏิจฺฉนตฺถํ อญฺญํ นวํ ปทุมํ อุคฺคญฺฉิ. อิมินาว นิยาเมน ยตฺถ ยตฺถ คนฺตุกาโม โหติ, ตตฺถ ตตฺถาปิ มหาปทุมํ อุคฺคจฺฉติ. เตเนวสฺส ‘‘ปทุมุตฺตรสมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ นามํ อโหสิ.

เอวํ โส ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสปริวาโร มหาชนสฺส สงฺคหตฺถาย คามนิคมราชธานีสุ ภิกฺขาย จรนฺโต หํสวตีนครํ สมฺปาปุณิ. ตสฺส อาคตภาวํ สุตฺวา ปิตา มหาราชา ปจฺจุคฺคมนํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส ธมฺมกถํ กเถสิ. เทสนาปริโยสาเน เกจิ โสตาปนฺนา เกจิ สกทาคามี เกจิ อนาคามี เกจิ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. ราชา สฺวาตนาย ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส กาลํ อาโรจาเปตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสปริวารสฺส ภควโต สกนิเวสเน มหาทานํ อทาสิ. สตฺถา ภตฺตานุโมทนํ กตฺวา วิหารเมว คโต. เตเนว นิยาเมน ปุนทิวเส นาครา, ปุนทิวเส ราชาติ ทีฆมทฺธานํ ทานํ อทํสุ.

ตสฺมึ กาเล อยํ เถโร หํสวตีนคเร คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺโต. เอกทิวสํ พุทฺธานํ ธมฺมเทสนากาเล หํสวตีนครวาสิโน คนฺธมาลาทิหตฺเถ เยน พุทฺโธ, เยน ธมฺโม, เยน สงฺโฆ, ตนฺนินฺเน ตปฺโปเณ ตปฺปพฺภาเร คจฺฉนฺเต ทิสฺวา เตน มหาชเนน สทฺธึ ธมฺมเทสนฏฺฐานํ อคมาสิ. ตสฺมิญฺจ สมเย ปทุมุตฺตโร ภควา อตฺตโน สาสเน ปฐมํ ปฏิวิทฺธธมฺมํ เอกํ ภิกฺขุํ เอตทคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. โส กุลปุตฺโต ตํ การณํ สุตฺวา ‘‘มหา วตายํ ภิกฺขุ, ฐเปตฺวา กิร พุทฺธํ อญฺโญ อิมินา ปฐมตรํ ปฏิวิทฺธธมฺโม นาม นตฺถิ. อโห วตาหมฺปิ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌนสมตฺโถ ภเวยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา เทสนาปริโยสาเน ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เสฺว มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตสิ. สตฺถา อธิวาเสสิ.

โส ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา สกนิเวสนํ คนฺตฺวา สพฺพรตฺตึ พุทฺธานํ นิสชฺชนฏฺฐานํ คนฺธทามมาลาทามาทีหิ อลงฺกริตฺวา ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน สกนิเวสเน ภิกฺขุสตสหสฺสปริวารสฺส ภควโต วิจิตฺรยาคุขชฺชกปริวารํ นานารสสูปพฺยญฺชนํ คนฺธสาลิโภชนํ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ติจีวรปโหนเก วงฺคปฏฺเฏ ตถาคตสฺส ปาทมูเล ฐเปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘นาหํ ปริตฺตกสฺส ฐานสฺสตฺถาย จรามิ, มหนฺตํ ฐานํ ปตฺเถนฺโต จรามิ, น โข ปน สกฺกา เอกเมว ทิวสํ ทานํ ทตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตุ’’นฺติ ‘‘อนุปฏิปาฏิยา สตฺต ทิวสานิ มหาทานํ ทตฺวา ปตฺเถสฺสามี’’ติ. โส เตเนว นิยาเมน สตฺต ทิวสานิ มหาทานํ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ทุสฺสโกฏฺฐาคารํ วิวราเปตฺวา อุตฺตมสุขุมวตฺถํ พุทฺธานํ ปาทมูเล ฐเปตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสํ ติจีวเรน อจฺฉาเทตฺวา ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, โย ตุเมฺหหิ อิโต สตฺตทิวสมตฺถเก ภิกฺขุ เอตทคฺเค ฐปิโต, อหมฺปิ โส ภิกฺขุ วิย อนาคเต อุปฺปชฺชนกพุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺโถ ภเวยฺย’’นฺติ วตฺวา สตฺถุ ปาทมูเล สีสํ กตฺวา นิปชฺชิ.

สตฺถา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อิมินา กุลปุตฺเตน มหาอธิกาโร กโต, สมิชฺฌิสฺสติ นุ โข เอตสฺส อยํ ปตฺถนา โน’’ติ อนาคตํสญาณํ เปเสตฺวา อาวชฺเชนฺโต ‘‘สมิชฺฌิสฺสตี’’ติ ปสฺสิ. พุทฺธานญฺหิ อตีตํ วา อนาคตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วา อารพฺภ อาวชฺเชนฺตานํ อาวรณํ นาม นตฺถิ, อเนกกปฺปโกฏิสตสหสฺสนฺตรมฺปิ จ อตีตํ วา อนาคตํ วา จกฺกวาฬสหสฺสนฺตรมฺปิ จ ปจฺจุปฺปนฺนํ วา อาวชฺชนปฏิพทฺธเมว มนสิการปฏิพทฺธเมว โหติ. เอวํ อปฺปฏิวตฺติเยน ญาเณน โส ภควา อิทํ อทฺทส – ‘‘อนาคเต สตสหสฺสกปฺปปริโยสาเน โคตโม นาม พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตทา อิมสฺส ปตฺถนา สมิชฺฌิสฺสตี’’ติ. อถ นํ เอวมาห – ‘‘อมฺโภ, กุลปุตฺต, อนาคเต สตสหสฺสกปฺปปริโยสาเน โคตโม นาม พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตฺวํ ตสฺส ปฐมกธมฺมเทสนาย เตปริวฏฺฏธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตปริโยสาเน อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ สหสฺสนยสมฺปนฺเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสสี’’ติ.

อิติ สตฺถา ตํ กุลปุตฺตํ พฺยากริตฺวา จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ เทเสตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ. ตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส สรีรํ สุวณฺณกฺขนฺโธ วิย เอกคฺฆนํ อโหสิ, สรีรเจติยํ ปนสฺสุพฺเพเธน สตฺตโยชนิกํ อกํสุ. อิฏฺฐกา สุวณฺณมยา อเหสุํ, หริตาลมโนสิลาย มตฺติกากิจฺจํ, เตเลน อุทกกิจฺจํ สาธยึสุ. พุทฺธานํ ธรมานกาเล สรีรปฺปภา ทฺวาทสโยชนิกํ ผริ, ปรินิพฺพุตานํ ปน เตสํ รสฺมิ นิกฺขมิตฺวา สมนฺตา โยชนสตํ อวตฺถริ.

อยํ เสฏฺฐิ พุทฺธานํ สรีรเจติยํ ปริวาเรตฺวา สหสฺสรตนคฺฆิยานิ กาเรสิ. เจติยปติฏฺฐาปนทิวเส อนฺโตเจติเย รตนฆรํ กาเรสิ. โส วสฺสสตสหสฺสํ มหนฺตํ ทานาทิมยํ กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา ตโต จุโต เทวปุเร นิพฺพตฺติ. ตสฺส เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตสฺเสว นวนวุติ กปฺปสหสฺสานิ นว กปฺปสตานิ นว จ กปฺปา สมติกฺกนฺตา. เอตฺตกสฺส กาลสฺส อจฺจเยน อิโต เอกนวุติกปฺปมตฺถเก อยํ กุลปุตฺโต พนฺธุมตีนครสฺส ทฺวารสมีเป คาเม กุฏุมฺพิยเคเห นิพฺพตฺโต. ตสฺส มหากาโลติ นามํ อโหสิ, กนิฏฺฐภาตา ปนสฺส จูฬกาโล นาม.

ตสฺมึ สมเย วิปสฺสี โพธิสตฺโต ตุสิตปุรา จวิตฺวา พนฺธุมตีนคเร พนฺธุมสฺส รญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺโต. อนุกฺกเมน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา ธมฺมเทสนตฺถาย มหาพฺรหฺมุนา อายาจิโต ‘‘กสฺส นุ โข ปฐมํ ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน กนิฏฺฐํ ขณฺฑํ นาม ราชกุมารํ ติสฺสญฺจ ปุโรหิตปุตฺตํ ‘‘ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถา’’ติ ทิสฺวา ‘‘เตสญฺจ ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, ปิตุ จ สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ โพธิมณฺฑโต อากาเสเนว อาคนฺตฺวา เขเม มิคทาเย โอติณฺโณ เต ปกฺโกสาเปตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน เต เทฺวปิ ชนา จตุราสีติยา ปาณสหสฺเสหิ สทฺธึ อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ.

อถาปเรปิ โพธิสตฺตกาเล อนุปพฺพชิตา จตุราสีติสหสฺสา กุลปุตฺตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ. สตฺถา ตํ ตตฺเถว ขณฺฑตฺเถรํ อคฺคสาวกฏฺฐาเน, ติสฺสตฺเถรํ ทุติยสาวกฏฺฐาเน ฐเปสิ. ราชาปิ ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘ปุตฺตํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อุยฺยานํ คนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ตีสุ สรเณสุ ปติฏฺฐาย สตฺถารํ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.

โส ปาสาทวรคโต นิสีทิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ เชฏฺฐปุตฺโต นิกฺขมิตฺวา พุทฺโธ ชาโต, ทุติยปุตฺโต เม อคฺคสาวโก, ปุโรหิตปุตฺโต ทุติยสาวโก. อิเม จ อวเสสภิกฺขู คิหิกาเลปิ มยฺหํ ปุตฺตเมว ปริวาเรตฺวา วิจรึสุ, อิเม ปุพฺเพปิ ทานิปิ มยฺหเมว ภารา, อหเมว เต จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิสฺสามิ, อญฺเญสํ โอกาสํ น ทสฺสามี’’ติ. วิหารทฺวารโกฏฺฐกโต ปฏฺฐาย ยาว ราชเคหทฺวารา อุโภสุ ปสฺเสสุ ขทิรปาการํ กาเรตฺวา วตฺเถหิ ปฏิจฺฉาทาเปตฺวา อุปริ สุวณฺณตารกวิจิตฺตํ สโมลมฺพิตตาลกฺขนฺธมตฺตวิวิธปุปฺผทามวิตานํ กาเรตฺวา เหฏฺฐาภูมึ วิจิตฺตตฺถรเณหิ สนฺถราเปตฺวา อนฺโต อุโภสุ ปสฺเสสุ มาลาคจฺฉเกสุ ปุณฺณฆเฏ สกลมคฺควาสตฺถาย จ คนฺธนฺตเรสุ ปุปฺผานิ ปุปฺผนฺตเรสุ คนฺเธ จ ฐปาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ. ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อนฺโตสาณิยาว ราชเคหํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา วิหารํ ปจฺจาคจฺฉติ. อญฺโญ โกจิ ทฏฺฐุมฺปิ น ลภติ, กุโต ปน ภิกฺขํ วา ทาตุํ ปูชํ วา กาตุํ.

นาครา จินฺเตสุํ – ‘‘อชฺช สตฺถุ โลเก อุปฺปนฺนสฺส สตฺตมาสาธิกานิ สตฺต สํวจฺฉรานิ, มยญฺจ ทฏฺฐุมฺปิ น ลภาม, ปเคว ภิกฺขํ วา ทาตุํ ปูชํ วา กาตุํ ธมฺมํ วา โสตุํ. ราชา ‘มยฺหํ เอว พุทฺโธ, มยฺหํ ธมฺโม, มยฺหํ สงฺโฆ’ติ มมายิตฺวา สยเมว อุปฏฺฐหติ. สตฺถา จ อุปฺปชฺชมาโน สเทวกสฺส โลกสฺส อตฺถาย อุปฺปนฺโน, น รญฺโญเยว อตฺถาย. น หิ รญฺโญเยว นิรโย อุโณฺห, อญฺเญสํ นีลุปฺปลวนสทิโส. ตสฺมา ราชานํ เอวํ วทาม ‘สเจ โน สตฺถารํ เทติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ เทติ, รญฺญา สทฺธึ ยุชฺฌิตฺวา สงฺฆํ คเหตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรม. น สกฺกา โข ปน สุทฺธนาคเรเหว เอวํ กาตุํ, เอกํ เชฏฺฐกปุริสมฺปิ คณฺหามา’’’ติ เสนาปตึ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘สามิ กึ อมฺหากํ ปกฺโข โหหิสิ, อุทาหุ รญฺโญ’’ติ อาหํสุ. โส อาห – ‘‘ตุมฺหากํ ปกฺโข โหมิ, อปิจ โข ปน ปฐมทิวโส มยฺหํ ทาตพฺโพ’’ติ. เต สมฺปฏิจฺฉึสุ.

โส ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘นาครา, เทว, ตุมฺหากํ กุปิตา’’ติ อาห. กิมตฺถํ ตาตาติ? สตฺถารํ กิร ตุเมฺหว อุปฏฺฐหถ, อเมฺห น ลภามาติ. สเจ อิทานิปิ ลภนฺติ, น กุปฺปนฺติ. อลภนฺตา ตุเมฺหหิ สทฺธึ ยุชฺฌิตุกามา, เทวาติ. ยุชฺฌามิ, ตาต, น ภิกฺขุสงฺฆํ เทมีติ. เทว, ตุมฺหากํ ทาสา ตุเมฺหหิ สทฺธึ ยุชฺฌามาติ วทนฺติ, ตุเมฺห กํ คณฺหิตฺวา ยุชฺฌิสฺสถาติ? นนุ ตฺวํ เสนาปตีติ? นาคเรหิ วินา อสมตฺโถ อหํ, เทวาติ. ตโต ราชา ‘‘พลวนฺโต นาครา, เสนาปติปิ เตสํเยว ปกฺโข’’ติ ญตฺวา ‘‘อญฺญานิ สตฺตมาสาธิกานิ สตฺต สํวจฺฉรานิ มยฺหํ ภิกฺขุสงฺฆํ เทนฺตู’’ติ อาห. นาครา น สมฺปฏิจฺฉึสุ. ราชา ‘‘ฉพฺพสฺสานิ ปญฺจวสฺสานี’’ติ เอวํ หาเปตฺวา อญฺเญ สตฺต ทิวเส ยาจิ. นาครา ‘‘อติกกฺขฬํ ทานิ รญฺญา สทฺธึ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อนุชานึสุ. ราชา สตฺตมาสาธิกานํ สตฺตนฺนํ สํวจฺฉรานํ สชฺชิตํ ทานมุขํ สตฺตนฺนเมว ทิวสานํ สชฺเชตฺวา ฉ ทิวเส เกสญฺจิ อปสฺสนฺตานํเยว ทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส นาคเร ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสถ, ตาตา, เอวรูปํ ทานํ ทาตุ’’นฺติ อาห. เตปิ ‘‘นนุ อเมฺหเยว นิสฺสาเยตํ เทวสฺส อุปฺปนฺน’’นฺติ วตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสามา’’ติ อาหํสุ. ราชา ปิฏฺฐิหตฺเถน อสฺสูนิ ปุญฺฉมาโน ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสํ อญฺญสฺสุ ภารํ อกตฺวา ยาวชีวํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิสฺสามีติ จินฺเตสึ, นาครานํ ทานิ เม อนุญฺญาตํ, นาครา หิ ‘มยํ ทานํ ทาตุํ น ลภามา’ติ ภควา กุปฺปนฺติ. เสฺวว ปฏฺฐาย เตสํ อนุคฺคหํ กโรถา’’ติ อาห.

อถ ทุติยทิวเส เสนาปติ มหาทานํ อทาสิ. ตโต นาครา รญฺญา กตสกฺการโต อุตฺตริตรํ สกฺการสมฺมานํ กตฺวา ทานํ อทํสุ. เอเตเนว นิยาเมน สกลนครสฺส ปฏิปาฏิยา คตาย ทฺวารคามวาสิโน สกฺการสมฺมานํ สชฺชยึสุ. มหากาลกุฏุมฺพิโก จูฬกาลํ อาห – ‘‘ทสพลสฺส สกฺการสมฺมานํ เสฺวว อมฺหากํ ปาปุณาติ, กึ สกฺการํ กริสฺสามา’’ติ? ตฺวเมว ภาติก ชานาหีติ. สเจ มยฺหํ รุจิยา กโรสิ, อมฺหากํ โสฬสกรีสมตฺเตสุ เขตฺเตสุ คหิตคพฺภา สาลิโย อตฺถิ. สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา อาทาย พุทฺธานํ อนุจฺฉวิกํ ปจาเปมาติ. เอวํ กยิรมาเน กสฺสจิ อุปกาโร น โหติ, ตสฺมา เนตํ มยฺหํ รุจฺจตีติ. สเจ ตฺวํ เอวํ น กโรสิ, อหํ มยฺหํ สนฺตกํ มมายิตุํ ลภามีติ โสฬสกรีสมตฺตํ เขตฺตํ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา อฏฺฐกรีสฏฺฐาเน สีมํ ฐเปตฺวา สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา อาทาย อสมฺภินฺเน ขีเร ปจาเปตฺวา จตุมธุรํ ปกฺขิปิตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส อทาสิ. กุฏุมฺพิกสฺส โข คพฺภํ ผาเลตฺวา คหิตคหิตฏฺฐานํ ปุน ปูรติ. ปุถุกกาเล ปุถุกคฺคํ นาม อทาสิ, คามวาสีหิ สทฺธึ อคฺคสสฺสํ นาม อทาสิ, ลายเน ลายนคฺคํ, เวณิกรเณ เวณคฺคํ, กลาปาทีสุ กลาปคฺคํ ขลคฺคํ ขลภณฺฑคฺคํ โกฏฺฐคฺคนฺติ. เอวํ โส เอกสสฺเสว นว วาเร อคฺคทานํ อทาสิ. ตมฺปิ สสฺสํ อติเรกํ อุฏฺฐานสมฺปนฺนํ อโหสิ.

ยาว พุทฺธา ธรติ, ยาว จ สงฺโฆ ธรติ, เอเตเนว นิยาเมน กลฺยาณกมฺมํ กตฺวา ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เทเวสุ เจว มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺโต เอกนวุติกปฺเป สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อมฺหากํ สตฺถุ โลเก อุปฺปนฺนกาเล กปิลวตฺถุนครสฺส อวิทูเร โทณวตฺถุพฺราหฺมณคาเม พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส นามคฺคหณทิวเส โกณฺฑญฺญมาณโวติ นามํ อกํสุ. โส วุฑฺฒิมนฺวาย ตโย เวเท อุคฺคเหตฺวา ลกฺขณมนฺตานํ ปารํ อคมาสิ. เตน สมเยน อมฺหากํ โพธิสตฺโต ตุสิตปุรา จวิตฺวา กปิลวตฺถุปุเร นิพฺพตฺติ. ตสฺส นามคฺคหณทิวเส อฏฺฐุตฺตรํ พฺราหฺมณสตํ อหตวตฺเถหิ อจฺฉาเทตฺวา อปฺโปทกํ มธุปายาสํ ปาเยตฺวา เตสํ อนฺตเร อฏฺฐ ชเน อุจฺจินิตฺวา มหาตเล นิสีทาเปตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺตํ โพธิสตฺตํ ทุกูลจุมฺพฏเก นิปชฺชาเปตฺวา ลกฺขณปริคฺคหณตฺถํ เตสํ สนฺติกํ อานยึสุ. ธุราสเน นิสินฺนพฺราหฺมโณ มหาปุริสสฺส สรีรสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา เทฺว องฺคุลิโย อุกฺขิปิ. เอวํ ปฏิปาฏิยา สตฺต ชนา อุกฺขิปึสุ. เตสํ ปน สพฺพนวโก โกณฺฑญฺญมาณโว, โส โพธิสตฺตสฺส ลกฺขณวรนิปฺผตฺตึ โอโลเกตฺวา ‘‘อคารมชฺเฌ ฐานการณํ นตฺถิ, เอกนฺเตเนส วิวฏฺฏจฺฉโท พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ เอกเมว องฺคุลึ อุกฺขิปิ. อิตเร ปน สตฺต ชนา ‘‘สเจ อคารํ อชฺฌาวสิสฺสติ, ราชา ภวิสฺสติ จกฺกวตฺตี. สเจ ปพฺพชิสฺสติ, พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ เทฺว คติโย ทิสฺวา เทฺว องฺคุลิโย อุกฺขิปึสุ. อยํ ปน โกณฺฑญฺโญ กตาธิกาโร ปจฺฉิมภวิกสตฺโต ปญฺญาย อิตเร สตฺต ชเน อภิภวิตฺวา ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคตสฺส อคารมชฺเฌ ฐานกรณํ นาม นตฺถิ, นิสฺสํสยํ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ เอกเมว คตึ อทฺทส, ตสฺมา เอกํ องฺคุลึ อุกฺขิปิ. ตโต พฺราหฺมณา อตฺตโน ฆรานิ คนฺตฺวา ปุตฺเต อามนฺตยึสุ – ‘‘ตาตา, อเมฺห มหลฺลกา, สุทฺโธทนมหาราชสฺส ปุตฺตํ สพฺพญฺญุตปฺปตฺตํ มยํ สมฺภาเวยฺยาม วา โน วา. ตุเมฺห ตสฺมึ กุมาเร สพฺพญฺญุตํ ปตฺเต ตสฺส สาสเน ปพฺพเชยฺยาถา’’ติ.

สุทฺโธทนมหาราชาปิ โพธิสตฺตสฺส ธาติโย อาทึ กตฺวา ปริหารํ อุปฏฺฐเปนฺโต โพธิสตฺตํ วุทฺธึ อาปาเทสิ. มหาสตฺโตปิ วุทฺธิปฺปตฺโต เทโว วิย สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ปริปกฺเก ญาเณ กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ทิสฺวา ราหุลกุมารสฺส ชาตทิวเส ฉนฺนสหาโย กณฺฑกํ อารุยฺห เทวตาหิ วิวเฏน ทฺวาเรน มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา เตเนว รตฺติภาเคน ตีณิ รชฺชานิ อติกฺกมิตฺวา อโนมานทีตีเร ปพฺพชิตฺวา ฆฏิการมหาพฺรหฺมุนา อาภเต อรหทฺธเช คหิตมตฺเตเยว วสฺสสฏฺฐิกตฺเถโร วิย ปาสาทิเกน อิริยาปเถน ราชคหํ ปตฺวา ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปณฺฑวปพฺพตจฺฉายาย ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา รญฺญา มาคเธน รชฺชสิริยา นิมนฺติยมาโนปิ ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อนุกฺกเมน อุรุเวลํ คนฺตฺวา ‘‘รมณีโย วต อยํ ภูมิภาโค, อลํ วติทํ กุลปุตฺตสฺส ปธานตฺถิกสฺส ปธานายา’’ติ ปธานาภิมุขํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา ตตฺถ วาสํ อุปคโต.

เตน สมเยน อิตเร สตฺต พฺราหฺมณา ยถากมฺมํ คตา, สพฺพทหโร ปน ลกฺขณปริคฺคาหโก โกณฺฑญฺญมาณโว อโรโค. โส ‘‘มหาปุริโส ปพฺพชิโต’’ติ สุตฺวา เตสํ พฺราหฺมณานํ ปุตฺเต อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห – ‘‘สิทฺธตฺถกุมาโร กิร ปพฺพชิโต. โส หิ นิสฺสํสยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ. สเจ ตุมฺหากํ ปิตโร อโรคา อสฺสุ, อชฺช นิกฺขมิตฺวา ปพฺพเชยฺยุํ. สเจ ตุเมฺหปิ อิจฺฉถ, เอถ มยํ ตํ มหาปุริสมนุปพฺพชิสฺสามา’’ติ. เต สพฺเพ เอกจฺฉนฺทา ภวิตุํ นาสกฺขึสุ. ตโย ชนา น ปพฺพชึสุ, โกณฺฑญฺญพฺราหฺมณํ เชฏฺฐกํ กตฺวา อิตเร จตฺตาโร ปพฺพชึสุ. อิเม ปญฺจ ปพฺพชิตฺวา คามนิคมราชธานีสุ ภิกฺขาย จรนฺตา โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ อคมึสุ. เต ฉพฺพสฺสานิ โพธิสตฺเต มหาปธานํ ปทหนฺเต ‘‘อิทานิ พุทฺโธ ภวิสฺสติ อิทานิ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ มหาสตฺตํ อุปฏฺฐหมานา สนฺติกาวจราวสฺส อเหสุํ. ยทา ปน โพธิสตฺโต เอกติลตณฺฑุลาทีหิ วีตินาเมนฺโตปิ ทุกฺกรการิกาย อริยธมฺมปฏิเวธสฺส อภาวํ ญตฺวา โอฬาริกํ อาหารํ อาหริ, ตทา เต ปกฺกมิตฺวา อิสิปตนํ อคมํสุ.

อถ โพธิสตฺโต โอฬาริกาหารปริโภเคน ฉวิมํสโลหิตปาริปูรึ กตฺวา วิสาขปุณฺณมทิวเส สุชาตาย ทินฺนํ วรโภชนํ ภุญฺชิตฺวา สุวณฺณปาตึ นทิยา ปฏิโสตํ ขิปิตฺวา ‘‘อชฺช พุทฺโธ ภวิสฺสามี’’ติ กตสนฺนิฏฺฐาโน สายนฺหสมเย กาเลน นาคราเชน อเนเกหิ ถุติสเตหิ อภิตฺถวิยมาโน มหาโพธิมณฺฑํ อารุยฺห อจลฏฺฐาเน ปาจีนโลกธาตุอภิมุโข ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา จตุรงฺคสมนฺนาคตํ วีริยํ อธิฏฺฐาย สูริเย ธรมาเนเยว มารพลํ วิธมิตฺวา ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสริตฺวา มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธตฺวา ปจฺจูสกาลสมนนฺตเร ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ญาณํ โอตาเรตฺวา อนุโลมปฏิโลมํ ปจฺจยาการวฏฺฏํ สมฺมสนฺโต สพฺพพุทฺเธหิ ปฏิวิทฺธํ อสาธารณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา นิพฺพานารมฺมณาย ผลสมาปตฺติยา ตตฺเถว สตฺตาหํ วีตินาเมสิ.

เอเตเนว อุปาเยน สตฺตสตฺตาหํ โพธิมณฺเฑ วิหริตฺวา ราชายตนมูเล มธุปิณฺฑิกโภชนํ ปริภุญฺชิตฺวา ปุน อชปาลนิโคฺรธมูลํ อาคนฺตฺวา ตตฺถ นิสินฺโน ธมฺมคมฺภีรตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺเต นมนฺเต มหาพฺรหฺมุนา ยาจิโต พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต ติกฺขินฺทฺริยาทิเภเท สตฺเต ทิสฺวา มหาพฺรหฺมุโน ธมฺมเทสนาย ปฏิญฺญํ ทตฺวา ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ อาฬารุทกานํ กาลกตภาวํ ญตฺวา ปุน จินฺเตนฺโต ‘‘พหูปการา โข ปน เม ปญฺจวคฺคิยา ภิกฺขู, เย มํ ปธานปหิตตฺตํ อุปฏฺฐหึสุ. ยํนูนาหํ ปญฺจวคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺย’’นฺติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. อิทํ ปน สพฺพเมว พุทฺธานํ ปริวิตกฺกมตฺตเมว, ฐเปตฺวา ปน โกณฺฑญฺญพฺราหฺมณํ อญฺโญ โกจิ ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. โสปิ เอตทตฺถเมว กปฺปสตสหสฺสํ อธิการกมฺมํ อกาสิ, พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส นว วาเร อคฺคสสฺสทานํ อทาสิ.

อถ สตฺถา ปตฺตจีวรมาทาย อนุปุพฺเพน อิสิปตนํ คนฺตฺวา เยน ปญฺจวคฺคิยา ภิกฺขู, เตนุปสงฺกมิ. เต ตถาคตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาว อตฺตโน กติกาย สณฺฐาตุํ นาสกฺขึสุ. เอโก ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคเหสิ, เอโก อาสนํ ปญฺญาเปสิ, เอโก ปาโททกํ ปจฺจุปฏฺฐาเปสิ, เอโก ปาเท โธวิ, เอโก ตาลวณฺฏํ คเหตฺวา พีชมาโน ฐิโต. เอวํ เตสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา สนฺติเก นิสินฺเนสุ โกณฺฑญฺญตฺเถรํ กายสกฺขึ กตฺวา สตฺถา อนุตฺตรํ เตปริวฏฺฏํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตํ อารภิ. มนุสฺสปริสา ปญฺจ ชนาว อเหสุํ, เทวปริสา อปริจฺฉินฺนา. เทสนาปริโยสาเน โกณฺฑญฺญตฺเถโร อฏฺฐารสหิ มหาพฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต. อถ สตฺถา ‘‘มยา ทุกฺกรสตาภตํ ธมฺมํ ปฐมเมว อญฺญาสีติ อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ นาม อย’’นฺติ เถรํ อาลปนฺโต ‘‘อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญ, อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญ’’ติ อาห. ตสฺส ตเทว นามํ ชาตํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อิติ หิทํ อายสฺมโต โกณฺฑญฺญสฺส อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญเตฺวว นามํ อโหสี’’ติ.

อิติ เถโร อาสาฬฺหิปุณฺณมายํ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต, ปาฏิปททิวเส ภทฺทิยตฺเถโร, ทุติยปกฺขทิวเส วปฺปตฺเถโร, ตติยปกฺขทิวเส มหานามตฺเถโร, ปกฺขสฺส จตุตฺถิยํ อสฺสชิตฺเถโร โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต. ปญฺจมิยา ปน ปกฺขสฺส อนตฺตลกฺขณสุตฺตนฺตเทสนาปริโยสาเน สพฺเพปิ อรหตฺเต ปติฏฺฐิตา.

เตน โข ปน สมเยน ฉ โลเก อรหนฺโต โหนฺติ. ตโต ปฏฺฐาย สตฺถา ยสทารกปฺปมุเข ปญฺจปญฺญาส ปุริเส, กปฺปาสิยวนสณฺเฑ ตึสมตฺเต ภทฺทวคฺคิเย, คยาสีเส ปิฏฺฐิปาสาเณ สหสฺสมตฺเต ปุราณชฏิเลติ เอวํ มหาชนํ อริยภูมึ โอตาเรตฺวา พิมฺพิสารปฺปมุขานิ เอกาทสนหุตานิ โสตาปตฺติผเล, เอกํ นหุตํ สรณตฺตเย ปติฏฺฐาเปตฺวา ชมฺพุทีปตเล สาสนํ ปุปฺผิตผลิตํ กตฺวา สกลชมฺพุทีปมณฺฑลํ กาสาวปชฺโชตํ อิสิวาตปฏิวาตํ กโรนฺโต เอกสฺมึ สมเย เชตวนมหาวิหารํ ปตฺวา ตตฺถ วสนฺโต ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสนคโต ธมฺมํ เทเสนฺโต ‘‘ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิทฺธภิกฺขูนํ อนฺตเร มม ปุตฺโต โกณฺฑญฺโญ อคฺโค’’ติ ทสฺเสตุํ เอตทคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ.

เถโรปิ เทฺว อคฺคสาวเก อตฺตโน นิปจฺจการํ กโรนฺเต ทิสฺวา พุทฺธานํ สนฺติกา อปกฺกมิตุกาโม หุตฺวา ‘‘ปุณฺณมาณโว ปพฺพชิตฺวา สาสเน อคฺคธมฺมกถิโก ภวิสฺสตี’’ติ ทิสฺวา โทณวตฺถุพฺราหฺมณคามํ คนฺตฺวา อตฺตโน ภาคิเนยฺยํ ปุณฺณมาณวํ ปพฺพาเชตฺวา ‘‘อยํ พุทฺธานํ สนฺติเก วสิสฺสตี’’ติ ตสฺส พุทฺธานํ อนฺเตวาสิกภาวํ กตฺวา สยํ ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ภควา มยฺหํ คามนฺตเสนาสนํ อสปฺปายํ, อากิณฺโณ วิหริตุํ น สกฺโกมิ, ฉทฺทนฺตทหํ คนฺตฺวา วสิสฺสามี’’ติ ภควนฺตํ อนุชานาเปตฺวา อุฏฺฐายาสนา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ฉทฺทนฺตทหํ คนฺตฺวา ฉทฺทนฺตหตฺถิกุลํ นิสฺสาย ทฺวาทส วสฺสานิ วีตินาเมตฺวา ตตฺเถว อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ.