๑. สีลนิทฺเทโส
สีลสรูปาทิกถา
๖. เอวํ อเนกคุณสงฺคาหเกน สีลสมาธิปญฺญามุเขน เทสิโตปิ ปเนส วิสุทฺธิมคฺโค อติสงฺเขปเทสิโตเยว โหติ. ตสฺมา นาลํ สพฺเพสํ อุปการายาติ วิตฺถารมสฺส ทสฺเสตุํ สีลํ ตาว อารพฺภ อิทํ ปญฺหากมฺมํ โหติ.
กึ สีลํ, เกนฏฺเฐน สีลํ, กานสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ, กิมานิสํสํ สีลํ, กติวิธํ เจตํ สีลํ, โก จสฺส สํกิเลโส, กึ โวทานนฺติ.
ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ. กึ สีลนฺติ ปาณาติปาตาทีหิ วา วิรมนฺตสฺส วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนาทโย ธมฺมา. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘กึ สีลนฺติ เจตนา สีลํ, เจตสิกํ สีลํ, สํวโร สีลํ, อวีติกฺกโม สีล’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๙). ตตฺถ เจตนา สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วา วิรมนฺตสฺส วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนา. เจตสิกํ สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺตสฺส วิรติ. อปิจ เจตนา สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีนิ ปชหนฺตสฺส สตฺต กมฺมปถเจตนา. เจตสิกํ สีลํ นาม ‘‘อภิชฺฌํ ปหาย วิคตาภิชฺเฌน เจตสา วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๑๗) อาทินา นเยน วุตฺตา อนภิชฺฌาพฺยาปาทสมฺมาทิฏฺฐิธมฺมา. สํวโร สีลนฺติ เอตฺถ ปญฺจวิเธน สํวโร เวทิตพฺโพ ปาติโมกฺขสํวโร, สติสํวโร, ญาณสํวโร, ขนฺติสํวโร, วีริยสํวโรติ. ตตฺถ อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโตติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ ปาติโมกฺขสํวโร. รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตีติ (ที. นิ. ๑.๒๑๓) อยํ สติสํวโร.
ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา;)
สติ เตสํ นิวารณํ;
โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธิยฺยเรติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑);
อยํ ญาณสํวโร. ปจฺจยปฏิเสวนมฺปิ เอตฺเถว สโมธานํ คจฺฉติ. โย ปนายํ ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสาติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน อาคโต, อยํ ขนฺติสํวโร นาม. โย จายํ อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตีติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน อาคโต, อยํ วีริยสํวโร นาม. อาชีวปาริสุทฺธิปิ เอตฺเถว สโมธานํ คจฺฉติ. อิติ อยํ ปญฺจวิโธปิ สํวโร, ยา จ ปาปภีรุกานํ กุลปุตฺตานํ สมฺปตฺตวตฺถุโต วิรติ, สพฺพมฺเปตํ สํวรสีลนฺติ เวทิตพฺพํ. อวีติกฺกโม สีลนฺติ สมาทินฺนสีลสฺส กายิกวาจสิโก อนติกฺกโม. อิทํ ตาว กึ สีลนฺติ ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชนํ.
๗. อวเสเสสุ เกนฏฺเฐน สีลนฺติ สีลนฏฺเฐน สีลํ. กิมิทํ สีลนํ นาม. สมาธานํ วา, กายกมฺมาทีนํ สุสีลฺยวเสน อวิปฺปกิณฺณตาติ อตฺโถ. อุปธารณํ วา, กุสลานํ ธมฺมานํ ปติฏฺฐานวเสน อาธารภาโวติ อตฺโถ. เอตเทว เหตฺถ อตฺถทฺวยํ สทฺทลกฺขณวิทู อนุชานนฺติ. อญฺเญ ปน สิรฏฺโฐ สีลตฺโถ, สีตลฏฺโฐ สีลตฺโถติ เอวมาทินาปิ นเยเนตฺถ อตฺถํ วณฺณยนฺติ.
๘. อิทานิ กานสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานีติ เอตฺถ –
สีลนํ ลกฺขณํ ตสฺส, ภินฺนสฺสาปิ อเนกธา;
สนิทสฺสนตฺตํ รูปสฺส, ยถา ภินฺนสฺสเนกธา.
ยถา หิ นีลปีตาทิเภเทน อเนกธา ภินฺนสฺสาปิ รูปายตนสฺส สนิทสฺสนตฺตํ ลกฺขณํ, นีลาทิเภเทน ภินฺนสฺสาปิ สนิทสฺสน ภาวานติกฺกมนโต. ตถา สีลสฺส เจตนาทิเภเทน อเนกธา ภินฺนสฺสาปิ ยเทตํ กายกมฺมาทีนํ สมาธานวเสน กุสลานญฺจ ธมฺมานํ ปติฏฺฐานวเสน วุตฺตํ สีลนํ, ตเทว ลกฺขณํ, เจตนาทิเภเทน ภินฺนสฺสาปิ สมาธานปติฏฺฐานภาวานติกฺกมนโต. เอวํ ลกฺขณสฺส ปนสฺส –
ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนตา, อนวชฺชคุโณ ตถา;
กิจฺจสมฺปตฺติอตฺเถน, รโส นาม ปวุจฺจติ.
ตสฺมา อิทํ สีลํ นาม กิจฺจฏฺเฐน รเสน ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสํ, สมฺปตฺติอตฺเถน รเสน อนวชฺชรสนฺติ เวทิตพฺพํ. ลกฺขณาทีสุ หิ กิจฺจเมว สมฺปตฺติ วา รโสติ วุจฺจติ.
โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, ตยิทํ ตสฺส วิญฺญุหิ;
โอตฺตปฺปญฺจ หิรี เจว, ปทฏฺฐานนฺติ วณฺณิตํ.
ตยิทํ สีลํ กายโสเจยฺยํ วจีโสเจยฺยํ มโนโสเจยฺยนฺติ (อ. นิ. ๓.๑๒๑) เอวํ วุตฺตโสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, โสเจยฺยภาเวน ปจฺจุปฏฺฐาติ คหณภาวํ คจฺฉติ. หิโรตฺตปฺปญฺจ ปนสฺส วิญฺญูหิ ปทฏฺฐานนฺติ วณฺณิตํ, อาสนฺนการณนฺติ อตฺโถ. หิโรตฺตปฺเป หิ สติ สีลํ อุปฺปชฺชติ เจว ติฏฺฐติ จ. อสติ เนว อุปฺปชฺชติ, น ติฏฺฐตีติ. เอวํ สีลสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ เวทิตพฺพานิ.
สีลานิสํสกถา
๙. กิมานิสํสํ สีลนฺติ อวิปฺปฏิสาราทิอเนกคุณปฏิลาภานิสํสํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข, อานนฺท, กุสลานิ สีลานิ อวิปฺปฏิสารานิสํสานี’’ติ (อ. นิ. ๑๑.๑).
อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘ปญฺจิเม คหปตโย อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทาย. กตเม ปญฺจ? อิธ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน อปฺปมาทาธิกรณํ มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ อธิคจฺฉติ, อยํ ปฐโม อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. ปุน จปรํ คหปตโย สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, อยํ ทุติโย อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน ยญฺญเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ, วิสารโท อุปสงฺกมติ อมงฺกุภูโต, อยํ ตติโย อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, อยํ จตุตฺโถ อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ, อยํ ปญฺจโม อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทายา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕).
อปเรปิ ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ อสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จาติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๖๕) นเยน ปิยมนาปตาทโย อาสวกฺขยปริโยสานา อเนกา สีลานิสํสา วุตฺตา. เอวํ อวิปฺปฏิสาราทิอเนกคุณานิสํสํ สีลํ. อปิจ –
สาสเน กุลปุตฺตานํ, ปติฏฺฐา นตฺถิ ยํ วินา;
อานิสํสปริจฺเฉทํ, ตสฺส สีลสฺส โก วเท.
น คงฺคา ยมุนา จาปิ, สรภู วา สรสฺวตี;
นินฺนคา วาจิรวตี, มหี วาปิ มหานที.
สกฺกุณนฺติ วิโสเธตุํ, ตํ มลํ อิธ ปาณินํ;
วิโสธยติ สตฺตานํ, ยํ เว สีลชลํ มลํ.
น ตํ สชลทา วาตา, น จาปิ หริจนฺทนํ;
เนว หารา น มณโย, น จนฺทกิรณงฺกุรา.
สมยนฺตีธ สตฺตานํ, ปริฬาหํ สุรกฺขิตํ;
ยํ สเมติ อิทํ อริยํ, สีลํ อจฺจนฺตสีตลํ.
สีลคนฺธสโม คนฺโธ, กุโต นาม ภวิสฺสติ;
โย สมํ อนุวาเต จ, ปฏิวาเต จ วายติ.
สคฺคาโรหณโสปานํ, อญฺญํ สีลสมํ กุโต;
ทฺวารํ วา ปน นิพฺพาน, นครสฺส ปเวสเน.
โสภนฺเตวํ น ราชาโน, มุตฺตามณิวิภูสิตา;
ยถา โสภนฺติ ยติโน, สีลภูสนภูสิตา.
อตฺตานุวาทาทิภยํ, วิทฺธํสยติ สพฺพโส;
ชเนติ กิตฺติหาสญฺจ, สีลํ สีลวตํ สทา.
คุณานํ มูลภูตสฺส, โทสานํ พลฆาติโน;
อิติ สีลสฺส วิญฺเญยฺยํ, อานิสํสกถามุขนฺติ.
สีลปฺปเภทกถา
๑๐. อิทานิ ยํ วุตฺตํ กติวิธํ เจตํ สีลนฺติ, ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ. สพฺพเมว ตาว อิทํ สีลํ อตฺตโน สีลนลกฺขเณน เอกวิธํ.
จาริตฺตวาริตฺตวเสน ทุวิธํ. ตถา อาภิสมาจาริกอาทิพฺรหฺมจริยกวเสน, วิรติอวิรติวเสน, นิสฺสิตานิสฺสิตวเสน, กาลปริยนฺตอาปาณโกฏิกวเสน, สปริยนฺตาปริยนฺตวเสน, โลกิยโลกุตฺตรวเสน จ.
ติวิธํ หีนมชฺฌิมปณีตวเสน. ตถา อตฺตาธิปเตยฺยโลกาธิปเตยฺยธมฺมาธิปเตยฺยวเสน, ปรามฏฺฐาปรามฏฺฐปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน, วิสุทฺธาวิสุทฺธเวมติกวเสน, เสกฺขาเสกฺขเนวเสกฺขนาเสกฺขวเสน จ.
จตุพฺพิธํ หานภาคิยฐิติภาคิยวิเสสภาคิยนิพฺเพธภาคิยวเสน. ตถา ภิกฺขุภิกฺขุนีอนุปสมฺปนฺนคหฏฺฐสีลวเสน, ปกติอาจารธมฺมตาปุพฺพเหตุกสีลวเสน, ปาติโมกฺขสํวรอินฺทฺริยสํวรอาชีวปาริสุทฺธิปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลวเสน จ.
ปญฺจวิธํ ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลาทิวเสน. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘ปญฺจ สีลานิ – ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ, อปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ, ปริปุณฺณปาริสุทฺธิสีลํ, อปรามฏฺฐปาริสุทฺธิสีลํ, ปฏิปฺปสฺสทฺธิปาริสุทฺธิสีล’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๗). ตถา ปหานเวรมณีเจตนาสํวราวีติกฺกมวเสน.
๑๑. ตตฺถ เอกวิธโกฏฺฐาเส อตฺโถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ทุวิธโกฏฺฐาเส ยํ ภควตา ‘‘อิทํ กตฺตพฺพ’’นฺติ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทปูรณํ, ตํ จาริตฺตํ. ยํ ‘‘อิทํ น กตฺตพฺพ’’นฺติ ปฏิกฺขิตฺตสฺส อกรณํ, ตํ วาริตฺตํ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ. จรนฺติ ตสฺมึ สีเลสุ ปริปูรการิตาย ปวตฺตนฺตีติ จาริตฺตํ. วาริตํ ตายนฺติ รกฺขนฺติ เตนาติ วาริตฺตํ. ตตฺถ สทฺธาวีริยสาธนํ จาริตฺตํ, สทฺธาสาธนํ วาริตฺตํ. เอวํ จาริตฺตวาริตฺตวเสน ทุวิธํ.
ทุติยทุเก อภิสมาจาโรติ อุตฺตมสมาจาโร. อภิสมาจาโร เอว อาภิสมาจาริกํ. อภิสมาจารํ วา อารพฺภ ปญฺญตฺตํ อาภิสมาจาริกํ, อาชีวฏฺฐมกโต อวเสสสีลสฺเสตํ อธิวจนํ. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภาวภูตนฺติ อาทิพฺรหฺมจริยกํ, อาชีวฏฺฐมกสีลสฺเสตํ อธิวจนํ. ตญฺหิ มคฺคสฺส อาทิภาวภูตํ, ปุพฺพภาเคเยว ปริโสเธตพฺพโต. เตนาห – ‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว สุปริสุทฺโธ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๓๑). ยานิ วา สิกฺขาปทานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานีติ วุตฺตานิ, อิทํ อาภิสมาจาริกสีลํ. เสสํ อาทิพฺรหฺมจริยกํ. อุภโตวิภงฺคปริยาปนฺนํ วา อาทิพฺรหฺมจริยกํ. ขนฺธกวตฺตปริยาปนฺนํ อาภิสมาจาริกํ. ตสฺส สมฺปตฺติยา อาทิพฺรหฺมจริยกํ สมฺปชฺชติ. เตเนวาห – ‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา อาทิพฺรหฺมจริยกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๑). เอวํ อาภิสมาจาริกอาทิพฺรหฺมจริยกวเสน ทุวิธํ.
ตติยทุเก ปาณาติปาตาทีหิ เวรมณิมตฺตํ วิรติสีลํ. เสสํ เจตนาทิ อวิรติสีลนฺติ เอวํ วิรติอวิรติวเสน ทุวิธํ.
จตุตฺถทุเก นิสฺสโยติ เทฺว นิสฺสยา ตณฺหานิสฺสโย จ ทิฏฺฐินิสฺสโย จ. ตตฺถ ยํ ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๐; ม. นิ. ๑.๑๘๖; อ. นิ. ๕.๒๐๖; ๗.๕๐) เอวํ ภวสมฺปตฺตึ อากงฺขมาเนน ปวตฺติตํ, อิทํ ตณฺหานิสฺสิตํ. ยํ ‘‘สีเลน สุทฺธี’’ติ เอวํ สุทฺธิทิฏฺฐิยา ปวตฺติตํ, อิทํ ทิฏฺฐินิสฺสิตํ. ยํ ปน โลกุตฺตรํ โลกิยญฺจ ตสฺเสว สมฺภารภูตํ, อิทํ อนิสฺสิตนฺติ เอวํ นิสฺสิตานิสฺสิตวเสน ทุวิธํ.
ปญฺจมทุเก กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา สมาทินฺนํ สีลํ กาลปริยนฺตํ. ยาวชีวํ สมาทิยิตฺวา ตเถว ปวตฺติตํ อาปาณโกฏิกนฺติ เอวํ กาลปริยนฺตอาปาณโกฏิกวเสน ทุวิธํ.
ฉฏฺฐทุเก ลาภยสญาติองฺคชีวิตวเสน ทิฏฺฐปริยนฺตํ สปริยนฺตํ นาม. วิปรีตํ อปริยนฺตํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘กตมํ ตํ สีลํ สปริยนฺตํ? อตฺถิ สีลํ ลาภปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ ยสปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ ญาติปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ องฺคปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ ชีวิตปริยนฺตํ. กตมํ ตํ สีลํ ลาภปริยนฺตํ? อิเธกจฺโจ ลาภเหตุ ลาภปจฺจยา ลาภการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมติ, อิทํ ตํ สีลํ ลาภปริยนฺต’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๘). เอเตเนว อุปาเยน อิตรานิปิ วิตฺถาเรตพฺพานิ. อปริยนฺตวิสฺสชฺชเนปิ วุตฺตํ ‘‘กตมํ ตํ สีลํ น ลาภปริยนฺตํ? อิเธกจฺโจ ลาภเหตุ ลาภปจฺจยา ลาภการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมาย จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทติ, กึ โส วีติกฺกมิสฺสติ, อิทํ ตํ สีลํ น ลาภปริยนฺต’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๘). เอเตเนวุปาเยน อิตรานิปิ วิตฺถาเรตพฺพานิ. เอวํ สปริยนฺตาปริยนฺตวเสน ทุวิธํ.
สตฺตมทุเก สพฺพมฺปิ สาสวํ สีลํ โลกิยํ. อนาสวํ โลกุตฺตรํ. ตตฺถ โลกิยํ ภววิเสสาวหํ โหติ ภวนิสฺสรณสฺส จ สมฺภาโร. ยถาห – ‘‘วินโย สํวรตฺถาย, สํวโร อวิปฺปฏิสารตฺถาย, อวิปฺปฏิสาโร ปาโมชฺชตฺถาย, ปาโมชฺชํ ปีตตฺถาย, ปีติ ปสฺสทฺธตฺถาย, ปสฺสทฺธิ สุขตฺถาย, สุขํ สมาธตฺถาย, สมาธิ ยถาภูตญาณทสฺสนตฺถาย, ยถาภูตญาณทสฺสนํ นิพฺพิทตฺถาย, นิพฺพิทา วิราคตฺถาย, วิราโค วิมุตฺตตฺถาย, วิมุตฺติ วิมุตฺติญาณทสฺสนตฺถาย, วิมุตฺติญาณทสฺสนํ อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถาย, เอตทตฺถา กถา, เอตทตฺถา มนฺตนา, เอตทตฺถา อุปนิสา, เอตทตฺถํ โสตาวธานํ, ยทิทํ อนุปาทาจิตฺตสฺส วิโมกฺโข’’ติ (ปริ. ๓๖๖). โลกุตฺตรํ ภวนิสฺสรณาวหํ โหติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส จ ภูมีติ เอวํ โลกิยโลกุตฺตรวเสน ทุวิธํ.
๑๒. ติเกสุ ปฐมตฺติเก หีเนน ฉนฺเทน จิตฺเตน วีริเยน วีมํสาย วา ปวตฺติตํ หีนํ. มชฺฌิเมหิ ฉนฺทาทีหิ ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ. ปณีเตหิ ปณีตํ. ยสกามตาย วา สมาทินฺนํ หีนํ. ปุญฺญผลกามตาย มชฺฌิมํ. กตฺตพฺพเมวิทนฺติ อริยภาวํ นิสฺสาย สมาทินฺนํ ปณีตํ. ‘‘อหมสฺมิ สีลสมฺปนฺโน, อิเม ปนญฺเญ ภิกฺขู ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา’’ติ เอวํ อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนาทีหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ วา หีนํ. อนุปกฺกิลิฏฺฐํ โลกิยํ สีลํ มชฺฌิมํ. โลกุตฺตรํ ปณีตํ. ตณฺหาวเสน วา ภวโภคตฺถาย ปวตฺติตํ หีนํ. อตฺตโน วิโมกฺขตฺถาย ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ. สพฺพสตฺตานํ วิโมกฺขตฺถาย ปวตฺติตํ ปารมิตาสีลํ ปณีตนฺติ เอวํ หีนมชฺฌิมปณีตวเสน ติวิธํ.
ทุติยตฺติเก อตฺตโน อนนุรูปํ ปชหิตุกาเมน อตฺตครุนา อตฺตนิคารเวน ปวตฺติตํ อตฺตาธิปเตยฺยํ. โลกาปวาทํ ปริหริตุกาเมน โลกครุนา โลเก คารเวน ปวตฺติตํ โลกาธิปเตยฺยํ. ธมฺมมหตฺตํ ปูเชตุกาเมน ธมฺมครุนา ธมฺมคารเวน ปวตฺติตํ ธมฺมาธิปเตยฺยนฺติ เอวํ อตฺตาธิปเตยฺยาทิวเสน ติวิธํ.
ตติยตฺติเก ยํ ทุเกสุ นิสฺสิตนฺติ วุตฺตํ, ตํ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ ปรามฏฺฐตฺตา ปรามฏฺฐํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกสฺส มคฺคสมฺภารภูตํ เสกฺขานญฺจ มคฺคสมฺปยุตฺตํ อปรามฏฺฐํ. เสกฺขาเสกฺขานํ ผลสมฺปยุตฺตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธนฺติ เอวํ ปรามฏฺฐาทิวเสน ติวิธํ.
จตุตฺถตฺติเก ยํ อาปตฺตึ อนาปชฺชนฺเตน ปูริตํ, อาปชฺชิตฺวา วา ปุน กตปฏิกมฺมํ, ตํ วิสุทฺธํ. อาปตฺตึ อาปนฺนสฺส อกตปฏิกมฺมํ อวิสุทฺธํ. วตฺถุมฺหิ วา อาปตฺติยา วา อชฺฌาจาเร วา เวมติกสฺส สีลํ เวมติกสีลํ นาม. ตตฺถ โยคินา อวิสุทฺธสีลํ วิโสเธตพฺพํ, เวมติเก วตฺถุชฺฌาจารํ อกตฺวา วิมติ ปฏิวิเนตพฺพา ‘‘อิจฺจสฺส ผาสุ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ วิสุทฺธาทิวเสน ติวิธํ.
ปญฺจมตฺติเก จตูหิ อริยมคฺเคหิ ตีหิ จ สามญฺญผเลหิ สมฺปยุตฺตํ สีลํ เสกฺขํ. อรหตฺตผลสมฺปยุตฺตํ อเสกฺขํ. เสสํ เนวเสกฺขนาเสกฺขนฺติ เอวํ เสกฺขาทิวเสน ติวิธํ.
ปฏิสมฺภิทายํ ปน ยสฺมา โลเก เตสํ เตสํ สตฺตานํ ปกติปิ สีลนฺติ วุจฺจติ, ยํ สนฺธาย ‘‘อยํ สุขสีโล, อยํ ทุกฺขสีโล, อยํ กลหสีโล, อยํ มณฺฑนสีโล’’ติ ภณนฺติ, ตสฺมา เตน ปริยาเยน ‘‘ตีณิ สีลานิ, กุสลสีลํ อกุสลสีลํ อพฺยากตสีลนฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๙). เอวํ กุสลาทิวเสนปิ ติวิธนฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อกุสลํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตสฺส สีลสฺส ลกฺขณาทีสุ เอเกนปิ น สเมตีติ อิธ น อุปนีตํ, ตสฺมา วุตฺตนเยเนวสฺส ติวิธตา เวทิตพฺพา.
๑๓. จตุกฺเกสุ ปฐมจตุกฺเก –
โยธ เสวติ ทุสฺสีเล, สีลวนฺเต น เสวติ;
วตฺถุวีติกฺกเม โทสํ, น ปสฺสติ อวิทฺทสุ.
มิจฺฉาสงฺกปฺปพหุโล, อินฺทฺริยานิ น รกฺขติ;
เอวรูปสฺส เว สีลํ, ชายเต หานภาคิยํ.
โย ปนตฺตมโน โหติ, สีลสมฺปตฺติยา อิธ;
กมฺมฏฺฐานานุโยคมฺหิ, น อุปฺปาเทติ มานสํ.
ตุฏฺฐสฺส สีลมตฺเตน, อฆฏนฺตสฺส อุตฺตริ;
ตสฺส ตํ ฐิติภาคิยํ, สีลํ ภวติ ภิกฺขุโน.
สมฺปนฺนสีโล ฆฏติ, สมาธตฺถาย โย ปน;
วิเสสภาคิยํ สีลํ, โหติ เอตสฺส ภิกฺขุโน.
อตุฏฺโฐ สีลมตฺเตน, นิพฺพิทํ โยนุยุญฺชติ;
โหติ นิพฺเพธภาคิยํ, สีลเมตสฺส ภิกฺขุโนติ.
เอวํ หานภาคิยาทิวเสน จตุพฺพิธํ.
ทุติยจตุกฺเก ภิกฺขู อารพฺภ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ, ยานิ จ เนสํ ภิกฺขุนีนํ ปญฺญตฺติโต รกฺขิตพฺพานิ, อิทํ ภิกฺขุสีลํ. ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ, ยานิ จ ตาสํ ภิกฺขูนํ ปญฺญตฺติโต รกฺขิตพฺพานิ, อิทํ ภิกฺขุนิสีลํ. สามเณรสามเณรีนํ ทสสีลานิ อนุปสมฺปนฺนสีลํ. อุปาสกอุปาสิกานํ นิจฺจสีลวเสน ปญฺจสิกฺขาปทานิ, สติ วา อุสฺสาเห ทส, อุโปสถงฺควเสน อฏฺฐาติ อิทํ คหฏฺฐสีลนฺติ เอวํ ภิกฺขุสีลาทิวเสน จตุพฺพิธํ.
ตติยจตุกฺเก อุตฺตรกุรุกานํ มนุสฺสานํ อวีติกฺกโม ปกติสีลํ. กุลเทสปาสณฺฑานํ อตฺตโน อตฺตโน มริยาทาจาริตฺตํ อาจารสีลํ. ‘‘ธมฺมตา เอสา, อานนฺท, ยทา โพธิสตฺโต มาตุกุจฺฉึ โอกฺกนฺโต โหติ น โพธิสตฺตมาตุ ปุริเสสุ มานสํ อุปฺปชฺชิ กามคุณูปสํหิต’’นฺติ เอวํ วุตฺตํ โพธิสตฺตมาตุสีลํ ธมฺมตาสีลํ. มหากสฺสปาทีนํ ปน สุทฺธสตฺตานํ, โพธิสตฺตสฺส จ ตาสุ ตาสุ ชาตีสุ สีลํ ปุพฺพเหตุกสีลนฺติ เอวํ ปกติสีลาทิวเสน จตุพฺพิธํ.
จตุตฺถจตุกฺเก ยํ ภควตา ‘‘อิธ ภิกฺขุ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสู’’ติ (วิภ. ๕๐๘; ที. นิ. ๑.๑๙๓) วํ วุตฺตํ สีลํ, อิทํ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ นาม. ยํ ปน ‘‘โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี, ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ, รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย น นิมิตฺตคฺคาหี…เป… มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๒, ๔๑๑; ที. นิ. ๑.๒๑๓; อ. นิ. ๔.๑๙๘) วุตฺตํ, อิทํ อินฺทฺริยสํวรสีลํ. ยา ปน อาชีวเหตุปญฺญตฺตานํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทานํ วีติกฺกมสฺส, ‘‘กุหนา ลปนา เนมิตฺติกตา นิปฺเปสิกตา ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตา’’ติ เอวมาทีนญฺจ ปาปธมฺมานํ วเสน ปวตฺตา มิจฺฉาชีวา วิรติ, อิทํ อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ. ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวติ, ยาวเทว สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) อาทินา นเยน วุตฺโต ปฏิสงฺขานปริสุทฺโธ จตุปจฺจยปริโภโค ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ นาม.
ปาติโมกฺขสํวรสีลํ
๑๔. ตตฺรายํ อาทิโต ปฏฺฐาย อนุปุพฺพปทวณฺณนาย สทฺธึ วินิจฺฉยกถา. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. ภิกฺขูติ สํสาเร ภยํ อิกฺขณตาย วา ภินฺนปฏธราทิตาย วา เอวํ ลทฺธโวหาโร สทฺธาปพฺพชิโต กุลปุตฺโต. ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ เอตฺถ ปาติโมกฺขนฺติ สิกฺขาปทสีลํ. ตญฺหิ โย นํ ปาติ รกฺขติ, ตํ โมกฺเขติ โมจยติ อาปายิกาทีหิ ทุกฺเขหิ, ตสฺมา ปาติโมกฺขนฺติ วุจฺจติ. สํวรณํ สํวโร, กายิกวาจสิกสฺส อวีติกฺกมสฺเสตํ นามํ. ปาติโมกฺขเมว สํวโร ปาติโมกฺขสํวโร. เตน ปาติโมกฺขสํวเรน สํวุโต ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต, อุปคโต สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. วิหรตีติ อิริยติ. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติอาทีนมตฺโถ ปาฬิยํ อาคตนเยเนว เวทิตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติ อตฺถิ อาจาโร, อตฺถิ อนาจาโร;
ตตฺถ กตโม อนาจาโร? กายิโก วีติกฺกโม วาจสิโก วีติกฺกโม กายิกวาจสิโก วีติกฺกโม, อยํ วุจฺจติ อนาจาโร. สพฺพมฺปิ ทุสฺสีลฺยํ อนาจาโร. อิเธกจฺโจ เวฬุทาเนน วา ปตฺตทาเนน วา ปุปฺผผลสินานทนฺตกฏฺฐทาเนน วา จาฏุกมฺยตาย วา มุคฺคสูปฺยตาย วา ปาริภฏฺยตาย วา ชงฺฆเปสนิเกน วา อญฺญตรญฺญตเรน วา พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ วุจฺจติ อนาจาโร.
ตตฺถ กตโม อาจาโร? กายิโก อวีติกฺกโม วาจสิโก อวีติกฺกโม กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม, อยํ วุจฺจติ อาจาโร. สพฺโพปิ สีลสํวโร อาจาโร. อิเธกจฺโจ น เวฬุทาเนน วา น ปตฺตน ปุปฺผน ผลน สินานน ทนฺตกฏฺฐทาเนน วา น จาฏุกมฺยตาย วา น มุคฺคสูปฺยตาย วา น ปาริภฏฺยตาย วา น ชงฺฆเปสนิเกน วา น อญฺญตรญฺญตเรน วา พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ วุจฺจติ อาจาโร.
โคจโรติ อตฺถิ โคจโร อตฺถิ อโคจโร.
ตตฺถ กตโม อโคจโร? อิเธกจฺโจ เวสิยาโคจโร วา โหติ วิธวา, ถุลฺลกุมาริกา, ปณฺฑก, ภิกฺขุนี, ปานาคารโคจโร วา โหติ, สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน สํสคฺเคน, ยานิ วา ปน ตานิ กุลานิ อสฺสทฺธานิ อปฺปสนฺนานิ อโนปานภูตานิ อกฺโกสกปริภาสกานิ อนตฺถกามานิ อหิตกามานิ อผาสุกกามานิ อโยคกฺเขมกามานิ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ, ตถารูปานิ กุลานิ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ, อยํ วุจฺจติ อโคจโร.
ตตฺถ กตโม โคจโร? อิเธกจฺโจ น เวสิยาโคจโร วา โหติ…เป… น ปานาคารโคจโร วา โหติ, อสํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ…เป… ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน สํสคฺเคน, ยานิ วา ปน ตานิ กุลานิ สทฺธานิ ปสนฺนานิ โอปานภูตานิ กาสาวปชฺโชตานิ อิสิวาตปฏิวาตานิ อตฺถกามานิ…เป… โยคกฺเขมกามานิ ภิกฺขูนํ…เป… อุปาสิกานํ, ตถารูปานิ กุลานิ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ, อยํ วุจฺจติ โคจโร. อิติ อิมินา จ อาจาเรน อิมินา จ โคจเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปคโต สมุปคโต อุปปนฺโน สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต, เตน วุจฺจติ ‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติ (วิภ. ๕๑๑).
อปิ เจตฺถ อิมินาปิ นเยน อาจารโคจรา เวทิตพฺพา. ทุวิโธ หิ อนาจาโร กายิโก วาจสิโก จ. ตตฺถ กตโม กายิโก อนาจาโร? อิเธกจฺโจ สงฺฆคโตปิ อจิตฺตีการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ, ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ, ปุรโตปิ ติฏฺฐติ, ปุรโตปิ นิสีทติ, อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ, สสีสมฺปิ ปารุปิตฺวา นิสีทติ, ฐิตโกปิ ภณติ, พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ, เถรานํ ภิกฺขูนํ อนุปาหนานํ จงฺกมนฺตานํ สอุปาหโน จงฺกมติ, นีเจ จงฺกเม จงฺกมนฺตานํ อุจฺเจ จงฺกเม จงฺกมติ, ฉมาย จงฺกมนฺตานํ จงฺกเม จงฺกมติ, เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺชาปิ ติฏฺฐติ, อนุปขชฺชาปิ นิสีทติ, นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหติ, ชนฺตาฆเรปิ เถเร ภิกฺขู อนาปุจฺฉา กฏฺฐํ ปกฺขิปติ, ทฺวารํ ปิทหติ, อุทกติตฺเถปิ เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ โอตรติ, ปุรโตปิ โอตรติ, ฆฏฺฏยนฺโตปิ นฺหายติ, ปุรโตปิ นฺหายติ, ฆฏฺฏยนฺโตปิ อุตฺตรติ, ปุรโตปิ อุตฺตรติ, อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโตปิ เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ คจฺฉติ, ปุรโตปิ คจฺฉติ, โวกฺกมฺม จ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คจฺฉติ, ยานิปิ ตานิ โหนฺติ กุลานํ โอวรกานิ คูฬฺหานิ จ ปฏิจฺฉนฺนานิ จ ยตฺถ กุลิตฺถิโย กุลกุมาริโย นิสีทนฺติ, ตตฺถปิ สหสา ปวิสติ, กุมารกสฺสปิ สีสํ ปรามสติ, อยํ วุจฺจติ กายิโก อนาจาโร.
ตตฺถ กตโม วาจสิโก อนาจาโร? อิเธกจฺโจ สงฺฆคโตปิ อจิตฺตีการกโต เถเร ภิกฺขู อนาปุจฺฉา ธมฺมํ ภณติ. ปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ, ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ, ฐิตโกปิ ภณติ, พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐปิ อิตฺถึ วา กุมารึ วา เอวมาห – ‘‘อิตฺถนฺนาเม อิตฺถํโคตฺเต กึ อตฺถิ, ยาคุ อตฺถิ, ภตฺตํ อตฺถิ, ขาทนียํ อตฺถิ, กึ ปิวิสฺสาม, กึ ขาทิสฺสาม, กึ ภุญฺชิสฺสาม. กึ วา เม ทสฺสถา’’ติ วิปฺปลปติ, อยํ วุจฺจติ วาจสิโก อนาจาโร (มหานิ. ๘๗). ปฏิปกฺขวเสน ปนสฺส อาจาโร เวทิตพฺโพ.
อปิจ ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺโน สุนิวตฺโถ สุปารุโต ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขุ อิริยาปถสมฺปนฺโน อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โภชเน มตฺตญฺญู ชาคริยมนุยุตฺโต สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ อารทฺธวีริโย อาภิสมาจาริเกสุ สกฺกจฺจการี ครุจิตฺตีการพหุโล วิหรติ, อยํ วุจฺจติ อาจาโร. เอวํ ตาว อาจาโร เวทิตพฺโพ.
โคจโร ปน ติวิโธ อุปนิสฺสยโคจโร อารกฺขโคจโร อุปนิพนฺธโคจโรติ. ตตฺถ กตโม อุปนิสฺสยโคจโร? ทสกถาวตฺถุคุณสมนฺนาคโต กลฺยาณมิตฺโต, ยํ นิสฺสาย อสฺสุตํ สุณาติ, สุตํ ปริโยทเปติ, กงฺขํ วิตรติ, ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ, จิตฺตํ ปสาเทติ. ยสฺส วา ปน อนุสิกฺขมาโน สทฺธาย วฑฺฒติ, สีเลน, สุเตน, จาเคน, ปญฺญาย วฑฺฒติ, อยํ วุจฺจติ อุปนิสฺสยโคจโร.
กตโม อารกฺขโคจโร? อิธ ภิกฺขุ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ วีถึ ปฏิปนฺโน โอกฺขิตฺตจกฺขุ ยุคมตฺตทสฺสาวี สุสํวุโต คจฺฉติ, น หตฺถึ โอโลเกนฺโต, น อสฺสํ, น รถํ, น ปตฺตึ, น อิตฺถึ, น ปุริสํ โอโลเกนฺโต, น อุทฺธํ อุลฺโลเกนฺโต, น อโธ โอโลเกนฺโต, น ทิสาวิทิสํ เปกฺขมาโน คจฺฉติ, อยํ วุจฺจติ อารกฺขโคจโร.
กตโม อุปนิพนฺธโคจโร? จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ยตฺถ จิตฺตํ อุปนิพนฺธติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย? ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๒), อยํ วุจฺจติ อุปนิพนฺธโคจโร. อิติ อิมินา จ อาจาเรน อิมินา จ โคจเรน อุเปโต…เป… สมนฺนาคโต. เตนปิ วุจฺจติ อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ.
อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีติ อณุปฺปมาเณสุ อสญฺจิจฺจ อาปนฺนเสขิยอกุสลจิตฺตุปฺปาทาทิเภเทสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสนสีโล. สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสูติ ยํกิญฺจิ สิกฺขาปเทสุ สิกฺขิตพฺพํ, ตํ สพฺพํ สมฺมา อาทาย สิกฺขติ. เอตฺถ จ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติ เอตฺตาวตา จ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ทสฺสิตํ. ‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติอาทิ ปน สพฺพํ ยถาปฏิปนฺนสฺส ตํ สีลํ สมฺปชฺชติ, ตํ ปฏิปตฺตึ ทสฺเสตุํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อินฺทฺริยสํวรสีลํ
๑๕. ยํ ปเนตํ ตทนนฺตรํ ‘‘โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา’’ติอาทินา นเยน ทสฺสิตํ อินฺทฺริยสํวรสีลํ, ตตฺถ โสติ ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิโต ภิกฺขุ. จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ การณวเสน จกฺขูติ ลทฺธโวหาเรน รูปทสฺสนสมตฺเถน จกฺขุวิญฺญาเณน รูปํ ทิสฺวา. โปราณา ปนาหุ ‘‘จกฺขุ รูปํ น ปสฺสติ, อจิตฺตกตฺตา, จิตฺตํ น ปสฺสติ, อจกฺขุกตฺตา, ทฺวารารมฺมณสงฺฆฏฺเฏ ปน จกฺขุปสาทวตฺถุเกน จิตฺเตน ปสฺสติ. อีทิสี ปเนสา ‘ธนุนา วิชฺฌตี’ติอาทีสุ วิย สสมฺภารกถา นาม โหติ, ตสฺมา จกฺขุวิญฺญาเณน รูปํ ทิสฺวาติ อยเมเวตฺถ อตฺโถ’’ติ. น นิมิตฺตคฺคาหีติ อิตฺถิปุริสนิมิตฺตํ วา สุภนิมิตฺตาทิกํ วา กิเลสวตฺถุภูตํ นิมิตฺตํ น คณฺหาติ, ทิฏฺฐมตฺเตเยว สณฺฐาติ. นานุพฺยญฺชนคฺคาหีติ กิเลสานํ อนุอนุพฺยญฺชนโต ปากฏภาวกรณโต อนุพฺยญฺชนนฺติ ลทฺธโวหารํ หตฺถปาทสิตหสิตกถิตวิโลกิตาทิเภทํ อาการํ น คณฺหาติ, ยํ ตตฺถ ภูตํ, ตเทว คณฺหาติ, เจติยปพฺพตวาสี มหาติสฺสตฺเถโร วิย.
เถรํ กิร เจติยปพฺพตา อนุราธปุรํ ปิณฺฑจารตฺถาย อาคจฺฉนฺตํ อญฺญตรา กุลสุณฺหา สามิเกน สทฺธึ ภณฺฑิตฺวา สุมณฺฑิตปสาธิตา เทวกญฺญา วิย กาลสฺเสว อนุราธปุรโต นิกฺขมิตฺวา ญาติฆรํ คจฺฉนฺตี อนฺตรามคฺเค ทิสฺวา วิปลฺลตฺถจิตฺตา มหาหสิตํ หสิ. เถโร กิเมตนฺติ โอโลเกนฺโต ตสฺสา ทนฺตฏฺฐิเก อสุภสญฺญํ ปฏิลภิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ –
‘‘ตสฺสา ทนฺตฏฺฐิกํ ทิสฺวา, ปุพฺพสญฺญํ อนุสฺสริ;
ตตฺเถว โส ฐิโต เถโร, อรหตฺตํ อปาปุณี’’ติ.
สามิโกปิ โข ปนสฺสา อนุมคฺคํ คจฺฉนฺโต เถรํ ทิสฺวา ‘‘กิญฺจิ, ภนฺเต, อิตฺถึ ปสฺสถา’’ติ ปุจฺฉิ. ตํ เถโร อาห –
‘‘นาภิชานามิ อิตฺถี วา, ปุริโส วา อิโต คโต;
อปิจ อฏฺฐิสงฺฆาโฏ, คจฺฉเตส มหาปเถ’’ติ.
ยตฺวาธิกรณเมนนฺติอาทิมฺหิ ยํการณา ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยาสํวรสฺส เหตุ เอตํ ปุคฺคลํ สติกวาเฏน จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ อปิหิตจกฺขุทฺวารํ หุตฺวา วิหรนฺตํ เอเต อภิชฺฌาทโย ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ อนุพนฺเธยฺยุํ. ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชตีติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยสฺส สติกวาเฏน ปิทหนตฺถาย ปฏิปชฺชติ. เอวํ ปฏิปชฺชนฺโตเยว จ รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตีติปิ วุจฺจติ. ตตฺถ กิญฺจาปิ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร วา อสํวโร วา นตฺถิ. น หิ จกฺขุปสาทํ นิสฺสาย สติ วา มุฏฺฐสจฺจํ วา อุปฺปชฺชติ. อปิจ ยทา รูปารมฺมณํ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, ตทา ภวงฺเค ทฺวิกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺเธ กิริยมโนธาตุ อาวชฺชนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ. ตโต จกฺขุวิญฺญาณํ ทสฺสนกิจฺจํ. ตโต วิปากมโนธาตุ สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจํ. ตโต วิปากาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ สนฺตีรณกิจฺจํ. ตโต กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ โวฏฺฐพฺพนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ, ตทนนฺตรํ ชวนํ ชวติ.
ตตฺราปิ เนว ภวงฺคสมเย, น อาวชฺชนาทีนํ อญฺญตรสมเย สํวโร วา อสํวโร วา อตฺถิ. ชวนกฺขเณ ปน สเจ ทุสฺสีลฺยํ วา มุฏฺฐสจฺจํ วา อญฺญาณํ วา อกฺขนฺติ วา โกสชฺชํ วา อุปฺปชฺชติ, อสํวโร โหติ. เอวํ โหนฺโต ปน โส จกฺขุนฺทฺริเย อสํวโรติ วุจฺจติ. กสฺมา? ยสฺมา ตสฺมึ สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิปิ วีถิจิตฺตานิ. ยถา กึ? ยถา นคเร จตูสุ ทฺวาเรสุ อสํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโตฆรทฺวารโกฏฺฐกคพฺภาทโย สุสํวุตา โหนฺติ, ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ อรกฺขิตํ อโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรน หิ ปวิสิตฺวา โจรา ยทิจฺฉนฺติ, ตํ กเรยฺยุํ, เอวเมว ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตสฺมึ อสํวเร สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิปิ วีถิจิตฺตานิ.
ตสฺมึ ปน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ คุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิปิ วีถิจิตฺตานิ. ยถา กึ? ยถา นครทฺวาเรสุ สํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโตฆราทโย อสํวุตา โหนฺติ, ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ สุรกฺขิตํ สุโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรสุ หิ ปิหิเตสุ โจรานํ ปเวโส นตฺถิ, เอวเมว ชวเน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ คุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิปิ วีถิจิตฺตานิ. ตสฺมา ชวนกฺขเณ อุปฺปชฺชมาโนปิ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโรติ วุตฺโต.
โสเตน สทฺทํ สุตฺวาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวมิทํ สงฺเขปโต รูปาทีสุ กิเลสานุพนฺธนิมิตฺตาทิคฺคาหปริวชฺชนลกฺขณํ อินฺทฺริยสํวรสีลนฺติ เวทิตพฺพํ.
อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ
๑๖. อิทานิ อินฺทฺริยสํวรสีลานนฺตรํ วุตฺเต อาชีวปาริสุทฺธิสีเล อาชีวเหตุ ปญฺญตฺตานํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทานนฺติ ยานิ ตานิ ‘‘อาชีวเหตุ อาชีวการณา ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา ‘โย เต วิหาเร วสติ โส ภิกฺขุ อรหา’ติ ภณติ, ปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ ปณีตโภชนานิ อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุนี ปณีตโภชนานิ อคิลานา อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปริ. ๒๘๗) เอวํ ปญฺญตฺตานิ ฉ สิกฺขาปทานิ, อิเมสํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทานํ.
กุหนาติอาทีสุ อยํ ปาฬิ, ‘‘ตตฺถ กตมา กุหนา? ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ยา ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาเตน วา สามนฺตชปฺปิเตน วา อิริยาปถสฺส วา อฏฺฐปนา ฐปนา สณฺฐปนา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ, อยํ วุจฺจติ กุหนา.
‘‘ตตฺถ กตมา ลปนา? ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ยา ปเรสํ อาลปนา ลปนา สลฺลปนา อุลฺลปนา สมุลฺลปนา อุนฺนหนา สมุนฺนหนา อุกฺกาจนา สมุกฺกาจนา อนุปฺปิยภาณิตา จาฏุกมฺยตา มุคฺคสูปฺยตา ปาริภฏฺยตา, อยํ วุจฺจติ ลปนา.
‘‘ตตฺถ กตมา เนมิตฺติกตา? ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ยํ ปเรสํ นิมิตฺตํ นิมิตฺตกมฺมํ โอภาโส โอภาสกมฺมํ สามนฺตชปฺปา ปริกถา, อยํ วุจฺจติ เนมิตฺติกตา.
‘‘ตตฺถ กตมา นิปฺเปสิกตา? ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ยา ปเรสํ อกฺโกสนา วมฺภนา ครหนา อุกฺเขปนา สมุกฺเขปนา ขิปนา สํขิปนา ปาปนา สมฺปาปนา อวณฺณหาริกา ปรปิฏฺฐิมํสิกตา, อยํ วุจฺจติ นิปฺเปสิกตา.
‘‘ตตฺถ กตมา ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตา? ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิโต ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อิโต ลทฺธํ อามิสํ อมุตฺร หรติ, อมุตฺร วา ลทฺธํ อามิสํ อิธ อาหรติ. ยา เอวรูปา อามิเสน อามิสสฺส เอฏฺฐิ คเวฏฺฐิ ปริเยฏฺฐิ เอสนา คเวสนา ปริเยสนา, อยํ วุจฺจติ ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตา’’ติ (วิภ. ๘๖๒-๘๖๕).
๑๗. อิมิสฺสา ปน ปาฬิยา เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. กุหนนิทฺเทเส ตาว ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺสาติ ลาภญฺจ สกฺการญฺจ กิตฺติสทฺทญฺจ สนฺนิสฺสิตสฺส, ปตฺถยนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ปาปิจฺฉสฺสาติ อสนฺตคุณทีปนกามสฺส. อิจฺฉาปกตสฺสาติ อิจฺฉาย อปกตสฺส, อุปทฺทุตสฺสาติ อตฺโถ.
อิโต ปรํ ยสฺมา ปจฺจยปฏิเสวนสามนฺตชปฺปนอิริยาปถสนฺนิสฺสิตวเสน มหานิทฺเทเส ติวิธํ กุหนวตฺถุ อาคตํ. ตสฺมา ติวิธมฺเปตํ ทสฺเสตุํ ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาเตน วาติ เอวมาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ จีวราทีหิ นิมนฺติตสฺส ตทตฺถิกสฺเสว สโต ปาปิจฺฉตํ นิสฺสาย ปฏิกฺขิปเนน, เต จ คหปติเก อตฺตนิ สุปฺปติฏฺฐิตสทฺเธ ญตฺวา ปุน เตสํ ‘‘อโห อยฺโย อปฺปิจฺโฉ น กิญฺจิ ปฏิคฺคณฺหิตุํ อิจฺฉติ, สุลทฺธํ วต โน อสฺส สเจ อปฺปมตฺตกมฺปิ กิญฺจิ ปฏิคฺคเณฺหยฺยา’’ติ นานาวิเธหิ อุปาเยหิ ปณีตานิ จีวราทีนิ อุปเนนฺตานํ ตทนุคฺคหกามตํเยว อาวิกตฺวา ปฏิคฺคหเณน จ ตโต ปภุติ อปิ สกฏภาเรหิ อุปนามนเหตุภูตํ วิมฺหาปนํ ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถูติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ มหานิทฺเทเส –
‘‘กตมํ ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ? อิธ คหปติกา ภิกฺขุํ นิมนฺเตนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ. โส ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อตฺถิโก จีวร…เป… ปริกฺขารานํ ภิยฺโยกมฺยตํ อุปาทาย จีวรํ ปจฺจกฺขาติ. ปิณฺฑปาตํ…เป… เสนาสนํ. คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปจฺจกฺขาติ. โส เอวมาห – ‘กึ สมณสฺส มหคฺเฆน จีวเรน, เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ สุสานา วา สงฺการกูฏา วา ปาปณิกา วา นนฺตกานิ อุจฺจินิตฺวา สงฺฆาฏึ กตฺวา ธาเรยฺย. กึ สมณสฺส มหคฺเฆน ปิณฺฑปาเตน เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ อุญฺฉาจริยาย ปิณฺฑิยาโลเปน ชีวิกํ กปฺเปยฺย. กึ สมณสฺส มหคฺเฆน เสนาสเนน, เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ รุกฺขมูลิโก วา อสฺส อพฺโภกาสิโก วา. กึ สมณสฺส มหคฺเฆน คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน, เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ ปูติมุตฺเตน วา หริฏกีขณฺเฑน วา โอสธํ กเรยฺยา’ติ. ตทุปาทาย ลูขํ จีวรํ ธาเรติ, ลูขํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชติ, ลูขํ เสนาสนํ ปฏิเสวติ, ลูขํ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปฏิเสวติ, ตเมนํ คหปติกา เอวํ ชานนฺติ ‘อยํ สมโณ อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อารทฺธวีริโย ธุตวาโท’ติ. ภิยฺโย ภิยฺโย นิมนฺเตนฺติ จีวร…เป… ปริกฺขาเรหิ. โส เอวมาห – ‘ติณฺณํ สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ. สทฺธาย สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ. เทยฺยธมฺมสฺส…เป… ทกฺขิเณยฺยานํ สมฺมุขีภาวาสทฺโธกุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ. ตุมฺหากญฺเจวายํ สทฺธา อตฺถิ, เทยฺยธมฺโม จ สํวิชฺชติ, อหญฺจ ปฏิคฺคาหโก, สเจหํ น ปฏิคฺคเหสฺสามิ, เอวํ ตุเมฺห ปุญฺเญน ปริพาหิรา ภวิสฺสนฺติ, น มยฺหํ อิมินา อตฺโถ. อปิจ ตุมฺหากํเยว อนุกมฺปาย ปฏิคฺคณฺหามี’ติ. ตทุปาทาย พหุมฺปิ จีวรํ ปฏิคฺคณฺหาติ. พหุมฺปิ ปิณฺฑปาตํ…เป… เภสชฺชปริกฺขารํ ปฏิคฺคณฺหาติ. ยา เอวรูปา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ, อิทํ ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถู’’ติ (มหานิ. ๘๗).
ปาปิจฺฉสฺเสว ปน สโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาธิคมปริทีปนวาจาย ตถา ตถา วิมฺหาปนํ สามนฺตชปฺปนสงฺขาตํ กุหนวตฺถูติ เวทิตพฺพํ. ยถาห –
‘‘กตมํ สามนฺตชปฺปนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ? อิเธกจฺโจ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต สมฺภาวนาธิปฺปาโย ‘เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตี’ติ อริยธมฺมสนฺนิสฺสิตํ วาจํ ภาสติ ‘โย เอวรูปํ จีวรํ ธาเรติ, โส สมโณ มเหสกฺโข’ติ ภณติ. ‘โย เอวรูปํ ปตฺตํ โลหถาลกํ. ธมฺมกรณํ ปริสฺสาวนํ กุญฺจิกํ, กายพนฺธนํ อุปาหนํ ธาเรติ, โส สมโณ มเหสกฺโข’ติ ภณติ. ยสฺส เอวรูโป อุปชฺฌาโย อาจริโย สมานุปชฺฌายโก, สมานาจริยโก มิตฺโต สนฺทิฏฺโฐ สมฺภตฺโต สหาโย. โย เอวรูเป วิหาเร วสติ อฑฺฒโยเค ปาสาเท หมฺมิเย คุหายํ เลเณ กุฏิยา กูฏาคาเร อฏฺเฏ มาเฬ อุทฺทณฺเฑ อุปฏฺฐานสาลายํ มณฺฑเป รุกฺขมูเล วสติ, โส สมโณ มเหสกฺโข’ติ ภณติ. อถ วา ‘โกรชิกโกรชิโก ภากุฏิกภากุฏิโก กุหกกุหโก ลปกลปโก มุขสมฺภาวิโก, อยํ สมโณ อิมาสํ เอวรูปานํ สนฺตานํ วิหารสมาปตฺตีนํ ลาภี’ติ ตาทิสํ คมฺภีรํ คูฬฺหํ นิปุณํ ปฏิจฺฉนฺนํ โลกุตฺตรํ สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตํ กถํ กเถสิ. ยา เอวรูปา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ, อิทํ สามนฺตชปฺปนสงฺขาตํ กุหนวตฺถู’’ติ (มหานิ. ๘๗).
ปาปิจฺฉสฺเสว ปน สโต สมฺภาวนาธิปฺปายกเตน อิริยาปเถน วิมฺหาปนํ อิริยาปถสนฺนิสฺสิตํ กุหนวตฺถูติ เวทิตพฺพํ. ยถาห – ‘‘กตมํ อิริยาปถสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ. อิเธกจฺโจ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต สมฺภาวนาธิปฺปาโย ‘เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตี’ติ คมนํ สณฺฐเปติ, ฐานํ สณฺฐเปติ, นิสชฺชํ สณฺฐเปติ, สยนํ สณฺฐเปติ, ปณิธาย คจฺฉติ, ปณิธาย ติฏฺฐติ, ปณิธาย นิสีทติ, ปณิธาย เสยฺยํ กปฺเปติ, สมาหิโต วิย คจฺฉติ, สมาหิโต วิย ติฏฺฐติ, นิสีทติ, เสยฺยํ กปฺเปติ, อาปาถกชฺฌายี จ โหติ, ยา เอวรูปา อิริยาปถสฺส อฏฺฐปนา ฐปนา สณฺฐปนา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ, อิทํ วุจฺจติ อิริยาปถสงฺขาตํ กุหนวตฺถู’’ติ (มหานิ. ๘๗).
ตตฺถ ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาเตนาติ ปจฺจยปฏิเสวนนฺติ เอวํ สงฺขาเตน ปจฺจยปฏิเสวเนน วา สงฺขาเตน. สามนฺตชปฺปิเตนาติ สมีปภณิเตน. อิริยาปถสฺส วาติ จตุอิริยาปถสฺส. อฏฺฐปนาติอาทิ ฐปนา, อาทเรน วา ฐปนา. ฐปนาติ ฐปนากาโร. สณฺฐปนาติ อภิสงฺขรณา, ปาสาทิกภาวกรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. ภากุฏิกาติ ปธานปุริมฏฺฐิตภาวทสฺสเนน ภากุฏิกรณํ, มุขสงฺโกโจติ วุตฺตํ โหติ. ภากุฏิกรณํ สีลมสฺสาติ ภากุฏิโก. ภากุฏิกสฺส ภาโว ภากุฏิยํ. กุหนาติ วิมฺหาปนา. กุหสฺส อายนา กุหายนา. กุหิตสฺส ภาโว กุหิตตฺตนฺติ.
ลปนานิทฺเทเส อาลปนาติ วิหารํ อาคเต มนุสฺเส ทิสฺวา ‘‘กิมตฺถาย โภนฺโต อาคตา, กึ ภิกฺขู นิมนฺติตุํ, ยทิ เอวํ คจฺฉถ เร, อหํ ปจฺฉโต ปตฺตํ คเหตฺวา อาคจฺฉามี’’ติ เอวํ อาทิโตว ลปนา. อถ วา อตฺตานํ อุปเนตฺวา ‘‘อหํ ติสฺโส, มยิ ราชา ปสนฺโน, มยิ อสุโก จ อสุโก จ ราชมหามตฺโต ปสนฺโน’’ติ เอวํ อตฺตุปนายิกา ลปนา อาลปนา. ลปนาติ ปุฏฺฐสฺส สโต วุตฺตปฺปการเมว ลปนํ. สลฺลปนาติ คหปติกานํ อุกฺกณฺฐเน ภีตสฺส โอกาสํ ทตฺวา ทตฺวา สุฏฺฐุ ลปนา. อุลฺลปนาติ มหากุฏุมฺพิโก มหานาวิโก มหาทานปตีติ เอวํ อุทฺธํ กตฺวา ลปนา. สมุลฺลปนาติ สพฺพโตภาเคน อุทฺธํ กตฺวา ลปนา.
อุนฺนหนาติ ‘‘อุปาสกา ปุพฺเพ อีทิเส กาเล นวทานํ เทถ, อิทานิ กึ น เทถา’’ติ เอวํ ยาว ‘‘ทสฺสาม, ภนฺเต, โอกาสํ น ลภามา’’ติอาทีนิ วทนฺติ, ตาว อุทฺธํ อุทฺธํ นหนา, เวฐนาติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา อุจฺฉุหตฺถํ ทิสฺวา ‘‘กุโต อาภตํ อุปาสกา’’ติ ปุจฺฉติ. อุจฺฉุเขตฺตโต, ภนฺเตติ. กึ ตตฺถ อุจฺฉุ มธุรนฺติ. ขาทิตฺวา, ภนฺเต, ชานิตพฺพนฺติ. ‘‘น, อุปาสก, ภิกฺขุสฺส อุจฺฉุํ เทถา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ. ยา เอวรูปา นิพฺเพเฐนฺตสฺสาปิ เวฐนกถา, สา อุนฺนหนา. สพฺพโตภาเคน ปุนปฺปุนํ อุนฺนหนา สมุนฺนหนา.
อุกฺกาจนาติ ‘‘เอตํ กุลํ มํเยว ชานาติ. สเจ เอตฺถ เทยฺยธมฺโม อุปฺปชฺชติ, มยฺหเมว เทตี’’ติ เอวํ อุกฺขิปิตฺวา กาจนา อุกฺกาจนา, อุทฺทีปนาติ วุตฺตํ โหติ. เตลกนฺทริกวตฺถุ เจตฺถ วตฺตพฺพํ. สพฺพโตภาเคน ปน ปุนปฺปุนํ อุกฺกาจนา สมุกฺกาจนา.
อนุปฺปิยภาณิตาติ สจฺจานุรูปํ ธมฺมานุรูปํ วา อนปโลเกตฺวา ปุนปฺปุนํ ปิยภณนเมว. จาฏุกมฺยตาติ นีจวุตฺติตา อตฺตานํ เหฏฺฐโต เหฏฺฐโต ฐเปตฺวา วตฺตนํ. มุคฺคสูปฺยตาติ มุคฺคสูปสทิสตา. ยถา หิ มุคฺเคสุ ปจฺจมาเนสุ โกจิเทว น ปจฺจติ, อวเสสา ปจฺจนฺติ, เอวํ ยสฺส ปุคฺคลสฺส วจเน กิญฺจิเทว สจฺจํ โหติ, เสสํ อลีกํ, อยํ ปุคฺคโล มุคฺคสูโปฺยติ วุจฺจติ. ตสฺส ภาโว มุคฺคสูปฺยตา. ปาริภฏฺยตาติ ปาริภฏฺยภาโว. โย หิ กุลทารเก ธาติ วิย องฺเกน วา ขนฺเธน วา ปริภฏติ, ธาเรตีติ อตฺโถ. ตสฺส ปริภฏสฺส กมฺมํ ปาริภฏฺยุํ. ปาริภฏฺยสฺส ภาโว ปาริภฏฺยตาติ.
เนมิตฺติกตานิทฺเทเส นิมิตฺตนฺติ ยํกิญฺจิ ปเรสํ ปจฺจยทานสญฺญาชนกํ กายวจีกมฺมํ. นิมิตฺตกมฺมนฺติ ขาทนียํ คเหตฺวา คจฺฉนฺเต ทิสฺวา ‘‘กึ ขาทนียํ ลภิตฺถา’’ติอาทินา นเยน นิมิตฺตกรณํ. โอภาโสติ ปจฺจยปฏิสํยุตฺตกถา. โอภาสกมฺมนฺติ วจฺฉปาลเก ทิสฺวา ‘‘กึ อิเม วจฺฉา ขีรโควจฺฉา อุทาหุ ตกฺกโควจฺฉา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ขีรโควจฺฉา, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘น ขีรโควจฺฉา, ยทิ ขีรโควจฺฉา สิยุํ, ภิกฺขูปิ ขีรํ ลเภยฺยุ’’นฺติ เอวมาทินา นเยน เตสํ ทารกานํ มาตาปิตูนํ นิเวเทตฺวา ขีรทาปนาทิกํ โอภาสกรณํ. สามนฺตชปฺปาติ สมีปํ กตฺวา ชปฺปนํ. กุลูปกภิกฺขุ วตฺถุ เจตฺถ วตฺตพฺพํ.
กุลูปโก กิร ภิกฺขุ ภุญฺชิตุกาโม เคหํ ปวิสิตฺวา นิสีทิ. ตํ ทิสฺวา อทาตุกามา ฆรณี ‘‘ตณฺฑุลา นตฺถี’’ติ ภณนฺตี ตณฺฑุเล อาหริตุกามา วิย ปฏิวิสฺสกฆรํ คตา. ภิกฺขุปิ อนฺโตคพฺภํ ปวิสิตฺวา โอโลเกนฺโต กวาฏโกเณ อุจฺฉุํ, ภาชเน คุฬํ, ปิฏเก โลณมจฺฉผาเล, กุมฺภิยํ ตณฺฑุเล, ฆเฏ ฆตํ ทิสฺวา นิกฺขมิตฺวา นิสีทิ. ฆรณี ‘‘ตณฺฑุเล นาลตฺถ’’นฺติ อาคตา. ภิกฺขุ ‘‘อุปาสิเก ‘อชฺช ภิกฺขา น สมฺปชฺชิสฺสตี’ติ ปฏิกจฺเจว นิมิตฺตํ อทฺทส’’นฺติ อาห. กึ, ภนฺเตติ. กวาฏโกเณ นิกฺขิตฺตํ อุจฺฉุํ วิย สปฺปํ อทฺทสํ, ‘ตํ ปหริสฺสามี’ติ โอโลเกนฺโต ภาชเน ฐปิตํ คุฬปิณฺฑํ วิย ปาสาณํ, เลฑฺฑุเกน ปหเฏน สปฺเปน กตํ ปิฏเก นิกฺขิตฺตโลณมจฺฉผาลสทิสํ ผณํ, ตสฺส ตํ เลฑฺฑุํ ฑํสิตุกามสฺส กุมฺภิยา ตณฺฑุลสทิเส ทนฺเต, อถสฺส กุปิตสฺส ฆเฏ ปกฺขิตฺตฆตสทิสํ มุขโต นิกฺขมนฺตํ วิสมิสฺสกํ เขฬนฺติ. สา ‘‘น สกฺกา มุณฺฑกํ วญฺเจตุ’’นฺติ อุจฺฉุํ ทตฺวา โอทนํ ปจิตฺวา ฆตคุฬมจฺเฉหิ สทฺธึ สพฺพํ อทาสีติ. เอวํ สมีปํ กตฺวา ชปฺปนํ สามนฺตชปฺปาติ เวทิตพฺพํ. ปริกถาติ ยถา ตํ ลภติ ตสฺส ปริวตฺเตตฺวา กถนนฺติ.
นิปฺเปสิกตานิทฺเทเส อกฺโกสนาติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนํ. วมฺภนาติ ปริภวิตฺวา กถนํ. ครหณาติ อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโนติอาทินา นเยน โทสาโรปนา. อุกฺเขปนาติ มา เอตํ เอตฺถ กเถถาติ วาจาย อุกฺขิปนํ. สพฺพโตภาเคน สวตฺถุกํ สเหตุกํ กตฺวา อุกฺเขปนา สมุกฺเขปนา. อถ วา อเทนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อโห ทานปตี’’ติ เอวํ อุกฺขิปนํ อุกฺเขปนา. มหาทานปตีติ เอวํ สุฏฺฐุ อุกฺเขปนา สมุกฺเขปนา. ขิปนาติ กึ อิมสฺส ชีวิตํ พีชโภชิโนติ เอวํ อุปฺปณฺฑนา. สํขิปนาติ กึ อิมํ อทายโกติ ภณถ, โย นิจฺจกาลํ สพฺเพสมฺปิ นตฺถีติ วจนํ เทตีติ สุฏฺฐุตรํ อุปฺปณฺฑนา. ปาปนาติ อทายกตฺตสฺส อวณฺณสฺส วา ปาปนํ. สพฺพโตภาเคน ปาปนา สมฺปาปนา. อวณฺณหาริกาติ เอวํ เม อวณฺณภยาปิ ทสฺสตีติ เคหโต เคหํ คามโต คามํ ชนปทโต ชนปทํ อวณฺณหรณํ. ปรปิฏฺฐิมํสิกตาติ ปุรโต มธุรํ ภณิตฺวา ปรมฺมุเข อวณฺณภาสิตา. เอสา หิ อภิมุขํ โอโลเกตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ปรมฺมุขานํ ปิฏฺฐิมํสํ ขาทนมิว โหติ, ตสฺมา ปรปิฏฺฐิมํสิกตาติ วุตฺตา. อยํ วุจฺจติ นิปฺเปสิกตาติ อยํ ยสฺมา เวฬุเปสิกาย วิย อพฺภงฺคํ ปรสฺส คุณํ นิปฺเปเสติ นิปุญฺฉติ, ยสฺมา วา คนฺธชาตํ นิปิสิตฺวา คนฺธมคฺคนา วิย ปรคุเณ นิปิสิตฺวา วิจุณฺเณตฺวา เอสา ลาภมคฺคนา โหติ, ตสฺมา นิปฺเปสิกตาติ วุจฺจตีติ.
ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตานิทฺเทเส นิชิคีสนตาติ มคฺคนา. อิโต ลทฺธนฺติ อิมมฺหา เคหา ลทฺธํ. อมุตฺราติ อมุกมฺหิ เคเห. เอฏฺฐีติ อิจฺฉนา. คเวฏฺฐีติ มคฺคนา. ปริเยฏฺฐีติ ปุนปฺปุนํ มคฺคนา. อาทิโต ปฏฺฐาย ลทฺธํ ลทฺธํ ภิกฺขํ ตตฺร ตตฺร กุลทารกานํ ทตฺวา อนฺเต ขีรยาคุํ ลภิตฺวา คตภิกฺขุวตฺถุ เจตฺถ กเถตพฺพํ. เอสนาติอาทีนิ เอฏฺฐิอาทีนเมว เววจนานิ, ตสฺมา เอฏฺฐีติ เอสนา. คเวฏฺฐีติ คเวสนา, ปริเยฏฺฐีติ ปริเยสนา. อิจฺเจวเมตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา. อยํ กุหนาทีนํ อตฺโถ.
อิทานิ เอวมาทีนญฺจ ปาปธมฺมานนฺติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ‘‘ยถา วา ปเนเก โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สทฺธาเทยฺยานิ โภชนานิ ภุญฺชิตฺวา เต เอวรูปาย ติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ. เสยฺยถิทํ, องฺคํ, นิมิตฺตํ, อุปฺปาตํ, สุปินํ, ลกฺขณํ, มูสิกจฺฉินฺนํ, อคฺคิโหมํ, ทพฺพิโหม’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๑) อาทินา นเยน พฺรหฺมชาเล วุตฺตานํ อเนเกสํ ปาปธมฺมานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. อิติ ยฺวายํ อิเมสํ อาชีวเหตุ ปญฺญตฺตานํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทานํ วีติกฺกมวเสน, อิเมสญฺจ ‘‘กุหนา ลปนา เนมิตฺติกตา นิปฺเปสิกตา ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตา’’ติ เอวมาทีนํ ปาปธมฺมานํ วเสน ปวตฺโต มิจฺฉาชีโว, ยา ตสฺมา สพฺพปฺปการาปิ มิจฺฉาชีวา วิรติ, อิทํ อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ. เอตํ อาคมฺม ชีวนฺตีติ อาชีโว. โก โส, ปจฺจยปริเยสนวายาโม. ปาริสุทฺธีติ ปริสุทฺธตา. อาชีวสฺส ปาริสุทฺธิ อาชีวปาริสุทฺธิ.
ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ
๑๘. ยํ ปเนตํ ตทนนฺตรํ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ วุตฺตํ, ตตฺถ ปฏิสงฺขา โยนิโสติ อุปาเยน ปเถน ปฏิสงฺขาย ญตฺวา, ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ สีตสฺส ปฏิฆาตายาติอาทินา นเยน วุตฺตปจฺจเวกฺขณเมว ‘‘โยนิโส ปฏิสงฺขา’’ติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ จีวรนฺติ อนฺตรวาสกาทีสุ ยํกิญฺจิ. ปฏิเสวตีติ ปริภุญฺชติ, นิวาเสติ วา ปารุปติ วา. ยาวเทวาติ ปโยชนาวธิปริจฺเฉทนิยมวจนํ, เอตฺตกเมว หิ โยคิโน จีวรปฏิเสวเน ปโยชนํ ยทิทํ สีตสฺส ปฏิฆาตายาติอาทิ, น อิโต ภิยฺโย. สีตสฺสาติ อชฺฌตฺตธาตุกฺโขภวเสน วา พหิทฺธาอุตุปริณามนวเสน วา อุปฺปนฺนสฺส ยสฺส กสฺสจิ สีตสฺส. ปฏิฆาตายาติ ปฏิหนนตฺถํ. ยถา สรีเร อาพาธํ น อุปฺปาเทติ, เอวํ ตสฺส วิโนทนตฺถํ. สีตพฺภาหเต หิ สรีเร วิกฺขิตฺตจิตฺโต โยนิโส ปทหิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา สีตสฺส ปฏิฆาตาย จีวรํ ปฏิเสวิตพฺพนฺติ ภควา อนุญฺญาสิ. เอส นโย สพฺพตฺถ. เกวลเญฺหตฺถ อุณฺหสฺสาติ อคฺคิสนฺตาปสฺส. ตสฺส วนทาหาทีสุ สมฺภโว เวทิตพฺโพ. ฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสานนฺติ เอตฺถ ปน ฑํสาติ ฑํสนมกฺขิกา, อนฺธมกฺขิกาติปิ วุจฺจนฺติ. มกสา มกสา เอว. วาตาติ สรชอรชาทิเภทา. อาตโปติ สูริยาตโป. สรีสปาติ เย เกจิ สรนฺตา คจฺฉนฺติ ทีฆชาติกา สปฺปาทโย, เตสํ ทฏฺฐสมฺผสฺโส จ ผุฏฺฐสมฺผสฺโส จาติ ทุวิโธ สมฺผสฺโส, โสปิ จีวรํ ปารุปิตฺวา นิสินฺนํ น พาธติ, ตสฺมา ตาทิเสสุ ฐาเนสุ เตสํ ปฏิฆาตตฺถาย ปฏิเสวติ. ยาวเทวาติ ปุน เอตสฺส วจนํ นิยตปโยชนาวธิปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ, หิริโกปีนปฏิจฺฉาทนญฺหิ นิยตปโยชนํ, อิตรานิ กทาจิ กทาจิ โหนฺติ. ตตฺถ หิริโกปีนนฺติ ตํ ตํ สมฺพาธฏฺฐานํ. ยสฺมึ ยสฺมิญฺหิ องฺเค วิวริยมาเน หิรี กุปฺปติ วินสฺสติ, ตํ ตํ หิรึ โกปนโต หิริโกปีนนฺติ วุจฺจติ. ตสฺส จ หิริโกปีนสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถนฺติ หิริโกปีนปฏิจฺฉาทนตฺถํ. หิริโกปีนํ ปฏิจฺฉาทนตฺถนฺติปิ ปาโฐ.
ปิณฺฑปาตนฺติ ยํกิญฺจิ อาหารํ. โย หิ โกจิ อาหาโร ภิกฺขุโน ปิณฺโฑเลฺยน ปตฺเต ปติตตฺตา ปิณฺฑปาโตติ วุจฺจติ. ปิณฺฑานํ วา ปาโต ปิณฺฑปาโต, ตตฺถ ตตฺถ ลทฺธานํ ภิกฺขานํ สนฺนิปาโต สมูโหติ วุตฺตํ โหติ. เนว ทวายาติ น คามทารกาทโย วิย ทวตฺถํ, กีฬานิมิตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. น มทายาติ น มุฏฺฐิกมลฺลาทโย วิย มทตฺถํ, พลมทนิมิตฺตํ โปริสมทนิมิตฺตญฺจาติ วุตฺตํ โหติ. น มณฺฑนายาติ น อนฺเตปุริกเวสิยาทโย วิย มณฺฑนตฺถํ, องฺคปจฺจงฺคานํ ปีณภาวนิมิตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. น วิภูสนายาติ น นฏนจฺจกาทโย วิย วิภูสนตฺถํ, ปสนฺนจฺฉวิวณฺณตานิมิตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถ จ เนว ทวายาติ เอตํ โมหูปนิสฺสยปฺปหานตฺถํ วุตฺตํ. น มทายาติ เอตํ โทสูปนิสฺสยปฺปหานตฺถํ. น มณฺฑนาย น วิภูสนายาติ เอตํ ราคูปนิสฺสยปฺปหานตฺถํ. เนว ทวาย น มทายาติ เจตํ อตฺตโน สํโยชนุปฺปตฺติปฏิเสธนตฺถํ. น มณฺฑนาย น วิภูสนายาติ เอตํ ปรสฺสปิ สํโยชนุปฺปตฺติปฏิเสธนตฺถํ. จตูหิปิ เจเตหิ อโยนิโส ปฏิปตฺติยา กามสุขลฺลิกานุโยคสฺส จ ปหานํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ยาวเทวาติ วุตฺตตฺถเมว. อิมสฺส กายสฺสาติ เอตสฺส จตุมหาภูติกสฺส รูปกายสฺส. ฐิติยาติ ปพนฺธฏฺฐิตตฺถํ. ยาปนายาติ ปวตฺติยา อวิจฺเฉทตฺถํ, จิรกาลฏฺฐิตตฺถํ วา. ฆรูปตฺถมฺภมิว หิ ชิณฺณฆรสามิโก, อกฺขพฺภญฺชนมิว จ สากฏิโก กายสฺส ฐิตตฺถํ ยาปนตฺถญฺเจส ปิณฺฑปาตํ ปฏิเสวติ, น ทวมทมณฺฑนวิภูสนตฺถํ. อปิจ ฐิตีติ ชีวิตินฺทฺริยสฺเสตํ อธิวจนํ, ตสฺมา อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา ยาปนายาติ เอตฺตาวตา เอตสฺส กายสฺส ชีวิตินฺทฺริยปวตฺตาปนตฺถนฺติปิ วุตฺตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. วิหึสูปรติยาติ วิหึสา นาม ชิฆจฺฉา อาพาธฏฺเฐน. ตสฺสา อุปรมตฺถมฺเปส ปิณฺฑปาตํ ปฏิเสวติ, วณาเลปนมิว อุณฺหสีตาทีสุ ตปฺปฏิการํ วิย จ. พฺรหฺมจริยานุคฺคหายาติ สกลสาสนพฺรหฺมจริยสฺส จ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส จ อนุคฺคหตฺถํ. อยญฺหิ ปิณฺฑปาตปฏิเสวนปจฺจยา กายพลํ นิสฺสาย สิกฺขตฺตยานุโยควเสน ภวกนฺตารนิตฺถรณตฺถํ ปฏิปชฺชนฺโต พฺรหฺมจริยานุคฺคหาย ปฏิเสวติ, กนฺตารนิตฺถรณตฺถิกา ปุตฺตมํสํ (สํ. นิ. ๒.๖๓) วิย, นทีนิตฺถรณตฺถิกา กุลฺลํ (ม. นิ. ๑.๒๔๐) วิย, สมุทฺทนิตฺถรณตฺถิกา นาวมิว จ.
อิติปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามีติ เอตํ อิมินา ปิณฺฑปาตปฏิเสวเนน ปุราณญฺจ ชิฆจฺฉาเวทนํ ปฏิหงฺขามิ, นวญฺจ เวทนํ อปริมิตโภชนปจฺจยํ อาหรหตฺถกอลํสาฏกตตฺรวฏฺฏกกากมาสกภุตฺตวมิตกพฺราหฺมณานํ อญฺญตโร วิย น อุปฺปาเทสฺสามีติปิ ปฏิเสวติ, เภสชฺชมิว คิลาโน. อถ วา ยา อธุนา อสปฺปายาปริมิตโภชนํ นิสฺสาย ปุราณกมฺมปจฺจยวเสน อุปฺปชฺชนโต ปุราณเวทนาติ วุจฺจติ. สปฺปายปริมิตโภชเนน ตสฺสา ปจฺจยํ วินาเสนฺโต ตํ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ. ยา จายํ อธุนา กตํ อยุตฺตปริโภคกมฺมูปจยํ นิสฺสาย อายตึ อุปฺปชฺชนโต นวเวทนาติ วุจฺจติ. ยุตฺตปริโภควเสน ตสฺสา มูลํ อนิพฺพตฺเตนฺโต ตํ นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺตาวตา ยุตฺตปริโภคสงฺคโห อตฺตกิลมถานุโยคปฺปหานํ ธมฺมิกสุขาปริจฺจาโค จ ทีปิโต โหตีติ เวทิตพฺโพ.
ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตีติ ปริมิตปริโภเคน ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกสฺส อิริยาปถภญฺชกสฺส วา ปริสฺสยสฺส อภาวโต จิรกาลคมนสงฺขาตา ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสติ อิมสฺส ปจฺจยายตฺตวุตฺติโน กายสฺสาติปิ ปฏิเสวติ, ยาปฺยโรคี วิย ตปฺปจฺจยํ. อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จาติ อยุตฺตปริเยสนปฏิคฺคหณปริโภคปริวชฺชเนน อนวชฺชตา, ปริมิตปริโภเคน ผาสุวิหาโร. อสปฺปายาปริมิตปริโภคปจฺจยา อรติตนฺทีวิชมฺภิตา. วิญฺญูครหาทิโทสาภาเวน วา อนวชฺชตา, สปฺปายปริมิตโภชนปจฺจยา กายพลสมฺภเวน ผาสุวิหาโร. ยาวทตฺถอุทราวเทหกโภชนปริวชฺชเนน วา เสยฺยสุขปสฺสสุขมิทฺธสุขานํ ปหานโต อนวชฺชตา, จตุปญฺจาโลปมตฺตอูนโภชเนน จตุอิริยาปถโยคฺยภาวปฏิปาทนโต ผาสุวิหาโร จ เม ภวิสฺสตีติปิ ปฏิเสวติ. วุตฺตมฺปิ เหตํ –
‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;
อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๓);
เอตฺตาวตา จ ปโยชนปริคฺคโห มชฺฌิมา จ ปฏิปทา ทีปิตา โหตีติ เวทิตพฺพา.
เสนาสนนฺติ เสนญฺจ อาสนญฺจ. ยตฺถ ยตฺถ หิ เสติ วิหาเร วา อฑฺฒโยคาทิมฺหิ วา, ตํ เสนํ. ยตฺถ ยตฺถ อาสติ นิสีทติ, ตํ อาสนํ. ตํ เอกโต กตฺวา เสนาสนนฺติ วุจฺจติ. อุตุปริสฺสยวิโนทนปฏิสลฺลานารามตฺถนฺติ ปริสหนฏฺเฐน อุตุเยว อุตุปริสฺสโย. อุตุปริสฺสยสฺส วิโนทนตฺถญฺจ ปฏิสลฺลานารามตฺถญฺจ. โย สรีราพาธจิตฺตวิกฺเขปกโร อสปฺปาโย อุตุ เสนาสนปฏิเสวเนน วิโนเทตพฺโพ โหติ, ตสฺส วิโนทนตฺถํ เอกีภาวสุขตฺถญฺจาติ วุตฺตํ โหติ. กามญฺจ สีตปฏิฆาตาทินาว อุตุปริสฺสยวิโนทนํ วุตฺตเมว. ยถา ปน จีวรปฏิเสวเน หิริโกปีนปฏิจฺฉาทนํ นิยตปโยชนํ, อิตรานิ กทาจิ กทาจิ ภวนฺตีติ วุตฺตํ, เอวมิธาปิ นิยตํ อุตุปริสฺสยวิโนทนํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา อยํ วุตฺตปฺปกาโร อุตุ อุตุเยว. ปริสฺสโย ปน ทุวิโธ ปากฏปริสฺสโย จ, ปฏิจฺฉนฺนปริสฺสโย จ (มหานิ. ๕). ตตฺถ ปากฏปริสฺสโย สีหพฺยคฺฆาทโย. ปฏิจฺฉนฺนปริสฺสโย ราคโทสาทโย. เย ยตฺถ อปริคุตฺติยา จ อสปฺปายรูปทสฺสนาทินา จ อาพาธํ น กโรนฺติ, ตํ เสนาสนํ เอวํ ชานิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปฏิเสวนฺโต ภิกฺขุ ปฏิสงฺขา โยนิโส เสนาสนํ อุตุปริสฺสยวิโนทนตฺถํ ปฏิเสวตีติ เวทิตพฺโพ.
คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารนฺติ เอตฺถ โรคสฺส ปฏิอยนฏฺเฐน ปจฺจโย, ปจฺจนีกคมนฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ยสฺส กสฺสจิ สปฺปายสฺเสตํ อธิวจนํ. ภิสกฺกสฺส กมฺมํ เตน อนุญฺญาตตฺตาติ เภสชฺชํ. คิลานปจฺจโยว เภสชฺชํ คิลานปจฺจยเภสชฺชํ, ยํกิญฺจิ คิลานสฺส สปฺปายํ ภิสกฺกกมฺมํ เตลมธุผาณิตาทีติ วุตฺตํ โหติ. ปริกฺขาโรติ ปน ‘‘สตฺตหิ นครปริกฺขาเรหิ สุปริกฺขตํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๗) อาทีสุ ปริวาโร วุจฺจติ. ‘‘รโถ สีลปริกฺขาโร, ฌานกฺโข จกฺกวีริโย’’ติ (สํ. นิ. ๕.๔) อาทีสุ อลงฺกาโร. ‘‘เย จ โข อิเม ปพฺพชิเตน ชีวิตปริกฺขารา สมุทาเนตพฺพา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๙๑-๑๙๒) อาทีสุ สมฺภาโร. อิธ ปน สมฺภาโรปิ ปริวาโรปิ วฏฺฏติ. ตญฺหิ คิลานปจฺจยเภสชฺชํ ชีวิตสฺส ปริวาโรปิ โหติ, ชีวิตนาสกาพาธุปฺปตฺติยา อนฺตรํ อทตฺวา รกฺขณโต สมฺภาโรปิ. ยถา จิรํ ปวตฺตติ, เอวมสฺส การณภาวโต, ตสฺมา ปริกฺขาโรติ วุจฺจติ. เอวํ คิลานปจฺจยเภสชฺชญฺจ ตํ ปริกฺขาโร จาติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร. ตํ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ. คิลานสฺส ยํกิญฺจิ สปฺปายํ ภิสกฺกานุญฺญาตํ เตลมธุผาณิตาทิ ชีวิตปริกฺขารนฺติ วุตฺตํ โหติ. อุปฺปนฺนานนฺติ ชาตานํ ภูตานํ นิพฺพตฺตานํ. เวยฺยาพาธิกานนฺติ เอตฺถ พฺยาพาโธติ ธาตุกฺโขโภ, ตํสมุฏฺฐานา จ กุฏฺฐคณฺฑปีฬกาทโย. พฺยาพาธโต อุปฺปนฺนตฺตา เวยฺยาพาธิกา. เวทนานนฺติ ทุกฺขเวทนา อกุสลวิปากเวทนา. ตาสํ เวยฺยาพาธิกานํ เวทนานํ. อพฺยาพชฺฌปรมตายาติ นิทฺทุกฺขปรมตาย. ยาว ตํ ทุกฺขํ สพฺพํ ปหีนํ โหติ ตาวาติ อตฺโถ.
เอวมิทํ สงฺเขปโต ปฏิสงฺขา โยนิโส ปจฺจยปริโภคลกฺขณํ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ เวทิตพฺพํ. วจนตฺโถ ปเนตฺถ – จีวราทโย หิ ยสฺมา เต ปฏิจฺจ นิสฺสาย ปริภุญฺชมานา ปาณิโน อยนฺติ ปวตฺตนฺติ, ตสฺมา ปจฺจยาติ วุจฺจนฺติ. เต ปจฺจเย สนฺนิสฺสิตนฺติ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตํ.
จตุปาริสุทฺธิสมฺปาทนวิธิ
๑๙. เอวเมตสฺมึ จตุพฺพิเธ สีเล สทฺธาย ปาติโมกฺขสํวโร สมฺปาเทตพฺโพ. สทฺธาสาธโน หิ โส, สาวกวิสยาตีตตฺตา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา. สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนปฏิกฺเขโป เจตฺถ นิทสฺสนํ. ตสฺมา ยถา ปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ อนวเสสํ สทฺธาย สมาทิยิตฺวา ชีวิเตปิ อเปกฺขํ อกโรนฺเตน สาธุกํ สมฺปาเทตพฺพํ. วุตฺตมฺปิ เหตํ –
‘‘กิกีว อณฺฑํ จมรีว วาลธึ,
ปิยํว ปุตฺตํ นยนํว เอกกํ;
ตเถว สีลํ อนุรกฺขมานกา,
สุเปสลา โหถ สทา สคารวา’’ติ.
อปรมฺปิ วุตฺตํ – ‘‘เอวเมว โข ปหาราท ยํ มยา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตํ มม สาวกา ชีวิตเหตุปิ นาติกฺกมนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๘.๑๙). อิมสฺมึ จ ปนตฺเถ อฏวิยํ โจเรหิ พทฺธเถรานํ วตฺถูนิ เวทิตพฺพานิ.
มหาวตฺตนิอฏวิยํ กิร เถรํ โจรา กาฬวลฺลีหิ พนฺธิตฺวา นิปชฺชาเปสุํ. เถโร ยถานิปนฺโนว สตฺตทิวสานิ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อนาคามิผลํ ปาปุณิตฺวา ตตฺเถว กาลํ กตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ.