๑๑. สมาธินิทฺเทสวณฺณนา

อาหาเรปฏิกฺกูลภาวนาวณฺณนา

๒๙๔. อุทฺเทโส นาม นิทฺเทสตฺโถ มุทุมชฺฌิมปญฺญาพาหุลฺลโต, อาคโต จ ภาโร อวสฺสํ วหิตพฺโพติ อาห ‘‘เอกา สญฺญาติ เอวํ อุทฺทิฏฺฐาย อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญาย ภาวนานิทฺเทโส อนุปฺปตฺโต’’ติ. ตตฺถายํ สญฺญา-สทฺโท ‘‘รูปสญฺญา สทฺทสญฺญา’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๑๔) สญฺชานนลกฺขเณ ธมฺเม อาคโต, ‘‘อนิจฺจสญฺญา ทุกฺขสญฺญา’’ติอาทีสุ วิปสฺสนายํ อาคโต, ‘‘อุทฺธุมาตกสญฺญาติ วา โสปากรูปสญฺญาติ วา อิเม ธมฺมา เอกตฺถา อุทาหุ นานตฺถา’’ติอาทีสุ สมเถ อาคโต. อิธ ปน สมถสฺส ปริกมฺเม ทฏฺฐพฺโพ. อาหาเร หิ ปฏิกฺกูลาการคฺคหณํ, ตปฺปภาวิตํ วา อุปจารชฺฌานํ อิธ ‘‘อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญา’’ติ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ ยสฺมึ อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญา ภาเวตพฺพา, ตตฺถ นิพฺเพทวิราคุปฺปาทนาย ตปฺปสงฺเคน สพฺพมฺปิ อาหารํ กิจฺจปฺปเภทาทีนโวปมฺเมหิ วิภาเวตุํ ‘‘อาหรตีติ อาหาโร’’ติอาทิ อารทฺธํ.

ตตฺถ อาหรตีติ อาหารปจฺจยสงฺขาเตน อุปฺปตฺติยา, ฐิติยา วา ปจฺจยภาเวน อตฺตโน ผลํ อาเนติ นิพฺพตฺเตติ ปวตฺเตติ จาติ อตฺโถ. กพฬํ กรียตีติ กพฬีกาโร, วตฺถุวเสน เจตํ วุตฺตํ, ลกฺขณโต ปน โอชาลกฺขโณ เวทิตพฺโพ, กพฬีกาโร จ โส ยถาวุตฺเตนตฺเถน อาหาโร จาติ กพฬีการาหาโร. เอส นโย เสเสสุปิ. ผุสตีติ ผสฺโส. อยํ หิ อรูปธมฺโมปิ สมาโน อารมฺมเณ ผุสนากาเรเนว ปวตฺตติ. ตถา หิ โส ผุสนลกฺขโณติ วุจฺจติ. เจตยตีติ เจตนา, อตฺตโน สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ สทฺธึ อารมฺมเณ อภิสนฺทหตีติ อตฺโถ, มโนสนฺนิสฺสิตา เจตนา มโนสญฺเจตนา. อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานาตีติ วิญฺญาณํ. เอวเมตฺถ สามญฺญตฺถโต, วิเสสตฺถโต จ อาหารา เวทิตพฺพา. กสฺมา ปเนเต จตฺตาโรว วุตฺตา, อญฺเญ ธมฺมา กึ อตฺตโน ผลสฺส ปจฺจยา น โหนฺตีติ? โน น โหนฺติ, อิเม ปน ตถา จ โหนฺติ อญฺญถา จาติ สมาเนปิ ปจฺจยภาเว อติเรกปจฺจยา โหนฺติ, ตสฺมา อาหาราติ วุจฺจนฺติ.

กถํ? เอเตสุ หิ ปฐโม สยํ ยสฺมึ กลาเป ตปฺปริยาปนฺนานํ ยถารหํ ปจฺจโย โหนฺโตว โอชฏฺฐมกํ รูปํ อาหรติ, ทุติโย ติสฺโส เวทนา อาหรติ, ตติโย ตีสุ ภเวสุ ปฏิสนฺธึ อาหรติ, จตุตฺโถ ปฏิสนฺธิกฺขเณ นามรูปํ อาหรติ. เตนาห ‘‘กพฬีการาหาโร’’ติอาทิ. เอตฺถ จ กมฺมชาทิเภทภินฺนา โอชา สติ ปจฺจยลาเภ เทฺว ติสฺโส ปเวณิโย ฆเฏนฺตี โอชฏฺฐมกรูปํ อาหรติ, สุขเวทนียาทิเภทภินฺโน ผสฺสาหาโร ยถารหํ ติสฺโส เวทนา อาหรติ, ปุญฺญาภิสงฺขาราทิเภทภินฺโน มโนสญฺเจตนาหาโร กามภวาทีสุ ตีสุ ภเวสุ ยถารหํ สวิญฺญาณํ, อวิญฺญาณญฺจ ปฏิสนฺธึ อาหรติ, วิญฺญาณาหาโร ยถาปจฺจยํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ นามํ รูปํ, นามรูปญฺจ อาหรตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา อุปตฺถมฺภกฏฺเฐน อิเม เอว ธมฺมา อาหาราติ วุตฺตา. ยถา หิ กพฬีการาหาโร รูปกายสฺส อุปตฺถมฺภกฏฺเฐน ปจฺจโย, เอวํ อรูปิโน อาหารา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย, อรูปิโน อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ ตํสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๕). อปโร นโย – อชฺฌตฺติกสนฺตติยา วิเสสปจฺจยตฺตา กพฬีการาหาโร, ผสฺสาทโย จ ตโย ธมฺมา อาหาราติ วุตฺตา. วิเสสปจฺจโย หิ กพฬีการาหารภกฺขานํ สตฺตานํ รูปกายสฺส กพฬีการาหาโร, นามกาเย เวทนาย ผสฺโส, วิญฺญาณสฺส มโนสญฺเจตนา, นามรูปสฺส วิญฺญาณํ. ยถาห ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อยํ กาโย อาหารฏฺฐิติโก, อาหารํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ, อนาหาโร โน ติฏฺฐติ (สํ. นิ. ๕.๑๘๓). ตถา ผสฺสปจฺจยา เวทนา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ (อุทา. ๑; มหาว. ๑; เนตฺติ. ๒๔).

กพฬีการาหาเรติ กพฬีกาเร อาหาเร นิกนฺติ ตณฺหา, ตํ ภยํ อนตฺถาวหโต. คธิตสฺส หิ อาหารปริโภโค อนตฺถาย โหติ. เหตุอตฺเถ ภุมฺมํ. เอวํ เสเสสุ. นิกนฺตีติ นิกามนา ฉนฺทราโค. ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, นิกนฺติ เอว ภยํ นิกนฺติภยํ. กพฬีการาหารเหตุ อิเมสํ สตฺตานํ ฉนฺทราโค ภยํ ภยานกํ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิเภทสฺส อนตฺถสฺส สกลสฺสาปิ วฏฺฏทุกฺขสฺส เหตุภาวโต. เตเนวาห ‘‘กพฬีกาเร เจ, ภิกฺขเว, อาหาเร อตฺถิ ราโค, อตฺถิ นนฺที, อตฺถิ ตณฺหา, ปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ วิรุฬฺห’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๖๔; กถา. ๒๙๖; มหานิ. ๗). อุปคมนํ อปฺปหีนวิปลฺลาสสฺส อารมฺมเณน สโมธานํ สงฺคติ สุขเวทนียาทิผสฺสุปฺปตฺติ ภยํ ภยานกํ ตีหิ ทุกฺขตาหิ อปริมุจฺจนโต. เตนาห ‘‘สุขเวทนียํ, ภิกฺขเว, ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา (สํ. นิ. ๔.๑๒๙), ตสฺส เวทนาปจฺจยา ตณฺหา…เป… ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ (อุทา. ๑). ตตฺถ ตตฺถ ภเว อุปปชฺชติ เอเตนาติ อุปปตฺติ, อุปปชฺชนํ วา อุปปตฺติ, ขิปนํ ภยํ ภยานกํ อุปปตฺติมูลเกหิ พฺยสเนหิ อปริมุตฺตโต. เตนาห ‘‘อวิทฺวา, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคโล ปุญฺญญฺเจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, ปุญฺญุปคํ ภวติ วิญฺญาณํ. อปุญฺญญฺเจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, อปุญฺญุปคํ ภวติ วิญฺญาณ’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๕๑). ปฏิสนฺธีติ ภวนฺตราทีหิ ปฏิสนฺธานํ, ตํ ภยํ ภยานกํ ปฏิสนฺธินิมิตฺเตหิ ทุกฺเขหิ อวิมุจฺจนโต. เตนาห ‘‘วิญฺญาเณ เจ, ภิกฺขเว, อาหาเร อตฺถิ ราโค, อตฺถิ นนฺที, อตฺถิ ตณฺหา, ปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ วิรุฬฺห’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๖๔).

ปุตฺตมํสูปเมน โอวาเทน ทีเปตพฺโพ นิจฺฉนฺทราคปริโภคาย. เอวํ หิ ตตฺถ นิกนฺติภยํ น โหติ. นิจฺจมฺมา คาวี ยํ ยํ ฐานํ อุปคจฺฉติ, ตตฺถ ตตฺเถว นํ ปาณิโน ขาทนฺติเยว. เอวํ ผสฺเส สติ เวทนา อุปฺปชฺชติ, เวทนา จ ทุกฺขสลฺลาทิโต ทฏฺฐพฺพาติ ผสฺเส อาทีนวํ ปสฺสนฺตสฺส อุปคมนภยํ น โหตีติ อาห ‘‘ผสฺสาหาโร นิจฺจมฺมคาวูปเมน ทีเปตพฺโพ’’ติ. เอกาทสหิ อคฺคีหิ สพฺพโส อาทิตฺตา ภวา องฺคารกาสุสทิสาติ ปสฺสโต อุปปตฺติภยํ น โหตีติ อาห ‘‘มโนสญฺเจตนาหาโร องฺคารกาสูปเมน ทีเปตพฺโพ’’ติ. โจรสทิสํ วิญฺญาณํ อนตฺถปาตโต, ปหารสทิสี เวทนา ทุรธิวาสโตติ สมฺมเทว ปสฺสโต ปฏิสนฺธิภยํ น โหตีติ อาห ‘‘วิญฺญาณาหาโร สตฺติสตูปเมน ทีเปตพฺโพ’’ติ.

เอวํ กิจฺจาทิมุเขน อาหาเรสุ อาทีนวํ วิภาเวตฺวา อิทานิ ตตฺถ ยถาธิปฺเปตํ อาหารํ นิทฺธาเรตฺวา ปฏิกฺกูลโต มนสิการวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อิเมสุ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปาทายรูปนิทฺเทเสปิ ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร’’ติ (ธ. ส. ๕๙๕) อาคตตฺตา ตโต วิเสเสนฺโต ‘‘อสิตปีตขายิตสายิตปฺปเภโท’’ติ อาห, ภูตกถนํ วา เอตํ. ตตฺถ อสิตปีตขายิตสายิตปฺปเภโทติ อสิตพฺพปาตพฺพขายิตพฺพสายิตพฺพวิภาโค กาลเภทวจนิจฺฉาย อภาวโต ยถา ‘‘ทุทฺธ’’นฺติ. กพฬีกาโร อาหาโร วาติ อวธารณํ ยถา ผสฺสาหาราทินิวตฺตนํ, เอวํ โอชาหารนิวตฺตนมฺปิ ทฏฺฐพฺพํ. สวตฺถุโก เอว หิ อาหาโร อิธ กมฺมฏฺฐานภูโต, เตน อาหรียตีติ อาหาโรติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อาหรตีติ อาหาโรติ อยํ ปนตฺโถ นิพฺพตฺติตโอชาวเสน เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ อตฺเถติ อิมสฺมึ กมฺมฏฺฐานสงฺขาเต อตฺเถ. อุปฺปนฺนา สญฺญาติ สญฺญาสีเสน ภาวนํ วทติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘ปฏิกฺกูลาการคฺคหณวเสน ปนา’’ติอาทิ (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๕).

กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตฺวาติ กมฺมฏฺฐานํ ปริยตฺติธมฺมโต, อตฺถโต จ สุคฺคหิตํ สุมนสิกตํ สูปธาริตํ กตฺวา. เตนาห ‘‘อุคฺคหโต เอกปทมฺปิ อวิรชฺฌนฺเตนา’’ติ. ตตฺถ อุคฺคหโตติ อาจริยุคฺคหโต. เอกปทมฺปีติ เอกมฺปิ ปทํ, เอกโกฏฺฐาสมฺปิ วา, ปเทสมตฺตมฺปีติ อตฺโถ. ทสหากาเรหีติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อนฺติมชีวิกาภาวโต, ปิณฺฑปาตสฺส อลาภลาเภสุ ปริตสฺสนเคธาทิสมุปฺปตฺติโต, ภุตฺตสฺส สมฺมทชนนโต, กิมิกุลสํวทฺธนโตติ เอวมาทีหิปิ อากาเรหิ อาหาเร ปฏิกฺกูลตา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา? วุตฺตํ เหตํ ‘‘อนฺตมิทํ, ภิกฺขเว, ชีวิกานํ ยทิทํ ปิณฺโฑลฺยํ, อภิสาโปยํ, ภิกฺขเว, โลกสฺมึ ‘ปิณฺโฑโล วิจรสิ ปตฺตปาณี’’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๐), ‘‘อลทฺธา จ ปิณฺฑปาตํ ปริตสฺสติ, ลทฺธา จ ปิณฺฑปาตํ คธิโต มุจฺฉิโต อชฺโฌสนฺโน อนาทีนวทสฺสาวี อนิสฺสรณปญฺโญ ปริภุญฺชตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๒๔), ‘‘ภุตฺโต จ อาหาโร กสฺสจิ กทาจิ มรณํ วา มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ อาวหติ, อุกฺโกจกาทโย, ตกฺโกฏกาทโย จ ทฺวตฺตึส ทฺวตฺตึส กุลปฺปเภทา กิมโย จ นํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺตี’’ติ.

วุจฺจเต – อนฺติมชีวิกาภาโว ตาว จิตฺตสํกิเลสวิโสธนตฺถํ กมฺมฏฺฐานาภินิเวสโต ปเคว มนสิ กาตพฺโพ ‘‘มาหํ ฉวาลาตสทิโส ภเวยฺย’’นฺติ. ตถา ปิณฺฑปาตสฺส อลาภลาเภสุปิ ปริตสฺสนเคธาทิสมุปฺปตฺตินิวารณํ ปเคว อนุฏฺฐาตพฺพํ สุปริสุทฺธสีลสฺส ปฏิสงฺขานวโต ตทภาวโต. ภตฺตสมฺมโท อเนกนฺติโก, ปริโภคนฺโตคโธ วา เวทิตพฺโพ. กิมิกุลสํวทฺธนํ ปน น สงฺคเหตพฺพํ, สงฺคหิตเมว วา ‘‘ทสหากาเรหี’’ติ เอตฺถ นิยมสฺส อกตตฺตา. อิมินา วา นเยน อิตเรสมฺเปตฺถ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ ยถาสมฺภวเมตฺถ ปฏิกฺกูลตาปจฺจเวกฺขณสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ตถา หิ ฆรโคฬิกวจฺจมูสิกชตุกวจฺจาทิกํ สมฺภวนฺตํ คหิตํ, น เอกนฺติกนฺติ. ตถา ปริเยสนาทีสุปิ ยถาสมฺภวํ วตฺตพฺพํ.

คมนโตติอาทีสุ ปจฺจาคมนมฺปิ คมนสภาคตฺตา คมเนเนว สงฺคหิตํ. ปฏิกฺกมนสาลาทิอุปสงฺกมนํ วิย ปริเยสเน สมานปฏิกฺกูลํ หิ อสุจิฏฺฐานกฺกมนวิรูปทุคฺคนฺธทสฺสนฆายนาธิวาสเนหิ. คมนโตติ ภิกฺขาจารวเสน โคจรคามํ อุทฺทิสฺส คมนโต. ปริเยสนโตติ โคจรคาเม ภิกฺขตฺถํ อาหิณฺฑนโต. ปริโภคโตติ อาหารสฺส ปริภุญฺชนโต. อุภยํ อุภเยน อาสยติ, เอกชฺฌํ ปวตฺตมาโนปิ กมฺมพลววตฺถิโต หุตฺวา มริยาทวเสน อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต สยติ ติฏฺฐติ ปวตฺตตีติ อาสโย, อามาสยสฺส อุปริ ติฏฺฐนโก ปิตฺตาทิโก. มริยาทตฺโถ หิ อยมากาโร, ตโต อาสยโต. นิทธาติ ยถาภุตฺโต อาหาโร นิจิโต หุตฺวา ติฏฺฐติ เอตฺถาติ นิธานํ, อามาสโย, ตโต นิธานโต. อปริปกฺกโตติ คหณีสงฺขาเตน กมฺมชเตเชน อปริปกฺกโต. ปริปกฺกโตติ ยถาภุตฺตสฺส อาหารสฺส วิปกฺกภาวโต. ผลโตติ นิพฺพตฺติโต. นิสฺสนฺทโตติ อิโต จิโต จ วิสฺสนฺทนโต. สมฺมกฺขนโตติ สพฺพโส มกฺขนโต. สพฺพตฺถ อาหาเร ปฏิกฺกูลตา ปจฺจเวกฺขิตพฺพาติ โยชนา. ตํตํกิริยานิปฺผตฺติปฏิปาฏิวเสน จายํ คมนโตติอาทิกา อนุปุพฺพี ฐปิตา, สมฺมกฺขนํ ปน ปริโภคาทีสุ ลพฺภมานมฺปิ นิสฺสนฺทวเสน วิเสสโต ปฏิกฺกูลนฺติ สพฺพปจฺฉา ฐปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๒๙๕. เอวํ มหานุภาเวติ อิทานิ วตฺตพฺพปฏิปตฺติยา มหานุภาเวติ วทนฺติ, สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานปริหรณาทิสิทฺธํ วา ธมฺมสุธมฺมตํ ปุรกฺขตฺวา โยคาวจเรน เอวํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ มหานุภาเว นาม สาสเน’’ติอาทิมาห. ตตฺถ นาม-สทฺโท สมฺภาวเน ทฏฺฐพฺโพ. ปพฺพชิเตน คามาภิมุเขน คนฺตพฺพนฺติ โยชนา. อยญฺจ คมนาทิโต ปจฺจเวกฺขณา โยคิโน น อตฺตุทฺเทสิกาว, อถ โข อนุทฺเทสิกาปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สกลรตฺติ’’นฺติอาทินา ธุรทฺวยํ ปริคฺคเหสิ. ปริเวณนฺติ ปริเวณงฺคณํ. วีสตึสวาเรติ เอตฺถ สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนวเสน วารปริจฺเฉโทติ เกจิ, อปเร ปน ‘‘อุณฺหาสเนนา’’ติ วทนฺติ. นีวรณวิกฺขมฺภนญฺหิ อปฺปตฺตา ภาวนา ผรณปีติยา อภาวโต นิสชฺชาวเสน กายกิลมถํ น วิโนทติเยวาติ อิริยาปถจลนํ โหติเยว. วีสตึสคฺคหณํ ปน ยถาสลฺลกฺขิตภิกฺขาจรณเวลาวเสน. อถ วา คมนโต ยาว สมฺมกฺขนมนสิกาโร เอโก วาโร, เอวํ วีสตึสวาเร กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กริตฺวา. นิชนสมฺพาธานีติ ชนสมฺพาธรหิตานิ, เตน อปฺปากิณฺณตํ, อปฺปสทฺทตํ, อปฺปนิคฺโฆสตญฺจ ทสฺเสติ. ตโต เอว ปวิเวกสุขานิ ชนวิเวเกน อิฏฺฐานิ, ปวิเวกสฺส วา ฌานานุโยคสฺส อุปการานิ. ยสฺมา ฉายูทกสมฺปนฺนานิ, ตสฺมา สีตลานิ. ยสฺมา สุจีนิ, ตสฺมา รมณียภูมิภาคานีติ ปุริมานิ เทฺว ปจฺฉิมานํ ทฺวินฺนํ การณวจนานิ. อริยนฺติ นิทฺโทสํ. วิเวกรตินฺติ ฌานานุโยครตึ.

กิญฺจาปิ โยคาวจรานํ วสนฏฺฐานํ นาม สุชคฺคิตํ สุสมฺมฏฺฐเมว โหติ, กทาจิ ปน ชคฺคนโต ปจฺฉา เอวมฺปิ สิยาติ ปฏิกฺกูลตาปจฺจเวกฺขณาย สมฺภวทสฺสนตฺถํ ‘‘ปาทรชฆรโคลิกวจฺจาทิสมฺปริกิณฺณ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ปจฺจตฺถรณนฺติ ภูมิยา ฉวิรกฺขณตฺถํ อตฺถริตพฺพํ จิมิลิกาทิอตฺถรณมาห. ชตุกา ขุทฺทกวคฺคุลิโย. อุปหตตฺตาติ ทูสิตตฺตา. ตโตติ ตโต ตโต. อปฺเปกทา อุลูกปาราวตาทีหีติ อิธาปิ ‘‘อปฺเปกทา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อุทกจิกฺขลฺลาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน กจวราทึ สงฺคณฺหาติ. ปริเวณโต วิหารงฺคณปฺปเวสมคฺโค วิหารรจฺฉา.

วิตกฺกมาฬเกติ ‘‘กตฺถ นุ โข อชฺช ภิกฺขาย จริตพฺพ’’นฺติอาทินา วิตกฺกนมาฬเก. คามมคฺคนฺติ คามคามิมคฺคํ. ขาณุกณฺฏกมคฺโคติ ขาณุกณฺฏกวนฺโต มคฺโค. ทฏฺฐพฺโพ โหตีติ ทสฺสเนน คมนํ อุปลกฺเขติ.

คณฺฑํ ปฏิจฺฉาเทนฺเตนาติอาทิ เอวมชฺฌาสเยน นิวาสนาทิ กาตพฺพนฺติ วตฺตทสฺสนํ, คณฺฑโรคินา วาตาตปาทิปริสฺสยวิโนทนตฺถํ คณฺฑํ ปฏิจฺฉาทยมาเนน วิย. อถ วา คณฺฑํ วิย คณฺฑํ ปฏิจฺฉาทยมาเนนาติ เอกํ คณฺฑ-สทฺทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ ภวติ. ‘‘คณฺโฑติ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจน’’นฺติ (อ. นิ. ๙.๑๕; สํ. นิ. ๔.๑๐๓) วจนโต คณฺโฑติ อตฺตภาวสฺส ปริยาโย, วิเสสโต รูปกายสฺส ทุกฺขตาสูลโยคโต, อสุจิปคฺฆรณโต, อุปฺปาทชราภงฺเคหิ อุทฺธุมาตกปกฺกปภิชฺชนโต. วณโจฬกนฺติ วณปฏิจฺฉาทกวตฺถขณฺฑํ. นีหริตฺวาติ ถวิกโต อุทฺธริตฺวา. กุณปานิปีติ ปิ-สทฺโท ครหายํ เอวรูปานิปิ ทฏฺฐพฺพานิ ภวนฺตีติ, สมฺภวทสฺสเน วา อิทมฺปิ ตตฺถ สมฺภวตีติ. อธิวาเสตพฺโพติ ขมิตพฺโพ อญฺญถา อาหารสฺส อนุปลพฺภนโต. คามทฺวาเรติ คามทฺวารสมีเป, อุมฺมารพฺภนฺตเร วา. คามรจฺฉา วินิวิชฺฌิตฺวา ฐิตา โอโลเกตพฺพา โหนฺติ ยุคมตฺตทสฺสินาปิ สตาติ อธิปฺปาโย.

ปจฺจตฺถรณาทีติ ฆรโคลิกวจฺจาทิสํกิลิฏฺฐปจฺจตฺถรณาทิกํ. อเนกกุณปปริโยสานนฺติ เอตฺถ ทุนฺนิวตฺถทุปฺปารุตมนุสฺสสมากุลานํ คามรจฺฉานํ โอโลกนมฺปิ อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ. ตมฺปิ หิ ปฏิกฺกูลเมวาติ. อโห วตาติ ครหเน นิปาโต. โภติ ธมฺมาลปนํ. ยาวญฺจิทํ ปฏิกฺกูโล อาหาโร ยทตฺถํ คมนมฺปิ นาม เอวํ เชคุจฺฉํ, ทุรธิวาสนญฺจาติ อตฺโถ.

๒๙๖. คมนปฏิกฺกูลนฺติ คมนเมว ปฏิกฺกูลํ คมนปฏิกฺกูลํ. อธิวาเสตฺวาปีติ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน ‘‘เอตฺตเกนาปิ มุตฺติ นตฺถิ, อิโต ปรมฺปิ มหนฺตํ ปฏิกฺกูลํ สกลํ อธิวาเสตพฺพเมวา’’ติ วกฺขมานํ ปฏิกฺกูลํ สมฺปิณฺเฑติ. สงฺฆาฏิปารุเตนาติ สงฺฆาฏิยา กปฺปนปารุปเนน ปารุตสรีเรน. ยตฺถาติ ยาสุ วีถีสุ. ยาว ปิณฺฑิกมํสาปีติ ยาว ชงฺฆปิณฺฑิกมํสปฺปเทสาปิ. อุทกจิกฺขลฺเลติ อุทกมิสฺเส กทฺทเม. เอเกน จีวรนฺติ เอเกน หตฺเถน นิวตฺถจีวรํ. มจฺฉา โธวียนฺติ เอเตนาติ มจฺฉโธวนํ, อุทกํ. สมฺมิสฺส-สทฺโท ปจฺเจกํ สมฺพนฺธิตพฺโพ. โอฬิคลฺลานิ อุจฺฉิฏฺโฐทกคพฺภมลาทีนํ สกทฺทมานํ สนฺทนฏฺฐานานิ, ยานิ ชณฺณุมตฺตอสุจิภริตานิปิ โหนฺติ. จนฺทนิกานิ เกวลานํ อุจฺฉิฏฺโฐทกคพฺภมลาทีนํ สนฺทนฏฺฐานานิ. ยโตติ โอฬิคลฺลาทิโต. ตา มกฺขิกาติ ตตฺถ สณฺฑสณฺฑจาริโน นีลมกฺขิกา. นิลียนฺตีติ อจฺฉนฺติ.

ททมานาปีติอาทิ สติปิ เกสญฺจิ สทฺธานํ วเสน สกฺกจฺจกาเร ปฏิกฺกูลปจฺจเวกฺขณาโยคฺยํ ปน อสทฺธานํ วเสน ปวตฺตนกอสกฺกจฺจการเมว ทสฺเสตุํ อารทฺธํ. ตุณฺหี โหนฺติ สยเมว ริญฺจิตฺวา คจฺฉิสฺสตีติ. คจฺฉาติ อเปหิ. เรติ อมฺโภ. มุณฺฑกาติ อนาทราลปนํ. สมุทาจรนฺตีติ กเถนฺติ. ปิณฺโฑลฺยสฺส อนฺติมชีวิกาภาเวนาห ‘‘กปณมนุสฺเสน วิย คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา นิกฺขมิตพฺพ’’นฺติ.

๒๙๗. ตตฺถาติ ตสฺมึ ปตฺตคเต อาหาเร. ลชฺชิตพฺพํ โหติ ‘‘อุจฺฉิฏฺฐํ นุ โข อยํ มยฺหํ ทาตุกาโม’’ติ อาสงฺเกยฺยาติ, เสโท ปคฺฆรมาโน อาหารสฺส วา อุณฺหตาย, ภิกฺขุโน วา สปริฬาหตายาติ อธิปฺปาโย. สุกฺขถทฺธภตฺตมฺปีติ สุกฺขตาย ถทฺธมฺปิ ภตฺตํ, ปเคว ตกฺกกญฺชิกาทินา อุปสิตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. เตน เสเทน กิลินฺนตาย ปฏิกฺกูลตํ วทติ.

ตสฺมินฺติ ปิณฺฑปาเต. สมฺภินฺนโสเภติ สพฺพโส วินฏฺฐโสเภ. เวมชฺฌโต ปฏฺฐายาติ ชิวฺหาย มชฺฌโต ปฏฺฐาย. ทนฺตคูถโก ทนฺตมลํ. วิจุณฺณิตมกฺขิโตติ อุภเยหิ ทนฺเตหิ วิจุณฺณิโต เขฬาทีหิ สมุปลิตฺโต. เอวํภูตสฺส จสฺส ยายํ ปุพฺเพ วณฺณสมฺปทา, คนฺธสมฺปทา, อภิสงฺขารสมฺปทา จ, สา เอกํเสน วินสฺสติ, รโส ปน นสฺเสยฺย วา น วาติ อาห ‘‘อนฺตรหิตวณฺณคนฺธสงฺขารวิเสโส’’ติ. สุวานโทณิยนฺติ สารเมยฺยานํ ภุญฺชนกอมฺพเณ. สุวานวมถุ วิยาติ วนฺตสุนขฉฑฺฑนํ วิย. จกฺขุสฺส อาปาถํ อตีตตฺตา อชฺโฌหริตพฺโพ โหตีติ อุกฺกํสคตํ ตสฺส ปฏิกฺกูลภาวํ วิภาเวติ.

๒๙๘. ปริโภคนฺติ อชฺโฌหรณํ. เอส อาหาโร อนฺโต ปวิสมาโน พหลมธุกเตลมกฺขิโต วิย ปรมเชคุจฺโฉ โหตีติ สมฺพนฺโธ. อนฺโตติ โกฏฺฐสฺส อพฺภนฺตเร. นิธานมนุปคโต อามาสยํ อปฺปตฺโตเยว อาหาโร ปิตฺตาทีหิ วิมิสฺสิโต โหตีติ อาห ‘‘ปวิสมาโน’’ติ. อามาสยปกฺกาสยวินิมุตฺโต โกยมาสโย นามาติ อาสงฺกํ สนฺธายาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. ปิตฺตเมวาสโย ปิตฺตาสโย. อธิโก โหตีติ วุตฺตํ มนฺทปุญฺญพาหุลฺลโต โลกสฺส. เอวํ อาสยโตติ เชคุจฺโฉ หุตฺวา อนฺโต ปวิฏฺโฐ เชคุจฺฉตเรหิ ปิตฺตาทีหิ วิมิสฺสิโต อติวิย เชคุจฺโฉ โหตีติ เอวํ อาสยโต ปฏิกฺกูลตา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.

๒๙๙. นิธานโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. โสติ อาหาโร. ทสวสฺสิเกนาติ ชาติยา ทสวสฺเสน สตฺเตน. โอกาเสติ อามาสยสงฺขาเต ปเทเส.

๓๐๐. เอวรูเปติ เอทิเส, ทสวสฺสานิ ยาว วสฺสสตํ อโธตวจฺจกูปสทิเสติ อตฺโถ. นิธานนฺติ นิธาตพฺพตํ. ยถาวุตฺตปฺปกาเรติ สเจ ปน ‘‘ทสวสฺสิเกนา’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๒๙๙) ยถาวุตฺโต ปกาโร เอตสฺสาติ ยถาวุตฺตปฺปกาโร, ตสฺมึ. ปรมนฺธการติมิเสติ อติวิย อนฺธกรณมหาตมสิ. อติทุคฺคนฺธเชคุจฺเฉ ปเทเส ปรมเชคุจฺฉภาวํ อุปคนฺตฺวา ติฏฺฐตีติ สมฺพนฺโธ. กตฺถ กึ วิยาติ อาห ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ. กาลเมเฆน อภิวุฏฺเฐ อาวาเฏ พหุโส วสฺสเนน เอกจฺจํ อสุจิชาตํ อุปฺปิลวิตฺวา วิคจฺเฉยฺยาติ อกาลเมฆ-คฺคหณํ. ติณปณฺณกิลญฺชขณฺฑ-คฺคหณํ น อสุภสฺสาปิ อสุเภน สมฺมิสฺสตาย อสุภภาวปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ. กายคฺคิสนฺตาปกุถิตกุถนสญฺชาตเผณปุพฺพุฬกาจิโตติ คหณิเตเชน ปกฺกุถิตนิปฺปกฺกตาย สมุปฺปนฺนเผณปุพฺพุฬนิจิโต. อปริปกฺกโตติ อปริปกฺกภาวโต.

๓๐๑. สุวณฺณรชตาทิธาตุโย วิยาติ ยถา สุวณฺณรชตาทิธาตุโย วิธินา ตาปิยมานา สุวณฺณรชตาทิเก มุญฺจนฺติโย สุวณฺณรชตาทิภาวํ อุปคจฺฉนฺตีติ วุจฺจนฺติ, น เอวมยํ. อยํ ปน อาหาโร กายคฺคินา ปริปกฺโก เผณปุพฺพุฬเก มุญฺจนฺโต สณฺหํ กโรนฺติ เอตฺถาติ ‘‘สณฺหกรณี’’ติ ลทฺธนามเก นิสเท ปิสิตฺวา นาฬิเก ขุทฺทกเวฬุนาฬิกายํ วณฺณสณฺฐานมตฺเตน ปกฺขิปฺปมานปณฺฑุมตฺติกา วิย กรีสภาวํ อุปคนฺตฺวา ปกฺกาสยํ ปูเรติ, มุตฺตภาวํ อุปคนฺตฺวา มุตฺตวตฺถึ ปูเรตีติ โยชนา. คหณิยา อินฺธนภาโค วิย กิมิภกฺขภาโค จ อปากโฏว. รสภาโค ผลโต ปกาสียติ, อปริปกฺกสภาคา จ เตติ เต อนามสิตฺวา กรีสมุตฺตภาคา เอเวตฺถ ทสฺสิตา.

๓๐๒. ปฏิกฺกูลสฺส นาม ผเลน ปฏิกฺกูเลเนว ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺมา ปริปจฺจมาโน’’ติอาทิมาห. นขทนฺตาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน น เกวลํ ตจาทีนิ เอว ทฺวตฺตึสาการปาฬิยํ (ม. นิ. ๓.๑๕๔; ขุ. ปา. ๓.ทฺวตฺตึสาการ) อาคตานิ, อถ โข อกฺขิคูถกณฺณคูถทนฺตมลชลฺลิกาสมฺภวาทีนิ ทฺวตฺตึสโกฏฺฐาสวินิมุตฺตานิ อสุภานิ สงฺคณฺหนฺโต ‘‘นานากุณปานี’’ติ อาหาติ ทฏฺฐพฺพํ.

๓๐๓. นิสฺสนฺทมาโนติ วิสฺสวนฺโต, ปคฺฆรนฺโตติ อตฺโถ. อาทินา ปกาเรนาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน นาสิกาย สิงฺฆาณิกา, มุเขน เขโฬ, กทาจิ ปิตฺตํ, เสมฺหํ, โลหิตํ วมติ, วจฺจมคฺเคน อุจฺจาโร, ปสฺสาวมคฺเคน ปสฺสาโว, สกลกาเย โลมกูเปหิ เสทชลฺลิกาติ เอวํปการํ อสุจึ สงฺคณฺหาติ. ‘‘ปฐมทิวเส’’ติ อิทํ นิสฺสนฺททิวสาเปกฺขาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ทุติยทิวเส นิสฺสนฺเทนฺโต’’ติ. วิกุณิตมุโขติ ชิคุจฺฉาวเสน สงฺกุจิตมุโข. เตนาห ‘‘เชคุจฺฉี’’ติ. มงฺกุภูโตติ วิมนกชาโต ‘‘อิมมฺปิ นาม โปเสมี’’ติ. รตฺโตติ วตฺถํ วิย รงฺคชาเตน จิตฺตสฺส วิปริณามากาเรน ฉนฺทราเคน รตฺโต. คิทฺโธติ อภิกงฺขนสภาเวน อภิคิชฺฌเนน คิทฺโธ เคธํ อาปนฺโน. คธิโตติ ทุมฺโมจนียภาเวน คนฺถิโต วิย ตตฺถ ปฏิพทฺโธ. มุจฺฉิโตติ รสตณฺหาย มุจฺฉํ โมหํ อาปนฺโน. วิรตฺโตติ วิคตราโค. อฏฺฏียมาโนติ ทุกฺขิยมาโน. หรายมาโนติ ลชฺชมาโน. ชิคุจฺฉมาโนติ หีเฬนฺโต.

นวทฺวาเรหีติ ปากฏานํ มหนฺตานํ วเสน วุตฺตํ, โลมกูปวิวเรหิปิ สนฺทเตวาติ. นิลียตีติ อตฺตานํ อทสฺเสนฺโต นิคูหติ, สงฺกุจติ วา. เอวนฺติ เอเกน ทฺวาเรน ปเวสนํ อเนเกหิ ทฺวาเรหิ อเนกธา นิกฺขามนํ, ปกาสนํ ปเวสนํ, นิคูฬฺหํ นิกฺขามนมฺปีติ โสมนสฺสชาเตน ปเวสนํ, มงฺกุภูเตน นิกฺขามนํ, สารตฺเตน ปเวสนํ, วิรตฺเตน นิกฺขามนนฺติ อิเมหิ ปกาเรหิ.

๓๐๔. ปริโภคกาเลปีติ ปิ-สทฺเทน ปวิฏฺฐมตฺโตปิ นาม ปเวสทฺวารํ เชคุจฺฉํ กโรติ, ปเคว ลทฺธปริวาโส ปริปากปฺปตฺโต อิตรทฺวารานีติ ทสฺเสติ. เอส อาหาโร. คนฺธหรณตฺถนฺติ วิสฺสคนฺธาปนยนตฺถํ. กายคฺคินาติ คหณิเตชานุคเตน กายุสฺมานา. เผณุทฺเทหกนฺติ เผณานิ อุฏฺฐเปตฺวา อุฏฺฐเปตฺวา. ปจฺจิตฺวาติ ปริปากํ คนฺตฺวา. อุตฺตรมาโนติ อุปฺปิลวนฺโต. เสมฺหาทีติ อาทิ-สทฺเทน ปิตฺตาทิเก สงฺคณฺหาติ. กรีสาทีติ อาทิ-สทฺเทน เสทชลฺลิกาทิเก. อิมานิ ทฺวารานิ มุขาทีนิ. เอกจฺจนฺติ ปสฺสาวมคฺคํ สนฺธาย วทติ. โจกฺขชาติกา ปน มุขาทีนิปิ โธวิตฺวา หตฺถํ ปุน โธวนฺติเยว. ปุน เอกจฺจนฺติ วจฺจมคฺคํ. ทฺวตฺติกฺขตฺตุนฺติ ทฺวิกฺขตฺตุํ, ติกฺขตฺตุํ วา. เอตฺถ จ อาหารตฺถาย คมนปริเยสนานํ ปฏิกฺกูลตา อาหาเร ปฏิกฺกูลตา วุตฺตา. ปริโภคสฺส ตนฺนิสฺสยโต, อาสยนิธานานํ ตํสมฺพนฺธโต, อิตเรสํ ตพฺพิการโตติ อยมฺปิ วิเสโส เวทิตพฺโพ. กิมิภกฺขภาโวปิ หิสฺส วิการปกฺเขเยว ฐเปตพฺโพติ.

๓๐๕. ตํ นิมิตฺตนฺติ ยถาวุตฺเตหิ อากาเรหิ ปุนปฺปุนํ มนสิ กโรนฺตสฺส ปฏิกฺกูลาการวเสน อุปฏฺฐิตํ กพฬีการาหารสญฺญิตํ ภาวนาย นิมิตฺตํ อารมฺมณํ, น อุคฺคหปฏิภาคนิมิตฺตํ. ยทิ หิ ตตฺถ อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺเชยฺย, ปฏิภาคนิมิตฺเตนปิ ภวิตพฺพํ. ตถา จ สติ อปฺปนาปฺปตฺเตน ฌาเนน ภวิตพฺพํ, น จ ภวติ, กสฺมา? ภาวนาย นานาการโต, สภาวธมฺมภาเวน จ กมฺมฏฺฐานสฺส คมฺภีรภาวโต. เตนาห ‘‘กพฬีการาหารสฺส สภาวธมฺมตาย คมฺภีรตฺตา’’ติ. เอตฺถ หิ ยทิปิ ปฏิกฺกูลาการวเสน ภาวนา ปวตฺตติ. เย ปน ธมฺเม อุปาทาย กพฬีการาหารปญฺญตฺติ, เต เอว ธมฺมา ปฏิกฺกูลา, น ปญฺญตฺตีติ ปฏิกฺกูลาการคฺคหณมุเขนปิ สภาวธมฺเมเยว อารพฺภ ภาวนาย ปวตฺตนโต, สภาวธมฺมานญฺจ สภาเวเนว คมฺภีรภาวโต น ตตฺถ ฌานํ อปฺเปตุํ สกฺโกติ. คมฺภีรภาวโต หิ ปุริมสจฺจทฺวยํ ทุทฺทสํ ชาตนฺติ. ยทิ อุปจารสมาธินา จิตฺตํ สมาธิยติ, กถํ กมฺมฏฺฐานํ ‘‘สญฺญา’’ อิจฺเจว โวหรียตีติ อาห ‘‘ปฏิกฺกูลาการคฺคหณวเสน ปนา’’ติอาทิ.

อิทานิ อิมิสฺสา ภาวนาย อานิสํสํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมญฺจ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. รสตณฺหายาติ มธุราทิรสวิสยาย ตณฺหาย. ปติลียตีติ สงฺกุจติ อเนกาการํ ตตฺถ ปฏิกฺกูลตาย สณฺฐิตตฺตา. ปติกุฏตีติ อปสกฺกติ น วิสรติ. ปติวตฺตตีติ นิวตฺตติ. กนฺตารนิตฺถรณตฺถิโกติ มหโต ทุพฺภิกฺขกนฺตารสฺส นิตฺถรณปฺปโยชโน. วิคตมโทติ มานมทาทีนํ อภาเวน นิมฺมโท, มทาภาวคฺคหเณเนว จสฺส ทวมณฺฑนวิภูสนาทีนมฺปิ อภาโว คหิโตเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. กพฬีการาหารปริญฺญามุเขนาติ วุตฺตนเยน ปฏิกฺกูลาการโต กพฬีการาหารสฺส ปริจฺฉิชฺช ชานนทฺวาเรน. ปญฺจกามคุณิโก ราโคติ อนติวตฺตนฏฺเฐน ปญฺจสุ กามคุเณสุ นิยุตฺโต, ตปฺปโยชโน วา ราโค. ปริญฺญํ สมติกฺกมํ คจฺฉติ. รสตณฺหาย หิ สมฺมเทว วิคตาย รูปตณฺหาทโยปิ วิคตา เอว โหนฺติ โภชเน มตฺตญฺญุตาย อุกฺกํสคมนโต. สติ จ วิสยิสมติกฺกเม วิสโย สมติกฺกนฺโต เอว โหตีติ อาห ‘‘โส ปญฺจกามคุณปริญฺญามุเขน รูปกฺขนฺธํ ปริชานาตี’’ติ. รูปายตนาทีสุ หิ ปริญฺญํ คจฺฉนฺเตสุ ตนฺนิสฺสยภูตานิ, ตคฺคาหกา ปสาทา จ สุเขเนว ปริญฺญํ คจฺฉนฺตีติ. อปริปกฺกาทีติ อาทิ-สทฺเทน อาสยนิธานานมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ อปริปกฺกํ ตาว อุทริยเมว. อาสยคฺคหเณน ปิตฺตเสมฺหปุพฺพโลหิตานํ, ปริปกฺกคฺคหเณน กรีสมุตฺตานํ, ผลคฺคหเณน เกสาทีนํ สพฺเพสํ ปริคฺคโห สิทฺโธ โหตีติ อาห ‘‘กายคตาสติภาวนาปิ ปาริปูรึ คจฺฉตี’’ติ. อสุภสญฺญายาติ อสุภภาวนาย, อวิญฺญาณกอสุภภาวนานุโยคสฺสาติ อตฺโถ. อนุโลมปฏิปทํ ปฏิปนฺโน โหติ ปฏิกฺกูลาการคฺคหเณน กายสฺส อสุจิทุคฺคนฺธเชคุจฺฉภาวสลฺลกฺขณโต. อิมํ ปน ปฏิปตฺตินฺติ อิมํ อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญาภาวนํ. อมตปริโยสานตนฺติ นิพฺพานนิฏฺฐิตํ อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญาภาวนาสงฺขาตํ อุปจารชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา นิพฺพานาธิคมนฺติ อตฺโถ.

อาหาเรปฏิกฺกูลภาวนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุธาตุววตฺถานภาวนาวณฺณนา

๓๐๖. ‘‘เอกํ ววตฺถานนฺติ เอวํ อุทฺทิฏฺฐสฺส จตุธาตุววตฺถานสฺส ภาวนานิทฺเทโส อนุปฺปตฺโต’’ติ อุทฺเทโส นาม นิทฺเทสตฺโถ มุทุมชฺฌปญฺญาพาหุลฺลโต, อาคโต จ ภาโร อวสฺสํ วหิตพฺโพติ กตฺวา วุตฺตํ. ตตฺถ สติปิ วิสยเภเทน ววตฺถานสฺส เภเท ววตฺถานภาวสามญฺเญน ปน ตํ อภินฺนํ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘เอกํ ววตฺถาน’’นฺติ, ปุพฺพภาเค วา สติปิ วิสยเภเท อตฺถสิทฺธิยํ ตสฺส เอกวิสยตาวาติ ‘‘เอกํ ววตฺถาน’’นฺติ วุตฺตํ. ยถา หิ ทฺวตฺตึสากาเร กมฺมํ กโรนฺตสฺส โยคิโน ยทิปิ ปุพฺพภาเค วิสุํ วิสุํ โกฏฺฐาเสสุ มนสิกาโร ปวตฺตติ, อปรภาเค ปน เอกสฺมึ ขเณ เอกสฺมึเยว โกฏฺฐาเส อตฺถสิทฺธิ โหติ, น สพฺเพสุ, เอวมิธาปีติ. ตตฺถ สิยา – ยถา ปฏิกฺกูลภาวสามญฺเญน ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐาเน อเภทโต มนสิกาโร ปวตฺตติ, เอวํ อิธ ธาตุภาวสามญฺเญน อเภทโต มนสิกาโร ปวตฺตตีติ ‘‘เอกํ ววตฺถาน’’นฺติ วุตฺตนฺติ? นยิทเมวํ. ตตฺถ หิ ปณฺณตฺติสมติกฺกมโต ปฏฺฐาย ปฏิกฺกูลวเสเนว สพฺพตฺถ มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ, อิธ ปน สภาวสรสลกฺขณโต ธาตุโย มนสิ กาตพฺพา, น ธาตุภาวสามญฺญโต. เตเนวาห ‘‘สภาวูปลกฺขณวเสน สนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ. กึ วา เอเตน ปปญฺเจน, อญฺเญหิ เอกูนจตฺตาลีสาย กมฺมฏฺฐาเนหิ อสํสฏฺฐํ จตุธาตุววตฺถานํ นาม เอกํ กมฺมฏฺฐานนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกํ ววตฺถาน’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘จตุธาตุววตฺถานสฺส ภาวนานิทฺเทโส’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ จตุธาตุววตฺถานํ ภาวนาว? สจฺจํ ภาวนาว, สกึ ปวตฺตํ ปน ววตฺถานํ, ตสฺส พหุลีกาโร ภาวนาติ วจนเภเทน วุตฺตํ. กถํ ปน ภาวนา นิทฺทิสียติ ตสฺสา วจีโคจราติกฺกนฺตภาวโตติ? นายํ โทโส ภาวนตฺเถ ภาวนาโวหารโต. ภาวนตฺโถ หิ กมฺมฏฺฐานปริคฺคโห อิธ ‘‘ภาวนา’’ติ อธิปฺเปโต.

สภาวูปลกฺขณวเสนาติ กกฺขฬตฺตาทิกสฺส สลกฺขณสฺส อุปธารณวเสน. อิทํ หิ กมฺมฏฺฐานํ ปถวีกสิณาทิกมฺมฏฺฐานํ วิย น ปณฺณตฺติมตฺตสลฺลกฺขณวเสน, นีลกสิณาทิกมฺมฏฺฐานํ วิย น นีลาทิวณฺณสลฺลกฺขณวเสน, นาปิ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ วิย สงฺขารานํ อนิจฺจตาทิสามญฺญลกฺขณสลฺลกฺขณวเสน ปวตฺตติ, อถ โข ปถวีอาทีนํ สภาวสลฺลกฺขณวเสน ปวตฺตติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สภาวูปลกฺขณวเสนา’’ติ, กกฺขฬตฺตาทิกสฺส สลกฺขณสฺส อุปธารณวเสนาติ อตฺโถ. สนฺนิฏฺฐานนฺติ ญาณวินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ, น เยวาปนกวินิจฺฉโย, นาปิ วิตกฺกาทิวินิจฺฉโย. ธาตุมนสิกาโรติ ธาตูสุ มนสิกาโร, จตสฺโส ธาตุโย อารพฺภ ภาวนามนสิกาโรติ อตฺโถ. กาตพฺพโต กมฺมํ, โยคิโน สุขวิเสสานํ การณภาวโต ฐานญฺจาติ กมฺมฏฺฐานํ, จตุนฺนํ มหาภูตานํ สภาวสลฺลกฺขณวเสน ปวตฺตํ โยคกมฺมํ. เตนาห ‘‘ธาตุมนสิกาโร, ธาตุกมฺมฏฺฐานํ, จตุธาตุววตฺถานนฺติ อตฺถโต เอก’’นฺติ. ตยิทํ จตุธาตุววตฺถานํ. ‘‘ทฺวิธา อาคต’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ธาตุวิภงฺเค นาติสงฺเขปวิตฺถารวเสน อาคตํ, ตสฺมา ‘‘ติธา อาคต’’นฺติ วตฺตพฺพนฺติ? น, ตตฺถาปิ อชฺฌตฺติกานํ ธาตูนํ ปเภทโต อนวเสสปริยาทานสฺส กตตฺตา, พาหิรานญฺจ ธาตูนํ ปริคฺคหิตตฺตา. อถ วา ทฺวิธา อาคตนฺติ เอตฺถ ทฺวิธาว อาคตนฺติ น เอวํ นิยโม คเหตพฺโพ, อถ โข ทฺวิธา อาคตเมวาติ, เตน ตติยสฺสาปิ ปการสฺส สงฺคโห สิทฺโธ โหติ. โส จ นาติสงฺเขปวิตฺถารนโย ‘‘สงฺเขปโต จ วิตฺถารโต จา’’ติ เอตฺถ อาวุตฺติวเสน, จ-สทฺเทเนว วา สงฺคโหติ ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา โย นาติสงฺเขปวิตฺถารนเยน อติสงฺเขปปฏิกฺเขปมุเขน ลพฺภมาโน วิตฺถารภาโค, ตํ วิตฺถารนยนฺโตคธเมว กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ทฺวิธา อาคต’’นฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘นาติติกฺขปญฺญสฺส ธาตุกมฺมฏฺฐานิกสฺส วเสน วิตฺถารโต อาคต’’นฺติ อิทญฺจ วจนํ สมตฺถิตํ โหติ. ‘‘มหาสติปฏฺฐาเน’’ติ จ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ, สติปฏฺฐาน(ที. นิ. ๒.๓๗๘ อาทโย; ม. นิ. ๓.๑๑๑ อาทโย) กายคตาสติสุตฺตาทีสุปิ (ม. นิ. ๓.๑๕๓ อาทโย) ตเถว อาคตตฺตา. ราหุโลวาเทติ มหาราหุโลวาเท (ม. นิ. ๒.๑๑๓ อาทโย). ธาตุวิภงฺเคติ ธาตุวิภงฺคสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๓๔๒ อาทโย), อภิธมฺเม ธาตุวิภงฺเค (วิภ. ๑๗๒ อาทโย) จ.

กามํ มหาสติปฏฺฐาเน อตฺเถน อุปมํ ปริวาเรตฺวา เทสนา อาคตา, อุปมา จ นาม ยาวเทว อุปเมยฺยตฺถวิภาวนตฺถาติ อุปมํ ตาว ทสฺเสตฺวา อุปเมยฺยตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘เสยฺยถาปี’’ติอาทินา ปาฬิ อานีตา. กสฺมา ปเนตฺถ ธาตุวเสน, ตตฺถปิ จตุมหาภูตวเสน กมฺมฏฺฐานนิทฺเทโส กโตติ? สตฺตสุญฺญตาสนฺทสฺสนตฺถํ, เอตฺถ ธาตุวเสน, ตตฺถาปิ โอฬาริกภาเวน สุปากฏตาย, เอกจฺจเวเนยฺยชนจริตานุกุลตาย จ มหาภูตวเสน กมฺมฏฺฐานนิทฺเทโส กโตติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ปถวีธาตูติอาทีสุ ธาตุตฺโถ นาม สภาวตฺโถ, สภาวตฺโถ นาม สุญฺญตตฺโถ, สุญฺญตตฺโถ นาม นิสฺสตฺตตฺโถ. เอวํ สภาวสุญฺญตนิสฺสตฺตตฺเถน ปถวีเยว ธาตุ ปถวีธาตุ. อาโปธาตุอาทีสุปิ เอเสว นโย. ปถวีธาตูติ สหชรูปธมฺมานํ ปติฏฺฐา ธาตุ, ตถา อาโปธาตูติ อาพนฺธนธาตุ, เตโชธาตูติ ปริปาจนธาตุ, วาโยธาตูติ วิตฺถมฺภนธาตูติ เอวเมตฺถ สมาโส, ภาวตฺโถ จ เวทิตพฺโพ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ปรโต อาคมิสฺสติ.

เอวํ ติกฺขปญฺญสฺสาติอาทีสุ เอวนฺติ ยถาทสฺสิตํ ปาฬึ ปจฺจามสติ. นาติติกฺขปญฺญสฺส วิตฺถารเทสนาติ กตฺวา อาห ‘‘ติกฺขปญฺญสฺสา’’ติ. ยถา วตฺถยุคํ อรหตีติ วตฺถยุคิโก, เอวํ ธาตุกมฺมฏฺฐานํ อรหติ, ธาตุกมฺมฏฺฐานปโยชโนติ วา ธาตุกมฺมฏฺฐานิโก, ตสฺส ธาตุกมฺมฏฺฐานิกสฺส.

เฉโกติ ตํตํสมญฺญาย กุสโล, ยถาชาเต สูนสฺมึ นงฺคุฏฺฐขุรวิสาณาทิวนฺเต อฏฺฐิมํสาทิอวยวสมุทาเย อวิภตฺเต คาวีสมญฺญา, น วิภตฺเต, วิภตฺเต ปน อฏฺฐิมํสาทิอวยวสมญฺญาติ ชานนโก. โคฆาตโกติ ชีวิกตฺถาย คุนฺนํ ฆาตโก. อนฺเตวาสีติ กมฺมกรณวเสน ตสฺส สมีปวาสี ตสฺส ตนฺนิสฺสาย ชีวนโต. วินิวิชฺฌิตฺวาติ เอกสฺมึ ฐาเน อญฺญํ วินิวิชฺฌิตฺวา. มหาปถานํ เวมชฺฌฏฺฐานสงฺขาเตติ จตุนฺนํ มหาปถานํ ตาย เอว วินิวิชฺฌนฏฺฐานสงฺขาเต. ยสฺมา เต จตฺตาโร มหาปถา จตูหิ ทิสาหิ อาคนฺตฺวา สโมหิตา วิย โหนฺติ, ตสฺมา ตํ ฐานํ จตุมหาปถานํ, ตสฺมึ จตุมหาปเถ. วิลียนฺติ ภิชฺชนฺติ วิภชฺชนฺตีติ พีลา, ภาคา, ว-การสฺส พ-การํ, อิ-การสฺส จ อี-การํ กตฺวา. ตเมว หิ ภาคตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โกฏฺฐาสํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ ฐิต-สทฺโท ‘‘ฐิโต วา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๒๘) วิย ฐานสงฺขาตอิริยาปถสมงฺคิตาย, คตินิวตฺติอตฺถตาย วา ฐา-สทฺทสฺส อญฺญตฺถ ฐเปตฺวา คมนํ เสสอิริยาปถสมงฺคิตาย โพธโก, อิธ ปน ยถา ตถา รูปกายสฺส ปวตฺติอาการโพธโก อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘จตุนฺนํ อิริยาปถานํ เยน เกนจิ อากาเรน ฐิตตฺตายถาฐิต’’นฺติ. ตตฺถ อากาเรนาติ ฐานาทินา รูปกายสฺส ปวตฺติอากาเรน. ฐานาทโย หิ อิริยาสงฺขาตาย กายิกกิริยาย ปวตฺติฏฺฐานตาย ‘‘อิริยาปถา’’ติ วุจฺจนฺติ. ยถาฐิตนฺติ ยถาปวตฺตํ. ยถาวุตฺตฏฺฐานเมเวตฺถ ปณิธานนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ยถาฐิตตฺตาว ยถาปณิหิต’’นฺติ. ฐิตนฺติ วา กายสฺส ฐานสงฺขาตอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. ปณิหิตนฺติ ตทญฺญอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. ฐิตนฺติ วา กายสงฺขาตานํ รูปธมฺมานํ ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ สกิจฺจวเสน อวฏฺฐานปริทีปนํ. ปณิหิตนฺติ ปจฺจยกิจฺจวเสน เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ ปการโต นิหิตํ ปณิหิตนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ธาตุโสติ ธาตุํ ธาตุํ ปถวีอาทิธาตุํ วิสุํ วิสุํ กตฺวา. ปจฺจเวกฺขตีติ ปติ ปติ อเวกฺขติ ญาณจกฺขุนา วินิพฺภุชิตฺวา ปสฺสติ.

ยถา เฉโกติอาทินา ปาฬิยา สทฺทตฺถวิวรณวเสน วุตฺตเมวตฺถํ อิทานิ ภาวตฺถวิภาวนวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา โคฆาตกสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โปเสนฺตสฺสาติ มํสูปจยปริพฺรูหนาย กุณฺฑกภตฺตกปฺปาสฏฺฐิอาทีหิ สํวฑฺเฒนฺตสฺส. วธิตํ มตนฺติ หึสิตํ หุตฺวา มตํ. มตนฺติ จ มตมตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตาวเทวา’’ติ. คาวีติ สญฺญา น อนฺตรธายติ ยานิ องฺคปจฺจงฺคานิ อุปาทาย คาวีสมญฺญา, มตมตฺตายปิ คาวิยา เตสํ สนฺนิเวสสฺส อวินฏฺฐตฺตา. พิลาโสติ พิลํ พิลํ กตฺวา. วิภชิตฺวาติ อฏฺฐิสงฺฆาตโต มํสํ วิเวเจตฺวา, ตโต วา วิเวจิตํ มํสํ ภาคโส กตฺวา. เตเนวาห ‘‘มํสสญฺญา ปวตฺตตี’’ติ. ปพฺพชิตสฺสปิ อปริคฺคหิตกมฺมฏฺฐานสฺส. ฆนวินิพฺโภคนฺติ สนฺตติสมูหกิจฺจฆนานํ วินิพฺภุชนํ วิเวจนํ. ธาตุโส ปจฺจเวกฺขโตติ ยถาวุตฺตํ ฆนวินิพฺโภคํ กตฺวา ธาตุโส ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส. สตฺตสญฺญาติ อตฺตานุทิฏฺฐิวเสน ปวตฺตา สตฺตสญฺญาติ วทนฺติ, โวหารวเสน ปวตฺตสตฺตสญฺญายปิ ตทา อนฺตรธานํ ยุตฺตเมว ยาถาวโต ฆนวินิพฺโภคสฺส สมฺปาทนโต. เอวํ หิ สติ ยถาวุตฺตโอปมฺมตฺเถน โอปเมยฺยตฺโถ อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติ. เตเนวาห ‘‘ธาตุวเสเนว จิตฺตํ สนฺติฏฺฐตี’’ติ.

๓๐๗. เอวํ ธาตุกมฺมฏฺฐานสฺส สงฺเขปโต อาคตฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิตฺถารโต อาคตฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ ‘‘มหาหตฺถิปทูปเม ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวนฺติ อิมินา ราหุโลวาท- (ม. นิ. ๒.๑๑๓ อาทโย) ธาตุวิภงฺเคสุ (ม. นิ. ๓.๓๔๒ อาทโย; วิภ. ๑๗๒ อาทโย) ธาตุกมฺมฏฺฐานสฺส วิตฺถารโต อาคมนเมว อุปสํหรติ, น สพฺพํ เทสนานยํ อญฺญถาปิ ตตฺถ เทสนานยสฺส อาคตตฺตา.

ตตฺราติ ตสฺมึ ยถาทสฺสิเต มหาหตฺถิปทูปมปาเฐ. อชฺฌตฺติกาติ สตฺตสนฺตานปริยาปนฺนา. อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตนฺติ ปททฺวเยนาปิ ตํตํปาฏิปุคฺคลิกธมฺโม วุจฺจตีติ อาห ‘‘อุภยมฺปิ นิยกสฺส อธิวจน’’นฺติ. สสนฺตติปริยาปนฺนตาย ปน อตฺตนิ คเหตพฺพภาวูปคมนวเสน อตฺตานํ อธิกิจฺจ ปวตฺตํ อชฺฌตฺตํ. ตํตํสนฺตติปริยาปนฺนตาย ปจฺจตฺตํ. เตเนวาห ‘‘อตฺตนิ ปวตฺตตฺตา อชฺฌตฺตํ, อตฺตานํ ปฏิจฺจ ปฏิจฺจ ปวตฺตตฺตา ปจฺจตฺต’’นฺติ. กกฺขฬนฺติ กถินํ. ยสฺมา ตํ ถทฺธภาเวน สหชาตานํ ปติฏฺฐา โหติ, ตสฺมา ‘‘ถทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ. ขริคตนฺติ ขรีสุ ขรสภาเวสุ คตํ ตปฺปริยาปนฺนํ, ขรสภาวเมวาติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน ขรสภาวํ ผรุสากาเรน อุปฏฺฐานโต ผรุสาการํ โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ผรุส’’นฺติ. เตนาห ‘‘ทุติยํ อาการวจน’’นฺติ. อุปาทินฺนํ นาม สรีรฏฺฐกํ. ตํ ปน กมฺมสมุฏฺฐานตํ สนฺธาย อุปาทินฺนมฺปิ อตฺถิ อนุปาทินฺนมฺปิ, ตณฺหาทีหิ อาทินฺนคหิตปรามฏฺฐวเสน สพฺพมฺเปตํ อุปาทินฺนเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปาทินฺนนฺติ ทฬฺหํ อาทินฺน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘มม’’นฺติ คหิตํ ‘‘อห’’นฺติ ปรามฏฺฐนฺติ โยชนา. เสยฺยถิทนฺติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาวาจีติ อาห ‘‘ตํ กตมนฺติ เจติ อตฺโถ’’ติ. ตโตติ ปจฺฉา. ตนฺติ ตํ อชฺฌตฺติกาทิเภทโต ทสฺสิตํ ปถวีธาตุํ. ทสฺเสนฺโตติ วตฺถุวิภาเคน ทสฺเสนฺโต. กิญฺจาปิ มตฺถลุงฺคํ อฏฺฐิมิญฺเชเนว สงฺคเหตฺวา อิธ ปาฬิยํ วิสุํ น อุทฺธฏํ, ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๔) ปน วีสติยา อากาเรหิ ปริปุณฺณํ กตฺวา ทสฺเสตุํ วิสุํ คหิตนฺติ ตมฺปิ สงฺคณฺหนฺโต ถทฺธภาวาธิกตาย ปถวีธาตุโกฏฺฐาเสสุเยว ‘‘มตฺถลุงฺคํ ปกฺขิปิตฺวา วีสติยา อากาเรหิ ปถวีธาตุ นิทฺทิฏฺฐาติ เวทิตพฺพา’’ติ อาห. ‘‘ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจี’’ติ วา อิมินา ปาฬิยํ มตฺถลุงฺคสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา อิธ ‘‘ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจี’’ติ อิทํ ปุพฺพาปราเปกฺขํ ‘‘มตฺถลุงฺคํ ปกฺขิปิตฺวา วีสติยา อากาเรหิ ปถวีธาตุ นิทฺทิฏฺฐาติ เวทิตพฺพา, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจี’’ติ วจนโต. ปุน ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจีติ อวเสเสสุ ตีสุ โกฏฺฐาเสสูติ โยเชตพฺพํ. ตีสุ โกฏฺฐาเสสูติ ติปฺปกาเรสุ โกฏฺฐาเสสุ. น หิ เต ตโย โกฏฺฐาสา.

วิสฺสนฺทนภาเวนาติ ปคฺฆรณสภาเวน. อปฺโปตีติ วิสรติ. ปปฺโปตีติ ปาปุณาติ, สสมฺภารอาปวเสน เจตํ วุตฺตํ. โส หิ วิสฺสนฺทนภาเวน สสมฺภารปถวีสงฺขาตํ ตํ ตํ ฐานํ วิสรติ, ปาปุณาติ จ, ลกฺขณาปวเสเนว วา. โสปิ หิ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยาทิปจฺจยตาย เสสภูตตฺตยสงฺขาตํ ตํ ตํ ฐานํ ทฺรวภาวสิทฺเธน วิสฺสนฺทนภาเวน อาพนฺธตฺตํ, อาสตฺตตฺตํ, อวิปฺปกิณฺณญฺจ กโรนฺตํ ‘‘อปฺโปติ ปปฺโปตี’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ.

เตชนวเสนาติ นิสิตภาเวน ติกฺขภาเวน. วุตฺตนเยนาติ กมฺมสมุฏฺฐานาทิวเสน ‘‘นานาวิเธสู’’ติ อาโปธาตุยํ วุตฺตนเยน. กุปิเตนาติ ขุภิเตน. อุสุมชาโตติ อุสฺมาภิภูโต. ชีรตีติ ชิณฺโณ โหติ. เตโชธาตุวเสน ลพฺภมานา อิมสฺมึ กาเย ชราปวตฺติ ปากฏชราวเสน เวทิตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อินฺทฺริยเวกลฺลต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สรีเร ปกติอุสุมํ อติกฺกมิตฺวา อุณฺหภาโว สนฺตาโป, สรีรสฺส ทหนวเสน ปวตฺโต มหาทาโห ปริทาโหติ อยเมเตสํ วิเสโส. เยน ชีรียตีติ จ เอกาหิกาทิชรโรเคน ชรียตีติปิ อตฺโถ ยุชฺชติ. สตกฺขตฺตุํ ตาเปตฺวา ตาเปตฺวา สีตุทเก ปกฺขิปิตฺวา อุทฺธฏา สปฺปิ ‘‘สตโธตสปฺปี’’ติ วทนฺติ. อสิตนฺติ ภุตฺตํ. ขายิตนฺติ ขาทิตํ. สายิตนฺติ อสฺสาทิตํ. สมฺมา ปริปากํ คจฺฉตีติ สมเวปากินิยา คหณิยา วเสน วุตฺตํ, อสมฺมาปริปาโกปิ ปน วิสมเวปากินิยา ตสฺสา เอว วเสน เวทิตพฺโพ. รสาทิภาเวนาติ รสรุธิรมํสเมทนฺหารุอฏฺฐิอฏฺฐิมิญฺชสุกฺกวเสน. วิเวกนฺติ ปุถุภาวํ อญฺญมญฺญํ วิสทิสภาวํ. อสิตาทิเภทสฺส หิ อาหารสฺส ปริณาเม รโส โหติ, ตํ ปฏิจฺจ รสธาตุ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. เอวํ ‘‘รสสฺส ปริณาเม รุธิร’’นฺติอาทินา สพฺพํ เนตพฺพํ.

วายนวเสนาติ สมุทีรณวเสน, สเวคคมนวเสน วา. อุคฺคารหิกฺกาทีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อุทฺเทกขิปนาทิปวตฺตนกวาตานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อุจฺจารปสฺสาวาทีติ อาทิ-สทฺเทน ปิตฺตเสมฺหลสิกาเกวลทุคฺคนฺธาทินีหรณกานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ยทิปิ กุจฺฉิ-สทฺโท อุทรปริยาโย, โกฏฺฐ-สทฺเทน ปน อนฺตนฺตรสฺส วุจฺจมานตฺตา ตทวสิฏฺโฐ อุทรปฺปเทโส อิธ กุจฺฉิ-สทฺเทน วุจฺจตีติ อาห ‘‘กุจฺฉิสยา วาตาติ อนฺตานํ พหิวาตา’’ติ. สมิญฺชนปสารณาทีติ อาทิ-สทฺเทน อาโลกนวิโลกนอุทฺธรณาติหรณาทิกา สพฺพา กายิกกิริยา สงฺคหิตา. ‘‘อสฺสาสปสฺสาสา จิตฺตสมุฏฺฐานาวา’’ติ เอเตน อสฺสาสปสฺสาสานํ สรีรํ มุญฺจิตฺวา ปวตฺติ นตฺถีติ ทีเปติ. น หิ พหิทฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานสฺส สมฺภโว อตฺถีติ. ยทิ เอวํ กถํ ‘‘ปสฺสาโสติ พหินิกฺขมนนาสิกวาโต, ทีฆนาสิกสฺส นาสิกคฺคํ, อิตรสฺส อุตฺตโรฏฺฐํ ผุสนฺโต ปวตฺตตี’’ติ วจนํ? ตํ นิกฺขมนากาเรน ปวตฺติยา จิตฺตสมุฏฺฐานสฺส, สนฺตาเน ปวตฺตอุตุสมุฏฺฐานสฺส จ วเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สพฺพตฺถาติ อาโปธาตุอาทีนํ ติสฺสนฺนํ ธาตูนํ นิทฺเทสํ สนฺธายาห. ตตฺถ อาโปธาตุนิทฺเทเส ‘‘ยํ วา ปนญฺญ’’นฺติ อิมินา สมฺภวสฺส, เตโชธาตุนิทฺเทเส สรีเร ปากติกอุสฺมาย, วาโยธาตุนิทฺเทเส ธมนิชาลานุสฏสฺส ตตฺถ ตตฺถ จมฺมขีลปีฬกาทินิพฺพตฺตกวายุโน สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สมิญฺชนาทินิพฺพตฺตกวาตา จิตฺตสมุฏฺฐานาว. ยทิ เอวํ, กถํ ‘‘ปุริมา ปญฺจ จตุสมุฏฺฐานา’’ติ วจนํ? น หิ สมิญฺชนาทินิพฺพตฺตกา เอว องฺคมงฺคานุสาริโน วาตา, อถ โข ตทญฺเญปีติ นตฺถิ วิโรโธ.

อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. เตนาห ‘‘วีสติยา อากาเรหี’’ติอาทิ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ วิตฺถารโต อาคเต ธาตุกมฺมฏฺฐาเนติ อตฺโถ. เตน อยํ วณฺณนา น เกวลํ มหาหตฺถิปทูปมสฺเสว (ม. นิ. ๑.๓๐๐ อาทโย), อถ โข มหาราหุโลวาท- (ม. นิ. ๒.๑๑๓ อาทโย) ธาตุวิภงฺคสุตฺตานมฺปิ (ม. นิ. ๓.๓๔๒ อาทโย) อตฺถสํวณฺณนา โหติเยวาติ ทสฺสิตํ โหติ. ภาวนานเยปิ เอเสว นโย. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘เอวํ ราหุโลวาทธาตุวิภงฺเคสุปี’’ติ.

๓๐๘. ภาวนานเยติ ภาวนาย นเย. เยน กมฺมฏฺฐานภาวนา อิชฺฌติ, ตสฺมึ ภาวนาวิธิมฺหีติ อตฺโถ. เอตฺถาติ ธาตุกมฺมฏฺฐาเน. ยสฺมา เยสํ ‘‘ติกฺขปญฺโญ นาติติกฺขปญฺโญ’’ติ อิเมสํ ทุวิธานํ ปุคฺคลานํ วเสน อิทํ กมฺมฏฺฐานํ ทฺวิธา อาคตํ ทฺวิธา เทสิตํ, ตสฺมา กมฺมฏฺฐานาภินิเวโสปิ เตสํ ทฺวิธาว อิจฺฉิตพฺโพติ ตํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘ติกฺขปญฺญสฺส ภิกฺขุโน’’ติอาทิ อารทฺธํ. โลมา ปถวีธาตูตีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เอวํ วิตฺถารโต ธาตุปริคฺคโหติ ‘‘เกสา ปถวีธาตุ, โลมา ปถวีธาตู’’ติอาทินา เอวํ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหิ วิตฺถารโต ธาตุกมฺมฏฺฐานปริคฺคโห. ปปญฺจโตติ ทนฺธโต สณิกโต. ยํ ถทฺธลกฺขณนฺติ เกสาทีสุ ยํ ถทฺธลกฺขณํ กกฺขฬภาโว. ยํ อาพนฺธนลกฺขณนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ มนสิ กโรโตติ วตฺถุํ อนามสิตฺวา เอวํ ลกฺขณมตฺตโต มนสิการํ ปวตฺเตนฺตสฺส. อสฺสาติ ติกฺขปญฺญสฺส. กมฺมฏฺฐานํ ปากฏํ โหตีติ โยคกมฺมสฺส ปวตฺติฏฺฐานภูตํ ตเทว ลกฺขณํ วิภูตํ โหติ, ตสฺส วา ลกฺขณสฺส สุฏฺฐุ อุปฏฺฐานโต ตํ อารพฺภ ปวตฺตมานํ มนสิการสงฺขาตํ กมฺมฏฺฐานํ วิภูตํ วิสทํ โหติ, ติกฺขปญฺญสฺส อินฺทฺริยปาฏเวน สํขิตฺตรุจิภาวโต. สพฺพโส มนฺทปญฺญสฺส ภาวนาว น อิชฺฌตีติ อาห ‘‘นาติติกฺขปญฺญสฺสา’’ติ. เอวํ มนสิ กโรโตติ วุตฺตนเยน สงฺเขปโต มนสิ กโรโต. อนฺธการํ อวิภูตํ โหตีติ อนุปฏฺฐานโต อนฺธํ วิย กโรนฺตํ อปากฏํ โหติ กมฺมฏฺฐานนฺติ โยชนา. ปุริมนเยนาติ ‘‘เกสา ปถวีธาตู’’ติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยน. วตฺถุอามสเนน วิตฺถารโต มนสิ กโรนฺตสฺส ปากฏํ โหติ กมฺมฏฺฐานํ, นาติติกฺขปญฺญสฺส อขิปฺปนิสนฺติตาย วิตฺถารรุจิภาวโต.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา ทฺวีสุ ภิกฺขูสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เปยฺยาลมุขนฺติ เปยฺยาลปาฬิยา มุขภูตํ ทฺวารภูตํ อาทิโต วารํ, วารทฺวยํ วา. วิตฺถาเรตฺวาติ อนวเสสโต สชฺฌายิตฺวา. อุภโตโกฏิวเสเนวาติ ตสฺส ตสฺส วารสฺส อาทิอนฺตคฺคหณวเสเนว. โอฏฺฐปริยาหตมตฺตนฺติ โอฏฺฐานํ สมฺผุสนมตฺตํ. ยถา คนฺถปริวตฺตเน ติกฺขปญฺญสฺส ภิกฺขุโน สงฺเขโป รุจฺจติ, น วิตฺถาโร. อิตรสฺส จ วิตฺถาโร รุจฺจติ, น สงฺเขโป, เอวํ ภาวนานเยปีติ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ.

ตสฺมาติ ยสฺมา ติกฺขปญฺญสฺส สงฺเขโป, นาติติกฺขปญฺญสฺส จ วิตฺถาโร สปฺปาโย, ตสฺมา. ยสฺมา กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชิตุกามสฺส สีลวิโสธนาทิปุพฺพกิจฺจํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตํ สพฺพาการสมฺปนฺนํ เหฏฺฐา วุตฺตเมวาติ อิธ น อามฏฺฐํ. ยสฺมา ปน วิเวกฏฺฐกายสฺส, วิเวกฏฺฐจิตฺตสฺเสว จ ภาวนา อิชฺฌติ, น อิตรสฺส, ตสฺมา ตทุภยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘รโหคเตน ปฏิสลฺลีเนนา’’ติ อาห. ตตฺถ รโหคเตนาติ รหสิ คเตน, เอกากินา ภาวนานุกูลฏฺฐานํ อุปคเตนาติ อตฺโถ. ปฏิสลฺลีเนนาติ ปติ ปติ ปุถุตฺตารมฺมณโต จิตฺตํ นิเสเธตฺวา กมฺมฏฺฐาเน สลฺลีเนน, ตตฺถ สํสิลิฏฺฐจิตฺเตนาติ อตฺโถ. สกลมฺปิ อตฺตโน รูปกายํ อาวชฺเชตฺวาติ อุทฺธํ ปาทตลา, อโธ เกสมตฺถกา, ติริยํ ตจปริยนฺตํ สพฺพมฺปิ อตฺตโน กรชกายํ ธาตุวเสน มนสิ กโรนฺโต ยสฺมา จาตุมหาภูติโก อยํ กาโย, ตสฺมา ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย ปถวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตู’’ติ จตุมหาภูตวเสน สมนฺนาหริตฺวาติ อตฺโถ. อิทานิ ตาสํ ธาตูนํ ลกฺขณโต, อุปฏฺฐานาการโต จ มนสิการวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘โย อิมสฺมึ กาเย’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ ถทฺธภาโวติ ลกฺขณมาห. ถทฺธตฺตลกฺขณา หิ ปถวีธาตุ. ขรภาโวติ อุปฏฺฐานาการํ, ญาเณน คเหตพฺพาการนฺติ อตฺโถ. ทฺรวภาโว ลกฺขณํ อาโปธาตุยา ปคฺฆรณสภาวตฺตา. อาพนฺธนํ อุปฏฺฐานากาโร. อุณฺหภาโว ลกฺขณํ เตโชธาตุยา อุสฺมาสภาวตฺตา. ปริปาจนํ อุปฏฺฐานากาโร. วิตฺถมฺภนํ ลกฺขณํ วาโยธาตุยา อุปตฺถมฺภนสภาวตฺตา. สมุทีรณํ อุปฏฺฐานากาโร, อุปฏฺฐานากาโร จ นาม ธาตูนํ สกิจฺจกรณวเสน ญาณสฺส วิภูตากาโร. กสฺมา ปเนตฺถ อุภยคฺคหณํ? ปุคฺคลชฺฌาสยโต. เอกจฺจสฺส หิ ธาตุโย มนสิ กโรนฺตสฺส ตา สภาวโต คเหตพฺพตํ คจฺฉนฺติ, เอกจฺจสฺส สกิจฺจกรณโต, โย รโสติ วุจฺจติ. ตตฺรายํ โยคี ธาตุโย มนสิ กโรนฺโต อาทิโต ปจฺเจกํ สลกฺขณโต, สรสโตปิ ปริคฺคณฺหาติ. เตนาห ‘‘โย อิมสฺมึ กาเย ถทฺธภาโว วา ขรภาโว วา…เป… เอวํ สํขิตฺเตน ธาตุโย ปริคฺคเหตฺวา’’ติ. ตตฺถ ปริคฺคเหตฺวาติ ปริคฺคาหกภูเตน ญาเณน ธาตุโย ลกฺขณโต, รสโต วา ปริจฺฉิชฺช คเหตฺวา. อยํ ตาว สํขิตฺตโต ภาวนานเย กมฺมฏฺฐานาภินิเวโส.

เอวํ ปน ธาตุโย ปริคฺคเหตฺวา ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย ปถวีธาตุ ถทฺธภาโว วา ขรภาโว วา, อาโปธาตุ ทฺรวภาโว วา อาพนฺธนภาโว วา, เตโชธาตุ อุณฺหภาโว วา ปริปาจนภาโว วา, วาโยธาตุ วิตฺถมฺภนภาโว วา สมุทีรณภาโว วา’’ติ เอวํ ลกฺขณาทีหิ สทฺธึเยว ธาตุโย มนสิ กโรนฺเตน กาลสตมฺปิ กาลสหสฺสมฺปิ ปุนปฺปุนํ อาวชฺชิตพฺพํ มนสิ กาตพฺพํ, ตกฺกาหตํ วิตกฺกปริยาหตํ กาตพฺพํ. ตสฺเสวํ มนสิ กโรโต ยํ ลกฺขณาทีสุ สุปากฏํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, ตเทว คเหตฺวา อิตรํ วิสฺสชฺเชตฺวา เตน สทฺธึ ‘‘ปถวีธาตุ อาโปธาตู’’ติอาทินา มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ. เอวํ มนสิ กโรนฺเตน หิ อนุปุพฺพโต, นาติสีฆโต, นาติสณิกโต, วิกฺเขปปฏิพาหนโต, ปณฺณตฺติสมติกฺกมนโต, อนุปฏฺฐานมุญฺจนโต, ลกฺขณโต, ตโย จ สุตฺตนฺตาติ อิเมหิ ทสหากาเรหิ มนสิการโกสลฺลํ อนุฏฺฐาตพฺพํ.

ตตฺถ อนุปุพฺพโตติ อนุปฏิปาฏิโต อาจริยสฺส สนฺติเก อุคฺคหิตปฏิปาฏิโต, สา จ เทสนาปฏิปาฏิเยว. เอวํ อนุปุพฺพโต มนสิ กโรนฺเตนาปิ นาติสีฆโต มนสิ กาตพฺพํ. อติสีฆโต มนสิ กโรโต หิ อปราปรํ กมฺมฏฺฐานมนสิกาโร นิรนฺตรํ ปวตฺตติ, กมฺมฏฺฐานํ ปน อวิภูตํ โหติ, น วิเสสํ อาวหติ. ตสฺมา นาติสีฆโต มนสิ กาตพฺพํ. ยถา จ นาติสีฆโต, เอวํ นาติสณิกโตปิ. อติสณิกโต มนสิ กโรโต หิ กมฺมฏฺฐานํ ปริโยสานํ น คจฺฉติ, วิเสสาธิคมสฺส ปจฺจโย น โหติ. อติสีฆํ อติสณิกญฺจ มคฺคํ คจฺฉนฺตา ปุริสา เอตฺถ นิทสฺเสตพฺพา. วิกฺเขปปฏิพาหนโตติ กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณ เจตโส วิกฺเขโป ปฏิพาหิตพฺโพ. พหิทฺธา วิกฺเขเป หิ สติ กมฺมฏฺฐานา ปริหายติ ปริธํสติ. เอกปทิกมคฺคคามี ปุริโส เจตฺถ นิทสฺเสตพฺโพ. ปณฺณตฺติสมติกฺกมนโตติ ‘‘ยา อยํ ปถวีธาตู’’ติอาทิกา ปณฺณตฺติ, ตํ อติกฺกมิตฺวา ลกฺขเณสุ เอว จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ.

เอวํ ปณฺณตฺตึ วิชหิตฺวา กกฺขฬลกฺขณาทีสุ เอว มนสิการํ ปวตฺเตนฺตสฺส ลกฺขณานิ สุปากฏานิ สุวิภูตานิ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. ตสฺเสวํ ปุนปฺปุนํ มนสิการวเสน จิตฺตํ อาเสวนํ ลภติ. สพฺโพ รูปกาโย ธาตุมตฺตโต อุปฏฺฐาติ สุญฺโญ นิสฺสตฺโต นิชฺชีโว ยนฺตํ วิย ยนฺตสุตฺเตน อปราปรํ ปริวตฺตมาโน. สเจ ปน พหิทฺธาปิ มนสิการํ อุปสํหรติ, อถสฺส อาหิณฺฑนฺตา มนุสฺสติรจฺฉานาทโย สตฺตาการํ วิชหิตฺวา ธาตุสมูหวเสเนว อุปฏฺฐหนฺติ, เตหิ กริยมานา กิริยา ธาตุมเยน ยนฺเตน ปวตฺติยมานา หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, เตหิ อชฺโฌหริยมานํ ปานโภชนาทิ ธาตุสงฺฆาเต ปกฺขิปฺปมาโน ธาตุสงฺฆาโต วิย อุปฏฺฐาติ. อถสฺส ตถา ลทฺธาเสวนมฺปิ จิตฺตํ ยทิ อจฺจารทฺธวีริยตาย อุทฺธจฺจวเสน วา อติลีนวีริยตาย โกสชฺชวเสน วา ภาวนาวิธึ น โอตเรยฺย, ตทา อธิจิตฺตสุตฺตํ (อ. นิ. ๓.๑๐๓), อนุตฺตรสีติภาวสุตฺตํ (อ. นิ. ๖.๘๕), โพชฺฌงฺคสุตฺตนฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๙๔-๑๙๕) อิเมสุ ตีสุ สุตฺเตสุ อาคตนเยน วีริยสมาธิโยชนา กาตพฺพา. เตน วุตฺตํ ‘‘ตโย จ สุตฺตนฺตา’’ติ. เอวํ ปน วีริยสมตํ โยเชตฺวา ตสฺมึเยว ลกฺขเณ มนสิการํ ปวตฺเตนฺตสฺส ยทา สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ลทฺธสมตานิ สุวิสทานิ ปวตฺตนฺติ, ตทา อสทฺธิยาทีนํ ทูรีภาเวน สาติสยํ ถามปฺปตฺเตหิ สตฺตหิ พเลหิ ลทฺธูปตฺถมฺภานิ วิตกฺกาทีนิ ฌานงฺคานิ ปฏุตรานิ หุตฺวา ปาตุภวนฺติ, เตสํ อุชุวิปจฺจนีกตาย นีวรณานิ วิกฺขมฺภิตานิเยว โหนฺติ สทฺธึ ตเทกฏฺเฐหิ ปาปธมฺเมหิ. เอตฺตาวตา จาเนน อุปจารชฺฌานํ สมธิคตํ โหติ ธาตุลกฺขณารมฺมณํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ ปถวีธาตุ อาโปธาตูติ…เป… อุปจารมตฺโต สมาธิ อุปฺปชฺชตี’’ติ.

ตตฺถ ธาตุมตฺตโตติ วิเสสนิวตฺติอตฺโถ มตฺต-สทฺโท. เตน ยํ อิโต พาหิรกา, โลกิยมหาชโน จ ‘‘สตฺโต ชีโว’’ติอาทิกํ วิเสสํ อิมสฺมึ อตฺตภาเว อวิชฺชมานํ วิกปฺปนามตฺเตเนว สมาโรเปนฺติ, ตํ นิวตฺเตติ. เตเนวาห ‘‘นิสฺสตฺตโต นิชฺชีวโต’’ติ. อาวชฺชิตพฺพนฺติ สมนฺนาหริตพฺพํ. มนสิ กาตพฺพนฺติ ปุนปฺปุนํ ภาวนาวเสน ธาตุมตฺตโต ธาตุลกฺขณํ มนสิ ฐเปตพฺพํ. ปจฺจเวกฺขิตพฺพนฺติ ตเทว ธาตุลกฺขณํ ปติ ปติ อเวกฺขิตพฺพํ, ภาวนาสิทฺเธน ญาณจกฺขุนา อปราปรํ ปจฺจกฺขโต ปสฺสิตพฺพํ.

ตสฺเสวํ วายมมานสฺสาติ ตสฺส โยคิโน เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน ภาวนํ อนุยุญฺชนฺตสฺส, ตตฺถ จ ภาวนาอนุโยเค สกฺกจฺจการิตาย, สาตจฺจการิตาย, สปฺปายเสวิตาย, สมถนิมิตฺตสลฺลกฺขเณน, โพชฺฌงฺคานํ อนุปวตฺตเนน, กาเย จ ชีวิเต จ นิรเปกฺขวุตฺติตาย, อนฺตรา สงฺโกจํ อนาปชฺชนฺเตน ภาวนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อุสฺโสฬฺหิยํ อวฏฺฐาเนน สมฺมเทว วายามํ ปโยคํ ปรกฺกมํ ปวตฺเตนฺตสฺส. ธาตุปฺปเภทาวภาสนปญฺญาปริคฺคหิโตติ ปถวีอาทีนํ ธาตูนํ สภาวลกฺขณาวภาสเนน อวภาสนกิจฺจาย ภาวนาปญฺญาย อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ อวิชหเนน สพฺพโต คหิโต มหคฺคตภาวํ อปฺปตฺตตาย อุปจารมตฺโต สิขาปฺปตฺโต กามาวจรสมาธิ อุปฺปชฺชติ. อุปจารสมาธีติ จ รุฬฺหีวเสน เวทิตพฺพํ. อปฺปนํ หิ อุเปจฺจ จารี สมาธิ อุปจารสมาธิ, อปฺปนา เจตฺถ นตฺถิ. ตาทิสสฺส ปน สมาธิสฺส สมานลกฺขณตาย เอวํ วุตฺตํ. กสฺมา ปเนตฺถ อปฺปนา น โหตีติ? ตตฺถ การณมาห ‘‘สภาวธมฺมารมฺมณตฺตา’’ติ. สภาวธมฺเม หิ ตสฺส คมฺภีรภาวโต อสติ ภาวนาวิเสเส อปฺปนาฌานํ น อุปฺปชฺชติ, โลกุตฺตรํ ปน ฌานํ วิสุทฺธิภาวนานุกฺกมวเสน, อารุปฺปํ อารมฺมณาติกฺกมภาวนาวเสน อปฺปนาปฺปตฺตํ โหตีติ มรณานุสฺสตินิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๑.๑๗๗) วุตฺโตวายมตฺโถ.

เอวํ รูปกาเย อวิเสเสน จตุนฺนํ ธาตูนํ ปริคฺคณฺหนวเสน ธาตุกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ อฏฺฐิอาทีนํ วินิพฺภุชนวเสน สงฺเขปโต สุตฺเต อาคตํ ธาตุมนสิการวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เย อิเม จตฺตาโร โกฏฺฐาสา วุตฺตาติ สมฺพนฺโธ. ยถาปจฺจยํ ฐิตา สนฺนิเวสวิสิฏฺฐา กฏฺฐวลฺลิติณมตฺติกาโย อุปาทาย ยถา อคารสมญฺญา, น ตตฺถ โกจิ อคาโร นาม อตฺถิ, เอวํ ยถาปจฺจยํ สนฺนิเวสวิสิฏฺฐานิ ปวตฺตมานานิ อฏฺฐินฺหารุมํสจมฺมานิ ปฏิจฺจ สรีรสมญฺญา, น เอตฺถ โกจิ อตฺตา ชีโว. เกวลํ เตหิ ปริวาริตมากาสมตฺตนฺติ ทสฺเสติ. เทสนา สตฺตสุญฺญตาสนฺทสฺสนปราติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘นิสฺสตฺตภาวทสฺสนตฺถ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อฏฺฐิญฺจ ปฏิจฺจาติ ปณฺหิกฏฺฐิกาทิเภทํ ปฏิปาฏิยา อุสฺสิตํ หุตฺวา ฐิตํ อติเรกติสตเภทํ อฏฺฐึ อุปาทาย. นฺหารุญฺจาติ ตเมว อฏฺฐิสงฺฆาฏํ อาพนฺธิตฺวา ฐิตํ นวสตปฺปเภทํ นฺหารุํ. มํสนฺติ ตเมว อฏฺฐิสงฺฆาฏํ อนุลิมฺปิตฺวา ฐิตํ นวเปสิสตปฺปเภทํ มํสํ. จมฺมนฺติ มจฺฉิกปตฺตกจฺฉายาย ฉวิยา สญฺฉาทิตํ สกลสรีรํ ปริโยนนฺธิตฺวา ฐิตํ พหลจมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาย. สพฺพตฺถ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. อากาโส ปริวาริโตติ ยถา ภิตฺติปาทาทิวเสน ฐปิตํ กฏฺฐํ, ตสฺเสว อาพนฺธนวลฺลิ, อนุเลปนมตฺติกา, ฉาทนติณนฺติ เอตานิ กฏฺฐาทีนิ อนฺโต, พหิ จ ปริวาเรตฺวา ฐิโต อากาโส อคารนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ, เคหนฺติ ปณฺณตฺตึ ลภติ, เอวเมว ยถาวุตฺตานิ อฏฺฐิอาทีนิ อนฺโต, พหิ จ ปริวาเรตฺวา ฐิโต อากาโส ตาเนว อฏฺฐิอาทีนิ อุปาทาย รูปนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ, สรีรนฺติ โวหารํ ลภติ. ยถา จ กฏฺฐาทีนิ ปฏิจฺจ สงฺขํ คตํ อคารํ โลเก ‘‘ขตฺติยเคหํ, พฺราหฺมณเคห’’นฺติ วุจฺจติ, เอวมิทมฺปิ ‘‘ขตฺติยสรีรํ พฺราหฺมณสรีร’’นฺติ โวหรียติ, นตฺเถตฺถ โกจิ สตฺโต วา ชีโว วาติ อธิปฺปาโย.

เตติ เต จตฺตาโร โกฏฺฐาเส วินิพฺภุชิตฺวา วินิพฺภุชิตฺวาติ โยชนา. ตํตํอนฺตรานุสารินาติ อฏฺฐินฺหารูนํ นฺหารุมํสานํ มํสจมฺมานนฺติ เตสํ เตสํ โกฏฺฐาสานํ วิวรานุปาตินา ญาณสงฺขาเตน หตฺเถน. วินิพฺภุชิตฺวา วินิพฺภุชิตฺวาติ อเนกกฺขตฺตุํ วินิเวเฐตฺวา. อถ วา วินิพฺภุชิตฺวา วินิพฺภุชิตฺวาติ ปจฺเจกํ อฏฺฐิอาทีนํ อนฺตรานุสารินา ญาณหตฺเถน วินิพฺโภคํ กตฺวา. เอเตสูติ สกลมฺปิ อตฺตโน รูปกายํ จตุธา กตฺวา วิภตฺเตสุ ยถาวุตฺเตสุ อฏฺฐิอาทีสุ จตูสุ โกฏฺฐาเสสุ. ปุริมนเยเนวาติ ‘‘โย อิมสฺมึ กาเย ถทฺธภาโว วา’’ติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ ภาวนาวิธานํ, ตํ อนนฺตรนเย วุตฺตากาเรเนว วตฺตพฺพํ.

๓๐๙. วิตฺถารโต อาคเต ปน ‘‘จตุธาตุววตฺถาเน’’ติ อาเนตฺวา โยชนา. เอวํ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน เวทิตพฺโพ ภาวนานโย. ‘‘ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหิ ธาตุโย อุคฺคณฺหิตฺวา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อาทิโต ทฺวตฺตึสาการา ธาตุโย น โหนฺตีติ? วตฺถุสีเสน ธาตูนํเยว อุคฺคเหตพฺพตฺตา นายํ โทโส. วุตฺตปฺปกาเรติ ‘‘โคจรคามโต นาติทูรนาจฺจาสนฺนตาทีหิ ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคเต’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๕๓) วุตฺตปฺปกาเร. กตสพฺพกิจฺเจนาติ ปลิโพธุปจฺเฉทาทิกํ กตํ สพฺพกิจฺจํ เอเตนาติ กตสพฺพกิจฺโจ, เตนสฺส สีลวิโสธนาทิ ปน กมฺมฏฺฐานุคฺคหณโต ปเคว สิทฺธํ โหตีติ ทสฺเสติ. สสมฺภารสงฺเขปโตติ สมฺภรียนฺติ เอเตน พุทฺธิโวหาราติ สมฺภาโร, ตนฺนิมิตฺตํ. กึ ปเนตํ? ปถวีอาทิ. เกสาทีสุ หิ วีสติยา อากาเรสุ ‘‘ปถวี’’ติ พุทฺธิโวหารา ปถวีนิมิตฺตกา ถทฺธตํ อุปาทาย ปวตฺตนโต. ตสฺมา ตตฺถ ปถวีสมฺภาโร นาม สวิเสสาย ตสฺสา อตฺถิตาย เกสาทโย สห สมฺภาเรหีติ สสมฺภารา. อาโปโกฏฺฐาสาทีสุปิ เอเสว นโย. สสมฺภารานํ สงฺเขโป สสมฺภารสงฺเขโป, ตโต สสมฺภารสงฺเขปโต ภาเวตพฺพนฺติ โยชนา. สงฺเขปโต วีสติยา, ทฺวาทสสุ, จตูสุ, ฉสุ จ โกฏฺฐาเสสุ ยถากฺกมํ ปถวีอาทิกา จตสฺโส ธาตุโย ปริคฺคเหตฺวา ธาตุววตฺถานํ สสมฺภารสงฺเขปโต ภาวนา. เตนาห ‘‘อิธ ภิกฺขุ วีสติยา โกฏฺฐาเสสู’’ติอาทิ.

สสมฺภารวิภตฺติโตติ สสมฺภารานํ เกสาทีนํ วิภาคโต เกสาทิเก วีสติ โกฏฺฐาเส ปุพฺเพ วิย เอกชฺฌํ อคฺคเหตฺวา วิภาคโต ปถวีธาตุภาเวน ววตฺถาปนํ. อาโปโกฏฺฐาสาทีสุปิ เอเสว นโย. สลกฺขณสงฺเขปโตติ ลกฺขียติ เอเตนาติ ลกฺขณํ, ธมฺมานํ สภาโว, อิธ ปน ถทฺธตาทิ. ตสฺมา ถทฺธลกฺขณาทิวนฺตตาย สห ลกฺขเณหีติ สลกฺขณา, เกสาทโย ทฺวาจตฺตาลีส อาการา. เตสํ สงฺเขปโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เกสาทิเก วีสติ โกฏฺฐาเส เอกชฺฌํ คเหตฺวา ตตฺถ ถทฺธตาทิกํ จตุพฺพิธมฺปิ ลกฺขณํ ววตฺถเปตฺวา ภาวนา สลกฺขณสงฺเขปโต ภาวนา. เอส นโย อาโปโกฏฺฐาสาทีสุปิ. สลกฺขณวิภตฺติโตติ ถทฺธลกฺขณาทินา สลกฺขณานํ เกสาทีนํ วิภาคโต เกสาทีสุ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรสุ ปจฺเจกํ ถทฺธตาทีนํ จตุนฺนํ จตุนฺนํ ลกฺขณานํ ววตฺถาปนวเสน ภาวนา.

เอวํ จตูหิ อากาเรหิ อุทฺทิฏฺฐํ ภาวนานยํ นิทฺทิสิตุํ ‘‘กถํ สสมฺภารสงฺเขปโต ภาเวตี’’ติอาทิ อารทฺธํ. เอตฺถ จ ยถา ติกฺขปญฺโญ ปุคฺคโล ติกฺขตาย ปโรปริยตฺตสพฺภาวโต ติกฺขินฺทฺริยมุทินฺทฺริยตาวเสน ทุวิโธติ. ตตฺถ ติกฺขินฺทฺริยสฺส วเสน สงฺเขปโต ปฐมนโย วุตฺโต, มุทินฺทฺริยสฺส วเสน ทุติโย. เอวํ นาติติกฺขปญฺโญปิ ปุคฺคโลติ. ตตฺถ โย วิสทินฺทฺริโย ปุคฺคโล, ตสฺส วเสน สสมฺภารสงฺเขปโต, สลกฺขณสงฺเขปโต จ ภาวนานโย นิทฺทิฏฺโฐ. โย ปน นาติวิสทินฺทฺริโย, ตสฺส วเสน สสมฺภารวิภตฺติโต, สลกฺขณวิภตฺติโต จ ภาวนานโย นิทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ. ตสฺส เอวํ ววตฺถาปยโต เอว ธาตุโย ปากฏา โหนฺติ สวิเสสํ ธาตูนํ ปริคฺคหิตตฺตา. ภาวนาวิธานํ ปเนตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๓๑๐. ยสฺสาติ นาติวิสทินฺทฺริยํ ปุคฺคลํ สนฺธาย วทติ. เอวํ ภาวยโตติ สสมฺภารสงฺเขปโต ภาเวนฺตสฺส. เยน วิธินา อุคฺคเหตฺวา กุสโล โหติ, โส สตฺตวิโธ วิธิ ‘‘อุคฺคหโกสลฺล’’นฺติ วุจฺจติ, ตนฺนิพฺพตฺตํ วา ญาณํ. เอวํ มนสิการโกสลฺลมฺปิ เวทิตพฺพํ. ทฺวตฺตึสากาเรติ ธาตุมนสิการวเสน ปริคฺคหิเต เกสาทิเก ทฺวตฺตึสวิเธ โกฏฺฐาเส. ‘‘ทฺวตฺตึสากาเร’’ติ จ อิทํ เตชวายุโกฏฺฐาเสสุ วณฺณาทิวเสน ววตฺถานสฺส อภาวโต วุตฺตํ. สพฺพํ ตตฺถ วุตฺตวิธานํ กาตพฺพนฺติ ‘‘วจสา มนสา’’ติอาทินา วุตฺตอุคฺคหโกสลฺลุทฺเทสโต ปฏฺฐาย ยาว ‘‘อนุปุพฺพมุญฺจนาทิวเสนา’’ติ ปทํ, ตาว อาคตํ สพฺพํ ภาวนาวิธานํ กาตพฺพํ สมฺปาเทตพฺพํ. วณฺณาทิวเสนาติ วณฺณสณฺฐานทิโสกาสปริจฺเฉทวเสน. อยญฺจ วณฺณาทิวเสน มนสิกาโร ธาตุปฏิกฺกูลวณฺณมนสิการานํ สาธารโณ ปุพฺพภาโคติ นิพฺพตฺติตธาตุมนสิการเมว ทสฺเสตุํ ‘‘อวสาเน เอวํ มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ.

๓๑๑. อญฺญมญฺญํ อาโภคปจฺจเวกฺขณรหิตา เอเต ธมฺมาติ เอเต ‘‘สีสกฏาหปลิเวฐนจมฺมํ เกสา’’ติ เอวํ โวหริยมานา ภูตุปาทายธมฺมา ‘‘มยิ เกสา ชาตา, มยเมตฺถ ชาตา’’ติ เอวํ อญฺญมญฺญํ อาโภคปจฺจเวกฺขณสุญฺญา. อิมินา การณสฺส จ ผลสฺส จ อพฺยาปารตาย ธาตุมตฺตตํ สนฺทสฺเสติ, เตน จ อาโภคปจฺจเวกฺขณานมฺปิ เอวเมว อพฺยาปารตา ทีปิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ตานิ, เตสํ การณานิ จ ตถา ตถา อาภุชิตฺวา, ปจฺจเวกฺขิตฺวา จ อุปฺปชฺชนฺติ, ปจฺจยภาวํ วา คจฺฉนฺตีติ. อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. อเจตโนติ น เจตโน, เจตนารหิโต วา. อพฺยากโตติ อพฺยากตราสิปริยาปนฺโน. สุญฺโญติ อตฺตสุญฺโญ. ตโต เอว นิสฺสตฺโต. ถทฺธลกฺขณาธิกตาย ถทฺโธ. ตโต เอว ปถวีธาตูติ เอวํ มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. เอวํ สพฺพตฺถ.

๓๑๒. สุญฺญคามฏฺฐาเนติ เอตฺถ สุญฺญคามคฺคหณํ ปรมตฺถโต เวทกวิรหทสฺสนตฺถํ กายสฺส.

๓๑๓. มธุกฏฺฐิเกติ มธุกพีชานิ.

๓๑๔. เคหถมฺภานํ อาธารภาเวน ฐปิตสิลาโย ปาสาณอุทุกฺขลกานีติ อธิปฺเปตานิ.

๓๑๕. ทุคฺคนฺธาทิภาเว จสฺส สทิสภาวทสฺสนตฺถํ อลฺลโคจมฺมคฺคหณํ.

๓๑๖. เยภุยฺเยน มํสเปสีนํ พหลตาย มหามตฺติกคฺคหณํ.

๓๑๗. กุฏฺฏทารูสูติ ทารุกุฏฺฏิกาย กุฏิยา ภิตฺติปาทภูเตสุ กฏฺเฐสุ.

๓๑๘. ปณฺหิกฏฺฐิอาทีนํ อาธารภาโว วิย โคปฺผกฏฺฐิอาทีนํ อาเธยฺยภาโวปิ อสมนฺนาหารสิทฺโธติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ปณฺหิกฏฺฐิโคปฺผกฏฺฐึ อุกฺขิปิตฺวา ฐิต’’นฺติอาทึ วตฺวา ปุน ‘‘สีสฏฺฐิคีวฏฺฐิเก ปติฏฺฐิต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

๓๑๙. สินฺนเวตฺตคฺคาทีสูติ เสทิตเวตฺตกฬีราทีสุ.

๓๒๑. อุรฏฺฐิสงฺฆาโฏ ปญฺชรสทิสตาย ‘‘อุรฏฺฐิปญฺชร’’นฺติ วุตฺโต. ตสฺส อถิรภาวทสฺสนตฺถํ ชิณฺณสนฺทมานิกปญฺชรํ นิทสฺสนภาเวน คหิตํ.

๓๒๒. ยมกมํสปิณฺเฑติ มํสปิณฺฑยุคเฬ.

๓๒๓. กิโลมกสฺส เสตวณฺณตาย ‘‘ปิโลติกปลิเวฐิเต’’ติ ปิโลติกํ นิทสฺสนภาเวน วุตฺตํ. เอวเมว น วกฺกหทยานิ สกลสรีเร จ มํสํ ชานาตีติ เอตฺถ น วกฺกหทยานิ ชานนฺติ ‘‘มยํ ปฏิจฺฉนฺนกิโลมเกน ปฏิจฺฉนฺนานี’’ติ, น สกลสรีเร จ มํสํ ชานาติ ‘‘อหํ ปฏิจฺฉนฺนกิโลมเกน ปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ โยเชตพฺพํ.

๓๒๔. โกฏฺฐมตฺถกปสฺสนฺติ กุสูลสฺส อพฺภนฺตเร มตฺถกปสฺสํ.

๓๒๕. ทฺวินฺนํ ถนานมนฺตเรติ ทฺวินฺนํ ถนปฺปเทสานํ เวมชฺเฌ, ถนปฺปเทโส จ อพฺภนฺตรวเสน เวทิตพฺโพ.

๓๒๗. เอกวีสติอนฺตโภเคติ เอกวีสติยา ฐาเนสุ โอภคฺโคภคฺเค อนฺตมณฺฑเล.

๓๒๘. อามาสเย ฐิโต ปริภุตฺตาหาโร อุทริยนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘อุทริยํ อุทเร ฐิตํ อสิตปีตขายิตสายิต’’นฺติ.

๓๓๑. อพทฺธปิตฺตํ สํสรณโลหิตํ วิย, กายุสฺมา วิย จ กมฺมชรูปปฏิพทฺธวุตฺติกนฺติ อาห ‘‘อาพทฺธปิตฺตํ ชีวิตินฺทฺริยปฏิพทฺธํ สกลสรีรํ พฺยาเปตฺวา ฐิต’’นฺติ. ปฏิพทฺธตาวจเนน จสฺส ชีวิตินฺทฺริเย สติ สพฺภาวเมว ทีเปติ, น ชีวิตินฺทฺริยสฺส วิย เอกนฺตกมฺมชตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปิตฺตโกสเกติ มหาโกสาฏกีโกสสทิเส ปิตฺตาธาเร. ยูสภูโตติ รสภูโต.

๓๓๒. อุจฺฉิฏฺโฐทกคพฺภมลาทีนํ ฉฑฺฑนฏฺฐานํ จนฺทนิกา, ตสฺสํ จนฺทนิกายํ.

๓๓๓. ปุพฺพาสโย มนฺทปญฺญานํ เกสญฺจิเทว โหตีติ กตฺวา อสพฺพสาธารณนฺติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ปุพฺโพ อนิพทฺโธกาโส’’ติ.

๓๓๔. ปิตฺตํ วิยาติ อพทฺธปิตฺตํ วิย. สกลสรีรนฺติ ชีวิตินฺทฺริยปฏิพทฺธํ สพฺพํ สรีรปฺปเทสํ. วกฺกหทยยกนปปฺผาสานิ เตเมนฺตนฺติ เอตฺถ ยกนํ เหฏฺฐาภาคปูรเณน, อิตรานิ เตสํ อุปริ โถกํ โถกํ ปคฺฆรเณน จ เตเมตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เหฏฺฐา เลฑฺฑุขณฺฑาทีนิ เตมยมาเนติ เตมกเตมิตพฺพานํ อพฺยาปารตาสามญฺญนิทสฺสนตฺถํ เอว อุปมา ทฏฺฐพฺพา, น ฐานสามญฺญนิทสฺสนตฺถํ. สนฺนิจิตโลหิเตน หิ เตเมตพฺพานํ เกสญฺจิ เหฏฺฐา, กสฺสจิ อุปริ ฐิตตา กายคตาสตินิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๑.๒๐๖) ทสฺสิตาติ. ยกนสฺส เหฏฺฐาภาคฏฺฐานํ ‘‘มยิ โลหิตํ ฐิต’’นฺติ น ชานาติ, วกฺกาทีนิ ‘‘อเมฺห เตมยมานํ โลหิตํ ฐิต’’นฺติ น ชานนฺตีติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา.

๓๓๖. ปตฺถินฺนสิเนโหติ ถินภาวํ ฆนภาวํ คตสิเนโห. สกลสรีเร มํสนฺติ โยชนา, ตญฺจ ถูลสรีรํ สนฺธาย วุตฺตํ. เมทสฺส สติปิ ปตฺถินฺนตาย ฆนภาเว มํสสฺส วิย น พทฺธตาติ วุตฺตํ ‘‘ปตฺถินฺนยูโส’’ติ. เตเนวสฺส อาโปโกฏฺฐาสตา.

๓๓๗. อุทกปุณฺเณสุ ตรุณตาลฏฺฐิกูปเกสูติ นาติปริณตานํ สชลกานํ อคฺคโต ฉินฺนานํ ตาลสลาฏุกานํ วิวรานิ สนฺธาย วุตฺตํ.

๓๓๘. วสาย อตฺตโน อาธาเร อภิพฺยาปนมุเขน อพฺยาปารตาสามญฺญํ วิภาเวตพฺพนฺติ อาจามคตเตลํ นิทสฺสิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๓๓๙. เขฬุปฺปตฺติปจฺจเย อมฺพิลคฺคมธุรคฺคาทิเก.

๓๔๓. เกสาทีสุ มนสิการํ ปวตฺเตตฺวา เตโชโกฏฺฐาเสสุ ปวตฺเตตพฺโพ มนสิกาโรติ วิภตฺตึ ปริณาเมตฺวา โยเชตพฺพํ. เยน สนฺตปฺปตีติ เยน กาโย สนฺตปฺปติ, อยํ สนฺตปฺปนกิจฺโจ. เตโชติ ตสฺส ปริคฺคณฺหนากาโร เอว ปจฺจามฏฺโฐ. เยน ชีรียตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

๓๔๔. อสฺสาสปสฺสาสวเสนาติ อนฺโตปวิสนพหินิกฺขมนนาสิกาวาตภาเวน. ‘‘เอวํ ปวตฺตมนสิการสฺสา’’ติ อิมินา วุตฺตากาเรน สสมฺภารวิภตฺติโต ปวตฺตกมฺมฏฺฐานมนสิการสฺส. ธาตุโย ปากฏา โหนฺตีติ วิตฺถารโต ปริคฺคหิตตฺตา ธาตุโย วิภูตา โหนฺติ. อิธาปิ ภาวนาวิธานํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๓๔๕. ตตฺเถวาติ เตสุเยว วีสติยา โกฏฺฐาเสสุ. ปริปาจนลกฺขณํ วิตฺถมฺภนลกฺขณนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘ตตฺเถวา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.

ปุน ตตฺเถวาติ เตสุเยว ทฺวาทสสุ โกฏฺฐาเสสูติ อตฺโถ. เอตฺถ จ เกสาทิโกฏฺฐาสานํ สํวิคฺคหตาย ตตฺถ วิชฺชมานา อาโปธาตุอาทโย นฺหานิยจุณฺณาทีสุ อุทกาทโย วิย สุวิญฺเญยฺยาติ ‘‘ตตฺเถว อาพนฺธนลกฺขณ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

สนฺตปฺปนาทิเตโชโกฏฺฐาเสสุ ปน วาโยธาตุอาทโย น ตถา สุวิญฺเญยฺยาติ กตฺวา ‘‘เตน อวินิภุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ, น ตตฺเถวาติ. ยทิ เอวํ, วายุโกฏฺฐาเสสุ กถํ ตตฺเถวาติ? วายุโกฏฺฐาสาปิ หิ อุทฺธงฺคมวาตาทโย ปิณฺฑากาเรเนว ปริคฺคเหตพฺพตํ อุปคจฺฉนฺติ, น ปน สนฺตปฺปนาทิเตโชโกฏฺฐาสาติ นายํ โทโส. ตตฺถ เตนาติ เตน เตเชน. อวินิภุตฺตนฺติ อวินาภูตํ, ตํตํกลาปคตวเสน วา เอวํ วุตฺตํ. เอวํ ววตฺถาปยโตติ วุตฺตากาเรน สลกฺขณสงฺเขปโต ธาตุโย ววตฺถาเปนฺตสฺส. วุตฺตนเยนาติ ‘‘ตสฺเสวํ วายมมานสฺสา’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๘) เหฏฺฐา วุตฺตนเยน.

๓๔๖. เอวมฺปิ ภาวยโตติ สลกฺขณสงฺเขปโต ธาตุโย ปริคฺคเหตฺวา ภาเวนฺตสฺสาปิ. ปุพฺเพ วุตฺตนเยนาติ สสมฺภารวิภตฺติโต ภาวนายํ วุตฺเตน นเยน. เอวนฺติ ยถา เกเส, เอวํ. สพฺพโกฏฺฐาเสสูติ เอกจตฺตาลีสเภเทสุ เสสสพฺพโกฏฺฐาเสสุ เอวเมตฺถ อฏฺฐสฏฺฐิธาตุสตสฺส ปริคฺคโห วุตฺโต โหติ. ภาวนาวิธานํ ปเนตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

อิทานิ วจนตฺถาทิมุเขนปิ ธาตูสุ มนสิการวิธานํ ทสฺเสตุํ ‘‘วจนตฺถโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วจนตฺถโตติ ยสฺมา สพฺพปฐมํ กมฺมฏฺฐานสฺส อุคฺคหณํ วจนวเสน โหติ วจนทฺวาเรน ตทตฺถสฺส อาทิโต คเหตพฺพโต, ตสฺมา วจนตฺถโตปิ ธาตูนํ มนสิกาตพฺพตา วุตฺตา. กลาปโตติ วจนตฺถวเสน วิเสสโต, สามญฺญโต จ ธาตุโย ปริคฺคเหตฺวา ฐิตสฺส ยสฺมา ตา ปิณฺฑโส ปวตฺตนฺติ, น ปจฺเจกํ, ตสฺมา กลาปโตปิ มนสิกาตพฺพตา วุตฺตา. เต ปน กลาปา ปรมาณุปริมาณา โหนฺตีติ ตปฺปริยาปนฺนานํ ปถวีธาตุอาทีนํ เอกสฺมึ สรีเร ปริเมยฺยปริจฺเฉทํ ทสฺเสตุํ จุณฺณโต มนสิกาตพฺพตา วุตฺตา. โส ปนายํ ตาสํ จุณฺณโต มนสิกาโร สงฺฆาฏวเสน โหตีติ นิพฺพฏฺฏิตสรูปเมว ปริคฺคเหตพฺพํ ทสฺเสตุํ ลกฺขณาทิโต มนสิกาโร วุตฺโต. ลกฺขณาทิโต ธาตุโย ปริคฺคณฺหนฺเตน สลกฺขณวิภตฺติโต กมฺมฏฺฐานาภินิเวเส ยสฺมา ทฺวาจตฺตาลีสาย โกฏฺฐาสานํ วเสน ธาตูสุ ปริคฺคยฺหมานาสุ ‘‘เอตฺตกา อุตุสมุฏฺฐานา, เอตฺตกา จิตฺตาทิสมุฏฺฐานา’’ติ อยํ วิภาโค ญาตพฺโพ โหติ, ตสฺมา สมุฏฺฐานโต มนสิกาโร วุตฺโต.

เอวํ ปริญฺญาตสมุฏฺฐานานมฺปิ ตาสํ สทฺทานุสาเรน วินา วิเสสสามญฺญปริคฺคโห กาตพฺโพติ ทสฺเสตุํ นานตฺเตกตฺตโต มนสิกาโร วุตฺโต. ลกฺขณวิเสสโต วินิภุตฺตรูปาปิ เอตา อนิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานตาย ปเทเสน อวินิภุตฺตาติ อยํ วิเสโส ปริคฺคเหตพฺโพติ ทสฺเสตุํ วินิพฺโภคาวินิพฺโภคโต มนสิกาโร วุตฺโต. สติปิ อวินิพฺโภควุตฺติยํ กาจิเทว กาสญฺจิ สภาคา, กาจิ วิสภาคาติ อยมฺปิ วิเสโส ปริคฺคเหตพฺโพติ ทสฺเสตุํ สภาควิสภาคโต มนสิกาโร วุตฺโต. สภาควิสภาคาปิ ธาตุโย อชฺฌตฺติกา อีทิสกิจฺจวิเสสยุตฺตา, พาหิรา ตพฺพิปรีตาติ อยํ วิเสโส ปริคฺคเหตพฺโพติ ทสฺเสตุํ อชฺฌตฺติกพาหิรวิเสสโต มนสิกาโร วุตฺโต. สชาติสงฺคหาทิโก ธาตุสงฺคหวิเสโสปิ ปริคฺคหิตพฺโพติ ทสฺเสตุํ สงฺคหโต มนสิกาโร วุตฺโต. สนฺธารณาทีหิ ยถาสกกิจฺเจหิ อญฺญมญฺญูปตฺถมฺภภาวโตปิ ธาตุโย ปริคฺคเหตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ปจฺจยโต มนสิกาโร วุตฺโต. อพฺยาปารนยโต ธาตุโย ปริคฺคเหตพฺพาติ ทสฺเสตุํ อสมนฺนาหารโต มนสิกาโร วุตฺโต. อตฺตโน ปจฺจยธมฺมวิเสสโต, ปจฺจยภาววิเสสโต จ ธาตุโย ปริคฺคเหตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ปจฺจยวิภาคโต มนสิกาโร วุตฺโตติ เอวเมเตสํ เตรสนฺนํ อาการานํ ปริคฺคเห การณํ เวทิตพฺพํ. อากาเรหีติ ปกาเรหิ, การเณหิ วา.

๓๔๗. ตตฺถ ปตฺถฏตฺตาติ ปุถุตฺตา, เตน ปุถุภาวโต ปุถุวี, ปุถุวี เอว ปถวีติ นิรุตฺตินเยน สทฺทตฺถมาห. ปตฺถนฏฺเฐน วา ปถวี, ปติฏฺฐาภาเวน ปตฺถายติ อุปติฏฺฐตีติ อตฺโถ. ‘‘อปฺโปตี’’ติ ปทสฺส อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโต เอว. อาปียตีติ โสสียติ, ปิวียตีติ เกจิ. ‘‘อยํ ปนตฺโถ สสมฺภาราเป ยุชฺชตี’’ติ วทนฺติ, ลกฺขณาเปปิ ยุชฺชเตว. โสปิ หิ ผรุสปาจนวิโสสนากาเรน เสสภูตตฺตเยน ปียมาโน วิย ปวตฺตตีติ. อปฺปายตีติ พฺรูเหติ. ปริพฺรูหนรสา หิ อาโปธาตุ. เตชตีติ นิเสติ, ติกฺขภาเวน เสสภูตตฺตยํ อุสฺมาปยตีติ อตฺโถ. วายตีติ สมีเรติ, เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาเวน ภูตสงฺฆาตํ คเมตีติ อตฺโถ.

เอวํ ตาว วิเสสโต วจนตฺถํ วตฺวา อิทานิ สามญฺญโต วตฺตุํ ‘‘อวิเสเสน ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สลกฺขณธารณโตติ ยถา ติตฺถิยปริกปฺปิโต ‘‘ปกติ อตฺตา’’ติ เอวมาทิโก สภาวโต นตฺถิ, น เอวเมตา. เอตา ปน สลกฺขณํ สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธาตุโย. ทุกฺขาทานโตติ ทุกฺขสฺส วิทหนโต. เอตา หิ ธาตุโย การณภาเวน ววตฺถิตา หุตฺวา อยโลหาทิธาตุโย วิย อยโลหาทึ อเนกปฺปการํ สํสารทุกฺขํ วิทหนฺติ. ทุกฺขาธานโตติ อนปฺปกสฺส ทุกฺขสฺส วิธานมตฺตโต อวสวตฺตนโต, ตํ วา ทุกฺขํ เอตาหิ การณภูตาหิ สตฺเตหิ อนุวิธียติ, ตถาวิหิตญฺจ ตํ เอตาเสฺวว ธียติ ฐปียตีติ เอวํ ทุกฺขาธานโต, ธาตุโย. อปิจ ‘‘นิชฺชีวฏฺโฐ ธาตุฏฺโฐ’’ติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตถา หิ ภควา ‘‘ฉธาตุโรยํ ภิกฺขุ ปุริโส’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๓๔๓-๓๔๕) ชีวสญฺญาสมูหนนตฺถํ ธาตุเทสนํ อกาสีติ. อิติ วจนตฺถมุเขนปิ อสาธารณโต, สาธารณโต จ ธาตูนํ สรสลกฺขณเมว วิภาวียตีติ อาห ‘‘เอวํ วิเสสสามญฺญวเสน วจนตฺถโต มนสิ กาตพฺพา’’ติ. มนสิกาโร ปน วจนตฺถมุเขน ธาตุโย ปริคฺคเหตฺวา ฐิตสฺส เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

๓๔๘. อากาเรหีติ ปกาเรหิ. อถ วา อากรียนฺติ ทิสฺสนฺติ เอตฺถ ธาตุโยติ อาการา, โกฏฺฐาสา. อฏฺฐธมฺมสโมธานาติ ยถาวุตฺตานํ ปจฺจยวิเสเสน วิสิฏฺฐรูปานํ วณฺณาทีนํ อฏฺฐนฺนํ ธมฺมานํ สมวธานโต สนฺนิเวสวิเสสวเสน สหาวฏฺฐานโต ตํ อุปาทาย. เกสาติ สมฺมุติ สมญฺญามตฺตํ โหติ. เตสํเยว วินิพฺโภคาติ เตสํเยว วณฺณาทีนํ วินิพฺภุชนโต. ยถา หิ วณฺณาทโย อฏฺฐ ธมฺมา ปญฺญาย วินิพฺภุชฺชมานา อญฺญมญฺญพฺยติเรเกน ปรมตฺถโต อุปลพฺภนฺติ, น เอวํ วณฺณาทิพฺยติเรเกน ปรมตฺถโต เกสา อุปลพฺภนฺติ. ตสฺมา เย จ ธมฺเม สมุทิเต อุปาทาย ‘‘เกสา’’ติ สมฺมุติ, เตสุ วิสุํ วิสุํ กเตสุ นตฺถิ ‘‘เกสา’’ติ สมฺมุติ, โวหารมตฺตนฺติ อตฺโถ.

‘‘อฏฺฐธมฺมกลาปมตฺตเมวา’’ติ อิทํ เกสปญฺญตฺติยา อุปาทายภูเต วณฺณาทิเก เอกตฺเตน คเหตฺวา วุตฺตํ, น เตสํ อฏฺฐธมฺมมตฺตภาวโต. กมฺมสมุฏฺฐาโน โกฏฺฐาโสติ เกเสสุ ตาว เกสมูลํ, เอวํ โลมาทีสุปิ ยถารหํ เวทิตพฺพํ. ทสธมฺมกลาโปปีติ เอตฺถ อสิตาทิปริปาจโก เตโชโกฏฺฐาโส นวธมฺมกลาโปปีติ วตฺตพฺโพ. ยทิเม เกสาทิโกฏฺฐาสา ยถารหํ อฏฺฐนวทสธมฺมสมูหภูตา, อถ กสฺมา ปถวีอาทิธาตุมตฺตโต มนสิ กรียนฺตีติ อาห ‘‘อุสฺสทวเสน ปนา’’ติอาทิ. ยสฺมา อยํ ธาตุมนสิกาโร ยาวเทว สตฺตสญฺญาสมุคฺฆาฏนตฺโถ, ธมฺมวินิพฺโภโค จ สาติสยํ สตฺตสญฺญาสมุคฺฆาฏาย สํวตฺตติ, ตสฺมา โกฏฺฐาเสสุ เอวํ ธมฺมวิภาโค เวทิตพฺโพ. เอตฺถ หิ อุทริยํ กรีสํ ปุพฺโพ มุตฺตญฺจ อุตุสมุฏฺฐานา, อสิตาทิปริปาจกเตโช กมฺมสมุฏฺฐาโน, อสฺสาสปสฺสาสวาโต จิตฺตสมุฏฺฐาโนติ ฉ เอกสมุฏฺฐานา, เสโทอสฺสุ เขโฬ สิงฺฆาณิกาติ จตฺตาโร อุตุจิตฺตวเสน ทฺวิสมุฏฺฐานา, เสสา ทฺวตฺตึส จตุสมุฏฺฐานา.

เตสุ อสิตาทิปริปาจเก เตโชโกฏฺฐาเส เอโก กลาโป ชีวิตนวโก, อญฺเญสุ เอกสมุฏฺฐาเนสุ อุตุสมุฏฺฐาโน, จิตฺตสมุฏฺฐาโน วา เอเกโก อฏฺฐโก, ทฺวิสมุฏฺฐาเนสุ อุตุจิตฺตวเสน เทฺว เทฺว อฏฺฐกา, จตุสมุฏฺฐาเนสุ อุตุจิตฺตาหารสมุฏฺฐานา ตโย ตโย อฏฺฐกา, อุตุจิตฺตสมุฏฺฐาเนสุ สทฺทนวกา, อฏฺฐสุ เตโชวาโยโกฏฺฐาเสสุ อฏฺฐ ชีวิตนวกา, เสเสสุ จตุวีสติยา โกฏฺฐาเสสุ กายภาวทสกทฺวยสหิตา, จกฺขาทิสญฺญิเตสุ มํสโกฏฺฐาเสสุ จกฺขุโสตฆานชิวฺหาวตฺถุทสกสหิตา จาติ ปริปุณฺณายตนเก รูปกาเย เภทํ อนามสิตฺวา เอกตฺตวเสน คยฺหมานา สตฺตจตฺตาลีสาธิกสตรูปกลาปา รูปวิภาคโต สาธิกํ ทิยฑฺฒรูปสหสฺสํ โหติ, โกฏฺฐาสานํ ปน อวยววิภาเคน ตทวยวกลาปานํ เภเท คยฺหมาเน รูปธมฺมานํ อสงฺเขฺยยฺยเภทตา เวทิตพฺพา. เอวํ ธมฺมวิภาคโต อเนกเภทภินฺนาปิ อิเม ทฺวาจตฺตาลีส โกฏฺฐาสา อุสฺสทคฺคหเณน จตุธาตุวเสเนว ววตฺถเปตพฺพา. เตนาห ‘‘อุสฺสทวเสน ปน…เป… มนสิ กาตพฺพา’’ติ. ตตฺถ มนสิการวิธิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

๓๔๙. มชฺฌิเมน ปมาเณนาติ อาโรหปริณาเหหิ มชฺฌิมสรีเร ลพฺภมาเนน มชฺฌิเมน ปริมาเณน. ปริคฺคยฺหมานาติ ปญฺญาย ปริตกฺเกตฺวา คยฺหมานา. ปรมาณุเภทสญฺจุณฺณาติ เอตฺถ ยถา ‘‘องฺคุลสฺส อฏฺฐโม ภาโค ยโว, ยวสฺส อฏฺฐโม ภาโค อูกา, อูกาย อฏฺฐโม ภาโค ลิกฺขา, ลิกฺขาย อฏฺฐโม ภาโค รถเรณุ, รถเรณุสฺส อฏฺฐโม ภาโค ตชฺชารี, ตชฺชาริยา อฏฺฐโม ภาโค อณุ, เอวํ อณุโน อฏฺฐโม ภาโค ปรมาณุ นามา’’ติ เกจิ. อฏฺฐกถายํ (วิภ. อฏฺฐ. ๕๑๕) ปน ‘‘สตฺตธญฺญมาสปฺปมาณํ เอกํ องฺคุลํ, สตฺตอูกาปมาโณ เอโก ธญฺญมาโส, สตฺตลิกฺขาปมาณา เอกา อูกา, ฉตฺตึสรถเรณุปฺปมาณา เอกา ลิกฺขา, ฉตฺตึสตชฺชาริปฺปมาโณ เอโก รถเรณุ, ฉตฺตึสอณุปฺปมาณา เอกา ตชฺชารี, ฉตฺตึสปรมาณุปฺปมาโณ เอโก อณู’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา อณุโน ฉตฺตึสติมภาคมตฺโต ปรมาณุ นาม อากาสโกฏฺฐาสิโก มํสจกฺขุสฺส อโคจโร ทิพฺพจกฺขุสฺเสว โคจรภูโต. ตํ สนฺธายาห ‘‘ปรมาณุเภทสญฺจุณฺณา’’ติ, ยถาวุตฺตปรมาณุปฺปเภเทน จุณฺณวิจุณฺณภูตา. สุขุมรชภูตาติ ตโตเยว อติวิย สุขุมรชภาวํ คตา.

โทณมตฺตา สิยาติ โสฬส นาฬิมตฺตา. อิธาปิ ‘‘มชฺฌิเมน ปมาเณนา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เตน ‘‘ปกติยา จตุมุฏฺฐิกํ กุฑุวํ, จตุกุฑุวํ นาฬิ, ตาย นาฬิยา โสฬส นาฬิโย โทณํ, ตํ ปน มคธนาฬิยา ทฺวาทส นาฬิโย โหนฺตี’’ติ วทนฺติ. สงฺคหิตาติ ยถา น วิปฺปกิรติ, เอวํ อาพนฺธนวเสน สมฺปิณฺฑิตฺวา คหิตา. อนุปาลิตาติ ยถา ปคฺฆรณสภาวาย อาโปธาตุยา วเสน กิลินฺนภาวํ, ปิจฺฉิลภาวํ วา นาปชฺชติ, เอวํ อนุรกฺขิตา. วิตฺถมฺภิตาติ สงฺฆาตวายุนา อติวิย วิตฺถมฺภนํ ปาปิตา. น วิกิรติ น วิทฺธํสตีติ สุขุมรชภูตาปิ ปถวีธาตุ อาพนฺธนปริปาจนสมุทีรณกิจฺจาหิ อาโปเตโชวาโยธาตูหิ ลทฺธปจฺจยา สิเนเหน เตมิตา เตชสา ปริปกฺกา วายุนา วิตฺถมฺภนํ ปาปิตา ปิฏฺฐจุณฺณา วิย น อิโต จิโต จ วิกิรติ น วิทฺธํสติ, อถ โข ปิณฺฑิตา ฆนภูตา หุตฺวา นานปฺปกาเรน คเหตพฺพตํ อาปชฺชติ. เตนาห ‘‘อวิกิริยมานา’’ติอาทิ. ตตฺถ วิกปฺปนฺติ วิภาคํ. ยทิปิ เตโชวาโยธาตุโยปิ สวิคฺคหา รูปธมฺมภาวโต, ยาทิโส ปน ฆนภาโว ปถวีอาโปธาตูสุ ลพฺภติ, น ตาทิโส เตโชวาโยธาตูสุ ลพฺภตีติ เมยฺยภาวาภาวโต ตตฺถ จุณฺณเภโท น อุทฺธโฏ. ตถา หิ สสมฺภารเตโชวายูสุปิ เมยฺยภาโว น ลพฺภเตว.

ยูสคตาติ ยูสภาวํ ทฺรวภาวํ คตา. ตโต เอว อาพนฺธนาการภูตา. น ปคฺฆรตีติ น โอคฬติ. น ปริสฺสวตีติ น วิสฺสนฺทติ. ปีณิตปีณิตภาวํ ทสฺเสตีติ อาโปธาตุยา พฺรูหนรสตาย วุตฺตํ.

อุสุมาการภูตาติ เอเตน กาเย ปากติกอุสฺมาปิ คหณีสงฺขาตาย ตสฺสาเยว เตโชธาตุยา วเสน โหตีติ ทสฺเสติ. ปริปาเจตีติ สนฺเตเชติ. สา หิ ยถาภุตฺตสฺส อาหารสฺส สมฺมา ปริณามเนน รสาทิสมฺปตฺติยา เหตุภาวํ คจฺฉนฺตี อิมํ กายํ ปริปาเจติ สนฺเตเชตีติ วุจฺจติ. เตเนวาห ‘‘น ปูติภาวํ ทสฺเสตี’’ติ. กมฺมูปนิสฺสยาย, จิตฺตปฺปสาทเหตุกาย จ สรีเร วณฺณสมฺปทาย เตโชธาตุ วิเสสปจฺจโย, ปเคว อุตุอาหารสมุฏฺฐานาย รูปสมฺปตฺติยา ยถาวุตฺตเตโชธาตูติ อาห ‘‘วณฺณสมฺปตฺติญฺจสฺส อาวหตี’’ติ.

สมุทีรณวิตฺถมฺภนลกฺขณาติ เอตฺถ สมุทีรณํ อนุเปลฺลนํ, วิโสสนนฺติ เกจิ. วิตฺถมฺภนํ เสสภูตตฺตยสฺส ถมฺภิตตฺตาปาทนํ, อุปฺปีลนนฺติ เอเก. ตายาติ วิตฺถมฺภนลกฺขณาย วาโยธาตุยา. อปรายาติ สมุทีรณลกฺขณาย. สา หิ เปลฺลนสภาวา. เตนาห ‘‘สมพฺภาหโต’’ติ. สมพฺภาหนญฺจ รูปกลาปสฺส เทสนฺตรุปฺปตฺติยา เหตุภาโว. อวฆฏฺฏนํ อาสนฺนตรุปฺปตฺติยา. ลาเฬตีติ ปริวตฺเตติ. อิทานิ ยทตฺถํ จุณฺณโต มนสิกาโร อาคโต, ตํ นิคมนวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘เอวเมต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ธาตุยนฺตนฺติ สุตฺเตน วิย ยนฺตรูปกํ อสติปิ กตฺตุภูเต อตฺตนิ จิตฺตวเสน ธาตุมยํ ยนฺตํ ปวตฺตติ, อิธาปิ มนสิการวิธิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

๓๕๐. ยทิปิ จตุนฺนํ ธาตูนํ ลกฺขณาทโย เหฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตา เอว, ตถาปิ เต อนวเสสโต ทสฺเสตฺวา วิสุํ กมฺมฏฺฐานปริคฺคหวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘ลกฺขณาทิโต’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ลกฺขียติ เอเตนาติ ลกฺขณํ, กกฺขฬตฺตํ ลกฺขณเมติสฺสาติ กกฺขฬตฺตลกฺขณา. นนุ จ กกฺขฬตฺตเมว ปถวีธาตูติ? สจฺจเมตํ, ตถาปิ วิญฺญาตาวิญฺญาตสทฺทตฺถตาวเสน อภินฺเนปิ ธมฺเม กปฺปนาสิทฺเธน เภเทน เอวํ นิทฺเทโส กโต. เอวํ หิ อตฺถวิเสสาวโพโธ โหตีติ. อถ วา ลกฺขียตีติ ลกฺขณํ, กกฺขฬตฺตํ หุตฺวา ลกฺขิยมานา ธาตุ กกฺขฬตฺตลกฺขณาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เสสาสุปิ เอเสว นโย. ปติฏฺฐานรสาติ สหชาตธมฺมานํ ปติฏฺฐาภาวกิจฺจา. ตโต เอว เนสํ สมฺปฏิจฺฉนากาเรน ญาณสฺส ปจฺจุปติฏฺฐตีติ สมฺปฏิจฺฉนปจฺจุปฏฺฐานา. ปทฏฺฐานํ ปเนตฺถ อญฺญธมฺมตาย น อุทฺธฏํ, สาธารณภาวสพฺภาวโต วา ทูรการณํ วิย. ยถา วา ธมฺมุทฺเทสวารวณฺณนาทีสุ รสาทินา อญฺเญสํ ปจฺจยภาวํ ทสฺเสตฺวา ปจฺจยวนฺตตาทสฺสนตฺถํ ปทฏฺฐานํ อุทฺธฏํ, น เอวมิธ. อิธ ปน ธาตูนํ อนญฺญสาธารณวิเสสวิภาวนปราย โจทนาย อญฺญธมฺมภูตํ ปทฏฺฐานํ น อุทฺธฏนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. พฺรูหนรสาติ สหชาตธมฺมานํ วฑฺฒนกิจฺจา. ตถา หิ สา เนสํ ปีณิตภาวํ ทสฺเสตีติ วุจฺจติ. สงฺคหปจฺจุปฏฺฐานาติ พาหิรอุทกํ วิย นฺหานียจุณฺณสฺส สหชาตธมฺมานํ สงฺคหณปจฺจุปฏฺฐานา. มทฺทวานุปฺปทานปจฺจุปฏฺฐานาติ พาหิรคฺคิ วิย ชตุโลหาทีนํ สหชาตธมฺมานํ มุทุภาวานุปฺปทานปจฺจุปฏฺฐานา. อภินีหาโร ภูตสงฺฆาฏสฺส เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาโว, นีหรณํ วา พีชโต องฺกุรสฺส วิย.

๓๕๑. อุตุสมุฏฺฐานาว กมฺมาทิวเสน อนุปฺปตฺติโต. อุตุจิตฺตสมุฏฺฐานา กทาจิ อุตุโต, กทาจิ จิตฺตโต อุปฺปชฺชนโต. อวเสสาติ วุตฺตาวเสสา เกสาทโย จตุวีสติ, อาทิโต ตโย เตโชโกฏฺฐาสา, ปญฺจ วาโยโกฏฺฐาสา จาติ ทฺวตฺตึส. สพฺเพปีติ เต สพฺเพปิ กมฺมาทิวเสน อุปฺปชฺชนโต จตุสมุฏฺฐานา. เกสาทีนมฺปิ หิ มํสโต อวิมุตฺตภาโค กมฺมาหารจิตฺตสมุฏฺฐาโนว โหตีติ.

๓๕๒. นานตฺเตกตฺตโตติ วิเสสสามญฺญโต. ธมฺมานํ หิ อญฺญมญฺญํ วิสทิสตา นานตฺตํ, สมานตา เอกตฺตํ. สพฺพาสมฺปีติ จตุนฺนมฺปิ. สลกฺขณาทิโตติ สกํ ลกฺขณํ สลกฺขณํ, ตโต สลกฺขณาทิโต. อาทิ-สทฺเทน รสปจฺจุปฏฺฐานานํ วิย มุทุสณฺหผรุสภาวาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘กมฺมสมุฏฺฐานาทิวเสน นานตฺตภูตาน’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ กมฺมสมุฏฺฐานาทิวเสน จตุนฺนํ ธาตูนํ เอกตฺตํ โหติ สาธารณตฺตาติ? น, ‘‘อญฺญา เอว ธาตุโย กมฺมสมุฏฺฐานา, อญฺญา อุตุอาทิสมุฏฺฐานา’’ติอาทิกํ เภทํ สนฺธาย ตถา วจนโต. เอตาสํ ธาตูนํ. รุปฺปนลกฺขณํ รุปฺปนสภาวํ. กิมฺปเนตํ รุปฺปนํ นาม? ยา สีตาทิวิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิสทิสุปฺปตฺติ, ตสฺมึ วา สติ โย วิชฺชมานสฺเสว วิสทิสุปฺปตฺติยา เหตุภาโว, ตํ รุปฺปนํ. อนตีตตฺตาติ อปริจฺจชนโต.

มหนฺตปาตุภาโว เจตฺถ สสมฺภารธาตุวเสน เวทิตพฺโพ, ตถา มหาวิการตา มหาภูตสามญฺญลกฺขณธาตุวเสน, มหาปริหารตา, มหตฺตวิชฺชมานตา จ อุภยวเสนาติ. ภูตสทฺทาเปกฺขาย ‘‘เอตานี’’ติ นปุํสกนิทฺเทโส. มหนฺตานิ ปาตุภูตานิ อเนกสตสหสฺส รูปกลาปสงฺฆาฏตาย สมูหวเสน, สนฺตติวเสน จ อปริมิตปริมาณานํ, อเนกโยชนายามวิตฺถารานญฺจ อุปฺปชฺชนโต. จตฺตาริ นหุตานีติ จตฺตาริ ทสสหสฺสานิ. เทวทานวาทีนํ ติคาวุตาทิสรีรวเสน มหนฺตานิ ปาตุภูตานิ.

ตตฺถายํ วจนตฺโถ – มหนฺตานิ ภูตานิ ชาตานิ นิพฺพตฺตานีติ มหาภูตานีติ. อเนกาภูตวิเสสทสฺสเนน, อเนกพฺภุตทสฺสเนน จ อเนกจฺฉริยทสฺสนวเสน มหนฺโต อพฺภุโต, มหนฺตานิ วา อภูตานิ เอตฺถาติ มหาภูโต, มายากาโร. ยกฺขาทโย ชาติวเสเนว มหนฺตา ภูตาติ มหาภูตา, นิรุโฬฺห วา อยํ เตสุ มหาภูตสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. ปถวีอาทโย ปน วญฺจกตาย, อนิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานตาย จ มหาภูตา วิย มหาภูตา. ภูตสทฺทสฺส อุภยลิงฺคตาย นปุํสกตา กตา. ตตฺถ วญฺจกตา สยํ อนีลาทิสภาวานิ หุตฺวา นีลาทิสภาวสฺส อุปฏฺฐาปนํ, อนิตฺถิปุริสาทิสภาวาเนว จ หุตฺวา อิตฺถิปุริสาทิอาการสฺส อุปฏฺฐาปนํ. ตถา อญฺญมญฺญสฺส อนฺโต, พหิ จ อฏฺฐิตานํเยว อญฺญมญฺญํ นิสฺสาย อวฏฺฐานโต อนิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานตา. ยทิ หิ อิมา ธาตุโย อญฺญมญฺญสฺส อนฺโต ฐิตา, น สกิจฺจกรา สิยุํ อญฺญมญฺญานุปฺปเวสนโต, อถ พหิ ฐิตา วินิพฺภุตฺตา สิยุํ. ตถา สติ อวินิพฺภุตฺตวาโท หาเยยฺย, ตสฺมา น นิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานา. เอวํ สนฺเตปิ ปติฏฺฐานาทินา ยถาสกํ กิจฺจวิเสเสน เสสานํ ติณฺณํ ติณฺณํ อุปการิกา โหนฺติ, เยน สหชาตาทินา ปจฺจเยน ปจฺจยา โหนฺติ. เตนาห ‘‘น จ อญฺญมญฺญํ นิสฺสาย น ติฏฺฐนฺตี’’ติ. มนาเปหีติ มโนหเรหิ จาตุริยวนฺเตหิ. วณฺณสณฺฐานวิกฺเขเปหีติ กาฬสามตาทิวณฺเณหิ, ปุถุลวิวรกิสตาทิสณฺฐาเนหิ, หตฺถภมุกาทิวิกฺเขเปหิ จ. สรสลกฺขณนฺติ สภาวภูตํ ลกฺขณํ, สกิจฺจกํ วา สภาวํ.

มหาปริหารโตติ เอตฺถ วจนตฺถํ วทนฺโต อาห ‘‘มหนฺเตหิ…เป… ภูตานิ, มหาปริหารานิ วา ภูตานี’’ติ. ตตฺถ ปจฺฉิมตฺเถ ปุริมปเท อุตฺตรปทสฺส ปริหาร-สทฺทสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘มหาภูตานี’’ติ วุตฺตํ.

ตถา หีติ ตโต เอว วิการสฺส มหนฺตตฺตา เอวาติ ตํ วิการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภูมิโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อจฺจิมโตติ อคฺคิสฺส. โกฏิสตสหสฺสํ เอกํ โกฏิสตสหสฺเสกํ จกฺกวาฬนฺติ ตํ สพฺพํ อาณาเขตฺตภาเวน เอกํ กตฺวา วทติ. วิลียตีติ วิปตฺติกรเมฆาภิวุฏฺเฐน ขารุทเกน ลวณํ วิย วิลยํ คจฺฉติ วิทฺธํสติ. กุปิเตนาติ ขุภิเตน. วิกีรตีติ วิธมติ วิทฺธํสติ.

อนุปาทินฺเนสุ วิการมหตฺตํ ทสฺเสตฺวา อุปาทินฺเนสุ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปตฺถทฺโธ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กฏฺฐมุเขน วาติ วา-สทฺโท อุปมตฺโถ. ยถา กฏฺฐมุเขน สปฺเปน ฑฏฺโฐ ปตฺถทฺโธ โหติ, เอวํ ปถวีธาตุปฺปโกเปน โส กาโย กฏฺฐมุเขว โหติ, กฏฺฐมุขมุขคโต วิย ปตฺถทฺโธ โหตีติ อตฺโถ. อถ วา วา-สทฺโท อวธารณตฺโถ. โส ‘‘ปถวีธาตุปฺปโกเปน วา’’ติ เอวํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺโพ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – กฏฺฐมุเขน ฑฏฺโฐปิ กาโย ปถวีธาตุปฺปโกเปเนว ปตฺถทฺโธ โหติ, ตสฺมา ปถวีธาตุยา อวิยุตฺโต โส กาโย สพฺพทา กฏฺฐมุขมุขคโต วิย โหตีติ. วา-สทฺโท วา อนิยมตฺโถ, ตตฺรายมตฺโถ – กฏฺฐมุเขน ฑฏฺโฐ กาโย ปตฺถทฺโธ โหติ วา, น วา โหติ มนฺตาคทวเสน, ปถวีธาตุปฺปโกเปน ปน มนฺตาคทรหิโต โส กาโย กฏฺฐมุขมุขคโต วิย โหติ เอกนฺตปตฺถทฺโธติ.

ปูติโยติ กุถิโต. สนฺตตฺโตติ สพฺพโส ตตฺโต สมุปฺปนฺนทาโห. สญฺฉินฺโนติ สมนฺตโต ฉินฺโน ปรมาณุเภทสญฺจุณฺโณ อายสฺมโต อุปเสนตฺเถรสฺส สรีรํ วิย. มหาวิการานิ ภูตานีติ มหาวิการวนฺตานิ ภูตานิ มหาภูตานีติ ปุริมปเท อุตฺตรปทโลเปน นิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ปถวี’’ติอาทินา สพฺพโลกสฺส ปากฏานิปิ วิปลฺลาสํ มุญฺจิตฺวา ยถาสภาวโต ปริคฺคณฺหเน มหนฺเตน วายาเมน วินา น ปริคฺคณฺหนฺตีติ ทุวิญฺเญยฺยสภาวตฺตา ‘‘มหนฺตานี’’ติ วุจฺจนฺติ. ตานิ หิ สุวิญฺเญยฺยานิ. ‘‘อมหนฺตานี’’ติ มนฺตฺวา ฐิตา เตสํ ทุปฺปริคฺคหตํ ทิสฺวา ‘‘อโห มหนฺตานิ เอตานี’’ติ ชานาตีติ มหาภูเตกเทสตาทีหิ วา การเณหิ มหาภูตานิ. เอตา หิ ธาตุโย มหาภูเตกเทสโต, มหาภูตสามญฺญโต, มหาภูตสนฺนิสฺสยโต, มหาภูตภาวโต, มหาภูตปริโยสานโต จาติ อิเมหิปิ การเณหิ ‘‘มหาภูตานี’’ติ วุจฺจนฺติ.

ตตฺถ มหาภูเตกเทสโตติ ‘‘ภูตมิทนฺติ, ภิกฺขเว, สมนุปสฺสถา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๐๑) หิ อวิเสเสน ขนฺธปญฺจกํ ‘‘ภูต’’นฺติ วุจฺจติ. ตตฺถ ยทิทํ กามภเว, รูปภเว, ปญฺจโวการภเว, เอกจฺเจ จ สญฺญีภเว ปวตฺตํ ขนฺธปญฺจกํ, ตํ มหาวิสยตาย ‘‘มหาภูต’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. ปถวีอาทโย ปน จตสฺโส ธาตุโย ตสฺส มหาภูตสฺส เอกเทสภูตา ‘‘มหาภูตา’’ติ วุจฺจนฺติ. สมุทาเยสุ หิ ปวตฺตโวหารา อวยเวสุปิ ทิสฺสนฺติ ยถา ‘‘สมุทฺโท ทิฏฺโฐ, ปโฏ ทฑฺโฒ’’ติ จ. มหาภูตสมญฺญโตติ ตทธีนวุตฺติตาย ภวนฺติ เอตฺถ อุปาทารูปานีติ ภูตานิ, ปถวีอาทโย จตสฺโส ธาตุโย. สา ปนายเมตาสุ ภูตสมญฺญา อนญฺญตฺถวุตฺติตาย อุปาทารูปานํ อวิปรีตฏฺฐา, โลกสฺส เจตา พหูปการา, จกฺขุสมุทฺทาทีนํ นิสฺสยภูตา จาติ มหนฺตานิ ภูตานีติ สมญฺญายึสุ. มหาภูตสนฺนิสฺสยโตติ มหนฺตานํ มหานุภาวานํ มหาสมฺมตมนฺธาตุปฺปภุตีนํ รญฺญํ, สกฺกาทีนํ เทวานํ, เวปจิตฺติอาทีนํ อสุรานํ, มหาพฺรหฺมาทีนํ พฺรหฺมานํ, คุณโต วา มหนฺตานํ พุทฺธานํ, ปจฺเจกพุทฺธานํ, สาวกานํ อุปาทายุปาทาย วา สพฺเพสมฺปิ ภูตานํ สตฺตานํ นิสฺสยภูตตาย มหนฺตา ภูตา เอเตสูติ มหาภูตา. จาตุมหาภูติโก หิ เนสํ กาโยติ. มหาภูตภาวโตติ พหุภูตภาวโต. อยํ หิ มหา-สทฺโท ‘‘มหาชโน สนฺนิปติโต’’ติอาทีสุ พหุภาเว ทิสฺสติ. ปถวีอาทโย จ ธาตุโย เอกสฺมิมฺปิ อตฺตภาเว อปริเมยฺยปฺปเภทา ปวตฺตนฺติ. ตสฺมา มหนฺตา พหู อเนกสตสหสฺสปฺปเภทา ภูตาติ มหาภูตา. มหาภูตปริโยสานโตติ มหาภูตสฺส วเสน ปริโยสานปฺปตฺติโต.

‘‘กาโล ฆสติ ภูตานิ, สพฺพาเนว สหตฺตนา;

โย จ กาลฆโส ภูโต, ส ภูตปจนึ ปจี’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๙๐) –

หิ เอวมาทีสุ ขีณาสโว ‘‘ภูโต’’ติ วุตฺโต. โส หิ อุจฺฉินฺนภวเนตฺติกตาย อายตึ อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา เอกนฺตโต ‘‘ภูโต’’ติ วุจฺจติ, น อิตเร, ภวิสฺสนฺตีติ โวหารํ อนตีตตฺตา. ภูโต เอว อิธ ปูชาวเสน ‘‘มหาภูโต’’ติ วุตฺโต ยถา ‘‘มหาขีณาสโว, มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ จ. อิมาสญฺจ ธาตูนํ อนาทิมติ สํสาเร ปพนฺธวเสน ปวตฺตมานานํ ยถาวุตฺตสฺส มหาภูตสฺเสว สนฺตาเน ปริโยสานปฺปตฺติ, นาญฺญตฺร. ตสฺมา มหาภูเต ภูตา ปริโยสานํ ปตฺตาติ มหาภูตา ปุริมปเท ภูต-สทฺทสฺส โลปํ กตฺวา. เอวเมตา ธาตุโย มหาภูเตกเทสตาทีหิ มหาภูตาติ เวทิตพฺพา. ปถวีอาทีนํ กกฺขฬปคฺฆรณาทิวิเสสลกฺขณสมงฺคิตา อปริจฺจตฺตธาตุลกฺขณานํเยวาติ อาห ‘‘ธาตุลกฺขณํ อนตีตตฺตา’’ติ. น หิ สามญฺญปริจฺจาเคน วิเสโส, วิเสสนิรเปกฺขํ วา สามญฺญํ ปวตฺตติ. ตถา หิ วทนฺติ –

‘‘ตมตฺถาเปกฺขโต เภทํ, สสามญฺญํ ชหาติ โน;

คณฺหาติ สํสยุปฺปาทา, สเมเวกตฺถกํ ทฺวย’’นฺติ.

สลกฺขณธารเณน จาติ เยน สลกฺขณธารเณน ‘‘ธาตุโย’’ติ วุจฺจนฺติ, เตเนว ‘‘ธมฺมา’’ติปิ วุจฺจนฺติ อุภยถาปิ นิสฺสตฺตนิชฺชีวตาย เอว วิภาวนโต. เตเนวาห – ‘‘ฉธาตุโรยํ ภิกฺขุ ปุริโส, ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรตี’’ติ จ. อรูปานํ ขณโต รูปานํ ขณสฺส นาติอิตฺตรตายาห ‘‘อตฺตโน ขณานุรูป’’นฺติ. ธรเณนาติ ฐาเนน, ปวตฺตเนนาติ อตฺโถ. ขยฏฺเฐนาติ ขณภงฺคุตาย. ภยฏฺเฐนาติ อุทยวยปฏิปีฬนาทินา สปฺปฏิภยตาย. อสารกฏฺเฐนาติ อตฺตสารวิรเหน.

๓๕๓. สหุปฺปนฺนาว เอตาติ เอตา จตสฺโส ธาตุโย สห อุปฺปนฺนาว สห ปวตฺตมานาว สมานกาเล ลพฺภมานาปิ อวกํสโต สพฺพปริยนฺติเม อุตุจิตฺตาหารสมุฏฺฐาเนสุ สุทฺธฏฺฐเก, กมฺมเชสุ ชีวิตนวเกติ เอเกกสฺมึ สุทฺธฏฺฐกาทิกลาเปปิ ปเทเสน อวินิพฺภุตฺตา วิสุํ วิสุํ อนิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานตาย. ยตฺถ หิ ติสฺสนฺนํ ธาตูนํ ปติฏฺฐาวเสน ปถวี, ตตฺเถว ตสฺสา อาพนฺธนปริปาจนสมุทีรณวเสน อิตรา. เอส นโย เสสาสุปิ.

๓๕๔. ปุริมา เทฺว ครุกตฺตา สภาคา อญฺญมญฺญนฺติ อธิปฺปาโย. เอตฺถ จ นนุ ปถวิยาปิ ลหุภาโว อตฺถิ. ตถา หิ สา ‘‘กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ ครุกํ ลหุก’’นฺติ นิทฺทิฏฺฐา, อาเปปิ ลหุภาโว ลพฺภเตวาติ? น, นิปฺปริยายครุภาวสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ครุภาโว เอว หิ ปถวีธาตุยา ครุตรํ อุปาทาย ลหุภาโวติ ปริยาเยน วุตฺโต สีตภาโว วิย เตโชธาตุยา. ยทิ เอวํ รูปสฺส ลหุตาติ กถํ? อยมฺปิ วุตฺตนยา เอว ลหุตาการํ อุปาทาย ลพฺภนโต. น หิ ปริจฺเฉทวิการลกฺขณานิ ปรมตฺถโต ลพฺภนฺติ นิปฺผนฺนรูปานํ อวตฺถาวิเสสสภาวโต. ตสฺมา ปรมตฺถสิทฺธํ ครุภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปุริมา เทฺว ครุกตฺตา สภาคา’’ติ. ‘‘ตถา’’ติ ปเทน ‘‘สภาคา’’ติ อิมมตฺถํ อุปสํหรติ. ‘‘เทฺว’’ติ ปน อิทํ ยถา ‘‘ปุริมา’’ติ เอตฺถ, เอวํ ‘‘ปจฺฉิมา’’ติ เอตฺถาปิ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. วิสภาคา ครุกลหุกภาวโตติ อธิปฺปาโย. ยถา จ ครุกลหุกภาเวหิ, เอวํ เปยฺยภาวาเปยฺยภาเวหิ จ สภาควิสภาคตา โยเชตพฺพา.

๓๕๕. อชฺฌตฺติกา เหฏฺฐา วุตฺตอชฺฌตฺติกา, สตฺตสนฺตานปริยาปนฺนาติ อตฺโถ. วิญฺญาณวตฺถุ วิญฺญตฺติอินฺทฺริยานนฺติ จกฺขาทีนํ ฉนฺนํ วิญฺญาณวตฺถูนํ, ทฺวินฺนํ วิญฺญตฺตีนํ, อิตฺถิปุริสินฺทฺริยชีวิตินฺทฺริยานญฺจ. เย ปน ‘‘วิญฺญาณวตฺถูติ หทยวตฺถุ คหิต’’นฺติ วทนฺติ, เตสํ อินฺทฺริย-คฺคหเณน อฏฺฐนฺนมฺปิ รูปินฺทฺริยานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. ‘‘วุตฺตวิปรีตปฺปการา’’ติ อิทํ พาหิรานํ ธาตูนํ ยถา สพฺพโส วิญฺญาณวตฺถุวิญฺญตฺติอินฺทฺริยานํ อนิสฺสยตา จ อิริยาปถวิรโห จ วุตฺตวิปริยาโย, เอวํ จตุสมุฏฺฐานตาปีติ กตฺวา วุตฺตํ, น ลกฺขณรูปสฺส วิย กุโตจิปิ สมุฏฺฐานสฺส อภาวโต อุตุสมุฏฺฐานตาย ตาสํ. ลหุตาทินิสฺสยตาปิ อชฺฌตฺติกานํ ธาตูนํ วตฺตพฺพา, น วา วตฺตพฺพา. วิญฺญตฺติ-คฺคหณํ หิ ลกฺขณนฺติ.

๓๕๖. อิตราหีติ อาโปเตโชวายุธาตูหิ. เอกสงฺคหาติ สชาติสงฺคเหน เอกสงฺคหา. สมานชาติยานํ หิ สงฺคโห สหชาติสงฺคโห. เตนาห ‘‘สมุฏฺฐานนานตฺตาภาวโต’’ติ.

๓๕๗. ติณฺณํ มหาภูตานํ ปติฏฺฐา หุตฺวา ปจฺจโย โหตีติ เยหิ มหาภูเตหิ สมฺปิณฺฑนวเสน สงฺคหิตา, ปริปาจนวเสน อนุปาลิตา, สมุทีรณวเสน วิตฺถมฺภิตา จ, เตสํ อตฺตนา สหชาตานํ ติณฺณํ มหาภูตานํ ปติฏฺฐา หุตฺวา ตโต เอว สนฺธารณวเสน อวสฺสโย โหติ, วุตฺตนเยน วา ปติฏฺฐา หุตฺวา สหชาตาทิวเสน ปจฺจโย โหตีติ. เอส นโย เสสาสุปิ.

๓๕๘. ยทิปิ อญฺญมญฺญอาโภคปจฺจเวกฺขณรหิตา เอเต ธมฺมาติ เหฏฺฐา ธาตูนํ อสมนฺนาหารตา ทสฺสิตา เอว, อถาปิ อิมินาว นเยน วิสุํ กมฺมฏฺฐานปริคฺคโห กาตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปถวีธาตุ เจตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปถวีธาตุ เจตฺถาติ จ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน อยมฺปิ เอโก มนสิการปฺปกาโรติ ทีเปติ. เอตฺถาติ เอตาสุ ธาตูสุ. อหํ ‘‘ปถวีธาตู’’ติ วา ‘‘ปจฺจโย โหมี’’ติ วา น ชานาตีติ อตฺตนิ วิย อตฺตโน กิจฺเจ จ อาโภคาภาวํ ทสฺเสตฺวา อุปการกสฺส วิย อุปกตฺตพฺพานมฺปิ อาโภคาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิตรานิปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพตฺถาติ สพฺพาสุ ธาตูสุ, ตตฺถาปิ อตฺตกิจฺจุปกตฺตพฺพเภเทสุ สพฺเพสุ.

๓๕๙. ปจฺจยวิภาคโตติ ปจฺจยธมฺมวิภาคโต เจว ปจฺจยภาววิภาคโต จ. ‘‘ปจฺจยโต’’ติ หิ อิมินา ปถวีอาทีนํ อญฺญาสาธารโณ ปติฏฺฐาภาวาทินา เสสภูตตฺตยสฺส ปจฺจยภาโว วุตฺโต. อิธ ปน เยหิ ธมฺเมหิ ปถวีอาทีนํ อุปฺปตฺติ, เตสํ ปถวีอาทีนญฺจ อนวเสสโต ปจฺจยภาววิภาโค วุจฺจตีติ อยํ อิเมสํ ทฺวินฺนํ อาการานํ วิเสโส. กมฺมนฺติ กุสลากุสลํ รูปุปฺปาทกํ กมฺมํ. จิตฺตนฺติ ยํ กิญฺจิ รูปุปฺปาทกํ จิตฺตํ. อาหาโรติ อชฺฌตฺติโก รูปุปฺปาทโก อาหาโร. อุตูติ โย โกจิ อุตุ, อตฺถโต เตโชธาตุ. กมฺมเมวาติ อวธารณํ สมุฏฺฐานสงฺกราภาวทสฺสนตฺถํ, เตน อกมฺมชานมฺปิ เกสญฺจิ กมฺมสฺส ปริยายปจฺจยภาโว ทีปิโต โหติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘กมฺมปจฺจยจิตฺตสมุฏฺฐาน’’นฺติอาทิ. นนุ จ กมฺมสมุฏฺฐานานํ กมฺมโต อญฺเญนปิ ปจฺจเยน ภวิตพฺพนฺติ? ภวิตพฺพํ, โส ปน กมฺมคติโกวาติ ปฏิโยคีนิวตฺตนตฺถํ อวธารณํ กตํ, เตนาห ‘‘น จิตฺตาทโย’’ติ. จิตฺตาทิสมุฏฺฐานานนฺติ เอตฺถาปิ อยมตฺโถ ยถารหํ วตฺตพฺโพ. อิตเรติ จิตฺตาทิโต อญฺเญ. ชนกปจฺจโยติ สมุฏฺฐาปกตํ สนฺธาย วุตฺตํ, ปจฺจโย ปน กมฺมปจฺจโยว. วุตฺตํ หิ ‘‘กุสลากุสลา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๒๗).

เสสานนฺติ จิตฺตาทิสมุฏฺฐานานํ. ปริยายโต อุปนิสฺสยปจฺจโย โหตีติ ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๑.๑.๙) อรูปานํเยว อุปนิสฺสยปจฺจยสฺส อาคตตฺตา นิปฺปริยาเยน รูปธมฺมานํ อุปนิสฺสยปจฺจโย นตฺถิ. สุตฺเต ปน ‘‘ปุคฺคลํ อุปนิสฺสาย วนสณฺฑํ อุปนิสฺสายา’’ติ วจนโต สุตฺตนฺติกปริยาเยน วินา อภาโว อุปนิสฺสยปจฺจโยติ เวทิตพฺโพ. จิตฺตํ ชนกปจฺจโย โหตีติ สหชาตนิสฺสยาหาราทิวเสน ปจฺจโย โหนฺตํ จิตฺตํ สมุฏฺฐาปกตํ อุปาทาย ‘‘ชนกปจฺจโย โหตี’’ติ วุตฺตํ. อาหารอุตูสุปิ เอเสว นโย.

เอวํ กมฺมาทีนํ ปจฺจยธมฺมานํ วเสน ธาตูสุ ปจฺจยวิภาคํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตํสมุฏฺฐานานํ ธาตูนมฺปิ วเสน ปจฺจยวิภาคํ ทสฺเสนฺโต ปฐมํ ตาว ‘‘กมฺมสมุฏฺฐานํ มหาภูต’’นฺติอาทินา อุทฺทิสิตฺวา ปุน ‘‘ตตฺถ กมฺมสมุฏฺฐานา ปถวีธาตู’’ติอาทินา นิทฺทิสติ. ตตฺถ กมฺมสมุฏฺฐานา ปถวีธาตูติ ‘‘กมฺมสมุฏฺฐานํ มหาภูต’’นฺติ เอตฺถ สามญฺญโต วุตฺตา กมฺมชปถวีธาตุ. กมฺมสมุฏฺฐานานํ อิตราสนฺติ กมฺมชานํ อาโปธาตุอาทีนํ ติสฺสนฺนํ ธาตูนํ สหุปฺปตฺติยา อตฺตโน อุปการกานํ ตาสํ อุปการกโต, อาธารภาวโต, อุปฺปาทโต ยาว ภงฺคาธรณโต, วิคมาภาวโต จ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยอตฺถิอวิคตวเสน เจว ปติฏฺฐาวเสน จ ปจฺจโย โหติ, โหนฺตี จ กมฺมํ วิย อตฺตโน, ตาสญฺจ น ชนกวเสน ปจฺจโย โหติ อสมุฏฺฐาปกตฺตา ตาสํ. กามญฺเจตฺถ นิสฺสยปจฺจย-คฺคหเณเนว ปติฏฺฐาภาโว สงฺคหิโต, ปถวีธาตุยา ปน อนญฺญสาธารณกิจฺจํ สหชาตานํ ปติฏฺฐาภาโวติ อิมํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปติฏฺฐาวเสน จา’’ติ วิสุํ กตฺวา วุตฺตํ. อาพนฺธนวเสน จาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ติสนฺตติมหาภูตานนฺติ อุตุจิตฺตาหารสมุฏฺฐานานํ จตุมหาภูตานํ อญฺญมญฺญํ อโวกิณฺณานํ, อวิจฺเฉเทน ปวตฺตึ อุปาทาย สนฺตตีติ สนฺตติคฺคหณํ. ปถวีธาตุยา ปติฏฺฐาภาโว นาม สหชาตานํ ธมฺมานํเยวาติ อาห ‘‘น ปติฏฺฐาวเสนา’’ติ. น อาพนฺธนวเสนาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถาติ เอเตสุ กมฺมสมุฏฺฐานมหาภูเตสุ. ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานา ปถวีธาตุ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ อิตราส’’นฺติอาทีสุ สุกโร ตนฺตินโย เนตุนฺติ ‘‘จิตฺตอาหาร…เป… เอเสว นโย’’ติ อติทิสติ.

สหชาตาทิปจฺจยวสปฺปวตฺตาสุ จ ปนาติ เอตฺถ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ, ปน-สทฺโท วิเสสตฺโถ, ตทุภเยน จ ยถาวุตฺตสหชาตาทิปจฺจเยหิ ปวตฺตมานา ธาตุโย อิมินา วิเสเสน ปวตฺตนฺตีติ อิมมตฺถํ ทีเปติ.

อิทานิ ตํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกํ ปฏิจฺจา’’ติคาถมาห. ตตฺถ เอกํ ธาตุํ ปฏิจฺจ ติสฺโส ธาตุโย จตุธา สมฺปวตฺตนฺติ, ติสฺโส ธาตุโย ปฏิจฺจ เอกาว ธาตุ จตุธา สมฺปวตฺตติ, เทฺว ธาตุโย ปฏิจฺจ เทฺว ธาตุโย ฉธา สมฺปวตฺตนฺตีติ โยชนา. อตฺโถ ปน ปถวีอาทีสุ เอเกกิสฺสา ปจฺจยภาเว อิตราสํ ติสฺสนฺนํ ติสฺสนฺนํ ปจฺจยุปฺปนฺนตาติ อยเมโก จตุกฺโก, ติสฺสนฺนํ ติสฺสนฺนํ ปจฺจยภาเว อิตราย เอเกกิสฺสา ปจฺจยุปฺปนฺนตาติ อยมปโร จตุกฺโก, ปฐมทุติยา, ตติยจตุตฺถา, ปฐมตติยา, ทุติยจตุตฺถา, ปฐมจตุตฺถา, ทุติยตติยาติ อิมาสํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ ปจฺจยภาเว ตตฺถ ตตฺถ อิตราสํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ ปจฺจยุปฺปนฺนตาติ อยเมโก ฉกฺโก. เอวํ ปจฺจยภาเวน จตุธา, ฉธา จ ปวตฺตมานานํ เอกกทฺวิกติกวเสน ติกทุกเอกกวเสน จ ยถากฺกมํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตาวิภาโค เวทิตพฺโพ. อยญฺจ ปจฺจยภาโว สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยอตฺถิอวิคตปจฺจยวเสน, ตตฺถาปิ จ อญฺญมญฺญมุเขเนว เวทิตพฺโพ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ปฏิจฺจวาเร ‘‘เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา, ตโย มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ, เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๕๓).

อภิกฺกมปฏิกฺกมาทีติ อาทิ-สทฺเทน อาทานวิสฺสชฺชนาทิกายิกกิริยากรณสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อุปฺปีฬนสฺส ปจฺจโย โหติ ฆฏฺฏนกิริยาย ปถวีธาตุวเสน สิชฺฌนโต. สาวาติ ปถวีธาตุเยว. อาโปธาตุยา อนุคตา อาโปธาตุยา ตตฺถ อปฺปธานภาวํ, ปถวีธาตุยา จ ปธานภาวนฺติ ปติฏฺฐาภาเว วิย ปติฏฺฐาปเนปิ สาติสยกิจฺจตฺตา ตสฺสา ปติฏฺฐาปนสฺส ปาทฏฺฐปนสฺส ปจฺจโย โหตีติ สมฺพนฺโธ. อวกฺเขปนสฺสาติ อโธนิกฺขิปนสฺส. ตตฺถ จ ครุตรสภาวาย อาโปธาตุยา สาติสโย พฺยาปาโรติ อาห ‘‘ปถวีธาตุยา อนุคตา อาโปธาตู’’ติ. ตถา อุทฺธงฺคติกา เตโชธาตูติ อุทฺธรเณ วาโยธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว วุตฺโต. ติริยํ คติกาย วาโยธาตุยา อติหรณวีติหรเณสุ สาติสโย พฺยาปาโรติ เตโชธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว คหิโต. ตตฺถ ฐิตฏฺฐานโต อภิมุขํ ปาทสฺส หรณํ อติหรณํ, ปุรโต หรณํ. ตโต โถกํ วีติกฺกมฺม หรณํ วีติหรณํ, ปสฺสโต หรณํ.

เอเกเกน มุเขนาติ ‘‘ปตฺถฏตฺตา ปถวี’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๓๔๗) วิภตฺเตสุ เตรสสุ อากาเรสุ เอเกเกน ธาตูนํ ปริคฺคณฺหนมุเขน. สฺวายนฺติ โส อยํ อุปจารสมาธิ. กถํ ปนสฺส ววตฺถานปริยาโยติ อาห ‘‘จตุนฺนํ ธาตูน’’นฺติอาทิ.

๓๖๐. อิทานิ อิมิสฺสา ภาวนาย อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘อิทญฺจ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สุญฺญตํ อวคาหตีติ ธาตุมตฺตตาทสฺสเนน รูปกายสฺส อนตฺตกตํ ววตฺถาปยโต ตทนุสาเรน นามกายสฺสาปิ อนตฺตกตา สุปากฏา โหตีติ สพฺพโส อตฺตสุญฺญตํ ปริโยคาหติ ตตฺถ ปติฏฺฐหติ. สตฺตสญฺญํ สมุคฺฆาเตตีติ ตโต เอว ‘‘สตฺโต โปโส อิตฺถี ปุริโส’’ติ เอวํ ปวตฺตํ อยาถาวสญฺญํ อุคฺฆาเตติ สมูหนติ. วาฬมิคยกฺขรกฺขสาทิวิกปฺปํ อนาวชฺชมาโนติ สสนฺตาเน วิย ปรสนฺตาเนปิ ธาตุมตฺตตาย สุทิฏฺฐตฺตา ขีณาสโว วิย ‘‘อิเม สีหพฺยคฺฆาทโย วาฬมิคา, อิเม ยกฺขรกฺขสา’’ติ เอวมาทิวิกปฺปํ อกโรนฺโต ภยเภรวํ สหติ อภิภวติ. ยถาวุตฺตวิกปฺปนาปชฺชนํ หิ ภยเภรวสหนสฺส การณํ วุตฺตํ. อุคฺฆาโต อุปฺปิลาวิตตฺตํ. นิคฺฆาโต ทีนภาวปฺปตฺติ. มหาปญฺโญ จ ปน โหติ ธาตุวเสน กาเย สมฺมเทว ฆนวินิพฺโภคสฺส กรณโต. ตถา หิทํ กมฺมฏฺฐานํ พุทฺธิจริตสฺส อนุกูลนฺติ วุตฺตํ, สุคติปรายโณ วา อินฺทฺริยานํ อปริปกฺกตายนฺติ อธิปฺปาโย.

เอกูนวีสติภาวนานยปฏิมณฺฑิตสฺส

จตุธาตุววตฺถานนิทฺเทสสฺส ลีนตฺถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓๖๑. ‘‘โก สมาธี’’ติอาทินา สรูปาทิปุจฺฉา ยาวเทว วิภาคาวโพธนตฺถา. สรูปาทิโต หิ ญาตสฺส ปเภโท วุจฺจมาโน สุวิญฺเญยฺโย โหติ สงฺเขปปุพฺพกตฺตา วิตฺถารสฺส, วิตฺถารวิธินา จ สงฺเขปวิธิ สงฺคยฺหตีติ ‘‘สมาธิสฺส วิตฺถารํ ภาวนานยญฺจ ทสฺเสตุ’’นฺติ วุตฺตํ. อถ วา ‘‘โก สมาธี’’ติอาทินาปิ สมาธิสฺเสว ปการเภโท ทสฺสียติ, ภาวนานิสํโสปิ ภาวนานยนิสฺสิโต เอวาติ อธิปฺปาเยน ‘‘วิตฺถารํ ภาวนานยญฺจ ทสฺเสตุ’’นฺติ วุตฺตํ. สพฺพปฺปการโตติ ปลิโพธุปจฺเฉทาทิกสฺส สพฺพสฺส ภาวนาย ปุพฺพกิจฺจสฺส กรณปฺปการโต เจว สพฺพกมฺมฏฺฐานภาวนาวิภาวนโต จ.

‘‘สมตฺตา โหตี’’ติ วตฺวา ตเมว สมตฺตภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘ทุวิโธเยวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิธ อธิปฺเปโต สมาธีติ โลกิยสมาธึ อาห. ทสสุ กมฺมฏฺฐาเนสูติ ยานิ เหฏฺฐา ‘‘อุปจาราวหานี’’ติ วุตฺตานิ ทส กมฺมฏฺฐานานิ, เตสุ. อปฺปนาปุพฺพภาคจิตฺเตสูติ อปฺปนาย ปุพฺพภาคจิตฺเตสุ อฏฺฐนฺนํ ฌานานํ ปุพฺพภาคจิตฺตุปฺปาเทสุ. เอกคฺคตาติ เอกาวชฺชนวีถิยํ, นานาวชฺชนวีถิยญฺจ เอกคฺคตา. อวเสสกมฺมฏฺฐาเนสูติ ‘‘อปฺปนาวหานี’’ติ วุตฺเตสุ ตึสกมฺมฏฺฐาเนสุ.

สมาธิอานิสํสกถาวณฺณนา

๓๖๒. ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺขภูโต อตฺตภาโว, ตตฺถ สุขวิหาโร ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร. กามํ ‘‘สมาปชฺชิตฺวา’’ติ เอเตน อปฺปนาสมาธิเยว วิภาวิโต, ‘‘เอกคฺคจิตฺตา’’ติ ปน ปเทน อุปจารสมาธิโนปิ คหณํ โหตีติ ตโต นิวตฺตนตฺถํ ‘‘อปฺปนาสมาธิภาวนา’’ติ วุตฺตํ. น โข ปเนเตติ เอเต พาหิรกภาวิตา ฌานธมฺมา จิตฺเตกคฺคตามตฺตกรา. อริยสฺส วินเย พุทฺธสฺส ภควโต สาสเน ‘‘สลฺเลขา’’ติ น วุจฺจนฺติ กิเลสานํ สลฺเลขนปฏิปทา น โหตีติ กตฺวา, สาสเน ปน อวิหึสาทโยปิ สลฺเลขาว โลกุตฺตรปาทกตฺตา.

สมฺพาเธติ ตณฺหาสํกิเลสาทินา สํกิลิฏฺฐตาย ปรมสมฺพาเธ อติวิย สงฺกฏฏฺฐานภูเต สํสารปฺปวตฺเต. โอกาสาธิคมนเยนาติ อตฺถปฏิลาภโยคฺคสฺส นวมขณสงฺขาตสฺส โอกาสสฺส อธิคมนเยน. ตสฺส หิ ทุลฺลภตาย อปฺปนาธิคมมฺปิ อนธิคมยมาโน สํเวคพหุโล ปุคฺคโล อุปจารสมาธิมฺหิเยว ฐตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรติ ‘‘สีฆํ สํสารทุกฺขํ สมติกฺกมิสฺสามี’’ติ.

อภิญฺญาปาทกนฺติ อิทฺธิวิธาทิอภิญฺญาญาณปาทกภูตํ อธิฏฺฐานภูตํ. โหตีติ วุตฺตนยาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺโถ, เตน ‘‘อิมินา ปกาเรน วุตฺตนยา’’ติ เสสาภิญฺญานมฺปิ วุตฺตปฺปการํ สงฺคณฺหาติ. สติ สติ อายตเนติ ปุริมภวสิทฺเธ อภิญฺญาธิคมสฺส การเณ วิชฺชมาเน. อภิญฺญาธิคมสฺส หิ อธิกาโร อิจฺฉิตพฺโพ, โย ‘‘ปุพฺพเหตู’’ติ วุจฺจติ. น สมาปตฺตีสุ วสีภาโว. เตนาห ภควา ‘‘สติ สติ อายตเน’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๕๘; อ. นิ. ๓.๑๐๒). อภิญฺญาสจฺฉิกรณียสฺสาติ วกฺขมานวิภาคาย อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย สจฺฉิกาตพฺพสฺส. ธมฺมสฺสาติ ภาเวตพฺพสฺส เจว วิภาเวตพฺพสฺส จ ธมฺมสฺส. อภิญฺญาสจฺฉิกิริยาย จิตฺตํ อภินินฺนาเมตีติ โยชนา. ตตฺร ตเตฺรวาติ ตสฺมึ ตสฺมึเยว สจฺฉิกาตพฺพธมฺเม. สกฺขิภาวาย ปจฺจกฺขการิตาย ภพฺโพ สกฺขิภพฺโพ, ตสฺส ภาโว สกฺขิภพฺพตา, ตํ สกฺขิภพฺพตํ.

ตํ ตํ ภวคมิกมฺมํ อารพฺภ ภวปตฺถนาย อนุปฺปนฺนายปิ กมฺมสฺส กตูปจิตภาเวเนว ภวปตฺถนากิจฺจํ สิชฺฌตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อปตฺถยมานา วา’’ติ. สห เพฺยติ ปวตฺตตีติ สหโพฺย, สหาโย, อิธ ปน เอกภวูปโค อธิปฺเปโต, ตสฺส ภาโว สหพฺยตา, ตํ สหพฺยตํ.

กึ ปน อปฺปนาสมาธิภาวนาเยว ภววิเสสานิสํสา, อุทาหุ อิตราปีติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘อุปจารสมาธิภาวนาปี’’ติอาทิ.

นิพฺพานนฺติ ติสฺสนฺนํ ทุกฺขตานํ นิพฺพุตึ. รูปธมฺเม ปริยาปนฺนา วิชฺชมานาปิ สงฺขารทุกฺขตา จิตฺตสฺส อภาเวน อสนฺตสมาว. เตนาห ‘‘สุขํ วิหริสฺสามา’’ติ. โสฬสหิ ญาณจริยาหีติ อนิจฺจานุปสฺสนาทุกฺขอนตฺตนิพฺพิทาวิราคนิโรธปฏินิสฺสคฺควิวฏฺฏานุปสฺสนาติ อิมาหิ อฏฺฐหิ, อฏฺฐหิ จ อริยมคฺคผลญาเณหีติ เอวํ โสฬสหิ. นวหิ สมาธิจริยาหีติ ปญฺจนฺนํ รูปชฺฌานานํ, จตุนฺนํ อรูปชฺฌานานญฺจ วเสน เอวํ นวหิ. เกจิ ปน ‘‘จตฺตาโร รูปชฺฌานสมาธี, จตฺตาโร อรูปชฺฌานสมาธี, อุภเยสํ อุปจารสมาธึ เอกํ กตฺวา เอวํ นวา’’ติ วทนฺติ.

สมาธิภาวนาโยเคติ สมาธิภาวนาย อนุโยเค อนุยุญฺชเน, สมาธิภาวนาสงฺขาเต วา โยเค. โยโคติ ภาวนา วุจฺจติ. ยถาห ‘‘โยคา เว ชายตี ภูรี’’ติ (ธ. ป. ๒๘๒).

๓๖๓. สมาธิปีติ ปิ-สทฺเทน สีลํ สมฺปิณฺเฑติ.

สมาธินิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ เอกาทสมปริจฺเฉทวณฺณนา.

ปฐโม ภาโค นิฏฺฐิโต.