๔. ปถวีกสิณนิทฺเทโส

๕๑. อิทานิ ยํ วุตฺตํ ‘‘สมาธิภาวนาย อนนุรูปํ วิหารํ ปหาย อนุรูเป วิหาเร วิหรนฺเตนา’’ติ เอตฺถ ยสฺส ตาวาจริเยน สทฺธึ เอกวิหาเร วสโต ผาสุ โหติ, เตน ตตฺเถว กมฺมฏฺฐานํ ปริโสเธนฺเตน วสิตพฺพํ. สเจ ตตฺถ ผาสุ น โหติ, โย อญฺโญ คาวุเต วา อฑฺฒโยชเน วา โยชนมตฺเตปิ วา สปฺปาโย วิหาโร โหติ, ตตฺถ วสิตพฺพํ. เอวญฺหิ สติ กมฺมฏฺฐานสฺส กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน สนฺเทเห วา สติสมฺโมเส วา ชาเต กาลสฺเสว วิหาเร วตฺตํ กตฺวา อนฺตรามคฺเค ปิณฺฑาย จริตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเนเยว อาจริยสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตํทิวสมาจริยสฺส สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา ทุติยทิวเส อาจริยํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา อนฺตรามคฺเค ปิณฺฑาย จริตฺวา อกิลมนฺโตเยว อตฺตโน วสนฏฺฐานํ อาคนฺตุํ สกฺขิสฺสติ. โย ปน โยชนปฺปมาเณปิ ผาสุกฏฺฐานํ น ลภติ, เตน กมฺมฏฺฐาเน สพฺพํ คณฺฐิฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา สุวิสุทฺธํ อาวชฺชนปฏิพทฺธํ กมฺมฏฺฐานํ กตฺวา ทูรมฺปิ คนฺตฺวา สมาธิภาวนาย อนนุรูปํ วิหารํ ปหาย อนุรูเป วิหาเร วิหาตพฺพํ.

อนนุรูปวิหาโร

๕๒. ตตฺถ อนนุรูโป นาม อฏฺฐารสนฺนํ โทสานํ อญฺญตเรน สมนฺนาคโต. ตตฺริเม อฏฺฐารส โทสา – มหตฺตํ, นวตฺตํ, ชิณฺณตฺตํ, ปนฺถนิสฺสิตตฺตํ, โสณฺฑี, ปณฺณํ, ปุปฺผํ, ผลํ, ปตฺถนียตา, นครสนฺนิสฺสิตตา, ทารุสนฺนิสฺสิตตา, เขตฺตสนฺนิสฺสิตตา, วิสภาคานํ ปุคฺคลานํ อตฺถิตา, ปฏฺฏนสนฺนิสฺสิตตา, ปจฺจนฺตสนฺนิสฺสิตตา, รชฺชสีมสนฺนิสฺสิตตา, อสปฺปายตา, กลฺยาณมิตฺตานํ อลาโภติ อิเมสํ อฏฺฐารสนฺนํ โทสานํ อญฺญตเรน โทเสน สมนฺนาคโต อนนุรูโป นาม. น ตตฺถ วิหาตพฺพํ.

กสฺมา? มหาวิหาเร ตาว พหู นานาฉนฺทา สนฺนิปตนฺติ, เต อญฺญมญฺญํ ปฏิวิรุทฺธตาย วตฺตํ น กโรนฺติ. โพธิยงฺคณาทีนิ อสมฺมฏฺฐาเนว โหนฺติ. อนุปฏฺฐาปิตํ ปานียํ ปริโภชนียํ. ตตฺรายํ โคจรคาเม ปิณฺฑาย จริสฺสามีติ ปตฺตจีวรมาทาย นิกฺขนฺโต สเจ ปสฺสติ วตฺตํ วา อกตํ ปานียฆฏํ วา ริตฺตํ, อถาเนน วตฺตํ กาตพฺพํ โหติ, ปานียํ อุปฏฺฐาเปตพฺพํ. อกโรนฺโต วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. กโรนฺตสฺส กาโล อติกฺกมติ, อติทิวา ปวิฏฺโฐ นิฏฺฐิตาย ภิกฺขาย กิญฺจิ น ลภติ. ปฏิสลฺลานคโตปิ สามเณรทหรภิกฺขูนํ อุจฺจาสทฺเทน สงฺฆกมฺเมหิ จ วิกฺขิปติ. ยตฺถ ปน สพฺพํ วตฺตํ กตเมว โหติ, อวเสสาปิ จ สงฺฆฏฺฏนา นตฺถิ. เอวรูเป มหาวิหาเรปิ วิหาตพฺพํ.

นววิหาเร พหุ นวกมฺมํ โหติ, อกโรนฺตํ อุชฺฌายนฺติ. ยตฺถ ปน ภิกฺขู เอวํ วทนฺติ ‘‘อายสฺมา ยถาสุขํ สมณธมฺมํ กโรตุ, มยํ นวกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ เอวรูเป วิหาตพฺพํ.

ชิณฺณวิหาเร ปน พหุ ปฏิชคฺคิตพฺพํ โหติ, อนฺตมโส อตฺตโน เสนาสนมตฺตมฺปิ อปฺปฏิชคฺคนฺตํ อุชฺฌายนฺติ, ปฏิชคฺคนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ ปริหายติ.

ปนฺถนิสฺสิเต มหาปถวิหาเร รตฺตินฺทิวํ อาคนฺตุกา สนฺนิปตนฺติ. วิกาเล อาคตานํ อตฺตโน เสนาสนํ ทตฺวา รุกฺขมูเล วา ปาสาณปิฏฺเฐ วา วสิตพฺพํ โหติ. ปุนทิวเสปิ เอวเมวาติ กมฺมฏฺฐานสฺส โอกาโส น โหติ. ยตฺถ ปน เอวรูโป อาคนฺตุกสมฺพาโธ น โหติ, ตตฺถ วิหาตพฺพํ.

โสณฺฑี นาม ปาสาณโปกฺขรณี โหติ, ตตฺถ ปานียตฺถํ มหาชโน สโมสรติ, นครวาสีนํ ราชกุลูปกตฺเถรานํ อนฺเตวาสิกา รชนกมฺมตฺถาย อาคจฺฉนฺติ, เตสํ ภาชนทารุโทณิกาทีนิ ปุจฺฉนฺตานํ อสุเก จ อสุเก จ ฐาเนติ ทสฺเสตพฺพานิ โหนฺติ, เอวํ สพฺพกาลมฺปิ นิจฺจพฺยาวโฏ โหติ.

ยตฺถ นานาวิธํ สากปณฺณํ โหติ, ตตฺถสฺส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ทิวาวิหารํ นิสินฺนสฺสาปิ สนฺติเก สากหาริกา คายมานา ปณฺณํ อุจฺจินนฺติโย วิสภาคสทฺทสงฺฆฏฺฏเนน กมฺมฏฺฐานนฺตรายํ กโรนฺติ.

ยตฺถ ปน นานาวิธา มาลาคจฺฉา สุปุปฺผิตา โหนฺติ, ตตฺราปิ ตาทิโสเยว อุปทฺทโว.

ยตฺถ นานาวิธํ อมฺพชมฺพุปนสาทิผลํ โหติ, ตตฺถ ผลตฺถิกา อาคนฺตฺวา ยาจนฺติ, อเทนฺตสฺส กุชฺฌนฺติ, พลกฺกาเรน วา คณฺหนฺติ, สายนฺหสมเย วิหารมชฺเฌ จงฺกมนฺเตน เต ทิสฺวา ‘‘กึ อุปาสกา เอวํ กโรถา’’ติ วุตฺตา ยถารุจิ อกฺโกสนฺติ. อวาสายปิสฺส ปรกฺกมนฺติ.

ปตฺถนีเย ปน เลณสมฺมเต ทกฺขิณคิริหตฺถิกุจฺฉิเจติยคิริจิตฺตลปพฺพตสทิเส วิหาเร วิหรนฺตํ อยมรหาติ สมฺภาเวตฺวา วนฺทิตุกามา มนุสฺสา สมนฺตา โอสรนฺติ, เตนสฺส น ผาสุ โหติ, ยสฺส ปน ตํ สปฺปายํ โหติ, เตน ทิวา อญฺญตฺร คนฺตฺวา รตฺตึ วสิตพฺพํ.

นครสนฺนิสฺสิเต วิสภาคารมฺมณานิ อาปาถมาคจฺฉนฺติ, กุมฺภทาสิโยปิ ฆเฏหิ นิฆํสนฺติโย คจฺฉนฺติ, โอกฺกมิตฺวา มคฺคํ น เทนฺติ, อิสฺสรมนุสฺสาปิ วิหารมชฺเฌ สาณึ ปริกฺขิปิตฺวา นิสีทนฺติ.

ทารุสนฺนิสฺสเย ปน ยตฺถ กฏฺฐานิ จ ทพฺพุปกรณรุกฺขา จ สนฺติ, ตตฺถ กฏฺฐหาริกา ปุพฺเพ วุตฺตสากปุปฺผหาริกา วิย อผาสุํ กโรนฺติ, วิหาเร รุกฺขา สนฺติ, เต ฉินฺทิตฺวา ฆรานิ กริสฺสามาติ มนุสฺสา อาคนฺตฺวา ฉินฺทนฺติ. สเจ สายนฺหสมยํ ปธานฆรา นิกฺขมิตฺวา วิหารมชฺเฌ จงฺกมนฺโต เต ทิสฺวา ‘‘กึ อุปาสกา เอวํ กโรถา’’ติ วทติ, ยถารุจิ อกฺโกสนฺติ, อวาสายปิสฺส ปรกฺกมนฺติ.

โย ปน เขตฺตสนฺนิสฺสิโต โหติ สมนฺตา เขตฺเตหิ ปริวาริโต, ตตฺถ มนุสฺสา วิหารมชฺเฌเยว ขลํ กตฺวา ธญฺญํ มทฺทนฺติ, ปมุเขสุ สยนฺติ, อญฺญมฺปิ พหุํ อผาสุํ กโรนฺติ. ยตฺราปิ มหาสงฺฆโภโค โหติ, อารามิกา กุลานํ คาโว รุนฺธนฺติ, อุทกวารํ ปฏิเสเธนฺติ, มนุสฺสา วีหิสีสํ คเหตฺวา ‘‘ปสฺสถ ตุมฺหากํ อารามิกานํ กมฺม’’นฺติ สงฺฆสฺส ทสฺเสนฺติ. เตน เตน การเณน ราชราชมหามตฺตานํ ฆรทฺวารํ คนฺตพฺพํ โหติ, อยมฺปิ เขตฺตสนฺนิสฺสิเตเนว สงฺคหิโต.

วิสภาคานํ ปุคฺคลานํ อตฺถิตาติ ยตฺถ อญฺญมญฺญํ วิสภาคเวรี ภิกฺขู วิหรนฺติ, เย กลหํ กโรนฺตา มา, ภนฺเต, เอวํ กโรถาติ วาริยมานา เอตสฺส ปํสุกูลิกสฺส อาคตกาลโต ปฏฺฐาย นฏฺฐามฺหาติ วตฺตาโร ภวนฺติ.

โยปิ อุทกปฏฺฏนํ วา ถลปฏฺฏนํ วา นิสฺสิโต โหติ, ตตฺถ อภิณฺหํ นาวาหิ จ สตฺเถหิ จ อาคตมนุสฺสา โอกาสํ เทถ, ปานียํ เทถ, โลณํ เทถาติ ฆฏฺฏยนฺตา อผาสุํ กโรนฺติ.

ปจฺจนฺตสนฺนิสฺสิเต ปน มนุสฺสา พุทฺธาทีสุ อปฺปสนฺนา โหนฺติ.

รชฺชสีมสนฺนิสฺสิเต ราชภยํ โหติ. ตญฺหิ ปเทสํ เอโก ราชา น มยฺหํ วเส วตฺตตีติ ปหรติ, อิตโรปิ น มยฺหํ วเส วตฺตตีติ. ตตฺรายํ ภิกฺขุ กทาจิ อิมสฺส รญฺโญ วิชิเต วิจรติ, กทาจิ เอตสฺส. อถ นํ ‘‘จรปุริโส อย’’นฺติ มญฺญมานา อนยพฺยสนํ ปาเปนฺติ.

อสปฺปายตาติ วิสภาครูปาทิอารมฺมณสโมสรเณน วา อมนุสฺสปริคฺคหิตตาย วา อสปฺปายตา. ตตฺริทํ วตฺถุ. เอโก กิร เถโร อรญฺเญ วสติ. อถสฺส เอกา ยกฺขินี ปณฺณสาลทฺวาเร ฐตฺวา คายิ. โส นิกฺขมิตฺวา ทฺวาเร อฏฺฐาสิ, สา คนฺตฺวา จงฺกมนสีเส คายิ. เถโร จงฺกมนสีสํ อคมาสิ. สา สตโปริเส ปปาเต ฐตฺวา คายิ. เถโร ปฏินิวตฺติ. อถ นํ สา เวเคนาคนฺตฺวา คเหตฺวา ‘‘มยา, ภนฺเต, น เอโก น เทฺว ตุมฺหาทิสา ขาทิตา’’ติ อาห.

กลฺยาณมิตฺตานํ อลาโภติ ยตฺถ น สกฺกา โหติ อาจริยํ วา อาจริยสมํ วา อุปชฺฌายํ วา อุปชฺฌายสมํ วา กลฺยาณมิตฺตํ ลทฺธุํ. ตตฺถ โส กลฺยาณมิตฺตานํ อลาโภ มหาโทโสเยวาติ อิเมสํ อฏฺฐารสนฺนํ โทสานํ อญฺญตเรน สมนฺนาคโต อนนุรูโปติ เวทิตพฺโพ. วุตฺตมฺปิ เจตํ อฏฺฐกถาสุ –

มหาวาสํ นวาวาสํ, ชราวาสญฺจ ปนฺถนึ;

โสณฺฑึ ปณฺณญฺจ ปุปฺผญฺจ, ผลํ ปตฺถิตเมว จ.

นครํ ทารุนา เขตฺตํ, วิสภาเคน ปฏฺฏนํ;

ปจฺจนฺตสีมาสปฺปายํ, ยตฺถ มิตฺโต น ลพฺภติ.

อฏฺฐารเสตานิ ฐานานิ, อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต;

อารกา ปริวชฺเชยฺย, มคฺคํ สปฺปฏิภยํ ยถาติ.

อนุรูปวิหาโร

๕๓. โย ปน โคจรคามโต นาติทูรนาจฺจาสนฺนตาทีหิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต, อยํ อนุรูโป นาม. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ นาติทูรํ โหติ นาจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺนํ, ทิวา อปฺปากิณฺณํ รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสํ, อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสํ, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส อปฺปกสิเรเนว อุปฺปชฺชนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา. ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา ภิกฺขู วิหรนฺติ พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา, เต กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺฉติ ปริปญฺหติ ‘อิทํ, ภนฺเต, กถํ อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ, ตสฺส เต อายสฺมนฺโต อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานีกโรนฺติ, อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขฏฺฐานิเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, เสนาสนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๑).

อยํ ‘‘สมาธิภาวนาย อนนุรูปํ วิหารํ ปหาย อนุรูเป วิหาเร วิหรนฺเตนา’’ติ เอตฺถ วิตฺถาโร.

ขุทฺทกปลิโพธา

๕๔. ขุทฺทกปลิโพธุปจฺเฉทํ กตฺวาติ เอวํ ปติรูเป วิหาเร วิหรนฺเตน เยปิสฺส เต โหนฺติ ขุทฺทกปลิโพธา, เตปิ อุปจฺฉินฺทิตพฺพา. เสยฺยถิทํ, ทีฆานิ เกสนขโลมานิ ฉินฺทิตพฺพานิ. ชิณฺณจีวเรสุ ทฬฺหีกมฺมํ วา ตุนฺนกมฺมํ วา กาตพฺพํ. กิลิฏฺฐานิ วา รชิตพฺพานิ. สเจ ปตฺเต มลํ โหติ, ปตฺโต ปจิตพฺโพ. มญฺจปีฐาทีนิ โสเธตพฺพานีติ. ‘‘อยํ ขุทฺทกปลิโพธุปจฺเฉทํ กตฺวา’’ติ เอตฺถ วิตฺถาโร.

ภาวนาวิธานํ

๕๕. อิทานิ สพฺพํ ภาวนาวิธานํ อปริหาเปนฺเตน ภาเวตพฺโพติ เอตฺถ อยํ ปถวีกสิณํ อาทึ กตฺวา สพฺพกมฺมฏฺฐานวเสน วิตฺถารกถา โหติ.

เอวํ อุปจฺฉินฺนขุทฺทกปลิโพเธน หิ ภิกฺขุนา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺเตน ภตฺตสมฺมทํ ปฏิวิโนเทตฺวา ปวิวิตฺเต โอกาเส สุขนิสินฺเนน กตาย วา อกตาย วา ปถวิยา นิมิตฺตํ คณฺหิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ปถวีกสิณํ อุคฺคณฺหนฺโต ปถวิยํ นิมิตฺตํ คณฺหาติ กเต วา อกเต วา สานฺตเก, โน อนนฺตเก, สโกฏิเย, โน อโกฏิเย, สวฏฺฏุเม, โน อวฏฺฏุเม, สปริยนฺเต, โน อปริยนฺเต, สุปฺปมตฺเต วา สราวมตฺเต วา. โส ตํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กโรติ, สูปธาริตํ อุปธาเรติ, สุววตฺถิตํ ววตฺถเปติ. โส ตํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กตฺวา สูปธาริตํ อุปธาเรตฺวา สุววตฺถิตํ ววตฺถเปตฺวา อานิสํสทสฺสาวี รตนสญฺญี หุตฺวา จิตฺตีการํ อุปฏฺฐเปตฺวา สมฺปิยายมาโน ตสฺมึ อารมฺมเณ จิตฺตํ อุปนิพนฺธติ ‘อทฺธา อิมาย ปฏิปทาย ชรามรณมฺหา มุจฺจิสฺสามี’ติ. โส วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ.

ตตฺถ เยน อตีตภเวปิ สาสเน วา อิสิปพฺพชฺชาย วา ปพฺพชิตฺวา ปถวีกสิเณ จตุกฺกปญฺจกชฺฌานานิ นิพฺพตฺติตปุพฺพานิ, เอวรูปสฺส ปุญฺญวโต อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺส อกตาย ปถวิยา กสิตฏฺฐาเน วา ขลมณฺฑเล วา นิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, มลฺลกตฺเถรสฺส วิย. ตสฺส กิรายสฺมโต กสิตฏฺฐานํ โอโลเกนฺตสฺส ตํฐานปฺปมาณเมว นิมิตฺตํ อุทปาทิ. โส ตํ วฑฺเฒตฺวา ปญฺจกชฺฌานานิ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานปทฏฺฐานํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.

โย ปเนวํ อกตาธิกาโร โหติ, เตน อาจริยสนฺติเก อุคฺคหิตกมฺมฏฺฐานวิธานํ อวิราเธตฺวา จตฺตาโร กสิณโทเส ปริหรนฺเตน กสิณํ กาตพฺพํ. นีลปีตโลหิตโอทาตสมฺเภทวเสน หิ จตฺตาโร ปถวีกสิณโทสา. ตสฺมา นีลาทิวณฺณํ มตฺติกํ อคฺคเหตฺวา คงฺคาวเห มตฺติกาสทิสาย อรุณวณฺณาย มตฺติกาย กสิณํ กาตพฺพํ. ตญฺจ โข วิหารมชฺเฌ สามเณราทีนํ สญฺจรณฏฺฐาเน น กาตพฺพํ. วิหารปจฺจนฺเต ปน ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน ปพฺภาเร วา ปณฺณสาลาย วา สํหาริมํ วา ตตฺรฏฺฐกํ วา กาตพฺพํ. ตตฺร สํหาริมํ จตูสุ ทณฺฑเกสุ ปิโลติกํ วา จมฺมํ วา กฏสารกํ วา พนฺธิตฺวา ตตฺถ อปนีตติณมูลสกฺขรกถลิกาย สุมทฺทิตาย มตฺติกาย วุตฺตปฺปมาณํ วฏฺฏํ ลิมฺเปตฺวา กาตพฺพํ. ตํ ปริกมฺมกาเล ภูมิยํ อตฺถริตฺวา โอโลเกตพฺพํ. ตตฺรฏฺฐกํ ภูมิยํ ปทุมกณฺณิกากาเรน ขาณุเก อาโกเฏตฺวา วลฺลีหิ วินนฺธิตฺวา กาตพฺพํ. ยทิ สา มตฺติกา นปฺปโหติ, อโธ อญฺญํ ปกฺขิปิตฺวา อุปริภาเค สุปริโสธิตาย อรุณวณฺณาย มตฺติกาย วิทตฺถิจตุรงฺคุลวิตฺถารํ วฏฺฏํ กาตพฺพํ. เอตเทว หิ ปมาณํ สนฺธาย ‘‘สุปฺปมตฺตํ วา สราวมตฺตํ วา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สานฺตเก โน อนนฺตเก’’ติอาทิ ปนสฺส ปริจฺเฉทตฺถาย วุตฺตํ.

๕๖. ตสฺมา เอวํ วุตฺตปฺปมาณปริจฺเฉทํ กตฺวา รุกฺขปาณิกา วิสภาควณฺณํ สมุฏฺฐเปติ. ตสฺมา ตํ อคฺคเหตฺวา ปาสาณปาณิกาย ฆํเสตฺวา สมํ เภรีตลสทิสํ กตฺวา ตํ ฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา นฺหตฺวา อาคนฺตฺวา กสิณมณฺฑลโต อฑฺฒเตยฺยหตฺถนฺตเร ปเทเส ปญฺญตฺเต วิทตฺถิจตุรงฺคุลปาทเก สุอตฺถเต ปีเฐ นิสีทิตพฺพํ. ตโต ทูรตเร นิสินฺนสฺส หิ กสิณํ น อุปฏฺฐาติ, อาสนฺนตเร กสิณโทสา ปญฺญายนฺติ. อุจฺจตเร นิสินฺเนน คีวํ โอนมิตฺวา โอโลเกตพฺพํ โหติ, นีจตเร ชณฺณุกานิ รุชนฺติ. ตสฺมา วุตฺตนเยเนว นิสีทิตฺวา ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา’’ติอาทินา นเยน กาเมสุ อาทีนวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา กามนิสฺสรเณ สพฺพทุกฺขสมติกฺกมุปายภูเต เนกฺขมฺเม ชาตาภิลาเสน พุทฺธธมฺมสงฺฆคุณานุสฺสรเณน ปีติปาโมชฺชํ ชนยิตฺวา ‘‘อยํ ทานิ สา สพฺพพุทฺธ ปจฺเจกพุทฺธ อริยสาวเกหิ ปฏิปนฺนา เนกฺขมฺมปฏิปทา’’ติ ปฏิปตฺติยา สญฺชาตคารเวน ‘‘อทฺธา อิมาย ปฏิปทาย ปวิเวกสุขรสสฺส ภาคี ภวิสฺสามี’’ติ อุสฺสาหํ ชนยิตฺวา สเมน อากาเรน จกฺขูนิ อุมฺมีเลตฺวา นิมิตฺตํ คณฺหนฺเตน ภาเวตพฺพํ.

อติอุมฺมีลยโต หิ จกฺขุ กิลมติ, มณฺฑลญฺจ อติวิภูตํ โหติ, เตนสฺส นิมิตฺตํ นุปฺปชฺชติ. อติมนฺทํ อุมฺมีลยโต มณฺฑลมวิภูตํ โหติ, จิตฺตญฺจ ลีนํ โหติ, เอวมฺปิ นิมิตฺตํ นุปฺปชฺชติ. ตสฺมา อาทาสตเล มุขนิมิตฺตทสฺสินา วิย สเมนากาเรน จกฺขูนิ อุมฺมีเลตฺวา นิมิตฺตํ คณฺหนฺเตน ภาเวตพฺพํ, น วณฺโณ ปจฺจเวกฺขิตพฺโพ, น ลกฺขณํ มนสิกาตพฺพํ. อปิจ วณฺณํ อมุญฺจิตฺวา นิสฺสยสวณฺณํ กตฺวา อุสฺสทวเสน ปณฺณตฺติธมฺเม จิตฺตํ ปฏฺฐเปตฺวา มนสิ กาตพฺพํ. ปถวี มหี, เมทินี, ภูมิ, วสุธา, วสุนฺธราติอาทีสุ ปถวีนาเมสุ ยมิจฺฉติ, ยทสฺส สญฺญานุกูลํ โหติ, ตํ วตฺตพฺพํ. อปิจ ปถวีติ เอตเทว นามํ ปากฏํ, ตสฺมา ปากฏวเสเนว ปถวี ปถวีติ ภาเวตพฺพํ. กาเลน อุมฺมีเลตฺวา กาเลน นิมีเลตฺวา อาวชฺชิตพฺพํ. ยาว อุคฺคหนิมิตฺตํ นุปฺปชฺชติ, ตาว กาลสตมฺปิ กาลสหสฺสมฺปิ ตโต ภิยฺโยปิ เอเตเนว นเยน ภาเวตพฺพํ.

๕๗. ตสฺเสวํ ภาวยโต ยทา นิมีเลตฺวา อาวชฺชนฺตสฺส อุมฺมีลิตกาเล วิย อาปาถมาคจฺฉติ, ตทา อุคฺคหนิมิตฺตํ ชาตํ นาม โหติ. ตสฺส ชาตกาลโต ปฏฺฐาย น ตสฺมึ ฐาเน นิสีทิตพฺพํ. อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ นิสินฺเนน ภาเวตพฺพํ. ปาทโธวนปปญฺจปริหารตฺถํ ปนสฺส เอกปฏลิกุปาหนา จ กตฺตรทณฺโฑ จ อิจฺฉิตพฺโพ. อถาเนน สเจ ตรุโณ สมาธิ เกนจิเทว อสปฺปายการเณน นสฺสติ, อุปาหนา อารุยฺห กตฺตรทณฺฑํ คเหตฺวา ตํ ฐานํ คนฺตฺวา นิมิตฺตํ อาทาย อาคนฺตฺวา สุขนิสินฺเนน ภาเวตพฺพํ, ปุนปฺปุนํ สมนฺนาหริตพฺพํ, ตกฺกาหตํ วิตกฺกาหตํ กาตพฺพํ. ตสฺเสวํ กโรนฺตสฺส อนุกฺกเมน นีวรณานิ วิกฺขมฺภนฺติ, กิเลสา สนฺนิสีทนฺติ, อุปจารสมาธินา จิตฺตํ สมาธิยติ, ปฏิภาคนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ.

ตตฺรายํ ปุริมสฺส จ อุคฺคหนิมิตฺตสฺส อิมสฺส จ วิเสโส, อุคฺคหนิมิตฺเต กสิณโทโส ปญฺญายติ, ปฏิภาคนิมิตฺตํ ถวิกโต นิหตาทาสมณฺฑลํ วิย สุโธตสงฺขถาลํ วิย วลาหกนฺตรา นิกฺขนฺตจนฺทมณฺฑลํ วิย เมฆมุเข พลากา วิย อุคฺคหนิมิตฺตํ ปทาเลตฺวา นิกฺขนฺตมิว ตโต สตคุณํ สหสฺสคุณํ สุปริสุทฺธํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. ตญฺจ โข เนว วณฺณวนฺตํ, น สณฺฐานวนฺตํ. ยทิ หิ ตํ อีทิสํ ภเวยฺย, จกฺขุวิญฺเญยฺยํ สิยา โอฬาริกํ สมฺมสนุปคํ ติลกฺขณพฺภาหตํ, น ปเนตํ ตาทิสํ. เกวลญฺหิ สมาธิลาภิโน อุปฏฺฐานาการมตฺตํ สญฺญชเมตนฺติ.

๕๘. อุปฺปนฺนกาลโต จ ปนสฺส ปฏฺฐาย นีวรณานิ วิกฺขมฺภิตาเนว โหนฺติ, กิเลสา สนฺนิสินฺนาว, อุปจารสมาธินา จิตฺตํ สมาหิตเมวาติ.

ทุวิโธ หิ สมาธิ อุปจารสมาธิ จ อปฺปนาสมาธิ จ. ทฺวีหากาเรหิ จิตฺตํ สมาธิยติ อุปจารภูมิยํ วา ปฏิลาภภูมิยํ วา. ตตฺถ อุปจารภูมิยํ นีวรณปฺปหาเนน จิตฺตํ สมาหิตํ โหติ. ปฏิลาภภูมิยํ องฺคปาตุภาเวน.

ทฺวินฺนํ ปน สมาธีนํ อิทํ นานาการณํ, อุปจาเร องฺคานิ น ถามชาตานิ โหนฺติ, องฺคานํ อถามชาตตฺตา, ยถา นาม ทหโร กุมารโก อุกฺขิปิตฺวา ฐปิยมาโน ปุนปฺปุนํ ภูมิยํ ปตติ, เอวเมว อุปจาเร อุปฺปนฺเน จิตฺตํ กาเลน นิมิตฺตมารมฺมณํ กโรติ, กาเลน ภวงฺคโมตรติ. อปฺปนายํ ปน องฺคานิ ถามชาตานิ โหนฺติ, เตสํ ถามชาตตฺตา, ยถา นาม พลวา ปุริโส อาสนา วุฏฺฐาย ทิวสมฺปิ ติฏฺเฐยฺย, เอวเมว อปฺปนาสมาธิมฺหิ อุปฺปนฺเน จิตฺตํ สกึ ภวงฺควารํ ฉินฺทิตฺวา เกวลมฺปิ รตฺตึ เกวลมฺปิ ทิวสํ ติฏฺฐติ, กุสลชวนปฏิปาฏิวเสเนว ปวตฺตตีติ.

ตตฺร ยเทตํ อุปจารสมาธินา สทฺธึ ปฏิภาคนิมิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺส อุปฺปาทนํ นาม อติทุกฺกรํ. ตสฺมา สเจ เตเนว ปลฺลงฺเกน ตํ นิมิตฺตํ วฑฺเฒตฺวา อปฺปนํ อธิคนฺตุํ สกฺโกติ, สุนฺทรํ. โน เจ สกฺโกติ, อถาเนน ตํ นิมิตฺตํ อปฺปมตฺเตน จกฺกวตฺติคพฺโภ วิย รกฺขิตพฺพํ. เอวญฺหิ –

นิมิตฺตํ รกฺขโต ลทฺธ-ปริหานิ น วิชฺชติ;

อารกฺขมฺหิ อสนฺตมฺหิ, ลทฺธํ ลทฺธํ วินสฺสติ.

สตฺตสปฺปายา

๕๙. ตตฺรายํ รกฺขณวิธิ –

อาวาโส โคจโร ภสฺสํ, ปุคฺคโล โภชนํ อุตุ;

อิริยาปโถติ สตฺเตเต, อสปฺปาเย วิวชฺชเย.

สปฺปาเย สตฺต เสเวถ, เอวญฺหิ ปฏิปชฺชโต;

นจิเรเนว กาเลน, โหติ กสฺสจิ อปฺปนา.

ตตฺรสฺส ยสฺมึ อาวาเส วสนฺตสฺส อนุปฺปนฺนํ วา นิมิตฺตํ นุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺนํ วา วินสฺสติ, อนุปฏฺฐิตา จ สติ น อุปฏฺฐาติ, อสมาหิตญฺจ จิตฺตํ น สมาธิยติ, อยํ อสปฺปาโย. ยตฺถ นิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ เจว ถาวรญฺจ โหติ, สติ อุปฏฺฐาติ, จิตฺตํ สมาธิยติ นาคปพฺพตวาสีปธานิยติสฺสตฺเถรสฺส วิย, อยํ สปฺปาโย. ตสฺมา ยสฺมึ วิหาเร พหู อาวาสา โหนฺติ, ตตฺถ เอกเมกสฺมึ ตีณิ ตีณิ ทิวสานิ วสิตฺวา ยตฺถสฺส จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, ตตฺถ วสิตพฺพํ. อาวาสสปฺปายตาย หิ ตมฺพปณฺณิทีปมฺหิ จูฬนาคเลเณ วสนฺตา ตตฺเถว กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. โสตาปนฺนาทีนํ ปน อญฺญตฺถ อริยภูมึ ปตฺวา ตตฺถ อรหตฺตปฺปตฺตานญฺจ คณนา นตฺถิ. เอวมญฺเญสุปิ จิตฺตลปพฺพตวิหาราทีสุ.

โคจรคาโม ปน โย เสนาสนโต อุตฺตเรน วา ทกฺขิเณน วา นาติทูเร ทิยฑฺฒโกสพฺภนฺตเร โหติ สุลภสมฺปนฺนภิกฺโข, โส สปฺปาโย. วิปรีโต อสปฺปาโย.

ภสฺสนฺติ ทฺวตฺตึสติรจฺฉานกถาปริยาปนฺนํ อสปฺปายํ, ตญฺหิสฺส นิมิตฺตนฺตรธานาย สํวตฺตติ. ทสกถาวตฺถุนิสฺสิตํ สปฺปายํ, ตมฺปิ มตฺตาย ภาสิตพฺพํ.

ปุคฺคโลปิ อติรจฺฉานกถิโก สีลาทิคุณสมฺปนฺโน, ยํ นิสฺสาย อสมาหิตํ วา จิตฺตํ สมาธิยติ, สมาหิตํ วา จิตฺตํ ถิรตรํ โหติ, เอวรูโป สปฺปาโย. กายทฬฺหีพหุโล ปน ติรจฺฉานกถิโก อสปฺปาโย. โส หิ ตํ กทฺทโมทกมิว อจฺฉํ อุทกํ มลีนเมว กโรติ, ตาทิสญฺจ อาคมฺม โกฏปพฺพตวาสีทหรสฺเสว สมาปตฺติปิ นสฺสติ, ปเคว นิมิตฺตํ.

โภชนํ ปน กสฺสจิ มธุรํ, กสฺสจิ อมฺพิลํ สปฺปายํ โหติ. อุตุปิ กสฺสจิ สีโต, กสฺสจิ อุโณฺห สปฺปาโย โหติ. ตสฺมา ยํ โภชนํ วา อุตุํ วา เสวนฺตสฺส ผาสุ โหติ, อสมาหิตํ วา จิตฺตํ สมาธิยติ, สมาหิตํ วา ถิรตรํ โหติ, ตํ โภชนํ โส จ อุตุ สปฺปาโย. อิตรํ โภชนํ อิตโร จ อุตุ อสปฺปาโย.

อิริยาปเถสุปิ กสฺสจิ จงฺกโม สปฺปาโย โหติ, กสฺสจิ สยนฏฺฐานนิสชฺชานํ อญฺญตโร. ตสฺมา ตํ อาวาสํ วิย ตีณิ ทิวสานิ อุปปริกฺขิตฺวา ยสฺมึ อิริยาปเถ อสมาหิตํ วา จิตฺตํ สมาธิยติ, สมาหิตํ วา ถิรตรํ โหติ, โส สปฺปาโย. อิตโร อสปฺปาโยติ เวทิตพฺโพ.

อิติ อิมํ สตฺตวิธํ อสปฺปายํ วชฺเชตฺวา สปฺปายํ เสวิตพฺพํ. เอวํ ปฏิปนฺนสฺส หิ นิมิตฺตาเสวนพหุลสฺส นจิเรเนว กาเลน โหติ กสฺสจิ อปฺปนา.

ทสวิธอปฺปนาโกสลฺลํ

๖๐. ยสฺส ปน เอวมฺปิ ปฏิปชฺชโต น โหติ, เตน ทสวิธํ อปฺปนาโกสลฺลํ สมฺปาเทตพฺพํ. ตตฺรายํ นโย, ทสาหากาเรหิ อปฺปนาโกสลฺลํ อิจฺฉิตพฺพํ, วตฺถุวิสทกิริยโต, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนโต, นิมิตฺตกุสลโต, ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคเหตพฺพํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ, ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคเหตพฺพํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคณฺหาติ, ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํสิตพฺพํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํเสติ, ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ, อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนโต, สมาหิตปุคฺคลเสวนโต, ตทธิมุตฺตโตติ.

๖๑. ตตฺถ วตฺถุวิสทกิริยา นาม อชฺฌตฺติกพาหิรานํ วตฺถูนํ วิสทภาวกรณํ. ยทา หิสฺส เกสนขโลมานิ ทีฆานิ โหนฺติ, สรีรํ วา เสทมลคฺคหิตํ, ตทา อชฺฌตฺติกวตฺถุ อวิสทํ โหติ อปริสุทฺธํ. ยทา ปนสฺส จีวรํ ชิณฺณํ กิลิฏฺฐํ ทุคฺคนฺธํ โหติ, เสนาสนํ วา อุกฺลาปํ โหติ, ตทา พาหิรวตฺถุ อวิสทํ โหติ อปริสุทฺธํ. อชฺฌตฺติกพาหิเร จ วตฺถุมฺหิ อวิสเท อุปฺปนฺเนสุ จิตฺตเจตสิเกสุ ญาณมฺปิ อปริสุทฺธํ โหติ, อปริสุทฺธานิ ทีปกปลฺลิกวฏฺฏิเตลานิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนทีปสิขาย โอภาโส วิย. อปริสุทฺเธน ญาเณน สงฺขาเร สมฺมสโต สงฺขาราปิ อวิภูตา โหนฺติ, กมฺมฏฺฐานมนุยุญฺชโต กมฺมฏฺฐานมฺปิ วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ น คจฺฉติ. วิสเท ปน อชฺฌตฺติกพาหิเร วตฺถุมฺหิ อุปฺปนฺเนสุ จิตฺตเจตสิเกสุ ญาณมฺปิ วิสทํ โหติ ปริสุทฺธํ, ปริสุทฺธานิ ทีปกปลฺลิกวฏฺฏิเตลานิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนทีปสิขาย โอภาโส วิย. ปริสุทฺเธน จ ญาเณน สงฺขาเร สมฺมสโต สงฺขาราปิ วิภูตา โหนฺติ, กมฺมฏฺฐานมนุยุญฺชโต กมฺมฏฺฐานมฺปิ วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ คจฺฉติ.

๖๒. อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนํ นาม สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ สมภาวกรณํ. สเจ หิสฺส สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ อิตรานิ มนฺทานิ, ตโต วีริยินฺทฺริยํ ปคฺคหกิจฺจํ, สตินฺทฺริยํ อุปฏฺฐานกิจฺจํ, สมาธินฺทฺริยํ อวิกฺเขปกิจฺจํ, ปญฺญินฺทฺริยํ ทสฺสนกิจฺจํ กาตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา ตํ ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน วา ยถา วา มนสิกโรโต พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกาเรน หาเปตพฺพํ. วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ เจตฺถ นิทสฺสนํ. สเจ ปน วีริยินฺทฺริยํ พลวํ โหติ, อถ เนว สทฺธินฺทฺริยํ อธิโมกฺขกิจฺจํ กาตุํ สกฺโกติ, น อิตรานิ อิตรกิจฺจเภทํ, ตสฺมา ตํ ปสฺสทฺธาทิภาวนาย หาเปตพฺพํ. ตตฺราปิ โสณตฺเถรวตฺถุ ทสฺเสตพฺพํ. เอวํ เสเสสุปิ เอกสฺส พลวภาเว สติ อิตเรสํ อตฺตโน กิจฺเจสุ อสมตฺถตา เวทิตพฺพา. วิเสสโต ปเนตฺถ สทฺธาปญฺญานํ สมาธิวีริยานญฺจ สมตํ ปสํสนฺติ. พลวสทฺโธ หิ มนฺทปญฺโญ มุทฺธปฺปสนฺโน โหติ, อวตฺถุสฺมึ ปสีทติ. พลวปญฺโญ มนฺทสทฺโธ เกราฏิกปกฺขํ ภชติ, เภสชฺชสมุฏฺฐิโต วิย โรโค อเตกิจฺโฉ โหติ. อุภินฺนํ สมตาย วตฺถุสฺมึเยว ปสีทติ. พลวสมาธึ ปน มนฺทวีริยํ สมาธิสฺส โกสชฺชปกฺขตฺตา โกสชฺชํ อภิภวติ. พลววีริยํ มนฺทสมาธึ วีริยสฺส อุทฺธจฺจปกฺขตฺตา อุทฺธจฺจํ อภิภวติ. สมาธิ ปน วีริเยน สํโยชิโต โกสชฺเช ปติตุํ น ลภติ. วีริยํ สมาธินา สํโยชิตํ อุทฺธจฺเจ ปติตุํ น ลภติ, ตสฺมา ตทุภยํ สมํ กาตพฺพํ. อุภยสมตาย หิ อปฺปนา โหติ. อปิจ สมาธิกมฺมิกสฺส พลวตีปิ สทฺธา วฏฺฏติ. เอวํ สทฺทหนฺโต โอกปฺเปนฺโต อปฺปนํ ปาปุณิสฺสติ. สมาธิปญฺญาสุ ปน สมาธิกมฺมิกสฺส เอกคฺคตา พลวตี วฏฺฏติ. เอวญฺหิ โส อปฺปนํ ปาปุณาติ. วิปสฺสนากมฺมิกสฺส ปญฺญา พลวตี วฏฺฏติ. เอวญฺหิ โส ลกฺขณปฏิเวธํ ปาปุณาติ. อุภินฺนํ ปน สมตายปิ อปฺปนา โหติเยว. สติ ปน สพฺพตฺถ พลวตี วฏฺฏติ. สติ หิ จิตฺตํ อุทฺธจฺจปกฺขิกานํ สทฺธาวีริยปญฺญานํ วเสน อุทฺธจฺจปาตโต โกสชฺชปกฺเขน จ สมาธินา โกสชฺชปาตโต รกฺขติ, ตสฺมา สา โลณธูปนํ วิย สพฺพพฺยญฺชเนสุ, สพฺพกมฺมิกอมจฺโจ วิย จ สพฺพราชกิจฺเจสุ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพา. เตนาห – ‘‘สติ จ ปน สพฺพตฺถิกา วุตฺตา ภควตา. กึ การณา? จิตฺตญฺหิ สติปฏิสรณํ, อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา จ สติ, น วินา สติยา จิตฺตสฺส ปคฺคหนิคฺคโห โหตี’’ติ.

๖๓. นิมิตฺตโกสลฺลํ นาม ปถวีกสิณาทิกสฺส จิตฺเตกคฺคตานิมิตฺตสฺส อกตสฺส กรณโกสลฺลํ, กตสฺส จ ภาวนาโกสลฺลํ, ภาวนาย ลทฺธสฺส รกฺขณโกสลฺลญฺจ, ตํ อิธ อธิปฺเปตํ.

๖๔. กถญฺจ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคเหตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ? ยทาสฺส อติสิถิลวีริยตาทีหิ ลีนํ จิตฺตํ โหติ, ตทา ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ตโย อภาเวตฺวา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ภาเวติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาเลตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ อลฺลานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺย, อลฺลานิ จ โคมยานิ ปกฺขิเปยฺย, อลฺลานิ จ กฏฺฐานิ ปกฺขิเปยฺย, อุทกวาตญฺจ ทเทยฺย, ปํสุเกน จ โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส, ภิกฺขเว, ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาเลตุนฺติ? โน เหตํ, ภนฺเต. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยสฺมึ สมเย ลีนํ จิตฺตํ โหติ, อกาโล ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, อกาโล สมาธิ…เป… อกาโล อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? ลีนํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ ทุสมุฏฺฐาปยํ โหติ. ยสฺมึ จ โข, ภิกฺขเว, ลีนํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? ลีนํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ สุสมุฏฺฐาปยํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาเลตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ สุกฺขานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺย, สุกฺขานิ จ โคมยานิ ปกฺขิเปยฺย, สุกฺขานิ จ กฏฺฐานิ ปกฺขิเปยฺย, มุขวาตญฺจ ทเทยฺย, น จ ปํสุเกน โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส, ภิกฺขเว, ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาเลตุนฺติ? เอวํ ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).

เอตฺถ จ ยถาสกมาหารวเสน ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนา เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, กุสลากุสลา ธมฺมา สาวชฺชานวชฺชา ธมฺมา หีนปฺปณีตา ธมฺมา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา. ตตฺถ โยนิโส มนสิการพหุลีกาโร, อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย อุปฺปนฺนสฺส วา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒).

ตถา ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อารมฺภธาตุ นิกฺกมธาตุ ปรกฺกมธาตุ. ตตฺถ โยนิโส มนสิการพหุลีกาโร, อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย อุปฺปนฺนสฺส วา วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒).

ตถา ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยา ธมฺมา. ตตฺถ โยนิโส มนสิการพหุลีกาโร, อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย อุปฺปนฺนสฺส วา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒).

ตตฺถ สภาวสามญฺญลกฺขณปฏิเวธวเสน ปวตฺตมนสิกาโร กุสลาทีสุ โยนิโส มนสิกาโร นาม. อารมฺภธาตุอาทีนํ อุปฺปาทนวเสน ปวตฺตมนสิกาโร อารมฺภธาตุอาทีสุ โยนิโส มนสิกาโร นาม. ตตฺถ อารมฺภธาตูติ ปฐมวีริยํ วุจฺจติ. นิกฺกมธาตูติ โกสชฺชโต นิกฺขนฺตตฺตา ตโต พลวตรํ. ปรกฺกมธาตูติ ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนโต ตโตปิ พลวตรํ. ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยา ธมฺมาติ ปน ปีติยา เอว เอตํ นามํ. ตสฺสาปิ อุปฺปาทกมนสิกาโรว โยนิโส มนสิกาโร นาม.

อปิจ สตฺต ธมฺมา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ ปริปุจฺฉกตา, วตฺถุวิสทกิริยา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา, ทุปฺปญฺญปุคฺคลปริวชฺชนา, ปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนา, คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณา, ตทธิมุตฺตตาติ.

เอกาทสธมฺมา วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ อปายาทิภยปจฺจเวกฺขณตา, วีริยายตฺตโลกิยโลกุตฺตรวิเสสาธิคมานิสํสทสฺสิตา, ‘‘พุทฺธปจฺเจกพุทฺธมหาสาวเกหิ คตมคฺโค มยา คนฺตพฺโพ, โส จ น สกฺกา กุสีเตน คนฺตุ’’นฺติ เอวํ คมนวีถิปจฺจเวกฺขณตา, ทายกานํ มหปฺผลภาวกรเณน ปิณฺฑาปจายนตา, ‘‘วีริยารมฺภสฺส วณฺณวาที เม สตฺถา, โส จ อนติกฺกมนียสาสโน อมฺหากญฺจ พหูปกาโร ปฏิปตฺติยา จ ปูชิยมาโน ปูชิโต โหติ น อิตรถา’’ติ เอวํ สตฺถุ มหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, ‘‘สทฺธมฺมสงฺขาตํ เม มหาทายชฺชํ คเหตพฺพํ, ตญฺจ น สกฺกา กุสีเตน คเหตุ’’นฺติ เอวํ ทายชฺชมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, อาโลกสญฺญามนสิการอิริยาปถปริวตฺตนอพฺโภกาสเสวนาทีหิ ถินมิทฺธวิโนทนตา, กุสีตปุคฺคลปริวชฺชนตา, อารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนตา, สมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณตา, ตทธิมุตฺตตาติ.

เอกาทสธมฺมา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ พุทฺธานุสฺสติ, ธมฺม… สงฺฆ… สีล… จาค… เทวตานุสฺสติ, อุปสมานุสฺสติ, ลูขปุคฺคลปริวชฺชนตา, สินิทฺธปุคฺคลเสวนตา, ปสาทนิยสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณตา, ตทธิมุตฺตตาติ. อิติ อิเมหิ อากาเรหิ เอเต ธมฺเม อุปฺปาเทนฺโต ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ภาเวติ นาม. เอวํ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคเหตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ.

๖๕. กถํ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคเหตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคณฺหาติ? ยทาสฺส อจฺจารทฺธวีริยตาทีหิ อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, ตทา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ตโย อภาเวตฺวา ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ภาเวติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ สุกฺขานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺย…เป… น จ ปํสุเกน โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส, ภิกฺขเว, ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุนฺติ? โน เหตํ, ภนฺเต. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยสฺมึ สมเย อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, อกาโล ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, อกาโล วีริย…เป… อกาโล ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? อุทฺธตํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ ทุวูปสมยํ โหติ. ยสฺมึ จ โข, ภิกฺขเว, สมเย อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? อุทฺธตํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ สุวูปสมยํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ อลฺลานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺย…เป… ปํสุเกน จ โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส, ภิกฺขเว, ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุนฺติ? เอวํ, ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).

เอตฺถาปิ ยถาสกํ อาหารวเสน ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนา เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, กายปสฺสทฺธิ จิตฺตปสฺสทฺธิ. ตตฺถ โยนิโส มนสิการพหุลีกาโร, อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย อุปฺปนฺนสฺส วา ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒).

ตถา ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, สมถนิมิตฺตํ อพฺยคฺคนิมิตฺตํ. ตตฺถ โยนิโส มนสิการพหุลีกาโร, อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย อุปฺปนฺนสฺส วา สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒).

ตถา ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยา ธมฺมา. ตตฺถ โยนิโส มนสิการพหุลีกาโร, อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย อุปฺปนฺนสฺส วา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒).

ตตฺถ ยถาสฺส ปสฺสทฺธิอาทโย อุปฺปนฺนปุพฺพา, ตํ อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา เตสํ อุปฺปาทนวเสน ปวตฺตมนสิกาโรว ตีสุปิ ปเทสุ โยนิโส มนสิกาโร นาม. สมถนิมิตฺตนฺติ จ สมถสฺเสเวตมธิวจนํ. อวิกฺเขปฏฺเฐน จ ตสฺเสว อพฺยคฺคนิมิตฺตนฺติ.

อปิจ สตฺต ธมฺมา ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ ปณีตโภชนเสวนตา, อุตุสุขเสวนตา, อิริยาปถสุขเสวนตา, มชฺฌตฺตปโยคตา, สารทฺธกายปุคฺคลปริวชฺชนตา, ปสฺสทฺธกายปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ.

เอกาทส ธมฺมา สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ วตฺถุวิสทตา, นิมิตฺตกุสลตา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา, สมเย จิตฺตสฺส นิคฺคหณตา, สมเย จิตฺตสฺส ปคฺคหณตา, นิรสฺสาทสฺส จิตฺตสฺส สทฺธาสํเวควเสน สมฺปหํสนตา, สมฺมาปวตฺตสฺส อชฺฌุเปกฺขนตา, อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนตา, สมาหิตปุคฺคลเสวนตา, ฌานวิโมกฺขปจฺจเวกฺขณตา, ตทธิมุตฺตตาติ.

ปญฺจ ธมฺมา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ สตฺตมชฺฌตฺตตา, สงฺขารมชฺฌตฺตตา, สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตา, สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺตปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ. อิติ อิเมหากาเรหิ เอเต ธมฺเม อุปฺปาเทนฺโต ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ภาเวติ นาม. เอวํ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคเหตพฺพํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคณฺหาติ.

๖๖. กถํ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํสิตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํเสติ? ยทาสฺส ปญฺญาปโยคมนฺทตาย วา อุปสมสุขานธิคเมน วา นิรสฺสาทํ จิตฺตํ โหติ, ตทา นํ อฏฺฐสํเวควตฺถุปจฺจเวกฺขเณน สํเวเชติ. อฏฺฐ สํเวควตฺถูนิ นาม ชาติชราพฺยาธิมรณานิ จตฺตาริ, อปายทุกฺขํ ปญฺจมํ, อตีเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, อนาคเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, ปจฺจุปฺปนฺเน อาหารปริเยฏฺฐิมูลกํ ทุกฺขนฺติ. พุทฺธธมฺมสงฺฆคุณานุสฺสรเณน จสฺส ปสาทํ ชเนติ. เอวํ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํสิตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํเสติ.

กถํ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ? ยทาสฺส เอวํ ปฏิปชฺชโต อลีนํ อนุทฺธตํ อนิรสฺสาทํ อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ สมถวีถิปฏิปนฺนํ จิตฺตํ โหติ, ตทาสฺส ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ น พฺยาปารํ อาปชฺชติ, สารถิ วิย สมปฺปวตฺเตสุ อสฺเสสุ. เอวํ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพํ, ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ.

อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนตา นาม เนกฺขมฺมปฏิปทํ อนารุฬฺหปุพฺพานํ อเนกกิจฺจปสุตานํ วิกฺขิตฺตหทยานํ ปุคฺคลานํ อารกา ปริจฺจาโค.

สมาหิตปุคฺคลเสวนตา นาม เนกฺขมฺมปฏิปทํ ปฏิปนฺนานํ สมาธิลาภีนํ ปุคฺคลานํ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมนํ.

ตทธิมุตฺตตา นาม สมาธิอธิมุตฺตตา สมาธิครุสมาธินินฺนสมาธิโปณสมาธิปพฺภารตาติ อตฺโถ.

เอวเมตํ ทสวิธํ อปฺปนาโกสลฺลํ สมฺปาเทตพฺพํ.

๖๗. เอวญฺหิ สมฺปาทยโต, อปฺปนาโกสลฺลํ อิมํ;

ปฏิลทฺเธ นิมิตฺตสฺมึ, อปฺปนา สมฺปวตฺตติ.

เอวญฺหิ ปฏิปนฺนสฺส, สเจ สา นปฺปวตฺตติ;

ตถาปิ น ชเห โยคํ, วายเมเถว ปณฺฑิโต.

หิตฺวา หิ สมฺมาวายามํ, วิเสสํ นาม มาณโว;

อธิคจฺเฉ ปริตฺตมฺปิ, ฐานเมตํ น วิชฺชติ.

จิตฺตปฺปวตฺติอาการํ, ตสฺมา สลฺลกฺขยํ พุโธ;

สมตํ วีริยสฺเสว, โยชเยถ ปุนปฺปุนํ.

อีสกมฺปิ ลยํ ยนฺตํ, ปคฺคเณฺหเถว มานสํ;

อจฺจารทฺธํ นิเสเธตฺวา, สมเมว ปวตฺตเย.

เรณุมฺหิ อุปฺปลทเล, สุตฺเต นาวาย นาฬิยา;

ยถา มธุกราทีนํ, ปวตฺติ สมฺมวณฺณิตา.

ลีนอุทฺธตภาเวหิ, โมจยิตฺวาน สพฺพโส;

เอวํ นิมิตฺตาภิมุขํ, มานสํ ปฏิปาทเยติ.

นิมิตฺตาภิมุขปฏิปาทนํ

๖๘. ตตฺรายมตฺถทีปนา – ยถา หิ อเฉโก มธุกโร อสุกสฺมึ รุกฺเข ปุปฺผํ ปุปฺผิตนฺติ ญตฺวา ติกฺเขน เวเคน ปกฺขนฺโท ตํ อติกฺกมิตฺวา ปฏินิวตฺเตนฺโต ขีเณ เรณุมฺหิ สมฺปาปุณาติ. อปโร อเฉโก มนฺเทน ชเวน ปกฺขนฺโท ขีเณเยว สมฺปาปุณาติ. เฉโก ปน สเมน ชเวน ปกฺขนฺโท สุเขน ปุปฺผราสึ สมฺปตฺวา ยาวทิจฺฉกํ เรณุํ อาทาย มธุํ สมฺปาเทตฺวา มธุรสมนุภวติ.

ยถา จ สลฺลกตฺตอนฺเตวาสิเกสุ อุทกถาลคเต อุปฺปลปตฺเต สตฺถกมฺมํ สิกฺขนฺเตสุ เอโก อเฉโก เวเคน สตฺถํ ปาเตนฺโต อุปฺปลปตฺตํ ทฺวิธา วา ฉินฺทติ, อุทเก วา ปเวเสติ. อปโร อเฉโก ฉิชฺชนปเวสนภยา สตฺถเกน ผุสิตุมฺปิ น วิสหติ. เฉโก ปน สเมน ปโยเคน ตตฺถ สตฺถปหารํ ทสฺเสตฺวา ปริโยทาตสิปฺโป หุตฺวา ตถารูเปสุ ฐาเนสุ กมฺมํ กตฺวา ลาภํ ลภติ.

ยถา จ โย จตุพฺยามปฺปมาณํ มกฺกฏสุตฺตมาหรติ, โส จตฺตาริ สหสฺสานิ ลภตีติ รญฺญา วุตฺเต เอโก อเฉกปุริโส เวเคน มกฺกฏสุตฺตมากฑฺฒนฺโต ตหึ ตหึ ฉินฺทติเยว. อปโร อเฉโก เฉทนภยา หตฺเถน ผุสิตุมฺปิ น วิสหติ. เฉโก ปน โกฏิโต ปฏฺฐาย สเมน ปโยเคน ทณฺฑเก เวเธตฺวา อาหริตฺวา ลาภํ ลภติ.

ยถา จ อเฉโก นิยามโก พลววาเต ลงฺการํ ปูเรนฺโต นาวํ วิเทสํ ปกฺขนฺทาเปติ. อปโร อเฉโก มนฺทวาเต ลงฺการํ โอโรเปนฺโต นาวํ ตตฺเถว ฐเปติ. เฉโก ปน มนฺทวาเต ลงฺการํ ปูเรตฺวา พลววาเต อฑฺฒลงฺการํ กตฺวา โสตฺถินา อิจฺฉิตฏฺฐานํ ปาปุณาติ.

ยถา จ โย เตเลน อฉฑฺเฑนฺโต นาฬึ ปูเรติ, โส ลาภํ ลภตีติ อาจริเยน อนฺเตวาสิกานํ วุตฺเต เอโก อเฉโก ลาภลุทฺโธ เวเคน ปูเรนฺโต เตลํ ฉฑฺเฑติ. อปโร อเฉโก เตลฉฑฺฑนภยา อาสิญฺจิตุมฺปิ น วิสหติ. เฉโก ปน สเมน ปโยเคน ปูเรตฺวา ลาภํ ลภติ.

เอวเมว เอโก ภิกฺขุ อุปฺปนฺเน นิมิตฺเต สีฆเมว อปฺปนํ ปาปุณิสฺสามีติ คาฬฺหํ วีริยํ กโรติ, ตสฺส จิตฺตํ อจฺจารทฺธวีริยตฺตา อุทฺธจฺเจ ปตติ, โส น สกฺโกติ อปฺปนํ ปาปุณิตุํ. เอโก อจฺจารทฺธวีริยตาย โทสํ ทิสฺวา กึ ทานิเม อปฺปนายาติ วีริยํ หาเปติ, ตสฺส จิตฺตํ อติลีนวีริยตฺตา โกสชฺเช ปตติ, โสปิ น สกฺโกติ อปฺปนํ ปาปุณิตุํ. โย ปน อีสกมฺปิ ลีนํ ลีนภาวโต อุทฺธตํ อุทฺธจฺจโต โมเจตฺวา สเมน ปโยเคน นิมิตฺตาภิมุขํ ปวตฺเตติ, โส อปฺปนํ ปาปุณาติ, ตาทิเสน ภวิตพฺพํ. อิมมตฺถํ สนฺธาย เอตํ วุตฺตํ –

เรณุมฺหิ อุปฺปลทเล, สุตฺเต นาวาย นาฬิยา;

ยถา มธุกราทีนํ, ปวตฺติ สมฺมวณฺณิตา.

ลีนอุทฺธตภาเวหิ, โมจยิตฺวาน สพฺพโส;

เอวํ นิมิตฺตาภิมุขํ, มานสํ ปฏิปาทเยติ.

ปฐมชฺฌานกถา

๖๙. อิติ เอวํ นิมิตฺตาภิมุขํ มานสํ ปฏิปาทยโต ปนสฺส อิทานิ อปฺปนา อิชฺฌิสฺสตีติ ภวงฺคํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ปถวี ปถวีติ อนุโยควเสน อุปฏฺฐิตํ ตเทว ปถวีกสิณํ อารมฺมณํ กตฺวา มโนทฺวาราวชฺชนมุปฺปชฺชติ. ตโต ตสฺมึเยวารมฺมเณ จตฺตาริ ปญฺจ วา ชวนานิ ชวนฺติ. เตสุ อวสาเน เอกํ รูปาวจรํ, เสสานิ กามาวจรานิ. ปกติจิตฺเตหิ พลวตรวิตกฺกวิจารปีติสุขจิตฺเตกคฺคตานิ ยานิ อปฺปนาย ปริกมฺมตฺตา ปริกมฺมานีติปิ, ยถา คามาทีนํ อาสนฺนปเทโส คามูปจาโร นครูปจาโรติ วุจฺจติ, เอวํ อปฺปนาย อาสนฺนตฺตา สมีปจารตฺตา วา อุปจารานีติปิ, อิโต ปุพฺเพ ปริกมฺมานํ, อุปริ อปฺปนาย จ อนุโลมโต อนุโลมานีติปิ วุจฺจนฺติ. ยญฺเจตฺถ สพฺพนฺติมํ, ตํ ปริตฺตโคตฺตาภิภวนโต, มหคฺคตโคตฺตภาวนโต จ โคตฺรภูติปิ วุจฺจติ. อคหิตคฺคหเณน ปเนตฺถ ปฐมํ ปริกมฺมํ, ทุติยํ อุปจารํ, ตติยํ อนุโลมํ, จตุตฺถํ โคตฺรภุ. ปฐมํ วา อุปจารํ, ทุติยํ อนุโลมํ, ตติยํ โคตฺรภุ, จตุตฺถํ ปญฺจมํ วา อปฺปนาจิตฺตํ. จตุตฺถเมว หิ ปญฺจมํ วา อปฺเปติ, ตญฺจ โข ขิปฺปาภิญฺญทนฺธาภิญฺญวเสน. ตโต ปรํ ชวนํ ปตติ. ภวงฺคสฺส วาโร โหติ.

อาภิธมฺมิกโคทตฺตตฺเถโร ปน ‘‘ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๒) อิมํ สุตฺตํ วตฺวา อาเสวนปจฺจเยน ปจฺฉิโม ปจฺฉิโม ธมฺโม พลวา โหติ, ตสฺมา ฉฏฺเฐปิ สตฺตเมปิ อปฺปนา โหตีติ อาห, ตํ อฏฺฐกถาสุ ‘‘อตฺตโน มติมตฺตํ เถรสฺเสต’’นฺติ วตฺวา ปฏิกฺขิตฺตํ. จตุตฺถปญฺจเมสุเยว ปน อปฺปนา โหติ. ปรโต ชวนํ ปติตํ นาม โหติ, ภวงฺคสฺส อาสนฺนตฺตาติ วุตฺตํ. ตเมว วิจาเรตฺวา วุตฺตตฺตา น สกฺกา ปฏิกฺขิปิตุํ. ยถา หิ ปุริโส ฉินฺนปปาตาภิมุโข ธาวนฺโต ฐาตุกาโมปิ ปริยนฺเต ปาทํ กตฺวา ฐาตุํ น สกฺโกติ ปปาเต เอว ปตติ, เอวํ ฉฏฺเฐ วา สตฺตเม วา อปฺเปตุํ น สกฺโกติ, ภวงฺคสฺส อาสนฺนตฺตา. ตสฺมา จตุตฺถปญฺจเมสุเยว อปฺปนา โหตีติ เวทิตพฺพา.

สา จ ปน เอกจิตฺตกฺขณิกาเยว. สตฺตสุ หิ ฐาเนสุ อทฺธานปริจฺเฉโท นาม นตฺถิ ปฐมปฺปนายํ, โลกิยาภิญฺญาสุ, จตูสุ มคฺเคสุ, มคฺคานนฺตรผเล, รูปารูปภเวสุ ภวงฺคชฺฌาเน, นิโรธสฺส ปจฺจเย เนวสญฺญานาสญฺญายตเน, นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส ผลสมาปตฺติยนฺติ. เอตฺถ มคฺคานนฺตรผลํ ติณฺณํ อุปริ น โหติ. นิโรธสฺส ปจฺจโย เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ทฺวินฺนมุปริ น โหติ. รูปารูเปสุ ภวงฺคสฺส ปริมาณํ นตฺถิ, เสสฏฺฐาเนสุ เอกเมว จิตฺตนฺติ. อิติ เอกจิตฺตกฺขณิกาเยว อปฺปนา. ตโต ภวงฺคปาโต. อถ ภวงฺคํ โวจฺฉินฺทิตฺวา ฌานปจฺจเวกฺขณตฺถาย อาวชฺชนํ, ตโต ฌานปจฺจเวกฺขณนฺติ.

เอตฺตาวตา จ ปเนส วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ (ธ. ส. ๑๖๐; ที. นิ. ๑.๒๒๖). เอวมเนน ปญฺจงฺควิปฺปหีนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ ติวิธกลฺยาณํ ทสลกฺขณสมฺปนฺนํ ปฐมํ ฌานํ อธิคตํ โหติ ปถวีกสิณํ.

๗๐. ตตฺถ วิวิจฺเจว กาเมหีติ กาเมหิ วิวิจฺจิตฺวา วินา หุตฺวา อปกฺกมิตฺวา. โย ปนายเมตฺถ เอวกาโร, โส นิยมตฺโถติ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา จ นิยมตฺโถ, ตสฺมา ตสฺมึ ปฐมชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรณสมเย อวิชฺชมานานมฺปิ กามานํ ตสฺส ปฐมชฺฌานสฺส ปฏิปกฺขภาวํ กามปริจฺจาเคเนว จสฺส อธิคมํ ทีเปติ.

กถํ? ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ เอวญฺหิ นิยเม กริยมาเน อิทํ ปญฺญายติ, นูน ฌานสฺส กามา ปฏิปกฺขภูตา เยสุ สติ อิทํ นปฺปวตฺตติ, อนฺธกาเร สติ ปทีโปภาโส วิย. เตสํ ปริจฺจาเคเนว จสฺส อธิคโม โหติ, โอริมตีรปริจฺจาเคน ปาริมตีรสฺเสว. ตสฺมา นิยมํ กโรตีติ.

ตตฺถ สิยา, กสฺมา ปเนส ปุพฺพปเทเยว วุตฺโต, น อุตฺตรปเท, กึ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ อวิวิจฺจาปิ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยาติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. ตํนิสฺสรณโต หิ ปุพฺพปเท เอส วุตฺโต. กามธาตุสมติกฺกมนโต หิ กามราคปฏิปกฺขโต จ อิทํ ฌานํ กามานเมว นิสฺสรณํ. ยถาห, ‘‘กามานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ เนกฺขมฺม’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๓๕๓). อุตฺตรปเทปิ ปน ยถา ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑) เอตฺถ เอวกาโร อาเนตฺวา วุจฺจติ, เอวํ วตฺตพฺโพ. น หิ สกฺกา อิโต อญฺเญหิปิ นีวรณสงฺขาเตหิ อกุสลธมฺเมหิ อวิวิจฺจ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหริตุํ. ตสฺมา ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺเจว อกุสเลหิ ธมฺเมหี’’ติ เอวํ ปททฺวเยปิ เอส ทฏฺฐพฺโพ. ปททฺวเยปิ จ กิญฺจาปิ วิวิจฺจาติ อิมินา สาธารณวจเนน ตทงฺควิเวกาทโย, กายวิเวกาทโย จ สพฺเพปิ วิเวกา สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, ตถาปิ กายวิเวโก จิตฺตวิเวโก วิกฺขมฺภนวิเวโกติ ตโย เอว อิธ ทฏฺฐพฺพา.

กาเมหีติ อิมินา ปน ปเทน เย จ นิทฺเทเส ‘‘กตเม วตฺถุกามา, มนาปิยา รูปา’’ติอาทินา (มหานิ. ๑) นเยน วตฺถุกามา วุตฺตา, เย จ ตตฺเถว วิภงฺเค จ ‘‘ฉนฺโท กาโม, ราโค กาโม, ฉนฺทราโค กาโม, สงฺกปฺโป กาโม, ราโค กาโม, สงฺกปฺปราโค กาโม, อิเม วุจฺจนฺติ กามา’’ติ (มหานิ. ๑; วิภ. ๕๖๔) เอวํ กิเลสกามา วุตฺตา, เต สพฺเพปิ สงฺคหิตาอิจฺเจว ทฏฺฐพฺพา. เอวญฺหิ สติ วิวิจฺเจว กาเมหีติ วตฺถุกาเมหิปิ วิวิจฺเจวาติ อตฺโถ ยุชฺชติ, เตน กายวิเวโก วุตฺโต โหติ. วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหีติ กิเลสกาเมหิ สพฺพากุสเลหิ วา วิวิจฺจาติ อตฺโถ ยุชฺชติ, เตน จิตฺตวิเวโก วุตฺโต โหติ. ปุริเมน เจตฺถ วตฺถุกาเมหิ วิเวกวจนโต เอว กามสุขปริจฺจาโค, ทุติเยน กิเลสกาเมหิ วิเวกวจนโต เนกฺขมฺมสุขปริคฺคโห วิภาวิโต โหติ. เอวํ วตฺถุกามกิเลสกามวิเวกวจนโตเยว จ เอเตสํ ปฐเมน สํกิเลสวตฺถุปฺปหานํ, ทุติเยน สํกิเลสปฺปหานํ. ปฐเมน โลลภาวสฺส เหตุปริจฺจาโค, ทุติเยน พาลภาวสฺส. ปฐเมน จ ปโยคสุทฺธิ, ทุติเยน อาสยโปสนํ วิภาวิตํ โหตีติ วิญฺญาตพฺพํ. เอส ตาว นโย กาเมหีติ เอตฺถ วุตฺตกาเมสุ วตฺถุกามปกฺเข.

กิเลสกามปกฺเข ปน ฉนฺโทติ จ ราโคติ จ เอวมาทีหิ อเนกเภโท กามจฺฉนฺโทเยว กาโมติ อธิปฺเปโต. โส จ อกุสลปริยาปนฺโนปิ สมาโน ‘‘ตตฺถ กตโม กาโม ฉนฺโท กาโม’’ติอาทินา (วิภ. ๕๖๔) นเยน วิภงฺเค ฌานปฏิปกฺขโต วิสุํ วุตฺโต. กิเลสกามตฺตา วา ปุริมปเท วุตฺโต, อกุสลปริยาปนฺนตฺตา ทุติยปเท. อเนกเภทโต จสฺส กามโตติ อวตฺวา กาเมหีติ วุตฺตํ.

อญฺเญสมฺปิ จ ธมฺมานํ อกุสลภาเว วิชฺชมาเน ‘‘ตตฺถ กตเม อกุสลา ธมฺมา, กามจฺฉนฺโท’’ติอาทินา นเยน วิภงฺเค อุปริ ฌานงฺคานํ ปจฺจนีกปฏิปกฺขภาวทสฺสนโต นีวรณาเนว วุตฺตานิ. นีวรณานิ หิ ฌานงฺคปจฺจนีกานิ, เตสํ ฌานงฺคาเนว ปฏิปกฺขานิ วิทฺธํสกานิ วิฆาตกานีติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ สมาธิ กามจฺฉนฺทสฺส ปฏิปกฺโข, ปีติ พฺยาปาทสฺส, วิตกฺโก ถินมิทฺธสฺส, สุขํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส, วิจาโร วิจิกิจฺฉายาติ เปฏเก วุตฺตํ.

เอวเมตฺถ วิวิจฺเจว กาเมหีติ อิมินา กามจฺฉนฺทสฺส วิกฺขมฺภนวิเวโก วุตฺโต โหติ. วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหีติ อิมินา ปญฺจนฺนมฺปิ นีวรณานํ, อคหิตคฺคหเณน ปน ปฐเมน กามจฺฉนฺทสฺส, ทุติเยน เสสนีวรณานํ. ตถา ปฐเมน ตีสุ อกุสลมูเลสุ ปญฺจกามคุณเภทวิสยสฺส โลภสฺส, ทุติเยน อาฆาตวตฺถุเภทาทิวิสยานํ โทสโมหานํ. โอฆาทีสุ วา ธมฺเมสุ ปฐเมน กาโมฆกามโยคกามาสวกามุปาทานอภิชฺฌากายคนฺถกามราคสํโยชนานํ, ทุติเยน อวเสสโอฆโยคาสวอุปาทานคนฺถสํโยชนานํ. ปฐเมน จ ตณฺหาย ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ, ทุติเยน อวิชฺชาย ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ. อปิจ ปฐเมน โลภสมฺปยุตฺตานํ อฏฺฐนฺนํ จิตฺตุปฺปาทานํ, ทุติเยน เสสานํ จตุนฺนํ อกุสลจิตฺตุปฺปาทานํ วิกฺขมฺภนวิเวโก วุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ. อยํ ตาว วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหีติ เอตฺถ อตฺถปฺปกาสนา.

๗๑. เอตฺตาวตา จ ปฐมสฺส ฌานสฺส ปหานงฺคํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมฺปโยคงฺคํ ทสฺเสตุํ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วิตกฺกนํ วิตกฺโก, อูหนนฺติ วุตฺตํ โหติ. สฺวายํ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อภินิโรปนลกฺขโณ, อาหนนปริยาหนนรโส. ตถา หิ เตน โยคาวจโร อารมฺมณํ วิตกฺกาหตํ วิตกฺกปริยาหตํ กโรตีติ วุจฺจติ. อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อานยนปจฺจุปฏฺฐาโน.

วิจรณํ วิจาโร, อนุสญฺจรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. สฺวายํ อารมฺมณานุมชฺชนลกฺขโณ, ตตฺถ สหชาตานุโยชนรโส, จิตฺตสฺส อนุปฺปพนฺธนปจฺจุปฏฺฐาโน.

สนฺเตปิ จ เนสํ กตฺถจิ อวิปฺปโยเค โอฬาริกฏฺเฐน ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน จ ฆณฺฑาภิฆาโต วิย เจตโส ปฐมาภินิปาโต วิตกฺโก. สุขุมฏฺเฐน อนุมชฺชนสภาเวน จ ฆณฺฑานุรโว วิย อนุปฺปพนฺโธ วิจาโร. วิปฺผารวา เจตฺถ วิตกฺโก ปฐมุปฺปตฺติกาเล ปริปฺผนฺทนภูโต จิตฺตสฺส อากาเส อุปฺปติตุกามสฺส ปกฺขิโน ปกฺขวิกฺเขโป วิย ปทุมาภิมุขปาโต วิย จ คนฺธานุพนฺธเจตโส ภมรสฺส. สนฺตวุตฺติ วิจาโร นาติปริปฺผนฺทนภาโว จิตฺตสฺส อากาเส อุปฺปติตสฺส ปกฺขิโน ปกฺขปฺปสารณํ วิย, ปริพฺภมนํ วิย จ ปทุมาภิมุขปติตสฺส ภมรสฺส ปทุมสฺส อุปริภาเค. ทุกนิปาตฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อากาเส คจฺฉโต มหาสกุณสฺส อุโภหิ ปกฺเขหิ วาตํ คเหตฺวา ปกฺเข สนฺนิสีทาเปตฺวา คมนํ วิย อารมฺมเณ เจตโส อภินิโรปนภาเวน ปวตฺโต วิตกฺโก. วาตคฺคหณตฺถํ ปกฺเข ผนฺทาปยมานสฺส คมนํ วิย อนุมชฺชนภาเวน ปวตฺโต วิจาโร’’ติ วุตฺตํ, ตํ อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺติยํ ยุชฺชติ. โส ปน เนสํ วิเสโส ปฐมทุติยชฺฌาเนสุ ปากโฏ โหติ.

อปิจ มลคฺคหิตํ กํสภาชนํ เอเกน หตฺเถน ทฬฺหํ คเหตฺวา อิตเรน หตฺเถน จุณฺณเตลวาลณฺฑุปเกน ปริมชฺชนฺตสฺส ทฬฺหคหณหตฺโถ วิย วิตกฺโก, ปริมชฺชนหตฺโถ วิย วิจาโร. ตถา กุมฺภการสฺส ทณฺฑปฺปหาเรน จกฺกํ ภมยิตฺวา ภาชนํ กโรนฺตสฺส อุปฺปีฬนหตฺโถ วิย วิตกฺโก, อิโต จิโต จ สญฺจรณหตฺโถ วิย วิจาโร. ตถา มณฺฑลํ กโรนฺตสฺส มชฺเฌ สนฺนิรุมฺภิตฺวา ฐิตกณฺฏโก วิย อภินิโรปโน วิตกฺโก, พหิ ปริพฺภมนกณฺฏโก วิย อนุมชฺชโน วิจาโร. อิติ อิมินา จ วิตกฺเกน อิมินา จ วิจาเรน สห วตฺตติ รุกฺโข วิย ปุปฺเผน ผเลน จาติ อิทํ ฌานํ ‘‘สวิตกฺกํ สวิจาร’’นฺติ วุจฺจติ. วิภงฺเค ปน ‘‘อิมินา จ วิตกฺเกน อิมินา จ วิจาเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติอาทินา (วิภ. ๕๖๕) นเยน ปุคฺคลาธิฏฺฐานา เทสนา กตา. อตฺโถ ปน ตตฺราปิ เอวเมว ทฏฺฐพฺโพ.

วิเวกชนฺติ เอตฺถ วิวิตฺติ วิเวโก, นีวรณวิคโมติ อตฺโถ. วิวิตฺโตติ วา วิเวโก, นีวรณวิวิตฺโต ฌานสมฺปยุตฺตธมฺมราสีติ อตฺโถ. ตสฺมา วิเวกา, ตสฺมึ วา วิเวเก ชาตนฺติ วิเวกชํ.

๗๒. ปีติสุขนฺติ เอตฺถ ปีณยตีติ ปีติ. สา สมฺปิยายนลกฺขณา, กายจิตฺตปีนนรสา, ผรณรสา วา, โอทคฺยปจฺจุปฏฺฐานา. สา ปเนสา ขุทฺทิกา ปีติ, ขณิกาปีติ, โอกฺกนฺติกาปีติ, อุพฺเพคาปีติ, ผรณาปีตีติ ปญฺจวิธา โหติ. ตตฺถ ขุทฺทิกาปีติ สรีเร โลมหํสมตฺตเมว กาตุํ สกฺโกติ. ขณิกาปีติ ขเณ ขเณ วิชฺชุปฺปาทสทิสา โหติ. โอกฺกนฺติกาปีติ สมุทฺทตีรํ วีจิ วิย กายํ โอกฺกมิตฺวา โอกฺกมิตฺวา ภิชฺชติ. อุพฺเพคาปีติ พลวตี โหติ กายํ อุทฺธคฺคํ กตฺวา อากาเส ลงฺฆาปนปฺปมาณปฺปตฺตา. ตถา หิ ปุณฺณวลฺลิกวาสี มหาติสฺสตฺเถโร ปุณฺณมทิวเส สายํ เจติยงฺคณํ คนฺตฺวา จนฺทาโลกํ ทิสฺวา มหาเจติยาภิมุโข หุตฺวา ‘‘อิมาย วต เวลาย จตสฺโส ปริสา มหาเจติยํ วนฺทนฺตี’’ติ ปกติยา ทิฏฺฐารมฺมณวเสน พุทฺธารมฺมณํ อุพฺเพคาปีตึ อุปฺปาเทตฺวา สุธาตเล ปหฏจิตฺรเคณฺฑุโก วิย อากาเส อุปฺปติตฺวา มหาเจติยงฺคเณเยว ปติฏฺฐาสิ. ตถา คิริกณฺฑกวิหารสฺส อุปนิสฺสเย วตฺตกาลกคาเม เอกา กุลธีตาปิ พลวพุทฺธารมฺมณาย อุพฺเพคาปีติยา อากาเส ลงฺเฆสิ.

ตสฺสา กิร มาตาปิตโร สายํ ธมฺมสฺสวนตฺถาย วิหารํ คจฺฉนฺตา ‘‘อมฺม ตฺวํ ครุภารา อกาเล วิจริตุํ น สกฺโกสิ, มยํ ตุยฺหํ ปตฺตึ กตฺวา ธมฺมํ โสสฺสามา’’ติ อคมํสุ. สา คนฺตุกามาปิ เตสํ วจนํ ปฏิพาหิตุํ อสกฺโกนฺตี ฆเร โอหียิตฺวา ฆราชิเร ฐตฺวา จนฺทาโลเกน คิริกณฺฑเก อากาสเจติยงฺคณํ โอโลเกนฺตี เจติยสฺส ทีปปูชํ อทฺทส, จตสฺโส จ ปริสา มาลาคนฺธาทีหิ เจติยปูชํ กตฺวา ปทกฺขิณํ กโรนฺติโย ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ คณสชฺฌายสทฺทํ อสฺโสสิ. อถสฺสา ‘‘ธญฺญาวติเม, เย วิหารํ คนฺตฺวา เอวรูเป เจติยงฺคเณ อนุสญฺจริตุํ, เอวรูปญฺจ มธุรธมฺมกถํ โสตุํ ลภนฺตี’’ติ มุตฺตราสิสทิสํ เจติยํ ปสฺสนฺติยา เอว อุพฺเพคาปีติ อุทปาทิ. สา อากาเส ลงฺฆิตฺวา มาตาปิตูนํ ปุริมตรํเยว อากาสโต เจติยงฺคเณ โอรุยฺห เจติยํ วนฺทิตฺวา ธมฺมํ สุณมานา อฏฺฐาสิ. อถ นํ มาตาปิตโร อาคนฺตฺวา ‘‘อมฺม ตฺวํ กตเรน มคฺเคน อาคตาสี’’ติ ปุจฺฉึสุ. สา ‘‘อากาเสน อาคตามฺหิ, น มคฺเคนา’’ติ วตฺวา ‘‘อมฺม อากาเสน นาม ขีณาสวา สญฺจรนฺติ, ตฺวํ กถํ อาคตา’’ติ วุตฺตา อาห – ‘‘มยฺหํ จนฺทาโลเกน เจติยํ อาโลเกนฺติยา ฐิตาย พุทฺธารมฺมณา พลวปีติ อุปฺปชฺชิ. อถาหํ เนว อตฺตโน ฐิตภาวํ, น นิสินฺนภาวํ อญฺญาสึ, คหิตนิมิตฺเตเนว ปน อากาเส ลงฺฆิตฺวา เจติยงฺคเณ ปติฏฺฐิตามฺหี’’ติ.

เอวํ อุพฺเพคาปีติ อากาเส ลงฺฆาปนปฺปมาณา โหติ. ผรณาปีติยา ปน อุปฺปนฺนาย สกลสรีรํ ธมิตฺวา ปูริตวตฺถิ วิย มหตา อุทโกเฆน ปกฺขนฺทปพฺพตกุจฺฉิ วิย จ อนุปริปฺผุฏํ โหติ.

สา ปเนสา ปญฺจวิธา ปีติ คพฺภํ คณฺหนฺตี ปริปากํ คจฺฉนฺตี ทุวิธํ ปสฺสทฺธึ ปริปูเรติ กายปสฺสทฺธิญฺจ จิตฺตปสฺสทฺธิญฺจ. ปสฺสทฺธิ คพฺภํ คณฺหนฺตี ปริปากํ คจฺฉนฺตี ทุวิธมฺปิ สุขํ ปริปูเรติ กายิกญฺจ เจตสิกญฺจ. สุขํ คพฺภํ คณฺหนฺตํ ปริปากํ คจฺฉนฺตํ ติวิธํ สมาธึ ปริปูเรติ ขณิกสมาธึ อุปจารสมาธึ อปฺปนา สมาธินฺติ. ตาสุ ยา อปฺปนาสมาธิสฺส มูลํ หุตฺวา วฑฺฒมานา สมาธิสมฺปโยคํ คตา ผรณาปีติ, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ปีตีติ.

๗๓. อิตรํ ปน สุขนํ สุขํ, สุฏฺฐุ วา ขาทติ, ขนติ จ กายจิตฺตาพาธนฺติ สุขํ, ตํ สาตลกฺขณํ, สมฺปยุตฺตานํ อุปพฺรูหนรสํ, อนุคฺคหปจฺจุปฏฺฐานํ. สติปิ จ เนสํ กตฺถจิ อวิปฺปโยเค อิฏฺฐารมฺมณปฏิลาภตุฏฺฐิ ปีติ. ปฏิลทฺธรสานุภวนํ สุขํ. ยตฺถ ปีติ, ตตฺถ สุขํ. ยตฺถ สุขํ, ตตฺถ น นิยมโต ปีติ. สงฺขารกฺขนฺธสงฺคหิตา ปีติ. เวทนากฺขนฺธสงฺคหิตํ สุขํ. กนฺตารขินฺนสฺส วนนฺตุทกทสฺสนสวเนสุ วิย ปีติ. วนจฺฉายาปเวสนอุทกปริโภเคสุ วิย สุขํ. ตสฺมึ ตสฺมึ สมเย ปากฏภาวโต เจตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิติ อยญฺจ ปีติ อิทญฺจ สุขํ อสฺส ฌานสฺส, อสฺมึ วา ฌาเน อตฺถีติ อิทํ ฌานํ ปีติสุขนฺติ วุจฺจติ.

อถ วา ปีติ จ สุขญฺจ ปีติสุขํ, ธมฺมวินยาทโย วิย. วิเวกชํ ปีติสุขมสฺส ฌานสฺส, อสฺมึ วา ฌาเน อตฺถีติ เอวมฺปิ วิเวกชํปีติสุขํ. ยเถว หิ ฌานํ, เอวํ ปีติสุขมฺเปตฺถ วิเวกชเมว โหติ, ตญฺจสฺส อตฺถิ, ตสฺมา เอกปเทเนว ‘‘วิเวกชํปีติสุข’’นฺติปิ วตฺตุํ ยุชฺชติ. วิภงฺเค ปน ‘‘อิทํ สุขํ อิมาย ปีติยา สหคต’’นฺติอาทินา (วิภ. ๕๖๗) นเยน วุตฺตํ. อตฺโถ ปน ตตฺถาปิ เอวเมว ทฏฺฐพฺโพ.

ปฐมํ ฌานนฺติ อิทํ ปรโต อาวิภวิสฺสติ. อุปสมฺปชฺชาติ อุปคนฺตฺวา, ปาปุณิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อุปสมฺปาทยิตฺวา วา, นิปฺผาเทตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. วิภงฺเค ปน ‘‘อุปสมฺปชฺชาติ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาโภ ปฏิลาโภ ปตฺติ สมฺปตฺติ ผุสนา สจฺฉิกิริยา อุปสมฺปทา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺสาปิ เอวเมวตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. วิหรตีติ ตทนุรูเปน อิริยาปถวิหาเรน อิติวุตฺตปฺปการฌานสมงฺคี หุตฺวา อตฺตภาวสฺส อิริยํ วุตฺตึ ปาลนํ ยปนํ ยาปนํ จารํ วิหารํ อภินิปฺผาเทติ. วุตฺตเญฺหตํ วิภงฺเค ‘‘วิหรตีติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ จรติ วิหรติ, เตน วุจฺจติ วิหรตี’’ติ (วิภ. ๕๔๐).

ปญฺจงฺควิปฺปหีนาทิ

๗๔. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘ปญฺจงฺควิปฺปหีนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคต’’นฺติ, ตตฺถ กามจฺฉนฺโท, พฺยาปาโท, ถินมิทฺธํ, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ, วิจิกิจฺฉาติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ นีวรณานํ ปหานวเสน ปญฺจงฺควิปฺปหีนตา เวทิตพฺพา. น หิ เอเตสุ อปฺปหีเนสุ ฌานํ อุปฺปชฺชติ. เตนสฺเสตานิ ปหานงฺคานีติ วุจฺจนฺติ. กิญฺจาปิ หิ ฌานกฺขเณ อญฺเญปิ อกุสลา ธมฺมา ปหียนฺติ, ตถาปิ เอตาเนว วิเสเสน ฌานนฺตรายกรานิ. กามจฺฉนฺเทน หิ นานาวิสยปฺปโลภิตํ จิตฺตํ น เอกตฺตารมฺมเณ สมาธิยติ. กามจฺฉนฺทาภิภูตํ วา ตํ น กามธาตุปฺปหานาย ปฏิปทํ ปฏิปชฺชติ. พฺยาปาเทน จารมฺมเณ ปฏิหญฺญมานํ น นิรนฺตรํ ปวตฺตติ. ถินมิทฺธาภิภูตํ อกมฺมญฺญํ โหติ. อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปเรตํ อวูปสนฺตเมว หุตฺวา ปริพฺภมติ. วิจิกิจฺฉาย อุปหตํ ฌานาธิคมสาธิกํ ปฏิปทํ นาโรหติ. อิติ วิเสเสน ฌานนฺตรายกรตฺตา เอตาเนว ปหานงฺคานีติ วุตฺตานีติ.

ยสฺมา ปน วิตกฺโก อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรเปติ, วิจาโร อนุปฺปพนฺธติ, เตหิ อวิกฺเขปาย สมฺปาทิตปฺปโยคสฺส เจตโส ปโยคสมฺปตฺติสมฺภวา ปีติ ปีณนํ, สุขญฺจ อุปพฺรูหนํ กโรติ. อถ นํ สเสสสมฺปยุตฺตธมฺมํ เอเตหิ อภินิโรปนานุปฺปพนฺธนปีณนอุปพฺรูหเนหิ อนุคฺคหิตา เอกคฺคตา เอกตฺตารมฺมเณ สมํ สมฺมา จ อาธิยติ, ตสฺมา วิตกฺโก วิจาโร ปีติ สุขํ จิตฺเตกคฺคตาติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปฺปตฺติวเสน ปญฺจงฺคสมนฺนาคตตา เวทิตพฺพา. อุปฺปนฺเนสุ หิ เอเตสุ ปญฺจสุ ฌานํ อุปฺปนฺนํ นาม โหติ. เตนสฺส เอตานิ ปญฺจ สมนฺนาคตงฺคานีติ วุจฺจนฺติ. ตสฺมา น เอเตหิ สมนฺนาคตํ อญฺญเทว ฌานํ นาม อตฺถีติ คเหตพฺพํ. ยถา ปน องฺคมตฺตวเสเนว จตุรงฺคินี เสนา, ปญฺจงฺคิกํ ตูริยํ, อฏฺฐงฺคิโก จ มคฺโคติ วุจฺจติ, เอวมิทมฺปิ องฺคมตฺตวเสเนว ปญฺจงฺคิกนฺติ วา ปญฺจงฺคสมนฺนาคตนฺติ วา วุจฺจตีติ เวทิตพฺพํ.

เอตานิ จ ปญฺจงฺคานิ กิญฺจาปิ อุปจารกฺขเณปิ อตฺถิ, อถ โข อุปจาเร ปกติจิตฺตโต พลวตรานิ. อิธ ปน อุปจารโตปิ พลวตรานิ รูปาวจรลกฺขณปฺปตฺตานิ. เอตฺถ หิ วิตกฺโก สุวิสเทน อากาเรน อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรปยมาโน อุปฺปชฺชติ. วิจาโร อติวิย อารมฺมณํ อนุมชฺชมาโน. ปีติสุขํ สพฺพาวนฺตมฺปิ กายํ ผรมานํ. เตเนวาห – ‘‘นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส วิเวกเชน ปีติสุเขน อปฺผุฏํ โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๒๘). จิตฺเตกคฺคตาปิ เหฏฺฐิมมฺหิ สมุคฺคปฏเล อุปริมํ สมุคฺคปฏลํ วิย อารมฺมเณสุ ผุสิตา หุตฺวา อุปฺปชฺชติ, อยเมเตสํ อิตเรหิ วิเสโส. ตตฺถ จิตฺเตกคฺคตา กิญฺจาปิ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ อิมสฺมึ ปาเฐ น นิทฺทิฏฺฐา, ตถาปิ วิภงฺเค ‘‘ฌานนฺติ วิตกฺโก วิจาโร ปีติ สุขํ จิตฺตสฺเสกคฺคตา’’ติ (วิภ. ๕๖๙) เอวํ วุตฺตตฺตา องฺคเมว. เยน หิ อธิปฺปาเยน ภควตา อุทฺเทโส กโต, โสเยว เตน วิภงฺเค ปกาสิโตติ.

ติวิธกลฺยาณํ

๗๕. ติวิธกลฺยาณํ ทสลกฺขณสมฺปนฺนนฺติ เอตฺถ ปน อาทิมชฺฌปริโยสานวเสน ติวิธกลฺยาณตา. เตสํเยว จ อาทิมชฺฌปริโยสานานํ ลกฺขณวเสน ทสลกฺขณสมฺปนฺนตา เวทิตพฺพา.

ตตฺรายํ ปาฬิ –

‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ, อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ, สมฺปหํสนา ปริโยสานํ, ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ, อาทิสฺส กติ ลกฺขณานิ? อาทิสฺส ตีณิ ลกฺขณานิ, โย ตสฺส ปริพนฺโธ, ตโต จิตฺตํ วิสุชฺฌติ, วิสุทฺธตฺตา จิตฺตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ, ปฏิปนฺนตฺตา ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. ยญฺจ ปริพนฺธโต จิตฺตํ วิสุชฺฌติ, ยญฺจ วิสุทฺธตฺตา จิตฺตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ, ยญฺจ ปฏิปนฺนตฺตา ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ, อาทิสฺส อิมานิ ตีณิ ลกฺขณานิ. เตน วุจฺจติ ปฐมํ ฌานํ อาทิกลฺยาณญฺเจว โหติ ติลกฺขณสมฺปนฺนญฺจ.