ทุติยมคฺคญาณกถาวณฺณนา
๘๑๓. กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวายาติ เอเตสํ กิเลสานํ ตนุภาวตฺถํ. ตตฺถ ทฺวีหิ การเณหิ ตนุภาโว อธิจฺจุปฺปตฺติยา, ปริยุฏฺฐานมนฺทตาย จ. สกทาคามิสฺส หิ วฏฺฏานุสาริมหาชนสฺส วิย กิเลสา อภิณฺหํ น อุปฺปชฺชนฺติ, กทาจิ กทาจิ วิรฬาการา หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ. ตถา อุปฺปชฺชนฺตาปิ มทฺทนฺตา ฉาเทนฺตา อนฺธการํ กโรนฺตา น อุปฺปชฺชนฺติ, ทฺวีหิ ปน มคฺเคหิ ปหีนตฺตา มนฺทมนฺทา ตนุกาการา หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ. เกจิ ปน ‘‘สกทาคามิสฺสาปิ กิเลสา จิเรน อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปชฺชนฺตาปิ พหลาว อุปฺปชฺชนฺติ. ตถา หิสฺส ปุตฺตธีตโร ทิสฺสนฺตี’’ติ, ตํ อการณํ วตฺถุปฏิเสวเนน วินาปิ คพฺภคฺคหณสพฺภาวโต. ตสฺมา วุตฺตนเยเนว ทฺวีหิ การเณหิ เตสํ ตนุภาโว เวทิตพฺโพ. ทุติยายาติ คณนวเสนปิ ทุติยาย, อุปฺปตฺติวเสนปิ ทุติยาย ภูมิยา. ปตฺติยาติ สามญฺญผลสฺส ปฏิลาภาย. ตญฺหิ สมฺปยุตฺตานํ นิสฺสยภาวโต เต ธมฺมา ภวนฺติ เอตฺถาติ ภูมิ. ยสฺมา วา สมาเนปิ โลกุตฺตรภาเว สยมฺปิ ภวติ อุปฺปชฺชติ, น นิพฺพานํ วิย อปาตุภูตํ, ตสฺมาปิ ‘‘ภูมี’’ติ วุจฺจติ. โยคํ กโรตีติ วิปสฺสนาภิโยคํ กโรติ. ‘‘นวหากาเรหิ อินฺทฺริยานิ ติกฺขานิ ภวนฺตี’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๒.๖๙๙) วุตฺตนเยเนว ยทคฺเคน อินฺทฺริยานํ ติกฺขตํ สมฺปาเทติ, ตทคฺเคน พลานิ, โพชฺฌงฺคานิ จ ปฏุตรภาวํ อาปาเทนฺโต อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคานิ สโมธาเนตฺวา ลกฺขณตฺตยตีรณวเสน ญาเณน ปริมทฺทติ. ตตฺถ อปราปรํ ญาณํ จาเรนฺโต ปริวตฺเตติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาวีถึ โอคาหตี’’ติ. วุตฺตนเยเนวาติ อุทยพฺพยญาณาทีนํ อุปฺปาทเน วุตฺตนเยน. โคตฺรภุอนนฺตรนฺติ เอตฺถ โคตฺรภุ วิย โคตฺรภุ. ปฐมมคฺคปุเรจาริกญาณญฺหิ ปุถุชฺชนโคตฺตาภิภวนโต, อริยโคตฺตภวนโต จ นิปฺปริยายโต โคตฺรภูติ วุจฺจติ, อิทํ ปน ตํสทิสตาย ปริยายโต โคตฺรภุ. เอกจฺจสํกิเลสวิสุทฺธิยา, ปน อจฺจนฺตวิสุทฺธิยา อารมฺมณกรณโต จ โวทานนฺติ วุจฺจติ. เตนาห ปฏฺฐาเน ‘‘อนุโลมํ โวทานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา ๑.๑.๔๑๗). ยสฺมา ปน ปฏิสมฺภิทามคฺเค อุปฺปาทาทิอภิภวนตฺถํ อุปาทาย ‘‘อฏฺฐ โคตฺรภุธมฺมา สมาธิวเสน อุปฺปชฺชนฺติ, ทส โคตฺรภุธมฺมา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๖๐) โคตฺรภุนาเมเนเวตํ อาคตํ, ตสฺมา อิธาปิ ‘‘โคตฺรภุอนนฺตร’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ทุติยญาณํ นิฏฺฐิตํ.