ปริญฺญาทิปฺปเภทกถาวณฺณนา
๘๔๕. อภิญฺญาปญฺญาติอาทีนํ อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. อปิจ สุตมยาย, จินฺตามยาย, เอกจฺจภาวนามยาย จ อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ญาตา อภิญฺญาตา. อาเวณิกา ภูมิ ปริญฺญนฺตรานํ อวิสยภาวโต. น หิ นามรูปปริจฺเฉทปจฺจยปริคฺคหณวเสน ตีรณปริญฺญาทีนํ ปวตฺติ อตฺถิ.
๘๔๖. อนุโลมญาณมฺปิ อนิจฺจาทิวเสเนว สงฺขาเร อารพฺภ ปวตฺตติ, ปเคว ปฏิสงฺขานุปสฺสนาทโยติ อาห ‘‘ยาว อนุโลมา อาเวณิกา ภูมี’’ติ. กามญฺเจตฺถ ตีรณปริญฺญาภูมิยํ ญาตปฺปหานปริญฺญาโยปิ ลทฺธาวสรา, ตตฺถ ปน ยถา ตีรณปริญฺญา สาติสยํ กิจฺจการี, น ตถา อิตราติ อาเวณิกคฺคหณํ.
๘๔๗. นิปฺปริยาเยน ปหานปริญฺญา นาม มคฺคญาณนฺติ ‘‘ยาว มคฺคญาณา ภูมี’’ติ วุตฺตํ. อยํ อิธ อธิปฺเปตาติ อิธ อภิสมยกาเล กิจฺจวิจาเร อยํ ปหานปริญฺญา อธิปฺเปตา ตทตฺถตฺตา เสสปริญฺญานํ. เตนาห ‘‘ยสฺมา วา’’ติอาทิ.
ตทตฺถาเยวาติ ปหานปริญฺญตฺถา เอว. อถ วา ตทตฺถาเยวาติ ปหานตฺถา เอว. อถ วา ตทตฺถาเยวาติ มคฺคตฺถา เอว. ญาตตีรณปริญฺญา หิ ยาวเทว มคฺคาธิคมตฺถาย ปวตฺตา. นิยมโต ญาตา เจว ตีริตา จ โหนฺติ ญาตตีริตภาเวหิ วินา ปหานาภาวโต, ปหานสิทฺธิยญฺจ ญาตตีริตภาวสิทฺธิโต. มคฺคญาณญฺหิ ทุกฺเข ปริญฺญาภิสมยวเสน ปวตฺตมานํ ตสฺส สภาวลกฺขณํ วิย สามญฺญลกฺขณมฺปิ ปฏิวิชฺฌตีติ วุจฺจติ ตปฺปฏิจฺฉาทกสมฺโมหวิทฺธํสนโต. เตนาห ‘‘ปริญฺญตฺตยมฺปิ…เป… เวทิตพฺพ’’นฺติ.
๘๔๘. ปริญฺญา วิยาติ ติวิธตาสามญฺญํ นิทสฺเสติ, น ปริญฺญาปหาตพฺพตาสามญฺญํ วิกฺขมฺภนปฺปหานสฺส อริปญฺญากิจฺจภาวโต. กามจฺฉนฺทาทโย ยถา น จิตฺตํ ปริยุฏฺฐาย ติฏฺฐนฺติ, เอวํ ปริยุฏฺฐานสฺส นิเสธนํ อปฺปวตฺติกรณํ วิกฺขมฺภนํ, วิกฺขมฺภนเมว ปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ. ปากฏตฺตาติ ‘‘อยํ อพฺยาปนฺนจิตฺโต วิคตถินมิทฺโธ’’ติอาทินา (อ. นิ. ๔.๑๙๘) ปเรสมฺปิ ปากฏตฺตา. ‘‘น สหสา จิตฺตํ อชฺโฌตฺถรนฺตี’’ติ อิทํ ปฏิลทฺธมตฺตสฺส ฌานสฺส วเสน วุตฺตํ, สุภาวิเต ปน ปคุณชฺฌาเน ยาว จริมกจิตฺตมฺปิ น อชฺโฌตฺถรนฺเตว. อถ วา ฌานสฺส ปุพฺพภาเคปีติ ฌานาธิคมตฺถาย ปุพฺพภาคปฏิปตฺติยา. ปจฺฉาภาเคปีติ ฌานํ ลภิตฺวา อญฺญกิจฺจปฺปสุตสฺสปิ. วิตกฺกาทโยติ วิตกฺกวิจารปีติสุขรูปสญฺญาทโย. ทุติยชฺฌานาทีนํ ปฏิปกฺขา ทุติยาทีสุ อปฺปิเตสุเยว วิกฺขมฺภนฺติ, ตโต ตโต วุฏฺฐิตมตฺตสฺส ปน ปวตฺตนฺติ ปริตฺตจิตฺตวเสเนว วุฏฺฐหนโต.
๘๔๙. ‘‘ปทีเปน อนฺธการสฺส วิยา’’ติ อิทํ ปฏิปกฺเขน ปหีนภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปฏิปกฺโข หิ ปทีโป อนฺธการสฺส, ฆฏปฺปหาโร ปน เสวาลสฺส น ปฏิปกฺโข, เกวลํ ปวตฺตินิวารณมตฺตเมว กโรตีติ. เตน อสติปิ อุชุวิปจฺจนีกตาย ทุติยชฺฌานาทีนํ วิตกฺกาทีนํ วิกฺขมฺภนสฺส ตํ นิทสฺสนํ สุฏฺฐุตรํ ยุชฺชติ. ‘‘วิปสฺสนาย อวยวภูเตนา’’ติ อิทํ อิธาธิกตตทงฺคปฺปหานสฺส ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. สีลวิโสธนาทินาปิ หิ ตทงฺคปฺปหานํ โหติเยวาติ. ญาณงฺเคนาติ ญาณสงฺขาเตน การเณน. ตทงฺเคน ตทงฺคสฺส ปหานํ ตทงฺคปฺปหานํ. สติ วิชฺชมาเน ขนฺธปญฺจกสงฺขาเต กาเย, สยํ วา ตตฺถ สติ ทิฏฺฐิ สกฺกายทิฏฺฐิ, ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๘๑; ๔.๓๔๕) นเยน วุตฺตา อตฺตานุทิฏฺฐิ. โสฬสวตฺถุกา, อฏฺฐวตฺถุกา จ กงฺขาว มลํ กงฺขามลํ. สมูหคาหสฺสาติ ‘‘อตฺตา อตฺตนิย’’นฺติ เอวํ ปวตฺตสมูหคหณสฺส ปหานํ กลาปสมฺมสเนน เอกาทสสุ โอกาเสสุ ปกฺขิปิตฺวา วิกิรณวเสน ขนฺธานํ ทสฺสนโต. อสฺสาทสญฺญายาติ ปญฺจกฺขนฺเธ อสฺสาทนวเสน ปวตฺตมิจฺฉาสญฺญาย. อปฺปฏิสงฺขานสฺสาติ ปฏิสงฺขานปฏิปกฺขสฺส โมหสฺส. อนุเปกฺขนสฺสาติ อเปกฺขาย. สงฺขาเรสุ นิจฺจาทิคาโห สจฺจปฏิโลมคาโห มคฺคสจฺจาธิคมสฺส วิโลมนโต. สาทีนเวสุ อนาทีนวสญฺญิตา, อนาทีนเว จ สาทีนวสญฺญิตา สจฺจปฏิโลมคาโหติ จ วทนฺติ.
เอวํ วิสุทฺธิกฺกเมน ตทงฺคปฺปหานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อฏฺฐารสมหาวิปสฺสนาวเสนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ วา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยํ วา ปน ปหานนฺติ สมฺพนฺโธ.
๘๕๐. วุตฺตเมว ‘‘สพฺพํ สงฺขารคตํ อนิจฺจโต อนุปสฺสตี’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๒.๗๔๒).
สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณานํ วเสน ฆนคฺคหณํ ฆนสญฺญา, ตสฺสา ฆนสญฺญาย.
นิโรเธ อธิมุตฺตตา, ตายาติ ติยทฺธคตานํ สงฺขารานํ นิโรธเมว ทิสฺวา ตตฺถ อธิมุจฺจนวเสน ปวตฺตปญฺญา, ตาย. อายูหนสฺสาติ อภิสงฺขรณสฺส.
ตํ ตํ ปริจฺเฉทนฺติ อาทานนิกฺเขปาทิกํ ตํ ตํ ปริจฺเฉทํ. อญฺญถาปวตฺติทสฺสนนฺติ วุตฺตปริจฺเฉทโต ปุพฺเพ, ปจฺฉา จ อญฺญาการปฺปวตฺติยา ทสฺสนํ, อวตฺถาวิเสสปฺปวตฺติทสฺสนํ วา. ธุวสญฺญายาติ ถิรภาวคฺคหณสฺส.
สาราทานาภินิเวสสฺสาติ อสาเรสุ สารคหณาภินิเวสสฺส.
สํสยมิจฺฉาญาณานํ วเสน สมฺมุยฺหนํ สมฺโมโห, โส เอว อภินิเวโสติ สมฺโมหาภินิเวโส. สงฺขาเรสุ เลณตาณภาวคฺคหณํ อาลยาภินิเวโส, อตฺถโต ภวนิกนฺติ.
ยถา จิตฺตํ สงฺขาเร มุญฺจิตฺวา วิวฏฺฏํ นิพฺพานํ ปกฺขนฺทติ, ตถา ปวตฺตนโต สงฺขารุเปกฺขา จ อนุโลมญฺจ ‘‘วิวฏฺฏานุปสฺสนา’’ติ วุตฺตํ. นิวิฏฺฐภาเวน โอคาฬฺหภาเวน ปวตฺตสํโยชนาทิกิเลสา เอว กิเลสาภินิเวโส. นิพฺเพธภาคิยํ สมาธินฺติ วิปสฺสนาสมาธิมาห.
๘๕๑. อสนิวิจกฺกํ อสนิมณฺฑลํ. เอวํ ปหานนฺติ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนมาห. กมฺมกิเลสานํ, สพฺเพสมฺปิ วา สงฺขารานํ ขยํ นิโรธํ คจฺฉตีติ ขยคามี, อริยมคฺโค. โลกุตฺตรคฺคหเณเนว สิทฺเธปิ ขยคามิคฺคหณํ วณฺณภณนตฺถํ. สมุจฺเฉทปฺปหานเมวาติ อวธารณํ นิปฺปริยายตํ อุปาทาย. ตทตฺถาเนวาติ สมุจฺเฉทปฺปหานตฺถาเนว. เตน วิกฺขมฺภนตทงฺคปฺปหานานํ มคฺคสมฺภารตมาห เตหิ วินา อสิชฺฌนโต. อถ วา ตทตฺถาเนวาติ มคฺคตฺถาเนว. เตน ตทตฺถตาย เตสํ ตํกิจฺจตํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ตเมวตฺถํ อุปมาย ทสฺเสตุํ ‘‘ปฏิราชานํ วธิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยมฺปิ ตโต ปุพฺเพ กตนฺติ ยํ ตโตรชฺชปฺปตฺติโต ปุพฺเพ กตํ ปจฺจนฺตสาธนทุคฺควิทฺธํสนาทิ. ยถา อิทญฺจิทญฺจ รญฺญา กตนฺติเยว วุจฺจติ, เอวํ โลกิยญาเณน สาธิตานิปิ วิกฺขมฺภนตทงฺคปฺปหานานิ สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน ปวตฺตสฺส มคฺคสฺส กิจฺจภาเวน วุจฺจนฺติ, ตทตฺถตาย, เตสํ ตํสนฺตติปติตตาย จ มคฺคสฺสาติ เวทิตพฺพา.
๘๕๒. โลกิยสฺส, โลกิยา วา สจฺฉิกิริยา โลกิยสจฺฉิกิริยา. เอวํ โลกุตฺตรสจฺฉิกิริยา เวทิตพฺพา. ลาภีมฺหีติ ลาภี อมฺหิ. ตถา วสีมฺหีติ เอตฺถาปิ. ปจฺจกฺขโต ญาณผสฺเสนาติ ปจฺจกฺขโต อารมฺมณกรณสงฺขาเตน ญาณผสฺสเนน. ‘‘ปจฺจกฺขโต’’ติ จ อิมินา อนุมานโต อารมฺมณกรณํ นิวตฺเตติ, ‘‘อีทิสมิท’’นฺติ ปจฺจเวกฺขณวเสน ปจฺจกฺขโต ชานนํ เหตฺถ ‘‘ญาณผสฺโส’’ติ อธิปฺเปโต. ผสฺสิตาติ ญาเณน ผุฏฺฐา.
ฌานมคฺคผลานิ วิย อตฺตโน สนฺตาเน อนุปฺปาเทตฺวาปิ ตปฺปฏิจฺฉาทกสมฺโมหวิทฺธํสนวเสน ตถาวิทฺธํสนปวตฺตญาณํ อปรปฺปจฺจยญาณํ.
ปสฺสนฺโต ปจฺจกฺขโต ชานนฺโต. อมโตคธนฺติ อมตปริยาปนฺนํ, อมตสงฺขาตนฺติ อตฺโถ.
โสตาปตฺติมคฺโค ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต ทสฺสนํ, เตน ทสฺสเนน สจฺฉิกิริยา ทสฺสนสจฺฉิกิริยา. กิญฺจาปิ โคตฺรภุญาณํ ตโต ปฐมตรํ นิพฺพานํ ปสฺสติ, อาลมฺพนกรณโต ทิสฺวา กตฺตพฺพกิจฺจากรณโต ปน น ทสฺสนนฺติ วุจฺจติ. สา ทุวิธาปีติ สา ทสฺสนภาวนาวเสน ทุวิธาปิ สจฺฉิกิริยา. ทสฺสนภาวนาวเสนาติ ทสฺสนมคฺคภาวนามคฺควเสน. เตน อมคฺควเสน ปวตฺตนิพฺพานสฺส ปจฺจเวกฺขณสจฺฉิกิริยํ นิวตฺเตติ. นิพฺพานสฺสาติ ปน อิมินา มคฺคผเลสุ ปจฺจเวกฺขณสจฺฉิกิริยํ. อิมสฺส ญาณสฺสาติ อิมสฺส ยถาธิคตสฺส โลกุตฺตรญาณสฺส.
๘๕๓. อภิมตาติ อธิปฺเปตา. ภาวนา นาม อุปฺปาทนา, สนฺตานปริภาวนา จาติ ตทุภยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โลกิยาน’’นฺติอาทิมาห. ยทคฺเคน หิ โลกิยา กุสลาทโย อุปฺปาทิตา, วฑฺฒิตา จ, ตทคฺเคนสฺส สีลภาวนา, กายภาวนา, จิตฺตภาวนา, ปญฺญาภาวนา จ โลกิยา นิปฺผาทิตา โหติ, ตาย จ สนฺตาโนปิ ปริภาวิโตติ. ตาสุ โลกิยโลกุตฺตรภาวนาสุ อิธ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิกถายํ โลกุตฺตรภาวนา อธิปฺเปตา, น อิตรา ตสฺสา สมฺภารภาวโต. จตุพฺพิธมฺเปตํ ญาณนฺติ เอตํ จตุพฺพิธมฺปิ อริยมคฺคญาณํ โลกุตฺตรานิ สมฺมาวาจาทิเภทานิ สีลาทีนิ อุปฺปาเทติ. กถํ? สหชาตาทิปจฺจยตาย. สีลาทีนีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สมาธิสฺส คหณํ, น ปญฺญาย. น หิ ตเทว ตํ อุปฺปาเทติ, มคฺคจิตฺตุปฺปาโท ปน อุปฺปาเทติ. ตทนฺโตคธภาวา สมฺมาสงฺกปฺโป. โส หิ ปญฺจกฺขนฺธสงฺคหิโตติ วทนฺติ. สีลาทีนีติ วา ผลสีลาทีนมฺปิ คหณนฺติ ปญฺญายปิ คหณํ ยุชฺชติเยว. สหชาตปจฺจยาทิตายาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อนนฺตรปจฺจยาทิตายปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เตหิ จ สนฺตานํ วาเสตีติ เตหิ สมุจฺฉินฺทนปฏิปสฺสมฺภนวเสน ปวตฺเตหิ โลกุตฺตเรหิ สีลาทีหิ อริยปุคฺคโล อตฺตโน สนฺตานํ ปริภาเวติ. ยํ นิสฺสาย ปราวุตฺตีติ วทนฺติ. ยถา ปริญฺญตฺตยมฺปิ ปหานตฺตยมฺปิ มคฺคญาณสฺส กิจฺจนฺติ วุตฺตํ ปริยาเยน, น เอวมิธ. อิธ ปน โลกุตฺตรภาวนาว อสฺส มคฺคญาณสฺส กิจฺจํ. น เหตฺถ ภาวนาย ปริยาโย ลพฺภตีติ อวธารณํ. เตน โลกิยภาวนํ นิวตฺเตติ.
เอวํ สรูเปเนว อาคตายาติ ‘‘จิตฺตํ ภาวย’’นฺติ สมาธิ วิย จิตฺตสีเสน อนาคนฺตฺวา ‘‘ปญฺญํ ภาวย’’นฺติ เอวํ สรูเปเนว อาคตาย ปญฺญาย. ยํ วุตฺตํ อุทฺเทสวเสน. เอตฺตาวตา ตํ วิตฺถาริตํ โหติ. อยญฺจ ปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหตีติ สมฺพนฺโธ.
ญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อิติ พาวีสติมปริจฺเฉทวณฺณนา.