นิทฺเทโส
๑. เอกกปุคฺคลปญฺญตฺติ
๑. กตโม จ ปุคฺคโล สมยวิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล กาเลน กาลํ สมเยน สมยํ อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา [ผสฺสิตฺวา (สี. ปี.)] วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สมยวิมุตฺโต’’.
๒. กตโม จ ปุคฺคโล อสมยวิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข กาเลน กาลํ สมเยน สมยํ อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อสมยวิมุตฺโต’’. สพฺเพปิ อริยปุคฺคลา อริเย วิโมกฺเข อสมยวิมุตฺตา.
๓. กตโม จ ปุคฺคโล กุปฺปธมฺโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี โหติ รูปสหคตานํ วา อรูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีนํ. โส จ โข น นิกามลาภี โหติ น อกิจฺฉลาภี น อกสิรลาภี; น ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ สมาปชฺชติปิ วุฏฺฐาติปิ. ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ, ยํ ตสฺส ปุคฺคลสฺส ปมาทมาคมฺม ตา สมาปตฺติโย กุปฺเปยฺยุํ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘กุปฺปธมฺโม’’.
๔. กตโม จ ปุคฺคโล อกุปฺปธมฺโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี โหติ รูปสหคตานํ วา อรูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีนํ. โส จ โข นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี; ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ สมาปชฺชติปิ วุฏฺฐาติปิ. อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ ตสฺส ปุคฺคลสฺส ปมาทมาคมฺม ตา สมาปตฺติโย กุปฺเปยฺยุํ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อกุปฺปธมฺโม’’. สพฺเพปิ อริยปุคฺคลา อริเย วิโมกฺเข อกุปฺปธมฺมา.
๕. กตโม จ ปุคฺคโล ปริหานธมฺโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี โหติ รูปสหคตานํ วา อรูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีนํ. โส จ โข น นิกามลาภี โหติ น อกิจฺฉลาภี น อกสิรลาภี; น ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ สมาปชฺชติปิ วุฏฺฐาติปิ. ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ, ยํ โส ปุคฺคโล ปมาทมาคมฺม ตาหิ สมาปตฺตีหิ ปริหาเยยฺย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปริหานธมฺโม’’.
๖. กตโม จ ปุคฺคโล อปริหานธมฺโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี โหติ รูปสหคตานํ วา อรูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีนํ. โส จ โข นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี; ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ สมาปชฺชติปิ วุฏฺฐาติปิ. อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ โส ปุคฺคโล ปมาทมาคมฺม ตาหิ สมาปตฺตีหิ ปริหาเยยฺย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อปริหานธมฺโม’’. สพฺเพปิ อริยปุคฺคลา อริเย วิโมกฺเข อปริหานธมฺมา.
๗. กตโม จ ปุคฺคโล เจตนาภพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี โหติ รูปสหคตานํ วา อรูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีนํ. โส จ โข น นิกามลาภี โหติ น อกิจฺฉลาภี น อกสิรลาภี; น ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ สมาปชฺชติปิ วุฏฺฐาติปิ. สเจ อนุสญฺเจเตติ, น ปริหายติ ตาหิ สมาปตฺตีหิ. สเจ น อนุสญฺเจเตติ, ปริหายติ ตาหิ สมาปตฺตีหิ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘เจตนาภพฺโพ’’.
๘. กตโม จ ปุคฺคโล อนุรกฺขณาภพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี โหติ รูปสหคตานํ วา อรูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีนํ. โส จ โข น นิกามลาภี โหติ น อกิจฺฉลาภี น อกสิรลาภี; น ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ สมาปชฺชติปิ วุฏฺฐาติปิ. สเจ อนุรกฺขติ, น ปริหายติ ตาหิ สมาปตฺตีหิ. สเจ น อนุรกฺขติ, ปริหายติ ตาหิ สมาปตฺตีหิ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อนุรกฺขณาภพฺโพ’’.
๙. กตโม จ ปุคฺคโล ปุถุชฺชโน? ยสฺส ปุคฺคลสฺส ตีณิ สํโยชนานิ อปฺปหีนานิ; น จ เตสํ ธมฺมานํ ปหานาย ปฏิปนฺโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปุถุชฺชโน’’.
๑๐. กตโม จ ปุคฺคโล โคตฺรภู? เยสํ ธมฺมานํ สมนนฺตรา อริยธมฺมสฺส อวกฺกนฺติ โหติ เตหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘โคตฺรภู’’.
๑๑. กตโม จ ปุคฺคโล ภยูปรโต? สตฺต เสกฺขา ภยูปรตา, เย จ ปุถุชฺชนา สีลวนฺโต. อรหา อภยูปรโต.
๑๒. กตโม จ ปุคฺคโล อภพฺพาคมโน? เย เต ปุคฺคลา กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา, กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา, วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา, อสฺสทฺธา อจฺฉนฺทิกา ทุปฺปญฺญา เอฬา, อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ – อิเม วุจฺจนฺติ ปุคฺคลา ‘‘อภพฺพาคมนา’’.
๑๓. กตโม จ ปุคฺคโล ภพฺพาคมโน? เย เต ปุคฺคลา น กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา, น กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา, น วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา, สทฺธา ฉนฺทิกา ปญฺญวนฺโต [ปญฺญวนฺตา (สี.)] อเนฬา, ภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ – อิเม วุจฺจนฺติ ปุคฺคลา ‘‘ภพฺพาคมนา’’.
๑๔. กตโม จ ปุคฺคโล นิยโต? ปญฺจ ปุคฺคลา อานนฺตริกา, เย จ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา นิยตา, อฏฺฐ จ อริยปุคฺคลา นิยตา. อวเสสา ปุคฺคลา อนิยตา.
๑๕. กตโม จ ปุคฺคโล ปฏิปนฺนโก? จตฺตาโร มคฺคสมงฺคิโน ปุคฺคลา ปฏิปนฺนกา, จตฺตาโร ผลสมงฺคิโน ปุคฺคลา ผเล ฐิตา.
๑๖. กตโม จ ปุคฺคโล สมสีสี? ยสฺส ปุคฺคลสฺส อปุพฺพํ อจริมํ อาสวปริยาทานญฺจ โหติ ชีวิตปริยาทานญฺจ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สมสีสี’’.
๑๗. กตโม จ ปุคฺคโล ฐิตกปฺปี? อยญฺจ ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน อสฺส, กปฺปสฺส จ อุฑฺฑยฺหนเวลา อสฺส, เนว ตาว กปฺโป อุฑฺฑเยฺหยฺย ยาวายํ ปุคฺคโล น โสตาปตฺติผลํ สจฺฉิกโรติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ฐิตกปฺปี’’. สพฺเพปิ มคฺคสมงฺคิโน ปุคฺคลา ฐิตกปฺปิโน.
๑๘. กตโม จ ปุคฺคโล อริโย? อฏฺฐ อริยปุคฺคลา อริยา. อวเสสา ปุคฺคลา อนริยา.
๑๙. กตโม จ ปุคฺคโล เสกฺโข? จตฺตาโร มคฺคสมงฺคิโน ตโย ผลสมงฺคิโน ปุคฺคลา ‘‘เสกฺขา’’. อรหา อเสกฺโข. อวเสสา ปุคฺคลา เนวเสกฺขนาเสกฺขา.
๒๐. กตโม จ ปุคฺคโล เตวิชฺโช? ตีหิ วิชฺชาหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘เตวิชฺโช’’.
๒๑. กตโม จ ปุคฺคโล ฉฬภิญฺโญ? ฉหิ อภิญฺญาหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘ฉฬภิญฺโญ’’.
๒๒. กตโม จ ปุคฺคโล สมฺมาสมฺพุทฺโธ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌติ; ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปาปุณาติ, พเลสุ จ วสีภาวํ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’.
๒๓. กตโม จ ปุคฺคโล ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌติ; น จ ตตฺถ สพฺพญฺญุตํ ปาปุณาติ, น จ พเลสุ วสีภาวํ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ’’.
๒๔. กตโม จ ปุคฺคโล อุภโตภาควิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ; ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อุภโตภาควิมุตฺโต’’.
๒๕. กตโม จ ปุคฺคโล ปญฺญาวิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ; ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปญฺญาวิมุตฺโต’’.
๒๖. กตโม จ ปุคฺคโล กายสกฺขี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ; ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘กายสกฺขี’’.
๒๗. กตโม จ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา. ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ทิฏฺฐิปฺปตฺโต’’.
๒๘. กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา. ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ, โน จ โข ยถา ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สทฺธาวิมุตฺโต’’.
๒๙. กตโม จ ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี? ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, ปญฺญาวาหึ ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ธมฺมานุสารี’’. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี ผเล ฐิโต ทิฏฺฐิปฺปตฺโต.
๓๐. กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี? ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, สทฺธาวาหึ สทฺธาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สทฺธานุสารี’’. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สทฺธานุสารี ผเล ฐิโต สทฺธาวิมุตฺโต.
๓๑. กตโม จ ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุปรโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน [สมฺโพธิปรายโณ (สี. ก.)]. โส สตฺตกฺขตฺตุํ เทเว จ มานุเส จ สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สตฺตกฺขตฺตุปรโม’’.
๓๒. กตโม จ ปุคฺคโล โกลงฺโกโล? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน. โส เทฺว วา ตีณิ วา กุลานิ สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘โกลงฺโกโล’’.
๓๓. กตโม จ ปุคฺคโล เอกพีชี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน. โส เอกํเยว มานุสกํ ภวํ นิพฺพตฺเตตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘เอกพีชี’’.
๓๔. กตโม จ ปุคฺคโล สกทาคามี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามี โหติ, สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สกทาคามี’’.
๓๕. กตโม จ ปุคฺคโล อนาคามี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อนาคามี’’.
๓๖. กตโม จ ปุคฺคโล อนฺตราปรินิพฺพายี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. โส อุปปนฺนํ วา สมนนฺตรา อปฺปตฺตํ วา เวมชฺฌํ อายุปฺปมาณํ อริยมคฺคํ สญฺชเนติ อุปริฏฺฐิมานํ สํโยชนานํ ปหานาย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อนฺตราปรินิพฺพายี’’.
๓๗. กตโม จ ปุคฺคโล อุปหจฺจปรินิพฺพายี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. โส อติกฺกมิตฺวา เวมชฺฌํ อายุปฺปมาณํ อุปหจฺจ วา กาลกิริยํ [กาลํ กิริยํ (ก.)] อริยมคฺคํ สญฺชเนติ อุปริฏฺฐิมานํ สํโยชนานํ ปหานาย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อุปหจฺจปรินิพฺพายี’’.
๓๘. กตโม จ ปุคฺคโล อสงฺขารปรินิพฺพายี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. โส อสงฺขาเรน อริยมคฺคํ สญฺชเนติ อุปริฏฺฐิมานํ สํโยชนานํ ปหานาย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อสงฺขารปรินิพฺพายี’’.
๓๙. กตโม จ ปุคฺคโล สสงฺขารปรินิพฺพายี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. โส สสงฺขาเรน อริยมคฺคํ สญฺชเนติ อุปริฏฺฐิมานํ สํโยชนานํ ปหานาย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สสงฺขารปรินิพฺพายี’’.
๔๐. กตโม จ ปุคฺคโล อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. โส อวิหา จุโต อตปฺปํ คจฺฉติ, อตปฺปา จุโต สุทสฺสํ คจฺฉติ, สุทสฺสา จุโต สุทสฺสึ คจฺฉติ, สุทสฺสิยา จุโต อกนิฏฺฐํ คจฺฉติ; อกนิฏฺเฐ อริยมคฺคํ สญฺชเนติ อุปริฏฺฐิมานํ สํโยชนานํ ปหานาย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี’’.
๔๑. กตโม จ ปุคฺคโล โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน? ติณฺณํ สํโยชนานํ ปหานาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน. ยสฺส ปุคฺคลสฺส ตีณิ สํโยชนานิ ปหีนานิ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘โสตาปนฺโน’’.
๔๒. กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน. ยสฺส ปุคฺคลสฺส กามราคพฺยาปาทา ตนุภูตา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สกทาคามี’’.
๔๓. กามราคพฺยาปาทานํ อนวเสสปฺปหานาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน. ยสฺส ปุคฺคลสฺส กามราคพฺยาปาทา อนวเสสา ปหีนา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อนาคามี’’.
๔๔. รูปราคอรูปราคมานอุทฺธจฺจอวิชฺชาย อนวเสสปฺปหานาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อรหตฺตผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน. ยสฺส ปุคฺคลสฺส รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชา อนวเสสา ปหีนา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อรหา’’.
เอกกนิทฺเทโส.
๒. ทุกปุคฺคลปญฺญตฺติ
๔๕. กตโม จ ปุคฺคโล โกธโน? ตตฺถ กตโม โกโธ? โย โกโธ กุชฺฌนา กุชฺฌิตตฺตํ โทโส ทุสฺสนา ทุสฺสิตตฺตํ [ทูสนา ทูสิตตฺตํ (สฺยา.)] พฺยาปตฺติ พฺยาปชฺชนา พฺยาปชฺชิตตฺตํ วิโรโธ ปฏิวิโรโธ จณฺฑิกฺกํ อสุโรโป อนตฺตมนตา จิตฺตสฺส – อยํ วุจฺจติ โกโธ. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ โกโธ อปฺปหีโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘โกธโน’’.
๔๖. กตโม จ ปุคฺคโล อุปนาหี? ตตฺถ กตโม อุปนาโห? ปุพฺพกาลํ โกโธ อปรกาลํ อุปนาโห. โย เอวรูโป อุปนาโห อุปนยฺหนา อุปนยฺหิตตฺตํ อฏฺฐปนา [อาฐปนา (ก.) วิภ. ๘๙๑] ฐปนา สณฺฐปนา อนุสํสนฺทนา อนุปฺปพนฺธนา ทฬฺหีกมฺมํ โกธสฺส – อยํ วุจฺจติ อุปนาโห. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ อุปนาโห อปฺปหีโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อุปนาหี’’.
๔๗. กตโม จ ปุคฺคโล มกฺขี? ตตฺถ กตโม มกฺโข? โย มกฺโข มกฺขายนา มกฺขายิตตฺตํ [มกฺขียนา มกฺขียิตตฺตํ (สี.), มกฺขิยนา มกฺขิยิตตฺตํ (ก.)] นิฏฺฐุริยํ นิฏฺฐุริยกมฺมํ – อยํ วุจฺจติ มกฺโข. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ มกฺโข อปฺปหีโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘มกฺขี’’.
๔๘. กตโม จ ปุคฺคโล ปฬาสี? ตตฺถ กตโม ปฬาโส? โย ปฬาโส ปฬาสายนา ปฬาสายิตตฺตํ ปฬาสาหาโร วิวาทฏฺฐานํ ยุคคฺคาโห อปฺปฏินิสฺสคฺโค – อยํ วุจฺจติ ปฬาโส. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ ปฬาโส อปฺปหีโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปฬาสี’’.
๔๙. กตโม จ ปุคฺคโล อิสฺสุกี? ตตฺถ กตมา อิสฺสา? ยา ปรลาภสกฺการครุการมานนวนฺทนปูชนาสุ อิสฺสา อิสฺสายนา อิสฺสายิตตฺตํ อุสูยา อุสูยนา [อุสฺสุยา อุสฺสุยนา (ก.) วิภ. ๘๙๓] อุสูยิตตฺตํ – อยํ วุจฺจติ อิสฺสา. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ อิสฺสา อปฺปหีนา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อิสฺสุกี’’.
๕๐. กตโม จ ปุคฺคโล มจฺฉรี? ตตฺถ กตมํ มจฺฉริยํ? ปญฺจ มจฺฉริยานิ – อาวาสมจฺฉริยํ, กุลมจฺฉริยํ, ลาภมจฺฉริยํ, วณฺณมจฺฉริยํ, ธมฺมมจฺฉริยํ. ยํ เอวรูปํ มจฺเฉรํ มจฺฉรายนา มจฺฉรายิตตฺตํ เววิจฺฉํ กทริยํ กฏุกญฺจุกตา อคฺคหิตตฺตํ จิตฺตสฺส – อิทํ วุจฺจติ มจฺฉริยํ. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อิทํ มจฺฉริยํ อปฺปหีนํ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘มจฺฉรี’’.
๕๑. กตโม จ ปุคฺคโล สโฐ? ตตฺถ กตมํ สาเฐยฺยํ? อิเธกจฺโจ สโฐ โหติ ปริสโฐ. ยํ ตตฺถ สฐํ สฐตา สาเฐยฺยํ กกฺกรตา กกฺกริยํ [กกฺขฬตา กกฺขฬิยํ (สฺยา.) เอวํ ขุทฺทกวิภงฺคทุกนิทฺเทเสปิ] ปริกฺขตฺตตฺตา ปาริกฺขตฺติยํ – อิทํ วุจฺจติ สาเฐยฺยํ. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อิทํ สาเฐยฺยํ อปฺปหีนํ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สโฐ’’.
๕๒. กตโม จ ปุคฺคโล มายาวี? ตตฺถ กตมา มายา? อิเธกจฺโจ กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา ตสฺส ปฏิจฺฉาทนเหตุ ปาปิกํ อิจฺฉํ ปณิทหติ – ‘‘มา มํ ชญฺญา’’ติ อิจฺฉติ, ‘‘มา มํ ชญฺญา’’ติ สงฺกปฺปติ ‘‘มา มํ ชญฺญา’’ติ วาจํ ภาสติ, ‘‘มา มํ ชญฺญา’’ติ กาเยน ปรกฺกมติ. ยา เอวรูปา มายา มายาวิตา อจฺจาสรา วญฺจนา นิกติ วิกิรณา ปริหรณา คูหนา ปริคูหนา ฉาทนา ปฏิจฺฉาทนา อนุตฺตานีกมฺมํ อนาวิกมฺมํ โวจฺฉาทนา ปาปกิริยา – อยํ วุจฺจติ มายา. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ มายา อปฺปหีนา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘มายาวี’’.
๕๓. กตโม จ ปุคฺคโล อหิริโก? ตตฺถ กตมํ อหิริกํ? ยํ น หิรียติ หิริยิตพฺเพน น หิรียติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา – อิทํ วุจฺจติ อหิริกํ. อิมินา อหิริเกน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘อหิริโก’’.
๕๔. กตโม จ ปุคฺคโล อโนตฺตปฺปี? ตตฺถ กตมํ อโนตฺตปฺปํ? ยํ น โอตฺตปฺปติ โอตฺตปฺปิตพฺเพน น โอตฺตปฺปติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา – อิทํ วุจฺจติ อโนตฺตปฺปํ. อิมินา อโนตฺตปฺเปน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘อโนตฺตปฺปี’’.
๕๕. กตโม จ ปุคฺคโล ทุพฺพโจ? ตตฺถ กตโม โทวจสฺสตา? สหธมฺมิเก วุจฺจมาเน โทวจสฺสายํ โทวจสฺสิยํ โทวจสฺสตา วิปฺปฏิกุลคฺคาหิตา วิปจฺจนีกสาตตา อนาทริยํ อนาทริยตา อคารวตา อปฺปติสฺสวตา – อยํ วุจฺจติ โทวจสฺสตา. อิมาย โทวจสฺสตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘ทุพฺพโจ’’.
๕๖. กตโม จ ปุคฺคโล ปาปมิตฺโต? ตตฺถ กตมา ปาปมิตฺตตา? เย เต ปุคฺคลา อสฺสทฺธา ทุสฺสีลา อปฺปสฺสุตา มจฺฉริโน ทุปฺปญฺญา, ยา เตสํ เสวนา นิเสวนา สํเสวนา ภชนา สมฺภชนา ภตฺติ สมฺภตฺติ สมฺปวงฺกตา – อยํ วุจฺจติ ปาปมิตฺตตา. อิมาย ปาปมิตฺตตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘ปาปมิตฺโต’’.
๕๗. กตโม จ ปุคฺคโล อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาโร? ตตฺถ กตมา อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา นิมิตฺตคฺคาหี โหติ อนุพฺยญฺชนคฺคาหี; ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย น ปฏิปชฺชติ, น รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย น สํวรํ อาปชฺชติ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย นิมิตฺตคฺคาหี โหติ อนุพฺยญฺชนคฺคาหี; ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย น ปฏิปชฺชติ, น รกฺขติ มนินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริเย น สํวรํ อาปชฺชติ. ยา อิเมสํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ อคุตฺติ อโคปนา อนารกฺโข อสํวโร – อยํ วุจฺจติ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา. อิมาย อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาโร’’.
๕๘. กตโม จ ปุคฺคโล โภชเน อมตฺตญฺญู? ตตฺถ กตมา โภชเน อมตฺตญฺญุตา? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อปฺปฏิสงฺขา อโยนิโส อาหารํ อาหาเรติ ทวาย มทาย มณฺฑนาย วิภูสนาย, ยา ตตฺถ อสนฺตุฏฺฐิตา อมตฺตญฺญุตา อปฺปฏิสงฺขา โภชเน – อยํ วุจฺจติ โภชเน อมตฺตญฺญุตา. อิมาย โภชเน อมตฺตญฺญุตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘โภชเน อมตฺตญฺญู’’.
๕๙. กตโม จ ปุคฺคโล มุฏฺฐสฺสติ? ตตฺถ กตมํ มุฏฺฐสฺสจฺจํ? ยา อสฺสติ อนนุสฺสติ อปฺปฏิสฺสติ อสฺสติ อสฺสรณตา อธารณตา ปิลาปนตา สมฺมุสนตา – อิทํ วุจฺจติ มุฏฺฐสฺสจฺจํ. อิมินา มุฏฺฐสฺสจฺเจน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘มุฏฺฐสฺสติ’’.
๖๐. กตโม จ ปุคฺคโล อสมฺปชาโน? ตตฺถ กตมํ อสมฺปชญฺญํ? ยํ อญฺญาณํ อทสฺสนํ อนภิสมโย อนนุโพโธ อสมฺโพโธ อปฺปฏิเวโธ อสงฺคาหณา อปริโยคาหณา [อสํคาหนา อปริโยคาหนา (สี. สฺยา. ก.)] อสมเปกฺขณา อปจฺจเวกฺขณา อปจฺจกฺขกมฺมํ ทุมฺเมชฺฌํ พาลฺยํ อสมฺปชญฺญํ โมโห ปโมโห สมฺโมโห อวิชฺชา อวิชฺโชโฆ อวิชฺชาโยโค อวิชฺชานุสโย อวิชฺชาปริยุฏฺฐานํ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ – อิทํ วุจฺจติ อสมฺปชญฺญํ. อิมินา อสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘อสมฺปชาโน’’.
๖๑. กตโม จ ปุคฺคโล สีลวิปนฺโน? ตตฺถ กตมา สีลวิปตฺติ? กายิโก วีติกฺกโม วาจสิโก วีติกฺกโม กายิกวาจสิโก วีติกฺกโม – อยํ วุจฺจติ สีลวิปตฺติ. สพฺพมฺปิ ทุสฺสิลฺยํ สีลวิปตฺติ. อิมาย สีลวิปตฺติยา สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘สีลวิปนฺโน’’.
๖๒. กตโม จ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิวิปนฺโน? ตตฺถ กตมา ทิฏฺฐิวิปตฺติ? ‘‘นตฺถิ ทินฺนํ, นตฺถิ ยิฏฺฐํ, นตฺถิ หุตํ, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ [สุกฏทุกฺกฏานํ (สี.)] กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, นตฺถิ อยํ โลโก, นตฺถิ ปโร โลโก, นตฺถิ มาตา, นตฺถิ ปิตา, นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, นตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา [สมคฺคตา (ก.)] สมฺมาปฏิปนฺนา เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’’ติ. ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกายิกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ ทิฏฺฐิสํโยชนํ คาโห ปฏิคฺคาโห อภินิเวโส ปรามาโส กุมฺมคฺโค มิจฺฉาปโถ มิจฺฉตฺตํ ติตฺถายตนํ วิปริยาสคฺคาโห [วิปริเยสคฺคาโห (สพฺพตฺถ) ปทสิทฺธิ จินฺเตตพฺพา], อยํ วุจฺจติ ทิฏฺฐิวิปตฺติ. สพฺพาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิวิปตฺติ. อิมาย ทิฏฺฐิวิปตฺติยา สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘ทิฏฺฐิวิปนฺโน’’.
๖๓. กตโม จ ปุคฺคโล อชฺฌตฺตสํโยชโน? ยสฺส ปุคฺคลสฺส ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อปฺปหีนานิ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อชฺฌตฺตสํโยชโน’’.
๖๔. กตโม จ ปุคฺคโล พหิทฺธาสํโยชโน? ยสฺส ปุคฺคลสฺส ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อปฺปหีนานิ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘พหิทฺธาสํโยชโน’’.
๖๕. กตโม จ ปุคฺคโล อกฺโกธโน? ตตฺถ กตโม โกโธ? โย โกโธ กุชฺฌนา กุชฺฌิตตฺตํ โทโส ทุสฺสนา ทุสฺสิตตฺตํ พฺยาปตฺติ พฺยาปชฺชนา พฺยาปชฺชิตตฺตํ วิโรโธ ปฏิวิโรโธ จณฺฑิกฺกํ อสุโรโป อนตฺตมนตา จิตฺตสฺส – อยํ วุจฺจติ โกโธ. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ โกโธ ปหีโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อกฺโกธโน’’.
๖๖. กตโม จ ปุคฺคโล อนุปนาหี? ตตฺถ กตโม อุปนาโห? ปุพฺพกาลํ โกโธ อปรกาลํ อุปนาโห โย เอวรูโป อุปนาโห อุปนยฺหนา อุปนยฺหิตตฺตํ อฏฺฐปนา ฐปนา สณฺฐปนา อนุสํสนฺทนา อนุปฺปพนฺธนา ทฬฺหีกมฺมํ โกธสฺส – อยํ วุจฺจติ อุปนาโห. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ อุปนาโห ปหีโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อนุปนาหี’’.
๖๗. กตโม จ ปุคฺคโล อมกฺขี? ตตฺถ กตโม มกฺโข? โย มกฺโข มกฺขายนา มกฺขายิตตฺตํ นิฏฺฐุริยํ นิฏฺฐุริยกมฺมํ – อยํ วุจฺจติ มกฺโข. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ มกฺโข ปหีโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อมกฺขี’’.
๖๘. กตโม จ ปุคฺคโล อปฬาสี? ตตฺถ กตโม ปฬาโส? โย ปฬาโส ปฬาสายนา ปฬาสายิตตฺตํ ปฬาสาหาโร วิวาทฏฺฐานํ ยุคคฺคาโห อปฺปฏินิสฺสคฺโค – อยํ วุจฺจติ ปฬาโส. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ ปฬาโส ปหีโน – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อปฬาสี’’.
๖๙. กตโม จ ปุคฺคโล อนิสฺสุกี? ตตฺถ กตมา อิสฺสา? ยา ปรลาภสกฺการครุการมานนวนฺทนปูชนาสุ อิสฺสา อิสฺสายนา อิสฺสายิตตฺตํ อุสูยา อุสูยนา อุสูยิตตฺตํ – อยํ วุจฺจติ อิสฺสา. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ อิสฺสา ปหีนา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อนิสฺสุกี’’.
๗๐. กตโม จ ปุคโล อมจฺฉรี? ตตฺถ กตมํ มจฺฉริยํ? ปญฺจ มจฺฉริยานิ – อาวาสมจฺฉริยํ, กุลมจฺฉริยํ, ลาภมจฺฉริยํ, วณฺณมจฺฉริยํ, ธมฺมมจฺฉริยํ. ยํ เอวรูปํ มจฺเฉรํ มจฺฉรายนา มจฺฉรายิตตฺตํ เววิจฺฉํ กทริยํ กฏุกญฺจุกตา อคฺคหิตตฺตํ จิตฺตสฺส – อิทํ วุจฺจติ มจฺฉริยํ. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อิทํ มจฺฉริยํ ปหีนํ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อมจฺฉรี’’.
๗๑. กตโม จ ปุคฺคโล อสโฐ? ตตฺถ กตมํ สาเฐยฺยํ? อิเธกจฺโจ สโฐ โหติ ปริสโฐ. ยํ ตตฺถ สฐํ สฐตา สาเฐยฺยํ กกฺกรตา กกฺกริยํ ปริกฺขตฺตตา ปาริกฺขตฺติยํ – อิทํ วุจฺจติ สาเฐยฺยํ. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อิทํ สาเฐยฺยํ ปหีนํ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อสโฐ’’.
๗๒. กตโม จ ปุคฺคโล อมายาวี? ตตฺถ กตมา มายา? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา ตสฺส ปฏิจฺฉาทนเหตุ ปาปิกํ อิจฺฉํ ปณิทหติ – ‘‘มา มํ ชญฺญา’’ติ อิจฺฉติ, ‘‘มา มํ ชญฺญา’’ติ สงฺกปฺปติ, ‘‘มา มํ ชญฺญา’’ติ วาจํ ภาสติ, ‘‘มา มํ ชญฺญา’’ติ กาเยน ปรกฺกมติ. ยา เอวรูปา มายา มายาวิตา อจฺจาสรา วญฺจนา นิกติ วิกิรณา ปริหรณา คูหนา ปริคูหนา ฉาทนา ปฏิจฺฉาทนา อนุตฺตานีกมฺมํ อนาวิกมฺมํ โวจฺฉาทนา ปาปกิริยา – อยํ วุจฺจติ มายา. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ มายา ปหีนา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อมายาวี’’.
๗๓. กตโม จ ปุคฺคโล หิริมา? ตตฺถ กตมา หิรี? ยํ หิรียติ หิริยิตพฺเพน หิรียติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา – อยํ วุจฺจติ หิรี. อิมาย หิริยา สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘หิริมา’’.
๗๔. กตโม จ ปุคฺคโล โอตฺตปฺปี? ตตฺถ กตมํ โอตฺตปฺปํ? ยํ โอตฺตปฺปติ โอตฺตปฺปิตพฺเพน โอตฺตปฺปติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา – อิทํ วุจฺจติ โอตฺตปฺปํ. อิมินา โอตฺตปฺเปน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘โอตฺตปฺปี’’.
๗๕. กตโม จ ปุคฺคโล สุวโจ? ตตฺถ กตมา โสวจสฺสตา? สหธมฺมิเก วุจฺจมาเน โสวจสฺสายํ โสวจสฺสิยํ โสวจสฺสตา อวิปฺปฏิกุลคฺคาหิตา อวิปจฺจนีกสาตตา สาทริยํ สาทริยตา สคารวตา สปฺปติสฺสวตา – อยํ วุจฺจติ โสวจสฺสตา. อิมาย โสวจสฺสตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘สุวโจ’’.
๗๖. กตโม จ ปุคฺคโล กลฺยาณมิตฺโต? ตตฺถ กตมา กลฺยาณมิตฺตตา? เย เต ปุคฺคลา สทฺธา สีลวนฺโต พหุสฺสุตา จาควนฺโต ปญฺญวนฺโต, ยา เตสํ เสวนา นิเสวนา สํเสวนา ภชนา สมฺภชนา ภตฺติ สมฺภตฺติ สมฺปวงฺกตา – อยํ วุจฺจติ กลฺยาณมิตฺตตา. อิมาย กลฺยาณมิตฺตตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘กลฺยาณมิตฺโต’’.
๗๗. กตโม จ ปุคฺคโล อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร? ตตฺถ กตมา อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี; ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ, รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี; ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ, รกฺขติ มนินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ. ยา อิเมสํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ คุตฺติ โคปนา อารกฺโข สํวโร – อยํ วุจฺจติ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา. อิมาย อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร’’.
๗๘. กตโม จ ปุคฺคโล โภชเน มตฺตญฺญู? ตตฺถ กตมา โภชเน มตฺตญฺญุตา? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ – ‘‘เนว ทวาย, น มทาย, น มณฺฑนาย, น วิภูสนาย; ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา ยาปนาย วิหึสูปรติยา พฺรหฺมจริยานุคฺคหาย. อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ, นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามิ, ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสติ อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จา’’ติ. ยา ตตฺถ สนฺตุฏฺฐิตา มตฺตญฺญุตา ปฏิสงฺขา โภชเน – อยํ วุจฺจติ โภชเน มตฺตญฺญุตา. อิมาย โภชเน มตฺตญฺญุตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘โภชเน มตฺตญฺญู’’.
๗๙. กตโม จ ปุคฺคโล อุปฏฺฐิตสฺสติ? ตตฺถ กตมา สติ? ยา สติ อนุสฺสติ ปฏิสฺสติ สติ สรณตา ธารณตา อปิลาปนตา อสมฺมุสนตา สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ – อยํ วุจฺจติ สติ. อิมาย สติยา สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘อุปฏฺฐิตสฺสติ’’.
๘๐. กตโม จ ปุคฺคโล สมฺปชาโน? ตตฺถ กตมํ สมฺปชญฺญํ? ยา ปญฺญา ปชานนา วิจโย ปวิจโย ธมฺมวิจโย สลฺลกฺขณา อุปลกฺขณา ปจฺจุปลกฺขณา ปณฺฑิจฺจํ โกสลฺลํ เนปุญฺญํ เวภพฺยา จินฺตา อุปปริกฺขา ภูรี เมธา ปริณายิกา วิปสฺสนา สมฺปชญฺญํ ปโตโท ปญฺญา ปญฺญินฺทฺริยํ ปญฺญาพลํ ปญฺญาสตฺถํ ปญฺญาปาสาโท ปญฺญาอาโลโก ปญฺญาโอภาโส ปญฺญาปชฺโชโต ปญฺญารตนํ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ – อิทํ วุจฺจติ สมฺปชญฺญํ. อิมินา สมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘สมฺปชาโน’’.
๘๑. กตโม จ ปุคฺคโล สีลสมฺปนฺโน? ตตฺถ กตมา สีลสมฺปทา? กายิโก อวีติกฺกโม วาจสิโก อวีติกฺกโม กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม – อยํ วุจฺจติ สีลสมฺปทา. สพฺโพปิ สีลสํวโร สีลสมฺปทา. อิมาย สีลสมฺปทาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘สีลสมฺปนฺโน’’.
๘๒. กตโม จ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน? ตตฺถ กตมา ทิฏฺฐิสมฺปทา? ‘‘อตฺถิ ทินฺนํ, อตฺถิ ยิฏฺฐํ, อตฺถิ หุตํ, อตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, อตฺถิ อยํ โลโก, อตฺถิ ปโร โลโก, อตฺถิ มาตา, อตฺถิ ปิตา, อตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, อตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’’ติ. ยา เอวรูปา ปญฺญา ปชานนา…เป… อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ – อยํ วุจฺจติ ทิฏฺฐิสมฺปทา. สพฺพาปิ สมฺมาทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิสมฺปทา. อิมาย ทิฏฺฐิสมฺปทาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน’’.
๘๓. กตเม เทฺว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ? โย จ ปุพฺพการี, โย จ กตญฺญู กตเวที – อิเม เทฺว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ.
๘๔. กตเม เทฺว ปุคฺคลา ทุตฺตปฺปยา? โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ นิกฺขิปติ, โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ วิสฺสชฺเชติ – อิเม เทฺว ปุคฺคลา ‘‘ทุตฺตปฺปยา’’.
๘๕. กตเม เทฺว ปุคฺคลา สุตปฺปยา? โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ น นิกฺขิปติ, โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ น วิสฺสชฺเชติ – อิเม เทฺว ปุคฺคลา ‘‘สุตปฺปยา’’.
๘๖. กตเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ? โย จ น กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ, โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ – อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ.
๘๗. กตเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ? โย จ น กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ, โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ – อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ.
๘๘. กตโม จ ปุคฺคโล หีนาธิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม, โส อญฺญํ ทุสฺสีลํ ปาปธมฺมํ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘หีนาธิมุตฺโต’’.
๘๙. กตโม จ ปุคฺคโล ปณีตาธิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม, โส อญฺญํ สีลวนฺตํ กลฺยาณธมฺมํ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปณีตาธิมุตฺโต’’.
๙๐. กตโม จ ปุคฺคโล ติตฺโต? ปจฺเจกสมฺพุทฺธา [ปจฺเจกพุทฺโธ (สี.)] เย จ ตถาคตสฺส สาวกา อรหนฺโต ติตฺตา. สมฺมาสมฺพุทฺโธ ติตฺโต จ ตปฺเปตา จ [ตปฺเปตา จ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ติตฺโต (สี.)].
ทุกนิทฺเทโส.
๓. ติกปุคฺคลปญฺญตฺติ
๙๑. กตโม จ ปุคฺคโล นิราโส? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม อสุจิ สงฺกสฺสรสมาจาโร ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ อนฺโตปูติ อวสฺสุโต กสมฺพุชาโต. โส สุณาติ – ‘‘อิตฺถนฺนาโม กิร ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ. ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘นิราโส’’.
๙๒. กตโม จ ปุคฺคโล อาสํโส? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม. โส สุณาติ – ‘‘อิตฺถนฺนาโม กิร ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อาสํโส’’.
๙๓. กตโม จ ปุคฺคโล วิคตาโส? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส สุณาติ – ‘‘อิตฺถนฺนาโม กิร ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ. ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ยา หิสฺส ปุพฺเพ อวิมุตฺตสฺส วิมุตฺตาสา, สา ปฏิปฺปสฺสทฺธา. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘วิคตาโส’’.
๙๔. ตตฺถ กตเม ตโย คิลานูปมา ปุคฺคลา? ตโย คิลานา – อิเธกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ, ลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ, ลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ อลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ, เนว วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา. (๑)
อิธ ปเนกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ, ลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ, ลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ อลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ, วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา. (๒)
อิธ ปเนกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโต สปฺปายานิ โภชนานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโต สปฺปายานิ เภสชฺชานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโต ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ โน อลภนฺโต, วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา. (๓)
ตตฺร ยฺวายํ คิลาโน ลภนฺโต สปฺปายานิ โภชนานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโต สปฺปายานิ เภสชฺชานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโต ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ โน อลภนฺโต, วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา, อิมํ คิลานํ ปฏิจฺจ ภควตา คิลานภตฺตํ อนุญฺญาตํ คิลานเภสชฺชํ อนุญฺญาตํ คิลานุปฏฺฐาโก อนุญฺญาโต. อิมญฺจ ปน คิลานํ ปฏิจฺจ อญฺเญปิ คิลานา อุปฏฺฐาตพฺพา.
เอวเมวํ [เอวเมว (สี.)] ตโย คิลานูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย อลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย, ลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย อลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย, เนว โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. (๑)
อิธ ปเนกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย อลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย, ลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย อลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย, โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. (๒)
อิธ ปเนกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโต ตถาคตํ ทสฺสนาย โน อลภนฺโต, ลภนฺโต ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย โน อลภนฺโต, โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. (๓)
ตตฺร ยฺวายํ ปุคฺคโล ลภนฺโต ตถาคตํ ทสฺสนาย โน อลภนฺโต, ลภนฺโต ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวณาย โน อลภนฺโต, โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ, อิมํ ปุคฺคลํ ปฏิจฺจ ภควตา ธมฺมเทสนา อนุญฺญาตา, อิมญฺจ ปุคฺคลํ ปฏิจฺจ อญฺเญสมฺปิ ธมฺโม เทเสตพฺโพ. อิเม ตโย คิลานูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ.
๙๕. กตโม จ ปุคฺคโล กายสกฺขี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘กายสกฺขี’’.
๙๖. กตโม จ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ทิฏฺฐิปฺปตฺโต’’.
๙๗. กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ, โน จ โข ยถาทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สทฺธาวิมุตฺโต’’.
๙๘. กตโม จ ปุคฺคโล คูถภาณี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล มุสาวาที โหติ สภคฺคโต วา ปริสคฺคโต วา ญาติมชฺฌคโต วา ปูคมชฺฌคโต วา ราชกุลมชฺฌคโต วา อภินีโต สกฺขิปุฏฺโฐ – ‘‘เอหมฺโภ [เอหิ โภ (สฺยา. ก.) ม. นิ. ๑.๔๔๐; อ. นิ. ๓.๒๘], ปุริส, ยํ ชานาสิ ตํ วเทหี’’ติ, โส อชานํ วา อาห – ‘‘ชานามี’’ติ, ชานํ วา อาห – ‘‘น ชานามี’’ติ, อปสฺสํ วา อาห – ‘‘ปสฺสามี’’ติ, ปสฺสํ วา อาห – ‘‘น ปสฺสามี’’ติ. อิติ อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วา อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘คูถภาณี’’.
๙๙. กตโม จ ปุคฺคโล ปุปฺผภาณี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล มุสาวาทํ ปหาย มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ สภคฺคโต วา ปริสคฺคโต วา ญาติมชฺฌคโต วา ปูคมชฺฌคโต วา ราชกุลมชฺฌคโต วา อภินีโต สกฺขิปุฏฺโฐ – ‘‘เอหมฺโภ, ปุริส, ยํ ชานาสิ ตํ วเทหี’’ติ, โส อชานํ วา อาห – ‘‘น ชานามี’’ติ, ชานํ วา อาห – ‘‘ชานามี’’ติ, อปสฺสํ วา อาห – ‘‘น ปสฺสามี’’ติ, ปสฺสํ วา อาห – ‘‘ปสฺสามี’’ติ. อิติ อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วา อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา น สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปุปฺผภาณี’’.
๑๐๐. กตโม จ ปุคฺคโล มธุภาณี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ยา สา วาจา เนลา กณฺณสุขา เปมนิยา หทยงฺคมา โปรี พหุชนกนฺตา พหุชนมนาปา, ตถารูปึ วาจํ ภาสิตา โหติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘มธุภาณี’’.
๑๐๑. กตโม จ ปุคฺคโล อรุกูปมจิตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ [ปติฏฺฐียติ (สฺยา. ก.) อ. นิ. ๓.๒๕], โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ นาม ทุฏฺฐารุโก กฏฺเฐน วา กฐลาย [กถลาย (ก.), กถเลน (อฏฺฐกถา) อ. นิ. ๓.๒๕] วา ฆฏฺฏิโต ภิยฺโยโส มตฺตาย อาสวํ เทติ [อสฺสวโนติ (สี.)], เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อรุกูปมจิตฺโต’’.
๑๐๒. กตโม จ ปุคฺคโล วิชฺชูปมจิตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เสยฺยถาปิ นาม จกฺขุมา ปุริโส รตฺตนฺธการติมิสาย วิชฺชนฺตริกาย รูปานิ ปสฺเสยฺย, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘วิชฺชูปมจิตฺโต’’.
๑๐๓. กตโม จ ปุคฺคโล วชิรูปมจิตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เสยฺยถาปิ นาม วชิรสฺส นตฺถิ กิญฺจิ อเภชฺชํ มณิ วา ปาสาโณ วา, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘วชิรูปมจิตฺโต’’.
๑๐๔. กตโม จ ปุคฺคโล อนฺโธ? อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย; ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย, สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย, หีนปฺปณีเต ธมฺเม ชาเนยฺย, กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อนฺโธ’’.
๑๐๕. กตโม จ ปุคฺคโล เอกจกฺขุ? อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ โหติ, ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย; ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย, สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย, หีนปฺปณีเต ธมฺเม ชาเนยฺย, กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘เอกจกฺขุ’’.
๑๐๖. กตโม จ ปุคฺคโล ทฺวิจกฺขุ? อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย; ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย, สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย, หีนปฺปณีเต ธมฺเม ชาเนยฺย, กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ทฺวิจกฺขุ’’.
๑๐๗. กตโม จ ปุคฺคโล อวกุชฺชปญฺโญ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา [คโต (สี.), คนฺตฺวา (สฺยา.)] โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย [ธมฺมสฺสวนาย (สฺยา.)]. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ. เสยฺยถาปิ นาม กุมฺโภ นิกฺกุชฺโช [นิกุชฺโช (สฺยา.) อ. นิ. ๓.๓๐] ตตฺร อุทกํ อาสิตฺตํ วิวฏฺฏติ, โน สณฺฐาติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อวกุชฺชปญฺโญ’’.
๑๐๘. กตโม จ ปุคฺคโล อุจฺฉงฺคปญฺโญ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโต จ โข ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนว อาทึ มนสิ กโรติ, น มชฺฌํ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานํ มนสิ กโรติ. เสยฺยถาปิ นาม ปุริสสฺส อุจฺฉงฺเค นานาขชฺชกานิ อากิณฺณานิ – ติลา ตณฺฑุลา [ติลตณฺฑุลา (ก.) อ. นิ. ๓.๓๐] โมทกา พทรา. โส ตมฺหา อาสนา วุฏฺฐหนฺโต สติสมฺโมสา ปกิเรยฺย. เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโต จ โข ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนว อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, น มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, น ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อุจฺฉงฺคปญฺโญ’’.
๑๐๙. กตโม จ ปุคฺคโล ปุถุปญฺโญ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. เสยฺยถาปิ นาม กุมฺโภ อุกฺกุชฺโช ตตฺร อุทกํ อาสิตฺตํ สณฺฐาติ, โน วิวฏฺฏติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหนฺติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวณาย. ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ. โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ. วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิ กโรติ, มชฺฌมฺปิ มนสิ กโรติ, ปริโยสานมฺปิ มนสิ กโรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปุถุปญฺโญ’’.
๑๑๐. กตโม จ ปุคฺคโล กาเมสุ จ ภเวสุ จ อวีตราโค? โสตาปนฺนสกทาคามิโน – อิเม วุจฺจนฺติ ปุคฺคลา ‘‘กาเมสุ จ ภเวสุ จ อวีตราคา’’.
๑๑๑. กตโม จ ปุคฺคโล กาเมสุ วีตราโค, ภเวสุ อวีตราโค? อนาคามี – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘กาเมสุ วีตราโค, ภเวสุ อวีตราโค’’.
๑๑๒. กตโม จ ปุคฺคโล กาเมสุ จ ภเวสุ จ วีตราโค? อรหา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘กาเมสุ จ ภเวสุ จ วีตราโค’’.
๑๑๓. กตโม จ ปุคฺคโล ปาสาณเลขูปโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ จิรํ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เสยฺยถาปิ นาม ปาสาเณ เลขา น ขิปฺปํ ลุชฺชติ วาเตน วา อุทเกน วา, จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ จิรํ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปาสาณเลขูปโม’’.
๑๑๔. กตโม จ ปุคฺคโล ปถวิเลขูปโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ น จิรํ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เสยฺยถาปิ นาม ปถวิยา [ปฐวิยา (สี. สฺยา.)] เลขา ขิปฺปํ ลุชฺชติ วาเตน วา อุทเกน วา, น จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ น จิรํ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ปถวิเลขูปโม’’.
๑๑๕. กตโม จ ปุคฺคโล อุทกเลขูปโม? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาคาเฬฺหนปิ วุจฺจมาโน ผรุเสนปิ วุจฺจมาโน อมนาเปนปิ วุจฺจมาโน สํสนฺทติเมว [… เจว (สฺยา.) อ. นิ. ๓.๑๓๓] สนฺธิยติเมว [… เจว (สฺยา.) อ. นิ. ๓.๑๓๓] สมฺโมทติเมว [… เจว (สฺยา.) อ. นิ. ๓.๑๓๓]. เสยฺยถาปิ นาม อุทเก เลขา ขิปฺปํ ลุชฺชติ, น จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาคาเฬฺหนปิ วุจฺจมาโน ผรุเสนปิ วุจฺจมาโน อมนาเปนปิ วุจฺจมาโน สํสนฺทติเมว สนฺธิยติเมว สมฺโมทติเมว – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อุทกเลขูปโม’’.
๑๑๖. ตตฺถ กตเม ตโย โปตฺถกูปมา ปุคฺคลา? ตโย โปตฺถกา – นโวปิ โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ เจว โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ, มชฺฌิโมปิ โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ เจว โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ, ชิณฺโณปิ โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ เจว โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ. ชิณฺณมฺปิ โปตฺถกํ อุกฺขลิปริมชฺชนํ วา กโรนฺติ สงฺการกูเฏ วา นํ ฉฑฺเฑนฺติ. เอวเมวํ ตโยเม โปตฺถกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ. กตเม ตโย? นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม, อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย. อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เยสํ โข ปน โส ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เตสํ ตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ. อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล.
มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขุ โหติ…เป… เถโร เจปิ ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม, อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย. อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เยสํ โข ปน โส ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เตสํ ตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ. อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย. เสยฺยถาปิ โส โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล.
เอวรูโป เจ เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ. ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘กึ นุ โข ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน, ตฺวมฺปิ นาม ภณิตพฺพํ มญฺญสี’’ติ! โส กุปิโต อนตฺตมโน ตถารูปึ วาจํ นิจฺฉาเรติ ยถารูปาย วาจาย สงฺโฆ ตํ อุกฺขิปติ, สงฺการกูเฏว นํ โปตฺถกํ. อิเม ตโย โปตฺถกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ.
๑๑๗. ตตฺถ กตเม ตโย กาสิกวตฺถูปมา ปุคฺคลา? ตีณิ กาสิกวตฺถานิ – นวมฺปิ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ, มชฺฌิมมฺปิ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ, ชิณฺณมฺปิ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ. ชิณฺณมฺปิ กาสิกวตฺถํ รตนปลิเวฐนํ วา กโรนฺติ คนฺธกรณฺฑเก วา นํ นิกฺขิปนฺติ.
เอวเมวํ ตโยเม กาสิกวตฺถูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ. กตเม ตโย? นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม, อิทมสฺส สุวณฺณตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย. อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เยสํ โข ปน โส [เยสํ โข ปน (สพฺพตฺถ) อ. นิ. ๓.๑๐๐] ปฏิคฺคณฺหาติ [ปติคณฺหาติ (สี.) รูปสิทฺธิฏีกาย ปน สเมติ] จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เตสํ ตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ. อิทมสฺส มหคฺฆตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ มหคฺฆํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล.
มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขุ…เป… เถโร เจปิ ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม, อิทมสฺส สุวณฺณตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ วณฺณวนฺตํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย. อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล. เยสํ โข ปน โส ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เตสํ ตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ. อิทมสฺส มหคฺฆตาย. เสยฺยถาปิ ตํ กาสิกวตฺถํ มหคฺฆํ, ตถูปโม อยํ ปุคฺคโล.
เอวรูโป เจ เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ, ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘อปฺปสทฺทา อายสฺมนฺโต โหถ, เถโร ภิกฺขุ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ ภณตี’’ติ. ตสฺส ตํ วจนํ อาเธยฺยํ คจฺฉติ, คนฺธกรณฺฑเกว นํ กาสิกวตฺถํ. อิเม ตโย กาสิกวตฺถูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ.
๑๑๘. กตโม จ ปุคฺคโล สุปฺปเมยฺโย? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อุทฺธโต โหติ อุนฺนโฬ จปโล มุขโร วิกิณฺณวาโจ มุฏฺฐสฺสติ อสมฺปชาโน อสมาหิโต วิพฺภนฺตจิตฺโต ปากฏินฺทฺริโย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘สุปฺปเมยฺโย’’.
๑๑๙. กตโม จ ปุคฺคโล ทุปฺปเมยฺโย? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อนุทฺธโต โหติ อนุนฺนโฬ อจปโล อมุขโร อวิกิณฺณวาโจ อุปฏฺฐิตสฺสติ สมฺปชาโน สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต สํวุตินฺทฺริโย – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘ทุปฺปเมยฺโย’’.
๑๒๐. กตโม จ ปุคฺคโล อปฺปเมยฺโย? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ‘‘อปฺปเมยฺโย’’.
๑๒๑. กตโม จ ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล หีโน โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ, อญฺญตฺร อนุทฺทยา อญฺญตฺร อนุกมฺปา.
๑๒๒. กตโม จ ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สทิโส โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? ‘‘สีลสามญฺญคตานํ สตํ สีลกถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสติ; สมาธิสามญฺญคตานํ สตํ สมาธิกถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี [ปวตฺตนี (สี.) อ. นิ. ๓.๒๖] ภวิสฺสติ; ปญฺญาสามญฺญคตานํ สตํ ปญฺญากถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ.
๑๒๓. กตโม จ ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อธิโก โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? ‘‘อปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ; อปริปูรํ วา สมาธิกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา สมาธิกฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ; อปริปูรํ วา ปญฺญากฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา ปญฺญากฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามี’’ติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ.
๑๒๔. กตโม จ ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม อสุจิ สงฺกสฺสรสมาจาโร ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ อนฺโตปูติ อวสฺสุโต กสมฺพุชาโต. เอวรูโป ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? กิญฺจาปิ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘‘ปาปมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล ปาปสหาโย ปาปสมฺปวงฺโก’’ติ. เสยฺยถาปิ นาม อหิ คูถคโต กิญฺจาปิ น ฑํสติ, อถ โข นํ มกฺเขติ; เอวเมวํ กิญฺจาปิ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘‘ปาปมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล ปาปสหาโย ปาปสมฺปวงฺโก’’ติ! ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ.
๑๒๕. กตโม จ ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ นาม ทุฏฺฐารุโก กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิโต ภิยฺโยโส มตฺตาย อาสวํ เทติ, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ นาม ตินฺทุกาลาตํ กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิตํ ภิยฺโยโส มตฺตาย จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ นาม คูถกูโป กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิโต ภิยฺโยโส มตฺตาย ทุคฺคนฺโธ โหติ, เอวเมวํ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ; เอวรูโป ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? ‘‘อกฺโกเสยฺยปิ มํ ปริภาเสยฺยปิ มํ อนตฺถมฺปิ เม กเรยฺยา’’ติ! ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ.
๑๒๖. กตโม จ ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม – เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? กิญฺจาปิ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘‘กลฺยาณมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก’’ติ! ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ.
๑๒๗. กตโม จ ปุคฺคโล สีเลสุ ปริปูรการี, สมาธิสฺมึ มตฺตโส การี, ปญฺญาย มตฺตโส การี? โสตาปนฺนสกทาคามิโน – อิเม วุจฺจนฺติ ปุคฺคลา สีเลสุ ปริปูรการิโน, สมาธิสฺมึ มตฺตโส การิโน, ปญฺญาย มตฺตโส การิโน.
๑๒๘. กตโม จ ปุคฺคโล สีเลสุ จ ปริปูรการี, สมาธิสฺมิญฺจ ปริปูรการี, ปญฺญาย มตฺตโส การี? อนาคามี – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สีเลสุ จ ปริปูรการี, สมาธิสฺมิญฺจ ปริปูรการี, ปญฺญาย มตฺตโส การี.
๑๒๙. กตโม จ ปุคฺคโล สีเลสุ จ ปริปูรการี, สมาธิสฺมิญฺจ ปริปูรการี, ปญฺญาย จ ปริปูรการี? อรหา – อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สีเลสุ จ ปริปูรการี, สมาธิสฺมิญฺจ ปริปูรการี, ปญฺญาย จ ปริปูรการี.
๑๓๐. ตตฺถ กตเม ตโย สตฺถาโร? อิเธกจฺโจ สตฺถา กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ [ปญฺญาเปติ (สี. สฺยา.)], น รูปานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ. อิธ ปเนกจฺโจ สตฺถา กามานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ. อิธ ปเนกจฺโจ สตฺถา กามานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, เวทนานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ.
ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น รูปานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปาวจรสมาปตฺติยา ลาภี สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา กามานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, อรูปาวจรสมาปตฺติยา ลาภี สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺร ยฺวายํ สตฺถา กามานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, รูปานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, เวทนานญฺจ ปริญฺญํ ปญฺญเปติ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพ. อิเม ตโย สตฺถาโร.
๑๓๑. ตตฺถ กตเม อปเรปิ ตโย สตฺถาโร? อิเธกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ, อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ. อิธ ปเนกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ, โน จ โข อภิสมฺปรายํ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ. อิธ ปเนกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ, อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ.