มคฺคามคฺคววตฺถานกถา
๗๓๖. กุสโล ปน ปณฺฑิโต พฺยตฺโต พุทฺธิสมฺปนฺโน โยคาวจโร โอภาสาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘อยํ โข เม โอภาโส อุปฺปนฺโน, โส โข ปนายํ อนิจฺโจ สงฺขโต ปฏิจฺจสมุปฺปนฺโน ขยธมฺโม วยธมฺโม วิราคธมฺโม นิโรธธมฺโม’’ติ อิติ วา ตํ ปญฺญาย ปริจฺฉินฺทติ อุปปริกฺขติ. อถ วา ปนสฺส เอวํ โหติ, ‘‘สเจ โอภาโส อตฺตา ภเวยฺย, ‘อตฺตา’ติ คเหตุํ วฏฺเฏยฺย. อนตฺตา จ ปนายํ ‘อตฺตา’ติ คหิโต. ตสฺมา โส อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตา, หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺโจ, อุปฺปาทวยปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺโข’’ติ สพฺพํ อรูปสตฺตเก วุตฺตนเยน วิตฺถาเรตพฺพํ. ยถา จ โอภาเส, เอวํ เสเสสุปิ.
โส เอวํ อุปปริกฺขิตฺวา โอภาสํ ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๑) สมนุปสฺสติ. ญาณํ…เป… นิกนฺตึ ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๑) สมนุปสฺสติ. เอวํ สมนุปสฺสนฺโต โอภาสาทีสุ น กมฺปติ น เวธติ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘อิมานิ ทส ฐานานิ, ปญฺญายสฺส ปริจฺจิตา;
ธมฺมุทฺธจฺจกุสโล โหติ, น จ วิกฺเขปํ คจฺฉตี’’ติ. (ปฏิ. ม. ๒.๗);
โส เอวํ วิกฺเขปํ อคจฺฉนฺโต ตํ สมตึสวิธํ อุปกฺกิเลสชฏํ วิชเฏตฺวา โอภาสาทโย ธมฺมา น มคฺโค. อุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ ปน วีถิปฏิปนฺนํ วิปสฺสนาญาณํ มคฺโคติ มคฺคญฺจ อมคฺคญฺจ ววตฺถเปติ. ตสฺเสวํ ‘‘อยํ มคฺโค, อยํ น มคฺโค’’ติ มคฺคญฺจ อมคฺคญฺจ ญตฺวา ฐิตํ ญาณํ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ เวทิตพฺพํ.
เอตฺตาวตา จ ปน เตน ติณฺณํ สจฺจานํ ววตฺถานํ กตํ โหติ. กถํ? ทิฏฺฐิวิสุทฺธิยํ ตาว นามรูปสฺส ววตฺถาปเนน ทุกฺขสจฺจสฺส ววตฺถานํ กตํ. กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิยํ ปจฺจยปริคฺคหเณน สมุทยสจฺจสฺส ววตฺถานํ. อิมิสฺสํ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิยํ สมฺมามคฺคสฺส อวธารเณน มคฺคสจฺจสฺส ววตฺถานํ กตนฺติ, เอวํ โลกิเยเนว ตาว ญาเณน ติณฺณํ สจฺจานํ ววตฺถานํ กตํ โหติ.
อิติ สาธุชนปาโมชฺชตฺถาย กเต วิสุทฺธิมคฺเค
ปญฺญาภาวนาธิกาเร
มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทโส นาม
วีสติโม ปริจฺเฉโท.