๗. เวสฺสามิตฺตาย วตฺถุมฺหิ อยมานุปุพฺพีกถา
ชมฺพุทีเป กิร โกสมฺพินคเร โกสมฺพิรญฺโญ เวสฺสามิตฺตานาม อคฺคมเหสี อโหสิ. ตทา ภควา โกสมฺพิยํ ปฏิวสติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ จาริกํ จรมาโน. ตสฺมึ สมเย สา รญฺญา สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา อโนปมาย พุทฺธลีฬาย มธุเรน สเรน เทเสนฺตสฺส ภควโต ธมฺมํ สุตฺวา ปสนฺนา สรเณสุ ปติฏฺฐาย พุทฺธมามิกา หุตฺวา วิหรติ. อถา ปรภาเค ตสฺส รญฺโญ รชฺชตฺถาย ปจฺจนฺตราชา ยุทฺธสชฺโช รชฺชํ วา เทตุ, ยุทฺธํวาติ ปณฺณํ ปหิณิ. ตํ สุตฺวา ราชา มหติยา เสนาย ปริวุโต ยุทฺธภูมึ คจฺฉนฺโต มเหสิยา สทฺธึ คนฺตฺวา ขนฺธาวารํ นิวาเสตฺวา ตสฺสา เอวมาห. ภทฺเท สงฺคามสีเส ชยปราชโย นาม น สกฺกา วิญฺญาตุํ. สเจ เม ปราชโย อภวิสฺส, ปุเรตรเมว รตฺตปตากํ อุสฺสาเปสฺสามิ, เตน อภิญฺญาเณน ตฺวํ โกสมฺพิเมว คจฺฉาหีติ อนุสาสิตฺวา สงฺคาม มณฺฑลํ คนฺตฺวา มหารณํ กโรนฺโต อตฺตโน ปราชยภาวํ ญตฺวา มาตุคามํ สริตฺวา รตฺตทฺธชํ อุสฺสาเปตฺวา ยุชฺฌนฺโต รเณ ปติ. อถ สา รตฺตปตากํ ทิสฺวา ปราชิโต นูน เม สามิโกติ ภเยน ปลายิตุมารภิ. อถ ตํ โจรรญฺโญ มนุสฺสา ทิสฺวา นูนายํ รญฺโญ อคฺคมเหสีติ ญตฺวา อตฺตโน ราชานํ ทสฺเสสุํ, ราชา ตํ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺโต มเมตํ อภิเสกํ กโรถาติ อมจฺเจ อาณาเปสิ. อมจฺจา ตํ อภิเสกตฺถาย ยาจึสุ, สา น เม ภเณ อภิเสเกนตฺโถติ น อิจฺฉิ. อมจฺจา ตมตฺถํ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา นํ ปกฺโกสาเปตฺวา กสฺมา น อิจฺฉสีติ ปุจฺฉิ. สา เอวมาห.
๑. สุโณหิ สาธุกํ เทว, ภาสมานาย เม วโจ;
ภตฺตา มยฺหํ มโต อชฺช, สพฺพสมฺปตฺติทายโก.
๒. กตฺวาน โสภิเสกํ มํ, อตฺตโน หทยํ วิย;
ปาเลติ ตํ สรนฺตสฺสา, โสกคฺคิ ทหเต มนํ.
๓. มหาราช สจญฺญสฺส, อสฺส มคฺคมเหสิกา;
ตมฺหา ทุกฺขา น มุจฺจามิ, เตนาหํ ตํ น ปตฺถเย.
๔. โสกคฺคินา ปทิตฺตาหํ, โสเก โสกํ กถํ ขิเป;
ชลนฺตคฺคิมฺหี โก นาม, ปลาลํ ปกฺขิเป พุโธ.
๕. ปิยวิปฺปโยคทุกฺขํ, ตํ จินฺตยนฺตี ปุนปฺปุนํ;
ตมฺหา ทุกฺขา น มุจฺจามิ, ตสฺมาหํ ตํ น ปตฺถเยติ.
ตํ สุตฺวา ราชา โกเธนาภิภูโต สเจ นาภิสิญฺจิสฺสสิ, อคฺคิมฺหิ ตํ ปกฺขิปิสฺสามีติ วตฺวา มหนฺตํ ทารุจิตกํ การาเปตฺวา อคฺคึ ทตฺวา เอกปชฺโชเต ชาเต เอตฺต ปวิสาติ อาห. อถ สา ยาจนฺตี ราชานํ อาห.
๖. ปาโป นิปฺปาปินํ ราช, ปาตนํ ขลุ ปาวเก;
โหติ ปาปผลํ ตสฺส, ปจฺจตฺเตจ ปรตฺถจ.
๗. ปุราตเนหิ ภูปาล, สมณพฺรหฺมเณสุจ;
มาตาปิตุสุ พาเลสุ, โรเคนา ตุรอิตฺถิสุ;
นปฺปสตฺโถ วโธ เทว, ตสฺมาหํ น วธารหาติ.
ตํ สุตฺวาปิ ราชา อสทฺทหนฺโต มนุสฺเส อาณาเปสิ. เอตาย หตฺถปาเท คเหตฺวา อคฺคิมฺหิ ปกฺขิปถาติ เต ตถา กรึสุ, อถ สา อคฺคิมฺหิ ปกฺขิปมานา นตฺเถตฺถ เม โกจิ ปฏิสรโณติ สรณเมว สรณํ กโรมีติ จินฺเตตฺวา ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามีติ’’ วทนฺตี มนสาจ อนุสฺสรนฺตี อคฺคิมฺหิ ปติ, ตถาวิโธปิ อคฺคิ ตสฺสา สรีเร โลมกูปมตฺตมฺปิ อุณฺหาการํ กาตุํ นาสกฺขิ. ปทุมคพฺภํ ปวิฏฺฐา วิย สีติภูตสรีรา อโหสิ. ราชา ตํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เวเคน ตํ อุปสงฺกมิตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ ปคฺคยฺห อุเร นิปชฺชาเปตฺวา ราชาสเน นิสีทาเปตฺวา อญฺชลึ คคฺคยฺห ฐิโต กสฺมา เต ตํ อคฺคิ สรีรํ มา ปริทหีติ ปุจฺฉิ. สา ตํ การณํ กเถนฺตี เอว มาห.
๘. มาตา ปิตาจ ญาตีจ, ปริวาราจ โสหทา;
มนฺโต สธาทโยจาปิ, มเหสกฺขาจ เทวตา.
๙. เอเตจ ญฺเญจ ภูปาล, สตฺตานํ ภย มาคเต;
รกฺขิตุํ เนว สกฺโกนฺติ, หิตฺวาน สรณตฺตยํ.
๑๐. อคาหํ พุทฺธํ สรณํ, พุทฺโธ เม สรณํ อิติ;
เตน เตเชน มํ ราช, ชลนฺโต อคฺคิ โน ทหิ.
๑๑. อคาหํ ธมฺมํ สรณํ, ธมฺโม เม สรณํ อิติ;
เตน เตเชน มํ ราช, ชลนฺโต อคฺคิ โน ทหิ.
๑๒. อคาหํ สงฺฆํ สรณํ, สงฺโฆ เม สรณํ อิติ;
เตน เตเชน มํ ราช, ชลนฺโต อคฺคิ โน ทหิ.
๑๓. เอวํ มหานุภาวนฺตํ, ปจฺจกฺขํ เอหิปสฺสิกํ;
นาโน ปทฺทว วิทฺธํสึ, นานาสมฺปตฺติทายกํ.
๑๔. สรณตฺตยญฺหิ โย สตฺโต, น สมาทาย คณฺหติ;
อิธวา ปรตฺถวา โลเก, โส สุขํ นานุโภสฺสติ.
๑๕. สรณตฺตยญฺหิ โย สตฺโต, สุสมาทาย คณฺหติ;
อิธวาปรตฺถวา โลเก, โส สุขา น วิหายติ.
๑๖. ตสฺมา ตุวมฺปิ ภูปาล, คณฺหาหิ สรณตฺตยํ;
ตํ เต ภวติ สพฺพตฺถ, ตาณํ เลณํ ปรายณนฺติ.
ตํ สุตฺวา ราชา อติวิย ปสนฺนมานโส ตํ ขมาเปตฺวา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ กตฺวา อชฺชปฺปฏฺฐาย ตฺวํ มม มาตาติ ตํ มาตุฏฺฐาเน ฐเปตฺวา สรณ มคมาสิ. ตสฺมึ สนฺนิปติตฺวา ฐิตมหาชนา ตํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา สรเณสุจ สีเลสุจ ปติฏฺฐาย ทานาทีนิ ปุญฺญกมฺมานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คตาติ.
๑๗. อิติ สรณวรํ สา เกวลํ อุคฺคเหตฺวา,
ชลิตทหนมชฺเฌ สีติภาวํ อลตฺถ;
ปรมสรณสีลํ ปาลยนฺตา กถํ โว,
น ลภถ ภวโภคํ นิพฺพุติญฺจาปิ อนฺเตติ.
เวสฺสามิตฺตาป วตฺถุํ สตฺตมํ.