๑๓. เนสชฺชิกงฺคกถาวณฺณนา

๓๖. เสยฺยนฺติ อิริยาปถลกฺขณํ เสยฺยํ. ตปฺปฏิกฺเขเปเนว หิ ตทตฺถา ‘‘มญฺโจ ภิสี’’ติ เอวมาทิกา (จูฬว. ๓๒๑, ๓๒๒) เสยฺยา ปฏิกฺขิตฺตา เอว โหนฺติ. ‘‘เนสชฺชิโก’’ติ จ สยนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา นิสชฺชาย เอว วิหริตุํ สีลมสฺสาติ อิมสฺส อตฺถสฺส อิธ อธิปฺเปตตฺตา เสยฺยา เอเวตฺถ ปฏิโยคินี, น อิตเร ตถา อนิฏฺฐตฺตา, อสมฺภวโต จ. โกสชฺชปกฺขิโย หิ อิริยาปโถ อิธ ปฏิโยคิภาเวน อิจฺฉิโต, น อิตเร. น จ สกฺกา ฐานคมเนหิ วินา นิสชฺชาย เอว ยาเปตุํ ตถา ปวตฺเตตุนฺติ เสยฺยาเวตฺถ ปฏิโยคินี. เตนาห ‘‘เตน ปนา’’ติอาทิ. จงฺกมิตพฺพํ น ‘‘เนสชฺชิโก อห’’นฺติ สพฺพรตฺตึ นิสีทิตพฺพํ. อิริยาปถนฺตรานุคฺคหิโต หิ กาโย มนสิการกฺขโม โหติ.

จตฺตาโร ปาทา, ปิฏฺฐิอปสฺสโย จาติ อิเมหิ ปญฺจหิ องฺเคหิ ปญฺจงฺโค. จตูหิ อฏฺฏนีหิ, ปิฏฺฐิอปสฺสเยน จ ปญฺจงฺโคติ อปเร. อุโภสุ ปสฺเสสุ ปิฏฺฐิปสฺเส จ ยถาสุขํ อปสฺสาย วิหรโต เนสชฺชิกสฺส ‘‘อเนสชฺชิกโต โก วิเสโส’’ติ คาหํ นิวาเรตุํ อภยตฺเถโร นิทสฺสิโต ‘‘เถโร อนาคามี หุตฺวา ปรินิพฺพายี’’ติ.

อุปจฺเฉทียติ เอเตนาติ อุปจฺเฉทนนฺติ วินิพนฺธุปจฺเฉทสฺส สาธกตมภาโว ทฏฺฐพฺโพ. สพฺพกมฺมฏฺฐานานุโยคสปฺปายตา อลีนานุทฺธจฺจปกฺขิกตฺตา นิสชฺชาย. ตโต เอว ปาสาทิกอิริยาปถตา. วีริยารมฺภานุกูลตา วีริยสมตาโยชนสฺส อนุจฺฉวิกตา. ตโต เอว สมฺมาปฏิปตฺติยา อนุพฺรูหนตา. ปณิธายาติ ฐเปตฺวา. ตนุนฺติ อุปริมกายํ. วิกมฺเปตีติ จาเลติ, อิจฺฉาวิฆาตํ กโรตีติ อธิปฺปาโย. วตนฺติ ธุตงฺคํ.

อิติ เนสชฺชิกงฺคกถาวณฺณนา.

ธุตงฺคปกิณฺณกกถาวณฺณนา

๓๗. เสกฺขปุถุชฺชนานํ วเสน สิยา กุสลานิ, ขีณาสวานํ วเสน สิยา อพฺยากตานิ. ตตฺถ เสกฺขปุถุชฺชนา ปฏิปตฺติปูรณตฺถํ, ขีณาสวา ผาสุวิหารตฺถํ ธุตงฺคานิ ปริหรนฺติ. อกุสลมฺปิ ธุตงฺคนฺติ อกุสลจิตฺเตนาปิ ธุตงฺคเสวนา อตฺถีติ อธิปฺปาโย. ตํ น ยุตฺตํ, เยน อกุสลจิตฺเตน ปพฺพชิตสฺส อารญฺญิกตฺตํ, ตํ ธุตงฺคํ นาม น โหติ. กสฺมา? ลกฺขณาภาวโต. ยํ หิทํ กิเลสานํ ธุนนโต ธุตสฺส ปุคฺคลสฺส, ญาณสฺส, เจตนาย วา องฺคตฺตํ, น ตํ อกุสลธมฺเมสุ สมฺภวติ. ตสฺมา อรญฺญวาสาทิมตฺเตน อารญฺญิกาทโย ตาว โหนฺตุ, อารญฺญิกงฺคาทีนิ ปน น โหนฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘น มย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิมานีติ ธุตงฺคานิ. วุตฺตํ เหฏฺฐา วจนตฺถนิทฺเทเส. น จ อกุสเลน โกจิ ธุโต นาม โหติ, กิเลสานํ ธุนนฏฺเฐนาติ อธิปฺปาโย. ยสฺส ภิกฺขุโน เอตานิ สมาทานานิ องฺคานิ, เอเตน ปฐเมนาปิ อตฺถวิกปฺเปน ‘‘นตฺถิ อกุสลํ ธุตงฺค’’นฺติ ทสฺเสติ. น จ อกุสลํ กิญฺจิ ธุนาตีติ อกุสลํ กิญฺจิ ปาปํ น จ ธุนาติ เอว อปฺปฏิปกฺขโต. เยสํ สมาทานานํ ตํ อกุสลํ ญาณํ วิย องฺคนฺติ กตฺวา ตานิ ธุตงฺคานีติ วุจฺเจยฺยุํ. อิมินา ทุติเยนาปิ อตฺถวิกปฺเปน ‘‘นตฺถิ อกุสลํ ธุตงฺค’’นฺติ ทสฺเสติ. นาปิ อกุสลนฺติอาทิ ตติยอตฺถวิกปฺปวเสน โยชนา. ตสฺมาติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส นิคมนํ.

เยสนฺติ อภยคิริวาสิเก สนฺธายาห. เต หิ ธุตงฺคํ นาม ปญฺญตฺตีติ วทนฺติ. ตถา สติ ตสฺส ปรมตฺถโต อวิชฺชมานตฺตา กิเลสานํ ธุนนฏฺโฐปิ น สิยา, สมาทาตพฺพตา จาติ เตสํ วจนํ ปาฬิยา วิรุชฺฌตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘กุสลตฺติกวินิมุตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปญฺญตฺติปกฺเข เอเต โทสา ทุนฺนิวารา, ตสฺมา ตํ เตสํ วจนํ น คเหตพฺพํ, วุตฺตนโย เจตนาปกฺโขเยว คเหตพฺโพติ อตฺโถ. ยสฺมา เอเต ธุตคุณา กุสลตฺติเก ปฐมตติยปทสงฺคหิตา, ตสฺมา สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา, สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา, สิยา วิปากธมฺมธมฺมา, สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา, สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิยา, สิยา อสํกิลิฏฺฐสํกิเลสิกาติ เอวํ เสสติกทุกปเทหิปิ เนสํ ยถารหํ สงฺคโห วิภาเวตพฺโพ.

กามํ สพฺโพปิ อรหา ธุตกิเลโส, อิธ ปน ธุตงฺคเสวนามุเขน กิเลเส วิธุนิตฺวา ฐิโต ขีณาสโว ‘‘ธุตกิเลโส ปุคฺคโล’’ติ อธิปฺเปโต. ตถา สพฺโพปิ อริยมคฺโค นิปฺปริยาเยน กิเลสธุนโน ธมฺโม, วิเสสโต อคฺคมคฺโค. ปริยาเยน ปน วิปสฺสนาญาณาทิ. เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ธุตงฺคเจตนาสมฺปยุตฺตญาณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ ธุตํ ทสฺเสตฺวา ธุตวาเท ทสฺเสตพฺเพ ยสฺมา ธุตวาทเภเทน ธุโต วิย ธุตเภเทน ธุตวาโทปิ ทุวิโธ, ตสฺมา เตสํ, ตทุภยปฏิกฺเขปสฺส จ วเสน จตุกฺกเมตฺถ สมฺภวตีติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺถิ ธุโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตยิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส ‘‘โส อย’’นฺติ อตฺโถ. ธุตธมฺมา นามาติ ธุตงฺคเสวนาย ปฏิปกฺขภูตานํ ปาปธมฺมานํ ธุนนวเสน ปวตฺติยา ‘‘ธุโต’’ติ ลทฺธนามาย ธุตงฺคเจตนาย อุปการกา ธมฺมาติ กตฺวา ธุตธมฺมา นาม. อสมฺปตฺตสมฺปตฺเตสุ ปจฺจเยสุ อลุพฺภนากาเรน ปวตฺตนโต อปฺปิจฺฉตา สนฺตุฏฺฐิตา จ อตฺถโต อโลโภ. ปจฺจยเคธาทิเหตุกานํ โลลตาทีนํ สํกิเลสานํ สมฺมเทว ลิขนโต เฉทนโต คณสงฺคณิกาทิเภทโต สํสคฺคโต จิตฺตสฺส วิเวจนโต สลฺเลขตา ปวิเวกตา จ อโลโภ อโมโหติ อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ อนุปตนฺติ ตทนฺโตคธา ตปฺปริยาปนฺนา โหนฺติ, ตทุภยสฺเสว ปวตฺติวิเสสภาวโต. อิเมหิ กุสลธมฺเมหิ อตฺถี อิทมตฺถี, เยน ญาเณน ปพฺพชิเตน นาม ปํสุกูลิกงฺคาทีสุ ปติฏฺฐิเตน ภวิตพฺพนฺติ ยถานุสิฏฺฐํ ธุตคุเณ สมาทิยติ เจว ปริหรติ จ, ตํ ญาณํ อิทมตฺถิตา. เตนาห ‘‘อิทมตฺถิตา ญาณเมวา’’ติ. ปฏิกฺเขปวตฺถูสูติ คหปติจีวราทีสุ เตหิ เตหิ ธุตงฺเคหิ ปฏิกฺขิปิตพฺพวตฺถูสุ. โลภนฺติ ตณฺหํ. เตเสฺวว วาติ ปฏิกฺเขปวตฺถูสุ เอว. อาทีนวปฏิจฺฉาทกนฺติ อารกฺขทุกฺขปราธีนวุตฺติโจรภยาทิอาทีนวปฏิจฺฉาทกํ. อนุญฺญาตานนฺติ สตฺถารา นิจฺฉนฺทราคปริโภควเสน อนุญฺญาตานํ สุขสมฺผสฺสอตฺถรณปาวุรณาทีนํ. ปฏิเสวนมุเขนาติ ปฏิเสวนทฺวาเรน, เตน เลเสนาติ อตฺโถ. อติสลฺเลขมุเขนาติ อติวิย สลฺเลขปฏิปตฺติมุเขน, อุกฺกฏฺฐสฺส วตฺตนกานมฺปิ ปฏิกฺขิปนวเสนาติ อตฺโถ.

สุขุมกรณสนฺนิสฺสโย ราโค ทุกฺขาย ปฏิปตฺติยา ปติฏฺฐํ น ลภตีติ อาห ‘‘ทุกฺขาปฏิปทญฺจ นิสฺสาย ราโค วูปสมฺมตี’’ติ. สลฺเลโข นาม สมฺปชานสฺส โหติ, สติสมฺปชญฺเญ โมโห อปติฏฺโฐว อปฺปมาทสมฺภวโตติ วุตฺตํ ‘‘สลฺเลขํ นิสฺสาย อปฺปมตฺตสฺส โมโห ปหียตี’’ติ. เอตฺถาติ เอเตสุ ธุตงฺเคสุ. ตตฺถาติ อรญฺญรุกฺขมูเลสุ.

สีสงฺคานีติ สีสภูตานิ องฺคานิ, ปเรสมฺปิ เกสญฺจิ นานนฺตริกตาย, สุกรตาย จ สงฺคณฺหนโต อุตฺตมงฺคานีติ อตฺโถ. อสมฺภินฺนงฺคานีติ เกหิจิ สมฺเภทรหิตานิ, วิสุํเยว องฺคานีติ วุตฺตํ โหติ. กมฺมฏฺฐานํ วฑฺฒติ ราคจริตสฺส โมหจริตสฺส โทสจริตสฺสาปิ, ตํ เอกจฺจํ ธุตงฺคํ เสวนฺตสฺสาติ อธิปฺปาโย. หายติ กมฺมฏฺฐานํ สุกุมารภาเวนลูขปฏิปตฺตึ อสหนฺตสฺส. วฑฺฒเตว มหาปุริสชาติกสฺสาติ อธิปฺปาโย. น วฑฺฒติ กมฺมฏฺฐานํ อุปนิสฺสยรหิตสฺส. เอกเมว หิ ธุตงฺคํ ยถา กิเลสธุนนฏฺเฐน, เอวํ เจตนาสภาวตฺตา. เตนาห ‘‘สมาทานเจตนา’’ติ.

เตรสาปิ ธุตงฺคานิ สมาทาย ปริหรนฺตานํ ปุคฺคลานํ วเสน ‘‘ทฺวาจตฺตาลีส โหนฺตี’’ติ วตฺวา ภิกฺขูนํ เตรสนฺนมฺปิ ปริหรณสฺส เอกชฺฌํเยว สมฺภวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘เอกปฺปหาเรน สพฺพธุตงฺคานิ ปริภุญฺชิตุํ สกฺโกตี’’ติ วุตฺตํ. กถํ อพฺโภกาเส วิหรนฺตสฺส รุกฺขมูลิกงฺคํ? ‘‘ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปามิ, รุกฺขมูลิกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๓๒) วจนโต ฉนฺเน อรุณํ อุฏฺฐาปิตมตฺเต ธุตงฺคํ ภิชฺชติ, น อพฺโภกาเส, ตสฺมา เภทเหตุโน อภาเวน ตมฺปิ อโรคเมว. ตถา เสนาสนโลลุปฺปสฺส อภาเวน ยถาสนฺถติกงฺคนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อารญฺญิกงฺคํ คณมฺหา โอหียนสิกฺขาปเทน (ปาจิ. ๖๙๑-๖๙๒) ปฏิกฺขิตฺตํ, ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคํ อนติริตฺตโภชนสิกฺขาปเทน (ปาจิ. ๒๓๘-๒๔๐). ปวาริตาย หิ ภิกฺขุนิยา อติริตฺตํ กตฺวา ภุญฺชิตุํ น ลพฺภติ. กปฺปิเย จ วตฺถุสฺมึ โลลตาปหานาย ธุตงฺคสมาทานํ, น อกปฺปิเย, สิกฺขาปเทเนว ปฏิกฺขิตฺตตฺตา. อฏฺเฐว โหนฺติ ภิกฺขุนิยา สํกจฺจิกจีวราทีหิ สทฺธึ ปญฺจปิ ติจีวรสงฺขเมว คจฺฉนฺตีติ กตฺวา. ยถาวุตฺเตสูติ ภิกฺขูนํ วุตฺเตสุ เตรสสุ ติจีวราธิฏฺฐานวินยกมฺมาภาวโต ฐเปตฺวา เตจีวริกงฺคํ ทฺวาทส สามเณรานํ. สตฺตาติ ภิกฺขุนีนํ วุตฺเตสุ อฏฺฐสุ เอกํ ปหาย สตฺต ติจีวราธิฏฺฐานวินยกมฺมาภาวโต. ‘‘ฐเปตฺวา เตจีวริกงฺค’’นฺติ หิ อิมํ อนุวตฺตมานเมว กตฺวา ‘‘สตฺต สิกฺขมานสามเณรีน’’นฺติ วุตฺตํ. ปติรูปานีติ อุปาสกภาวสฺส อนุจฺฉวิกานิ.

ธุตงฺคนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ ทุติยปริจฺเฉทวณฺณนา.