๓. ติกปุคฺคลปญฺญตฺติ

๙๑. กตโม จ ปุคฺคโล นิราโส? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม อสุจิ สงฺกสฺสรสมาจาโร ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ อนฺโตปูติ อวสฺสุโต กสมฺพุชาโต. โส สุณาติ – ‘‘อิตฺถนฺนาโม กิร ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ. ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘นิราโส’’.

๙๒. กตโม จ ปุคฺคโล อาสํโส? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม. โส สุณาติ – ‘‘อิตฺถนฺนาโม กิร ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อาสํโส’’.

๙๓. กตโม จ ปุคฺคโล วิคตาโส? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส สุณาติ – ‘‘อิตฺถนฺนาโม กิร ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ. ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ยา หิสฺส ปุพฺเพ อวิมุตฺตสฺส วิมุตฺตาสา, สา ปฏิปฺปสฺสทฺธา. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘วิคตาโส’’.

๙๔. ตตฺถ กตเม ตโย คิลานูปมา ปุคฺคลา? ตโย คิลานา – อิเธกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ, ลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ, ลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ อลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ, เนว วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา. (๑)

อิธ ปเนกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ, ลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ, ลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ อลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ, วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา. (๒)

อิธ ปเนกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโต สปฺปายานิ โภชนานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโต สปฺปายานิ เภสชฺชานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโต ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ โน อลภนฺโต, วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา. (๓)

ตตฺร ยฺวายํ คิลาโน ลภนฺโต สปฺปายานิ โภชนานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโต สปฺปายานิ เภสชฺชานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโต ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ โน อลภนฺโต, วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา, อิมํ คิลานํ ปฏิจฺจ ภควตา คิลานภตฺตํ อนุญฺญาตํ คิลานเภสชฺชํ อนุญฺญาตํ คิลานุปฏฺฐาโก อนุญฺญาโต. อิมญฺจ ปน คิลานํ ปฏิจฺจ อญฺเญปิ คิลานา อุปฏฺฐาตพฺพา.

เอวเมวํ [เอวเมว (สี.)] ตโย คิลานูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย อลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย, ลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย อลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย, เนว โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. (๑)

อิธ ปเนกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย อลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย, ลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย อลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย, โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. (๒)

อิธ ปเนกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโต ตถาคตํ ทสฺสนาย โน อลภนฺโต, ลภนฺโต ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย โน อลภนฺโต, โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. (๓)

ตตฺร ยฺวายํ ปุคฺคโล ลภนฺโต ตถาคตํ ทสฺสนาย โน อลภนฺโต, ลภนฺโต ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย โน อลภนฺโต, โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ, อิมํ ปุคฺคลํ ปฏิจฺจ ภควตา ธมฺมเทสนา อนุญฺญาตา, อิมญฺจ ปุคฺคลํ ปฏิจฺจ อญฺเญสมฺปิ ธมฺโม เทเสตพฺโพ. อิเม ตโย คิลานูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ.

๙๕. กตโม จ ปุคฺคโล กายสกฺขี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘กายสกฺขี’’.

๙๖. กตโม จ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ทิฏฺฐิปฺปตฺโต’’.

๙๗. กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ, โน จ โข ยถาทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สทฺธาวิมุตฺโต’’.

๙๘. กตโม จ ปุคฺคโล คูถภาณี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล มุสาวาที โหติ สภคฺคโต วา ปริสคฺคโต วา ญาติมชฺฌคโต วา ปูคมชฺฌคโต วา ราชกุลมชฺฌคโต วา อภินีโต สกฺขิปุฏฺโฐ – ‘‘เอหมฺโภ [เอหิ โภ (สฺยา. ก.) ม. นิ. ๑.๔๔๐; อ. นิ. ๓.๒๘], ปุริส, ยํ ชานาสิ ตํ วเทหี’’ติ, โส อชานํ วา อาห – ‘‘ชานามี’’ติ, ชานํ วา อาห – ‘‘น ชานามี’’ติ, อปสฺสํ วา อาห – ‘‘ปสฺสามี’’ติ, ปสฺสํ วา อาห – ‘‘น ปสฺสามี’’ติ. อิติ อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วา อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘คูถภาณี’’.

๙๙. กตโม จ ปุคฺคโล ปุปฺผภาณี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล มุสาวาทํ ปหาย มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ สภคฺคโต วา ปริสคฺคโต วา ญาติมชฺฌคโต วา ปูคมชฺฌคโต วา ราชกุลมชฺฌคโต วา อภินีโต สกฺขิปุฏฺโฐ – ‘‘เอหมฺโภ, ปุริส, ยํ ชานาสิ ตํ วเทหี’’ติ, โส อชานํ วา อาห – ‘‘น ชานามี’’ติ, ชานํ วา อาห – ‘‘ชานามี’’ติ, อปสฺสํ วา อาห – ‘‘น ปสฺสามี’’ติ, ปสฺสํ วา อาห – ‘‘ปสฺสามี’’ติ. อิติ อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วา อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา น สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปุปฺผภาณี’’.

๑๐๐. กตโม จ ปุคฺคโล มธุภาณี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ยา สา วาจา เนลา กณฺณสุขา เปมนิยา หทยงฺคมา โปรี พหุชนกนฺตา พหุชนมนาปา, ตถารูปึ วาจํ ภาสิตา โหติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘มธุภาณี’’.

๑๐๑. กตโม จ ปุคฺคโล อรุกูปมจิตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ [ปติฏฺฐียติ (สฺยา. ก.) อ. นิ. ๓.๒๕], โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ นาม ทุฏฺฐารุโก กฏฺเฐน วา กฐลาย [กถลาย (ก.), กถเลน (อฏฺฐกถา) อ. นิ. ๓.๒๕] วา ฆฏฺฏิโต ภิยฺโยโส มตฺตาย อาสวํ เทติ [อสฺสวโนติ (สี.)], เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อรุกูปมจิตฺโต’’.

๑๐๒. กตโม จ ปุคฺคโล วิชฺชูปมจิตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เสยฺยถาปิ นาม จกฺขุมา ปุริโส รตฺตนฺธการติมิสาย วิชฺชนฺตริกาย รูปานิ ปสฺเสยฺย, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘วิชฺชูปมจิตฺโต’’.

๑๐๓. กตโม จ ปุคฺคโล วชิรูปมจิตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เสยฺยถาปิ นาม วชิรสฺส นตฺถิ กิญฺจิ อเภชฺชํ มณิ วา ปาสาโณ วา, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘วชิรูปมจิตฺโต’’.

๑๐๔. กตโม จ ปุคฺคโล อนฺโธ? อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย; ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย, สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย, หีนปฺปณีเต ธมฺเม ชาเนยฺย, กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อนฺโธ’’.

๑๐๕. กตโม จ ปุคฺคโล เอกจกฺขุ? อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ โหติ, ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย; ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย, สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย, หีนปฺปณีเต ธมฺเม ชาเนยฺย, กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘เอกจกฺขุ’’.

๑๐๖. กตโม จ ปุคฺคโล ทฺวิจกฺขุ? อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย; ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย, สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย, หีนปฺปณีเต ธมฺเม ชาเนยฺย, กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ทฺวิจกฺขุ’’.

๑๐๗. กตโม จ ปุคฺคโล อวกุชฺชปญฺโญ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา [คโต (สี.), คนฺตฺวา (สฺยา.)] โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย [ธมฺมสฺสวนาย (สฺยา.)]. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ. เสยฺยถาปิ นาม กุมฺโภ นิกฺกุชฺโช [นิกุชฺโช (สฺยา.) อ. นิ. ๓.๓๐] ตตฺร อุทกํ อาสิตฺตํ วิวฏฺฏติ, โน สณฺฐาติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อวกุชฺชปญฺโญ’’.

๑๐๘. กตโม จ ปุคฺคโล อุจฺฉงฺคปญฺโญ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโต จ โข ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ. เสยฺยถาปิ นาม ปุริสสฺส อุจฺฉงฺเค นานาขชฺชกานิ อากิณฺณานิ – ติลา ตณฺฑุลา [ติลตณฺฑุลา (ก.) อ. นิ. ๓.๓๐] โมทกา พทรา. โส ตมฺหา อาสนา วุฏฺฐหนฺโต สติสมฺโมสา ปกิเรยฺย. เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโต จ โข ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนว อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, น มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อุจฺฉงฺคปญฺโญ’’.

๑๐๙. กตโม จ ปุคฺคโล ปุถุปญฺโญ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. เสยฺยถาปิ นาม กุมฺโภ อุกฺกุชฺโช ตตฺร อุทกํ อาสิตฺตํ สณฺฐาติ, โน วิวฏฺฏติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหนฺติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปุถุปญฺโญ’’.

๑๑๐. กตโม จ ปุคฺคโล กาเมสุ จ ภเวสุ จ อวีตราโค? โสตาปนฺนสกทาคามิโน – อิเม วุจฺจนฺติ ปุคฺคลา ‘‘กาเมสุ จ ภเวสุ จ อวีตราคา’’.

๑๑๑. กตโม จ ปุคฺคโล กาเมสุ วีตราโค, ภเวสุ อวีตราโค? อนาคามี – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘กาเมสุ วีตราโค, ภเวสุ อวีตราโค’’.

๑๑๒. กตโม จ ปุคฺคโล กาเมสุ จ ภเวสุ จ วีตราโค? อรหา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘กาเมสุ จ ภเวสุ จ วีตราโค’’.

๑๑๓. กตโม จ ปุคฺคโล ปาสาณเลขูปโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ จิรํ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เสยฺยถาปิ นาม ปาสาเณ เลขา น ขิปฺปํ ลุชฺชติ วาเตน วา อุทเกน วา, จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ จิรํ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปาสาณเลขูปโม’’.

๑๑๔. กตโม จ ปุคฺคโล ปถวิเลขูปโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ น จิรํ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เสยฺยถาปิ นาม ปถวิยา [ปฐวิยา (สี. สฺยา.)] เลขา ขิปฺปํ ลุชฺชติ วาเตน วา อุทเกน วา, น จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ น จิรํ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปถวิเลขูปโม’’.

๑๑๕. กตโม จ ปุคฺคโล อุทกเลขูปโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาคาเฬฺหนปิ วุจฺจมาโน ผรุเสนปิ วุจฺจมาโน อมนาเปนปิ วุจฺจมาโน สํสนฺทติเมว [… เจว (สฺยา.) อ. นิ. ๓.๑๓๓] สนฺธิยติเมว [… เจว (สฺยา.) อ. นิ. ๓.๑๓๓] สมฺโมทติเมว [… เจว (สฺยา.) อ. นิ. ๓.๑๓๓]. เสยฺยถาปิ นาม อุทเก เลขา ขิปฺปํ ลุชฺชติ, น จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาคาเฬฺหนปิ วุจฺจมาโน ผรุเสนปิ วุจฺจมาโน อมนาเปนปิ วุจฺจมาโน สํสนฺทติเมว สนฺธิยติเมว สมฺโมทติเมว – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อุทกเลขูปโม’’.

๑๑๖. ตตฺถ กตเม ตโย โปตฺถกูปมา ปุคฺคลา? ตโย โปตฺถกา – นโวปิ โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ เจว โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ, มชฺฌิโมปิ โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ เจว โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ, ชิณฺโณปิ โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ เจว โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ. ชิณฺณมฺปิ โปตฺถกํ อุกฺขลิปริมชฺชนํ วา กโรนฺติ สงฺการกูเฏ วา นํ ฉฑฺเฑนฺติ. เอวเมวํ ตโยเม โปตฺถกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ. กตเม ตโย? นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม, อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย. อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เยสํ โข ปน โส ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เตสํ ตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ. อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล.

มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขุ โหติ…เป… เถโร เจปิ ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม, อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย. อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เยสํ โข ปน โส ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เตสํ ตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ. อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล.

เอวรูโป เจ เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ. ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘กึ นุ โข ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน, ตฺวมฺปิ นาม ภณิตพฺพํ มญฺญสี’’ติ! โส กุปิโต อนตฺตมโน ตถารูปึ วาจํ นิจฺฉาเรติ ยถารูปาย วาจาย สงฺโฆ ตํ อุกฺขิปติ, สงฺการกูเฏว นํ โปตฺถกํ. อิเม ตโย โปตฺถกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ.

๑๑๗. ตตฺถ กตเม ตโย กาสิกวตฺถูปมา ปุคฺคลา? ตีณิ กาสิกวตฺถานิ – นวมฺปิ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ, มชฺฌิมมฺปิ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ, ชิณฺณมฺปิ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ. ชิณฺณมฺปิ กาสิกวตฺถํ รตนปลิเวฐนํ วา กโรนฺติ คนฺธกรณฺฑเก วา นํ นิกฺขิปนฺติ.

เอวเมวํ ตโยเม กาสิกวตฺถูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ. กตเม ตโย? นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม, อิทมสฺส สุวณฺณตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย. อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เยสํ โข ปน โส [เยสํ โข ปน (สพฺพตฺถ) อ. นิ. ๓.๑๐๐] ปฏิคฺคณฺหาติ [ปติคณฺหาติ (สี.) รูปสิทฺธิฏีกาย ปน สเมติ] จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เตสํ ตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ. อิทมสฺส มหคฺฆตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ มหคฺฆํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล.

มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขุ…เป… เถโร เจปิ ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม, อิทมสฺส สุวณฺณตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย. อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เยสํ โข ปน โส ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เตสํ ตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ. อิทมสฺส มหคฺฆตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ มหคฺฆํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล.

เอวรูโป เจ เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ, ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘อปฺปสทฺทา อายสฺมนฺโต โหถ, เถโร ภิกฺขุ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ ภณตี’’ติ. ตสฺส ตํ วจนํ อาเธยฺยํ คจฺฉติ, คนฺธกรณฺฑเกว นํ กาสิกวตฺถํ. อิเม ตโย กาสิกวตฺถูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ.

๑๑๘. กตโม จ ปุคฺคโล สุปฺปเมยฺโย? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อุทฺธโต โหติ อุนฺนโฬ จปโล มุขโร วิกิณฺณวาโจ มุฏฺฐสฺสติ อสมฺปชาโน อสมาหิโต วิพฺภนฺตจิตฺโต ปากฏินฺทฺริโย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สุปฺปเมยฺโย’’.

๑๑๙. กตโม จ ปุคฺคโล ทุปฺปเมยฺโย? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อนุทฺธโต โหติ อนุนฺนโฬ อจปโล อมุขโร อวิกิณฺณวาโจ อุปฏฺฐิตสฺสติ สมฺปชาโน สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต สํวุตินฺทฺริโย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ทุปฺปเมยฺโย’’.

๑๒๐. กตโม จ ปุคฺคโล อปฺปเมยฺโย? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อปฺปเมยฺโย’’.

๑๒๑. กตโม จ ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล หีโน โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ, อญฺญตฺร อนุทฺทยา อญฺญตฺร อนุกมฺปา.

๑๒๒. กตโม จ ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สทิโส โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? ‘‘สีลสามญฺญคตานํ สตํ สีลกถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสติ; สมาธิสามญฺญคตานํ สตํ สมาธิกถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี [ปวตฺตนี (สี.) อ. นิ. ๓.๒๖] ภวิสฺสติ; ปญฺญาสามญฺญคตานํ สตํ ปญฺญากถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ.

๑๒๓. กตโม จ ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อธิโก โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? ‘‘อปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ; อปริปูรํ วา สมาธิกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา สมาธิกฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ; อปริปูรํ วา ปญฺญากฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา ปญฺญากฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามี’’ติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ.

๑๒๔. กตโม จ ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม อสุจิ สงฺกสฺสรสมาจาโร ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ อนฺโตปูติ อวสฺสุโต กสมฺพุชาโต. เอวรูโป ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? กิญฺจาปิ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘‘ปาปมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล ปาปสหาโย ปาปสมฺปวงฺโก’’ติ. เสยฺยถาปิ นาม อหิ คูถคโต กิญฺจาปิ น ฑํสติ, อถ โข นํ มกฺเขติ; เอวเมวํ กิญฺจาปิ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘‘ปาปมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล ปาปสหาโย ปาปสมฺปวงฺโก’’ติ! ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ.

๑๒๕. กตโม จ ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ นาม ทุฏฺฐารุโก กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิโต ภิยฺโยโส มตฺตาย อาสวํ เทติ, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ นาม ตินฺทุกาลาตํ กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิตํ ภิยฺโยโส มตฺตาย จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ นาม คูถกูโป กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิโต ภิยฺโยโส มตฺตาย ทุคฺคนฺโธ โหติ, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ; เอวรูโป ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? ‘‘อกฺโกเสยฺยปิ มํ ปริภาเสยฺยปิ มํ อนตฺถมฺปิ เม กเรยฺยา’’ติ! ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ.

๑๒๖. กตโม จ ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม – เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? กิญฺจาปิ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘‘กลฺยาณมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก’’ติ! ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ.

๑๒๗. กตโม จ ปุคฺคโล สีเลสุ ปริปูรการี, สมาธิสฺมึ มตฺตโส การี, ปญฺญาย มตฺตโส การี? โสตาปนฺนสกทาคามิโน – อิเม วุจฺจนฺติ ปุคฺคลา สีเลสุ ปริปูรการิโน, สมาธิสฺมึ มตฺตโส การิโน, ปญฺญาย มตฺตโส การิโน.

๑๒๘. กตโม จ ปุคฺคโล สีเลสุ จ ปริปูรการี, สมาธิสฺมิญฺจ ปริปูรการี, ปญฺญาย มตฺตโส การี? อนาคามี – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สีเลสุ จ ปริปูรการี, สมาธิสฺมิญฺจ ปริปูรการี, ปญฺญาย มตฺตโส การี.

๑๒๙. กตโม จ ปุคฺคโล สีเลสุ จ ปริปูรการี, สมาธิสฺมิญฺจ ปริปูรการี, ปญฺญาย จ ปริปูรการี? อรหา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สีเลสุ จ ปริปูรการี, สมาธิสฺมิญฺจ ปริปูรการี, ปญฺญาย จ ปริปูรการี.

๑๓๐. ตตฺถ กตเม ตโย สตฺถาโร? อิเธกจฺโจ สตฺถา กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ [ปญฺญาเปติ (สี. สฺยา.)], น รูปานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ. อิธ ปเนกจฺโจ สตฺถา กามานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ. อิธ ปเนกจฺโจ สตฺถา กามานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, เวทนานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ.

ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น รูปานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปาวจรสมาปตฺติยา ลาภี สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา กามานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, อรูปาวจรสมาปตฺติยา ลาภี สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา กามานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, เวทนานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. อิเม ตโย สตฺถาโร.

๑๓๑. ตตฺถ กตเม อปเรปิ ตโย สตฺถาโร? อิเธกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ, อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ. อิธ ปเนกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ, โน จ โข อภิสมฺปรายํ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ. อิธ ปเนกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ, อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ.

ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ, อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ, สสฺสตวาโท สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ, โน จ โข อภิสมฺปรายํ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ, อุจฺเฉทวาโท สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ, อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. อิเม อปเรปิ ตโย สตฺถาโร.

ติกนิทฺเทโส.