๒,๒. กมฺเม ทุติยา

กรียติ กตฺตุกิริยาย สมฺพนฺธียตีติ กมฺมํ, ตสฺมึ กมฺมการเก ทุติยาวิภตฺติ โหติ. ตํ ติวิธํ นิพฺพตฺติ, วิกติ, ปตฺติ เภเทน, ตตฺถ นิพฺพตฺติกมฺเม มาตา ปุตฺตํ วิชายติ, อาหาโร สุขํ ชนยติ, กฏํ กโรติ ทตฺโต. วิกติยํ กฏฺฐ+มงฺคารํ กโรติ, สุวณฺณํ กฏกํ กโรติ, วีหโย ลุนาติ. ปตฺติยํ ทตฺโต ฆรํ ปวิสติ, อาทิจฺจํ ปสฺสติ, ธมฺมํ สุณาติ, ปณฺฑิเต ปยิรุปาสติ.

วุตฺตญฺจ –

นิพฺพตฺติ+วิกติ+ปตฺติ-เภทา กมฺมํ ติธา มตํ;

กตฺตุกฺริยาภิคมฺมนฺตํ, สุข+มงฺคารํ+ฆรํ ยถาติ.

กฏํ กโรติ วิปุลํ ทสฺสนียนฺติ อตฺเถว คุณยุตฺตสฺส กมฺมตา, วิปุลํ กโรติ, ทสฺสนียํ กโรตีติ กฺริยาย สมฺพนฺธิยมานตฺตา. โอทโน ปจฺจเตติ โอทนสทฺทโต กมฺมตา นปฺปตียเต, กิญฺจรหิ อาขฺยาตโต.

อิจฺฉิตกมฺมํ ยถา-คาวุํ ปโย โทหติ, โคมนฺตํ คาวํ ยาจติ, คาว+มว รุนฺธติ วชํ, มาณวกํ มคฺคํ ปุจฺฉติ, โคมนฺตํ คาวํ ภิกฺขเต, รุกฺข+มวจินาติ ผลานิ, รุกฺขาตฺยตฺโถ. สิสฺสํ ธมฺมํ พฺรูเต. เอตฺถ ปโย, คาวํ อิจฺจาทิ อิจฺฉิตํ, คาวุํ, โคมนฺต+มิจฺจาทิ อนิจฺฉิตํ. เอว+มนิจฺฉิเตปิ กณฺฏกํ มทฺทติ, วิสํ คิลติ. ยํ เนวิ+จฺฉิตํ, นาปิ อนิจฺฉิตํ, ตตฺราปิ คามํ คจฺฉนฺโต รุกฺขมูล+มุปสปฺปติ.

อาธาเร อธิสิ+ฐา+สานํ ปโยเค จ, ปถวึ อธิเสสฺสติ, คาม+มธิติฏฺฐติ, รุกฺข+มชฺฌาสเตติ. เอตฺถ ปถวินฺติ ปถวิยนฺติ อตฺโถ. เอว+มภิ, นิปุพฺพวิสสฺสาปิ, ธมฺม+มภินิวิสเต, ธมฺเม วา. ตถา อุป, นฺว+ชฺฌา+ปุพฺพวสติสฺส, คาม+มุปวสติ, คาม+มนุวสติ, วิหาร+มธิวสติ, คาม+มาวสติ, อคารํ อชฺฌวสติ, เอตฺถ คามนฺติ คาเมตฺยตฺโถ. ตถา ตปฺปานา+จาเรปิ, นทึ ปิพติ, คามํ จรติ, นทิยํตฺยตฺโถ. สเจ มํ นาลปิสฺสตีติ มยา สทฺธึตฺยตฺโถ. วิหิตาว ปฏิ-โยเคปิ ทุติยา, ปฏิภนฺตุ ตํ จุนฺท โพชฺฌงฺคา, ตมฺปฏิ โพชฺฌงฺคา ภาสนฺตูติ อตฺโถ. อุปมา มํ ปติภาติ, อุปมา มํ อุปฏฺฐาติตฺยตฺโถ. ธาตุนายุตฺเต ‘‘ตสฺส นปฺปฏิภาตี’’ติ ฉฏฺฐี.