๖. ปตฺตปิณฺฑิกงฺคกถา
๒๙. ปตฺตปิณฺฑิกงฺคมฺปิ ‘‘ทุติยกภาชนํ ปฏิกฺขิปามิ, ปตฺตปิณฺฑิกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ อิเมสํ อญฺญตรวจเนน สมาทินฺนํ โหติ.
เตน ปน ปตฺตปิณฺฑิเกน ยาคุปานกาเล ภาชเน ฐเปตฺวา พฺยญฺชเน ลทฺเธ พฺยญฺชนํ วา ปฐมํ ขาทิตพฺพํ, ยาคุ วา ปาตพฺพา. สเจ ปน ยาคุยํ ปกฺขิปติ, ปูติมจฺฉกาทิมฺหิ พฺยญฺชเน ปกฺขิตฺเต ยาคุ ปฏิกูลา โหติ, อปฺปฏิกูลเมว จ กตฺวา ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ตสฺมา ตถารูปํ พฺยญฺชนํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ. ยํ ปน มธุสกฺกราทิกํ อปฺปฏิกูลํ โหติ, ตํ ปกฺขิปิตพฺพํ. คณฺหนฺเตน จ ปมาณยุตฺตเมว คณฺหิตพฺพํ. อามกสากํ หตฺเถน คเหตฺวา ขาทิตุํ วฏฺฏติ. ตถา ปน อกตฺวา ปตฺเตเยว ปกฺขิปิตพฺพํ. ทุติยกภาชนสฺส ปน ปฏิกฺขิตฺตตฺตา อญฺญํ รุกฺขปณฺณมฺปิ น วฏฺฏตีติ อิทมสฺส วิธานํ.
ปเภทโต ปน อยมฺปิ ติวิโธ โหติ. ตตฺถ อุกฺกฏฺฐสฺส อญฺญตฺร อุจฺฉุขาทนกาลา กจวรมฺปิ ฉฑฺเฑตุํ น วฏฺฏติ. โอทนปิณฺฑมจฺฉมํสปูเวปิ ภินฺทิตฺวา ขาทิตุํ น วฏฺฏติ. มชฺฌิมสฺส เอเกน หตฺเถน ภินฺทิตฺวา ขาทิตุํ วฏฺฏติ, หตฺถโยคี นาเมส. มุทุโก ปน ปตฺตโยคี นาม โหติ, ตสฺส ยํ สกฺกา โหติ ปตฺเต ปกฺขิปิตุํ, ตํ สพฺพํ หตฺเถน วา ทนฺเตหิ วา ภินฺทิตฺวา ขาทิตุํ วฏฺฏติ.
อิเมสํ ปน ติณฺณมฺปิ ทุติยกภาชนํ สาทิตกฺขเณ ธุตงฺคํ ภิชฺชติ. อยเมตฺถ เภโท.
อยํ ปนานิสํโส, นานารสตณฺหาวิโนทนํ. อตฺริจฺฉตาย ปหานํ, อาหาเร ปโยชนมตฺตทสฺสิตา, ถาลกาทิปริหรณเขทาภาโว, อวิกฺขิตฺตโภชิตา, อปฺปิจฺฉตาทีนํ อนุโลมวุตฺติตาติ.
นานาภาชนวิกฺเขปํ, หิตฺวา โอกฺขิตฺตโลจโน;
ขณนฺโต วิย มูลานิ, รสตณฺหาย สุพฺพโต.
สรูปํ วิย สนฺตุฏฺฐึ, ธารยนฺโต สุมานโส;
ปริภุญฺเชยฺย อาหารํ, โก อญฺโญ ปตฺตปิณฺฑิโกติ.
อยํ ปตฺตปิณฺฑิกงฺเค สมาทานวิธานปฺปเภทเภทานิสํสวณฺณนา.