๑๔. ขนฺธนิทฺเทโส

ปญฺญากถา

๔๒๑. อิทานิ ยสฺมา เอวํ อภิญฺญาวเสน อธิคตานิสํสาย ถิรตราย สมาธิภาวนาย สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยนฺติ เอตฺถ จิตฺตสีเสน นิทฺทิฏฺโฐ สมาธิ สพฺพากาเรน ภาวิโต โหติ.

ตทนนฺตรา ปน ปญฺญา ภาเวตพฺพา. สา จ อติสงฺเขปเทสิตตฺตา วิญฺญาตุมฺปิ ตาว น สุกรา, ปเคว ภาเวตุํ. ตสฺมา ตสฺสา วิตฺถารํ ภาวนานยญฺจ ทสฺเสตุํ อิทํ ปญฺหากมฺมํ โหติ.

กา ปญฺญา, เกนฏฺเฐน ปญฺญา, กานสฺสา ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ, กติวิธา ปญฺญา, กถํ ภาเวตพฺพา, ปญฺญาภาวนาย โก อานิสํโสติ?

๔๒๒. ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ, กา ปญฺญาติ ปญฺญา พหุวิธา นานปฺปการา. ตํ สพฺพํ วิภาวยิตุํ อารพฺภมานํ วิสฺสชฺชนํ อธิปฺเปตญฺเจว อตฺถํ น สาเธยฺย, อุตฺตริ จ วิกฺเขปาย สํวตฺเตยฺย, ตสฺมา อิธ อธิปฺเปตเมว สนฺธาย วทาม. กุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตํ วิปสฺสนาญาณํ ปญฺญา.

๔๒๓. เกนฏฺเฐน ปญฺญาติ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา. กิมิทํ ปชานนํ นาม? สญฺชานนวิชานนาการวิสิฏฺฐํ นานปฺปการโต ชานนํ. สญฺญาวิญฺญาณปญฺญานํ หิ สมาเนปิ ชานนภาเว, สญฺญา ‘‘นีลํ ปีตก’’นฺติ อารมฺมณสญฺชานนมตฺตเมว โหติ. ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. วิญฺญาณํ ‘‘นีลํ ปีตก’’นฺติ อารมฺมณญฺจ ชานาติ, ลกฺขณปฏิเวธญฺจ ปาเปติ. อุสฺสกฺกิตฺวา ปน มคฺคปาตุภาวํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. ปญฺญา วุตฺตนยวเสน อารมฺมณญฺจ ชานาติ, ลกฺขณปฏิเวธญฺจ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวญฺจ ปาเปติ.

ยถา หิ เหรญฺญิกผลเก ฐปิตํ กหาปณราสึ เอโก อชาตพุทฺธิทารโก, เอโก คามิกปุริโส, เอโก เหรญฺญิโกติ ตีสุ ชเนสุ ปสฺสมาเนสุ อชาตพุทฺธิทารโก กหาปณานํ จิตฺตวิจิตฺตทีฆจตุรสฺสปริมณฺฑลภาวมตฺตเมว ชานาติ, ‘‘อิทํ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ รตนสมฺมต’’นฺติ น ชานาติ. คามิกปุริโส จิตฺตวิจิตฺตาทิภาวํ ชานาติ, ‘‘อิทํ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ รตนสมฺมต’’นฺติ จ. ‘‘อยํ เฉโก, อยํ กูโฏ, อยํ อทฺธสาโร’’ติ อิมํ ปน วิภาคํ น ชานาติ. เหรญฺญิโก สพฺเพปิ เต ปกาเร ชานาติ, ชานนฺโต จ กหาปณํ โอโลเกตฺวาปิ ชานาติ, อาโกฏิตสฺส สทฺทํ สุตฺวาปิ, คนฺธํ ฆายิตฺวาปิ, รสํ สายิตฺวาปิ, หตฺเถน ธารยิตฺวาปิ, อสุกสฺมึ นาม คาเม วา นิคเม วา นคเร วา ปพฺพเต วา นทีตีเร วา กโตติปิ, อสุกาจริเยน กโตติปิ ชานาติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.

สญฺญา หิ อชาตพุทฺธิโน ทารกสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย โหติ, นีลาทิวเสน อารมฺมณสฺส อุปฏฺฐานาการมตฺตคหณโต. วิญฺญาณํ คามิกสฺส ปุริสสฺส กหาปณทสฺสนมิว โหติ, นีลาทิวเสน อารมฺมณาการคหณโต, อุทฺธํปิ จ ลกฺขณปฏิเวธสมฺปาปนโต. ปญฺญา เหรญฺญิกสฺส กหาปณทสฺสนมิว โหติ, นีลาทิวเสน อารมฺมณาการํ คเหตฺวา, ลกฺขณปฏิเวธญฺจ ปาเปตฺวา, ตโต อุทฺธมฺปิ มคฺคปาตุภาวปาปนโต. ตสฺมา ยเทตํ สญฺชานนวิชานนาการวิสิฏฺฐํ นานปฺปการโต ชานนํ. อิทํ ปชานนนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทํ สนฺธาย หิ เอตํ วุตฺตํ ‘‘ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา’’ติ.

สา ปเนสา ยตฺถ สญฺญาวิญฺญาณานิ, น ตตฺถ เอกํเสน โหติ. ยทา ปน โหติ, ตทา อวินิพฺภุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ ‘‘อยํ สญฺญา, อิทํ วิญฺญาณํ, อยํ ปญฺญา’’ติ วินิพฺภุชฺชิตฺวา อลพฺภเนยฺยนานตฺตา สุขุมา ทุทฺทสา. เตนาห อายสฺมา นาคเสโน ‘‘ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กต’’นฺติ. กึ, ภนฺเต, นาคเสน ภควตา ทุกฺกรํ กตนฺติ? ‘ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กตํ ยํ อรูปีนํ จิตฺตเจตสิกานํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ ปวตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกฺขาตํ อยํ ผสฺโส, อยํ เวทนา, อยํ สญฺญา, อยํ เจตนา, อิทํ จิตฺต’’’นฺติ (มิ. ป. ๒.๗.๑๖).

๔๒๔. กานสฺสา ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานีติ เอตฺถ ปน ธมฺมสภาวปฏิเวธลกฺขณา ปญฺญา, ธมฺมานํ สภาวปฏิจฺฉาทกโมหนฺธการวิทฺธํสนรสา, อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา. ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ชานาติ ปสฺสตี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๒) วจนโต ปน สมาธิ ตสฺสา ปทฏฺฐานํ.

ปญฺญาปเภทกถา

๔๒๕. กติวิธา ปญฺญาติ ธมฺมสภาวปฏิเวธลกฺขเณน ตาว เอกวิธา. โลกิยโลกุตฺตรวเสน ทุวิธา. ตถา สาสวานาสวาทิวเสน, นามรูปววตฺถาปนวเสน, โสมนสฺสุเปกฺขาสหคตวเสน, ทสฺสนภาวนาภูมิวเสน จ. ติวิธา จินฺตาสุตภาวนามยวเสน. ตถา ปริตฺตมหคฺคตอปฺปมาณารมฺมณวเสน, อายาปายอุปายโกสลฺลวเสน, อชฺฌตฺตาภินิเวสาทิวเสน จ. จตุพฺพิธา จตูสุ สจฺเจสุ ญาณวเสน จตุปฏิสมฺภิทาวเสน จาติ.

๔๒๖. ตตฺถ เอกวิธโกฏฺฐาโส อุตฺตานตฺโถเยว. ทุวิธโกฏฺฐาเส โลกิยมคฺคสมฺปยุตฺตา โลกิยา. โลกุตฺตรมคฺคสมฺปยุตฺตา โลกุตฺตราติ เอวํ โลกิยโลกุตฺตรวเสน ทุวิธา.

ทุติยทุเก อาสวานํ อารมฺมณภูตา สาสวา. เตสํ อนารมฺมณา อนาสวา. อตฺถโต ปเนสา โลกิยโลกุตฺตราว โหติ. อาสวสมฺปยุตฺตา สาสวา. อาสววิปฺปยุตฺตา อนาสวาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ สาสวานาสวาทิวเสน ทุวิธา.

ตติยทุเก ยา วิปสฺสนํ อารภิตุกามสฺส จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ ววตฺถาปเน ปญฺญา, อยํ นามววตฺถาปนปญฺญา. ยา รูปกฺขนฺธสฺส ววตฺถาปเน ปญฺญา, อยํ รูปววตฺถาปนปญฺญาติ เอวํ นามรูปววตฺถาปนวเสน ทุวิธา.

จตุตฺถทุเก ทฺวีสุ กามาวจรกุสลจิตฺเตสุ โสฬสสุ จ ปญฺจกนเยน จตุกฺกชฺฌานิเกสุ มคฺคจิตฺเตสุ ปญฺญา โสมนสฺสสหคตา. ทฺวีสุ กามาวจรกุสลจิตฺเตสุ จตูสุ จ ปญฺจมชฺฌานิเกสุ มคฺคจิตฺเตสุ ปญฺญา อุเปกฺขาสหคตาติ เอวํ โสมนสฺสุเปกฺขาสหคตวเสน ทุวิธา.

ปญฺจมทุเก ปฐมมคฺคปญฺญา ทสฺสนภูมิ. อวเสสมคฺคตฺตยปญฺญา ภาวนาภูมีติ เอวํ ทสฺสนภาวนาภูมิวเสน ทุวิธา.

๔๒๗. ติเกสุ ปฐมตฺติเก ปรโต อสฺสุตฺวา ปฏิลทฺธปญฺญา อตฺตโน จินฺตาวเสน นิปฺผนฺนตฺตา จินฺตามยา. ปรโต สุตฺวา ปฏิลทฺธปญฺญา สุตวเสน นิปฺผนฺนตฺตา สุตมยา. ยถา ตถา วา ภาวนาวเสน นิปฺผนฺนา อปฺปนาปฺปตฺตา ปญฺญา ภาวนามยา. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ตตฺถ กตมา จินฺตามยา ปญฺญา? โยควิหิเตสุ วา กมฺมายตเนสุ โยควิหิเตสุ วา สิปฺปายตเนสุ โยควิหิเตสุ วา วิชฺชาฏฺฐาเนสุ กมฺมสฺสกตํ วา สจฺจานุโลมิกํ วา รูปํ อนิจฺจนฺติ วา เวทนา…เป… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณํ อนิจฺจนฺติ วา, ยํ เอวรูปึ อนุโลมิกํ ขนฺตึ ทิฏฺฐึ รุจึ มุตึ เปกฺขํ ธมฺมนิชฺฌานขนฺตึ ปรโต อสฺสุตฺวา ปฏิลภติ, อยํ วุจฺจติ จินฺตามยา ปญฺญา…เป… สุตฺวา ปฏิลภติ, อยํ วุจฺจติ สุตมยา ปญฺญา. สพฺพาปิ สมาปนฺนสฺส ปญฺญา ภาวนามยา ปญฺญา’’ติ (วิภ. ๗๖๘).

เอวํ จินฺตาสุตภาวนามยวเสน ติวิธา.

ทุติยตฺติเก กามาวจรธมฺเม อารพฺภ ปวตฺตา ปญฺญา ปริตฺตารมฺมณา. รูปาวจรารูปาวจเร อารพฺภ ปวตฺตา มหคฺคตารมฺมณา. สา โลกิยวิปสฺสนา. นิพฺพานํ อารพฺภ ปวตฺตา อปฺปมาณารมฺมณา. สา โลกุตฺตรวิปสฺสนาติ เอวํ ปริตฺตมหคฺคตาปฺปมาณารมฺมณวเสน ติวิธา.

ตติยตฺติเก อาโย นาม วุทฺธิ, สา ทุวิธา อนตฺถหานิโต อตฺถุปฺปตฺติโต จ. ตตฺถ โกสลฺลํ อายโกสลฺลํ. ยถาห –

‘‘ตตฺถ กตมํ อายโกสลฺลํ? อิเม เม ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ อกุสลา ธมฺมา ปหียนฺติ, อิเม วา ปนิเม ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. อุปฺปนฺนา จ กุสลา ธมฺมา ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา สํวตฺตนฺตีติ, ยา ตตฺถ ปญฺญา ปชานนา…เป… อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ, อิทํ วุจฺจติ อายโกสลฺล’’นฺติ (วิภ. ๗๗๑).

อปาโยติ ปน อวุทฺธิ, สาปิ ทุวิธา อตฺถหานิโต จ อนตฺถุปฺปตฺติโต จ. ตตฺถ โกสลฺลํ อปายโกสลฺลํ. ยถาห ‘‘ตตฺถ กตมํ อปายโกสลฺลํ? อิเม ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทิ (วิภ. ๗๗๑).

สพฺพตฺถ ปน เตสํ เตสํ ธมฺมานํ อุปาเยสุ นิพฺพตฺติการเณสุ ตํขณปฺปวตฺตํ ฐานุปฺปตฺติกํ โกสลฺลํ อุปายโกสลฺลํ นาม. ยถาห – ‘‘สพฺพาปิ ตตฺรุปายา ปญฺญา อุปายโกสลฺล’’นฺติ (วิภ. ๗๗๑). เอวํ อายาปายอุปายโกสลฺลวเสน ติวิธา.

จตุตฺถตฺติเก อตฺตโน ขนฺเธ คเหตฺวา อารทฺธา วิปสฺสนา ปญฺญา อชฺฌตฺตาภินิเวสา. ปรสฺส ขนฺเธ พาหิรํ วา อนินฺทฺริยพทฺธรูปํ คเหตฺวา อารทฺธา พหิทฺธาภินิเวสา. อุภยํ คเหตฺวา อารทฺธา อชฺฌตฺตพหิทฺธาภินิเวสาติ เอวํ อชฺฌตฺตาภินิเวสาทิวเสน ติวิธา.

๔๒๘. จตุกฺเกสุ ปฐมจตุกฺเก ทุกฺขสจฺจํ อารพฺภ ปวตฺตํ ญาณํ ทุกฺเข ญาณํ. ทุกฺขสมุทยํ อารพฺภ ปวตฺตํ ญาณํ ทุกฺขสมุทเย ญาณํ. ทุกฺขนิโรธํ อารพฺภ ปวตฺตํ ญาณํ ทุกฺขนิโรเธ ญาณํ. ทุกฺขนิโรธคามินึ ปฏิปทํ อารพฺภ ปวตฺตํ ญาณํ ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณนฺติ เอวํ จตูสุ สจฺเจสุ ญาณวเสน จตุพฺพิธา.

ทุติยจตุกฺเก จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา นาม อตฺถาทีสุ ปเภทคตานิ จตฺตาริ ญาณานิ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อตฺเถ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. ธมฺเม ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. ตตฺรธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา. ญาเณสุ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๘).

ตตฺถ อตฺโถติ สงฺเขปโต เหตุผลสฺเสตํ อธิวจนํ. เหตุผลํ หิ ยสฺมา เหตุอนุสาเรน อริยติ อธิคมิยติ สมฺปาปุณิยติ, ตสฺมา อตฺโถติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปน ยํ กิญฺจิ ปจฺจยสมฺภูตํ, นิพฺพานํ, ภาสิตตฺโถ, วิปาโก, กิริยาติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา อตฺโถติ เวทิตพฺพา. ตํ อตฺถํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. ธมฺโมติปิ สงฺเขปโต ปจฺจยสฺเสตํ อธิวจนํ. ปจฺจโย หิ ยสฺมา ตํ ตํ ทหติ ปวตฺเตติ วา สมฺปาปุณิตุํ วา เทติ, ตสฺมา ธมฺโมติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปน โย โกจิ ผลนิพฺพตฺตโก เหตุ, อริยมคฺโค, ภาสิตํ, กุสลํ, อกุสลนฺติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา ธมฺโมติ เวทิตพฺพา. ตํ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ ธมฺเม ปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา.

อยเมว หิ อตฺโถ อภิธมฺเม –

‘‘ทุกฺเข ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. ทุกฺขสมุทเย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. เหตุผเล ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. เย ธมฺมา ชาตา ภูตา สญฺชาตา นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตา ปาตุภูตา. อิเมสุ ธมฺเมสุ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. ยมฺหา ธมฺมา เต ธมฺมา ชาตา ภูตา สญฺชาตา นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตา ปาตุภูตา, เตสุ ธมฺเมสุ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. ชรามรเณ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. ชรามรณสมุทเย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา…เป… สงฺขารนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. สงฺขารนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. อิธ ภิกฺขุ ธมฺมํ ชานาติ สุตฺตํ เคยฺยํ…เป… เวทลฺลํ. อยํ วุจฺจติ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. โส ตสฺส ตสฺเสว ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานาติ ‘อยํ อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ, อยํ อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ’ติ. อยํ วุจฺจติ อตฺถปฏิสมฺภิทา. กตเม ธมฺมา กุสลา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ…เป… อิเม ธมฺมา กุสลา. อิเมสุ ธมฺเมสุ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. เตสํ วิปาเก ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา’’ติอาทินา (วิภ. ๗๑๙ อาทโย) นเยน วิภชิตฺวา ทสฺสิโต.

ตตฺรธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป ญาณนฺติ ตสฺมึ อตฺเถ จ ธมฺเม จ ยา สภาวนิรุตฺติ อพฺยภิจารี โวหาโร. ตทภิลาเป ตสฺส ภาสเน อุทีรเณ ตํ ภาสิตํ ลปิตํ อุทีริตํ สุตฺวาว อยํ สภาวนิรุตฺติ, อยํ น สภาวนิรุตฺตีติ เอวํ ตสฺสา ธมฺมนิรุตฺติสญฺญิตาย สภาวนิรุตฺติยา มาคธิกาย สพฺพสตฺตานํ มูลภาสาย ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา. นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต หิ ผสฺโส เวทนาติ เอวมาทิวจนํ สุตฺวาว อยํ สภาวนิรุตฺตีติ ชานาติ. ผสฺสา เวทโนติ เอวมาทิกํ ปน อยํ น สภาวนิรุตฺตีติ.

ญาเณสุ ญาณนฺติ สพฺพตฺถ ญาณมารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ญาณารมฺมณํ ญาณํ, ยถาวุตฺเตสุ วา เตสุ ญาเณสุ สโคจรกิจฺจาทิวเสน วิตฺถารโต ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทาติ อตฺโถ.

๔๒๙. จตสฺโสปิ เจตา ปฏิสมฺภิทา ทฺวีสุ ฐาเนสุ ปเภทํ คจฺฉนฺติ เสกฺขภูมิยญฺจ อเสกฺขภูมิยญฺจ.

ตตฺถ อคฺคสาวกานํ มหาสาวกานญฺจ อเสกฺขภูมิยํ ปเภทคตา. อานนฺทตฺเถรจิตฺตคหปติธมฺมิกอุปาสกอุปาลิคหปติขุชฺชุตฺตราอุปาสิกาทีนํ เสกฺขภูมิยํ. เอวํ ทฺวีสุ ภูมีสุ ปเภทํ คจฺฉนฺติโยปิ เจตา อธิคเมน ปริยตฺติยา สวเนน ปริปุจฺฉาย ปุพฺพโยเคน จาติ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ วิสทา โหนฺติ.

ตตฺถ อธิคโม นาม อรหตฺตปฺปตฺติ. ปริยตฺติ นาม พุทฺธวจนสฺส ปริยาปุณนํ. สวนํ นาม สกฺกจฺจํ อตฺถึ กตฺวา ธมฺมสฺสวนํ. ปริปุจฺฉา นาม ปาฬิอฏฺฐกถาทีสุ คณฺฐิปทอตฺถปทวินิจฺฉยกถา, ปุพฺพโยโค นาม ปุพฺพพุทฺธานํ สาสเน คตปจฺจาคติกภาเวน ยาว อนุโลมํ โคตฺรภุสมีปํ, ตาว วิปสฺสนานุโยโค.

อปเร อาหุ –

‘‘ปุพฺพโยโค พาหุสจฺจํ, เทสภาสา จ อาคโม;

ปริปุจฺฉา อธิคโม, ครุสนฺนิสฺสโย ตถา;

มิตฺตสมฺปตฺติ เจวาติ, ปฏิสมฺภิทปจฺจยา’’ติ.

ตตฺถ ปุพฺพโยโค วุตฺตนโยว. พาหุสจฺจํ นาม เตสุ เตสุ สตฺเถสุ จ สิปฺปายตเนสุ จ กุสลตา. เทสภาสา นาม เอกสตโวหารกุสลตา. วิเสเสน ปน มาคธิเก โกสลฺลํ. อาคโม นาม อนฺตมโส โอปมฺมวคฺคมตฺตสฺสปิ พุทฺธวจนสฺส ปริยาปุณนํ. ปริปุจฺฉา นาม เอกคาถายปิ อตฺถวินิจฺฉยปุจฺฉนํ. อธิคโม นาม โสตาปนฺนตา วา…เป… อรหตฺตํ วา. ครุสนฺนิสฺสโย นาม สุตปฏิภานพหุลานํ ครูนํ สนฺติเก วาโส. มิตฺตสมฺปตฺติ นาม ตถารูปานํเยว มิตฺตานํ ปฏิลาโภติ.

ตตฺถ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ ปุพฺพโยคญฺเจว อธิคมญฺจ นิสฺสาย ปฏิสมฺภิทา ปาปุณนฺติ. สาวกา สพฺพานิปิ เอตานิ การณานิ. ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺติยา จ ปาฏิเยกฺโก กมฺมฏฺฐานภาวนานุโยโค นาม นตฺถิ. เสกฺขานํ ปน เสกฺขผลวิโมกฺขนฺติกา. อเสกฺขานํ อเสกฺขผลวิโมกฺขนฺติกาว ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺติ โหติ. ตถาคตานํ หิ ทสพลานิ วิย อริยานํ อริยผเลเนว ปฏิสมฺภิทา อิชฺฌนฺตีติ อิมา ปฏิสมฺภิทา สนฺธาย วุตฺตํ จตุปฏิสมฺภิทาวเสน จตุพฺพิธาติ.

ปญฺญาภูมิ-มูล-สรีรววตฺถานํ

๔๓๐. กถํ ภาเวตพฺพาติ เอตฺถ ปน ยสฺมา อิมาย ปญฺญาย ขนฺธายตนธาตุอินฺทฺริยสจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิเภทา ธมฺมา ภูมิ. สีลวิสุทฺธิ เจว จิตฺตวิสุทฺธิ จาติ อิมา เทฺว วิสุทฺธิโย มูลํ. ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ, กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิ, มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ อิมา ปญฺจ วิสุทฺธิโย สรีรํ. ตสฺมา เตสุ ภูมิภูเตสุ ธมฺเมสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวเสน ญาณปริจยํ กตฺวา มูลภูตา เทฺว วิสุทฺธิโย สมฺปาเทตฺวา สรีรภูตา ปญฺจ วิสุทฺธิโย สมฺปาเทนฺเตน ภาเวตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขโป.

๔๓๑. อยํ ปน วิตฺถาโร, ยํ ตาว วุตฺตํ ‘‘ขนฺธายตนธาตุอินฺทฺริยสจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิเภทา ธมฺมา ภูมี’’ติ, เอตฺถ ขนฺธาติ ปญฺจ ขนฺธา รูปกฺขนฺโธ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ.

รูปกฺขนฺธกถา

๔๓๒. ตตฺถ ยํ กิญฺจิ สีตาทีหิ รุปฺปนลกฺขณํ ธมฺมชาตํ, สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวา รูปกฺขนฺโธติ เวทิตพฺพํ.

ตเทตํ รุปฺปนลกฺขเณน เอกวิธมฺปิ ภูโตปาทายเภทโต ทุวิธํ.

ตตฺถ ภูตรูปํ จตุพฺพิธํ – ปถวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตูติ. ตาสํ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานานิ จตุธาตุววตฺถาเน วุตฺตานิ. ปทฏฺฐานโต ปน ตา สพฺพาปิ อวเสสธาตุตฺตยปทฏฺฐานา.

อุปาทารูปํ จตุวีสติวิธํ – จกฺขุ, โสตํ, ฆานํ, ชิวฺหา, กาโย, รูปํ, สทฺโท, คนฺโธ, รโส, อิตฺถินฺทฺริยํ, ปุริสินฺทฺริยํ, ชีวิตินฺทฺริยํ, หทยวตฺถุ, กายวิญฺญตฺติ, วจีวิญฺญตฺติ, อากาสธาตุ, รูปสฺส ลหุตา, รูปสฺส มุทุตา, รูปสฺส กมฺมญฺญตา, รูปสฺส อุปจโย, รูปสฺส สนฺตติ, รูปสฺส ชรตา, รูปสฺส อนิจฺจตา, กพฬีกาโร อาหาโรติ.

๔๓๓. ตตฺถ รูปาภิฆาตารหตปฺปสาทลกฺขณํ ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขณํ วา จกฺขุ, รูเปสุ อาวิญฺฉนรสํ, จกฺขุวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานํ.

สทฺทาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขณํ, โสตุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขณํ วา โสตํ, สทฺเทสุ อาวิญฺฉนรสํ, โสตวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, โสตุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานํ.

คนฺธาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขณํ, ฆายิตุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขณํ วา ฆานํ, คนฺเธสุ อาวิญฺฉนรสํ, ฆานวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, ฆายิตุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานํ.

รสาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขณา, สายิตุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขณา วา ชิวฺหา, รเสสุ อาวิญฺฉนรสา, ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานา, สายิตุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานา.

โผฏฺฐพฺพาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขโณ, ผุสิตุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขโณ วา กาโย, โผฏฺฐพฺเพสุ อาวิญฺฉนรโส, กายวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐาโน, ผุสิตุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐาโน.

๔๓๔. เกจิ ปน ‘‘เตชาธิกานํ ภูตานํ ปสาโท จกฺขุ, วายุปถวีอาปาธิกานํ ภูตานํ ปสาทา โสตฆานชิวฺหา, กาโย สพฺเพสมฺปี’’ติ วทนฺติ. อปเร ‘‘เตชาธิกานํ ปสาโท จกฺขุ, วิวรวายุอาปปถวาธิกานํ โสตฆานชิวฺหากายา’’ติ วทนฺติ. เต วตฺตพฺพา ‘‘สุตฺตํ อาหรถา’’ติ. อทฺธา สุตฺตเมว น ทกฺขิสฺสนฺติ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘เตชาทีนํ คุเณหิ รูปาทีหิ อนุคยฺหภาวโต’’ติ การณํ ทสฺเสนฺติ. เต วตฺตพฺพา ‘‘โก ปเนวมาหรูปาทโย เตชาทีนํ คุณา’ติ. อวินิพฺโภควุตฺตีสุ หิ ภูเตสุ อยํ อิมสฺส คุโณ อยํ อิมสฺส คุโณติ น ลพฺภา วตฺตุ’’นฺติ. อถาปิ วเทยฺยุํ ‘‘ยถา เตสุ เตสุ สมฺภาเรสุ ตสฺส ตสฺส ภูตสฺส อธิกตาย ปถวีอาทีนํ สนฺธารณาทีนิ กิจฺจานิ อิจฺฉถ, เอวํ เตชาทิอธิเกสุ สมฺภาเรสุ รูปาทีนํ อธิกภาวทสฺสนโต อิจฺฉิตพฺพเมตํ รูปาทโย เตสํ คุณา’’ติ. เต วตฺตพฺพา ‘‘อิจฺเฉยฺยาม, ยทิ อาปาธิกสฺส อาสวสฺส คนฺธโต ปถวีอธิเก กปฺปาเส คนฺโธ อธิกตโร สิยา, เตชาธิกสฺส จ อุโณฺหทกสฺส วณฺณโต สีตุทกสฺส วณฺโณ ปริหาเยถ’’. ยสฺมา ปเนตํ อุภยมฺปิ นตฺถิ, ตสฺมา ปหาเยตํ เอเตสํ นิสฺสยภูตานํ วิเสสกปฺปนํ, ‘‘ยถา อวิเสเสปิ เอกกลาเป ภูตานํ รูปรสาทโย อญฺญมญฺญํ วิสทิสา โหนฺติ, เอวํ จกฺขุปสาทาทโย อวิชฺชมาเนปิ อญฺญสฺมึ วิเสสการเณ’’ติ คเหตพฺพเมตํ.

กึ ปน ตํ ยํ อญฺญมญฺญสฺส อสาธารณํ? กมฺมเมว เนสํ วิเสสการณํ. ตสฺมา กมฺมวิเสสโต เอเตสํ วิเสโส, น ภูตวิเสสโต. ภูตวิเสเส หิ สติ ปสาโทว น อุปฺปชฺชติ. สมานานญฺหิ ปสาโท, น วิสมานานนฺติ โปราณา.

๔๓๕. เอวํ กมฺมวิเสสโต วิเสสวนฺเตสุ จ เอเตสุ จกฺขุโสตานิ อสมฺปตฺตวิสยคาหกานิ, อตฺตโน นิสฺสยํ อนลฺลีนนิสฺสเย เอว วิสเย วิญฺญาณเหตุตฺตา. ฆานชิวฺหากายา สมฺปตฺตวิสยคาหกา, นิสฺสยวเสน เจว, สยญฺจ, อตฺตโน นิสฺสยํ อลฺลีเนเยว วิสเย วิญฺญาณเหตุตฺตา.

๔๓๖. จกฺขุ เจตฺถ ยเทตํ โลเก นีลปขุมสมากิณฺณกณฺหสุกฺกมณฺฑลวิจิตฺตํ นีลุปฺปลทลสนฺนิภํ จกฺขูติ วุจฺจติ. ตสฺส สสมฺภารจกฺขุโน เสตมณฺฑลปริกฺขิตฺตสฺส กณฺหมณฺฑลสฺส มชฺเฌ อภิมุเข ฐิตานํ สรีรสณฺฐานุปฺปตฺติปเทเส สตฺตสุ ปิจุปฏเลสุ อาสิตฺตเตลํ ปิจุปฏลานิ วิย สตฺต อกฺขิปฏลานิพฺยาเปตฺวา ธารณนฺหาปนมณฺฑนพีชนกิจฺจาหิ จตูหิ ธาตีหิ ขตฺติยกุมาโร วิย สนฺธารณพนฺธนปริปาจนสมุทีรณกิจฺจาหิ จตูหิ ธาตูหิ กตูปการํ อุตุจิตฺตาหาเรหิ อุปตฺถมฺภิยมานํ อายุนา อนุปาลิยมานํ วณฺณคนฺธรสาทีหิ ปริวุตํ ปมาณโต อูกาสิรมตฺตํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘เยน จกฺขุปสาเทน, รูปานิ มนุปสฺสติ;

ปริตฺตํ สุขุมํ เอตํ, อูกาสิรสมูปม’’นฺติ.

สสมฺภารโสตพิลสฺส อนฺโต ตนุตมฺพโลมาจิเต องฺคุลิเวธกสณฺฐาเน ปเทเส โสตํ วุตฺตปฺปการาหิ ธาตูหิ กตูปการํ อุตุจิตฺตาหาเรหิ อุปตฺถมฺภิยมานํ อายุนา อนุปาลิยมานํ วณฺณาทีหิ ปริวุตํ โสตวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ.

สสมฺภารฆานพิลสฺส อนฺโต อชปทสณฺฐาเน ปเทเส ฆานํ ยถาวุตฺตปฺปการุปการุปตฺถมฺภนานุปาลนปริวารํ ฆานวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ.

สสมฺภารชิวฺหามชฺฌสฺส อุปริ อุปฺปลทลคฺคสณฺฐาเน ปเทเส ชิวฺหา ยถาวุตฺตปฺปการุปการุปตฺถมฺภนานุปาลนปริวารา ชิวฺหาวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานา ติฏฺฐติ.

ยาวตา ปน อิมสฺมึ กาเย อุปาทิณฺณรูปํ นาม อตฺถิ. สพฺพตฺถ กาโย กปฺปาสปฏเล เสฺนโห วิย วุตฺตปฺปการุปการุปตฺถมฺภนานุปาลนปริวาโรว หุตฺวา กายวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมาโน ติฏฺฐติ.

วมฺมิกอุทกากาสคามสิวถิกสงฺขาตสโคจรนินฺนา วิย จ อหิสุสุมารปกฺขีกุกฺกุรสิงฺคาลารูปาทิสโคจรนินฺนาว เอเต จกฺขาทโยติ ทฏฺฐพฺพา.

๔๓๗. ตโต ปเรสุ ปน รูปาทีสุ จกฺขุปฏิหนนลกฺขณํ รูปํ, จกฺขุวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรสํ, ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐานํ, จตุมหาภูตปทฏฺฐานํ. ยถา เจตํ ตถา สพฺพานิปิ อุปาทารูปานิ. ยตฺถ ปน วิเสโส อตฺถิ, ตตฺถ วกฺขาม. ตยิทํ นีลํ ปีตกนฺติอาทิวเสน อเนกวิธํ.

โสตปฏิหนนลกฺขโณ สทฺโท, โสตวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรโส, ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐาโน. เภริสทฺโท มุทิงฺคสทฺโทติอาทินา นเยน อเนกวิโธ.

ฆานปฏิหนนลกฺขโณ คนฺโธ, ฆานวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรโส, ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐาโน. มูลคนฺโธ สารคนฺโธติอาทินา นเยน อเนกวิโธ.

ชิวฺหาปฏิหนนลกฺขโณ รโส, ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรโส, ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐาโน. มูลรโส ขนฺธรโสติอาทินา นเยน อเนกวิโธ.

๔๓๘. อิตฺถิภาวลกฺขณํ อิตฺถินฺทฺริยํ, อิตฺถีติ ปกาสนรสํ, อิตฺถิลิงฺคนิมิตฺตกุตฺตากปฺปานํ การณภาวปจฺจุปฏฺฐานํ. ปุริสภาวลกฺขณํ ปุริสินฺทฺริยํ, ปุริโสติ ปกาสนรสํ, ปุริสลิงฺคนิมิตฺตกุตฺตากปฺปานํ การณภาวปจฺจุปฏฺฐานํ. ตทุภยมฺปิ กายปฺปสาโท วิย สกลสรีรํ พฺยาปกเมว, น จ กายปสาเทน ฐิโตกาเส ฐิตนฺติ วา อฏฺฐิโตกาเส ฐิตนฺติ วาติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ, รูปรสาทโย วิย อญฺญมญฺญํ สงฺกโร นตฺถิ.

๔๓๙. สหชรูปานุปาลนลกฺขณํ ชีวิตินฺทฺริยํ, เตสํ ปวตฺตนรสํ, เตสญฺเญว ฐปนปจฺจุปฏฺฐานํ, ยาปยิตพฺพภูตปทฏฺฐานํ. สนฺเตปิ จ อนุปาลนลกฺขณาทิมฺหิ วิธาเน อตฺถิกฺขเณเยว ตํ สหชรูปานิ อนุปาเลติ อุทกํ วิย อุปฺปลาทีนิ. ยถาสกํ ปจฺจยุปฺปนฺเนปิ จ ธมฺเม ปาเลติ ธาติ วิย กุมารํ. สยํ ปวตฺติตธมฺมสมฺพนฺเธเนว จ ปวตฺตติ นิยามโก วิย. น ภงฺคโต อุทฺธํ ปวตฺตติ, อตฺตโน จ ปวตฺตยิตพฺพานญฺจ อภาวา. น ภงฺคกฺขเณ ฐเปติ, สยํ ภิชฺชมานตฺตา. ขียมาโน วิย วฏฺฏิเสฺนโห ทีปสิขํ. น จ อนุปาลนปวตฺตนฏฺฐปนานุภาววิรหิตํ, ยถาวุตฺตกฺขเณ ตสฺส ตสฺส สาธนโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

๔๔๐. มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตูนํ นิสฺสยลกฺขณํ หทยวตฺถุ, ตาสญฺเญว ธาตูนํ อาธารณรสํ, อุพฺพหนปจฺจุปฏฺฐานํ. หทยสฺส อนฺโต กายคตาสติกถายํ วุตฺตปฺปการํ โลหิตํ นิสฺสาย สนฺธารณาทิกิจฺเจหิ ภูเตหิ กตูปการํ อุตุจิตฺตาหาเรหิ อุปตฺถมฺภิยมานํ อายุนา อนุปาลิยมานํ มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตูนญฺเจว ตํสมฺปยุตฺตธมฺมานญฺจ วตฺถุภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ.

๔๔๑. อภิกฺกมาทิปวตฺตกจิตฺตสมุฏฺฐานวาโยธาตุยา สหชรูปกายถมฺภนสนฺธารณจลนสฺส ปจฺจโย อาการวิกาโร กายวิญฺญตฺติ, อธิปฺปายปกาสนรสา, กายวิปฺผนฺทนเหตุภาวปจฺจุปฏฺฐานา, จิตฺตสมุฏฺฐานวาโยธาตุปทฏฺฐานา. สา ปเนสา กายวิปฺผนฺทเนน อธิปฺปายวิญฺญาปนเหตุตฺตา, สยญฺจ เตน กายวิปฺผนฺทนสงฺขาเตน กาเยน วิญฺเญยฺยตฺตา ‘‘กายวิญฺญตฺตี’’ติ วุจฺจติ. ตาย จ ปน จลิเตหิ จิตฺตชรูเปหิ อภิสมฺพนฺธานํ อุตุชาทีนมฺปิ จลนโต อภิกฺกมาทโย ปวตฺตนฺตีติ เวทิตพฺพา.

วจีเภทปวตฺตกจิตฺตสมุฏฺฐานปถวีธาตุยา อุปาทิณฺณฆฏฺฏนสฺส ปจฺจโย อาการวิกาโร วจีวิญฺญตฺติ, อธิปฺปายปฺปกาสนรสา, วจีโฆสเหตุภาวปจฺจุปฏฺฐานา, จิตฺตสมุฏฺฐานปถวีธาตุปทฏฺฐานา. สา ปเนสา วจีโฆเสน อธิปฺปายวิญฺญาปนเหตุตฺตา, สยญฺจ ตาย วจีโฆสสงฺขาตาย วาจาย วิญฺเญยฺยตฺตา ‘‘วจีวิญฺญตฺตี’’ติ วุจฺจติ. ยถา หิ อรญฺเญ อุสฺสาเปตฺวา พนฺธโคสีสาทิอุทกนิมิตฺตํ ทิสฺวา อุทกเมตฺถ อตฺถีติ วิญฺญายติ, เอวํ กายวิปฺผนฺทนญฺเจว วจีโฆสญฺจ คเหตฺวา กายวจีวิญฺญตฺติโยปิ วิญฺญายนฺติ.

๔๔๒. รูปปริจฺเฉทลกฺขณา อากาสธาตุ, รูปปริยนฺตปฺปกาสนรสา, รูปมริยาทาปจฺจุปฏฺฐานา, อสมฺผุฏฺฐภาวจฺฉิทฺทวิวรภาวปจฺจุปฏฺฐานา วา, ปริจฺฉินฺนรูปปทฏฺฐานา. ยาย ปริจฺฉินฺเนสุ รูเปสุ อิทมิโต อุทฺธมโธ ติริยนฺติ จ โหติ.

๔๔๓. อทนฺธตาลกฺขณา รูปสฺส ลหุตา, รูปานํ ครุภาววิโนทนรสา, ลหุปริวตฺติตาปจฺจุปฏฺฐานา, ลหุรูปปทฏฺฐานา. อถทฺธตาลกฺขณา รูปสฺส มุทุตา, รูปานํ ถทฺธภาววิโนทนรสา, สพฺพกิริยาสุ อวิโรธิตาปจฺจุปฏฺฐานา, มุทุรูปปทฏฺฐานา. สรีรกิริยานุกูลกมฺมญฺญภาวลกฺขณา รูปสฺส กมฺมญฺญตา, อกมฺมญฺญตาวิโนทนรสา, อทุพฺพลภาวปจฺจุปฏฺฐานา, กมฺมญฺญรูปปทฏฺฐานา.

เอตา ปน ติสฺโส น อญฺญมญฺญํ วิชหนฺติ, เอวํ สนฺเตปิ โย อโรคิโน วิย รูปานํ ลหุภาโว อทนฺธตา ลหุปริวตฺติปฺปกาโร รูปทนฺธตฺตกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐาโน, โส รูปวิกาโร รูปสฺส ลหุตา. โย ปน สุปริมทฺทิตจมฺมสฺเสว รูปานํ มุทุภาโว สพฺพกิริยาวิเสเสสุ วสวตฺตนภาวมทฺทวปฺปกาโร รูปตฺถทฺธตฺตกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐาโน, โส รูปวิกาโร รูปสฺส มุทุตา. โย ปน สุทนฺตสุวณฺณสฺเสว รูปานํ กมฺมญฺญภาโว สรีรกิริยานุกูลภาวปฺปกาโร สรีรกิริยานํ อนนุกูลกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐาโน, โส รูปวิกาโร รูปสฺส กมฺมญฺญตาติ เอวเมตาสํ วิเสโส เวทิตพฺโพ.

๔๔๔. อาจยลกฺขโณ รูปสฺส อุปจโย, ปุพฺพนฺตโต รูปานํ อุมฺมุชฺชาปนรโส, นิยฺยาตนปจฺจุปฏฺฐาโน, ปริปุณฺณภาวปจฺจุปฏฺฐาโน วา, อุปจิตรูปปทฏฺฐาโน. ปวตฺติลกฺขณา รูปสฺส สนฺตติ, อนุปฺปพนฺธนรสา, อนุปจฺเฉทปจฺจุปฏฺฐานา, อนุปฺปพนฺธกรูปปทฏฺฐานา. อุภยมฺเปตํ ชาติรูปสฺเสวาธิวจนํ, อาการนานตฺตโต ปน เวเนยฺยวเสน จ ‘‘อุปจโย สนฺตตี’’ติ อุทฺเทสเทสนา กตา. ยสฺมา ปเนตฺถ อตฺถโต นานตฺตํ นตฺถิ, ตสฺมา อิเมสํ ปทานํ นิทฺเทเส ‘‘โย อายตนานํ อาจโย, โส รูปสฺส อุปจโย. โย รูปสฺส อุปจโย, สา รูปสฺส สนฺตตี’’ติ (ธ. ส. ๖๔๑-๖๔๒) วุตฺตํ. อฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘อาจโย นาม นิพฺพตฺติ, อุปจโย นาม วฑฺฒิ, สนฺตติ นาม ปวตฺตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๖๔๑) วตฺวา ‘‘นทีตีเร ขตกูปกมฺหิ อุทกุคฺคมนกาโล วิย อาจโย นิพฺพตฺติ, ปริปุณฺณกาโล วิย อุปจโย วฑฺฒิ, อชฺโฌตฺถริตฺวา คมนกาโล วิย สนฺตติ ปวตฺตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๖๔๑) อุปมา กตา.

อุปมาวสาเน จ ‘‘เอวํ กึ กถิตํ โหติ? อายตเนน อาจโย กถิโต, อาจเยน อายตนํ กถิต’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺมา ยา รูปานํ ปฐมาภินิพฺพตฺติ, สา อาจโย. ยา เตสํ อุปริ อญฺเญสมฺปิ นิพฺพตฺตมานานํ นิพฺพตฺติ, สา วฑฺฒิอากาเรน อุปฏฺฐานโต อุปจโย. ยา เตสมฺปิ อุปริ ปุนปฺปุนํ อญฺเญสํ นิพฺพตฺตมานานํ นิพฺพตฺติ, สา อนุปพนฺธากาเรน อุปฏฺฐานโต สนฺตตีติ จ ปวุจฺจตีติ เวทิตพฺพา.

รูปปริปากลกฺขณา ชรตา, อุปนยนรสา, สภาวานปคเมปิ นวภาวาปคมปจฺจุปฏฺฐานา วีหิปุราณภาโว วิย, ปริปจฺจมานรูปปทฏฺฐานา. ขณฺฑิจฺจาทิภาเวน ทนฺตาทีสุ วิการทสฺสนโต อิทํ ปากฏชรํ สนฺธาย วุตฺตํ. อรูปธมฺมานํ ปน ปฏิจฺฉนฺนชรา นาม โหติ, ตสฺสา เอส วิกาโร นตฺถิ, ยา จ ปถวี อุทกปพฺพตจนฺทิมสูริยาทีสุ อวีจิชรา นาม.

ปริเภทลกฺขณา รูปสฺส อนิจฺจตา, สํสีทนรสา, ขยวยปจฺจุปฏฺฐานา, ปริภิชฺชมานรูปปทฏฺฐานา.

๔๔๕. โอชาลกฺขโณ กพฬีกาโร อาหาโร, รูปาหรณรโส, อุปตฺถมฺภนปจฺจุปฏฺฐาโน, กพฬํ กตฺวา อาหริตพฺพวตฺถุปทฏฺฐาโน. ยาย โอชาย สตฺตา ยาเปนฺติ, ตสฺสา เอตํ อธิวจนํ.

๔๔๖. อิมานิ ตาว ปาฬิยํ อาคตรูปาเนว. อฏฺฐกถายํ ปน พลรูปํ สมฺภวรูปํ ชาติรูปํ โรครูปํ เอกจฺจานํ มเตน มิทฺธรูปนฺติ เอวํ อญฺญานิปิ รูปานิ อาหริตฺวา ‘‘อทฺธา มุนีสิ สมฺพุทฺโธ, นตฺถิ นีวรณา ตวา’’ติอาทีนิ (สุ. นิ. ๕๔๖) วตฺวา มิทฺธรูปํ ตาว นตฺถิเยวาติ ปฏิกฺขิตฺตํ. อิตเรสุ โรครูปํ ชรตาอนิจฺจตาคฺคหเณน คหิตเมว, ชาติรูปํ อุปจยสนฺตติคฺคหเณน, สมฺภวรูปํ อาโปธาตุคฺคหเณน, พลรูปํ วาโยธาตุคฺคหเณน คหิตเมว. ตสฺมา เตสุ เอกมฺปิ วิสุํ นตฺถีติ สนฺนิฏฺฐานํ กตํ.

อิติ อิทํ จตุวีสติวิธํ อุปาทารูปํ ปุพฺเพ วุตฺตํ จตุพฺพิธํ ภูตรูปญฺจาติ อฏฺฐวีสติวิธํ รูปํ โหติ อนูนมนธิกํ.

๔๔๗. ตํ สพฺพมฺปิ น เหตุ อเหตุกํ เหตุวิปฺปยุตฺตํ สปฺปจฺจยํ โลกิยํ สาสวเมวาติอาทินา นเยน เอกวิธํ.

อชฺฌตฺติกํ พาหิรํ, โอฬาริกํ สุขุมํ, ทูเร สนฺติเก, นิปฺผนฺนํ อนิปฺผนฺนํ, ปสาทรูปํ นปสาทรูปํ, อินฺทฺริยํ อนินฺทฺริยํ, อุปาทิณฺณํ อนุปาทิณฺณนฺติอาทิวเสน ทุวิธํ.

ตตฺถ จกฺขาทิปญฺจวิธํ อตฺตภาวํ อธิกิจฺจ ปวตฺตตฺตา อชฺฌตฺติกํ, เสสํ ตโต พาหิรตฺตา พาหิรํ. จกฺขาทีนิ นว อาโปธาตุวชฺชิตา ติสฺโส ธาตุโย จาติ ทฺวาทสวิธํ ฆฏฺฏนวเสน คเหตพฺพโต โอฬาริกํ, เสสํ ตโต วิปรีตตฺตา สุขุมํ. ยํ สุขุมํ ตเทว ทุปฺปฏิวิชฺฌสภาวตฺตา ทูเร, อิตรํ สุปฺปฏิวิชฺฌสภาวตฺตา สนฺติเก. จตสฺโส ธาตุโย, จกฺขาทีนิ เตรส, กพฬีการาหาโร จาติ อฏฺฐารสวิธํ รูปํ ปริจฺเฉทวิการลกฺขณภาวํ อติกฺกมิตฺวา สภาเวเนว ปริคฺคเหตพฺพโต นิปฺผนฺนํ, เสสํ ตพฺพิปรีตตาย อนิปฺผนฺนํ. จกฺขาทิปญฺจวิธํ รูปาทีนํ คหณปจฺจยภาเวน อาทาสตลํ วิย วิปฺปสนฺนตฺตา ปสาทรูปํ, อิตรํ ตโต วิปรีตตฺตา นปสาทรูปํ. ปสาทรูปเมว อิตฺถินฺทฺริยาทิตฺตเยน สทฺธึ อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ, เสสํ ตโต วิปรีตตฺตา อนินฺทฺริยํ. ยํ กมฺมชนฺติ ปรโต วกฺขาม, ตํ กมฺเมน อุปาทิณฺณตฺตา อุปาทิณฺณํ, เสสํ ตโต วิปรีตตฺตา อนุปาทิณฺณํ.

๔๔๘. ปุน สพฺพเมว รูปํ สนิทสฺสนกมฺมชาทีนํ ติกานํ วเสน ติวิธํ โหติ. ตตฺถ โอฬาริเก รูปํ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ, เสสํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ. สพฺพมฺปิ สุขุมํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ. เอวํ ตาว สนิทสฺสนตฺติกวเสน ติวิธํ. กมฺมชาทิตฺติกวเสน ปน กมฺมโต ชาตํ กมฺมชํ, ตทญฺญปจฺจยชาตํ อกมฺมชํ, นกุโตจิชาตํ เนว กมฺมชํ นากมฺมชํ. จิตฺตโต ชาตํ จิตฺตชํ, ตทญฺญปจฺจยชาตํ อจิตฺตชํ, นกุโตจิชาตํ เนว จิตฺตชํ นาจิตฺตชํ, อาหารโต ชาตํ อาหารชํ, ตทญฺญปจฺจยชาตํ อนาหารชํ, นกุโตจิชาตํ เนว อาหารชํ นอนาหารชํ. อุตุโต ชาตํ อุตุชํ, ตทญฺญปจฺจยชาตํ อนุตุชํ, นกุโตจิชาตํ เนว อุตุชํ นอนุตุชนฺติ เอวํ กมฺมชาทิตฺติกวเสน ติวิธํ.

๔๔๙. ปุน ทิฏฺฐาทิรูปรูปาทิวตฺถาทิจตุกฺกวเสน จตุพฺพิธํ. ตตฺถ รูปายตนํ ทิฏฺฐํ นาม ทสฺสนวิสยตฺตา, สทฺทายตนํ สุตํ นาม สวนวิสยตฺตา, คนฺธรสโผฏฺฐพฺพตฺตยํ มุตํ นาม สมฺปตฺตคาหกอินฺทฺริยวิสยตฺตา, เสสํ วิญฺญาตํ นาม วิญฺญาณสฺเสว วิสยตฺตาติ เอวํ ตาว ทิฏฺฐาทิจตุกฺกวเสน จตุพฺพิธํ.

นิปฺผนฺนรูปํ ปเนตฺถ รูปรูปํ นาม, อากาสธาตุ ปริจฺเฉทรูปํ นาม, กายวิญฺญตฺติอาทิ กมฺมญฺญตาปริยนฺตํ วิการรูปํ นาม, ชาติชราภงฺคํ ลกฺขณรูปํ นามาติ เอวํ รูปรูปาทิจตุกฺกวเสน จตุพฺพิธํ.

ยํ ปเนตฺถ หทยรูปํ นาม, ตํ วตฺถุ น ทฺวารํ. วิญฺญตฺติทฺวยํ ทฺวารํ น วตฺถุ. ปสาทรูปํ วตฺถุ เจว ทฺวารญฺจ. เสสํ เนว วตฺถุ น ทฺวารนฺติ เอวํ วตฺถาทิจตุกฺกวเสน จตุพฺพิธํ.

๔๕๐. ปุน เอกชํ, ทฺวิชํ, ติชํ, จตุชํ, นกุโตจิชาตนฺติ อิเมสํ วเสน ปญฺจวิธํ. ตตฺถ กมฺมชเมว จิตฺตชเมว จ เอกชํ นาม. เตสุ สทฺธึ หทยวตฺถุนา อินฺทฺริยรูปํ กมฺมชเมว. วิญฺญตฺติทฺวยํ จิตฺตชเมว. ยํ ปน จิตฺตโต จ อุตุโต จ ชาตํ, ตํ ทฺวิชํ นาม, ตํ สทฺทายตนเมว. ยํ อุตุจิตฺตาหาเรหิ ชาตํ, ตํ ติชํ นาม, ตํ ปน ลหุตาทิตฺตยเมว. ยํ จตูหิปิ กมฺมาทีหิ ชาตํ, ตํ จตุชํ นาม, ตํ ลกฺขณรูปวชฺชํ อวเสสํ โหติ. ลกฺขณรูปํ ปน นกุโตจิชาตํ. กสฺมา? น หิ อุปฺปาทสฺส อุปฺปาโท อตฺถิ, อุปฺปนฺนสฺส จ ปริปากเภทมตฺตํ อิตรทฺวยํ. ยมฺปิ ‘‘รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส ลหุตา, รูปสฺส มุทุตา, รูปสฺส กมฺมญฺญตา, รูปสฺส อุปจโย, รูปสฺส สนฺตติ, กพฬีกาโร อาหาโร, อิเม ธมฺมา จิตฺตสมุฏฺฐานา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๒๐๑) ชาติยา กุโตจิชาตตฺตํ อนุญฺญาตํ, ตํ ปน รูปชนกปจฺจยานํ กิจฺจานุภาวกฺขเณ ทิฏฺฐตฺตาติ เวทิตพฺพํ.

อิทํ ตาว รูปกฺขนฺเธ วิตฺถารกถามุขํ.

วิญฺญาณกฺขนฺธกถา

๔๕๑. อิตเรสุ ปน ยํกิญฺจิ เวทยิตลกฺขณํ, สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวา เวทนากฺขนฺโธ; ยํกิญฺจิ สญฺชานนลกฺขณํ, สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวา สญฺญากฺขนฺโธ; ยํกิญฺจิ อภิสงฺขรณลกฺขณํ, สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวา สงฺขารกฺขนฺโธ; ยํกิญฺจิ วิชานนลกฺขณํ, สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวา วิญฺญาณกฺขนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ยสฺมา วิญฺญาณกฺขนฺเธ วิญฺญาเต อิตเร สุวิญฺเญยฺยา โหนฺติ, ตสฺมา วิญฺญาณกฺขนฺธํ อาทึ กตฺวา วณฺณนํ กริสฺสาม.

ยํกิญฺจิ วิชานนลกฺขณํ, สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวา วิญฺญาณกฺขนฺโธ เวทิตพฺโพติ หิ วุตฺตํ. กิญฺจ วิชานนลกฺขณํ วิญฺญาณํ? ยถาห ‘‘วิชานาติ วิชานาตีติ โข, อาวุโส, ตสฺมา วิญฺญาณนฺติ วุจฺจตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๔๙). วิญฺญาณํ จิตฺตํ มโนติ อตฺถโต เอกํ. ตเทตํ วิชานนลกฺขเณน สภาวโต เอกวิธมฺปิ ชาติวเสน ติวิธํ กุสลํ, อกุสลํ, อพฺยากตญฺจ.

๔๕๒. ตตฺถ กุสลํ ภูมิเภทโต จตุพฺพิธํ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ โลกุตฺตรญฺจ. ตตฺถ กามาวจรํ โสมนสฺสุเปกฺขาญาณสงฺขารเภทโต อฏฺฐวิธํ. เสยฺยถิทํ – โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ สสงฺขารญฺจ, ตถา ญาณวิปฺปยุตฺตํ. อุเปกฺขาสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ สสงฺขารญฺจ, ตถา ญาณวิปฺปยุตฺตํ.

ยทา หิ เทยฺยธมฺมปฏิคฺคาหกาทิสมฺปตฺตึ อญฺญํ วา โสมนสฺสเหตุํ อาคมฺม หฏฺฐปหฏฺโฐ ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตํ (ม. นิ. ๑.๔๔๑) สมฺมาทิฏฺฐึ ปุรกฺขตฺวา อสํสีทนฺโต อนุสฺสาหิโต ปเรหิ ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรติ, ตทาสฺส โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ อสงฺขารํ โหติ. ยทา ปน วุตฺตนเยน หฏฺฐตุฏฺโฐ สมฺมาทิฏฺฐึ ปุรกฺขตฺวา อมุตฺตจาคตาทิวเสน สํสีทมาโน วา ปเรหิ วา อุสฺสาหิโต กโรติ, ตทาสฺส ตเทว จิตฺตํ สสงฺขารํ โหติ. อิมสฺมิญฺหิ อตฺเถ สงฺขาโรติ เอตํ อตฺตโน วา ปเรสํ วา วเสน ปวตฺตสฺส ปุพฺพปโยคสฺสาธิวจนํ. ยทา ปน ญาติชนสฺส ปฏิปตฺติทสฺสเนน ชาตปริจยา พาลทารกา ภิกฺขู ทิสฺวา โสมนสฺสชาตา สหสา กิญฺจิเทว หตฺถคตํ ททนฺติ วา วนฺทนฺติ วา, ตทา ตติยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยทา ปน ‘‘เทถ วนฺทถาติ’’ ญาตีหิ อุสฺสาหิตา เอวํ ปฏิปชฺชนฺติ, ตทา จตุตฺถํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยทา ปน เทยฺยธมฺมปฏิคฺคาหกาทีนํ อสมฺปตฺตึ อญฺเญสํ วา โสมนสฺสเหตูนํ อภาวํ อาคมฺม จตูสุปิ วิกปฺเปสุ โสมนสฺสรหิตา โหนฺติ, ตทา เสสานิ จตฺตาริ อุเปกฺขาสหคตานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ. เอวํ โสมนสฺสุเปกฺขาญาณสงฺขารเภทโต อฏฺฐวิธํ กามาวจรกุสลํ เวทิตพฺพํ.

รูปาวจรํ ปน ฌานงฺคโยคเภทโต ปญฺจวิธํ โหติ. เสยฺยถิทํ, วิตกฺกวิจารปีติสุขสมาธิยุตฺตํ ปฐมํ, อติกฺกนฺตวิตกฺกํ ทุติยํ, ตโต อติกฺกนฺตวิจารํ ตติยํ, ตโต วิรตฺตปีติกํ จตุตฺถํ, อตฺถงฺคตสุขํ อุเปกฺขาสมาธิยุตฺตํ ปญฺจมนฺติ.

อรูปาวจรํ จตุนฺนํ อารุปฺปานํ โยควเสน จตุพฺพิธํ. วุตฺตปฺปกาเรน หิ อากาสานญฺจายตนชฺฌาเนน สมฺปยุตฺตํ ปฐมํ, วิญฺญาณญฺจายตนาทีหิ ทุติยตติยจตุตฺถานิ. โลกุตฺตรํ จตุมคฺคสมฺปโยคโต จตุพฺพิธนฺติ เอวํ ตาว กุสลวิญฺญาณเมว เอกวีสติวิธํ โหติ.

๔๕๓. อกุสลํ ปน ภูมิโต เอกวิธํ กามาวจรเมว, มูลโต ติวิธํ โลภมูลํ โทสมูลํ โมหมูลญฺจ.

ตตฺถ โลภมูลํ โสมนสฺสุเปกฺขาทิฏฺฐิคตสงฺขารเภทโต อฏฺฐวิธํ. เสยฺยถิทํ, โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ สสงฺขารญฺจ, ตถา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ. อุเปกฺขาสหคตํ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ สสงฺขารญฺจ, ตถา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ.

ยทา หิ ‘‘นตฺถิ กาเมสุ อาทีนโว’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๙) อาทินา นเยน มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปุรกฺขตฺวา หฏฺฐตุฏฺโฐ กาเม วา ปริภุญฺชติ, ทิฏฺฐมงฺคลาทีนิ วา สารโต ปจฺเจติ สภาวติกฺเขเนว อนุสฺสาหิเตน จิตฺเตน, ตทา ปฐมํ อกุสลจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยทา มนฺเทน สมุสฺสาหิเตน จิตฺเตน, ตทา ทุติยํ. ยทา มิจฺฉาทิฏฺฐึ อปุรกฺขตฺวา เกวลํ หฏฺฐตุฏฺโฐ เมถุนํ วา เสวติ, ปรสมฺปตฺตึ วา อภิชฺฌายติ, ปรภณฺฑํ วา หรติ สภาวติกฺเขเนว อนุสฺสาหิเตน จิตฺเตน, ตทา ตติยํ. ยทา มนฺเทน สมุสฺสาหิเตน จิตฺเตน, ตทา จตุตฺถํ. ยทา ปน กามานํ วา อสมฺปตฺตึ อาคมฺม อญฺเญสํ วา โสมนสฺสเหตูนํ อภาเวน จตูสุปิ วิกปฺเปสุ โสมนสฺสรหิตา โหนฺติ, ตทา เสสานิ จตฺตาริ อุเปกฺขาสหคตานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ เอวํ โสมนสฺสุเปกฺขาทิฏฺฐิคตสงฺขารเภทโต อฏฺฐวิธํ โลภมูลํ เวทิตพฺพํ.

โทสมูลํ ปน โทมนสฺสสหคตํ ปฏิฆสมฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ สสงฺขารนฺติ ทุวิธเมว โหติ, ตสฺส ปาณาติปาตาทีสุ ติกฺขมนฺทปฺปวตฺติกาเล ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

โมหมูลํ อุเปกฺขาสหคตํ วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺตํ อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตญฺจาติ ทุวิธํ. ตสฺส สนฺนิฏฺฐานวิกฺเขปกาเล ปวตฺติ เวทิตพฺพาติ เอวํ อกุสลวิญฺญาณํ ทฺวาทสวิธํ โหติ.

๔๕๔. อพฺยากตํ ชาติเภทโต ทุวิธํ วิปากํ กิริยญฺจ. ตตฺถ วิปากํ ภูมิโต จตุพฺพิธํ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ โลกุตฺตรญฺจ. ตตฺถ กามาวจรํ ทุวิธํ กุสลวิปากํ อกุสลวิปากญฺจ. กุสลวิปากมฺปิ ทุวิธํ อเหตุกํ สเหตุกญฺจ.

ตตฺถ อโลภาทิวิปากเหตุวิรหิตํ อเหตุกํ, ตํ จกฺขุวิญฺญาณํ, โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณํ, สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจา มโนธาตุ, สนฺตีรณาทิกิจฺจา เทฺว มโนวิญฺญาณธาตุโย จาติ อฏฺฐวิธํ.

ตตฺถ จกฺขุสนฺนิสฺสิตรูปวิชานนลกฺขณํ จกฺขุวิญฺญาณํ, รูปมตฺตารมฺมณรสํ, รูปาภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, รูปารมฺมณาย กิริยมโนธาตุยา อปคมปทฏฺฐานํ. โสตาทิสนฺนิสฺสิตสทฺทาทิวิชานนลกฺขณานิ โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณานิ, สทฺทาทิมตฺตารมฺมณรสานิ, สทฺทาทิอภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานานิ, สทฺทารมฺมณาทีนํ กิริยมโนธาตูนํ อปคมปทฏฺฐานานิ.

จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อนนฺตรํ รูปาทิวิชานนลกฺขณา มโนธาตุ, รูปาทิสมฺปฏิจฺฉนรสา, ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานา, จกฺขุวิญฺญาณาทิอปคมปทฏฺฐานา.

อเหตุกวิปากา สฬารมฺมณวิชานนลกฺขณา ทุวิธาปิ สนฺตีรณาทิกิจฺจา มโนวิญฺญาณธาตุ, สนฺตีรณาทิรสา, ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานา, หทยวตฺถุปทฏฺฐานา. โสมนสฺสุเปกฺขาโยคโต ปน ทฺวิปญฺจฏฺฐานเภทโต จ ตสฺสา เภโท. เอตาสุ หิ เอกา เอกนฺตมิฏฺฐารมฺมเณ ปวตฺติสพฺภาวโต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตา หุตฺวา สนฺตีรณตทารมฺมณวเสน ปญฺจทฺวาเร เจว ชวนาวสาเน จ ปวตฺตนโต ทฺวิฏฺฐานา โหติ. เอกา อิฏฺฐมชฺฌตฺตารมฺมเณ ปวตฺติสพฺภาวโต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตา หุตฺวา สนฺตีรณตทารมฺมณปฏิสนฺธิภวงฺคจุติวเสน ปวตฺตนโต ปญฺจฏฺฐานา โหติ.

อฏฺฐวิธมฺปิ เจตํ อเหตุกวิปากวิญฺญาณํ นิยตานิยตารมฺมณตฺตา ทุวิธํ. อุเปกฺขาสุขโสมนสฺสเภทโต ติวิธํ. วิญฺญาณปญฺจกํ เหตฺถ นิยตารมฺมณํ ยถากฺกมํ รูปาทีสุเยว ปวตฺติโต, เสสํ อนิยตารมฺมณํ. ตตฺร หิ มโนธาตุ ปญฺจสุปิ รูปาทีสุ ปวตฺตติ, มโนวิญฺญาณธาตุทฺวยํ ฉสูติ. กายวิญฺญาณํ ปเนตฺถ สุขยุตฺตํ, ทฺวิฏฺฐานา มโนวิญฺญาณธาตุ โสมนสฺสยุตฺตา, เสสํ อุเปกฺขายุตฺตนฺติ. เอวํ ตาว กุสลวิปากาเหตุกํ อฏฺฐวิธํ เวทิตพฺพํ.

อโลภาทิวิปากเหตุสมฺปยุตฺตํ ปน สเหตุกํ, ตํ กามาวจรกุสลํ วิย โสมนสฺสาทิ เภทโต อฏฺฐวิธํ. ยถา ปน กุสลํ ทานาทิวเสน ฉสุ อารมฺมเณสุ ปวตฺตติ, น อิทํ ตถา. อิทญฺหิ ปฏิสนฺธิภวงฺคจุติตทารมฺมณวเสน ปริตฺตธมฺมปริยาปนฺเนสุเยว ฉสุ อารมฺมเณสุ ปวตฺตติ. สงฺขาราสงฺขารภาโว ปเนตฺถ อาคมนาทิวเสน เวทิตพฺโพ. สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺจ วิเสเส อสติปิ อาทาสตลาทีสุ มุขนิมิตฺตํ วิย นิรุสฺสาหํ วิปากํ, มุขํ วิย สอุสฺสาหํ กุสลนฺติ เวทิตพฺพํ.

เกวลํ หิ อกุสลวิปากํ อเหตุกเมว, ตํ จกฺขุวิญฺญาณํ, โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณํ, สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจา มโนธาตุ, สนฺตีรณาทิกิจฺจา ปญฺจฏฺฐานา มโนวิญฺญาณธาตูติ สตฺตวิธํ. ตํ ลกฺขณาทิโต กุสลาเหตุกวิปาเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

เกวลญฺหิ กุสลวิปากานิ อิฏฺฐอิฏฺฐมชฺฌตฺตารมฺมณานิ, อิมานิ อนิฏฺฐอนิฏฺฐมชฺฌตฺตารมฺมณานิ. ตานิ จ อุเปกฺขาสุขโสมนสฺสเภทโต ติวิธานิ, อิมานิ ทุกฺขอุเปกฺขาวเสน ทุวิธานิ. เอตฺถ หิ กายวิญฺญาณํ ทุกฺขสหคตเมว, เสสานิ อุเปกฺขาสหคตานิ. สา จ เตสุ อุเปกฺขา หีนา ทุกฺขํ วิย นาติติขิณา, อิตเรสุ อุเปกฺขา ปณีตา สุขํ วิย นาติติขิณา. อิติ อิเมสํ สตฺตนฺนํ อกุสลวิปากานํ ปุริมานญฺจ โสฬสนฺนํ กุสลวิปากานํ วเสน กามาวจรํ วิปากวิญฺญาณํ เตวีสติวิธํ.

รูปาวจรํ ปน กุสลํ วิย ปญฺจวิธํ. กุสลํ ปน สมาปตฺติวเสน ชวนวีถิยํ ปวตฺตติ. อิทํ อุปปตฺติยํ ปฏิสนฺธิภวงฺคจุติวเสน. ยถา จ รูปาวจรํ, เอวํ อรูปาวจรมฺปิ กุสลํ วิย จตุพฺพิธํ. ปวตฺติเภโทปิสฺส รูปาวจเร วุตฺตนโย เอว. โลกุตฺตรวิปากํ จตุมคฺคยุตฺตจิตฺตผลตฺตา จตุพฺพิธํ, ตํ มคฺควีถิวเสน เจว สมาปตฺติวเสน จ ทฺวิธา ปวตฺตติ. เอวํ สพฺพมฺปิ จตูสุ ภูมีสุ ฉตฺตึสวิธํ วิปากวิญฺญาณํ โหติ.

กิริยํ ปน ภูมิเภทโต ติวิธํ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรญฺจ. ตตฺถ กามาวจรํ ทุวิธํ อเหตุกํ สเหตุกญฺจ. ตตฺถ อโลภาทิกิริยเหตุวิรหิตํ อเหตุกํ, ตํ มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตุเภทโต ทุวิธํ.

ตตฺถ จกฺขุวิญฺญาณาทิปุเรจรรูปาทิวิชานนลกฺขณา มโนธาตุ, อาวชฺชนรสา, รูปาทิอภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานา, ภวงฺควิจฺเฉทปทฏฺฐานา, สา อุเปกฺขายุตฺตาว โหติ.

มโนวิญฺญาณธาตุ ปน ทุวิธา สาธารณา อสาธารณา จ. ตตฺถ สาธารณา อุเปกฺขาสหคตาเหตุกกิริยา สฬารมฺมณวิชานนลกฺขณา, กิจฺจวเสน ปญฺจทฺวารมโนทฺวาเรสุ โวฏฺฐพฺพนาวชฺชนรสา, ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานา, อเหตุกวิปากมโนวิญฺญาณธาตุ ภวงฺคานํ อญฺญตราปคมปทฏฺฐานา.

อสาธารณา โสมนสฺสสหคตาเหตุกกิริยา สฬารมฺมณวิชานนลกฺขณา, กิจฺจวเสน อรหตํ อนุฬาเรสุ วตฺถูสุ หสิตุปฺปาทนรสา, ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานา, เอกนฺตโต หทยวตฺถุปทฏฺฐานาติ. อิติ กามาวจรกิริยํ อเหตุกํ ติวิธํ.

สเหตุกํ ปน โสมนสฺสาทิเภทโต กุสลํ วิย อฏฺฐวิธํ. เกวลญฺหิ กุสลํ เสกฺขปุถุชฺชนานํ อุปฺปชฺชติ, อิทํ อรหตํเยวาติ อยเมตฺถ วิเสโส. เอวํ ตาว กามาวจรํ เอกาทสวิธํ.

รูปาวจรํ ปน อรูปาวจรญฺจ กุสลํ วิย ปญฺจวิธํ จตุพฺพิธญฺจ โหติ. อรหตํ อุปฺปตฺติวเสเนว จสฺส กุสลโต วิเสโส เวทิตพฺโพติ. เอวํ สพฺพมฺปิ ตีสุ ภูมีสุ วีสติวิธํ กิริยวิญฺญาณํ โหติ.

๔๕๕. อิติ เอกวีสติ กุสลานิ ทฺวาทสากุสลานิ ฉตฺตึส วิปากานิ วีสติ กิริยานีติ สพฺพานิปิ เอกูนนวุติ วิญฺญาณานิ โหนฺติ. ยานิ ปฏิสนฺธิภวงฺคาวชฺชนทสฺสนสวนฆายนสายนผุสนสมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณโวฏฺฐพฺพนชวนตทารมฺมณจุติวเสน จุทฺทสหิ อากาเรหิ ปวตฺตนฺติ.

กถํ? ยทา หิ อฏฺฐนฺนํ กามาวจรกุสลานํ อานุภาเวน เทวมนุสฺเสสุ สตฺตา นิพฺพตฺตนฺติ, ตทา เนสํ มรณกาเล ปจฺจุปฏฺฐิตํ กมฺมกมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตานํ อญฺญตรํ อารมฺมณํ กตฺวา อฏฺฐ สเหตุกกามาวจรวิปากานิ, มนุสฺเสสุ ปณฺฑกาทิภาวํ อาปชฺชมานานํ ทุพฺพลทฺวิเหตุกกุสลวิปากอุเปกฺขาสหคตาเหตุกวิปากมโนวิญฺญาณธาตุ จาติ ปฏิสนฺธิวเสน นว วิปากจิตฺตานิ ปวตฺตนฺติ. ยทา รูปาวจรารูปาวจรกุสลานุภาเวน รูปารูปภเวสุ นิพฺพตฺตนฺติ, ตทา เนสํ มรณกาเล ปจฺจุปฏฺฐิตํ กมฺมนิมิตฺตเมว อารมฺมณํ กตฺวา นว รูปารูปาวจรวิปากานิ ปฏิสนฺธิวเสน ปวตฺตนฺติ.

ยทา ปน อกุสลานุภาเวน อปาเย นิพฺพตฺตนฺติ, ตทา เนสํ มรณกาเล ปจฺจุปฏฺฐิตํ กมฺมกมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตานํ อญฺญตรํ อารมฺมณํ กตฺวา เอกา อกุสลวิปากาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ ปฏิสนฺธิวเสน ปวตฺตตีติ เอวํ ตาเวตฺถ เอกูนวีสติยา วิปากวิญฺญาณานํ ปฏิสนฺธิวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณ ปน นิรุทฺเธ ตํ ตํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณมนุพนฺธมานํ ตสฺส ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากภูตํ ตสฺมิญฺเญว อารมฺมเณ ตาทิสเมว ภวงฺควิญฺญาณํ นาม ปวตฺตติ, ปุนปิ ตาทิสนฺติ เอวํ อสติ สนฺตานวินิวตฺตเก อญฺญสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท นทีโสตํ วิย สุปินํ อปสฺสโต นิทฺโทกฺกมนกาลาทีสุ อปริมาณสงฺขฺยมฺปิ ปวตฺตติเยวาติ เอวํ เตสญฺเญว วิญฺญาณานํ ภวงฺควเสนาปิ ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

เอวํ ปวตฺเต ปน ภวงฺคสนฺตาเน ยทา สตฺตานํ อินฺทฺริยานิ อารมฺมณคหณกฺขมานิ โหนฺติ, ตทา จกฺขุสฺสาปาถคเต รูเป รูปํ ปฏิจฺจ จกฺขุปสาทสฺส ฆฏฺฏนา โหติ, ตโต ฆฏฺฏนานุภาเวน ภวงฺคจลนํ โหติ, อถ นิรุทฺเธ ภวงฺเค ตเทว รูปํ อารมฺมณํ กตฺวา ภวงฺคํ วิจฺฉินฺทมานา วิย อาวชฺชนกิจฺจํ สาธยมานา กิริยมโนธาตุ อุปฺปชฺชติ. โสตทฺวาราทีสุปิ เอเสว นโย. มโนทฺวาเร ปน ฉพฺพิเธปิ อารมฺมเณ อาปาถคเต ภวงฺคจลนานนฺตรํ ภวงฺคํ วิจฺฉินฺทมานา วิย อาวชฺชนกิจฺจํ สาธยมานา อเหตุกกิริยมโนวิญฺญาณธาตุ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาสหคตาติ เอวํ ทฺวินฺนํ กิริยวิญฺญาณานํ อาวชฺชนวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

อาวชฺชนานนฺตรํ ปน จกฺขุทฺวาเร ตาว ทสฺสนกิจฺจํ สาธยมานํ จกฺขุปสาทวตฺถุกํ จกฺขุวิญฺญาณํ, โสตทฺวาราทีสุ สวนาทิกิจฺจํ สาธยมานานิ โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณานิ ปวตฺตนฺติ. ตานิ อิฏฺฐอิฏฺฐมชฺฌตฺเตสุ วิสเยสุ กุสลวิปากานิ, อนิฏฺฐอนิฏฺฐมชฺฌตฺเตสุ วิสเยสุ อกุสลวิปากานีติ เอวํ ทสนฺนํ วิปากวิญฺญาณานํ ทสฺสนสวนฆายนสายนผุสนวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

‘‘จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ ตชฺชา มโนธาตู’’ติอาทิวจนโต (วิภ. ๑๘๔) ปน จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อนนฺตรา เตสญฺเญว วิสยํ สมฺปฏิจฺฉมานา กุสลวิปากานนฺตรํ กุสลวิปากา, อกุสลวิปากานนฺตรํ อกุสลวิปากา มโนธาตุ อุปฺปชฺชติ. เอวํ ทฺวินฺนํ วิปากวิญฺญาณานํ สมฺปฏิจฺฉนวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

‘‘มโนธาตุยาปิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ ตชฺชามโนวิญฺญาณธาตู’’ติ (วิภ. ๑๘๔) วจนโต ปน มโนธาตุยา สมฺปฏิจฺฉิตเมว วิสยํ สนฺตีรยมานา อกุสลวิปากมโนธาตุยา อนนฺตรา อกุสลวิปากา, กุสลวิปากาย อนนฺตรา อิฏฺฐารมฺมเณ โสมนสฺสสหคตา, อิฏฺฐมชฺฌตฺเต อุเปกฺขาสหคตา อุปฺปชฺชติ วิปากาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตูติ เอวํ ติณฺณํ วิปากวิญฺญาณานํ สนฺตีรณวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

สนฺตีรณานนฺตรํ ปน ตเมว วิสยํ ววตฺถาปยมานา อุปฺปชฺชติ กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ อุเปกฺขาสหคตาติ เอวํ เอกสฺเสว กิริยวิญฺญาณสฺส โวฏฺฐพฺพนวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

โวฏฺฐพฺพนานนฺตรํ ปน สเจ มหนฺตํ โหติ รูปาทิอารมฺมณํ, อถ ยถาววตฺถาปิเต วิสเย อฏฺฐนฺนํ วา กามาวจรกุสลานํ ทฺวาทสนฺนํ วา อกุสลานํ นวนฺนํ วา อวเสสกามาวจรกิริยานํ อญฺญตรวเสน ฉ สตฺต วา ชวนานิ ชวนฺติ, เอโส ตาว ปญฺจทฺวาเร นโย.

มโนทฺวาเร ปน มโนทฺวาราวชฺชนานนฺตรํ ตานิเยว. โคตฺรภุโต อุทฺธํ รูปาวจรโต ปญฺจ กุสลานิ ปญฺจ กิริยานิ, อรูปาวจรโต จตฺตาริ กุสลานิ จตฺตาริ กิริยานิ, โลกุตฺตรโต จตฺตาริ มคฺคจิตฺตานิ จตฺตาริ ผลจิตฺตานีติ อิเมสุ ยํ ยํ ลทฺธปจฺจยํ โหติ, ตํ ตํ ชวตีติ เอวํ ปญฺจปญฺญาสาย กุสลากุสลกิริยวิปากวิญฺญาณานํ ชวนวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

ชวนาวสาเน ปน สเจ ปญฺจทฺวาเร อติมหนฺตํ, มโนทฺวาเร จ วิภูตมารมฺมณํ โหติ, อถ กามาวจรสตฺตานํ กามาวจรชวนาวสาเน อิฏฺฐารมฺมณาทีนํ ปุริมกมฺมชวนจิตฺตาทีนญฺจ วเสน โย โย ปจฺจโย ลทฺโธ โหติ, ตสฺส ตสฺส วเสน อฏฺฐสุ สเหตุกกามาวจรวิปาเกสุ ตีสุ วิปากาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตูสุ จ อญฺญตรํ ปฏิโสตคตํ นาวํ อนุพนฺธมานํ กิญฺจิ อนฺตรํ อุทกมิว ภวงฺคสฺสารมฺมณโต อญฺญสฺมึ อารมฺมเณ ชวิตํ ชวนมนุพนฺธํ ทฺวิกฺขตฺตุํ สกึ วา วิปากวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ. ตเทตํ ชวนาวสาเน ภวงฺคสฺส อารมฺมเณ ปวตฺตนารหํ สมานํ ตสฺส ชวนสฺส อารมฺมณํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตตฺตา ตทารมฺมณนฺติ วุจฺจติ. เอวํ เอกาทสนฺนํ วิปากวิญฺญาณานํ ตทารมฺมณวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

ตทารมฺมณาวสาเน ปน ปุน ภวงฺคเมว ปวตฺตติ, ภวงฺเค วิจฺฉินฺเน ปุน อาวชฺชนาทีนีติ เอวํ ลทฺธปจฺจยจิตฺตสนฺตานํ ภวงฺคานนฺตรํ อาวชฺชนํ อาวชฺชนานนฺตรํ ทสฺสนาทีนีติ จิตฺตนิยมวเสเนว ปุนปฺปุนํ ตาว ปวตฺตติ, ยาว เอกสฺมึ ภเว ภวงฺคสฺส ปริกฺขโย. เอกสฺมึ หิ ภเว ยํ สพฺพปจฺฉิมํ ภวงฺคจิตฺตํ, ตํ ตโต จวนตฺตา จุตีติ วุจฺจติ. ตสฺมา ตมฺปิ เอกูนวีสติวิธเมว โหติ. เอวํ เอกูนวีสติยา วิปากวิญฺญาณานํ จุติวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

จุติโต ปน ปุน ปฏิสนฺธิ, ปฏิสนฺธิโต ปุน ภวงฺคนฺติ เอวํ ภวคติฐิตินิวาเสสุ สํสรมานานํ สตฺตานํ อวิจฺฉินฺนํ จิตฺตสนฺตานํ ปวตฺตติเยว. โย ปเนตฺถ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตสฺส จุติจิตฺเต นิรุทฺเธ นิรุทฺธเมว โหตีติ.

อิทํ วิญฺญาณกฺขนฺเธ วิตฺถารกถามุขํ.

เวทนากฺขนฺธกถา

๔๕๖. อิทานิ ยํ วุตฺตํ ‘‘ยํกิญฺจิ เวทยิตลกฺขณํ, สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวา เวทนากฺขนฺโธ เวทิตพฺโพ’’ติ, เอตฺถาปิ เวทยิตลกฺขณํ นาม เวทนาว. ยถาห – ‘‘เวทยติ เวทยตีติ โข อาวุโส, ตสฺมา เวทนาติ วุจฺจตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๐). สา ปน เวทยิตลกฺขเณน สภาวโต เอกวิธาปิ ชาติวเสน ติวิธา โหติ กุสลา, อกุสลา, อพฺยากตา จาติ.

ตตฺถ กามาวจรํ โสมนสฺสุเปกฺขาญาณสงฺขารเภทโต อฏฺฐวิธนฺติอาทินา นเยน วุตฺเตน กุสลวิญฺญาเณน สมฺปยุตฺตา กุสลา, อกุสเลน สมฺปยุตฺตา อกุสลา, อพฺยากเตน สมฺปยุตฺตา อพฺยากตาติ เวทิตพฺพา. สา สภาวเภทโต ปญฺจวิธา โหติ – สุขํ ทุกฺขํ โสมนสฺสํ โทมนสฺสํ อุเปกฺขาติ.

ตตฺถ กุสลวิปาเกน กายวิญฺญาเณน สมฺปยุตฺตํ สุขํ. อกุสลวิปาเกน ทุกฺขํ. กามาวจรโต จตูหิ กุสเลหิ, จตูหิ สเหตุกวิปาเกหิ, เอเกน อเหตุกวิปาเกน, จตูหิ สเหตุกกิริเยหิ, เอเกน อเหตุกกิริเยน, จตูหิ อกุสเลหิ, รูปาวจรโต ฐเปตฺวา ปญฺจมชฺฌานวิญฺญาณํ จตูหิ กุสเลหิ, จตูหิ วิปาเกหิ, จตูหิ กิริเยหิ, โลกุตฺตรํ ปน ยสฺมา อฌานิกํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา อฏฺฐ โลกุตฺตรานิ ปญฺจนฺนํ ฌานานํ วเสน จตฺตาลีสํ โหนฺติ. เตสุ ฐเปตฺวา อฏฺฐ ปญฺจมชฺฌานิกานิ เสเสหิ ทฺวตฺตึสาย กุสลวิปาเกหีติ เอวํ โสมนสฺสํ ทฺวาสฏฺฐิยา วิญฺญาเณหิ สมฺปยุตฺตํ. โทมนสฺสํ ทฺวีหิ อกุสเลหิ. อุเปกฺขา อวเสสปญฺจปญฺญาสาย วิญฺญาเณหิ สมฺปยุตฺตา.

ตตฺถ อิฏฺฐโผฏฺฐพฺพานุภวนลกฺขณํ สุขํ, สมฺปยุตฺตานํ อุปพฺรูหนรสํ, กายิกอสฺสาทปจฺจุปฏฺฐานํ, กายินฺทฺริยปทฏฺฐานํ.

อนิฏฺฐโผฏฺฐพฺพานุภวนลกฺขณํ ทุกฺขํ, สมฺปยุตฺตานํ มิลาปนรสํ, กายิกาพาธปจฺจุปฏฺฐานํ, กายินฺทฺริยปทฏฺฐานํ.

อิฏฺฐารมฺมณานุภวนลกฺขณํ โสมนสฺสํ, ยถา ตถา วา อิฏฺฐาการสมฺโภครสํ, เจตสิกอสฺสาทปจฺจุปฏฺฐานํ, ปสฺสทฺธิปทฏฺฐานํ.

อนิฏฺฐารมฺมณานุภวนลกฺขณํ โทมนสฺสํ, ยถา ตถา วา อนิฏฺฐาการสมฺโภครสํ, เจตสิกาพาธปจฺจุปฏฺฐานํ, เอกนฺเตเนว หทยวตฺถุปทฏฺฐานํ.

มชฺฌตฺตเวทยิตลกฺขณา อุเปกฺขา, สมฺปยุตฺตานํ นาติอุปพฺรูหนมิลาปนรสา, สนฺตภาวปจฺจุปฏฺฐานา, นิปฺปีติกจิตฺตปทฏฺฐานาติ.

อิทํ เวทนากฺขนฺเธ วิตฺถารกถามุขํ.

สญฺญากฺขนฺธกถา

๔๕๗. อิทานิ ยํ วุตฺตํ ‘‘ยํกิญฺจิ สญฺชานนลกฺขณํ, สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวา สญฺญากฺขนฺโธ เวทิตพฺโพ’’ติ, เอตฺถาปิ สญฺชานนลกฺขณํ นาม สญฺญาว. ยถาห – ‘‘สญฺชานาติ สญฺชานาตีติ โข, อาวุโส, ตสฺมา สญฺญาติ วุจฺจตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๐). สา ปเนสา สญฺชานนลกฺขเณน สภาวโต เอกวิธาปิ ชาติวเสน ติวิธา โหติ กุสลา, อกุสลา, อพฺยากตา จ.