๒. ธมฺมานุสฺสติกถา
๑๔๖. ธมฺมานุสฺสตึ ภาเวตุกาเมนาปิ รโหคเตน ปฏิสลฺลีเนน ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปเนยฺยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหี’’ติ (อ. นิ. ๖.๑๐) เอวํ ปริยตฺติธมฺมสฺส เจว นววิธสฺส จ โลกุตฺตรธมฺมสฺส คุณา อนุสฺสริตพฺพา.
๑๔๗. สฺวากฺขาโตติ อิมสฺมึ หิ ปเท ปริยตฺติธมฺโมปิ สงฺคหํ คจฺฉติ, อิตเรสุ โลกุตฺตรธมฺโมว. ตตฺถ ปริยตฺติธมฺโม ตาว สฺวากฺขาโต อาทิมชฺฌปริโยสานกลฺยาณตฺตา สาตฺถสพฺยญฺชนเกวลปริปุณฺณปริสุทฺธพฺรหฺมจริยปฺปกาสนตฺตา จ. ยญฺหิ ภควา เอกคาถมฺปิ เทเสติ, สา สมนฺตภทฺทกตฺตา ธมฺมสฺส ปฐมปาเทน อาทิกลฺยาณา, ทุติยตติยปาเทหิ มชฺเฌกลฺยาณา, ปจฺฉิมปาเทน ปริโยสานกลฺยาณา. เอกานุสนฺธิกํ สุตฺตํ นิทาเนน อาทิกลฺยาณํ, นิคมเนน ปริโยสานกลฺยาณํ, เสเสน มชฺเฌกลฺยาณํ. นานานุสนฺธิกํ สุตฺตํ ปฐมานุสนฺธินา อาทิกลฺยาณํ, ปจฺฉิเมน ปริโยสานกลฺยาณํ, เสเสหิ มชฺเฌกลฺยาณํ. อปิจ สนิทานสอุปฺปตฺติกตฺตา อาทิกลฺยาณํ, เวเนยฺยานํ อนุรูปโต อตฺถสฺส อวิปรีตตาย จ เหตุทาหรณยุตฺตโต จ มชฺเฌกลฺยาณํ, โสตูนํ สทฺธาปฏิลาภชนเนน นิคมเนน จ ปริโยสานกลฺยาณํ.
สกโลปิ สาสนธมฺโม อตฺตโน อตฺถภูเตน สีเลน อาทิกลฺยาโณ, สมถวิปสฺสนามคฺคผเลหิ มชฺเฌกลฺยาโณ, นิพฺพาเนน ปริโยสานกลฺยาโณ. สีลสมาธีหิ วา อาทิกลฺยาโณ, วิปสฺสนามคฺเคหิ มชฺเฌกลฺยาโณ, ผลนิพฺพาเนหิ ปริโยสานกลฺยาโณ. พุทฺธสุโพธิตาย วา อาทิกลฺยาโณ, ธมฺมสุธมฺมตาย มชฺเฌกลฺยาโณ, สงฺฆสุปฺปฏิปฺปตฺติยา ปริโยสานกลฺยาโณ. ตํ สุตฺวา ตถตฺถาย ปฏิปนฺเนน อธิคนฺตพฺพาย อภิสมฺโพธิยา วา อาทิกลฺยาโณ, ปจฺเจกโพธิยา มชฺเฌกลฺยาโณ, สาวกโพธิยา ปริโยสานกลฺยาโณ.
สุยฺยมาโน เจส นีวรณวิกฺขมฺภนโต สวเนนปิ กลฺยาณเมว อาวหตีติ อาทิกลฺยาโณ, ปฏิปชฺชิยมาโน สมถวิปสฺสนาสุขาวหนโต ปฏิปตฺติยาปิ กลฺยาณํ อาวหตีติ มชฺเฌกลฺยาโณ, ตถาปฏิปนฺโน จ ปฏิปตฺติผเล นิฏฺฐิเต ตาทิภาวาวหนโต ปฏิปตฺติผเลนปิ กลฺยาณํ อาวหตีติ ปริโยสานกลฺยาโณติ เอวํ อาทิมชฺฌปริโยสานกลฺยาณตฺตา สฺวากฺขาโต.
ยํ ปเนส ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต สาสนพฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ ปกาเสติ นานานเยหิ ทีเปติ, ตํ ยถานุรูปํ อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ, พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ. สงฺกาสนปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติอตฺถปทสมาโยคโต สาตฺถํ, อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ. อตฺถคมฺภีรตาปฏิเวธคมฺภีรตาหิ สาตฺถํ, ธมฺมคมฺภีรตาเทสนาคมฺภีรตาหิ สพฺยญฺชนํ. อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาวิสยโต สาตฺถํ, ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาวิสยโต สพฺยญฺชนํ. ปณฺฑิตเวทนียโต ปริกฺขกชนปฺปสาทกนฺติ สาตฺถํ, สทฺเธยฺยโต โลกิยชนปฺปสาทกนฺติ สพฺยญฺชนํ. คมฺภีราธิปฺปายโต สาตฺถํ, อุตฺตานปทโต สพฺยญฺชนํ. อุปเนตพฺพสฺส อภาวโต สกลปริปุณฺณภาเวน เกวลปริปุณฺณํ. อปเนตพฺพสฺส อภาวโต นิทฺโทสภาเวน ปริสุทฺธํ.
อปิจ ปฏิปตฺติยา อธิคมพฺยตฺติโต สาตฺถํ, ปริยตฺติยา อาคมพฺยตฺติโต สพฺยญฺชนํ, สีลาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺธยุตฺตโต เกวลปริปุณฺณํ, นิรุปกฺกิเลสโต นิตฺตรณตฺถาย ปวตฺติโต โลกามิสนิรเปกฺขโต จ ปริสุทฺธนฺติ เอวํ สาตฺถสพฺยญฺชนเกวลปริปุณฺณปริสุทฺธพฺรหฺมจริยปฺปกาสนโต สฺวากฺขาโต.
อตฺถวิปลฺลาสาภาวโต วา สุฏฺฐุ อกฺขาโตติ สฺวากฺขาโต. ยถา หิ อญฺญติตฺถิยานํ ธมฺมสฺส อตฺโถ วิปลฺลาสมาปชฺชติ, อนฺตรายิกาติ วุตฺตธมฺมานํ อนฺตรายิกตฺตาภาวโต, นิยฺยานิกาติ วุตฺตธมฺมานํ นิยฺยานิกตฺตาภาวโต. เตน เต ทุรกฺขาตธมฺมาเยว โหนฺติ, น ตถา ภควโต ธมฺมสฺส อตฺโถ วิปลฺลาสมาปชฺชติ. อิเม ธมฺมา อนฺตรายิกา, อิเม ธมฺมา นิยฺยานิกาติ เอวํ วุตฺตธมฺมานํ ตถาภาวานติกฺกมนโตติ. เอวํ ตาว ปริยตฺติธมฺโม สฺวากฺขาโต.
โลกุตฺตรธมฺโม ปน นิพฺพานานุรูปาย ปฏิปตฺติยา ปฏิปทานุรูปสฺส จ นิพฺพานสฺส อกฺขาตตฺตา สฺวากฺขาโต. ยถาห – ‘‘สุปญฺญตฺตา โข ปน เตน ภควตา สาวกานํ นิพฺพานคามินี ปฏิปทา สํสนฺทติ นิพฺพานญฺจ ปฏิปทา จ. เสยฺยถาปิ นาม คงฺโคทกํ ยมุโนทเกน สํสนฺทติ สเมติ, เอวเมว สุปญฺญตฺตา (ที. นิ. ๒.๒๙๖) เตน ภควตา สาวกานํ นิพฺพานคามินี ปฏิปทา สํสนฺทติ นิพฺพานญฺจ ปฏิปทา จา’’ติ. อริยมคฺโค เจตฺถ อนฺตทฺวยํ อนุปคมฺม มชฺฌิมา ปฏิปทาภูโตว ‘‘มชฺฌิมา ปฏิปทา’’ติ อกฺขาตตฺตา สฺวากฺขาโต. สามญฺญผลานิ ปฏิปสฺสทฺธกิเลสาเนว ‘‘ปฏิปสฺสทฺธกิเลสานี’’ติ อกฺขาตตฺตา สฺวากฺขาตานิ. นิพฺพานํ สสฺสตามตตาณเลณาทิสภาวเมว สสฺสตาทิสภาววเสน อกฺขาตตฺตา สฺวากฺขาตนฺติ เอวํ โลกุตฺตรธมฺโมปิ สฺวากฺขาโต.
๑๔๘. สนฺทิฏฺฐิโกติ เอตฺถ ปน อริยมคฺโค ตาว อตฺตโน สนฺตาเน ราคาทีนํ อภาวํ กโรนฺเตน อริยปุคฺคเลน สามํ ทฏฺฐพฺโพติ สนฺทิฏฺฐิโก. ยถาห –‘‘รตฺโต โข, พฺราหฺมณ, ราเคน อภิภูโต ปริยาทิณฺณจิตฺโต อตฺตพฺยาพาธายปิ เจเตติ, ปรพฺยาพาธายปิ เจเตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ เจเตติ. เจตสิกํ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ. ราเค ปหีเน เนว อตฺตพฺยาพาธาย เจเตติ, น ปรพฺยาพาธาย เจเตติ, น อุภยพฺยาพาธาย เจเตติ, น เจตสิกํ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ. เอวมฺปิ โข, พฺราหฺมณ, สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหตี’’ติ(อ. นิ. ๓.๕๔). อปิจ นววิโธปิ โลกุตฺตรธมฺโม เยน เยน อธิคโต โหติ, เตน เตน ปรสทฺธาย คนฺตพฺพตํ หิตฺวา ปจฺจเวกฺขณญาเณน สยํ ทฏฺฐพฺโพติ สนฺทิฏฺฐิโก. อถ วา ปสตฺถา ทิฏฺฐิ สนฺทิฏฺฐิ, สนฺทิฏฺฐิยา ชยตีติ สนฺทิฏฺฐิโก. ตถา เหตฺถ อริยมคฺโค สมฺปยุตฺตาย, อริยผลํ การณภูตาย, นิพฺพานํ วิสยิภูตาย สนฺทิฏฺฐิยา กิเลเส ชยติ. ตสฺมา ยถา รเถน ชยตีติ รถิโก, เอวํ นววิโธปิ โลกุตฺตรธมฺโม สนฺทิฏฺฐิยา ชยตีติ สนฺทิฏฺฐิโก.
อถ วา ทิฏฺฐนฺติ ทสฺสนํ วุจฺจติ. ทิฏฺฐเมว สนฺทิฏฺฐํ, ทสฺสนนฺติ อตฺโถ. สนฺทิฏฺฐํ อรหตีติ สนฺทิฏฺฐิโก. โลกุตฺตรธมฺโม หิ ภาวนาภิสมยวเสน สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน จ ทิสฺสมาโนเยว วฏฺฏภยํ นิวตฺเตติ. ตสฺมา ยถา วตฺถํ อรหตีติ วตฺถิโก, เอวํ สนฺทิฏฺฐํ อรหตีติ สนฺทิฏฺฐิโก.
๑๔๙. อตฺตโน ผลทานํ สนฺธาย นาสฺส กาโลติ อกาโล. อกาโลเยว อกาลิโก. น ปญฺจาหสตฺตาหาทิเภทํ กาลํ เขเปตฺวา ผลํ เทติ, อตฺตโน ปน ปวตฺติสมนนฺตรเมว ผลโทติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา อตฺตโน ผลทาเน ปกฏฺโฐ กาโล ปตฺโต อสฺสาติ กาลิโก. โก โส? โลกิโย กุสลธมฺโม. อยํ ปน สมนนฺตรผลตฺตา น กาลิโกติ อกาลิโก. อิทํ มคฺคเมว สนฺธาย วุตฺตํ.
๑๕๐. ‘‘เอหิ ปสฺส อิมํ ธมฺม’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ เอหิปสฺสวิธึ อรหตีติ เอหิปสฺสิโก. กสฺมา ปเนส ตํ วิธึ อรหตีติ? วิชฺชมานตฺตา ปริสุทฺธตฺตา จ. ริตฺตมุฏฺฐิยํ หิ หิรญฺญํ วา สุวณฺณํ วา อตฺถีติ วตฺวาปิ ‘‘เอหิ ปสฺส อิม’’นฺติ น สกฺกา วตฺตุํ. กสฺมา? อวิชฺชมานตฺตา. วิชฺชมานมฺปิ จ คูถํ วา มุตฺตํ วา มนุญฺญภาวปฺปกาสเนน จิตฺตสมฺปหํสนตฺถํ ‘‘เอหิ ปสฺส อิม’’นฺติ น สกฺกา วตฺตุํ. อปิจ โข ปน ติเณหิ วา ปณฺเณหิ วา ปฏิจฺฉาเทตพฺพเมว โหติ. กสฺมา? อปริสุทฺธตฺตา. อยํ ปน นววิโธปิ โลกุตฺตรธมฺโม สภาวโตว วิชฺชมาโน วิคตวลาหเก อากาเส สมฺปุณฺณจนฺทมณฺฑลํ วิย ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺตชาติมณิ วิย จ ปริสุทฺโธ. ตสฺมา วิชฺชมานตฺตา ปริสุทฺธตฺตา จ เอหิปสฺสวิธึ อรหตีติ เอหิปสฺสิโก.
๑๕๑. อุปเนตพฺโพติ โอปเนยฺยิโก. อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย, อุปนยนํ อุปนโย, อาทิตฺตํ เจลํ วา สีสํ วา อชฺฌุเปกฺขิตฺวาปิ ภาวนาวเสน อตฺตโน จิตฺเต อุปนยนํ อรหตีติ โอปนยิโก. โอปนยิโกว โอปเนยฺยิโก. อิทํ สงฺขเต โลกุตฺตรธมฺเม ยุชฺชติ. อสงฺขเต ปน อตฺตโน จิตฺเตน อุปนยนํ อรหตีติ โอปเนยฺยิโก. สจฺฉิกิริยาวเสน อลฺลียนํ อรหตีติ อตฺโถ.
อถ วา นิพฺพานํ อุปเนตีติ อริยมคฺโค อุปเนยฺโย. สจฺฉิกาตพฺพตํ อุปเนตพฺโพติ ผลนิพฺพานธมฺโม อุปเนยฺโย. อุปเนยฺโย เอว โอปเนยฺยิโก.
๑๕๒. ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ สพฺเพหิปิ อุคฺฆฏิตญฺญูอาทีหิ วิญฺญูหิ อตฺตนิ อตฺตนิ เวทิตพฺโพ ‘‘ภาวิโต เม มคฺโค, อธิคตํ ผลํ, สจฺฉิกโต นิโรโธ’’ติ. น หิ อุปชฺฌาเยน ภาวิเตน มคฺเคน สทฺธิวิหาริกสฺส กิเลสา ปหียนฺติ, น โส ตสฺส ผลสมาปตฺติยา ผาสุวิหรติ, น เตน สจฺฉิกตํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรติ. ตสฺมา น เอส ปรสฺส สีเส อาภรณํ วิย ทฏฺฐพฺโพ, อตฺตโน ปน จิตฺเตเยว ทฏฺฐพฺโพ, อนุภวิตพฺโพ วิญฺญูหีติ วุตฺตํ โหติ. พาลานํ ปน อวิสโย เจส.
อปิจ สฺวากฺขาโต อยํ ธมฺโม. กสฺมา? สนฺทิฏฺฐิกตฺตา. สนฺทิฏฺฐิโก, อกาลิกตฺตา. อกาลิโก, เอหิปสฺสิกตฺตา. โย จ เอหิปสฺสิโก, โส นาม โอปเนยฺยิโก โหตีติ.
๑๕๓. ตสฺเสวํ สฺวากฺขาตตาทิเภเท ธมฺมคุเณ อนุสฺสรโต เนว ตสฺมึ สมเย ราคปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ. น โทส…เป… น โมหปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ. อุชุคตเมวสฺส ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ โหติ ธมฺมํ อารพฺภาติ (อ. นิ. ๖.๑๐) ปุริมนเยเนว วิกฺขมฺภิตนีวรณสฺส เอกกฺขเณ ฌานงฺคานิ อุปฺปชฺชนฺติ. ธมฺมคุณานํ ปน คมฺภีรตาย นานปฺปการคุณานุสฺสรณาธิมุตฺตตาย วา อปฺปนํ อปฺปตฺวา อุปจารปฺปตฺตเมว ฌานํ โหติ. ตเทตํ ธมฺมคุณานุสฺสรณวเสน อุปฺปนฺนตฺตา ธมฺมานุสฺสติจฺเจว สงฺขํ คจฺฉติ.
อิมญฺจ ปน ธมฺมานุสฺสตึ อนุยุตฺโต ภิกฺขุ เอวํ โอปเนยฺยิกสฺส ธมฺมสฺส เทเสตารํ อิมินาปงฺเคน สมนฺนาคตํ สตฺถารํ เนว อตีตํเส สมนุปสฺสามิ, น ปเนตรหิ อญฺญตฺร เตน ภควตาติ เอวํ ธมฺมคุณทสฺสเนเนว สตฺถริ สคารโว โหติ สปฺปติสฺโส. ธมฺเม ครุจิตฺตีกาโร สทฺธาทิเวปุลฺลํ อธิคจฺฉติ, ปีติปาโมชฺชพหุโล โหติ, ภยเภรวสโห, ทุกฺขาธิวาสนสมตฺโถ, ธมฺเมน สํวาสสญฺญํ ปฏิลภติ, ธมฺมคุณานุสฺสติยา อชฺฌาวุตฺถญฺจสฺส สรีรมฺปิ เจติยฆรมิว ปูชารหํ โหติ, อนุตฺตรธมฺมาธิคมาย จิตฺตํ นมติ, วีติกฺกมิตพฺพวตฺถุสมาโยเค จสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ สมนุสฺสรโต หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐาติ. อุตฺตริ อปฺปฏิวิชฺฌนฺโต ปน สุคติปรายโน โหติ.
ตสฺมา หเว อปฺปมาทํ, กยิราถ สุเมธโส;
เอวํ มหานุภาวาย, ธมฺมานุสฺสติยา สทาติ.
อิทํ ธมฺมานุสฺสติยํ วิตฺถารกถามุขํ.