ปตญฺชลิวาทวิจารณา
๓. อถ เตน ‘‘ปาตญฺชลีมตํ ปริวตฺเตตี’’ติ วจนมฺปิ เอวํ วิจาริตํ.
(ก) ‘‘พุทฺธโฆโส ปตญฺชลิสฺส วา อญฺเญสํ วา อุตฺตรอินฺทิยรฏฺฐิกานํ วาทํ อปฺปกเมว อญฺญาสิ. ปตญฺชลิวาเทสุ หิ อณิมา ลฆิมาติ อิทเมว ทฺวยํ ทสฺเสสิ [วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๔] ตตุตฺตริ โยคสุตฺตํ อชานนฺโต, ปตญฺชลิวาทสฺส จ ตุเลตฺวา ทีปนา ตสฺส คนฺเถสุ น ทิสฺสติ, ปตญฺชลินา กตปกรณญฺจ ปตญฺชลีติ นามมตฺตมฺปิ จ ตตฺถ ทีปิตํ นตฺถิ. วิสุทฺธิมคฺเค ปน ปญฺญาภูมินิทฺเทเส ‘ปกติวาทีนํ ปกติ วิยา’ติ [วิสุทฺธิ. ๒.๕๘๔] ปกติวาท (สํขฺยาวาท) นามมตฺตํ ปกาสิตํ, ตตฺเถว จ ‘ปฏิญฺญา เหตูติอาทีสุ หิ โลเก วจนาวยโว เหตูติ วุจฺจตี’ติ [วิสุทฺธิ. ๒.๕๙๕] อุทาหริตํ, เตน ญายติ ‘พุทฺธโฆโส อินฺทิยตกฺกนยทีปเก ญายคนฺถสฺมึ กิญฺจิ มูลภาคมตฺตํ อปริปุณฺณํ ชานาตี’ติ’’.
ตํ ปน สพฺพมฺปิ เกวลํ อาจริยสฺส อพฺภาจิกฺขณมตฺตเมว. อติคมฺภีรสฺส หิ อติครุกาตพฺพสฺส สุปริสุทฺธสฺส ปิฏกตฺตยสฺส อตฺถสํวณฺณนํ กโรนฺเตน สุปริสุทฺโธเยว ปาฬินโย จ อฏฺฐกถานโย จ โปราณเถรวาทา จาติ อีทิสาเยว อตฺถา ปกาเสตพฺพา, ยํ วา ปน อตฺถสํวณฺณนาย อุปการกํ สทฺทวินิจฺฉยปฏิสํยุตฺตํ โลกิยคนฺถวจนํ, ตเทว จ ยถารหํ ปกาเสตพฺพํ, น ปน อนุปการานิปิ ตํตํคนฺถตกฺกตฺตุนามานิ จ, เตหิ วุตฺตวจนานิ จ พหูนิ, น จ เตสํ อปฺปกาสเนน ‘‘น เต อฏฺฐกถาจริโย ชานาตี’’ติ วตฺตพฺโพ. ยทิ หิ ยํ ยํ โลกิยคนฺถํ อตฺตนา ชานาติ, ตํ สพฺพํ อนุปการมฺปิ อตฺตโน อฏฺฐกถายมาเนตฺวา ปกาเสยฺย, อติวิตฺถารา จ สา ภเวยฺย อปริสุทฺธา จ อสมฺมานิตา จ สาสนิกวิญฺญูหีติ อาจริเยน ปตญฺชลิวาทาทโย น วิตฺถาเรน ปกาสิตาติ ญาตพฺพํ, อญฺญทตฺถุ เยหิ เยหิ โลกิยคนฺเถหิ กิญฺจิ กิญฺจิ อาจริเยน อาเนตฺวา ปกาสิตํ, เต เต จ คนฺถา, อญฺเญปิ จ ตาทิสา อาจริเยน ญาตาเตฺวว ชานิตพฺพา วิญฺญูหิ, ยถา สมุทฺทสฺส เอกเทสํ ทิสฺวา สพฺโพปิ สมุทฺโท เอทิโสติ ญายติ. อาจริโย ปน ยตฺถ ยตฺถ เวทปฏิสํยุตฺตวจนานิ อาคตานิ, ตตฺถ ตตฺถ เวทคนฺเถหิปิ กิญฺจิ กิญฺจิ อาเนตฺวา ปกาเสสิเยว. ตถา หิ อาจริเยน สุมงฺคลวิลาสินิยํ นาม ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ –
‘‘ติณฺณํ เวทานนฺติ อิรุเวทยชุเวทสามเวทาน’’นฺติ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๕๖] จ,
‘‘อิติหาสปญฺจมานนฺติ อถพฺพณเวทํ จตุตฺถํ กตฺวา อิติห อาส อิติห อาสาติ อีทิสวจนปฏิสํยุตฺโต ปุราณกถาสงฺขาโต อิติหาโส ปญฺจโม เอเตสนฺติ อิติหาสปญฺจมา, เตสํ อิติหาสปญฺจมานํ เวทาน’’นฺติ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๕๖] จ,
‘‘ยิฏฺฐํ วุจฺจติ มหายาโค’’ติ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๗๐-๑๗๒] จ,
‘‘อคฺคิโหมนฺติ เอวรูเปน ทารุนา เอวํ หุเต อิทํ นาม โหตีติ อคฺคิชุหนํ. ทพฺพิโหมาทีนิปิ อคฺคิโหมาเนว, เอวรูปาย ทพฺพิยา อีทิเสหิ กณาทีหิ หุเต อิทํ นาม โหตีติ เอวํ ปวตฺติวเสน ปน วิสุํ วุตฺตานี’’ติ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑] จ,
‘‘สาสปาทีนิ ปน มุเขน คเหตฺวา อคฺคิมฺหิ ปกฺขิปนํ, วิชฺชํ ปริชปฺปิตฺวา ชุหนํ วา มุขโหม’’นฺติ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑] จ –
เอวมาทินา เวทปฏิสํยุตฺตวจนานิ เวทคนฺถานุรูปโต วณฺณิตานิ. ตานิ จ โปราณฏฺฐกถาโต ภาสาปริวตฺตนวเสน วุตฺตานิปิ ภเวยฺยุํ, เวทคนฺเถสุ ปน อโกวิเทน ยาถาวโต ภาสาปริวตฺตนํ กาตุมฺปิ น สุกรเมว, ตสฺมา อาจริยสฺส เวทคนฺเถสุ โกวิทภาโวปิ ปากโฏเยว. เอวํ เวทคนฺเถสุ จ ตทญฺญโลกิยคนฺเถสุ จ สุโกวิทสฺเสว สมานสฺส เตสํ วิตฺถารโต อปฺปกาสนํ ยถาวุตฺตการเณเนวาติ เวทิตพฺพํ.
อปิ จ อาจริโย อตฺตโน คนฺถารมฺเภเยว –
‘‘ตโต จ ภาสนฺตรเมว หิตฺวา,
วิตฺถารมคฺคญฺจ สมาสยิตฺวา;
วินิจฺฉยํ สพฺพมเสสยิตฺวา…เป…
ยสฺมา อยํ เหสฺสติ วณฺณนาปี’’ติ [ปารา. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา] จ.
‘‘อปเนตฺวาน ตโตหํ, สีหฬภาสํ มโนรมํ ภาสํ;
ตนฺตินยานุจฺฉวิกํ, อาโรเปตฺวา วิคตโทสํ.
สมยํ อวิโลเมนฺโต, เถรานํ เถรวํสปทีปานํ;
สุนิปุณวินิจฺฉยานํ, มหาวิหาเร นิวาสินํ;
หิตฺวา ปุนปฺปุนาคต-มตฺถํ อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา] จ–
เอวํ โปราณฏฺฐกถานํ ภาสาปริวตฺตนสํขิปนวเสเนว วิเสเสตฺวา อภินวฏฺฐกถาโย กริสฺสามีติ ปฏิญฺญํ กตฺวา ยถาปฏิญฺญาตเมว อกาสิ, น อตฺตโน ญาณปฺปภาเวน วิเสเสตฺวาติปิ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา อฏฺฐกถาสุ ปตญฺชลิวาทาทีนํ วิตฺถารโต อปฺปกาสนมารพฺภ ‘‘พุทฺธโฆโส ปตญฺชลิวาทาทีนิ ปริปุณฺณํ น ชานาตี’’ติ วจนํ เกวลํ อาจริยสฺส อพฺภาจิกฺขณมตฺตเมวาติ.