๑๓. เนสชฺชิกงฺคกถา
๓๖. เนสชฺชิกงฺคมฺปิ ‘‘เสยฺยํ ปฏิกฺขิปามิ, เนสชฺชิกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ อิเมสํ อญฺญตรวจเนน สมาทินฺนํ โหติ.
เตน ปน เนสชฺชิเกน รตฺติยา ตีสุ ยาเมสุ เอกํ ยามํ อุฏฺฐาย จงฺกมิตพฺพํ. อิริยาปเถสุ หิ นิปชฺชิตุเมว น วฏฺฏติ. อิทมสฺส วิธานํ.
ปเภทโต ปน อยมฺปิ ติวิโธ โหติ. ตตฺถ อุกฺกฏฺฐสฺส เนว อปสฺเสนํ, น ทุสฺสปลฺลตฺถิกา, น อาโยคปฏฺโฏ วฏฺฏติ. มชฺฌิมสฺส อิเมสุ ตีสุ ยํกิญฺจิ วฏฺฏติ. มุทุกสฺส อปสฺเสนมฺปิ ทุสฺสปลฺลตฺถิกาปิ อาโยคปฏฺโฏปิ พิพฺโพหนมฺปิ ปญฺจงฺโคปิ สตฺตงฺโคปิ วฏฺฏติ. ปญฺจงฺโค ปน ปิฏฺฐิอปสฺสเยน สทฺธึ กโต. สตฺตงฺโค นาม ปิฏฺฐิอปสฺสเยน จ อุภโตปสฺเสสุ อปสฺสเยหิ จ สทฺธึ กโต. ตํ กิร มิฬาภยตฺเถรสฺส อกํสุ. เถโร อนาคามี หุตฺวา ปรินิพฺพายิ.
อิเมสํ ปน ติณฺณมฺปิ เสยฺยํ กปฺปิตมตฺเต ธุตงฺคํ ภิชฺชติ. อยเมตฺถ เภโท.
อยํ ปนานิสํโส, ‘‘เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๐; ม. นิ. ๑.๑๘๖) วุตฺตสฺส เจตโส วินิพนฺธสฺส อุปจฺเฉทนํ, สพฺพกมฺมฏฺฐานานุโยคสปฺปายตา, ปาสาทิกอิริยาปถตา, วีริยารมฺภานุกูลตา, สมฺมาปฏิปตฺติยา อนุพฺรูหนนฺติ.
อาภุชิตฺวาน ปลฺลงฺกํ, ปณิธาย อุชุํ ตนุํ;
นิสีทนฺโต วิกมฺเปติ, มารสฺส หทยํ ยติ.
เสยฺยสุขํ มิทฺธสุขํ, หิตฺวา อารทฺธวีริโย;
นิสชฺชาภิรโต ภิกฺขุ, โสภยนฺโต ตโปวนํ.
นิรามิสํ ปีติสุขํ, ยสฺมา สมธิคจฺฉติ;
ตสฺมา สมนุยุญฺเชยฺย, ธีโร เนสชฺชิกํ วตนฺติ.
อยํ เนสชฺชิกงฺเค สมาทาน วิธานปฺปเภท เภทานิสํสวณฺณนา.
ธุตงฺคปกิณฺณกกถา
๓๗. อิทานิ –
กุสลตฺติกโต เจว, ธุตาทีนํ วิภาคโต;
สมาสพฺยาสโต จาปิ, วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโยติ. –
อิมิสฺสา คาถาย วเสน วณฺณนา โหติ.
ตตฺถ กุสลตฺติกโตติ สพฺพาเนว หิ ธุตงฺคานิ เสกฺขปุถุชฺชนขีณาสวานํ วเสน สิยา กุสลานิ, สิยา อพฺยากตานิ, นตฺถิ ธุตงฺคํ อกุสลนฺติ.
โย ปน วเทยฺย ‘‘ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อารญฺญิโก โหตีติ อาทิวจนโต (อ. นิ. ๕.๑๘๑; ปริ. ๓๒๕) อกุสลมฺปิ ธุตงฺค’’นฺติ. โส วตฺตพฺโพ – น มยํ ‘‘อกุสลจิตฺเตน อรญฺเญ น วสตี’’ติ วทาม. ยสฺส หิ อรญฺเญ นิวาโส, โส อารญฺญิโก. โส จ ปาปิจฺโฉ วา ภเวยฺย อปฺปิจฺโฉ วา. อิมานิ ปน เตน เตน สมาทาเนน ธุตกิเลสตฺตา ธุตสฺส ภิกฺขุโน องฺคานิ, กิเลสธุนนโต วา ธุตนฺติ ลทฺธโวหารํ ญาณํ องฺคเมเตสนฺติ ธุตงฺคานิ. อถ วา ธุตานิ จ ตานิ ปฏิปกฺขนิทฺธุนนโต องฺคานิ จ ปฏิปตฺติยาติปิ ธุตงฺคานีติ วุตฺตํ. น จ อกุสเลน โกจิ ธุโต นาม โหติ, ยสฺเสตานิ องฺคานิ ภเวยฺยุํ, น จ อกุสลํ กิญฺจิ ธุนาติ, เยสํ ตํ องฺคนฺติกตฺวา ธุตงฺคานีติ วุจฺเจยฺยุํ. นาปิ อกุสลํ จีวรโลลุปฺปาทีนิ เจว นิทฺธุนาติ ปฏิปตฺติยา จ องฺคํ โหติ. ตสฺมา สุวุตฺตมิทํ ‘‘นตฺถิ อกุสลํ ธุตงฺค’’นฺติ.
‘‘เยสมฺปิ กุสลตฺติกวินิมุตฺตํ ธุตงฺคํ, เตสํ อตฺถโต ธุตงฺคเมว นตฺถิ. อสนฺตํ กสฺส ธุนนโต ธุตงฺคํ นาม ภวิสฺสติ. ธุตคุเณ สมาทาย วตฺตตีติ วจนวิโรโธปิ จ เนสํ อาปชฺชติ, ตสฺมา ตํ น คเหตพฺพ’’นฺติ อยํ ตาว กุสลตฺติกโต วณฺณนา.
ธุตาทีนํ วิภาคโตติ ธุโต เวทิตพฺโพ. ธุตวาโท เวทิตพฺโพ. ธุตธมฺมา เวทิตพฺพา. ธุตงฺคานิ เวทิตพฺพานิ. กสฺส ธุตงฺคเสวนา สปฺปายาติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ ธุโตติ ธุตกิเลโส วา ปุคฺคโล กิเลสธุนโน วา ธมฺโม.
ธุตวาโทติ เอตฺถ ปน อตฺถิ ธุโต น ธุตวาโท, อตฺถิ น ธุโต ธุตวาโท, อตฺถิ เนว ธุโต น ธุตวาโท, อตฺถิ ธุโต เจว ธุตวาโท จ.
ตตฺถ โย ธุตงฺเคน อตฺตโน กิเลเส ธุนิ, ปรํ ปน ธุตงฺเคน น โอวทติ, นานุสาสติ พากุลตฺเถโร วิย, อยํ ธุโต น ธุตวาโท. ยถาห, ‘‘ตยิทํ อายสฺมา พากุโล ธุโต น ธุตวาโท’’ติ. โย ปน น ธุตงฺเคน อตฺตโน กิเลเส ธุนิ, เกวลํ อญฺเญ ธุตงฺเคน โอวทติ อนุสาสติ อุปนนฺทตฺเถโร วิย, อยํ น ธุโต ธุตวาโท. ยถาห, ‘‘ตยิทํ อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต น ธุโต ธุตวาโท’’ติ. โย อุภยวิปนฺโน ลาฬุทายี วิย, อยํ เนว ธุโต น ธุตวาโท. ยถาห, ‘‘ตยิทํ อายสฺมา ลาฬุทายี เนว ธุโต น ธุตวาโท’’ติ. โย ปน อุภยสมฺปนฺโน ธมฺมเสนาปติ วิย, อยํ ธุโต เจว ธุตวาโท จ. ยถาห, ‘‘ตยิทํ อายสฺมา สาริปุตฺโต ธุโต เจว ธุตวาโท จาติ.
ธุตธมฺมา เวทิตพฺพาติ อปฺปิจฺฉตา, สนฺตุฏฺฐิตา, สลฺเลขตา, ปวิเวกตา, อิทมตฺถิตาติ อิเม ธุตงฺคเจตนาย ปริวารกา ปญฺจ ธมฺมา ‘‘อปฺปิจฺฉตํเยว นิสฺสายา’’ติอาทิวจนโต (อ. นิ. ๕.๑๘๑; ปริ. ๓๒๕) ธุตธมฺมา นาม, ตตฺถ อปฺปิจฺฉตา จ สนฺตุฏฺฐิตา จ อโลโภ. สลฺเลขตา จ ปวิเวกตา จ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ อนุปตนฺติ อโลเภ จ อโมเห จ. อิทมตฺถิตา ญาณเมว. ตตฺถ จ อโลเภน ปฏิกฺเขปวตฺถูสุ โลภํ, อโมเหน เตเสฺวว อาทีนวปฏิจฺฉาทกํ โมหํ ธุนาติ. อโลเภน จ อนุญฺญาตานํ ปฏิเสวนมุเขน ปวตฺตํ กามสุขานุโยคํ, อโมเหน ธุตงฺเคสุ อติสลฺเลขมุเขน ปวตฺตํ อตฺตกิลมถานุโยคํ ธุนาติ. ตสฺมา อิเม ธมฺมา ธุตธมฺมาติ เวทิตพฺพา.
ธุตงฺคานิ เวทิตพฺพานีติ เตรส ธุตงฺคานิ เวทิตพฺพานิ ปํสุกูลิกงฺคํ…เป… เนสชฺชิกงฺคนฺติ. ตานิ อตฺถโต ลกฺขณาทีหิ จ วุตฺตาเนว.
กสฺส ธุตงฺคเสวนา สปฺปายาติ ราคจริตสฺส เจว โมหจริตสฺส จ. กสฺมา? ธุตงฺคเสวนา หิ ทุกฺขาปฏิปทา เจว สลฺเลขวิหาโร จ. ทุกฺขาปฏิปทญฺจ นิสฺสาย ราโค วูปสมฺมติ. สลฺเลขํ นิสฺสาย อปฺปมตฺตสฺส โมโห ปหียติ. อารญฺญิกงฺครุกฺขมูลิกงฺคปฏิเสวนา วา เอตฺถ โทสจริตสฺสาปิ สปฺปายา. ตตฺถ หิสฺส อสงฺฆฏฺฏิยมานสฺส วิหรโต โทโสปิ วูปสมฺมตีติ อยํ ธุตาทีนํ วิภาคโต วณฺณนา.
สมาสพฺยาสโตติ อิมานิ ปน ธุตงฺคานิ สมาสโต ตีณิ สีสงฺคานิ, ปญฺจ อสมฺภินฺนงฺคานีติ อฏฺเฐว โหนฺติ. ตตฺถ สปทานจาริกงฺคํ, เอกาสนิกงฺคํ, อพฺโภกาสิกงฺคนฺติ อิมานิ ตีณิ สีสงฺคานิ. สปทานจาริกงฺคญฺหิ รกฺขนฺโต ปิณฺฑปาติกงฺคมฺปิ รกฺขิสฺสติ. เอกาสนิกงฺคญฺจ รกฺขโต ปตฺตปิณฺฑิกงฺคขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคานิปิ สุรกฺขนียานิ ภวิสฺสนฺติ. อพฺโภกาสิกงฺคํ รกฺขนฺตสฺส กึ อตฺถิ รุกฺขมูลิกงฺคยถาสนฺถติกงฺเคสุ รกฺขิตพฺพํ นาม. อิติ อิมานิ ตีณิ สีสงฺคานิ, อารญฺญิกงฺคํ, ปํสุกูลิกงฺคํ, เตจีวริกงฺคํ, เนสชฺชิกงฺคํ, โสสานิกงฺคนฺติ อิมานิ ปญฺจ อสมฺภินฺนงฺคานิ จาติ อฏฺเฐว โหนฺติ.
ปุน เทฺว จีวรปฏิสํยุตฺตานิ, ปญฺจ ปิณฺฑปาตปฏิสํยุตฺตานิ, ปญฺจ เสนาสนปฏิสํยุตฺตานิ, เอกํ วีริยปฏิสํยุตฺตนฺติ เอวํ จตฺตาโรว โหนฺติ. ตตฺถ เนสชฺชิกงฺคํ วีริยปฏิสํยุตฺตํ. อิตรานิ ปากฏาเนว.
ปุน สพฺพาเนว นิสฺสยวเสน เทฺว โหนฺติ ปจฺจยนิสฺสิตานิ ทฺวาทส, วีริยนิสฺสิตํ เอกนฺติ. เสวิตพฺพาเสวิตพฺพวเสนปิ เทฺวเยว โหนฺติ. ยสฺส หิ ธุตงฺคํ เสวนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ วฑฺฒติ, เตน เสวิตพฺพานิ. ยสฺส เสวโต หายติ, เตน น เสวิตพฺพานิ. ยสฺส ปน เสวโตปิ อเสวโตปิ วฑฺฒเตว, น หายติ, เตนาปิ ปจฺฉิมํ ชนตํ อนุกมฺปนฺเตน เสวิตพฺพานิ. ยสฺสาปิ เสวโตปิ อเสวโตปิ น วฑฺฒติ, เตนาปิ เสวิตพฺพานิเยว อายตึ วาสนตฺถายาติ.
เอวํ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพวเสน ทุวิธานิปิ สพฺพาเนว เจตนาวเสน เอกวิธานิ โหนฺติ. เอกเมว หิ ธุตงฺคํ สมาทานเจตนาติ. อฏฺฐกถายมฺปิ วุตฺตํ ‘‘ยา เจตนา, ตํ ธุตงฺคนฺติ วทนฺตี’’ติ.
พฺยาสโต ปน ภิกฺขูนํ เตรส, ภิกฺขุนีนํ อฏฺฐ, สามเณรานํ ทฺวาทส, สิกฺขมานสามเณรีนํ สตฺต, อุปาสกอุปาสิกานํ เทฺวติ ทฺวาจตฺตาลีส โหนฺติ. สเจ ปน อพฺโภกาเส อารญฺญิกงฺคสมฺปนฺนํ สุสานํ โหติ, เอโกปิ ภิกฺขุ เอกปฺปหาเรน สพฺพธุตงฺคานิ ปริภุญฺชิตุํ สกฺโกติ. ภิกฺขุนีนํ ปน อารญฺญิกงฺคํ ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคญฺจ เทฺวปิ สิกฺขาปเทเนว ปฏิกฺขิตฺตานิ, อพฺโภกาสิกงฺคํ, รุกฺขมูลิกงฺคํ, โสสานิกงฺคนฺติ อิมานิ ตีณิ ทุปฺปริหารานิ. ภิกฺขุนิยา หิ ทุติยิกํ วินา วสิตุํ น วฏฺฏติ. เอวรูเป จ ฐาเน สมานจฺฉนฺทา ทุติยิกา ทุลฺลภา. สเจปิ ลเภยฺย สํสฏฺฐวิหารโต น มุจฺเจยฺย. เอวํ สติ ยสฺสตฺถาย ธุตงฺคํ เสเวยฺย, เสฺววสฺสา อตฺโถ น สมฺปชฺเชยฺย. เอวํ ปริภุญฺชิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ปญฺจ หาเปตฺวา ภิกฺขุนีนํ อฏฺเฐว โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ. ยถาวุตฺเตสุ ปน ฐเปตฺวา เตจีวริกงฺคํ เสสานิ ทฺวาทส สามเณรานํ, สตฺต สิกฺขมานสามเณรีนํ เวทิตพฺพานิ. อุปาสกอุปาสิกานํ ปน เอกาสนิกงฺคํ, ปตฺตปิณฺฑิกงฺคนฺติ อิมานิ เทฺว ปติรูปานิ เจว สกฺกา จ ปริภุญฺชิตุนฺติ เทฺว ธุตงฺคานีติ เอวํ พฺยาสโต เทฺวจตฺตาลีส โหนฺตีติ อยํ สมาสพฺยาสโต วณฺณนา.
เอตฺตาวตา จ ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ’’ติ อิมิสฺสา คาถาย สีลสมาธิปญฺญามุเขน เทสิเต วิสุทฺธิมคฺเค เยหิ อปฺปิจฺฉตาสนฺตุฏฺฐิตาทีหิ คุเณหิ วุตฺตปฺปการสฺส สีลสฺส โวทานํ โหติ, เตสํ สมฺปาทนตฺถํ สมาทาตพฺพธุตงฺคกถา ภาสิตา โหติ.
อิติ สาธุชนปาโมชฺชตฺถาย กเต วิสุทฺธิมคฺเค
ธุตงฺคนิทฺเทโส นาม ทุติโย ปริจฺเฉโท.