๘. อนุสฺสติกมฺมฏฺฐานนิทฺเทสวณฺณนา
มรณสฺสติกถาวณฺณนา
๑๖๗. อิโตติ เทวตานุสฺสติยา. สา หิ ฉสุ อนุสฺสตีสุ สพฺพปจฺฉา นิทฺทิฏฺฐตฺตา อาสนฺนา, ปจฺจกฺขา จ. อนนฺตรายาติ ตทนนฺตรํ อุทฺทิฏฺฐตฺตา วุตฺตํ. มรณสฺส สติ มรณสฺสตีติ มรณํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ มรณ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. กามญฺเจตฺถ ขนฺธานํ เภโท ‘‘ชรามรณํ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิต’’นฺติ (ธาตุ. ๗๑) วจนโต จุติขนฺธานํ วินาโส มรณนฺติ วตฺตพฺพํ, วิเสสโต ปน ตํ ชีวิตินฺทฺริยสฺส วินาสภาเวน กมฺมฏฺฐานิกานํ ปจฺจุปติฏฺฐตีติ ‘‘ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉโท’’ติ วุตฺตํ. เตเนวาห นิทฺเทเส ‘‘กเฬวรสฺส นิกฺเขโป ชีวิตินฺทฺริยสฺสุปจฺเฉโท’’ติ (วิภ. ๒๓๖; ที. นิ. ๒.๓๙๐; ม. นิ. ๑.๙๒, ๑๒๓). ตตฺถ เอกภวปริยาปนฺนสฺสาติ เอเกน ภเวน ปริจฺฉินฺนสฺส. ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉโทติ ชีวิตินฺทฺริยปฺปพนฺธสฺส วิจฺเฉโท อายุกฺขยาทิวเสน อนฺตรธานํ. สมุจฺเฉทมรณนฺติ อรหโต สนฺตานสฺส สพฺพโส อุจฺเฉทภูตํ มรณํ. สงฺขารานํ ขณภงฺคสงฺขาตนฺติ สงฺขตธมฺมานํ อุทยวยปริจฺฉินฺนสฺส ปวตฺติขณสฺส ภงฺโค นิโรโธติ สงฺขํ คตํ. ขณิกมรณนฺติ ยถาวุตฺตขณวนฺตํ ตสฺมึเยว ขเณ ลพฺภมานํ มรณํ. ยํ ขนฺธปฺปพนฺธํ อุปาทาย รุกฺขาทิสมญฺญา, ตสฺมึ อนุปจฺฉินฺเนปิ อลฺลตาทิวิคมนํ นิสฺสาย มตโวหาโร สมฺมุติมรณํ. น ตํ อิธ อธิปฺเปตนฺติ ตํ สมุจฺเฉทขณิกสมฺมุติมรณํ อิธ มรณานุสฺสติยํ นาธิปฺเปตํ อพาหุลฺลโต, อนุปฏฺฐหนโต, อสํเวควตฺถุโต จาติ อธิปฺปาโย.
อธิปฺเปตํ สติยา อารมฺมณภาเวน. อายุอาทีนํ ขยกาเล มรณํ กาลมรณํ. เตสํ อปริกฺขีณกาเล มรณํ อกาลมรณํ. ‘‘กาลมรณํ ปุญฺญกฺขเยนา’’ติ อิทํ ยถาธิการํ สมฺปตฺติภววเสน วุตฺตํ, วิปตฺติภววเสน ปน ‘‘ปาปกฺขเยนา’’ติ วตฺตพฺพํ.
อายุสนฺตานชนกปจฺจยสมฺปตฺติยาติ อายุปฺปพนฺธสฺส ปวตฺตาปนกานํ อาหาราทิปจฺจยานํ สมฺปตฺติยํ. วิปกฺกวิปากตฺตาติ อตฺตโน ผลานุรูปํ ทาตพฺพวิปากสฺส ทินฺนตฺตา. คติกาลาหาราทิสมฺปตฺติยาอภาเวนาติ เทวานํ วิย คติสมฺปตฺติยา, ปฐมกปฺปิยานํ วิย กาลสมฺปตฺติยา, อุตฺตรกุรุกาทีนํ วิย อาหารสมฺปตฺติยา จ อภาเวน. อาทิ-สทฺเทน อุตุสุกฺกโสณิตาทึ ปริคฺคยฺหติ. อชฺชตนกาลปุริสานํ วิยาติ วิย-สทฺโท อฏฺฐาเน ปฏฺฐปิโต, อชฺชตนกาลปุริสานํ วสฺสสตมตฺตปริมาณสฺส วิย อายุโน ขยวเสนาติ โยชนา. เอวํ หิ อนาคเตปิ ปรมายุโน สงฺคโห กโต โหติ, อตีเต ปน คติสมฺปตฺติยา วิย กาลาหาราทิสมฺปตฺติยา ภาเวน อเนกวสฺสสหสฺส ปริมาโณปิ อายุ อโหสิ. อยญฺจ วิภาโค วตฺตมานสฺส อนฺตรกปฺปสฺส วเสน วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. กลาพุราชาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน นนฺทยกฺขนนฺทมาณวกาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตํ สพฺพมฺปีติ ยํ ‘‘กาลมรณํ อกาลมรณํ, ตตฺถาปิ ปุญฺญกฺขยมรณํ อายุกฺขยมรณํ อุภยกฺขยมรณํ อุปกฺกมมรณ’’นฺติ วุตฺตปฺปเภทํ มรณํ, ตํ สพฺพมฺปิ.
๑๖๘. โยนิโสติ อุปาเยน. มนสิกาโรติ มรณารมฺมโณ มนสิกาโร. เยน ปน อุปาเยน มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ, ตํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘อโยนิโส ปวตฺตยโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อโยนิโส ปวตฺตยโตติ อนุปาเยน สตึ, สํเวคํ, ญาณญฺจ อนุปฏฺฐเปตฺวา มรณํ อนุสฺสรโต. ตเทตํ สพฺพมฺปีติ โสกปาโมชฺชานํ อุปฺปชฺชนํ, สํเวคสฺส อนุปฺปชฺชนํ, สนฺตาสสฺส อุปฺปชฺชนญฺจ ยถากฺกมํ สติสํเวคญาณวิหรโต โหติ. โย หิ ‘‘มรณํ นาเมตํ ชาตสฺส เอกนฺติก’’นฺติ ปณฺฑิตานํ วจนํ สรติ, ตตฺถ สํเวคชาโต โหติ สมฺปชาโน จ, ตสฺส อิฏฺฐชนมรณาทินิมิตฺตํ โสกาทโย อโนกาสาว. ตสฺมาติ ยสฺมา อโยนิโส มนสิการํ ปวตฺตยโต เอเต โทสา, ตสฺมา. ตตฺถ ตตฺถาติ อรญฺญสุสานาทีสุ. หตมตสตฺเตติ โจราทีหิ หเต, สรเสน มเต จ สตฺเต. ทิฏฺฐปุพฺพา สมฺปตฺติ เยสํ เต ทิฏฺฐปุพฺพสมฺปตฺตี, เตสํ ทิฏฺฐปุพฺพสมฺปตฺตีนํ. โยเชตฺวาติ อุปฏฺฐเปตฺวา. เอกจฺจสฺสาติ ติกฺขินฺทฺริยสฺส ญาณุตฺตรสฺส.
๑๖๙. วธกปจฺจุปฏฺฐานโตติ ฆาตกสฺส วิย ปติ ปติ อุปฏฺฐานโต อาสนฺนภาวโต. สมฺปตฺติวิปตฺติโตติ อาโรคฺยาทิสมฺปตฺตีนํ วิย ชีวิตสมฺปตฺติยา วิปชฺชนโต. อุปสํหรณโตติ ปเรสํ มรณํ ทสฺเสตฺวา อตฺตโน มรณสฺส อุปนยนโต. กายพหุสาธารณโตติ สรีรสฺส พหูนํ สาธารณภาวโต. อายุทุพฺพลโตติ ชีวิตสฺส ทุพฺพลภาวโต. อนิมิตฺตโตติ มรณสฺส ววตฺถิตนิมิตฺตาภาวโต. อทฺธานปริจฺเฉทโตติ กาลสฺส ปริจฺฉนฺนภาวโต. ขณปริตฺตโตติ ชีวิตกฺขณสฺส อิตฺตรภาวโต.
วธกปจฺจุปฏฺฐานโตติ เอตฺถ วิย-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วธกสฺส วิย ปจฺจุปฏฺฐานโต’’ติ วตฺวา ตเมวตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จารยมาโนติ อาคุเรนฺโต ปหรณาการํ กโรนฺโต. ปจฺจุปฏฺฐิโตว อุปคนฺตฺวา ฐิโต สมีเป เอว. ชรามรณํ คเหตฺวาว นิพฺพตฺตนฺติ ‘‘ยถา หิ อหิจฺฉตฺตกมกุฬํ อุคฺคจฺฉนฺตํ ปํสุวิรหิตํ น โหติ, เอวํ สตฺตา นิพฺพตฺตนฺตา ชรามรณวิรหิตา น โหนฺตี’’ติ เอตฺตเกน อุปมา. อหิจฺฉตฺตกมกุฬํ กทาจิ กตฺถจิ ปํสุวิรหิตมฺปิ ภเวยฺย, สตฺตา ปน กถญฺจิปิ ชรามรณวิรหิตา น โหนฺตีติ ขณิกมรณํ ตาว อุปมาภาเวน ทสฺเสตฺวา อิธาธิปฺเปตํ มรณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อถ วา ยทิเม สตฺตา ชรามรณํ คเหตฺวาว นิพฺพตฺตนฺติ, นิพฺพตฺติสมนนฺตรเมว มริตพฺพนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ. อวสฺสํ มรณโตติ อวสฺสํ มริตพฺพโต, เอกนฺเตน มรณสพฺภาวโต วา. ปพฺพเตยฺยาติ ปพฺพตโต อาคตา. หารหารินีติ ปวาเห ปติตสฺส ติณปณฺณาทิกสฺส อติวิย หรณสีลา. สนฺทเตวาติ สวติ เอว. วตฺตเตวาติ ปวาหวเสน วตฺตติ เอว น ติฏฺฐติ.
ยเมกรตฺตินฺติ ยสฺสํ เอกรตฺติยํ, ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ ทฏฺฐพฺพํ, อจฺจนฺตสํโยเค วา. ปฐมนฺติ สพฺพปฐมํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ. คพฺเภติ มาตุกุจฺฉิยํ. มาณโวติ สตฺโต. เยภุยฺเยน สตฺตา รตฺติยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺตีติ รตฺติคฺคหณํ. อพฺภุฏฺฐิโตวาติ อุฏฺฐิตอพฺโภ วิย, อภิมุขภาเวน วา อุฏฺฐิโตว มรณสฺสาติ อธิปฺปาโย. โส ยาตีติ โส มาณโว ยาติ, ปฐมกฺขณโต ปฏฺฐาย คจฺฉเตว. ส คจฺฉํ น นิวตฺตตีติ โส เอวํ คจฺฉนฺโต ขณมตฺตมฺปิ น นิวตฺตติ, อญฺญทตฺถุ มรณํเยว อุปคจฺฉติ.
กุนฺนทีนนฺติ ปพฺพตโต ปติตานํ ขุทฺทกนทีนํ. ปาโต อาโปรสานุคตพนฺธนานนฺติ ปุริมทิวเส ทิวา สูริยสนฺตาเปน อนฺโต อนุปวิสิตฺวา ปุน รตฺติยํ พนฺธนมูลํ อุปคเตน อาโปรเสน ตินฺตสิถิลพนฺธนตาย ปาโต อาโปรสานุคตพนฺธนานํ.
อจฺจยนฺตีติ อติกฺกมนฺติ. อุปรุชฺฌตีติ นิรุชฺฌติ. อุทกเมว โอทกํ, อุทโกฆํ วา. ยสฺมา อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา, ตสฺมา ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ. ยสฺมา ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ, ตสฺมา อายุ ขียติ มจฺจานํ. ปปตโตติ ปปตนโต ภยํ สามิกานํ รุกฺเข ฐตฺวา กมฺเม วินิยุญฺชิตุกามานํ, เหฏฺฐา ปวิฏฺฐานํ วา. อุคฺคมนํ ปติ อุคฺคมนนิมิตฺตํ. มา มํ อมฺม นิวารย ปพฺพชฺชายาติ อธิปฺปาโย.
โกจิ มิตฺตมุขสตฺตุรนฺธคเวสี สห วตฺตมาโนปิ น หเนยฺย, อยํ ปน เอกํเสน หนติเยวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สหชาติยา อาคตโต’’ติ วตฺวา ‘‘ชีวิตหรณโต จา’’ติ วุตฺตํ.
๑๗๐. นนฺติ สมฺปตฺตึ. สุขีติ ทิพฺพสทิเสหิ โภเคหิ, อาธิปเตยฺเยน จ สุขสมงฺคี. เทหพนฺเธนาติ สรีเรน. อโสโกติ อโสกมหาราชา. โสกมาคโตติ โสจิตพฺพตํ คโต.
อาโรคฺยํ โยพฺพนานํ. พฺยาธิชราปริโยสานตา ชีวิตสฺส มรณปริโยสานตาย อุทาหรณวเสน อานีตา, ปจฺจยภาควเสน วา. โลโกเยว โลกสนฺนิวาโส ยถา สตฺตาวาสาติ, สนฺนิวสิตพฺพตาย วา สตฺตนิกาโย โลกสนฺนิวาโส. อนุคโตติ อนุพนฺโธ ปจฺจตฺถิเกน วิย. อนุสโฏติ อนุปวิฏฺโฐ อุปวิเสน วิย. อภิภูโตติ อชฺโฌตฺถโฏ มทฺทหตฺถีหิ วิย. อพฺภาหโตติ ปหโฏ ภูเตหิ วิย.
เสลาติ สิลามยา, น ปํสุอาทิมยา. วิปุลาติ มหนฺตา อเนกโยชนายามวิตฺถารา. นภํ อาหจฺจาติ วิปุลตฺตา เอว อากาสํ อภิวิหจฺจ สพฺพทิสาสุ ผริตฺวา. อนุปริเยยฺยุนฺติ อนุวิจเรยฺยุํ. นิปฺโปเถนฺตาติ อตฺตนา อาฆาติตํ จุณฺณวิจุณฺณํ กโรนฺตา. อธิวตฺตนฺตีติ อธิภวนฺติ. กุเลน วา รูเปน วา สีเลน วา สุเตน วา สทฺธาทีหิ วา เสฏฺโฐติ สมฺภาวนาย ขตฺติยาทีสุ น กญฺจิ ปริวชฺเชติ. เตหิ เอว นิหีโนติ อวมญฺญมานาย สุทฺทาทีสุ น กญฺจิ ปริวชฺเชติ. อญฺญทตฺถุ สพฺพเมว อภิมทฺทติ นิมฺมถติ. ทณฺฑาทิอุปายา จ ตตฺถ อวิสยา เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘น ตตฺถ หตฺถีนํ ภูมี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ มนฺตยุทฺเธนาติ อาถพฺพณเวทวิหิเตน มนฺตสงฺคามปฺปโยเคน. ธเนนาติ ธนทาเนน. วา-สทฺโท อวุตฺตวิกปฺปนตฺโถ. เตน สามํ, เภทญฺจ สงฺคณฺหาติ.
๑๗๑. ปเรหิ สทฺธึ อตฺตโน อุปสํหรณโตติ ปเรหิ มเตหิ สทฺธึ ‘‘เตปิ นาม มตา, กิมงฺคํ ปน มาทิสา’’ติ อตฺตโน มรณสฺส อุปนยนโต. ยสมหตฺตโตติ ปริวารมหตฺตโต, วิภวมหตฺตโต จ. ปุญฺญมหตฺตโตติ มหาปุญฺญภาวโต. ถามมหตฺตโตติ วีริยพลมหตฺตโต. ยุธิฏฺฐิโล ธมฺมปุตฺโต. จานุโร โย พลเทเวน นิพฺพุทฺธํ กตฺวา มาริโต.
สห อิทฺธีหีติ เวชยนฺตกมฺปนนนฺโทปนนฺททมนาทีสุ ทิฏฺฐานุภาวาหิ อตฺตโน อิทฺธีหิ สทฺธึ มจฺจุมุขํ ปวิฏฺโฐ.
กลํ นคฺฆนฺติ โสฬสินฺติ โสฬสนฺนํ ปูรณภาคํ น อคฺฆนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อายสฺมโต เถรสฺส สาริปุตฺตสฺส ปญฺญํ โสฬสภาเค กตฺวา ตโต เอกํ ภาคํ โสฬสธา คเหตฺวา ลทฺธํ เอกภาคสงฺขาตํ กลํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ฐเปตฺวา อญฺเญสํ สตฺตานํ ปญฺญา น อคฺฆนฺตีติ.
สพฺพสฺสาปิ สํกิเลสปกฺขสฺส สมุคฺฆาโต ญาเยน อารทฺธวีริยสฺส โหตีติ อาห ‘‘ญาณวีริยพเลนา’’ติ. สมฺมาทิฏฺฐิสมฺมาวายาเมสุ หิ สิทฺเธสุ อฏฺฐงฺคิโก อริยมคฺโค สิทฺโธว โหตีติ. เอกากีภาเวน ขคฺควิสาณกปฺปา. ปรโตโฆเสน วินา สยเมว ภูตา ปฏิวิทฺธากุปฺปาติ สยมฺภุโน.
หตฺถคตสุวณฺณวลยานํ อญฺญมญฺญํ สงฺฆฏฺฏนํ วํสกฬีรสฺส กตฺถจิ อสตฺตตาติ เอวมาทิกํ ตํ ตํ นิมิตฺตํ การณํ อาคมฺม. วีมํสนฺตาติ ปวตฺตินิวตฺติโย อุปปริกฺขนฺตา. มหนฺตานํ สีลกฺขนฺธาทีนํ เอสนฏฺเฐน มเหสโย. เอกจริยนิวาเสนาติ เอกจริยนิวาสมตฺเตน, น สีลาทินา. ขคฺคมิคสิงฺคสมา อุปมา เยสํ, ขคฺคมิคสิงฺคํ วา สมูปมา เยสํ เต ขคฺคสิงฺคสมูปมา.
ตมฺพนขตุงฺคนขตาทิอสีติอนุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิเตหิ สุปฺปติฏฺฐิตปาทตาทีหิ ทฺวตฺตึสาย มหาปุริสลกฺขเณหิ วิจิโตฺร อจฺฉริยพฺภุโต รูปกาโย เอตสฺสาติ อสีติ…เป… รูปกาโย. สห วาสนาย สพฺเพสํ กิเลสานํ ปหีนตฺตา สพฺพาการปริสุทฺธสีลกฺขนฺธาทิคุณรตเนหิ สมิทฺโธ ธมฺมกาโย เอตสฺสาติ สพฺพาการ…เป… ธมฺมกาโย. ฐานโสติ ตงฺขเณเยว.
เอวํ มหานุภาวสฺสาติ เอวํ ยถาวุตฺตรูปกายสมฺปตฺติยา, ธมฺมกายสมฺปตฺติยา จ วิญฺญายมานวิปุลาปริเมยฺยพุทฺธานุภาวสฺส, วสํ นาคตํ อนุปคมนวเสนาติ อธิปฺปาโย.
มรณํ สามญฺญํ เอตสฺสาติ มรณสามญฺโญ, ตสฺส ภาโว มรณสามญฺญตา, ตาย.
๑๗๒. กิมิกุลานนฺติ กิมิสมูหานํ, กิมิชาตีนํ วา. ชียนฺตีติ ชรํ ปาปุณนฺติ.
นิกฺขนฺเตติ วีติวตฺเต. ปฏิหิตายาติ ปจฺจานุคตาย. โส มมสฺส อนฺตราโยติ สา ยถาวุตฺตา น เกวลํ กาลกิริยาว, อถ โข มม อติทุลฺลภํ ขณํ ลภิตฺวา ฐิตสฺส สตฺถุสาสนมนสิการสฺส อนฺตราโย อสฺส ภเวยฺย. พฺยาปชฺเชยฺยาติ วิปตฺตึ คจฺเฉยฺย. สตฺถเกน วิย องฺคปจฺจงฺคานํ กนฺตนกา มรณกาเล สนฺธิพนฺธนจฺเฉทนกวาตา สตฺถกวาตา.
๑๗๓. อพลนฺติ พลหีนํ. ทุพฺพลนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อภาวตฺโถ หิ อยํ ทุ-สทฺโท ‘‘ทุสฺสีโล (อ. นิ. ๕.๒๑๓; อ. นิ. ๑๐.๗๕) ทุปฺปญฺโญ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๔๙) วิย. ตเทตํ อายุ. อสฺสาสปสฺสาสานํ สมวุตฺติตา อปราปรํ ปเวสนิกฺขโมว. พหิ นิกฺขนฺตนาสิกวาเต อนฺโต อปวิสนฺเต, ปวิฏฺเฐ วา อนิกฺขมนฺเตติ เอกสฺเสว ปเวสนิกฺขโม วิย วุตฺตํ, ตํ นาสิกวาตภาวสามญฺเญนาติ ทฏฺฐพฺพํ. อธิมตฺตตาย อจฺจาสนฺนอธิฏฺฐานาทินา. ตทภาโว หิ อิริยาปถานํ สมวุตฺติตา. อติสีเตน อภิภูตสฺส กายสฺส วิปชฺชนํ มหึสรฏฺฐาทีสุ หิมปาตกาเลน ทีเปตพฺพํ. ตตฺถ หิ สตฺตา สีเตน ภินฺนสรีรา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณนฺติ. อติอุเณฺหน อภิภูตสฺส วิปชฺชนํ มรุกนฺตาเร อุณฺหาภิตตฺตาย ปจฺฉึ, ตตฺถ ฐปิตํ อุปริ สาฏกํ, ปุตฺตญฺจ อกฺกมิตฺวา มตาย อิตฺถิยา ทีเปตพฺพํ. มหาภูตานํ สมวุตฺติตา ปโกปาภาโว. ปถวีธาตุอาทีนํ ปโกเปน สรีรสฺส วิการาปตฺติ ปรโต ธาตุกมฺมฏฺฐานกถายํ อาคมิสฺสติ. ยุตฺตกาเลติ ภุญฺชิตุํ ยุตฺตกาเล ขุทฺทาภิภูตกาเล.
๑๗๔. อววตฺถานโตติ กาลาทิวเสน ววตฺถานาภาวโต. ววตฺถานนฺติ เจตฺถ ปริจฺเฉโท อธิปฺเปโต, น อสงฺกรโต ววตฺถานํ, นิจฺฉโย จาติ อาห ‘‘ปริจฺเฉทาภาวโต’’ติ. น นายเรติ น ญายนฺติ.
อิโต ปรนฺติ เอตฺถ ปรนฺติ ปรํ อญฺญํ กาลนฺติ อตฺโถ. เตน โอรกาลสฺสาปิ สงฺคโห สิทฺโธ โหติ. ปรมายุโต โอรกาลํ เอว เจตฺถ ‘‘ปร’’นฺติ อธิปฺเปตํ. ตโต ปรํ สตฺตานํ ชีวนสฺส อภาวโต ‘‘ววตฺถานาภาวโต’’ติ วตฺตุํ น สกฺกาติ. อพฺพุทเปสีติอาทีสุ ‘‘อพฺพุทกาเล เปสิกาเล’’ติอาทินา กาล-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. กาโลติ อิธ ปุพฺพณฺหาทิเวลา อธิปฺเปตา. เตนาห ‘‘ปุพฺพเณฺหปิ หี’’ติอาทิ. อิเธว เทเหน ปติตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. อเนกปฺปการโตติ นคเร ชาตานํ คาเม, คาเม ชาตานํ นคเร, วเน ชาตานํ ชนปเท, ชนปเท ชาตานํ วเนติอาทินา อเนกปฺปการโต. อิโต จุเตนาติ อิโต คติโต จุเตน. อิธ อิมิสฺสํ คติยํ. ยนฺตยุตฺตโคโณ วิยาติ ยถา ยนฺเต ยุตฺตโคโณ ยนฺตํ นาติวตฺตติ, เอวํ โลโก คติปญฺจกนฺติ เอตฺตเกน อุปมา.
๑๗๕. อปฺปํ วา ภิยฺโยติ วสฺสสตโต อุปริ ‘‘ทส วา วสฺสานิ, วีสติ วา’’ติอาทินา ทุติยํ วสฺสสตํ อปาปุณนฺโต อปฺปกํ วา ชีวตีติ อตฺโถ. คมนีโยติ คนฺธพฺโพ อุปปชฺชนวเสน. สมฺปราโยติ ปรโลโก.
หีเฬยฺยาติ ปริภเวยฺย น สมฺภาเวยฺย. นนฺติ อายุํ. สุโปริโสติ สาธุปุริโส ปญฺญวา. จเรยฺยาติ สุจริตํ จเรยฺย. เตนาห ‘‘อาทิตฺตสีโสวา’’ติ.
สตฺตหิ อุปมาหีติ –
‘‘เสยฺยถาปิ, พฺราหฺมณ, ติณคฺเค อุสฺสาวพินฺทุ สูริเย อุคฺคจฺฉนฺเต ขิปฺปํเยว ปฏิวิคจฺฉติ, น จิรฏฺฐิติกํ โหติ. อุทเก อุทกปุพฺพุฬํ. อุทเก ทณฺฑราชิ. นที ปพฺพเตยฺยา ทูรงฺคมา สีฆโสตา หารหารินี. พลวา ปุริโส ชิวฺหคฺเค เขฬปิณฺฑํ สํยูหิตฺวา อกสิเรเนว วเมยฺย. ทิวสํ สนฺตตฺเต อโยกฏาเห มํสเปสิ ปกฺขิตฺตา ขิปฺปํเยว ปฏิวิคจฺฉติ, น จิรฏฺฐิติกา โหติ. คาวี วชฺฌา อาฆาตนํ นียมานา ยํ ยเทว ปาทํ อุทฺธรติ, สนฺติเกว โหติ วธสฺส, สนฺติเกว มรณสฺส, เอวเมวํ โข, พฺราหฺมณ, โควชฺฌูปมํ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ พหุทุกฺขํ พหุปายาสํ มนฺตายํ โพทฺธพฺพํ, กตฺตพฺพํ กุสลํ, จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ, นตฺถิ ชาตสฺส อมรณ’’นฺติ (อ. นิ. ๗.๗๔) –
เอวมาคตาหิ อิมาหิ สตฺตหิ อุปมาหิ อลงฺกตํ.
รตฺตินฺทิวนฺติ เอกํ รตฺตินฺทิวํ. ภควโต สาสนนฺติ อริยมคฺคปฏิเวธาวหํ สตฺถุ โอวาทํ. พหุํ วต เม กตํ อสฺสาติ พหุํ วต มยา อตฺตหิตํ ปพฺพชิตกิจฺจํ กตํ ภเวยฺย. ตทนฺตรนฺติ ตํ ขณํ ตตฺตกํ เวลํ. เอกํ ปิณฺฑปาตนฺติ เอกํ ทิวสํ ยาปนปฺปโหนกํ ปิณฺฑปาตํ. ทนฺธนฺติ มนฺทํ จิราย. อวิสฺสาสิโย อวิสฺสาสนีโย.
๑๗๖. จิตฺเต ธรนฺเตเยว สตฺตานํ ชีวิตโวหาโร, จิตฺตสฺส จ อติอิตฺตโร ขโณ ลหุปริวตฺติภาวโต. ยถาห ภควา ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ ลหุปริวตฺตํ, ยถยิทํ จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๘; กถา. ๓๓๕). ตสฺมา สตฺตานํ ชีวิตํ เอกจิตฺตกฺขณิกตฺตา ลหุสํ อิตฺตรนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปรมตฺถโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘ปรมตฺถโต’’ติ อิมินา ยายํ ‘‘โย จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสต’’นฺติอาทินา สตฺตานํ (ที. นิ. ๒.๗; สํ. นิ. ๑.๑๔๕; อ. นิ. ๗.๗๔) ชีวิตปฺปวตฺติ วุตฺตา, สา ปพนฺธวิสยตฺตา โวหารวเสนาติ ตํ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘อติปริตฺโต’’ติ อิมินา –
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ทฬฺหธมฺมา ธนุคฺคหา สุสิกฺขิตา กตหตฺถา กตูปาสนา จตุทฺทิสา ฐิตา อสฺสุ, อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ‘อหํ อิเมสํ…เป… กตูปาสนานํ จตุทฺทิสา กณฺเฑ ขิตฺเต อปฺปติฏฺฐิเต ปถวิยํ คเหตฺวา อาหริสฺสามี’ติ. ยถา จ, ภิกฺขเว, ตสฺส ปุริสสฺส ชโว, ยถา จ จนฺทิมสูริยานํ ชโว, ตโต สีฆตโร. ยถา จ, ภิกฺขเว, ตสฺส ปุริสสฺส ชโว, ยถา จ จนฺทิมสูริยานํ ชโว, ยถา จ ยา เทวตา จนฺทิมสูริยานํ ปุรโต ธาวนฺติ, ตาสํ เทวตานํ ชโว, ตโต สีฆตรํ อายุสงฺขารา ขียนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๒๘) –
เอวํ วุตฺตํ ปริตฺตมฺปิ ปฏิกฺขิปติ. ตตฺร หิ คมนสฺสาทานํ เทวปุตฺตานํ เหฏฺฐุปริเยน ปฏิมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ, ปาเท จ พทฺธขุรธาราสนฺนิปาตโตปิ ปริตฺตโก รูปชีวิตินฺทฺริยสฺส โส ขโณ วุตฺโต, จิตฺตสฺส ปน อติวิย ปริตฺตตโร, ยสฺส อุปมาปิ นตฺถิ. เตเนวาห ‘‘ยาวญฺจิทํ, ภิกฺขเว, อุปมาปิ น สุกรา, ยาว ลหุปริวตฺตํ จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๘). ชีวิตกฺขโณติ ชีวนกฺขโณ. เอกจิตฺตปฺปวตฺติมตฺโตเยว เอกสฺส จิตฺตสฺส ปวตฺติมตฺเตเนว สตฺตานํ ปรมตฺถโต ชีวนกฺขณสฺส ปริจฺฉินฺนตฺตา. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย ปกาเสนฺโต ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปวตฺตมานนฺติ ปวตฺตนฺตํ. เอกจิตฺตกฺขณิกนฺติ เอกจิตฺตกฺขณมตฺตวนฺตํ. ตสฺมึ จิตฺเต นิรุทฺธมตฺเตติ เยน วตฺตมานจิตฺตกฺขเณน ‘‘ชีวตี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมึ จิตฺเต นิโรธํ ภงฺคํ ปตฺตมตฺเต ตํสมงฺคี สตฺโต นิรุทฺโธ มโตติ วุจฺจติ. วุตฺตเมวตฺถํ ปาฬิยา วิภาเวตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน ตีสุปิ กาเลสุ สตฺตานํ ปรมตฺถโต ชีวนํ นาม จิตฺตกฺขณวเสเนวาติ ทสฺเสติ.
ชีวิตนฺติ ชีวิตินฺทฺริยํ. สุขทุกฺขาติ สุขทุกฺขเวทนา. อุเปกฺขาปิ หิ สุขทุกฺขาสุ เอว อนฺโตคธา อิฏฺฐานิฏฺฐภาวโต. อตฺตภาโวติ ชีวิตเวทนาวิญฺญาณานิ ฐเปตฺวา อวสิฏฺฐธมฺมา วุตฺตา. เกวลาติ อตฺตนา, นิจฺจภาเวน วา อโวมิสฺสา. เอกจิตฺตสมายุตฺตาติ เอเกเกน จิตฺเตน สหิตา. ลหุโส วตฺตติ ขโณติ วุตฺตนเยน เอกจิตฺตกฺขณิกตาย ลหุโก อติอิตฺตโร ชีวิตาทีนํ ขโณ วตฺตติ.
เย นิรุทฺธา มรนฺตสฺสาติ จวนฺตสฺส สตฺตสฺส จุติโต อุทฺธํ ‘‘นิรุทฺธา’’ติ วตฺตพฺพา เย ขนฺธา. ติฏฺฐมานสฺส วา อิธาติ เย วา อิธ ปวตฺติยํ ติฏฺฐนฺตสฺส ธรนฺตสฺส ภงฺคปฺปตฺติยา นิรุทฺธา ขนฺธา. สพฺเพปิ สทิสา เต สพฺเพปิ เอกสทิสา. กถํ? คตา อปฺปฏิสนฺธิกา ปุน อาคนฺตฺวา ปฏิสนฺธานาภาเวน วิคตา. ยถา หิ จุติขนฺธา น นิวตฺตนฺติ, เอวํ ตโต ปุพฺเพปิ ขนฺธา, ตสฺมา เอกจิตฺตกฺขณิกํ สตฺตานํ ชีวิตนฺติ อธิปฺปาโย.
อนิพฺพตฺเตน น ชาโตติ อนุปฺปนฺเนน จิตฺเตน ชาโต น โหติ อชาโต นาม โหติ. ปจฺจุปฺปนฺเนน วตฺตมาเนน จิตฺเตน ชีวติ ชีวมาโน นาม โหติ. จิตฺตภงฺคา มโต โลโกติ จุติจิตฺตสฺส วิย สพฺพสฺสปิ ตสฺส ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคปฺปตฺติยา อยํ โลโก ปรมตฺถโต มโต นาม โหติ นิรุทฺธสฺส อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา. เอวํ สนฺเตปิ ปญฺญตฺติ ปรมตฺถิยา ยา ตํ ตํ ธรนฺตํ จิตฺตํ อุปาทาย ‘‘ติสฺโส ชีวติ, ผุสฺโส ชีวตี’’ติ วจนปฺปวตฺติยา วิสยภูตา สนฺตานปญฺญตฺติ, สา เอตฺถ ปรมตฺถิยา ปรมตฺถภูตา. ตถา หิ วทนฺติ ‘‘นามโคตฺตํ น ชีรตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๗๖).
๑๗๗. อญฺญตรญฺญตเรน อากาเรน. จิตฺตนฺติ กมฺมฏฺฐานารมฺมณํ จิตฺตํ. อาเสวนํ ลภตีติ ภาวนาเสวนํ ลภติ, พหิทฺธา วิกฺเขปํ ปหาย เอกตฺตวเสน มรณารมฺมณเมว โหตีติ. เตนาห ‘‘มรณารมฺมณา สติ สนฺติฏฺฐตี’’ติ. สภาวธมฺมานํ เภโท สภาวธมฺมคติโก เอวาติ อาห ‘‘สภาวธมฺมตฺตา ปน อารมฺมณสฺสา’’ติ. เตนาห ภควา ‘‘ชรามรณํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๒๐). สํเวชนียตฺตาติ สํเวคชนนโต มหาภูเตสุ มหาวิการตา วิย คยฺหมานา มรณํ อนุสฺสริยมานํ อุปรูปริ อุพฺเพคเมว อาวหตีติ ตตฺถ น ภาวนาจิตฺตํ อปฺเปตุํ สกฺโกติ. ยทิ สภาวธมฺมตฺตา อปฺปนํ น ปาปุณาติ, โลกุตฺตรชฺฌานํ เอกจฺจานิ อรูปชฺฌานานิ จ กถนฺติ อาห ‘‘โลกุตฺตรชฺฌานํ ปนา’’ติอาทิ. วิสุทฺธิภาวนานุกฺกมวเสนาติ เหฏฺฐิมวิสุทฺธิยา อานุภาเวน อธิคตาติสยาย ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิภาวนาย, สพฺพสงฺขาเรหิ นิพฺพินฺทนวิรชฺชนาทิวิสํโยคาธิมุตฺติอปฺปนาย จ ปฏิปกฺขภูตานํ ปาปธมฺมานํ วิคโมติ เอวํภูตสฺส วิสุทฺธิภาวนานุกฺกมสฺส วเสน โลกุตฺตรชฺฌานํ อปฺปนาปฺปตฺตเมว โหติ. อารมฺมณสมติกฺกมนมตฺตํ ตตฺถ โหตีติ อญฺเญสํ สภาวธมฺมารมฺมณกมฺมฏฺฐานานํ วิย จิตฺตสฺส สมาธาเน พฺยาปาโร นตฺถิ. ยถาสมาหิเตน ปน จิตฺเตน อารมฺมณสมติกฺกมนมตฺตเมว ภาวนาย กาตพฺพํ, ตสฺมา สภาวธมฺเมปิ อารุปฺปชฺฌานํ อปฺเปตีติ.
สตตํ อปฺปมตฺโต โหติ สํเวคพหุลตฺตา, ตโต เอวสฺส สพฺพภเวสุ อนภิรติสญฺญาปฏิลาโภ. ชีวิตนิกนฺตึ ชหาติ มรณสฺส อวสฺสํภาวิตาทสฺสนโต. ปาปครหี โหติ อนิจฺจสญฺญาปฏิลาภโต, ตโต เอว อสนฺนิธิพหุลตา, วิคตมลมจฺเฉรตา จ. ตทนุสาเรนาติ อนิจฺจสญฺญาปริจยานุสาเรน. อภาวิตมรณาติ อภาวิตมรณานุสฺสรณา. อภโย อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ ปเคว มรณสญฺญาย สูปฏฺฐิตตฺตา.
กายคตาสติกถาวณฺณนา
๑๗๘. พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ เอตฺถาติ พุทฺธุปฺปาโท, พุทฺธานํ อุปฺปชฺชนกาโล, ตสฺมา. อญฺญตฺร ตํ ฐเปตฺวา, อญฺญสฺมึ กาเลติ อตฺโถ. น ปวตฺตปุพฺพนฺติ อปวตฺตปุพฺพํ. ตโต เอว สพฺพติตฺถิยานํ อวิสยภูตํ. นนุ จ สุเนตฺตสตฺถาราทโย (อ. นิ. ๖.๕๔; ๗.๖๖, ๗๓), อญฺเญ จ ตาปสปริพฺพาชกา สรีรํ ‘‘อสุภ’’นฺติ ชานึสุ. ตถา หิ สุเมธตาปเสน สรีรํ ชิคุจฺฉนฺเตน วุตฺตํ –
‘‘ยนฺนูนิมํ ปูติกายํ, นานากุณปปูริตํ;
ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺเฉยฺยํ, อนเปกฺโข อนตฺถิโก’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๘) –
อาทิ. กามํ โพธิสตฺตา, อญฺเญ จ ตาปสาทโย สรีรํ ‘‘อสุภ’’นฺติ ชานนฺติ, กมฺมฏฺฐานภาเวน ปน น ชานนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อญฺญตฺร พุทฺธุปฺปาทา’’ติอาทิ. สํเวคาย สํวตฺตติ ยาถาวโต กายสภาวปฺปเวทนโต. อตฺถายาติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺถาย. โยคกฺเขมายาติ จตูหิ โยเคหิ เขมภาวาย. สติสมฺปชญฺญายาติ สพฺพตฺถ สติอวิปฺปวาสาย จ สตฺตฏฺฐานิยสมฺปชญฺญาย จ. ญาณทสฺสนปฏิลาภายาติ วิปสฺสนาญาณาธิคมาย. วิชฺชาวิมุตฺติผลสจฺฉิกิริยายาติ ติสฺโส วิชฺชา, จิตฺตสฺส อธิมุตฺติ นิพฺพานํ, จตฺตาริ สามญฺญผลานีติ เอเตสํ ปจฺจกฺขกรณาย. อมตสฺส นิพฺพานสฺส อธิคมเหตุตาย, อมตสทิสาตปฺปกสุขสหิตตาย จ กายคตาสติ ‘‘อมต’’นฺติ วุตฺตา. ปริภุญฺชนฺตีติ ฌานสมาปชฺชเนน วฬญฺชนฺติ. ปริหีนนฺติ ชินํ. วิรทฺธนฺติ อนธิคเมน วิรชฺฌิตํ. อารทฺธนฺติ สาธิตํ นิปฺผาทิตํ. อเนเกหิ อากาเรหิ เตสุ เตสุ สุตฺตนฺเตสุ ปสํสิตฺวา ยํ ตํ กายคตาสติกมฺมฏฺฐานํ นิทฺทิฏฺฐนฺติ สมฺพนฺโธ. กตฺถ ปน นิทฺทิฏฺฐนฺติ? กายคตาสติสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๕๓ อาทโย). ตตฺถ หิ ‘‘กถํ ภาวิตา จ ภิกฺขเว’’ติอาทินา อยํ เทสนา อาคตา. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ภิกฺขเว, เกน ปกาเรน กายคตาสติภาวนา ภาวิตา, เกน จ ปกาเรน ปุนปฺปุนํ กตา อานาปานชฺฌานาทีนํ นิปฺผตฺติยา มหปฺผลา, เตสํ เตสํ วิชฺชาภาคิยานํ, อภิญฺญาสจฺฉิกรณียานญฺจ ธมฺมานํ, อรติรติสหนตาทีนญฺจ สํสิทฺธิยา มหานิสํสา จ โหตีติ? อานาปานปพฺพนฺติ อานาปานกมฺมฏฺฐานาวธิ. เอส นโย เสเสสุปิ.
ธาตุมนสิการกมฺมฏฺฐาเนน ยทิปิ อุปจารสมาธิ อิชฺฌติ, สมฺมสนวาโร ปน ตตฺถ สาติสโยติ ธาตุมนสิการปพฺพมฺปิ ‘‘วิปสฺสนาวเสน วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อยมฺปิ โข กาโย เอวํธมฺโม เอวํภาวี เอวํอนตีโต’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๗๙; ม. นิ. ๑.๑๑๒) ตตฺถ ตตฺถ อสุภานิจฺจตาทีหิ สทฺธึ กาเย อาทีนวสฺส วิภาวนวเสน เทสนาย อาคตตฺตา ‘‘นวสิวถิก…เป… วุตฺตานี’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ อุทฺธุมาตกาทีสูติ เอเตสุ สิวถิกปพฺเพสุ อาคตอุทฺธุมาตกาทีสุ. อานาปานสฺสติวเสนาติ อานาปานสฺสติภาวนาวเสน. โย อุปริ ‘‘กรีสํ มตฺถลุงฺค’’นฺติ มตฺถลุงฺคโกฏฺฐาโส คยฺหติ, ตํ อิธ ปาฬิยํ (ม. นิ. ๓.๑๕๔) อฏฺฐิมิญฺเชเนว สงฺคณฺหิตฺวา เทสนา อาคตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มตฺถลุงฺคํ อฏฺฐิมิญฺเชน สงฺคเหตฺวา’’ติ อาห. อิธาติ อิมสฺมึ อนุสฺสตินิทฺเทเส. กายํ คตา, กาเย วา คตา สติ กายคตาสตีติ สติสีเสน อิทํ ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ อธิปฺเปตนฺติ โยชนา.
๑๗๙. จตุมหาภูติกนฺติ จตุมหาภูตสนฺนิสฺสยํ. ปูติกายนฺติ ปูติภูตํ ปรมทุคฺคนฺธกายํ. ฐานคมนาวตฺถํ สรีรํ สนฺธาย, ตสฺส วา อวยเวสุ สพฺพเหฏฺฐิมํ ปาทตลนฺติ วุตฺตํ ‘‘อุทฺธํ ปาทตลา’’ติ. ติริยํ ตจปริจฺฉินฺนนฺติ เอตฺถ นนุ เกสโลมนขานํ, ตจสฺส จ อตจปริจฺฉินฺนตา อตฺถีติ? กิญฺจาปิ อตฺถิ, ตจปริจฺฉินฺนพหุลตาย ปน กายสฺส ตจปริจฺฉินฺนตา โหตีติ เอวํ วุตฺตํ. ตโจ ปริยนฺโต อสฺสาติ ตจปริยนฺโตติ เอเตน ปน วจเนน กาเยกเทสภูโต ตโจ คหิโต เอว, ตปฺปฏิพทฺธา จ เกสาทโย ตทนุปวิฏฺฐมูลา ตจปริยนฺตาว โหนฺตีติ ทฺวตฺตึสาการสมูโห สพฺโพปิ กาโย ตจปริยนฺโต วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
อตฺถีติ วจนวิปลฺลาเสน วุตฺตํ, นิปาตปทํ วา เอตํ. ตสฺมา ตีสุปิ สงฺขาสุ ตเทวสฺส รูปํ. เตนาห ‘‘สํวิชฺชนฺตี’’ติ. อกฺขรจินฺตเกหิ สรีเร กาย-สทฺทํ วณฺณนฺเตหิปิ อสุจิสมุทายภาเวเนว อิจฺฉิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสุจิสญฺจยโต’’ติ วตฺวา ปุน นํ นิรุตฺตินเยน ทสฺเสตุํ ‘‘กุจฺฉิตาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อายภูตโตติ อุปฺปตฺติฏฺฐานภูตตฺตา. ‘‘ปูรํ นานปฺปการสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘เก ปน เต ปการา? เยหิ นานปฺปการํ อสุจิ วุตฺต’’นฺติ เต เกสาทิเก ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘เกสา โลมา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ ทีเปนฺโต อาห ‘‘เอเต เกสาทโย ทฺวตฺตึสาการา’’ติ. อาการา ปการาติ หิ เอโก อตฺโถติ. เอวํ สมฺพนฺโธติ ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย นขา’’ติอาทินา สพฺพโกฏฺฐาเสสุ ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย’’ติ ปทตฺตเยน สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.
ปริโตติ ติริยํ, สมนฺตโต วา ปาทตลเกสมูเลสุ จ ตจสฺส ลพฺภนโต. สุจิภาวนฺติ สุจิโน สพฺภาวํ, สุจิเมว วา.
๑๘๐. เยน วิธินา อุคฺคเห กุสโล โหติ, โส สตฺตวิโธ วิธิ ‘‘อุคฺคหโกสลฺล’’นฺติ วุจฺจติ, ตนฺนิพฺพตฺตํ วา ญาณํ. มนสิการโกสลฺเลปิ เอเสว นโย.
สชฺฌายนฺตา วาติ สชฺฌายํ กโรนฺตา เอว. เตสํ กิร จตฺตาโร มาเส สชฺฌายนฺตานํ สชฺฌายมคฺเคเนว โกฏฺฐาเส อุปธาเรนฺตานํ ปฏิปาฏิยา ทฺวตฺตึสาการา วิภูตตรา หุตฺวา ขายึสุ, ปฏิกฺกูลสญฺญา สณฺฐาสิ, เต ตสฺมึ นิมิตฺเต ฌานํ อปฺเปตฺวา ฌานปาทกํ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ทสฺสนมคฺคํ ปฏิวิชฺฌึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘สชฺฌายนฺตา ว โสตาปนฺนา อเหสุ’’นฺติ.
ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ ตจปญฺจกาทิวเสเนว ปริจฺเฉทํ กตฺวา. ปถวีธาตุพหุลภาวโต มตฺถลุงฺคสฺส กรีสาวสาเน ตนฺติอาโรปนมาห. เอตฺถ จ มํสํ, นฺหารุ, อฏฺฐิ, อฏฺฐิมิญฺชํ วกฺกํ, วกฺกํ อฏฺฐิมิญฺชํ, อฏฺฐิ, นฺหารุ, มํสํ, ตโจ, ทนฺตา, นขา, โลมา, เกสาติ เอวํ วกฺกปญฺจกาทีสุ อนุโลมสชฺฌายํ วตฺวา ปฏิโลมสชฺฌาโย ปุริเมหิ สมฺพนฺโธ วุตฺโต. สฺวายํ สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๓๕๖) วิสุํ ติปญฺจาหํ, ปุริเมหิ เอกโต ติปญฺจาหนฺติ ฉปญฺจาหํ สชฺฌาโย วุตฺโต, ตตฺถ อาทิอนฺตทสฺสนวเสน วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อนุโลมปฏิโลมสชฺฌาเยปิ หิ ปฏิโลมสชฺฌาโย อนฺติโม โหติ, สชฺฌายปฺปการนฺตรํ วา เอตมฺปีติ เวทิตพฺพํ.
หตฺถสงฺขลิกาติ องฺคุลิปนฺติมาห.
มนสา สชฺฌาโยติ จิตฺเตน จินฺตนมาห, ยํ มานสํ ‘‘ชปฺปน’’นฺติ วุจฺจติ, สมฺมเทว อชฺฌาโยติ วา สชฺฌาโย, จินฺตนนฺติ อตฺโถ. จิรตรํ สุฏฺฐุ ปวตฺตเนน ปคุณภูตา กมฺมฏฺฐานตนฺติ สมาวชฺชิตฺวา มนสิ กโรนฺตสฺส อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา กตฺถจิ อสชฺชมานา นิรนฺตรเมว อุปฏฺฐาติ, ตทนุสาเรน ตทตฺโถปิ วิภูตตโร หุตฺวา ขายตีติ อาห ‘‘วจสา สชฺฌาโย หิ…เป… ปฏิเวธสฺส ปจฺจโย โหตี’’ติ. ลกฺขณปฏิเวธสฺสาติ อสุภลกฺขณปฏิเวธสฺส.
ปฏิกฺกูลสภาวสลฺลกฺขณสฺส กสฺสจิ วณฺณคฺคหณมุเขน โกฏฺฐาสา ววตฺถานํ คจฺฉนฺติ, กสฺสจิ สณฺฐานคฺคหณมุเขน, กสฺสจิ ทิสาวิภาคคฺคหณมุเขน, กสฺสจิ ปติฏฺฐิโตกาสคฺคหณมุเขน, กสฺสจิ สพฺพโส ปริจฺฉิชฺชคฺคหณมุเขนาติ วณฺณาทิโต สลฺลกฺขณํ อุคฺคหโกสลฺลาวหํ วุตฺตนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เกสาทีนํ วณฺโณ ววตฺถเปตพฺโพ’’ติอาทิมาห.
อตฺตโน ภาโค สภาโค, สภาเคน ปริจฺเฉโท สภาคปริจฺเฉโท, เหฏฺฐุปริติริยปริยนฺเตหิ, สโกฏฺฐาสิกเกสนฺตราทีหิ จ ปริจฺเฉโทติ อตฺโถ. อมิสฺสกตาวเสนาติ โกฏฺฐาสนฺตเรหิ อโวมิสฺสกตาวเสน. อสภาโค หิ อิธ ‘‘วิสภาโค’’ติ อธิปฺเปโต, น วิรุทฺธสภาโค. สฺวายมตฺโถ เกสาทิสทฺทโต เอว ลพฺภติ. สทฺทนฺตรตฺถาโปหนวเสน สทฺโท อตฺถํ วทตีติ ‘‘เกสา’’ติ วุตฺเต ‘‘อเกสา น โหนฺตี’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. เก ปน เต อเกสา? โลมาทโย, น จ ฆฏาทีสุ ปสงฺโคปกรเณเนว เตสํ นิวตฺติตตฺตา.
ปฏิกฺกูลวเสเนว กถิตํ ธาตุวิภาคสฺส สามญฺญโตปิ อคหิตตฺตา. ตตฺเถว วิสุํ ธาตุกมฺมฏฺฐานสฺส กถิตตฺตา จ ธาตุวิภงฺโค ปกฺกุสาติสุตฺตํ (ม. นิ. ๓.๓๔๒) วิภงฺคปฺปกรเณ ธาตุวิภงฺคปาฬิ (วิภ. ๑๗๒ อาทโย) จ. ยสฺส วณฺณโต อุปฏฺฐาติ เกสาทิ, ตํ ปุคฺคลํ สนฺธาย ฌานานิ เกสาทีสุ วณฺณกสิณารมฺมณานิ วิภตฺตานิ. ญตฺวา อาจิกฺขิตพฺพนฺติ ยทตฺถํ วุตฺตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ธาตุวเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺเพ. กายคตาสติสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๕๓ อาทโย) หิ ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพํ คเหตฺวา อิธ กายคตาสติภาวนา นิทฺทิสียติ.
๑๘๑. น เอกนฺตริกายาติ เอกนฺตริกายปิ น มนสิ กาตพฺพํ, ปเคว ทฺวนฺตริกาทินาติ อธิปฺปาโย. น ภาวนํ สมฺปาเทติ, ลกฺขณปฏิเวธํ น ปาปุณาติ เอกนฺตริกาย มนสิ กโรนฺโตติ สมฺพนฺโธ.
โอกฺกมนวิสฺสชฺชนนฺติ ปฏิปชฺชิตพฺพวิสฺสชฺเชตพฺเพ มคฺเค. ปุจฺฉิตฺวาว คนฺตพฺพํ โหติ คเหตพฺพวิสฺสชฺเชตพฺพฏฺฐานสฺส อสลฺลกฺขณโต. กมฺมฏฺฐานํ ปริโยสานํ ปาปุณาตีติ อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา มนสิการมตฺตํ โหตีติ อธิปฺปาโย. อวิภูตํ ปน โหติ ปฏิกฺกูลาการสฺส สุฏฺฐุ อสลฺลกฺขณโต. ตโต เอว น วิเสสํ อาวหติ.
กมฺมฏฺฐานํ ปริโยสานํ น คจฺฉตีติ ปฏิปาฏิยา สพฺพโกฏฺฐาเส มนสิ กโรโตเยว วิภูตา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. เต สาติสยํ ปาฏิกฺกูลโต มนสิ กโรนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ ปริโยสานํ คจฺเฉยฺย, อิมสฺส ปน อติวิย ทนฺธํ มนสิ กโรโต วิภูตโต อุปฏฺฐานเมว นตฺถิ, กุโต ปฏิกฺกูลตาย สณฺฐานํ. เตนาห ‘‘วิเสสาธิคมสฺส ปจฺจโย น โหตี’’ติ.
พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณติ ‘‘อสุจิ ปฏิกฺกูล’’นฺติ เกสาทีสุ ปวตฺเตตพฺพํ อสุภานุปสฺสนํ หิตฺวา สุภาทิวเสน คยฺหมานา เกสาทโยปิ อิธ ‘‘พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมณเมวา’’ติ เวทิตพฺพา. รูปาทโย หิ นีลาทิวเสน ปุถุสภาวตาย ปุถุตฺตารมฺมณํ นาม, นานารมฺมณนฺติ อตฺโถ. อสมาธานํ เจตโส วิรูโป เขโปติ วิกฺเขโป. โส สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวา สกฺกจฺจํ กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรนฺเตน ปฏิพาหิตพฺโพ. ปริหายตีติ หายติ. ปริธํสตีติ วินสฺสติ.
ยา อยํ เกสา โลมาติอาทิกา โลกสงฺเกตานุคตา. ปณฺณตฺตีติ อฏฺฐ ธมฺเม อุปาทาย ปณฺณตฺติ. ตํ เกสาทิปณฺณตฺตึ. อติกฺกมิตฺวาติ ปฏิกฺกูลภาวนาย อติกฺกมิตฺวา อุคฺฆาเฏตฺวา. ตสฺสา อุคฺฆาฏิตตฺตา ตสฺมึ ตสฺมึ โกฏฺฐาเส ปฏิกฺกูลโต อุปฏฺฐหนฺเต ‘‘ปฏิกฺกูล’’นฺติ จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. ตตฺริทํ อุปมาสํสนฺทนํ – มนุสฺสา วิย โยคาวจโร. อุทปานํ วิย โกฏฺฐาสา. ตาลปณฺณาทิสญฺญาณํ วิย เกสาทิปญฺญตฺติ. เตน มนุสฺสานํ อุทปาเน นฺหานปิวนาทิ วิย โยคาวจรสฺส ปุพฺพภาเค เกสา โลมาติ ปณฺณตฺติวเสน มนสิกาโร. อภิณฺหสญฺจาเรน มนุสฺสานํ สญฺญาเณน วินา อุทปาเน กิจฺจกรณํ วิย โยคาวจรสฺส มนสิการพเลน ปณฺณตฺตึ อติกฺกมิตฺวา ปฏิกฺกูลภาเวเยว จิตฺตํ ฐเปตฺวา ภาวนานุโยโค. ปุพฺพภาเค…เป… ปากโฏ โหตีติ ‘‘เกสา โลมา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๑๕๔) ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส เกสาทิปญฺญตฺติยา สทฺธึเยว โกฏฺฐาสานํ ปฏิกฺกูลภาโว ปุพฺพภาเค ปากโฏ โหติ. อถาติ ปจฺฉา ภาวนาย วีถิปฏิปนฺนกาเล. ปฏิกฺกูลภาเวเยว จิตฺตํ ฐเปตพฺพนฺติ โกฏฺฐาสานํ ปฏิกฺกูลากาเรเยว ภาวนาจิตฺตํ ปวตฺเตตพฺพํ.
อนุปุพฺเพน มุญฺจนํ อนุปุพฺพมุญฺจนํ, อนุปฏฺฐหนฺตสฺส อนุปฏฺฐหนฺตสฺส มุญฺจนนฺติ อตฺโถ. กถํ ปน อนุปฏฺฐานํ โหตีติ อาห ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติอาทิ. ปริโยสานโกฏฺฐาสเมว อาหจฺจ ติฏฺฐตีติ อิทํ กมฺมฏฺฐานํ ตนฺติอนุสาเรน อาทิโต กมฺมฏฺฐานมนสิกาโร ปวตฺตตีติ กตฺวา วุตฺตํ. ตถา หิสฺส มนสา สชฺฌาโย วิย มนสิกาโร เต เต โกฏฺฐาเส อามฏฺฐมตฺเต กตฺวา คจฺฉติ, น ลกฺขณสลฺลกฺขณวเสน. ยทา ปน เน ลกฺขณสลฺลกฺขณวเสน สุฏฺฐุ อุปธาเรนฺโต มนสิ กโรติ, ตทา เกจิ อุปฏฺฐหนฺติ, เกจิ น อุปฏฺฐหนฺติ. ตตฺถ ปฏิปชฺชนวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กมฺมนฺติ มนสิการกมฺมํ ตาว กาตพฺพํ. กีว จิรนฺติ? ยาว ทฺวีสุ อุปฏฺฐิเตสุ, เตสมฺปิ ทฺวินฺนํ เอโก สุฏฺฐุตรํ อุปฏฺฐหติ ตาว.
อุกฺกุฏฺฐุกฺกุฏฺฐิฏฺฐาเนเยว อุฏฺฐหิตฺวาติ ปุพฺเพ วิย เอกตฺถกตาย อุกฺกุฏฺฐิยา กเมน สพฺพตาเลสุ ปติตฺวา อุฏฺฐหิตฺวา อุฏฺฐหิตฺวา ปริยนฺตตาลํ, อาทิตาลญฺจ อาคนฺตฺวา ตโต ตโต ตตฺถ ตตฺเถว กตาย อุกฺกุฏฺฐิยา อุฏฺฐหิตฺวาติ อตฺโถ.
เทฺว ภิกฺขาติ ทฺวีสุ เคเหสุ ลทฺธภิกฺขา.
อปฺปนาโตติ อปฺปนาการโต ทฺวตฺตึสากาเร อปฺปนา โหนฺติ. กึ ปจฺเจกํ โกฏฺฐาเสสุ โหติ อุทาหุ อญฺญถาติ วิจารณายํ อาห ‘‘อปฺปนาโกฏฺฐาสโต’’ติ, โกฏฺฐาสโต โกฏฺฐาสโตติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เกสาทีสู’’ติอาทิ.
อธิจิตฺตนฺติ สมถวิปสฺสนาจิตฺตํ.
อนุยุตฺเตนาติ ยุตฺตปฺปยุตฺเตน, ภาเวนฺเตนาติ อตฺโถ. กาเลนกาลนฺติ กาเล กาเล. สมาธินิมิตฺตํ อุปลกฺขิตสมาธานากาโร สมาธิ เอว. มนสิ กาตพฺพนฺติ จิตฺเต กาตพฺพํ, อุปฺปาเทตพฺพนฺติ อตฺโถ. สมาธิการณํ วา อารมฺมณํ สมาธินิมิตฺตํ, ตํ อาวชฺชิตพฺพนฺติ อตฺโถ. ปคฺคหนิมิตฺตอุเปกฺขานิมิตฺเตสุปิ เอเสว นโย. ฐานํ อตฺถีติ วจนเสโส. ตํ ภาวนา จิตฺตํ โกสชฺชาย สํวตฺเตยฺย, เอตสฺส สํวตฺตนสฺส ฐานํ การณํ อตฺถีติ อตฺโถ. ตํ วา มนสิกรณจิตฺตํ โกสชฺชาย สํวตฺเตยฺย, เอตสฺส ฐานํ การณํ อตฺถีติ อตฺโถ. มุทุนฺติ สุภาวิตภาเวน มุทุภูตํ, วสีภาวปฺปตฺตนฺติ อตฺโถ. มุทุตฺตา เอว กมฺมญฺญํ กมฺมกฺขมํ กมฺมโยคฺคํ. ปภสฺสรนฺติ อุปกฺกิเลสวิคเมน ปริสุทฺธํ, ปริโยทาตนฺติ อตฺโถ. น จ ปภงฺคูติ กมฺมนิยภาวูปคมเนน น จ ปภิชฺชนสภาวํ สุทฺธนฺตํ วิย สุวณฺณํ วินิโยคกฺขมํ. เตนาห ‘‘สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยายา’’ติ.
อุกฺกํ พนฺธตีติ มูสํ สมฺปาเทติ. อาลิมฺเปตีติ อาทีเปติ ชาเลติ. ตญฺจาติ ตํ ปิฬนฺธนวิกติสงฺขาตํ อตฺถํ ปโยชนํ อสฺส สุวณฺณการสฺส อนุโภติ ปโหติ สาเธติ. อสฺส วา สุวณฺณสฺส อตฺถํ สุวณฺณกาโร อนุโภติ ปาปุณาติ.
อภิญฺญาย อิทฺธิวิธาทิญาเณน สจฺฉิกรณียสฺส อิทฺธิวิธปจฺจนุภวนาทิกสฺส อภิญฺญา สจฺฉิกรณียสฺส. ยสฺส ปจฺจกฺขํ อตฺถิ, โส สกฺขิ. สกฺขิโน ภพฺพตา สกฺขิภพฺพตา, สกฺขิภวนนฺติ วุตฺตํ โหติ. สกฺขิ จ โส ภพฺโพ จาติ วา สกฺขิภพฺโพ. อยญฺหิ อิทฺธิวิธาทีนํ ภพฺโพ, ตตฺถ จ สกฺขีติ สกฺขิภพฺโพ, ตสฺส ภาโว สกฺขิภพฺพตา, ตํ ปาปุณาติ. สติ สติ อายตเนติ ตสฺมึ ตสฺมึ ปุพฺพเหตุอาทิเก การเณ สติ.
สีติภาวนฺติ นิพฺพานํ, กิเลสทรถวูปสมํ วา. นิคฺคณฺหาตีติ อุทฺธฏํ จิตฺตํ อุทฺธจฺจปาตโต รกฺขณวเสน นิคฺคณฺหาติ. ปคฺคณฺหาตีติ ลีนํ จิตฺตํ โกสชฺชปาตโต รกฺขณวเสน ปคฺคณฺหาติ. สมฺปหํเสตีติ สมปฺปวตฺตํ จิตฺตํ ตถาปวตฺติยํ ปญฺญาย โตเสติ, อุตฺเตเชติ วา. ยทา วา นิรสฺสาทํ จิตฺตํ ภาวนาย น ปกฺขนฺทติ, ตทา ชาติอาทีนิ สํเวควตฺถูนิ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๔๑๘; อิติวุ. อฏฺฐ. ๓๗) ปจฺจเวกฺขิตฺวา สมฺปหํเสติ สมุตฺเตเชติ. อชฺฌุเปกฺขตีติ ยทา ปน จิตฺตํ อลีนํ อนุทฺธตํ สมฺมเทว ภาวนาวีถึ โอติณฺณํ โหติ, ตทา ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ กญฺจิ พฺยาปารํ อกตฺวา สมปฺปวตฺเตสุ ยุเคสุ สารถิ วิย อชฺฌุเปกฺขติ อุเปกฺขโกว โหติ. ปณีตาธิมุตฺติโกติ ปณีเต อุตฺตเม มคฺคผเล อธิมุตฺโต นินฺนโปณปพฺภาโร.
สุคฺคหิตํ กตฺวาติ ยถาวุตฺตํ อุคฺคหโกสลฺลสงฺขาตํ วิธึ สุฏฺฐุ อุคฺคหิตํ ปริยาปุณนาทินา สุปริคฺคหิตํ กตฺวา. สุฏฺฐุ ววตฺถเปตฺวาติ มนสิการโกสลฺลสงฺขาตํ วิธึ สมฺมเทว สลฺลกฺขณวเสน อุปธาเรตฺวา. วิเสสนฺติ ปุพฺเพนาปรํ ภาวนาย วิเสสํ. ปุนปฺปุนํ ปริวตฺเตตฺวาติ กมฺมฏฺฐานตนฺตึ ปคุณภาวํ ปาเปนฺโต ภิยฺโย ภิยฺโย วาจาย, มนสา จ ปริวตฺเตตฺวา. คณฺฐิฏฺฐานนฺติ ยถา รุกฺขสฺส ทุพฺพินิเภโท อรญฺญสฺส วา คหนภูโต ปเทโส ‘‘คณฺฐิฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ กมฺมฏฺฐานตนฺติยา อตฺถโต ทุพฺพินิเภโท คหนภูโต จ ปเทโส ‘‘คณฺฐิฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ปริปุจฺฉนาทิลทฺเธน ญาณผรสุนา ฉินฺทิตฺวา.
นิมิตฺตนฺติ กมฺมฏฺฐานนิมิตฺตํ, อสุภากาโร. เอทิเสน ปโยชเนน ลุญฺจนมฺปิ อนวชฺชนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ลุญฺจิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ฉินฺนฏฺฐาเนติ มุณฺฑิตฏฺฐาเน. วฏฺฏติเยว นิสฺสรณชฺฌาสเยน โอโลกนโต. อุสฺสทวเสนาติ อผลิตานํ, ผลิตานํ วา พหุลตาวเสน. ทิสฺวาว นิมิตฺตํ คเหตพฺพํ ทสฺสนโยคฺยตาย ตจปญฺจกสฺส, อิตเรสุ สุตฺวา จ ญตฺวา จ นิมิตฺตํ คเหตพฺพํ.
โกฏฺฐาสววตฺถาปนกถาวณฺณนา
๑๘๒. อทฺทาริฏฺฐกวณฺณาติ อภินวาริฏฺฐผลวณฺณา. กณฺณจูฬิกาติ อุปริกณฺณสกฺขลิกาย ปรภาคํ สนฺธาย วุตฺตํ. ติริยํ อญฺญมญฺเญน ปริจฺฉินฺนา, กถํ? เทฺว เกสา เอกโต นตฺถีติ.
อาสโยติ นิสฺสโย, ปจฺจโยติ อตฺโถ.
๑๘๔. อสมฺภินฺนกาฬกา อญฺเญน วณฺเณน อสมฺมิสฺสกาฬกา.
๑๘๕. ปตฺตสทิสตฺตา นขา เอว นขปตฺตานิ. นขา ติริยํ อญฺญมญฺเญน ปริจฺฉินฺนาติ วิสุํ ววตฺถิตตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตเมว หิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เทฺว นขา เอกโต นตฺถี’’ติ อาห.
๑๘๖. ทนฺตปาฬิยาติ ทนฺตาวลิยา. ยานกอุปตฺถมฺภินีติ สกฏสฺส ธุรฏฺฐาเน อุปตฺถมฺภกทณฺโฑ. ทนฺตานํ อาธารภูตา อฏฺฐิ หนุกฏฺฐิ.
๑๘๗. สงฺกฑฺฒิยมานาติ สมฺปิณฺฑิยมานา. โกสการกโกโส อุปลฺลิณฺฑุโปฏฺฏลกํ, ยํ ‘‘โกเสยฺยผล’’นฺติปิ วุจฺจติ. ปุฏพนฺธอุปาหโน สกลปิฏฺฐิปาทจฺฉาทนอุปาหโน. อานิสทํ อาสนปเทโส. ตูณิโร สราวาโส. คลกญฺจุกํ กณฺฐตฺตาณํ. กีฏกุลาวกํ ขรมุขกุฏิ.
อนุโลเมน ปฏิโลเมน จาติ เอตฺถ อํสปเทสโต ปฏฺฐาย พาหุโน ปิฏฺฐิปเทเสน โอตรณํ อนุโลโม, มณิพนฺธโต ปฏฺฐาย พาหุโน ปุริมภาเคน อาโรหนํ ปฏิโลโม. เตเนว นเยนาติ ทกฺขิณหตฺเถ วุตฺเตน นเยน อนุโลเมน ปฏิโลเมน จาติ อตฺโถ. สุขุมมฺปีติ ยถาวุตฺตโอฬาริกจมฺมโต สุขุมํ. อนฺโตมุขจมฺมาทิโกฏฺฐาเสสุ วา ตเจน ปริจฺฉินฺนตฺตา ยํ ทุรุปลกฺขณียํ, ตํ ‘‘สุขุม’’นฺติ วุตฺตํ. ตญฺหิ วุตฺตนเยน ญาเณน ตจํ วิวริตฺวา ปสฺสนฺตสฺส ปากฏํ โหติ. อิธ ฉวิปิ ตจคติกา เอวาติ ‘‘ตโจ อุปริ อากาเสน ปริจฺฉินฺโน’’ติ วุตฺโต.
๑๘๘. นิสทโปโต สิลาปุตฺตโก. อุทฺธนโกฏีติ มตฺติกาปิณฺเฑน กตอุทฺธนสฺส โกฏิ. ตาลคุฬปฏลํ นาม ปกฺกตาลผลลสิกํ ตาลปฏฺฏิกาทีสุ ลิมฺปิตฺวา สุกฺขาเปตฺวา อุทฺธริตฺวา คหิตปฏลํ. สุขุมนฺติ ยถาวุตฺตมํสโต สุขุมํ. ปณฺหิกมํสาทิถูลานํ สกลสรีรสฺส กิสานํ เยภุยฺเยน มํเสน ปฏิจฺฉาทิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ติริยํ อญฺญมญฺเญน ปริจฺฉินฺน’’นฺติ.
๑๘๙. ชาลากาโร กญฺจุโก ชาลกญฺจุโก. วิสุํ ววตฺถิตภาเวเนว นฺหารู ติริยํ อญฺญมญฺเญน ปริจฺฉินฺนา.
๑๙๐. ทนฺตานํ วิสุํ คหิตตฺตา ‘‘ฐเปตฺวา ทฺวตฺตึส ทนฺตฏฺฐีนี’’ติ วุตฺตํ. เอกํ ชณฺณุกฏฺฐิ, เอกํ อูรุฏฺฐีติ เอก-คฺคหณํ ‘‘เอเกกสฺมึ ปาเท’’ติ อธิกตตฺตา. เอวํ ติมตฺตานีติ เอวํ มตฺตสทฺเทหิ อานิสทฏฺฐิอาทีนิ อิธ อวุตฺตานิปิ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อติเรกติสตอฏฺฐิกสมุสฺสย’’นฺติ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๒) อิทญฺจ วจนํ สมตฺถิตํ โหติ.
กีฬาโคฬกานิ สุตฺเตน พนฺธิตฺวา อญฺญมญฺญํ ฆฏฺเฏตฺวา กีฬนโคฬกานิ. ธนุกทณฺโฑ ทารกานํ กีฬนกขุทฺทกธนุกํ. ตตฺถ ชงฺฆฏฺฐิกสฺส ปติฏฺฐิตฏฺฐานนฺติ ชณฺณุกฏฺฐิมฺหิ ปวิสิตฺวา ฐิตฏฺฐานนฺติ อธิปฺปาโย. เตน อูรุฏฺฐินา ปติฏฺฐิตํ ฐานํ ยํ กฏิฏฺฐิโน, ตํ อคฺคจฺฉินฺนมหาปุนฺนาคผลสทิสํ.
กุมฺภกาเรน นิปฺผาทิตํ อุทฺธนํ กุมฺภการิกอุทฺธนํ. สีสกปฏฺฏเวฐกํ เวเฐตฺวา ฐปิตํ สีสมยํ ปฏฺฏกํ. เยน สุตฺตํ กนฺตนฺติ, ตสฺมึ ตกฺกมฺหิ วิชฺฌิตฺวา ฐปิตโคฬกา วฏฺฏนา นาม, วฏฺฏนานํ อาวฬิ วฏฺฏนาวฬิ.
มณฺฑลากาเรน ฉินฺนวํสกฬีรขณฺฑานิ วํสกฬีรจกฺกลกานิ. อวเลขนสตฺถกํ อุจฺฉุตจาวเลขนสตฺถกํ.
๑๙๒. วกฺกภาเคน ปริจฺฉินฺนนฺติ วกฺกปริยนฺเตน ภาเคน ปริจฺฉินฺนํ. อิโต ปเรสุปิ เอวรูเปสุ เอเสว นโย.
๑๙๓. ยํ นิสฺสายาติ ยํ โลหิตํ นิสฺสาย, นิสฺสยนิสฺสโยปิ ‘‘นิสฺสโย’’เตฺวว วุจฺจติ. ภวติ หิ การณการเณปิ การณโวหาโร ยถา ‘‘โจเรหิ คาโม ทฑฺโฒ’’ติ. อถ วา ยสฺมึ รูปกลาเป หทยวตฺถุ, ตมฺปิ โลหิตคติกเมว หุตฺวา ติฏฺฐตีติ ‘‘ยํ นิสฺสายา’’ติ วุตฺตํ.
๑๙๔. ปณฺฑุกธาตุกนฺติ ปณฺฑุสภาวํ.
๑๙๕. ปริโยนหนมํสนฺติ ปฏิจฺฉาทกมํสํ.
๑๙๖. อุทรชิวฺหามํสนฺติ ชิวฺหาสณฺฐานํ อุทรสฺส มตฺถกปสฺเส ติฏฺฐนกมํสํ. ‘‘นีล’’นฺติ วตฺวา นีลํ นาม พหุธาตุกนฺติ อาห ‘‘นิคฺคุณฺฑิปุปฺผวณฺณ’’นฺติ.
๑๙๗. ปปฺผาสมํสนฺติ ยถาฐาเน เอว ลมฺพิตฺวา โถกํ ปริวตฺตกมํสํ. นิรสนฺติ นิหีนรสํ. นิโรชนฺติ นิปฺปภํ, โอชารหิตํ วา.
๑๙๘. โอภคฺคาติ อวภุชิตฺวา ฐิตา. สกฺขรสุธาวณฺณนฺติ มรุมฺเพหิ กตสุธาวณฺณํ. ‘‘เสตสกฺขรสุธาวณฺณ’’นฺติปิ ปาโฐ, เสตสกฺขรวณฺณํ, สุธาวณฺณญฺจาติ อตฺโถ.
๑๙๙. อนฺตสฺส อาภุชิตฺวา อาภุชิตฺวา ฐิตปฺปเทสา อนฺตโภคฏฺฐานานิ. เตสํ พนฺธนภูตํ อนฺตคุณํ นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนฺตคุณนฺติ อนฺตโภคฏฺฐาเนสุ พนฺธน’’นฺติ. กุทฺทาลผรสุกมฺมาทีนิ กโรนฺตานํ อนฺตโภเค อคฬนฺเต เอกโต อาพนฺธิตฺวา, กึ วิย? ยนฺตสุตฺตกมิว ยนฺตผลกานีติ. กิมิว ตตฺถ ฐิตนฺติ อาห ‘‘ปาทปุญฺฉน…เป… ฐิต’’นฺติ. ปุริมญฺเจตฺถ อาพนฺธนสฺส, ทุติยํ ฐานาการสฺส นิทสฺสนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๒๐๐. อสิตํ นาม ภุตฺตํ โอทนาทิ. ปีตํ นาม ปิวนวเสน อชฺโฌหฏปานกาทิ. ขายิตํ นาม สํขาทิตํ ปิฏฺฐมูลผลขชฺชาทิ. สายิตํ นาม อสฺสาทิตํ อมฺพปกฺกมธุผาณิตาทิ.
ยตฺถาติ ยสฺมึ อุทเร. ยนฺติ จ อุทรเมว ปจฺจามสติ. ยตฺถ ปานโภชนาทีนิ ปติตฺวา ติฏฺฐตีติ สมฺพนฺโธ. สุวานวมถุ สารเมยฺยวนฺตํ. วิเวกนฺติ วิภาคํ.
๒๐๑. เหฏฺฐานาภิปิฏฺฐิกณฺฏกมูลานํ อนฺตเรติ ปุริมภาควเสน นาภิยา เหฏฺฐาปเทสสฺส ปจฺฉิมภาควเสน เหฏฺฐิมปิฏฺฐิกณฺฏกานํ เวมชฺเฌ. เวฬุนาฬิกสทิโส ปเทโสติ อธิปฺปาโย.
๒๐๒. สโมหิตนฺติ นิจิตํ.
๒๐๔. ปูติภาวํ อาปนฺนํ กุกฺกุฏณฺฑํ ปูติกุกฺกุฏณฺฑํ. อุทฺเทโก ปิตฺตาทีหิ วินา เกวโล อุทฺธงฺคมวาโต.
๒๐๕. อาจาโม อวสฺสาวนกญฺชิกํ.
๒๐๖. วกฺกหทยยกนปปฺผาเส เตมยมานนฺติ เอตฺถ ยกนํ เหฏฺฐาภาคปูรเณเนว เตเมติ, อิตรานิ เตสํ อุปริ โถกํ โถกํ ปคฺฆรเณนาติ ทฏฺฐพฺพํ.
๒๐๗. อุตุวิกาโร อุณฺหวลาหกาทิเหตุโก. วิสมจฺฉินฺโน ภิสาทิกลาโป วิสมํ อุทกํ ปคฺฆรติ, เอวเมวํ สรีรํ เกสกูปาทิวิวเรหิ อุปริ, เหฏฺฐา, ติริยญฺจ เสทํ วิสมํ ปคฺฆรตีติ ทสฺเสตุํ วิสมจฺฉินฺน-คฺคหณํ กตํ.
๒๐๘. วิสมาหารนฺติ ตทาปวตฺตมานสรีราวตฺถาย อสปฺปายาหารํ, อติกฏุกอจฺจุณฺหาทิวิสภาคาหารํ วา. สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๓๕๖) ปน ‘‘วิสภาคาหาร’’นฺเตฺวว วุตฺตํ ตทา ปวตฺตมานานํ ธาตูนํ วิสภาคตฺตา.
๒๐๙. ‘‘นฺหานกาเล’’ติ อิทํ อุทกสฺส อุปริ สิเนหสฺส สมฺภวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปริพฺภมนฺตสิเนหพินฺทุวิสฏสณฺฐานาติ วิสฏํ หุตฺวา ปริพฺภมนฺตสิเนหพินฺทุสณฺฐานา. อุตุวิสภาโค พหิทฺธาสมุฏฺฐาโน. ธาตุวิสภาโค อนฺโตสมุฏฺฐาโน. เต ปเทสาติ เต หตฺถตลาทิปเทสา.
๒๑๐. กิญฺจีติ อุณฺหาทิรสานํ อญฺญตรํ อาหารวตฺถุ. เนสนฺติ สตฺตานํ. หทยํ อาคิลายตีติ วิสภาคาหาราทึ ปฏิจฺจ หทยปฺปเทโส วิวตฺตติ.
๒๑๑. ทธิโน วิสฺสนฺทนอจฺฉรโส ทธิมุตฺตํ. คฬิตฺวาติ สนฺทิตฺวา. ตาลุมตฺถกวิวเรน โอตริตฺวาติ มตฺถกวิวรโต อาคนฺตฺวา ตาลุมตฺถเกน โอตริตฺวา.
๒๑๒. เตลํ วิย สกฏสฺส นาภิอกฺขสีสานํ อฏฺฐิสนฺธีนํ อพฺภญฺชนกิจฺจํ สาธยมานา. กฏกฏายนฺตีติ ‘‘กฏ กฏา’’ติ สทฺทํ กโรนฺติ. อนุรวทสฺสนํ เหตํ. ทุกฺขนฺตีติ ทุกฺขิตานิ สญฺชาตทุกฺขานิ โหนฺติ.
๒๑๓. สมูลกูลมาสํ ฌาเปตฺวา ฉาริกํ อวสฺสาเวตฺวา คหิตยูโส มาสขาโร. อุจฺฉิฏฺโฐทกคพฺภมลาทีนํ ฉฑฺฑนฏฺฐานํ จนฺทนิกา. รวณฆฏํ นาม ปกติยา สมฺมุขเมว โหติ. ยสฺส ปน อารคฺคมตฺตมฺปิ อุทกสฺส ปวิสนมุขํ นตฺถิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อมุเข รวณฆเฏ’’ติ วุตฺตํ. อายูหนนฺติ สมีหนํ.
๒๑๔. เอวญฺหีติอาทิ ยถาวุตฺตาย อุคฺคหโกสลฺลปฏิปตฺติยา นิคมนํ. อิทานิ ยถาวุตฺตํ มนสิการโกสลฺลปฏิปตฺติมฺปิ นิคมนวเสน คเหตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อนุปุพฺพโต’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ปณฺณตฺติสมติกฺกมาวสาเนติ เกสาทิปณฺณตฺติสมติกฺกมวเสน ปวตฺตาย ภาวนาย อวสาเน. อปุพฺพาปริยมิวาติ เอกชฺฌมิว. เกสาติ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เอวมาทินา อิมินา ปกาเรน วาติ อตฺโถ. เต ธมฺมาติ วณฺณาทิวเสน ววตฺถาปิตา ปฏิกฺกูลาการโต อุปฏฺฐิตา โกฏฺฐาสธมฺมา.
พหิทฺธาปีติ สสนฺตานโต พหิปิ, ปรสนฺตานกาเยปีติ อตฺโถ. มนสิการํ อุปสํหรตีติ ยถาวุตฺตํ ปฏิกฺกูลมนสิการํ อุปเนติ. ยถา อิทํ, ตถา เอตนฺติ. เอวํ สพฺพโกฏฺฐาเสสุ ปากฏีภูเตสูติ ยถา อตฺตโน กาเย, เอวํ ปเรสมฺปิ กาเย สพฺเพสุ เกสาทิโกฏฺฐาเสสุ ปฏิกฺกูลวเสน วิภูตภาเวน อุปฏฺฐิเตสูติ อตฺโถ. อยเมตฺถ กสิเณสุ วฑฺฒนสทิโส โยคิโน ภาวนาวิเสโส ทสฺสิโต.
อนุปุพฺพมุญฺจนาทีติ อาทิ-สทฺเทน สุตฺตนฺตนเยน วิภาวิตํ วีริยสมตาโยชนํ สงฺคณฺหาติ. ปุนปฺปุนํ มนสิ กโรโตติ วุตฺตนเยน อตฺตโน กาเย เกสาทิเก ‘‘ปฏิกฺกูลา ปฏิกฺกูลา’’ติ อภิณฺหโส มนสิการํ ปวตฺเตนฺตสฺส ยทา สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ลทฺธสมถานิ วิสทานิ ปวตฺตนฺติ, ตทา อสฺสทฺธิยาทีนํ ทูรีภาเวน สาติสยํ พลปฺปตฺเตหิ สตฺตหิ สทฺธมฺเมหิ ลทฺธูปตฺถมฺภานิ วิตกฺกาทีนิ ฌานงฺคานิ ปฏุตรานิ หุตฺวา ปาตุภวนฺติ. เตสํ อุชุวิปจฺจนีกตาย นีวรณานิ วิกฺขมฺภิตาเนว โหนฺติ สทฺธึ ตเทกฏฺเฐหิ ปาปธมฺเมหิ. อุปจารสมาธินา จิตฺตํ สมาธิยติ, โส ตํเยว นิมิตฺตํ อาเสวนฺโต ภาเวนฺโต พหุลีกโรนฺโต อปฺปนํ ปาปุณาติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อนุกฺกเมน อปฺปนา อุปฺปชฺชตี’’ติ. สพฺพาการโตติ วณฺณาทิวเสน ปญฺจธาปิ. สาติ อปฺปนา.
ยทิ ปเนตํ กมฺมฏฺฐานํ อวิญฺญาณกาสุภกมฺมฏฺฐานานิ วิย ปฐมชฺฌานวเสน สิชฺฌติ, อถ กสฺมา ‘‘กายคตาสตี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอวํ ปฐมชฺฌานวเสนา’’ติอาทิ. นานาวณฺณสณฺฐานาทีสุ ทฺวตฺตึสาย โกฏฺฐาเสสุ ปวตฺตมานาย สติยา กิจฺจเมตฺถ สาติสยนฺติ อาห ‘‘สติพเลน อิชฺฌนโต’’ติ.
ปนฺตเสนาสเนสุ, อธิกุสเลสุ จ อรตึ, กามคุเณสุ จ รตึ สหติ อภิภวตีติ อรติรติสโห สรีรสภาวจินฺตเนน อนภิรติยา ปหีนตฺตา. ตถา โกฏฺฐาสภาวนาย อตฺตสิเนหสฺส ปริกฺขีณตฺตา ภยเภรวํ สหติ, สีตาทีนญฺจ อธิวาสกชาติโก โหติ. อตฺตสิเนหวเสน หิ ปุริสสฺส ภยเภรวํ โหติ, ทุกฺขสฺส จ อนธิวาสนํ. อิมํ ปน โกฏฺฐาสภาวนมนุยุตฺตสฺส น เกวลํ ปฐมชฺฌานมตฺตเมว, อุตฺตริปิ ปฏิเวโธ อตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกสาทีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
อานาปานสฺสติกถาวณฺณนา
๒๑๕. ยํ ตํ เอวํ ปสํสิตฺวา อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ นิทฺทิฏฺฐนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ยสฺมา ‘‘กถํ ภาวิโต’’ติอาทิกาย ปุจฺฉาปาฬิยา อตฺเถ วิภาวิเต โถมนาปาฬิยาปิ อตฺโถ วิภาวิโตเยว โหติ เภทาภาวโต, ตสฺมา ตํ ลงฺฆิตฺวา ‘‘กถํ ภาวิโต จา’’ติอาทินา อารภติ. ตตฺถ หิ อิโต ปสํสาภาโว ‘‘อยมฺปิ โข’’ติ วจนญฺจ วิเสโส. เตสุ ปสํสาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ ปสํสิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ปสํสา จ ตตฺถ อภิรุจิชนเนน อุสฺสาหนตฺถา. ตญฺหิ สุตฺวา ภิกฺขู ‘‘ภควา อิมํ สมาธึ อเนเกหิ อากาเรหิ ปสํสติ, สนฺโต กิรายํ สมาธิ ปณีโต จ อเสจนโก จ สุโข จ วิหาโร ปาปธมฺเม จ ฐานโส อนฺตรธาเปตี’’ติ สญฺชาตาภิรุจโย อุสฺสาหชาตา สกฺกจฺจํ อนุยุญฺชิตพฺพํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ มญฺญนฺติ. ‘‘อยมฺปิ โข’’ติ ปทสฺส เย อิเม มยา นิพฺพานมหาสรสฺส โอตรณติตฺถภูตา กสิณชฺฌานอสุภชฺฌานาทโย เทสิตา, น เกวลํ เต เอว, อยมฺปิ โขติ ภควา อตฺตโน ปจฺจกฺขภูตํ สมาธึ เทสนานุภาเวน เตสมฺปิ ภิกฺขูนํ อาสนฺนํ, ปจฺจกฺขญฺจ กโรนฺโต สมฺปิณฺฑนวเสน เอวมาหาติ สมฺพนฺธมุเขน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
โสฬสวตฺถุกนฺติ จตูสุ อนุปสฺสนาสุ จตุนฺนํ จตุกฺกานํ วเสน โสฬสฏฺฐานํ. สพฺพาการปริปูโรติ กมฺมฏฺฐานปาฬิยา ปทตฺโถ ปิณฺฑตฺโถ อุปมา โจทนา ปริหาโร ปโยชนนฺติ เอวมาทีหิ สพฺเพหิ อากาเรหิ ปริปุณฺโณ. นิทฺเทโสติ กมฺมฏฺฐานสฺส นิสฺเสสโต วิตฺถาโร.
๒๑๖. กถนฺติ อิทํ ปุจฺฉนาการวิภาวนปทํ. ปุจฺฉา เจตฺถ กเถตุกมฺยตาวเสน อญฺญาสํ อสมฺภวโต. สา จ อุปริ เทสนํ อารุฬฺหานํ สพฺเพสํ ปการวิเสสานํ อามสนวเสนาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กถนฺติ…เป… กมฺยตาปุจฺฉา’’ติ อาห. กถํ พหุลีกโตติ เอตฺถาปิ ‘‘อานาปานสฺสติสมาธี’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตตฺถ กถนฺติ อานาปานสฺสติสมาธิพหุลีการํ นานปฺปการโต วิตฺถาเรตุกมฺยตาปุจฺฉา. พหุลีกโต อานาปานสฺสติสมาธีติ ตถาปุฏฺฐธมฺมนิทสฺสนนฺติ อิมมตฺถํ ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา อติทิสติ. ตถา สนฺตภาวาทโยปิ ตสฺส เยหิ ภาวนาพหุลีกาเรหิ สิทฺธา, ตคฺคหเณเนว คหิตา โหนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘กถํ พหุลีกโต…เป… วูปสเมตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย’’ติ วุตฺตํ.
‘‘ปุน จ ปรํ, อุทายิ, อกฺขาตา มยา สาวกานํ ปฏิปทา, ยถาปฏิปนฺนา เม สาวกา จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ภาเวนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๔๗) อุปฺปาทนวฑฺฒนฏฺเฐน ภาวนา วุจฺจตีติ ตทุภยวเสน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภาวิโตติ อุปฺปาทิโต วฑฺฒิโต วา’’ติ อาห. ตตฺถ ภาวํ วิชฺชมานตํ อิโต คโตติ ภาวิโต, อุปฺปาทิโต ปฏิลทฺธมตฺโตติ อตฺโถ. อุปฺปนฺโน ปน ลทฺธาเสวโน, ภาวิโต ปคุณภาวํ อาปาทิโต, วฑฺฒิโตติ อตฺโถ. อานาปานปริคฺคาหิกายาติ ทีฆรสฺสาทิวิเสเสหิ สทฺธึ อสฺสาสปสฺสาเส ปริจฺฉิชฺชคาหิกาย, เต อารพฺภ ปวตฺตาย, สติยํ ปจฺจยภูตายนฺติ อตฺโถ. ปุริมสฺมิญฺหิ อตฺเถ สมาธิสฺส สติยา สหชาตาทิปจฺจยภาโว วุตฺโต สมฺปยุตฺตวจนโต, ทุติยสฺมึ ปน อุปนิสฺสยภาโวปิ. อุปจารชฺฌานสหคตา หิ สติ อปฺปนาสมาธิสฺส อุปนิสฺสโย โหตีติ. พหุลีกโตติ พหุลํ ปวตฺติโต, เตน อาวชฺชนาทิวสีภาวปฺปตฺติมาห. โย หิ วสีภาวํ อาปาทิโต, โส อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตพฺพโต ปุนปฺปุนํ ปวตฺตียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ กโต’’ติ. ยถา ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑), ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๒๖; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓) จ เอวมาทีสุ ปฐมปเท วุตฺโต เอว-สทฺโท ทุติยาทีสุปิ วุตฺโต เอว โหติ, เอวมิธาปีติ อาห ‘‘อุภยตฺถ เอวสทฺเทน นิยโม เวทิตพฺโพ’’ติ. อุภยปทนิยเมน ลทฺธคุณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
อสุภกมฺมฏฺฐานนฺติ อสุภารมฺมณฌานมาห. ตํ หิ อสุเภสุ โยคกมฺมภาวโต, โยคิโน สุขวิเสสานํ การณภาวโต จ ‘‘อสุภกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘เกวล’’นฺติ อิมินา อารมฺมณํ นิวตฺเตติ. ปฏิเวธวเสนาติ ฌานปฏิเวธวเสน. ฌานญฺหิ ภาวนาวิเสเสน อิชฺฌนฺตํ อตฺตโน วิสยํ ปฏิวิชฺฌนฺตเมว ปวตฺตติ, ยถาสภาวโต ปฏิวิชฺฌียติ จาติ ‘‘ปฏิเวโธ’’ติ วุจฺจติ. โอฬาริการมฺมณตฺตาติ พีภจฺฉารมฺมณตฺตา. ปฏิกฺกูลารมฺมณตฺตาติ ชิคุจฺฉิตพฺพารมฺมณตฺตา. ปริยาเยนาติ การเณน, เลสนฺตเรน วา. อารมฺมณสนฺตตายาติ อนุกฺกเมน วิเจตพฺพตํ ปตฺตํ อารมฺมณสฺส ปรมสุขุมตํ สนฺธายาห. สนฺเต หิ สนฺนิสินฺเน อารมฺมเณ ปวตฺตมาโน ธมฺโม สยมฺปิ สนฺนิสินฺโนว โหติ. เตนาห ‘‘สนฺโต วูปสนฺโต นิพฺพุโต’’ติ, นิพฺพุตสพฺพปริฬาโหติ อตฺโถ. อารมฺมณสนฺตตาย ตทารมฺมณธมฺมานํ สนฺตตา โลกุตฺตรธมฺมารมฺมณาหิ ปจฺจเวกฺขณาหิ ทีเปตพฺพา.
นาสฺส สนฺตปณีตภาวาวหํ กิญฺจิ เสจนนฺติ อเสจนโก. อเสจนกตฺตา อนาสิตฺตโก. อนาสิตฺตกตฺตา เอว อพฺโพกิณฺโณ อสมฺมิสฺโส ปริกมฺมาทินา. ตโต เอว ปาฏิเยกฺโก วิสุํเยเวโก. อาเวณิโก อสาธารโณ. สพฺพเมตํ สรสโต เอว สนฺตภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ปริกมฺมํ วา สนฺตภาวนิมิตฺตํ, ปริกมฺมนฺติ จ กสิณกรณาทีนิ นิมิตฺตุปฺปาทปริโยสานํ, ตาทิสํ อิธ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ตทา หิ กมฺมฏฺฐานํ นิรสฺสาทตฺตา อสนฺตมปฺปณีตํ สิยา. อุปจาเรน วา นตฺถิ เอตฺถ สนฺตตาติ โยชนา. ยถา อุปจารกฺขเณ นีวรณวิคเมน, องฺคปาตุภาเวน จ ปเรสํ สนฺตตา โหติ, น เอวมิมสฺส. อยํ ปน อาทิสมนฺนา…เป… ปณีโต จาติ โยชนา. เกจีติ อุตฺตรวิหารวาสิเก สนฺธายาห. อนาสิตฺตโกติ อุปเสจเนน น อาสิตฺตโก. เตนาห ‘‘โอชวนฺโต’’ติ, โอชวนฺตสทิโสติ อตฺโถ. มธูโรติ อิฏฺโฐ, เจตสิกสุขปฏิลาภสํวตฺตนํ ติกจตุกฺกชฺฌานวเสน, อุเปกฺขาย วา สนฺตภาเวน สุขคติกตฺตา สพฺเพสมฺปิ วเสน เวทิตพฺพํ. ฌานสมุฏฺฐานปณีตรูปผุฏฺฐสรีรตาวเสน ปน กายิกสุขปฏิลาภสํวตฺตนํ ทฏฺฐพฺพํ, ตญฺจ โข ฌานโต วุฏฺฐิตกาเล. อิมสฺมึ ปกฺเข ‘‘อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ’’ติ อิทํ เหตุมฺหิ ภุมฺมวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. อวิกฺขมฺภิเตติ ฌาเนน สกสนฺตานโต อนีหเฏ อปฺปหีเน. อโกสลฺลสมฺภูเตติ อโกสลฺลํ วุจฺจติ อวิชฺชา, ตโต สมฺภูเต. อวิชฺชาปุพฺพงฺคมา หิ สพฺเพ ปาปธมฺมา. ขเณเนวาติ อตฺตโน ปวตฺติกฺขเณเนว. อนฺตรธาเปตีติ เอตฺถ อนฺตรธาปนํ วินาสนํ, ตํ ปน ฌานกตฺตุกสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ โหตีติ อาห ‘‘วิกฺขมฺเภตี’’ติ. วูปสเมตีติ วิเสเสน อุปสเมติ. วิเสเสน อุปสมนํ ปน สมฺมเทว อุปสมนํ โหตีติ อาห ‘‘สุฏฺฐุ อุปสเมตี’’ติ.
นนุ จ อญฺโญปิ สมาธิ อตฺตโน ปวตฺติกฺขเณเนว ปฏิปกฺขธมฺเม อนฺตรธาเปติ วูปสเมติ, อถ กสฺมา อยเมว สมาธิ เอวํ วิเสเสตฺวา วุตฺโตติ? ปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย นานาวิตกฺกวูปสมสพฺภาวโต. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อานาปานสฺสติ ภาเวตพฺพา วิตกฺกุปจฺเฉทายา’’ติ (อ. นิ. ๙.๑; อุทา. ๓๑). อปิจ ติกฺขปญฺญสฺส ญาณุตฺตรสฺเสตํ กมฺมฏฺฐานํ, ญาณุตฺตรสฺส จ กิเลสปฺปหานํ อิตเรหิ สาติสยํ, ยถา สทฺธาธิมุตฺเตหิ ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส. ตสฺมา อิมํ วิเสสํ สนฺธาย ‘‘ฐานโส อนฺตรธาเปติ วูปสเมตี’’ติ วุตฺตํ. อถ วา นิมิตฺตปาตุภาเว สติ ขเณเนว องฺคปาตุภาวสพฺภาวโต อยเมว สมาธิ ‘‘ฐานโส อนฺตรธาเปติ วูปสเมตี’’ติ วุตฺโต. ยถา ตํ มหโต อกาลเมฆสฺส อุฏฺฐิตสฺส ธารานิปาเต ขเณเนว ปถวิยํ รโชชลฺลสฺส วูปสโม. เตนาห – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, มหาอกาลเมโฆ อุฏฺฐิโต’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๙๘๕; ปารา. ๑๖๕). สาสนิกสฺส ฌานภาวนา เยภุยฺเยน นิพฺเพธภาคิยาว โหตีติ อาห ‘‘นิพฺเพธภาคิยตฺตา’’ติ. พุทฺธานํ ปน เอกํเสน นิพฺเพธภาคิยาว โหติ. อิมเมว หิ กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา สพฺเพปิ สมฺมาสมฺพุทฺธา สมฺมาสมฺโพธึ อธิคจฺฉนฺติ. อริยมคฺคสฺส ปาทกภูโต อยํ สมาธิ อนุกฺกเมน วฑฺฒิตฺวา อริยมคฺคภาวํ อุปคโต วิย โหตีติ อาห ‘‘อนุปุพฺเพน อริยมคฺควุทฺธิปฺปตฺโต’’ติ.
อยํ ปนตฺโถ วิราคนิโรธปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนานํ วเสน สมฺมเทว ยุชฺชติ. เหฏฺฐา ปปญฺจวเสน วุตฺตมตฺถํ สุขคฺคหณตฺถํ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ’’ติ อาห, ปิณฺฑตฺโถติ วุตฺตํ โหติ.
๒๑๗. ตมตฺถนฺติ ตํ ‘‘กถํ ภาวิโต’’ติอาทินา ปุจฺฉาวเสน สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ. ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๙๐; ม. นิ. ๑.๒๙๑; อ. นิ. ๓.๖๑) อิธ-สทฺโท โลกํ อุปาทาย วุตฺโต, ‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺสา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๖๙) โอกาสํ, ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐) ปทปูรณมตฺตํ, ‘‘อิธ ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๗๓) ปน สาสนํ, ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู’’ติ อิธาปิ สาสนเมวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขเว, อิมสฺมึ สาสเน ภิกฺขู’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สพฺพปฺปการอานาปานสฺสติสมาธินิพฺพตฺตกสฺสาติ สพฺพปฺปการคฺคหณํ โสฬส ปกาเร สนฺธาย. เต หิ อิมสฺมึเยว สาสเน. พาหิรกา หิ ชานนฺตา อาทิโต จตุปฺปการเมว ชานนฺติ. เตนาห ‘‘อญฺญสาสนสฺส ตถาภาวปฏิเสธโน’’ติ, ยถาวุตฺตสฺส ปุคฺคลสฺส นิสฺสยภาวปฏิเสธโนติ อตฺโถ. เอเตน ‘‘อิธ ภิกฺขเว’’ติ อิทํ อนฺโตคเธวสทฺทนฺติ ทสฺเสติ. สนฺติ หิ เอกปทานิปิ สาวธารณานิ ยถา ‘‘วายุภกฺโข’’ติ. เตเนวาห ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ’’ติอาทิ. ปริปุณฺณสมณกรณธมฺโม หิ โส, โย สพฺพปฺปการอานาปานสฺสติสมาธินิพฺพตฺตโก. ปรปฺปวาทาติ ปเรสํ อญฺญติตฺถิยานํ นานปฺปการา วาทา ติตฺถายตนานิ.
อรญฺญาทิกสฺเสว ภาวนานุรูปเสนาสนตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุทฺทโม ทมถํ อนุปคโต โคโณ กูฏโคโณ. ยถา ถเนหิ สพฺพโส ขีรํ น ปคฺฆรติ, เอวํ โทหปฏิพนฺธินี กูฏเธนุ. รูปสทฺทาทิเก ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนโก อสฺสาโท รูปารมฺมณาทิรโส. ปุพฺเพ อาจิณฺณารมฺมณนฺติ ปพฺพชฺชโต ปุพฺเพ, อนาทิมติ วา สํสาเร ปริจิตารมฺมณํ.
นิพนฺเธยฺยาติ พนฺเธยฺย. สติยาติ สมฺมเทว กมฺมฏฺฐานสลฺลกฺขณสมฺปวตฺตาย สติยา. อารมฺมเณติ กมฺมฏฺฐานารมฺมเณ. ทฬฺหนฺติ ถิรํ, ยถา สโตการิสฺส อุปจารปฺปนาเภโท สมาธิ อิชฺฌติ, ตถา ถามคตํ กตฺวาติ อตฺโถ.
วิเสสาธิคมทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารปทฏฺฐานนฺติ สพฺเพสํ พุทฺธานํ, เอกจฺจานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ, พุทฺธสาวกานญฺจ วิเสสาธิคมสฺส เจว อญฺญกมฺมฏฺฐาเนน อธิคตวิเสสานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสฺส จ ปทฏฺฐานภูตํ.
วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย ภควา โยคีนํ อนุรูปนิวาสฏฺฐานุปทิสนโต.
ภิกฺขุ ทีปิสทิโส อรญฺเญ เอกิโก วิหริตฺวา ปฏิปกฺขนิมฺมถเนน อิจฺฉิตตฺถสาธนโต. ผลมุตฺตมนฺติ สามญฺญผลมาห. ปรกฺกมชวโยคฺคภูมินฺติ ภาวนุสฺสาหชวสฺส โยคฺคกรณภูมิภูตํ.
๒๑๘. เอวํ วุตฺตลกฺขเณสูติ อภิธมฺมปริยาเยน (วิภ. ๕๓๐), สุตฺตนฺตปริยาเยน จ วุตฺตลกฺขเณสุ. รุกฺขสมีปนฺติ ‘‘ยาวตา มชฺฌนฺหิเก กาเล สมนฺตา ฉายา ผรติ, นิวาเต ปณฺณานิ ปตนฺติ, เอตฺตาวตา รุกฺขมูลนฺติ วุจฺจตี’’ติ เอวํ วุตฺตํ รุกฺขสฺส สมีปฏฺฐานํ. อวเสสสตฺตวิธเสนาสนนฺติ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ สุสานํ วนปตฺถํ อพฺโภกาสํ ปลาลปุญฺชนฺติ เอวํ วุตฺตํ.
อุตุตฺตยานุกูลํ ธาตุจริยานุกูลนฺติ คิมฺหาทิอุตุตฺตยสฺส, เสมฺหาทิธาตุตฺตยสฺส, โมหาทิจริยตฺตยสฺส จ อนุกูลํ. ตถา หิ คิมฺหกาเล จ อรญฺญํ อนุกูลํ, เหมนฺเต รุกฺขมูลํ, วสฺสกาเล สุญฺญาคารํ, เสมฺหธาตุกสฺส เสมฺหปกติกสฺส อรญฺญํ, ปิตฺตธาตุกสฺส รุกฺขมูลํ, วาตธาตุกสฺส สุญฺญาคารํ อนุกูลํ, โมหจริตสฺส อรญฺญํ, โทสจริตสฺส รุกฺขมูลํ, ราคจริตสฺส สุญฺญาคารํ อนุกูลํ. อลีนานุทฺธจฺจปกฺขิกนฺติ อสงฺโกจาวิกฺเขปปกฺขิกํ. สยนญฺหิ โกสชฺชปกฺขิกํ, ฐานจงฺกมนานิ อุทฺธจฺจปกฺขิกานิ, น เอวํ นิสชฺชา. ตโต เอวสฺส สนฺตตา. นิสชฺชาย ทฬฺหภาวํ ปลฺลงฺกาภุชเนน, อสฺสาสปสฺสาสานํ ปวตฺตนสุขตํ อุปริมกายสฺส อุชุกฏฺฐปเนน, อารมฺมณปริคฺคหูปายํ ปริมุขํ สติยา ฐปเนน ทสฺเสนฺโต. อูรุพทฺธาสนนฺติ อูรูนมโธพนฺธนวเสน นิสชฺชา. เหฏฺฐิมกายสฺส อนุชุกํ ฐปนํ นิสชฺชา-วจเนเนว โพธิตนฺติ ‘‘อุชุํ กาย’’นฺติ เอตฺถ กาย-สทฺโท อุปริมกายวิสโยติ อาห ‘‘อุปริมสรีรํ อุชุกํ ฐเปตฺวา’’ติ. ตํ ปน อุชุกฏฺฐปนํ สรูปโต, ปโยชนโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐารสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น ปณมนฺตีติ น โอนมนฺติ. น ปริปตตีติ น วิคจฺฉติ วีถึ น วิลงฺฆติ, ตโต เอว ปุพฺเพนาปรํ วิเสสุปฺปตฺติยา วุทฺธึ ผาตึ อุปคจฺฉติ. อิธ ปริ-สทฺโท อภิ-สทฺเทน สมานตฺโถติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานาภิมุข’’นฺติ, พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมณโต นิวาเรตฺวา กมฺมฏฺฐานํเยว ปุรกฺขิตฺวาติ อตฺโถ. ปรีติ ปริคฺคหฏฺโฐ ‘‘ปริณายิกา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๖) วิย. นิยฺยานฏฺโฐ ปฏิปกฺขโต นิคฺคมนฏฺโฐ. ตสฺมา ปริคฺคหิตนิยฺยานนฺติ สพฺพถา คหิตาสมฺโมสํ ปริจฺจตฺตสมฺโมสํ สตึ กตฺวา, ปรมํ สติเนปกฺกํ อุปฏฺฐเปตฺวาติ อตฺโถ.
๒๑๙. สโตวาติ สติยา สมนฺนาคโต เอว สรนฺโต เอว อสฺสสติ นาสฺส กาจิ สติวิรหิตา อสฺสาสปฺปวตฺติ โหตีติ อตฺโถ. สโต ปสฺสสตีติ เอตฺถาปิ สโตว ปสฺสสตีติ เอว-สทฺโท อาเนตฺวา วตฺตพฺโพ. สโตการีติ สโต เอว หุตฺวา, สติยา เอว วา กาตพฺพสฺส กตฺตา, กรณสีโล วา. ยทิ ‘‘สโตว อสฺสสติ สโต ปสฺสสตี’’ติ เอตสฺส วิภงฺเค (ม. นิ. ๓.๑๔๘; สํ. นิ. ๕.๙๘๖; ปารา. ๑๖๕) วุตฺตํ, อถ กสฺมา ‘‘อสฺสสติ ปสฺสสติ’’จฺเจว อวตฺวา ‘‘สโตการี’’ติ วุตฺตํ? เอกรสํ เทสนํ กาตุกามตาย. ปฐมจตุกฺเก ปททฺวยเมว หิ วตฺตมานกาลวเสน อาคตํ, อิตรานิ อนาคตกาลวเสน. ตสฺมา เอกรสํ เทสนํ กาตุกามตาย สพฺพตฺถ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๕ อาทโย) ‘‘สโตการิ’’จฺเจว วุตฺตํ.
ทีฆํ อสฺสาสวเสนาติ ทีฆอสฺสาสวเสน วิภตฺติอโลปํ กตฺวา นิทฺเทโส. ทีฆนฺติ วา ภควตา วุตฺตอสฺสาสวเสน. จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปนฺติ วิกฺเขปสฺส ปฏิปกฺขภาวโต ‘‘อวิกฺเขโป’’ติ ลทฺธนามจิตฺตสฺส เอกคฺคภาวํ ปชานโต. สติ อุปฏฺฐิตา โหตีติ อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐิตา โหติ. ตาย สติยา เตน ญาเณนาติ ยถาวุตฺตาย สติยา, ยถาวุตฺเตน จ ญาเณน. อิทํ วุตฺต โหติ – ทีฆํ อสฺสาสํ อารมฺมณภูตํ อวิกฺขิตฺตจิตฺตสฺส, อสมฺโมหโต วา ปชานนฺตสฺส ตตฺถ สติ อุปฏฺฐิตา เอว โหติ, ตํ สมฺปชานนฺตสฺส อารมฺมณกรณวเสน, อสมฺโมหวเสน วา สมฺปชญฺญํ, ตทธีนสติสมฺปชญฺเญน ตํสมงฺคี โยคาวจโร สโตการี นาม โหตีติ. ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี อสฺสาสวเสนาติ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี หุตฺวา อสฺสสนสฺส วเสน. ‘‘ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสีอสฺสาสวเสนา’’ติ วา ปาโฐ. ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสิโน อสฺสาสา ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสีอสฺสาสา, เตสํ วเสนาติ อตฺโถ. วินยนเยน อนฺโต อุฏฺฐิตสสนํ อสฺสาโส, พหิ อุฏฺฐิตสสนํ ปสฺสาโส. สุตฺตนฺตนเยน ปน พหิ อุฏฺฐหิตฺวาปิ อนฺโต สสนโต อสฺสาโส, อนฺโต อุฏฺฐหิตฺวาปิ พหิ สสนโต ปสฺสาโส. อยเมว จ นโย –
‘‘อสฺสาสาทิมชฺฌปริโยสานํ สติยา อนุคจฺฉโต อชฺฌตฺตํ วิกฺเขปคเตน จิตฺเตน กาโยปิ จิตฺตมฺปิ สารทฺธา จ โหนฺติ อิญฺชิตา จ ผนฺทิตา จา’’ติ, ‘‘ปสฺสาสาทิมชฺฌปริโยสานํ สติยา อนุคจฺฉโต พหิทฺธา วิกฺเขปคเตน จิตฺเตน กาโยปิ จิตฺตมฺปิ สารทฺธา จ โหนฺติ อิญฺชิตา จ ผนฺทิตา จา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๗) –
อิมาย ปาฬิยา สเมติ.
ปฐมํ อพฺภนฺตรวาโต พหิ นิกฺขมติ, ตสฺมา ปวตฺติกฺกเมน อสฺสาโส ปฐมํ วุตฺโตติ วทนฺติ. ตาลุํ อาหจฺจ นิพฺพายตีติ ตาลุํ อาหจฺจ นิรุชฺฌติ. เตน กิร สมฺปติชาโต พาลทารโก ขิปิตํ กโรติ. เอวํ ตาวาติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส นิคมนํ. เกจิ ‘‘เอวํ ตาวาติ อเนน ปวตฺติกฺกเมน อสฺสาโส พหินิกฺขมนวาโตติ คเหตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย’’ติ วทนฺติ.
อทฺธานวเสนาติ กาลทฺธานวเสน. อยํ หิ อทฺธาน-สทฺโท กาลสฺส, เทสสฺส จ วาจโก. ตตฺถ เทสทฺธานํ อุทาหรณภาเวน ทสฺเสตฺวา กาลทฺธานวเสน อสฺสาสปสฺสาสานํ ทีฆรสฺสตํ วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โอกาสทฺธานนฺติ โอกาสภูตํ อทฺธานํ. ผริตฺวาติ พฺยาเปตฺวา. จุณฺณวิจุณฺณาปิ อเนกกลาปภาเวน. ทีฆํ อทฺธานนฺติ ทีฆํ ปเทสํ. ตสฺมาติ สณิกํ ปวตฺติยา ทีฆสนฺตานตาย ‘‘ทีฆา’’ติ วุจฺจนฺติ. เอตฺถ จ หตฺถิอาทิสรีเร, สุนขาทิสรีเร จ อสฺสาสปสฺสาสานํ เทสทฺธานวิสิฏฺเฐน กาลทฺธานวเสเนว ทีฆรสฺสตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ‘‘สณิกํ ปูเรตฺวา สณิกเมว นิกฺขมนฺติ’’, ‘‘สีฆํ ปูเรตฺวา สีฆเมว นิกฺขมนฺตี’’ติ จ วจนโต. มนุสฺเสสูติ สมานปฺปมาเณสุปิ มนุสฺสสรีเรสุ. ทีฆํ อสฺสสนฺตีติ ทีฆํ อสฺสาสปฺปพนฺธํ ปวตฺเตนฺตีติ อตฺโถ. ปสฺสสนฺตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สุนขสสาทโย วิย รสฺสํ อสฺสสนฺติ จ ปสฺสสนฺติ จาติ โยชนา. อิทํ ปน ทีฆํ, รสฺสญฺจ อสฺสสนํ, ปสฺสสนญฺจ เตสํ สตฺตานํ สรีรสภาโวติ ทฏฺฐพฺพํ. เตสนฺติ สตฺตานํ. เตติ อสฺสาสปสฺสาสา. อิตฺตรมทฺธานนฺติ อปฺปกํ กาลํ.
นวหากาเรหีติ ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส ปุพฺเพนาปรํ อลทฺธวิเสสสฺส เกวลํ อทฺธานวเสน อาทิโต วุตฺตา ตโย อาการา, เต จ โข เอกจฺโจ อสฺสาสํ สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขติ, เอกจฺโจ ปสฺสาสํ, เอกจฺโจ ตทุภยนฺติ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ วเสน. เกจิ ปน ‘‘อสฺสสติปิ ปสฺสสติปีติ เอกชฺฌํ วจนํ ภาวนาย นิรนฺตรํ ปวตฺติทสฺสนตฺถ’’นฺติ วทนฺติ. ฉนฺทวเสน ปุพฺเพ วิย ตโย, ตถา ปาโมชฺชวเสนาติ อิเมหิ นวหากาเรหิ.
กามํ เจตฺถ เอกสฺส ปุคฺคลสฺส ตโย เอว อาการา ลพฺภนฺติ, ตนฺติวเสน ปน สพฺเพสํ ปาฬิอารุฬฺหตฺตา, เตสํ วเสน ปริกมฺมสฺส กาตพฺพตฺตา จ ‘‘ตตฺรายํ ภิกฺขุ นวหากาเรหี’’ติ วุตฺตํ. เอวํ ปชานโตติ เอวํ ยถาวุตฺเตหิ อากาเรหิ อสฺสาสปสฺสาเส ปชานโต, ตตฺถ มนสิการํ ปวตฺเตนฺตสฺส. เอเกนากาเรนาติ ทีฆํ อสฺสาสาทีสุ จตูสุ อากาเรสุ เอเกน อากาเรน, นวสุ ตีสุ วา เอเกน. ตถา หิ วกฺขติ –
‘‘ทีโฆ รสฺโส จ อสฺสาโส, ปสฺสาโสปิ จ ตาทิโส;
จตฺตาโร วณฺณา วตฺตนฺติ, นาสิกคฺเค ว ภิกฺขุโน’’ติ.
อยํ ภาวนา อสฺสาสปสฺสาสกายานุปสฺสนาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนา สมฺปชฺชตี’’ติ.
อิทานิ ปาฬิวเสเนว เต นว อากาเร, ภาวนาวิธิญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กถํ ปชานาตีติ ปชานนวิธึ กเถตุกมฺยตาย ปุจฺฉติ. ทีฆํ อสฺสาสนฺติ วุตฺตลกฺขณํ ทีฆํ อสฺสาสํ. อทฺธานสงฺขาเตติ ‘‘อทฺธาน’’นฺติ สงฺขํ คเต ทีเฆ กาเล, ทีฆํ ขณนฺติ อตฺโถ. โกฏฺฐาสปริยาโย วา สงฺขาต-สทฺโท ‘‘เถยฺยสงฺขาต’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๙๑) วิย, ตสฺมา อทฺธานสงฺขาเตติ อทฺธานโกฏฺฐาเส, เทสภาเคติ อตฺโถ. ฉนฺโท อุปฺปชฺชตีติ ภาวนาย ปุพฺเพนาปรํ วิเสสํ อาวหนฺติยา ลทฺธสฺสาทตฺตา ตตฺถ สาติสโย กตฺตุกามตาลกฺขโณ กุสลจฺฉนฺโท อุปฺปชฺชติ. ฉนฺทวเสนาติ ตถาปวตฺตฉนฺทสฺส วเสน สวิเสสํ ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ วุทฺธึ ผาตึ คเมนฺตสฺส. ตโต สุขุมตรนฺติ ยถาวุตฺตฉนฺทปฺปวตฺติยา ปุริมโต สุขุมตรํ. ภาวนาพเลน หิ ปฏิปฺปสฺสทฺธทรถปริฬาหตาย กายสฺส อสฺสาสปสฺสาสา สุขุมตรา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ. ปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชตีติ อสฺสาสปสฺสาสานํ สุขุมตรภาเวน อารมฺมณสฺส สนฺตตรตาย, กมฺมฏฺฐานสฺส จ วีถิปฏิปนฺนตาย ภาวนาจิตฺตสหคโต ปโมโท ขุทฺทิกาทิเภทา ตรุณปีติ อุปฺปชฺชติ. จิตฺตํ วิวตฺตตีติ อนุกฺกเมน อสฺสาสปสฺสาสานํ อติวิย สุขุมตรภาวปฺปตฺติยา อนุปฏฺฐหเน วิเจตพฺพาการปฺปตฺเตหิ จิตฺตํ วินิวตฺตตีติ เกจิ. ภาวนาพเลน ปน สุขุมตรภาวปฺปตฺเตสุ อสฺสาสปสฺสาเสสุ ตตฺถ ปฏิภาคนิมิตฺเต อุปฺปนฺเน ปกติอสฺสาสปสฺสาสโต จิตฺตํ นิวตฺตติ. อุเปกฺขา สณฺฐาตีติ ตสฺมึ ปฏิภาคนิมิตฺเต อุปจารปฺปนาเภเท สมาธิมฺหิ อุปฺปนฺเน ปุน ฌานนิพฺพตฺตนตฺถํ พฺยาปาราภาวโต อชฺฌุเปกฺขนํ โหตีติ. สา ปนายํ อุเปกฺขา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาติ เวทิตพฺพา.
อิเมหิ นวหิ อากาเรหีติ อิเมหิ ยถาวุตฺเตหิ นวหิ ปกาเรหิ ปวตฺตา. ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสา กาโยติ ทีฆาการา อสฺสาสปสฺสาสา จุณฺณวิจุณฺณาปิ สมูหฏฺเฐน กาโย. อสฺสาสปสฺสาเส นิสฺสาย อุปฺปนฺนนิมิตฺตมฺเปตฺถ อสฺสาสปสฺสาสสมญฺญเมว วุตฺตํ. อุปฏฺฐานํ สตีติ อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ติฏฺฐตีติ สติ อุปฏฺฐานํ นาม. อนุปสฺสนา ญาณนฺติ สมถวเสน นิมิตฺตสฺส อนุปสฺสนา, วิปสฺสนาวเสน อสฺสาสปสฺสาเส, ตนฺนิสฺสยญฺจ กายํ ‘‘รูป’’นฺติ, จิตฺตํ ตํสมฺปยุตฺตธมฺเม จ ‘‘อรูป’’นฺติ ววตฺถเปตฺวา นามรูปสฺส อนุปสฺสนา จ ญาณํ, ตตฺถ ยถาภูตาวโพโธ. กาโย อุปฏฺฐานนฺติ โส กาโย อารมฺมณกรณวเสน อุปคนฺตฺวา สติ เอตฺถ ติฏฺฐตีติ อุปฏฺฐานํ นาม. เอตฺถ จ ‘‘กาโย อุปฏฺฐาน’’นฺติ อิมินา อิตรกายสฺสาปิ สงฺคโห โหติ ยถาวุตฺตสมฺมสนจารสฺสาปิ อิธ อิจฺฉิตตฺตา. โน สตีติ โส กาโย สติ นาม น โหติ. สติ อุปฏฺฐานญฺเจว สติ จ สรณฏฺเฐน, อุปติฏฺฐนฏฺเฐน จ. ตาย สติยาติ ยถาวุตฺตาย สติยา. เตน ญาเณนาติ ยถาวุตฺเตเนว ญาเณน. ตํ กายนฺติ ตํ อสฺสาสปสฺสาสกายญฺเจว ตนฺนิสฺสยรูปกายญฺจ. อนุปสฺสตีติ ฌานสมฺปยุตฺตญาเณน เจว วิปสฺสนาญาเณน จ อนุ อนุ ปสฺสติ. เตน วุจฺจติ กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนาติ เตน อนุปสฺสเนน ยถาวุตฺเต กาเย อยํ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนาติ วุจฺจติ.
อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยา อยํ ยถาวุตฺเต อสฺสาสปสฺสาสกาเย, ตสฺส นิสฺสยภูเต กรชกาเย จ กายสฺเสว อนุปสฺสนา อนุทกภูตาย มรีจิยา อุทกานุปสฺสนา วิย น อนิจฺจาทิสภาเว กาเย นิจฺจาทิภาวานุปสฺสนา, อถ โข ยถารหํ อนิจฺจทุกฺขานตฺตาสุภภาวสฺเสวานุปสฺสนา. อถ วา กาเย ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา ‘‘อิตฺถี’’ติ วา ‘‘ปุริโส’’ติ วา คเหตพฺพสฺส กสฺสจิ อภาวโต ตาทิสํ อนนุปสฺสิตฺวา กายมตฺตสฺเสว อนุปสฺสนา กายานุปสฺสนา, ตาย กายานุปสฺสนาย สมฺปยุตฺตา สติเยว อุปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ, ตสฺส ภาวนา วฑฺฒนา กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนาติ.
เอส นโยติ ‘‘นวหิ อากาเรหี’’ติอาทินา วุตฺตวิธึ รสฺส-ปเท อติทิสติ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ยถาทสฺสิเต ‘‘กถํ ทีฆํ อสฺสสนฺโต’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๑๔๘; สํ. นิ. ๕.๙๘๖; ปารา. ๑๖๕) อาคเต ปาฬินเย. อิธาติ อิมสฺมึ รสฺสปทวเสน อาคเต ปาฬินเย.
อยนฺติ โยคาวจโร. อทฺธานวเสนาติ ทีฆกาลวเสน. อิตฺตรวเสนาติ ปริตฺตกาลวเสน. อิเมหิ อากาเรหีติ อิเมหิ นวหิ อากาเรหิ.
ตาทิโสติ ทีโฆ, รสฺโส จ. จตฺตาโร วณฺณาติ จตฺตาโร อาการา, เต จ ทีฆาทโย เอว. นาสิกคฺเค ว ภิกฺขุโนติ คาถาพนฺธสุขตฺถํ รสฺสํ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘นาสิกคฺเค วา’’ติ, วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ, เตน อุตฺตโรฏฺฐํ สงฺคณฺหาติ.