๙. พุทฺธวมฺมวาณิชกวตฺถุมฺหิ อยมานุปุพฺพีกถา

ชมฺพุทีเป กิร ปาฏลิปุตฺตนคเร พุทฺธวมฺโม นาม วาณิชโก อโหสิ วาณิชกกมฺเมน ชีวมาโน. โส อปรภาเค สตฺถวาเหหิ สทฺธึ คามนิคมชนปท ราชธานีสุ วาณิชฺชํ ปโยชยมาโน วิจรติ, ตสฺมึ สมเย ภควาเนกภิกฺขุสหสฺสปริวุโต ชนปทจาริกํ จรติ พหู เทวมนุสฺเส สํสารกนฺตารา อุตฺตาเรนฺโต. ตทา โส ภควนฺตํ อทฺทส ทฺวตฺตึสลกฺขณานุพฺยญฺชนปติมณฺฑิตํ ชลมานสุวณฺณเมรุํ วิยวิโรจมานํ มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุตํ, ทิสฺวา ปรมปีติยา ผุฏสรีโร อญฺชลึ ปคฺคยฺห ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา สายเณฺห ภควนฺตํ ภตฺเตน นิมนฺเตสิ พุทฺธสาสเน อปริจิตภาเวน. อถสฺส ภควา วิกาลโภชนา ปฏิวิรตา ตถาคตาติ อาห. อถ โส ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา กึ ภนฺเต ภควนฺตา วิกาเล ภุญฺชิสฺสนฺตีติ, อถสฺส กถํ ปฏิจฺจ ภควา อฏฺฐวิธํ ปานํ ตถาคตานํ วิกาเล ภุญฺชิตุํ กปฺปติ. เสยฺยถิทํ, อมฺพปานํ ชมฺพุปานํ โจจปานํ โมจปานํ ผารุสกปานํ มธุปานํ มุทฺทิกปานํ สาลูกปานนฺติ. ตํ สุตฺวา วาณิโช สหสกฺการารเสหิ มุทฺทิกปานํ กตฺวา พุทฺธปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส อทาสิ, สภิกฺขุสงฺโฆ สตฺถา ปริภุตฺตปานียรโส ตสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา ชนปทจาริกํ ปกฺกามิ. โสปิ ปสนฺนมานโส หุตฺวา นิวตฺโต สทฺธึ วาณิชเกหิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ วาณิชฺชํ ปโยเชนฺโต มหาวตฺตนียํนาม กนฺตารํ ปาปุณิ, ตตฺต เตสํ สพฺเพสุเยว สกเฏสุ ปานียํ ปริกฺขยมคมาสิ. ตตฺถ สพฺพมนุสฺสานํจ พลีวทฺทานํจ ปานียํ นาโหสิ. อถ โส วาณิโช ปิปาสาภิภูโต เตสุ เตสุ สกเฏสุ ปานียํ ปริเยสนฺโต วิจรติ. อเถกสฺมึ สกเฏ มนุสฺสา ตํ ทิสฺวา การุญฺเญน เอตฺถาคจฺฉ, อิมสฺมึ โกฬมฺเพ โถกํ ปานียํ อตฺถิ ปิวาติ วทึสุ. ต โต โส คนฺตฺวา ปานียํ ปิวิ. ตสฺส ตํ รสํ มุทฺทิกปานรสสทิสํ อโหสิ, ปิวนฺโตว โส เอวํ จินฺเตสิ. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ตทา เม ทินฺนมุทฺทิกปานสฺส นิสฺสนฺโท อชฺช สมฺปตฺโต ภวิสฺสตีติ อจฺเฉรพฺภุตจิตฺโต โสมนสฺสชาโต คนฺตฺวา สยเมว จาฏิยา ปิธานํ วิวริ. สกลาปิ สา จาฏิ มุทฺทิกปาเนน ปริปุณฺณา อโหสิ. ตโต โส ร สว นฺตํ โอชวนฺตํ อปริกฺขยํ ทิพฺพปานสทิสํ ปานียํ ทิสฺวา ปรมาย ปีติยา ผุฏสรีโร อุคฺโฆเสสิ สพฺเพ ปานียํ ปิวนฺตูติ. ตํ สุตฺวา สพฺเพ สนฺนิปติตฺวา ปานียํ ทิสฺวา อพฺภุตจิตฺตา ชาตา. วาณิโช เตสํ มชฺเฌ พุทฺธานุภาวํ ปกาเสนฺโต อาห.

๑. ปสฺสเถทํ ภวนฺโต โภ, อานุภาวํ มเหสิโน;

อจินฺตนียมจฺเฉรํ, สนฺทิฏฺฐิก มกาลิกํ.

๒. ปสนฺนมนสา พุทฺเธ, ทินฺนํ ปานียกํ มยา;

วิปจฺจติ อิทาเนว, ตํ ทานํ มุนิวาหสา.

๓. โอชวนฺตํ สุขนฺนํว, สีตลํ มธุโร ทกํ;

ทิพฺพปานํว เทวานํ, ชาตมพฺภุตมกฺขยํ.

๔. สีลวนฺเตสุ โก นาม, น ทเทยฺย วิจกฺขโณ;

อิธ โลเก ปรตฺเตจ, สุขทํ ทาน มุตฺตมํ.

๕. ยถิ จฺฉิตํ คเหตฺวาน, ปิวนฺตุ มธุโร ทกํ;

ภาชนานิจ ปูเรตฺวา, ยนฺตุ สพฺเพ ยถิจฺฉิตนฺติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา สพฺเพ มนุสฺเสจ พลีวทฺเทจ มุทฺทิกรเสเนว สนฺตปฺเปสิ. ตโต ตโต อาคตาปิ ปานียํ ปิวนฺโตจ ปานียํ อกฺขยํ อโหสิ. ตโต วาณิโช สตฺถวาเหหิ สทฺธึ วาณิชฺชํ ปโยเชตฺวา สกนครํ อาคจฺฉนฺโต ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา คมิสฺสามีติ เวฬุวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา กตานุญฺโญ เอกมนฺเต นิสีทิ. สตฺถาปิ เตน สทฺธึ มธุรปฏิสนฺถารมกาสิ. อุปาสโกปิ ภนฺเต ตุมฺหากํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ปสนฺโน วนฺทิตฺวา คมิสฺสามีติ อาคโตมฺหิ, เอวญฺเจ วญฺจ ปาฏิหาริยนฺติ วิตฺถาเรน กเถสิ. อถสฺส ภควา ธมฺมํ เทเสสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวาน สตฺถารํ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา มหาทานํ ทตฺวา อตฺตโน เคหเมว อคมาสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ตโต จุโต เทวโลเก ทฺวาทสโยชนิเก กนกวิมาเน เทวจฺฉราปริวุโต เทวิสฺสริยสมนฺนาคโต นิพฺพตฺติ. ตสฺส ปุพฺพกมฺมปกาสนตฺถํ ตตฺถ ตตฺถ รตนภาชเนสุ ทิพฺพมเยหิ มุทฺทิกปาเนหิ ปริปุณฺณํ อโหสิ. ปานียํ ปิวิตฺวา เทวา นจฺจนฺติ วาเทนฺติ กีฬนฺตีติ.

๖. น วิปุลชินสารํ ชานมาโน ชเนวํ,

ลภติ วิปุลโภคํ โตยมตฺตสฺส ทานา;

วิทิตคุณคณา โภ ตีสุ วตฺถูสุ ตุเมฺห,

ลภถ ขลุ วิเสสํ สีลวนฺเตสุ ทานาติ.

พุทฺธวมฺมวาณิชกสฺส วตฺถุํ นวมํ.