๑๗. ปญฺญาภูมินิทฺเทสวณฺณนา

ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถาวณฺณนา

๕๗๐. อิมิสฺสา ปญฺญายาติ อิมิสฺสา ยถาธิคตาย วิปสฺสนาย. ภูมิภูเตสูติ ปวตฺติฏฺฐานภูเตสุ. กามญฺจายํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทปฏิจฺจสมุปฺปนฺนสมญฺญา ปิตาปุตฺตสมญฺญา วิย อเปกฺขาสิทฺธา, เหตุผลธมฺเมสุ ปน ยถากฺกมํ ววตฺถิตาวาติ ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เจวา’’ติอาทินา วิภชฺช วุตฺตํ. อาทิสทฺเทนาติ ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิเภทา’’ติ เอตฺถ วุตฺตอาทิสทฺเทน. อวเสสา โหนฺติ, สํวณฺณนาวเสนาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘เตสํ วณฺณนากฺกโม อนุปฺปตฺโต’’ติ.

อวิชฺชาทโย ธมฺมา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท, น สมุปฺปตฺติมตฺตํ. สฺวายมตฺโถ อิมินา สุตฺตปเทน เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทึ วตฺวา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเน ปน ทสฺเสตุํ ‘‘ชรามรณาทโย ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. กสฺมา ปเนตฺถ อนุโลมโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทธมฺมา ทสฺสิตา, ปฏิโลมโต ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ธมฺมาติ? ยโต เต ปจฺจยโต อุปฺปนฺนา, ตสฺส สมนนฺตรทสฺสนตฺถํ.

น นิจฺจํ น สสฺสตนฺติ อนิจฺจํ. สเมจฺจ สมฺภูย ปจฺจเยหิ กตนฺติ สงฺขตํ. ปฏิจฺจ ปจฺจยารหํ ปจฺจยํ นิสฺสาย สหิตเมว อุปฺปนฺนนฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ. ขยนสภาวํ ขยธมฺมํ. วยนสภาวํ วยธมฺมํ. วิรชฺชนสภาวํ ปลุชฺชนสภาวํ วิราคธมฺมํ. นิรุชฺฌนสภาวํ นิโรธธมฺมํ. เสสํ ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

๕๗๑. เอตฺถาติ เอเตสุ ยถาวุตฺเตสุ สุตฺตปเทสุ. สงฺเขโปติ อตฺถสงฺเขโป.

ชาติปจฺจยาติ ชาติสงฺขาตา ปจฺจยา. เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํ. ฐิตาว สา ธาตูติ ยายํ ชรามรณสฺส อิทปฺปจฺจยตา ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ, เอสา ธาตุ เอส สภาโว. สา ตถาคตานํ อุปฺปาทโต ปุพฺเพ, อุทฺธญฺจ อวิญฺญายมาโน, มชฺเฌ จ วิญฺญายมาโน, น ตถาคเตหิ อุปฺปาทิโต, อถ โข สมฺภวนฺตสฺส ชรามรณสฺส สพฺพกาลํ ชาติปจฺจยโต สมฺภโวติ ฐิตา เอว. เกวลํ ปน สยมฺภูญาเณน อภิสมฺพุชฺฌนโต, ‘‘อยํ ธมฺโม ตถาคเตน อธิคโต’’ติ ปเวทนโต จ ตถาคโต ‘‘ธมฺมสฺสามี’’ติ วุจฺจติ น อปุพฺพสฺส อุปฺปาทนโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติ. สา เอว ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ เอตฺถ วิปลฺลาสาภาวโต เอวํ อวพุชฺฌมานสฺส เอตสฺส สภาวสฺส, เหตุโน วา ตเถว ภาวโต ฐิตตาติ ธมฺมฏฺฐิตตา. ชาติ วา ชรามรณสฺส อุปฺปาทฏฺฐิติ ปวตฺตอายูหนสํโยคปลิโพธสมุทยเหตุปจฺจยฏฺฐิตีติ ตทุปฺปาทาทิภาเวนสฺสา ฐิตตา ‘‘ธมฺมฏฺฐิตตา’’ติ ผลํ ปติสามตฺถิยโต เหตุเมว วทติ.

อถ วา ธารียติ ปจฺจเยหีติ ธมฺโม, ติฏฺฐติ ตตฺถ ตทายตฺตวุตฺติตาย ผลนฺติ ฐิติ, ธมฺมสฺส ฐิติ ธมฺมฏฺฐิติ. ธมฺโมติ วา การณํ, ปจฺจโยติ อตฺโถ. ธมฺมสฺส ฐิติสภาโว, ธมฺมโต จ อญฺโญ สภาโว นตฺถีติ ธมฺมฏฺฐิติ, ปจฺจโย. เตนาห ‘‘ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญา ธมฺมฏฺฐิติญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๔๕). ธมฺมฏฺฐิติ เอว ธมฺมฏฺฐิตตา. สา เอว ธาตุ ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อิมสฺส สภาวสฺส, เหตุโน วา อญฺญถตฺตาภาวโต ‘‘น ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ วิญฺญายมานสฺส ตพฺภาวาภาวโต นิยามตา ววตฺถิตภาโวติ ธมฺมนิยามตา. ผลสฺส วา ชรามรณสฺส ชาติยา สติ สมฺภโว ธมฺเม เหตุมฺหิ ฐิตตาติ ธมฺมฏฺฐิตตา. อสติ อสมฺภโว ธมฺเม นิยตตาติ ธมฺมนิยามตาติ เอวํ ผเลน เหตุํ วิภาเวติ. ตํ ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๒๐) วุตฺตํ อิทปฺปจฺจยตํ อภิสมฺพุชฺฌติ ปจฺจกฺขกรเณน อภิมุขํ พุชฺฌติ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌติ. อภิสเมตีติ ตสฺส เววจนํ. อาทิโต กเถนฺโต อาจิกฺขติ, อุทฺทิสตีติ อตฺโถ. ตเมว อุทฺเทสํ ปริโยสาเปนฺโต เทเสติ. ยถาอุทฺทิฏฺฐมตฺถํ นิทฺทิสนวเสน ปกาเรหิ ญาเปนฺตา ปญฺญเปติ. ปกาเรหิเยว ปติฏฺฐเปนฺโต ปฏฺฐเปติ. ยถานิทฺทิฏฺฐมตฺถํ ปฏินิทฺทิสนวเสน วิวรติ วิภชติ, วิวฏญฺหิ วิภตฺตญฺจ อตฺถํ เหตุธารณทสฺสเนหิ ปากฏํ กโรนฺโต อุตฺตานีกโรติ. อุตฺตานีกโรนฺโต ตถาปจฺจกฺขภูตํ กตฺวา นิคมนวเสน ปสฺสถาติ จาห.

๕๗๒. ปจฺจยลกฺขโณติ ปจฺจยภาวลกฺขโณ, ปจฺจโยติ วา ลกฺขิตพฺโพ. ปวตฺติทุกฺขสฺส อนุพนฺธาปนกิจฺจตาย ทุกฺขานุพนฺธนรโส. นิพฺพานคามิมคฺคสฺส อุปฺปถภาวโต กุมฺมคฺคปจฺจุปฏฺฐาโน.

โส ปนายํ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ยาวตฺตเกหิ ปจฺจเยหิ ยํ ผลํ อุปฺปชฺชนารหํ, อวิกเลเหว เตหิ ตสฺส อุปฺปตฺติ, ตทญฺเญน จ ตสฺส ปโยชนํ นตฺถีติ อาห ‘‘อนูนาธิเกเหวา’’ติ. ยถา ตํ จกฺขุรูปาโลกมนสิกาเรหิ จกฺขุวิญฺญาณสฺส, เอเตน ตํตํผลนิปฺผาทเนน ตสฺสา ปจฺจยสามคฺคิยา ตปฺปรตา ตถตาติ ทสฺเสติ. สามคฺคินฺติ สโมธานํ, สมวายนฺติ อตฺโถ. อสมฺภวาภาวโตติ อนุปฺปชฺชนสฺส อภาวโต. ปจฺจยสามคฺคิยญฺหิ สติ อนุปฺปชฺชเน ตสฺสา วิตถตา สิยา. อญฺญธมฺมปฺปจฺจเยหีติ อญฺญสฺส ผลธมฺมสฺส ปจฺจเยหิ. อญฺญธมฺมานุปฺปตฺติโตติ ตโต อญฺญสฺส ผลธมฺมสฺส อนุปฺปชฺชนโต. น หิ กทาจิ จกฺขุรูปาโลกมนสิกาเรหิ โสตวิญฺญาณสฺส สมฺภโว อตฺถิ, ยทิ สิยา, ตสฺสา สามคฺคิยา อญฺญถตา นาม สิยา, น เจตํ อตฺถีติ ‘‘อนญฺญถตา’’ติ วุตฺตํ. ปจฺจยโตติ ปจฺจยภาวโต. ปจฺจยสมูหโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.

๕๗๓. อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตาติ ตา-สทฺเทน ปทํ วฑฺฒิตํ, น กิญฺจิ อตฺถนฺตรํ ยถา เทโว เอว เทวตาติ. อิทปฺปจฺจยานํ วา สมูโห อิทปฺปจฺจยตาติ สมูหตฺถํ ตา-สทฺทมาห ยถา ‘‘ชนานํ สมูโห ชนตา’’ติ. นนุ จ ‘‘อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ ปุฏฺเฐน สตา, อานนฺท, อตฺถีติสฺส วจนียํ. กึ ปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ เจ วเทยฺย, ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิจฺจสฺส วจนีย’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๙๖) ชาติสทฺทปจฺจยสทฺทสมานาธิกรเณน กึ-สทฺเทน อิทํสทฺทสฺส สมานาธิกรณตาทสฺสนโต อิทปฺปจฺจยสทฺทสฺส กมฺมธารยสมาโส ทิสฺสติ, น เหตฺถ ‘‘อิมสฺส ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา’’ติ ชรามรณสฺส, อญฺญสฺส วา ปจฺจยโต ชรามรณสมฺภวปุจฺฉา สมฺภวติ วิทิตภาวโต, อสมฺภวโต จ, ชรามรณสฺส ปน ปจฺจยปุจฺฉา สมฺภวติ. ปจฺจย-สทฺเทน จ สมานาธิกรณตาย อิทํ-สทฺทสฺส อิมสฺมา ปจฺจยาติ ปจฺจยปุจฺฉา ยุชฺชติ. สา จ สมานาธิกรณตา พาหิรตฺถสมาเสปิ ลพฺภติ. ตโต จ อญฺญปทตฺถวจนิจฺฉาภาเว กมฺมธารยสมาโส ลพฺภติ.

สามิวจนสมาเส ปน สมานาธิกรณตา นตฺถีติ น กถญฺจิ กมฺมธารยสมาสสมฺภโวติ? นยิทเมวํ วจนิจฺฉนฺตรภาวโต. ปฏิจฺจสมุปฺปาทวจนิจฺฉา เหสา ‘‘อิทปฺปจฺจยตา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ เอตฺถ. ‘‘อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ เอตฺถ ปน ชรามรณสฺส ปจฺจยมตฺตปริปุจฺฉา, ตสฺมา ยถา อิทํ-สทฺทสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิเสสนตา, ปุจฺฉิตพฺพปจฺจยวิเสสนตา จ โหติ, ตถา สมาสวิกปฺโป เอตฺถ, ตตฺถ จ กาตพฺโพติ น สมาสนฺตรทสฺสนํ สามิวจนสมาสพาธกํ. กสฺมา ปเนตฺถาปิ กมฺมธารยสมาโส น อิจฺฉิโตติ? เหตุปฺปภวานํ เหตุ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อิมสฺสตฺถสฺส กมฺมธารยสมาเส อสมฺภวโต, ‘‘อิมสฺส อตฺตโน ปจฺจยานุรูปสฺส อนุรูโป ปจฺจโย อิทปฺปจฺจโย’’ติ อิมสฺส จ อตฺถสฺส อิจฺฉิตตฺตา. โย ปเนตฺถ อิทํ-สทฺเทน คหิโต อตฺโถ, โส ‘‘อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ เอตฺถ ชรามรณคฺคหเณเนว คหิโตติ อิทํ-สทฺโท ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนโต อภสฺสิตฺวา อญฺญาสมฺภวโต ปจฺจเย อวติฏฺฐติ, ตสฺมา ตตฺถ กมฺมธารยสมาโส. เอตฺถ ปน อิทํ-สทฺทสฺส ตโต ปริจฺจชนการณํ นตฺถีติ สามิวจนสมาโส เอว. เอวมฺปิ น อิทปฺปจฺจโย เอว อิทปฺปจฺจยภาโว ภวิตุํ ยุตฺโตติ อิทปฺปจฺจยตาย ปฏิจฺจสมุปฺปาทตานุปปตฺตีติ? นายํ โทโส อตฺถนฺตราภาวโตติ วุตฺโตวายมตฺโถ.

อถ วา ปน โหตุ อิทปฺปจฺจยภาโว อิทปฺปจฺจยตาติ. ภาโวติ เจตฺถ อวินาภาวิผลํ ปติ เหตุโน สตฺวํ. ตถา หิ อิทปฺปจฺจย-สทฺโท ชาติอาทีสุ นิรุโฬฺห. ตญฺจ อิทปฺปจฺจยสตฺวํ อิทปฺปจฺจยโต อญฺญํ นตฺถิ. ยทิ อญฺญํ สิยา, ตํ อวิชฺชมานํ สิยา. น หิ สตา อญฺญํ วิชฺชมานํ โหติ. อถ สตฺวํ สํ นาม, ยสฺส สโต ภาโว, ตํ อสํ นาม สิยา. น หิ ตํ สตฺวํ สภาวํ สตฺวโต อญฺญตฺตา, ตสฺมา สโต ภาโว สตฺวนฺติ นิทฺเทโส น ยุชฺชติ. น จ สํ-สมฺพนฺเธน อสํ สํ นาม โหติ, ปเคว สํ-สมฺพนฺเธน. อสติ จ สทิติคฺคหณํ วิปรีตคฺคาโหติ น คหณโต สํสิทฺธิ. สทิสกปฺปนายญฺจ มาณวกสฺส สีหภาโว วิย น อสโต สํ-สภาวตา. ยสฺมา ปน อิทปฺปจฺจยภาโว ยถาวุตฺตํ สตฺวํ, น อสตฺวํ. นาปิ ยสฺส ตํ สตฺวํ, ตทสํ, ตสฺมา อิทปฺปจฺจยภาโว อิทปฺปจฺจยสรูปํ สภาวนฺตเรหิ วินิวตฺตภาวทสฺสนตฺถํ อิมสฺสายนฺติ วิเสเสตฺวา อิทปฺปจฺจยตาติ วุตฺตนฺติ น อิทปฺปจฺจยตาย ปฏิจฺจสมุปฺปาทภาวาสมฺภโว.

ปฏิจฺจ สมุปฺปชฺชติ เอตสฺมาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ ตสฺสาปิ เหตุอตฺถภาวโต ชาติอาทิปทานํ เอวเมว เหตุภาววาจกตาย เหตุปธานตา โยเชตพฺพา เหตุปฺปภวานํ เหตุ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ กตฺวา. ตถา หิ ‘‘ทสพลสมนฺนาคโต, ภิกฺขเว, ตถาคโต จตูหิ เวสารชฺเชหิ สมนฺนาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ปริสาสุ สีหนาทํ นทติ, พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ, อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ ยาว ‘เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๑-๒๒) อเนน สีหนาทสุตฺเตน ปกาสิโต เอวมตฺโถ. ‘‘กึ วาที ปนายสฺมโต สตฺถา กิมกฺขายี’’ติ ปุฏฺเฐน อายสฺมตา อสฺสชิตฺเถเรน –

‘‘เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา, เตสํ เหตุํ ตถาคโต อาห;

เตสญฺจ โย นิโรโธ, เอวํวาที มหาสมโณ’’ติ. (มหาว. ๖๐; อป. เถร ๑.๑.๒๘๖) –

วุตฺโต. เตน วิญฺญายติ เหตุปฺปภวานํ เหตุ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ. เสสเมตฺถ วตฺตพฺพํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

๕๗๔. ปฏิจฺจาติ ตํ ตํ การณํ นิสฺสาย. สมฺมาติ อวิปรีตํ อนิจฺจโต อนิจฺจสฺส อุปฺปาโทติ กตฺวา. นิจฺจโต หิ การณโต ผลสฺส อุปฺปาโท วิปรีโต. เตนาห ‘‘ติตฺถิย…เป… นิรเปกฺโข’’ติ. ‘‘อุปฺปาโท ปญฺญายตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๓๘; อ. นิ. ๓.๔๗; กถา. ๒๑๔) เอวํ วุตฺตสงฺขตลกฺขณโต อญฺโญ ‘‘ปจฺจยโต ขณโต’’ติ เอตฺถ วุตฺตปจฺจยลกฺขโณ เอโก อากาโร อุปฺปาโทติ เตสํ อธิปฺปาโย. ยํ สนฺธาย เต ‘‘ชาติอาทีนํ เหตโว ชาติอาทโย’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, นิพฺพตฺติลกฺขณวินิมุตฺตสฺส ตาทิสสฺส กสฺสจิ อภาวโต. เตนาห ‘‘ตํ น ยุชฺชตี’’ติอาทิ. คมฺภีรนยาสมฺภวโตติ คมฺภีรานํ นยานญฺจ อสมฺภวโต. สทฺทเภทโตติ สทฺทวินาสโต สทฺทาโยคโต. สุตฺตํ นตฺถิ ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทิสุตฺตปเทหิ (สํ. นิ. ๒.๑, ๒๐) อุปฺปาทมตฺตสฺส อปฺปกาสิตตฺตา. อยเมว หิ อตฺโถ เหฏฺฐา ทสฺสิโต อิทานิปิ ทสฺสียติ. ตํ อุปฺปาทมตฺตํ. วิหรามิ ตสฺมึ ปฐมาภิสมฺพุทฺธกาเลติ อธิปฺปาโย. วิหรามีติ วา กาลวิปลฺลาเสน วุตฺตํ, วิหาสินฺติ อตฺโถ. ตตฺราติ ตสฺมึ ปเทสวิหาเร. ปจฺจยาการทสฺสเนนาติ เยนากาเรน ปจฺจยธมฺโม ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจโย โหติ, โส ปจฺจยากาโร ปจฺจยภาโว, ตสฺส ทสฺสเนน. อิธ ปน เวทนานํ ปจฺจยภาโว อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปจฺจยาปิ เวทยิต’’นฺติอาทิ. เวทนานํเยว หิ ปจฺจยํ ปสฺสนฺเตน วุตฺตวิหาโร ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส เอกเทสเมว ปสฺสโต วิหาโรติ กตฺวา ปเทสวิหาโร ชาโต, อนนฺตนยสมนฺตปฏฺฐานมนสิกาโร ปฐมาภิสมฺพุทฺธวิหาโร. ตญฺหิ นิปฺปเทสโต ปจฺจยาการทสฺสนนฺติ เอเก. ปเทสวิหารสุตฺตวิโรโธ อาปชฺชติ ตสฺส เวทนานํ ปจฺจยธมฺมมนสิการวิภาวนโต.

โลโก สมุเทติ เอตสฺมาติ โลกสมุทโย, อวิชฺชาทิโก ปจฺจยคโณ, น โลกสมุทยมตฺตํ. เตนาห ‘‘อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ. นตฺถิตาติ สพฺพโส อภาโว, นรนฺวยวินาโส อุจฺเฉโทติ อตฺโถ. นตฺถิตาสหจรณโต ปน อุจฺเฉททิฏฺฐิ นตฺถิตาติ อธิปฺเปตา. ปจฺจยานุปรโม ปจฺจยานํ อวิจฺเฉโท. ยถา หิ อตีตเหตุปญฺจกสนฺนิสฺสเยน เอตรหิผลปญฺจกํ วิย เหตุปญฺจกมฺปิ โหติ, เอวํ เอตรหิเหตุปญฺจกสนฺนิสฺสเยน อายตึผลปญฺจกมฺปิ ภวิสฺสติ. เตนาห ‘‘ปจฺจยานุปรเม ผลานุปรมโต’’ติ.

ตํ คมฺภีรตฺตํ อุปฺปาทมตฺเต นตฺถิ อสภาวธมฺมตฺตา. เอกตฺตนยาทโย นยา สภาวธมฺเมสุ ลพฺภมานโต อุปฺปาทมตฺเต กถญฺจิปิ น ลพฺเภยฺยุนฺติ อาห ‘‘นยจตุกฺกํ อุปฺปาทมตฺเต นตฺถี’’ติ.

๕๗๕. สมาเน กตฺตรีติ เอกสฺมึเยว กตฺตริ อุปฺปชฺชนกิริยาย โย กตฺตา, ตสฺมึเยว ปจฺจยนกิริยาย จ กตฺตุภูเตติ อตฺโถ. ยถา ‘‘นฺหตฺวา ภุญฺชติ, ภุตฺวา สยตี’’ติ. ‘‘ปุพฺพกาเล’’ติ อิทญฺจ ตฺวาสทฺทนฺตานํ ปทานํ เยภุยฺเยน ปุริมกาลกิริยาย ทีปนโต วุตฺตํ, น อิธ ปฏิจฺจสทฺทสฺส ปุริมกาลตฺถตฺตา. เอวญฺหิ ‘‘จกฺขุํ ปฏิจฺจา’’ติ นิทสฺสนวจนํ นิทสฺสิตพฺเพน สํสนฺเทยฺย. อถ วา กามญฺเจตฺถ อุภินฺนํ กิริยานํ สมกาลตา อุปฺปชฺชนกิริยาย ปุพฺเพ ปจฺจยนกิริยาย อสมฺภวโต, ตถาปิ ผลกิริยาย เหตุกิริยา ปุริมกาโล วิย โวหริตุํ ยุตฺตา. เอวเมตฺถ เหตุผลววตฺถานํ สุปากฏํ โหตีติ อุปจารสิทฺธํ ปุริมกาลํ คเหตฺวา วุตฺตํ ‘‘ปุพฺพกาเล’’ติ. อตฺถสิทฺธิกโรติ วากฺยตฺถปฏิวิญฺญตฺติกโร. ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ หิ เอตฺถ วากฺยตฺถาวโพโธ อิธ อตฺถสิทฺธีติ อธิปฺเปโต. ปยุชฺชมาโน ปฏิจฺจสทฺโท อุปฺปาทสทฺเทน วุจฺจมานสฺส สมานสฺส ‘‘กตฺตุ อภาวโต’’ติ ปทํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕-๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓-๔๔; ๒.๔.๖๐; กถา. ๔๖๕) ปจฺจยนกิริยาย, อุปฺปชฺชนกิริยาย จ วิญฺญาณเมว กตฺตาติ สมานกตฺตุกตา ลพฺภติ.

‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ เอตฺถ ปน อุปฺปาทสทฺทสฺส ภาวสาธนตาย กิริยาว วุตฺตาติ สมานกตฺตุลกฺขโณ สทฺทปฺปโยโค น สมฺภวตีติ. เตนาห ‘‘สทฺทเภทํ คจฺฉตี’’ติ, อปสทฺทปฺปโยโค โหตีติ อตฺโถ. น เจตฺถ ปราวรโยโค (ปาณินี ๓.๔.๒๐) ‘‘อปฺปตฺวา นทึ ปพฺพโต, อติกฺกมฺม ปพฺพตํ นที’’ติอาทีสุ วิย, นาปิ ลกฺขณเหตุอาทิปโยโค ‘‘สีหํ ทิสฺวา ภยํ โหติ, ฆตํ ปิวิตฺวา พลํ ชายเต, ‘ธ’นฺติ กตฺวา ทณฺโฑ ปติโต’’ติอาทีสุ วิย. เนเวตฺถ สทฺทเภโท. น หิ หตฺถตเล อามลกํ วิย สพฺพญฺเญยฺยํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ฐิตานํ มเหสีนํ วจเน อกฺขรจินฺตกานํ วิปฺปลาโป อวสรํ ลภติ. ลภตุ, วากฺยตฺเถน สทฺทสิทฺธิโต ‘‘นฺหตฺวา คมนํ, ภุตฺวา สยน’’นฺติอาทีสุ วิยาติ. เอวมฺปิ น จ กิญฺจิ อตฺถํ สาเธติ. ยทิปิ ปจฺเจกํ ปทตฺโถ ลพฺภติ, วากฺยตฺโถ ปน น ยุชฺชติ, ตสฺมา ทสทาฬิมาทิวากฺยานิ วิย อสมฺพนฺธตฺถตาย นิรตฺถกํ โหตีติ อธิปฺปาโย.

นามปเท วุตฺเต อปฺปยุตฺตานิปิ ‘‘อตฺถิ, โหติ, วิชฺชตี’’ติ เอวรูปานิ กิริยาปทานิ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพานีติ ญายํ สนฺธายาห ‘‘โหติสทฺเทน สทฺธึ โยชยิสฺสามา’’ติ. อิเมสูติ ยถาวุตฺเตสุ เทสนาปฏิญฺญาปุจฺฉานิคมนวเสน วุตฺเตสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทปเทสุ. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ, อญฺเญสุปิ ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทเมว สาธุกํ โยนิโส มนสิ กาโรติ. ยทิทํ อิทปฺปจฺจยตา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท (ที. นิ. ๒.๖๗; ม. นิ. ๒.๓๓๗; ส. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๗). คมฺภีโร จายํ, อานนฺท, ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ (ที. นิ. ๒.๙๕; สํ. นิ. ๒.๖๐) เอวมาทีสุปิ เอเกนปิ สทฺธึ โหติ-สทฺโท สมฺพนฺธํ น คจฺฉติ. โยคํ น คจฺฉติ ตถา สมฺพนฺธวเสน อวุตฺตตฺตา. ‘‘น จ อุปฺปาโท โหตี’’ติ อิทํ อสภาวธมฺมตฺตา อุปฺปาทสฺส นิพฺพตฺติลกฺขณาโยคํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยถา หิ วินาสสฺส วินาโส นตฺถิ, เอวํ อุปฺปาทสฺส วินาโส วิย อุปฺปาโทปิ นตฺถิ. ยทิ สิยา, เยน อุปฺปาเทน อุปฺปาโท อุปฺปาทวา, โสปิ อุปฺปาทวาติ อนวฏฺฐานเมว อาปชฺเชยฺยาติ วุตฺโตวายมตฺโถ. เตนาห ‘‘สเจ เหยฺยา’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ, กถํ สมุทโย โหตีติ? นายํ โทโส นิพฺพตฺติยา อนธิปฺเปตตฺตา. เอวํ ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย ปาตุภาโว สมฺภวตีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ, อิธ ปน ปฏิจฺจสมุปฺปาโท โหตีติ ตสฺส อตฺถิภาวโจทนาติ กตฺวา โหติ, ชายตีติ นิพฺพตฺติโจทนา กตา สิยาติ อธิปฺปาเยน วุตฺตํ ‘‘น อุปฺปาโท โหตี’’ติ.

๕๗๖. อิเมสํ สงฺขาราทีนํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา, อวิชฺชาทโย, เตสํ ภาโว อิทปฺปจฺจยตา. โก ปน โส ภาโวติ อาห ‘‘ภาโว จ นามา’’ติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – เยนากาเรน อวิชฺชาทโย สงฺขาราทิปาตุภาวเหตู โหนฺติ, ตสฺมึ อวิชฺชาทีนํ ปวตฺติอาการวิเสเส วิกาเร ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อยํ สมญฺญาติ. เตสํ วาทีนํ ตํ มญฺญนํ. เหตุวจนโตติ เหตุภาววจนโต.

๕๗๗. เอตฺถาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทปเท. สมุปฺปาทปธานวจนวิญฺเญยฺโย สสตฺติโก เหตุ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อวิปรีตํ อตฺถํ อชานนฺตานํ อญฺญตฺถ สมุปฺปาทสทฺทสฺส ภาวสาธนสฺส ทสฺสนโต ตถา อิธาปิ พฺยญฺชนจฺฉายาย อุปฺปาโทเยวายํ วุตฺโต, น เหตูติ ยา สญฺญา อุปฺปชฺชติ, สา อิมสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทปทสฺส เอวํ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน อตฺถํ คเหตฺวา วูปสเมตพฺพา วิโนเทตพฺพา.

เทฺวธาติ คาถาย อยํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺมา อตฺตโน ปจฺจยวเสน ปวตฺโต ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสมูโห ปจฺเจตพฺพโต ปฏิจฺโจ จ โส สห อุปฺปชฺชนโต สมุปฺปาโท จ, ปฏิจฺจ วา การณสามคฺคึ อปจฺจกฺขาย สห อุปฺปชฺชนโต เอวาติ จ เอวํ เทฺวธา ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ อิทํ วจนํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตสฺมา ตสฺส ปจฺจยธมฺโมปิ ผลูปจาเรน ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อิจฺเจว วุตฺโตติ.

ปจฺจยตายาติ ปจฺจยสมูหโต. ปวตฺโตติ นิพฺพตฺโต. ธมฺมสมูโหติ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมปุญฺโช. ปตียมาโนติ ญาณคติยา อภิมุขํ อุเปยมาโน, อภิสมิยมาโนติ อตฺโถ. หิตาย สุขาย จาติ โลกุตฺตรหิตาย, โลกุตฺตรสุขาย จ. สห อุปฺปชฺชติ เอเกกสฺส กทาจิปิ อุปฺปตฺติยา อภาวโต. สมฺมา อุปฺปชฺชติ อเหตุโต, วิสมเหตุโต จ อนุปฺปชฺชนโต. สห อุปฺปชฺชตีติ เอกชฺฌํ อุปฺปชฺชติ อนฺตมโส อฏฺฐนฺนํ ธมฺมานํ อุปฺปชฺชนโต. น ปจฺจกฺขายาติ อปฏิกฺขิปิตฺวา, อตฺตโน ปจฺจยภูตธมฺมสมุทาเยน เกนจิ น วินาติ อตฺโถ. ตสฺสาติ ยฺวายํ ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ วุตฺโต ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสมูโห, ตสฺส อยํ อวิชฺชาทิโก เหตุสมูโห. ‘‘ตปฺปจฺจยตฺตา’’ติ เอเตน ปฏิจฺจสมุปฺปาทปจฺจเย ปฏิจฺจ สมุปฺปาทสมญฺญาติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ยถา โลเก’’ติอาทิ. ยถา หิ โลเก ‘‘ปิตฺตํ มถิตํ, สูรา ทธิ, ติปุสํ ชโร, เสโมฺห คุโฬ, อายุ ฆต’’นฺติ จ ปจฺจโย ผลโวหาเรน วุจฺจติ, เอวํ ผลูปจาเรน ปฏิจฺจสมุปฺปาโท วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

๕๗๘. ปฏิจฺจ-สทฺเท ปฏิ-สทฺโท อภิมุขตฺโถ, อิจฺจ-สทฺโท คมฺมตฺโถติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปฏิมุขมิโต’’ติ. กสฺส ปน ปฏิมุขํ, เกน วา อิโต, โก วา อิโตติ โจทนตฺตเย ปจฺฉิมํ วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘เหตุสมูโห’’ติ อาห. ตสฺมิญฺหิ วิสฺสฏฺเฐ เหตุสมูโห นาม ปจฺจยสามคฺคีติ ตตฺถ อญฺญมญฺญสฺส ปฏิมุขํ, อญฺญมญฺเญเนว จ อิโตติ วิสฺสฏฺโฐวายมตฺโถ โหตีติ. สหิเตติ สมุทิเต อวินิพฺภุตฺเต. โสติ เหตุสมูโห. สมุปฺปาโท อิติ วุตฺโตติ โยชนา.

ปาตุภาวายาติ อุปฺปาทาย. กามํ ปาฬิยํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑; อุทา. ๑; มหาว. ๑; เนตฺติ. ๒๔; วิภ. ๒๒๕) อวิชฺชาว ปจฺจยภาเวน วุตฺตา, ตถาปิ น อวิชฺชา เอกาว ปจฺจโย โหติ, อถ โข สหชาตธมฺมวตฺถุอารมฺมณาทโย, โยนิโสมนสิการาทโย, ตณฺหุปาทานาทโย จ ธมฺมา ยถารหํ สงฺขารุปฺปาทเน อวิชฺชาย สหการีการณํ โหนฺติเยว. เอวํ สงฺขาราทโยปิ วิญฺญาณาทีนนฺติ อาห ‘‘อวิชฺชาทิเอเกกเหตุสีเสน นิทฺทิฏฺโฐ เหตุสมูโห’’ติ. สาธารณผลนิปฺผาทกฏฺเฐนาติ ตํสมูหปริยาปนฺนานํ เหตุธมฺมานํ สาธารณสฺส ผลสฺส นิพฺพตฺตกภาเวน. อเวกลฺลฏฺเฐนาติ อนูนภาเวน. ตสฺมิญฺหิ เหตุสมูเห เอกจฺจาสาธารณญฺเจตํ ผลํ, เอกจฺเจเหว จ นิพฺพตฺเตตพฺพํ สิยา, สพฺเพสํ เตสํ ปจฺจยธมฺมานํ อญฺญมญฺญาเปกฺขา นตฺถีติ ปฏิมุขคมนาภาวโต ปฏิจฺจตฺโถ น ปริปูเรยฺยาติ. สามคฺคิองฺคานนฺติ ปจฺจยสามคฺคิยา องฺคภูตานํ, สมูหีนนฺติ อตฺโถ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. ผลธมฺมานํ สหิตตา นาม วิสุํ อภาโว, น เหตุธมฺมานํ วิย อญฺญมญฺญาเปกฺขาติ อาห ‘‘อญฺญมญฺญํ อวินิพฺโภควุตฺติธมฺเม’’ติ อวินิพฺโภคคฺคหณญฺเจตฺถ รูปธมฺมานมฺปิ สงฺคณฺหนตฺถํ. อญฺญถา สมฺปยุตฺตธมฺเมติ วุจฺเจยฺย.

๕๗๙. ปจฺจยตาติ อยํ อวิชฺชาทิโก ปจฺจยสมูโห. อญฺโญญฺญนฺติ อญฺญมญฺญํ. ปฏิจฺจาติ นิสฺสาย สหการีการณํ ลทฺธา. สมนฺติ อวิสมํ อเวกลฺเลน. สหาติ เอกชฺฌํ. ธมฺเมติ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเม. ยสฺมา อุปฺปาเทติ, ตโตปิ ตสฺมาปิ. เอวํ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ มุนินา ภควตา ภาสิตาติ โยชนา. น อปฏิจฺจ ปฏิจฺเจวาติ อวธารณตฺถํ ทสฺเสนฺโต คาถายํ เอว-กาโร ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ ทสฺเสติ.

เอเกกเทสนฺติ ผลสมุทายสฺส เอกเทเสกเทสํ, ภาคโสติ อตฺโถ. ปุพฺพาปรภาเวนาติ ปฏิปาฏิยา. สพฺพเมตํ รูปารูปกลาปุปฺปาทนํ สนฺธาย วุตฺตํ. อตฺถานุสารโวหารกุสเลนาติ ปรมตฺถธมฺมานุคตโวหารนิปุเณน.

๕๘๐. ปุริเมน ปเทนาติ โยชนา. สสฺสตาทีนนฺติ สสฺสตภาวาทีนํ, สสฺสตวาทาทีนํ วา. สสฺสตสหจริตา หิ วาทาปิ สสฺสตาทโยติ วุจฺจนฺติ ยถา ‘‘ทุกฺขเทสนา ทุกฺข’’นฺติ. อุจฺเฉทาทีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. วิฆาโต วินาโส, ปหานนฺติ อตฺโถ. ญาโยติ อนฺตทฺวยวิรหิตา มชฺฌิมา ปฏิปตฺติ.

ปวตฺติธมฺมานนฺติ ปวตฺติภูตานํ ธมฺมานํ, กิเลสวฏฺฏาทีนนฺติ อตฺโถ. ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติอาทินยปฺปวตฺโต (ที. นิ. ๑.๓๑) สสฺสตวาโท. ‘‘นตฺถิ เหตุ, นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายา’’ติอาทินยปฺปวตฺโต (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๑๐๑, ๒๒๗; สํ. นิ. ๓.๒๑๒) อเหตุวาโท. ปกติ อณุกาลาทิวเสน โลโก ปวตฺตตีติ เอวํ ปวตฺโต วิสมเหตุวาโท. อิสฺสรปุริสปชาปติวาทา วสวตฺติวาทา. อเหตุวาทคฺคหเณเนว เจตฺถ สภาวนิยติ ยทิจฺฉาวาทานมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เกจิ ปน ‘‘จกฺขุ เอว จกฺขุสฺส การณ’’นฺติ เอวมาทิโก วิสมเหตุวาโท. อิสฺสราทิวาโท อเหตุวาทนฺโตคโธ. สภาเวเนว ธมฺมา ปวตฺตนฺตีติ วาโท ‘‘วสวตฺติวาโท’’ติ วทนฺติ. กึ หิ ปจฺจยสามคฺคิยา ปโยชนนฺติ อธิปฺปาโย. สมุปฺปาทปเทน ปริทีปิโต โหตีติ โยชนา. ปริทีปนสฺส ปน อวิปรีตการณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺจยสามคฺคิยํ ธมฺมานํ อุปฺปตฺติโต’’ติ วุตฺตํ. วิหตาติ อพฺภาหตา. ‘‘ปุริมปุริมปจฺจยวเสนา’’ติ อิมินา อวิจฺเฉทวเสน ปวตฺตมานํ อุจฺเฉททิฏฺฐินิวตฺตกํ เหตุผลปพนฺธํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘กุโต อุจฺเฉโท’’ติ. อุจฺเฉทาภาวกถเนเนว เจตฺถ อุจฺเฉทวาทสฺสาปิ อภาวํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

ตสฺสา ตสฺสา ปจฺจยสามคฺคิยาติ ตสฺมึ ตสฺมึ เหตุปจฺจยสมวาเย. สนฺตตึ อวิจฺฉินฺทิตฺวาติ เหตุผลปพนฺธสงฺขาตสฺส สนฺตานสฺส อวิจฺฉินฺทเนน. เตสํ เตสํ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ สมฺภวโต อุปฺปชฺชนโต สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาตํ อนฺตทฺวยํ อนุปคฺคมฺม ยถาสกํ ปจฺจเยหิ อนุรูปผลุปฺปตฺติ อิธ มชฺฌิมปฏิปทาติ อธิปฺเปตา. กมฺมวฏฺฏสฺส, วิปากวฏฺฏสฺส จ ภินฺนสภาวตฺตา, ภินฺนกาลตฺตา จ โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทตีติ วาทปฺปหานํ. กุสลากุสลกฺขนฺธปฺปวตฺติยญฺหิ การกโวหาโร, วิปากกฺขนฺธปวตฺติยํ เวทกโวหาโรติ. ยสฺมึ สนฺตาเน กมฺมํ นิพฺพตฺตํ, ตตฺเถว ตสฺส ผลสฺส นิพฺพตฺตนโต อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ วาทปฺปหานํ. น หิ กตสฺส วินาโส, อกตสฺส วา อพฺภาคโม อตฺถิ. ‘‘อิตฺถี, ปุริสา’’ติ โวหาเรน ชนปทนิรุตฺติ. ตตฺถ ยสฺมา ปณฺฑิตาปิ โลเก ‘‘ปญฺจกฺขนฺเธ อาเนตุ, นามรูปํ อาคจฺฉตู’’ติ อวตฺวา อิตฺถี, ปุริโสเตฺวว โวหรนฺติ, ตสฺมา ‘‘อิตฺถี เอวายํ, ปุริโส เอวายนฺติ อปริญฺญาตวตฺถุกานํ โหติ อภินิเวโส. วิทฺทสุโน ปน ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ชานนฺตสฺส ตถา ตถา ปวตฺตมาเน ธมฺเม อุปาทาย ปญฺญตฺติมตฺตโต ตตฺถ ปรมตฺถโต น อภินิเวโสติ อาห ‘‘ชนปทนิรุตฺติยา อนภินิเวโส’’ติ. สมญฺญายาติ โลกสมญฺญาย. อนติธาวนนฺติ อนติกฺกมนํ. ‘‘สตฺโต’’ติ หิ วุตฺเต ‘‘โก เอตฺถ สตฺโต, กึ รูปํ, อุทาหุ เวทนาทโย’’ติ วิภาคํ อกตฺวา โลกสมญฺญาวเสเนว โลกิเยหิ วิย โลกิโย อตฺโถ สมญฺญํ อวิลงฺฆนฺเตน โวหริตพฺโพ.

อปโร นโย – ปจฺเจตุมรหตีติ ปฏิจฺโจ. โย หิ นํ ปจฺเจติ อภิสเมติ, ตสฺส อจฺจนฺตเมว ทุกฺขวูปสมาย สํวตฺตติ. สมฺมา, สห จ อุปฺปาเทตีติ สมุปฺปาโท. ปจฺจยธมฺโม หิ อตฺตโน ผลํ อุปฺปาเทนฺโต สมฺปุณฺณเมว อุปฺปาเทติ, น วิกลํ. เย จ ธมฺเม อุปฺปาเทติ, เต สพฺเพ สเหว อุปฺปาเทติ, น เอเกกํ. อิติ ปฏิจฺโจ จ โส สมุปฺปาโท จาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. อถ วา ปฏิจฺจ ปฏิมุขํ อิตฺวา การณสามคฺคึ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา สหิเต อุปฺปาเทตีติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ปฏิมุขคมนญฺจ ปจฺจยสฺส การณสามคฺคิยา องฺคภาเวน ผลสฺส อุปฺปาทนเมว. อปฺปฏิกฺขิปิตฺวาติ จ น วินา ตาย การณสามคฺคิยา, องฺคภาวํ อคนฺตฺวา สยเมว น อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. เอเตน การณพหุตา ทสฺสิตา, ‘‘สหิเต’’ติ อิมินา ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมพหุตา. อุภเยนาปิ ‘‘เอกํ น เอกโต’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๒.๖๑๗) ปรโต วุจฺจมาโน สาสนนโย ทีปิโต โหติ.

อถ วา ปฏิจฺจ ปจฺเจตพฺพํ ปจฺจยํ ปฏิคนฺตฺวา น วินา เตน สมฺพนฺธสฺส อุปฺปาโท ปฏิจฺจสมุปฺปาโท (อุทา. อฏฺฐ. ๑). ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ เจตฺถ สมุปฺปาทปฺปธานวจนวิญฺเญยฺโย สสตฺติโก เหตูติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ‘‘ปฏิจฺจา’’ติ วุตฺเต กึ ปฏิจฺจาติ วตฺตพฺพนฺติ อาห ‘‘ปจฺเจตพฺพ’’นฺติ. โส จ ปจฺจยธมฺโมติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ปจฺจย’’นฺติ. อิทานิ ปฏิจฺจสทฺทสฺส อตฺถมาห ‘‘ปฏิคนฺตฺวา’’ติ. การณสฺส สภาเวน ตปฺปฏิลาภคติยา ปตฺวา. กถํ น วินา เตน? สติ เอว ตสฺมึ, ตสฺส จ ผลสฺส อุปฺปาทโต เอว, น อญฺญถา. อสติ, นิโรธโต จาติ อยํ ปจฺจยฏฺฐิติ ปฏิจฺจสทฺทสฺส อตฺโถ. เตนายํ ปฏิจฺจสทฺโท ยถา ‘‘อิมสฺมึ สติ อิมสฺสุปฺปาโท’’ติ เอเต สทฺทา ภุมฺมนิสฺสกฺกวจนโชตนีเยน อิทํ-สทฺทวจนียสฺส เหตุมโต เหตุอายตฺตภาเวน ภาวุปฺปาทุตฺตรกิริยาเปกฺเขน ยายสฺส ตทายตฺตตา, ตาย สมตฺถตาย เหตุํ วทนฺติ, เอวํ คนฺตฺวา-สทฺทนฺตรวจนีเยน ตํวิญฺเญยฺยสฺเสว ปจฺจยนกิริยากตฺตุเหตุมโต เหตุปจฺจยเนน เหตุอายตฺตภาเวน สมุปฺปาทุตฺตรกิริยาเปกฺเขน ยายสฺส ตทายตฺตตา, ตาย สมตฺถตาย เหตุมาห. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อวิชฺชา ปฏิจฺจ, สงฺขารา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๔๖) สงฺขารปิฏเก วุตฺตํ. สมตฺถตา เจตฺถ นิทานาทิภาโว. โส จ ตทวินาภาวิผลํ ปติ สตฺวเมว. สมฺพนฺธสฺสาติ จ สํโยชนานุรูปตาวเสน ชาติอาทินา สมฺพนฺธสฺส ชรามรณาทิปจฺจยุปฺปนฺนสฺส. อุปฺปาโทติ อุปฺปชฺชนํ. ยทิ เอวํ กถํ ปฏิจฺจสทฺทปฺปโยโค, นนุ สมานกตฺตุกานํ ปุพฺพกาเล อีทิโส สทฺทปฺปโยโคติ? ‘‘ภุตฺวา คจฺฉติ, กสิตฺวา วปตี’’ติอาทีสุ สจฺจเมตํ, ตํ ปน เยภุยฺยวเสน ทฏฺฐพฺพํ สมานาปรกาเล, อสมานกตฺตุเก จ ทสฺสนโต. สมานกาเล ตาว –

‘‘อนฺธการํ นิหนฺตฺวาน, อุทิตายํ ทิวากโร;

วณฺณปญฺญาวภาเสหิ, โอภาเสตฺวา สมุคฺคโต’’ติ. –

อุทาหรณํ. เกจิ ปน ‘‘มุขํ พฺยาทาย สยติ, อกฺขีนิ ปริวตฺเตตฺวา ปสฺสตี’’ติ อุทาหรนฺติ. อปเร ‘‘นิสชฺช อธีเต, ฐตฺวา กเถตี’’ติ.

ตตฺถ พฺยาทานปริวตฺตนุตฺตรกาลภาวิสยนทสฺสนกิริยาเปกฺขา ปุพฺพุตฺตรกาลตา อตฺถิ, สา จ เภทานุปลกฺขณา เกหิจิ น ลกฺขียติ. ‘‘นิสชฺช อธีเต, ฐตฺวา กเถตี’’ติ จ สมานกาลตายปิ อชฺเฌนกถเนหิ ปุพฺเพปิ นิสชฺชฏฺฐานานิ โหนฺตีติ สกฺกา ปุพฺพุตฺตรกาลตา สมฺภาเวตุํ, ตสฺมา ปุริมานิเยว อุทาหรณานิ ยุตฺตานิ. อุทยสมกาลเมว หิ ตนฺนิวตฺตนิยนิวตฺตนนฺติ. อปรกาเล ‘‘ทฺวารมาวริตฺวา ปวิสติ, อาวริตฺวา นิกฺขมตี’’ติ. เกจิ ปน ‘‘ฑกฺกจฺจ ปติโต ทณฺโฑ’’ติ อุทาหรนฺติ. อภิฆาตภูตสหชาตาย ปน อภิฆาตชสทฺทสฺส สมานกาลตา เอตฺถ ลพฺภติ, ตสฺมา อิธาปิ ปุริมานิเยว อุทาหรณานิ ยุตฺตานิ. ปุริมตาวจนิจฺฉาวเสเนว ปน ลกฺขณเหตุกิริยานํ ลกฺขณเหตุภาววจนิจฺฉาติ ลกฺขณภาวโต ปุริมกาโล อิจฺเจว ‘‘นิหนฺตฺวานา’’ติ สทฺทสิทฺธิ อิจฺฉิตา, เอวญฺจ ปจฺจยนกิริยา สมุปฺปชฺชนกิริยาย ปุริมิกาวาติ ปฏิจฺจ-สทฺทสิทฺธิ. ตตฺถ ยุตฺตํ ปจฺจกฺขโต กตฺตุทสฺสนโต. อิธ ปน ตทภาวโต น ยุตฺตนฺติ เจ? นายํ โทโส. อิธาปิ อนุมานโต สิทฺโธ. ชรามรณาทิโก กตฺตา อตฺเถว ‘‘ญตฺวา กิริยโต วย’’นฺติ เอวมาทิปโยคทสฺสนโต อวสฺสํ อนุมิยมาเนน กตฺตุนา อีทิโส สทฺทปโยโค อิจฺฉิตพฺโพ. อสมาเน ปน กตฺตริ ‘‘ปิสาจํ ทิสฺวา ภยํ โหติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๗๑; ๒.๑๘๒; ปุ. ป. ๒๐๔) เอวมาทิ เวทิตพฺพํ. ยถา จ ตตฺถ ปิสาจทสฺสนาทิปุริสพฺยาปาโร, เอวมิธาปิ ปจฺจยนํ ปจฺจยพฺยาปาโร อตฺตโน ผลุปฺปาทนํ, ตญฺจ สตฺวํ สมุปฺปาโทวาติ ‘‘ปจฺจเย สติ, ปจฺจยสฺส อุปฺปาทา’’ติ ปจฺจยนสฺส สมุปฺปาทเหตุตาย คมโก สมานสฺส กตฺตุ อภาเวปิ ปฏิจฺจ-สทฺโท สิทฺโธติ เวทิตพฺโพ. ยทิ ปฏิจฺจสมฺพนฺธสฺส อุปฺปาโท ปฏิจฺจสมุปฺปาโท, กถํ ปจฺจโย ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ? เหฏฺฐา วิจาริโตวายมตฺโถ. อปิจ โยยํ สมุปฺปาท-สทฺทวิภาวิตานํ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปฏิจฺจสทฺทวิภาวิโต สสตฺติโก เหตุ อธิปฺเปโต, ตสฺส สมุปฺปาทาภิมุขตาย ปธานวจนวิญฺเญยฺยสภาวตฺตา ตถา วุตฺโตติ.

กึ ปน การณํ สมุปฺปาทปธาเนน วจเนน สมุปฺปาทสฺส เหตุ เวทิตพฺโพ, น ปน สเหตุโก สมุปฺปาโท เอวาติ? วุจฺจเต – ทิฏฺฐสฺส ทุกฺขสฺส โย ปจฺจโย ปจฺจยนิทฺเทเสน ตสฺส วิภาวิตตฺตา. กถํ? ยถาห –

‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปริวีมํสมาโน ปริวีมํสติ ‘ยํ โข อิทํ อเนกวิธํ นานปฺปการกํ ทุกฺขํ โลเก อุปฺปชฺชติ ชรามรณํ, อิทํ นุ โข ทุกฺขํ กึ นิทานํ กึ สมุทยํ กึ ชาติกํ กึ ปภวํ, กิสฺมึ สติ ชรามรณํ โหติ, กิสฺมึ อสติ ชรามรณํ น โหตี’ติ. โส ปริวีมํสมาโน เอวํ ปชานาติ ‘ยํ โข อิทํ…เป… อิทํ โข ทุกฺขํ ชาตินิทาน’’’มิจฺจาทินา (สํ. นิ. ๒.๕๑) –

ทิฏฺฐสฺส ทุกฺขสฺส นิทานํ ปริวีมํสสุตฺเต วุตฺตํ. ตํ ปชานนญฺจ นิทานมฺปิ วิญฺญาตพฺพนฺติ. ยถา จาห –

‘‘ปุพฺเพ เม, ภิกฺขเว, สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต เอตทโหสิ ‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน ชายติ จ ชียติ จ มียติ จ จวติ จ อุปปชฺชติ จ, อถ จ ปนิมสฺส ทุกฺขสฺส นิสฺสรณํ นปฺปชานาติ ชรามรณสฺส. กุทาสฺสุ นาม อิมสฺส ทุกฺขสฺส นิสฺสรณํ ปญฺญายิสฺสติ ชรามรณสฺสา’ติ…เป… ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, โยนิโส มนสิการา อหุ ปญฺญาย อภิสมโย ‘ชาติยา โข สติ ชรามรณํ โหติ, ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๐) –

อาทินา ทิฏฺฐสฺส ทุกฺขสฺส ปจฺจยวีมํสาภิสมยา วุตฺตา. ปจฺจโย หิ ญาตพฺโพ. ตทภิสมยายตฺตญฺจ ทุกฺขนิสฺสรณปชานนนฺติ โย จ ญาตพฺโพ, โส ปเวเทตพฺโพติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสทฺโท ยํ ยทิทํ สมุปฺปาทสทฺทวิภาวิตํ ทิฏฺฐํ ทุกฺขํ, ตํ ปจฺจยํ ปฏิจฺเจว, น อญฺญถาติ เอวํ ปจฺจยวิภาวนตฺถํ วุจฺจติ. ภวติ หิ ญาตุํ, ปเวเทตุญฺจ อิจฺฉิตภาเวน ปธานสฺสาปิ เกนจิ วิเสเสน ญาตพฺพตาย อปฺปธานภาเวน นิทฺเทโส ยถา ‘‘โก โสตาปนฺโน, ยสฺส ตีณิ สํโยชนานิ ปหีนานิ. โก เทวทตฺโต, ยสฺส อุจฺจตรานิ เคหานี’’ติ, เอวมิธาปิ ปจฺจยปจฺจยนปเวทนฏฺเฐน นิทฺเทเส สตฺติวิเสเสน อตฺตโน ผเลน ปจฺจนียตาย ญาตพฺพภาเวน ‘‘ปฏิจฺจา’’ติ ปริยาเยน ปจฺจโย วุตฺโต.

โย จายํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทิโก นิทฺเทโส, โส จ สกลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส มูลโต ปฏฺฐาย ปจฺจยานํ ปเวทนาย นิทฺทิฏฺโฐติ ปริโยสาเนปิ ‘‘เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ เอวํ-สทฺเทน สมุคฺฆาตํ ทุกฺขํ ทสฺเสตฺวา ตสฺส ยถาวุตฺเต ปจฺจเย ตํสมุทยาภิมุเข กตฺวา นิคมิตา ปจฺจยา. ปฏิปทาสุตฺเตปิ (สํ. นิ. ๒.๓) ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา…เป… สมุทโย โหตี’’ติ วตฺวา ‘‘อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, มิจฺฉาปฏิปทา’’ติ วุตฺตํ. น จ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนภาเวน คหิตํ ทุกฺขํ มิจฺฉาปฏิปทํ, อถ โข ทุกฺขสมุทยภูตา ปจฺจยาติ. ยถา จ ‘‘ปญฺจงฺคิโก สมฺมาสมาธิ (ที. นิ. ๓.๓๓๕), ปญฺจญาณิโก สมฺมาสมาธี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๕) องฺคญาณปฏิเวทนตฺถตฺตา เทสนาย สมฺมาสมาธิปธาเนหิ สทฺเทหิ องฺคญาณปฏิเวทนํ กตํ, เอวมิธาปิ สมุปฺปาทปธาเนน สทฺเทน ปจฺจยปฏิเวทนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๕๘๑. ยา ปนายํ ตนฺตีติ สมฺพนฺโธ. นิกฺขิตฺตาติ ฐปิตา, เทสิตาติ อตฺโถ. ยถาธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส ตนนโต ตนฺติ, คนฺโถ. ‘‘กึ วาที, ภนฺเต, สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ ปุจฺฉิเตน ‘‘วิภชฺชวาที, มหาราชา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.ตติยสงฺคีติกถา; กถา. อฏฺฐ. นิทานกถา) โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถเรน วุตฺตตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกา วิภชฺชวาทิโน. เต หิ สตฺถารา เวนยิกาทิภาวํ วิภชฺช วุตฺตํ อนุวทนฺติ, โสมนสฺสาทีนํ, จีวราทีนญฺจ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพภาวํ. สสฺสตุจฺเฉทวาเท วา วิภชฺช วทนฺติ. ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติอาทีนํ (ที. นิ. ๑.๓๑) ฐปนียานํ ฐปนโต, ราคาทิกฺขยสฺส สสฺสตสฺส, ราคาทิกายทุจฺจริตาทิอุจฺเฉทสฺส จ วจนโต, น ปน เอกํสพฺยากรณียาทิเก ตโย ปเญฺห อปเนตฺวา วิภชฺชพฺยากรณียเมว วทนฺติ. วิภชฺชวาทีนํ มณฺฑลํ สมูโห วิภชฺชวาทิมณฺฑลํ. วิภชฺชวาทิโน วา ภควโต ปริสา วิภชฺชวาทิมณฺฑลนฺติปิ วทนฺติ, วิภชฺช วา สสฺสตุจฺเฉเท อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม มชฺฌิมปฏิปทาภูตสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส เทสนโต ภควา, ตทนุวาทโต ตสฺส สาวกา จ วิภชฺชวาทิโนติ. เสสํ ปุริมสทิสํ.

โอตริตฺวาติ โอคาเหตฺวา, วิภชฺชวาที หุตฺวาติ อตฺโถ. น หิ สยํ อวิภชฺชวาที สมาโน วิภชฺชวาทีนํ อนฺตเร ฐานมตฺเตน วิภชฺชวาทิมณฺฑลํ โอติณฺโณ นาม โหติ. อาจริเยหิ อวุตฺตวิปรีตตฺถทีปเนน เต นอพฺภจิกฺขนฺเตน. อวิชฺชา ปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารานมฺปิ เหตุ ปจฺจโย โหตีติ วทนฺโต, กถาวตฺถุมฺหิ ปฏิกฺขิตฺเต ปุคฺคลวาทาทิเก จ วทนฺโต สกสมยํ โวกฺกมติ นาม, ตถา อโวกฺกมนฺเตน. ปรสมยํ โทสาโรปนพฺยาปารวิรเหน อนายูหนฺเตน. ‘‘อิทมฺปิ สุตฺตํ คเหตพฺพ’’นฺติ ปรสมยํ อสมฺปิณฺเฑนฺเตนาติ เกจิ วทนฺติ. ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ตเทวิทํ วิญฺญาณํ สนฺธาวติ สํสรติ อนญฺญ’’นฺติอาทีนิ (ม. นิ. ๑.๓๙๖) วทนฺโต สุตฺตํ ปฏิพาหติ นาม, ตถา อปฏิพาหนฺเตน. ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา เยเม อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา, เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายาย (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๔๑๗, ๔๑๘), สุปินนฺเต กโต วีติกฺกโม อาปตฺติกโร โหตี’’ติ จ เอวมาทึ วทนฺโต วินยํ ปฏิโลเมติ นาม, ตพฺพิปริยาเยน ตํ อนุโลเมนฺเตน. ปฏิโลเมนฺโต หิ กมฺมนฺตรํ ภินฺทนฺโต, ธมฺมตญฺจ วิโลเมนฺโต กุโต กิเลสวินยํ อนุโลเมติ. สุตฺเต (ที. นิ. ๒.๑๘๗ อาทโย; อ. นิ. ๔.๑๘๐) วุตฺเต จตฺตาโร มหาปเทเส, อฏฺฐกถายญฺจ วุตฺเต สุตฺตสุตฺตานุโลมอาจริยวาทอตฺตโนมติมหาปเทเส โอโลเกนฺเตน. ตโทโลกเนน หิ สุตฺเต, วินเย จ สนฺติฏฺฐติ นาติธาวติ.

ธมฺมนฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทปาฬึ. อตฺถนฺติ ตทตฺถํ. เหตุ, เหตุผลานิ วา อยเมตฺถ เหตุ ธมฺโม, อิทเมตฺถ เหตุผลํ อตฺโถติ. ธมฺมนฺติ วา ธมฺมตํ. ยถา เอเก ‘‘อุปฺปาทา วา ตถาคตานํ อนุปฺปาทา วา ตถาคตานํ ฐิตาว สา ธาตู’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) สุตฺตปทสฺส อตฺถํ มิจฺฉา คาเหนฺตา ‘‘นิจฺโจ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ ปจฺจยาการธมฺมํ มิจฺฉา ทีเปนฺติ, เอวํ อทีเปตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว อตฺตโน ผลํ ปติ การณสฺส ววตฺถิตสภาวํ ทีเปนฺเตน. ยถา จ เอเก ‘‘อนิโรธํ อนุปฺปาท’’นฺติอาทินา ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส อตฺถํ มิจฺฉา คาเหนฺติ, เอวํ คาเห อกตฺวา วุตฺตนเยเนว อวิปรีตํ อตฺถํ สงฺคาเหนฺเตน. ‘‘ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณํ อวิชฺชา’’ติ วุตฺตมตฺถํ ปริวตฺเตตฺวา ปุน ‘‘ปุพฺพนฺเต อญฺญาณ’’นฺติอาทีหิ (ธ. ส. ๑๐๖๗) อปเรหิปิ ปริยาเยหินิทฺทิสนฺเตน. ‘‘สงฺขารา อิมินา ปริยาเยน ภโวติ วุจฺจนฺติ, ตณฺหา อิมินา ปริยาเยน อุปาทาน’’นฺติอาทินา นิทฺทิสนฺเตนาติ จ วทนฺติ. ปกติยาติ ยถาวุตฺตวิธานํ อนามสิตฺวา เกวลเมว.

สจฺจนฺติ จตุสจฺจํ. สตฺโตติ สตฺตสุญฺญตาติ วทนฺติ, สตฺตสุญฺเญสุ ปน สงฺขาเรสุ สตฺตโวหาโร, สตฺตตฺถกิจฺจสิทฺธิ จ. ปจฺจยาการเมว จาติ ปจฺจยากาโร เอว จ, ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. ปจฺจยธมฺมานํ อตฺตโนเยว ผลสฺส ปจฺจยภาโว ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อตฺโถ.

ตสฺมาติ วุตฺตนเยน อตฺถวณฺณนาย กาตพฺพตฺตา, ทุกฺกรตฺตา จ ปติฏฺฐํ นาธิคจฺฉามีติ ยตฺถ ฐิตสฺส วณฺณนา สุกรา โหติ, ตสฺสา ปติฏฺฐาภูตํ ตํ นยํ อตฺตโนเยว ญาณพเลน นาธิคจฺฉามีติ อตฺโถ. นิสฺสยํ ปน อาจิกฺขนฺโต ‘‘สาสนํ ปนิท’’นฺติอาทิมาห. อิธ สาสนนฺติ ปาฬิธมฺมมาห, ปฏิจฺจสมุปฺปาทเมว วา. โส หิ อนุโลมปฏิโลมาทินานาเทสนานยปฏิมณฺฑิโต อพฺโพจฺฉินฺโน อชฺชาปิ ปวตฺตตีติ นิสฺสโย โหติ. ตทฏฺฐกถาสงฺขาโต จ ปุพฺพาจริยมคฺโค. ‘‘ตํ สุณาถ สมาหิตา’’ติ อาทรชนเน, อุสฺสาหเน จ กึ ปโยชนนฺติ เจ, ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ. อฏฺฐิ กตฺวาติ อตฺถํ กตฺวา. ยถา วา น นสฺสติ, เอวํ อฏฺฐิคตํ วิย กโรนฺโต อฏฺฐึ กตฺวา. ปุพฺพกาลโต อปรกาเล ภวํ ปุพฺพาปริยํ. วิเสสนฺติ ปฐมารมฺภโต ปภุติ ขเณ ขเณ ญาณวิเสสํ, กิเลสกฺขยวิเสสญฺจ ลภตีติ อตฺโถ.

๕๘๒. เทสนาเภทโตติ เทสนาวิเสสโต. อตฺถโต, ลกฺขณาทิโต, เอกวิธาทิโต จ อตฺถลกฺขเณกวิธาทิโต. องฺคานญฺจ ววตฺถานาติ อวิชฺชาทีนํ ทฺวาทสนฺนํ องฺคานํ ววตฺถานทสฺสนโต.

กมฺมวิปากกิเลสวฏฺฏานํ มูลการณตฺตา, อาทิโต วุตฺตตฺตา จ อวิชฺชา ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส มูลํ. ตตฺถ วลฺลิยา มูเล ทิฏฺเฐ ตโต ปภุติ วลฺลิหรณํ วิย ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส มูเล ทิฏฺเฐ ตโต ปภุติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาติ อุปมาสํสนฺทนา น กาตพฺพา. น หิ ภควโต อิทเมว ทิฏฺฐํ, อิทํ อทิฏฺฐนฺติ วิภชนียํ อตฺถิ สพฺพสฺส ทิฏฺฐตฺตา. มูลโต ปภุติ ปน วลฺลิหรณํ วิย มูลโต ปภุติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา กตาติ อิทเมตฺถ สามญฺญํ อธิปฺเปตํ, โพธเนยฺยชฺฌาสยวเสน วา โพเธตพฺพภาเวน มูลาทิทสฺสนสามญฺญํ โยเชตพฺพํ.

ตสฺสาติ –

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, กุมาโร วุทฺธิมนฺวาย อินฺทฺริยานํ ปริปากมนฺวาย ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต…เป… รชนีเยหิ. โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา ปิยรูเป รูเป สารชฺชติ, อปฺปิยรูเป รูเป พฺยาปชฺชติ, อนุปฏฺฐิตกายสติ จ วิหรติ ปริตฺตเจตโส, ตญฺจ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, ยตฺถสฺส เต ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ. โส เอวํ อนุโรธวิโรธํ สมาปนฺโน ยํ กิญฺจิ เวทนํ เวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, โส ตํ เวทนํ อภินนฺทติ อภิวทติ, อชฺโฌสาย ติฏฺฐตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๘) –

เอวํ วุตฺตสฺส. เอวํ โสตทฺวาราทีสุปิ. ตสฺส อภินนฺทโตติ สปฺปีติกตณฺหาย อภิมุขภาเวน นนฺทโต. อภิวทโตติ ‘‘อโห สุขํ, อโห สุข’’นฺติ วจีเภทกรณปวตฺตาย พลวตณฺหาย ‘‘อหํ, มมา’’ติ อภิวทโต. ตโต พลวติยา โมเจตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต. ตโตปิ พลวตี ปน อุปาทานภูตา ตณฺหา นนฺที. เอตฺถ จ อภินนฺทนาทินา ตณฺหา วุตฺตา, นนฺทิวจเนน ตปฺปจฺจยํ อุปาทานํ จตุพฺพิธมฺปิ นนฺทิตาตทวิปฺปโยคตาหิ, ตณฺหาทิฏฺฐาภินนฺทนภาเวหิ จาติ เวทิตพฺพํ.

ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติอาทิกญฺจ ตตฺเถว มหาตณฺหาสงฺขยสุตฺเต วุตฺตํ.

วิปากวฏฺฏภูเต ปฏิสนฺธิปวตฺติผสฺสาทิเก กมฺมสมุฏฺฐานญฺจ โอชํ สนฺธาย ‘‘จตฺตาโร อาหารา ตณฺหานิทานา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วฏฺฏูปถมฺภกา ปน อิตเรปิ อาหารา ตณฺหาปภเว ตสฺมึ อวิชฺชมาเน น วิชฺชนฺตีติ ‘‘ตณฺหานิทานา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏนฺติ.

๕๘๓. ตโต ตโตติ จตุพฺพิธาสุ เทสนาสุ ตโต ตโต เทสนโต. ญายปฺปฏิเวธาย สํวตฺตตีติ ญาโยติ มคฺโค, โส เอว วา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ‘‘อริโย จสฺส ญาโย ปญฺญาย สุทิฏฺโฐ โหตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๔๑; ๕.๑๐๒๔) วจนโต. สยเมว หิ โส สมนฺตภทฺทกตฺตา ตถา ตถา ปฏิวิชฺฌิตพฺพตฺตา ตาย ตาย เทสนาย อตฺตโน ปฏิเวธาย สํวตฺตติ. จตุพฺพิธคมฺภีรภาวปฺปตฺติยาติ ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธคมฺภีเรสุ ปติฏฺฐาธิคมเนน ปติฏฺฐิตตฺตาติ อตฺโถ.

สมนฺตภทฺทกตา, เทสนาวิลาสปฺปตฺติ จ จตุนฺนมฺปิ เทสนานํ สมานํ การณนฺติ วิเสสการณํ วตฺตุกาโม อาห ‘‘วิเสสโต’’ติ. อสฺสาติ อสฺส ภควโต เทสนา, อสฺส วา ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส เทสนาติ โยเชตพฺพํ. ปวตฺติการณวิภาโค อวิภตฺตสภาวา อวิชฺชาทโยว, การณนฺติ วา คหิตานํ ปกติอาทีนํ, อวิชฺชาทีนญฺจ อการณตา, การณตา จ. ตตฺถ สมฺมูฬฺหา เกจิ อการณํ การณนฺติ คณฺหนฺติ, เกจิ น กิญฺจิ การณํ พุชฺฌนฺตีติ เตสํ ยถาสเกหิ อนุรูเปหิ การเณหิ สงฺขาราทิปวตฺติสนฺทสฺสนตฺถํ, สํสารปฺปวตฺติสนฺทสฺสนตฺถนฺติ อตฺโถ. ปวตฺติอาทีนวปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา อาทิ, ตโต สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ, ตโต วิญฺญาณนฺติ เอวํ ปวตฺติยา อุปฺปตฺติกฺกมสนฺทสฺสนตฺถํ, คพฺภเสยฺยกาทิวเสน วา ตตฺถ ตตฺถ ภเว อตฺตภาวสฺส อุปฺปชฺชนานุปุพฺพิสนฺทสฺสนตฺถญฺจ อนุโลมเทสนา ปวตฺตาติ. อิตราสํ ตทตฺถตาสมฺภเวปิ น ตาสํ ตทตฺถเมว ปวตฺติ อตฺถนฺตรสพฺภาวโต. อยํ ปน ตทตฺถา เอวาติ เอติสฺสา ตทตฺถตา วุตฺตา.

อนุวิโลกยโต โย สมฺโพธิโต ปุพฺพภาเค ตํตํปจฺจยุปฺปนฺนาวโพธสงฺขาโต ปุพฺพภาคปฏิเวโธ ปวตฺโต, ตทนุสาเรน ตทนุคเมน ชรามรณาทิกสฺส ชาติอาทิการณํ ยํ อธิคตํ, ตสฺส สนฺทสฺสนตฺถํ อยํ ปฏิโลมเทสนา ปวตฺตา. อนุวิโลกยโต ปฏิโลมเทสนา ปวตฺตาติ วา สมฺพนฺโธ. เทเสนฺโตปิ หิ ภควา กิจฺฉาปนฺนํ โลกํ อนุวิโลเกตฺวา ปุพฺพภาค…เป… สนฺทสฺสนตฺถํ เทเสสีติ. อาหารตณฺหาทโย ปจฺจุปฺปนฺนทฺธา, สงฺขาราวิชฺชา อตีตทฺธาติ อิมินา อธิปฺปาเยนาห ‘‘ยาว อตีตํ อทฺธานํ อติหริตฺวา’’ติ. อาหารา วา ตณฺหาย ปภาเวตพฺพา อนาคโต อทฺธา, ตณฺหาทโย ปจฺจุปฺปนฺโน, สงฺขาราวิชฺชา อตีโตติ. ปจฺจกฺขํ ปน ผลํ ทสฺเสตฺวา ตนฺนิทานทสฺสนวเสน ผลการณปรมฺปรทสฺสนํ ยุชฺชตีติ อาหารา ปุริมตณฺหาย อุปฺปาทิตา ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา, ตณฺหาทโย อตีโต, สงฺขาราวิชฺชา ตโตปิ อตีตตโร สํสารสฺส อนาทิภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺโตติ. ยาว อตีตทฺธานนฺติ ยาว อตีตตรํ อทฺธานนฺติ อตฺโถ ยุตฺโตติ. อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติอาหารกา วา จตฺตาโร อาหารา ‘‘อาหาเรตีตาหํ น วทามิ…เป… เอวํ ปน มํ อวทนฺตํ โย เอวํ ปุจฺเฉยฺย ‘กิสฺส นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหาโร’ติ, เอส กลฺโล ปโญฺห, ตตฺร กลฺลํ เวยฺยากรณํ, วิญฺญาณาหาโร อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๒) วจนโต, ตํสมฺปยุตฺตตฺตา ผสฺสเจตนานํ, ตปฺปวตฺติเหตุตฺตา จ กพฬีการาหารสฺส. เตน หิ อุปตฺถมฺภิตรูปกายสฺส, ตญฺจ อิจฺฉนฺตสฺส กามวิญฺญาณายูหนํ โหติ. โภชนญฺหิ สทฺธาทีนํ, ราคาทีนญฺจ อุปนิสฺสโยติ วุตฺตํ. ตสฺมา เต กมฺมวฏฺฏสงฺคหิตา อาหารา ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ อิมสฺมึ ปริยาเย ปุริโมเยว อตฺโถ ยุตฺโต.

อตีตทฺธโต ปภุติ ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๒) อตีเต, ตโต ปรญฺจ เหตุผลปฏิปาฏึ ปจฺจกฺขภูตานํ อาหารานํ นิทานทสฺสนวเสน อาโรหิตฺวา นิวตฺตเนน วินา อพุชฺฌนฺตานํ ตํสนฺทสฺสนตฺถํ สา อยํ เทสนา ปวตฺตาติ อตฺโถ. อนาคตทฺธเหตุสมุฏฺฐานโต ปภุตีติ อนาคตสฺส ภวสฺส เหตุภูตานํ ธมฺมานํ อุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย. อนาคตทฺธสนฺทสฺสนตฺถนฺติ อนาคตทฺธุโน อปฺปฏิวิชฺฌนฺตานํ อปสฺสนฺตานํ ปจฺจกฺขํ ปจฺจุปฺปนฺนํ เหตุํ ทสฺเสตฺวา เหตุผลปรมฺปราย ตสฺส สนฺทสฺสนตฺถนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา, ปริโยสานโต จ ปฏฺฐาย ยาว อาทิ ปวตฺตา เทสนา ทฺวาทสงฺคา, ตโต เอว ติสนฺธิ จตุสงฺเขปา. มชฺฌโต ปฏฺฐาย ยาว อาทิ ปวตฺตา เทสนา อฏฺฐงฺคา ทฺวิสนฺธิ ติสงฺเขปา. มชฺฌโต ปน ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา ปวตฺตา เทสนา ฉฬงฺคา ทฺวิสนฺธิ ติสงฺเขปา. ‘‘สํโยชนิเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน วิหรโต ตณฺหา ปวฑฺฒติ, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาน’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๕๓, ๕๗) มชฺฌโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา ปวตฺตา เทสนา เอกสนฺธิ ทฺวิสงฺเขปา. เอวํ อยํ อเนกงฺคา เอว ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา อาคตา. เอกงฺควเสนาปิ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา ลพฺภเตว. ยถาห –

‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, สุตวา อริยสาวโก ปฏิจฺจสมุปฺปาทํเยว สาธุกํ โยนิโส มนสิ กโรติ ‘อิติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ. อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตี’ติ. สุขเวทนิยํ, ภิกฺขเว, ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขเวทนา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๖๒) –

อาทิ. เอตฺถ หิ ‘‘ผสฺสปจฺจยา’’ติ เอตฺตโก เอว ปฏิจฺจสมุปฺปาโท วุตฺโต. เตเนตํ วิญฺญายติ ‘‘เอกงฺคปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ.

ตตฺถ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตีติ อิมสฺมึ อวิชฺชาทิเก ปจฺจเย สติ อิทํ สงฺขาราทิกํ ผลํ โหติ. อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตีติ อิมสฺส อวิชฺชาทิกสฺส ปจฺจยสฺส อุปฺปาทา อิทํ สงฺขาราทิกํ ผลํ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตีติ อวิชฺชาทีนํ อภาเว สงฺขาราทีนํ อภาวสฺส, อวิชฺชาทีนํ นิโรธา สงฺขาราทีนํ นิโรธสฺส จ วจเนน ปุริมสฺมึ ปจฺจยลกฺขเณ นิยโม ทสฺสิโต โหติ ‘‘อิมสฺมึ สติ เอว, น อสติ, อิมสฺส อุปฺปาทา เอว, น นิโรธา’’ติ. เตเนตํ ลกฺขณํ อนฺโตคธนิยมํ อิธ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

นิโรโธติ จ อวิชฺชาทีนํ วิราคาธิคเมน อายตึ อนุปฺปาโท อปฺปวตฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา’’ติอาทิ (มหาว. ๑; อุทา. ๓). นิโรธวิโรธี จ อุปฺปาโท, เยน โส อุปฺปาทวิโรธิภาเวน วุตฺโต ‘‘อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตี’’ติ, เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘อนิโรโธ อุปฺปาโท นาม, โส เจตฺถ อตฺถิภาโวติปิ วุจฺจตี’’ติ. ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตี’’ติ อิทเมว หิ ลกฺขณํ ปริยายนฺตเรน ‘‘อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วทนฺเตน ปเรน ปุริมํ วิเสสิตํ โหติ, ตสฺมา น ธรมานตํเยว สนฺธาย ‘‘อิมสฺมึ สตี’’ติ วุตฺตํ, อถ โข มคฺเคน อนิรุทฺธภาวญฺจาติ วิญฺญายติ. ยสฺมา จ ‘‘อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตี’’ติ (อุทา. ๒) ทฺวิธาปิ อุทฺทิฏฺฐลกฺขณสฺส นิโรธสฺส นิทฺเทสํ วทนฺเตน ‘‘อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติอาทินา (มหาว. ๑; อุทา. ๓) นิโรโธ เอว วุตฺโต, ตสฺมา นตฺถิภาโวปิ นิโรโธ เอวาติ นตฺถิภาววิรุทฺโธ อตฺถิภาโว อนิโรโธติ ทสฺสิตํ โหติ. เตน อนิโรธสงฺขาเตน อตฺถิภาเวน อุปฺปาทํ วิเสเสติ. ตโต น อิธ อตฺตลาภมตฺตํ อุปฺปาโทติ อธิปฺเปโต, อถ โข อนิโรธสงฺขาโต อตฺถิภาโว จาติ อยมตฺโถ วิภาวิโตติ เอวเมตํ ลกฺขณทฺวยวจนํ อญฺญมญฺญํ วิเสสนวิเสสิตพฺพภาเวน สาตฺถกนฺติ เวทิตพฺพํ.

โก ปนายํ อนิโรโธ นาม, โย อตฺถิภาโว, อุปฺปาโทติ จ วุจฺจตีติ? อปฺปหีนภาโว, อนิพฺพตฺติตผลตาปฺปหีนารหตาหิ ผลุปฺปาทนารหตา จ. เย เตหิ ปหาตพฺพา อกุสลา ธมฺมา, เตสํ อริยมคฺเคน อสมุคฺฆาติตภาโว, เย ปน น ปหาตพฺพา กุสลาพฺยากตา ธมฺมา, ยานิ เตสุ สํโยชนานิ อขีณาสวานํ, เตสํ อปริกฺขีณตา จ. อสมุคฺฆาติตานุสยตาย หิ สสํโยชนาขนฺธปฺปวตฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘ยาย จ, ภิกฺขเว, อวิชฺชาย นิวุตสฺส พาลสฺส, ยาย จ ตณฺหาย สมฺปยุตฺตสฺส อยํ กาโย สมุทาคโต, สา เจว อวิชฺชา พาลสฺส อปฺปหีนา, สา จ ตณฺหา อปริกฺขีณา. ตํ กิสฺส เหตุ? น, ภิกฺขเว, พาโล อจริ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตสฺมา พาโล กายสฺส เภทา กายูปโค โหติ, โส กายูปโค สมาโน น ปริมุจฺจติ ชาติยา ชรามรเณนา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๙) –

อาทิ. ขีณสํโยชนานํ ปน อวิชฺชาย อภาวโต สงฺขารานํ, ตณฺหุปาทานานํ อภาวโต อุปาทานภวานํ น สมฺภโวติ วฏฺฏสฺส อุปจฺเฉโท ปญฺญายติ. เตเนวาห –

‘‘ฉนฺนนฺเตฺวว, ผคฺคุน, ผสฺสายตนานํ อเสสวิราคนิโรธา ผสฺสนิโรโธ, ผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธ’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๒) –

อาทิ. น หิ อคฺคมคฺคาธิคมโต อุทฺธํ ยาว ปรินิพฺพานา สฬายตนาทีนํ อปฺปวตฺติ, อถ โข นตฺถิตา, นิโรธสทฺทวจนียตา, ขีณสํโยชนตาติ นิโรโธ วุตฺโต. อปิจ จิรกตมฺปิ กมฺมํ อนิพฺพตฺติตผลตาย, อปฺปหีนารหตาย จ ผลารหํ สนฺตํ เอว นาม โหติ, น นิพฺพตฺติตผลํ, นาปิ ปหีนารหนฺติ ผลุปฺปตฺติปจฺจยานํ อวิชฺชาสงฺขาราทีนํ วุตฺตนเยน ผลารหภาโว อนิโรโธติ เวทิตพฺพํ. เอวํ อนิรุทฺธภาเวเนว หิ เยน วินา ผลํ น สมฺภวติ, ตํ การณํ อตีตาทิปิ ‘‘อิมสฺมึ สตี’’ติ อิมินา วจเนน วุตฺตํ. ตโต เอว จ อวุสิตพฺรหฺมจริยสฺส อปฺปวตฺติธมฺมตํ อนาปนฺโน ปจฺจยุปฺปาโท กาลเภทํ อนามสิตฺวา อนิวตฺติตาย เอว ‘‘อิมสฺสุปฺปาทา’’ติ วุตฺโต. อถ วา อวเสสปจฺจยสมวาเย อวิชฺชมานสฺสาปิ วิชฺชมานสฺส วิย ปเคว วิชฺชมานสฺส ยา ผลุปฺปตฺติอภิมุขตา, สา ‘‘อิมสฺสุปฺปาทา’’ติ วุตฺตา. ตทา หิ ตโต ผลํ อุปฺปชฺชตีติ ตทวตฺถํ การณํ ผลสฺส อุปฺปาทนภาเวน อุปฏฺฐิตํ อุปฺปติตํ นาม โหติ, น วิชฺชมานมฺปิ อตทวตฺถนฺติ ตทวตฺถตา อุปฺปาโทติ เวทิตพฺพา.

ตตฺถ ‘‘สตี’’ติ อิมินา วิชฺชมานตามตฺเตน ปจฺจยภาวํ วทนฺโต อพฺยาปารตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ทสฺเสติ. อุปฺปาทาติ อุปฺปตฺติธมฺมตํ, อสพฺพกาลภาวิตํ, ผลุปฺปตฺติอภิมุขตญฺจ ทีเปนฺโต อนิจฺจตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ทสฺเสติ. ‘‘สติ, น อสติ, อุปฺปาทา, น นิโรธา’’ติ ปน เหตุอตฺเถหิ ภุมฺมนิสฺสกฺกวจเนหิ สมตฺถิตํ นิทานสมุทยชาติปภวภาวํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ทสฺเสติ. เหตุอตฺถตา เจตฺถ ภุมฺมวจเน ยสฺส ภาเวน ตทวินาภาวิผลสฺส ภาโว ลกฺขียติ, ตตฺถ ปวตฺติยา เวทิตพฺพา, ยถา อธนานํ ธเน อนนุปฺปทียมาเน ทาลิทฺทิยํ เวปุลฺลมคมาสิ (ที. นิ. ๓.๙๑), นิปฺผนฺเน สสฺเส สุภิกฺขํ ชายตีติ จ. นิสฺสกฺกวจนสฺสาปิ เหตุอตฺถตา ผลสฺส ปภเว ปกติยญฺจ ปวตฺติยา, ยถา ‘‘กลลา โหติ อพฺพุทํ, อพฺพุทา ชายเต เปสี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓๕; กถา. ๖๙๒), ‘‘หิมวตา คงฺคา ปภวติ, สิงฺคโต สโร ชายตี’’ติ จ. อวิชฺชาทิภาเวน จ ตทวินาภาวิสงฺขาราทิภาโว ลกฺขียติ, อวิชฺชาทีหิ จ สงฺขาราทโย ปภวนฺติ, ปกรียนฺติ จาติ เตสํ ปภโว, ปกติ จ, ตสฺมา ตทตฺถทีปนตฺถํ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิมสฺสุปฺปาทา’’ติ เหตุอตฺถา ภุมฺมนิสฺสกฺกนิทฺเทสา กตา.

ยสฺมา เจตฺถ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ สงฺเขเปน อุทฺทิฏฺฐสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทิโก นิทฺเทโส, ตสฺมา ยถาวุตฺโต อตฺถิภาโว, อุปฺปาโท จ เตสํ เตสํ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ ปจฺจยภาโวติ วิญฺญายติ. น หิ อนิรุทฺธตาสงฺขาตํ อตฺถิภาวํ, อุปฺปาทญฺจ อนิวตฺตสภาวตาสงฺขาตํ, อุทยาวตฺถตาสงฺขาตํ วา ‘‘สติเยว, น อสติ, อุปฺปาทา เอว, น นิโรธา’’ติ อนฺโตคธนิยเมหิ วจเนหิ ปกาสิตํ มุญฺจิตฺวา อญฺโญ ปจฺจยภาโว นาม อตฺถิ, ตสฺมา ยถาวุตฺโต อตฺถิภาโว, อุปฺปาโท จ ปจฺจยภาโวติ เวทิตพฺโพ. เยปิ หิ ปฏฺฐาเน อาคตา เหตุอาทโย จตุวีสติ ปจฺจยา, เตปิ เอตสฺเสว ปจฺจยภาวสฺส วิเสสาติ เวทิตพฺพา. ตถา ยฺวายํ มูลเหตุนิทานสมฺภวปภวาทิปริยาเยหิ, อุปฺปาทฏฺฐิติ ปวตฺตฏฺฐิติ นิมิตฺตฏฺฐิติ อายูหนฏฺฐิติ สํโยคฏฺฐิติ ปลิโพธฏฺฐิตีติอาทิปริยาเยหิ จ ปกาสิโต การณตฺโถ, โสปิ เอตฺเถว อนฺโตคโธติ ทฏฺฐพฺโพ.

๕๘๔. มูลการณสทฺทํ อเปกฺขิตฺวา น อการณนฺติ นปุํสกนิทฺเทโส, อการณาติ อตฺโถ. อการณํ ยทิ สิยา, สุตฺตํ ปฏิพาหิตํ สิยาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อาสวสมุทยา’’ติ สุตฺตํ อาหรติ. ปริยาโย การณํ. วฏฺฏกถาย สีสภาโว วฏฺฏเหตุโน กมฺมสฺสาปิ เหตุภาโว. ตตฺถ ภวตณฺหายปิ เหตุภูตา อวิชฺชา, ตาย ปฏิจฺฉาทิตาทีนเว ภเว ตณฺหาย อุปฺปชฺชนโต อวิชฺชา วิเสเสน สีสภูตาติ ‘‘มูลการณ’’นฺติ วุตฺตา.

ปุริมาย โกฏิยา อปญฺญายมานาย อุปฺปาทวิรหโต นิจฺจตํ คเณฺหยฺยาติ อาห ‘‘เอวํ เจตํ, ภิกฺขเว, วุจฺจตี’’ติอาทิ. เตน อิโต ปุพฺเพ อุปฺปนฺนปุพฺพตา นตฺถีติ อปญฺญายนโต ปุริมโกฏิอปญฺญายนํ วุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ.

๕๘๕. อวิชฺชาตณฺหาเหตุกฺกเมน ผเลสุ วตฺตพฺเพสุ ‘‘สุคติทุคฺคติคามิโน’’ติ วจนํ สทฺทลกฺขณาวิโรธนตฺถํ. ปูชิตสฺส หิ ทฺวนฺเท ปุพฺพนิปาโต. สวรา กิร มํสสฺส อฏฺฐินา อลคฺคนตฺถํ ปุนปฺปุนํ ตาเปตฺวา โกฏฺเฏตฺวา อุโณฺหทกํ ปาเยตฺวา วิริตฺตํ สูนํ อฏฺฐิโต มุตฺตมํสํ คาวึ มาเรนฺติ. เตนาห ‘‘อคฺคิสนฺตาปา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยถา วชฺฌคาวี จ อวิชฺชาภิภูตตาย ยถาวุตฺตํ อุโณฺหทกปานํ อารภติ, เอวํ ปุถุชฺชโน ยถาวุตฺตํ ทุคฺคติคามิกมฺมํ. ยถา ปน สา อุโณฺหทกปาเน อาทีนวํ ทิสฺวา ตณฺหาวเสน สีตุทกปานํ อารภติ, เอวํ ปุถุชฺชโน อวิชฺชาย นาติพลวภาวโต ทุคฺคติคามิกมฺเม อาทีนวํ ทิสฺวา ตณฺหาวเสน สุคติคามิกมฺมํ อารภติ. ทุกฺเข หิ อวิชฺชํ ตณฺหา อนุวตฺตติ, สุเข ตณฺหํ อวิชฺชาติ.

๕๘๖. กตฺถจิ สุตฺเต. เอกธมฺมมูลิกํ เทสนนฺติ อวิชฺชาตณฺหาสุ เอโกเยว ธมฺโม มูลํ เอติสฺสาติ เอกธมฺมมูลิกา, ตํ, ตตฺถ เอกํ เอว ธมฺมํ มูลํ กตฺวา ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนํ เทเสตีติ อตฺโถ. อุปนิสีทติ ผลํ เอตฺถาติ อุปนิสา, การณํ, อวิชฺชา อุปนิสา เอเตสนฺติ อวิชฺชูปนิสา. อสฺสาทานุปสฺสิโนติ อุปาทานิเยสุ เตภูมกธมฺเมสุ วิสยภูเตสุ อสฺสาเทตพฺพโต อสฺสาทสญฺญิตํ สุขโสมนสฺสํ อนุปสฺสนสีลสฺส. อปฺปหีนาวิชฺชตาย พาลลกฺขณโยเคน พาลสฺส. เอวนฺติ อวิชฺชานิวุตตฺตา, ตณฺหาสํยุตฺตตฺตา จ. อยํ กาโยติ อยํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ ปจฺจกฺขภูโต สวิญฺญาณกกาโย ขนฺธปญฺจกํ. ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ (มหาว. ๑; อุทา. ๑) วจนโต ผสฺสการณญฺเจตํ วุจฺจตีติ อายตนจฺฉกฺกํ วา. สมุทาคโตติ อุปฺปนฺโน. พหิทฺธา จ นามรูปนฺติ พหิทฺธา สวิญฺญาณกกาโย ขนฺธปญฺจกํ, สฬายตนานิ วา. อิตฺเถตนฺติ อิตฺถํ เอตํ. อตฺตโน จ ปเรสญฺจ ปญฺจกฺขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ ทฺวาราลมฺพนภาเวน ววตฺถิตานิ ทฺวยํ นามาติ อตฺโถ. ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโสติ อญฺญตฺถ จกฺขุรูปาทีนิ ทฺวยานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา, อิธ ปน อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ, มหาทฺวยํ นาม กิเรตนฺติ วุตฺตํ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – อญฺญตฺถ ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๔; ๔.๖๐; กถา. ๔๖๕) จกฺขุ เจว รูปา จ…เป… มโน เจว ธมฺมา จาติ วุตฺตานิ ทฺวยานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา. อิธ ปน ‘‘อยญฺเจว กาโย’’ติ จกฺขาทินิสฺสเย เสสธมฺเม จกฺขาทินิสฺสิเต เอว กตฺวา วุตฺตํ จกฺขาทิกายํ เอกตฺเตน ‘‘อชฺฌตฺติกายตน’’นฺติ คเหตฺวา, ‘‘พหิทฺธา จ นามรูป’’นฺติ วุตฺตํ รูปาทิอารมฺมณํ เอกตฺเตเนว ‘‘พาหิรายตน’’นฺติ ตานิ อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ ปฏิจฺจ ผสฺโส วุตฺโต, ตสฺมา มหาทฺวยเมตนฺติ.

เอวญฺจ กตฺวา อตฺตโน จ ปรสฺส จ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ, ฉหิ อายตเนหิ จาติ อยมตฺโถ ทีเปตพฺโพวาติ วุตฺตํ. ‘‘อยํ กาโย’’ติ หิ วุตฺตานิ สนิสฺสยานิ จกฺขาทีนิ อตฺตโน ปญฺจกฺขนฺธา, ‘‘พหิทฺธา นามรูป’’นฺติ วุตฺตานิ รูปาทีนิ ปเรสํ. ตถา อยํ กาโย อตฺตโน ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, พหิทฺธา นามรูปํ ปเรสํ พาหิรานีติ. อญฺญถา อชฺฌตฺติกายตนมตฺเต เอว ‘‘อยํ กาโย’’ติ วุตฺเตน อชฺฌตฺติกายตนาเนว อตฺตโน ปญฺจกฺขนฺธา โหนฺตีติ อตฺตโน จ ปเรสญฺจ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทีปนา น สมฺภเวยฺยาติ. สเฬวายตนานีติ สเฬว ผสฺสการณานิ, เยหิ การณภูเตหิ อายตเนหิ อุปฺปนฺเนน ผสฺเสน ผุฏฺโฐ พาโล สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทติ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘เอเตสํ วา อญฺญตเรน. อวิชฺชานีวรณสฺส, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตสฺส ตณฺหาย สมฺปยุตฺตสฺสา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๑๙) โยเชตพฺพํ. อิมสฺมิญฺหิ สุตฺเต สงฺขาเร อวิชฺชาตณฺหานิสฺสิเต เอว กตฺวา กายคฺคหเณน วิญฺญาณนามรูปสฬายตนานิ คเหตฺวา ตสฺมึ กาเย สฬายตนานํ ผสฺสํ ตํนิสฺสิตเมว กตฺวา เวทนาย วิเสสปจฺจยภาวํ ทสฺเสนฺเตน ภควตา พาลปณฺฑิตานํ อตีตทฺธาวิชฺชาตณฺหามูลโก เวทนานฺโต ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ทสฺสิโต. ปุน จ พาลปณฺฑิตานํ วิเสสํ ทสฺเสนฺเตน –

‘‘ยาย จ, ภิกฺขเว, อวิชฺชาย นิวุตสฺส พาลสฺส, ยาย จ ตณฺหาย สมฺปยุตฺตสฺส อยํ กาโย สมุทาคโต, สา เจว อวิชฺชา พาลสฺส อปฺปหีนา, สา จ ตณฺหา อปริกฺขีณา. ตํ กิสฺส เหตุ? น, ภิกฺขเว, พาโล อจริ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย. ตสฺมา พาโล กายสฺส เภทา กายูปโค โหติ, โส กายูปโค สมาโน น ปริมุจฺจติ ชาติยา…เป… ทุกฺขสฺมาติ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๙) –

เวทนาปภวํ สาวิชฺชํ ตณฺหํ ทสฺเสตฺวา, อุปาทานภเว จ ตนฺนิสฺสิเต กตฺวา ‘‘กายูปโค โหตี’’ติอาทินา ชาติอาทิเก ทสฺเสนฺเตน ปจฺจุปฺปนฺนเหตุสมุฏฺฐานโต ปภุติ อุภยมูลวเสน ปฏิจฺจสมุปฺปาโท วุตฺโต, ตพฺพิปริยาเยน จ ปณฺฑิตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนเหตุปริกฺขยโต ปภุติ อุภยมูลโก ปฏิโลมปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ.

๕๘๗. ปูเรตุนฺติ วฑฺเฒตุํ, อุปจินิตุนฺติ อตฺโถ. ทุคฺคติคามิกมฺมสฺส วิเสสปจฺจยตฺตา อวิชฺชา ‘‘อวินฺทิยํ วินฺทตี’’ติ วุตฺตา, ตถา วิเสสปจฺจโย วินฺทิยสฺส น โหตีติ ‘‘วินฺทิยํ น วินฺทตี’’ติ จ. อตฺตนิสฺสิตานิ กตฺวา จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปวตฺตนํ อุปฺปาทนํ อายตนํ. สมฺโมหภาเวเนว อนภิสมยภูตตฺตา อวิทิตํ อญฺญาตํ กโรติ. อนฺตวิรหิเต ชวาเปตีติ วณฺณาคมวิปริยายวิการวินาสธาตุอตฺถวิเสสโยเคหิ ปญฺจวิธสฺส นิรุตฺติลกฺขณสฺส วเสน อ-การ วิ-การ ช-กาเร คเหตฺวา อญฺเญสํ วณฺณานํ โลปํ, ช-การสฺส จ ทุติยสฺสาคมํ กตฺวา ‘‘อวิชฺชา’’ติ วุตฺตํ. พฺยญฺชนตฺถํ วตฺวา สภาวตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ วตฺถารมฺมณานิ ‘‘อิทํ วตฺถุ, อิทํ อารมฺมณ’’นฺติ อวิชฺชาย ญาตุํ น สกฺกาติ อวิชฺชา ตปฺปฏิจฺฉาทิกา วุตฺตา. วตฺถารมฺมณสภาวฉาทนโต เอว อวิชฺชาทีนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทภาวสฺส, ชรามรณาทีนํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนภาวสฺส จ ฉาทนโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทปฏิจฺจสมุปฺปนฺนจฺฉาทนํ เวทิตพฺพํ.

อปจฺจกฺขิตฺวาติ ปจฺจกฺขานํ อกตฺวา อปฏิกฺขิปิตฺวา. อุปการกฏฺโฐ ปจฺจยฏฺโฐ ยถา ปิณฺฑปาตาทิ สรีรสฺส.

สงฺขตมภิสงฺขโรนฺตีติ ยถา สงฺขตํ โหติ, เอวํ อภิสงฺขโรนฺติ. สงฺขารสทฺทคฺคหเณน อาคตา สงฺขารา สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขารา. ยทิปิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราปิ สงฺขารสทฺเทน อาคตา, เต ปน อิมิสฺสา เทสนาย ปธานาติ วิสุํ วุตฺตา, ตสฺมา ‘‘ทุวิธา’’ติ เอตฺถ สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขาเรสุ อภิสงฺขรณกสงฺขารํ วชฺเชตฺวา ตทญฺเญ สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขารา โยเชตพฺพา. สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขาราติ วา สมุทาโย วุตฺโต. ตเทกเทสา จ อิธ วณฺเณตพฺพภาเวน คหิตา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, ตสฺมา วณฺเณตพฺพสพฺพสงฺคาหกวเสน ทุวิธตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ‘‘ปฐมํ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๖๔) วิตกฺกวิจารอสฺสาสปสฺสาสสญฺญาเวทนาวจีสงฺขาราทโย วุตฺตา, น อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาเรสุ วุตฺตา กายสญฺเจตนาทโย.

สงฺขตสงฺขารา นาม ยถาสกํ ปจฺจเยหิ สงฺขตตฺตา. สติปิ ปจฺจยนิพฺพตฺตานํ สพฺเพสมฺปิ สงฺขตภาเว ‘‘มเมตํ ผล’’นฺติ ตตฺถาภิมุเขน วิย กมฺมุนา นิพฺพตฺติตตฺตา เตภูมกวิปากกฏตฺตารูเปสุ สาติสโย สงฺขตภาโวติ อธิปฺปาเยน อฏฺฐกถายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๕๘๗) กมฺมนิพฺพตฺตานํ อภิสงฺขตสงฺขารตา วุตฺตา. ปาฬิยํ ปน ตถา อาคตฏฺฐานสฺส อภาวโต ‘‘เตปิ …เป… เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺตี’’ติ วุตฺตํ. อนิจฺจา วต สงฺขาราติ วุตฺตา อุภุอาทิสมุฏฺฐานาปิ สพฺพธมฺมา. อภิสงฺขรณกสงฺขาโรติ วุจฺจติ อตฺตโน ผลสฺส อภิสงฺขรณโต. กายปโยคสมุฏฺฐาปนวีริยํ กายิกวีริยํ. อภิสงฺขารสฺสาติ ปโยคเวคสฺส.

วาจํ สงฺขโรตีติ วจีสงฺขาโร. กาเยน สงฺขรียตีติ กายสงฺขาโร. จิตฺเตน สงฺขรียติ, จิตฺตํ วา สงฺขโรตีติ จิตฺตสงฺขาโร. สงฺเขปโต ปน สพฺเพปิ ยถารหํ สงฺขโรนฺติ, สงฺขรียนฺตีติ จ สงฺขาราติ เวทิตพฺพา. วุตฺตนฺติ สงฺขารฏฺฐปจฺจยฏฺฐาทิมาห.

นมตีติ เอกนฺตสารมฺมณตาย อารมฺมณาภิมุขํ นมติ. ปริตสฺสตีติ ปิปาสติ, ตณฺหาปริตาปตาย วา วิจลติ. อุปาทิยตีติ ทฬฺหํ อาทิยติ. ภวตีติ อุปปตฺติภวํ สนฺธายาห. ภาวยตีติ กมฺมภวํ. จุติ ขนฺธานํ มรณนฺติ ‘‘มรนฺติ เอเตนา’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขา เวทนา อุปฺปาททุกฺขา, ฐิติทุกฺขาติ จ กตฺวา ‘‘เทฺวธา ขณตี’’ติ วุตฺตํ. อายาโส ปริสฺสโม วิสาโท.

นิทฺทิฏฺฐนยทสฺสนนฺติ ยถานิทฺทิฏฺฐวิธิสนฺทสฺสนํ. เกวล-สทฺโท อสมฺมิสฺสวาจโก จ โหติ ‘‘เกวลา สาลโย’’ติอาทีสุ, นิรวเสสวาจโก จ ‘‘เกวลา องฺคมคธา’’ติอาทีสุ, ตสฺมา ทฺวิธาปิ อตฺถํ วทติ. ตตฺถ อสมฺมิสฺสสฺสาติ สุขรหิตสฺส. น หิ เอตฺถ กิญฺจิ อุปฺปาทวยรหิตํ อตฺถิ. สกลสฺสาติ สพฺพภวาทิคตสฺส, สพฺพกาลิกสฺส จ.

๕๘๘. ‘‘ลกฺขเณกวิธาทิโต’’ติ เอตฺถ อาทิ-สทฺโท ปจฺเจกํ ปริสมาเปตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ลกฺขณาทิโต’’ติ. สมฺปยุตฺเต, ตํสมงฺคิปุคฺคเล วา สมฺโมหยตีติ สมฺโมหนรสา. อารมฺมณสภาวสฺส ฉาทนํ หุตฺวา คยฺหตีติ ฉาทนปจฺจุปฏฺฐานา. ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓) วจนโต อาสวปทฏฺฐานา. ปฏิสนฺธิชนนตฺถํ อายูหนฺติ พฺยาปารํ กโรนฺตีติ อายูหนรสา. ราสิกรณํ วา อายูหนํ. เจตนาสภาวตฺตา เจตนา หุตฺวา คยฺหตีติ เจตนาปจฺจุปฏฺฐานา. นามรูปสฺส ปุเรจาริกภาเวน ปวตฺตตีติ ปุพฺพงฺคมรสํ. ปุริมภเวน สทฺธึ ฆฏนํ หุตฺวา คยฺหตีติ ปฏิสนฺธิปจฺจุปฏฺฐานํ. วิญฺญาเณน สห, อญฺญมญฺญญฺจ สมฺปยุชฺชตีติ สมฺปโยครสํ. สมํ ปกาเรหิ โยโค สมฺปโยโค. วิสุํ อภาโว อวินิพฺโภโค. รูปํ สมฺปโยคาภาวโต วิกิรตีติ วิกิรณรสํ. ตโต เอว หิ ปิสิยมานา ตณฺฑุลาทโย วิกิรนฺติ, จุณฺณีภูตา วิทฺธํสนฺติ, นามสฺส กทาจิ กุสลาทิภาโวปิ อตฺถีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘อพฺยากตปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อเจตโน อพฺยากโต’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๓๑๑; วิภ. อฏฺฐ. ๑๗๓) เอตฺถ วิย อนารมฺมณตา วา อพฺยากตตา ทฏฺฐพฺพา. อายตนลกฺขณนฺติ ฆฏฺฏนลกฺขณํ, อายานํ ตนนลกฺขณํ วา. ทสฺสนสฺส ยถาสกํ วิสยคฺคหณสฺส กรณโต ทสฺสนรสํ. ‘‘ทสฺสนาทิรส’’นฺติ ปน สมฺโมหวิโนทนิยํ วุตฺตํ. วตฺถุทฺวารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ ยถารหํ วิญฺญาณมโนวิญฺญาณธาตูนนฺติ อธิปฺปาโย. วตฺถุคฺคหณญฺเจตฺถ จกฺขาทิปญฺจกาเปกฺขํ. อกุสลวิปากุเปกฺขาย อนิฏฺฐภาวโต ทุกฺเขน, อิตราย อิฏฺฐภาวโต สุเขน สงฺคหิตตฺตา ‘‘สุขทุกฺขปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขสมุทยตฺตา เหตุลกฺขณา ตณฺหา. ‘‘ตตฺรตตฺราภินนฺทินี’’ติ (ม. นิ. ๑.๙๑, ๔๖๐; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; วิภ. ๒๐๓; มหาว. ๑๔) วจนโต อภินนฺทนรสา. จิตฺตสฺส, ปุคฺคลสฺส วา รูปาทีสุ อติตฺตภาโว หุตฺวา คยฺหตีติ อติตฺตภาวปจฺจุปฏฺฐานา. อมุญฺจนรสํ ตณฺหาทิฏฺฐาภินิเวสวเสน. ตณฺหาทฬฺหตฺตํ หุตฺวา กามุปาทานํ, เสสานิ ทิฏฺฐิ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺตีติ ตณฺหาทฬฺหตฺตทิฏฺฐิปจฺจุปฏฺฐานํ. กมฺมุปปตฺติภววเสน ภวสฺส ลกฺขณาทโย โยเชตพฺพา.

๕๘๙. โมหาทิภาวโตติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อนนุโพธาทีนํ สงฺคโห. ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณวเสน อปฺปฏิปตฺติ, อสุภาทีสุ สุภาทิวิปลฺลาสวเสน มิจฺฉาปฏิปตฺติ. ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตวเสน วา อปฺปฏิปตฺติ, ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตวเสน มิจฺฉาปฏิปตฺติ. ทฺวารารมฺมณโตติ ทฺวารโต, อารมฺมณโต จ ฉสุ ทฺวาเรสุ, ฉสุ อารมฺมเณสุ จ ปวตฺตนโต. อยํ ปน วิภาโค น อวิชฺชาย เอว, อญฺเญสุปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ อรูปธมฺมานํ ลพฺภตีติ อาห ‘‘สพฺเพสุปี’’ติ.

วิปากธมฺมธมฺมาทิภาวโตติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน เนวเสกฺขานาเสกฺขสํโยชนิยาทิภาเว สงฺคณฺหาติ. จตุโยนิสํวตฺตนโตติ จตุโยนิปริยาปนฺนตฺตภาวนิพฺพตฺตนโต.

โลกิยวิภาคาทิภาวโตติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อพฺยากตสปฺปจฺจยสงฺขตาทิภาเว สงฺคณฺหาติ. สเหตุกาเหตุกาทิโตติ อาทิ-สทฺเทน สสงฺขาราสงฺขาราทิเภเท สงฺคณฺหาติ.

กามํ นามรูปํ ปจฺจุปฺปนฺนทฺธวเสน วุจฺจติ, ตถาปิ ยถา ปจฺจุปฺปนฺนํ, เอวํ อตีตานาคตมฺปีติ อทฺธทฺวยปริยาปนฺนสฺสาปิ นยโต คเหตพฺพตฺตา วุตฺตํ ‘‘อตีตาทิโต ติวิธ’’นฺติ.

สญฺชาติสโมสรณฏฺฐานโตติ วิญฺญาณตํสมฺปยุตฺตธมฺมานํ อุปฺปตฺติปวตฺติเทสภาวโต. ‘‘ภูตปฺปสาทวิญฺญาณโต’’ติ ปาโฐ ยุตฺโต. ‘‘วิญฺญาณาทิโต’’ติ ปน ปฐนฺติ. เอกเสสนเยน พาหิรายตนสฺสาปิ สงฺคเห สติ อาทิ-สทฺเทน ตสฺส สงฺคหิตตา ทฏฺฐพฺพา. โนภยโคจรนฺติ มนายตนมาห. น หิ อรูปธมฺมานํ เทสวเสน อาสนฺนตา, ทูรตา วา อตฺถิ อวิคฺคหตฺตา, ตสฺมา มนายตนสฺส โคจโร มนายตนํ สมฺปตฺโต, อสมฺปตฺโต วาติ น วุจฺจติ. ผสฺสาทีนมฺปีติ เอตฺถ ผสฺโส ตาว ผุสนสภาวโต, โลกิยสาสวาทิภาวโต จ เอกวิโธ. ปฏิฆสมฺผสฺสอธิวจนสมฺผสฺสเภทโต, สเหตุกาทิภาวโต จ ทุวิโธ. ภวตฺตยปริยาปนฺนโต, เวทนาตฺตยสมฺปโยคโต, อเหตุกทุเหตุกติเหตุกโต จ ติวิโธ. โยนิคติวเสน จตุพฺพิโธ, ปญฺจวิโธ จ.

เวทนา อนุภวนลกฺขณโต, โลกิยสาสวาทิภาวโต จ เอกวิธา. ปญฺจทฺวาริกมโนทฺวาริกเภทโต ทุวิธา. สุขาทิเภทโต ติวิธา. โยนิคติวเสน จตุพฺพิธา, ปญฺจวิธา จ. ฉฬารมฺมณเภทโต ฉพฺพิธา.

ตณฺหา โลกสฺส สมุทยภาวโต เอกวิธา. ทุวิธา ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตภาวโต. ติวิธา กามภววิภวตณฺหาเภทโต. จตุพฺพิธา จตุมคฺคปเหยฺยโต. ปญฺจวิธา รูปาภินนฺทนาทิภาวโต. ฉพฺพิธา ฉตณฺหากายเภทโต.

อุปาทานํ เอกวิธํ ทฬฺหคฺคาหภาวโต. ทุวิธํ ตณฺหาทิฏฺฐิเภทโต. ติวิธํ ภวตฺตยูปนิสฺสยภาวโต. จตุพฺพิธํ กามุปาทานาทิเภทโต. ปญฺจวิธํ ปญฺจคติสํวตฺตนโต.

ภโว เอกวิโธ โลกิยสาสวาทิภาวโต. ทุวิโธ กมฺมุปปตฺติเภทโต. ติวิโธ กามภวาทิเภทโต. จตุพฺพิโธ จตุรุปาทานปจฺจยโต. ปญฺจวิโธ ปญฺจคติสํวตฺตนโต. ฉพฺพิโธ กามกมฺมภวาทิเภทโต. สตฺตวิโธ สตฺตวิญฺญาณฏฺฐิติสงฺคหโต. อฏฺฐวิโธ จตุรุปาทานปจฺจยกมฺมภวาทิเภทโต. นววิโธ กามภวาทิเภทโต.

ชาติ เอกวิธา ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปฐมาภินิพฺพตฺติภาวโต. ทุวิธา รูปกฺขนฺธสงฺขารกฺขนฺธสงฺคหโต. ติวิธา ภวตฺตยปริยาปนฺนโต. โยนิคติวเสน จตุพฺพิธา, ปญฺจวิธา จ. อิมินา นเยน ชรามรณาทีนมฺปิ เอกวิธาทิภาโว เวทิตพฺโพ.

๕๙๐. โสกาทีนมฺปิ คหิตตฺตา องฺคพหุตฺตปฺปสงฺเค ‘‘ทฺวาทเสวา’’ติ องฺคววตฺถานํ เวทิตพฺพํ. น หิ โสกาทโย องฺคภาเวน วุตฺตา, ผเลน ปน การณํ อวิชฺชํ มูลงฺคํ ทสฺเสตุํ เต วุตฺตา. ชรามรณพฺภาหตสฺส หิ พาลสฺส เต สมฺภวนฺตีติ โสกาทีนํ ชรามรณการณตา วุตฺตา, น ปน ‘‘กายิกาย ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ’’ติ จ สุตฺเต ชรามรณนิมิตฺตญฺจ ทุกฺขํ สงฺคหิตนฺติ ตํ ตนฺนิมิตฺตานํ ชรามรณพฺภาหตสฺส สมฺภเว สาธกภาเวน วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ชรามรเณเนว โสกาทีนํ เอกสงฺเขโป กโต, ตสฺมา เตสํ ชาติปจฺจยตา ยุชฺชติ. ชรามรณปจฺจยภาเว หิ อวิชฺชาย เอกสงฺเขโป กาตพฺโพ สิยา. ชาติปจฺจยา ปน ชรามรณํ, โสกาทโย จ สมฺภวนฺตีติ ตตฺถ ชรามรณํ เอกนฺติกํ องฺคภาเวน คหิตํ. โสกาทโย ปน รูปภวาทีสุ อภาวโต อเนกนฺติกา เกวลํ ปากเฏน ผเลน อวิชฺชานิทสฺสนตฺถํ คหิตา. เตน อนาคเต ชาติยา สติ ตโต ปราย ปฏิสนฺธิยา เหตุเหตุภูตา อวิชฺชา ทสฺสิตาติ ภวจกฺกสฺส อวิจฺเฉโท ทสฺสิโต โหตีติ. สุตฺตญฺจ โสกาทีนํ อวิชฺชา การณนฺติ เอตสฺเสว อตฺถสฺส สาธกํ ทฏฺฐพฺพํ, น โสกาทีนํ พาลสฺส ชรามรณนิมิตฺตตามตฺตสฺส. ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ หิ วจเนน อวิชฺชา โสกาทีนํ การณนฺติ ทสฺสิตา, น จ ชรามรณนิมิตฺตเมว ทุกฺขํ ทุกฺขนฺติ.

อปโร นโย ชรามรณมฺปิ ปจฺจโย, อญฺญถา ทฺวาทสงฺคานิ น ปริปูเรนฺติ. กสฺส ปน โส ปจฺจโย? โสกาทีนํ. ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘ชรามรณปจฺจยา โสกาทโย สมฺภวนฺตี’’ติ อวตฺวา ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณํ, โสกาทโย จ สมฺภวนฺตี’’ติ วุตฺตนฺติ? ยสฺมา ตทญฺเญนปิ ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส เต สมฺภวนฺติ, ตสฺมา อปฺปหีนสํโยชนสฺสาปิ เตสํ ตปฺปจฺจยตา น เอกํสิกาติ ชาติปจฺจยตาว วุตฺตา. อถ วา ชรามรณคฺคหเณน อุปปตฺติภโว สงฺคหิโต. อุปาทินฺนกฺขนฺธปริปาโก หิ อายุโน สํหานิ, อินฺทฺริยานํ ปริปาโก จ ชรา, เตสญฺจ เภโท มรณนฺติ. สติ จ อุปปตฺติภเว ตตฺถ กตุปจิตํ, โปราณํ วา กมฺมํ กมฺมภโว, กมฺมาทิอุปฏฺฐาเน จุติอนนฺตรํ ปฏิสนฺธึ ชเนตีติ อุปปตฺติภโว ชาติยา ปจฺจโย, ตสฺมา ชรามรณมฺปิ ชาติยา ปจฺจยตาย ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ยสฺมา ปน ‘‘ภวปจฺจยา ชาตี’’ติ เอตฺเถว อุปปตฺติภวสฺส ชาติยา ปจฺจยตา สงฺคหิตา, ตสฺมา วุตฺตปริยายสงฺคหโต จ ‘‘ชรามรณปจฺจยา ชาตี’’ติ น วุตฺตํ. เอวํ ชรามรณสฺสาปิ ปจฺจยภาวสิทฺธิโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทตาติ ทฺวาทสงฺคตา ววตฺถิตาติ เวทิตพฺพา. เตนาห ‘‘ทฺวาทเสวา’’ติอาทิ. อยํ ตาวาติ ‘‘เทสนาเภทโต’’ติอาทินา วุตฺตํ อตฺถสํวณฺณนํ สนฺธายาห.

อวิชฺชาปจฺจยาสงฺขารปทกถาวณฺณนา

๕๙๑. อยํ ปนาติ อิทานิ วกฺขมานํ. ‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อวิชฺชา ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๐๓) สุตฺตนฺเตสุ จตุฏฺฐานิกา อวิชฺชา วุตฺตาติ ‘‘สุตฺตนฺตปริยาเยนา’’ติ วุตฺตํ. นิกฺเขปกณฺเฑ (ธ. ส. ๑๑๐๖) ปน สุตฺตนฺเตสุ จตูสุ ฐาเนสุ กถิตาย เอว อวิชฺชาย อฏฺฐสุ ฐาเนสุ กิจฺจชาติโต กถิตตฺตา ตทตฺถวณฺณนาวเสน วิภาวนํ กาตุํ ‘‘อภิธมฺมปริยาเยนา’’ติ อารภิตฺวา ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อหาเปตฺวา วิภชิตพฺพํ. วิภชนญฺหิ อภิธมฺมปริยาโย. ‘‘อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อญฺญาณ’’นฺติ อาเนตฺวา ตํ สมฺพนฺธิตพฺพํ. เสสฏฺฐาเนสูติ ทุกฺขสมุทเยสุ, ปุพฺพนฺตาทีสุ จ. อารมฺมณวเสนาติ อารมฺมณกรณวเสนาปิ. อิธาติ อิมสฺมึ ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทิเก ปาเฐ. สาติ อวิชฺชา. อุปฺปนฺนาติ อสมูหตุปฺปนฺนา, ปเคว ปจฺจุปฺปนฺนา. ‘‘ปฏิจฺฉาเทตฺวา’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ ปฏิจฺฉาทนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาถาวสรสลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทตี’’ติ วุตฺตํ. รสิตพฺโพ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ สภาโว รโส, อตฺตโน รโส สรโส, ยาถาโว ยถาภูโต สรโส ยาถาวสรโส, โย ‘‘ปีฬนฏฺโฐ’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๒.๘) วุตฺโต ทุกฺขสจฺจปฺปเภทา เอว จ ปุพฺพนฺตาทโย, โส เอว ลกฺขิตพฺพตฺตา ยาถาวสรสลกฺขณํ. ตํ ปฏิวิชฺฌิตุํ ปจฺจกฺขโต ชานิตุํ น เทติ.

ตทุภยนฺติ ปุพฺพนฺตญฺเจว อปรนฺตญฺจ อตีตํ, อนาคตญฺจ ขนฺธปญฺจกํ. ปุพฺพนฺตาปรนฺตภาควนฺตตาย วา ปจฺจุปฺปนฺนทฺธภูโต มชฺฌนฺโต ปุพฺพนฺตาปรนฺโต. อยํ อวิชฺชา อิเม สงฺขาราติ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺเมสุ ปจฺจกฺขโต ชานนาการทสฺสนํ. เอตฺถาติ เอเตสุ ทุกฺขาทีสุ. ยทิปิ อวิชฺชา ทุกฺขาทีสุ อารมฺมณกรณวเสนปิ ปวตฺตติ, ยถา ปน นิโรธมคฺเค อารมฺมณํ กาตุํ อสกฺโกนฺตี เต ชานิตุกามสฺส ตปฺปฏิจฺฉาทนวเสน, อนิโรธมคฺเคสุ นิโรธมคฺคคฺคหณการณภาเวน จ ปวตฺตมานา เต ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ, เอวํ ทุกฺขาทีสุปีติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ปฏิจฺฉาทนวเสเนว อิธาธิปฺเปตา’’ติ. ทุกฺขาทิวิสโย อนฺธตมกโร, โลภาทีนญฺจ อนฺธตมกรานํ ปจฺจยภูโต อทสฺสนากาโร อญฺญาณํ.

๕๙๒. ปุญฺญาทโยติ ปุญฺญาภิสงฺขาราทโย. ตตฺถ ปุนาติ อตฺตโน สนฺตานํ อปุญฺญผลโต, ทุกฺขสํกิเลสโต จ โสเธตีติ ปุญฺญํ. หิตสุขชฺฌาสเยน ปุญฺญํ กโรตีติ ตนฺนิปฺผาทเนน การกสฺส อชฺฌาสยํ ปูเรติ, ปุชฺชภวํ นิพฺพตฺเตตีติ วา ปุญฺญํ. อิติ ปูรโก, ปุชฺชนิพฺพตฺตโก จ นิรุตฺตินเยน ปุญฺญนฺติ เวทิตพฺโพ. ปุญฺญญฺจ โส อตฺตโน ผลสฺส อภิสงฺขรณฏฺเฐน อภิสงฺขาโร จาติ ปุญฺญาภิสงฺขาโร. ปุญฺญปฏิปกฺขโต อปุญฺญนฺติ วุตฺตวิปริยาเยน อปุญฺญาภิสงฺขาโร เวทิตพฺโพ. สมาธิปจฺจนีกานํ อติทูรตาย น อิญฺชติ, อนิญฺชญฺจ ภวํ อภิสงฺขโรตีติ อาเนญฺชาภิสงฺขาโร. กาเยน ปวตฺติโต, กายโต วา ปวตฺโต, กายสฺส วา สงฺขาโรติ กายสงฺขาโร. วจีจิตฺตสงฺขาเรสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ ปฐมตฺติโก ปริวีมํสนสุตฺตาทิวเสน คหิโต. ตตฺถ หิ ‘‘ปุญฺญํ เจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๕๑) อาคตํ. ทุติยตฺติโก วิภงฺคสุตฺตวเสน. ตตฺถ หิ ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, สงฺขารา. กตเม ตโย? กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๘) วุตฺตํ.

วิตฺถารโต ปนาติอาทิ ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ สรูปโต, ปเภทโต จ วิภาวนํ. ภาวนาวเสเนว ปวตฺตา, น ทานสีลวเสนาติ ตตฺถ ลพฺภมานํ ปุญฺญกิริยวตฺถุํ ทสฺเสติ. เอวญฺจ กตฺวา อรูปาวจรเจตนาปิ ‘‘ภาวนาวเสเนว ปวตฺตา’’ติ วุตฺตา. เย ปน ‘‘ภาวนาวเสเนวา’’ติ อวธารเณน อภิญฺญาเจตนํ นิวตฺเตตีติ วทนฺติ, ตทยุตฺตํ ตาสมฺปิ อวิชฺชาปจฺจยตาย วิย ปุญฺญาภิสงฺขารภาวสฺส จ อิจฺฉิตตฺตา. อญฺญถา อภิญฺญาจิตฺตุปฺปาทสฺส ปุญฺญกิริยวตฺถูสุ อสงฺคโห เอว สิยา, น จ ยุตฺตํ ‘‘กุสลญฺจ ปุญฺญกิริยวตฺถุญฺจ น โหตี’’ติ. ปาณาติปาตาทีติ อาทิ-สทฺเทน น ตทวสิฏฺฐอกุสลกมฺมปถานํเยว คหณํ, อถ โข อนวเสสอกุสลกมฺมสฺสาปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ.

อิตเรสุ ปนาติ กายสงฺขาราทีสุ. ปุญฺญาภิสงฺขาราทโย ปวตฺตมานา อิเมหิ ทฺวาเรหิ ปวตฺตนฺตีติ ทฺวารโต ปวตฺติทสฺสนตฺถํ. ‘‘สมวีสติ เจตนา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, ยทิ กายวจีวิญฺญตฺติโย สมุฏฺฐาเปนฺติโย กุสลากุสลเจตนา กายสงฺขาโร, วจีสงฺขาโรติ จ วุจฺจนฺติ, เอวํ สนฺเต อภิญฺญาเจตนายปิ กุสลาย ตถา ปวตฺตาย วจีสงฺขารภาโว วตฺตพฺโพติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘อภิญฺญาเจตนา’’ติอาทิ. เอตฺถาติ กายวจีสงฺขารคฺคหเณ, กายวจีสญฺเจตนาคฺคหเณ วา. น คหิตาติ อฏฺฐกถายํ น คหิตา ‘‘อภิญฺญาเจตนา วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย น โหตี’’ติ. กสฺมา ปน น โหติ, นนุ สาปิ กุสลา, วิปากธมฺมา จาติ? สจฺจเมตํ, อนุปจฺฉินฺนตณฺหาวิชฺชมาเน ปน สนฺตาเน สพฺยาปารปฺปวตฺติยา ตสฺสา กุสลตา, วิปากธมฺมตา จ วุตฺตา, น วิปากุปฺปาทเนน. สา ปน วิปากํ อุปฺปาเทนฺตี รูปาวจรเมว อุปฺปาเทยฺย. น หิ อญฺญภูมิกํ กมฺมํ อญฺญภูมิกํ วิปากํ อุปฺปาเทตีติ. อตฺตนา สทิสารมฺมณํ ติฏฺฐานิกเมว จ อุปฺปาเทยฺย จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ รูปาวจรวิปากสฺส กมฺมสทิสารมฺมณสฺเสว วุตฺตตฺตา. น จ รูปาวจรวิปาโก ปริตฺตาทิอารมฺมโณ อตฺถิ, อภิญฺญาเจตนา จ ปริตฺตาทิอารมฺมณาว โหติ. ตสฺมา วิปากํ น อุปฺปาเทตีติ วิญฺญายติ. กสิเณสุ จ อุปฺปาทิตสฺส จตุตฺถชฺฌานสมาธิสฺส อานิสํสภูตา อภิญฺญา. ยถาห ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๒๔๔-๒๔๕; ม. นิ. ๑.๓๘๔-๓๘๖, ๔๓๑-๔๓๓; ปารา. ๑๒). ตสฺมา สมาธิผลสทิสา สา, น จ ผลํ เทติ. ทานสีลานิสํสภูโต ตสฺมึ ภเว ปจฺจยลาโภ วิยาติ สาปิ วิปากํ น อุปฺปาเทตีติ.

‘‘ยถา จ อภิญฺญาเจตนา, เอวํ อุทฺธจฺจเจตนาปิ น โหตี’’ติ อิทํ อุทฺธจฺจสหคตธมฺเม วิสุํ อุทฺธริตฺวา ‘‘เตสํ วิปาเก ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๒๕) วุตฺตตฺตา วิจาเรตพฺพํ. สา ปน วิจารณา เหฏฺฐา ขนฺธนิทฺเทสวณฺณนายํ อกุสลกถายํ วิจาริตา เอวาติ ตตฺถ วิจาริตนเยเนว เวทิตพฺพา. อปิเจตฺถ ยเทเก วิภชฺช วทนฺติ, ทสฺสนภาวนานํ อภาเวปิ เยสํ ปุถุชฺชนานํ, เสกฺขานญฺจ ทสฺสนภาวนาหิ ภวิตพฺพํ, เตสํ ตทุปฺปตฺติกาเล เตหิ ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา อกุสลา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, ภาวนาย ปหาตพฺพาติ จ วุจฺจนฺติ. ปุถุชฺชนานํ ปน ภาวนาย อภาวา ภาวนาย ปหาตพฺพจินฺตา นตฺถิ. เตน เตสํ ปวตฺตมานา ทสฺสเนน ปหาตุํ อสกฺกุเณยฺยาปิ ภาวนาย ปหาตพฺพาติ น วุจฺจนฺติ. ยทิ วุจฺเจยฺยุํ, ทสฺสเนนปหาตพฺพา ภาวนายปหาตพฺพานํ เกสญฺจิ เกนจิ กทาจิ อารมฺมณอารมฺมณาธิปติอุปนิสฺสยปจฺจเยหิ ปจฺจโย ภเวยฺยุํ? น จ ปฏฺฐาเน ทสฺสเนนปหาตพฺพา ภาวนายปหาตพฺพานํ เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโยติ วุตฺตา. เสกฺขานํ ปน วิชฺชมานา ภาวนาย ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยาติ ภาวนาย ปหาตพฺพา. เตเนว เสกฺขานํ ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, จตฺตตฺตา วนฺตตฺตา มุตฺตตฺตา ปหีนตฺตา ปฏินิสฺสฏฺฐตฺตา อุกฺเขฏิตตฺตา สมุกฺเขฏิตตฺตา อสฺสาทิตพฺพา, อภินนฺทิตพฺพา จ น โหนฺติ. ปหีนตาย เอว โสมนสฺสเหตุภูตา, อวิกฺเขปเหตุภูตา จ น โทมนสฺสํ, อุทฺธจฺจญฺจ อุปฺปาเทนฺตีติ น เต เตสํ อารมฺมณอารมฺมณาธิปติภาวํ, ปกตูปนิสฺสยภาวญฺจ คจฺฉนฺติ. น หิ ปหีเน อุปนิสฺสาย อริโย ราคาทิกิเลเส อุปฺปาเทติ.

วุตฺตเญฺหตํ ‘‘โสตาปตฺติมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา, เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉติ…เป… อรหตฺตมคฺเคน…เป… ปจฺจาคจฺฉตี’’ติ (มหานิ. ๘๐; จูฬนิ. เมตฺตคูมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒๗). น จ ปุถุชฺชนานํ ทสฺสเนน ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา, อิตเรสํ น เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโย โหนฺตีติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘ทิฏฺฐึ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ, วิจิกิจฺฉา, อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ. วิจิกิจฺฉํ อารพฺภ วิจิกิจฺฉา, ทิฏฺฐิ, อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๗) ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉานํ อุทฺธจฺจารมฺมณปจฺจยภาวสฺส วุตฺตตฺตา. เอตฺถ หิ อุทฺธจฺจนฺติ อุทฺธจฺจสหคตจิตฺตุปฺปาทํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอวญฺจ กตฺวา อธิปติปจฺจยนิทฺเทเส ‘‘ทิฏฺฐึ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๕) เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. ตสฺมา ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺพานํ อตีตาทิภาเวน น วตฺตพฺพตฺเตปิ ยาทิสานํ ตาหิ อนุปฺปตฺติธมฺมตา อาปาเทตพฺพา, เตสุ ปุถุชฺชเนสุ วตฺตมานา ทสฺสนํ อเปกฺขิตฺวา เตน ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, เสกฺเขสุ วตฺตมานา ภาวนํ อเปกฺขิตฺวา ตาย ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา ภาวนาย ปหาตพฺพา.

เตสุ ภาวนาย ปหาตพฺพา สหายวิรหา วิปากํ น ชนยนฺตีติ ภาวนาย ปหาตพฺพเจตนาย นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโว น วุตฺโต, อเปกฺขิตพฺพทสฺสนภาวนารหิตานํ ปน ปุถุชฺชเนสุ อุปฺปชฺชมานานํ สกภณฺเฑ ฉนฺทราคาทีนํ, อุทฺธจฺจสหคตจิตฺตุปฺปาทสฺส จ สํโยชนตฺตยตเทกฏฺฐกิเลสานํ อนุปจฺฉินฺนตาย อปริกฺขีณสหายานํ วิปากุปฺปาทนํ น สกฺกา ปฏิเสธิตุนฺติ อุทฺธจฺจสหคตธมฺมานํ วิปาโก วิภงฺเค วุตฺโต. ยทิ เอวํ, อเปกฺขิตพฺพทสฺสนภาวนารหิตานํ อกุสลานํ เนวทสฺสเนน-นภาวนายปหาตพฺพตาย นวตฺตพฺพตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, อปฺปหาตพฺพานํ ‘‘เนวทสฺสเนน-นภาวนาย ปหาตพฺพา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกา ๙) วุตฺตตฺตา, อปฺปหาตพฺพวิรุทฺธสภาวตฺตา จ อกุสลานํ.

เอวมฺปิ เต อิมสฺมึ ติเก ‘‘นวตฺตพฺพา’’ติ วตฺตพฺพา อาปชฺชนฺตีติ? นาปชฺชนฺติ, จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ ทสฺสิตานํ ทฺวาทสอกุสลจิตฺตุปฺปาทานํ ทฺวีหิ ปเทหิ สงฺคหิตตฺตา. ยถา หิ ธมฺมวเสน สพฺเพ สงฺขตธมฺมา สงฺคหิตาติ อุปฺปนฺนตฺติเก กาลวเสน อสงฺคหิตาปิ อตีตา ‘‘นวตฺตพฺพา’’ติ น วุตฺตา จิตฺตุปฺปาทรูปภาเวน คหิเตสุ นวตฺตพฺพสฺส อภาวา, เอวมิธาปิ จิตฺตุปฺปาทภาเวน คหิเตสุ นวตฺตพฺพสฺส อสงฺคหิตสฺส อภาวา นวตฺตพฺพตา นวุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ยตฺถ หิ จิตฺตุปฺปาโท โกจิ นิโยคโต นวตฺตพฺโพ อตฺถิ, ตตฺถ เตสํ จตุตฺโถ โกฏฺฐาโส อตฺถีติ ยถาวุตฺตปเทสุ วิย ตตฺถาปิ ภินฺทิตฺวา ภชาเปตพฺพจิตฺตุปฺปาเท ภินฺทิตฺวา ภชาเปติ ‘‘สิยา นวตฺตพฺพา ปริตฺตารมฺมณา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๔๒๒). ตทภาวา อุปฺปนฺนตฺติเก, อิธ จ ตถา น วุตฺตา.

อถ วา ยถา สปฺปฏิเฆหิ สมานสภาวตฺตา รูปธาตุยํ ตโย มหาภูตา สปฺปฏิฆาติ วุตฺตา. ยถาห ‘‘อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา, เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูต’’นฺติ, เอวํ ปุถุชฺชนานํ ปวตฺตมานา ภาวนาย ปหาตพฺพสมานสภาวา ภาวนาย ปหาตพฺพาติ วุจฺเจยฺยุนฺติ? นตฺถิ นวตฺตพฺพตาปสงฺโค. เอวญฺจ สติ ปุถุชฺชนานํ ปวตฺตมานาปิ ภาวนาย ปหาตพฺพา สกภณฺเฑ ฉนฺทราคาทโย ปรภณฺเฑ ฉนฺทราคาทีนํ อุปนิสฺสยปจฺจโย, ราโค จ ราคทิฏฺฐีนํ อธิปติปจฺจโยติ อยมตฺโถ ลทฺโธ โหติ. ยถา ปน อโผฏฺฐพฺพตฺตา รูปธาตุยํ ตโย มหาภูตา น ปรมตฺถโต สปฺปฏิฆา, เอวํ อเปกฺขิตพฺพภาวนารหิตา ปุถุชฺชเนสุ วตฺตมานา สกภณฺเฑ ฉนฺทราคาทโย น ปรมตฺถโต ภาวนาย ปหาตพฺพาติ ภาวนาย ปหาตพฺพานํ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยตา น วุตฺตา. น จ ทสฺสเนนปหาตพฺพา ภาวนายปหาตพฺพานํ เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโยติ วุตฺตา. เย หิ ทสฺสเนน ปหาตพฺพปจฺจยา กิเลสา, น เต ทสฺสนโต อุทฺธํ ปวตฺตนฺติ. ทสฺสเนน ปหาตพฺพปจฺจยสฺสปิ ปน อุทฺธจฺจสหคตสฺส สหายเวกลฺลมตฺตเมว ทสฺสเนน กตํ, น ตสฺส โกจิ ภาโว ทสฺสเนน อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาทิโตติ ตสฺส เอกนฺตภาวนายปหาตพฺพตา วุตฺตา. ตสฺมา ตสฺส ตาทิสสฺเสว สติ สหาเย วิปากุปฺปาทนวจนํ, อสติ จ วิปากานุปฺปาทนวจนํ น วิรุชฺฌตีติ.

ตยิทํ สพฺพํ เตสํ อาจริยานํ อโหปุริสิกามตฺตนฺติ อปเร. กสฺมา? อุทฺธจฺจสหคตสฺส เอกนฺเตน ภาวนาย ปหาตพฺพตฺตา. เอวญฺหิ วุตฺตํ ภควตา ‘‘กตเม ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพา? อุทฺธจฺจสหคโต จิตฺตุปฺปาโท’’ติ (ธ. ส. ๑๔๐๖). ยทิ หิ ตํ อิจฺฉิตํ สิยา, ยถา อตีตารมฺมณตฺติเก ‘‘นิโยคา อนาคตารมฺมณา นตฺถี’’ติ (ธ. ส. ๑๔๓๓) วตฺวา วิภชฺช วุตฺตํ, เอวมิธาปิ ‘‘นิโยคา ภาวนาย ปหาตพฺพา นตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘อุทฺธจฺจสหคโต สิยา ภาวนาย ปหาตพฺโพ, สิยา น วตฺตพฺโพ’’ติ วเทยฺย. ยา จ ตํ สมตฺเถนฺเตน ‘‘ยทิ วุจฺเจยฺยุ’’นฺติอาทินา ยุตฺติ วุตฺตา, สาปิ อยุตฺติ. กสฺมา? ยสฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพารมฺมณานํ ราคทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาอุทฺธจฺจานํ ทสฺสเนน ปหาตพฺพภาโว เอว อิจฺฉิโตติ. ยํ ปน อุทฺธจฺจคฺคหเณน ปาฬิยํ อุทฺธจฺจสหคโต จิตฺตุปฺปาโท วุตฺโตติ วตฺวา ตํ สาเธตุํ อธิปติปจฺจยนิทฺเทเส อุทฺธจฺจสฺส อนุทฺธรณํ นิพนฺธนํ วุตฺตํ, ตมฺปิ อนิพนฺธนํ ปฏฺฐาเน สาวเสสปาฐทสฺสนโต. ตถา หิ ‘‘อตีโต ธมฺโม ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส, อนาคโต ธมฺโม ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๘.๒) เอเตสํ วิภงฺเค เจโตปริยญาณคฺคหณํ กตฺวา ‘‘ปจฺจุปฺปนฺโน ธมฺโม ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺสา’’ติ เอตสฺส วิภงฺเค ลพฺภมานมฺปิ น อุทฺธฏํ.

ภาวนาย ปหาตพฺพสฺส วิปากทานํ ปติ ทสฺสเนน ปหาตพฺพสฺส สหายภาวูปคมนํ วิจาเรตพฺพํ. กึ อวิชฺชาทิ วิย ทานสีลาทีนํ อุปฺปตฺติยาเยว วิปากทานสามตฺถิยา ฐานวเสน ทสฺสเนนปหาตพฺพํ ภาวนายปหาตพฺพสฺส สหายภาวํ อุปคจฺฉติ, อุทาหุ กิเลสา วิย กมฺมสฺส ปฏิสนฺธิทานํ ปตีติ? กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว ปุริโม ปกฺโข ปหีนทสฺสนปฺปหาตพฺพตฺตา เสกฺขสนฺตาเน ปวตฺติโน ภาวนาปหาตพฺพสฺส กิริยภาโว อาปชฺชติ ปหีนาวิชฺชาตณฺหามาเน สนฺตาเน ปวตฺตทานาทิ วิย. อถ ทุติโย, ตสฺสาปิ ทสฺสเนนปหาตพฺพตา อาปชฺชติ อปายคมนียสภาวานติวตฺตนโต, ตสฺมา เหฏฺฐา วิจาริตนเยเนว อุทฺธจฺจสหคตสฺส วิปากทานํ ปติ ปาฬิยา, อฏฺฐกถาย จ อวิรุชฺฌนวเสเนตฺถ อตฺถวินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.

สาปีติ อุทฺธจฺจเจตนาปิ. วิญฺญาณสฺส ปจฺจยภาเวติ สมฺปุณฺณสฺส วิปากวิญฺญาณสฺส ปจฺจยภาเว. ยทิ อปเนตพฺพา, กสฺมา ‘‘สมวีสติ เจตนา’’ติ วุตฺตนฺติ ตสฺส การณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา ปน สพฺพาเปตา โหนฺตี’’ติ. อภิญฺญาเจตนายปิ ปจฺจยภาวํ ทสฺเสติ. ยทิ เอวํ อภิญฺญาเจตนาย สห เอกวีสตีติ วตฺตพฺพํ, น, ตถา อวจนสฺส วุตฺตการณตฺตา. ตํ ปน อิตราวจนสฺสาปิ การณนฺติ สมานรูปาย เอกิสฺสา อวจเน ยํ การณํ อเปกฺขิตฺวา เอกา น วุตฺตา, เตน การเณน วุตฺตายปิ อวตฺตพฺพตํ ทสฺเสติ. อยํ ติโกติ กายสงฺขารตฺติโก. ปุริมตฺติกนฺติ ปุญฺญาภิสงฺขารตฺติกํ. ปวิสตีติ กถํ ปวิสติ. ปุญฺญาภิสงฺขาโร หิ อฏฺฐกามาวจรเจตนาปเภโท กายทุจฺจริตโต วิรมนฺตสฺส สิยา กายสงฺขาโร, วจีทุจฺจริตโต วิรมนฺตสฺส สิยา วจีสงฺขาโร, มโนทฺวาเร ปน อุปฺปนฺนา เตรสปิ เจตนา ปุญฺญาภิสงฺขาโร จ โหติ จิตฺตสงฺขาโร จ. อปุญฺญาภิสงฺขาโรปิ กายทุจฺจริตวเสน ปวตฺติยํ สิยา กายสงฺขาโร, วจีทุจฺจริตวเสน ปวตฺติยํ สิยา วจีสงฺขาโร, เทฺว ทฺวารานิ มุญฺจิตฺวา มโนทฺวาเร ปวตฺติยํ สิยา จิตฺตสงฺขาโร, อาเนญฺชาภิสงฺขาโร จาติ เอวํ ทุติยตฺติโก ปุริมตฺติกเมว ปวิสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺถโต ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํเยว วเสน อวิชฺชาย ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพ’’ติ.

๕๙๓. อวิชฺชาภาเว ภาวโตติ อวิชฺชาย อตฺถิภาเว สงฺขารานํ ภาวโต. น หิ อวิชฺชาย อสติ กทาจิ สงฺขารา สมฺภวนฺติ. อิทานิ ตํ อวิชฺชาย ภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อญฺญาณํ อปฺปหีนํ โหตี’’ติ อาห. เตน มคฺเคน อนิโรโธ อิธ อวิชฺชาย อตฺถิภาโว, น ธรมานตา เอวาติ ทสฺเสติ. สฺวายมตฺโถ เหฏฺฐา วิภาวิโตเยว. ‘‘อวิชฺชาสงฺขาต’’นฺติ จ อิมินา ญาณาภาวาทึ นิวตฺเตติ. อยญฺหิ อ-กาโร ‘‘อเหตุกา ธมฺมา (ธ. ส. ทุกมาติกา ๒) อภิกฺขุโก อาวาโส’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๗๖) ตํโยคนิวตฺติยํ ทิสฺสติ. อภาโว เหตฺถ ทีปิโต. ‘‘อปฺปจฺจยา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๗) ตํสมฺพนฺธิตานิวตฺติยํ. ปจฺจยุปฺปนฺนญฺหิ ปจฺจยสมฺพนฺธีติ อปฺปจฺจยุปฺปนฺนตฺตาติ ตํสมฺพนฺธิตา เอตฺถ โชตียติ. ‘‘อนิทสฺสนา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๙) ตํสภาวนิวตฺติยํ. นิทสฺสนญฺหิ ทฏฺฐพฺพตา. อถ จกฺขุวิญฺญาณํ นิทสฺสนํ น ปสฺสตีติ ตคฺคเหตพฺพตานิวตฺติยํ. ตถา ‘‘อนาสวา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑๕). ‘‘อปฺปฏิฆา ธมฺมา (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑๐), อนารมฺมณา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๕๕) ตํกิจฺจนิวตฺติยํ. ‘‘อรูปิโน ธมฺมา (ธ. ส. ติกมาติกา ๑๑), อเจตสิกา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๕๗) ตพฺภาวนิวตฺติยํ. ตทญฺญถา หิ เอตฺถ ปกาสียติ. ‘‘อมนุสฺโส’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๒๑) ตพฺภาวมตฺตนิวตฺติยํ. มนุสฺสตฺตมตฺตํ นตฺถิ, อญฺญํ สมานนฺติ สทิสตา เหตฺถ สูจียติ. ‘‘อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ (อ. นิ. ๓.๑๓, ๒๗; ปุ. ป. ๙๑, ๑๒๔), อปุตฺโต’’ติ ตถา สมฺภาวนียคุณนิวตฺติยํ. ครหา หิ เอตฺถ ญายติ. ‘‘กจฺจิ โภโต อนามยํ (ชา. ๑.๑๕.๑๔๖; ๒.๒๐.๑๒๙), อนุทรา กญฺญา’’ติ ตทนปฺปภาวนิวตฺติยํ. ‘‘อนุปฺปนฺนา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกา ๑๗) ตํสทิสภาวนิวตฺติยํ. อตีตานญฺหิ อุปฺปนฺนปุพฺพตฺตา, อุปฺปาทิธมฺมานญฺจ ปจฺจเยกเทสนิพฺพตฺติยา อารทฺธุปฺปาทภาวา, กาลวินิมุตฺตสฺส จ วิชฺชมานตฺตา อุปฺปนฺนานุกูลตา, ปเคว ปจฺจุปฺปนฺนานนฺติ ตพฺพิธุรภาโว เอตฺถ วิญฺญายติ. ‘‘อเสกฺขา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกา ๑๑) ตทปริโยสานนิวตฺติยํ. ตนฺนิฏฺฐานเญฺหตฺถ ปกาสียติ. อิเมสํ ปน อตฺถานํ อสมฺภวโต ปาริเสเสน ยถา กุสลปฏิปกฺขา ธมฺมา อกุสลา, เอวํ วิชฺชาปฏิปกฺขา อวิชฺชาติ กตฺวา ญาณปฏิปกฺโข ธมฺโม อญฺญาณนฺติ เวทิตพฺพํ.

สุขสญฺญาย คเหตฺวา ทุกฺขทุกฺขวิปริณามทุกฺขสงฺขารทุกฺขตาหิ วิญฺญูหิ ทุกฺขนฺเตฺวว คเหตพฺพํ สํสารทุกฺขํ สุขนฺติ สญฺญาย อภินิวิสิตฺวา, เอเตน ตตฺถ ตณฺหาปวตฺตึ ทสฺเสติ. อารภตีติ นิพฺพตฺเตติ. ตณฺหาปริกฺขาเรติ ตณฺหาย ‘‘สุขํ สุภ’’นฺติอาทินา สงฺขเต ปริกฺขเต, อลงฺกเตติ อตฺโถ. ตณฺหา หิ ทุกฺขสฺส สมุทโยติ อชานนฺโต พาโล ‘‘อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ขตฺติยมหาสาลานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺย’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๔๒) ปริตสฺสนฺโต กายสงฺขาเร ปริกฺขโรติ. ตณฺหาปริกฺขาเรติ วา ตณฺหาย ปริวารภูเต. ตณฺหาวตฺถุํ หิ จกฺขาทึ, รูปาทิญฺจ อภิสงฺขริตฺวา ตํสมงฺคีนํ เทนฺตา สงฺขรา ตณฺหาย อุปเนนฺตา ตสฺสา ปริวารา วิย โหนฺตีติ. คติวิเสเส พฺรหฺมโลกาทิเก. อเนกสตปสุพทฺธภึสโน วาชเปยฺยาทิโก ยญฺโญ. อมรณตฺถาติ คหิตา ทุกฺกรกิริยา อมรตโป. อมโร วา เทโว วา ภเวยฺยํ, เทวญฺญตโร วาติ ปวตฺติตา วตจริยา อมรตโป. ทุกฺขตฺตา วา มโร มารโก ตโป อมรตโป. ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐสทฺโท วิย มเร อมรสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ.

ชาติอาทิปปาตทุกฺขชนนโต มรุปฺปปาตสทิสตา ปุญฺญาภิสงฺขารสฺส วุตฺตา. ‘‘มหาปริฬาหชนิก’’นฺติ อิมินา อนุทหนฏฺเฐน ติณุกฺกาสทิสตํ ปุญฺญผลสฺส ทสฺเสติ. อปฺปสฺสาทตญฺจาติ จ-สทฺเทน อธิกุฏฺฏนวินิวิชฺฌนองฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนาทึ สงฺคณฺหาติ. ตปฺปจฺจยนฺติ ตสฺส วิปริณามทุกฺขสภาวสฺส สุคติผลสฺส ปจฺจยภูตํ. รมณียภาเวน จ อสฺสาทภาเวน จ คยฺหมานํ ปุญฺญผลํ ทีปสิขามธุลิตฺตสตฺถธาราสทิสํ. ตทตฺโถ จ ปุญฺญาภิสงฺขาโร ตํนิปาตเลหนสทิโส วุตฺโต. ‘‘สุโข อิมิสฺสา ปริพฺพาชิกาย ตรุณาย มุทุกาย โลมสาย พาหาย สมฺผสฺโส’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๖๙) สุขสญฺญาย อสุภภาวสฺส อสลฺลกฺขเณเนว เอกจฺจกามปริโภโคติ พาโล วิย คูถกีฬนํ, กิเลสาภิภูตตาย โกธารติอภิภูโต อสวโส มริตุกาโม วิย วิสขาทนํ สมฺปติ กิริยาขเณ, อายตึ ผลกฺขเณ จ ชิคุจฺฉนียํ, ทุกฺขญฺจ อปุญฺญาภิสงฺขารํ อารภติ. โลภสหคตสฺส วา คูถกีฬนสทิสตา, โทสสหคตสฺส วิสขาทนสทิสตา โยเชตพฺพา. สภยสฺสาปิ ปิสาจนครสฺส กามคุณสมิทฺธิยา สุขวิปลฺลาสเหตุภาโว วิย อารุปฺปวิปากานํ นิรนฺตรตาย, อนุปลกฺขิยมานอุปฺปาทวยานํ ทีฆสนฺตานตาย อคยฺหมานวิปริณามานํ สงฺขารวิปริณามทุกฺขภูตานมฺปิ นิจฺจาทิวิปลฺลาสเหตุภาโวติ, เตสํ ปิสาจนครสทิสตา, ตทภิมุขคมนสทิสตา จ อาเนญฺชาภิสงฺขารสฺส โยเชตพฺพา.

อวิชฺชาภาวโตว สงฺขารภาโว, น อภาวโตติ สงฺขารานํ อวิชฺชาปจฺจยภาเว สงฺเขเปน อนฺวยโต, พฺยติเรกโต จ วุตฺตมตฺถํ สุตฺเตน สมตฺเถตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทินา สุตฺตปทํ อาภตํ. ตตฺถ อวิทฺวาติ อวิทฺทสุ. อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชาย สมนฺนาคโต, อปฺปหีนาวิชฺโชติ อธิปฺปาโย.

ปฏฺฐานปจฺจยกถาวณฺณนา

๕๙๔. ตาวาติ วตฺตพฺพนฺตราเปกฺโข นิปาโต, เตน ‘‘อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโย’’ติ อิทํ ตาว สิทฺธํ, อิทํ ปน อปรํ วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘อิทํ ปน วตฺตพฺพ’’นฺติ ยมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ปจฺจยธมฺมา นาม เยสํ ปจฺจยา โหนฺติ, ยถา วา ปจฺจยา โหนฺติ, ตทุภเยสํ พหุภาวโต อเนกธาว ปจฺจยา โหนฺตีติ อวิชฺชายปิ ตํ อาสงฺกนฺโต ปุจฺฉิ ‘‘กตเมสํ สงฺขารานํ กถํ ปจฺจโย โหตี’’ติ, ปุญฺญาภิสงฺขาราทโย พหู สงฺขารา วุตฺตา. อวิชฺชา จ เตสํ ปจฺจโย โหติ, น สพฺเพสํ เอกธาว โหติ, ตสฺมา อิเมสํ สงฺขารานํ เอวํ ปจฺจโย โหตีติ อิทํ วตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ. ตตฺราติ ตสฺมึ ปจฺจยภาเว. ยทิปิ ‘‘กตเมสํ สงฺขาราน’’นฺติอาทินา อสาธารณโต ปุจฺฉา อารทฺธา, เอกเทเสน ปน สมุทาโยปลกฺขณเมตนฺติ ทฺวาทสนฺนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานํ ยถาสกํ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปจฺจยภาโว วตฺตพฺโพติ ตํ ทสฺเสตุํ, อวิชฺชาย วา ปจฺจยภาเว ปุจฺฉิเต ตปฺปสงฺเคน สพฺเพสมฺปิ ปจฺจยธมฺมานํ ปจฺจยภาวํ วิสชฺเชตุกาโม ปจฺจเย ตาว ปาฬินเยเนว ทสฺเสตุํ ‘‘ภควตา หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ จ ภควตา จตุวีสติ ปจฺจยา วุตฺตาติ สมฺพนฺโธ. เตสํ วเสน อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพติ อธิปฺปาโย.

‘‘เหตุ จ โส ปจฺจโย จา’’ติ อิมินา วจเนน เหตุโน, อธิปติปจฺจยาทิภูตสฺส จ คหณํ สิยาติ ตํ นิวาเรนฺโต อาห ‘‘เหตุ หุตฺวา ปจฺจโย’’ติ. เอวมฺปิ โส เอว โทโส อาปชฺชตีติ ปุน อาห ‘‘เหตุภาเวน ปจฺจโยติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. เตน น อิธ เหตุสทฺเทน ธมฺมคฺคหณํ กตํ, อถ โข ธมฺมสฺส สตฺติวิเสโส คหิโตติ ทสฺเสติ. ตสฺส หิ ปจฺจยสทฺทสฺส จ สมานาธิกรณตํ สนฺธาย ‘‘เหตุ จ โส ปจฺจโย จ, เหตุ หุตฺวา ปจฺจโย’’ติ จ วุตฺตํ. เอวญฺจ กตฺวา ปรโต ปาฬิยํ ‘‘เหตู เหตุ…เป… เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทินา (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑) เตน เตน เหตุภาวาทิอุปกาเรน ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส อุปการกตฺตํ วุตฺตํ. อภิธมฺมฏฺฐกถายํ ปน ‘‘โย หิ ธมฺโม ยํ ธมฺมํ อปฺปจฺจกฺขาย ติฏฺฐติ วา อุปฺปชฺชติ วา, โส ตสฺส ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ปจฺจยุทฺเทสวณฺณนา), ‘‘มูลฏฺเฐน อุปการโก ธมฺโม เหตุปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ปจฺจยุทฺเทสวณฺณนา) จ เอวมาทินา ธมฺมปฏฺฐานนิทฺเทเสน ธมฺมโต อญฺญา ธมฺมสตฺติ นาม นตฺถีติ ธมฺเมเหว ธมฺมสตฺติวิภาวนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อิธาปิ วา ‘‘เหตุ จ โส ปจฺจโย จา’’ติ ธมฺเมเนว ธมฺมสตฺตึ ทสฺเสติ. น หิ ‘‘เหตุปจฺจโย’’ติอาทิโก อุทฺเทโส กุสลาทิอุทฺเทโส วิย ธมฺมปฺปธาโน, อถ โข ธมฺมานํ อุปการกภาวปฺปธาโนติ.

‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา ตพฺภาเวน ปจฺจยภาวํ อารมฺมณาทีสุ อติทิสติ ‘‘อารมฺมณญฺจ ตํ ปจฺจโย จาติ อารมฺมณปจฺจโย, อารมฺมณํ หุตฺวา ปจฺจโย, อารมฺมณภาเวน ปจฺจโยติ อตฺโถ’’ติ, น กมฺมธารยมตฺตํ.

๕๙๕. วจนาวยโวติ สาธนาวยวํ สนฺธายาห. วจนสภาวญฺหิ สาธนํ ปเรสํ อวิทิตตฺถญาปนโต โลเก สาธนนฺติ ปากฏํ ปญฺญาตํ. ตถา หิ นํ อวยวลกฺขณํ, วจนสภาวญฺจ สาธนํ, อวยวปกฺขาทีนิ วจนานิ สาธนนฺติ จ ญายวาทิโน วทนฺติ. ปฏิญฺญา, เหตูติอาทีสูติ ปฏิญฺญา, เหตุ, อุทาหรณ, อุปนย, นิคมนานิ. อุทาหรณสาธมฺมิยา สาธฺยสาธนํ เหตุ. วิรูโป เหตูติ จ เอวมาทีสุ การณํ ยํ กิญฺจิ การณลกฺขณํ, สมฺปาปกลกฺขณมฺปิ วา. อาทิ-สทฺเทน ตสฺสาปิ สงฺคเหตพฺพตาย, ญาปกลกฺขณํ ปน วจนาวยวคฺคหเณน คหิตํ. กามํ มูลมฺปิ การณลกฺขณํ การณเมว, การณนฺติ ปเนตฺถ ปจฺจยเหตุ คหิโต. มูลนฺติ เหตุเหตูติ การณวิเสสวิสยตฺตา มูลสฺส วิสุํ คหณํ. เอตีติ เอตสฺส อตฺถวจนํ วตฺตตีติ, ตญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีนํ สาธารณวจนํ. เตเนวาห ‘‘ติฏฺฐติ วา อุปฺปชฺชติ วา’’ติ. เอกจฺโจ หิ ปจฺจโย ฐิติยา เอว อุปการโก โหติ ยถา ปจฺฉาชาตปจฺจโย, เอกจฺโจ อุปฺปตฺติยา เอว ยถา อนนฺตราทิโก, เอกจฺโจ อุภยสฺส ยถา เหตุอาทโย.

อุปการกลกฺขโณติ จ ธมฺเมน ธมฺมสตฺตึ อุปการํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. หิโนติ ปติฏฺฐาติ เอตฺถาติ เหตุ, อเนกตฺถตฺตา ธาตุสทฺทานํ หิ-สทฺโท มูลสทฺโท วิย ปติฏฺฐตฺโถ เวทิตพฺโพ. หิโนติ วา เอเตน กมฺมนิทานภูเตน อุทฺธํ โอชํ อติหรนฺเตน มูเลน วิย ปาทโป ตปฺปจฺจยํ ผลํ คจฺฉติ ปวตฺตติ วุทฺธึ วิรุฬฺหึ อาปชฺชตีติ เหตุ. อตฺตโน ผลํ กโรตีติ การณํ. นิททาติ ทสฺเสนฺตํ วิย โหตีติ นิทานํ. สมฺภวติ ตํ เอตสฺมาติ สมฺภโว. ปภวติ เอตสฺมาติ ปภโวติ ปจฺจยเหตุสทฺเทหิ อิตเรสมฺปิ สมานตฺถตา เวทิตพฺพา. เอวํ สนฺเตปิ การณวิเสสวิสโย เหตุสทฺโท, การณสามญฺญวิสโย ปจฺจยสทฺโทติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มูลฏฺเฐนา’’ติอาทิมาห. เหตุอตฺโถ, ปจฺจยฏฺโฐ จ เหฏฺฐา ปปญฺจวเสน วุตฺโตติ ตํ สงฺขิปฺปํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สงฺเขปโต…เป… เหตุปจฺจโย’’ติ.

ยถา สาลิวีหิพีชาทีนิ ตํตํโอสธีนํ สาลิวีหิอาทิภาวสฺส สาธกานิ, มณิอาทิปฺปภาวตฺถูนิ จ นีลาทิวณฺณานิ นีลาทิปฺปภาสาธกานิ, เอวํ เหตุปจฺจโย ยถารหํ อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ กุสลาทิภาวสฺส สาธโกติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘โส สาลิอาทีน’’นฺติอาทินา. อาจริยานนฺติ จ เรวตาจริยํ สนฺธายาห. เอวํ สนฺเตติ เหตุปจฺจโย ยทิ กุสลาทิภาวสาธโก, เอวํ สติ. น สมฺปชฺชติ น สิชฺฌติ. ยถา กุสลากุสลเหตุ ตํสมุฏฺฐานรูปสฺส กุสลากุสลภาวาย น ปริยตฺโต, เอวํ อพฺยากโตปิ เหตุ ตํสมุฏฺฐานรูปสฺส อพฺยากตภาวาย. สภาเวเนว หิ ตํ อพฺยากตนฺติ อาห ‘‘น หิ โส เตสํ กุสลาทิภาวํ สาเธตี’’ติ. เหตุปจฺจโย จ เตสํ โหติเยวาติ อาห ‘‘น จ ปจฺจโย น โหตี’’ติ. อิทานิ ตมตฺถํ ปาฬิยา สมตฺเถตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. วินา เอเตนาติ เอเตน เหตุนา อพฺยากตภาวสาธเกน วินา อเหตุกตฺตา, อพฺยากตภาโว สิทฺโธ สภาเวเนวาติ อธิปฺปาโย.

‘‘โยนิโส, ภิกฺขเว, มนสิ กโรโต อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑.๖๗) วจเนหิ กุสลภาวสฺส โยนิโสมนสิการปฺปฏิพทฺธตา สิทฺธาติ อาห ‘‘โยนิโสมนสิการปฺปฏิพทฺโธ กุสลภาโว’’ติ. เอเตเนว อกุสลอพฺยากตภาวาปิ กุสลภาโว วิย น เหตุปฏิพทฺธาติ ทสฺสิตํ โหติ. ยํ ปเนเก มญฺเญยฺยุํ ‘‘อเหตุกเหตุสฺส อกุสลภาโว วิย สเหตุกเหตูนมฺปิ สภาวโตว กุสลาทิภาโว, อญฺเญสํ ตํสมฺปยุตฺตานํ เหตุปฏิพทฺโธ’’ติ, ตสฺส อุตฺตรํ วตฺตุํ ‘‘ยทิ จา’’ติอาทิมาห. อโลโภ กุสโล วา สิยา อพฺยากโต วาติ ยทิ อโลโภ สภาวโต กุสโล, โส กุสลสภาวตฺตา อพฺยากโต น สิยา. อถ อพฺยากโต ตํสภาวตฺตา กุสโล น สิยา อโลภสภาวสฺส อโทสตฺตาภาโว วิย. ยสฺมา ปน อุภยถาปิ โหติ, ตสฺมา ยถา อุภยถา โหนฺเตสุ สทฺธาทีสุ สมฺปยุตฺเตสุ เหตุปฏิพทฺธํ กุสลาทิภาวํ ปริเยเสถ, น สภาวโต, เอวํ เหตูสุปิ กุสลาทิตา อญฺญปฏิพทฺธา ปริเยสิตพฺพา, น สภาวโตติ ยํ วุตฺตํ ‘‘สมฺปยุตฺตเหตูสุ สภาวโตว กุสลาทิภาโว’’ติ, ตํ น ยุชฺชติ. สา ปน ปริเยสิยมานา โยนิโสมนสิการาทิปฏิพทฺธา โหตีติ เหตูสุ วิย สมฺปยุตฺเตสุปิ โยนิโสมนสิการาทิปฏิพทฺโธ กุสลาทิภาโว, น เหตุปฏิพทฺโธติ สิทฺธํ โหตีติ อธิปฺปาโย.

วิรุฬฺหมูลา วิยาติ เอเตน มูลานิ วิย มูลานีติ ทสฺเสติ. เตเนวาห ‘‘สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธเนนา’’ติ. สฺวายํ ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส, กุสโล ธมฺโม อพฺยากตสฺส, กุสโล ธมฺโม กุสลาพฺยากตสฺส, อกุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส, อกุสโล ธมฺโม อพฺยากตสฺส, อกุสโล ธมฺโม อกุสลาพฺยากตสฺส, อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺสา’’ติ เอวํ สตฺตธา ปญฺหาวาเร นิทฺทิฏฺโฐ. ยํ ปน วุตฺตํ เหตุกิจฺจํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ, ตํสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑), ตตฺถ ปฐโม เหตุสทฺโท ปจฺจตฺตนิทฺทิฏฺโฐ ปจฺจยธมฺมนิทฺเทโส, เตนสฺส เหตุภาเวน อุปการกตา เหตุปจฺจยตาติ ทสฺเสติ. ทุติโย ปจฺจยุปฺปนฺนวิเสสนํ, เตน น เยสํ เกสญฺจิ สมฺปยุตฺตกานํ เหตู เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย, อถ โข เหตุนา สมฺปยุตฺตานเมวาติ ทสฺเสติ. นนุ จ สมฺปยุตฺตสทฺทสฺส สาเปกฺขตฺตา ทุติเย เหตุสทฺเท อวิชฺชมาเนปิ อญฺญสฺส อเปกฺขิตพฺพสฺส อนิทฺทิฏฺฐตฺตา เหตู อตฺตนาว สมฺปยุตฺตกานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ อยมตฺโถ วิญฺญายตีติ? นายเมกนฺโต. เหตุสทฺโท หิ ปจฺจตฺตนิทฺทิฏฺโฐ ‘‘เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตฺเถว พฺยาวโฏ ยทา คยฺหติ, น ตทา สมฺปยุตฺตวิเสสนํ โหตีติ สมฺปยุตฺตอวิสิฏฺฐา เย เกจิ คหิตา ภเวยฺยุนฺติ. นนุ จ ยถา ‘‘อรูปิโน อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ, อรูปิโน อินฺทฺริยา สมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมาน’’นฺติ จ วุตฺเต ทุติเยน อาหารคฺคหเณน, อินฺทฺริยคฺคหเณน จ วินาปิ อาหารินฺทฺริยสมฺปยุตฺตกาว คยฺหนฺติ, เอวมิธาปิ สิยาติ? น, อาหารินฺทฺริยาสมฺปยุตฺตสฺส วชฺเชตพฺพสฺส อภาวโต. วชฺเชตพฺพาภาวโต หิ ตตฺถ ทุติเย อาหารินฺทฺริยคฺคหเณ อสติปิ ตํสมฺปยุตฺตกาว คยฺหนฺตีติ ตํ น กตํ, อิธ ปน วชฺเชตพฺพํ อตฺถีติ กตฺตพฺพํ ทุติยํ เหตุคฺคหณํ. เอวมฺปิ ‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ เอตฺถ เหตุสมฺปยุตฺตกานํ โส เอว สมฺปยุตฺตกเหตูติ วิเสสนสฺส อกตตฺตา โย โกจิ เหตุ ยสฺส กสฺสจิ เหตุสมฺปยุตฺตสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, ปจฺจตฺตนิทฺทิฏฺฐสฺเสว เหตุโน ปุน สมฺปยุตฺตวิเสสนภาเวน วุตฺตตฺตา. เอตทตฺถเมว หิ วินาปิ ทุติเยน เหตุสทฺเทน เหตุสมฺปยุตฺตภาเว สิทฺเธปิ ตสฺส คหณํ กตํ.

อถ วา อสติ ทุติเย เหตุสทฺเท เหตุสมฺปยุตฺตกานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย, น ปน เหตูนนฺติ เอวมฺปิ คหณํ สิยาติ ตนฺนิวารณตฺถํ โส วุตฺโต. เตน เหตุสมฺปยุตฺตภาวํ เย ลภนฺติ, เตสํ สพฺเพสํ เหตูนํ, อญฺเญสมฺปิ เหตู เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ ทสฺสิตํ โหติ. ยสฺมา ปน เหตุฌานมคฺคา ปติฏฺฐามตฺตาทิภาเวน อญฺญธมฺมนิรเปกฺขา, น อาหารินฺทฺริยา วิย สาเปกฺขา เอว, ตสฺมา เอเตเสฺวว ทุติยํ เหตาทิคฺคหณํ กตํ. อาหารินฺทฺริยา ปน อาหริตพฺพอีสิตพฺพาเปกฺขา เอว, ตสฺมา เต วินาปิ ทุติเยน อาหารินฺทฺริยคฺคหเณน อตฺตนา เอว อาหริตพฺเพ, อีสิตพฺเพ จ อาหารินฺทฺริยภูเต, อญฺเญ จ สมฺปยุตฺตเก ปริจฺฉินฺทนฺตีติ ตํ ตตฺถ น กตํ. อิธ จ ทุติเยน เหตุคฺคหเณน ปจฺจยุปฺปนฺนานํ เหตุนา, ปจฺจยภูเตเนว จ สมฺปยุตฺตานํ เหตูนํ, อญฺเญสญฺจ ปริจฺฉินฺนตฺตา ปุน วิเสเสน กิจฺจํ นตฺถีติ ปญฺหาวาเร ‘‘กุสลา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธาน’’นฺติอาทีสุ ทุติยํ เหตุคฺคหณํ น กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๕๙๖. อารมฺมณภาเวนาติ วิสยภาเวน, อาลมฺพิตพฺพภาเวนาติ อตฺโถ. อารภิตฺวาปีติ ปิ-สทฺเทน อิมมตฺถํ ทสฺเสติ – รูปายตนาทิมตฺเต ยสฺมึ กิสฺมิญฺจิ เอกสฺมึ อฏฺฐตฺวา ‘‘ยํ ยํ ธมฺมํ อารพฺภา’’ติ (ปฏฺฐา ๑.๑.๒) อนิยเมน สพฺพรูปายตนานํ…เป… สพฺพธมฺมายตนานญฺจ อารมฺมณปจฺจยภาวสฺส วุตฺตตฺตา รูปาทิเภเทน ฉพฺพิเธสุ สงฺขตาสงฺขตปญฺญตฺติธมฺเมสุ น โกจิ ธมฺโม อารมฺมณปจฺจโย น โหตีติ. สฺวายํ อารมฺมณปจฺจยภาโว เหฏฺฐา วิภาวิโต เอว. อาลมฺพิตฺวาติ คเหตฺวา. เอกนฺตสารมฺมณภาวโต อนารพฺภ ปวตฺติ เอว นตฺถีติ อาห ‘‘อารพฺเภวา’’ติ. สฺวายํ ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส, กุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส, กุสโล ธมฺโม อพฺยากตสฺส, อกุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส, กุสลสฺส, อพฺยากตสฺส, อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส, กุสลสฺส, อกุสลสฺสา’’ติ เอวํ นวปฺปกาโร เวทิตพฺโพ.

๕๙๗. เชฏฺฐกฏฺเฐนาติ ปมุขภาเวน. อตฺตาธีนานญฺหิ ปติภูโต ธมฺโม อธิปติ. โส เตสํ ปมุขภาเวน ปวตฺตติ. ‘‘ฉนฺทวโต กึ นาม น สิชฺฌตี’’ติอาทิกํ ปุริมาภิสงฺขารูปนิสฺสยํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชมาเน จิตฺตุปฺปาเท ฉนฺทาทโย ธุรภูตา เชฏฺฐกภูตา สมฺปยุตฺตธมฺเม สาธยมานา วเส วตฺตยมานา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, สมฺปยุตฺตธมฺมา จ เตสํ วเสน วตฺตนฺติ หีนาทิภาเวน ตทนุวตฺตนโต, เตน เต อธิปติปจฺจยา โหนฺติ. ครุกาตพฺพมฺปิ อารมฺมณํ ตนฺนินฺนโปณปพฺภารานํ อสฺสาทนปจฺจเวกฺขณมคฺคผลานํ อตฺตโน วเส วตฺตยมานํ วิย ปจฺจโย โหติ. ตสฺมา อยํ อตฺตาธีนานํ ปติภาเวน อุปการกตฺตา อธิปติปจฺจโยติ ทฏฺฐพฺโพ. ฉนฺทาธิปตีติ ฉนฺทสงฺขาโต อธิปติ, ฉนฺทํ ธุรํ ฉนฺทํ เชฏฺฐกํ กตฺวา จิตฺตุปฺปตฺติกาเล อุปฺปนฺนสฺส กตฺตุกมฺยตาฉนฺทสฺเสตํ นามํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. กสฺมา ปน ยถา เหตุปจฺจยนิทฺเทเส ‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑) วุตฺตํ, เอวมิธ ‘‘อธิปตี อธิปติสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ฉนฺทาธิปติ ฉนฺทสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติอาทินา (ปฏฺฐา. ๑.๑.๓) นเยน วุตฺตนฺติ? เอกกฺขเณ อภาวโต. เหตโว หิ เทฺว ตโยปิ เอกกฺขเณ เหตุปจฺจยา โหนฺติ, มูลฏฺเฐน อุปการกภาวสฺส อวิชหนโต. อธิปติ ปน เชฏฺฐกฏฺเฐน อุปการโก, น จ เอกกฺขเณ พหู เชฏฺฐกา โหนฺติ. ตสฺมา เอกโต อุปฺปนฺนานมฺปิ เตสํ เอกกฺขเณ อธิปติปจฺจยภาโว นตฺถีติ ‘‘อธิปตี อธิปติสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ฉนฺทาธิปติ ฉนฺทสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺตํ.

ยํ ยํ ธมฺมนฺติ ยํ ยํ อารมฺมณธมฺมํ. ครุํ กตฺวาติ ครุการจิตฺตีการวเสน วา อสฺสาทนวเสน วา ครุการิกํ ลทฺธพฺพํ อวิชหิตพฺพํ อนวญฺญาตํ กตฺวา. เต เต ธมฺมาติ เต เต ครุกาตพฺพา ธมฺมา. เตสํ เตสนฺติ ตํตํครุการกธมฺมานํ. อธิปติปจฺจเยนาติ อารมฺมณาธิปติปจฺจเยน. สฺวายํ ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส สหชาตารมฺมเณหิ, อกุสลสฺส อารมฺมเณเนว, อพฺยากตสฺส สหชาตารมฺมเณหิ, กุสลาพฺยากตสฺส สหชาเตเนวาติ กุสลมูลา จตฺตาโร, อกุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส สหชาตารมฺมเณหิ, อพฺยากตสฺส สหชาเตเนว, ตถา อกุสลาพฺยากตสฺสาติ อกุสลมูลา ตโย, อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส สหชาตารมฺมเณหิ, กุสลสฺส อารมฺมเณเนว, ตถา อกุสลสฺสาติ อพฺยากตมูลา ตโย’’ติ สงฺเขปโต ทสปฺปกาโร อธิปติปจฺจโย. เอตฺถ จ สตฺตธา สหชาตาธิปติ, สตฺตธา อารมฺมณาธิปติ เวทิตพฺโพ.

๕๙๘. อนฺตรายตีติ อนฺตรํ, พฺยวธายกนฺติ อตฺโถ. นาสฺส อนฺตรํ วิชฺชตีติ อนนฺตโร, อนนฺตโร จ โส ปจฺจโย จาติ อนนฺตรปจฺจโย. ‘‘อตฺถานนฺตรตา อนนฺตรปจฺจโย, กาลานนฺตรตา สมนนฺตรปจฺจโย’’ติอาทินา พหุธา ปปญฺจยนฺติ, อสารํ คนฺถวิตฺถารํ กโรนฺติ. ยถา ปวตฺติโอกาสทานวิเสสภาเวน นตฺถิวิคตปจฺจยา วุตฺตา, น เอวํ อนนฺตรสมนนฺตรปจฺจยา, เอเต ปน จิตฺตนิยมเหตุภาเวน วุตฺตาติ ตํ จิตฺตนิยมเหตุภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘โย หิ เอสา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ มโนวิญฺญาณธาตูติอาทิ จิตฺตนิยโมติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สนฺตีรณานนฺตรา โวฏฺฐพฺพนํ, จุติอนนฺตรา ปฏิสนฺธีติ ยสฺส ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา ยํ ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ตสฺส ตทนนฺตรุปฺปาทนิยโม ตํตํสหการิปจฺจยวิสิฏฺฐสฺส ปุริมปุริมจิตฺตสฺเสว วเสน อิชฺฌตีติ ทสฺเสติ.

อตฺถานนฺตรตายาติ อตฺเถน เกนจิ ธมฺเมน อนนฺตรตาย. กาลานนฺตรตายาติ กาลเภเทน อนนฺตรตาย. อาจริยานนฺติ อิธาปิ เรวตาจริยเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ กาลานนฺตรตาย สมนนฺตรปจฺจยภาเว, ตสฺมึ วา ยถาวุตฺตวิโรเธ. ภาวนาพเลน ปน วาริตตฺตาติ เอตฺถ ยถา รุกฺขสฺส เวเธ ทินฺเน ปุปฺผิตุํ สมตฺถสฺเสว ปุปฺผนํ น โหติ, เวเธ ปน อปนีเต ตาย เอว สมตฺถตาย ปุปฺผนํ โหติ, เอวมิธาปิ ภาวนาพเลน วาริตตฺตา สมุฏฺฐาปนสมตฺถสฺเสว อสมุฏฺฐาปนํ, ตสฺมิญฺจ อปคเต ตาย เอว สมตฺถตาย สมุฏฺฐาปนํ โหตีติ อธิปฺปาโย. ตมฺปิ วจนํ กาลานนฺตรตา นตฺถิ สตฺตาหาทินา กาเลน อนฺตริตภาวโต. เอตเทว ‘‘กาลนฺตริตตา อตฺถิ’’ อิจฺเจว วทาม. นนุ จ กาโล นาม โกจิ ปรมตฺถโต นตฺถีติ วเทยฺยาติ อาสงฺกนฺโต อาห ‘‘กาลานนฺตร…เป… ลทฺธี’’ติ.

พฺยญฺชนมตฺตโตเวตฺถ นานากรณํ ปจฺเจตพฺพํ, น อตฺถโตติ อุปจยสนฺตติอธิวจนนิรุตฺติปทานํ วิย สทฺทตฺถมตฺตโต นานากรณํ, น วจนียตฺถโตติ อธิปฺปาโย. เตเนว สทฺทตฺถวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปุริมปจฺฉิมานํ นิโรธุปฺปาทนฺตราภาวโต นิรนฺตรุปฺปาทนสมตฺถตา อนนฺตรปจฺจยภาโว. รูปกลาปานํ วิย สณฺฐานาภาวโต, ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนานํ สหาวฏฺฐานาภาวโต จ ‘‘อิทมิโต เหฏฺฐา, อุทฺธํ, ติริย’’นฺติ วิภาคาภาวา อตฺตนา เอกตฺตมิว อุปเนตฺวา สุฏฺฐุ อนนฺตรภาเวน อุปฺปาทนสมตฺถตา สมนนฺตรปจฺจยตา. อุปฺปาทนสมตฺถตาติ จ อพฺยาปารตฺตา ธมฺมานํ ยสฺมึ ยทากาเร นิรุทฺเธ, วตฺตมาเน วา สติ ตํตํวิเสสวนฺโต ธมฺมา โหนฺติ, ตสฺส โสว อากาโร วุจฺจตีติ ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมานํ ปวตฺติมตฺตเมว จ อุปาทาย กาลโวหาโรติ นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนผลสมาปตฺตีนํ อสญฺญภวา จวนฺตสฺส, ปุริมจุติปจฺฉิมปฏิสนฺธีนญฺจ นิโรธุปฺปาทนิรนฺตรตาย กาลนฺตรตา นตฺถิ. น หิ เตสํ อนฺตรา อรูปธมฺมปฺปวตฺติ อตฺถิ, ยํ อุปาทาย กาลนฺตรตา วุจฺเจยฺย, น จ รูปธมฺมปฺปวตฺติ อรูปธมฺมปฺปวตฺติยา อนฺตรํ กโรติ อญฺญสนฺตานตฺตา. รูปารูปสนฺตติโย หิ เทฺว อญฺญมญฺญํ วิสทิสสภาวตฺตา อญฺญมญฺญูปการภาเวน ปวตฺตมานาปิ วิสุํเยว โหนฺติ. เอกสนฺตติยญฺจ ปุริมปจฺฉิมานํ มชฺเฌ ปวตฺตมานํ ตํสนฺตติปริยาปนฺนตาย อนฺตรการกํ โหติ. ตาทิสญฺจ กิญฺจิ เนวสญฺญานาสญฺญายตนผลสมาปตฺตีนํ มชฺเฌ นตฺถิ, น จ อภาโว อนฺตรการโก โหติ อภาวตฺตา เอว. ตสฺมา ชวนานนฺตรสฺส ชวนสฺส วิย, ภวงฺคานนฺตรสฺส ภวงฺคสฺส วิย จ นิรนฺตรตา สุฏฺฐุ อนนฺตรตา โหตีติ ตถา อุปฺปาทนสมตฺถตา เนวสญฺญานาสญฺญายตนจุตีนมฺปิ ทฏฺฐพฺพา. อุปฺปตฺติยา ปจฺจยภาโว เจตฺถ อนนฺตรปจฺจยาทีนํ ปากโฏติ อุปฺปาทนสมตฺถตาว วุตฺตา. ปจฺจุปฺปนฺนานํ ปน ธมฺมานํ ปุพฺพนฺตาปรนฺตปริจฺเฉเทน คหิตานํ อุปฺปชฺชตีติ วจนํ อลภนฺตานํ ‘‘อตีโต ธมฺโม ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทินา (ปฏฺฐา. ๒.๑๘.๔) อนนฺตราทิปจฺจยภาโว วุตฺโตติ น โส อุปฺปตฺติยา เอวาติ วิญฺญายติ. น หิ กุสลาทิคฺคหณํ วิย ปจฺจุปฺปนฺนคฺคหณํ อปริจฺเฉทํ. ยโต อุปฺปตฺติมตฺตสมงฺคิโน เอว คหณํ สิยา. เตเนว จ อตีตตฺติเก ปฏิจฺจวาราทโย น สนฺตีติ. ตสฺส ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส, กุสโล ธมฺโม อพฺยากตสฺส, อกุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส, อกุสโล ธมฺโม อพฺยากตสฺส, อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส, อพฺยากโต ธมฺโม กุสลสฺส, อพฺยากโต ธมฺโม อกุสลสฺสา’’ติ สตฺตธา เภโท เวทิตพฺโพ.

๕๙๙. อุปฺปชฺชมาโนว สห อุปฺปาทนภาเวนาติ เอตฺถาปิ อุปฺปตฺติยา ปจฺจยภาเวน ปากเฏน ฐิติยาปิ ปจฺจยภาวํ นิทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ, อญฺญถา ปทีปนิทสฺสนํ น ยุชฺเชยฺย. ปทีโป หิ ปภาสสฺส ฐิติยาปิ ปจฺจโย, น อุปฺปตฺติยา เอว. ปจฺจยุปฺปนฺนานํ สหชาตภาเวน อุปการกตา สหชาตปจฺจยตา. โอกฺกนฺติกฺขเณติ ปฏิสนฺธิกฺขเณ. ตสฺมึ หิ ขเณ นามรูปํ โอกฺกนฺตํ วิย ปรโลกโต อาคนฺตฺวา อิธ มาตุกุจฺฉิอาทึ ปวิสนฺตํ วิย อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา โส ขโณ โอกฺกนฺติกฺขโณติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ รูปนฺติ หทยวตฺถุเยว อธิปฺเปตํ. ตญฺหิ นามสฺส, นามญฺจ ตสฺส สหชาตปจฺจโย โหติ. จิตฺตเจตสิกาติ ปวตฺติยํ จตฺตาโร ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ อภาวโต. รูปิโน ธมฺมาติ หทยวตฺถุํ สนฺธายาห. ตตฺถ ยทิปิ ปุพฺเพ ‘‘โอกฺกนฺติกฺขเณ นามรูป’’นฺติ วุตฺตํ, ตถาปิ เตน ขณนฺตเร สหชาตปจฺจยภาโว รูปธมฺมานํ น นิวาริโตติ ตนฺนิวารณตฺถมิทํ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. กิญฺจิ กาเลติ เกจิ กิสฺมิญฺจิ กาเลติ อตฺโถ, เตน รูปิโน ธมฺมา เกจิ วตฺถุภูตา กิสฺมิญฺจิ ปฏิสนฺธิกาเลติ อญฺเญสํ รูปธมฺมานํ, วตฺถุโน จ ปวตฺติยํ อรูปธมฺมานํ สหชาตปจฺจยภาวํ ปุพฺเพ อนิวาริตํ นิวาเรติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘กิญฺจิ กาล’’นฺติ วา ‘‘กิสฺมิญฺจิ กาเล’’ติ วา วตฺตพฺเพ ตถา อวตฺวา วิภตฺติวิปลฺลาสํ กตฺวา วุตฺตํ. เตน กิญฺจีติ อุปโยเคกวจนํ. ‘‘รูปิโน ธมฺมา’’ติ เอเตน สมฺพนฺเธ ปจฺจตฺตพหุวจนํ ชายติ. ‘‘กาเล’’ติ เอเตน สมฺพนฺเธ ภุมฺเมกวจนนฺติ ทีปิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปุริเมน จ ‘‘เอโก ขนฺโธ, วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธาน’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๙) อาทิวจเนน นามสหิตํ เอว วตฺถุ นามสฺส ปจฺจโยติ วตฺตพฺเพ อาปนฺเน อิตเรน เกวลสฺส จ ตถาวตฺตพฺพตํ ทสฺเสติ. สฺวายํ สหชาตปจฺจโย ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส, อพฺยากตสฺส, กุสลาพฺยากตสฺส, อกุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส, อพฺยากตสฺส, อกุสลาพฺยากตสฺส, อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส, กุสลาพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส, อกุสลาพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺสา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๙) นววิโธ เวทิตพฺโพ.

๖๐๐. อตฺตโน อุปการกสฺส อุปการกตา อญฺญมญฺญปจฺจยตา. ตถา หิสฺส ติทณฺฑํ นิทสฺสิตํ. อุปการกตา จ อญฺญมญฺญตาวเสเนว ทฏฺฐพฺพา, น สหชาตตาทิวเสน. สหชาตาทิปจฺจโย โหนฺโตเยว หิ โกจิ อญฺญมญฺญปจฺจโย น โหติ, น จ สหชาตาทิปจฺจยธมฺเมหิ วินา อิมสฺส ปวตฺติ อตฺถิ. ตถา หิ สหชาตาทิปจฺจโย จ โหนฺโตเยว หิ โกจิ อญฺญมญฺญปจฺจโย โหติ. ยทิ จ อตฺตโน อุปการกสฺส อุปการกตามตฺตํ อญฺญมญฺญปจฺจโย สิยา, ปุเรชาตปจฺฉาชาตภาเวน อุปการสฺส อุปการกา วตฺถุขนฺธา อญฺญมญฺญปจฺจยา สิยุํ, น จ ตํ อิจฺฉิตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุปการกตา จ อญฺญมญฺญวเสเนว ทฏฺฐพฺพา’’ติ. อยญฺจ อุปฺปตฺติยา, ฐิติยา จ อุปการโกติ เวทิตพฺโพ. อยํ ปน ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส, อกุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส, อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺสา’’ติ ติวิโธ เวทิตพฺโพ.

๖๐๑. ตรุอาทีนํ ปถวี วิย อธิฏฺฐานากาเรน ปถวีธาตุ เสสธาตูนํ, จกฺขาทโย จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อุปการกา จิตฺตกมฺมสฺส ปฏาทโย วิย นิสฺสยากาเรน ขนฺธาทโย ตํตํนิสฺสยานํ ขนฺธาทีนํ. ปถวีธาตุยํ ปติฏฺฐาย เอว หิ เสสธาตุโย อุปาทารูปานิ วิย ยถาสกํ กิจฺจํ กโรนฺติ.

อธิฏฺฐานากาเรนาติ อาธารากาเรน. อาธารากาโร เจตฺถ เตสํ สาติสยํ ตทธีนวุตฺติตาย เวทิตพฺโพ. ยโต ภูตานิ อนิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานานิ วุจฺจนฺติ, เอวญฺจ กตฺวา จกฺขาทีนมฺปิ อธิฏฺฐานากาเรน อุปการกตา สุฏฺฐุ ยุชฺชติ. น หิ ยถาวุตฺตํ ตทธีนวุตฺติตาวิเสสํ มุญฺจิตฺวา อญฺโญ จกฺขาทีสุ อเทสกานํ อรูปธมฺมานํ อธิฏฺฐานากาโร สมฺภวติ. ยทิปิ ยํ ยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เย เย ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, เตสํ สพฺเพสํ ตทธีนวุตฺติภาโว. เยน ปน ปจฺจยภาววิเสเสน จกฺขาทีนํ ปฏุมนฺทภาเวสุ จกฺขุวิญฺญาณาทโย ตทนุวิธานากาเรเนว ปวตฺตนฺติ, สฺวายมิธ เตสํ ตทธีนวุตฺติตาสิทฺโธ วิเสโสติ. เอวญฺหิ ปจฺจยภาวสามญฺเญ สติปิ อารมฺมณปจฺจยโต นิสฺสยปจฺจยสฺส วิเสโส วิภาวิโต โหติ. สฺวายํ นโย เหฏฺฐา ปกาสิโตว. ฉฏฺโฐ ปนาติ เอตฺถ ‘‘รูปิโน ธมฺมา อรูปีนํ ธมฺมานํ กิสฺมิญฺจิ กาเล’’ติ อิทํ น ลพฺภติ. ยํ ปเนตฺถ ลพฺภติ ‘‘รูปิโน ธมฺมา เกจี’’ติ, ตตฺถ เต เอว ธมฺเม ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขายตน’’นฺติอาทิ นิทฺทิฏฺฐํ. ยํ รูปนฺติ หทยวตฺถุํ สนฺธาย วุตฺตํ. อยํ ปน นิสฺสยปจฺจโย เตรสวิโธ. กถํ? สหชาตโต กุสลมูลา ตโย, ตถา อกุสลมูลา, อพฺยากตมูเลสุ ปน ปุเรชาตํ ลพฺภติ. อพฺยากตญฺหิ อพฺยากตสฺส สหชาตมฺปิ ปจฺจโย โหติ, ปุเรชาตมฺปิ กุสลสฺส ปุเรชาตเมว, ตถา อกุสลสฺส, กุสลาพฺยากตํ สหชาตปุเรชาตโต กุสลสฺส, สหชาตโต เอว อพฺยากตสฺส, ตถา อกุสลาพฺยากต’’นฺติ เอวํ เตรส.

๖๐๒. ตทธีนวุตฺติตาย อตฺตโน ผเลน นิสฺสิโตติ ยํ กิญฺจิ การณํ นิสฺสโยติ วตฺวา ตตฺถ โย ภุโส นิสฺสโย, ตํ อุปนิสฺสโยติ นิทฺธาเรติ. พลวการณภาเวน อุปการโกติ อารมฺมณภาววเสน อนนฺตรํ อนุรูปจิตฺตุปฺปาทนสมตฺถตาวเสน, เกวลญฺจ พลวนฺตํ การณํ หุตฺวา อุปการโก. เตนาห ‘‘โส’’ติอาทิ.

ตตฺถ ทานํ ทตฺวาติ เทยฺยธมฺมํ จชิตฺวา. ยาย วา เจตนาย โส ทิยฺยติ, สา เจตนา ทานํ. ทตฺวาติ ตํ เจตนํ ปริโยทเปตฺวา วิสุทฺธํ กตฺวา. สีลํ สมาทิยิตฺวาติ ปญฺจงฺคทสงฺคาทิวเสน นิจฺจสีลํ คณฺหิตฺวา. อิมินา สมาทานวิรติเยว ทสฺสิตา, สมฺปตฺตวิรติสมุจฺเฉทวิรติโย ปน โลเก ‘‘สีล’’นฺติ อปากฏตฺตา น วุตฺตา. กิญฺจาปิ น วุตฺตา, อารมฺมณปจฺจโย ปน โหนฺติเยว. ตตฺถ สมุจฺเฉทวิรติ เสกฺขานํเยว กุสลสฺส อารมฺมณํ โหติ, น อิตเรสํ. อุโปสถกมฺมนฺติ ‘‘ปาณํ น หเน, น จาทินฺนมาทิเย’’ติ (สุ. นิ. ๔๐๒) เอวํ วุตฺตํ อุโปสถสีลํ. ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขตีติ ตํ ยถาวุตฺตํ กุสลํ เสกฺโขปิ ปุถุชฺชโนปิ ปจฺจเวกฺขติ, อรหาปิ ตํ ปจฺจเวกฺขเตว. อรหโตปิ หิ ปุพฺเพ กตํ กุสลํ กุสลเมว. เยน ปน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ, ตํ กิริยจิตฺตํ นาม โหติ. ตสฺมา ‘‘กุสโล กุสลสฺสา’’ติ อิมสฺมึ อธิกาเร น ลพฺภติ. ปุพฺเพ สุจิณฺณานีติ ‘‘ทตฺวา กตฺวา’’ติ หิ อาสนฺนกตานิ วุตฺตานิ, อิมินา น อาสนฺนกตานีติ เวทิตพฺพานิ, ทานาทีหิ วา เสสานิ กามาวจรกุสลานิ ทสฺเสตุํ อิทํ วุตฺตํ. ฌานา วุฏฺฐหิตฺวาติ ฌานํ สมาปนฺโน ฌานโต วุฏฺฐหิตฺวา. ‘‘ฌานํ วุฏฺฐหิตฺวา’’ติปิ ปาฬิ. เสกฺขา โคตฺรภุนฺติ โสตาปนฺนํ สนฺธาย วุตฺตํ. โส หิ โคตฺรภุํ ปจฺจเวกฺขติ. ‘‘โวทาน’’นฺติ อิทํ ปน สกทาคามิอนาคามิโน สนฺธาย วุตฺตํ. เตสญฺหิ ตํ จิตฺตํ โวทานํ นาม โหติ. เสกฺขาติ โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโน. มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวาติ มคฺคผลภวงฺคาติกฺกมวเสน อตฺตนา ปฏิลทฺธมคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา, สุทฺธมคฺคโตเยว ปน วุฏฺฐาย ปจฺจเวกฺขณํ นาม นตฺถิ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘กุสลํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๔) เอวมาทึ สงฺคณฺหาติ. ยทิปิ นานตฺตํ อกตฺวาว วิภตฺโต, ตถาปิ อิทมฺปิ อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยานํ วิเสโสติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

เนสํ จิตฺตเจตสิกานํ อนนฺตรปจฺจยอนนฺตรูปนิสฺสยานํ นิกฺเขปวิเสโส อตฺถิ. ยสฺมา ปุริโม อพฺยากตธมฺมวเสน ปวตฺโต, อิตโร กุสลาทิวเสนปีติ โสปิ นิกฺเขปวิเสโส อตฺถโต เอกีภาวเมว คจฺฉติ สพฺเพสุปิ จิตฺตุปฺปาเทสุ ตทุภยสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา. เอวํ สนฺเตปีติอาทิ อนนฺตรอนนฺตรูปนิสฺสยานํ วิเสสทสฺสนํ. ยถา หีติอาทิ อนนฺตรูปนิสฺสยสฺส สมฺภวทสฺสนํ.

ปกโตติ เอตฺถ ป-กาโร อุปสคฺโค, โส อตฺตโน ผลสฺส อุปฺปาทนสมตฺถภาเวน สุฏฺฐุกตตํ ทีเปติ. ตถา จ กตํ อตฺตโน สนฺตาเน กตํ โหตีติ อาห ‘‘อตฺตโน สนฺตาเน’’ติอาทิ. กรณญฺจ ทุวิธํ นิปฺผาทนํ, อุปเสวนญฺจาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘นิปฺผาทิโต วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ นิปฺผาทนํ เหตุปจฺจยสโมธาเนน ผลสฺส นิพฺพตฺตนํ. อุปเสวนํ ปน กาเย อลฺลียาปนวเสน อุปโยคูปเสวนํ, วิชานนสญฺชานนาทีนํ วเสน อารมฺมณูปเสวนญฺจ. เตเนว อนาคตานมฺปิ อุตุสมฺปทาทีนํ อารมฺมณูปเสวเนน อุปเสวิตานํ ปกตูปนิสฺสยตา วุตฺตา โหติ, ปเคว อตีตปจฺจุปฺปนฺนานํ. ปจฺจุปฺปนฺนสฺสาปิ หิ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนํ อุตุโภชนํ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ฌานํ อุปฺปาเทตี’’ติอาทิวจนโต (ปฏฺฐา. ๒.๑๘.๘) ปกตูปนิสฺสยภาโว ลพฺภตีติ. ปกติยา เอวาติ ปจฺจยนฺตรสงฺกรรหิเตน อตฺตโน สภาเวเนว. อุปนิสฺสโยติ พลวการณํ กตฺวา. อเนกปฺปการโต ปเภโท เวทิตพฺโพ ปญฺหาวาเร อาคตนเยน. ปจฺจยวาเร ปน –

‘‘ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย, ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ เกสญฺจิ, กุสลา อพฺยากตานํ, อกุสลา อกุสลานํ, กุสลานํ เกสญฺจิ, อกุสลา อพฺยากตานํ, อพฺยากตา อพฺยากตานํ, อพฺยากตา กุสลานํ, อพฺยากตา อกุสลานํ, ปุคฺคโลปิ, เสนาสนมฺปิ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๙).

ตตฺถ เย ปุริมา เยสํ ปจฺฉิมานํ อนนฺตรูปนิสฺสโย โหนฺติ, เต เตสํ สพฺเพสมฺปิ เอกนฺเตเนว โหนฺติ, น เกสญฺจิ กทาจิ. ตสฺมา เยสุ ปเทสุ อนนฺตรูปนิสฺสโย ลพฺภติ, เตสุ ‘‘เกสญฺจี’’ติ น สกฺกา วตฺตุนฺติ น วุตฺตํ. เย ปน ปุริมา เยสํ ปจฺฉิมานํ อารมฺมณูปนิสฺสโย วา ปกตูปนิสฺสโย วา โหนฺติ, เต เตสํ, น สพฺเพสํ เอกนฺเตน โหนฺติ. เยสํ อุปฺปตฺติวิพนฺธกา ปจฺจยา พลวนฺโต โหนฺติ, เตสํ น ภวนฺติ, อิตเรสํ ภวนฺติ. ตสฺมา เยสุ ปเทสุ อนนฺตรปจฺจโย น ลพฺภติ, เตสุ ‘‘เกสญฺจี’’ติ วุตฺตํ. สิทฺธานํ ปจฺจยธมฺมานํ เยหิ ปจฺจยุปฺปนฺเนหิ ภวิตพฺพํ, เตสํ ‘‘เกสญฺจี’’ติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

กสิณปญฺญตฺติยา อารมฺมณูปนิสฺสยตาภาวโต เอกจฺจาย ปญฺญตฺติยา สทฺธึ สพฺโพ ธมฺโม อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตราตีโต จิตฺตเจตสิกราสิ อนนฺตรูปนิสฺสโย, กุสลากุสลวิปากกิริยารูปวเสน ปญฺจวิโธ ปกตูปนิสฺสโยติ อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน ปฏฺฐานฏฺฐกถายํ เวทิตพฺโพ.

๖๐๓. ปฐมตรนฺติ ปจฺจยุปฺปนฺนโต ปุเรตรํ. อยญฺหิ ปุเรชาตปจฺจโย รูปธมฺมวเสเนว ลพฺภติ. ปจฺจยุปฺปนฺโน จ อรูปธมฺมาเยว. เตนาห ‘‘วตฺตมานภาเวน อุปการโก’’ติ. นิสฺสยารมฺมณาการาทีหิ วิสิฏฺฐา ปุเรชาตภาเวน วินา อุปการกภาวํ อคจฺฉนฺตานํ วตฺถารมฺมณานํ ปุเรชาตากาเรน อุปการกตา ปุเรชาตปจฺจยตา. เอวํ วตฺถารมฺมณวเสน ทุวิเธ ปุเรชาตปจฺจเย ‘‘จกฺขายตน’’นฺติอาทิ วตฺถุวเสน วุตฺตํ, ‘‘รูปารมฺมณ’’นฺติอาทิ อารมฺมณวเสน.

ยํ รูปนฺติ หทยวตฺถุํ สนฺธายาห. ตตฺถ ‘‘กิญฺจิ กาเล’’ติ ปวตฺติกาลวเสน วุตฺตํ. ‘‘กิญฺจิ กาเลน’’ อิติ ปฏิสนฺธิกาลวเสน. ยานิ อารมฺมณปุเรชาเตน วินา น วตฺตนฺติ, เตสํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อารมฺมณปุเรชาตทสฺสเนน มโนทฺวาเรปิ ยํ ยํ อารมฺมณปุเรชาเตน วตฺตติ, ตสฺส ตสฺส อารมฺมณปจฺจยภูตํ สพฺพํ รูปรูปํ อารมฺมณปุเรชาตนฺติ ทสฺสิตเมว โหติ. ตถา หิ วุตฺตํ ปญฺหาวาเร ‘‘อารมฺมณปุเรชาตํ เสกฺขา วา ปุถุชฺชนา วา จกฺขุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺตี’’ติอาทิ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๒๔). ‘‘อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย, อพฺยากโต ธมฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย, อพฺยากโต ธมฺโม อกุสลสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๒๔) อพฺยากตมูลกา ตโยว วารา. เต จ ปจฺเจกํ วตฺถุปุเรชาตํ, อารมฺมณปุเรชาตนฺติ ทฺวิธา วิภตฺตา.

๖๐๔. ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสฺส ปุเรตรํ สิทฺธภาเว สติ ปจฺจยธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตตาติ วุตฺตํ ‘‘ปุเรชาตาน’’นฺติ. อยญฺจ นโย รูปธมฺเมสุ เอว ลพฺภติ, น อรูปธมฺเมสูติ วุตฺตํ ‘‘รูปธมฺมาน’’นฺติ. ยทิ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมา ปุเรตรเมว ชาตา, กถํ ปจฺจยภาโวติ อาห ‘‘อุปถมฺภกตฺเตนา’’ติ. ปจฺฉาชาเตน หิ วินา สนฺตานาวิจฺเฉทเหตุภาวํ อคจฺฉนฺตานํ ธมฺมานํ เย ปจฺฉาชาตากาเรน อุปการกา, เตสํ สา วิปฺปยุตฺตาการาทีหิ วิสิฏฺฐา อุปการกตา ปจฺฉาชาตปจฺจยตา. เอวํ สพฺพปจฺจยานํ ปจฺจยนฺตราการวิสิฏฺฐา อุปการกตา โยเชตพฺพา. ‘‘คิชฺฌโปตกสรีรานํ อาหาราสาเจตนา วิยา’’ติ เอเตน มโนสญฺเจตนาหารวเสน ปวตฺตมาเนหิ อรูปธมฺเมหิ รูปกายสฺส อุปตฺถมฺภิตภาวํ ทสฺเสติ. เตเนว ‘‘อาหาราสา วิยา’’ติ อวตฺวา เจตนาคฺคหณํ กตํ. กายสฺสาติ จตุสมุฏฺฐานิกภูตุปาทายรูปสงฺขาตสฺส รูปกายสฺส. สงฺเขปโต ฐเปตฺวา รูปธมฺเม อวิสิฏฺโฐ อรูปกฺขนฺโธ ปจฺฉาชาตปจฺจโย. โส ชาติวเสน กุสโล, อกุสโล, วิปาโก, กิริยาติ จตุพฺพิโธติ เวทิตพฺพํ.

๖๐๕. กุสลาทิภาเวน อตฺตนา สทิสสฺส ปโยเคน กรณียสฺส ปุนปฺปุนํ กรณํ ปวตฺตนํ อาเสวนฏฺโฐ, อตฺตสทิสสภาวตาปาทนํ วาสนํ วา. ปุริมปุริมาภิโยโค วิยาติ อุคฺคหณสวนธารณาทิปุริมาปุริมาเสวนา วิย. ตีสุ ปน เอเตสุ ปุริมา ปุริมาติ สมนนฺตราตีตา ทฏฺฐพฺพา. กสฺมา ปเนตฺถ อนนฺตรปจฺจเย วิย ‘‘ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อพฺยากตาน’’นฺติอาทินา ภินฺนชาติเยหิ สทฺธึ นิทฺเทโส น กโตติ? อตฺตโน คตึ คาเหตุํ อสมตฺถตฺตา. ภินฺนชาติกา หิ ภินฺนชาติกานํ อาเสวนคุเณน ปคุณพลวภาวํ สมฺปาเทนฺตา อตฺตโนว กุสลาทิภาวสงฺขาตํ คตึ คาเหตุํ น สกฺกุณนฺติ. ตสฺมา เตหิ สทฺธึ นิทฺเทสํ อกตฺวา เย เยสํ วาสนาสงฺขาเตน อาเสวนคุเณน ปคุณพลวภาววิสิฏฺฐํ อตฺตโน กุสลาทิภาวสงฺขาตํ คตึ คาเหตุํ สมตฺถา, เตสํ เตหิ สมานชาติเกเหว สทฺธึ นิทฺเทโส กโตติ ทฏฺฐพฺโพ.

อถ วิปากาพฺยากตํ กสฺมา น คหิตํ? อาเสวนาภาวโต. วิปากาพฺยากตญฺหิ กมฺมวเสน วิปากภาวปฺปตฺตํ กมฺมปริณามิตํ หุตฺวา ปวตฺตมานํ นิรุสฺสาหํ ทุพฺพลํ สนฺตํ อาเสวนคุเณน อตฺตโน สภาวํ คาเหตฺวา ปริภาเวตฺวา เนว อญฺญํ วิปากํ ปวตฺเตติ, น จ ปุริมวิปากานุภาวํ คเหตฺวา อุปฺปชฺชติ, อถ โข กมฺมเวคกฺขิตฺตํ ปติตํ วิย หุตฺวา อุปฺปชฺชติ. ตสฺมา สพฺพถาปิ วิปาเก อาเสวนา นตฺถีติ น คหิตํ. กุสลากุสลกิริยานนฺตรํ อุปฺปชฺชมานมฺปิ สกมฺมปฏิพทฺธวุตฺติตาย อาเสวนคุณํ น คณฺหาตีติ กุสลาทโยปิ ตสฺส อาเสวนปจฺจโย น โหนฺติ. นานาชาติกตฺตาปิ เจเต ตสฺส อาเสวนาธานํ น กโรนฺเตว. ภูมิโต, ปน อารมฺมณโต วา นานาชาติกตา นาม นตฺถีติ ปริตฺตกุสลกิริยา มหคฺคตกุสลกิริยานํ, สงฺขารารมฺมณญฺจ กุสลํ นิพฺพานารมฺมณสฺส อาเสวนปจฺจโย โหติเยว. สฺวายํ ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส, อกุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส, อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๒๖) ติธาว วุตฺโต. อพฺยากตคฺคหเณน อาวชฺชนวชฺชิตา กิริยธมฺมา คหิตา.