๓. การกกณฺฑ
อถ วิภตฺตีนมตฺถเภทา วุจฺจนฺเต.
ตตฺถ เอกมฺปิ อตฺถํ กมฺมาทิวเสน, เอกตฺตาทิวเสน จ วิภชนฺตีติ วิภตฺติโย, สฺยาทโย. ตา ปน ปฐมาทิเภเทน สตฺตวิธา.
ตตฺถ กสฺมึ อตฺเถ ปฐมา?
๒๘๓. ลิงฺคตฺเถ ปฐมา.
ลิงฺคตฺถาภิธานมตฺเต ปฐมาวิภตฺติ โหติ.
ลิงฺคสฺส อตฺโถ ลิงฺคตฺโถ. เอตฺถ จ ลีนํ องฺคนฺติ ลิงฺคํ, อปากโฏ อวยโว, ปุริโสติอาทีนญฺหิ ปกติปฺปจฺจยาทิวิภาคกปฺปนาย นิปฺผาทิตานํ สทฺทปฺปติรูปกานํ นามิกปทานํ ปฐมํ ฐเปตพฺพํ ปกติรูปํ อปากฏตฺตา, อวยวตฺตา จ ลิงฺคนฺติ วุจฺจติ. อถ วา วิสทาวิสโทภยรหิตาการโวหารสงฺขาเตน ติวิธลิงฺเคน สหิตตฺถสฺส, ตพฺพินิมุตฺตสฺสุปสคฺคาทีนมตฺถสฺส จ ลีนสฺส คมนโต, ลิงฺคนโต วา ลิงฺคนฺติ อนฺวตฺถนามวเสน วา ‘‘ธาตุปฺปจฺจยวิภตฺติวชฺชิตมตฺถวํ ลิงฺค’’นฺติ วจนโต ปรสมญฺญาวเสน วา ลิงฺคนฺติ อิธ ปาฏิปทิกาปรนามเธยฺยํ สฺยาทิวิภตฺยนฺตปทปกติรูปเมว วุจฺจตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
ลิงฺคสฺสตฺโถ นาม ปพนฺธวิเสสากาเรน ปวตฺตมาเน รูปาทโย อุปาทาย ปญฺญาปียมาโน ตทญฺญานญฺญภาเวน อนิพฺพจนีโย สมูหสนฺตานาทิเภโท อุปาทาปญฺญตฺติสงฺขาโต ฆฏปฏาทิโวหารตฺโถ จ ปถวีธาตุผสฺสาทีนํ สภาวธมฺมานํ กาลเทสาทิเภทภินฺนานํ วิชาติยวินิวตฺโต สชาติยสาธารโณ ยถาสงฺเกตมาโรปสิทฺโธ ตชฺชาปญฺญตฺติสงฺขาโต กกฺขฬตฺตผุสนาทิสามญฺญากาโร จ.
โส ปน กมฺมาทิสํสฏฺโฐ, สุทฺโธ จาติ ทุวิโธ. ตตฺถ กมฺมาทีสุ ทุติยาทีนํ วิธียมานตฺตา กมฺมาทิสํสคฺครหิโต ลิงฺคสงฺขฺยาปริมาณยุตฺโต, ตพฺพินิมุตฺตุปสคฺคาทิปทตฺถภูโต จ สุทฺโธ สทฺทตฺโถ อิธ ลิงฺคตฺโถ นาม.
โย ปน อาขฺยาตกิตกตทฺธิตสมาเสหิ วุตฺโต กมฺมาทิสํสฏฺโฐ อตฺโถ, โสปิ ทุติยาทีนํ ปุน อตฺตนา วตฺตพฺพสฺส อตฺถวิเสสสฺสาภาเวน อวิสยตฺตา, ลิงฺคตฺถมตฺตสฺส สมฺภวโต จ ปฐมาเยว วิสโย.
โหติ เจตฺถ –
ปฐมาวุปสคฺคตฺเถ, เกสญฺจตฺเถ นิปาตสทฺทานํ;
ลิงฺคาทิเก จ สุทฺเธ-ภิหิเต กมฺมาทิอตฺเถปิ.
สลิงฺเค ตาว – เอโส ปุริโส, เอเต ปุริสา, เอสา กญฺญา, เอตา กญฺญาโย, เอตํ จิตฺตํ, เอตานิ จิตฺตานิ.
สสงฺเขฺย – เอโก เทฺว.
สปริมาเณ – โทโณ ขารี อาฬฺหกํ.
ลิงฺคาทิวินิมุตฺเต สตฺตามตฺเต – จ วา ห อหํ อตฺถิ สกฺกาลพฺภา อิจฺจาทิ.
‘‘ลิงฺคตฺเถ ปฐมา’’ติ อธิกิจฺจ ‘‘อาลปเน จา’’ติ อาลปนตฺเถ จ ปฐมา, อภิมุขํ กตฺวา ลปนํ อาลปนํ, อามนฺตนํ อวฺหานนฺติ อตฺโถ.
เอตฺถ จ อามนฺตนํ นาม ปเคว ลทฺธสรูปสฺส สทฺเทน อภิมุขีกรณํ, กตาภิมุโข ปน ‘‘คจฺฉา’’ติอาทินา นเยน กฺริยาย โยชียติ, ตสฺมา อามนฺตนสมเย กฺริยาโยคาภาวโต อิทํ การกโวหารํ น ลภติ.
วุตฺตญฺจ
‘‘สทฺเทนาภิมุขีกาโร, วิชฺชมานสฺส วตฺถุโน;
อามนฺตนํ วิธาตพฺเพ, นตฺถิ ‘ราชา ภเว’ติท’’นฺติ.
โภ ปุริส เอหิ, โภ ปุริสา วา, ภวนฺโต ปุริสา เอถ.
กสฺมึ อตฺเถ ทุติยา?
๒๘๔. กมฺมตฺเถ ทุติยา.
กมฺมตฺเถ ลิงฺคมฺหา ทุติยาวิภตฺติ โหติ.
อนภิหิเต เอวายํ, ‘‘กมฺมนิ ทุติยายํ ตฺโต’’ติ วจนญฺเจตฺถ ญาปกํ.
กึ กมฺมํ?
‘‘เยน วา กยิรเต ตํ กรณ’’นฺติ อิโต ‘‘วา’’ติ วตฺตเต.
๒๘๕. ยํ กโรติ ตํ กมฺมํ.
ยํ วา กโรติ, ยํ วา วิกโรติ, ยํ วา ปาปุณาติ, ตํ การกํ กมฺมสญฺญํ โหติ.
อิธ ลิงฺคกาลวจนมตนฺตํ. กรียตีติ กมฺมํ. ตตฺถ การกํ, สาธกํ กฺริยานิปฺผตฺติยา การณมุจฺจเต, ตํ ปน การกํ ฉพฺพิธํ กมฺมํ กตฺตา กรณํ สมฺปทานมปาทานโมกาโส จาติ. ตตฺถ สภาวโต, ปริกปฺปโต วา กมฺมาทิมฺหิ สติเยว กฺริยาภาวโต กมฺมาทีนํ ฉนฺนมฺปิ การกโวหาโร สิทฺโธว โหติ.
ตํ ปน กมฺมํ ติวิธํ นิพฺพตฺตนียํ วิกรณียํ ปาปณียญฺจาติ. ยถา – มาตา ปุตฺตํ วิชายติ, อาหาโร สุขํ ชนยติ. ฆฏํ กโรติ เทวทตฺโต, กฏฺฐมงฺคารํ กโรติ, สุวณฺณํ เกยูรํ, กฏกํ วา กโรติ, วีหโย ลุนาติ. เทวทตฺโต นิเวสนํ ปวิสติ, อาทิจฺจํ ปสฺสติ, ธมฺมํ สุณาติ, ปณฺฑิเต ปยิรุปาสติ.
วุตฺตญฺจ
‘‘นิพฺพตฺติวิกติปฺปตฺติ-เภเทน ติวิธํ มตํ;
กตฺตุ กฺริยาภิคมฺมํ ตํ, สุขงฺคารํ นิเวสน’’นฺติ.
เอตฺถ จ อิจฺฉิตานิจฺฉิตกถิตากถิตาทิเภทมนเปกฺขิตฺวา สพฺพสงฺคาหกวเสน ‘‘ยํ กโรติ ตํ กมฺม’’นฺติ วุตฺตตฺตา, อตฺถนฺตรวิกปฺปนวาธิการโต จ สพฺพตฺถ อิมินาว กมฺมสญฺญา โหติ.
ตตฺถ อนิจฺฉิตกมฺมํ ยถา – กณฺฏกํ มทฺทติ, วิสํ คิลติ, คามํ คจฺฉนฺโต รุกฺขมูลํ อุปคจฺฉติ.
อกถิตกมฺมํ ยถา – ยญฺญทตฺตํ กมฺพลํ ยาจเต พฺราหฺมโณ. เอตฺถ หิ ‘‘กมฺพล’’มิติ กถิตกมฺมํ ทฺวิกมฺมิกาย ยาจนกฺริยาย ปตฺตุมิจฺฉิตตรตฺตา. ‘‘ยญฺญทตฺต’’มิติ อปฺปธานตฺตา อกถิตกมฺมํ. ตถา สมิทฺธํ ธนํ ภิกฺขเต, อชํ คามํ นยติ, ปราภวนฺตํ ปุริสํ, มยํ ปุจฺฉาม โคตมํ, ภควา ภิกฺขู เอตทโวจ อิจฺจาทิ.
อภิหิตกมฺเม ปน น โหติ, ยถา – กโฏ กรียเต เทวทตฺเตน, สุคเตน เทสิโต ธมฺโม, ยญฺญทตฺโต กมฺพลํ ยาจียเต พฺราหฺมเณน อิจฺจาทิ.
‘‘ทุติยา’’ติ อธิกาโร.
๒๘๖. คติ พุทฺธิ ภุช ปฐ หร กร สยาทีนํ การิเต วา.
คมุ สปฺป คติมฺหิ, พุธ โพธเน, พุธ อวคมเน วา, ภุช ปาลนพฺยวหรเณสุ, ปฐ พฺยตฺติยํ วาจายํ, หร หรเณ, กร กรเณ, สิ สเย อิจฺเจวมาทีนํ ธาตูนํ ปโยเค การิเต สติ ปโยชฺชกกตฺตุภูเต กมฺมนิ ลิงฺคมฺหา ทุติยาวิภตฺติ โหติ วา. นิจฺจสมฺปตฺเต วิกปฺปตฺโถยํ, เตน ตสฺส ปกฺเข ตติยา โหติ.
โย โกจิ ปุริโส คามํ คจฺฉติ, ตมญฺโญ ปโยชยติ. ปุริโส ปุริสํ คามํ คมยติ, ปุริเสน วา คามํ คมยติ. เอวํ สิสฺสํ ธมฺมํ โพเธติ อาจริโย, มาตา ปุตฺตํ โภชนํ โภชยติ, สิสฺสํ ธมฺมํ ปาเฐติ อาจริโย, ปุริโส ปุริสํ ภารํ หาเรติ, ตถา ปุริโส ปุริสํ กมฺมํ การยติ, ปุริเสน วา กมฺมํ การาปยติ, ปุริโส ปุริสํ สยาปยติ. เอวํ สพฺพตฺถ การิเต กตฺตุกมฺมนิ ทุติยา.
การิเตติ กึ? ปุริโส คามํ คจฺฉติ.
อภิหิเต น ภวติ, ปุริเสน ปุริโส คามํ คมียเต, สิสฺโส ธมฺมํ โพธียเต อิจฺจาทิ.
๒๘๗. กาลทฺธานมจฺจนฺตสํโยเค.
อจฺจนฺตํ นิรนฺตรํ สํโยโคอจฺจนฺตสํโยโค. กาลทฺธานํ ทพฺพคุณกฺริยาหิ อจฺจนฺตสํโยเค เตหิ กาลทฺธานวาจีหิ ลิงฺเคหิ ทุติยาวิภตฺติ โหติ.
กาเล ตาว – สตฺตาหํ ควปานํ, มาสํ มํโสทนํ, สรทํ รมณียา นที, สพฺพกาลํ รมณียํ นนฺทนํ, มาสํ สชฺฌายติ, ตโย มาเส อภิธมฺมํ เทเสสิ.
อทฺธาเน – โยชนํ วนราชิ, โยชนํ ทีโฆ ปพฺพโต, โกสํ สชฺฌายติ.
อจฺจนฺตสํโยเคติ กึ? มาเส มาเส ภุญฺชติ, โยชเน โยชเน วิหารํ ปติฏฺฐาเปสิ.
๒๘๘. กมฺมปฺปวจนียยุตฺเต.
กมฺมปฺปวจนีเยหิ นิปาโตปสคฺเคหิ ยุตฺเต โยเค สติ ลิงฺคมฺหา ทุติยาวิภตฺติ โหติ.
กมฺมํ ปวจนียํ เยสํ เต กมฺมปฺปวจนียา, ปรสมญฺญาวเสน วา อนฺวาทโย กมฺมปฺปวจนียา.
ตตฺถ อนุสทฺทสฺส ลกฺขเณ, สหตฺเถ, หีเน จ กมฺมปฺปวจนียสญฺญา วุตฺตา. ยถา – ปพฺพชิตมนุ ปพฺพชึสุ, นทิมนฺววสิตา พาราณสี, นทิยา สห อวพทฺธาติ อตฺโถ, อนุ สาริปุตฺตํ ปญฺญวา.
ลกฺขณาทีสุ ‘‘ลกฺขณิ’ตฺถมฺภูตกฺขานภาค วิจฺฉาสุ ปติ ปริ อนโว’’ติ ปติ ปริ อนูนํ กมฺมปฺปวจนียสญฺญา วุตฺตา.
ลกฺขเณ สูริยุคฺคมนํ ปติ ทิพฺพา ภกฺขา ปาตุภเวยฺยุํ, รุกฺขํ ปติ วิชฺโชตเต จนฺโท, รุกฺขํ ปริ, รุกฺขํ อนุ.
อิตฺถมฺภูตกฺขาเน สาธุ เทวทตฺโต มาตรํ ปติ, มาตรํ ปริ, มาตรํ อนุ.
ภาเค ยเทตฺถ มํ ปติ สิยา, มํ ปริ, มํ อนุ, ตํ ทียตุ.
วิจฺฉาโยเค อตฺถมตฺถํ ปติ สทฺโท นิวิสติ, รุกฺขํ รุกฺขํ ปติ วิชฺโชตเต จนฺโท, รุกฺขํ รุกฺขํ ปริ, รุกฺขํ รุกฺขํ อนุ.
‘‘อภิรภาเค’’ติ อภิสฺส ภาควชฺชิเตสุ ลกฺขณาทีสุ กมฺมปฺปวจนียสญฺญา วุตฺตา. ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต, สาธุ เทวทตฺโต มาตรํ อภิ.
นิปาเต ธิ พฺราหฺมณสฺส หนฺตาร มิจฺเจวมาทิ.
๒๘๙. กฺวจิ ทุติยา ฉฏฺฐีนมตฺเถ.
ฉฏฺฐีนํ อตฺเถ กฺวจิ ทุติยาวิภตฺติ โหติ. อนฺตราอภิโต ปริโต ปติ ปฏิภาติโยเค อยํ. อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ นาฬนฺทํ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน, ราชคหสฺส จ นาฬนฺทาย จ มชฺเฌติ อตฺโถ. อภิโต คามํ วสติ, ปริโต คามํ วสติ, นทึ เนรญฺชรํ ปติ, เนรญฺชราย นทิยา สมีเปติ อตฺโถ. ปฏิภนฺตุ ตํ จุนฺท โพชฺฌงฺคา, อุปมา มํ ปฏิภาติ, อุปมา มยฺหํ อุปฏฺฐหตีติ อตฺโถ.
‘‘กฺวจิ ทุติยา, อตฺเถ’’ติ จ วตฺตเต.
๒๙๐. ตติยาสตฺตมีนญฺจ.
ตติยาสตฺตมีนมตฺเถ จ กฺวจิ ลิงฺคมฺหา ทุติยาวิภตฺติ โหติ.
ตติยตฺเถ สเจ มํ นาลปิสฺสติ, ตฺวญฺจ มํ นาภิภาสสิ, วินา สทฺธมฺมํ กุโต สุขํ, อุปายมนฺตเรน น อตฺถสิทฺธิ.
สตฺตมิยตฺเถ – กาเล, อุปานฺวชฺฌาวสสฺส ปโยเค, อธิสิฏฺฐาวสานํ ปโยเค, ตปฺปานจาเร จ ทุติยา.
กาเล ตาว – ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา, เอกํ สมยํ ภควา. อิมํ รตฺตึ จตฺตาโร มหาราชาโน.
อุปาทิปุพฺพสฺส วสธาตุสฺส ปโยเค – คามํ อุปวสติ, คามํ อนุวสติ, วิหารํ อธิวสติ, คามํ อาวสติ, อคารํ อชฺฌาวสติ. ตถา ปถวึ อธิเสสฺสติ, คามํ อธิติฏฺฐติ, คามํ อชฺฌาวสติ.
ตปฺปานจาเรสุ – นทึ ปิวติ, คามํ จรติ อิจฺจาทิ.
กสฺมึ อตฺเถ ตติยา?
๒๙๑. กรเณ ตติยา.
กรณการเก ตติยาวิภตฺติ โหติ.
กึ กรณํ?
๒๙๒. เยน วา กยิรเต ตํ กรณํ.
เยน วา กตฺตา อุปกรณภูเตน วตฺถุนา กฺริยํ อพฺยวธาเนน กโรติ, เยน วา วิกโรติ, เยน วา ปาปุณาติ, ตํ การกํ กรณสญฺญํ โหติ.
กรียเต อเนนาติ กรณํ, เอตฺถ จ สติปิ สพฺพการกานํ กฺริยาสาธกตฺเต ‘‘เยน วา กยิรเต’’ติ วิเสเสตฺวา วจนํ กตฺตูปกรณภูเตสุ การเกสุ สาธกตมสฺเสว คหณตฺถํ.
วุตฺตญฺจ
‘‘ยสฺส สพฺพวิเสเสน, กฺริยาสํสิทฺธิเหตุตา;
สมฺภาวียติ ตํ วุตฺตํ, กรณํ นาม การก’’นฺติ.
ตํ ปน ทุวิธํ อชฺฌตฺติก พาหิรวเสน.
ยถา – หตฺเถน กมฺมํ กโรติ, จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ, มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย. ทตฺเตน วีหโย ลุนาติ, อคฺคินา กุฏึ ฌาเปติ.
‘‘ตติยา’’ติ อธิกาโร.
๒๙๓. กตฺตริ จ.
กตฺตริ จ การเก ลิงฺคมฺหา ตติยาวิภตฺติ โหติ. จคฺคหเณน อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ, กฺริยาปวคฺเค, ปุพฺพสทิสสมูนตฺถ กลห นิปุณ มิสฺสก สขิลตฺถาทิโยเค, กาลทฺธาเนสุ, ปจฺจตฺตกมฺมตฺถปญฺจมิยตฺถาทีสุ จ ตติยา.
โก จ กตฺตา?
๒๙๔. โย กโรติ ส กตฺตา.
โย กฺริยํ อตฺตปฺปธาโน หุตฺวา กโรติ, โส กตฺตุสญฺโญ โหติ.
โส ติวิโธ สุทฺธกตฺตา เหตุกตฺตา กมฺมกตฺตาติ. ตตฺถ โย สยเมว กฺริยํ กโรติ, โส สุทฺธกตฺตา. โย อญฺญํ กาตุํ สมตฺถํ อกโรนฺตํ กมฺมํ นิโยเชติ, โส เหตุกตฺตา, ยถา – คนฺตุํ สมตฺโถ เทวทตฺโต, ตมญฺโญ ปโยเชติ ‘‘คมยติ เทวทตฺต’’นฺติ.
ยํ ปน ตตฺถ ตตฺถ คจฺฉติ เทวทตฺโต, ตมญฺโญ ปโยชยติ ‘‘คมยติ เทวทตฺต’’นฺติ เหตฺวตฺถนิทสฺสนํ, ตมฺปิ สามตฺถิยทสฺสนวเสน วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. อญฺญถา ยทิ สยเมว คจฺฉติ, กึ ตตฺถ ปโยชกพฺยาปาเรน อกโรนฺตํ พเลน การยติ, ปาสาณํ อุฏฺฐาปยตีติอาทิกญฺจ น สิชฺเฌยฺย.
เอตฺถ ปน
‘‘กตฺตา’’ติ วตฺตเต.
๒๙๓. โย กาเรติ ส เหตุ.
โย กตฺตารํ กาเรติ, โส เหตุสญฺโญ โหติ, กตฺตา จาติ เหตุกตฺตุสญฺญา.
โย ปน ปรสฺส กฺริยํ ปฏิจฺจ กมฺมภูโตปิ สุกรตฺตา สยเมว สิชฺฌนฺโต วิย โหติ, โส กมฺมกตฺตา นาม, ยถา – สยํ กรียเต กโฏ, สยเมว ปจฺจเต โอทโนติ.
วุตฺตญฺจ
‘‘อตฺตปฺปธาโน กิริยํ, โย นิพฺพตฺเตติ การโก;
อปฺปยุตฺโต ปยุตฺโต วา, ส กตฺตาติ ปวุจฺจติ.
เหตุกตฺตาติ กถิโต,
กตฺตุโน โย ปโยชโก;
กมฺมกตฺตาติ สุกโร,
กมฺมภูโต กถียเต’’ติ.
นนุ จ ‘‘สํโยโค ชายเต’’ติอาทีสุ กถํ ปุเร อสโต ชนนกฺริยาย กตฺตุภาโวสิยาติ? วุจฺจเต – โลกสงฺเกตสิทฺโธ หิ สทฺทปฺปโยโค, อวิชฺชมานมฺปิ หิ โลโก สทฺทาภิเธยฺยตาย วิชฺชมานํ วิย คเหตฺวา โวหรติ, วิกปฺปพุทฺธิคหิตากาโรเยว หิ สทฺเทนาภิธียเต, น ตุ วตฺถุสภาโว, อญฺญถา สุตมยญาเณนปิ ปจฺจกฺเขน วิย วตฺถุสภาวสจฺฉิกรณปฺปสงฺโค จ มุสาวาท กุทิฏฺฐิวาทาทีนมภาวปฺปสงฺโค จ สิยา, ตสฺมา พุทฺธิปริกปฺปิตปญฺญตฺติวเสนปิ สทฺทปฺปวตฺติ โหตีติ อสโต สํโยคาทิสฺสปิ โหเตว ชนนกฺริยาย กตฺตุการกตาติ.
ยถาห
‘‘โวหารวิสโย สทฺโท, เนกนฺตปรมตฺถิโก;
พุทฺธิสงฺกปฺปิโต อตฺโถ, ตสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ.
พุทฺธิยา คหิตตฺตา หิ, สํโยโค ชายเต อิติ;
สํโยโค วิชฺชมาโนว, กตฺตา ภวติ ชาติยา’’ติ.
ตตฺร ตติยา ชิเนน เทสิโต ธมฺโม, พุทฺเธน ชิโต มาโร, อหินา ทฏฺโฐ นโร, พุทฺเธน โพธิโต โลโก, สทฺเธหิ การิโต วิหาโร.
อภิหิเต น ภวติ. กฏํ กโรติ เทวทตฺโต, กาเรติ วา.
อิตฺถมฺภูตสฺส ลกฺขเณ – สา ภินฺเนน สีเสน ปคฺฆรนฺเตน โลหิเตน ปฏิวิสฺสกานํ อุชฺฌาเปสิ, อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตน อญฺญํ นวํ ปตฺตํ เจตาเปยฺย, ติทณฺฑเกน ปริพฺพาชกมทฺทกฺขิ.
อปวคฺเค – เอกาเหเนว พาราณสึ ปายาสิ, นวหิ มาเสหิ วิหารํ นิฏฺฐาเปสิ, โยชเนน อธีตํ พฺยากรณํ, กฺริยาปวคฺโคติ กฺริยาย อาสุํ ปรินิฏฺฐาปนํ.
ปุพฺพาทิโยเค – มาเสน ปุพฺโพ, ปิตรา สทิโส, มาตรา สโม, กหาปเณน อูโน, ธเนน วิกโล, อสินา กลโห, อาจาเรน นิปุโณ, วาจาย นิปุโณ, คุเฬน มิสฺสกํ, ติเลน มิสฺสกํ, วาจาย สขิโล, มณินา อตฺโถ, ธเนน อตฺโถ, ปิตรา ตุโลฺย.
กาลทฺธาเนสุ – มาเสน ภุญฺชติ, โยชเนน คจฺฉติ.
ปจฺจตฺเต – อตฺตนาว อตฺตานํ สมฺมนฺนติ.
กมฺมตฺเถ – ติเลหิ เขตฺเต วปติ.
ปญฺจมิยตฺเถ – สุมุตฺตา มยํ เตน มหาสมเณน.
๒๙๖. สหาทิโยเค จ.
สห สทฺธึ สมํ นานา วินา อลํ กิมิจฺเจวมาทีหิ โยเค ลิงฺคมฺหา ตติยาวิภตฺติ โหติ, จสทฺเทน สหตฺเถปิ.
ตตฺถ สหสทฺเทน โยโค กฺริยา คุณ ทพฺพ สมวาเย สมฺภวติ. ยถา – วิตกฺเกน สห วตฺตติ, ปุตฺเตน สห ถูโล, อนฺเตวาสิกสทฺธิวิหาริเกหิ สห อาจริยุปชฺฌายานํ ลาโภ, นิสีทิ ภควา สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน, สหสฺเสน สมํ มิตา, สพฺเพหิ เม ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว, สงฺโฆ วินาปิ คคฺเคน อุโปสถํ กเรยฺย, อลํ เต อิธ วาเสน, กึ เม เอเกน ติณฺเณน, ปุริเสน ถามทสฺสินา, กึ เต ชฏาหิ ทุมฺเมธ, กึ เต อชินสาฏิยา.
สหตฺเถ – เทวทตฺโต ราชคหํ ปาวิสิ โกกาลิเกน ปจฺฉาสมเณน, ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส.
๒๙๗. เหตฺวตฺเถ จ.
โยคคฺคหณมิหานุวตฺตเต, เหตฺวตฺเถ, เหตฺวตฺถปฺปโยเค จ ลิงฺคมฺหา ตติยาวิภตฺติ โหติ.
กิสฺมิญฺจิ ผเล ทิฏฺฐสามตฺถิยํ การณํ เหตุ, โสเยว อตฺโถ, ตสฺมึ เหตฺวตฺเถ, อนฺเนน วสติ, ธมฺเมน วสติ, วิชฺชาย วสติ.
น ชจฺจาวสโล โหติ,
น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ;
กมฺมุนา วสโล โหติ,
กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ.
ทาเนน โภควา, อาจาเรน กุลี.
เกน ปาณิ กามทโท, เกน ปาณิ มธุสฺสโว;
เกน เต พฺรหฺมจริเยน, ปุญฺญํ ปาณิมฺหิ อิชฺฌติ.
เหตฺวตฺถปฺปโยเค – เกน นิมิตฺเตน, เกน ปโยชเนน, เกนฏฺเฐน, เกน เหตุนา วสติ.
๒๙๘. สตฺตมฺยตฺเถ จ.
สตฺตมฺยตฺเถ จ ลิงฺคมฺหา ตติยาวิภตฺติ โหติ.
กาลทฺธานทิสาเทสาทีสุ จายํ. เตน สมเยน, เตน กาเลน, กาเลน ธมฺมสฺสวณํ, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา, มาเสน ภุญฺชติ, โยชเนน ธาวติ. ปุรตฺถิเมน ธตรฏฺโฐ, ทกฺขิเณน วิรูฬฺหโก, ปจฺฉิเมน วิรูปกฺโข, อุตฺตเรน กสิวนฺโต ชโนฆมปเรน จ, เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อิจฺจาทิ.
๒๙๙. เยนงฺควิกาโร.
เยน พฺยาธิมตา องฺเคน องฺคิโน วิกาโร ลกฺขียเต, ตตฺถ ตติยาวิภตฺติ โหติ. เอตฺถ จ องฺคมสฺส อตฺถีติ องฺคํ, สรีรํ. อกฺขินา กาโณ, หตฺเถน กุณี, ปาเทน ขญฺโช, ปิฏฺฐิยา ขุชฺโช.
๓๐๐. วิเสสเน จ.
วิเสสียติ วิเสสิตพฺพํ อเนนาติ วิเสสนํ, โคตฺตาทิ. ตสฺมึ โคตฺตนามชาติสิปฺปวโยคุณสงฺขาเต วิเสสนตฺเถ ตติยาวิภตฺติ โหติ, จสทฺเทน ปกติอาทีหิ จ. โคตฺเตน โคตโม นาโถ.
สาริปุตฺโตติ นาเมน, วิสฺสุโต ปญฺญวา จ โส;
ชาติยา ขตฺติโย พุทฺโธ, โลเก อปฺปฏิปุคฺคโล.
ตทหุ ปพฺพชิโต สนฺโต, ชาติยา สตฺตวสฺสิโก;
โสปิ มํ อนุสาเสยฺย, สมฺปฏิจฺฉามิ มตฺถเก.
สิปฺเปน นฬกาโร โส, เอกูนตึโส วยสา, วิชฺชาย สาธุ, ปญฺญาย สาธุ, ตปสา อุตฺตโม, สุวณฺเณน อภิรูโป.
ปกติอาทีสุ – ปกติยา อภิรูโป, เยภุยฺเยน มตฺติกา, สเมน ธาวติ, วิสเมน ธาวติ, ทฺวิโทเณน ธญฺญํ กิณาติ, สหสฺเสน อสฺสเก กิณาติ อิจฺจาทิ.
กสฺมึ อตฺเถ จตุตฺถี?
๓๐๑. สมฺปทาเน จตุตฺถี.
สมฺปทานการเก ลิงฺคมฺหา จตุตฺถีวิภตฺติ โหติ.