๑. สีลนิทฺเทสวณฺณนา

สีลสรูปาทิกถาวณฺณนา

๖. เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน. อเนกคุณสงฺคาหเกนาติ อธิสีลสิกฺขาทีนํ, อญฺเญสญฺจ อเนเกสํ คุณานํ สงฺคาหเกน. สีลสมาธิปญฺญามุเขนาติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๒๗๗; เถรคา. ๖๗๖; เนตฺติ. ๕) วิย วิปสฺสนามตฺตาทิมุเขน สงฺเขปโต อเทเสตฺวา สีลสมาธิปญฺญามุเขน เทสิโตปิ, สตฺตตึสายปิ วา โพธิปกฺขิยธมฺมานํ วิสุทฺธิมคฺคนฺโตคธตฺตา ตตฺถ สีลสมาธิปญฺญา มุขํ ปมุขํ กตฺวา เทสิโตปิ. เอเตน สีลสมาธิปญฺญาสุ อวเสสโพธิปกฺขิยธมฺมานํ สภาวโต, อุปการโต จ อนฺโตคธภาโว ทีปิโตติ เวทิตพฺพํ. อติสงฺเขปเทสิโตเยว โหติ สภาววิภาคาทิโต อวิภาวิตตฺตา. นาลนฺติ น ปริยตฺตํ น สมตฺถํ. สพฺเพสนฺติ นาติสงฺเขปนาติวิตฺถารรุจีนมฺปิ, วิปญฺจิตญฺญุเนยฺยานมฺปิ วา. สงฺเขปเทสนา หิ สํขิตฺตรุจีนํ, อุคฺฆฏิตญฺญูนํเยว จ อุปการาย โหติ, น ปนิตเรสํ. อสฺส วิสุทฺธิมคฺคสฺส. ปุจฺฉนฏฺเฐน ปญฺหา, กิริยา กรณํ กมฺมํ, ปญฺหาว กมฺมํ ปญฺหากมฺมํ, ปุจฺฉนปโยโค.

กึ สีลนฺติ สรูปปุจฺฉา. เกนฏฺเฐน สีลนฺติ เกน อตฺเถน สีลนฺติ วุจฺจติ, ‘‘สีล’’นฺติ ปทํ กํ อภิเธยฺยํ นิสฺสาย ปวตฺตนฺติ อตฺโถ. ตยิทํ สีลํ สภาวโต, กิจฺจโต, อุปฏฺฐานาการโต, อาสนฺนการณโต จ กถํ ชานิตพฺพนฺติ อาห ‘‘กานสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานี’’ติ. ปฏิปตฺติ นาม ทิฏฺฐานิสํเส เอว โหตีติ อาห ‘‘กิมานิสํส’’นฺติ. กติวิธนฺติ ปเภทปุจฺฉา. วิภาควนฺตานํ หิ สภาววิภาวนํ วิภาคทสฺสนมุเขเนว โหตีติ. โวทานํ วิสุทฺธิ. สา จ สํกิเลสมลวิมุตฺติ. ตํ อิจฺฉนฺเตน ยสฺมา อุปายโกสลฺลตฺถินา อนุปายโกสลฺลํ วิย สํกิเลโส ชานิตพฺโพติ อาห ‘‘โก จสฺส สํกิเลโส’’ติ.

ตตฺราติ ตสฺมึ, ตสฺส วา ปญฺหากมฺมสฺส. วิสฺสชฺชนนฺติ วิวรณํ. ปุจฺฉิโต หิ อตฺโถ อวิภาวิตตฺตา นิคูโฬฺห มุฏฺฐิยํ กโต วิย ติฏฺฐติ. ตสฺส วิวรณํ วิสฺสชฺชนํ วิภูตภาวการณโต. ปาณาติปาตาทีหีติ เอตฺถ ปาโณติ โวหารโต สตฺโต, ปรมตฺถโต ชีวิตินฺทฺริยํ. ตสฺส สรเสเนว ปตนสภาวสฺส อนฺตเร เอว อติว ปาตนํ อติปาโต, สณิกํ ปติตุํ อทตฺวา สีฆํ ปาตนนฺติ อตฺโถ, อติกฺกมฺม วา สตฺถาทีหิ อภิภวิตฺวา ปาตนํ อติปาโต, ปาณฆาโต. อาทิสทฺเทน อทินฺนาทานาทึ สงฺคณฺหาติ. เตหิ ปาณาติปาตาทีหิ ทุสฺสีลฺยกมฺเมหิ. วิรมนฺตสฺสาติ สมาทานวิรติวเสน, สมฺปตฺตวิรติวเสน จ โอรมนฺตสฺส. วตฺตปฏิปตฺตินฺติ อุปชฺฌายวตฺตาทิวตฺตกรณํ. เจตนาทโย ธมฺมาติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ ปาฬิวเสน วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เจตยตีติ เจตนา, อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ สทฺธึ อารมฺมเณ อภิสนฺทหตีติ อตฺโถ. เจตนาย อนุกูลวเสเนว หิ ตํสมฺปยุตฺตา ธมฺมา อารมฺมเณ ปวตฺตนฺติ. เจตนา กามํ กุสลตฺติกสาธารณา, อิธ ปน สีลเจตนา อธิปฺเปตาติ กตฺวา ‘‘กุสลา’’ติ เวทิตพฺพา. เจตสิ นิยุตฺตํ เจตสิกํ, จิตฺตสมฺปยุตฺตนฺติ อตฺโถ. เจตนาย สติปิ เจตสิกตฺเต ‘‘เจตนา สีล’’นฺติ วิสุํ คหิตตฺตา ตทญฺญเมว วิรติอนภิชฺฌาทิกํ เจตสิกํ สีลํ ทฏฺฐพฺพํ โคพลีพทฺทญาเยน. สํวรณํ สํวโร. ยถา อกุสลา ธมฺมา จิตฺเต น โอตรนฺติ, ตถา ปิทหนํ. อวีติกฺกโม วีติกฺกมสฺส ปฏิปกฺขภูตา อวีติกฺกมวเสน ปวตฺตจิตฺตเจตสิกา. ตตฺถ เจตนา สีลํ นามาติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส สุตฺตปทสฺส วิวรณํ. วิรมนฺตสฺส เจตนาติ วิรติสมฺปยุตฺตํ ปธานภูตํ เจตนมาห. ปูเรนฺตสฺส เจตนาติ วตฺตปฏิปตฺติอายูหินี. วิรมนฺตสฺส วิรตีติ วิรติยา ปธานภาวํ คเหตฺวา วุตฺตํ.

เอตฺถ หิ ยทา ‘‘ติวิธา, ภิกฺขเว, กายสญฺเจตนา กุสลํ กายกมฺม’’นฺติอาทิ (กถา. ๕๓๙) วจนโต ปาณาติปาตาทีนํ ปฏิปกฺขภูตา ตพฺพิรติวิสิฏฺฐา เจตนา ตถาปวตฺตา ปธานภาเวน ปาณาติปาตาทิปฏิวิรติสาธิกา โหติ, ตทา ตํสมฺปยุตฺตา วิรติอนภิชฺฌาทโย จ เจตนาปกฺขิกา วา, อพฺโพหาริกา วาติ อิมมตฺถํ สนฺธาย เจตนาสีลํ วุตฺตํ. ยทา ปน ปาณาติปาตาทีหิ สงฺโกจํ อาปชฺชนฺตสฺส ตโต วิรมณากาเรน ปวตฺตมานา เจตนาวิสิฏฺฐา วิรติ, อนภิชฺฌาทโย จ ตตฺถ ตตฺถ ปธานภาเวน กิจฺจสาธิกา โหนฺติ, ตทา ตํสมฺปยุตฺตา เจตนา วิรติอาทิปกฺขิกา วา โหติ, อพฺโพหาริกา วาติ อิมมตฺถํ สนฺธาย เจตสิกสีลํ วุตฺตํ.

อิทานิ สุตฺเต อาคตนเยน กุสลกมฺมปถวเสน เจตนาเจตสิกสีลานิ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปชหนฺตสฺสาติ สมาทานวเสน ‘‘อิโต ปฏฺฐาย น กริสฺสามี’’ติ สมฺปตฺตวตฺถุกานิปิ อนชฺฌาจรเณน ปชหนฺตสฺส. สตฺต กมฺมปถเจตนาติ ปาณาติปาตาทิปหานสาธิกา ปฏิปาฏิยา สตฺต กุสลกมฺมปถเจตนา. อภิชฺฌาทิวเสน ยํ ปรทารคมนาทิ กรียติ, ตสฺส ปหายกา อนภิชฺฌาทโย สีลนฺติ อาห ‘‘เจตสิกํ สีลํ นาม อนภิชฺฌา…เป… สมฺมาทิฏฺฐิธมฺมา’’ติ. ยถา หิ อภิชฺฌาพฺยาปาทวเสน มิจฺฉาจารปาณาติปาตาทโย กรียนฺติ, เอวํ มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสนาปิ เต ปุตฺตมุขทสฺสนาทิอตฺถํ กรียนฺติ. เตสญฺจ ปชหนกา อนภิชฺฌาทโยติ. ปาติโมกฺขสํวโร จาริตฺตวาริตฺตวิภาคํ วินยปริยาปนฺนํ สิกฺขาปทสีลํ. สติสํวโร มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ อารกฺขา, สา จ ตถาปวตฺตา สติเยว. ญาณสํวโร ปญฺญา. ขนฺติสํวโร อธิวาสนา, สา จ ตถาปวตฺตา อโทสปธานา ขนฺธา, อโทโส เอว วา. วีริยสํวโร กามวิตกฺกาทีนํ วิโนทนวเสน ปวตฺตํ วีริยํ. ปาติโมกฺขสํวรสติสํวราทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

โสตานีติ ตณฺหาทิฏฺฐิอวิชฺชาทุจฺจริตอวสิฏฺฐกิเลสโสตานิ. ‘‘โสตานํ สํวรํ พฺรูมี’’ติ วตฺวา ‘‘ปญฺญาเยเต ปิธิยฺยเร’’ติ วจเนน โสตานํ สํวโร ปิทหนํ สมุจฺเฉทนํ ญาณนฺติ วิญฺญายติ.

อิทมตฺถิกตํ มนสิ กตฺวา เยน ญาเณน โยนิโส ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจยา ปฏิเสวียนฺติ. ตํ ปจฺจยปฏิเสวนมฺปิ ญาณสภาวตฺตา เอตฺเถว ญาณสํวเร เอว สโมธานํ สงฺคหํ คจฺฉติ. ขมติ อธิวาเสตีติ ขโม. อุปฺปนฺนนฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ ชาตํ นิพฺพตฺตํ. กามวิตกฺกนฺติ กามูปสํหิตํ วิตกฺกํ. นาธิวาเสตีติ จิตฺตํ อาโรเปตฺวา อพฺภนฺตเร น วาเสติ. อาชีวปาริสุทฺธิปีติ พุทฺธปฏิกุฏฺฐํ มิจฺฉาชีวํ ปหาย อนวชฺเชน ปจฺจยปริเยสเนน สิชฺฌนกํ อาชีวปาริสุทฺธิสีลมฺปิ เอตฺเถว วีริยสํวเร เอว สโมธานํ คจฺฉติ วีริยสาธนตฺตา. เอตฺถ จ ยถา ญาณํ ตณฺหาทิโสตานํ ปวตฺตินิวารณโต ปิทหนฏฺเฐน สํวรณโต สํวโร จ, ปรโต ปวตฺตนกคุณานํ อาธาราทิภาวโต สีลนฏฺเฐน สีลํ, เอวํ ขนฺติ อนธิวาสเนน อุปฺปชฺชนกกิเลสานํ อธิวาสเนน สํวรณโต สํวโร จ, ขมนเหตุ อุปฺปชฺชนกคุณานํ อาธาราทิภาวโต สีลนฏฺเฐน สีลํ, วีริยํ วิโนเทตพฺพานํ ปาปธมฺมานํ วิโนทเนน สํวรณโต สํวโร จ, วิโนทนเหตุ อุปฺปชฺชนกคุณานํ อาธาราทิภาวโต สีลนฏฺเฐน สีลนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา ปน ปาติโมกฺขสีลาทิ ตสฺส ตสฺส ปาปธมฺมสฺส ปวตฺติตุํ อปฺปทานวเสน สํวรณํ ปิทหนํ, ตํ อุปาทาย สํวโร, เอวํ อสมาทินฺนสีลสฺส อาคตวตฺถุโต วิรมณมฺปีติ อาห ‘‘ยา จ ปาปภีรุกานํ…เป… สํวรสีลนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ. น วีติกฺกมติ เอเตนาติ อวีติกฺกโม. ตถาปวตฺโต กุสลจิตฺตุปฺปาโท.

๗. อวเสเสสุ ปน ปเญฺหสุ. สมาธานํ สณฺฐปนํ. ทุสฺสีลฺยวเสน หิ ปวตฺตา กายกมฺมาทโย สมฺปติ, อายติญฺจ อหิตทุกฺขาวหา, น สมฺมา ฐปิตาติ อสณฺฐปิตา วิปฺปกิณฺณา วิสฏา จ นาม โหนฺติ, สุสีลฺยวเสน ปน ปวตฺตา ตพฺพิปริยายโต สณฺฐปิตา อวิปฺปกิณฺณา อวิสฏา จ นาม โหนฺติ ยถา ตํ โอกฺขิตฺตจกฺขุตา อพาหุปฺปจาลนาทิ. เตนาห ‘‘กายกมฺมาทีนํ สุสีลฺยวเสน อวิปฺปกิณฺณตาติ อตฺโถ’’ติ. เอเตน สมาธิกิจฺจโต สีลนํ วิเสเสติ. ตสฺส หิ สมาธานํ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อวิกฺเขปเหตุตา. อิทํ กายกมฺมาทีนํ สณฺฐปนํ สํยมนํ. อุปธารณํ อธิฏฺฐานํ มูลภาโว. ตถา หิสฺส อาทิจรณาทิภาโว วุตฺโต. เตน ปถวีธาตุกิจฺจโต สีลนํ วิเสสิตํ โหติ. สา หิ สหชาตรูปธมฺมานํ สนฺธารณวเสน ปวตฺตติ. อิทํ ปน อนวชฺชธมฺมานํ มูลาธิฏฺฐานภาเวน. เตนาห ‘‘กุสลานํ ธมฺมาน’’นฺติอาทิ. ตตฺถ กุสลธมฺมา นาม สปุพฺพภาคา มหคฺคตานุตฺตรา ธมฺมา. อญฺเญ ปน อาจริยา. สิรฏฺโฐติ ยถา สิรสิ ฉินฺเน สพฺโพ อตฺตภาโว วินสฺสติ, เอวํ สีเล ภินฺเน สพฺพํ คุณสรีรํ วินสฺสติ. ตสฺมา ตสฺส อุตฺตมงฺคฏฺโฐ สีลฏฺโฐ. ‘‘สิโร สีส’’นฺติ วา วตฺตพฺเพ นิรุตฺตินเยน ‘‘สีล’’นฺติ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. สีตลฏฺโฐ ปริฬาหวูปสมนฏฺโฐ. เตน ต-การสฺส โลปํ กตฺวา นิรุตฺตินเยเนว ‘‘สีล’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ตถา หิทํ ปโยคสมฺปาทิตํ สพฺพกิเลสปริฬาหวูปสมกรํ โหติ. เอวมาทินาติ อาทิ-สทฺเทน สยนฺติ อกุสลา เอตสฺมึ สติ อปวิฏฺฐา โหนฺตีติ สีลํ, สุปนฺติ วา เตน วิหตุสฺสาหานิ สพฺพทุจฺจริตานีติ สีลํ, สพฺเพสํ วา กุสลธมฺมานํ ปเวสารหสาลาติ สีลนฺติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

๘. ‘‘สีลนฏฺเฐน สีล’’นฺติ ปุพฺเพ สทฺทตฺถุทฺธาเรน ปกาสิโตปิ ภาวตฺโถ เอวาติ อาห ‘‘สีลนํ ลกฺขณํ ตสฺสา’’ติ. น หิ ตสฺส เจตนาทิเภทภินฺนสฺส อนวเสสโต สงฺคาหโก ตโต อญฺโญ อตฺโถ อตฺถิ, โย ลกฺขณภาเวน วุจฺเจยฺย. นนุ จ อเนกเภทสงฺคาหกํ สามญฺญลกฺขณํ นาม สิยา, น วิเสสลกฺขณนฺติ อนุโยคํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘สนิทสฺสนตฺตํ รูปสฺส, ยถา ภินฺนสฺสเนกธา’’ติ.

ยถา หิ นีลาทิวเสน อเนกเภทภินฺนสฺสาปิ รูปายตนสฺส สนิทสฺสนตฺตํ วิเสสลกฺขณํ ตทญฺญธมฺมาสาธารณโต. น อนิจฺจตาทิ วิย, รุปฺปนํ วิย วา สามญฺญลกฺขณํ, เอวมิธาปิ ทฏฺฐพฺพํ. กึ ปเนตํ สนิทสฺสนตฺตํ นาม? ทฏฺฐพฺพตา จกฺขุวิญฺญาณสฺส โคจรภาโว. ตสฺส ปน รูปายตนโต อนญฺญตฺเตปิ อญฺเญหิ ธมฺเมหิ รูปายตนํ วิเสเสตุํ อญฺญํ วิย กตฺวา สห นิทสฺสเนน สนิทสฺสนนฺติ วุจฺจติ. ธมฺมสภาวสามญฺเญน หิ เอกีภูเตสุ ธมฺเมสุ โย นานตฺตกโร สภาโว, โส อญฺญํ วิย กตฺวา อุปจริตุํ ยุตฺโต. เอวํ หิ อตฺถวิเสสาวโพโธ โหตีติ. อถ วา ‘‘สห นิทสฺสเนนา’’ติ เอตฺถ ตพฺภาวตฺโถ สห-สทฺโท ยถา นนฺทิราคสหคตาติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๔; ปฏิ. ม. ๒.๓๐).

ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสนฺติ กายิกอสํวราทิเภทสฺส ทุสฺสีลฺยสฺส วิธมนกิจฺจํ. อนวชฺชรสนฺติ อคารยฺหสมฺปตฺติกํ อครหิตพฺพภาเวน สมฺปชฺชนกํ, อวชฺชปฏิปกฺขภาเวน วา สมฺปชฺชนกํ. ลกฺขณาทีสูติ ลกฺขณรสาทีสุ วุจฺจมาเนสุ กิจฺจเมว, สมฺปตฺติ วา รโสติ วุจฺจติ, น รสายตนรสาทีติ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน ‘‘กิจฺจเมวา’’ติ อวธารณํ ตสฺส อิตรรสโต พลวภาวทสฺสนตฺถนฺติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, กิจฺจเมว, สมฺปตฺติ เอว วา รโสติ อิมสฺส อตฺถสฺส อธิปฺเปตตฺตา.

โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานนฺติ กายาทีหิ สุจิภาเวน ปจฺจุปฏฺฐาติ. คหณภาวนฺติ คเหตพฺพภาวํ. เตน อุปฏฺฐานาการฏฺเฐน ปจฺจุปฏฺฐานํ วุตฺตํ, ผลฏฺเฐน ปน อวิปฺปฏิสารปจฺจุปฏฺฐานํ, สมาธิปจฺจุปฏฺฐานํ วา. สีลํ หิ สมฺปติเยว อวิปฺปฏิสารํ ปจฺจุปฏฺฐาเปติ, ปรมฺปราย สมาธึ. อิมสฺส ปน อานิสํสผลสฺส อานิสํสกถายํ วกฺขมานตฺตา อิธ อคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปน ผลสฺส อนิจฺฉิตตฺตา อิธ อคฺคหณนฺติ วทนฺติ, ตทยุตฺตํ ผลสฺส อเนกวิธตฺตา, โลกิยาทิสีลสฺสาปิ วิภชิยมานตฺตา. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘นิสฺสิตานิสฺสิตวเสนา’’ติอาทิ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๐). ยถา ปถวีธาตุยา กมฺมาทิ ทูรการณํ, เสสภูตตฺตยํ อาสนฺนการณํ, ยถา จ วตฺถสฺส ตนฺตวายตุริเวมสลากาทิ ทูรการณํ, ตนฺตโว อาสนฺนการณํ, เอวํ สีลสฺส สทฺธมฺมสฺสวนาทิ ทูรการณํ, หิริโอตฺตปฺปมสฺส อาสนฺนการณนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘หิโรตฺตปฺปญฺจ ปนา’’ติอาทิ. หิโรตฺตปฺเป หีติอาทิ ตสฺส อาสนฺนการณภาวสาธนํ. ตตฺถ อุปฺปชฺชติ สมาทานวเสน, ติฏฺฐติ อวีติกฺกมวเสนาติ เวทิตพฺพํ.

สีลานิสํสกถาวณฺณนา

๙. อวิปฺปฏิสาราทีติ เอตฺถ วิปฺปฏิสารปฏิปกฺโข กุสลจิตฺตุปฺปาโท อวิปฺปฏิสาโร. โส ปน วิเสสโต ‘‘ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม สุปริสุทฺธํ สีล’’นฺติ อตฺตโน สีลสฺส ปจฺจเวกฺขณวเสน ปวตฺโตติ เวทิตพฺโพ. อาทิ-สทฺเทน ปาโมชฺชโภคสมฺปตฺติกิตฺติสทฺทาทึ สงฺคณฺหาติ. อวิปฺปฏิสารตฺถานีติ อวิปฺปฏิสารปฺปโยชนานิ. กุสลานีติ อนวชฺชานิ. อวิปฺปฏิสารานิสํสานีติ อวิปฺปฏิสารุทฺทยานิ. เอเตน อวิปฺปฏิสาโร นาม สีลสฺส อุทฺทยมตฺตํ, สํวฑฺฒิตสฺส รุกฺขสฺส ฉายาปุปฺผสทิสํ. อญฺโญ เอว ปนาเนน นิปฺผาเทตพฺโพ สมาธิอาทิคุโณติ ทสฺเสติ.

สีลวโต สีลสมฺปทายาติ ปริสุทฺธํ ปริปุณฺณํ กตฺวา สีลสฺส สมฺปาทเนน สีลวโต, ตาย เอว สีลสมฺปทาย. อปฺปมาทาธิกรณนฺติ อปฺปมาทการณา. โภคกฺขนฺธนฺติ โภคราสึ. กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตีติ ‘‘อิติปิ สีลวา, อิติปิ กลฺยาณธมฺโม’’ติ สุนฺทโร ถุติโฆโส อุฏฺฐหติ, โลกํ ปตฺถรติ. วิสารโทติ อตฺตนิ กิญฺจิ ครหิตพฺพํ อุปวทิตพฺพํ อปสฺสนฺโต วิคตสารชฺโช นิพฺภโย. อมงฺกุภูโตติ อวิลกฺโข. อสมฺมูโฬฺหติ ‘‘อกตํ วต เม กลฺยาณ’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๔๘) วิปฺปฏิสาราภาวโต, กุสลกมฺมาทีนํเยว จ ตทา อุปฏฺฐานโต อมูโฬฺห ปสนฺนมานโส เอว กาลํกโรติ. กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา, ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉทา. ปรํ มรณาติ จุติโต อุทฺธํ. สุคตินฺติ สุนฺทรํ คตึ. เตน มนุสฺสคติปิ สงฺคยฺหติ. สคฺคนฺติ เทวคตึ. สา หิ รูปาทีหิ วิสเยหิ สุฏฺฐุ อคฺโคติ สคฺโค, โลกิยติ เอตฺถ อุฬารํ ปุญฺญผลนฺติ โลโกติ จ วุจฺจติ.

อากงฺเขยฺย เจติ ยทิ อิจฺเฉยฺย. ปิโย จ อสฺสนฺติ ปิยายิตพฺโพ ปิยจกฺขูหิ ปสฺสิตพฺโพ เปมนิโย ภเวยฺยนฺติ อตฺโถ. มนาโปติ สพฺรหฺมจารีนํ มนวฑฺฒนโก, เตสํ วา มเนน ปตฺตพฺโพ, เมตฺตจิตฺเตน ผริตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ครูติ ครุฏฺฐานิโย ปาสาณฉตฺตสทิโส. ภาวนีโยติ ‘‘อทฺธา อยมายสฺมา ชานํ ชานาติ, ปสฺสํ ปสฺสตี’’ติ สมฺภาวนีโย. สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการีติ จตุปาริสุทฺธิสีเลสุ เอว ปริปูรการี อสฺส, อนูนการี ปริปูรณากาเรน สมนฺนาคโต ภเวยฺย. ‘‘อาทินา นเยนา’’ติ เอเตน ‘‘อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโต อนิรากตชฺฌาโน วิปสฺสนาย สมนฺนาคโต พฺรูเหตา สุญฺญาคาราน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๖๕) เอวมาทิเก สีลโถมนสุตฺตาคเต สตฺตรส สีลานิสํเส สงฺคณฺหาติ.

อิทานิ น เกวลมิเม เอว อวิปฺปฏิสาราทโย, อถ โข อญฺเญปิ พหู สีลานิสํสา วิชฺชนฺตีติ เต ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ สาสเนติ อิมสฺมึ สกลโลกิยโลกุตฺตรคุณาวเห สตฺถุสาสเน. อาจารกุลปุตฺตานํ ยํ สีลํ วินา ปติฏฺฐา อวฏฺฐานํ นตฺถิ, ตสฺส เอวํ มหานุภาวสฺส สีลสฺส อานิสํสานํ ปริจฺเฉทํ ปริมาณํ โก วเท โก วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยาติ อตฺโถ. เอเตน สพฺเพสํเยว โลกิยโลกุตฺตรานํ คุณานํ สีลเมว มูลภูตนฺติ ทสฺเสตฺวา ตโต ปรมฺปิ มลวิโสธเนน, ปริฬาหวูปสมเนน, สุจิคนฺธวายเนน, สคฺคนิพฺพานาธิคมูปายภาเวน, โสภาลงฺการสาธนตาย ภยวิธมเนน, กิตฺติปาโมชฺชชเนน จ สีลสทิสํ อญฺญํ สตฺตานํ หิตสุขาวหํ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น คงฺคา’’ติอาทิกา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ สรภูติ เอกา นที, ‘‘ยํ โลเก สรภู’’ติ วทนฺติ. นินฺนคา วาจิรวตีติ ‘‘อจิรวตี’’ติ เอวํนามิกา นที, วาติ สพฺพตฺถ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ. เตน อวุตฺตา โคธาวรีจนฺทภาคาทิกา สงฺคณฺหาติ. ปาณนฏฺเฐน ปาณีนํ สตฺตานํ ยํ มลํ สีลชลํ วิโสธยติ, ตํ มลํ วิโสเธตุํ น สกฺกุณนฺติ คงฺคาทโย นทิโยติ ปฐมคาถาย น-การํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. หาราติ มุตฺตาหารา. มณโยติ เวฬุริยาทิมณโย. อริยนฺติ วิสุทฺธํ. สีลสมุฏฺฐาโน กิตฺติสทฺโท คนฺโธ มโนหรภาวโต, ทิสาสุ อภิพฺยาปนโต จ ‘‘สีลคนฺโธ’’ติ วุตฺโต. โส หิ ปฏิวาเตปิ ปวตฺตติ. เตนาห ภควา ‘‘สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมตี’’ติ (ธ. ป. ๕๔; อ. นิ. ๓.๘๐; มิ. ป. ๕.๔.๑). โทสานํ พลํ นาม วตฺถุชฺฌาจาโร, ตํ เตสํ กาตุํ อเทนฺตํ สีลํ โทสานํ พลํ ฆาเตตีติ เวทิตพฺพํ.

สีลปฺปเภทกถาวณฺณนา

๑๐. ‘‘กติวิธ’’นฺติ เอตฺถ วิธ-สทฺโท โกฏฺฐาสปริยาโย ‘‘เอกวิเธน รูปสงฺคโห’’ติอาทีสุ วิย, ปการตฺโถ วา, กติปฺปการํ กิตฺตกา สีลสฺส ปการเภทาติ อตฺโถ. สีลนลกฺขเณนาติ สีลนสงฺขาเตน สภาเวน.

จรนฺติ เตน สีเลสุ ปริปูรการิตํ อุปคจฺฉนฺตีติ จริตฺตํ, จริตฺตเมว จาริตฺตํ. วาริตโต เตน อตฺตานํ ตายนฺติ รกฺขนฺตีติ วาริตฺตํ. อธิโก สมาจาโร อภิสมาจาโร, ตตฺถ นิยุตฺตํ, โส วา ปโยชนํ เอตสฺสาติ อาภิสมาจาริกํ. อาทิ พฺรหฺมจริยสฺสาติ อาทิพฺรหฺมจริยํ, ตเทว อาทิพฺรหฺมจริยกํ. วิรมติ เอตาย, สยํ วา วิรมติ, วิรมณํ วา วิรติ, น วิรตีติ อวิรติ. นิสฺสยตีติ นิสฺสิตํ, น นิสฺสิตนฺติ อนิสฺสิตํ. ปริยนฺโต เอตสฺส อตฺถีติ ปริยนฺตํ, กาเลน ปริยนฺตํ กาลปริยนฺตํ, ยถาปริจฺฉินฺโน วา กาโล ปริยนฺโต เอตสฺสาติ กาลปริยนฺตํ. ยาว ปาณนํ ชีวนํ โกฏิ เอตสฺสาติ อาปาณโกฏิกํ. อตฺตโน ปจฺจเยหิ โลเก นิยุตฺตํ, ตตฺถ วา วิทิตนฺติ โลกิยํ. โลกํ อุตฺตรตีติ โลกุตฺตรํ.

ปจฺจยโต, ผลโต จ มชฺฌิมปณีเตหิ นิหีนํ, เตสํ วา คุเณหิ ปริหีนนฺติ หีนํ. อตฺตโน ปจฺจเยหิ ปธานภาวํ นีตนฺติ ปณีตํ. อุภินฺนเมว เวมชฺเฌ ภวํ มชฺฌิมํ. อตฺตาธิปติโต อาคตํ อตฺตาธิปเตยฺยํ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ตณฺหาย, ทิฏฺฐิยา วา ปรามฏฺฐํ ปธํสิตนฺติ ปรามฏฺฐํ. ตปฺปฏิกฺเขปโต อปรามฏฺฐํ. ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลสํ ปฏิปฺปสฺสทฺธํ. สิกฺขาสุ ชาตํ, เสกฺขสฺส อิทนฺติ วา เสกฺขํ. ปรินิฏฺฐิตสิกฺขากิจฺจตาย อเสกฺขธมฺมปริยาปนฺนํ อเสกฺขํ. ตทุภยปฏิกฺเขเปน เนวเสกฺขนาเสกฺขํ. หานํ ภชติ, หานภาโค วา เอตสฺส อตฺถีติ หานภาคิยํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อปฺปปริมาณตฺตา ปริยนฺตวนฺตํ, ปาริสุทฺธิวนฺตญฺจ สีลํ ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ. อนปฺปปริมาณตฺตา อปริยนฺตํ, ปาริสุทฺธิวนฺตญฺจ สีลํ อปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ. สพฺพโส ปุณฺณํ, ปาริสุทฺธิวนฺตญฺจ สีลํ ปริปุณฺณปาริสุทฺธิสีลํ.

๑๑. วุตฺตนเยนาติ ‘‘สีลนฏฺเฐน สีล’’นฺติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๗) เหฏฺฐา วุตฺเตน นเยน. อิทํ กตฺตพฺพนฺติ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทปูรณนฺติ อิทํ อาภิสมาจาริกํ กตฺตพฺพํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ เอวํ ปญฺญตฺตสฺส สิกฺขาปทสีลสฺส ปูรณํ. สิกฺขาปทสีลํ หิ ปูเรนฺโต สิกฺขาปทมฺปิ ปูเรติ ปาเลติ นาม. สิกฺขา เอว วา สิกฺขิตพฺพโต, ปฏิปชฺชิตพฺพโต จ สิกฺขาปทํ. ตสฺส ปูรณนฺติปิ โยเชตพฺพํ. อิทํ น กตฺตพฺพนฺติ ปฏิกฺขิตฺตสฺส อกรณนฺติ อิทํ ทุจฺจริตํ น กตฺตพฺพนฺติ ภควตา ปฏิกฺขิตฺตสฺส อกรณํ วิรมณํ. จรนฺติ ตสฺมินฺติ ตสฺมึ สีเล ตํสมงฺคิโน จรนฺตีติ สีลสฺส อธิกรณตํ วิภาเวนฺโต เตสํ ปวตฺติฏฺฐานภาวํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘สีเลสุ ปริปูรการิตาย ปวตฺตนฺตี’’ติ. วาริตนฺติ อิทํ น กตฺตพฺพนฺติ ปฏิกฺขิตฺตํ อกปฺปิยํ. ตายนฺตีติ อกรเณเนว ตายนฺติ. เตนาติ วาริตฺตสีลมาห. วาเรติ วา สตฺถา เอตฺถ, เอเตน วาติ วาริตํ, สิกฺขาปทํ. ตํ อวิโกเปนฺโต ตายนฺติ เตนาติ วาริตฺตํ. สทฺธาวีริยสาธนนฺติ สทฺธาย, อุฏฺฐานวีริเยน จ สาเธตพฺพํ. น หิ อสทฺโธ, กุสีโต จ วตฺตปฏิปตฺตึ ปริปูเรติ, สทฺโธ เอว สตฺถารา ปฏิกฺขิตฺเต อณุมตฺเตปิ วชฺเช ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสูติ อาห ‘‘สทฺธาสาธนํ วาริตฺต’’นฺติ.

อธิสีลสิกฺขาปริยาปนฺนตฺตา อภิวิสิฏฺโฐ สมาจาโรติ อภิสมาจาโรติ อาห ‘‘อุตฺตมสมาจาโร’’ติ. อภิสมาจาโรว อาภิสมาจาริกํ, ยถา เวนยิโกติ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๘) อธิปฺปาโย. อภิสมาจาโร อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสโต มคฺคสีลํ, ผลสีลญฺจ, ตํ อารพฺภ อุทฺทิสฺส ตทตฺถํ ตปฺปโยชนํ ปญฺญตฺตํ อาภิสมาจาริกํ. สุปริสุทฺธานิ ตีณิ กายกมฺมานิ, จตฺตาริ วจีกมฺมานิ, สุปริสุทฺโธ อาชีโวติ อิทํ อาชีวฏฺฐมกํ. ตตฺถ กามํ อาชีวเหตุกโต สตฺตวิธทุจฺจริตโต วิรติ สมฺมาอาชีโวติ โสปิ สตฺตวิโธ โหติ, สมฺมาชีวตาสามญฺเญน ปน ตํ เอกํ กตฺวา วุตฺตํ. อถ วา ติวิธกุหนวตฺถุสนฺนิสฺสยโต มิจฺฉาชีวโต วิรตึ เอกชฺฌํ กตฺวา วุตฺโต ‘‘อาชีโว สุปริสุทฺโธ’’ติ. เสฏฺฐจริยภาวโต มคฺโค เอว พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ, ตสฺส. อาทิภาวภูตนฺติ อาทิมฺหิ ภาเวตพฺพตํ นิปฺผาเทตพฺพตํ ภูตํ ปตฺตํ อาทิภาวภูตํ. กิญฺจาปิ เทสนานุกฺกเมน สมฺมาทิฏฺฐิ อาทิ, ปฏิปตฺติกฺกเมน ปน อาชีวฏฺฐมกสีลํ อาทีติ. ตสฺส สมฺปตฺติยาติ อาภิสมาจาริกสฺส สมฺปชฺชเนน ปริปูรเณน อาทิพฺรหฺมจริยกํ สมฺปชฺชติ. โย หิ ลหุกานิปิ อปฺปสาวชฺชานิ ปริวชฺเชติ, โส ครุกานิ มหาสาวชฺชานิ พหฺวาทีนวานิ ปริวชฺเชสฺสตีติ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ. สุตฺตํ ปน เอตมตฺถํ พฺยติเรกวเสน วิภาเวติ. ตตฺถ ธมฺมนฺติ สีลํ. ตํ หิ อุปริคุณวิเสสานํ ธารณฏฺเฐน ธมฺโมติ วุจฺจติ.

วิรติสีลสฺส อิตรสีเลน สติปิ สมฺปโยคาทิเก อสมฺมิสฺสกตาทสฺสนตฺถํ ‘‘เวรมณิมตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

‘‘นิสฺสิตานิสฺสิตวเสนา’’ติ เอตฺถ ลพฺภมานนิสฺสยํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘นิสฺสโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตณฺหาจริเตน นิสฺสยิตพฺพโต ตณฺหาว ตณฺหานิสฺสโย. ตถา ทิฏฺฐินิสฺสโย. ทิฏฺฐิจริโต หิ อสติปิ ทิฏฺฐิยา ตณฺหาวิรเห ทิฏฺฐินิสฺสิโตว ปวตฺตติ. เทโวติ จตุมหาราชสกฺกสุยามาทิปากฏเทวมาห. เทวญฺญตโรติ อปากฏํ. ตณฺหํ เอว นิสฺสิตนฺติ ตณฺหานิสฺสิตํ. ตณฺหาย นิสฺสิตนฺติ จ เกจิ วทนฺติ. เตสํ ‘‘เทฺว นิสฺสยา’’ติอาทินา วิรุชฺฌติ. สุทฺธิทิฏฺฐิยาติ ‘‘อิติ สํสารสุทฺธิ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ปวตฺตทิฏฺฐิยา, โลกุตฺตรํ สีลนฺติ อธิปฺปาโย. ตสฺเสวาติ โลกุตฺตรสฺเสว สมฺภารภูตํ การณภูตํ, วิวฏฺฏูปนิสฺสยนฺติ อตฺโถ.

กาลปริจฺเฉทํ กตฺวาติ ‘‘อิมญฺจ รตฺตึ, อิมญฺจ ทิว’’นฺติอาทินา (อ. นิ. ๘.๔๑) วิย กาลวเสน ปริจฺเฉทํ กตฺวา. กาลปริจฺเฉทํ อกตฺวา สมาทินฺนมฺปิ อนฺตราวิจฺฉินฺนํ สมฺปตฺตวิรติวเสน ยาวชีวํ ปวตฺติตมฺปิ อาปาณโกฏิกํ น โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาวชีวํ สมาทิยิตฺวา ตเถว ปวตฺติต’’นฺติ วุตฺตํ.

ลาภยสญาติองฺคชีวิตวเสนาติ ลาภยสานํ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทนวเสน, อุปฺปนฺนานํ รกฺขณวเสน เจว วฑฺฒนวเสน จ ญาติองฺคชีวิตานํ อวินาสนวเสน. กึ โส วีติกฺกมิสฺสตีติ โย วีติกฺกมาย จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทติ, โส กายวาจาหิ วีติกฺกมิสฺสตีติ กึ อิทํ, นตฺเถตนฺติ อตฺโถ. ปฏิกฺเขเป หิ อยํ กึ-สทฺโท.

อารมฺมณภาเวน วโณ วิย อาสเว กามาสวาทิเก ปคฺฆรตีติ สมฺปโยคภาวาภาเวปิ สหาสเวหีติ สาสวํ. เตภูมกธมฺมชาตนฺติ สีลํ ตปฺปริยาปนฺนนฺติ อาห ‘‘สาสวํ สีลํ โลกิย’’นฺติ. ภววิเสสา สมฺปตฺติภวา. วินโยติ วินยปริยตฺติ, ตตฺถ วา อาคตสิกฺขาปทานิ. ปาโมชฺชํ ตรุณปีติ. ยถาภูตญาณทสฺสนํ สปจฺจยนามรูปทสฺสนํ, ตทธิฏฺฐานา วา ตรุณวิปสฺสนา. นิพฺพิทาติ นิพฺพิทาญาณํ. เตน พลววิปสฺสนมาห. วิราโค มคฺโค. วิมุตฺติ อรหตฺตผลํ. วิมุตฺติญาณทสฺสนํ ปจฺจเวกฺขณา. กถาติ วินยกถา. มนฺตนาติ วินยวิจารณา. อุปนิสาติ ยถาวุตฺตการณปรมฺปราสงฺขาโต อุปนิสฺสโย. โลกุตฺตรํ มคฺคผลจิตฺตสมฺปยุตฺตํ อาชีวฏฺฐมกสีลํ. ตตฺถ มคฺคสีลํ ภวนิสฺสรณาวหํ โหติ, ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส จ ภูมิ, ผลสีลํ ปน ปจฺจเวกฺขณาญาณสฺเสว ภูมิ.

๑๒. หีนาธิมุตฺติวเสน ฉนฺทาทีนมฺปิ หีนตา. ปณีตาธิมุตฺติวเสน ปณีตตา. ตทุภยเวมชฺฌตาวเสน มชฺฌิมตา. ยเถว หิ กมฺมํ อายูหนวเสน หีนาทิเภทภินฺนํ โหติ, เอวํ ฉนฺทาทโยปิ ปวตฺติอาการวเสน. โส จ เนสํ ปวตฺติอากาโร อธิมุตฺติเภเทนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยสกามตายาติ กิตฺติสิโลกาภิรติยา, ปริวาริจฺฉาย วา. ‘‘กถํ นาม มาทิโส อีทิสํ กเรยฺยา’’ติ ปาปชิคุจฺฉาย อริยภาวํ นิสฺสาย. อนุปกฺกิลิฏฺฐนฺติ อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนาหิ, อญฺเญหิ จ อุปกฺกิเลเสหิ อนุปกฺกิลิฏฺฐํ. ภวโภคตฺถายาติ ภวสมฺปตฺติอตฺถญฺเจว โภคสมฺปตฺติอตฺถญฺจ. อตฺตโน วิโมกฺขตฺถาย ปวตฺติตนฺติ สาวกปจฺเจกโพธิสตฺตสีลมาห. สพฺพสตฺตานํ วิโมกฺขตฺถายาติ สพฺพสตฺตานํ สํสารพนฺธนโต วิโมจนตฺถาย. ปารมิตาสีลํ มหาโพธิสตฺตสีลํ. ยา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา มหาโพธึ อารพฺภ ปวตฺตา ปรมุกฺกํสคตโสเจยฺยสลฺเลขา เทสกาลสตฺตาทิวิกปฺปรหิตา สีลปารมิตา.

อนนุรูปนฺติ อสารุปฺปํ. อตฺตา เอว ครุ อธิปติ เอตสฺสาติ อตฺตครุ, ลชฺชาธิโก. อตฺตาธิปติโต อาคตํ อตฺตาธิปเตยฺยํ. โลโก อธิปติ ครุ เอตสฺสาติ โลกาธิปติ, โอตฺตปฺปาธิโก. ธมฺโม นามายํ มหานุภาโว เอกนฺตนิยฺยานิโก, โส จ ปฏิปตฺติยาว ปูเชตพฺโพ. ตสฺมา ‘‘นํ สีลสมฺปทาย ปูเชสฺสามี’’ติ เอวํ ธมฺมมหตฺตํ ปูเชตุกาเมน.

ปรามฏฺฐตฺตาติ ปราภววเสน อามฏฺฐตฺตา. ตณฺหาทิฏฺฐิโย หิ ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา, อิมินา เม สีเลน สํสารสุทฺธิ ภวิสฺสตี’’ติ ปวตฺตสฺส สีลํ ปรามสนฺติโย ตํ ปราภวํ ปาเปนฺติ มคฺคสฺส อนุปนิสฺสยภาวกรณโต. ปุถุชฺชนกลฺยาณกสฺสาติ ปุถุชฺชเนสุ กลฺยาณกสฺส. โส หิ ปุถุชฺชโนว หุตฺวา กลฺยาเณหิ สีลาทีหิ สมนฺนาคโต. ปรามสนกิเลสานํ วิกฺขมฺภนโต, สมุจฺฉินฺทนโต จ เตหิ น ปรามฏฺฐนฺติ อปรามฏฺฐํ. ตสฺส ตสฺส กิเลสทรถสฺส ปฏิปฺปสฺสมฺภนโต วูปสมนโต ปฏิปฺปสฺสทฺธํ.

กตปฏิกมฺมนฺติ วุฏฺฐานเทสนาหิ ยถาธมฺมํ กตปฏิการํ. เอวํ หิ ตํ สีลํ ปฏิปากติกเมว โหติ. เตนาห ‘‘ตํ วิสุทฺธ’’นฺติ. ‘‘กตปฏิกมฺม’’นฺติ อิมินา จ ‘‘น ปุเนวํ กริสฺส’’นฺติ อธิฏฺฐานมฺปิ สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อจฺฉมํสํ นุ โข, สูกรมํสํ นุ โข’’ติอาทินา วตฺถุมฺหิ วา, ‘‘ปาจิตฺติยํ นุ โข, ทุกฺกฏํ นุ โข’’ติอาทินา อาปตฺติยา วา, ‘‘มยา ตํ วตฺถุ วีติกฺกนฺตํ นุ โข, น นุ โข วีติกฺกนฺต’’นฺติอาทินา อชฺฌาจาเร วา เวมติกสฺส สํสยาปนฺนสฺส. วิโสเธตพฺพํ ยถาธมฺมํ ปฏิกมฺเมน. วิมติ เอว เวมติกํ, ตสฺมึ เวมติเก สติ, วิมติยา อุปฺปนฺนายาติ อตฺโถ. วิมติ ปฏิวิเนตพฺพาติ สยํ วา ตํ วตฺถุํ วิจาเรตฺวา, วินยธเร วา ปุจฺฉิตฺวา กงฺขา วิโนเทตพฺพา. นิกฺกงฺเขน ปน กปฺปิยํ เจ กาตพฺพํ, อกปฺปิยํ เจ ฉฑฺเฑตพฺพํ. เตนาห ‘‘อิจฺจสฺส ผาสุ ภวิสฺสตี’’ติ.

‘‘จตูหิ อริยมคฺเคหี’’ติอาทินา มคฺคผลปริยาปนฺนํ สีลํ มคฺคผลสมฺปยุตฺตํ วุตฺตํ. สมุทาเยสุ ปวตฺตโวหารา อวยเวสุปิ ปวตฺตนฺตีติ. เสสนฺติ สพฺพํ โลกิยสีลํ.

ปกติปีติ สภาโวปิ. สุขสีโล สขิโล สุขสํวาโส. เตน ปริยาเยนาติ ปกติอตฺถวาจกตฺเถน. เอกจฺจํ อพฺยากตํ สีลํ อิธาธิปฺเปตสีเลน เอกสงฺคหนฺติ อกุสลสฺเสวายุชฺชมานตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ อกุสล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ เสกฺขตฺติกํ อิธ คหิตํ, อิธ น อุปนีตํ กุสลตฺติกนฺติ อธิปฺปาโย. วุตฺตนเยเนวาติ วุตฺเตเนว นเยน กุสลตฺติกํ อคฺคเหตฺวา หีนตฺติกาทีนํ ปญฺจนฺนํ ติกานํ วเสน อสฺส สีลสฺส ติวิธตา เวทิตพฺพา.

๑๓. โยธาติ โย อิธ. วตฺถุวีติกฺกเมติ อาปตฺติยา วตฺถุโน วีติกฺกมเน อชฺฌาจาเร. กามสงฺกปฺปาทโย นว มหาวิตกฺกา มิจฺฉาสงฺกปฺปา. เอวรูปสฺสาติ เอทิสสฺส. ตสฺส หิ สีลวนฺเต อนุปสงฺกมิตฺวา ทุสฺสีเล เสวนฺตสฺส ตโต เอว เตสํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชเนน ปณฺณตฺติวีติกฺกเม อโทสทสฺสาวิโน มิจฺฉาสงฺกปฺปพหุลตาย มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ อรกฺขโต สีลํ เอกํเสเนว หานภาคิยํ โหติ, น ฐิติภาคิยํ, กุโต วิเสสาทิภาคิยตา. สีลสมฺปตฺติยาติ สีลปาริปูริยา จตุปาริสุทฺธิสีเลน. อฆฏนฺตสฺส อุตฺตรีติ อุตฺตริ วิเสสาธิคมาย อวายมนฺตสฺส. ฐิติภาคิยํ สีลํ ภวติ อสมาธิสํวตฺตนิยตฺตา. สมฺปาทิเต หิ สมาธิสฺมึ สีลสฺส สมาธิสํวตฺตนิยตา นิจฺฉิยติ. สมาธตฺถายาติ สมถวเสน สมาธานตฺถาย. นิพฺพิทนฺติ วิปสฺสนํ. พลววิปสฺสนาทสฺสนตฺถํ นิพฺพิทาคหณํ ตาวตาปิ สีลสฺส นิพฺเพธภาคิยภาวสิทฺธิโต.

ยานิ จ สิกฺขาปทานิ เนสํ รกฺขิตพฺพานีติ สมฺพนฺโธ, ตานิ ปน อสาธารณปญฺญตฺติโต อญฺญานิ. เนสนฺติ ‘‘รกฺขิตพฺพานี’’ติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา กตฺตริ สามิวจนํ, เตหิ ภิกฺขูหีติ อตฺโถ. สติ วา อุสฺสาเหติ อุสฺสกฺกิตฺวา สีลานิ รกฺขิตุํ อุสฺสาเห สติ. ทสาติ สามเณเรหิ รกฺขิตพฺพสีลมาห ฆฏิการาทีนํ วิย. อฏฺฐาติ นจฺจาทิมาลาทิเวรมณึ เอกํ กตฺวา สพฺพปจฺฉิมวชฺชานิ อฏฺฐ.

อวีติกฺกโมติ ปญฺจนฺนํ สีลานํ อวีติกฺกโม. ปกติสีลนฺติ สภาวสีลํ. ตตฺรูปปตฺตินิยตํ หิ สีลํ อุตฺตรกุรุกานํ. มริยาทาจาริตฺตนฺติ ตสฺส ตสฺส สาวชฺชสฺส อกรเณ มริยาทภูตํ, ตตฺถ ตตฺถ กุลาทีสุ ปุพฺพปุริเสหิ ฐปิตํ จาริตฺตํ. กุลเทสปาสณฺฑธมฺโม หิ ‘‘อาจารสีล’’นฺติ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ กุลธมฺโม ตาว พฺราหฺมณาทีนํ อมชฺชปานาทิ, เทสธมฺโม เอกจฺจชนปทวาสีนํ อหึสนาทิ, ปาสณฺฑธมฺโม ติตฺถิยานํ ยมนิยมาทิ. ติตฺถิยมตํ หิ ทิฏฺฐิปาเสน, ตณฺหาปาเสน จ เฑติ ปวตฺตติ, ปาสํ วา พาธํ อริยวินยสฺส เฑตีติ ‘‘ปาสณฺฑ’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘ปกติยา สีลวตี โหตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๐) วจนโต โพธิสตฺตมาตุ ปญฺจสิกฺขาปทสีลํ ปริปุณฺณเมว. อิทํ ปน อุกฺกํสคตํ โพธิสตฺตปิตริปิ จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ อสํกิลิฏฺฐํ ‘‘ธมฺมตาสีล’’นฺติ วุตฺตํ. กามคุณูปสํหิตนฺติ กามโกฏฺฐาเสสุ อสฺสาทูปสํหิตํ กามสฺสาทคธิตํ. ธมฺมตาสีลนฺติ ธมฺมตาย การณนิยาเมน อาคตํ สีลํ. สีลปารมึ หิ ปรมุกฺกํสํ ปาเปตฺวา กุจฺฉิคตสฺส มหาโพธิสตฺตสฺส สีลเตเชน คุณานุภาเวน โพธิสตฺตมาตุ สรเสเนว ปรมสลฺเลขปฺปตฺตํ สีลํ โหติ. มหากสฺสปาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน ภทฺทาทิเก สงฺคณฺหาติ. เต กิร สุจิรํ กาลํ สุปริสุทฺธสีลา เอว หุตฺวา อาคตา. เตนาห ‘‘สุทฺธสตฺตาน’’นฺติ. ตาสุ ตาสุ ชาตีสูติ สีลวราชมหึสราชาทิชาตีสุ. ปุพฺเพ ปุริมชาติยํ สิทฺโธ เหตุ เอตสฺสาติ ปุพฺพเหตุกสีลํ. อิทํ ปน ปกติสีลาทิสมาทาเนน วินา อวีติกฺกมลกฺขณํ สมฺปตฺตวิรติสงฺคหํ ทฏฺฐพฺพํ.

ยํ ภควตา เอวํ วุตฺตํ สีลนฺติ สมฺพนฺโธ. อิธาติ วกฺขมานสีลปริปูรกสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺนิสฺสยภูตสาสนปริทีปนํ, อญฺญสาสนสฺส จ ตถาภาวปฏิเสธนํ. วุตฺตํ เหตํ ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ…เป… สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๔; ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑). ภิกฺขูติ ตสฺส สีลสฺส ปริปูรกปุคฺคลปริทีปนํ. ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ อิทมสฺส ปาติโมกฺขสีเล ปติฏฺฐิตภาวปริทีปนํ. วิหรตีติ อิทมสฺส ตทนุรูปวิหารสมงฺคิภาวปริทีปนํ. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ อิทํ ปาติโมกฺขสํวรสฺส, อุปริอธิคนฺตพฺพคุณานญฺจ อุปการกธมฺมปริทีปนํ. อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีติ อิทํ ปาติโมกฺขโต อจวนภาวปริทีปนํ. สมาทายาติ สิกฺขาปทานํ อนวเสสโต อาทานปริทีปนํ. สิกฺขตีติ สิกฺขาย สมงฺคิภาวปริทีปนํ. สิกฺขาปเทสูติ สิกฺขิตพฺพธมฺมปริทีปนํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

โสติ ปาติโมกฺขสํวรสีเล ปติฏฺฐิตภิกฺขุ. เตน ยาทิสสฺส อินฺทฺริยสํวรสีลํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตํ ทสฺเสติ. จกฺขุนาติ ยโต โส สํวโร, ตํ ทสฺเสติ. รูปนฺติ ยตฺถ โส สํวโร, ตํ ทสฺเสติ. ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหีติ สํวรสฺส อุปายํ ทสฺเสติ. ยตฺวาธิกรณ…เป… อนฺวาสฺสเวยฺยุนฺติ สํวรสฺส ปฏิปกฺขํ ตตฺถ อาทีนวํ ทสฺเสติ. สํวราย ปฏิปชฺชตีติ ปเคว สติยา อุปฏฺฐเปตพฺพตํ ทสฺเสติ. รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยนฺติ สติยา อุปฏฺฐาปนเมว จกฺขุนฺทฺริยสฺส อารกฺขาติ ทสฺเสติ. จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตีติ ตถาภูตา สติเยเวตฺถ สํวโรติ ทสฺเสติ. วีติกฺกมสฺส วเสนาติ สมฺพนฺโธ. ฉนฺนํ สิกฺขาปทานนฺติ ‘‘อาชีวเหตุ อาชีวการณา อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปตี’’ติอาทินา อาคตานํ ฉนฺนํ ปาราชิกาทิปฏิสํยุตฺตานํ สิกฺขาปทานํ. สามนฺตชปฺปนาทินา ติวิเธน กุหนวตฺถุนา วิมฺหาปนํ กุหนา. อตฺตานํ, ทายกํ วา อุกฺขิปิตฺวา ยถา โส กิญฺจิ ททาติ, เอวํ กถนํ ลปนา. นิมิตฺตํ วุจฺจติ ปจฺจยทานสญฺญุปฺปาทกํ กายวจีกมฺมํ, เตน นิมิตฺเตน จรติ, นิมิตฺตํ วา กโรตีติ เนมิตฺติโก, ตสฺส ภาโว เนมิตฺติกตา. คนฺธาทโย วิย ลาภาย ปเรสํ อกฺโกสนาทินา นิปิสตีติ นิปฺเปโส, นิปฺเปโสว นิปฺเปสิโก, ตสฺส ภาโว นิปฺเปสิกตา. มหิจฺฉตาย อตฺตนา ลทฺธลาเภน ปรโต ลาภปริเยสนา ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตา. เอวมาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน อนุปฺปิยภาณิตาจาฏุกมฺยตาทึ สงฺคณฺหาติ. ปฏิสงฺขาเนน ปจฺจเวกฺขณาย ปริสุทฺโธ อสํกิลิฏฺโฐ ปฏิสงฺขานปริสุทฺโธ. จตฺตาโร ปจฺจยา ปริภุญฺชียนฺติ เอเตนาติ จตุปจฺจยปริโภโค, ตถาปวตฺตา อนวชฺชเจตนา.

ปาติโมกฺขสํวรสีลวณฺณนา

๑๔. ตตฺราติ เตสุ ปาติโมกฺขสํวราทีสุ. อาทิโต ปฏฺฐายาติ ‘‘อิธ ภิกฺขู’’ติอาทินา (วิภ. ๕๐๘; ที. นิ. ๑.๑๙๔) อาคตเทสนาย อาทิโต ปภุติ. วินิจฺฉยกถาติ ตตฺถ สํสยวิธมเนน วินิจฺฉยาวหา กถา. ปฐมสฺส อตฺถสฺส สพฺพสาธารณตฺตา อสาธารณํ ปพฺพชิตาเวณิกํ ปริยายํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฉินฺนภินฺนปฏธราทิตาย วา’’ติ อาห. เอวํ หิสฺส ปริปุณฺณปาติโมกฺขสํวรโยคฺยตา ทสฺสิตา โหติ. ภินฺนปฏธราทิภาโว จ นาม ทลิทฺทสฺสาปิ นิคฺคหิตสฺส โหตีติ ตโต วิเสเสตุํ ‘‘สทฺธาปพฺพชิโต’’ติ วตฺวา ปฏิปตฺติยา โยคฺยภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘กุลปุตฺโต’’ติ วุตฺตํ. อาจารกุลปุตฺโต วา หิ ปฏิปชฺชิตุํ สกฺโกติ ชาติกุลปุตฺโต วา. สิกฺขาปทสีลนฺติ จาริตฺตวาริตฺตปฺปเภทํ สิกฺขาปทวเสน ปญฺญตฺตํ สีลํ. โยติ อนิยมนิทฺเทโส โย โกจิ ปุคฺคโล. นนฺติ วินยปริยาปนฺนํ สีลํ. ตนฺติ ปุคฺคลํ. โมกฺเขติ สหการิการณภาวโต. อปาเย ภวานิ อาปายิกานิ. อาทิ-สทฺเทน ตทญฺญํ สพฺพสํสารทุกฺขํ สงฺคณฺหาติ. สํวรณํ กายวจีทฺวารานํ ปิทหนํ. เยน เต สํวุตา ปิหิตา โหนฺติ, โส สํวโร. ยสฺมา ปน โส สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อวีติกฺกโม วีติกฺกมปฏิปกฺโขติ กตฺวา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘กายิกวาจสิกสฺส อวีติกฺกมสฺเสตํ นาม’’นฺติ. ปาติโมกฺขสํวเรน สํวุโตติ ปาติโมกฺขสํวเรน ปิหิตกายวจีทฺวาโร. ตถาภูโต จ ยสฺมา ตํ อุเปโต เตน จ สมงฺคี นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุปคโต สมนฺนาคโตติ อตฺโถ’’ติ.

อปโร นโย – กิเลสานํ พลวภาวโต, ปาปกิริยาย สุกรภาวโต, ปุญฺญกิริยาย จ ทุกฺกรภาวโต พหุกฺขตฺตุํ อปาเยสุ ปตนสีโลติ ปาตี, ปุถุชฺชโน. อนิจฺจตาย วา ภวาทีสุ กมฺมเวคกฺขิตฺโต ฆฏิยนฺตํ วิย อนวฏฺฐาเนน ปริพฺภมนโต คมนสีโลติ ปาตี, มรณวเสน วา ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย อตฺตภาวสฺส ปาตนสีโลติ ปาตี, สตฺตสนฺตาโน, จิตฺตเมว วา. ตํ ปาตินํ สํสารทุกฺขโต โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขํ. จิตฺตสฺส หิ วิโมกฺเขน สตฺโต ‘‘วิมุตฺโต’’ติ วุจฺจติ. วุตฺตํ หิ ‘‘จิตฺตโวทานา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ, ‘‘อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุตฺต’’นฺติ (มหาว. ๒๘) จ. อถ วา อวิชฺชาทินา เหตุนา สํสาเร ปตติ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ ปาตี, ‘‘อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสํโยชนานํ สนฺธาวตํ สํสรต’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๒๔) หิ วุตฺตํ. ตสฺส ปาติโน สตฺตสฺส ตณฺหาทิสํกิเลสตฺตยโต โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺขํ. ‘‘กณฺเฐกาโฬ’’ติอาทีนํ วิยสฺส สมาสสิทฺธิ เวทิตพฺพา. อถ วา ปาเตติ วินิปาเตติ ทุกฺเขติ ปาติ, จิตฺตํ. วุตฺตํ หิ ‘‘จิตฺเตน นียติ โลโก, จิตฺเตน ปริกสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๖๒). ตสฺส ปาติโน โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺขํ, ปตติ วา เอเตน อปายทุกฺเข, สํสารทุกฺเข จาติ ปาตี, ตณฺหาทิสํกิเลโส. วุตฺตํ หิ ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ (สํ. นิ. ๑.๕๕-๕๗), ตณฺหาทุติโย ปุริโส’’ติ (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕; อ. นิ. ๔.๙; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส) จ อาทิ. ตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺขํ. อถ วา ปตติ เอตฺถาติ ปาตีนิ, ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ. วุตฺตํ หิ ‘‘ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน, ฉสุ กุพฺพติ สนฺถว’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๗๐; สุ. นิ. ๑๗๑). ตโต ฉอชฺฌตฺติกพาหิรายตนสงฺขาตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺขํ. อถ วา ปาโต วินิปาโต อสฺส อตฺถีติ ปาตี, สํสาโร. ตโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺขํ, อถ วา สพฺพโลกาธิปติภาวโต ธมฺมิสฺสโร ภควา ‘‘ปตี’’ติ วุจฺจติ. มุจฺจติ เอเตนาติ โมกฺโข, ปติโน โมกฺโข เตน ปญฺญตฺตตฺตาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺขํ. สพฺพคุณานํ วา มูลภาวโต อุตฺตมฏฺเฐน ปติ จ โส ยถาวุตฺเตนตฺเถน โมกฺโข จาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺขํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ปาติโมกฺขนฺติ มุขเมตํ ปมุขเมต’’นฺติ (มหาว. ๑๓๕) วิตฺถาโร.

อถ วา ป-อิติ ปกาเร, อตี-ติ อจฺจนฺตตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา ปกาเรหิ อจฺจนฺตํ โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขํ. อิทํ หิ สีลํ สยํ ตทงฺควเสน, สมาธิสหิตํ ปญฺญาสหิตญฺจ วิกฺขมฺภนวเสน, สมุจฺเฉทวเสน จ อจฺจนฺตํ โมกฺเขติ โมเจตีติ ปาติโมกฺขํ, ปติ ปติ โมกฺโขติ วา ปติโมกฺโข, ตมฺหา ตมฺหา วีติกฺกมโทสโต ปจฺเจกํ โมกฺโขติ อตฺโถ, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺขํ. โมกฺโขติ วา นิพฺพานํ, ตสฺส โมกฺขสฺส ปฏิพิมฺพภูโตติ ปติโมกฺโข. สีลสํวโร หิ สูริยสฺส อรุณุคฺคมนํ วิย นิพฺพานสฺส อุทยภูโต ตปฺปฏิภาโค วิย ยถารหํ กิเลสนิพฺพาปนโต, ปติโมกฺโขเยว ปาติโมกฺขํ. อถ วา โมกฺขํ ปติ วตฺตติ, โมกฺขาภิมุขนฺติ วา ปติโมกฺขํ, ปติโมกฺขเมว ปาติโมกฺขนฺติ เอวเมตฺถ ปาติโมกฺข-สทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิริยตีติ อตฺตภาวํ ปวตฺเตติ. ‘‘วิหรตี’’ติ อิมินา ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิตสฺส ภิกฺขุโน อิริยาปถวิหาโร ทสฺสิโต. ปาฬิยนฺติ ฌานวิภงฺคปาฬิยํ (วิภ. ๕๐๘ อาทโย).

ตตฺถ กามํ สมณจารํ, สมณโคจรญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติ วุตฺตํ, ยถา ปน มคฺคํ อาจิกฺขนฺโต ‘‘วามํ มุญฺจ, ทกฺขิณํ คณฺหา’’ติ วชฺเชตพฺพปุพฺพกํ คเหตพฺพํ วเทยฺย, ยถา วา สสีสนฺหาเนน ปหีนเสทมลชลฺลิกสฺส มาลาคนฺธวิเลปนาทิวิภูสนสํวิธานํ ยุตฺตรูปํ, เอวํ ปหีนปาปธมฺมสฺส กลฺยาณธมฺมสมาโยโค ยุตฺตรูโปติ ‘‘อตฺถิ อาจาโร, อตฺถิ อนาจาโร’’ติ ทฺวยํ อุทฺทิสิตฺวา อนาจารํ ตาว วิภชิตุํ ‘‘ตตฺถ กตโม อนาจาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กายิโก วีติกฺกโมติ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ. วาจสิโก วีติกฺกโมติ จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ. กายิกวาจสิโกติ ตทุภยํ.

เอวํ อาชีวฏฺฐมกสีลสฺส วีติกฺกโม ทสฺสิโต. อิทานิ มานสํ อนาจารํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพมฺปิ ทุสฺสีลฺยํ อนาจาโร’’ติ วตฺวา ตตฺถ เอกจฺจิยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเธกจฺโจ เวฬุทาเนน วา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เวฬุทาเนนาติ ปจฺจยุปฺปาทนตฺเถน เวฬุทาเนน. ปตฺตทานาทีสุปิ เอเสว นโย. เวฬูติ มนุสฺสานํ ปโยชนาวโห โย โกจิ เวฬุทณฺโฑ. ปตฺตํ คนฺธิกาทีนํ คนฺธปลิเวฐนาทิอตฺถํ วา, ตาลนาฬิเกราทิปตฺตํ วา. ปุปฺผํ ยํ กิญฺจิ มนุสฺสานํ ปโยชนาวหํ. ตถา ผลํ. สินานํ สิรีสจุณฺณาทินฺหานิยจุณฺณํ. มตฺติกาปิ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉติ. ทนฺตกฏฺฐํ ยํ กิญฺจิ มุขโสธนตฺถํ ทนฺตโปนํ. จาฏุกมฺยตา อตฺตานํ ทาสํ วิย นีจฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ปรสฺส ขลิตวจนํ สณฺฐเปตฺวา ปิยกามตาย ปคฺคยฺหวจนํ. มุคฺคสูปฺยตาติ มุคฺคสูปสมตา สจฺจาลิเกน ชีวิตกปฺปนํ. ยถา หิ มุคฺคสูเป ปจฺจนฺเต พหู มุคฺคา ปจฺจนฺติ, กติปยา น ปจฺจนฺติ, เอวํ สจฺจาลิเกน ชีวิตกปฺปเน พหุ อลิกํ โหติ, อปฺปกํ สจฺจนฺติ. ปริภฏตีติ ปริภโฏ, ปเรสํ ทารเก ปริหรนฺโต. ปริภฏสฺส กมฺมํ ปาริภฏฺยํ, สา เอว ปาริภฏฺยตา, อลงฺกรณาทินา กุลทารกปริหรณสฺเสตํ นามํ. เตสํ เตสํ คิหีนํ คามนฺตรเทสนฺตราทีสุ สาสนปฏิสาสนหรณํ ชงฺฆเปสนิกํ. อญฺญตรญฺญตเรนาติ เอเตสํ วา เวฬุทานาทีนํ เวชฺชกมฺมภณฺฑาคาริกกมฺมปิณฺฑปฏิปิณฺฑกมฺมสงฺฆุปฺปาทเจติยุปฺปาทปฏฺฐปนาทีนํ วา มิจฺฉาชีเวน ชีวิตกปฺปนกกมฺมานํ เยน เกนจิ. พุทฺธปฏิกุฏฺเฐนาติ พุทฺเธหิ ครหิเตน ปฏิสิทฺเธน. มิจฺฉาชีเวนาติ น สมฺมาอาชีเวน. อยํ วุจฺจติ อนาจาโรติ อยํ สพฺโพปิ ‘‘อนาจาโร’’ติ กถียติ. อาจารนิทฺเทโส วุตฺตปฏิปกฺขนเยเนว เวทิตพฺโพ.

โคจรนิทฺเทเสปิ ปฐมํ อโคจรสฺส วจเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. โคจโรติ ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถาย อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺตฏฺฐานํ. อยุตฺตฏฺฐานํ อโคจโร. เวสิยา โคจโร อสฺสาติ เวสิยาโคจโร, มิตฺตสนฺถววเสน อุปสงฺกมิตพฺพฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. เวสิยา นาม รูปูปชีวินิโย, ตา มิตฺตสนฺถววเสน น อุปสงฺกมิตพฺพา, สมณภาวสฺส อนฺตรายกรตฺตา, ปริสุทฺธาสยสฺสาปิ ครหเหตุโต, ตสฺมา ทกฺขิณาทานวเสน สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาว อุปสงฺกมิตพฺพา. วิธวา วุจฺจนฺติ มตปติกา, ปวุตฺถปติกา วา. ถุลฺลกุมาริกาติ มหลฺลิกา อนิวิฏฺฐกุมาริโย, ปณฺฑกาติ นปุํสกา. เต หิ อุสฺสนฺนกิเลสา อวูปสนฺตปริฬาหา โลกามิสสนฺนิสฺสิตกถาพหุลา, ตสฺมา น อุปสงฺกมิตพฺพา. ภิกฺขุนิโย นาม อุสฺสนฺนพฺรหฺมจริยา. ตถา ภิกฺขูปิ. เตสํ อญฺญมญฺญํ วิสภาควตฺถุภาวโต สนฺถววเสน อุปสงฺกมเน กติปาเหเนว พฺรหฺมจริยนฺตราโย สิยา, ตสฺมา น อุปสงฺกมิตพฺพา. คิลานปุจฺฉนาทิวเสน อุปสงฺกมเน สโตการินา ภวิตพฺพํ. ปานาคารนฺติ สุราปานฆรํ. ตํ โสณฺฑชเนหิ อวิวิตฺตํ โหติ. ตตฺถ เตหิ โสณฺฑตาทิวเสน น อุปสงฺกมิตพฺพํ พฺรหฺมจริยนฺตรายกรตฺตา. สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหีติอาทีสุ ราชาโน นาม เย รชฺชมนุสาสนฺติ. ราชมหามตฺตา ราชิสฺสริยสทิสาย อิสฺสริยมตฺตาย สมนฺนาคตา. ติตฺถิยาติ วิปรีตทสฺสนา พาหิรกปริพฺพาชกา. ติตฺถิยสาวกาติ เตสุ ทฬฺหภตฺตา ปจฺจยทายกา. อนนุโลมิเกน สํสคฺเคนาติ ติสฺสนฺนํ สิกฺขานํ อนนุโลมิเกน ปจฺจนีกภูเตน สํสคฺเคน สํสฏฺโฐ วิหรติ, เยน พฺรหฺมจริยนฺตรายํ วา สลฺเลขปริหานึ วา ปาปุณาติ.

อิทานิ อปเรนปิ ปริยาเยน อโคจรํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยานิ วา ปน ตานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อสฺสทฺธานีติ พุทฺธาทีสุ สทฺธาวิรหิตานิ. ตโต เอว อปฺปสนฺนานิ, กมฺมกมฺมผลสทฺธาย วา อภาเวน อสฺสทฺธานิ. รตนตฺตยปฺปสาทาภาเวน อปฺปสนฺนานิ. อกฺโกสกปริภาสกานีติ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสกานิ เจว ภยทสฺสเนน สนฺตชฺชนกานิ จ. อตฺถํ น อิจฺฉนฺติ อนตฺถเมว อิจฺฉนฺตีติ อนตฺถกามานิ. หิตํ น อิจฺฉนฺติ อหิตเมว อิจฺฉนฺตีติ อหิตกามานิ. ผาสุ น อิจฺฉนฺติ อผาสุํเยว อิจฺฉนฺตีติ อผาสุกกามานิ. โยคกฺเขมํ นิพฺภยํ น อิจฺฉนฺติ, อโยคกฺเขมเมว อิจฺฉนฺตีติ อโยคกฺเขมกามานิ. ภิกฺขูนนฺติ เอตฺถ สามเณรานมฺปิ สงฺคโห. ภิกฺขุนีนนฺติ เอตฺถ สิกฺขมานสามเณรีนํ. สพฺเพสํ หิ สาสนิกานํ อนตฺถกามตาทีปนปทมิทํ วจนํ. ตถารูปานิ กุลานีติ ตาทิสานิ ขตฺติยกุลาทีนิ. เสวตีติ นิสฺสาย ชีวติ. ภชตีติ อุปสงฺกมติ. ปยิรุปาสตีติ ปุนปฺปุนํ อุปคจฺฉติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เวสิยาทิโก, ราชาทิโก, อสฺสทฺธกุลาทิโก จ ตํ ตํ เสวนฺตสฺส ติปฺปกาโรปิ อยุตฺโต โคจโรติ อโคจโร. เอตฺถ หิ เวสิยาทิโก ปญฺจกามคุณนิสฺสยโต อโคจโร. ยถาห ‘‘โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย? ยทิทํ ปญฺจ กามคุณา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๒). ราชาทิโก สมณธมฺมสฺส อนุปนิสฺสยโต, ลาภสกฺการาสนิวิจกฺกนิปฺโปถนทิฏฺฐิวิปตฺติเหตุโต จ. อสฺสทฺธกุลาทิโก สทฺธาหานิจิตฺตสนฺตาสาวหโต อโคจโร.

โคจรนิทฺเทเส ‘‘น เวสิยาโคจโร’’ติอาทีนิ วุตฺตปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺพานิ. โอปานภูตานีติ อุทปานภูตานิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส, ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส จ จตุมหาปเถ ขตโปกฺขรณี วิย ยถาสุขํ โอคาหนกฺขมานิ. กาสาวปชฺโชตานีติ ภิกฺขูนํ, ภิกฺขุนีนญฺจ นิวตฺถปารุตกาสาวานํเยว ปภาหิ เอโกภาสานิ. อิสิวาตปฏิวาตานีติ เคหํ ปวิสนฺตานํ, นิกฺขมนฺตานญฺจ ภิกฺขุภิกฺขุนีสงฺขาตานํ อิสีนํ จีวรวาเตน เจว สมิญฺชนปสารณาทิชนิตสรีรวาเตน จ ปฏิวาตานิ ปวายิตานิ วินิทฺธุตกิพฺพิสานิ วา.

อิทานิ นิทฺเทเส อาคตนเยนาปิ อาจารโคจเร ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ปาติโมกฺขสีลนิทฺเทเส. อิมินาปิ นเยนาติ อิทานิ วุจฺจมานวิธินาปิ. สงฺฆคโตติ สงฺฆสนฺนิปาตํ คโต. อจิตฺตีการกโตติ อกตจิตฺตีกาโร, อกตคารโวติ อตฺโถ. ฆฏฺฏยนฺโตติ สรีเรน, จีวเรน วา ฆํสนฺโต. ปุรโตปิ ติฏฺฐติ อจิตฺตีการกโตติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ฐิตโกปีติ อุปริ ติฏฺฐนฺโต วิย อาสนฺนตรฏฺฐาเน ฐิตโกปิ ภณติ. พาหาวิกฺเขปโกติ พาหุํ วิกฺขิปนฺโต. อนุปาหนานนฺติ อนาทเร สามิวจนํ. สอุปาหโนติ อุปาหนารุโฬฺห. เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺชาติ เถรานํ ภิกฺขูนํ ฐิตฏฺฐานํ อนุปวิสิตฺวา เตสํ อาสนฺนตรฏฺฐานํ อุปคนฺตฺวา. กฏฺฐํ ปกฺขิปติ อคฺคิกุณฺเฑ. โวกฺกมฺมาติ ปสฺสโต อติกฺกมิตฺวา. คูฬฺหานิ สภาวโต ปฏิจฺฉนฺนานิ สาณิปาการาทินา ปฏิจฺฉาทิตานิ. อนาปุจฺฉาติ อนาปุจฺฉิตฺวา. อสฺสาติ อนาจารสฺส.

อปิจ ภิกฺขูติอาทิ สพฺพสฺเสว ภิกฺขุโน อาจารทสฺสนวเสน ปวตฺตํ อฏฺฐกถาวจนํ, น นิทฺเทสปาฬิ. สทฺธาสีลสุตจาคาทิคุณเหตุโก ครุภาโว ครุกรณํ วา คารโว, สห คารเวนาติ สคารโว. ครุฏฺฐานิเยสุ คารวสารชฺชาทิวเสน ปฏิสฺสายนา ปติสฺสา, สปฺปติสฺสวปฏิปตฺติ. สห ปติสฺสายาติ สปฺปติสฺโส. สวิเสสํ หิริมนตาย, โอตฺตปฺปิภาเวน จ หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺโน. เสขิยธมฺมปาริปูริวเสน สุนิวตฺโถ สุปารุโต. ปาสาทิเกนาติ ปสาทาวเหน, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ เจตํ กรณวจนํ. เอเสว นโย อิโต ปเรสุปิ ฉสุ ปเทสุ. อภิกฺกนฺเตนาติ อภิกฺกเมน. อิริยาปถสมฺปนฺโนติ สมฺปนฺนอิริยาปโถ. เตน เสสอิริยาปถานมฺปิ ปาสาทิกตมาห. อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโรติ จกฺขุนฺทฺริยาทีสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ สุสํวิหิตารกฺโข. โภชเน มตฺตญฺญูติ ปริภุญฺชิตพฺพโต โภชนสญฺญิเต จตุพฺพิเธปิ ปจฺจเย ปริเยสนปฏิคฺคหณปริโภคาทิวเสน สพฺพโส ปมาณญฺญู. ชาคริยมนุยุตฺโตติ ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ ภาวนามนสิการสงฺขาตํ ชาคริยํ สาตจฺจการิตาวเสน อนุ อนุ ยุตฺโต ตตฺถ ยุตฺตปยุตฺโต. สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโตติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส อาจารสฺส สมฺภารทสฺสนํ. ตตฺถ อปฺปิจฺโฉติ นิอิจฺโฉ. สนฺตุฏฺโฐติ ยถาลาภาทิวเสน สนฺโตเสน ตุฏฺโฐ. สกฺกจฺจการีติ อาทรการี. ครุจิตฺตีการพหุโลติ ครุฏฺฐานิเยสุ ครุกรณพหุโล. อยํ วุจฺจติ อาจาโรติ อยํ สคารวตาทิ อตฺถกาเมหิ อาจริตพฺพโต อาจาโร.

สีลาทีนํ คุณานํ อุปนิสฺสยภูโต อุปนิสฺสยโคจโร. สติสงฺขาโต จิตฺตสฺส อารกฺขภูโต เอว โคจโร อารกฺขโคจโร. กมฺมฏฺฐานสงฺขาโต จิตฺตสฺส อุปนิพนฺธนฏฺฐานภูโต โคจโร อุปนิพนฺธโคจโร. อปฺปิจฺฉตาทีหิ ทสหิ วิวฏฺฏนิสฺสิตาย กถาย วตฺถุภูเตหิ คุเณหิ สมนฺนาคโต ทสกถาวตฺถุคุณสมนฺนาคโต. ตโต เอว กลฺยาโณ สุนฺทโร มิตฺโตติ กลฺยาณมิตฺโต. ตสฺส ลกฺขณํ ปรโต อาคมิสฺสติ. อสฺสุตํ สุตฺตเคยฺยาทึ. สุณาตีติ สุตมยํ ญาณํ อุปฺปาเทติ. สุตํ ปริโยทาเปตีติ ตเมว ยถาสุตํ อวิสทตาย อปริโยทาตํ ปุนปฺปุนํ ปริปุจฺฉนาทินา วิโสเธติ นิชฺชฏํ นิคุมฺพํ กโรติ. ตตฺถ จ เย กงฺขฏฺฐานิยา ธมฺมา, เตสุ สํสยํ ฉินฺทนฺโต กงฺขํ วิตรติ. กมฺมกมฺมผเลสุ, รตนตฺตเย จ สมฺมาทิฏฺฐิยา อุชุกรเณน ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ. ตโต เอว จ ทุวิธายปิ สทฺธาสมฺปทาย จิตฺตํ ปสาเทติ. อถ วา ยถาสุตํ ธมฺมํ ปริโยทเปตฺวา ตตฺถาคเต รูปารูปธมฺเม ปริคฺคเหตฺวา สปจฺจยํ นามรูปํ ปริคฺคณฺหนฺโต สตฺตทิฏฺฐิวงฺกวิธมเนน ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ. ธมฺมานํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตามตฺตทสฺสเนน ตีสุปิ อทฺธาสุ กงฺขํ วิตรติ. ตโต ปรํ จ อุทยพฺพยญาณาทิวเสน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อริยภูมึ โอกฺกมนฺโต อเวจฺจปสาเทน รตนตฺตเย จิตฺตํ ปสาเทติ. ตถาภูโตว ตสฺส กลฺยาณมิตฺตสฺส อนุสิกฺขเนน สทฺธาทีหิ คุเณหิ น หายติ, อญฺญทตฺถุ วฑฺฒเตว. เตนาห ‘‘ยสฺส วา’’ติอาทิ.

อนฺตรฆรนฺติ อนฺตเร อนฺตเร ฆรานิ เอตฺถ, ตํ เอตสฺสาติ วา ‘‘อนฺตรฆร’’นฺติ ลทฺธนามํ โคจรคามํ ปวิฏฺโฐ. ตตฺถ ฆเร ฆเร ภิกฺขาปริเยสนาย วีถึ ปฏิปนฺโน. โอกฺขิตฺตจกฺขูติ เหฏฺฐาขิตฺตจกฺขุ. กิตฺตเกน ปน โอกฺขิตฺตจกฺขุ โหตีติ อาห ‘‘ยุคมตฺตทสฺสาวี’’ติ. สุสํวุโตติ สํยโต. ยถา ปเนตฺถ สุสํวุโต นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘น หตฺถึ โอโลเกนฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยตฺถาติ เยสุ สติปฏฺฐาเนสุ. จิตฺตํ ภาวนาจิตฺตํ. อุปนิพนฺธตีติ อุปเนตฺวา นิพนฺธติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ยถา ถมฺเภ นิพนฺเธยฺย, วจฺฉํ ทมํ นโร อิธ;

พนฺเธยฺเยวํ สกํ จิตฺตํ, สติยารมฺมเณ ทฬฺห’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๑๗; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๔; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๗; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๖๕; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๖๓);

สติปฏฺฐานานํ อุปนิพนฺธโคจรภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สโก เปตฺติโก วิสโยติ อตฺตโน ปิตุ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สนฺตโก, เตน ทิฏฺโฐ ทสฺสิโต จ วิสโย.

อณุปฺปมาเณสูติ ปรมาณุปฺปมาเณสุ. อสญฺจิจฺจอาปนฺนเสขิยอกุสลจิตฺตุปฺปาทาทิเภเทสูติ อสญฺจิจฺจ อาปนฺนเสขิเยสุ อกุสลจิตฺตุปฺปาทาทิเภเทสูติ เอวํ อสญฺจิจฺจคฺคหณํ เสขิยวิเสสนํ ทฏฺฐพฺพํ. เสขิยคฺคหเณน เจตฺถ วตฺตกฺขนฺธกาทีสุ (จูฬว. ๓๕๖ อาทโย) อาคตวตฺตาทีนมฺปิ คหณํ. เตปิ หิ สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน ‘‘เสขิยา’’ติ อิจฺฉิตา. ตถา หิ มาติกายํ ปาราชิกาทีนํ วิย เสขิยานํ ปริจฺเฉโท น กโต. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อสญฺจิจฺจ อาปนฺนเสขิยา’’ติ อสญฺจิจฺจคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. น หิ มาติกายํ อาคเตสุ ปญฺจสตฺตติยา เสขิเยสุ โนสญฺญาวิโมกฺโข นาม อตฺถิ, อสญฺจิจฺจคฺคหเณเนว เจตฺถ อสติอชานนานมฺปิ สงฺคโห กโต. เกจิ ปเนตฺถ อสิญฺจิจฺจ อาปนฺนคฺคหเณน อจิตฺตกาปตฺติโย คหิตาติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, ครุกาปตฺตีสุปิ กาสญฺจิ อจิตฺตกภาวสพฺภาวโต, อธิฏฺฐานาวิกมฺมสฺส, เทสนาวิกมฺมสฺเสว วา สพฺพลหุกสฺส วชฺชสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา. เตนาห ‘‘ยานิ ตานิ วชฺชานิ อปฺปมตฺตกานิ โอรมตฺตกานิ ลหุกานิ ลหุสมฺมตานี’’ติอาทิ. อาทิสทฺเทน ปาติโมกฺขสํวรวิสุทฺธตฺถํ อนติกฺกมนียานํ อนาปตฺติคมนียานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ภยทสฺสนสีโลติ ปรมาณุมตฺตํ วชฺชํ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธสิเนรุปพฺพตสทิสํ กตฺวา ทสฺสนสภาโว, สพฺพลหุกํ วา ทุพฺภาสิตมตฺตํ ปาราชิกสทิสํ กตฺวา ทสฺสนสภาโว. ยํ กิญฺจีติ มูลปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺติสพฺพตฺถปญฺญตฺติปเทสปญฺญตฺติอาทิเภทํ ยํ กิญฺจิ สิกฺขิตพฺพํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ ปูเรตพฺพํ สีลํ. สมฺมา อาทายาติ สมฺมเทว สกฺกจฺจํ, สพฺพโส จ อาทิยิตฺวา. อยํ ปน อาจารโคจรสมฺปทา กึ ปาติโมกฺขสีเล ปริยาปนฺนา, อุทาหุ อปริยาปนฺนาติ? ปริยาปนฺนา. ยทิ เอวํ กสฺมา ปุน วุตฺตาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ.

อินฺทฺริยสํวรสีลวณฺณนา

๑๕. อินฺทฺริยสํวรสีลํ ปาติโมกฺขสํวรสีลสฺส สมฺภารภูตํ, ตสฺมึ สติเยว อิจฺฉิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘โสติ ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิโต ภิกฺขู’’ติ. สมฺปาทิเต หิ เอตสฺมึ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ สุคุตฺตํ สุรกฺขิตเมว โหติ, สุสํวิหิตกณฺฏกวติ วิย สสฺสนฺติ. การณวเสนาติ อสาธารณการณสฺส วเสน. อสาธารณการณวเสน หิ ผลํ อปทิสียติ, ยถา ยวงฺกุโร เภริสทฺโทติ. นิสฺสยโวหาเรน วา เอตํ นิสฺสิตวจนํ, ยถา มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตีติ. รูปนฺติ รูปายตนํ. จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ เอตฺถ ยทิ จกฺขุ รูปํ ปสฺเสยฺย, อญฺญวิญฺญาณสมงฺคิโนปิ ปสฺเสยฺยุํ, น เจตํ อตฺถิ, กสฺมา? อเจตนตฺตา จกฺขุสฺส. เตนาห ‘‘จกฺขุ รูปํ น ปสฺสติ อจิตฺตกตฺตา’’ติ. อถ วิญฺญาณํ รูปํ ปสฺเสยฺย, ติโรกุฏฺฏาทิคตมฺปิ นํ ปสฺเสยฺย อปฺปฏิฆภาวโต, อิทมฺปิ นตฺถิ สพฺพสฺส วิญฺญาณสฺส ทสฺสนาภาวโต. เตนาห ‘‘จิตฺตํ น ปสฺสติ อจกฺขุกตฺตา’’ติ. ตตฺถ ยถา จกฺขุสนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ ปสฺสติ, น ยํ กิญฺจิ. ตญฺจ เกนจิ กุฏฺฏาทินา อนฺตริเต น อุปฺปชฺชติ, ยตฺถ อาโลกสฺส วิพนฺโธ. ยตฺถ ปน น วิพนฺโธ ผลิกคพฺภปฏลาทิเก, ตตฺถ อนฺตริเตปิ อุปฺปชฺชเตว. เอวํ วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ จกฺขุ ปสฺสติ, น ยํ กิญฺจีติ วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ จกฺขุํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา’’ติ.

ทฺวารารมฺมณสงฺฆฏฺเฏติ ทฺวารสฺส อารมฺมเณน สงฺฆฏฺเฏ สติ, จกฺขุสฺส รูปารมฺมเณ อาปาถคเตติ อธิปฺปาโย. ปสาทวตฺถุเกน จิตฺเตนาติ จกฺขุปสาทวตฺถุเกน ตนฺนิสฺสาย ปวตฺเตน วิญฺญาเณน, ยํ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ปสฺสตีติ โอโลเกติ. จกฺขุปสาทสนฺนิสฺสเย หิ วิญฺญาเณ อาโลกานุคฺคหิตํ รูปารมฺมณํ สนฺนิสฺสยคุเณน โอภาเสนฺเต ตํสมงฺคิปุคฺคโล ‘‘รูปํ ปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. โอภาสนญฺเจตฺถ อารมฺมณสฺส ยถาสภาวโต วิภาวนํ, ยํ ‘‘ปจฺจกฺขโต คหณ’’นฺติ วุจฺจติ. อุสุนา ลกฺขสฺส เวเธ สิชฺฌนฺเต ตสฺส สมฺภารภูเตน ธนุนา วิชฺฌตีติ วจนํ วิย วิญฺญาเณน รูปทสฺสเน สิชฺฌนฺเต จกฺขุนา รูปํ ปสฺสตีติ อีทิสี สสมฺภารกถา นาเมสา โหติ. สสมฺภารา กถา สสมฺภารกถา, ทสฺสนสฺส การณสหิตาติ อตฺโถ. สสมฺภารสฺส วา ทสฺสนสฺส กถา สสมฺภารกถา. ตสฺมาติ ยสฺมา เกวเลน จกฺขุนา, เกวเลน วา วิญฺญาเณน รูปทสฺสนํ นตฺถิ, ตสฺมา.

อิตฺถิปุริสนิมิตฺตํ วาติ เอตฺถ อิตฺถิสนฺตานนิสฺสิตรูปมุเขน คยฺหมานํ สณฺฐานํ ถนมํสาวิสทตา นิมฺมสฺสุมุขตา เกสพนฺธนวตฺถคฺคหณํ อวิสทฏฺฐานคมนาทิ จ สพฺพํ ‘‘อิตฺถี’’ติ สญฺชานนสฺส การณภาวโต อิตฺถินิมิตฺตํ. วุตฺตวิปริยายโต ปุริสนิมิตฺตํ เวทิตพฺพํ. สุภนิมิตฺตาทิกํ วาติ เอตฺถ ราคุปฺปตฺติเหตุภูโต อิฏฺฐากาโร สุภนิมิตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน ปฏิฆนิมิตฺตาทีนํ สงฺคโห. โส ปน โทสุปฺปตฺติอาทิเหตุภูโต อนิฏฺฐาทิอากาโร เวทิตพฺโพ. กามญฺเจตฺถ ปาฬิยํ อภิชฺฌาโทมนสฺสาว สรูปโต อาคตา, อุเปกฺขานิมิตฺตสฺสาปิ ปน สงฺคโห อิจฺฉิตพฺโพ, อสมเปกฺขเนน อุปฺปชฺชนกโมหสฺสาปิ อสํวรภาวโต. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘มุฏฺฐสจฺจํ วา อญฺญาณํ วา’’ติ. อุเปกฺขานิมิตฺตนฺติ เจตฺถ อญฺญาณุเปกฺขาย วตฺถุภูตํ อารมฺมณํ, ตญฺจสฺส อสมเปกฺขนวเสน เวทิตพฺพํ. เอวํ สงฺเขปโต ราคโทสโมหานํ การณํ ‘‘สุภนิมิตฺตาทิก’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘กิเลสวตฺถุภูตํ นิมิตฺต’’นฺติ. ทิฏฺฐมตฺเตเยว สณฺฐาตีติ ‘‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ (อุทา. ๑๐) สุตฺเต วุตฺตนเยน วณฺณายตเน จกฺขุวิญฺญาเณน, วีถิจิตฺเตหิ จ คหิตมตฺเตเยว ติฏฺฐติ, น ตโต ปรํ กิญฺจิ สุภาทิอาการํ ปริกปฺเปติ. ปากฏภาวกรณโตติ ปริพฺยตฺตภาวกรณโต วิภูตภาวกรณโต. วิสภาควตฺถุโน หิ หตฺถาทิอวยเวสุ สุภาทิโต ปริกปฺเปนฺตสฺส อปราปรํ ตตฺถ อุปฺปชฺชมานา กิเลสา ปริพฺยตฺตา โหนฺตีติ เต เตสํ อนุพฺยญฺชนา นาม. เต ปน ยสฺมา ตถา ตถา สนฺนิวิฏฺฐานํ ภูตุปาทายรูปานํ สนฺนิเวสากาโร. น หิ ตํ มุญฺจิตฺวา ปรมตฺถโต หตฺถาทิ นาม โกจิ อตฺถิ. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘หตฺถปาท…เป… อาการํ น คณฺหาตี’’ติ. กึ ปน คณฺหาตีติ อาห ‘‘ยํ ตตฺถ ภูตํ, ตเทว คณฺหาตี’’ติ. ยํ ตสฺมึ สรีเร วิชฺชมานํ เกสโลมาทิ ภูตุปาทายมตฺตํ วา, ตเทว ยาถาวโต คณฺหาติ. ตตฺถ อสุภาการคหณสฺส นิทสฺสนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เจติยปพฺพตวาสี’’ติอาทินา มหาติสฺสตฺเถรวตฺถุํ อาหริ.

ตตฺถ สุมณฺฑิตปสาธิตาติ สุฏฺฐุ มณฺฑิตา ปสาธิตา จ. อาภรณาทีหิ อาหาริเมหิ มณฺฑนํ. สรีรสฺส อุจฺฉาทนาทิวเสน ปฏิสงฺขรณํ ปสาธนนฺติ วทนฺติ, อาภรเณหิ, ปน วตฺถาลงฺการาทีหิ จ อลงฺกรณํ ปสาธนํ. อูนฏฺฐานปูรณํ มณฺฑนํ. วิปลฺลตฺถจิตฺตาติ ราควเสน วิปรีตจิตฺตา. โอโลเกนฺโตติ เถโร กมฺมฏฺฐานมนสิกาเรเนว คจฺฉนฺโต สทฺทกณฺฏกตฺตา ปุพฺพภาคมนสิการสฺส หสิตสทฺทานุสาเรน ‘‘กิเมต’’นฺติ โอโลเกนฺโต. อสุภสญฺญนฺติ อฏฺฐิกสญฺญํ. อฏฺฐิกกมฺมฏฺฐานํ หิ เถโร ตทา ปริหรติ. อรหตฺตํ ปาปุณีติ เถโร กิร ตสฺสา หสนฺติยา ทนฺตฏฺฐิทสฺสเนเนว ปุพฺพภาคภาวนาย สุภาวิตตฺตา ปฏิภาคนิมิตฺตํ, สาติสยญฺจ อุปจารชฺฌานํ ลภิตฺวา ยถาฐิโตว ตตฺถ ปฐมชฺฌานํ อธิคนฺตฺวา ตํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺคปรมฺปราย อาสวกฺขยํ ปาปุณิ. ปุพฺพสญฺญํ อนุสฺสรีติ ปุพฺพกํ ยถารทฺธํ กาเลน กาลํ อนุยุญฺชิยมานํ อฏฺฐิกกมฺมฏฺฐานํ อนุสฺสริ สมนฺนาหริ. อนุมคฺคนฺติ อนุปถํ ตสฺสา ปทานุปทํ. เถรสฺส กิร ภาวนาย ปคุณภาวโต ทนฺตฏฺฐิทสฺสเนเนว ตสฺสา สกลสรีรํ อฏฺฐิกสงฺฆาตภาเวน อุปฏฺฐาสิ. น ตํ ‘‘อิตฺถี’’ติ วา ‘‘ปุริโส’’ติ วา สญฺชานิ. เตนาห ‘‘นาภิชานามิ…เป… มหาปเถ’’ติ.

‘‘ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยาสํวรสฺส เหตู’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยสฺส สติกวาเฏน ปิทหนตฺถายา’’ติ วุตฺตํ, น อสํวรสฺสาติ. ยทิทํ ยํ จกฺขุนฺทฺริยาสํวรสฺส เหตุ อภิชฺฌาทิอนฺวาสฺสวนํ ทสฺสิตํ, ตํ อสํวุตจกฺขุนฺทฺริยสฺเสว เหตุ ปวตฺตํ ทสฺสิตนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. จกฺขุทฺวาริกสฺส หิ อภิชฺฌาทิอนฺวาสฺสวนสฺส ตํทฺวาริกวิญฺญาณสฺส วิย จกฺขุนฺทฺริยํ ปธานการณํ. จกฺขุนฺทฺริยสฺส อสํวุตตฺเต สติ เต อนฺวาสฺสวนฺตีติ อสํวริยมานจกฺขุนฺทฺริยเหตุโก โส อสํวโร ตถา วุตฺโตติ. ยตฺวาธิกรณนฺติ หิ ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยสฺส การณาติ อตฺโถ. กีทิสสฺส จ การณาติ? อสํวุตสฺส, กิญฺจ อสํวุตํ? ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยาสํวรสฺส เหตุ อภิชฺฌาทโย อนฺวาสฺสวนฺติ, ตสฺส สํวรายาติ อยเมตฺถ โยชนา.

ชวนกฺขเณ ปน สเจ ทุสฺสีลฺยํ วาติอาทิ ปุน อวจนตฺถํ อิเธว สพฺพํ วุตฺตนฺติ ฉสุ ทฺวาเรสุ ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺพํ. น หิ ปญฺจทฺวาเร กายวจีทุจฺจริตสงฺขาตํ ทุสฺสีลฺยํ อตฺถิ, ตสฺมา ทุสฺสีลฺยาสํวโร มโนทฺวารวเสน, เสสาสํวโร ฉทฺวารวเสน โยเชตพฺโพ. มุฏฺฐสจฺจาทีนํ หิ สติปฏิปกฺขากุสลธมฺมาทิภาวโต สิยา ปญฺจทฺวาเร อุปฺปตฺติ, น เตฺวว กายิกวาจสิกวีติกฺกมภูตสฺส ทุสฺสีลฺยสฺส ตตฺถ อุปฺปตฺติ, ปญฺจทฺวาริกชวนานํ อวิญฺญตฺติชนกตฺตา. ทุสฺสีลฺยาทโย เจตฺถ ปญฺจ อสํวรา สีลสํวราทีนํ ปญฺจนฺนํ สํวรานํ ปฏิปกฺขภาเวน วุตฺตา. ตสฺมึ สตีติ ตสฺมึ อสํวเร สติ.

ยถา กินฺติ เยน ปกาเรน ชวเน อุปฺปชฺชมาโน อสํวโร ‘‘จกฺขุนฺทฺริเย อสํวโร’’ติ วุจฺจติ, ตํ นิทสฺสนํ กินฺติ อตฺโถ. ยถาติอาทินา นครทฺวาเร อสํวเร สติ ตํสมฺพนฺธานํ ฆราทีนํ อสํวุตตา วิย ชวเน อสํวเร สติ ตํสมฺพนฺธานํ ทฺวาราทีนํ อสํวุตตาติ เอวํ อญฺญาสํวเร อญฺญาสํวุตตา สามญฺญเมว นิทสฺเสติ, น ปุพฺพาปรสามญฺญํ, อนฺโตพหิสามญฺญํ วา. สติ วา ทฺวารภวงฺคาทิเก ปุน อุปฺปชฺชมานํ ชวนํ พาหิรํ วิย กตฺวา นครทฺวารสมานํ วุตฺตํ, อิตรญฺจ อนฺโตนคเร ฆราทิสมานํ. ปจฺจยภาเวน หิ ปุริมนิปฺผนฺนํ ชวนกาเล อสนฺตมฺปิ ภวงฺคาทิ จกฺขาทิ วิย ผลนิปฺผตฺติยา สนฺตํเยว นาม โหติ. น หิ ธรมานํเยว ‘‘สนฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘พาหิรํ วิย กตฺวา’’ติ จ ปรมตฺถโต ชวนสฺส พาหิรภาเว, อิตรสฺส จ อพฺภนฺตรภาเว อสติปิ ‘‘ปภสฺสรมิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตญฺจ โข อาคนฺตุเกหิ อุปกฺกิลิฏฺฐ’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๑.๔๙) วจนโต อาคนฺตุกภูตสฺส กทาจิ กทาจิ อุปฺปชฺชมานสฺส ชวนสฺส พาหิรภาโว, ตพฺพิธุรสภาวสฺส อิตรสฺส อพฺภนฺตรภาโว เอเกน ปริยาเยน โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. ชวเน วา อสํวเร อุปฺปนฺเน ตโต ปรํ ทฺวารภวงฺคาทีนํ อสํวรเหตุภาวาปตฺติโต. อสํวรสฺส หิ อุปฺปตฺติยา ทฺวารภวงฺคาทีนํ ตสฺส เหตุภาโว ปญฺญายตีติ. นครทฺวารสทิเสน ชวเนน ปวิสิตฺวา ทุสฺสีลฺยาทิโจรานํ ทฺวารภวงฺคาทีสุ มุสนํ กุสลภณฺฑวินาสนํ กถิตํ. ยสฺมึ หิ ทฺวาเร อสํวโร อุปฺปชฺชติ, โส ตตฺถ ทฺวาราทีนํ สํวรูปนิสฺสยภาวํ อุปจฺฉินฺทนฺโตเยว ปวตฺตตีติ. ทฺวารภวงฺคาทีนํ ชวเนน สห สมฺพนฺโธ เอกสนฺตติปริยาปนฺนโต ทฏฺฐพฺโพ.

เอตฺถ จ จกฺขุทฺวาเร รูปารมฺมเณ อาปาถคเต นิยมิตาทิวเสน กุสลากุสลชวเน สตฺตกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา ภวงฺคํ โอติณฺเณ ตทนุรูปเมว มโนทฺวาริกชวเน ตสฺมึเยวารมฺมเณ สตฺตกฺขตฺตุํเยว อุปฺปชฺชิตฺวา ภวงฺคํ โอติณฺเณ ปุน ตสฺมึเยว ทฺวาเร ตเทวารมฺมณํ นิสฺสาย ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติอาทินา ววตฺถเปนฺตํ ปสาทรชฺชนาทิวเสน สตฺตกฺขตฺตุํ ชวนํ ชวติ. เอวํ ปวตฺตมานํ ชวนํ สนฺธาย ‘‘ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตสฺมึ อสํวเร สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

ตสฺมึ ปน ชวเน. สีลาทีสูติ สีลสํวรสติสํวรญาณสํวรขนฺติสํวรวีริยสํวเรสุ อุปฺปนฺเนสุ. ยถา หิ ปเคว สติอารกฺขํ อนุปฏฺฐเปนฺตสฺส ทุสฺสีลฺยาทีนํ อุปฺปตฺติ, เอวํ ปเคว สติอารกฺขํ อุปฏฺฐเปนฺตสฺส สีลาทีนํ อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา. สทฺทาทีสุปิ ยถารหํ นิมิตฺตานุพฺยญฺชนานิ เวทิตพฺพานิ. โสตวิญฺญาเณน หิ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อิตฺถิสทฺโท’’ติ วา ‘‘ปุริสสทฺโท’’ติ วา อิฏฺฐานิฏฺฐาทิกํ วา กิเลสวตฺถุภูตํ นิมิตฺตํ น คณฺหาติ, สุตมตฺเต เอว สณฺฐาติ. โย จ คีตสทฺทาทิกสฺส กิเลสานํ อนุ อนุ พฺยญฺชนโต ‘‘อนุพฺยญฺชน’’นฺติ ลทฺธโวหาโร มนฺทตาราทิวเสน ววตฺถิโต ฉชฺชาทิเภทภินฺโน อากาโร, ตมฺปิ น คณฺหาตีติ. เอวํ คนฺธาทีสุปิ ยถารหํ วตฺตพฺพํ. มโนทฺวาเร ปน สาวชฺชนภวงฺคํ มโนทฺวารํ ตสฺมึ ทฺวาเร ธมฺมารมฺมเณ อาปาถคเต ตํ ชวนมนสาว วิญฺญาย วิชานิตฺวาติอาทินา โยเชตพฺพํ. กิเลโส อนุพนฺโธ เอตสฺสาติ กิเลสานุพนฺโธ, โส เอว นิมิตฺตาทิคาโห, ตโต ปริวชฺชนลกฺขณํ กิเลสานุพนฺธนิมิตฺตาทิคฺคาหปริวชฺชนลกฺขณํ. อาทิ-สทฺเทน อนุพฺยญฺชนํ สงฺคณฺหาติ.

อาชีวปาริสุทฺธิสีลวณฺณนา

๑๖. วุตฺเตติ อิเธว อุทฺเทสวเสน ปุพฺเพ วุตฺเต. ตถา หิ ‘‘อาชีวเหตุ ปญฺญตฺตานํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทาน’’นฺติ ปทุทฺธารํ กตฺวา ตานิ ปาฬิวเสเนว ทสฺเสตุํ ‘‘ยานิ ตานี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยานิ ตานิ เอวํ ปญฺญตฺตานิ ฉ สิกฺขาปทานีติ สมฺพนฺโธ. อาชีวเหตูติ ชีวิกนิมิตฺตํ, ‘‘เอวาหํ ปจฺจเยหิ อกิลมนฺโต ชีวิสฺสามี’’ติ อธิปฺปาเยน. อาชีวการณาติ ตสฺเสว เววจนํ. ปาปิจฺโฉติ ปาปิกาย อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย สมนฺนาคโต. อิจฺฉาปกโตติ อิจฺฉาย อปกโต อุปทฺทุโต, อภิภูโต วา. อสนฺตนฺติ อวิชฺชมานํ. อภูตนฺติ อนุปฺปนฺนํ. อนุปฺปนฺนตฺตา หิ ตสฺส ตํ อสนฺตนฺติ ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ การณวจนํ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมนฺติ อุตฺตริมนุสฺสานํ อุกฺกฏฺฐปุริสานํ ธมฺมํ, มนุสฺสธมฺมโต วา อุตฺตริ อุกฺกฏฺฐํ. อุลฺลปตีติ อุคฺคตายุโก ลปติ. สีลํ หิ ภิกฺขุโน อายุ, ตํ ตสฺส ตถาลปนสมกาลเมว วิคจฺฉติ. เตนาห ‘‘อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ ปาราชิกสงฺขาตา อาปตฺติ อสฺส, ปาราชิกสญฺญิตสฺส วา วีติกฺกมสฺส อาปชฺชนํ อุลฺลปนนฺติ อตฺโถ. สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชตีติ สญฺจรณภาวํ อาปชฺชติ, อิตฺถิยา วา ปุริสมตึ, ปุริสสฺส วา อิตฺถิมตึ อาโรเจตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อิเมสํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทานํ วีติกฺกมสฺส วเสนา’’ติ สมฺพนฺโธ เหฏฺฐา ทสฺสิโต เอว.

กุหนาติอาทีสูติ เหฏฺฐา อุทฺทิฏฺฐปาฬิยาว ปทุทฺธาโร. อยํ ปาฬีติ อยํ วิภงฺเค (วิภ. ๘๖๑) อาคตา นิทฺเทสปาฬิ.

๑๗. จีวราทิปจฺจยา ลพฺภนฺตีติ ลาภา. เต เอว สกฺกจฺจํ อาทรวเสน ทิยฺยมานา สกฺการา. ปตฺถฏยสตา กิตฺติสทฺโท. ตํ ลาภญฺจ สกฺการญฺจ กิตฺติสทฺทญฺจ. สนฺนิสฺสิตสฺสาติ เอตฺถ ตณฺหานิสฺสโย อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ปตฺถยนฺตสฺสา’’ติ. อสนฺตคุณทีปนกามสฺสาติ อสนฺเต อตฺตนิ อวิชฺชมาเน สทฺธาทิคุเณ สมฺภาเวตุกามสฺส. อสนฺตคุณสมฺภาวนตาลกฺขณา, ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตาลกฺขณา หิ ปาปิจฺฉตา. อิจฺฉาย อปกตสฺสาติ ปาปิกาย อิจฺฉาย สมฺมาอาชีวโต อเปโต กโตติ อปกโต. ตถาภูโต จ อาชีวูปทฺทเวน อุปทฺทุโตติ กตฺวา อาห ‘‘อุปทฺทุตสฺสาติ อตฺโถ’’ติ.

กุหนเมว ปจฺจยุปฺปาทนสฺส วตฺถูติ กุหนวตฺถุ. ติวิธมฺเปตํ ตตฺถ อาคตํ ตสฺส นิสฺสยภูตาย อิมาย ปาฬิยา ทสฺเสตุนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตทตฺถิกสฺเสวาติ เตหิ จีวราทีหิ อตฺถิกสฺเสว. ปฏิกฺขิปเนนาติ จีวราทีนํ ปฏิกฺขิปนเหตุ. อสฺสาติ ภเวยฺย. ปฏิคฺคหเณน จาติ จ-สทฺเทน ปุพฺเพ วุตฺตํ ปฏิกฺขิปนํ สมุจฺจิโนติ.

ภิยฺโยกมฺยตนฺติ พหุกามตํ. ยนฺติ กิริยาปรามสนํ, ตสฺมา ‘‘ธาเรยฺยา’’ติ เอตฺถ ยเทตํ สงฺฆาฏึ กตฺวา ธารณํ, เอตํ สมณสฺส สารุปฺปนฺติ โยชนา. ปาปณิกานีติ อาปณโต ฉฑฺฑิตานิ. นนฺตกานีติ อนฺตรหิตานิ โจฬขณฺฑานิ. อุจฺจินิตฺวาติ อุญฺฉเนน จินิตฺวา สงฺคเหตฺวา. อุญฺฉาจริยายาติ อุญฺฉาจริยาย ลทฺเธน. คิลานสฺส ปจฺจยภูตา เภสชฺชสงฺขาตา ชีวิตปริกฺขารา คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา. ปูติมุตฺตนฺติ ปุราณสฺส, อปุราณสฺส จ สพฺพสฺส โคมุตฺตสฺเสตํ นามํ. ปูติมุตฺเตนาติ ปูติภาเวน มุตฺเตน ปเรหิ ฉฑฺฑิเตน, ปูติภูเตน วา โคมุตฺเตน. ธุตวาโทติ ปเรสมฺปิ ธุตคุณวาที. สมฺมุขีภาวาติ สมฺมุขโต วิชฺชมานตฺตา, ลพฺภมานตายาติ อตฺโถ.

อตฺตานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาธิคมสฺส สามนฺเต กตฺวา ชปฺปนํ สามนฺตชปฺปนํ. มเหสกฺโขติ มหานุภาโว, อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาธิคเมนาติ อธิปฺปาโย. ‘‘มิตฺโต’’ติ สามญฺญโต วตฺวา ปุน ตํ วิเสเสติ ‘‘สนฺทิฏฺโฐ สมฺภตฺโต’’ติ. ทิฏฺฐมตฺโต หิ มิตฺโต สนฺทิฏฺโฐ. ทฬฺหภตฺติโก สมฺภตฺโต. สหาโยติ สห อายนโก, สขาติ อตฺโถ. สตฺตปทิโน หิ ‘‘สขา’’ติ วุจฺจนฺติ. วิหาโร ปาการปริจฺฉินฺโน สกโล อาวาโส. อฑฺฒโยโค ทีฆปาสาโท, ครุฬสณฺฐานปาสาโทติปิ วทนฺติ. ปาสาโท จตุรสฺสปาสาโท. หมฺมิยํ มุณฺฑจฺฉทนปาสาโท. กูฏาคารํ ทฺวีหิ กณฺณิกาหิ กตฺตพฺพปาสาโท. อฏฺโฏ ปฏิราชูนมฺปิ ปฏิพาหนโยโคฺย จตุปญฺจภูมโก ปฏิสฺสยวิเสโส. มาโฬ เอกกูฏสงฺคหิโต อเนกโกณวนฺโต ปฏิสฺสยวิเสโส. อุทฺทณฺโฑ อคพฺภิกา เอกทฺวารา ทีฆสาลาติ วทนฺติ. อปเร ปน ภณนฺติ – วิหาโร นาม ทีฆมุขปาสาโท. อฑฺฒโยโค เอกปสฺเสน ฉทนกเสนาสนํ. ตสฺส กิร เอกปสฺเส ภิตฺติ อุจฺจตรา โหติ, อิตรปสฺเส นีจา, เตน ตํ เอกปสฺสฉทนกํ โหติ. ปาสาโท อายตจตุรสฺสปาสาโท. หมฺมิยํ มุณฺฑจฺฉทนํ จนฺทิกงฺคณยุตฺตํ. คุหา เกวลา ปพฺพตคุหา. เลณํ ทฺวารพทฺธํ. กูฏาคารํ โย โกจิ กณฺณิกาพทฺธปาสาโท. อฏฺโฏ พหลภิตฺติเคหํ. ยสฺส โคปานสิโย อคฺคเหตฺวา อิฏฺฐกาหิ เอว ฉทนํ โหติ. อฏฺฏาลกากาเรน กรียตีติปิ วทนฺติ. มาโฬ วฏฺฏากาเรน กตเสนาสนํ. อุทฺทณฺโฑ เอโก ปฏิสฺสยวิเสโส. โย ‘‘ภณฺฑสาลา, อุโทสิต’’นฺติปิ วุจฺจติ. อุปฏฺฐานสาลา สนฺนิปตนฏฺฐานํ.

กุจฺฉิตรชภูตาย ปาปิจฺฉตาย นิรตฺถกํ กายวจีวิปฺผนฺทนิคฺคณฺหนํ โกรชํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ โกรชิโก, โกหญฺเญน สํยตกาโย, อติวิย, อภิณฺหํ วา โกรชิโก โกรชิกโกรชิโก. อติปริสงฺกิโตติ เกจิ. อติวิย กุโห กุหกกุหโก, สาติสยวิมฺหาปโกติ อตฺโถ. อติวิย ลโป ลปนโก ลปกลปโก. มุขสมฺภาวิโกติ โกรชิกโกรชิกาทิภาเวน ปวตฺตวจเนหิ อตฺตโน มุขมตฺเตน อญฺเญหิ สมฺภาวิโก. โส เอวรูโป เอวรูปตาย เอว อตฺตานํ ปรํ วิย กตฺวา ‘‘อยํ สมโณ’’ติอาทีนิ กเถติ. คมฺภีรนฺติอาทิ ตสฺสา กถาย อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปฏิพทฺธตาย วุตฺตํ.

สมฺภาวนาธิปฺปายกเตนาติ ‘‘กถํ นุ โข มํ ชโน ‘อริโย’ติ วา ‘วิเสสลาภี’ติ วา สมฺภาเวยฺยา’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน กเตน. คมนํ สณฺฐเปตีติ วิเสสลาภีนํ คมนํ วิย อตฺตโน คมนํ สกฺกจฺจํ ฐเปติ, สโต สมฺปชาโนว คจฺฉนฺโต วิย โหติ. ปณิธายาติ ‘‘อรหาติ มํ ชานนฺตู’’ติ จิตฺตํ สณฺฐเปตฺวา, ปตฺเถตฺวา วา. สมาหิโต วิยาติ ฌานสมาธินา สมาหิโต วิย. อาปาถกชฺฌายีติ มนุสฺสานํ อาปาถฏฺฐาเน สมาธิสมาปนฺโน วิย นิสีทนฺโต อาปาถเก ชนสฺส ปากฏฏฺฐาเน ฌายี. อิริยาปถสงฺขาตนฺติ อิริยาปถสณฺฐปนสงฺขาตํ.

ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาเตนาติ อโยนิโส อุปฺปาทิตานํ ปจฺจยานํ ปฏิเสวนนฺติ เอวํ กถิเตน, เตน วา ปจฺจยปฏิเสวเนน สงฺขาตพฺเพน กถิตพฺเพน. อญฺญํ วิย กตฺวา อตฺตโน สมีเป ภณนํ สามนฺตชปฺปิตํ. อา-การสฺส รสฺสตฺตํ กตฺวา ‘‘อฏฺฐปนา’’ติ วุตฺตํ. กุหนํ กุโห, ตสฺส อยนา ปวตฺติ กุหายนา, กุหสฺส วา ปุคฺคลสฺส อยนา คติ กิริยา กุหายนา. กุเหติ, กุเหน วา อิโตติ กุหิโต, กุหโก.

ปุฏฺฐสฺสาติ ‘‘โก ติสฺโส, โก ราชปูชิโต’’ติ ปุฏฺฐสฺส. อุทฺธํ กตฺวาติ อุกฺขิปิตฺวา วิภวสมฺปตฺติอาทินา ปคฺคเหตฺวา.

อุนฺนหนาติ อุทฺธํ อุทฺธํ พนฺธนา ปลิเวฐนา. เทฺว กิร ภิกฺขู เอกํ คามํ ปวิสิตฺวา อาสนสาลาย นิสีทิตฺวา เอกํ กุมาริกํ ปกฺโกสึสุ. ตาย อาคตาย ตเตฺรโก เอกํ ปุจฺฉิ ‘‘อยํ, ภนฺเต, กสฺส กุมาริกา’’ติ? ‘‘อมฺหากํ อุปฏฺฐายิกาย เตลกนฺทริกาย ธีตา, อิมิสฺสา มาตา มยิ เคหํ คเต สปฺปึ ททมานา ฆเฏเนว เทติ, อยมฺปิ มาตา วิย ฆเฏน เทตี’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๖๒) อุกฺกาเจสิ. อิมํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เตลกนฺทริกวตฺถุ เจตฺถ วตฺตพฺพ’’นฺติ.

ธมฺมานุรูปา วาติ มตฺตาวจนานุรูปํ วา. มตฺตาวจนํ หิ ‘‘ธมฺโม’’ติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘สุภาสิตํ อุตฺตมมาหุ สนฺโต, ธมฺมํ ภเณ นาธมฺมํ ตํ ทุติย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๑๓; สุ. นิ. ๔๕๒). เตน พหุํ วิปฺปลปนมาห, สจฺจโต วา อญฺญา สุภาสิตา วาจา ‘‘ธมฺโม’’ติ เวทิตพฺโพ. มุคฺคสูปสทิสกมฺโม ปุคฺคโล มุคฺคสูโปฺย. เตนาห ‘‘อยํ ปุคฺคโล มุคฺคสูโปฺยติ วุจฺจตี’’ติ. ปริภฏสฺส กมฺมํ ปาริภฏฺยํ, ตเทว ปาริภฏฺยตา.

นิมิตฺเตน จรนฺโต, ชีวนฺโต วา นิมิตฺตโก, ตสฺส ภาโว เนมิตฺติกตา. อตฺตโน อิจฺฉาย ปกาสนํ โอภาโส. โก ปน โสติ? ‘‘อชฺช ภิกฺขูนํ ปจฺจยา ทุลฺลภา ชาตา’’ติอาทิกา ปจฺจยปฏิสํยุตฺตกถา. อิจฺฉิตวตฺถุสฺส สมีเป กถนํ สามนฺตชปฺปา.

อกฺโกสนภเยนาปิ ทเทยฺยาติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนํ. ตถา วมฺภนาทโย. อุเปกฺขนา อุปาสกานํ ทายกาทิภาวโต พหิ ฉฑฺฑนา. ขิปนาติ เขปวจนํ. ตํ ปน อวหสิตฺวา วจนํ โหตีติ อาห ‘‘อุปฺปณฺฑนา’’ติ. ปาปนาติ อทายกตฺตสฺส, อวณฺณสฺส วา ปติฏฺฐาปนํ. ปเรสํ ปิฏฺฐิมํสขาทนสีโล ปรปิฏฺฐิมํสิโก, ตสฺส ภาโว ปรปิฏฺฐิมํสิกตา. อพฺภงฺคนฺติ อพฺภญฺชนํ. นิปิสิตฺวา คนฺธมคฺคนา วิยาติ อนิปฺปิสิเต อลพฺภมานสฺส คนฺธสฺส นิปิสเน ลาโภ วิย ปรคุเณ อนิปฺปิสิเต อลพฺภมานานํ ปจฺจยานํ นิปิสเนน ลาโภ ทฏฺฐพฺโพติ.

นิกตฺตุํ อปฺเปน ลาเภน พหุกํ วญฺเจตฺวา คเหตุํ อิจฺฉนํ นิชิคีสนํ, ตสฺส ภาโว นิชิคีสนตา. ตสฺเสว อิจฺฉนสฺส ปวตฺติอากาโร, ตํสหชาตํ วา คเวสนกมฺมํ.

องฺคนฺติ หตฺถปาทาทิองฺคานิ อุทฺทิสฺส ปวตฺตํ วิชฺชํ. นิมิตฺตนฺติ นิมิตฺตสตฺถํ. อุปฺปาตนฺติ อุกฺกาปาตทิสาฑาห-ภูมิจาลาทิอุปฺปาตปฏิพทฺธวิชฺชํ. สุปินนฺติ สุปินสตฺถํ. ลกฺขณนฺติ อิตฺถิปุริสานํ ลกฺขณชานนสตฺถํ. มูสิกจฺฉินฺนนฺติ วตฺถาทีนํ อสุกภาเค มูสิกจฺเฉเท สติ อิทํ นาม ผลํ โหตีติ ชานนกสตฺถํ. ปลาสคฺคิอาทีสุ อิมินา นาม อคฺคินา หุเต อิทํ นาม โหตีติ อคฺคิวเสน โหมวิธานํ อคฺคิโหมํ. อิมินา นเยน ทพฺพิโหมํ เวทิตพฺพํ. อาทิ-สทฺเทน ถุสโหมาทีนํ, อญฺเญสญฺจ สุตฺเต อาคตานํ มิจฺฉาชีวานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. วีริยสาธนตฺตา อาชีวปาริสุทฺธิสีลสฺส ‘‘ปจฺจยปริเยสนวายาโม’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส ปาริสุทฺธิ อนวชฺชภาโว, เยน ธมฺเมน สเมน ปจฺจยลาโภ โหติ. น หิ อลโส ญาเยน ปจฺจเย ปริเยสิตุํ สกฺโกตีติ.

ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลวณฺณนา

๑๘. ปฏิสงฺขาติ อยํ ‘‘สยํ อภิญฺญา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๑) วิย ย-การโลเปน นิทฺเทโส. โยนิโสติ เจตฺถ อุปายตฺโถ โยนิโส-สทฺโทติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุปาเยน ปเถนา’’ติ. ‘‘ปฏิสงฺขาย ญตฺวา’’ติ วตฺวา ตยิทํ ปฏิสงฺขานํ ปจฺจเวกฺขณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ อตฺโถ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา หิ ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ สีตปฏิฆาตาทิกํ ตํ ตํ ปโยชนํ ปติ ปติ อเวกฺขิตฺวา, ญาเณน ปสฺสิตฺวาติ อตฺโถ, เอวํ ปฏิสงฺขายาติ ตเทว ปโยชนํ ปติ ปติ สงฺขาย, ชานิตฺวาติ อตฺโถ. ญาณปริยาโย หิ อิธ สงฺขา-สทฺโทติ. เอตฺถ จ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส’’ติอาทิ กามํ ปจฺจยปริโภคกาเลน วุจฺจติ, ธาตุวเสน ปน ปฏิกูลวเสน วา ปจฺจเวกฺขณาย ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ สุชฺฌตีติ อปเร. ภิชฺชตีติ เกจิ. เอเก ปน ปฐมํ เอว ปริยตฺตนฺติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. ‘‘จีวร’’นฺติ เอกวจนํ เอกตฺตมตฺตํ วาจกนฺติ อธิปฺปาเยน ‘‘อนฺตรวาสกาทีสุ ยํ กิญฺจี’’ติ วุตฺตํ, ชาติสทฺทตาย ปน ตสฺส ปาฬิยํ เอกวจนนฺติ ยตฺตกานิ จีวรานิ โยคินา ปริหริตพฺพานิ, เตสํ สพฺเพสํ เอกชฺฌํ คหณนฺติ สกฺกา วิญฺญาตุํ, ยํ กิญฺจีติ วา อนวเสสปริยาทานเมตํ, น อนิยมวจนํ. ‘‘นิวาเสติ วา ปารุปติ วา’’ติ วิกปฺปนํ ปน ปฏิเสวนปริยายสฺส ปริโภคสฺส วิภาคทสฺสนนฺติ ตํ ปญฺญเปตฺวา สยนนิสีทน-จีวรกุฏิกรณาทิวเสนาปิ ปริโภคสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

ปโยชนานํ มริยาทา ปโยชนาวธิ, ตสฺส ปริจฺฉินฺทนวเสน โย นิยโม, ตสฺส วจนํ ปโยชนา…เป… วจนํ. อิทานิ ตํ นิยมํ วิวริตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺตกเมว หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อวธารเณน ลีฬาวิภูสาวิลมฺพนานฏมฺพราทิวเสน วตฺถปริโภคํ นิเสเธติ. เตนาห ‘‘น อิโต ภิยฺโย’’ติ. ลีฬาวเสน หิ เอกจฺเจ สตฺตา วตฺถานิ ปริทหนฺติ เจว อุปสํวิยนฺติ จ. ยถา ตํ โยพฺพเน ฐิตา นาคริกมนุสฺสา. เอกจฺเจ วิภูสนวเสน, ยถา ตํ รูปูปชีวินิอาทโย. วิลมฺพนวเสน วิลมฺพกา. นฏมฺพรวเสน โภชาทโย. อชฺฌตฺตธาตุกฺโขโภ สีตโรคาทิอุปฺปาทโก. อุตุปริณามนวเสนาติ อุตุโน ปริวตฺตนวเสน วิสภาคสีตอุตุสมุฏฺฐาเนน. วา-สทฺเทน เหมนฺตาทีสุ หิมปาตาทิวเสน ปวตฺตสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ, น อุปฺปาเทติ สีตนฺติ อธิปฺปาโย. ยทตฺถํ ปน ตํ วิโนทนํ, ตํ มตฺถกปฺปตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สีตพฺภาหเต’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพตฺถาติ ‘‘อุณฺหสฺส ปฏิฆาตายา’’ติอาทีสุ สพฺเพสุ เสสปโยชเนสุ. ยทิปิ สูริยสนฺตาโปปิ อุโณฺหว, ตสฺส ปน อาตปคฺคหเณน คหิตตฺตา ‘‘อคฺคิสนฺตาปสฺสา’’ติ วุตฺตํ. เอกจฺโจ ทาวคฺคิสนฺตาโป กายํ จีวเรน ปฏิจฺฉาเทตฺวา สกฺกา วิโนเทตุนฺติ อาห ‘‘ตสฺส วนทาหาทีสุ สมฺภโว เวทิตพฺโพ’’ติ. ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกา. เต ปน ยสฺมา ฑํสนสีลา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ฑํสนมกฺขิกา’’ติ. สปฺปาทโยติ สปฺปสตปทิอุณฺณนาภิสรพูวิจฺฉิกาทโย. ผุฏฺฐสมฺผสฺโสติ ผุฏฺฐวิสมาห. ติวิธา หิ สปฺปา – ทฏฺฐวิสา ผุฏฺฐวิสา ทิฏฺฐวิสา. เตสุ ปุริมกา เทฺว เอว คหิตา. สตปทิอาทีนมฺปิ ตาทิสานํ สงฺคณฺหนตฺถํ. นิยตปโยชนํ เอกนฺติกํ, สพฺพกาลิกญฺจ ปโยชนํ. หิรี กุปฺปติ นิลฺลชฺชตา สณฺฐาติ. เตนาห ‘‘วินสฺสตี’’ติ. กูปาวตรณํ วา ปฏิจฺฉาทนํ อรหตีติ โกปินํ. หิริยิตพฺพฏฺเฐน หิรี จ ตํ โกปินญฺจาติ หิริโกปินนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺส จาติ จ-สทฺโท ปุพฺเพ วุตฺตปโยชนานํ สมฺปิณฺฑนตฺโถ.

ยํ กิญฺจิ อาหารนฺติ ขาทนียโภชนียาทิเภทํ ยํ กิญฺจิ อาหริตพฺพวตฺถุํ. ปิณฺฑาย ภิกฺขาย อุลตีติ ปิณฺโฑโล, ตสฺส กมฺมํ ปิณฺโฑลฺยํ. เตน ปิณฺโฑเลฺยน ภิกฺขาจริยาย. ปติตตฺตาติ ปกฺขิปิตตฺตา. ปิณฺฑปาโต ปตฺเต ปกฺขิตฺตภิกฺขาหาโร. ปิณฺฑานํ วา ปาโตติ ฆเร ฆเร ลทฺธภิกฺขานํ สนฺนิปาโต. ‘‘นตฺถิ ทวา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๕) สหสา กิริยาปิ ‘‘ทวา’’ติ วุจฺจติ, ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘ทวตฺถํ, กีฬานิมิตฺตนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห. มุฏฺฐิกมลฺลา มุฏฺฐิยุทฺธยุชฺฌนกา. อาทิ-สทฺเทน นิพุทฺธยุชฺฌนกาทีนํ คหณํ. พลมทนิมิตฺตนฺติ พลํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกมโท พลมโท. ตํ นิมิตฺตํ, พลสฺส อุปฺปาทนตฺถนฺติ อตฺโถ. โปริสมทนิมิตฺตนฺติ โปริสมโท วุจฺจติ ปุริสมาโน ‘‘อหํ ปุริโส’’ติ อุปฺปชฺชนกมาโน. อสทฺธมฺมเสวนาสมตฺถตํ นิสฺสาย ปวตฺโต มาโน, ราโค เอว วา โปริสมโทติ เกจิ. ตํ นิมิตฺตํ. อนฺเตปุริกา ราโชโรธา. สพฺเพสํ สนฺนิเวสโยคฺยตาย เวสิโย รูปูปชีวินิโย. มณฺฑนํ นาม อิธาวยวปาริปูรีติ อาห ‘‘องฺคปจฺจงฺคานํ ปีณภาวนิมิตฺต’’นฺติ, ปริพฺรูหนเหตูติ อตฺโถ. นฏา นาม รงฺคนฏา. นจฺจกา ลงฺฆกาทโย. วิภูสนํ โสภาสมุปฺปาทนนฺติ อาห ‘‘ปสนฺนจฺฉวิวณฺณตานิมิตฺต’’นฺติ.

เอตํ ปทํ. โมหูปนิสฺสยปฺปหานตฺถนฺติ โมหสฺส อุปนิสฺสยตาปหานาย. ทวา หิ โมเหน โหติ, โมหญฺจ วฑฺเฒตีติ ตสฺสา วชฺชเนน โมหสฺส อนุปนิสฺสยตา. โทสูปนิสฺสยปฺปหานตฺถนฺติ อิทํ พลมทสฺส, ปุริสมทสฺส จ โทสเหตุโน วเสน วุตฺตํ, อิตรสฺส ปน วเสน ‘‘ราคูปนิสฺสยปฺปหานตฺถ’’นฺติ วตฺตพฺพํ. มณฺฑนวิภูสนปฏิกฺเขโป สิยา โมหูปนิสฺสยปฺปหานายปิ, ราคูปนิสฺสยตาย ปน อุชุปฏิปกฺโขติ วุตฺตํ ‘‘ราคูปนิสฺสยปฺปหานตฺถ’’นฺติ. ยทิปิ เอกจฺจสฺส ทวมเท อารพฺภ ปรสฺส ปฏิฆสํโยชนาทีนํ อุปฺปตฺติ โหติเยว มโนปโทสิกเทวาทีนํ วิย, อตฺตโน ปน ทวมเท อารพฺภ เยสํ สวิเสสํ ราคโมหมานาทโย ปาปธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. เต สนฺธาย ‘‘อตฺตโน สํโยชนุปฺปตฺติปฏิเสธนตฺถ’’นฺติ วตฺวา มณฺฑนวิภูสนานิ ปฏิจฺจ สวิเสสํ ปรสฺสปิ ราคโมหาทโย ปวตฺตนฺตีติ ‘‘ปรสฺสปิ สํโยชนุปฺปตฺติปฏิเสธนตฺถ’’นฺติ วุตฺตํ. อโยนิโส ปฏิปตฺติยาติ เอตฺถ กามสุขลฺลิกานุโยคํ มุญฺจิตฺวา สพฺพาปิ มิจฺฉาปฏิปตฺติ อโยนิโส ปฏิปตฺติ. ปุริเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ อโยนิโส ปฏิปตฺติยา, ปจฺฉิเมหิ ทฺวีหิ กามสุขลฺลิกานุโยคสฺส ปหานํ วุตฺตนฺติ วทนฺติ. ‘‘จตูหิปิ เจเตหี’’ติ ปน วจนโต สพฺเพหิ อุภินฺนมฺปิ ปหานํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. กามกีฬาปิ ทวนฺโตคธา โหติเยว, ปุริสมโทปิ กามสุขลฺลิกานุโยคสฺส เหตุเยวาติ.

จาตุมหาภูติกสฺสาติ จตุมหาภูเต สนฺนิสฺสิตสฺส. รูปกายสฺสาติ จตุสนฺตติรูปสมูหสฺส. ฐิติยาติ ฐิตตฺถํ. สา ปนสฺส ฐิติ ปพนฺธวเสน อิจฺฉิตาติ อาห ‘‘ปพนฺธฏฺฐิตตฺถ’’นฺติ. ปวตฺติยาติ ชีวิตินฺทฺริยปฺปวตฺติยา. ตถา หิ ชีวิตินฺทฺริยํ ‘‘ยาปนา วตฺตนา’’ติ (ธ. ส. ๑๙, ๖๓๔) จ นิทฺทิฏฺฐํ. ตสฺสา จ อวิจฺเฉโท อาหารูปโยเคน โหติ. กายสฺส จิรตรํ ยาว อายุกปฺโป, ตาว อวตฺถานํ ยาปนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘จิรกาลฏฺฐิตตฺถํ วา’’ติ อาห. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘ฆรูปตฺถมฺภมิวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถายํ โยชนา – ยถา ชิณฺณฆรสามิโก ฆรสฺส อุปตฺถมฺภนํ กโรติ ตสฺส อปตนตฺถํ, ยถา จ สากฏิโก อกฺขพฺภญฺชนํ กโรติ ตสฺส สมฺปวตฺตนตฺถํ, เอวเมส โยคี กายสฺส ฐิตตฺถํ, ยาปนตฺถญฺจ ปิณฺฑปาตํ ปฏิเสวติ ปริภุญฺชตีติ. เอเตน ฐิติ นาม อปตนํ ยาปนา ปวตฺตีติ ทสฺเสติ. น ทวมทมณฺฑนวิภูสนตฺถนฺติ อิทํ ‘‘ยาวเทวา’’ติ อวธารเณน นิวตฺติตตฺถทสฺสนํ. ติฏฺฐนฺติ อุปาทินฺนธมฺมา เอตายาติ ฐิติ, อายูติ อาห ‘‘ฐิตีติ ชีวิตินฺทฺริยสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. ตถา หิ ตํ อายุ ‘‘ฐิตี’’ติ นิทฺทิฏฺฐํ, ฐิติยา ยาปนายาติ กายสฺส ฐิติเหตุตาย ‘‘ฐิตี’’ติ ลทฺธโวหารสฺส ชีวิตินฺทฺริยสฺส ปวตฺตนตฺถนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ชีวิตินฺทฺริยปวตฺตาปนตฺถ’’นฺติ. อาพาธฏฺเฐนาติ วิพาธนฏฺเฐน, โรคฏฺเฐน วา. ชิฆจฺฉาปรมา หิ โรคา. อุปรมตฺถนฺติ วูปสมตฺถํ. วณาเลปนมิว วณิโก. อุณฺหสีตาทีสุ อภิภวนฺเตสุ ตปฺปฏิการํ สีตุณฺหํ วิย ปฏิเสวตีติ สมฺพนฺโธ. มคฺคพฺรหฺมจริยํ ฐเปตฺวา สิกฺขตฺตยสงฺคหา สาสนาวจริตพฺพา อนุสาสนี สาสนพฺรหฺมจริยนฺติ อาห ‘‘สกลสาสนพฺรหฺมจริยสฺส จ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส จา’’ติ. อนุคฺคหณตฺถนฺติ อนุ อนุ คณฺหนตฺถํ สมฺปาทนตฺถํ. กายพลํ นิสฺสายาติ ยถาสมารทฺธํ คุณวิเสสปาริปูริเหตุภูตํ กายพลมตฺตํ นิสฺสาย. เตนาห ‘‘สิกฺขตฺตยานุโยควเสนา’’ติอาทิ. กนฺตารนิตฺถรณตฺถิกา ชายมฺปติกา, นทีสมุทฺทนิตฺถรณตฺถิกา จ ปุตฺตมํสาทีนิ ยถา อคิทฺธา อมุจฺฉิตา เกวลํ ตํ ตํ อตฺถสิทฺธิเมว อเวกฺขนฺตา ปฏิเสวนฺติ เตหิ วินา อสิชฺฌนโต, เอวมยมฺปิ เกวลํ ภวกนฺตารนิตฺถรณตฺถิโก อคิทฺโธ อมุจฺฉิโต เตน วินา อสิชฺฌนโต ปิณฺฑปาตํ ปฏิเสวตีติ อุปมาสํสนฺทนํ.

อิตีติ ปการตฺเถ นิปาตปทํ. เตน ปฏิเสวิยมานสฺส ปิณฺฑปาตสฺส ปฏิเสวนากาโร คยฺหตีติ อาห ‘‘เอวํ อิมินา ปิณฺฑปาตปฏิเสวเนนา’’ติ. ปุราณนฺติ โภชนโต ปุริมกาลิกตฺตา ปุราตนํ. ปฏิหงฺขามีติ ปฏิหนิสฺสามิ. นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามีติ ปฏิเสวตีติ โยชนา. กีทิสํ, กถญฺจาติ อาห ‘‘อปริมิต…เป… อญฺญตโร วิยา’’ติ. อปริมิตํ อปริมาณํ โภชนํ ปจฺจโย เอติสฺสาติ อปริมิตโภชนปจฺจยา, ตํ อปริมิตโภชนปจฺจยํ อตฺตโน คหณีเตชปมาณโต อติกฺกนฺตปมาณโภชนเหตุกนฺติ อตฺโถ. โย พหุํ ภุญฺชิตฺวา อตฺตโน ธมฺมตาย อุฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘อาหร หตฺถ’’นฺติ วทติ, อยํ อาหรหตฺถโก. โย ภุญฺชิตฺวา อจฺจุทฺธุมาตกุจฺฉิตาย อุฏฺฐิโตปิ สาฏกํ นิวาเสตุํ น สกฺโกติ, อยํ อลํสาฏโก. โย ภุญฺชิตฺวา อุฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต ตตฺเถว ปริวตฺตติ, อยํ ตตฺรวฏฺฏโก. โย ยถา กาเกหิ อามสิตุํ สกฺกา, เอวํ ยาว มุขทฺวารํ อาหาเรติ, อยํ กากมาสโก. โย ภุญฺชิตฺวา มุเข สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ตตฺเถว วมติ, อยํ ภุตฺตวมิตโก. เอเตสํ อญฺญตโร วิย. อถ วา ปุราณเวทนา นาม อภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกเวทนา. ตํ ‘‘ปฏิหนิสฺสามี’’ติ ปฏิเสวติ. นวเวทนา นาม อติภุตฺตปจฺจเยน อุปฺปชฺชนกเวทนา. ตํ ‘‘น อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ ปฏิเสวติ. อถ วา นวเวทนา นาม อภุตฺตปจฺจเยน อุปฺปชฺชนกเวทนา, ตสฺสา อนุปฺปนฺนาย อนุปฺปชฺชนตฺถเมว ปฏิเสวติ. อภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกาติ เจตํ ขุทฺทาย วิเสสนํ. ยสฺสา อปฺปวตฺติ โภชเนน กาตพฺพา, ตสฺสา ทสฺสนตฺถํ. อภุตฺตปจฺจเยน, ภุตฺตปจฺจเยน จ อุปฺปชฺชนกานุปฺปชฺชนกเวทนาสุ ปุริมา ยถาปวตฺตา ชิฆจฺฉานิมิตฺตา เวทนา. สา หิ อภุญฺชนฺตสฺส ภิยฺโยปวฑฺฒนวเสน อุปฺปชฺชติ. ปจฺฉิมาปิ ขุทฺทานิมิตฺตาว องฺคทาหสูลาทิเวทนา ปวตฺตา. สา หิ ภุตฺตปจฺจยา ปุพฺเพ อนุปฺปนฺนาว นุปฺปชฺชิสฺสตีติ อยเมตาสํ วิเสโส. วิหึสานิมิตฺตตา เจตาสํ วิหึสาย วิเสโส.

ยา เวทนา. อธุนาติ เอตรหิ. อสปฺปายาปริมิตโภชนํ นิสฺสายาติ อสปฺปายาปริมิตสฺส อาหารสฺส ภุญฺชนปโยคํ อาคมฺม อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. ปุราณกมฺมปจฺจยวเสนาติ ปุพฺเพ ปุริมชาติยํ กตตฺตา ปุราณสฺส กมฺมสฺส ปจฺจยตาวเสน ปโยควิปตฺตึ อาคมฺม อุปฺปชฺชนารหตาย ตํ วชฺเชตฺวา ปโยคสมฺปตฺติยา อุปฏฺฐาปนํ ทุกฺขเวทนาปจฺจยฆาโต, ปฏิหนนญฺจ โหตีติ อาห ‘‘ตสฺสา ปจฺจยํ วินาเสนฺโต ตํ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามี’’ติ. อยุตฺตปริโภโค ปจฺจเย อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริโภโค. โส เอว กตูปจิตกมฺมตาย กมฺมูปจโย. ตํ นิสฺสาย ปฏิจฺจ อายตึ อนาคเต กาเล อุปฺปชฺชนโต ยา จายํ ‘‘นวเวทนา’’ติ วุจฺจตีติ โยชนา. ยุตฺตปริโภควเสนาติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจยานํ ปริโภควเสน, ตสฺสา นวเวทนาย มูลํ อยุตฺตปริโภคกมฺมํ อนิพฺพตฺเตนฺโต สพฺเพน สพฺพํ อนุปฺปาเทนฺโต. เอตฺตาวตาติ ‘‘อิติ ปุราณ’’นฺติอาทินา วุตฺเตน ปททฺวเยน. ‘‘วิหึสูปรติยา’’ติอาทินา วา ปทจตุกฺเกน ยุตฺตปริโภคสงฺคโห ปพฺพชิตานุจฺฉวิกสฺส ปจฺจยปริโภคสฺส วุตฺตตฺตา. อตฺตกิลมถานุโยคปฺปหานํ ชิฆจฺฉาทิทุกฺขปฏิฆาตสฺส ภาสิตตฺตา. ฌานสุขาทีนํ ปจฺจยภูตสฺส กายสุขสฺส อวิสฺสชฺชนโต ธมฺมิกสุขาปริจฺจาโค จ ทีปิโต โหติ.

อสปฺปายาปริมิตูปโยเคน ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทโก, อิริยาปถภญฺชนโก วา สิยา ปริสฺสโย, สปฺปายปริมิตูปโยเคน ปน โส น โหติ. ตถา สติ จิรกาลปฺปวตฺติสงฺขาตา สรีรสฺส ยาตฺรา ยาปนา ภวิสฺสตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปริมิตปริโภเคน…เป… ภวิสฺสตี’’ติ อาห. โย โรโค สาทฺโธ อสาทฺโธ จ น โหติ, โส ยาปฺยโรโค, โส เอตสฺส อตฺถีติ ยาปฺยโรคี. โส หิ นิจฺจกาลํ เภสชฺชํ อุปเสวติ, ตถา อยมฺปีติ. ยทิ ยาตฺราปิ ยาปนา, ปุพฺเพปิ ‘‘ยาปนายา’’ติ วุตฺตํ, โก เอตฺถ วิเสโสติ? ปุพฺเพ ‘‘ยาปนายา’’ติ ชีวิตินฺทฺริยยาปนา อธิปฺเปตา, อิธ ปน จตุนฺนมฺปิ อิริยาปถานํ อวิจฺเฉทสงฺขาตา ยาปนา ยาตฺราติ อยเมตฺถ วิเสโส. พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาชีเวน ปจฺจยปริเยสนา อยุตฺตปริเยสนา. ทายกเทยฺยธมฺมานํ, อตฺตโน จ ปมาณํ อชานิตฺวา ปฏิคฺคหณํ, สทฺธาเทยฺยวินิปาตนตฺถํ วา ปฏิคฺคหณํ อยุตฺตปฏิคฺคหณํ, เยน วา อาปตฺตึ อาปชฺชติ. อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริโภโค อยุตฺตปริโภโค. เตสํ ปริวชฺชนํ ธมฺเมน สเมน ปจฺจยุปฺปาทนาทิวเสน เวทิตพฺพํ. ธมฺเมน หิ ปจฺจเย ปริเยสิตฺวา ธมฺเมน ปฏิคฺคเหตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนํ อนวชฺชตา นาม.

อรตีติ อุกฺกณฺฐา. ปนฺตเสนาสเนสุ, อธิกุสลธมฺเมสุ จ อนภิรติ. ตนฺทีติ ปจลายิกา นิทฺทา. วิชมฺภิตาติ ถินมิทฺธาภิภเวน กายสฺส วิชมฺภนา. วิญฺญูหิ ครหา วิญฺญูครหา. เอกจฺโจ หิ อนวชฺชํเยว สาวชฺชํ กโรติ, ‘‘ลทฺธํ เม’’ติ ปมาณาธิกํ ภุญฺชิตฺวา ตํ ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺโต อุทฺธํวิเรจนอโธวิเรจนาทีหิ กิลมติ, สกลวิหาเร ภิกฺขู ตสฺส สรีรปฏิชคฺคนเภสชฺชปริเยสนาปสุตา โหนฺติ. อญฺเญ เต ‘‘กึ อิท’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อสุกสฺส อุทรํ อุทฺธุมาต’’นฺติอาทีนิ สุตฺวา ‘‘นิจฺจกาลเมส เอวํปกติโก อตฺตโน กุจฺฉิปมาณํ นาม น ชานาตี’’ติ นินฺทนฺติ, เอวํ อนวชฺชํเยว สาวชฺชํ กโรติ. เอวํ อกตฺวา ‘‘อนวชฺชตา จ ภวิสฺสตี’’ติ ปฏิเสวติ. อตฺตโน หิ ปกติอคฺคิพลาทึ ชานิตฺวา ‘‘เอวํ เม อรติอาทีนํ อภาเวน กายสุขตา, อครหิตพฺพตา จ ภวิสฺสตี’’ติ ปมาณยุตฺตเมว ปฏิเสวติ. ยาวตโก โภชเนน อตฺโถ, ตสฺส สาธเนน ยาวทตฺถํ อุทรสฺส ปริปูรเณน อุทราวเทหกํ โภชนํ ยาวทตฺถอุทราวเทหกโภชนํ, ตสฺส ปริวชฺชเนน. เสยฺยาย สยเนน ลทฺธพฺพสุขํ เสยฺยสุขํ, อุโภหิ ปสฺเสหิ สมฺปริวตฺตนกํ สยนฺตสฺส อุปฺปชฺชนสุขํ ปสฺสสุขํ, มิทฺเธน นิทฺทายเนน อุปฺปชฺชนสุขํ มิทฺธสุขํ, เตสํ เสยฺย…เป… สุขานํ ปหานโต จตุนฺนํ อิริยาปถานํ โยคฺยภาวสฺส ปฏิปาทนํ กายสฺส จตุอิริยาปถโยคฺยภาวปฏิปาทนํ, ตโต. สุโข อิริยาปถวิหาโร ผาสุวิหาโร. ปจฺฉิเม วิกปฺเป, สพฺพวิกปฺเปสุ วา วุตฺตํ ผาสุวิหารลกฺขณํ อาคเมน สมตฺเถตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตีสุปิ วิกปฺเปสุ อาหารสฺส อูนปริโภควเสเนว หิ ผาสุวิหาโร วุตฺโตติ.

เอตฺตาวตาติ ‘‘ยาตฺรา’’ติอาทินา วุตฺเตน ปทตฺตเยน. ‘‘ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตี’’ติ ปโยชนปริคฺคหทีปนา. ยาตฺรา หิ นํ อาหารูปโยคํ ปโยเชตีติ. ธมฺมิกสุขาปริจฺจาคเหตุโก ผาสุวิหาโร มชฺฌิมา ปฏิปทา อนฺตทฺวยปริวชฺชนโต. อิมสฺมึ ปน ฐาเน อฏฺฐ องฺคานิ สโมธาเนตพฺพานิ – ‘‘เนว ทวายา’’ติ เอกํ องฺคํ, ‘‘น มทายา’’ติ เอกํ, ‘‘น มณฺฑนายา’’ติ เอกํ, ‘‘น วิภูสนายา’’ติ เอกํ, ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา ยาปนายา’’ติ เอกํ, ‘‘วิหึสูปรติยา พฺรหฺมจริยานุคฺคหายา’’ติ เอกํ, ‘‘อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ, นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ เอกํ, ‘‘ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตี’’ติ เอกํ. ‘‘อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จา’’ติ อยเมตฺถ โภชนานิสํโส. มหาสิวตฺเถโร ปนาห ‘‘เหฏฺฐา จตฺตาริ องฺคานิ ปฏิกฺเขโป นาม, อุปริ ปน อฏฺฐงฺคานิ สโมธาเนตพฺพานี’’ติ. ตตฺถ ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติ เอกํ องฺคํ, ‘‘ยาปนายา’’ติ เอกํ, ‘‘วิหึสูปรติยา’’ติ เอกํ, ‘‘พฺรหฺมจริยานุคฺคหายา’’ติ เอกํ, ‘‘อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามี’’ติ เอกํ, ‘‘นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ เอกํ, ‘‘ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตี’’ติ เอกํ, ‘‘อนวชฺชตา จา’’ติ เอกํ. ผาสุวิหาโร ปน โภชนานิสํโสติ. เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อาหารํ อาหาเรนฺโต ปฏิสงฺขา โยนิโส ปิณฺฑปาตํ ปฏิเสวติ นาม.

ยตฺถ ยตฺถาติ ภุมฺมนิทฺเทเสน เสน-สทฺทสฺส อธิกรณตฺถวุตฺติมาห. ตถา อาสน-สทฺทสฺสาติ. อฑฺฒโยคาทิมฺหีติ อาทิ-สทฺเทน ปาสาทาทึ, มญฺจาทิญฺจ สงฺคณฺหาติ. ยตฺถ ยตฺถ วิหาเร วา อฑฺฒโยคาทิมฺหิ วา อาสตีติ วิหารอฑฺฒโยคาทิเก อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อิธ อาทิ-สทฺเทน ปีฐสนฺถตาทีนมฺปิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ปริสหนฏฺเฐนาติ อภิภวนฏฺเฐน, วิพาธนฏฺเฐนาติ อตฺโถ. อุตุเยว อุตุปริสฺสโยติ สีตุณฺหาทิอุตุเยว อสปฺปาโย วุตฺตนเยน อุตุปริสฺสโย. ตสฺส อุตุปริสฺสยสฺส วิโนทนตฺถํ, อนุปฺปนฺนสฺส อนุปฺปาทนตฺถํ, อุปฺปนฺนสฺส วูปสมนตฺถญฺจาติ อตฺโถ. นานารมฺมณโต ปฏิสํหริตฺวา กมฺมฏฺฐานภูเต เอกสฺมึเยว อารมฺมเณ จิตฺตสฺส สมฺมเทว ลยนํ ปฏิสลฺลานํ, ตตฺถ อาราโม อภิรติ ปฏิสลฺลานาราโม, ตทตฺถํ. เสนาสนํ หิ วิวิตฺตํ โยคิโน ภาวนานุกูลํ สุญฺญาคารภาวโต. ตํ ปเนตํ อตฺถทฺวยํ วิภาเวตุํ ‘‘โย สรีราพาธจิตฺตวิกฺเขปกโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอกีภาวสุขตฺถนฺติ เอกีภาวเหตุกํ สุขํ เอกีภาวสุขํ, ตทตฺถํ. คณสงฺคณิกกิเลสสงฺคณิกาภาเวน อุปฺปชฺชนกสุขํ.

ยทิ อุตุเยว อุตุปริสฺสโย, ‘‘อุตุ จ สีตุณฺห’’นฺติ สีตุณฺหปฏิฆาตํ วตฺวา อุตุปริสฺสยวิโนทนํ กสฺมา วุตฺตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘กามญฺจา’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘นิยตํ อุตุปริสฺสยวิโนทน’’นฺติ เอเตน ‘‘สีตสฺส ปฏิฆาตาย อุณฺหสฺส ปฏิฆาตายา’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ สีตุณฺหํ อนิยตํ กทาจิ กทาจิ อุปฺปชฺชนกํ, อุตุปริสฺสโย ปน สพฺพทาภาวี อธิปฺเปโตติ ทสฺเสติ. วุตฺตปฺปกาโรติ ‘‘สีตาทิโก, อสปฺปาโย’’ติ จ เอวํ วุตฺตปฺปกาโร วิวฏงฺคณรุกฺขมูลาทีสุ นิสินฺนสฺส อปริคุตฺติยา อสํวุตทฺวาราทิตาย ปากฏปริสฺสยา, อสปฺปายรูปทสฺสนาทินา อปากฏปริสฺสยา จ ภิกฺขุสฺส กายจิตฺตานํ อาพาธํ กเรยฺยุํ. ยตฺถ คุตฺเต เสนาสเน อาพาธํ น กโรนฺติ. เอวํ ชานิตฺวาติ อุภยปริสฺสยรหิตนฺติ เอวํ ญตฺวา ปฏิเสวนฺโต ภิกฺขุ เวทิตพฺโพติ สมฺพนฺโธ.

ธาตุกฺโขภลกฺขณสฺส, ตํเหตุกทุกฺขเวทนาลกฺขณสฺส วา โรคสฺส ปฏิปกฺขภาโว ปฏิอยนฏฺโฐ. เตนาห ‘‘ปจฺจนีกคมนฏฺเฐนาติ อตฺโถ’’ติ, วูปสมนฏฺเฐนาติ วุตฺตํ โหติ. ยสฺส กสฺสจีติ สปฺปิอาทีสุ ยสฺส กสฺสจิ. สปฺปายสฺสาติ หิ ตสฺส วิการวูปสเมนาติ อธิปฺปาโย. ภิสกฺกสฺส กมฺมํ เตน วิธาตพฺพโต. เตนาห ‘‘เตน อนุญฺญาตตฺตา’’ติ. นครปริกฺขาเรหีติ นครํ ปริวาเรตฺวา รกฺขณเกหิ. วิวฏปริกฺเขโป ปริกฺขา อุฑฺฑาโป ปากาโร เอสิกา ปลิโฆ ปาการปตฺถณฺฑิลนฺติ สตฺต ‘‘นครปริกฺขารา’’ติ วทนฺติ. สีลปริกฺขาโรติ สุวิสุทฺธสีลาลงฺกาโร. อริยมคฺโค หิ อิธ ‘‘รโถ’’ติ อธิปฺเปโต. ตสฺส จ สมฺมาวาจาทโย อลงฺการฏฺเฐน ‘‘ปริกฺขาโร’’ติ วุตฺตา. ชีวิตปริกฺขาราติ ชีวิตสฺส ปวตฺติการณานิ. สมุทาเนตพฺพาติ สมฺมา อุทฺธํ อุทฺธํ อาเนตพฺพา ปริเยสิตพฺพา. ปริวาโรปิ โหติ อนฺตรายานํ ปริโต วารณโต. เตนาห ‘‘ชีวิต…เป… รกฺขณโต’’ติ.

ตตฺถ อนฺตรนฺติ วิวรํ, โอกาโสติ อตฺโถ. เวริกานํ อนฺตรํ อทตฺวา อตฺตโน สามิกานํ ปริวาเรตฺวา ฐิตเสวกา วิย รกฺขณโต. อสฺสาติ ชีวิตสฺส. การณภาวโตติ จิรปฺปวตฺติยา การณภาวโต. รสายนภูตํ หิ เภสชฺชํ สุจิรมฺปิ กาลํ ชีวิตํ ปวตฺเตติเยว. ยทิปิ อนุปฺปนฺนา เอว ทุกฺขเวทนา เภสชฺชปริโภเคน ปฏิหญฺญนฺติ, น อุปฺปนฺนา ตาสํ สรเสเนว ภิชฺชนโต, อุปฺปนฺนสทิสา ปน ‘‘อุปฺปนฺนา’’ติ วุจฺจนฺติ. ภวติ หิ ตํสทิเสสุ ตพฺโพหาโร, ยถา สา เอว ติตฺติริ, ตานิเยว โอสธานีติ. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนานนฺติ ชาตานํ ภูตานํ นิพฺพตฺตาน’’นฺติ. สญฺจยโต ปฏฺฐาย โส ธาตุกฺโขโภ สมุฏฺฐานํ เอเตสนฺติ ตํสมุฏฺฐานา. ‘‘ทุกฺขเวทนา’’ติ วตฺวา สา อกุสลสภาวาปิ อตฺถีติ ตโต วิเสเสตุํ ‘‘อกุสลวิปากเวทนา’’ติ วุตฺตํ. พฺยาพาธนฏฺเฐน พฺยาพาโธ, พฺยาพาโธว พฺยาพชฺฌํ, ทุกฺขนฺติ อตฺโถ. นตฺถิ เอตฺถ พฺยาพชฺฌนฺติ อพฺยาพชฺฌํ, นิทฺทุกฺขตา. เตนาห ‘‘อพฺยาพชฺฌปรมตายา’’ติ นิทฺทุกฺขปรมตายาติ. ตํ ทุกฺขนฺติ โรคนิมิตฺตกํ ทุกฺขํ.

จีวราทีนํ ปจฺจยานํ นิสฺสยนํ ปริโภโค เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เต ปฏิจฺจ นิสฺสายา’’ติ วตฺวา ‘‘ปริภุญฺชมานา’’ติ วุตฺตํ. ปวตฺตนฺตีติ ชีวนฺติ. ชีวนมฺปิ หิ ปวตฺตนํ, ยโต ชีวิตินฺทฺริยํ ‘‘ปวตฺตนรส’’นฺติ วุจฺจติ.

จตุปาริสุทฺธิสมฺปาทนวิธิวณฺณนา

๑๙. เอวํ ปาติโมกฺขสํวราทิเภเทน นิทฺทิฏฺฐํ สีลํ ปุน สาธนวิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘เอวเมตสฺมิ’’นฺติอาทิมารทฺธํ. ตตฺถ สาธียติ สมฺปาทิยติ เอเตนาติ สาธนํ, สทฺธา สาธนํ เอตสฺสาติ สทฺธาสาธโน. นนุ จ วีริยสติปญฺญาหิปิ วินา ปาติโมกฺขสํวโร น สิชฺฌตีติ? สจฺจํ น สิชฺฌติ, สทฺธาย ปน วิเสสเหตุภาวํ สนฺธาย เอวํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห

‘‘สาวกวิสยาตีตตฺตา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา’’ติ. ครุกลหุกาทิเภเท โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ ตสฺส ตสฺส อปราธสฺส อนุรูปํ สิกฺขาปทปญฺญาปนํ นาม สาวกานํ อวิสโย, พุทฺธานํ เอว วิสโย. สิกฺขาปทปญฺญาปนํ ตาว ติฏฺฐตุ, ตสฺส กาโลปิ นาม สาวกานํ อวิสโย, พุทฺธานํ เอว วิสโยติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนปฏิกฺเขโป เจตฺถ นิทสฺสน’’นฺติ อาห. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อาคเมหิ ตฺวํ สาริปุตฺต, อาคเมหิ ตฺวํ สาริปุตฺต, ตถาคโตว ตตฺถ กาลํ ชานิสฺสตี’’ติ (ปารา. ๒๑). ตตฺถ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เตน ‘‘อปญฺญตฺตํ น ปญฺญเปม, ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺทาม, ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺตามา’’ติ (ปารา. ๕๖๕) เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สทฺธายาติ สทฺทหเนน สตฺถริ, ธมฺเม จ สทฺธาย ปจฺจุปฏฺฐาปเนน. ชีวิเตปิ ปเคว ชีวิตปริกฺขาเรติ อธิปฺปาโย.

กิกีว อณฺฑนฺติ กิกีสกุณิกา วิย อตฺตโน อณฺฑํ. สา กิร ชีวิตมฺปิ ปริจฺจชิตฺวา อณฺฑเมว รกฺขติ. จมรีว วาลธินฺติ จมรีมิโค วิย อตฺตโน วาลธึ. จมรีมิคา กิร พฺยาเธน ปริปาติยมานา ชีวิตมฺปิ ปริจฺจชิตฺวา กณฺฑกคุมฺพาทีสุ ลคฺคํ อตฺตโน วาลเมว รกฺขนฺติ. ปิยํว ปุตฺตํ เอกกนฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยถา หิ เอกปุตฺตโก กุฏุมฺพิโก ตํ เอกปุตฺตํ, เอกนยโน จ ตํ เอกนยนํ สุฏฺฐุตรํ รกฺขติ. ตเถว สีลํ อนุรกฺขมานกาติ อนุกมฺปนวเสน วุตฺตํ. สุเปสลาติ สุฏฺฐุ ปิยสีลา. สทา สพฺพกาลํ ทหรมชฺฌิมเถรกาเลสุ. ฉนฺนมฺปิ คารวานํ วเสน สคารวา, ครุการวนฺโตติ อตฺโถ.

เอวเมว โขติ ยถา มหาสมุทฺโท ฐิตธมฺโม เวลํ นาติกฺกมติ, เอวเมว. มม สาวกาติ อริยสาวเก สนฺธายาห. เต หิ ธุวสีลา. อิมสฺมึ อตฺเถติ ชีวิตเหตุปิ สีลสฺส อวีติกฺกมเน.

มหาวตฺตนิอฏวี นาม วิญฺฌาฏวี. หิมวนฺตปสฺเส อฏวีติ เกจิ. เถรนฺติ นามโคตฺตวเสน อปญฺญาตํ เอกํ เถรํ. นิปชฺชาเปสุํ คนฺตฺวา กสฺสจิ มา อาโรเจยฺยาติ.

ปูติลตายาติ คโฬจิลตาย. สมสีสีติ ชีวิตสมสีสี. ยสฺส หิ กิเลสสีสํ อวิชฺชํ มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺตมคฺโค ปริยาทิยติ, ตโต เอกูนวีสติเม ปจฺจเวกฺขณญาเณ ปติฏฺฐาย ภวงฺโคตฺตรเณ วฏฺฏสีสํ ชีวิตินฺทฺริยํ จุติจิตฺตํ ปริยาทิยติ, โส อิมาย วารสมตาย ‘‘ชีวิตสมสีสี’’ติ วุจฺจติ. โส จ เถโร ตถา ปรินิพฺพายิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สมสีสี หุตฺวา ปรินิพฺพายี’’ติ. อภยตฺเถโร กิร มหาภิญฺโญ. ตสฺมา เจติยํ การาเปสีติ วทนฺติ. อปฺเปวาติ อปฺเปว นาม อตฺตโน ชีวิตมฺปิ ชเหยฺย, น ภินฺเทติ น ภินฺเทยฺย, น วีติกฺกเมยฺย.

สติยา อธิฏฺฐิตานนฺติ ปเคว อุปฏฺฐิตาย สติยา อารกฺขวเสน อธิฏฺฐิตานํ อินฺทฺริยานํ. อนนฺวาสฺสวนียโตติ ทฺวารภาเวน อภิชฺฌาทีหิ อนนุพนฺธิตพฺพโต. วรนฺติ เสฏฺฐํ. ตตฺตายาติ อุณฺหาย. อาทิตฺตายาติ อาทิโต ปฏฺฐาย ทิตฺตาย. สมฺปชฺชลิตายาติ สมนฺตโต ชลนฺติยา. สโชติภูตายาติ เอกชาลีภูตาย. สมฺปลิมฏฺฐนฺติ สพฺพโส อามฏฺฐํ, อญฺจิตนฺติ อตฺโถ. น เตฺวว วรนฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. รูเปสูติ รูปารมฺมเณสุ. อนุพฺยญฺชนโส นิมิตฺตคฺคาโหติ กิเลสานํ อนุ อนุ พฺยญฺชนวเสน อุปฺปาทเนน ปากฏีกรณวเสน สุภาทินิมิตฺตคฺคาโห, อถ วา อนุพฺยญฺชนโสติ หตฺถปาทาทิอนุพฺยญฺชนโต, นิมิตฺตคฺคาโหติ อิตฺถิปุริสาทิสุภาทินิมิตฺตคฺคหณํ. จกฺขุทฺวาราทิปวตฺตสฺสาติ จกฺขุทฺวาราทีหิ ปวตฺตสฺส. วิญฺญาณสฺสาติ ชวนวิญฺญาณสฺส. นิมิตฺตาทิคฺคาหํ นิเสเธนฺเตน สมฺปาเทตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. อสํวิหิตสาขาปริวารนฺติ สมฺมา อวิหิตวติปริกฺเขปํ. ปรสฺสหารีหีติ ปรสนฺตกาวหารเกหิ โจเรหิ. สมติวิชฺฌตีติ สพฺพโส อติวิชฺฌติ อนุปวิสติ.

รูเปสูติ รูปเหตุ รูปนิมิตฺตํ. อุปฺปชฺชนกอนตฺถโต รกฺข อินฺทฺริยนฺติ สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุ. เอเต หิ ทฺวาราติ เอเต จกฺขาทิทฺวารา. สติกวาเฏน อสํวุตตฺตา วิวฏา. ตโต เอว อรกฺขิตา. กิเลสุปฺปตฺติยา เหตุภาเวน ตํสมงฺคินํ หนนฺตีติ การณูปจาเรเนว วุตฺตํ. เอเต วา รูปาทโย. กิเลสานํ อารมฺมณภูตา ทฺวารา จกฺขาทิทฺวารา. เต กีทิสา วิวฏา อรกฺขิตา อสํวุตจกฺขาทิเหตุํ ตํสมงฺคินํ หนนฺตีติ การณูปจาเรเนว วุตฺตํ. อคารนฺติ เคหํ. ทุจฺฉนฺนนฺติ น สมฺมา ฉาทิตํ. อภาวิตนฺติ โลกุตฺตรภาวนารหิตํ.

สมฺปาทิเตติอาทิสฺส โวทานปกฺขสฺส อตฺโถ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ. อยํ ปน สพฺพโส กิเลสานํ อนุปฺปาโท อติอุกฺกฏฺฐเทสนา มคฺเคนาคตสทิสตฺตา. สมฺปาเทตพฺโพติ ‘‘น ปุเนวํ กริสฺส’’นฺติ อธิฏฺฐานสุทฺธิยา สมฺปาเทตพฺโพ.

อธุนาปพฺพชิเตนาติ น จิรปพฺพชิเตน, นวปพฺพชิเตนาติ อตฺโถ. กามราเคน ฑยฺหามีติ กามราคคฺคินา ปริฑยฺหามิ. โส จ ปน ทาโห อิทานิ จิตฺตคโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จิตฺตํ เม ปริฑยฺหตี’’ติ. สาธูติ อายาจนา. นิพฺพาปนนฺติ ตสฺส นิพฺพาปนุปายํ. โคตมาติ เถรํ โคตฺเตน อาลปติ.

สญฺญาย วิปริเยสาติ ‘‘อสุเภ สุภ’’นฺติ ปวตฺตสญฺญาวิปริเยสเหตุ วิปรีตสญฺญานิมิตฺตํ. นิมิตฺตํ ปริวชฺเชหิ กีทิสํ? ราคูปสญฺหิตํ ราคุปฺปตฺติเหตุภูตํ สุภนิมิตฺตํ ปริวชฺเชหิ น มนสิ กโรหิ. น เกวลํ สุภนิมิตฺตสฺสามนสิกาโร เอว, อถ โข อสุภภาวนาย อตฺตโน จิตฺตํ ภาเวหิ. กถํ? เอกคฺคํ สุสมาหิตํ ยถา ตํ อสุภารมฺมเณ วิกฺเขปาภาเวน เอกคฺคํ, สุฏฺฐุ อปฺปิตภาเวน สุสมาหิตญฺจ โหติ, เอวํ ภาเวหีติ. เอวํ สมถภาวนาย กามราคสฺส วิกฺขมฺภนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมุจฺเฉทนวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺขาเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สงฺขาเร ปรโต ปสฺสาติ สพฺเพปิ สงฺขาเร อวิเธยฺยกตาย ‘‘ปเร’’ติ ปสฺส. อนิจฺจตาย ปน อุทยพฺพยปฏิปีฬิตตฺตา ทุกฺขโต, อนตฺตสภาวตฺตา, อตฺตวิรหโต จ โน อตฺตโต ปสฺส. เอวํ ลกฺขณตฺตยํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต มคฺคปฏิปาฏิยา จตุตฺถมคฺเคน สพฺพโส นิพฺพาเปหิ มหาราคํ เตภูมกสฺส อภิภวนโต มหาวิสยตาย มหาราคํ วูปสเมหิ. ยถา เอตรหิ, เอวํ มา ฑยฺหิตฺโถ ปุนปฺปุนนฺติ ทฬฺหตรํ ราควิโนทเน นิโยเชสิ.

เอวํ อินฺทฺริยสํวรสีลสฺส สมฺปาทเน วิธึ ทสฺเสตฺวา เอวํ ตํ สุสมฺปาทิตํ โหตีติ นยํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทินา ตตฺถ ปริปูรการิโน เถเร นิทสฺเสติ. ตตฺถ ‘‘เลณํ น อุลฺโลกิตปุพฺพ’’นฺติ อิทํ สพฺพตฺเถว เถรสฺส ยุคมตฺตทสฺสิตาย วุตฺตํ. กึ ปน เถโร เสนาสนํ น โสเธติ? ‘‘อุลฺโลกา ปฐมํ โอหาเรตพฺพ’’นฺติ หิ วุตฺตํ, อนฺเตวาสิกาทโย เอว กิรสฺส เสนาสนํ โสเธนฺติ. อสฺส นาครุกฺขสฺส.

ตสฺมึ คาเมติ มหาคาเม. ตรุณา ถญฺญปิวนกา ปุตฺตธีตโร ยาสํ ตา ตรุณปุตฺตา, ตาสํ. ลญฺชาเปสีติ ถนปฏฺฏิกาย ถเน พนฺธาเปตฺวา ราชมุทฺทิกาย ลญฺชาเปสิ. ราชา เถรํ จิรตรํ ทฏฺฐุํ กาลวิกฺเขปํ กโรนฺโต ‘‘เสฺว สีลานิ คณฺหิสฺสามี’’ติ อาห. เถโร รญฺโญ จ เทวิยา จ วนฺทนกาเล สตฺตาการมตฺตํ คณฺหาติ. อิตฺถี ปุริโสติ ปน วิเวกํ น กโรติ. เตนาห ‘‘ววตฺถานํ น กโรมี’’ติ. ‘‘อโห สุปริสุทฺธสีโล วตายํ อยฺโย’’ติ ทณฺฑทีปิกํ คเหตฺวา อฏฺฐาสิ. อติปริสุทฺธํ ปากฏนฺติ สปฺปายลาเภน กมฺมฏฺฐานํ อติวิย ปริสุทฺธํ วิภูตํ อโหสิ. สกลํ ปพฺพตํ อุนฺนาทยนฺโตติ ปถวิกมฺปเนน สกลํ ปพฺพตํ เอกํ นินฺนาทํ กโรนฺโต. ตนฺนิวาสิเทวตานํ สาธุการทาเนนาติ เกจิ. ภนฺโตติ อนวฏฺฐิโต. พาโลติ ตรุณทารโก. อุตฺรสฺโตติ ญาตเกหิ วินาภาเวน สนฺตฺรสฺโต.

วิสคณฺฑกโรโคติ ถนกนฺทฬโรคมาห. มาสโรคาทิโกปิ วิสคณฺฑกโรโคติ วทนฺติ. ยโต ปพฺพชิโต, ตโต ปฏฺฐาย ปพฺพชิตกาลโต ปภุตีติ อตฺโถ. อินฺทฺริยานีติ อินฺทฺริยสํวรสีลานิ. เตสุ หิ ภินฺเนสุ อินฺทฺริยานิปิ ภินฺนานีติ วุจฺจนฺติ อารกฺขาภาวโต, อินฺทฺริยาเนว วา นิมิตฺตานุพฺยญฺชนคฺคาหสฺส ทฺวารภูตานิ ภินฺนานิ นาม ตํสมงฺคิโน อนตฺถุปฺปตฺติโต, วิปริยายโต อภินฺนานีติ เวทิตพฺพานิ. อินฺทฺริยานํ วา อโยนิโส อุปสํหาโร เภทนํ, โยนิโส อุปสํหาโร อเภทนนฺติ อปเร. มิตฺตตฺเถโรวาติ มหามิตฺตตฺเถโร วิย. วเรติ เสฏฺเฐ.

ตถา วีริเยนาติ ตถา-สทฺเทน วีริยํ วิเสเสติ. ยถา สติ อนวชฺชลกฺขณาว อินฺทฺริยสํวรสาธนํ, ตถา วีริยํ อนวชฺชลกฺขณํ อาชีวปาริสุทฺธิสาธนนฺติ. วีริยาเปกฺขเมว วิเสสนํ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนวาห ‘‘สมฺมาอารทฺธวีริยสฺสา’’ติ. อยุตฺตา เอสนา อเนสนา, ยถาวุตฺตมิจฺฉาชีวสงฺคหา. สา เอว สตฺถุสาสนสฺส น ปติรูปาติ อปฺปติรูปํ, ตํ อเนสนํ อปฺปติรูปํ. อถ วา ปติรูปวิโรธินี อปฺปติรูปา, ปริคฺคหิตธุตงฺคสฺส ธุตงฺคนิยมวิโรธินี ยสฺส กสฺสจิ สลฺเลขวิโกปินี ปฏิปตฺติ. อิมสฺมึ ปกฺเข จ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, อเนสนํ, อปฺปติรูปญฺจ ปหายาติ. ปฏิเสวมาเนน ปริวชฺชยตา สมฺปาเทตพฺพาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ปริสุทฺธุปฺปาเท’’ติ อิมินาว ธมฺมเทสนาทีนํ ปริสุทฺธาย สมุฏฺฐานตา ทีปิตา โหตีติ ‘‘ธมฺมเทสนาทีหิ จสฺส คุเณหิ ปสนฺนาน’’นฺติ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน พาหุสจฺจวตฺตปริปูรณอิริยาปถสมฺปตฺติอาทีนํ คหณํ เวทิตพฺพํ. ธุตคุเณ จสฺส ปสนฺนานนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปิณฺฑปาตจริยาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน มิตฺตสุหชฺชปํสุกูลจริยาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ธุตงฺคนิยมานุโลเมนาติ ตํตํธุตงฺคนิยตาย ปฏิปตฺติยา อนุโลมวเสน, อวิโกปนวเสนาติ อตฺโถ. มหิจฺฉสฺเสว มิจฺฉาชีเวน ชีวิกา, น อปฺปิจฺฉสฺส. อปฺปิจฺฉตาย อุกฺกํสคตาย มิจฺฉาชีวสฺส อสมฺภโว เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกพฺยาธิวูปสมตฺถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปูติหริตกีติ ปูติมุตฺตปริภาวิตํ, ปูติภาเวน วา ฉฑฺฑิตํ หริตกํ. อริยวํโส เอตสฺส อตฺถีติ, อริยวํเส วา นิยุตฺโตติ อริยวํสิโก, ปจฺจยเคธสฺส ทูรสมุสฺสาริตตฺตา อุตฺตโม จ โส อริยวํสิโก จาติ อุตฺตมอริยวํสิโก. ยสฺส กสฺสจีติ ปริคฺคหิตาปริคฺคหิตธุตงฺเคสุ ยสฺส กสฺสจิ.

นิมิตฺตํ นาม ปจฺจเย อุทฺทิสฺส ยถา อธิปฺปาโย ญายติ เอวํ นิมิตฺตกมฺมํ. โอภาโส นาม อุชุกเมว อกเถตฺวา ยถา อธิปฺปาโย วิภูโต โหติ, เอวํ โอภาสนํ. ปริกถา นาม ปริยาเยน กถนํ. ตถา อุปฺปนฺนนฺติ นิมิตฺตาทิวเสน อุปฺปนฺนํ.

ทฺวารํ ทินฺนนฺติ โรคสีเสน ปริโภคสฺส ทฺวารํ ทินฺนํ. ตสฺมา อโรคกาเลปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, อาปตฺติ น โหตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘กิญฺจาปิ อาปตฺติ น โหตี’’ติอาทิ. น วฏฺฏตีติ สลฺเลขปฏิปตฺติยํ ฐิตสฺส น วฏฺฏติ, สลฺเลขํ โกเปตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อาชีวํ ปน โกเปตี’’ติ อิมินาว เสนาสนปฏิสํยุตฺตธุตงฺคธรสฺส นิมิตฺตาทโย น วฏฺฏนฺตีติ วทนฺติ. ตทญฺญธุตงฺคธรสฺสาปิ น วฏฺฏนฺติเยวาติ อปเร. อกโรนฺโตติ ยถาสกํ อนุญฺญาตวิสเยปิ อกโรนฺโต. อญฺญเตฺรวาติ ฐเปตฺวา เอว.

คณวาสํ ปหาย อรญฺญายตเน ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวกสฺส มุทฺธภูตาย อคฺคผลสมาปตฺติยา วิหรนฺโต มหาเถโร ‘‘ปวิเวกํ พฺรูหยมาโน’’ติ วุตฺโต. อุทรสนฺนิสฺสิโต วาตาพาโธ อุทรวาตาพาโธ. อสมฺภินฺนํ ขีรํ เอตสฺสาติ อสมฺภินฺนขีรํ, ตเทว ปายาสนฺติ อสมฺภินฺนขีรปายาสํ, อุทเกน อสมฺมิสฺสขีเรน ปกฺกปายาสนฺติ อตฺโถ. ตสฺสาติ ปายาสสฺส. อุปฺปตฺติมูลนฺติ ‘‘คิหิกาเล เม, อาวุโส, มาตา สปฺปิมธุสกฺกราทีหิ โยเชตฺวา อสมฺภินฺนขีรปายาสํ อทาสิ, เตน เม ผาสุ อโหสี’’ติ อตฺตโน วจีนิจฺฉารณสงฺขาตํ อุปฺปตฺติเหตุํ. ‘‘อปริโภคารโห ปิณฺฑปาโต’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ เถรสฺส โอภาสนาทิจิตฺตุปฺปตฺติเยว นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, อชฺฌาสยํ ปน อชานนฺตา เอกจฺเจ ปุถุชฺชนา ตถา มญฺเญยฺยุํ, อนาคเต จ สพฺรหฺมจาริโน เอวํ มม ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยุนฺติ ปฏิกฺขิปิ. อปิจ มหาเถรสฺส ปรมุกฺกํสคตา สลฺเลขปฏิปตฺติ. ตถา หิ ทหรภิกฺขุโน ‘‘กสฺส สมฺปนฺนํ น มนาป’’นฺติ (ปาจิ. ๒๐๙, ๒๕๗, ๖๑๒, ๑๒๒๘, ๑๒๓๔; จูฬว. ๓๔๓) วจนํ นิสฺสาย ยาว ปรินิพฺพานา ปิฏฺฐขาทนียํ น ขาทติ.

วจีวิญฺญตฺติวิปฺผาราติ วจีนิจฺฉารณเหตุ. อตฺถวิญฺญาปนวเสน ปวตฺตมาโน หิ สทฺโท อสติปิ วิญฺญตฺติยา ตสฺส เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจยภาเว วจีวิญฺญตฺติวเสเนว ปวตฺตตีติ ‘‘วจีวิญฺญตฺติวิปฺผาโร’’ติ วุจฺจติ. ภุตฺโตติ ภุตฺตวา สเจ ภเวยฺยํ อหํ. สาติ อสฺส. อการโลเปน หิ นิทฺเทโส ‘‘เอวํส เต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘; ๘.๗) วิย. อนฺตคุณนฺติ อนฺตโภโค. พหิ จเรติ อาสยโต นิกฺขมิตฺวา โคจรคฺคหณวเสน พหิ ยทิ วิจเรยฺย. ปรมปฺปิจฺฉํ ทสฺเสตุํ โลกโวหาเรเนวมาห. โลเก หิ อยุตฺตโภชนํ โอทริยํ ครหนฺตา เอวํ วทนฺติ ‘‘กึสุ นาม ตสฺส อนฺตานิ พหิ จรนฺตี’’ติ. อาราเธมีติ อาทิโต ปฏฺฐาย ราเธมิ, วเส วตฺเตมีติ อตฺโถ.

มหาติสฺสตฺเถโร กิร ทุพฺภิกฺขกาเล มคฺคํ คจฺฉนฺโต ภตฺตจฺเฉเทน, มคฺคกิลมเถน จ กิลนฺตกาโย ทุพฺพโล อญฺญตรสฺส ผลิตสฺส อมฺพสฺส มูเล นิปชฺชิ, พหูนิ อมฺพผลานิ ตหํ ตหํ ปติตานิ โหนฺติ. ตตฺเถโก วุฑฺฒตโร อุปาสโก เถรสฺส สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา ปริสฺสมํ ญตฺวา อมฺพปานํ ปาเยตฺวา อตฺตโน ปิฏฺฐึ อาโรเปตฺวา วสนฏฺฐานํ เนติ. เถโร –

‘‘น ปิตา นปิ เต มาตา, น ญาติ นปิ พนฺธโว;

กโรเตตาทิสํ กิจฺจํ, สีลวนฺตสฺส การณา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๐) –

อตฺตานํ โอวทิตฺวา สมฺมสนํ อารภิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ตสฺส ปิฏฺฐิคโต เอว มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. อิมํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อมฺพขาทกมหาติสฺสตฺเถรวตฺถุปิ เจตฺถ กเถตพฺพ’’นฺติ. สพฺพถาปีติ สพฺพปฺปกาเรนปิ อเนสนวเสน, จิตฺตุปฺปตฺติวเสนปิ, ปเคว กายวจีวิปฺผนฺทิตวเสนาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อเนสนายา’’ติอาทิ.

อปจฺจเวกฺขิตปริโภเค อิณปริโภคอาปตฺติอาทีนวสฺส, ตพฺพิปริยายโต ปจฺจเวกฺขิตปริโภเค อานิสํสสฺส จ ทสฺสนํ อาทีนวานิสํสทสฺสนํ. ตสฺส ปน ปจฺจยาธิการตฺตา วุตฺตํ ‘‘ปจฺจเยสู’’ติ. การณการณมฺปิ หิ การณภาเวน วุจฺจติ ยถา ติเณหิ ภตฺตํ สิทฺธนฺติ. เยน การเณน ภิกฺขุโน อปจฺจเวกฺขิตปริโภโค นาม สิยา, ตสฺมึ วชฺชิเต ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ สิชฺฌติ, วิสุชฺฌติ จาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปจฺจยเคธนฺติ เคธคฺคหเณเนว สมฺโมโหปิ คหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ เตน สห ปวตฺตนโต, ตทุปนิสฺสยโต จ. ธมฺเมน สเมน อุปฺปนฺเนติ อิทํ ปจฺจยานํ อาคมนสุทฺธิทสฺสนํ, น ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลวิสุทฺธิทสฺสนํ. ปจฺจยานํ หิ อิทมตฺถิตํ อุปธาเรตฺวา ปริภุญฺชนํ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ. ยสฺมา ปน เต ปจฺจยา ญายาธิคตา เอว ภิกฺขุนา ปริภุญฺชิตพฺพา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ธมฺเมน สเมน อุปฺปนฺเน ปจฺจเย’’ติ. ยถาวุตฺเตน วิธินาติ ‘‘สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘; มหานิ. ๒๐๖) วุตฺตวิธินา.

ธาตุวเสน วาติ ‘‘ยถาปจฺจยํ วตฺตมานํ ธาตุมตฺตเมเวตํ, ยทิทํ จีวราทิ, ตทุปภุญฺชโก จ ปุคฺคโล’’ติ เอวํ ธาตุมนสิการวเสน วา. ปฏิกูลวเสน วาติ ปิณฺฑปาเต ตาว อาหาเร ปฏิกูลสญฺญาวเสน, ‘‘สพฺพานิ ปน อิมานิ จีวราทีนิ อชิคุจฺฉนียานิ, อิมํ ปูติกายํ ปตฺวา อติวิย ชิคุจฺฉนียานิ ชายนฺตี’’ติ เอวํ ปฏิกูลมนสิการวเสน วา. ตโต อุตฺตรีติ ปฏิลาภกาลโต อุปริ. อนวชฺโชวปริโภโค อาทิโตว ปญฺญาย ปริโสธิตตฺตา อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตปตฺตจีวรานํ วิยาติ. ปจฺจเวกฺขณาย อาทิสุทฺธิทสฺสนปรเมตํ, น ปริโภคกาเล ปจฺจเวกฺขณปฏิกฺเขปปรํ. เตนาห ‘‘ปริโภคกาเลปี’’ติอาทิ. ตตฺราติ ตสฺมึ ปริโภคกาเล ปจฺจเวกฺขเณ. สนฺนิฏฺฐานกโรติ อสนฺเทหกโร เอกนฺติโก.

เถยฺยปริโภโค นาม อนรหสฺส ปริโภโค. ภควตาปิ อตฺตโน สาสเน สีลวโต ปจฺจยา อนุญฺญาตา, น ทุสฺสีลสฺส. ทายกานมฺปิ สีลวโต เอว ปริจฺจาโค, น ทุสฺสีลสฺส. อตฺตโน การานํ มหปฺผลภาวสฺส ปจฺจาสีสนโต. อิติ สตฺถารา อนนุญฺญาตตฺตา, ทายเกหิ จ อปริจฺจตฺตตฺตา ทุสฺสีลสฺส ปริโภโค เถยฺยาย ปริโภโค เถยฺยปริโภโค. อิณวเสน ปริโภโค อิณปริโภโค, ปฏิคฺคาหกโต ทกฺขิณาวิสุทฺธิยา อภาวโต อิณํ คเหตฺวา ปริโภโค วิยาติ อตฺโถ. ตสฺมาติ ‘‘สีลวโต’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. จีวรํ กายโต โมเจตฺวา ปริโภเค ปริโภเค ปุเรภตฺต…เป… ปจฺฉิมยาเมสุ ปจฺจเวกฺขิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ตถา อสกฺโกนฺเตน ยถาวุตฺตกาลวิเสสวเสน เอกทิวเส จตุกฺขตฺตุํ ติกฺขตฺตุํ ทฺวิกฺขตฺตุํ สกึเยว วา ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ. สเจ อรุณํ อุคฺคจฺฉติ, อิณปริโภคฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. หิยฺโย ยํ มยา จีวรํ ปริภุตฺตํ, ตํ ยาวเทว สีตสฺส ปฏิฆาตาย…เป… หิริโกปีนปฏิจฺฉาทนตฺถํ. หิยฺโย โย มยา ปิณฺฑปาโต ปริภุตฺโต, โส ‘‘เนว ทวายา’’ติอาทินา สเจ อตีตปริโภคปจฺจเวกฺขณํ น กเรยฺยาติ วทนฺติ, ตํ วีมํสิตพฺพํ. เสนาสนมฺปิ ปริโภเค ปริโภเคติ ปเวเส ปเวเส. สติปจฺจยตาติ สติยา ปจฺจยภาโว ปฏิคฺคหณสฺส, ปริโภคสฺส จ ปจฺจเวกฺขณสติยา ปจฺจยภาโว ยุชฺชติ, ปจฺจเวกฺขิตฺวาว ปฏิคฺคเหตพฺพํ, ปริภุญฺชิตพฺพญฺจาติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘สตึ กตฺวา’’ติอาทิ. เอวํ สนฺเตปีติ ยทิปิ ทฺวีสุปิ ฐาเนสุ ปจฺจเวกฺขณา ยุตฺตา, เอวํ สนฺเตปิ. อปเร ปนาหุ – สติ ปจฺจยตาติ สติ เภสชฺชปริโภคสฺส ปจฺจยภาเว, สติ ปจฺจเยติ อตฺโถ. เอวํ สนฺเตปีติ ปจฺจเย สติปีติ. ตํ เตสํ มติมตฺตํ. ตถา หิ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ ปจฺจเวกฺขณาย วิสุชฺฌติ, น ปจฺจยสฺส ภาวมตฺเตน.

เอวํ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลสฺส วิสุทฺธึ ทสฺเสตฺวา เตเนว ปสงฺเคน สพฺพาปิ วิสุทฺธิโย ทสฺเสตุํ ‘‘จตุพฺพิธา หิ สุทฺธี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุชฺฌติ เอตายาติ สุทฺธิ, ยถาธมฺมํ เทสนาว สุทฺธิ เทสนาสุทฺธิ. วุฏฺฐานสฺสาปิ เจตฺถ เทสนาย เอว สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ฉินฺนมูลาปตฺตีนํ ปน อภิกฺขุตาปฏิญฺญาว เทสนา. อธิฏฺฐานวิสิฏฺโฐ สํวโรว สุทฺธิ สํวรสุทฺธิ. ธมฺเมน สเมน ปจฺจยานํ ปริเยฏฺฐิ เอว สุทฺธิ ปริเยฏฺฐิสุทฺธิ. จตูสุปิ ปจฺจเยสุ วุตฺตวิธินา ปจฺจเวกฺขณาว สุทฺธิ ปจฺจเวกฺขณสุทฺธิ. เอส ตาว สุทฺธีสุ สมาสนโย. สุทฺธิมนฺเตสุ ปน เทสนา สุทฺธิ เอตสฺสาติ เทสนาสุทฺธิ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. สุทฺธิ-สทฺโท ปน วุตฺตนโยว. เอวนฺติ สํวรเภทํ สนฺธายาห. ปหายาติ วชฺเชตฺวา, อกตฺวาติ อตฺโถ.

ทาตพฺพฏฺเฐน ทายํ, ตํ อาทิยนฺตีติ ทายาทา. อนนุญฺญาเตสุ สพฺเพน สพฺพํ ปริโภคาภาวโต, อนุญฺญาเตสุ เอว จ ปริโภคสมฺภวโต ภิกฺขูหิ ปริภุญฺชิตพฺพปจฺจยา ภควโต สนฺตกา. ‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ มา อามิสทายาทา. อตฺถิ เม ตุเมฺหสุ อนุกมฺปา ‘กินฺติ เม สาวกา ธมฺมทายาทา ภเวยฺยุํ โน อามิสทายาทา’’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๙) เอวํ ปวตฺตํ ธมฺมทายาทสุตฺตญฺจ เอตฺถ เอตสฺมึ อตฺเถ สาธกํ.

อวีตราคานํ ตณฺหาปรวสตาย ปจฺจยปริโภเค สามิภาโว นตฺถิ, ตทภาเวน วีตราคานํ ตตฺถ สามิภาโว ยถารุจิปริโภคสมฺภวโต. ตถา หิ เต ปฏิกูลมฺปิ อปฺปฏิกูลากาเรน, อปฺปฏิกูลมฺปิ ปฏิกูลากาเรน, ตทุภยมฺปิ วชฺเชตฺวา อชฺฌุเปกฺขนากาเรน ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺติ, ทายกานญฺจ มโนรถํ ปริปูเรนฺติ. เตนาห ‘‘เต หิ ตณฺหาย ทาสพฺยํ อตีตตฺตา สามิโน หุตฺวา ปริภุญฺชนฺตี’’ติ.

สพฺเพสนฺติ อริยานํ, ปุถุชฺชนานญฺจ. กถํ ปุถุชฺชนานํ อิเม ปริโภคา สมฺภวนฺติ? อุปจารวเสน. โย หิ ปุถุชฺชนสฺสาปิ สลฺเลขปฏิปตฺติยํ ฐิตสฺส ปจฺจยเคธํ ปหาย ตตฺถ ตตฺถ อนุปลิตฺเตน จิตฺเตน ปริโภโค, โส สามิปริโภโค วิย โหติ. สีลวโต ปน ปจฺจเวกฺขิตปริโภโค ทายชฺชปริโภโค วิย โหติ, ทายกานํ มโนรถสฺส อวิราธนโต. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ทายชฺชปริโภเคเยว วา สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ. กลฺยาณปุถุชฺชนสฺส ปริโภเค วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, ตสฺส เสกฺขสงฺคหโต. เสกฺขสุตฺตํ (สํ. นิ. ๕.๑๓) เหตสฺสตฺถสฺส สาธกํ. เตนาห ‘‘สีลวาปิ หี’’ติอาทิ. ปจฺจนีกตฺตาติ ยถา อิณายิโก อตฺตโน รุจิยา อิจฺฉิตเทสํ คนฺตุํ น ลภติ, เอวํ อิณปริโภคยุตฺโต โลกโต นิสฺสริตุํ น ลภตีติ ตปฺปฏิปกฺขตฺตา สีลวโต ปจฺจเวกฺขิตปริโภโค อาณณฺยปริโภโคติ อาห ‘‘อาณณฺยปริโภโค วา’’ติ. เอเตน นิปฺปริยายโต จตุปริโภควินิมุตฺโต วิสุํเยวายํ ปริโภโคติ ทสฺเสติ. อิมาย สิกฺขายาติ สีลสงฺขาตาย สิกฺขาย. กิจฺจการีติ ปฏิญฺญานุรูปํ ปฏิปชฺชนโต ยุตฺตปตฺตการี.

อิทานิ ตเมว กิจฺจการิตํ สุตฺตปเทน วิภาเวตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วิหารนฺติ ปติสฺสยํ. สยนาสนนฺติ มญฺจาทึ. อุภเยนปิ เสนาสนเมว วุตฺตํ. อาปนฺติ อุทกํ. สงฺฆาฏิรชูปวาหนนฺติ ปํสุมลาทิโน สงฺฆาฏิคตรชสฺส โธวนํ. สุตฺวาน ธมฺมํ สุคเตน เทสิตนฺติ จีวราทีสุ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวติ สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘; มหานิ. ๒๐๖) นเยน ภควตา เทสิตํ ธมฺมํ สุตฺวา. สงฺขาย เสเว วรปญฺญสาวโกติ ‘‘ปิณฺฑ’’นฺติ วุตฺตํ ปิณฺฑปาตํ, วิหาราทิปเทหิ วุตฺตํ เสนาสนํ, ‘‘ปิปาสาเคลญฺญสฺส วูปสมนโต ปานียมฺปิ คิลานปจฺจโย’’ติ อาปมุเขน ทสฺสิตํ คิลานปจฺจยํ, สงฺฆาฏิยาทิจีวรนฺติ จตุพฺพิธํ ปจฺจยํ สงฺขาย ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; ๒.๒๔; ๓.๗๕; สํ. นิ. ๔.๑๒๐; อ. นิ. ๖.๕๘; ๘.๙; ธ. ส. ๑๓๕๕) นเยน ปจฺจเวกฺขิตฺวา. เสเว เสวิตุํ สกฺกุเณยฺย อุตฺตมปญฺญสฺส ภควโต สาวโก เสโข วา ปุถุชฺชโน วา.

ยสฺมา จ สงฺขาย เสวี วรปญฺญสาวโก, ตสฺมา หิ ปิณฺเฑ…เป… โปกฺขเร วาริพินฺทุ, ตถา โหติ. กาเลนาติ อริยานํ โภชนกาเล. ลทฺธาติ ลภิตฺวา. ปรโตติ อญฺญโต ทายกโต. อนุคฺคหาติ อนุกมฺปาย พหุมฺหิ อุปนีเต มตฺตํ โส ชญฺญา ชาเนยฺย สตตํ สพฺพกาลํ อุปฏฺฐิโต อุปฏฺฐิตสฺสติ. อาเลปนรูหเน ยถาติ เภสชฺชเลปเนน วณสฺส รุหเน วิย, มตฺตํ ชาเนยฺยาติ โยชนา. อาหเรติ อาหเรยฺย. ‘‘อาหเรยฺยาหาร’’นฺติ วา ปาโฐ. ยาปนตฺถนฺติ สรีรสฺส ยาปนาย. อมุจฺฉิโตติ ตณฺหามุจฺฉาย อมุจฺฉิโต เคธํ ตณฺหํ อนาปนฺโน.

อตฺตโน มาตุลสฺส สงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺเสว นามสฺส คหิตตฺตา ภาคิเนยฺยสงฺฆรกฺขิตสามเณโร. สาลิกูรนฺติ สาลิภตฺตํ. สุนิพฺพุตนฺติ สุสีตลํ. อสญฺญโตติ อปจฺจเวกฺขณํ สนฺธายาห. สพฺพาสวปริกฺขีโณติ ปริกฺขีณสพฺพาสโว.

ปฐมสีลปญฺจกวณฺณนา

๒๐. ปริยนฺโต เอเตสํ อตฺถีติ ปริยนฺตานิ, ปริยนฺตานิ สิกฺขาปทานิ เยสํ เต ปริยนฺตสิกฺขาปทา, เตสํ ปริยนฺตสิกฺขาปทานํ. อุปสมฺปนฺนานนฺติ ฐเปตฺวา กลฺยาณปุถุชฺชนเสกฺขาเสกฺเข ตทญฺเญสํ อุปสมฺปนฺนานํ. สามญฺญโชตนาปิ หิ วิเสเส ติฏฺฐติ. กุสลธมฺเม ยุตฺตานนฺติ วิปสฺสนาจาเร ยุตฺตปยุตฺตานํ. เสกฺขธมฺมา ปริยนฺตา ปรมา มริยาทา เอตสฺสาติ เสกฺขปริยนฺโต. นามรูปปริจฺเฉทโต, กุสลธมฺมสมาทานโต วา ปน ปฏฺฐาย ยาว โคตฺรภู, ตาว ปวตฺตกุสลธมฺมปฺปพนฺโธ เสกฺขธมฺเม อาหจฺจ ฐิโต เสกฺขปริยนฺโต. เสกฺขธมฺมานํ วา เหฏฺฐิมนฺตภูตา สิกฺขิตพฺพา โลกิยา ติสฺโส สิกฺขา เสกฺขปริยนฺโต, ตสฺมึ เสกฺขปริยนฺเต. ปริปูรการีนนฺติ กิญฺจิปิ สิกฺขํ อหาเปตฺวา ปูเรนฺตานํ. อุปริวิเสสาธิคมตฺถํ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขานํ. ตโต เอว สีลปาริปูริอตฺถํ ปริจฺจตฺตชีวิตานํ. ทิฏฺฐิสํกิเลเสน อปรามสนียโต ปาริสุทฺธิวนฺตํ สีลํ อปรามฏฺฐปาริสุทฺธิสีลํ. กิเลสานํ สพฺพโส ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ปาริสุทฺธิวนฺตํ สีลํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปาริสุทฺธิสีลํ.

อนุปสมฺปนฺนานํ อเสกฺขานํ, เสกฺขานํ, กลฺยาณปุถุชฺชนานญฺจ สีลํ มหานุภาวตาย อานุภาวโต อปริยนฺตเมวาติ อาห ‘‘คณนวเสน สปริยนฺตตฺตา’’ติ. กายวาจานํ สํวรณโต, วินยนโต จ สํวรวินยา. เปยฺยาลมุเขน นิทฺทิฏฺฐาติ ตตฺถ ตตฺถ สตฺถารา เทสิตวิตฺถารนเยน ยถาวุตฺตคณนโต นิทฺทิฏฺฐา. สิกฺขาติ สีลสงฺขาตา สิกฺขา. วินยสํวเรติ วินยปิฏเก. คณนวเสน สปริยนฺตมฺปิ อุปสมฺปนฺนานํ สีลนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยํ กิญฺจิ หิ อุปสมฺปนฺเนน สิกฺขิตพฺพํ สีลํ นาม, ตตฺถ กสฺสจิปิ อนวเสสโต อนวเสสวเสน. สมาทานภาวนฺติ สมาทานสพฺภาวํ. ลาภ…เป… วเสน อทิฏฺฐปริยนฺตภาโว ลาภาทิเหตุ สีลสฺส อวีติกฺกโม.

ธนํ จเช องฺควรสฺส เหตุ ปาริปนฺถิกโจราทีหิ อุปทฺทุโต. องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน สปฺปทฏฺฐาทิกาเล. องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ สพฺพํ, จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต สุตโสมมหาโพธิสตฺตาทโย วิย. เตนาห ‘‘อิมํ สปฺปุริสานุสฺสตึ อวิชหนฺโต’’ติ. ชิฆจฺฉาปริสฺสเมน ชีวิตสํสเย สติปิ. สิกฺขาปทํ อวีติกฺกมฺมาติ อสฺสามิเกสุ อมฺพผเลสุ ภูมิยํ ปติเตสุ สมีเปเยว สนฺเตสุปิ ปฏิคฺคาหกาภาเวน อปริภุญฺชนฺโต ปฏิคฺคหณสิกฺขาปทํ อวีติกฺกมิตฺวา.

สีลวนฺตสฺสาติ สีลวนฺตภาวสฺส การณา, สีลวนฺตสฺส วา ตุยฺหํ เอตาทิสํ อํเสน วาหณาทิกํ กิจฺจํ กโรติ, การณา สีลสฺสาติ อธิปฺปาโย. สุโธตชาติมณิ วิยาติ จตูสุ ปาสาเณสุ สมฺมเทว โธตชาติมณิ วิย. มหาสงฺฆรกฺขิตภาคิเนยฺยสงฺฆรกฺขิตตฺเถรานํ วิยาติ มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺส, ตสฺเสว ภาคิเนยฺยสงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺส วิย จ. ‘‘กิมตฺถํ มยํ อิธาคตา’’ติ มหาชนสฺส วิปฺปฏิสาโร ภวิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. อจฺฉริกายาติ องฺคุลิโผฏเนน. อสติยาติ สติสมฺโมเสน. อญฺญาณปกตนฺติ อญฺญาเณน อปรชฺฌิตฺวา กตํ, อชานิตฺวา กตนฺติ อตฺโถ.

อปฺปสฺสุโตปิ เจ โหตีติ สุตฺตเคยฺยาทิสุตรหิโต โหติ เจ. สีเลสุ อสมาหิโตติ ปาติโมกฺขสํวราทิสีเลสุปิ น สมฺมา ปติฏฺฐิโต โหติ เจ. นาสฺส สมฺปชฺชเต สุตนฺติ อสฺส สีลรหิตสฺส ปุคฺคลสฺส สุตํ อตฺตโน, ปเรสญฺจ กตฺถจิ ภวสมฺปตฺติอาวหํ น โหติ. ‘‘ทุสฺสีโลยํ ปุริสปุคฺคโล’’ติ หิ สิกฺขากามา น ตสฺส สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺติ. พหุสฺสุโตปิ เจติ เอตฺถ เจ-ติ นิปาตมตฺตํ. ปสํสิโตติ ปสํสิโต เอว นาม.

ราควเสน อปรามฏฺฐคหเณน ตณฺหาปรามาสาภาวมาห. ตถารูปนฺติ ราควเสน อปรามฏฺฐํ. ภินฺทิตฺวาติ หนิตฺวา. สญฺญเปสฺสามีติ สญฺญตฺตึ กริสฺสามิ, อปฺปกํ เวลํ มํ วิสฺเสชฺเชตุนฺติ อธิปฺปาโย. อฏฺฏิยามีติ ชิคุจฺฉามิ. หรายามีติ ลชฺชามิ.

ปลิปนฺโนติ สีทนฺโต, สมฺมกฺขิโต วา. สีเลเนว สทฺธึ มริสฺสามีติ สีลํ อวินาเสนฺโต เตน สเหว มริสฺสามิ, น อิทานิ กทาจิปิ ตํ ปริจฺจชิสฺสามิ. สติ หิ ภวาทาเน สีเลน วิโยโค สิยา, ภวเมว นาทิยิสฺสามีติ อธิปฺปาโย. โรคํ สมฺมสนฺโตติ โรคภูตํ เวทนํ เวทนามุเขน เสสารูปธมฺเม, รูปธมฺเม จ ปริคฺคเหตฺวา วิปสฺสนฺโต.

รุปฺปโตติ วิการํ อาปาทิยมานสรีรสฺส. ปริสุสฺสตีติ สมนฺตโต สุสฺสติ. ยถา กึ? ปุปฺผํ ยถา ปํสุนิ อาตเป กตํ สูริยาตปสนฺตตฺเต ปํสุนิ ฐปิตํ สิรีสาทิปุปฺผํ วิยาติ อตฺโถ. อชญฺญนฺติ อมนุญฺญํ ชิคุจฺฉนียํ. ชญฺญสงฺขาตนฺติ พาเลหิ ‘‘ชญฺญ’’นฺติ เอวํ กิตฺติตํ. ชญฺญรูปํ อปสฺสโตติ ยถาภูตํ อปฺปสฺสโต อวิทฺทสุโน ‘‘ชญฺญ’’นฺติ ปสํสิตํ. ธิรตฺถุมนฺติ ธิ อตฺถุ อิมํ, ธิ-สทฺทโยเคน สพฺพตฺถ อุปโยควจนํ, อิมสฺส ปูติกายสฺส ธิกาโร โหตูติ อตฺโถ. ทุคฺคนฺธิยนฺติ ทุคฺคนฺธิกํ ทุคฺคนฺธวนฺตํ. ยตฺถ ยถาวุตฺเต ปูติกาเย ราคเหตุ ปมตฺตา ปมาทํ อาปนฺนา. ปชาติ สตฺตา. หาเปนฺติ มคฺคํ สุคตูปปตฺติยาติ สุคตูปปตฺติยา มคฺคํ, สีลมฺปิ หาเปนฺติ, ปเคว ฌานาทินฺติ อธิปฺปาโย. เกวลํ ‘‘อรหนฺโต’’ติ วตฺตพฺพา สาวกขีณาสวา, อิตเร ปน ปจฺเจกพุทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺธาติ สห วิเสสเนนาติ อาห ‘‘อรหนฺตาทีน’’นฺติ. สพฺพทรถปฺปฏิปฺปสฺสทฺธิยาติ สพฺพกิเลสทรถปฺปฏิปฺปสฺสทฺธิยา.

ทุติยสีลปญฺจกวณฺณนา

ปาณาติปาตาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน อทินฺนาทานาทีนํ อคฺคมคฺควชฺฌกิเลสปริโยสานานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ปหานาทีติ อาทิ-สทฺเทน เวรมณิอาทีนํ จตุนฺนํ. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ‘‘ปหานวเสนา’’ติ ลิขนฺติ, สา ปมาทเลขา. ปาณาติปาตสฺส ปหานํ สีลนฺติ หิโรตฺตปฺปกรุณาโลภาทิปมุเขน เยน กุสลจิตฺตุปฺปาเทน ปาณาติปาโต ปหียติ, ตํ ปาณาติปาตสฺส ปหานํ สีลนฏฺเฐน สีลํ. ตถา ปาณาติปาตา วิรติ เวรมณี สีลํ. ปาณาติปาตสฺส ปฏิปกฺขเจตนา เจตนา สีลํ. ปาณาติปาตสฺส สํวรณํ ปเวสทฺวารปิธานํ สํวโร สีลํ. ปาณาติปาตสฺส อวีติกฺกมนํ อวีติกฺกโม สีลํ. อทินฺนาทานสฺสาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อภิชฺฌาทีนํ ปน อนภิชฺฌาทิวเสน ปหานํ เวทิตพฺพํ. เวรมณี เจตนา ตํสมฺปยุตฺตา สํวราวีติกฺกมา ตปฺปมุขา ธมฺมา.

เอวํ ทสกุสลกมฺมปถวเสน ปหานสีลาทีนิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สอุปายานํ อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ, อฏฺฐารสนฺนํ มหาวิปสฺสนานํ, อริยมคฺคานญฺจ วเสน ตานิ ทสฺเสตุํ ‘‘เนกฺขมฺเมนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เนกฺขมฺเมนาติ อโลภปฺปธาเนน กุสลจิตฺตุปฺปาเทน. กุสลา หิ ธมฺมา กามปฏิปกฺขา อิธ ‘‘เนกฺขมฺม’’นฺติ อธิปฺเปตา. เตนาห ‘‘กามจฺฉนฺทสฺส ปหานํ สีล’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ปหานสีลาทีนิ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. วิเสสเมว วกฺขาม. อพฺยาปาเทนาติ เมตฺตาย. อาโลกสญฺญายาติ วิภูตํ กตฺวา มนสิกรเณน อุปฏฺฐิตอาโลกสญฺชานเนน. อวิกฺเขเปนาติ สมาธินา. ธมฺมววตฺถาเนนาติ กุสลาทิธมฺมานํ ยาถาวนิจฺฉเยน. สปจฺจยนามรูปววตฺถาเนนาติปิ วทนฺติ.

เอวํ กามจฺฉนฺทาทินีวรณปฺปหาเนน ‘‘อภิชฺฌํ โลเก ปหายา’’ติอาทินา (วิภ. ๕๓๘) วุตฺตาย ปฐมชฺฌานาธิคมสฺส อุปายภูตาย ปุพฺพภาคปฏิปทาย วเสน ปหานสีลาทีนิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สอุปายานํ อฏฺฐสมาปตฺติอาทีนํ วเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ญาเณนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นามรูปปริคฺคหกงฺขาวิตรณานํ หิ วิพนฺธภูตสฺส โมหสฺส ทูรีกรเณน ญาตปริญฺญาย ฐิตสฺส อนิจฺจสญฺญาทโย สิชฺฌนฺติ. ตถา ฌานสมาปตฺตีสุ อภิรตินิมิตฺเตน ปาโมชฺเชน. ตตฺถ อนภิรติยา วิโนทิตาย ฌานาทีนํ สมธิคโมติ สมาปตฺติวิปสฺสนานํ อรติวิโนทนอวิชฺชาปทาลนาทินา อุปาโยติ วุตฺตํ ‘‘ญาเณน อวิชฺชาย, ปาโมชฺเชน อรติยา’’ติ. อุปฺปฏิปาฏินิทฺเทโส ปน นีวรณสภาวาย อวิชฺชาย เหฏฺฐานีวรเณสุปิ สงฺคหทสฺสนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.