๒๗. ปโร
อิติสทฺโท อิทมตฺเถ, กฺวจิ โลปนีโย โหตีติ อิทํ วจนํ ทีเปตีติ สมฺพนฺโธ, กินฺติ อาห-‘ปโยคานุสาริต’นฺติ, กสฺสาติ อาห-‘การิยสฺส ปรโลปสฺสา’ติ, เกน เหตุนาติ อาห ‘กฺวจิคฺคหเณนา’ติ, กตฺถาติ อาห-‘อิห อิมสฺมึ สุตฺเต’ติ, เตนาติ เตน ปโยคานุสาริตาทีปเนน, ยถาปโยคนฺติ อาคมปโยคานติกฺกเมน, นิจฺจํ ปกฺเขวา ปรโลโป สิยาติ โหนฺติจฺจาโท นิจฺจํ, ลตาวาติอาทีสุ ปกฺเข วา ปรโลโป ภเวยฺย, เอวํ มญฺญเต ‘‘กสฺมินฺติ อตฺเถ กฺวาติ นิปฺผนฺเนนานิยมวุตฺตินา อนิยมตฺถสฺเสว วิเสสกโต วจเน สพฺพตฺเถวานิยตตฺถวุตฺติตฺตา กฺวจิสทฺโท-ยํ ยถาคมํ นิจฺจมนิจฺจมสนฺตญฺจ วิธึ ทีเปติ, ตตฺถ โหนฺติจฺจาทิโก นิจฺจ ปกฺโข ปรโลปสฺเสว วิสโย, ลตาวาติอาทิโก อนิจฺจปกฺโข อุภยสาธารณตฺตา ปุพฺพโลปสฺสาปิ วิสโยติ อิมินา นิจฺจํ ปกฺเข วา ปรโลโป โหติ, อสนฺตปกฺโข ปน สทฺธินฺทฺริยนฺติอาทิโก ปุพฺพโลปสฺเสว วิสโย สพฺพถาเนน ปริจฺจตฺตตฺตา’’ติ, ตีสุปิ เจเตสุ ปน ปกฺเขสุ นิจฺจานิจฺจปกฺเขสุ เยวสฺสาปวาทรูปตา… ปุพฺพโลปสฺส สพฺพถา โหนฺติจฺจาโท นิวารกตฺตา วา วิธายกตฺตา วา ปรโลปสฺส, น ตฺวสนฺตปกฺเข… ปุพฺพโลปสฺเสว สพฺพถาเนน ทินฺนา วสรตฺตา, โลกคฺโคติอาทิ ตุ กฺวจิสทฺทสฺส ปโยคานุสาริตา ทีปกตฺตา นิจฺเจ อสนฺเตวาปิ วิธิมฺหิ ทีปิเต ปรโลเปน วา นิปฺผชฺชตีติ เนฏฺฐพฺยาฆาโต, เอวํ ตาว กฺวจิคฺคหเณ สพฺพถานิฏฺฐปริหาเรน อิฏฺฐปฺปสิทฺธิ สิยา, ตทภาเวกถนฺติ ตทภาเว วิโรธมาห-‘อญฺญเต’จฺจาทิ, ปริยาเยน ภวนฺตีติ กฺวจิคฺคหณาภาเว ‘ปโร’ติ สุตฺตํ สิยา ตถา สติ สุตฺตทฺวยเมกวิสยํ ตุลฺยพลญฺจ สิยา, ตตฺถ วิปฺปฏิเสธาภาวา ปมาณภูตานมาจริย (วจนา)นํ นิรตฺถกตา มา ภวีติ วาเรน ภวนฺตีติ อตฺโถ, อิตีติ อิมินา ปริยายภวนการเณน, ปกฺเขเยว สิยาติ ลตาวาติอาทีสุ ปุพฺพโลเป ปริยายปฺปวตฺเต ปริยาเยน ปรโลปสฺสาปฺปวตฺติโต ลตาวาติ ปกฺเขเยว ปรโลโป ภเวยฺย, โหนฺติจฺจาโท นิจฺจํ น สิยาติ สมฺพนฺโธ, ตญฺจาติ ตํ ปริยายภวนญฺจ, โข วากฺยาลงฺกาเร, ปฏิปทนฺติ ปทมฺป ทมฺปติ โหติ, เนกเทสปริหาเรนาปิ, เตนาห ‘น กตฺถจี’ติ, อิมินา อิทํ ทีเปติ ‘‘สพฺพตฺถ วิกปฺปปฺปสตฺติยา หนฺติ, สทฺธนฺทฺริยํตฺยาทิกํ ‘‘น เทฺววา’’ติ (๑-๒๘) สุตฺเตปิ หนฺติจฺจาทิกญฺจานิฏฺฐรูปมฺปิ สมฺปชฺชตี’’ติ. นเจวมิฏฺฐนฺติ เอวมิทํ ยถาวุตฺตํ วิกปฺปวิธานํ สทฺทลกฺขณญฺญูหิ เนวาภิมตนฺติ อตฺโถ, ตเมว สาเธติ ‘ปรโลโป หิ’จฺจาทินา, อถา นิจฺจปกฺเข วา ปรโลเป กเต-เนน ปริจฺจตฺตฏฺฐาเน อุสฺสคฺคปฺปวตฺติยา ลตาว ลเตวาติ รูปทฺวยํ สมฺปชฺชติ ตสฺมา ปโยคานุสาริตาทีปเกน กฺวจิสทฺเทเนว โหนฺติ สทฺธินฺทฺริยํ ลตาว ลเตวาติ ปโยค สมฺภโวปิ, ตถาปิ อนิจฺจปกฺเข ลตาอิวาติ ตติยรูปปฺปสิทฺธิยา ปริยาเยน ภวิตพฺพนฺติ ปริกปฺเปติ ‘นนุ เจตฺยาทินา, อถ ‘‘ปโร กฺวจี’ติ กฺวจิคฺคหเณ สติ อป(วาทรูป)ตฺตา กถมฺปริยายปฺปวตฺตีติ มนสิ นิธายานิจฺจปกฺเข ปริยายปฺปวตฺติทีปนตฺถํ ‘‘น เทฺววา’’ติ สุตฺติตนฺติ อปวาเท รูปตฺตเยปิ ปริยายปฺปวตฺติยํ โทสาภาวมาห-‘นายํ โทโส’จฺจาทิ, ตถาหิจฺจาทินา ‘‘น เทฺววา’’ติ สุตฺเตเนว ปริยายสฺสาปิ ทีปิตตฺตํ สาเธติ, สา จ เอกตฺถปฺปวตฺติ ปริยายํ วินา น สมฺภวติ… เอกกฺขเณ ปวตฺยสพฺภาวาติ อธิปฺปาโย, นนุ จ กฺวจาภาเว ปริยายปฺปวตฺติยํ ยถาวุตฺต โทสสฺเสวาปฺปสงฺคโต มา โหตุ ปริยาโย, ภินฺนวิสเย ปน ปุพฺพปรโลปปฺปวตฺติยา ‘‘น เทฺววา’ติ นิเสเธ ลเตว ลตาว ลตาอิวาติ รูปตฺตยํ นิปฺผชฺชตีติ โจทนํ มนสิ นิธายาห-‘นเจ’จฺจาทิ, ตตฺถ โทสมาห-‘ตถา จ สติ’จฺจาทินา, กตฺถจิ เทมิจฺจาโท นิจฺจํ ปุพฺพโลปสฺเสว, กตฺถจิ โหนฺติจฺจาโท นิจฺจํ ปรโลปสฺเสว, วิกปฺเปน วา กตฺถจิ ยโถทกํ ยถาอุทกํ ตฺยาโท ปุพฺพโลปสฺเสว กตฺถจิ อิติปิ อิจฺจปิจฺจาโท ปรโลปสฺเสว กตฺถจิ ลเตว ลตาว ลตาอิวาจฺจาโท ปริยาเยนุภยโลปสฺเสว ทสฺสนโตติ สมฺพนฺโธ, เอตฺถจ อิติปีติ ววตฺถิตวิภาสตฺต ทีปเนน กฺวจิสทฺเทน ปรโลเป กเต-ญฺญตฺร ปุพฺพ โลเป สมฺปตฺเต ‘‘น เทฺววา’’ติ เอตฺถานุวตฺตมาน กฺวจานุภาเวน นิจฺจํ นิเสเธ อิจฺจปิจฺเจว ภวติ. สมฺพชฺฌติ เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ. ปริจฺเฉโทติ กมฺมตฺถวเสน อาธารวเสน วาติ อาห-‘ปริจฺฉิชฺชติ’จฺจาทิ.