รูปสตฺตกสมฺมสนกถา
๗๐๖. อปโร รูปสตฺตกอรูปสตฺตกวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสติ. ตตฺถ อาทานนิกฺเขปนโต, วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต, อาหารมยโต, อุตุมยโต, กมฺมชโต, จิตฺตสมุฏฺฐานโต, ธมฺมตารูปโตติ อิเมหิ อากาเรหิ อาโรเปตฺวา สมฺมสนฺโต รูปสตฺตกวเสน อาโรเปตฺวา สมฺมสติ นาม. เตนาหุ โปราณา –
‘‘อาทานนิกฺเขปนโต, วโยวุฑฺฒตฺถคามิโต;
อาหารโต จ อุตุโต, กมฺมโต จาปิ จิตฺตโต;
ธมฺมตารูปโต สตฺต, วิตฺถาเรน วิปสฺสตี’’ติ.
ตตฺถ อาทานนฺติ ปฏิสนฺธิ. นิกฺเขปนนฺติ จุติ. อิติ โยคาวจโร อิเมหิ อาทานนิกฺเขเปหิ เอกํ วสฺสสตํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา สงฺขาเรสุ ติลกฺขณํ อาโรเปติ. กถํ? เอตฺถนฺตเร สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา. กสฺมา? อุปฺปาทวยวตฺติโต, วิปริณามโต, ตาวกาลิกโต, นิจฺจปฏิกฺเขปโต จ. ยสฺมา ปน อุปฺปนฺนา สงฺขารา ฐิตึ ปาปุณนฺติ, ฐิติยํ ชราย กิลมนฺติ, ชรํ ปตฺวา อวสฺสํ ภิชฺชนฺติ, ตสฺมา อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนโต, ทุกฺขมโต ทุกฺขวตฺถุโต, สุขปฏิกฺเขปโต จ ทุกฺขา. ยสฺมา จ ‘‘อุปฺปนฺนา สงฺขารา ฐิตึ มา ปาปุณนฺตุ, ฐานปฺปตฺตา มา ชีรนฺตุ, ชรปฺปตฺตา มา ภิชฺชนฺตู’’ติ อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสุ กสฺสจิ วสวตฺติภาโว นตฺถิ, สุญฺญา เตน วสวตฺตนากาเรน, ตสฺมา สุญฺญโต, อสฺสามิกโต, อวสวตฺติโต, อตฺตปฏิกฺเขปโต จ อนตฺตาติ.
๗๐๗. เอวํ อาทานนิกฺเขปนวเสน วสฺสสตปริจฺฉินฺเน รูเป ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ตโต ปรํ วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต อาโรเปติ. ตตฺถ วโยวุฑฺฒตฺถงฺคโม นาม วยวเสน วุฑฺฒสฺส วฑฺฒิตสฺส รูปสฺส อตฺถงฺคโม. ตสฺส วเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตีติ อตฺโถ.
กถํ? โส ตเมว วสฺสสตํ ปฐมวเยน มชฺฌิมวเยน ปจฺฉิมวเยนาติ ตีหิ วเยหิ ปริจฺฉินฺทติ. ตตฺถ อาทิโต เตตฺตึส วสฺสานิ ปฐมวโย นาม. ตโต จตุตฺตึส มชฺฌิมวโย นาม. ตโต เตตฺตึส ปจฺฉิมวโย นามาติ. อิติ อิเมหิ ตีหิ วเยหิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา, ‘‘ปฐมวเย ปวตฺตํ รูปํ มชฺฌิมวยํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ. ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา. มชฺฌิมวเย ปวตฺตรูปมฺปิ ปจฺฉิมวยํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตมฺปิ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา. ปจฺฉิมวเย เตตฺตึส วสฺสานิ ปวตฺตรูปมฺปิ มรณโต ปรํ คมนสมตฺถํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา ตมฺปิ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
๗๐๘. เอวํ ปฐมวยาทิวเสน วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ปุน ‘‘มนฺททสกํ, ขิฑฺฑาทสกํ, วณฺณทสกํ, พลทสกํ, ปญฺญาทสกํ, หานิทสกํ, ปพฺภารทสกํ, วงฺกทสกํ, โมมูหทสกํ, สยนทสก’’นฺติ อิเมสํ ทสนฺนํ ทสกานํ วเสน วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
ตตฺถ ทสเกสุ ตาว วสฺสสตชีวิโน ปุคฺคลสฺส ปฐมานิ ทส วสฺสานิ มนฺททสกํ นาม, ตทา หิ โส มนฺโท โหติ จปโล กุมารโก. ตโต ปรานิ ทส ขิฑฺฑาทสกํ นาม, ตทา หิ โส ขิฑฺฑารติพหุโล โหติ. ตโต ปรานิ ทส วณฺณทสกํ นาม, ตทา หิสฺส วณฺณายตนํ เวปุลฺลํ ปาปุณาติ. ตโต ปรานิ ทส พลทสกํ นาม, ตทา หิสฺส พลญฺจ ถาโม จ เวปุลฺลํ ปาปุณาติ. ตโต ปรานิ ทส ปญฺญาทสกํ นาม, ตทา หิสฺส ปญฺญา สุปฺปติฏฺฐิตา โหติ, ปกติยา กิร ทุพฺพลปญฺญสฺสาปิ ตสฺมึ กาเล อปฺปมตฺตกา ปญฺญา อุปฺปชฺชติเยว. ตโต ปรานิ ทส หานิทสกํ นาม, ตทา หิสฺส ขิฑฺฑารติวณฺณพลปญฺญา ปริหายนฺติ. ตโต ปรานิ ทส ปพฺภารทสกํ นาม, ตทา หิสฺส อตฺตภาโว ปุรโต ปพฺภาโร โหติ. ตโต ปรานิ ทส วงฺกทสกํ นาม, ตทา หิสฺส อตฺตภาโว นงฺคลโกฏิ วิย วงฺโก โหติ. ตโต ปรานิ ทส โมมูหทสกํ นาม. ตทา หิ โส โมมูโห โหติ, กตํ กตํ ปมุสฺสติ. ตโต ปรานิ ทส สยนทสกํ นาม, วสฺสสติโก หิ สยนพหุโลว โหติ.
ตตฺรายํ โยคี เอเตสํ ทสกานํ วเสน วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต ติลกฺขณํ อาโรเปตุํ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘‘ปฐมทสเก ปวตฺตรูปํ ทุติยทสกํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา. ทุติยทสเก…เป… นวมทสเก ปวตฺตรูปํ ทสมทสกํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ. ทสมทสเก ปวตฺตรูปํ ปุนพฺภวํ อปฺปตฺวา อิเธว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตมฺปิ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
๗๐๙. เอวํ ทสกวเสน วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ปุน ตเทว วสฺสสตํ ปญฺจปญฺจวสฺสวเสน วีสติโกฏฺฐาเส กตฺวา วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต ติลกฺขณํ อาโรเปติ. กถํ? โส หิ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘‘ปฐเม วสฺสปญฺจเก ปวตฺตรูปํ ทุติยํ วสฺสปญฺจกํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา. ทุติเย วสฺสปญฺจเก ปวตฺตรูปํ ตติยํ…เป… เอกูนวีสติเม วสฺสปญฺจเก ปวตฺตรูปํ วีสติมํ วสฺสปญฺจกํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ. วีสติเม วสฺสปญฺจเก ปวตฺตรูปํ มรณโต ปรํ คมนสมตฺถํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา ตมฺปิ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ.
เอวํ วีสติโกฏฺฐาสวเสน วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ปุน ปญฺจวีสติ โกฏฺฐาเส กตฺวา จตุนฺนํ จตุนฺนํ วสฺสานํ วเสน อาโรเปติ. ตโต เตตฺตึส โกฏฺฐาเส กตฺวา ติณฺณํ ติณฺณํ วสฺสานํ วเสน, ปญฺญาส โกฏฺฐาเส กตฺวา ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ วสฺสานํ วเสน, สตํ โกฏฺฐาเส กตฺวา เอเกกวสฺสวเสน. ตโต เอกํ วสฺสํ ตโย โกฏฺฐาเส กตฺวา วสฺสานเหมนฺตคิเมฺหสุ ตีสุ อุตูสุ เอเกกอุตุวเสน ตสฺมึ วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมรูเป ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
กถํ? ‘‘วสฺสาเน จตุมาสํ ปวตฺตรูปํ เหมนฺตํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ. เหมนฺเต ปวตฺตรูปํ คิมฺหํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ. คิเมฺห ปวตฺตรูปํ ปุน วสฺสานํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ. เอวํ อาโรเปตฺวา ปุน เอกํ วสฺสํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา – ‘‘วสฺสาเน เทฺวมาสํ ปวตฺตรูปํ สรทํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ. สรเท ปวตฺตรูปํ เหมนฺตํ. เหมนฺเต ปวตฺตรูปํ สิสิรํ. สิสิเร ปวตฺตรูปํ วสนฺตํ. วสนฺเต ปวตฺตรูปํ คิมฺหํ. คิเมฺห ปวตฺตรูปํ ปุน วสฺสานํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ, ตสฺมา อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ เอวํ ตสฺมึ วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมรูเป ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
เอวํ อาโรเปตฺวา ตโต กาฬชุณฺหวเสน – ‘‘กาเฬ ปวตฺตรูปํ ชุณฺหํ อปฺปตฺวา. ชุเณฺห ปวตฺตรูปํ กาฬํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ, ตสฺมา อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปติ. ตโต รตฺตินฺทิววเสน – ‘‘รตฺตึ ปวตฺตรูปํ ทิวสํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ. ทิวสํ ปวตฺตรูปมฺปิ รตฺตึ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ, ตสฺมา อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปติ. ตโต ตเทว รตฺตินฺทิวํ ปุพฺพณฺหาทิวเสน ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา – ‘‘ปุพฺพเณฺห ปวตฺตรูปํ มชฺฌนฺหํ อปฺปตฺวา. มชฺฌเนฺห ปวตฺตรูปํ สายนฺหํ. สายเนฺห ปวตฺตรูปํ ปฐมยามํ. ปฐมยาเม ปวตฺตรูปํ มชฺฌิมยามํ. มชฺฌิมยาเม ปวตฺตรูปํ ปจฺฉิมยามํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ. ปจฺฉิมยาเม ปวตฺตรูปํ ปุน ปุพฺพณฺหํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ, ตสฺมา อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
๗๑๐. เอวํ อาโรเปตฺวา ปุน ตสฺมึเยว รูเป อภิกฺกมปฏิกฺกมอาโลกนวิโลกนสมิญฺชนปสารณวเสน – ‘‘อภิกฺกเม ปวตฺตรูปํ ปฏิกฺกมํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ. ปฏิกฺกเม ปวตฺตรูปํ อาโลกนํ. อาโลกเน ปวตฺตรูปํ วิโลกนํ. วิโลกเน ปวตฺตรูปํ สมิญฺชนํ. สมิญฺชเน ปวตฺตรูปํ ปสารณํ อปฺปตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ. ตสฺมา อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
ตโต เอกปทวารํ อุทฺธรณ อติหรณวีติหรณโวสฺสชฺชนสนฺนิกฺเขปนสนฺนิรุมฺภนวเสน ฉ โกฏฺฐาเส กโรติ.
ตตฺถ อุทฺธรณํ นาม ปาทสฺส ภูมิโต อุกฺขิปนํ. อติหรณํ นาม ปุรโต หรณํ. วีติหรณํ นาม ขาณุกณฺฏกทีฆชาติอาทีสุ กิญฺจิเทว ทิสฺวา อิโต จิโต จ ปาทสญฺจารณํ. โวสฺสชฺชนํ นาม ปาทสฺส เหฏฺฐา โอโรปนํ. สนฺนิกฺเขปนํ นาม ปถวีตเล ฐปนํ. สนฺนิรุมฺภนํ นาม ปุน ปาทุทฺธรณกาเล ปาทสฺส ปถวิยา สทฺธึ อภินิปฺปีฬนํ. ตตฺถ อุทฺธรเณ ปถวีธาตุ อาโปธาตูติ เทฺว ธาตุโย โอมตฺตา โหนฺติ มนฺทา, อิตรา เทฺว อธิมตฺตา โหนฺติ พลวติโย. ตถา อติหรณวีติหรเณสุ. โวสฺสชฺชเน เตโชธาตุ วาโยธาตูติ เทฺว ธาตุโย โอมตฺตา โหนฺติ มนฺทา, อิตรา เทฺว อธิมตฺตา โหนฺติ พลวติโย. ตถา สนฺนิกฺเขปนสนฺนิรุมฺภเนสุ. เอวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา เตสํ วเสน ตสฺมึ วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมรูเป ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
กถํ? โส อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘‘ยา อุทฺธรเณ ปวตฺตา ธาตุโย, ยานิ จ ตทุปาทายรูปานิ, สพฺเพ เต ธมฺมา อติหรณํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตา. ตถา อติหรเณ ปวตฺตา วีติหรณํ. วีติหรเณ ปวตฺตา โวสฺสชฺชนํ. โวสฺสชฺชเน ปวตฺตา สนฺนิกฺเขปนํ. สนฺนิกฺเขปเน ปวตฺตา สนฺนิรุมฺภนํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌนฺติ. อิติ ตตฺถ ตตฺถ อุปฺปนฺนา อิตรํ อิตรํ โกฏฺฐาสํ อปฺปตฺวา ตตฺถ ตตฺเถว ปพฺพํ ปพฺพํ สนฺธิ สนฺธิ โอธิ โอธิ หุตฺวา ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตติลา วิย ตฏตฏายนฺตา สงฺขารา ภิชฺชนฺติ. ตสฺมา อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตา’’ติ. ตสฺเสวํ ปพฺพปพฺพคเต สงฺขาเร วิปสฺสโต รูปสมฺมสนํ สุขุมํ โหติ.
๗๑๑. สุขุมตฺเต จ ปนสฺส อิทํ โอปมฺมํ. เอโก กิร ทารุติณุกฺกาทีสุ กตปริจโย อทิฏฺฐปุพฺพปทีโป ปจฺจนฺตวาสิโก นครมาคมฺม อนฺตราปเณ ชลมานํ ปทีปํ ทิสฺวา เอกํ ปุริสํ ปุจฺฉิ อมฺโภ ‘‘กึ นาเมตํ เอวํ มนาป’’นฺติ? ตเมนํ โส อาห ‘‘กิเมตฺถ มนาปํ, ปทีโป นาเมส เตลกฺขเยน วฏฺฏิกฺขเยน จ คตมคฺโคปิสฺส น ปญฺญายิสฺสตี’’ติ. ตมญฺโญ เอวมาห ‘‘อิทํ โอฬาริกํ, อิมิสฺสา หิ วฏฺฏิยา อนุปุพฺเพน ฑยฺหมานาย ตติยภาเค ตติยภาเค ชาลา อิตรีตรํ ปเทสํ อปฺปตฺวาว นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ. ตมญฺโญ เอวมาห ‘‘อิทมฺปิ โอฬาริกํ, อิมิสฺสา หิ องฺคุลงฺคุลนฺตเร อฑฺฒงฺคุลฑฺฒงฺคุลนฺตเร ตนฺตุมฺหิ ตนฺตุมฺหิ อํสุมฺหิ อํสุมฺหิ ชาลา อิตรีตรํ อํสุํ อปฺปตฺวาว นิรุชฺฌิสฺสติ. อํสุํ ปน มุญฺจิตฺวา น สกฺกา ชาลํ ปญฺญาเปตุ’’นฺติ.
ตตฺถ ‘‘เตลกฺขเยน วฏฺฏิกฺขเยน จ ปทีปสฺส คตมคฺโคปิ น ปญฺญายิสฺสตี’’ติ ปุริสสฺส ญาณํ วิย โยคิโน อาทานนิกฺเขปนโต วสฺสสเตน ปริจฺฉินฺนรูเป ติลกฺขณาโรปนํ. ‘‘วฏฺฏิยา ตติยภาเค ตติยภาเค ชาลา อิตรีตรํ ปเทสํ อปฺปตฺวาว นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ ปุริสสฺส ญาณํ วิย โยคิโน วสฺสสตสฺส ตติยโกฏฺฐาสปริจฺฉินฺเน วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมรูเป ติลกฺขณาโรปนํ. ‘‘องฺคุลงฺคุลนฺตเร ชาลา อิตรีตรํ อปฺปตฺวาว นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ ปุริสสฺส ญาณํ วิย โยคิโน ทสวสฺส ปญฺจวสฺส จตุวสฺส ติวสฺส ทฺวิวสฺส เอกวสฺส ปริจฺฉินฺเน รูเป ติลกฺขณาโรปนํ. ‘‘อฑฺฒงฺคุลฑฺฒงฺคุลนฺตเร ชาลา อิตรีตรํ อปฺปตฺวาว นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ ปุริสสฺส ญาณํ วิย โยคิโน เอเกกอุตุวเสน เอกํ วสฺสํ ติธา, ฉธา จ วิภชิตฺวา จตุมาส-ทฺวิมาสปริจฺฉินฺเน รูเป ติลกฺขณาโรปนํ. ‘‘ตนฺตุมฺหิ ตนฺตุมฺหิ ชาลา อิตรีตรํ อปฺปตฺวาว นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ ปุริสสฺส ญาณํ วิย โยคิโน กาฬชุณฺหวเสน, รตฺตินฺทิววเสน, เอกรตฺตินฺทิวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา ปุพฺพณฺหาทิวเสน จ ปริจฺฉินฺเน รูเป ติลกฺขณาโรปนํ. ‘‘อํสุมฺหิ อํสุมฺหิ ชาลา อิตรีตรํ อปฺปตฺวาว นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ ปุริสสฺส ญาณํ วิย โยคิโน อภิกฺกมาทิวเสน เจว อุทฺธรณาทีสุ จ เอเกกโกฏฺฐาสวเสน ปริจฺฉินฺเน รูเป ติลกฺขณาโรปนนฺติ.
๗๑๒. โส เอวํ นานากาเรหิ วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมรูเป ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ปุน ตเทว รูปํ วิสงฺขริตฺวา อาหารมยาทิวเสน จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กตฺวา เอเกกโกฏฺฐาเส ติลกฺขณํ อาโรเปติ. ตตฺราสฺส อาหารมยํ รูปํ ฉาตสุหิตวเสน ปากฏํ โหติ. ฉาตกาเล สมุฏฺฐิตํ รูปํ หิ ฌตฺตํ โหติ กิลนฺตํ, ฌามขาณุโก วิย, องฺคารปจฺฉิยํ นิลีนกาโก วิย จ ทุพฺพณฺณํ ทุสฺสณฺฐิตํ. สุหิตกาเล สมุฏฺฐิตํ ธาตํ ปีณิตํ มุทุ สินิทฺธํ ผสฺสวนฺตํ โหติ. โส ตํ ปริคฺคเหตฺวา ‘‘ฉาตกาเล ปวตฺตรูปํ สุหิตกาลํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ. สุหิตกาเล สมุฏฺฐิตมฺปิ ฉาตกาลํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ เอวํ ตตฺถ ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
๗๑๓. อุตุมยํ สีตุณฺหวเสน ปากฏํ โหติ. อุณฺหกาเล สมุฏฺฐิตํ รูปํ หิ ฌตฺตํ โหติ กิลนฺตํ ทุพฺพณฺณํ. สีตอุตุนา สมุฏฺฐิตํ รูปํ ธาตํ ปีณิตํ สินิทฺธํ โหติ. โส ตํ ปริคฺคเหตฺวา ‘‘อุณฺหกาเล ปวตฺตรูปํ สีตกาลํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ. สีตกาเล ปวตฺตรูปํ อุณฺหกาลํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ เอวํ ตตฺถ ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
๗๑๔. กมฺมชํ อายตนทฺวารวเสน ปากฏํ โหติ. จกฺขุทฺวารสฺมึ หิ จกฺขุกายภาวทสกวเสน ตึส กมฺมชรูปานิ, อุปตฺถมฺภกานิ ปน เตสํ อุตุจิตฺตาหารสมุฏฺฐานานิ จตุวีสตีติ จตุปณฺณาส โหนฺติ. ตถา โสตฆานชิวฺหาทฺวาเรสุ. กายทฺวาเร กายภาวทสกวเสน เจว อุตุสมุฏฺฐานาทิวเสน จ จตุจตฺตาลีส. มโนทฺวาเร หทยวตฺถุกายภาวทสกวเสน เจว อุตุสมุฏฺฐานาทิวเสน จ จตุปณฺณาสเมว.
โส สพฺพมฺปิ ตํ รูปํ ปริคฺคเหตฺวา ‘‘จกฺขุทฺวาเร ปวตฺตรูปํ โสตทฺวารํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ. โสตทฺวาเร ปวตฺตรูปํ ฆานทฺวารํ. ฆานทฺวาเร ปวตฺตรูปํ ชิวฺหาทฺวารํ. ชิวฺหาทฺวาเร ปวตฺตรูปํ กายทฺวารํ. กายทฺวาเร ปวตฺตรูปํ มโนทฺวารํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ เอวํ ตตฺถ ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
๗๑๕. จิตฺตสมุฏฺฐานํ โสมนสฺสิตโทมนสฺสิตวเสน ปากฏํ โหติ, โสมนสฺสิตกาเล อุปฺปนฺนํ หิ รูปํ สินิทฺธํ มุทุ ปีณิตํ ผสฺสวนฺตํ โหติ. โทมนสฺสิตกาเล อุปฺปนฺนํ ฌตฺตํ กิลนฺตํ ทุพฺพณฺณํ โหติ. โส ตํ ปริคฺคเหตฺวา ‘‘โสมนสฺสิตกาเล ปวตฺตรูปํ โทมนสฺสิตกาลํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ. โทมนสฺสิตกาเล ปวตฺตรูปํ โสมนสฺสิตกาลํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ เอวํ ตตฺถ ติลกฺขณํ อาโรเปติ.
ตสฺเสวํ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ ปริคฺคเหตฺวา ตตฺถ ติลกฺขณํ อาโรปยโต อยมตฺโถ ปากโฏ โหติ –
ชีวิตํ อตฺตภาโว จ, สุขทุกฺขา จ เกวลา;
เอกจิตฺตสมายุตฺตา, ลหุโส วตฺตเต ขโณ.
จุลฺลาสีติ สหสฺสานิ, กปฺปํ ติฏฺฐนฺติ เย มรู;
น เตฺวว เตปิ ติฏฺฐนฺติ, ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สโมหิตา.
เย นิรุทฺธา มรนฺตสฺส, ติฏฺฐมานสฺส วา อิธ;
สพฺเพว สทิสา ขนฺธา, คตา อปฺปฏิสนฺธิกา.
อนนฺตรา จ เย ภคฺคา, เย จ ภคฺคา อนาคเต;
ตทนฺตรา นิรุทฺธานํ, เวสมํ นตฺถิ ลกฺขเณ.
อนิพฺพตฺเตน น ชาโต, ปจฺจุปฺปนฺเนน ชีวติ;
จิตฺตภงฺคา มโต โลโก, ปญฺญตฺติ ปรมตฺถิยา.
อนิธานคตา ภคฺคา, ปุญฺโช นตฺถิ อนาคเต;
นิพฺพตฺตา เยปิ ติฏฺฐนฺติ, อารคฺเค สาสปูปมา.
นิพฺพตฺตานญฺจ ธมฺมานํ, ภงฺโค เนสํ ปุรกฺขโต;
ปโลกธมฺมา ติฏฺฐนฺติ, ปุราเณหิ อมิสฺสิตา.
อทสฺสนโต อายนฺติ, ภคฺคา คจฺฉนฺตุทสฺสนํ;
วิชฺชุปฺปาโทว อากาเส, อุปฺปชฺชนฺติ วยนฺติ จาติ. (มหานิ. ๑๐);
๗๑๖. เอวํ อาหารมยาทีสุ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ปุน ธมฺมตารูเป ติลกฺขณํ อาโรเปติ. ธมฺมตารูปํ นาม พหิทฺธา อนินฺทฺริยพทฺธํ อยโลหติปุสีสสุวณฺณรชตมุตฺตามณิเวฬุริยสงฺขสิลาปวาฬโลหิตงฺคมสารคลฺลภูมิปาสาณปพฺพตติณรุกฺขลตาทิเภทํ วิวฏฺฏกปฺปโต ปฏฺฐาย อุปฺปชฺชนกรูปํ. ตทสฺส อโสกงฺกุราทิวเสน ปากฏํ โหติ.
อโสกงฺกุรํ หิ อาทิโตว ตนุรตฺตํ โหติ, ตโต ทฺวีหตีหจฺจเยน ฆนรตฺตํ, ปุน ทฺวีหตีหจฺจเยน มนฺทรตฺตํ, ตโต ตรุณปลฺลววณฺณํ, ตโต ปริณตปลฺลววณฺณํ, ตโต หริตปณฺณวณฺณํ. ตโต นีลปณฺณวณฺณํ. ตโต นีลปณฺณวณฺณกาลโต ปฏฺฐาย สภาครูปสนฺตติมนุปฺปพนฺธาปยมานํ สํวจฺฉรมตฺเตน ปณฺฑุปลาสํ หุตฺวา วณฺฏโต ฉิชฺชิตฺวา ปตติ.
โส ตํ ปริคฺคเหตฺวา ‘‘ตนุรตฺตกาเล ปวตฺตรูปํ ฆนรตฺตกาลํ อปฺปตฺวา นิรุชฺฌติ. ฆนรตฺตกาเล ปวตฺตรูปํ มนฺทรตฺตกาลํ. มนฺทรตฺตกาเล ปวตฺตรูปํ ตรุณปลฺลววณฺณกาลํ. ตรุณปลฺลววณฺณกาเล ปวตฺตํ ปริณตปลฺลววณฺณกาลํ. ปริณตปลฺลววณฺณกาเล ปวตฺตํ หริตปณฺณวณฺณกาลํ. หริตปณฺณกาเล ปวตฺตํ นีลปณฺณวณฺณกาลํ. นีลปณฺณวณฺณกาเล ปวตฺตํ ปณฺฑุปลาสกาลํ. ปณฺฑุปลาสกาเล ปวตฺตํ วณฺฏโต ฉิชฺชิตฺวา ปตนกาลํ อปฺปตฺวาว นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปติ, เอวํ ตตฺถ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา อิมินา นเยน สพฺพมฺปิ ธมฺมตารูปํ สมฺมสติ.
เอวํ ตาว รูปสตฺตกวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสติ.