๘. อนุสฺสติกมฺมฏฺฐานนิทฺเทโส
มรณสฺสติกถา
๑๖๗. อิทานิ อิโต อนนฺตราย มรณสฺสติยา ภาวนานิทฺเทโส อนุปฺปตฺโต. ตตฺถ มรณนฺติ เอกภวปริยาปนฺนสฺส ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉโท. ยํ ปเนตํ อรหนฺตานํ วฏฺฏทุกฺขสมุจฺเฉทสงฺขาตํ สมุจฺเฉทมรณํ, สงฺขารานํ ขณภงฺคสงฺขาตํ ขณิกมรณํ, รุกฺโข มโต โลหํ มตนฺติอาทีสุ สมฺมุติมรณญฺจ, น ตํ อิธ อธิปฺเปตํ.
ยมฺปิ เจตํ อธิปฺเปตํ, ตํ กาลมรณํ อกาลมรณนฺติ ทุวิธํ โหติ. ตตฺถ กาลมรณํ ปุญฺญกฺขเยน วา อายุกฺขเยน วา อุภยกฺขเยน วา โหติ. อกาลมรณํ กมฺมุปจฺเฉทกกมฺมวเสน.
ตตฺถ ยํ วิชฺชมานายปิ อายุสนฺตานชนกปจฺจยสมฺปตฺติยา เกวลํ ปฏิสนฺธิชนกสฺส กมฺมสฺส วิปกฺกวิปากตฺตา มรณํ โหติ, อิทํ ปุญฺญกฺขเยน มรณํ นาม. ยํ คติกาลาหาราทิสมฺปตฺติยา อภาเวน อชฺชตนกาลปุริสานํ วิย วสฺสสตมตฺตปริมาณสฺส อายุโน ขยวเสน มรณํ โหติ, อิทํ อายุกฺขเยน มรณํ นาม. ยํ ปน ทูสีมารกลาพุราชาทีนํ วิย ตงฺขณญฺเญว ฐานาจาวนสมตฺเถน กมฺมุนา อุปจฺฉินฺนสนฺตานานํ, ปุริมกมฺมวเสน วา สตฺถหรณาทีหิ อุปกฺกเมหิ อุปจฺฉิชฺชมานสนฺตานานํ มรณํ โหติ, อิทํ อกาลมรณํ นาม. ตํ สพฺพมฺปิ วุตฺตปฺปกาเรน ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉเทน สงฺคหิตํ. อิติ ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทสงฺขาตสฺส มรณสฺส สรณํ มรณสฺสติ.
๑๖๘. ตํ ภาเวตุกาเมน รโหคเตน ปฏิสลฺลีเนน ‘‘มรณํ ภวิสฺสติ, ชีวิตินฺทฺริยํ อุปจฺฉิชฺชิสฺสตี’’ติ วา, ‘‘มรณํ มรณ’’นฺติ วา โยนิโส มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ. อโยนิโส ปวตฺตยโต หิ อิฏฺฐชนมรณานุสฺสรเณ โสโก อุปฺปชฺชติ วิชาตมาตุยา ปิยปุตฺตมรณานุสฺสรเณ วิย. อนิฏฺฐชนมรณานุสฺสรเณ ปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชติ เวรีนํ เวริมรณานุสฺสรเณ วิย. มชฺฌตฺตชนมรณานุสฺสรเณ สํเวโค น อุปฺปชฺชติ มตกเฬวรทสฺสเน ฉวฑาหกสฺส วิย. อตฺตโน มรณานุสฺสรเณ สนฺตาโส อุปฺปชฺชติ อุกฺขิตฺตาสิกํ วธกํ ทิสฺวา ภีรุกชาติกสฺส วิย. ตเทตํ สพฺพมฺปิ สติสํเวคญาณวิรหโต โหติ. ตสฺมา ตตฺถ ตตฺถ หตมตสตฺเต โอโลเกตฺวา ทิฏฺฐปุพฺพสมฺปตฺตีนํ สตฺตานํ มตานํ มรณํ อาวชฺเชตฺวา สติญฺจ สํเวคญฺจ ญาณญฺจ โยเชตฺวา ‘‘มรณํ ภวิสฺสตี’’ติอาทินา นเยน มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ. เอวํ ปวตฺเตนฺโต หิ โยนิโส ปวตฺเตติ, อุปาเยน ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. เอวํ ปวตฺตยโตเยว หิ เอกจฺจสฺส นีวรณานิ วิกฺขมฺภนฺติ, มรณารมฺมณา สติ สณฺฐาติ, อุปจารปฺปตฺตเมว กมฺมฏฺฐานํ โหติ.
๑๖๙. ยสฺส ปน เอตฺตาวตา น โหติ, เตน วธกปจฺจุปฏฺฐานโต, สมฺปตฺติวิปตฺติโต, อุปสํหรณโต, กายพหุสาธารณโต, อายุทุพฺพลโต, อนิมิตฺตโต, อทฺธานปริจฺเฉทโต, ขณปริตฺตโตติ อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
ตตฺถ วธกปจฺจุปฏฺฐานโตติ วธกสฺส วิย ปจฺจุปฏฺฐานโต. ยถา หิ อิมสฺส สีสํ ฉินฺทิสฺสามีติ อสึ คเหตฺวา คีวาย จารยมาโน วธโก ปจฺจุปฏฺฐิโตว โหติ, เอวํ มรณมฺปิ ปจฺจุปฏฺฐิตเมวาติ อนุสฺสริตพฺพํ. กสฺมา? สห ชาติยา อาคตโต, ชีวิตหรณโต จ. ยถา หิ อหิจฺฉตฺตกมกุฬํ มตฺถเกน ปํสุํ คเหตฺวาว อุคฺคจฺฉติ, เอวํ สตฺตา ชรามรณํ คเหตฺวาว นิพฺพตฺตนฺติ. ตถา หิ เนสํ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อุปฺปาทานนฺตรเมว ชรํ ปตฺวา ปพฺพตสิขรโต ปติตสิลา วิย ภิชฺชติ สทฺธึ สมฺปยุตฺตขนฺเธหิ. เอวํ ขณิกมรณํ ตาว สห ชาติยา อาคตํ. ชาตสฺส ปน อวสฺสํ มรณโต อิธาธิปฺเปตมรณมฺปิ สห ชาติยา อาคตํ. ตสฺมา เอส สตฺโต ชาตกาลโต ปฏฺฐาย ยถา นาม อุฏฺฐิโต สูริโย อตฺถาภิมุโข คจฺฉเตว, คตคตฏฺฐานโต อีสกมฺปิ น นิวตฺตติ. ยถา วา นที ปพฺพเตยฺยา สีฆโสตา หารหารินี สนฺทเตว วตฺตเตว อีสกมฺปิ น นิวตฺตติ, เอวํ อีสกมฺปิ อนิวตฺตมาโน มรณาภิมุโขว ยาติ. เตน วุตฺตํ –
‘‘ยเมกรตฺตึ ปฐมํ, คพฺเภ วสติ มาณโว;
อพฺภุฏฺฐิโตว โส ยาติ, ส คจฺฉํ น นิวตฺตตี’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๓๖๓);
เอวํ คจฺฉโต จสฺส คิมฺหาภิตตฺตานํ กุนฺนทีนํ ขโย วิย, ปาโต อาโปรสานุคตพนฺธนานํ ทุมปฺผลานํ ปตนํ วิย, มุคฺคราภิตาฬิตานํ มตฺติกภาชนานํ เภโท วิย, สูริยรสฺมิสมฺผุฏฺฐานํ อุสฺสาวพินฺทูนํ วิทฺธํสนํ วิย จ มรณเมว อาสนฺนํ โหติ. เตนาห –
‘‘อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา, ชีวิตมุปรุชฺฌติ;
อายุ ขียติ มจฺจานํ, กุนฺนทีนํว โอทกํ. (สํ. นิ. ๑.๑๔๖);
‘‘ผลานมิว ปกฺกานํ, ปาโต ปปตโต ภยํ;
เอวํ ชาตาน มจฺจานํ, นิจฺจํ มรณโต ภยํ.
‘‘ยถาปิ กุมฺภการสฺส, กตํ มตฺติกภาชนํ;
ขุทฺทกญฺจ มหนฺตญฺจ, ยํ ปกฺกํ ยญฺจ อามกํ;
สพฺพํ เภทนปริยนฺตํ, เอวํ มจฺจาน ชีวิตํ’. (สุ. นิ. ๕๘๑-๕๘๒);
‘‘อุสฺสาโวว ติณคฺคมฺหิ, สูริยุคฺคมนํ ปติ;
เอวมายุ มนุสฺสานํ, มา มํ อมฺม นิวารยา’’ติ. (ชา. ๑.๑๑.๗๙);
เอวํ อุกฺขิตฺตาสิโก วธโก วิย สห ชาติยา อาคตํ ปเนตํ มรณํ คีวาย อสึ จารยมาโน โส วธโก วิย ชีวิตํ หรติเยว, น อหริตฺวา นิวตฺตติ. ตสฺมา สห ชาติยา อาคตโต, ชีวิตหรณโต จ อุกฺขิตฺตาสิโก วธโก วิย มรณมฺปิ ปจฺจุปฏฺฐิตเมวาติ เอวํ วธกปจฺจุปฏฺฐานโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๑๗๐. สมฺปตฺติวิปตฺติโตติ อิธ สมฺปตฺติ นาม ตาวเทว โสภติ, ยาว นํ วิปตฺติ นาภิภวติ, น จ สา สมฺปตฺติ นาม อตฺถิ, ยา วิปตฺตึ อติกฺกมฺม ติฏฺเฐยฺย. ตถา หิ –
‘‘สกลํ เมทินึ ภุตฺวา, ทตฺวา โกฏิสตํ สุขี;
อฑฺฒามลกมตฺตสฺส, อนฺเต อิสฺสรตํ คโต.
‘‘เตเนว เทหพนฺเธน, ปุญฺญมฺหิ ขยมาคเต;
มรณาภิมุโข โสปิ, อโสโก โสกมาคโต’’ติ.
อปิจ สพฺพํ อาโรคฺยํ พฺยาธิปริโยสานํ, สพฺพํ โยพฺพนํ ชราปริโยสานํ, สพฺพํ ชีวิตํ มรณปริโยสานํ, สพฺโพเยว โลกสนฺนิวาโส ชาติยา อนุคโต, ชราย อนุสโฏ, พฺยาธินา อภิภูโต, มรเณน อพฺภาหโต. เตนาห –
‘‘ยถาปิ เสลา วิปุลา, นภํ อาหจฺจ ปพฺพตา;
สมนฺตา อนุปริเยยฺยุํ, นิปฺโปเถนฺตา จตุทฺทิสา.
‘‘เอวํ ชรา จ มจฺจุ จ, อธิวตฺตนฺติ ปาณิเน;
ขตฺติเย พฺราหฺมเณ เวสฺเส, สุทฺเท จณฺฑาลปุกฺกุเส;
น กิญฺจิ ปริวชฺเชติ, สพฺพเมวาภิมทฺทติ.
‘‘น ตตฺถ หตฺถีนํ ภูมิ, น รถานํ น ปตฺติยา;
น จาปิ มนฺตยุทฺเธน, สกฺกา เชตุํ ธเนน วา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๓๖);
เอวํ ชีวิตสมฺปตฺติยา มรณวิปตฺติปริโยสานตํ ววตฺถเปนฺเตน สมฺปตฺติวิปตฺติโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๑๗๑. อุปสํหรณโตติ ปเรหิ สทฺธึ อตฺตโน อุปสํหรณโต. ตตฺถ สตฺตหากาเรหิ อุปสํหรณโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ, ยสมหตฺตโต, ปุญฺญมหตฺตโต, ถามมหตฺตโต, อิทฺธิมหตฺตโต, ปญฺญามหตฺตโต, ปจฺเจกพุทฺธโต, สมฺมาสมฺพุทฺธโตติ. กถํ? อิทํ มรณํ นาม มหายสานํ มหาปริวารานํ สมฺปนฺนธนวาหนานํ มหาสมฺมตมนฺธาตุมหาสุทสฺสน ทฬฺหเนมิ นิมิปฺปภุตีนมฺปิ อุปริ นิราสงฺกเมว ปติตํ, กิมงฺคํ ปน มยฺหํ อุปริ น ปติสฺสติ?
มหายสา ราชวรา, มหาสมฺมตอาทโย;
เตปิ มจฺจุวสํ ปตฺตา, มาทิเสสุ กถาว กาติ.
เอวํ ตาว ยสมหตฺตโต อนุสฺสริตพฺพํ.
กถํ ปุญฺญมหตฺตโต?
โชติโก ชฏิโล อุคฺโค, เมณฺฑโก อถ ปุณฺณโก;
เอเต จญฺเญ จ เย โลเก, มหาปุญฺญาติ วิสฺสุตา;
สพฺเพ มรณมาปนฺนา, มาทิเสสุ กถาว กาติ.
เอวํ ปุญฺญมหตฺตโต อนุสฺสริตพฺพํ.
กถํ ถามมหตฺตโต?
วาสุเทโว พลเทโว, ภีมเสโน ยุธิฏฺฐิโล;
จานุโร โย มหามลฺโล, อนฺตกสฺส วสํ คตา.
เอวํ ถามพลูเปตา, อิติ โลกมฺหิ วิสฺสุตา;
เอเตปิ มรณํ ยาตา, มาทิเสสุ กถาว กาติ.
เอวํ ถามมหตฺตโต อนุสฺสริตพฺพํ.
กถํ อิทฺธิมหตฺตโต?
ปาทงฺคุฏฺฐกมตฺเตน, เวชยนฺตมกมฺปยิ;
โย นามิทฺธิมตํ เสฏฺโฐ, ทุติโย อคฺคสาวโก.
โสปิ มจฺจุมุขํ โฆรํ, มิโค สีหมุขํ วิย;
ปวิฏฺโฐ สห อิทฺธีหิ, มาทิเสสุ กถาว กาติ.
เอวํ อิทฺธิมหตฺตโต อนุสฺสริตพฺพํ.
กถํ ปญฺญามหตฺตโต?
โลกนาถํ ฐเปตฺวาน, เย จญฺเญ อตฺถิ ปาณิโน;
ปญฺญาย สาริปุตฺตสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ.
เอวํ นาม มหาปญฺโญ, ปฐโม อคฺคสาวโก;
มรณสฺส วสํ ปตฺโต, มาทิเสสุ กถาว กาติ.
เอวํ ปญฺญามหตฺตโต อนุสฺสริตพฺพํ.
กถํ ปจฺเจกพุทฺธโต? เยปิ เต อตฺตโน ญาณวีริยพเลน สพฺพกิเลสสตฺตุนิมฺมถนํ กตฺวา ปจฺเจกโพธึ ปตฺตา ขคฺควิสาณกปฺปา สยมฺภุโน, เตปิ มรณโต น มุตฺตา, กุโต ปนาหํ มุจฺจิสฺสามีติ.
ตํ ตํ นิมิตฺตมาคมฺม, วีมํสนฺตา มเหสโย;
สยมฺภุญฺญาณเตเชน, เย ปตฺตา อาสวกฺขยํ.
เอกจริยนิวาเสน, ขคฺคสิงฺคสมูปมา;
เตปิ นาติคตา มจฺจุํ, มาทิเสสุ กถาว กาติ.
เอวํ ปจฺเจกพุทฺธโต อนุสฺสริตพฺพํ.
กถํ สมฺมาสมฺพุทฺธโต? โยปิ โส ภควา อสีติอนุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิตทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวิจิตฺรรูปกาโย สพฺพาการปริสุทฺธสีลกฺขนฺธาทิคุณรตนสมิทฺธธมฺมกาโย ยสมหตฺตปุญฺญมหตฺตถามมหตฺตอิทฺธิมหตฺตปญฺญามหตฺตานํ ปารํ คโต อสโม อสมสโม อปฺปฏิปุคฺคโล อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, โสปิ สลิลวุฏฺฐินิปาเตน มหาอคฺคิกฺขนฺโธ วิย มรณวุฏฺฐินิปาเตน ฐานโส วูปสนฺโต.
เอวํ มหานุภาวสฺส, ยํ นาเมตํ มเหสิโน;
น ภเยน น ลชฺชาย, มรณํ วสมาคตํ.
นิลฺลชฺชํ วีตสารชฺชํ, สพฺพสตฺตาภิมทฺทนํ;
ตยิทํ มาทิสํ สตฺตํ, กถํ นาภิภวิสฺสตีติ.
เอวํ สมฺมาสมฺพุทฺธโต อนุสฺสริตพฺพํ.
ตสฺเสวํ ยสมหตฺตตาทิสมฺปนฺเนหิ ปเรหิ สทฺธึ มรณสามญฺญตาย อตฺตานํ อุปสํหริตฺวา เตสํ วิย สตฺตวิเสสานํ มยฺหมฺปิ มรณํ ภวิสฺสตีติ อนุสฺสรโต อุปจารปฺปตฺตํ กมฺมฏฺฐานํ โหตีติ. เอวํ อุปสํหรณโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๑๗๒. กายพหุสาธารณโตติ อยํ กาโย พหุสาธารโณ. อสีติยา ตาว กิมิกุลานํ สาธารโณ, ตตฺถ ฉวินิสฺสิตา ปาณา ฉวึ ขาทนฺติ, จมฺมนิสฺสิตา จมฺมํ ขาทนฺติ, มํสนิสฺสิตา มํสํ ขาทนฺติ, นฺหารุนิสฺสิตา นฺหารุํ ขาทนฺติ, อฏฺฐินิสฺสิตา อฏฺฐึ ขาทนฺติ, มิญฺชนิสฺสิตา มิญฺชํ ขาทนฺติ. ตตฺเถว ชายนฺติ ชียนฺติ มียนฺติ, อุจฺจารปสฺสาวํ กโรนฺติ. กาโยว เนสํ สูติฆรญฺเจว คิลานสาลา จ สุสานญฺจ วจฺจกุฏิ จ ปสฺสาวโทณิกา จ. สฺวายํ เตสมฺปิ กิมิกุลานํ ปโกเปน มรณํ นิคจฺฉติเยว. ยถา จ อสีติยา กิมิกุลานํ, เอวํ อชฺฌตฺติกานํเยว อเนกสตานํ โรคานํ พาหิรานญฺจ อหิวิจฺฉิกาทีนํ มรณสฺส ปจฺจยานํ สาธารโณ.
ยถา หิ จตุมหาปเถ ฐปิเต ลกฺขมฺหิ สพฺพทิสาหิ อาคตา สรสตฺติโตมรปาสาณาทโย นิปตนฺติ, เอวํ กาเยปิ สพฺพุปทฺทวา นิปตนฺติ. สฺวายํ เตสมฺปิ อุปทฺทวานํ นิปาเตน มรณํ นิคจฺฉติเยว. เตนาห ภควา – ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ทิวเส นิกฺขนฺเต รตฺติยา ปฏิหิตาย อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ, พหุกา โข เม ปจฺจยา มรณสฺส, อหิ วา มํ ฑํเสยฺย, วิจฺฉิโก วา มํ ฑํเสยฺย, สตปที วา มํ ฑํเสยฺย, เตน เม อสฺส กาลงฺกิริยา, โส มมสฺส อนฺตราโย, อุปกฺขลิตฺวา วา ปปเตยฺยํ, ภตฺตํ วา เม ภุตฺตํ พฺยาปชฺเชยฺย, ปิตฺตํ วา เม กุปฺเปยฺย, เสมฺหํ วา เม กุปฺเปยฺย, สตฺถกา วา เม วาตา กุปฺเปยฺยุํ, เตน เม อสฺส กาลงฺกิริยา, โส มมสฺส อนฺตราโย’’ติ. เอวํ (อ. นิ. ๖.๒๐) กายพหุสาธารณโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๑๗๓. อายุทุพฺพลโตติ อายุ นาเมตํ อพลํ ทุพฺพลํ. ตถา หิ สตฺตานํ ชีวิตํ อสฺสาสปสฺสาสูปนิพทฺธญฺเจว อิริยาปถูปนิพทฺธญฺจ สีตุณฺหูปนิพทฺธญฺจ มหาภูตูปนิพทฺธญฺจ อาหารูปนิพทฺธญฺจ. ตเทตํ อสฺสาสปสฺสาสานํ สมวุตฺติตํ ลภมานเมว ปวตฺตติ. พหิ นิกฺขนฺตนาสิกวาเต ปน อนฺโต อปวิสนฺเต, ปวิฏฺเฐ วา อนิกฺขมนฺเต มโต นาม โหติ. จตุนฺนํ อิริยาปถานมฺปิ สมวุตฺติตํ ลภมานเมว ปวตฺตติ. อญฺญตรญฺญตรสฺส ปน อธิมตฺตตาย อายุสงฺขารา อุปจฺฉิชฺชนฺติ. สีตุณฺหานมฺปิ สมวุตฺติตํ ลภมานเมว ปวตฺตติ. อติสีเตน ปน อติอุเณฺหน วา อภิภูตสฺส วิปชฺชติ. มหาภูตานมฺปิ สมวุตฺติตํ ลภมานเมว ปวตฺตติ. ปถวีธาตุยา ปน อาโปธาตุอาทีนํ วา อญฺญตรญฺญตรสฺส ปโกเปน พลสมฺปนฺโนปิ ปุคฺคโล ปตฺถทฺธกาโย วา อติสาราทิวเสน กิลินฺนปูติกาโย วา มหาฑาหปเรโต วา สมฺภิชฺชมานสนฺธิพนฺธโน วา หุตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณาติ. กพฬีการาหารมฺปิ ยุตฺตกาเล ลภนฺตสฺเสว ชีวิตํ ปวตฺตติ, อาหารํ อลภมานสฺส ปน ปริกฺขยํ คจฺฉตีติ. เอวํ อายุทุพฺพลโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๑๗๔. อนิมิตฺตโตติ อววตฺถานโต, ปริจฺเฉทาภาวโตติ อตฺโถ. สตฺตานํ หิ –
ชีวิตํ พฺยาธิ กาโล จ, เทหนิกฺเขปนํ คติ;
ปญฺเจเต ชีวโลกสฺมึ, อนิมิตฺตา น นายเร.
ตตฺถ ชีวิตํ ตาว ‘‘เอตฺตกเมว ชีวิตพฺพํ, น อิโต ปร’’นฺติ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตํ. กลลกาเลปิ หิ สตฺตา มรนฺติ, อพฺพุทเปสิฆนมาสิกเทฺวมาสเตมาสจตุมาสปญฺจมาสทสมาสกาเลปิ. กุจฺฉิโต นิกฺขนฺตสมเยปิ. ตโต ปรํ วสฺสสตสฺส อนฺโตปิ พหิปิ มรนฺติเยว. พฺยาธิปิ ‘‘อิมินาว พฺยาธินา สตฺตา มรนฺติ, นาญฺเญนา’’ติ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺโต. จกฺขุโรเคนาปิ หิ สตฺตา มรนฺติ, โสตโรคาทีนํ อญฺญตเรนาปิ. กาโลปิ ‘‘อิมสฺมึเยว กาเล มริตพฺพํ, นาญฺญสฺมิ’’นฺติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺโต. ปุพฺพเณฺหปิ หิ สตฺตา มรนฺติ, มชฺฌนฺหิกาทีนํ อญฺญตรสฺมิมฺปิ. เทหนิกฺเขปนมฺปิ ‘‘อิเธว มียมานานํ เทเหน ปติตพฺพํ, นาญฺญตฺรา’’ติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตํ. อนฺโตคาเม ชาตานํ หิ พหิคาเมปิ อตฺตภาโว ปตติ. พหิคาเม ชาตานมฺปิ อนฺโตคาเม. ตถา ถลชานํ วา ชเล, ชลชานํ วา ถเลติ อเนกปฺปการโต วิตฺถาเรตพฺพํ. คติปิ ‘‘อิโต จุเตน อิธ นิพฺพตฺติตพฺพ’’นฺติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตา. เทวโลกโต หิ จุตา มนุสฺเสสุปิ นิพฺพตฺตนฺติ, มนุสฺสโลกโต จุตา เทวโลกาทีนมฺปิ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺตนฺตีติ เอวํ ยนฺตยุตฺตโคโณ วิย คติปญฺจเก โลโก สมฺปริวตฺตตีติ เอวํ อนิมิตฺตโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๑๗๕. อทฺธานปริจฺเฉทโตติ มนุสฺสานํ ชีวิตสฺส นาม เอตรหิ ปริตฺโต อทฺธา. โย จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสตํ, อปฺปํ วา ภิยฺโย. เตนาห ภควา – ‘‘อปฺปมิทํ, ภิกฺขเว, มนุสฺสานํ อายุ, คมนีโย สมฺปราโย, กตฺตพฺพํ กุสลํ, จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ, นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ. โย, ภิกฺขเว, จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสตํ, อปฺปํ วา ภิยฺโยติ.
อปฺปมายุมนุสฺสานํ, หีเฬยฺย นํ สุโปริโส;
จเรยฺยาทิตฺตสีโสว, นตฺถิ มจฺจุสฺส นาคโมติ. (สํ. นิ. ๑.๑๔๕);
อปรมฺปิ อาห – ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, อรโก นาม สตฺถา อโหสี’’ติ สพฺพมฺปิ สตฺตหิ อุปมาหิ อลงฺกตํ สุตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ.
อปรมฺปิ อาห – ‘‘โยจายํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ มรณสฺสตึ ภาเวติ, อโห วตาหํ รตฺตินฺทิวํ ชีเวยฺยํ, ภควโต สาสนํ มนสิกเรยฺยํ, พหุํ วต เม กตํ อสฺสาติ. โยจายํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ มรณสฺสตึ ภาเวติ, อโห วตาหํ ทิวสํ ชีเวยฺยํ, ภควโต สาสนํ มนสิกเรยฺยํ, พหุํ วต เม กตํ อสฺสาติ. โย จายํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ มรณสฺสตึ ภาเวติ, อโห วตาหํ ตทนฺตรํ ชีเวยฺยํ, ยทนฺตรํ เอกํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชามิ, ภควโต สาสนํ มนสิกเรยฺยํ, พหุํ วต เม กตํ อสฺสาติ. โย จายํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ มรณสฺสตึ ภาเวติ, อโห วตาหํ ตทนฺตรํ ชีเวยฺยํ, ยทนฺตรํ จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป สงฺขาทิตฺวา อชฺโฌหรามิ, ภควโต สาสนํ มนสิกเรยฺยํ, พหุํ วต เม กตํ อสฺสาติ. อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ปมตฺตา วิหรนฺติ, ทนฺธํ มรณสฺสตึ ภาเวนฺติ อาสวานํ ขยาย. โย จ ขฺวายํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ มรณสฺสตึ ภาเวติ, อโห วตาหํ ตทนฺตรํ ชีเวยฺยํ, ยทนฺตรํ เอกํ อาโลปํ สงฺขาทิตฺวา อชฺโฌหรามิ, ภควโต สาสนํ มนสิกเรยฺยํ, พหุํ วต เม กตํ อสฺสาติ. โย จายํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ มรณสฺสตึ ภาเวติ, อโห วตาหํ ตทนฺตรํ ชีเวยฺยํ, ยทนฺตรํ อสฺสสิตฺวา วา ปสฺสสามิ, ปสฺสสิตฺวา วา อสฺสสามิ, ภควโต สาสนํ มนสิกเรยฺยํ, พหุํ วต เม กตํ อสฺสาติ. อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู อปฺปมตฺตา วิหรนฺติ, ติกฺขํ มรณสฺสตึ ภาเวนฺติ อาสวานํ ขยายา’’ติ (อ. นิ. ๖.๑๙). เอวํ จตุปญฺจาโลปสงฺขาทนมตฺตํ อวิสฺสาสิโย ปริตฺโต ชีวิตสฺส อทฺธาติ เอวํ อทฺธานปริจฺเฉทโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๑๗๖. ขณปริตฺตโตติ ปรมตฺถโต หิ อติปริตฺโต สตฺตานํ ชีวิตกฺขโณ เอกจิตฺตปฺปวตฺติมตฺโตเยว. ยถา นาม รถจกฺกํ ปวตฺตมานมฺปิ เอเกเนว เนมิปฺปเทเสน ปวตฺตติ, ติฏฺฐมานมฺปิ เอเกเนว ติฏฺฐติ, เอวเมว เอกจิตฺตกฺขณิกํ สตฺตานํ ชีวิตํ. ตสฺมึ จิตฺเต นิรุทฺธมตฺเต สตฺโต นิรุทฺโธติ วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อตีเต จิตฺตกฺขเณ ชีวิตฺถ, น ชีวติ, น ชีวิสฺสติ. อนาคเต จิตฺตกฺขเณ น ชีวิตฺถ, น ชีวติ, ชีวิสฺสติ. ปจฺจุปฺปนฺเน จิตฺตกฺขเณ น ชีวิตฺถ, ชีวติ, น ชีวิสฺสติ.
‘‘ชีวิตํ อตฺตภาโว จ, สุขทุกฺขา จ เกวลา;
เอกจิตฺตสมายุตฺตา, ลหุ โส วตฺตเต ขโณ.
‘‘เย นิรุทฺธา มรนฺตสฺส, ติฏฺฐมานสฺส วา อิธ;
สพฺเพปิ สทิสา ขนฺธา, คตา อปฺปฏิสนฺธิกา.
‘‘อนิพฺพตฺเตน น ชาโต, ปจฺจุปฺปนฺเนน ชีวติ;
จิตฺตภงฺคา มโต โลโก, ปญฺญตฺติ ปรมตฺถิยา’’ติ. (มหานิ. ๓๙);
เอวํ ขณปริตฺตโต มรณํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๑๗๗. อิติ อิเมสํ อฏฺฐนฺนํ อาการานํ อญฺญตรญฺญตเรน อนุสฺสรโตปิ ปุนปฺปุนํ มนสิการวเสน จิตฺตํ อาเสวนํ ลภติ, มรณารมฺมณา สติ สนฺติฏฺฐติ, นีวรณานิ วิกฺขมฺภนฺติ, ฌานงฺคานิ ปาตุภวนฺติ. สภาวธมฺมตฺตา ปน สํเวชนียตฺตา จ อารมฺมณสฺส อปฺปนํ อปฺปตฺวา อุปจารปฺปตฺตเมว ฌานํ โหติ. โลกุตฺตรชฺฌานํ ปน ทุติยจตุตฺถานิ จ อารุปฺปชฺฌานานิ สภาวธมฺเมปิ ภาวนาวิเสเสน อปฺปนํ ปาปุณนฺติ. วิสุทฺธิภาวนานุกฺกมวเสน หิ โลกุตฺตรํ อปฺปนํ ปาปุณาติ. อารมฺมณาติกฺกมภาวนาวเสน อารุปฺปํ. อปฺปนาปตฺตสฺเสว หิ ฌานสฺส อารมฺมณสมติกฺกมนมตฺตํ ตตฺถ โหติ. อิธ ปน ตทุภยมฺปิ นตฺถิ. ตสฺมา อุปจารปฺปตฺตเมว ฌานํ โหติ. ตเทตํ มรณสฺสติพเลน อุปฺปนฺนตฺตา มรณสฺสติจฺเจว สงฺขํ คจฺฉติ.
อิมญฺจ ปน มรณสฺสตึ อนุยุตฺโต ภิกฺขุ สตตํ อปฺปมตฺโต โหติ, สพฺพภเวสุ อนภิรติสญฺญํ ปฏิลภติ, ชีวิตนิกนฺตึ ชหาติ, ปาปครหี โหติ, อสนฺนิธิพหุโล ปริกฺขาเรสุ วิคตมลมจฺเฉโร, อนิจฺจสญฺญา จสฺส ปริจยํ คจฺฉติ, ตทนุสาเรเนว ทุกฺขสญฺญา อนตฺตสญฺญา จ อุปฏฺฐาติ. ยถา อภาวิตมรณา สตฺตา สหสา วาฬมิคยกฺขสปฺปโจรวธกาภิภูตา วิย มรณสมเย ภยํ สนฺตาสํ สมฺโมหํ อาปชฺชนฺติ, เอวํ อนาปชฺชิตฺวา อภโย อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ. สเจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อมตํ นาราเธติ, กายสฺส เภทา สุคติปรายโน โหติ.
ตสฺมา หเว อปฺปมาทํ, กยิราถ สุเมธโส;
เอวํ มหานุภาวาย, มรณสฺสติยา สทาติ.
อิทํ มรณสฺสติยํ วิตฺถารกถามุขํ.
กายคตาสติกถา
๑๗๘. อิทานิ ยํ ตํ อญฺญตฺร พุทฺธุปฺปาทา อปฺปวตฺตปุพฺพํ สพฺพติตฺถิยานํ อวิสยภูตํ เตสุ เตสุ สุตฺตนฺเตสุ ‘‘เอกธมฺโม, ภิกฺขเว, ภาวิโต พหุลีกโต มหโต สํเวคาย สํวตฺตติ. มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ. มหโต โยคกฺเขมาย สํวตฺตติ. มหโต สติสมฺปชญฺญาย สํวตฺตติ. ญาณทสฺสนปฏิลาภาย สํวตฺตติ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาราย สํวตฺตติ. วิชฺชาวิมุตฺติผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ. กตโม เอกธมฺโม? กายคตา สติ… (อ. นิ. ๑.๕๖๓ อาทโย). อมตํ เต, ภิกฺขเว, ปริภุญฺชนฺติ, เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺติ. อมตํ เต, ภิกฺขเว, น ปริภุญฺชนฺติ, เย กายคตาสตึ น ปริภุญฺชนฺติ. อมตํ เตสํ, ภิกฺขเว, ปริภุตฺตํ… อปริภุตฺตํ… ปริหีนํ… อปริหีนํ… วิรทฺธํ… อวิรทฺธํ, เยสํ กายคตาสติ อารทฺธาติ (อ. นิ. ๑.๖๐๓) เอวํ ภควตา อเนเกหิ อากาเรหิ ปสํสิตฺวา ‘‘กถํ ภาวิตา, ภิกฺขเว, กายคตาสติ กถํ พหุลีกตา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสา? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อรญฺญคโต วา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๑๕๔) นเยน อานาปานปพฺพํ, อิริยาปถปพฺพํ, จตุสมฺปชญฺญปพฺพํ, ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพํ, ธาตุมนสิการปพฺพํ, นวสิวถิกปพฺพานีติ อิเมสํ จุทฺทสนฺนํ ปพฺพานํ วเสน กายคตาสติกมฺมฏฺฐานํ นิทฺทิฏฺฐํ, ตสฺส ภาวนานิทฺเทโส อนุปฺปตฺโต.
ตตฺถ ยสฺมา อิริยาปถปพฺพํ จตุสมฺปชญฺญปพฺพํ ธาตุมนสิการปพฺพนฺติ อิมานิ ตีณิ วิปสฺสนาวเสน วุตฺตานิ. นว สิวถิกปพฺพานิ วิปสฺสนาญาเณสุเยว อาทีนวานุปสฺสนาวเสน วุตฺตานิ. ยาปิ เจตฺถ อุทฺธุมาตกาทีสุ สมาธิภาวนา อิชฺเฌยฺย, สา อสุภนิทฺเทเส ปกาสิตาเยว. อานาปานปพฺพํ ปน ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพญฺจ อิมาเนเวตฺถ เทฺว สมาธิวเสน วุตฺตานิ. เตสุ อานาปานปพฺพํ อานาปานสฺสติวเสน วิสุํ กมฺมฏฺฐานํเยว. ยํ ปเนตํ ‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิมเมว กายํ อุทฺธํ ปาทตลา อโธ เกสมตฺถกา ตจปริยนฺตํ ปูรํ นานปฺปการสฺส อสุจิโน ปจฺจเวกฺขติ. อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา โลมา…เป… มุตฺต’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๑๕๔) เอวํ มตฺถลุงฺคํ อฏฺฐิมิญฺเชน สงฺคเหตฺวา ปฏิกฺกูลมนสิการวเสน เทสิตํ ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ, อิทมิธ กายคตาสตีติ อธิปฺเปตํ.
๑๗๙. ตตฺถายํ ปาฬิวณฺณนาปุพฺพงฺคโม ภาวนานิทฺเทโส. อิมเมว กายนฺติ อิมํ จตุมหาภูติกํ ปูติกายํ. อุทฺธํ ปาทตลาติ ปาทตลโต อุปริ. อโธ เกสมตฺถกาติ เกสคฺคโต เหฏฺฐา. ตจปริยนฺตนฺติ ติริยํ ตจปริจฺฉินฺนํ. ปูรํ นานปฺปการสฺส อสุจิโน ปจฺจเวกฺขตีติ นานปฺปการเกสาทิอสุจิภริโต อยํ กาโยติ ปสฺสติ. กถํ? อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา…เป… มุตฺตนฺติ.
ตตฺถ อตฺถีติ สํวิชฺชนฺติ. อิมสฺมินฺติ ยฺวายํ อุทฺธํ ปาทตลา อโธ เกสมตฺถกา ตจปริยนฺโต ปูโร นานปฺปการสฺส อสุจิโนติ วุจฺจติ, ตสฺมึ. กาเยติ สรีเร. สรีรํ หิ อสุจิสญฺจยโต กุจฺฉิตานํ เกสาทีนญฺเจว จกฺขุโรคาทีนญฺจ โรคสตานํ อายภูตโต กาโยติ วุจฺจติ. เกสา โลมาติ เอเต เกสาทโย ทฺวตฺตึสาการา. ตตฺถ อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา, อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย โลมาติ เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.
อิมสฺมึ หิ ปาทตลา ปฏฺฐาย อุปริ, เกสมตฺถกา ปฏฺฐาย เหฏฺฐา, ตจโต ปฏฺฐาย ปริโตติ เอตฺตเก พฺยามมตฺเต กเฬวเร สพฺพากาเรนปิ วิจินนฺโต น โกจิ กิญฺจิ มุตฺตํ วา มณึ วา เวฬุริยํ วา อครุํ วา กุงฺกุมํ วา กปฺปูรํ วา วาสจุณฺณาทึ วา อณุมตฺตมฺปิ สุจิภาวํ ปสฺสติ, อถ โข ปรมทุคฺคนฺธเชคุจฺฉํ อสิริกทสฺสนํ นานปฺปการํ เกสโลมาทิเภทํ อสุจึเยว ปสฺสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา โลมา…เป… มุตฺต’’นฺติ. อยเมตฺถ ปทสมฺพนฺธโต วณฺณนา.
๑๘๐. อิมํ ปน กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตุกาเมน อาทิกมฺมิเกน กุลปุตฺเตน วุตฺตปฺปการํ กลฺยาณมิตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา อิทํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตพฺพํ. เตนาปิสฺส กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺเตน สตฺตธา อุคฺคหโกสลฺลํ ทสธา จ มนสิการโกสลฺลํ อาจิกฺขิตพฺพํ. ตตฺถ วจสา มนสา วณฺณโต สณฺฐานโต ทิสโต โอกาสโต ปริจฺเฉทโตติ เอวํ สตฺตธา อุคฺคหโกสลฺลํ อาจิกฺขิตพฺพํ.
อิมสฺมึ หิ ปฏิกฺกูลมนสิการกมฺมฏฺฐาเน โยปิ ติปิฏโก โหติ, เตนาปิ มนสิการกาเล ปฐมํ วาจาย สชฺฌาโย กาตพฺโพ. เอกจฺจสฺส หิ สชฺฌายํ กโรนฺตสฺเสว กมฺมฏฺฐานํ ปากฏํ โหติ มลยวาสี มหาเทวตฺเถรสฺส สนฺติเก อุคฺคหิตกมฺมฏฺฐานานํ ทฺวินฺนํ เถรานํ วิย. เถโร กิร เตหิ กมฺมฏฺฐานํ ยาจิโต จตฺตาโร มาเส อิมํเยว สชฺฌายํ กโรถาติ ทฺวตฺตึสาการปาฬึ อทาสิ. เต กิญฺจาปิ เนสํ เทฺว ตโย นิกายา ปคุณา, ปทกฺขิณคฺคาหิตาย ปน จตฺตาโร มาเส ทฺวตฺตึสาการํ สชฺฌายนฺตาว โสตาปนฺนา อเหสุํ. ตสฺมา กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺเตน อาจริเยน อนฺเตวาสิโก วตฺตพฺโพ ‘‘ปฐมํ ตาว วาจาย สชฺฌายํ กโรหี’’ติ.
กโรนฺเตน จ ตจปญฺจกาทีนิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนุโลมปฏิโลมวเสน สชฺฌาโย กาตพฺโพ. เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจติ หิ วตฺวา ปุน ปฏิโลมโต ตโจ ทนฺตา นขา โลมา เกสาติ วตฺตพฺพํ.
ตทนนฺตรํ วกฺกปญฺจเก มํสํ นฺหารุ อฏฺฐิ อฏฺฐิมิญฺชํ วกฺกนฺติ วตฺวา ปุน ปฏิโลมโต วกฺกํ อฏฺฐิมิญฺชํ อฏฺฐิ นฺหารุ มํสํ, ตโจ ทนฺตา นขา โลมา เกสาติ วตฺตพฺพํ.
ตโต ปปฺผาสปญฺจเก หทยํ ยกนํ กิโลมกํ ปิหกํ ปปฺผาสนฺติ วตฺวา ปุน ปฏิโลมโต ปปฺผาสํ ปิหกํ กิโลมกํ ยกนํ หทยํ, วกฺกํ อฏฺฐิมิญฺชํ อฏฺฐิ นฺหารุ มํสํ, ตโจ ทนฺตา นขา โลมา เกสาติ วตฺตพฺพํ.
ตโต มตฺถลุงฺคปญฺจเก อนฺตํ อนฺตคุณํ อุทริยํ กรีสํ มตฺถลุงฺคนฺติ วตฺวา ปุน ปฏิโลมโต มตฺถลุงฺคํ กรีสํ อุทริยํ อนฺตคุณํ อนฺตํ, ปปฺผาสํ ปิหกํ กิโลมกํ ยกนํ หทยํ, วกฺกํ อฏฺฐิมิญฺชํ อฏฺฐิ นฺหารุ มํสํ, ตโจ ทนฺตา นขา โลมา เกสาติ วตฺตพฺพํ.
ตโต เมทฉกฺเก ปิตฺตํ เสมฺหํ ปุพฺโพ โลหิตํ เสโท เมโทติ วตฺวา ปุน ปฏิโลมโต เมโท เสโท โลหิตํ ปุพฺโพ เสมฺหํ ปิตฺตํ, มตฺถลุงฺคํ กรีสํ อุทริยํ อนฺตคุณํ อนฺตํ, ปปฺผาสํ ปิหกํ กิโลมกํ ยกนํ หทยํ, วกฺกํ อฏฺฐิมิญฺชํ อฏฺฐิ นฺหารุ มํสํ, ตโจ ทนฺตา นขา โลมา เกสาติ วตฺตพฺพํ.
ตโต มุตฺตฉกฺเก อสฺสุ วสา เขโฬ สิงฺฆาณิกา ลสิกา มุตฺตนฺติ วตฺวา ปุน ปฏิโลมโต มุตฺตํ ลสิกา สิงฺฆาณิกา เขโฬ วสา อสฺสุ, เมโท เสโท โลหิตํ ปุพฺโพ เสมฺหํ ปิตฺตํ, มตฺถลุงฺคํ กรีสํ อุทริยํ อนฺตคุณํ อนฺตํ, ปปฺผาสํ ปิหกํ กิโลมกํ ยกนํ หทยํ, วกฺกํ อฏฺฐิมิญฺชํ อฏฺฐิ นฺหารุ มํสํ, ตโจ ทนฺตา นขา โลมา เกสาติ วตฺตพฺพํ.
เอวํ กาลสตํ กาลสหสฺสํ กาลสตสหสฺสมฺปิ วาจาย สชฺฌาโย กาตพฺโพ. วจสา สชฺฌาเยน หิ กมฺมฏฺฐานตนฺติ ปคุณา โหติ, น อิโต จิโต จ จิตฺตํ วิธาวติ. โกฏฺฐาสา ปากฏา โหนฺติ, หตฺถสงฺขลิกา วิย วติปาทปนฺติ วิย จ ขายนฺติ.
ยถา ปน วจสา, ตเถว มนสาปิ สชฺฌาโย กาตพฺโพ. วจสา สชฺฌาโย หิ มนสา สชฺฌายสฺส ปจฺจโย โหติ. มนสา สชฺฌาโย ลกฺขณปฏิเวธสฺส ปจฺจโย โหติ.
วณฺณโตติ เกสาทีนํ วณฺโณ ววตฺถเปตพฺโพ.
สณฺฐานโตติ เตสญฺเญว สณฺฐานํ ววตฺถเปตพฺพํ.
ทิสโตติ อิมสฺมึ หิ สรีเร นาภิโต อุทฺธํ อุปริมทิสา, อโธ เหฏฺฐิมทิสา, ตสฺมา อยํ โกฏฺฐาโส อิมิสฺสา นาม ทิสายาติ ทิสา ววตฺถเปตพฺพา.
โอกาสโตติ อยํ โกฏฺฐาโส อิมสฺมึ นาม โอกาเส ปติฏฺฐิโตติ เอวํ ตสฺส ตสฺส โอกาโส ววตฺถเปตพฺโพ.
ปริจฺเฉทโตติ สภาคปริจฺเฉโท วิสภาคปริจฺเฉโทติ เทฺว ปริจฺเฉทา. ตตฺถ อยํ โกฏฺฐาโส เหฏฺฐา จ อุปริ จ ติริยญฺจ อิมินา นาม ปริจฺฉินฺโนติ เอวํ สภาคปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ. เกสา น โลมา, โลมาปิ น เกสาติ เอวํ อมิสฺสกตาวเสน วิสภาคปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ.
เอวํ สตฺตธา อุคฺคหโกสลฺลํ อาจิกฺขนฺเตน ปน อิทํ กมฺมฏฺฐานํ อสุกสฺมึ สุตฺเต ปฏิกฺกูลวเสน กถิตํ, อสุกสฺมึ ธาตุวเสนาติ ญตฺวา อาจิกฺขิตพฺพํ. อิทญฺหิ มหาสติปฏฺฐาเน (ที. นิ. ๒.๓๗๗) ปฏิกฺกูลวเสเนว กถิตํ. มหาหตฺถิปโทปม(ม. นิ. ๑.๓๐๐ อาทโย) มหาราหุโลวาท(ม. นิ. ๒.๑๑๓ อาทโย) ธาตุวิภงฺเคสุ(ม. นิ. ๓.๓๔๒ อาทโย) ธาตุวเสน กถิตํ. กายคตาสติสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๕๓) ปน ยสฺส วณฺณโต อุปฏฺฐาติ, ตํ สนฺธาย จตฺตาริ ฌานานิ วิภตฺตานิ. ตตฺถ ธาตุวเสน กถิตํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ โหติ. ปฏิกฺกูลวเสน กถิตํ สมถกมฺมฏฺฐานํ. ตเทตํ อิธ สมถกมฺมฏฺฐานเมวาติ.
๑๘๑. เอวํ สตฺตธา อุคฺคหโกสลฺลํ อาจิกฺขิตฺวา อนุปุพฺพโต, นาติสีฆโต, นาติสณิกโต, วิกฺเขปปฏิพาหนโต, ปณฺณตฺติสมติกฺกมนโต, อนุปุพฺพมุญฺจนโต, อปฺปนาโต, ตโย จ สุตฺตนฺตาติ เอวํ ทสธา มนสิการโกสลฺลํ อาจิกฺขิตพฺพํ. ตตฺถ อนุปุพฺพโตติ อิทญฺหิ สชฺฌายกรณโต ปฏฺฐาย อนุปฏิปาฏิยา มนสิกาตพฺพํ, น เอกนฺตริกาย. เอกนฺตริกาย หิ มนสิกโรนฺโต ยถา นาม อกุสโล ปุริโส ทฺวตฺตึสปทํ นิสฺเสณึ เอกนฺตริกาย อาโรหนฺโต กิลนฺตกาโย ปตติ, น อาโรหนํ สมฺปาเทติ, เอวเมว ภาวนาสมฺปตฺติวเสน อธิคนฺตพฺพสฺส อสฺสาทสฺส อนธิคมา กิลนฺตจิตฺโต ปตติ, น ภาวนํ สมฺปาเทติ.
อนุปุพฺพโต มนสิกโรนฺเตนาปิ จ นาติสีฆโต มนสิกาตพฺพํ. อติสีฆโต มนสิกโรโต หิ ยถา นาม ติโยชนมคฺคํ ปฏิปชฺชิตฺวา โอกฺกมนวิสฺสชฺชนํ อสลฺลกฺเขตฺวา สีเฆน ชเวน สตกฺขตฺตุมฺปิ คมนาคมนํ กโรโต ปุริสสฺส กิญฺจาปิ อทฺธานํ ปริกฺขยํ คจฺฉติ, อถ โข ปุจฺฉิตฺวาว คนฺตพฺพํ โหติ, เอวเมว เกวลํ กมฺมฏฺฐานํ ปริโยสานํ ปาปุณาติ, อวิภูตํ ปน โหติ, น วิเสสํ อาวหติ, ตสฺมา นาติสีฆโต มนสิกาตพฺพํ.
ยถา จ นาติสีฆโต, เอวํ นาติสณิกโตปิ. อติสณิกโต มนสิกโรโต หิ ยถา นาม ตทเหว ติโยชนมคฺคํ คนฺตุกามสฺส ปุริสสฺส อนฺตรามคฺเค รุกฺขปพฺพตตฬากาทีสุ วิลมฺพมานสฺส มคฺโค ปริกฺขยํ น คจฺฉติ, ทฺวีหตีเหน ปริโยสาเปตพฺโพ โหติ, เอวเมว กมฺมฏฺฐานํ ปริโยสานํ น คจฺฉติ, วิเสสาธิคมสฺส ปจฺจโย น โหติ.
วิกฺเขปปฏิพาหนโตติ กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณ เจตโส วิกฺเขโป ปฏิพาหิตพฺโพ. อปฺปฏิพาหโต หิ ยถา นาม เอกปทิกํ ปปาตมคฺคํ ปฏิปนฺนสฺส ปุริสสฺส อกฺกมนปทํ อสลฺลกฺเขตฺวา อิโต จิโต จ วิโลกยโต ปทวาโร วิรชฺฌติ, ตโต สตโปริเส ปปาเต ปติตพฺพํ โหติ, เอวเมว พหิทฺธา วิกฺเขเป สติ กมฺมฏฺฐานํ ปริหายติ ปริธํสติ. ตสฺมา วิกฺเขปปฏิพาหนโต มนสิกาตพฺพํ.
ปณฺณตฺติสมติกฺกมนโตติ ยายํ เกสา โลมาติอาทิกา ปณฺณตฺติ, ตํ อติกฺกมิตฺวา ปฏิกฺกูลนฺติ จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ. ยถา หิ อุทกทุลฺลภกาเล มนุสฺสา อรญฺเญ อุทปานํ ทิสฺวา ตตฺถ ตาลปณฺณาทิกํ กิญฺจิเทว สญฺญาณํ พนฺธิตฺวา เตน สญฺญาเณน อาคนฺตฺวา นฺหายนฺติ เจว ปิวนฺติ จ. ยทา ปน เนสํ อภิณฺหสญฺจาเรน อาคตาคตปทํ ปากฏํ โหติ, ตทา สญฺญาเณน กิจฺจํ น โหติ, อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ คนฺตฺวา นฺหายนฺติ เจว ปิวนฺติ จ, เอวเมว ปุพฺพภาเค เกสา โลมาติปณฺณตฺติวเสน มนสิกโรโต ปฏิกฺกูลภาโว ปากโฏ โหติ. อถ เกสา โลมาติปณฺณตฺตึ สมติกฺกมิตฺวา ปฏิกฺกูลภาเวเยว จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ.
อนุปุพฺพมุญฺจนโตติ โย โย โกฏฺฐาโส น อุปฏฺฐาติ, ตํ ตํ มุญฺจนฺเตน อนุปุพฺพมุญฺจนโต มนสิกาตพฺพํ. อาทิกมฺมิกสฺส หิ เกสาติ มนสิกโรโต มนสิกาโร คนฺตฺวา มุตฺตนฺติ อิมํ ปริโยสานโกฏฺฐาสเมว อาหจฺจ ติฏฺฐติ. มุตฺตนฺติ จ มนสิกโรโต มนสิกาโร คนฺตฺวา เกสาติ อิมํ อาทิโกฏฺฐาสเมว อาหจฺจ ติฏฺฐติ. อถสฺส มนสิกโรโต มนสิกโรโต เกจิ โกฏฺฐาสา อุปฏฺฐหนฺติ, เกจิ น อุปฏฺฐหนฺติ. เตน เย เย อุปฏฺฐหนฺติ, เตสุ เตสุ ตาว กมฺมํ กาตพฺพํ. ยาว ทฺวีสุ อุปฏฺฐิเตสุ เตสมฺปิ เอโก สุฏฺฐุตรํ อุปฏฺฐหติ, เอวํ อุปฏฺฐิตํ ปน ตเมว ปุนปฺปุนํ มนสิกโรนฺเตน อปฺปนา อุปฺปาเทตพฺพา.
ตตฺรายํ อุปมา – ยถา หิ ทฺวตฺตึสตาลเก ตาลวเน วสนฺตํ มกฺกฏํ คเหตุกาโม ลุทฺโท อาทิมฺหิ ฐิตตาลสฺส ปณฺณํ สเรน วิชฺฌิตฺวา อุกฺกุฏฺฐึ กเรยฺย, อถ โข โส มกฺกโฏ ปฏิปาฏิยา ตสฺมึ ตสฺมึ ตาเล ปติตฺวา ปริยนฺตตาลเมว คจฺเฉยฺย, ตตฺถปิ คนฺตฺวา ลุทฺเทน ตเถว กเต ปุน เตเนว นเยน อาทิตาลํ อาคจฺเฉยฺย, โส เอวํ ปุนปฺปุนํ ปริปาติยมาโน อุกฺกุฏฺฐุกฺกุฏฺฐิฏฺฐาเนเยว อุฏฺฐหิตฺวา อนุกฺกเมน เอกสฺมึ ตาเล นิปติตฺวา ตสฺส เวมชฺเฌ มกุฬตาลปณฺณสูจึ ทฬฺหํ คเหตฺวา วิชฺฌิยมาโนปิ น อุฏฺฐเหยฺย, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
ตตฺริทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ยถา หิ ตาลวเน ทฺวตฺตึสตาลา, เอวํ อิมสฺมึ กาเย ทฺวตฺตึสโกฏฺฐาสา. มกฺกโฏ วิย จิตฺตํ. ลุทฺโท วิย โยคาวจโร. มกฺกฏสฺส ทฺวตฺตึสตาลเก ตาลวเน นิวาโส วิย โยคิโน จิตฺตสฺส ทฺวตฺตึสโกฏฺฐาสเก กาเย อารมฺมณวเสน อนุสญฺจรณํ. ลุทฺเทน อาทิมฺหิ ฐิตตาลสฺส ปณฺณํ สเรน วิชฺฌิตฺวา อุกฺกุฏฺฐิยา กตาย มกฺกฏสฺส ตสฺมึ ตสฺมึ ตาเล ปติตฺวา ปริยนฺตตาลคมนํ วิย โยคิโน เกสาติ มนสิกาเร อารทฺเธ ปฏิปาฏิยา คนฺตฺวา ปริโยสานโกฏฺฐาเสเยว จิตฺตสฺส สณฺฐานํ. ปุน ปจฺจาคมเนปิ เอเสว นโย. ปุนปฺปุนํ ปริปาติยมานสฺส มกฺกฏสฺส อุกฺกุฏฺฐุกฺกุฏฺฐิฏฺฐาเน อุฏฺฐานํ วิย ปุนปฺปุนํ มนสิกโรโต เกสุจิ เกสุจิ อุปฏฺฐิเตสุ อนุปฏฺฐหนฺเต วิสฺสชฺเชตฺวา อุปฏฺฐิเตสุ ปริกมฺมกรณํ. อนุกฺกเมน เอกสฺมึ ตาเล นิปติตฺวา ตสฺส มชฺเฌ มกุฬตาลปณฺณสูจึ ทฬฺหํ คเหตฺวา วิชฺฌิยมานสฺสปิ อนุฏฺฐานํ วิย อวสาเน ทฺวีสุ อุปฏฺฐิเตสุ โย สุฏฺฐุตรํ อุปฏฺฐาติ, ตเมว ปุนปฺปุนํ มนสิกริตฺวา อปฺปนาย อุปฺปาทนํ.
อปราปิ อุปมา – ยถา นาม ปิณฺฑปาติโก ภิกฺขุ ทฺวตฺตึสกุลํ คามํ อุปนิสฺสาย วสนฺโต ปฐมเคเหเยว เทฺว ภิกฺขา ลภิตฺวา ปรโต เอกํ วิสฺสชฺเชยฺย. ปุนทิวเส ติสฺโส ลภิตฺวา ปรโต เทฺว วิสฺสชฺเชยฺย. ตติยทิวเส อาทิมฺหิเยว ปตฺตปูรํ ลภิตฺวา อาสนสาลํ คนฺตฺวา ปริภุญฺเชยฺย. เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. ทฺวตฺตึสกุลคาโม วิย หิ ทฺวตฺตึสากาโร. ปิณฺฑปาติโก วิย โยคาวจโร. ตสฺส ตํ คามํ อุปนิสฺสาย วาโส วิย โยคิโน ทฺวตฺตึสากาเร ปริกมฺมกรณํ. ปฐมเคเห เทฺว ภิกฺขา ลภิตฺวา ปรโต เอกิสฺสา วิสฺสชฺชนํ วิย ทุติยทิวเส ติสฺโส ลภิตฺวา ปรโต ทฺวินฺนํ วิสฺสชฺชนํ วิย จ มนสิกโรโต มนสิกโรโต อนุปฏฺฐหนฺเต วิสฺสชฺเชตฺวา อุปฏฺฐิเตสุ ยาว โกฏฺฐาสทฺวเย ปริกมฺมกรณํ. ตติยทิวเส อาทิมฺหิเยว ปตฺตปูรํ ลภิตฺวา อาสนสาลายํ นิสีทิตฺวา ปริโภโค วิย ทฺวีสุ โย สุฏฺฐุตรํ อุปฏฺฐาติ, ตเมว ปุนปฺปุนํ มนสิกริตฺวา อปฺปนาย อุปฺปาทนํ.
อปฺปนาโตติ อปฺปนาโกฏฺฐาสโต เกสาทีสุ เอเกกสฺมึ โกฏฺฐาเส อปฺปนา โหตีติ เวทิตพฺพาติ อยเมเวตฺถ อธิปฺปาโย.
ตโย จ สุตฺตนฺตาติ อธิจิตฺตํ, สีติภาโว, โพชฺฌงฺคโกสลฺลนฺติ อิเม ตโย สุตฺตนฺตา วีริยสมาธิโยชนตฺถํ เวทิตพฺพาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. ตตฺถ –
‘‘อธิจิตฺตมนุยุตฺเตน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา ตีณิ นิมิตฺตานิ กาเลนกาลํ มนสิกาตพฺพานิ. กาเลนกาลํ สมาธินิมิตฺตํ มนสิกาตพฺพํ. กาเลนกาลํ ปคฺคหนิมิตฺตํ มนสิกาตพฺพํ. กาเลนกาลํ อุเปกฺขานิมิตฺตํ มนสิกาตพฺพํ. สเจ, ภิกฺขเว, อธิจิตฺตมนุยุตฺโต ภิกฺขุ เอกนฺตํ สมาธินิมิตฺตญฺเญว มนสิกเรยฺย, ฐานํ ตํ จิตฺตํ โกสชฺชาย สํวตฺเตยฺย. สเจ, ภิกฺขเว, อธิจิตฺตมนุยุตฺโต ภิกฺขุ เอกนฺตํ ปคฺคหนิมิตฺตญฺเญว มนสิกเรยฺย, ฐานํ ตํ จิตฺตํ อุทฺธจฺจาย สํวตฺเตยฺย. สเจ, ภิกฺขเว, อธิจิตฺตมนุยุตฺโต ภิกฺขุ เอกนฺตํ อุเปกฺขานิมิตฺตญฺเญว มนสิกเรยฺย, ฐานํ ตํ จิตฺตํ น สมฺมา สมาธิเยยฺย อาสวานํ ขยาย. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, อธิจิตฺตมนุยุตฺโต ภิกฺขุ กาเลนกาลํ สมาธินิมิตฺตํ ปคฺคหนิมิตฺตํ อุเปกฺขานิมิตฺตํ มนสิกโรติ, ตํ โหติ จิตฺตํ มุทุญฺจ กมฺมญฺญญฺจ ปภสฺสรญฺจ, น จ ปภงฺคุ, สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย.
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, สุวณฺณกาโร วา สุวณฺณการนฺเตวาสี วา อุกฺกํ พนฺธติ, อุกฺกํ พนฺธิตฺวา อุกฺกามุขํ อาลิมฺเปติ, อุกฺกามุขํ อาลิมฺเปตฺวา สณฺฑาเสน ชาตรูปํ คเหตฺวา อุกฺกามุเข ปกฺขิปิตฺวา กาเลนกาลํ อภิธมติ, กาเลนกาลํ อุทเกน ปริปฺโผเสติ, กาเลนกาลํ อชฺฌุเปกฺขติ. สเจ, ภิกฺขเว, สุวณฺณกาโร วา สุวณฺณการนฺเตวาสี วา ตํ ชาตรูปํ เอกนฺตํ อภิธเมยฺย, ฐานํ ตํ ชาตรูปํ ฑเหยฺย. สเจ, ภิกฺขเว, สุวณฺณกาโร วา สุวณฺณการนฺเตวาสี วา ตํ ชาตรูปํ เอกนฺตํ อุทเกน ปริปฺโผเสยฺย, ฐานํ ตํ ชาตรูปํ นิพฺพาเยยฺย. สเจ, ภิกฺขเว, สุวณฺณกาโร วา สุวณฺณการนฺเตวาสี วา ตํ ชาตรูปํ เอกนฺตํ อชฺฌุเปกฺเขยฺย, ฐานํ ตํ ชาตรูปํ น สมฺมา ปริปากํ คจฺเฉยฺย. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, สุวณฺณกาโร วา สุวณฺณการนฺเตวาสี วา ตํ ชาตรูปํ กาเลนกาลํ อภิธมติ, กาเลนกาลํ อุทเกน ปริปฺโผเสติ, กาเลนกาลํ อชฺฌุเปกฺขติ, ตํ โหติ ชาตรูปํ มุทุญฺจ กมฺมญฺญญฺจ ปภสฺสรญฺจ, น จ ปภงฺคุ, สมฺมา อุเปติ กมฺมาย. ยสฺสา ยสฺสา จ ปิฬนฺธนวิกติยา อากงฺขติ ยทิ ปฏิกาย ยทิ กุณฺฑลาย ยทิ คีเวยฺยาย ยทิ สุวณฺณมาลาย, ตญฺจสฺส อตฺถํ อนุโภติ.
‘‘เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อธิจิตฺตมนุยุตฺเตน…เป… สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. ยสฺส ยสฺส จ อภิญฺญา สจฺฉิ กรณียสฺส ธมฺมสฺส จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ อภิญฺญา สจฺฉิ กิริยาย, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๐๓).
อิทํ สุตฺตํ อธิจิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
‘‘ฉหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อนุตฺตรํ สีติภาวํ สจฺฉิกาตุํ. กตเมหิ ฉหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคเหตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคณฺหาติ. ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคเหตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ. ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํสิตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํเสติ. ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ. ปณีตาธิมุตฺติโก จ โหติ นิพฺพานาภิรโต. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อนุตฺตรํ สีติภาวํ สจฺฉิกาตุ’’นฺติ (อ. นิ. ๖.๘๕).
อิทํ สุตฺตํ อนุตฺตรํ สีติภาโวติ เวทิตพฺพํ.
โพชฺฌงฺคโกสลฺลํ ‘‘ปน เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยสฺมึ สมเย ลีนํ จิตฺตํ โหติ, อกาโล ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนายา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔) อปฺปนาโกสลฺลกถายํ ทสฺสิตเมว.
อิติ อิทํ สตฺตวิธํ อุคฺคหโกสลฺลํ สุคฺคหิตํ กตฺวา อิทญฺจ ทสวิธํ มนสิการโกสลฺลํ สุฏฺฐุ ววตฺถเปตฺวา เตน โยคินา อุภยโกสลฺลวเสน กมฺมฏฺฐานํ สาธุกํ อุคฺคเหตพฺพํ. สเจ ปนสฺส อาจริเยน สทฺธึ เอกวิหาเรเยว ผาสุ โหติ, เอวํ วิตฺถาเรน อกถาเปตฺวา กมฺมฏฺฐานํ สุฏฺฐุ ววตฺถเปตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อนุยุชฺชนฺเตน วิเสสํ ลภิตฺวา อุปรูปริ กถาเปตพฺพํ. อญฺญตฺถ วสิตุกาเมน ยถาวุตฺเตน วิธินา วิตฺถารโต กถาเปตฺวา ปุนปฺปุนํ ปริวตฺเตตฺวา สพฺพํ คณฺฐิฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา ปถวีกสิณนิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว อนนุรูปํ เสนาสนํ ปหาย อนุรูเป วิหาเร วสนฺเตน ขุทฺทกปลิโพธุปจฺเฉทํ กตฺวา ปฏิกฺกูลมนสิกาเร ปริกมฺมํ กาตพฺพํ.
กโรนฺเตน ปน เกเสสุ ตาว นิมิตฺตํ คเหตพฺพํ. กถํ? เอกํ วา เทฺว วา เกเส ลุญฺจิตฺวา หตฺถตเล ฐเปตฺวา วณฺโณ ตาว ววตฺถเปตพฺโพ. ฉินฺนฏฺฐาเนปิ เกเส โอโลเกตุํ วฏฺฏติ. อุทกปตฺเต วา ยาคุปตฺเต วา โอโลเกตุมฺปิ วฏฺฏติเยว. กาฬกกาเล ทิสฺวา กาฬกาติ มนสิกาตพฺพา. เสตกาเล เสตาติ. มิสฺสกกาเล ปน อุสฺสทวเสน มนสิกาตพฺพา โหนฺติ. ยถา จ เกเสสุ, เอวํ สกเลปิ ตจปญฺจเก ทิสฺวาว นิมิตฺตํ คเหตพฺพํ.
โกฏฺฐาสววตฺถาปนกถา
๑๘๒. เอวํ นิมิตฺตํ คเหตฺวา สพฺพโกฏฺฐาเส วณฺณสณฺฐานทิโสกาสปริจฺเฉทวเสน ววตฺถเปตฺวา วณฺณสณฺฐานคนฺธอาสโยกาสวเสน ปญฺจธา ปฏิกฺกูลโต ววตฺถเปตพฺพา.
ตตฺรายํ สพฺพโกฏฺฐาเสสุ อนุปุพฺพกถา. เกสา ตาว ปกติวณฺเณน กาฬกา อทฺทาริฏฺฐกวณฺณา. สณฺฐานโต ทีฆวฏฺฏลิกา ตุลาทณฺฑสณฺฐานา. ทิสโต อุปริมทิสาย ชาตา. โอกาสโต อุโภสุ ปสฺเสสุ กณฺณจูฬิกาหิ, ปุรโต นลาฏนฺเตน, ปจฺฉโต คลวาฏเกน ปริจฺฉินฺนา. สีสกฏาหเวฐนํ อลฺลจมฺมํ เกสานํ โอกาโส. ปริจฺเฉทโต เกสา สีสเวฐนจมฺเม วีหคฺคมตฺตํ ปวิสิตฺวา ปติฏฺฐิเตน เหฏฺฐา อตฺตโน มูลตเลน, อุปริ อากาเสน, ติริยํ อญฺญมญฺเญน ปริจฺฉินฺนา, เทฺว เกสา เอกโต นตฺถีติ อยํ สภาคปริจฺเฉโท. เกสา น โลมา, โลมา น เกสาติ เอวํ อวเสสเอกตึสโกฏฺฐาเสหิ อมิสฺสีกตา เกสา นาม ปาฏิเยกฺโก เอกโกฏฺฐาโสติ อยํ วิสภาคปริจฺเฉโท. อิทํ เกสานํ วณฺณาทิโต ววตฺถาปนํ.
๑๘๓. อิทํ ปน เนสํ วณฺณาทิวเสน ปญฺจธา ปฏิกฺกูลโต ววตฺถาปนํ. เกสา นาเมเต วณฺณโตปิ ปฏิกฺกูลา. สณฺฐานโตปิ คนฺธโตปิ อาสยโตปิ โอกาสโตปิ ปฏิกฺกูลา.
มนุญฺเญปิ หิ ยาคุปตฺเต วา ภตฺตปตฺเต วา เกสวณฺณํ กิญฺจิ ทิสฺวา เกสมิสฺสกมิทํ หรถ นนฺติ ชิคุจฺฉนฺติ. เอวํ เกสา วณฺณโต ปฏิกฺกูลา. รตฺตึ ภุญฺชนฺตาปิ เกสสณฺฐานํ อกฺกวากํ วา มกจิวากํ วา ฉุปิตฺวาปิ ตเถว ชิคุจฺฉนฺติ. เอวํ สณฺฐานโต ปฏิกฺกูลา.
เตลมกฺขนปุปฺผธูปาทิ สงฺขารวิรหิตานญฺจ เกสานํ คนฺโธ ปรมเชคุจฺโฉ โหติ. ตโต เชคุจฺฉตโร อคฺคิมฺหิ ปกฺขิตฺตานํ. เกสา หิ วณฺณสณฺฐานโต อปฺปฏิกฺกูลาปิ สิยุํ, คนฺเธน ปน ปฏิกฺกูลาเยว. ยถา หิ ทหรสฺส กุมารสฺส วจฺจํ วณฺณโต หลิทฺทิวณฺณํ, สณฺฐานโตปิ หลิทฺทิปิณฺฑสณฺฐานํ. สงฺการฏฺฐาเน ฉฑฺฑิตญฺจ อุทฺธุมาตกกาฬสุนขสรีรํ วณฺณโต ตาลปกฺกวณฺณํ. สณฺฐานโต วฏฺเฏตฺวา วิสฺสฏฺฐมุทิงฺคสณฺฐานํ. ทาฐาปิสฺส สุมนมกุฬสทิสาติ อุภยมฺปิ วณฺณสณฺฐานโต สิยา อปฺปฏิกฺกูลํ คนฺเธน ปน ปฏิกฺกูลเมว. เอวํ เกสาปิ สิยุํ วณฺณสณฺฐานโต อปฺปฏิกฺกูลา คนฺเธน ปน ปฏิกฺกูลาเยวาติ.
ยถา ปน อสุจิฏฺฐาเน คามนิสฺสนฺเทน ชาตานิ สูเปยฺยปณฺณานิ นาคริกมนุสฺสานํ เชคุจฺฉานิ โหนฺติ อปริโภคานิ, เอวํ เกสาปิ ปุพฺพโลหิตมุตฺตกรีสปิตฺตเสมฺหาทินิสฺสนฺเทน ชาตตฺตา เชคุจฺฉาติ อิทํ เนสํ อาสยโต ปาฏิกฺกุลฺยํ.
อิเม จ เกสา นาม คูถราสิมฺหิ อุฏฺฐิตกณฺณิกํ วิย เอกตึสโกฏฺฐาสราสิมฺหิ ชาตา. เต สุสานสงฺการฏฺฐานาทีสุ ชาตสากํ วิย ปริกฺขาทีสุ ชาตกมลกุวลยาทิปุปฺผํ วิย จ อสุจิฏฺฐาเน ชาตตฺตา ปรมเชคุจฺฉาติ อิทํ เนสํ โอกาสโต ปาฏิกฺกุลฺยํ.