๙. รุกฺขมูลิกงฺคกถาวณฺณนา

๓๒. ฉนฺนนฺติ อิฏฺฐกาฉทนาทีหิ ฉาทิตํ, อาวสถนฺติ อตฺโถ. สีมนฺตริกรุกฺโขติ ทฺวินฺนํ ราชูนํ รชฺชสีมาย ฐิตรุกฺโข. ตตฺถ หิ เตสํ ราชูนํ พลกาโย อุปคนฺตฺวา อนฺตรนฺตรา ยุทฺธํ กเรยฺย, โจราปิ ปาริปนฺถิกา สโมสรนฺตา ภิกฺขุสฺส สุเขน นิสีทิตุํ น เทนฺติ. เจติยรุกฺโข ‘‘เทวตาธิฏฺฐิโต’’ติ มนุสฺเสหิ สมฺมตรุกฺโข ปูเชตุํ อุปคเตหิ มนุสฺเสหิ อวิวิตฺโต โหติ. นิยฺยาสรุกฺโข สชฺชรุกฺขาทิ. วคฺคุลิรุกฺโข วคฺคุลินิเสวิโต. สีมนฺตริกรุกฺขาทโย สปริสฺสยา, ทุลฺลภวิเวกา จาติ อาห ‘‘อิเม รุกฺเข วิวชฺเชตฺวา’’ติ. ปณฺณสฏนฺติ รุกฺขโต ปติตปณฺณํ. ปฏิจฺฉนฺเน ฐาเน นิสีทิตพฺพํ รุกฺขมูลิกภาวสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถํ. ฉนฺเน วาสกปฺปนา ธมฺมสฺสวนาทีนมตฺถายปิ โหติ. ตสฺมา ‘‘ชานิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาปิตมตฺเต’’ติ วุตฺตํ.

อภิณฺหํ ตรุปณฺณวิการทสฺสเนนาติ อภิกฺขณํ ตรูสุ, ตรูนํ วา ปณฺเณสุ วิการสฺส ขณภงฺคสฺส ทสฺสเนน. เสนาสนมจฺเฉรกมฺมารามตานนฺติ อาวาสมจฺฉริยนวกมฺมรตภาวานํ. เทวตาหีติ รุกฺขเทวตาหิ. ตาปิ หิ รุกฺขฏฺฐวิมาเนสุ วสนฺติโย รุกฺเขสุ วสนฺติ. อยมฺปิ รุกฺเขติ สหวาสิตา. วณฺณิโตติ ‘‘อปฺปานิ เจวา’’ติอาทินา ปสํสิโต. ‘‘รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา’’ติ (มหาว. ๗๓, ๑๒๘) เอวํ นิสฺสโยติ จ ภาสิโต. อภิรตฺตานิ ตรุณกาเล, นีลานิ มชฺฌิมกาเล, ปณฺฑูนิ ชิณฺณกาเล. ปติตานิ มิลายนวเสน. เอวํ ปสฺสนฺโต ตรุปณฺณานิ ปจฺจกฺขโต เอว นิจฺจสญฺญํ ปนูทติ ปชหติ, อนิจฺจสญฺญา เอวสฺส สณฺฐาติ. ยสฺมา ภควโต ชาติโพธิธมฺมจกฺกปวตฺตนปรินิพฺพานานิ รุกฺขมูเลเยว ชาตานิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘พุทฺธทายชฺชํ รุกฺขมูล’’นฺติ.

อิติ รุกฺขมูลิกงฺคกถาวณฺณนา.