๑. เทฺว เทฺว+กาเนเกสุ นามสฺมา สิโย อํโย นา หิ ส นํ สฺมา หิ ส นํ สฺมึ สุ
เอเตสํ เทฺว เทฺว โหนฺติ เอกาเนกตฺเถสุ วตฺตมานโต นามสฺมา ยถากฺกมํ. ยโต อิเม สตฺต ทุกา โหนฺติ, ‘‘อตฺถวนฺต+มธาตุก+มปจฺจยํ ปาฏิปทิกํ กิตก+ตทฺธิต+สมาสา เจ’’ติ วุตฺตตฺตา ตํ นามํ ปาฏิปทิกํ นาม. เกจิ สกตฺถ+ทพฺพ+ลิงฺค+สงฺขฺยา+กมฺมาทิปญฺจกํ ปาฏิปทิกนฺติ วทนฺติ. เตเน+ตํ วุจฺจติ –
สกตฺถ+ทพฺพ+ลิงฺคานิ, สทฺทตฺถ+มพฺรวุํ ปเร;
สงฺขฺยา+กมฺมาทิกานนฺตุ, วิภตฺติ วาจกา มตา.
สกตฺถ+ทพฺพ+ลิงฺคานิ, สงฺขฺยา+กมฺมาทิปญฺจกํ;
สทฺทตฺถ+มพฺรวุํ เกจิ, วิภตฺติ ปน โชตกาติ จ.
ตโต เอกมฺหิ วตฺตพฺเพ เอกวจนํ พหุมฺหิ วตฺตพฺเพ พหุวจนญฺจาติ อนิยเมน ปสงฺเค ‘‘นามสฺมา’’ติ อธิกาโร.