ปหาตพฺพธมฺมปหานกถาวณฺณนา
๘๒๙. เย ธมฺมาติ เย สํกิเลสธมฺมา. สํโยชนาทีสุ สํโยชนฏฺเฐน พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนานิ, วิพาธนฏฺเฐน, อุปตาปนฏฺเฐน วา กิเลสา, มิจฺฉาสภาวาติ มิจฺฉตฺตา, โลเก ธมฺมา โลกปริยาปนฺนา ธมฺมาติ โลกธมฺมา, มจฺเฉรสฺส ภาโว, กมฺมํ วาติ มจฺฉริยํ, วิปรีตฏฺเฐน วิปลฺลาสา, คนฺถนฏฺเฐน คนฺถา, อยุตฺตา คตีติ อคติ, อาสวนฺตีติ อาสวา, โอหนนฺตีติ โอฆา, โยชนฏฺเฐน โยคา, นีวรนฺตีติ นีวรณานิ, ธมฺมสภาวํ อติกฺกมฺม ปรโต อามสนฺตีติ ปรามาสา, ภุสํ อาทิยนฺตีติ อุปาทานานิ, อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน อนุ อนุ เสนฺตีติ อนุสยา, มลีนภาวกรณฏฺเฐน มลา, อกุสลกมฺมานิ จ ตานิ สุคติทุคฺคตีนํ, ตตฺถ นิพฺพตฺตนกสุขทุกฺขานญฺจ ปถา จาติ อกุสลกมฺมปถา, จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ เอตฺถาติ จิตฺตุปฺปาโท, จิตฺตเจตสิกราสิ, อกุสโล จ โส จิตฺตุปฺปาโท จาติ อกุสลจิตฺตุปฺปาโทติ อกุสลสทฺทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.
ขนฺเธหิ ขนฺธานนฺติ อิธโลกกฺขนฺเธหิ ปรโลกกฺขนฺธานํ. ยาวญฺหิ เตติ เต รูปราคาทโย ยาว ปวตฺตนฺติ น สมุจฺฉิชฺชนฺติ, ตาว เอเตสํ ขนฺธผลทุกฺขานํ อนุปรโม อวิจฺเฉโทติ. เอเตน เตสํ สํโยชนตฺถํ วิภาเวติ. อุทฺธนฺติ รูปารูปภเวสุ, ตติยมคฺคุปฺปตฺติยา วา อุทฺธํ. อุทฺธํ ภชนฺตีติ อุทฺธํภาคา, รูปารูปภวา, เตสํ อวิจฺเฉทเหตุตาย หิตานิ อุทฺธํภาคิยานิ.
กิลิสฺสนฺติ, กิเลเสนฺติ จาติ ทุวิธมฺปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สยํ สํกิลิฏฺฐตฺตา’’ติอาทิมาห.
มิจฺฉาวิมุตฺติ ‘‘โลกถูปิกาทีสุ โมกฺโข’’ติ ปวตฺตมิจฺฉาวิโมกฺโข. อภินิวิสนาทิวเสน มิจฺฉา วิปรีตํ น สมฺมา ปวตฺตนโต มิจฺฉาญาณํ โมโหว.
โลกปฺปวตฺติยาติ ขนฺธปฺปวตฺติยํ สติ. อนุปรมธมฺมกตฺตาติ ปุญฺญปาปวเสน อปราปรํ อวิจฺฉิชฺชนโต. ‘‘ลาภเหตุโก ลาโภ’’ติอาทินา การโณปจาเรน.
อาวาเส มจฺฉริยํ, อาวาสเหตุกํ วา มจฺฉริยํ อาวาสมจฺฉริยํ.
ตโยติ วตฺถุํ อภินฺทิตฺวา วุตฺตํ, ภินฺทิตฺวา ปน วุจฺจมาเน ทฺวาทส โหนฺติ.
คนฺถกรณํ การณภาเวน ปฏิพทฺธตากรณํ คนฺถนนฺติ ตํ รูปกาเยปิ ลพฺภตีติ อาห ‘‘นามกายสฺส เจว รูปกายสฺส จา’’ติ. ตตฺถ พฺยาปาทสฺสาปิ อภิสชฺชนุปนยฺหวเสน ปวตฺตนโต คนฺถนฏฺโฐ เวทิตพฺโพ, ยโต ตสฺส ปฏิฆสํโยชนภาโว วุตฺโต.
ฉนฺทโทสโมหภเยหีติ ฉนฺทโทสโมหภยเหตุ. ตญฺหีติ อกตฺตพฺพกรณํ, กตฺตพฺพากรณญฺจ.
สวนาติ ปวตฺตนโต. สวนโตติ กิเลสาสุจิภาเวน วิสฺสนฺทนโต. ปุน สวนโตติ ปสวนโต.
อากฑฺฒนฏฺเฐน, ทุรุตฺตรณฏฺเฐน จาติ เอเตน โอฆา วิย โอฆาติ ทสฺเสติ. อารมฺมเณน, ทุกฺเขน จ วิโยคสฺส อปฺปทานสงฺขาเตน โยชนฏฺเฐน โยคาติ ทสฺเสติ, สํกิเลสกรณฏฺเฐนาติ อตฺโถ. เตสญฺเญวาติ กามราคาทีนํเยว. เต หิ โสตวเสน วตฺตมานา โสโต วิย โสตปติเต สตฺเต อปายสมุทฺทํ ปาเปนฺติ, สํสารสมุทฺทโต จ สีสํ อุกฺขิปิตุํ น เทนฺติ, ยถาคหิตญฺจ อารมฺมณํ วิสฺสชฺชิตุํ น เทนฺติ, ยาทิสญฺจ ปาปํ กตฺวา ทุกฺขปฺปตฺเต ปุนปิ ตาทิเสน โยเชนฺติ.
จิตฺตสฺสาติ กุสลจิตฺตสฺส, วิเสสโต ฌานจิตฺตสฺส. อาทิโต วรณํ อาวรณํ. กิเลสวาสนํ เนตฺวา วรณํ นีวรณํ. กุฏฺฏกวาฏาทีหิ วิย ปิทหนํ ปฏิจฺฉาทนํ, ตํ ปน กุสลาทีนิ สงฺคณฺหิตุํ, ปริญฺญาตุํ, ญาตุญฺจ อปฺปทานวเสน ทฏฺฐพฺพํ.
ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส สภาวนฺติ กายาทิกสฺส ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส อสุภาทิสภาวํ. อภูตํ สภาวนฺติ สุภาทิสภาวํ.
ถามคตฏฺเฐนาติ ถามคตภาเวน. ถามคตนฺติ จ อนญฺญสาธารโณ กามราคาทีนํ สภาโว ทฏฺฐพฺโพ. เยน เต เอว ภควตา ‘‘อนุสยา’’ติ วุตฺตา. อนุสยนญฺจ มคฺเคน อปฺปหีนภาเวน ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนารหตา. เตนาห ‘‘ปุนปฺปุนํ กามราคาทีนํ อุปฺปตฺติเหตุภาเวน อนุเสนฺติเยวา’’ติ.
ทุมฺโมจนียภาเวน ปวตฺตึ สนฺธายาห ‘‘เตลญฺชนกลลํ วิยา’’ติ.
๘๓๐. เสสาติ อนปายคมนียา. สุขุมา กามราคปฏิฆาติ สมฺพนฺโธ. จตุตฺถญาณวชฺฌา เอวาติ อวธารเณน ปฐมญาณาทิวชฺฌตา นิวตฺตียติ. ตยิทํ นิยมทสฺสนํ อญฺญตฺถาปิ เนตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปรโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘นิยมํ น กริสฺสามา’’ติ เอเตน นิยเม อกเต เหฏฺฐิมมคฺควชฺฌตาปิ อนุญฺญาตา เอว โหตีติ.
โลภ…เป… จตุตฺถญาณวชฺฌานีติอาทีสุ ปฐมญาณาทีหิ หตาปายคมนียาทิภาวานีติ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อาทิสทฺเทน โอฬาริกสุขุมตา คหิตา.
ยเสติ ปริวาเร.
อคตีสุ ฉนฺทาทโย กิญฺจาปิ อุปริมคฺควชฺฌา, ตถาปิ ตํมูลกสฺส อกตฺตพฺพกรณสฺส, กตฺตพฺพากรณสฺส จ อปายคมนียตาย ปฐมมคฺควชฺฌา.
กตากตากุสลากุสลวิสยํ ยํ วิปฺปฏิสารภูตํ กุกฺกุจฺจํ, ตํ อิธ ตติยญาณวชฺฌํ วุตฺตํ. ยํ ปน ‘‘กุกฺกุจฺจปกตตาย อาปตฺติมาปชฺชตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๓๘; กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) วุตฺตํ กุกฺกุจฺจํ, ตํ สนฺธาย ‘‘กุกฺกุจฺจวิจิกิจฺฉา โสตาปตฺติมคฺเคน ปหียนฺตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๑๗๖) อฏฺฐสาลินิยํ วุตฺตํ. ตสฺมา ทฺวินฺนํ วจนานํ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อญฺเญสุปิ เอทิเสสุ ฐาเนสุ อธิปฺปาโย มคฺคิตพฺโพ, น วิโรธโต ปจฺเจตพฺโพ. โอฬาริกานวเสสปฺปหานํ วา สนฺธาย กุกฺกุจฺจสฺส ปฐมตติยญาณวชฺฌตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ภควตา ปฏิกฺขิตฺตํ อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิตุ’’นฺติ, ‘‘กุกฺกุจฺจายนฺโต น ปฏิคฺคเหสี’’ติ (ปาจิ. ๒๐๔) ปน อาคตํ กุกฺกุจฺจํ, น นีวรณํ อรหโต อุปฺปชฺชนโต, นีวรณปฏิรูปกํ ปน ‘‘กปฺปติ น กปฺปตี’’ติ วีมํสนภูตํ วินยกุกฺกุจฺจํ นาม, ตํ ตถาปวตฺตจิตฺตุปฺปาโทว.
กามราคปฏิฆานุสยา อณุสหคตา ตติยญาณวชฺฌา. โอฬาริกานํ ปน ทุติยญาณวชฺฌตา เหฏฺฐา วุตฺตนยาว.
จิตฺตุปฺปาทคฺคหเณน เจตฺถ มกฺขปฬาสมายาสาเฐยฺยปมาทถมฺภสารมฺภาทีนํ สงฺคโห กโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
๘๓๑. อผโล วายาโมติ เอตฺถ อตีตานํ ตาว ปชหเน อผโล โหตุ วายาโม นิรุทฺธตฺตา, อนาคตานํ ปน กถนฺติ เตสมฺปิ วกฺขมานํ อวิปรีตมตฺถํ อชานนฺโต นตฺถิตามตฺตํ คเหตฺวา โจเทติ, ตถาปิ ‘‘อผโล’’ติ ปุพฺเพ ปหาตพฺพานํ นตฺถิตาย โจทนา กตา, อิทานิ ปหานสฺส. ยทิ หิ ปหานํ อตฺถิ, กถํ ปหาตพฺพา สนฺติ? อถ ปหาตพฺพา สนฺติ, กถํ ปหานํ โหติ? ปหาตพฺพา จ สนฺติ, ปหานญฺจ โหตีติ วิปฺปฏิสิทฺธเมตํ. กสฺมา? ปหาตพฺเพสุ สนฺเตสุ ปหานสฺส อสมฺภวโต ตทุปโค วายาโม อผโล อาโลกตมานํ สหาวฏฺฐาเน สติ อาโลกสฺส อผลตา วิย. อถาปิ กถญฺจิ ปหานํ สิยา? สํกิเลสิกา จ มคฺคภาวนา อาปชฺชติ ปหาตพฺพปหายกานํ สหาวฏฺฐานโต. วิปฺปยุตฺตตา วา กิเลสานํ จิตฺตวิปฺปยุตฺตสงฺขารวาทีนํ วิปฺปยุตฺตสงฺขารานํ วิยาติ อธิปฺปาโย. ตํ ปน เนสํ วาทีนํ ยถา มติมตฺตํ, เอวมิธาปีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘น จ ปจฺจุปฺปนฺนกิเลโส จิตฺตวิปฺปยุตฺโต นาม อตฺถี’’ติ. อรูปธมฺมา หิ เอกวตฺถุกาทิภาเวน วตฺตมานา ขณตฺตยปริยาปนฺนา ปจฺจุปฺปนฺนา, เต กถํ จิตฺเตน วิปฺปยุตฺตา นาม สิยุํ, ตสฺมา นตฺเถว วิปฺปยุตฺตตา กิเลสานํ. อาเวณิกาติ อสาธารณา, สยเมว อุปฺปาทิตา ปาฬิ อนารุฬฺหาติ อธิปฺปาโย. ปาฬิยํเยว หิ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. สฺวายํ ปุคฺคโล. หญฺจีติ ยทิ.
วินิพทฺโธติ มาเนน ปตฺถทฺธจิตฺโต. ปรามฏฺโฐติ มิจฺฉาภินิวิฏฺโฐ. ถามคโตติ ถามคตกิเลโส ถิรภาวคตานุสโย. เตน หิ นตฺถิ มคฺคภาวนาติ ยสฺมา ตีสุปิ กาเลสุ กิเลสานํ ปหานํ น ยุชฺชติ, ติกาลิกา จ กิเลสา, ตสฺมา นตฺถิ มคฺคภาวนา, ตาย สาเธตพฺพํ กิจฺจํ นตฺถีติ อตฺโถ. ‘‘น หิ นตฺถิ มคฺคภาวนา’’ติอาทินา จตุกฺขตฺตุํ วุตฺตสฺส ปฏิกฺเขปสฺส ปฏิกฺเขโป. อิทํ วุตฺตํ ‘‘ปาฬิยํเยว หี’’ติอาทึ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.
เอวเมวาติ ยถา อชาตผเล ตรุณรุกฺเข มูเล ฉินฺเน อสติ เฉทเน อายตึ อุปฺปชฺชนารหานิ เฉทนปจฺจยา อนุปฺปชฺชมานานิ วินฏฺฐานิ นาม โหนฺติ, เอวเมว มคฺคภาวนาย อสติ อุปฺปชฺชนารหา กิเลสา มคฺคภาวนาย อนุปฺปชฺชมานา ‘‘ปหีนา’’ติ วุจฺจนฺตีติ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ. อุปฺปาโทติ อุปฺปาทสีเสน อุปฺปาทวนฺโต ขนฺธา วุตฺตา. อนุปฺปาเทติ นิพฺพาเน. อชาตาเยว น ชายนฺติ, ตสฺมา ปหีนา นาม โหนฺตีติ ‘‘นตฺถิ กิเลสปฺปหาน’’นฺติ ปรวาทินา กโต ปฏิกฺเขโป ‘‘น หี’’ติ ปฏิกฺขิตฺโต. เต ปน เนว อุปฺปชฺชิตฺวา วิคตา, นาปิ ภวิสฺสนฺติ, น จ อุปฺปนฺนาติ ‘‘อตีเต กิเลเส ปชหตี’’ติอาทิ น วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. เหตุนิโรธาติ ทุกฺขเหตูนํ กิเลสานํ นิโรธา. ทุกฺขนิโรโธติ อายตึ อุปฺปชฺชนกทุกฺขสฺส นิโรโธ. อุปฺปาทปวตฺตนิมิตฺตายูหนา ปจฺจุปฺปนฺนภววเสน คหิตา.
๘๓๒. เอเตนาติ ‘‘อชาตาเยว น ชายนฺตี’’ติอาทิวจเนน. วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตํ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกสงฺขาตํ ภูมิปวตฺติฏฺฐานํ ลทฺธวนฺโต ภูมิลทฺธา ยถา ‘‘อคฺคิอาหิโต’’ติ, ลทฺธภูมิกาติ อตฺโถ. วตฺตมานาทิอุปฺปนฺนวิธุรตาย ภูมิลทฺธุปฺปนฺนา เอว นาม เตติ วุตฺตํ.
๘๓๓. อนุภวิตฺวา, ภวิตฺวา จ อปคตํ ภูตาปคตํ. อนุภูตภูตา หิ ภูตตาสามญฺเญน ภูตสทฺเทน วุตฺตา. สามญฺญเมว หิ อุปสคฺเคน วิเสสียตีติ. อนุภูตสทฺโท จ กมฺมวจนิจฺฉาย อภาวโต อนุภาวกวาจโก ทฏฺฐพฺโพ. วิกปฺปคาหวเสน ราคาทีหิ, ตพฺพิปกฺเขหิ จ อกุสลํ, กุสลญฺจ อารมฺมณรสํ อนุภวติ, น วิปาโก กมฺมเวคกฺขิตฺตตฺตา, นาปิ กิริยา อเหตุกานํ อติทุพฺพลตาย, สเหตุกานญฺจ ขีณกิเลสสฺส ฉฬงฺคุเปกฺขาวโต อุปฺปชฺชมานานํ อติสนฺตวุตฺติตฺตา. เอตฺถ จ ปุริมนเย กุสลากุสลเมว วตฺตุํ อธิปฺปายวเสน ‘‘ภูตาปคต’’นฺติ วุตฺตํ. ยํ ‘‘อุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ฐิติยา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๖๕๑-๖๖๒; วิภ. ๓๙๐-๓๙๑) เอตฺถ ‘‘อุปฺปนฺน’’นฺติ คเหตฺวา ตํสทิสานํ ปหานํ, วุทฺธิ จ วุตฺตา. ปจฺฉิมนเย จ-สทฺเทน กุสลากุสลญฺจ อากฑฺฒิตฺวา สพฺพํ สงฺขตํ วุตฺตํ ภุตฺวาปคตภาวาภิธานาธิปฺปาเยน. วิปจฺจิตุํ โอกาสกรณวเสน อุปฺปตฺติตํ อตีตํ กมฺมญฺจ ตโต อุปฺปชฺชิตุํ อารทฺโธ วิปาโก จ อนาคโต โอกาสกตุปฺปนฺโนติ วุตฺโต โอกาโส กโต เอเตน, โอกาโส กโต เอตสฺสาติ จ อตฺถทฺวยวเสน, ยํ อุปฺปนฺนสทฺเทน วินาปิ วิญฺญายมานํ อุปฺปนฺนํ สนฺธาย ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, สญฺเจตนิกานํ กมฺมาน’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๒๑๗, ๒๑๙) วุตฺตํ.
ตาสุ ตาสุ ภูมีสูติ มนุสฺสเทวาทิอตฺตภาวสงฺขาเตสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ. ตสฺมึ ตสฺมึ สนฺตาเน อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อนาปาทิตตาย อสมูหตํ. อสมูหตตฺตาเยว หิสฺส นตฺถีติ นวตฺตพฺพตาย อุปฺปนฺนโวหาโร.
๘๓๔. ‘‘กา ภูมิ, โก วา ภูมิลทฺโธ’’ติ อาสงฺกํ นิวตฺเตตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ‘‘วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา’’ติ เอเตน ขนฺธานํ อปริญฺญาตตํ ทสฺเสติ, น อารมฺมณภาวมตฺตํ เตภูมกคฺคหเณเนว ตสฺส สิทฺธตฺตา. อปริญฺญาตา หิ ขนฺธา กิเลสานํ ภูมีติ อธิปฺเปตา. ขนฺเธสุ วตฺถุภูเตสุ. อารมฺมณวเสนาติ อารมฺมณกรณวเสน. อตีตานาคเต, ปเคว ปจฺจุปฺปนฺเนติ อธิปฺปาโย. ตนฺติ ตํ อญฺญสนฺตานคตํ กิเลสชาตํ. ตโต อญฺญสฺมึ สนฺตาเน อารมฺมณกรณมตฺเตน ภูมิลทฺธํ นาม ยทิ สิยาติ สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ กิเลสชาตสฺส. อปฺปเหยฺยโต ปรสนฺตติปติตตฺตา น โกจิ ภวมูลํ ปชเหยฺย. ภูมิลทฺธญฺหิ อนุสยิตํ นาม โหตีติ อธิปฺปาโย. วตฺถุวเสนาติ อุปฺปตฺติฏฺฐานวเสน. ยตฺถ ยตฺถ ภเว, สนฺตาเน วา. ปริญฺญาตานํ อภูมิภาวโต ‘‘อปริญฺญาตา’’ติ วุตฺตํ. อุปฺปาทโต ปภุตีติ เตสํ ขนฺธานํ อุปฺปชฺชนโต ปฏฺฐาย. กิเลสานํ อปฺปหีนภาวํ ฐเปตฺวา อญฺญสฺส การณสฺส อภาวโต เตสุ ขนฺเธสุ กิเลสชาตํ อนุเสติ, ตสฺมา ตํ อนุสยิตํ กิเลสชาตํ, เตเนว อนุสยนสงฺขาเตน อปฺปหีนฏฺเฐน ภูมิลทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ.
๘๓๕. ตตฺถ จ ภูมิภูเตสุ ขนฺเธสุ น สพฺเพ สพฺเพสํ วตฺถู โหนฺติ, อถ โข วิเสโส อตฺถีติ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยสฺส เยสู’’ติอาทิ. ตตฺถ ยสฺสาติ ยสฺส ปุคฺคลสฺส. เยสูติ สติปิ อชฺฌตฺตภาวสามญฺเญ เยสุ อตีตาทิกามาวจราทิเภทภินฺเนสุ ขนฺเธสุ. เต เอว ยถานุสยิตา ขนฺธา. กึ ปเนเต กิเลสา อารมฺมณํ กโรนฺตา วิย ปริจฺฉิชฺช ปริจฺฉิชฺช อนุเสนฺตีติ? ยโต เต เอว ขนฺธา เตสํ กิเลสานํ วตฺถูติ วุตฺตา, น เหว โข อนุสยานํ วตฺถุํ ปริจฺฉิชฺช ปวตฺติ อตฺถิ. อตีตาทิกามาวจราทิวเสน ปน ยถาปริจฺฉินฺเน วตฺถุสฺมึ โย กิเลสานํ อปฺปหีนฏฺโฐ, โส ปริจฺฉิชฺช ปวตฺโต วิย โหตีติ ‘‘อตีตกฺขนฺเธสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน วตฺถุวเสน ภูมิลทฺธํ โหตีติ วตฺถุเภเทน สิยา ตสฺส เภโทติ ทสฺเสติ. ตถาววตฺถิตภาวโต เอว หิ ‘‘อญฺญตโร โลลชาติโก ตํ รสปถวึ องฺคุลิยา สายี’’ติอาทิวจนํ (ที. นิ. ๓.๑๒๐) กามาวจรกฺขนฺเธสุ อนุสยิตานํ รสตณฺหาทีนํ รูปารูปาวจรกฺขนฺเธ อติกฺกมิตฺวา ปุน กามาวจรกฺขนฺธวตฺถุกตํ วิภาเวติ. เตนาห ‘‘ตถา กามาวจรกฺขนฺเธสู’’ติอาทิ. ยถา เจตฺถ รูปารูปาวจรกฺขนฺเธ อติกฺกมิตฺวา ปวตฺติ, เอวํ กามาวจรกฺขนฺเธ อติกฺกมิตฺวา ปวตฺติ โหตีติ อาห ‘‘เอส นโย รูปารูปาวจเรสู’’ติ.
ปริยุฏฺฐานาภิภวนวเสน จ กิเลสานํ อนุสยนฏฺโฐ อนุมียติ ตทภาเว อภาวโต. ยสฺส เย อนุสยา ปหีนา, เตสํ วตฺถุ เตน สมติกฺกนฺตํ ปริญฺญาตตฺตาติ กุโต เนสํ ภูมิสมญฺญาติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘โสตาปนฺนาทีสุ ปนา’’ติอาทิ. อิธ วฏฺฏมูลกิเลสาติ อนุสยา อธิปฺเปตา, น อวิชฺชา, ภวตณฺหา จ. ยํ กิญฺจิ เจตนาเจตสิกเภทํ, กายิกาทิเภทํ วา. อิตีติ เอวํ, อปฺปหีนานุสยตฺตาติ อธิปฺปาโย. อสฺสาติ ปุถุชฺชนสฺส. เต ปเนเต อนุสยา อตีตาทิกามาวจราทิวเสน ยถาปริจฺฉินฺเน ตตฺถ ตตฺถ วตฺถุสฺมึ อนุสยนฺตาปิ เต เต ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อวิภาเคเนว วตฺถุํ กตฺวา อนุเสนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺเสตํ วฏฺฏมูล’’นฺติอาทิมาห.
๘๓๖. อิทานิ ตมตฺถํ อนฺวยพฺยติเรกวเสน อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ปถวีรสาทิ วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. รุกฺขคจฺฉลตาทีนํ ปจฺจยภูโต สสมฺภารปถวิยา รโส ปถวีรโส. อาโปรเสปิ เอเสว นโย. สาขา นาม ขุทฺทกสาขา. ปสาโข วิฏโป. รุกฺขปเวณินฺติ รุกฺขปราปรํ. สนฺตานยมาเนติ อปราปรํ อนุปฺปพนฺธนฺเต.
มณฺฑูกกณฺฏโกติ เอโก มจฺฉกณฺฏโกติ วทนฺติ. อนุปาทาโนติ ปหีนจตุรุปาทาโน, รูปาทีสุ วา กิญฺจิปิ อคณฺหนฺโต.
๘๓๗. อิธ สมุทาจาโร นาม ลทฺธตฺตลาภตาติ ขณตฺตยสมงฺคิสมุทาจารุปฺปนฺนนฺติ อาห ‘‘วตฺตมานุปฺปนฺนเมว สมุทาจารุปฺปนฺน’’นฺติ. ปุพฺพภาเค อนุปฺปชฺชมานมฺปีติ ตสฺมึ อาปาถคเต อารมฺมเณ อาทิโต ปวตฺตชวนวาเรสุ อนุปฺปชฺชมานมฺปิ. อธิคฺคหิตตฺตาติ อโยนิโสมนสิกาเรน อภิรุยฺห คหิตตฺตา, ทฬฺหํ คหิตตฺตาติ อตฺโถ. อปรภาเคติ อปรสฺมึ กาลภาเค, กาลนฺตเรติ อตฺโถ. เอกนฺเตน อุปฺปตฺติโตติ ปจฺจยสมวาเย สติ ตถา อโยนิโสมนสิการสฺส ตตฺถ นิพฺพตฺตตฺตา นิยเมน อุปฺปชฺชนโต. กลฺยาณิคาเมติ เอวํนามเก คาเม. โรหเณ กิร อภิรูปานํ อิตฺถีนํ อุปฺปตฺติฏฺฐานตาย โส คาโม ตถา วุจฺจติ. จิตฺตสนฺตติมนารุฬฺหนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนตํ ปฏิเสเธติ. ‘‘อุปฺปตฺตินิวารกสฺส เหตุโน อภาวา’’ติ เอเตน ปจฺจเย สติ ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนารหตาย อวิกฺขมฺภิตสฺส อุปฺปนฺนตาปริยาโยติ ทสฺเสติ. นนุ จ อสมูหตุปฺปนฺนมฺปิ ปจฺจเย สติ อุปฺปชฺชนารหเมว? สจฺจเมตํ, ปหานวิเสสภาวกโต ปน เนสํ เภโท. ยถา อวิกฺขมฺภิตาสมูหตภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ สติ ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนารหํ, เอวํ อารมฺมณาธิคฺคหิตุปฺปนฺนมฺปีติ ติวิธสฺสาปิ ภูมิลทฺเธน เอกสงฺคหตา วุตฺตา.
๘๓๘. อกุสลมฺปิ ภูตาปคตุปฺปนฺนํ อตีตตฺตา น ปหาตพฺพํ, ตถา เอกจฺจํ โอกาสกตุปฺปนฺนํ อิตรํ อปฺปหาตพฺพโต, เสสทฺวยํ ขณตฺตยสมงฺคิภาวโตติ อาห ‘‘อมคฺควชฺฌตฺตา’’ติ. เกนจีติ จตูสุ มคฺคญาเณสุ เกนจิ. ตสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส จตุพฺพิธสฺสปิ อุปฺปนฺนสฺส. ตํ อุปฺปนฺนภาวํ วินาสยมานนฺติ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนน อุปฺปชฺชนารหตํ วินาเสนฺตํ. ปฐมํ โลกิยญาเณน ยถาพลํ ปหีนเมว โลกุตฺตรญาณํ ปชหตีติ โลกิยคฺคหณํ กตํ.