สาสนปฺปวตฺติกฺกโม
ภควโต หิ ปรินิพฺพุติกาลโต ปจฺฉา วสฺสสตพฺภนฺตเร พุทฺธสาสเน โกจิปิ วาทเภโท นาม นตฺถิ. วสฺสสตกาเล ปน ทุติยสงฺคีติกาเรหิ เถเรหิ นิกฺกฑฺฒิตา วชฺชิปุตฺตกา ภิกฺขู ปกฺขํ ลภิตฺวา ธมฺมญฺจ วินยญฺจ อญฺญถา กตฺวา มหาสงฺคีตินาเมน วิสุํ สงฺคีติมกํสุ. ตทา สงฺคีติทฺวยารูฬฺหปุราณธมฺมวินยเมว สมฺปฏิจฺฉนฺตานํ เถรานํ คโณ เถรวาโทติ จ ตทญฺเญสํ มหาสงฺฆิโกติ จ โวหรียนฺติ.
ปุน มหาสงฺฆิกโต (๑) โคกุลิโก (๒) เอกโพฺยหาริโกติ เทฺว อาจริยคณา อุปฺปนฺนา. ปุน โคกุลิกโต (๓) ปญฺญตฺติวาโท (๔) พาหุลิโก (พหุสฺสุติโก)ติ เทฺว อุปฺปนฺนา. ปุน พาหุลิกโตปิ (๕) เจติยวาทิคโณ อุปฺปนฺโนติ เอเต ปญฺจ มูลภูเตน มหาสงฺฆิเกน สห ฉ ปาฏิเยกฺกา อาจริยคณา อเหสุํ.
วิสุทฺธตฺเถรวาทโตปิ (๑) มหิสาสโก (๒) วชฺชิปุตฺตโกติ เทฺว อาจริยคณา อุปฺปนฺนา. ปุน มหิสาสกโต (๓) สพฺพตฺถิวาโท (๔) ธมฺมคุตฺติโกติ เทฺว อุปฺปนฺนา. ปุน สพฺพตฺถิวาทโตปิ (๕) กสฺสปิโย, ตโตปิ (๖) สงฺกนฺติโก, ตโตปิ (๗) สุตฺตวาทีติ ตโย อุปฺปนฺนา. วชฺชิปุตฺตกโตปิ (๘) ธมฺโมตฺตริโย (๙) ภทฺทยานิโก (๑๐) ฉนฺนาคาริโก (๑๑) สมฺมิติโยติ จตฺตาโร อุปฺปนฺนาติ เต เอกาทส มูลภูเตน วิสุทฺธตฺเถรวาเทน สห ทฺวาทส อาจริยคณา อเหสุํ. อิติ อิเม จ ทฺวาทส ปุริมา จ ฉาติ อฏฺฐารส อาจริยคณา ทุติยตติยสงฺคีตีนํ อนฺตเร ชาตา อเหสุํ.
เตสุ มูลภูโต เถรวาทคโณเยว โปราณธมฺมวินยครุโก หุตฺวา อนูนมนธิกํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ โปราณิกํ ธมฺมวินยํ ธาเรสิ. อิตเร ปน สตฺตรส ภินฺนคณา โปราณิกํ ธมฺมวินยํ อญฺญถา อกํสุ. เตน เตสํ ธมฺมวินโย กตฺถจิ อูโน กตฺถจิ อธิโก หุตฺวา อปริปุณฺโณ เจว อโหสิ อปริสุทฺโธ จ. เตน วุตฺตํ ทีปวํเส ปญฺจมปริจฺเฉเท –
๓๐. ‘‘นิกฺกฑฺฒิตา ปาปภิกฺขู, เถเรหิ วชฺชิปุตฺตกา;
อญฺญํ ปกฺขํ ลภิตฺวาน, อธมฺมวาที พหู ชนา.
๓๑. ทสสหสฺสา สมาคนฺตฺวา, อกํสุ ธมฺมสงฺคหํ;
ตสฺมายํ ธมฺมสงฺคีติ, มหาสงฺคีตีติ วุจฺจติ.
๓๒. มหาสงฺคีติกา ภิกฺขู, วิโลมํ อกํสุ สาสเน;
ภินฺทิตฺวา มูลสงฺคหํ, อญฺญํ อกํสุ สงฺคหํ.
๓๓. อญฺญตฺร สงฺคหิตํ สุตฺตํ, อญฺญตฺร อกรึสุ เต;
อตฺถํ ธมฺมญฺจ ภินฺทึสุ, วินเย นิกาเยสุ จ ปญฺจสุ…เป…
๔๙. อตฺถํ ธมฺมญฺจ ภินฺทึสุ, เอกเทสญฺจ สงฺคหํ;
คนฺถญฺจ เอกเทสญฺหิ, ฉฑฺเฑตฺวา อญฺญํ อกํสุ เต.
๕๐. นามํ ลิงฺคํ ปริกฺขารํ, อากปฺปกรณียานิ จ;
ปกติภาวํ ชหิตฺวา, ตญฺจ อญฺญํ อกํสุ เต.
๕๑. สตฺตรส ภินฺนวาทา, เอกวาโท อภินฺนโก;
สพฺเพวฏฺฐารส โหนฺติ, ภินฺนวาเทน เต สห.
๕๒. นิโคฺรโธว มหารุกฺโข, เถร วาทานมุตฺตโม;
อนูนํ อนธิกญฺจ, เกวลํ ชินสาสนํ;
กณฺฏกา วิย รุกฺขมฺหิ, นิพฺพตฺตา วาทเสสกา.
๕๓. ปฐเม วสฺสสเต นตฺถิ, ทุติเย วสฺสสตนฺตเร;
ภินฺนา สตฺตรส วาทา, อุปฺปนฺนา ชินสาสเน’’ติ [กถา. อฏฺฐ. นิทานกถา].
อโสกรญฺโญ จ กาเล ปริหีนลาภสกฺการา อญฺญติตฺถิยา ลาภสกฺการํ ปตฺถยมานา ภิกฺขูสุ ปพฺพชิตฺวา สกานิ สกานิ ทิฏฺฐิคตานิ ทีเปนฺติ ‘‘อยํ ธมฺโม, อยํ วินโย, อิทํ สตฺถุสาสน’’นฺติ. ภิกฺขูนํ สนฺติเก ปพฺพชฺชํ อลภมานาปิ สยเมว เกเส ฉินฺทิตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา วิหาเรสุ วิจรนฺตา อุโปสถกมฺมาทิกรณกาเล สงฺฆมชฺฌํ ปวิสนฺติ, เต ภิกฺขุสงฺเฆน ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน นิคฺคยฺหมานาปิ ธมฺมวินยานุโลมาย ปฏิปตฺติยา อสณฺฐหนฺตา อเนกรูปํ สาสนสฺส อพฺพุทญฺจ มลญฺจ กณฺฏกญฺจ สมุฏฺฐาเปนฺติ. เกจิ อคฺคึ ปริจรนฺติ, เกจิ ปญฺจาตเป ตปนฺติ, เกจิ อาทิจฺจํ อนุปริวตฺตนฺติ, เกจิ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ โวภินฺทิสฺสามาติ ตถา ตถา ปคฺคณฺหนฺติ. ตทา ภิกฺขุสงฺโฆ น เตหิ สทฺธึ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา อกาสิ, อโสการาเม สตฺต วสฺสานิ อุโปสโถ อุปจฺฉิชฺชิ [กถา. อฏฺฐ. นิทานกถา; ปารา. อฏฺฐ. ๑.ตติยสงฺคีติกถา].
อิมญฺจ ปน ปวตฺตึ อุปาทาย เอวมฺปิ สกฺกา คเหตุํ ‘‘สตฺตรสนฺนํ ภินฺนวาทคณานํ ธมฺมวินยสฺส ปจฺฉิมกาเลสุ อปริสุทฺธตรภาโว อีทิเสนปิ การเณน อโหสี’’ติ. กิญฺจาปิ หิ พุทฺธสาสนภูเต ปริสุทฺธธมฺมวินเย ‘‘โกจิปิ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต นาม นตฺถิ อญฺญตฺร นิพฺพานธาตุยา, ปรมตฺถโต อตฺตาปิ นตฺถิ, สพฺเพปิ สงฺขารา อนิจฺจา อทฺธุวา อสสฺสตา อนตฺตาเยวา’’ติ อตฺโถ อติวิย ปากโฏ โหติ, ตถาปิ ทานิ อเถรวาทิกานํ คนฺเถสุ จ ปุพฺเพ เวตุลฺลวาทาทีสุ จ ‘‘พุทฺโธ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อตฺตา’’ติ จ, ‘‘สพฺเพปิ สตฺตา นิจฺจา ธุวา สสฺสตา อตฺตา’’ติ จ อตฺโถ ทิสฺสติ.
อถ อโสโก ธมฺมราชา สาสนํ วิโสเธตุกาโม โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถรสฺส สนฺติเก ปฐมเมว สมยํ อุคฺคณฺหิตฺวา เอกลทฺธิเก เอกลทฺธิเก ภิกฺขู เอกโต กาเรตฺวา เอกเมกํ ภิกฺขุสมูหํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ ‘‘กึ วาที ภนฺเต สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ. ตโต เย เย ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ สสฺสตวาที’’ติ วา, ‘‘เอกจฺจสสฺสตวาที’’ติ วา เอวมาทินา อตฺตโน อตฺตโน วาทานุรูปํ มิจฺฉาวาทํ อาหํสุ, เต เต ‘‘นยิเม ภิกฺขู, อญฺญติตฺถิยา อิเม’’ติ ตถโต ญตฺวา เตสํ เสตกานิ วตฺถานิ ทตฺวา อุปฺปพฺพาเชสิ. เต สพฺเพปิ สฏฺฐิสหสฺสมตฺตา อเหสุํ.
อถญฺเญ ภิกฺขู ปุจฺฉิตฺวา เตหิ ‘‘วิภชฺชวาที มหาราช สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ วุตฺเต ‘‘สุทฺธํ ทานิ ภนฺเต สาสนํ, กโรตุ ภิกฺขุสงฺโฆ อุโปสถ’’นฺติ วตฺวา อารกฺขญฺจ ทตฺวา นครํ ปาวิสิ. สมคฺโค สงฺโฆ สนฺนิปติตฺวา อุโปสถํ อกาสิ. ตสฺมึ สมาคเม โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถโร ยานิ จ ตทา อุปฺปนฺนานิ วตฺถูนิ ยานิ จ อายตึ อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ, สพฺเพสมฺปิ เตสํ ปฏิพาหนตฺถํ สตฺถารา ทินฺนนยวเสเนว ตถาคเตน ฐปิตมาติกํ วิภชนฺโต ปรปฺปวาทมทฺทนํ กถาวตฺถุํ นาม อภิธมฺมปิฏเก ปญฺจมํ ปกรณํ อภาสิ. ตโต โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถรปฺปมุขา ติปิฏกปริยตฺติธรา ปภินฺนปฏิสมฺภิทาปตฺตา สหสฺสํ ภิกฺขู เถรวาทิโน สงฺคีติทฺวยารูฬฺหํ ปริสุทฺธํ โปราณธมฺมวินยํ ปุน สงฺคายิตฺวา สุรกฺขิตํ รกฺขึสุ [ปารา. อฏฺฐ. ๑.ตติยสงฺคีติกถา].
อถ โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถโร นวสุ ปจฺจนฺตฏฺฐาเนสุ สาสนปติฏฺฐาปนตฺถํ นว นายกตฺเถเร อุจฺจินิตฺวา เปเสสิ. เตสุ อฏฺฐหิ เถเรหิ อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตฏฺฐานํ คนฺตฺวา พุทฺธสาสเน ปติฏฺฐาปิเต มหามหินฺทตฺเถโร ฉตฺตึสาธิกทฺวิสเต (๒๓๖) พุทฺธวสฺเส ชมฺพุทีปโต สีหฬทีปํ คนฺตฺวา เทวานํปิยติสฺสราชปฺปมุขํ ทีปกชนสมูหํ ปสาเทตฺวา พุทฺธสาสนํ สมฺปติฏฺฐาเปสิ, เตน จ รญฺญา ทินฺนํ มหาเมฆวนุยฺยานํ ปฏิคฺคเหตฺวา ตตฺถ มหาวิหารํ นาม สงฺฆารามํ ปติฏฺฐาเปสิ [ปารา. อฏฺฐ. ๑.ตติยสงฺคีติกถา]. ตโต ปภุติ สีหฬทีเป พุทฺธสาสนํ ยาว วฏฺฏคามณิราชกาลา นิกายนฺตรวาทากุลรหิตํ นิมฺมลํ สุปริสุทฺธํ หุตฺวา สมุชฺชลิตฺถ. วฏฺฏคามณิราชกาลโต ปน ปฏฺฐาย นิกายนฺตรวาทาปิ สีหฬทีปมุปาคมึสุ. ตทา วิสุทฺธตฺเถรวาทิโน ยถา ปุราณธมฺมวินโย เตหิ นิกายนฺตรวาเทหิ อสมฺมิสฺโส อมลีโน ปกติปริสุทฺโธ หุตฺวา ติฏฺเฐยฺย, ตถา ตํ มหุสฺสาเหน สุรกฺขิตํ รกฺขึสุ. กถํ?