๑๔. กฺริยตฺถา พหุลํ –ติ
จ สพฺพตฺถ วตฺตเต. กฺริยา อตฺโถ เอตสฺสาติ กฺริยตฺโถ ธาตุ, โส จ ทุวิโธ สกมฺมกา+กมฺมกวเสน. ตตฺถ ยสฺมึ กฺริยตฺเถ กตฺตุวาจิมฺหา กมฺมํ คเวสียเต, โส สกมฺมโก. อิตโร อกมฺมโก.
ตตฺร สกมฺมกา กมฺมาเปกฺขํ กฺริยํ วทนฺติ, ยถา กฏํ กโรติ, คามํ คจฺฉติ, โอทนํ ปจติ. อกมฺมกา กมฺมนิรเปกฺขํ กฺริยํ วทนฺติ, ยถา อจฺฉติ เสติ ติฏฺฐติ. กฺริยาติ จ คมนปจนาทิโก อสตฺตสมฺมโต กตฺตริ กมฺเม วา ปติฏฺฐิโต การกสมูหสาธิโย ปทตฺโถ วุจฺจติ. อปิ จ –
กรณํ ภวนํ จาปิ, กร+ภูหิ กถียเต;
ตโต กฺริยาทิวาจตฺตํ, ปากาทีนํ กถํ ภเว.
กร+ภูธาตูหิ กรณญฺจ ภวนญฺจ วุจฺจติ, ปาก+คมนาทีหิ เตสํ กฺริยาภวนานํ วาจฺจตฺตํ กถํ ภวตีติ วุตฺตํ โหติ. ปุนปิ –
ปากาทีนญฺหิ วาจฺจตฺตํ, กรภูสุ น ยุชฺชติ;
ตํ พหุตรวาจฺจตฺตํ, ปากาทีสุ น ยุชฺชติ.
ตํ นาม –
การิยรูปา หิ ธาตฺวตฺถา, สตฺตายุตฺตา จ เต+ขิลา;
ตโต กฺริยา จ ภาโว จ, สามญฺญํ เตสุ คมฺยเต.