๔. สมาสกณฺฑ

อถ นามเมว อญฺญมญฺญสมฺพนฺธีนํ สมาโสติ นามนิสฺสิตตฺตา, สยญฺจ นามิกตฺตา นามานนฺตรํ สมาโส วุจฺจเต.

โส จ สญฺญาวเสน ฉพฺพิโธ อพฺยยีภาโว กมฺมธารโย ทิคุ ตปฺปุริโส พหุพฺพีหิ ทฺวนฺโท จาติ.

อพฺยยีภาวสมาส

ตตฺร ปฐมํ อพฺยยีภาวสมาโส วุจฺจเต;

โส จ นิจฺจสมาโสติ อสฺสปทวิคฺคโห.

‘‘อุปนครํ’’อิตีธ – อุปสทฺทโต ปฐเมกวจนํ สิ, ตสฺส อุปสคฺคปรตฺตา ‘‘สพฺพาสมาวุโสปสคฺคนิปาตาทีหิ จา’’ติ โลโป, นครสทฺทโต ฉฏฺเฐกวจนํ ส, นครสฺส สมีปนฺติ อญฺญปเทน วิคฺคเห –

‘‘นามานํ สมาโส ยุตฺตตฺโถ’’ติ สมาสวิธาเน สพฺพตฺถ วตฺตเต.

๓๓๐. อุปสคฺคนิปาตปุพฺพโก อพฺยยีภาโว.

อุปสคฺคปุพฺพโก, นิปาตปุพฺพโก จ นามิโก ยุตฺตตฺโถ เตเหว อตฺตปุพฺพเกหิ อุปสคฺคนิปาเตหิ สห นิจฺจํ สมสียเต, โส จ สมาโส อพฺยยีภาวสญฺโญ โหติ. อิธ อพฺยยีภาวาทิสญฺญาวิธายกสุตฺตาเนว วา สญฺญาวิธานมุเขน สมาสวิธายกานีติ ทฏฺฐพฺพานิ.

ตตฺถ อพฺยยมิติ อุปสคฺคนิปาตานํ สญฺญา, ลิงฺควจนเภเทปิ พฺยยรหิตตฺตา, อพฺยยานํ อตฺถํ วิภาวยตีติ อพฺยยีภาโว อพฺยยตฺถปุพฺพงฺคมตฺตา, อนพฺยยํ อพฺยยํ ภวตีติ วา อพฺยยีภาโว. ปุพฺพปทตฺถปฺปธาโน หิ อพฺยยีภาโว, เอตฺถ จ ‘‘อุปสคฺคนิปาตปุพฺพโก’’ติ วุตฺตตฺตา อุปสคฺคนิปาตานเมว ปุพฺพนิปาโต.

๓๓๑. นามานํ สมาโส ยุตฺตตฺโถ.

เตสํ นามานํ ปยุชฺชมานปทตฺถานํ โย ยุตฺตตฺโถ, โส สมาสสญฺโญ โหติ, ตทญฺญํ วากฺยมิติ รุฬฺหํ.

นามานิ สฺยาทิวิภตฺยนฺตานิ, สมสฺสเตติ สมาโส, สงฺขิปิยตีติ อตฺโถ.

วุตฺตญฺหิ

‘‘สมาโส ปทสงฺเขโป, ปทปฺปจฺจยสํหิตํ;

ตทฺธิตํ นาม โหเตวํ, วิญฺเญยฺยํ เตสมนฺตร’’นฺติ.

ทุวิธญฺจสฺส สมสนํ สทฺทสมสนมตฺถสมสนญฺจ, ตทุภยมฺปิ ลุตฺตสมาเส ปริปุณฺณเมว ลพฺภติ. อลุตฺตสมาเส ปน อตฺถสมสนเมว วิภตฺติโลปาภาวโต, ตตฺถาปิ วา เอกปทตฺตูปคมนโต ทุวิธมฺปิ ลพฺภเตว. เทฺว หิ สมาสสฺส ปโยชนานิ เอกปทตฺตเมกวิภตฺติตฺตญฺจาติ.

ยุตฺโต อตฺโถ ยุตฺตตฺโต, อถ วา ยุตฺโต สงฺคโต, สมฺพนฺโธ วา อตฺโถ ยสฺส โสยํ ยุตฺตตฺโถ, เอเตน สงฺคตตฺเถน ยุตฺตตฺถวจเนน ภินฺนตฺถานํ เอกตฺถีภาโว สมาสลกฺขณนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถ จ ‘‘นามาน’’นฺติ วจเนน ‘‘เทวทตฺโต ปจตี’’ติอาทีสุ อาขฺยาเตน สมาโส น โหตีติ ทสฺเสติ. สมฺพนฺธตฺเถน ปน ยุตฺตตฺถคฺคหเณน ‘‘ภโฏ รญฺโญ ปุตฺโต เทวทตฺตสฺสา’’ติอาทีสุ อญฺญมญฺญานเปกฺเขสุ, ‘‘เทวทตฺตสฺส กณฺหา ทนฺตา’’ติอาทีสุ จ อญฺญสาเปกฺเขสุ อยุตฺตตฺถตาย สมาโส น โหตีติ ทีเปติ.

‘‘อตฺถวสา วิภตฺติวิปริณาโม’’ติ วิปริณาเมน ‘‘ยุตฺตตฺถาน’’นฺติ วตฺตเต.

๓๓๒. เตสํ วิภตฺติโย โลปา จ.

อิธ ปทนฺตเรน วา ตทฺธิตปฺปจฺจเยหิ วา อายาทิปฺปจฺจเยหิ วา เอกตฺถีภูตา ยุตฺตตฺถา นาม, เตน ‘‘เตสํ ยุตฺตตฺถานํ สมาสานํ, ตทฺธิตายาทิปฺปจฺจยนฺตานญฺจ วิภตฺติโย โลปนียา โหนฺตี’’ติ อตฺโถ. สมาสคฺคหณาธิกาเร ปน สติ เตสํคหเณน วา ตทฺธิตายาทิปฺปจฺจยนฺต วิภตฺติโลโป. จคฺคหณํ ‘‘ปภงฺกโร’’ติอาทีสุ โลปนิวตฺตนตฺถํ.

วิปริณาเมน ‘‘ลุตฺตาสุ, วิภตฺตีสู’’ติ วตฺตเต, ยุตฺตตฺถคฺคหณญฺจ.

๓๓๓. ปกติ จสฺส สรนฺตสฺส.

ลุตฺตาสุ วิภตฺตีสุ สรนฺตสฺส อสฺส ยุตฺตตฺถภูตสฺส ติวิธสฺสปิ ลิงฺคสฺส ปกติภาโว โหติ. จสทฺเทน กึสมุทย อิทปฺปจฺจยตาทีสุ นิคฺคหีตนฺตสฺสปิ. นิมิตฺตาภาเว เนมิตฺตกาภาวสฺส อิธ อนิจฺฉิตตฺตา อยมติเทโส.

สกตฺถวิรเหนิธ สมาสสฺส จ ลิงฺคภาวาภาวา วิภตฺตุปฺปตฺติยมสมฺปตฺตายํ นามพฺยปเทสาติเทสมาห.

๓๓๔. ตทฺธิตสมาสกิตกา นามํวา’ตเวตุนาทีสุ จ.

ตทฺธิตนฺตา, กิตนฺตา, สมาสา จ นามมิว ทฏฺฐพฺพา ตเวตุน ตฺวาน ตฺวาทิปฺปจฺจยนฺเต วชฺเชตฺวา. จคฺคหณํ กิจฺจปฺปจฺจยอาอีอินีอิตฺถิปฺปจฺจยนฺตาทิสฺสปิ นามพฺยปเทสตฺถํ. อิธ สมาสคฺคหณํ อตฺถวตํ สมุทายานํ นามพฺยปเทโส สมาสสฺเสวาติ นิยมตฺถนฺติ อปเร.

‘‘อพฺยยีภาโว’’ติ วตฺตเต.

๓๓๕. โส นปุํสกลิงฺโค.

โส อพฺยยีภาวสมาโส นปุํสกลิงฺโคว ทฏฺฐพฺโพติ นปุํสกลิงฺคตฺตํ. เอตฺถ หิ สติปิ ลิงฺคาติเทเส ‘‘อธิปญฺญ’’นฺติอาทีสุ ‘‘อธิญาณํ’’นฺติอาทิ รูปปฺปสงฺโค น โหติ สทฺทนฺตรตฺตา, ‘‘ติปญฺญ’’นฺติอาทีสุ วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ, น จายํ อติเทโส, สุตฺเต อติเทสลิงฺคสฺส อิวสทฺทสฺส อทสฺสนโต. ปุเร วิย สฺยาทฺยุปฺปตฺติ.

‘‘กฺวจี’’ติ วตฺตเต.

๓๓๖. อํ วิภตฺตีนมการนฺตา อพฺยยีภาวา.

ตสฺมา อการนฺตา อพฺยยีภาวา ปราสํ วิภตฺตีนํ กฺวจิ อํ โหติ, เสสํ เนยฺยํ.

ตํ อุปนครํ, นครสฺส สมีปํ ติฏฺฐตีติ อตฺโถ. ตานิ อุปนครํ, อาลปเนเปวํ, ตํ อุปนครํ ปสฺส, ตานิ อุปนครํ.

น ปญฺจมฺยายมมฺภาโว, กฺวจีติ อธิการโต;

ตติยาสตฺตมีฉฏฺฐี-นนฺตุ โหติ วิกปฺปโต.

เตน อุปนครํ กตํ, อุปนคเรน วา, เตหิ อุปนครํ, อุปนคเรหิ วา, ตสฺส อุปนครํ เทหิ, เตสํ อุปนครํ, อุปนครา อานย, อุปนครมฺหา อุปนครสฺมา, อุปนคเรหิ, อุปนครํ สนฺตกํ, อุปนครสฺส วา, เตสํ อุปนครํ, อุปนครานํ วา, อุปนครํ นิเธหิ, อุปนครมฺหิ อุปนครสฺมึ, อุปนครํ อุปนคเรสุ วา. เอวํ อุปกุมฺภํ.

อภาเว – ทรถานํ อภาโว นิทฺทรถํ, นิมฺมสกํ.

ปจฺฉาอตฺเถ – รถสฺส ปจฺฉา อนุรถํ, อนุวาตํ.

โยคฺคตายํ – ยถาสรูปํ, อนุรูปํ, รูปโยคฺคนฺติ อตฺโถ.

วิจฺฉายํ – อตฺตานมตฺตานํ ปติ ปจฺจตฺตํ, อทฺธมาสํ อทฺธมาสํ อนุ อนฺวทฺธมาสํ.

อนุปุพฺพิยํ – เชฏฺฐานํ อนุปุพฺโพ อนุเชฏฺฐํ.

ปฏิโลเม – โสตสฺส ปฏิโลมํ ปฏิโสตํ, ปฏิปถํ, ปติวาตํ, อตฺตานํ อธิกิจฺจ ปวตฺตา อชฺฌตฺตํ.

ปริยาทาภิวิธีสุ อาปาณโกฏิยา อาปาณโกฏิกํ, ‘‘กฺวจิ สมาสนฺตคตานมการนฺโต’’ติ กปฺปจฺจโย, อากุมาเรหิ ยโส กจฺจายนสฺส อากุมารํ.

สมิทฺธิยํ – ภิกฺขาย สมิทฺธีติ อตฺเถ สมาเสว นปุํสกลิงฺคตฺเต จ กเต –

‘‘สมาสสฺส, อนฺโต’’ติ จ วตฺตเต.

๓๓๗. สโร รสฺโส นปุํสเก.

นปุํสเก วตฺตมานสฺส สมาสสฺส อนฺโต สโร รสฺโส โหติ. เอตฺถ จ อพฺยยีภาวคฺคหณํ นานุวตฺเตตพฺพํ, เตน ทิคุทฺวนฺทพหุพฺพีหีสุปิ นปุํสเก วตฺตมานสฺส สมาสนฺตสฺสรสฺส รสฺสตฺตํ สิทฺธํ โหติ. ‘‘อํ วิภตฺตีน’’มิจฺจาทินา อมาเทโส, สุภิกฺขํ. คงฺคาย สมีเป วตฺตตีติ อุปคงฺคํ, มณิกาย สมีปํ อุปมณิกํ.

อิตฺถีสุ อมิกิจฺจาติ อตฺเถ สมาสนปุํสกรสฺสตฺตาทีสุ กเตสุ –

‘‘อพฺยยีภาวา, วิภตฺตีน’’นฺติ จ วตฺตเต.

๓๓๘. อญฺญสฺมา โลโป จ.

อการนฺตโต อญฺญสฺมา อพฺยยีภาวสมาสา ปราสํ วิภตฺตีนํ โลโป จ โหติ. อธิตฺติ, อิตฺถีสุ อธิกิจฺจ กถา ปวตฺตตีติ อตฺโถ. อธิตฺถิ ปสฺส, อธิตฺถิ กตํ อิจฺจาทิ, เอวํ อธิกุมาริ, วธุยา สมีปํ อุปวธุ, คุนฺนํ สมีปํ อุปคุ, โอการสฺส รสฺสตฺตํ อุกาโร. เอวํ อุปสคฺคปุพฺพโก.

นิปาตปุพฺพโก ยถา – วุฑฺฒานํ ปฏิปาฏิ, เย เย วุฑฺฒา วา ยถาวุฑฺฒํ, ปทตฺถานติกฺกเม – ยถากฺกมํ, ยถาสตฺติ, ยถาพลํ กโรติ, พลมนติกฺกมิตฺวา กโรตีติ อตฺโถ. ชีวสฺส ยตฺตโก ปริจฺเฉโท ยาวชีวํ, ยาวตายุกํ, กปฺปจฺจโย. ยตฺตเกน อตฺโถ ยาวทตฺถํ, ปพฺพตสฺส ปรภาโค ติโรปพฺพตํ, ติโรปาการํ, ติโรกุฏฺฏํ, ปาสาทสฺส อนฺโต อนฺโตปาสาทํ, อนฺโตนครํ, อนฺโตวสฺสํ, นครสฺส พหิ พหินครํ, ปาสาทสฺส อุปริ อุปริปาสาทํ, อุปริมญฺจํ, มญฺจสฺส เหฏฺฐา เหฏฺฐามญฺจํ, เหฏฺฐาปาสาทํ, ภตฺตสฺส ปุเร ปุเรภตฺตํ, เอวํ ปจฺฉาภตฺตํ.

สากลฺลตฺเถ – สห มกฺขิกาย สมกฺขิกํ ภุญฺชติ, น กิญฺจิ ปริวชฺเชตีติ อตฺโถ. ‘‘เตสุ วุทฺธี’’ติอาทินา สหสทฺทสฺส สาเทโส. คงฺคาย โอรํ โอรคงฺคมิจฺจาทิ.

อพฺยยีภาวสมาโส นิฏฺฐิโต.

กมฺมธารยสมาส

อถ กมฺมธารยสมาโส วุจฺจเต.

โส จ นววิโธ วิเสสนปุพฺพปโท วิเสสนุตฺตรปโท วิเสสโนภยปโท อุปมานุตฺตรปโท สมฺภาวนาปุพฺพปโท อวธารณปุพฺพปโท นนิปาตปุพฺพปโท กุปุพฺพปโท ปาทิปุพฺพปโท จาติ.

ตตฺถ วิเสสนปุพฺพปโท ตาว – ‘‘มหนฺต ปุริส’’อิตีธ อุภยตฺถ ปฐเมกวจนํ สิ, ตุลฺยาธิกรณภาวปฺปสิทฺธตฺถํ จสทฺท ตสทฺทปฺปโยโค, มหนฺโต จ โส ปุริโส จาติ วิคฺคเห –

อิโต ปรํ ‘‘วิภาสา รุกฺขติณ’’อิจฺจาทิโต ‘‘วิภาสา’’ติ สมาสวิธาเน สพฺพตฺถ วตฺตเต.

๓๓๙. ทฺวิปเท ตุลฺยาธิกรเณ กมฺมธารโย.

เทฺว ปทานิ นามิกานิ ตุลฺยาธิกรณานิ อญฺญมญฺเญน สห วิภาสา สมสฺยนฺเต, ตสฺมึ ทฺวิปเท ตุลฺยาธิกรเณ สติ โส สมาโส กมฺมธารยสญฺโญ จ โหติ.

เทฺว ปทานิ ทฺวิปทํ, ตุลฺยํ สมานํ อธิกรณํ อตฺโถ ยสฺส ปททฺวยสฺส ตํ ตุลฺยาธิกรณํ, ตสฺมึ ทฺวิปเท ตุลฺยาธิกรเณ. ภินฺนปฺปวตฺตินิมิตฺตานํ ทฺวินฺนํ ปทานํ วิเสสนวิเสสิตพฺพภาเวน เอกสฺมึ อตฺเถ ปวตฺติ ตุลฺยาธิกรณตา. กมฺมมิว ทฺวยํ ธารยตีติ กมฺมธารโย. ยถา หิ กมฺมํ กฺริยญฺจ ปโยชนญฺจ ทฺวยํ ธารยติ, กมฺเม สติ กฺริยาย, ปโยชนสฺส จ สมฺภวโต, ตถา อยํ สมาโส เอกสฺส อตฺถสฺส เทฺว นามานิ ธารยติ, ตสฺมึ สมาเส สติ เอกตฺถโชตกสฺส นามทฺวยสฺส สมฺภวโต.

ปุเร วิย สมาสสญฺญาวิภตฺติโลปปกติภาวา, สมาเสเนว ตุลฺยาธิกรณภาวสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘วุตฺตตฺถานมปฺปโยโค’’ติ จสทฺท ตสทฺทานมปฺปโยโค.

๓๔๐. มหตํ มหา ตุลฺยาธิกรเณ ปเท.

มหนฺต สทฺทสฺส มหา โหติ ตุลฺยาธิกรเณ อุตฺตรปเท ปเร. มหตนฺติ พหุวจนคฺคหเณน กฺวจิ มหอาเทโส จ, เอตฺถ จ วิเสสนสฺส ปุพฺพนิปาโต วิเสสนภูตสฺส ปุพฺพปทสฺส มหาเทสวิธานโตว วิญฺญายติ.

‘‘กมฺมธารโย, ทิคู’’ติ จ วตฺตเต.

๓๔๑. อุเภ ตปฺปุริสา.

อุเภ กมฺมธารยทิคุสมาสา ตปฺปุริสสญฺญา โหนฺติ.

ตสฺส ปุริโส ตปฺปุริโส, ตปฺปุริสสทิสตฺตา อยมฺปิ สมาโส อนฺวตฺถสญฺญาย ตปฺปุริโสติ วุตฺโต. ยถา หิ ตปฺปุริสสทฺโท คุณมติวตฺโต, ตถา อยํ สมาโสปิ. อุตฺตรปทตฺถปฺปธาโน หิ ตปฺปุริโสติ. ตโต นามพฺยปเทโส สฺยาทฺยุปฺปตฺติ. อยํ ปน ตปฺปุริโส อภิเธยฺยวจโน, ปรลิงฺโค จ.

มหาปุริโส, มหาปุริสา อิจฺจาทิ ปุริสสทฺทสมํ, เอวํ มหาวีโร, มหามุนิ, มหนฺตญฺจ ตํ พลญฺจาติ มหาพลํ, มหพฺภยํ, มหอาเทโส. สนฺโต จ โส ปุริโส จาติ สปฺปุริโส, ‘‘สนฺตสทฺทสฺส โส เภ โพ จนฺเต’’ติ เอตฺถ จสทฺเทน สนฺตสทฺทสฺส สมาเส อภกาเรปิ สาเทโส, ตถา ปุพฺพปุริโส, ปรปุริโส, ปฐมปุริโส, มชฺฌิมปุริโส, อุตฺตมปุริโส, ทนฺตปุริโส, ปรมปุริโส, วีรปุริโส, เสตหตฺถี, กณฺหสปฺโป, นีลุปฺปลํ, โลหิตจนฺทนํ.

กฺวจิ วิภาสาธิการโต น ภวติ, ยถา – ปุณฺโณ มนฺตานิปุตฺโต, จิตฺโต คหปติ, สกฺโก เทวราชาติ.

ปุมา จ โส โกกิโล จาติ อตฺเถ สมาเส กเต –

‘‘โลป’’นฺติ วตฺตเต.

๓๔๒. ปุมสฺส ลิงฺคาทีสุ สมาเสสุ.

ปุมอิจฺเจตสฺส อนฺโต อกาโร โลปมาปชฺชเต ลิงฺคาทีสุ ปรปเทสุ สมาเสสุ, ‘‘อํโม นิคฺคหีตํ ฌลเปหี’’ติ มการสฺส นิคฺคหีตํ. ปุงฺโกกิโล. เอวํ ปุนฺนาโค.

ขตฺติยา จ สา กญฺญา จาติ วิคฺคยฺห สมาเส กเต –

‘‘ตุลฺยาธิกรเณ, ปเท, อิตฺถิยํ ภาสิตปุมิตฺถี ปุมาว เจ’’ติ จ วตฺตเต.

๓๔๓. กมฺมธารยสญฺเญ จ.

กมฺมธารยสญฺเญ จ สมาเส อิตฺถิยํ วตฺตมาเน ตุลฺยาธิกรเณ อุตฺตรปเท ปเร ปุพฺพภูโต อิตฺถิวาจโก สทฺโท ปุพฺเพ ภาสิตปุมา เจ, โส ปุมา อิว ทฏฺฐพฺโพติ ปุพฺพปเท อิตฺถิปฺปจฺจยสฺส นิวตฺติ โหติ.

ขตฺติยกญฺญา, ขตฺติยกญฺญาโย อิจฺจาทิ. เอวํ รตฺตลตา, ทุติยภิกฺขา, พฺราหฺมณี จ สา ทาริกา จาติ พฺราหฺมณทาริกา, นาคมาณวิกา.

ปุพฺพปทสฺเสวายํ ปุมฺภาวาติเทโส, เตน ‘‘ขตฺติยกุมารี กุมารสมณี ตรุณพฺราหฺมณี’’ติอาทีสุ อุตฺตรปเทสุ อิตฺถิปฺปจฺจยสฺส น นิวตฺติ โหติ.

อิตฺถิยมิจฺเจว กึ? กุมารีรตนํ, สมณีปทุมํ.

ภาสิตปุมาติ กึ? คงฺคานที, ตณฺหานที, ปถวีธาตุ. ‘‘นนฺทาโปกฺขรณี, นนฺทาเทวี’’ติอาทีสุ ปน สญฺญาสทฺทตฺตา น โหติ.

ตถา ปุรตฺถิโม จ โส กาโย จาติ ปุรตฺถิมกาโย, เอตฺถ จ กาเยกเทโส กายสทฺโท. เอวํ ปจฺฉิมกาโย, เหฏฺฐิมกาโย, อุปริมกาโย, สพฺพกาโย, ปุราณวิหาโร, นวาวาโส, กตรนิกาโย, กตมนิกาโย, เหตุปฺปจฺจโย, อพหุลํ พหุลํ กตนฺติ พหุลีกตํ, ชีวิตปฺปธานํ นวกํ ชีวิตนวกํ อิจฺจาทิ.

วิเสสนุตฺตรปเท ชินวจนานุปโรธโต เถราจริยปณฺฑิตาทิ วิเสสนํ ปรญฺจ ภวติ. ยถา – สาริปุตฺโต จ โส เถโร จาติ สาริปุตฺตตฺเถโร. เอวํ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร, มหากสฺสปตฺเถโร, พุทฺธโฆสาจริโย, ธมฺมปาลาจริโย, อาจริยคุตฺติโลติ วา, มโหสโธ จ โส ปณฺฑิโต จาติ มโหสธปณฺฑิโต. เอวํ วิธุรปณฺฑิโต, วตฺถุวิเสโส.

วิเสสโนภยปโท ยถา – สีตญฺจ ตํ อุณฺหญฺจาติ สีตุณฺหํ, สินิทฺโธ จ โส อุโณฺห จาติ สินิทฺธุโณฺห, มาโส. ขญฺโช จ โส ขุชฺโช จาติ ขญฺชขุชฺโช. เอวํ อนฺธพธิโร, กตากตํ, ฉิทฺทาวฉิทฺทํ, อุจฺจาวจํ, ฉินฺนภินฺนํ, สิตฺตสมฺมฏฺฐํ, คตปจฺจาคตํ.

อุปมานุตฺตรปเท อภิธานานุโรธโต อุปมานภูตํ วิเสสนํ ปรํ ภวติ. ยถา – สีโห วิย สีโห, มุนิ จ โส สีโห จาติ มุนิสีโห. เอวํ มุนิวสโภ, มุนิปุงฺคโว, พุทฺธนาโค, พุทฺธาทิจฺโจ, รํสิ วิย รํสิ, สทฺธมฺโม จ โส รํสิ จาติ สทฺธมฺมรํสิ. เอวํ วินยสาคโร, ปุณฺฑรีกมิว ปุณฺฑรีโก, สมโณ จ โส ปุณฺฑรีโก จาติ สมณปุณฺฑรีโก, สมณปทุโม. จนฺโท วิย จนฺโท, มุขญฺจ ตํ จนฺโท จาติ มุขจนฺโท. เอวํ มุขปทุมํ อิจฺจาทิ.

สมฺภาวนาปุพฺพปโท ยถา – ธมฺโม อิติ พุทฺธิ ธมฺมพุทฺธิ. เอวํ ธมฺมสญฺญา, ธมฺมสงฺขาโต, ธมฺมสมฺมโต, ปาณสญฺญิตา, อสุภสญฺญา, อนิจฺจสญฺญา, อนตฺตสญฺญา, ธาตุสญฺญา, ธีตุสญฺญา, อตฺตสญฺญา, อตฺถิสญฺญา, อตฺตทิฏฺฐิ อิจฺจาทิ.

อวธารณปุพฺพปโท ยถา – คุโณ เอว ธนํ คุณธนํ. เอวํ สทฺธาธนํ, สีลธนํ, ปญฺญาธนํ, จกฺขุ เอว อินฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริยํ. เอวํ จกฺขายตนํ, จกฺขุธาตุ, จกฺขุทฺวารํ, รูปารมฺมณมิจฺจาทิ.

นนิปาตปุพฺพปโท ยถา – น พฺราหฺมโณติ อตฺเถ กมฺมธารยสมาเส, วิภตฺติโลปาทิมฺหิ จ กเต –

‘‘อุเภ ตปฺปุริสา’’ติ ตปฺปุริสสญฺญา.

๓๔๔. อตฺตํ นสฺส ตปฺปุริเส.

นสฺส นิปาตปทสฺส ตปฺปุริเส อุตฺตรปเท ปเร สพฺพสฺเสว อตฺตํ โหติ. ตปฺปุริเสกเทสตฺตา ตปฺปุริโส, อพฺราหฺมโณ.

น นิเสโธ สโต ยุตฺโต,

เทสาทินิยมํ วินา;

อสโต จาผโล ตสฺมา,

กถมพฺราหฺมโณติ เจ?

นิเสธตฺถานุวาเทน, ปฏิเสธวิธิ กฺวจิ;

ปรสฺส มิจฺฉาญาณตฺตา-ขฺยาปนาโยปปชฺชเต.

ทุวิโธ จสฺสตฺโถ ปสชฺชปฺปฏิเสธปริยุทาสวเสน.

ตตฺถ โย ‘‘อสูริยปสฺสา ราชทารา’’ติอาทีสุ วิย อุตฺตรปทตฺถสฺส สพฺพถา อภาวํ ทีเปติ, โส ปสชฺชปฺปฏิเสธวาจี นาม. โย ปน ‘‘อพฺราหฺมณ อมนุสฺสา’’ติอาทีสุ วิย อุตฺตรปทตฺถํ ปริยุทาสิตฺวา ตํสทิเส วตฺถุมฺหิ การิยํ ปฏิปาทยติ, โส ปริยุทาสวาจี นาม.

วุตฺตญฺจ

‘‘ปสชฺชปฺปฏิเสธสฺส, ลกฺขณํ วตฺถุนตฺถิตา;

วตฺถุโต อญฺญตฺร วุตฺติ, ปริยุทาสลกฺขณ’’นฺติ.

นเนฺววํ สนฺเตปิ ‘‘อพฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ กถมุตฺตรปทตฺถปฺปธานตา สิยาติ?

วุจฺจเต – พฺราหฺมณาทิสทฺทานํ พฺราหฺมณาทิอตฺถสฺเสว ตํสทิสาทิอตฺถสฺสาปิ วาจกตฺตา, พฺราหฺมณาทิสทฺทา หิ เกวลาพฺราหฺมณาทิอตฺเถเสฺวว ปากฏา, ภูสทฺโท วิยสตฺตายํ, ยทา เต ปน อญฺเญน สทิสาทิวาจเกน นอิติ นิปาเตน ยุชฺชนฺติ, ตทา ตํสทิสตทญฺญตพฺพิรุทฺธตทภาเวสุปิ วตฺตนฺติ, ภูสทฺโท วิย อนฺวภิยาทิโยเค อนุภวนอภิภวนาทีสุ, ตสฺมา อุตฺตรปทตฺถโชตโกเยเวตฺถ นอิติ นิปาโตติ น โทโส, เตน อพฺราหฺมโณติ พฺราหฺมณสทิโสติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ อมนุสฺโส, อสฺสมโณ.

อญฺญตฺเถ – น พฺยากตา อพฺยากตา, อสํกิลิฏฺฐา, อปริยาปนฺนา.

วิรุทฺธตฺเถ – น กุสลา อกุสลา, กุสลปฏิปกฺขาติ อตฺโถ. เอวํ อโลโภ, อมิตฺโต.

ปสชฺชปฺปฏิเสเธ – น กตฺวา อกตฺวา, อกาตุน ปุญฺญํ อกโรนฺโต.

‘‘นสฺส, ตปฺปุริเส’’ติ จ วตฺตเต.

๓๔๕. สเร อน.

นอิจฺเจตสฺส ปทสฺส ตปฺปุริเส อุตฺตรปเท อน โหติ สเร ปเร.

น อสฺโส อนสฺโส, น อริโย อนริโย. เอวํ อนิสฺสโร, อนิฏฺโฐ, อนุปวาโท, น อาทาย อนาทาย, อโนโลเกตฺวา อิจฺจาทิ.

กุปุพฺพปโท ยถา – กุจฺฉิตมนฺนนฺติ นิจฺจสมาสตฺตา อญฺญปเทน วิคฺคโห, กมฺมธารยสมาเส กเต –

‘‘ตปฺปุริเส, สเร’’ติ จ วตฺตเต.

๓๔๖. กทท กุสฺส.

กุอิจฺเจตสฺส นิปาตสฺส ตปฺปุริเส อุตฺตรปเท กท โหติ สเร ปเร. กทนฺนํ. เอวํ กทสนํ.

สเรติ กึ? กุทารา, กุปุตฺตา, กุทาสา, กุทิฏฺฐิ.

‘‘กุสฺสา’’ติ วตฺตเต.

๓๔๗. กาปฺปตฺเถสุ จ.

กุอิจฺเจตสฺส อปฺปตฺเถ วตฺตมานสฺส กา โหติ ตปฺปุริเส อุตฺตรปเท ปเร. พหุวจนุจฺจารณโต กุจฺฉิตตฺเถ จ กฺวจิ ตปฺปุริเส. อปฺปกํ ลวณํ กาลวณํ. เอวํ กาปุปฺผํ, กุจฺฉิโต ปุริโส กาปุริโส, กุปุริโส วา.

ปาทิปุพฺพปโท จ นิจฺจสมาโสว, ปธานํ วจนํ ปาวจนํ, ภุสํ วทฺธํ ปวทฺธํ, สรีรํ, สมํ, สมฺมา วา อาธานํ สมาธานํ, วิวิธา มติ วิมติ, วิวิโธ กปฺโป วิกปฺโป, วิสิฏฺโฐ วา กปฺโป วิกปฺโป, อธิโก เทโว อติเทโว. เอวํ อธิเทโว, อธิสีลํ, สุนฺทโร คนฺโธ สุคนฺโธ, กุจฺฉิโต คนฺโธ ทุคฺคนฺโธ, โสภนํ กตํ สุกตํ, อโสภนํ กตํ ทุกฺกฏํ อิจฺจาทิ.

เย อิธ อวิหิตลกฺขณา นามนิปาโตปสคฺคา, เตสํ ‘‘นามานํ สมาโส’’ติ โยควิภาเคน สมาโส ทฏฺฐพฺโพ. ยถา – อปุนเคยฺยา คาถา, อจนฺทมุลฺโลกิกานิ มุขานิ, อสฺสทฺธโภชี, อลวณโภชีติอาทีสุ อยุตฺตตฺถตฺตา นาญฺเญน สมาโส.

ตถา ทิฏฺโฐ ปุพฺพนฺติ ทิฏฺฐปุพฺโพ ตถาคตํ. เอวํ สุตปุพฺโพ ธมฺมํ, คตปุพฺโพ มคฺคํ, กมฺมนิ ทิฏฺฐา ปุพฺพนฺติ ทิฏฺฐปุพฺพา เทวา เตน. เอวํ สุตปุพฺพา ธมฺมา, คตปุพฺพา ทิสา, ปหาโร, ปราภโว, วิหาโร, อาหาโร, อุปหาโร อิจฺจาทิ.

กมฺมธารยสมาโส.

ทิคุสมาส

อถ ทิคุสมาโส วุจฺจเต.

ตโย โลกา สมาหฏา จิตฺเตน สมฺปิณฺฑิตา, ติณฺณํ โลกานํ สมาหาโรติ วา อตฺเถ –

‘‘นามานํ สมาโส ยุตฺตตฺโถ’’ติ วตฺตมาเน ‘‘ทฺวิปเท’’ติอาทินา กมฺมธารยสมาโส, ตโต สมาสสญฺญายํ, วิภตฺติโลเป, ปกติภาเว จ กเต –

‘‘กมฺมธารโย’’ติ วตฺตเต.

๓๔๘. สงฺขฺยาปุพฺโพ ทิคุ.

สงฺขฺยาปุพฺโพ กมฺมธารยสมาโส ทิคุสญฺโญ โหติ.

เทฺว คาโว ทิคุ, ทิคุสทิสตฺตา อยมฺปิ สมาโส ทิคูติ วุตฺโต. อถ วา สงฺขฺยาปุพฺพตฺตนปุํสเกกตฺตสงฺขาเตหิ ทฺวีหิ ลกฺขเณหิ คโต อวคโตติ ทิคูติ วุจฺจติ, ทฺวีหิ วา ลกฺขเณหิ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ ทิคุ. เอตฺถ จ ‘‘สงฺขฺยาปุพฺโพ’’ติ วุตฺตตฺตา สงฺขฺยาสทฺทสฺเสว ปุพฺพนิปาโต, ‘‘อุเภ ตปฺปุริสา’’ติ ตปฺปุริสสญฺญา.

‘‘นปุํสกลิงฺโค’’ติ วตฺตเต.

๓๔๙. ทิคุสฺเสกตฺตํ.

ทิคุสฺส สมาสสฺส เอกตฺตํ โหติ, นปุํสกลิงฺคตฺตญฺจ.

สมาหารทิคุสฺเสตํ คหณํ, ตตฺถ สพฺพตฺเถกวจนเมว โหติ, อญฺญตฺร ปน พหุวจนมฺปิ, นามพฺยปเทสสฺยาทฺยุปฺปตฺติ อมาเทสาทิ.

ติโลกํ, เห ติโลก, ติโลกํ, ติโลเกน, ติโลกสฺส, ติโลกา ติโลกสฺมา ติโลกมฺหา, ติโลกสฺส, ติโลเก ติโลกมฺหิ ติโลกสฺมึ.

เอวํ ตโย ทณฺฑา ติทณฺฑํ, ตีณิ มลานิ สมาหฏานิ, ติณฺณํ มลานํ สมาหาโรติ วา ติมลํ, ติลกฺขณํ, จตุสฺสจฺจํ, จตสฺโส ทิสา จตุทฺทิสํ, ‘‘สโร รสฺโส นปุํสเก’’ติ รสฺสตฺตํ, ปญฺจสิกฺขาปทํ, สฬายตนํ, สตฺตาหํ, อฏฺฐสีลํ, นวโลกุตฺตรํ, ทสสีลํ, สตโยชนํ.

ตถา – เทฺว รตฺติโย ทฺวิรตฺตํ, ติสฺโส รตฺติโย ติรตฺตํ, เทฺว องฺคุลิโย ทฺวงฺคุลํ, สตฺต โคทาวริโย, ตาสํ สมาหาโรติ วา สตฺตโคทาวรํ.

เอตฺถ จ รตฺติ องฺคุลิ โคทาวรีนมนฺตสฺส –

๓๕๐. กฺวจิ สมาสนฺตคตานมการนฺโต.

ราชาทิคณสฺเสตํ คหณํ, เตน สมาสนฺตคตานํ ราชาทีนํ นามานํ อนฺโต กฺวจิ อกาโร โหตีติ อตฺโถ. การคฺคหเณน พหุพฺพีหาทิมฺหิ สมาสนฺเต กฺวจิ กปฺปจฺจโย โหติ, สุรภิ สุ ทุ ปูตีหิ คนฺธนฺตสฺสิกาโร จ.

อถ วา อ จ โก จ อกา, รกาโร ปทสนฺธิกโร, เตน กฺวจิ สมาสนฺตคตานมนฺโต หุตฺวา อ ก อิจฺเจเต ปจฺจยา โหนฺตีติ อตฺโถ. เตน ปญฺจ คาโว สมาหฏาติ อตฺเถ สมาสาทึ กตฺวา สมาสนฺเต อปฺปจฺจเย, ‘‘โอ สเร จา’’ติ อวาเทเส จ กเต ‘‘ปญฺจคว’’นฺติอาทิ จ สิชฺฌติ. ‘‘ทฺวิรตฺต’’นฺติอาทีสุ ปน อปฺปจฺจเย กเต ปุพฺพสรสฺส ‘‘สรโลโป’’ติอาทินา โลโป.

อสมาหารทิคุ ยถา – เอโก จ โส ปุคฺคโล จาติ เอกปุคฺคโล. เอวํ เอกธมฺโม, เอกปุตฺโต, ตโย ภวา ติภวา, จตสฺโส ทิสา จตุทฺทิสา, ทสสหสฺสจกฺกวาฬานิ อิจฺจาทิ.

ทิคุสมาโส.

ตปฺปุริสสมาส

อถ ตปฺปุริสสมาโส วุจฺจเต.